กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 479|ตอบกลับ: 21

{ นอกเมืองอู๋เว่ย } ทะเลทรายรอบนอก

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-12 14:25:28 |โหมดอ่าน

ทะเลทรายรอบนอก




{ ทะเลทรายรอบนอกเมืองอู๋เว่ย }
ทะเลทรายที่ตั้งอยู่รอบนอกเมืองอู๋เว่ย เป็นเขตดินแดนด่านสุดท้าย
ก่อนที่จะออกจากแผ่นดินฮั่นไปยังเส้นทางสายไหมสู่ตะวันตก

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-8-12 15:34:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-8-19 11:26

22
                   หลังจากที่หลินและซ่งหยางหมิงได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่เมืองเฉิงตูทั้งสองจึงได้ออกเดินทางต่อหมายจะไปยังเมืองหลวงฉางอันโดยหวังว่าคราวนี้พวกเขาทั้งสองจะไม่หลงทางอีกเป็นครั้งที่สอง หลินและซ่งหยางหมิงเดินทางผ่านเมืองต่างๆมาเรื่อยๆตลอดเส้นทางมีอุปสรรคอยู่มากไม่ว่าจะเป็นหินหล่นทับถนนจนปิดเส้นทางจนต้องอ้อมไปทางอื่น หรือป้ายบอกทางถูกทำลายจึงทำให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปยังตัวเมืองทุกทียิ่งเดินทางมาไกลเท่าไรก็ดูเหมือนว่าสองข้างทางมันชักจะดูแปลกขึ้นทุกทีจนกระทั่งเดินทางมาพบกับทะเลทราย
                    "ทะเลทรายงั้นรึ? นี่เรามาถูกทางหรือหลินข้าว่ามันแปลกๆ" ซ่งหยางหมิงกล่าวอย่างแปลกใจเป็นไปไม่ได้ที่จะมีทะเลทรายอยู่กลางเมืองหลวง
                    "บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้" หลินเองก็เริ่มแปลกใจแล้วว่าเมืองนี้คงจะเป็นเส้นทางสู่แดนตะวันตกที่เรียกว่าเส้นทางสายไหมแล้วเป็นแน่
                    "ที่นี่ที่ไหน?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยถาม "อย่าบอกนะว่า..."
                    "เรามาผิดทาง ที่นี่น่าจะเป็นเมืองอู๋เว่ย" หลินบอกด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย กลายเป็นว่าตอนนี้ยิ่งห่างไกลจากเป้าหมายเข้าไปทุกที
                    "ฮะๆ แล้วจะเอาอย่างไรกันดีล่ะทีนี้" ซ่งหยางหมิงบอกพลางหัวเราะเพื่อไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดไปมากกว่านี้
                    "ทำไมข้าไม่เอะใจนะ ตอนที่ไปเมืองจือถงข้าก็ผ่านเส้นทางนี้มาแล้วทั้งนั้น..." หลินบอกพลางครุ่นคิด
                    "เอาน่าไม่ต้องคิดมาก ข้าว่าเราไปหาที่พักในเมืองอู๋เว่ยแล้วค่อยเดินทางต่อกันเถอะ" ซ่งหยางหมิงบอกก่อนจะลากหลินไปยังตัวเมืองอู๋เว่ยเพื่อหาที่พักและอาหาร
                    ระหว่างที่หลินและซ่งหยางหมิงกำลังเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองอู๋เว่ยกลับพบชายคนหนึ่งนอนสลบอยู่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆจึงพบว่าชายผู้นั้นมีรอยถูกกระบี่แทงเป็นบาดแผลฉกรรจ์มีอาการสาหัดนอนเลือดอาบหายใจโรยริน ดูถ้าหากไม่รีบช่วยเหลือเขาอาจจะต้องตายเป็นแน่เห็นเช่นนั้นทั้งสองคนจึงรีบเข้าไปดูอาการของชายผู้นั้น
                    "พี่ชาย! นี่ท่านไปโดนใครทำร้ายมากัน?" ซ่งหยางหมิงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของชายผู้มีบาดแผลฉกรรจ์ก่อนจะแบกเขาขึ้นบนหลัง
                    "ช่วย... ด้วย..." ชายผู้มีบาดแผลฉกรรจ์พึมพัมเบาจนแทบจะไม่ได้ยินเสียง
                    "ข้าว่าเรารีบพาเขาไปรักษาเถอะ ในเมืองคงจะมีหมออยู่บ้าง" หลินบอก
                    "ช้าก่อน... ขอร้องล่ะ... ช่วย... พาข้าไปที่นั่นที.." ชายผู้มีบาดแผลฉกรรจ์พูดอย่างแผ่วพร้อมกับยกมือสั่นๆด้วยแรงอันน้อยนิดชี้ไปยังหุบเขาลึกของเมืองอู๋เว่ย
                    "ที่นั่นคงมีหมอสินะ" ซ่งหยางหมิงไม่ทันได้คิดอะไรมากคิดเพียงแค่ว่าตอนนี้จะต้องรีบพาชายผู้นี้ไปส่งให้ถึงมือหมอโดยเร็วที่สุดก่อนที่ชายผู้นี่จะขาดใจตายเพราะเสียเลือดมากไปซะก่อน
                    เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วหลินและซ่งหยางหมิงจึงรีบนำตัวของชายผู้มีบาดแผลฉกรรจ์คนนั้นเข้าไปยังหุบเขาลึกของเมืองอู๋เว่ยตามที่เขาขอร้อง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -3 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -3 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x26
x1
x4
x5
x2
x100
x10
x68
x50
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x7
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x115
x50
x40
x25
x1
x56
x5
x14
x20
x1
x1
โพสต์ 2017-8-16 21:44:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
26
                    หลิน และซ่งหยางหมิงต่างวิ่งหนีตายจากเสือสามตัวที่ถูกปลุกขึ้นทั้งสองวิ่งออกจากถ้ำอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งแม่นางหานเยว่ฉานที่หมดสติไปซ่งหยางหมิงแบกนางไว้ข้างหลังแล้วจึงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เสือที่ไล่ตามอยู่นั้นวิ่งเร็วปานสายลมแต่นับว่าสวรรค์ยังเข้าข้างเมื่อปลายทางข้างหน้ามีแหล่งน้ำอยู่ลางๆ
                    "หลินรีบวิ่งไปอยู่กลางแม่น้ำนั่นเร็ว!" ซ่งหยางหมิงที่วิ่งอยู่ด้านหลังแนะนำสหายที่วิ่งนำหน้าไปก่อน
                    "..." หลินไม่ได้ตอบอะไรกลับแต่ก้าวขาวิ่งอย่างสุดชีวิตจนมาถึงแหล่งน้ำแล้วจึงรีบถลาลงไปอยู่กลางน้ำโดยที่ซ่งหยางหมิงได้ตามมาข้างหลังติดๆ
                    พวกเสือหยุดไล่ตามแต่ก็ยังเฝ้าอยู่รอบๆแหล่งน้ำคาดว่าทั้งสองบวกอีกหนึ่งที่หมดสติอยู่จะปลอดภัยหากอยู่กลางแหล่งน้ำนี่ ระดับน้ำสูงถึงเอวสายน้ำไหลเย็นปลุกให้หญิงสาวที่สลบไสลตื่นขึ้น
                    "เกิดอะไรขึ้นคะ?" หานเยว่ฉานรู้สึกตัวเมื่อดูจากสถานการณ์นางจึงเอ่ยถามในสภาพตกตะลึงไม่น้อย
                    "ได้สติแล้วหรือแม่นาง" ซ่งหยางหมิงก่าวเชิงทักทาย "พวกเรากำลังหนีเสือกันอยู่ขอรับ" เขาพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
                    "นี่ข้าหมดสติไปหรือนี่!" หานเยว่ฉานกล่าว
                    "เกรงว่าเราคงไม่รอด พวกมันนอนเฝ้าอยู่นานสองนานแล้ว..." หลินบอกเสียงเรียบ "ไม่โดนมันจับกินก็คงหมดแรงตายไปเอง"
                    "นี่เจ้าถอดใจแล้วหรือ? ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ" ซ่งหยางหมิงบอกเพื่อเรียกสติหลินให้กลับมา
                    "แล้วใครกันที่ดันไปเหยียบกิ่งไม้เข้า" หลินกล่าวด้วยใบหน้านิ่งเฉยบอกบุญไม่รับ
                    "ก็ข้..." ซ่งหยางหมิงยังไม่ทันได้หาคำมากล่าวอ้างก็ถูกอีกคนกล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน
                    "พวกท่านอย่าทะเลาะกันเลย ข้าว่าพวกเราจะต้องรอดแน่ๆค่ะ" หานเยว่ฉานพูดอย่างมีความหวังด้วยความมองโลกในแง่ดีของตัวนางเอง
                    "ข้าก็หวังเช่นนั้น..." หลินตอบห้วนๆ
                    เมื่อเวลาผ่านไปสามชั่วโมงพวกเสือขาวที่ดูเหมือนจะท้อกับการรอคอยก็ได้เดินกลับไปยังทางที่พวกมันมานับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วทั้งสามคนที่แช่น้ำจนตัวเปื่อยจึงตัดสินใจออกมาจากแหล่งน้ำ
                    "เราจะเอาอย่างไรต่อไปดี?" ซ่งหยางหมิงเปิดประเด็นสนทนา
                    "ข้าต้องกลับฉางอัน" หานเยว่ฉานบอกอย่างฉะฉาน
                    "ฉางอันหรือ?" ซ่งหยางหมิงพึมพัมเมื่อได้ยินเช่นนั้น
                    "เราจะไปด้วย!" หลินบอกอย่างไม่ต้องคิด "เรามีธุระที่นั่นเช่นเดียวกัน"
                    "เช่นนั้นหรือ?" หานเยว่ฉานกล่าวพลางเผยรอยยิ้มบางๆ
                    "ไหนๆก็มีเป้าหมายเดียวกันแล้วก็เดินทางไปด้วยกันเลยจะได้ช่วยเหลือกันขอรับ" ซ่งหยางหมิงบอกพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร ด้วยเหตุนี้ทั้งหลิน ซ่งหยางหมิง และหานเยว่ฉาน ทั้งสามจึงร่วมเดินทางกันไปยังเมืองฉางอัน

                    


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x26
x1
x4
x5
x2
x100
x10
x68
x50
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x7
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x115
x50
x40
x25
x1
x56
x5
x14
x20
x1
x1

555

กระทู้

2130

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
3303179
เงินตำลึง
24688
ชื่อเสียง
193740
ความหิว
1135
คุณธรรม
373
ความชั่ว
133
ความโหด
632
ฉายหง
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2017-11-30 03:02:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ระวัง! มันอยู่ข้างล่าง!

+++++++++++++++++++++++++

         ล่วงเข้าสู่ยามเย็นของอีกวัน.... หนึ่งวันหนึ่งคืนมาแล้วที่หลิงเฮ่าถูกเจ้าม้าบ้าเลือดอวิ๋นหยา 'ทารุณกรรม' กระชากตัวเขามาจากตลาดเมืองฮั่นจง สู่ทะเลทรายรกร้างอีกแห่งหนึ่ง

         ทินิทิหนาย......

         ชายหนุ่มผมเงินในชุดสีขาวมอๆ พยายามจะขยับปากทว่าไม่สามารถพูดได้ จากความร้อนแห้งในทะเลทรายแผดเผา ยิ่งอยู่ในหน้าหนาวลมที่พัดผ่านผืนทรายนี้ยิ่งรุนแรง

          แทบจะระเหิดเอาน้ำในร่างกายของเขาไปจนหมด ชุดที่เตรียมมาถูกดัดแปลงเป็นผ้าคลุมหน้าไปแล้วหนึ่งชั้น ด้วยแสงจ้าและฝุ่นทรายพัดฟุ้ง กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการตรวจสอบหนทาง

         ทราย! หันไปทางไหนก็มีแต่ทราย!

         แล้วเนินทรายก็ดันหน้าต่าเหมือนๆกันหมด!

         เขาหลงทางแล้ว หลงในที่ๆไม่ควรมาเสียด้วย แม้จะหงุดหงิดใจ ทว่าลึกๆในใจชายหนุ่มกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดกับทิวทัศน์พวกนี้

         'เป็นไปไม่ได้...นับแต่จำความได้เราก็อยู่ที่เคหาสน์สกุลเสิ่นมาตลอดนี่นา' อยู่ที่ตอนใต้ดินแดนแห่งน้ำ มิใช่ตอนเหนืออาณาเขตผืนทราย!

         ฮี้! (นายจ๋า...หนม)

         "ไงล่ะ! หมดแรงคึกแล้วล่ะสิ!" ชายหนุ่มหันไปดุเจ้าม้าสีขาวปลอด ตัวการที่ทำให้เขามาติดแหง็กอยู่ที่นี่

         ในทะเลทรายรกร้างเพื่อรอความตาย!

          กร๊อบ!!...

          "...!!!" ฝ่าเท้าหลิงเฮ่าเหยียบเข้ากับอะไร 'บางอย่าง' เมื่อยกเท้าขึ้นก็พบวัตถุกลมเกลี้ยงสีขาว ซีกนึงมีรอยแตกยุบลงไป

          "เฮ้ย! กระโหลกคน!" เขาหงายหลังทันทีเมื่อแจ้งแก่ใจแล้วว่าเท้าเหวี่ยงโดนอะไรเข้า ดีว่าผืนทรายนั้นนุ่มพอสมควรจึงไม่บาดเจ็บ

          ฮี้~~!! (กินด้ายหม้ายยย)

          "อวิ๋นหยา! ออกมานี่!" หลิงเฮ่ากลบทรายลงฝังกระโหลกไว้เหมือนเดิม อดนึกสะท้อนใจไม่ได้ว่าบทสรุปของตนในทะเลทรายจะเป็นเช่นเดียวกับคนผู้นี้รึไม่?

          'เทียน..ก่อนเจ้าจะตื่นขึ้นมา ข้าอาจไปปรภพแล้วก็เป็นได้' ทอดสายตามองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ทั้งเสบียงและน้ำล้วนมีอยู่อย่างจำกัด ที่จริงตนสามารถใช้กระบี่สังหารอวิ๋นหยาได้ หากทำเสียตั้งแต่ก่อนเข้าเจตทะเลทราย ไม่แน่ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันอาจจะดีกว่าเดิม

          ฝ่ามือที่เริ่มจะขึ้นสีน้ำผึ้งด้วยแดดเผาลูบแผงคอเจ้าม้าดื้อช้าๆ แม้สามารถทำได้เขาก็ฆ่ามันไม่ลงอยู่ดี...

         ตกลงเข้าม้าตัวนี้นำโชคดรีึโชคร้ายมาสู่เขากันแน่นะ?

         ระหว่างที่ชายหนุ่มมัวทอดถอนใจอยู่นั่นเอง... ก็มีความเคลื่อนไหวข้างใต้ผืนทรายข้างกายเขา...


         มันขยับใกล้เข้ามาทีละน้อย อย่างเงียบเชียบ.... และในจังหวะที่เพชรฆาตโผล่หัวขึ้นจากที่ซ่อนเพื่อพุ่งเข้าโจมตี!

          ..................

          .............

          ........

          ฮู๊กกก~~~!!! (ตัวเองจ๋า เค้ามาแล้ว!)

          "หือ?  เจาจวิน!" หลิงเฮ่าหันกลับพร้อมรอยยิ้มแล้วก็ต้องชะงักค้างไป "เฮ้ย!! งูอีกแล้วหรอ!!"

           ฮูก!! (กินไหมอร่อยนะ?)

           อดีตนักล่ามาบัดนี้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะ ถูกเจาจวินสังหารโหดอย่างตายตาไม่หลับ เจ้างูจงอางทะเลทรายดิ้นเร่าๆด้วยความคับแค้นใจ!

            หลังน้องฮูกลายจัดโต้ะจีนเปิปพิศดารเสร็จ.... ก็นำเอาข่าวดีมาให้

          เจาจวินบินผ่านเมืองมา...มันจดจำเส้นทางได้! หลิงเฮ่าแทบอยากจะถวายงูให้เจ้าฮูกสามช่าอีกสักโหล เขารอดตายแล้ว!

          เจ้าม้าอวิ๋นหยาคราวนี้กลับมายอมเชื่อฟังให้นกฮูกตะกละจิกตีแต่โดยดี หนึ่งคน หนึ่งนก หนึ่งม้า...จึงได้เคลื่อนย้ายออกเดินทางกันต่อ

+++++++++++++++++++++++++





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาร่มนภา
กระจกหมื่นทิวา
เตาถานมู่
เหล้าพันปี
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x80
x78
x1
x1
x3
x7
x60
x60
x5270
x3010
x70
x5
x1000
x10
x110
x6
x30
x223
x9999
x2000
x230
x201
x1
x10
x150
x110
x228
x34
x3
x3
x6
x15
x96
x7
x14
x22
x8
x2500
x185
x175
x210
x200
x11
x1267
x9
x76
x3312
x4
x9
x60
x209
x5
x11
x147
x119
x16
x7
x182
x450
x6
x15
x2
x45
x203
x61
x4
x5
x85
x2
x1
x17
x2
x2
x222
x1
x3
x2
x258
x380
x7
x499
x665
x500
x1575
x172
x127
x1
x2
x5
x9
x263
x4312
x2300
x625
x660
x9
x256
x673
x11
x221
x14
x569
x94
x514
x538
x15
x30
x359
x1265
x218
x440
x101
x69
x1540
x5
x1045
x7
x1370
x199
x869
x109
x51
x1
x8
x531
x446
x751
x129
x176
x1427
x272
x67
x3105
x1696
x1044
x589
x2868
x555
x819
x1204
x1991
x401
x11
x1
x38
x906
x355
x33
x1
x8053
x640
x67
x150
x20
x498
x362
x756
x60
x455
x979
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x4
x292
x116
x154
x35
x31
x15
x441
x65
x1
x273
x894
x1730
x125
x10
x20
x10
x85
x365
x10
x142
x905
x7
x30
x1988
x304
x2

71

กระทู้

746

โพสต์

8หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
48726
เงินตำลึง
5951
ชื่อเสียง
37615
ความหิว
452
คุณธรรม
326
ความชั่ว
24
ความโหด
51
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2017-12-27 23:28:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ภัยสงคราม}
[จาง ฝู]

บทที่ 11 ของกินกลางทะเลทราย

      “พักที่นี่แหละ” ว่าจบร่างบางของหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทรายภาใต้นร่มเงาของผาหินขนาดใหญ่ เธอกับลู่จิวและเฟยเทียนเร่งเดินทางกันข้าววันข้ามคืนเพื่อมาให้ถึงที่อู๋เว่ยให้เร็วที่สุด และตอนนี้เธอก็อยู่ที่ทะเลทรายนอกเมืองแล้ว จึงตัดสินในหยุดพักกันก่อน การเดินทางข้ามทะเลทรายเป็นเรื่องบ้ามากยิ่งมีช้างมาด้วยยิ่งลำบาก เพราะด้วยน้ำหนักตัวและอากาศที่ร้อนเกินบรรยายทำให้พวกเธอต้องเร่งเดินทางในตอนกลางคืนและหยุดพักตอนกลางวันแทน


     จางฝูลุกขึ้นมาเปิดห่อผ้าเพื่อตรวจดูเสบียงที่เหลือเพียงหนึ่งในห้า ยังดีที่ก่อนเดินทางเธอศึกษาวิธีเอาตัวรอดในทะเลทรายมาพอสมควร ไม่งั้นพวกเธออาจกลายเป็นศพแห้งตายกลางทะเลทรายก็ได้ ‘ต้องรีบหาที่พักกับอาหารให้เร็วที่สุด’ ที่เธอห่วงตอนนี้ไม่ใช่ตัวเธอเป็นเป็นเฟยเทียนที่ตอนนี้ขนาดตัวซูบลงไปพอสมควรเลยเพราะด้วยอาหารที่มีอย่างจำกัด


      “ทนอีกนิดนะจะถึงตัวเมืองแล้วละ” เธอเอ่ยพร้อมกับยกมือลูบงวงของเฟยเทียนเบาๆ


      แปร๊นน[ข้าจะทนเจ้านาย]


      ฟ่ออ..[ข้าก็จะทน] ลู่จิวที่เลื้อยไปพันที่งวงของเฟยเทียนร้องขึ้นเบาๆ


      “เดี๋ยวข้าจะไปหาน้ำสักหน่อย รออยู่นี่นะ” จางฝูเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นเดินตามหาต้นกระบองเพชรที่อยู่ใกล้ เธอเดินไปที่ต้นกระบองเพชรที่อยู่ห่างจากจุดที่เธอพักไปราวๆห้าเมตร ก่อนจะลงมือใช้มีดตัดไปที่กิ่งของต้นกระบองเพชรเพ่ื่อรองเอาน้ำที่มีลักษณะเหนียวข้นใช่ในกระบอกน้ำและถังน้ำขนาดเล็ก เธอทำแบบนั้นซ้ำจนถังใส่น้ำตอนนี้มีน้ำลักษณะเหนียวๆข้นๆอยู่เต็ม


      จางฝูเดินกลับมาที่จุดพักพร้อมกับเอาถังน้ำวางไว้ตรงหน้าเฟยเทียน และเทน้ำจากกระบอกใส่จานใบเล็กๆให้กับลู่จิว ถึงลักษระของน้ำจะดูไม่น่ากลืนไปสักหน่อยแต่นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้พวกเธอมีชีวิตข้ามผ่านทะเลทรายที่แสนโหดร้ายนั้นมาได้จนถึงจุดหมายละนะ


     ฟ่ออ[น้ำนี่อีกแล้ว] ลู่จิวที่ร้องออกมาคล้ายๆบ่น พรางกินน้ำเหนียวนี่เข้าไป จางฝูรู้ว่าเจ้างูนี้ไม่ชอบน้ำนี่เท่าไหร่แต่จะทำไงได้ ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็ต้องกิน


    “อย่าบ่นน่าลู่จิว ไม่มีใครชอบเจ้าน้ำนี่หรอก อีกนิดก็จะถึงเมืองแล้วละน่า ทนหน่อยนะ” เธอเอ่ยพรางลูบหัวเจ้างูน้อยเบาๆแล้วหันไปดื่มน้ำในกระบอกน้ำต่อเพื่อดับกระหาย ก่อนจะหยิบเอาผลของต้นกระบองเพชรที่ตัดเอาหนามออกแล้วจำนวณเจ็ดแปดลูก นำมาปลอกเปลือกออกแล้วโยนให้กับเฟยเทียน ซึ่งมันก็ใช้งวงรับไปกินได้อย่างสวยงามโดยไม่ลืมที่จะแบ่งให้ลู่จิวผลนึงและของเธอสองผล


     ใครจะรู้ว่าในทะเลทรายก็มีของกินที่แสนอร่อยนี่แอบซ่อนอยู่ในดงหนามของต้นกระบองเพชร ผลของต้นกระบองเพชรเมื่อปอกเปลือกออกนั้นจะมีเนื้ออ่อนนุ่มสีเหลืองแถมยังหวานอร่อยสะด้วย เสียอย่างเดียวก็ตรงเม็กข้างในที่แข็งๆของมันนี่ละนะ




     เมื่อกินเสร็จทั้งสามนอนพักเอาแรงก่อจะเตรียมเดินทางเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองอู๋เว่ย และหาที่พักดีๆ ถูกๆ นอนพักสักคืน สองคืน หรือสามคืน ก่อนจะวางแผนเกี่ยวกับภารกิจที่เธอเดินทางมา รวมทั้งตะเตรียมเสบียงอาหารให้พร้อมสำหรับงานของเธอ จุดหมายของเธอคืออี้เหมินกวน ซึ่งตอนนี้การเดินทางของเธอนั้นสำเร็จไปแล้วกว่าเจ็ดสิบหรือแปดสิบเปอร์เซนละนะ  หลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่ชะตาละนะว่าเธอต้องไปเจอกับอะไรต่อไป จางฝูถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเก็บข้าวของแล้วปีนขึ้นไปบนหลังเฟยเทียน


    “ไปกันเถอะ”


    ฟ่ออ…[เดินทางง หาของกิน]


     แปร๊นนน  [เดินทางง อีกแล้วว]


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x10
x10
x10
x5
x1
x2
x1
x1
x5
x1
x1
x12
x2
x62
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x69
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x72
x1
x15
x45
x63
x3
x30
x14
x5
x68
x26
x6
x7
x102
x172
x4
x130
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x8
x33
x6
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x5
x356
x76
x350
x236
x92
x82
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x38
x152
x675
x477
x947
x630
x108
x4271
x218
x78
x421
x50
x3
x925
x23
x80
x1210
x3
x20
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x50
x60
x9
x55
x25
x41
x81
x42
x9
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483556

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-12-31 12:41:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-13 13:26

PART CCCII


     ม้าขาวและม้าสีหมอกวิ่งห้อกันไปตามทะเลทรายนอกเมืองอู๋เว่ยจนฝุ่นทรายตลบ หากว่าผู้ขี่มันทั้งสองไม่สวมใส่ผ้าคลุมกันทรายเนื้อตัวคงเต็มไปด้วยฝุ่นเข้าปากเข้าตา
     ระยะทางจากเทียนซุยมุ่งหน้าไปอู๋เว่ยไม่ใช่น้อยๆ แม้จะข้ามเมืองแค่เมืองเดียวแต่เทียบระยะห่างได้พอๆ กับเดินทางจากฉางอันไปจื่อถง แม้จะได้ม้าดีแต่อย่างไรก็ต้องหยุดพักกลางทาง เพราะทั้งคนและม้าต่างเหนื่อยล้าจากการเดินทางไม่แพ้กัน
    'ไม่คิดเลยว่าจะไกลขนาดนี้...'เทียนเหมินไม่เคยออกจากบ้านและไปทางตะวันตกไกลถึงขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าหากวัดระยะทางเป็นเส้นตรงอู๋เว่ยและอู๋จวิ้นจะอยู่ห่างกันกี่พันลี้กี่หมื่นลี้กันนะ
     ตะวันที่ขึ้นสูงเริ่มคล้อยต่ำลงมาเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นทั้งสองก็ยังไปไม่ถึงอู๋เว่ยเสียที จำเป็นต้องหยุดค้างแรมที่นี่ กลางทะเลทรายที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา... แต่จะหาทำเลไหนในการหยุดพักค้างคืนเป็นสิ่งที่ต้องคิด
     ยามนี้ทั้งสองเข้าใกล้เขตอิทธิพลของโจรทมิฬเข้าไปทุกทีๆ ถึงจะไม่ใช่โจรทมิฬแต่ก็ย่อมมีโจรกระจอกที่แอบดักปล้นอยู่กลางทาง หากแค่ปล้นคงไม่มีอะไรที่น่ากลัว ทั้งสองล้วนมีวรยุทธ์ขั้นสูงที่คนธรรมดายากจะเทียบติด และเงินติดตัวเขาก็แทบจะไม่มี พอแค่ซื้อหมั่นโถวประทังชีพไปวันๆ เท่านั้น แต่กลางทะเลทรายเช่นนี้จะให้ไปซื้อหมั่นโถวกับอูฐกับกระบองเพชรอย่างนั้นหรือ? แต่ที่น่ากลัวคือโจรพวกนั้นจะมีวรยุทธ์สูงแล้วจับพวกเขาทั้งสองไปทำมิดีมิร้ายมากกว่า
     โชคดีที่มีกระโจมมาด้วย ก่อนหน้านี้ถิงเอ๋อห์และอาเค่อได้ไปซื้อของเตรียมเดินทางระหว่างที่เขาเดินลมปราณอยู่ในถ้ำ เพราะคงคิดได้แล้วว่าไม่ควรนอนตากลมกลางทะเลทรายอันหนาวเหน็บ คนที่ทนความหนาวได้ดีคงมีแต่เทียนเหมินเท่านั้น ส่วนคนอื่นคงตื่นมาแข็งตายเป็นท่อนไม้แห้งฝากผาดแน่ๆ
     "ตรงนั้นดีไหมพ่อค้าซู?" สหายร่วมเดินทางคนใหม่นามอินจีในชุดทหารปลอมชี้นิ้วไปยังข้างโขดหินใหญ่ น่าจะเป็นที่เหมาะๆ แล้วสำหรับการค้างแรม ยังพอใช้โขดหินเป็นที่กำบังกายพรางไม่ให้ถูกโจรพบเจอได้ง่ายนัก นอกจากนั้นยังพอจะกันลมกันพายุทรายได้บ้าง
     "อืม... ตรงนั้นก็น่าจะดี" เทียนเหมินมองตามเรียวนิ้วแล้วพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อที่พักแรมได้รับการอนุมัติเห็นตรงกันของทั้งสองฝ่ายแล้วทั้งสองก็ขี่ม้าตรงไปทางนั้น ชายหนุ่มลงจากม้าสีหมอกแล้วผูกมันไว้กับต้นกระบองเพชรที่ขึ้นข้างๆ โขดหิน แล้วนำอุปกรณ์สำหรับพักแรมลงมา แล้วลงมือตั้งกระโจมพักแรมทันที
     อินจีเห็นดังนั้นก็ลงม้ามาก่อกองไฟไว้ที่ด้านหน้าของกระโจมเพื่อให้แสงสว่างและความอบอุ่นเสียหน่อย ยิ่งตะวันลับฟ้าไปมากเท่าไรอุณหภูมิของอากาศก็ยิ่งลดลงไปมากขึ้นทุกทีๆ จนแทบจะถึงจุดเยือกแข็ง อาหารค่ำวันนี้คงไม่พ้นหมั่นโถวกับเนื้ออบแห้งที่ซื้อตุนไว้เป็นเสบียง แต่ต้มน้ำเอาไว้ดื่มสักหน่อยก็คงดี อย่างน้อยดื่มอะไรอุ่นๆ ก็น่าจะช่วยให้ร่างการอบอุ่นขึ้นบ้าง
     นอกจากปักกระโจมแล้ว เทียนเหมินยังเอาหญ้าอาหารม้าที่ซื้อเอาไว้ก่อนเดินทางมาปูให้ม้าทั้งสองตัวได้ทานเทน้ำให้มันดื่ม แม้จะเปื้อนทรายสักหน่อยแต่หวังว่ามันจะกินกันได้ หลังจากนั้นก็ลงมือทำอะไรบางอย่างอีกด้วยเขาขุดหลุมพอประมาณก่อนที่จะวางถ้วยชามลงไปในนั้นจากนั้นก็วาง แผ่นโลหะเอาไว้ด้านบนในลักษณะที่เฉียงขึ้น ก่อนจะคลุมผ้าเอาไว้อีกชั้น
     "นั่นเจ้าทำอะไรอยู่หรือ?" อินจีเอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งขดตัวผิงไฟอยู่หน้ากองเพลิงขนาดย่อม
     "ดักน้ำค้าง" เทียนเหมินตอบเสียงเรียบก่อนที่จะสำรวจความเรียบร้อยแล้วพึมพำออกมา "แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วนะ..."
     "ดักน้ำค้างอย่างนั้นหรือ..." เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาสีรัตติกาลของหญิงสาวในคราบชายหนุ่มก็เป็นประกายราวกับดาวระยิบระยับขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้อินจีอ่านมาแต่ตำราแต่ไม่เคยได้ลงมือปฏิบัติจริง นางชื่นชอบและให้ความสนใจกับเรื่องวิทยาการและสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่เป็นทุนเดิม ไม่อย่างนั้นหญิงสาวหัวก้าวหน้าคงไม่นับถือตำราม่อจื่อที่เป็นแนวคิดสมัยใหม่ได้หรอก "น่าสนใจนี่"
     "น่าสนใจงั้นรึ?" ชายหนุ่มหันมามองถามหลังจากที่จัดการส่วนของตนเองเรียบร้อยแล้ว และเดินมาทางกองไฟแต่เว้นระยะห่างเอาไว้พอสมควร "เมื่อก่อนข้าเป็นชาวประมง จำเป็นต้องทำน้ำจืดกินบนเรือบ่อยๆ"
     "อย่างนี้เองก่อนจะเป็นพ่อค้าซูเจ้าเป็นชาวประมงซูมาก่อนสินะ" อินจีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ไม่คิดเลยว่าคนที่เหมือนจอมยุทธ์อย่างเทียนเหมินจะประกอบสัมมาชีพเช่นชาวบ้านธรรมดา "ทานมื้อเย็นกันเถอะ" พูดจบนางก็ส่งห่อหมั่นโถวและเนื้อแห้งให้กับเทียนเหมิน
     "อืม" ชายหนุ่มรับมันมาแล้วเปิดออกทานทันที 'ไม่แย่นัก' แม้จะไม่ใช่อาหารอร่อยฝีมือโรงเตี๊ยมเจ้าดังประจำเมือง แต่เนื้อแห้งเป็นอาหารที่สามารถทานโดยไม่ผ่านความร้อนได้เป็นทุนเดิมรสชาติของมันจึงไม่เปลี่ยนไปนั้น ต่างจากอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ ที่เย็นชืดแล้ว
     "แล้วเวรยามคืนนี้จะเอาอย่างไรดี?" อินจีเอ่ยถามหลังจากที่เคี้ยวอาหารกลืนลงคอ
     "แล้วแต่เจ้าเลือกเลย ข้ายังไงก็ได้"
     "เอ... ข้าก็นึกไม่ออกนะ เอาอย่างนี้ เป่ายิงฉุบไหม?" หญิงสาวในคราบบุรุษยิ้มอย่างนึกสนุกออกมา
     "หะ? เป่ายิงฉุบ..." เทียนเหมินทำสีหน้าฉงนขึ้นมาเมื่อได้ยินดังนั้น
     "เป่ายิงฉุบอย่างไรเล่า เจ้าไม่เคยเล่นรึ?" อินจีกะพริบตามองปริบๆ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะมัวแต่ทำงานในวัยเด็กจึงไม่ได้เล่นอะไรแบบเด็กๆ เขาเล่นกัน แต่ความจริงคือนางเรียนรู้การละเล่นนี้มาจากสหายนอกด่านมากกว่า ชาวฮั่นปกติ (?) จึงไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้มาก่อน
     "ไม่อ่ะ มันคืออะไร?" ชายหนุ่มเอ่ยถามออกมาหน้าซื่อก่อนที่จะยัดหมั่นโถวเข้าปากไปอีกคำ
     "เล่นอย่างนี้..." อินจียกกำปั้นขึ้นมา "จะมีออกอาวุธได้สามอย่าง ค้อน" นางกำมือเช่นเคย "กรรไกร" หญิงสาวชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว "แล้วก็กระดาษ" เสียงหวานดัดห้าวแบมือออกเป็นห้านิ้ว "เวลาจะเล่นจะพูดว่า 'ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงฉุบ!' พอถึงคำว่า 'ฉุบ' ก็ออกอาวุธของตัวเองได้เลย ค้อนชนะกรรไกร กรรไกรชนะกระดาษ กระดาษชนะค้อน ถ้าออกเหมือนกันเท่ากับเสมอ เป่ายิงฉุบใหม่อีกรอบ มีอะไรที่สงสัยหรือไม่?"
     "มี..." เทียนเหมินพยักหน้า "กระดาษไม่ใช่อาวุธนี่..." สิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมาทำเอาอีกฝ่ายหัวเกือบทิ่ม
     "เอ่อ ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าเจ้ารู้ว่ามี ค้อน กรรไกร กระดาษก็พอ.. ลองมาซ้อมดูสักตาไหมก่อนที่จะเล่นจริง" อินจีแอบหัวเราะในใจ 'ตัวก็ใหญ่อะไรจะใสซื่อปานนั้น'
     "ก็ได้หรอก" เทียนเหมินพยักหน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียดขณะจดจำกฎการเล่นในหัว
     "ทำหน้าเครียดเชียว เจ้าไม่ต้องคิดมากก็ได้ก็แค่การละเล่นเอง ฮ่ะๆๆๆ" หญิงสาวหัวเราะร่วนอย่างคนอารมณ์ดี "เอาล่ะ งั้นก็มาเริ่มกันเลย ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงฉุบ!"
     "อา..." เทียนเหมินแบมือออกกระดาษอย่างติดๆ ขัดๆ ตามประสาคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ส่วนอินจีนั้นออกกรรไกร
     "ตานี้ข้าชนะ กรรไกรตัดกระดาษ" ทหารปลอมคนนั้นยิ้มก่อนที่จะทำท่าเอากรรไกรนิ้วของตนเองตัดฝ่ามือกระดาษของเทียนเหมิน
     "โอ้! งี้เอง" ชายหนุ่มดูจะสนใจขึ้นมาบ้างเมื่อเริ่มเล่นเป็น บางทีเขาอาจจะเอาการละเล่นนี้ไปสอนน้องๆ ที่อู๋จวิ้นได้
    "ถ้างั้นก็เริ่มของจริงกันเลยนะ ใครชนะนอนก่อน" หญิงสาวในคราบบุรุษเสนอออกมา
    "อาฮะ จัดมา" เทียนเหมินหักข้อนิ้วกรอบแกรบอย่างคนเริ่มมีไฟมาแล้ว
     "ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงฉุบ!" ในรอบแรกเทียนเหมินและอินจีออกกรรไกรด้วยกันทั้งคู่จึงเสมอ "ยิงฉุบ!" อินจีออกอาวุธของตนเองใหม่เป็นค้อน
    "หะ!" ผู้เล่นใหม่ที่ตามไม่ทันกับเกมที่ไปเร็วรีบออกค้อนทันทีซึ่งผลที่ได้ยังคงเสมอ
     "ยิงฉุบ!" หญิงสาวอ่านทางออกนางออกกรรไกรอีกครั้งเพราะดักทางว่าเทียนเหมินน่าจะออกกระดาษอย่างแน่นอนซึ่งเป็นจริงดังที่นางคาดการณ์ไว้ "ข้าชนะแล้ว"
     "ชิ! เอาไว้ให้ข้าเก่งกว่านี้ก่อนเถอะน่า" ชายหนุ่มเกาะลิ้นเบาๆ เจ็บใจนิดๆ ที่แพ้ถึงสองรอบ
    "ฮ่ะๆๆ ข้าดีใจนะที่เจ้าจริงจังกับ 'เป่ายิงฉุบ' ที่ข้าสอนขนาดนี้" ใบหน้างดงามคลี่ยิ้มออกมาที่มุมปาก "งั้นข้ากินเสร็จแล้วขอตัวไปนอนก่อนแล้วกันนะ แล้วตีหนึ่งปลุกข้าด้วยมาแลกเวรกัน" นางเอ่ยบอก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเข้าไปนอนในกระโจม
     "อืม..." เทียนเหมินพยักหน้าพร้อมรับคำสั้นๆ ยอมรับการเฝ้าเวรก่อนซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร

     เวลาผ่านไปจนถึงตีหนึ่ง สถารการณ์ปกติทุกอย่าง ไม่มีอะไรตื่นเต้น เพียงแค่เสียงใบไม้ไหวก็ไม่มี เพราะในทะเลทรายไม่มีใบไม้ เทียนเหมินมุดกระโจมเข้าไปปลุกอินจีที่นอนหลับอยู่
     "เฮ้! ตีหนึ่งแล้ว" เสียงเข้มเรียกคนที่นอนขดสบายอยู่บนเสื้อสานและมุดผ้านวมหนา ดูๆ ไปแล้วเหมือนกับกำลังหลับสบายอยู่
     "ท่านป้าขออีกห้านาที" เสียงงึมงำพูดออกมาจากในลำคอคนนอนที่เปลือกตายังคงปิดสนิท
     "ท่านป้า?" คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง เห็นท่าทางของอีกฝ่ายที่กำลังหลับสบายแล้วก็ไม่อยากปลุกขึ้นมา อยากปล่อยให้นอนสบายอยู่แบบนั้นไปก่อน เขาจึงออกมาจากกระโจมแล้วคลุมผ้าปิดไว้ดังเดิม พาตัวเองออกมานั่งที่ด้านนอน
    'หากเดินลมปราณไปด้วยคงไม่เป็นไร' เทียนเหมินคิดในใจก่อนที่จะหลับตาลง สูดเอาไอเย็นกักเข้าร่างกายพร้อมทำสมาธิเดินลมปราณหยินทดแทนที่ต้องรับเอาธาตุหยางเข้าร่างมาตลอดทั้งวันที่เดินทางท่ามกลางทะเลทราย
     เมื่อเข้าสมาธิชายหนุ่มอยู่ในสภาพกึ่งหลับไหล สำหรับเขาการเดินลมปราณเย็นถือเป็นการฟื้นฟูร่างกายอย่างนึ่ง และยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสคมกริบ แม้จะหลับตาแต่เขาก็ยังรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่รอบกาย
     ราตรีกาลอันยาวนานได้ผ่านพ้นไปจวบจนรุ่งสาง อินจีตื่นขึ้นมาขอโทษขอโพยเทียนเหมินเป็นการใหญ่ที่เมื่อคืนนางมัวแต่หลับสบายไม่ยอมตื่นขึ้นมาเพื่อผลัดเวร และหลังจากที่ตุนเสบียงลงท้องกันทั้งม้าทั้งคนแล้วทั้งสองก็เดินทางต่อเพื่อที่จะได้ไปยังชุมชนชาวเกี๋ยงเสียที





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

145

กระทู้

990

โพสต์

17หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
230771
เงินตำลึง
152829
ชื่อเสียง
82735
ความหิว
614

ป้ายตระกูลอิน

คุณธรรม
503
ความชั่ว
1
ความโหด
184
ปลาทอง
ระดับ 1

หง เมี่ยวลั่ว

"ชีวิตนี้เพื่อปกป้องท่าน"
pet
โพสต์ 2018-1-1 00:05:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-1-1 00:06

{ เควส 2 ภัยสงคราม : เดินทางกลับบ้านเกิด }

เดินทางกลางคืน

     ร่างบางในชุดแดงเกิดนึกสนุกขึ้นมา นางปลุกม้าและวัวของตนเพื่อเก็บที่พักชั่วคราวแล้วออกเดินทางต่อในช่วงกลางคืน มือกางแผนที่ไปพลางขี่บนหลังวัว ลมแรงพัดชายเสื้อสีแดงสะบัดพลิ้วในอากาศประดับราตรีบนผืนทรายระบายด้วยดาราแลดูวิจิตรยิ่งกว่างานจิตรกรรม อรชรอ้อนแอ้นนั้นขโยกเขยกไปมาบนหลังวัวด้วยความไม่ชินกับสัตว์ขี่ชนิดนี้เท่าไหร่นัก ม้าหนุ่มข้างกายจึงคอยเดินชิดใกล้ตลอดเวลาเผื่อนางอยากสับเปลี่ยน

      คืนนี้อีกยาวไกลนัก..

    "หงึก..." หญิงสาวบนหลังวัวเริ่มจะสัปหงกเสียแล้ว นางคิดอะไรอยู่หนอจึงได้เดินทางกลางคืนที่เหน็บหนาวเช่นนี้ เมื่อมีลมวูบใหญ่พัดใส่ใบหน้าเข้ามา ร่างบางจึงเอนล้มจากหลังวัวด้วยความง่วงทำให้ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ โชคร้ายที่เสี่ยไป๋อยู่ฝั่งซ้าย ทว่านางล้มไปอีกฝั่งซะงั้น..

      แรงกระแทกที่สะโพกมนทำให้ดวงตาปรืดมองภาพชัดเจนขึ้น มือน้อยลูบคลำบั้นท้ายตนอย่างอดไม่ได้ "อูย... ดีนะที่เป็นพื้นทราย"

     สัตว์สองตัวเห็นนายล้มลงไปต่อหน้าจึงปรีเข้าหานายสาว ซือเอ๋อร์ใช้ใบหน้ามันดันหลังนายสาวให้ยืนขึ้น ส่วนเสี่ยไป๋สอดใบหน้าตนเข้าใต้รักแร้นางเพื่อให้ประคองได้ หรั่นซิ่นหลี่ลุกขึ้นแต่กระนั้นก็ยังโยกเยกด้วยความง่วงที่ไม่อาจเลือนหาย ความเจ็บเข้ามาแทนที่ได้ครู่เดียว แต่ความง่วงนั้นอยู่ไปจนเช้า!

     "เอาล่ะๆ ข้ายังไหว ไปต่อกันเถอะ!" นางกล่าวแล้วขึ้นขี่หลังวัวก่อนจะออกเดินทางอีกครา มือน้อยกระชับผ้าบางบนคอให้ปกปิดใบหน้าจนเหลือแต่ตา ป้องกันทรายเข้าจมูกและปาก นางทนหนาวไม่ไหวจึงหยิบสุราออกมาจากถุงสัมภาระแล้วรินลงคอไปอึกใหญ่ ความร้อนจากของมึนเมาทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาบ้าง แล้วหยิบหมั่นโถวออกมากินอีกลูกสองลูกพลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน

     "พวกเจ้า.. คิดว่าทะเลทรายยามค่ำคืนงามหรือไม่?" นัยย์ตาสุกใสกว่าหยดน้ำเหล่มองดวงจันทร์ส่องแสงสีเงินประกายมีดวงดาวประดับเคียง

     "ม๊อ/ฮี้" (งามมาก)

     "การเดินทางตอนกลางคืนมีเสน่ห์ตรงนี้แหละ" นางแย้มยิ้มให้สัตว์ทั้งสอง พวกมันเข้าใจแล้ว.. นายสาวนั้นเดียวดายเกินจะคาดเดาได้ นางมองดวงดาวบนท้องฟ้าเหมือนดั่งครอบครับที่สูญเสียไป และพระจันทร์คือตัวนางที่โดดเดี่ยว

     ลมกระทบหน้าอีกครา ร่างบางพลิกนั่งหันหลัง คราวนี้นางไม่ได้ง่วงหงาวหาวนอน แต่จงใจเอนกายลงบนหลังวัวให้มันค่อยเดินไปเรื่อยๆ มือน้อยหยิบซุนที่ห้อยคอมาเป่าเป็นเพลงเศร้าระบายความในใจ พลางหยาดน้ำตาก็ไหลรินอาบพวงแก้ม.. อาจเพราะบรรยากาศพาไป.. แต่ใจนางนั้นไม่ว่าเวลาใดก็สั่นไหวอยู่ทุกครา..

อุ่นใดเล่า จะเท่า อ้อมอกแม่

สงบแท้ ยิ่งกว่า ธาราไหล

มือคู่นั้น ระกำนาน แสนปวดใจ

สู้ทนได้ ด้วยเพราะมี เจ้าแก้วตา


แขนใดเล่า จะแกร่งเท่า ปิตุรงค์

ยิ่งกว่าภูวดล ใจท่าน

ปลอบโยน ปลอบขวัญ แขนคู่นั้น

กำแพงพัน ไม่อาจเทียบเคียง



สู ข้า เอย สู ข้าเจ้า

มีตัวเราและสี่ขา

มองขึ้นไป นภา ตะวันลับฟ้า

มองลงมา นภา ไร้อารี



จันทร์ยังมี ดารา เคียงอยู่ข้าง

ไกลบ้าง ทว่าแสง ยังส่องถึง

กล่าวคือแม้ เจ้าตนเดียว คนยังคนึง

มองดูตัว ข้าไร้ซึ่ง ที่กลับไป

     "กล่าวคือท้องฟ้ายามราตรียังมีดาราเคียงข้าง มีที่ให้กลับ แล้วตัวข้าเล่า.. มีใครให้กลับไปหาบ้างหรือไม่.." หญิงสาวบนหลังวัวพูดเสียงแผ่วด้วยความตัดเพ้อ เจ็บนัก.. แค้นนัก..​ ความเจ็บปวดรวดร้าวนี้ต้องถูกชำระ.. คนชั่วจะต้องไม่มีที่ยืนบนแผ่นดิน.. สักวันนางจะตามหามันพวกนั้นแล้วทำให้ต้องร้องยิ่งกว่าเจ็บเข้ากระดูก.. พวกมันจะต้องตายทั้งเป็นด้วยฝีมือนาง!

     "ซือเอ๋อร์.. เสี่ยไป๋.." นางหลับตาลง มือข้างหลังลูบท้องเจ้าวัว อีกข้างลูบใบหน้าของม้าหนุ่ม นางกล่าวเช่นอ้อนวอนขอร้องอย่างสุดใจ หยาดน้ำตาไหลรินเช่นเดียวกับเสียงสะอื้นที่แทบจะฉีกอกผู้ที่ได้ยิน "อย่าทิ้งข้าไปนะ"

     "ไม่มีพวกเจ้า.. ไม่มีข้า.." เป็นเช่นนั้น..

     @Admin


แสดงความคิดเห็น

ได้รับหีบ50ชั่ง2ใบ...กล่องข้าว2กล่องตกมาจากฟ้า  โพสต์ 2018-1-1 00:39

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +22 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 22 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ฮูหยิน
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x926
x2000
x98
x98
x5
x30
x30
x8
x1
x1
x17
x8
x14
x1310
x25
x20
x3
x40
x5
x10
x50
x10
x10
x93
x1
x46
x83
x2900
x10
x3706
x1
x71
x2
x7
x1
x145
x2134
x33
x1915
x100
x49
x3
x7
x22
x52
x59
x1
x20