ดู: 954|ตอบกลับ: 24

{ เมืองฉางอัน } ร้านขายข้าว ตระกูลจ้าว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-12 08:31:02 |โหมดอ่าน

{ ร้านขายข้าว ตระกูลจ้าว - เมืองฉางอัน }

ร้านขายข้าวเจ้าใหญ่ประจำเมืองฉางอัน ดูแลกิจการโดย จ้าว จงถัง
จัดจำหน่ายข้าวคุณภาพดีหลายสายพันธุ์ทั้งข้าวสาลี ข้าวเจ้า และข้าวเหนียว
รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวอีกด้วย


{ รายการสินค้า }
** ซื้อได้ไม่เกิน 20 กระสอบ **


กระสอบข้าว 1 กระสอบ
มูลค่า: 600 ชั่ง

** ราคานี้ขายถูกสุดๆ แล้ว กำไรไม่ถึงร้อยชั่ง **

จ้าว จงถัง
{ เถ้าแก่ร้านขาวข้าว -อ่านข้อมูลได้ที่นี่ }


จ้าว เฟยเอี้ยน
{ บุตรสาวเถ้าแก่ร้านขายข้าว - อ่านข้อมูลได้ที่นี่ }


ชื่อกิจการ: ร้านขายข้าว
เจ้าของกิจการ: จ้าว จงถัง
ประเภทร้าน: บริการขายข้าวทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาลี, ข้าวเปลือก และ บริการรับสั่งเป็นชุด จัดส่งถึงบ้าน
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 15.30 - 20.00 น.

#ประทับตรา: ผู้ว่าเมืองฉางอัน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-8-12 09:54:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXVIII



     ม้าเร็วของมู่หลงไม่ได้เร่งรีบเฉกเช่นตอนเดินทางจากจี้โจวไปยังเยี่ยเฉิงทำให้ซูปี้มีเวลาหายใจหายคออยู่บ้าง ระหว่างเดินทางเธอได้สนทนาคุยกับมู่หลงอยู่บ้างทำให้เด็กทั้งสองสนิทสนมกันได้ไม่ยาก
     "ข้าเป็นชาวซีเหลียงน่ะ อยู่กินกับม้ามาตลอดก็เลยคุ้นเคยกับมัน" มู่หลงเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังขณะที่ทั้งสองหยุดพักทานอาหารกันก่อนจะถึงเมืองฉางอัน
    "ซีเหลียงหรอ ข้าก็เคยไปมานะก่อนจะมาฉางอันรอบแรก" ซูปี้อ้าปากงับหมั่นโถวคำใหญ่ มันเป็นอาหารไม่กี่อย่างนักที่จะหาทานได้เป็นการสนับสนุนของสมาชิกพรรคกระยาจก ตอนนี้เธอทานมันแทบจะทุกมื้อชักเริ่มจะเบื่ออยากไปทานปลาที่บ้านเสียแล้วสิ
     "โห งั้นเจ้าก็มาไกลน่าดูมาจากอู๋จวิ้นแล้วไปทำอะไรที่แถวนั่นล่ะนั่น" มู่หลงโยนหมั่นโถวชิ้นที่เหลือในมือเข้าปากแล้วลุกขึ้นยืนป้อนฟางให้กับม้า
    "ก็.. หลายๆ อย่างล่ะนะ" ซูปี้ขมวดคิ้วคิดโดยไม่ได้บอกว่าจริงๆ แล้วไปถึงเสฉวนเลยต่างหากแต่ว่าดันหลงทางไปแถบๆ ซีเหลียงเสียได้ จะว่าไปเหนือ กลาง ตะวันตก เธอก็ไปมาแล้ว คงเหลือภาคใต้อย่างเจียวโจวล่ะมั้งที่ยังไม่เคยได้ไปเยือน ไม่แน่ว่าอาจจะได้ไปด้วยเหตุการณ์บางอย่างเร็วๆ นี้ก็ได้ เด็กหญิงไม่ได้เล่าอะไรมากมายไปกว่านั้นก่อนจะยกน้ำเต้าขึ้นดื่มน้ำจากภายใน มู่หลงก็ไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะฉะนั้นประเด็นนั้นจึงตกลงไป
     "แต่เจ้าเก่งกว่าอีกอายุก็ไม่ได้มากแต่ว่าขี่ม้าไปไหนมาไหนคนเดียวตลอดเลยหรอ?" ซูปี้เอียงใบหน้าถามกลับเด็กหนุ่มที่ดูแลม้าอยู่ท่าทางเขาจะรักมันมากหากแต่งงานด้วยก็คงได้
     "นั่นสิมันนานมากข้าก็จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องปกติล่ะนะ" เด็กหนุ่มลูบคอม้าอย่างไม่ได้คิดอะไรมากอาจจะเป็นเพราะการเร่ร่อนและใช้ชีวิตอยู่กับม้าเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากสายเลือดก็เป็นได้แม้ว่าจะเจืองจางจากรุ่นสู่รุ่นมากแล้วก็ตาม
    "อย่างกับว่ามันคลอดเจ้ามาอย่างนั้นน่ะ คิก" ซูปี้เอ่ยแซวมู่หลง เป็นครั้งแรกหลังจากหลายวันมานี้ที่เธอยิ้มออกมาท่ามกลางสถานะการณ์ที่ตึงเครียด
     "เอ้า ซะงั้น" ทางฝ่ายเด็กหนุ่มไม่ได้ว่าอะไรเช่นเดิมเขาก็รู้สึกขำอยู่หน่อยๆ ก็ไม่แน่เหมือนกันเขาอาจจะเคยถูกม้าเลี้ยงดูมาราวกับตำนานก็เป็นได้
     เด็กทั้งสองหยุดพักกันสักครู่แล้วเริ่มเดินทางต่อไปยังฉางอันโดยรีบให้ไปถึงก่อนที่ตะวันจะขึ้นกลางศีรษะจนร้อนและเดินทางได้ลำบาก

     ไม่นานนักม้าสีขาวลายวัวที่ควบมาด้วยความเร็วสูงก็ชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าใกล้เขตเมือง ฉางอันยังคงดูชุลมุนวุ่นวายไม่ต่างจากที่เคยเห็นเมื่อหลายวันก่อน
     นี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์ได้แล้วนับจากที่เธอได้ถูกจับตัวออกมาจากฉางอันในตอนนี้ซูปี้เป็นห่วงคาบูโตะมากไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไร หากถูกปล่อยตัวแล้วก็คงดีหรือหากยังไม่ถูกปล่อยตัวก็จะได้ตามหาได้ง่าย คดีแค่ลักขโมยคงไม่ถึงกับทำให้เขาถูกประหารหรือทรมาณแต่ความเป็นอยู่ในคุกไม่ได้ดีนักก็อดเป็นห่วงไม่ได้
     เมื่อเข้ามายังตัวเมืองที่จอแจมู่หลงก็ลงมาจากม้าแล้วจูงมันเดินหาร้านขายข้าวตระกูลจ้าวตามที่โป่ซีเหวินได้ไหว้วานไว้ ซูปี้ยังคงนั่งอยู่บนหลังม้าของมู่หลงช่วยมองหาจากตำแหน่งที่สูงขึ้น
     "นั่นไหม?" เด็กหญิงชี้นิ้วไปทางร้านใหญ่ๆ ที่หัวมุมของถนนนับว่าเป็นทำเลดีเพราะอยู่ตรงสี่แยกใจกลางเมืองพอดี เธออ่านป้ายหน้าร้านมีอักษรคำว่า 'จ้าว' น่าจะใช่ที่นั่นแน่ๆ
     "เอ้อ ใช่ๆ ถ้าข้าจำไม่ผิดนะ" มู่หลงรีบจูงม้าไปยังจุดมุ่งหมายอย่างร่าเริงเขาเคยมาที่นี่สองสามครั้งเพราะรู้จักกับจ้าวเฟยเอี้ยนอย่างผิวเผินเพราะนางถือเป็นผู้สนับสนุนใหญ่ของพรรคกระยาจกเสมอมา เขาจูงม้าไปถึงหน้าร้านแล้วอุ้มซูปี้ลงมาแล้วหยิบเอาจดหมายของโป่ซีเหวินให้กับซูปี้ "ข้ามาส่งเจ้าได้แค่นี่ล่ะ เดี๋ยวจะไปประชุมที่ทางใต้ไม่ทัน ฝากทักทายที่สาวจ้าวด้วยล่ะ"
    "เจ้าจะไปเลยหรอ?" ซูปี้ที่ถูกอุ้มลงมารับจดหมายเอาไว้แล้วพูดขึ้นอย่างเสียดายและรู้ว่าอีกฝ่ายก็น่าจะเสียดายไม่แพ้กันที่ไม่ได้เข้าไปทักทายคนรู้จักแต่ทั้งคู่ต่างเข้าใจดีว่ามีภารกิจที่ต่างฝ่ายต่างต้องทำ "งั้นก็ขอบคุณนะพี่ชายมู่ที่มาส่งข้า เดินทางปลอดภัยล่ะ"
     "เจ้าก็ด้วยดูแลตัวเองดีๆ แล้วอย่าให้ถูกใครจับได้อีกล่ะ" มู่หลงยกมือขึ้นยีหัวของเด็กหญิงที่อายุน้อยกว่าไม่กี่ปีจนยุ่งเหยิงด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันหลังกลับแล้วจูงม้าของเขาหายเข้าไปในฝูงชนที่จอแจ
     เด็กหญิงยกมือเล็กๆ ขึ้นโบกลาอีกฝ่ายก่อนจะหันหน้ากลับมาดูป้ายหน้าร้านอีกครั้ง 'ร้านข้าวตระกูลจ้าว' ไม่ผิดแน่ๆ ที่นี่เป็นสถานที่จอมยุทธ์พเนจรโป่ซีเหวินฝากฝังเอาไว้ เธอกำจดหมายในมือแน่นก่อนจะเข้าไปด้านในร้านค้า

     "ยินดีต้อนรับ" เสียงหวานใสของสตรีรูปงามเอ่ยทักขึ้น "มาซื้อข้าวหรือจ๊ะหนูน้อย" นางแย้มยิ้มเอ็นดูเด็กหญิงที่เดินเข้ามาอย่างนึกเอ็นดู ไม่คิดหรอกว่าเด็กตัวเล็กจะมาซื้อข้าวกลับไปไหวแต่ไม่แน่เธออาจจะมาด้วยธุระอย่างอื่นก็เป็นได้
    "เอ่อ... สวัสดีค่ะ ข้า...ซูซูปี้" เด็กหญิงอึกอักอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรก่อนดีจนต้องสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่และรวบรวมความกล้าที่จะพูดออกไป "ท่านคือแม่นางจ้าวลูกสาวร้านขายข้าวหรือเปล่าคะ?"
     "เอ๋ ใช่จ้ะ เจ้ามีธุระอะไรหรือเปล่า?" จ้าวเฟยเอี้ยนเอียงใบหน้าเล็กน้อยเชิงไตร่ถามดูท่าทางว่าเด็กตัวเล็กคนนี้จะไม่ได้มาเพื่อซื้อข้าวสารอย่างที่นางคิดเอาไว้จริงๆ
     ซูปี้ไม่รู้จะตอบอย่างไรก่อนที่จะส่งจดหมายของโป่ซีเหวินที่เขียนถึงนางให้ไปด้วยมือที่สั่นเทา หญิงสาวรับจดหมายที่ว่ามาเปิดอ่านเนื้อความด้านในก่อนที่จะเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และเมื่ออ่านเสร็จเธอก็ปรายรอยยิ้มอย่างละมุนนุ่มนวลมาทางซูปี้
     "ข้าเข้าใจทั้งหมดแล้ว เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ พักอาบน้ำก่อนดีไหมจ๊ะ?" จ้าวเฟยเอี้ยนเอ่ยถามอย่างอ่อนหวาน เมื่อได้อ่านจดหมายจากสหายเก่าก็ทำให้นางรู้สึกสงสารซูปี้เป็นอย่างมากที่เผชิญชะตากรรมที่เธอไม่ได้เป็นคนผิด
     "ข้า.. ข้าอยากเจอพี่ชายค่ะ" เด็กหญิงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นแม้จะสั่นและไม่มั่นใจอยู่บ้าง
     "แน่นอน เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ เดี๋ยวข้าจะช่วยเหลือเอง..." หญิงสาวยิ้มปลอบซูปี้ที่อยากเจอกับพี่ชายก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้ "เดี๋ยวข้าจะลองปรึกษากับท่านพ่อก่อนว่าจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง เอาอย่างนี้เจ้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วรอที่ห้องของข้าก่อนดีกว่านะ แล้วตอนเย็นข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมเขาเอง"
     "ก็ได้ค่ะ.." ซูปี้พรูหายใจออกมา แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันในตอนนี้แต่ก็โล่งใจอยู่บ้างที่หญิงสาวรับปากที่จะช่วยเหลือและวันนี้จะได้พบเจอกันเสียทีหนึ่ง อย่างน้อยหญิงสาวที่ดูท่าทางใจดีตรงหน้าก็น่าจะเชื่อใจได้เพราะอย่างไรก็เป็นคนรู้จักของพรรคกระยาจกที่ใจดีกันทุกคน
     "อย่างนั้นมากับข้าทางนี้" จ้าวเฟยเอี้ยนจับมือเด็กหญิงเอาไว้แล้วเรียกให้คนงานที่ไว้ใจมาคุมร้านแทนชั่วคราว ก่อนที่จะพาไปยังชั้นบนที่เป็นที่พักอาศัย เธอพาซูปี้ไปอาบน้ำแล้วหาเสื้อผ้าเก่าสมัยเด็กของนางให้เด็กหญิงสวมใส่ เอาขนมมาให้ก่อนที่นางจะเด็กหญิงรอที่ในห้องส่วนตัวเองออกไปปรึกษาเรื่องนี้กับบิดา
     ซูปี้มองเสื้อผ้าเก่าแต่ทว่างดงามคิดในใจว่าชาตินี้คงไม่มีปัญญาสวมใส่ชุดแบบนี้แน่นอน ก่อนที่จะแก่ห่อสัมภาระของตนเองออกมาเอาจดหมายของเถ้าแก่ลู่ออกมาเปิดอ่านอีกครั้งมันยังคงอยู่ในสภาพที่ดูดีแม้จะยับนิดหน่อย พับเก็บเช่นเดิมและเก็บเอาไว้ไม่ห่างตัวโดยหวังว่าหลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้จะพอช่วยเหลือคาบูโตะได้บ้าง



@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +25 ความหิว -2 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 -2 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-8-15 11:39:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-16 13:22

{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXXII



     "เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?" จ้าวเฟยเอี้ยนเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าบิดากลับมาที่บ้านพร้อมกับซูปี้
     "แค่ได้หลักฐานคืบหน้าแต่ก็ยังต้องรอตรวจสอบอยู่ดี" จ้าวจงถังผู้เป็นบิดาคำถามของลูกสาวออกไปแล้วครุ่นคิดเล็กน้อย "เย็นนี้พ่อต้องเดินทางไปข้างนอกแล้ว มาลองคิดแผนการช่วยเหลือกันก่อนก็ได้"
     "เจ้าค่ะท่านพ่อ" เฟยเอี้ยนประคองบิดามานั่งที่โต๊ะน้ำชาก่อนที่จะให้คนรับใช้นำชามาเสิร์ฟส่วนเธอก็ทำหน้าที่นวดตามขาให้เขาได้ผ่อนคลายหายเหนื่อยสมกับเป็นบุตรที่ดี โยซูปี้นั่งลงเงียบๆ ที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามและทำตัวให้เรียบร้อย
     "ในจดหมายมีกล่าวถึงแม่นางหาน ชื่อที่ว่าจะหมายถึงฮูหยินหานของท่านอวิ๋นจงหนานหรือเปล่านะ?" ผู้เป็นบิดารำพันออกมาอย่างใช้ความคิด เพราะในฉางอันมีอยู่หลายหานเสียด้วยแต่หากเป็นบุคคลที่พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้างก็น่าจะเป็นฮูหยินหานเนี่ยแหล่ะ
     "นั่นสินะเจ้าคะ ตอนที่ข้าไปเดินเล่นก็เคยเห็นว่านางนำผ้าที่ปักเองไปขายอยู่เป็นครั้งคราวเช่นกัน" เฟยเอี้ยนยกมือขึ้นทาบแก้มครุ่นคิดซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเป็นไปได้สูงเลยว่าชื่อของแม่นางหานในจดหมายน่าจะหมายถึงฮูหยินหานจริงๆ "แต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนข้าได้ยินว่านางต้องตามสามีไปประจำการที่แถบซีเหลียงน่ะเจ้าค่ะ ถ้าเป็นเช่นนั้น... คงลำบากแย่"
     'ซีเหลียงอีกแล้วหรอ?' ซูปี้พรูหายใจออกมายาวหากจะต้องไปตามหาคนๆ เดียวที่ซีเหลียงจะต้องลำบากแย่ และที่สำคัญจะต้องไหว้วานคนตระกูลจ้าวอีกเธอก้รู้สึกเกรงใจ แล้วเธอก็เป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ คงไม่มีปัญญาไปถึงซีเหลียงด้วยตัวคนเดียวแน่ๆ รู้สึกเจ็บใจตัวเองไม่น้อยที่ไม่สามารถทำอะไรได้และต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอดเวลาเธอจึงได้แต่นั่งก้มหน้าแล้วบีบมือตัวเองเพียงแค่นั้น
     "น่าจะมีพยานคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์อีกนะเจ้าคะ อย่างที่คนที่อยู่ร้านค้ารอบๆ ความจริงคนเหล่านั้นก็น่าจะพอเป็นพยานให้ได้แท้ๆ เชียว" เฟยเอี้ยนยังคงเสนอความคิดของตนออกมาไม่หยุด
     "จริงอย่างที่ลูกว่า แล้วก็... คนที่บ่อนพนันตามที่แม่หนูซูเคยเล่าก็น่าจะใช้ได้ หากหากพยานทางฝั่งเราไม่ได้ก็ต้องใช้อริของศัตรู" เถ้าแก่จ้าวออกความเห็นด้วยเช่นกันนั่นทำให้ซูปี้กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ภาพที่เธอถูกจับตัวไปเป็นประสบการณ์แย่ๆ ที่ยังฝังลึกติดหัวอยู่
     "จริงด้วยเจ้าค่ะ เช่นนั้นก็ใช้พยานจากทั้งสองฝ่ายก็น่าจะได้ ส่วนเรื่องฮูหยินหานที่ไปซีเหลียงข้าจะลองส่งข่าวให้สหายพรรคกระยาจกที่อยู่ละแวกตัวนั้นตามหาที่อยู่นางดู ลองหลายๆ ทางก็น่าจะดีนะเจ้าคะท่านพ่อ" เฟยเอี้ยนยิ้มหวานที่มุมปากพลางคิดว่าหากหาหลักฐานที่หนักแน่นพอมายืนยันคดีต้องคลี่คลายโดยเร็วแน่ๆ

     หลังจากที่ตกลงแผนการช่วยเหลือได้แล้ว จ้าวเฟยเอี้ยนก็ทำการเขียนจดหมายส่งข่าวไปยังสมาชิพรรคกระยาจกสาขาซีเหลียงเป็นอันดับแรก เพราะจดหมายทางไกลกว่าจะถึงก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร จากนั้นเธอก็พาซูปี้ออกไปยังย่านการค้าแล้วทำการสอบถามร้านบริเวณรอบๆ อดีตร้านขายผ้าของเถ้าแก่ลู่
     "อ้อ เรื่องจับขโมยใช่ไหม ข้าจำได้อยู่นะ แต่ไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนักแต่รู้สึกว่าวันนั้นวุ่นวายน่าดู" หญิงวัยกลางคนที่เป็นฮูหยินร้านขายผลไม้แช่อิ่มนึกเรื่องราวเมื่อหลายวันก่อนแล้วเล่าเรื่องให้กับเฟยเอี้ยนที่อาสามาสอบถามให้ได้ฟัง
     "จริงหรือเจ้าคะ แล้วท่านป้าพอจะเห็นตัวคนร้ายและคนจับขโมยหรือเปล่าเจ้าคะ?" เฟยเอี้ยนเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้างที่อย่างน้อยก็ยังมีคนไม่ลืมเหตุการณ์ในวันนั้น
     "ข้าไม่แน่ใจนะ แต่ดูเหมือนว่าคนจับโจรจะตัวใหญ่ๆ ส่วนผู้ร้ายจะตัวผอมๆ วิ่งไล่กันแป็บเดียวก็จับได้ อื้ม... เจ้าลองไปถามเถ้าแก่หย่งร้านปั้นหม้อดูสิ เหมือนว่าจะจับกันได้แถวๆ นั่นนะ" ป้าร้านผลไม้แช่อิ่มชี้มือไปที่ร้านปั้นหม้อที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึก
      "เช่นนั้นเอง งั้นข้าขอขอบคุณมากนะเจ้าคะ" เฟยเอี้ยนค้อมศีรษะลงทำความเคารพเมื่อได้เบาะแสมากพอและซูปี้ก็คำนับเช่นเดียวกัน จากนั้นทั้งคู่ก็จูงมือกันไปสอบถามเถ้าแก่หย่งร้านปั้นหม้อ
     "สวัสดีเจ้าค่ะเถ้าแก่หย่ง ข้าขอถามอะไรสักครู่ได้ไหมเจ้าคะ?" เสียงหวานของแม่นางจ้าวเอ่ยถามบุรุษร่างกำยำที่กำลังปั้นหม้ออยู่หน้าร้าน แม้เขาจะมีผมขาวเต็มศีรษะแต่ทว่าร่างกายยังกำยำและสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์เกินกว่าวัยดูเผินๆ เหมือนนายทหารเก่าปลดเกษียณแล้วมาทำกิจการที่บ้านต่อ
     "สวัสดีแม่นางน้อย เจ้ามีเรื่องอะไรจะสอบถามรึ?" เถ้าแก่หย่งเงยหน้าขึ้นมาจากการปั้นหม้อเมื่อได้ยินเสียงทักถาม
     "ได้ยินมาว่าเมื่อหลายวันก่อนมีคนจับขโมยของร้านขายผ้าได้ที่หน้าร้านของท่านไม่ทราบว่าพอจะจำได้หรือไม่เจ้าคะ?" เฟยเอี้ยนพรูคำถามออกมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสนทนาด้วย
      "จับขโมยรึ..." เถ้าแก่หย่งขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นกุมคางขณะคิดทำให้ใบหน้าของเขาเลอะโคลนดินเหนียว "อ้อ ข้าพอจะนึกออกแล้ว ตอนนั้นข้ากำลังปั้นหม้ออยู่แล้วอยู่ดีๆ ก็มาจับโจรกันหน้าร้านข้าทำเอาแจกันที่เพิ่งปั้นเกือบจะแตก ว่าแต่..มีอะไรรึเปล่า?"
      "คืออย่างนี้เจ้าค่ะ พี่ชายของเด็กคนนี้เป็นคนจับขโมยได้..." เฟยเอี้ยนผายมือไปทางซูปี้ซึ่งเด็กหญิงก็ผงกศีรษะลงเป็นการทักทายก่อนที่นางจะเล่าต่อ "แล้วทีนี้ตอนจะตัดสินคดีความผู้ร้ายกลับคำให้การหาว่าเขาเป็นแพะรับบาปน่ะเจ้าค่ะ ทำให้พี่ชายของเด็กคนนี้ถูกจับตัวไปด้วย"
     "มีเรื่องเช่นนั้นด้วยรึ?" เถ้าแก่หย่งขมวดคิ้วสีดอกเลา "เอางี้ ข้าพอจะจำหน้าคนในเหตุการณ์ได้ จะช่วยเป็นพยานให้ก็แล้วกันนะ"
     "ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าแจ้งชื่อของท่านในฐานะพยานนะเจ้าคะ" เฟยเอี้ยนยิ้มหวานออกมาแล้วค้อมคำนับชายชราอีกรอบ
     "ขอบคุณค่ะท่านลุง" ซูปี้เองก็ดีใจไม่แพ้กันที่น่าจะพอมีพยานชี้ตัวผู้กระทำความผิดให้พี่ชายเธอได้พ้นผิดได้แล้ว




     เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเย็น จ้าวจงถังเตรียมเก็บของเพื่อเดินทางไปเจรจาการค้าที่ต่างเมือง ทั้งข้าวสารจำนวนมากและผู้คุ้มกันคาราวานรถม้าก็พร้อมแล้ว เหลือแค่เพียงออกเดินทางเท่านั้น ทั้งสามได้ทานข้าวร่วมกันก่อนที่เถ้าแก่จ้าวจะออกเดินทาง เฟยเอี้ยนจึงเข้าครัวลงมือทำอาหารดีๆ เลี้ยงส่งเป็นกรณีพิเศษ
     ซูปี้ได้ทานอาหารที่เธอไม่เคยทานหลายอย่างทั้งเป็ดปักกิ่ง ผัดเต้าหู้หม่าโผว ไก่ผัดสามรส หมูตุ๋นพะโล้ และอีกมากมาย นึกสะท้อนใจว่าอยากให้ครอบครัวทั้งพ่อน้องๆ ทั้งสองและคาบูโตะได้ทานอาหารดีๆ แบบนี้บ้าง หากว่าพวกเรารวยแล้วคงได้ทานของดีแบบนี้บ่อยๆ แต่ที่น่ากังวลใจก็คือจะได้มีวันที่รวยหรือเปล่า?
     เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาที่จ้าวจงถังจะออกเดินทาง...
     "เดินทางดีๆ นะเจ้าคะท่านพ่อ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ" จ้าวเฟยเอี้ยนยืนส่งบิดาของนางที่หน้าบ้าน
     "เดินทางปลอดภัยค่ะท่านลุง" ซูปี้ก็ยืนส่งด้วยเช่นกัน ตอนนี้เธอเหมือนกับว่าเป็นสมาชิกของบ้านตระกูลจ้าวอย่างไรไม่ทราบ นั่นเป็นเพราะความใจดีของเฟยเอี้ยนแท้ๆ
     "พวกเจ้าก็อยู่บ้านกันดีๆ ล่ะ เดี๋ยวพ่อกลับมา" จ้าวจงถังบอกลาลูกสาวและซูปี้ จากนั้นไม่นานรถม้าก็ออกเดินทางไป...
     "เฮ้อ..." เฟยเอี้ยนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เธอไม่ชอบเลยยามเมื่อต้องห่างไกลจากบิดา แต่คราวนี้เธอคงไม่เหงาเหมือนกับคราวก่อนๆ เพราะว่ามีเด็กสาวที่ต้องดูแลอยู่ด้วย เธอข่มอารมณ์ส่วนตัวเอาไว้แล้วเอ่ยถามเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ "จะไปหาพยานที่บ่อนการพนันต่อหรือเปล่าจ๊ะ?"
     "เอ่อ.. ข้า..." ซูปี้ที่ยังคงหวาดกลัวกับสถานที่อโคจรนั้นอึกอักออกมากลัวว่าเหตุการณ์ร้ายจะเกิดขึ้นซ้ำสอง แม้ว่าจะพอทราบมาว่าเฟยเอี้ยนเป็นวิทยายุทธ์อยู่พอประมาณแต่สตรีเพียงคนเดียวก็ไม่รู้จะสู้แรงบุรุษหลายคนได้หรือเปล่าหากว่าถูกรุม นั่นทำให้เธอคิดไม่ตกเลยทีเดียวและการที่เธอได้แจ้งกับจี้อันผู้เป็นเจ้าเมืองในเรื่องนี้ไปแล้วทางการก็ควรจะต้องทำอะไรบ้างไม่ใช่ให้ประชาชนต้องมาหาหลักฐานเองฝ่ายเดียว
     "ไม่เป็นไรนะ เอาอย่างนี้ เข้าไปกินขนมกับพี่ก่อนแล้วกันนะ" หญิงสาวยิ้มปลอบเด็กหญิงแล้วจูงมือเธอเข้าบ้านไป...



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +25 ความหิว -2 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 -2 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-8-18 14:19:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-18 14:25

{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXXVII



จ๋อม...

     น้ำอุ่นๆ ในถังไม้กระเพื่อมไหวและมันล้นออกเมื่อมีมวลวัตถุเข้ามาแทนที่...
     
'มาอาบน้ำที่บ้านข้าก่อนก็ได้นะเจ้าคะ'

     ถึงอีกฝ่ายจะบอกเอาไว้อย่างนั้นแต่ก็ไม่คิดว่าจะดูแลกันขนาดนี้ทั้งที่เขารบกวนไว้ตั้งมากมายแท้ๆ...
     คาบูโตะที่ลงแช่งลงในถังไม้อาบน้ำกวักน้ำขึ้นมาลูบใบหน้าของตนเองซึมซับความชุ่มฉ่ำที่ไม่ได้สัมผัสมานานเป็นเดือนๆ ตลอดเวลาที่อยู่ในคุกชายหนุ่มต้องเจียดน้ำกินเอาไว้ใช้ล้างหน้าเพียงเท่านั้น เขาโหยหาการอาบน้ำมากจนมุดตัวเองลงไปในถังทั้งตัวให้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า 'น้ำสะอาด' อย่างชุ่มปอด
     ยามที่ได้ดำดิ่งลงไปทำให้เขานึกถึงทะเลขึ้นมา นานเท่าไรแล้วที่จากบ้านตระกูลซูมาผจญภัยกับซูปี้เพียงสองคนในเวลาเพียงไม่นานก็รู้สึกว่าตนเองนั้นพบเจอเรื่องต่างๆ มามากมายหนึ่งในนั้นรวมถึงเรื่องความเป็นความตายของคนด้วย แต่ที่น่าชวนหัวที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่ต้องตกเป็นจำเลยมาจำคุกทั้งที่ไม่มีความผิดเนี่ยแหล่ะนับว่าเสียเวลาทำมาหากินไปเยอะเลย
     หากลองคำนวนด้วยสมองอันอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อมากรอยหยักและมันสมองแล้วก็คิดว่าช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่เสียไปเขาควรจะหาเงินได้อย่างน้อยก็หนึ่งร้อยชั่ง มันอาจจะดูเยอะเกินจริงหากให้เขาเป็นผู้บวกลบคูณหาร ภาพฝันของเรือประมงลำน้อยๆ ก็ดูเหมือนจะลอยห่างไปไกลจากฝั่ง นับตั้งแต่วันนี้ไปเขาคงต้องคิดหางานทำที่เป็นชิ้นเป็นอันเสียที
     แต่เหนืออื่นใดเขาอยากจะใช้หนี้บุญคุณที่ตระกูลจ้าวมีใจอารีให้ความช่วยเหลือพวกเขาสองพี่น้องตลอดเวลาที่ติดคดีความ ทั้งแม้นางจ้าวและลุงจ้าวร้านขายข้าวช่างเป็นคนมีน้ำใจไมตรีแม้กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันอย่างเขาจนนึกที่จะสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงใจดีแบบนั้น ลองมานึกย้อนดูหากว่าเขาร่ำรวยมีเงินทองขนาดนี้จะยอมช่วยคนที่ไม่รู้จักให้พ้นคดีไหม... 'ก็คงช่วยมั้ง ถ้าเจ้านั่นไม่ใช่คนผิดจริง'
     ฟองอากาศถูกพ่นขึ้นเหนือน้ำตามลมหายใจที่ผ่อนออก เขาหายใจในน้ำได้นานนั่นก็เพราะว่าใช้ชีวิตอยู่กับทะเลมาตลอดตั้งแต่จำความได้จากความทรงจำที่เหลืออยู่ บางครั้งในยามที่เขาว่างก็เหมือนจะนึกอะไรออกแต่ก็นึกไม่ออก มันไม่ใช่เรื่องราวหลังจากที่เขาจะฟื้นขึ้นบนชายฝั่งอู๋จวิ้นแต่น่าจะเป็นความทรงจำก่อนหน้านั้น
    'คิดแล้วได้ประโยชน์อะไร?' ชายหนุ่มลืมตาในน้ำมองเข่าตัวเองที่คุดคู้อยุ่ในถังไม้ ใช่.. คิดแล้วจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อตอนนี้เขาก็มีครอบครัวใหม่ที่ต้องดูแลคือตระกูลซู คาบูโตะรู้ตัวดีว่าตัวเขาไม่ใช่ชาวต้าฮั่นนั่นก็เพราะชื่อของเขาไม่เหมือนกับชาวฮั่นคนอื่นๆ และไม่รู้จักภาษาฮั่นในตอนแรกที่ฟื้นขึ้นมาแต่เขากลับพูดภาษาอื่นได้อย่างคล่องปร๋อ...
     "...." ริมฝีปากขยับเปล่งเสียงในน้ำแต่ว่าไม่มีเสียงใดๆ เล็ดรอดออกมาให้ได้ยิน ลมหายใจที่กักเอาไว้แตกออกเป็นฟองอากาศจำนวนมากลอยขึ้นเหนือน้ำมันส่งให้เขาต้องรีบขึ้นมาหายใจยังด้านบนอีกด้วย "ฮ่า!"
     ดวงตาสีครามมองไปยังถังไม้อีกถังเป็นน้ำต้มสมุนไพรดับกลิ่นสำหรับทำความสะอาดร่างกาย มันดูแตกต่างจากน้ำซาวข้าวที่เคยใช้ถูตัวเมื่ออยู่บ้านเป็นอย่างมาก มือหนาตักมันขึ้นมาเพื่อใช้ชะโลมทะความสะอาดร่างกายแล้วออกแรงขัดถู ดูเหมือนว่าน้ำสมุนไพรนั้นจะใส่กลิ่นหอมของดอกไม้ลงไปด้วยมันหอมจนชายหนุ่มต้องย่นจมูกไม่ชินกับกลิ่นหอมดังกล่าว 'นี่สินะ วิถีของคนรวย'
     อีกหนึ่งสิ่งที่เขาร้องขอแก่จ้าวบ้านนั่นคือมีดโกนหนวด ดูเหมือนว่าธรรมเนียมของชายฮั่นจะไม่นิยมโกนเคราของตนออกแต่ตรงกันข้ามกันคาบูโตะไม่ค่อยชอบหนวดเคราที่รุงรังนั้นเลยแม้ว่าเขาจะไม่ใช่หนุ่มเจ้าสำอางก็ตามดังนั้นจึงต้องเอาออกให้หมด ใบมีดโกนคมริบบรรจงโกนหนวดเคราส่วนเกินจนหมดสิ้น เป็นอีกครั้งที่เขาคิดว่านานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้ลูบคลำใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาของตนเอง
     เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยคาบูโตะก็สวมเสื้อผ้าของตนเองที่ถูกบรรจุไว้ในกระเป๋าผ้าที่แทบจะไม่ได้แตะต้องมาเป็นเดือนๆ ดังนั้นมันจึงสะอาดหายห่วง จะมีก็เพียงกลิ่นอับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อสวมมันเสร็จเขาก็ออกมาพบกับแม่นางจ้าวที่กำลังเล่นกับซูปี้ฆ่าเวลาที่แสนน่าเบื่อในการเฝ้าร้าน
     จ้าวเฟยเอี้ยนสังเกตเห็นชายหนุ่มที่ออกมาจากห้องน้ำหลังบ้านแล้วก็ยิ้มและกล่าวทักทายก่อน "น้ำอุ่นกำลังดีไหมเจ้าคะ?"
     "หืม อืม" คาบูโตะพยักหน้าลง "ขอบคุณเจ้าอีกครั้งแล้วกัน แต่บริการดีไปแล้ว ข้าเกรงใจน่า" มือหนายกขึ้นลูบท้ายทอยเปียกหมาดหวอยๆ อย่างรู้สึกเกร็งๆ สายตามองไปทางซูปี้ที่ท่าทางจะเข้ากันได้ดีกับเฟยเอี้ยนก็ขมวดคิ้วเคร่ง ตั้งแต่ที่ออกมาจากคุกเขาก็ยังไม่ได้คุยกับน้องสาวของตัวเองเต็มที่เลย
     "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ายินดีช่วยเหลืออยู่แล้วเจ้าค่ะ" เฟยเอี้ยนยิ้มหวานจนตาปิด มันเป็นธรรมชาติของนางแต่ก็อาจจะไปทำให้ชายใดเคลิ้มตามได้เพียงแต่คาบูโตะไม่ได้มองรอยยิ้มนั้นเสียนี่ "ท่านคาบูโตะได้ทานอะไรมาหรือยังน่ะเจ้าคะ ข้ามีอาหารที่ทำไว้ตอนเช้าท่านจะท่านก่อนไหมเจ้าคะ?"
     เสียงที่เอ่ยถามเอาชายหนุ่มหันไปมอง ตอนเช้าเขาก็ทานหมั่นโถวที่ใช้เลี้ยงนักโทษมาแล้วแต่ถึงกระนั้นเมื่อได้ยินคำว่าอาหารก็ทำให้กรดในกระเพาะอาหารทำการประท้วงส่งเสียงโครกครากออกมาทันที "อืม.. งั้นก็รบกวนด้วยแม่นางจ้าว"
     "เช่นนั้นรอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะไปอุ่นมาให้เจ้าค่ะ" เฟยเอี้ยนว่าพลางก็เดินเข้าครัวไปอุ่นอาหารที่เหลือจากเมื่อเช้าทันที
     คาบูโตะเพียงแค่พยักหน้าตอบรับพลางรู้สึกแปลกๆ ถึงอะไรบางอย่างแต่ก็นึกไม่ออกว่าคืออะไร เมื่อขบคิดอยู่นานจึงรู้ว่าสิ่งที่สิ่งที่แปลกคือคำพูดที่ราวกับว่าเป็นสาวใช้นั่น ทั้งๆ ที่จ้าวเฟยเอี้ยนเป็นคุณหนูร้านขายข้าวแท้ๆ
    "เป็นไง พี่สาวจ้าวน่ารักไหมล่ะ" ซูปี้ยักคิ้วแซวพี่ชายของเธอแล้วรีบตามจ้าวเฟยเอี้ยนเข้าครัวไปช่วยเตรียมอาหาร ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนงงเป็นไก่ตาแตก
     "ฮ่ะ?"

     เมื่ออาหารถูกอุ่นมาใหม่ๆ มันก็ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายคาบูโตะแสดงท่าทีเกรงใจในตอนแรกแต่ไปๆ มาๆ เขาก็ขอเบิ้ลข้าวสวยร้อนๆ เป็นชามที่สาม "ขอเพิ่มอีกถ้วยครับ!"
     "ท่านคาบูโตะเนี่ยเจริญอาหารดีนะเจ้าคะ คิก" แม่นางจ้าวรับถ้วยข้าวมาคดข้าวชามที่สี่ให้กับชายหนุ่มมองเขาที่ทานอาหารเหมือนเด็กๆ ด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทานได้ทานดีก็รู้สึกดีใจที่มีคนชอบอาหารที่นางทำ
    "ข้าวเนี่ยอร่อยสุดๆ ให้กินเปล่าๆ ยังได้เลย" คาบูโตะรับชามข้าวมาพุ้ยข้าวเข้าปากคำเบ้อเร่อพลางคีบกับที่เป็นหมูตุ๋นบ้างผัดผักบ้างเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยราวกับตายอดตายอยาก ก็แน่นอนอยุ่แล้วเพราะการกินอยู่ในคุกนับว่าแย่ที่เขาทานเยอะขนาดนี้แปลว่าโหยหาของอร่อยเป็นพิเศษ
     "ตระกูลข้าเปิดร้านขายข้าวนี่เจ้าคะ หากว่าข้าวไม่อร่อยล่ะก็คงขายหน้าแย่เลย" เฟยเอี้ยนยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะหันไปรินน้ำชาให้เผื่อว่าอีกฝ่ายจะฝืดคอ
     คาบูโตะชะงักนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อมองเห็นถ้วยชาที่ถูกยกมาเสิร์ฟคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนจะนึกอะไรได้ แต่เขาก็เลือกที่จะช่างมันแล้วทานอาหารต่อไป ข้าวที่แม่นางจ้าวนำมาเลี้ยงน่าจะเป็นของดีราคาแพงเลยทีเดียวดังนั้นเขาจึงกินข้าวถ้วยนี้เป็นถ้วยสุดท้ายด้วยความเกรงใจก่อนที่จะยกชาขึ้นจิบล้างปาก
"มันอร่อยมาก ขอบคุณนะแม่นางจ้าว"
     "ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจนะเจ้าคะ" เฟยเอี้ยนระบายยิ้มบนใบหน้าแล้วเข้ามาเก็บจานชามอาหารในนั้นถูกทานจนหมดเกลี้ยงเตรียมไปล้างแต่ก็ถูกอีกฝ่ายขัดเอาไว้ก่อน
     "เฮ้ย! ไม่ต้องๆ แค่นี้ข้าก็เกรงใจจะแย่ เดี๋ยวข้าล้างเอง" พูดจบชายหนุ่มก็แย่งจานจากมือจ้าวเฟยเอี้ยนไปและนำไปล้างยังหลังบ้าน
     ซูปี้ที่มองมาโดยตลอดได้แต่ยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย...

     เมื่อคาบูโตะล้างจานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็คิดว่าไม่ควรจะรบกวนตระกูลจ้าวไปมากกว่านี้จึงขอตัวออกมาหางานทำต่อไป ซูปี้กลับมาสวมชุดเดิมเธอไม่ได้นึกเสียดายที่ต้องคืนชุดแต่เสียดายที่ต้องแยกจากกันแล้วมากกว่า
     "พวกท่านน่าจะลำบากนะเจ้าคะ เชิญรับเงินจำนวนนี้ติดตัวไว้ด้วยเถอะนะเจ้าคะ" เฟยเอี้ยนที่ออกมาส่งทั้งสองพี่น้องหน้าบ้านยื่นถุงเงินให้กับคาบูโตะ
     ชายหนุ่มมองอย่างชั่งใจเล็กน้อยว่าควรจะรับหรือไม่ดีเพราะที่ผ่านมาแม่นางจ้าวก็ช่วยเหลือเขาและน้องสาวมากมายแล้ว แต่เมื่อนึกถึงเรือประมงลำน้อยที่ต้องนำกลับไปให้ไต้ก๋งซูบิดาบุญธรรมก็ทำให้เขาตัดสินใจยื่นมือออกไปรับเงินจำนวนนั้นมา แล้วก็รู้สึกได้ว่าเงินในถุงผ้านั้นหนักอึ้งเลยทีเดียว
      "เอ่อ... ยังไงก็ขอขอบคุณเจ้าแล้วก็ท่านลุงจ้าวด้วยนะ บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจำไม่ลืมเลย หากมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือก็บอกได้ตลอดเลยนะ!"
      "ขอบคุณมากนะคะพี่สาวจ้าว ข้าขอฝากคำขอบคุณไปถึงท่านลุงด้วย พี่สาวดูแลตัวเองด้วยนะคะ" ซูปี้เข้าไปจับมือของเฟยเอี้ยนแน่นก่อนที่จะยอมปล่อยมือนางออกมาจูงมือของคาบูโตะไว้
     "พวกท่านก็เช่นกันนะเจ้าคะ หากมีเรื่องอะไรแวะมาที่ร้านได้เสมอเลยนะเจ้าคะ ขอให้พวกท่านโชคดีเจ้าค่ะ" จ้าวเฟยเอี้ยนยิ้มหวานแล้วค้อมศีรษะลงเพื่อลา
     แม้จะเป็นการพบกันเพียงไม่กี่วันแต่ก็นับว่าเป็นความทรงจำดีๆ ที่ทั้งสองฝ่ายระรึกถึงกันและกัน...


     

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +80 เงินตำลึง +2000 ชื่อเสียง +35 ความหิว -1 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 80 + 2000 + 35 -1 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

3

กระทู้

19

โพสต์

718

เครดิต

เงินชั่ง
1816
เงินตำลึง
14643
ชื่อเสียง
200
ความหิว
115

ใบรับรองภาษาฮั่น

ปาเป่า
เลเวล 1
โพสต์ 2018-1-31 17:04:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wei เมื่อ 2018-1-31 19:12

{ เควสเรื่องราว 1 } ท้องย่อมเดินด้วยงาน
{ หางานทำ }
ที่นี่นะหรือ..เมืองฉางอัน’’
เหว่ยก้มมองเข็มทิศ ก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูเมืองตะวันตกฉางอันหลังจากที่เดินทางจากโหรวหรานเป็นเวลาหลายวัน
หลังจากที่เดินทางออกมาเงินติดตัวของเขาก็น้อยลงทุกที
ข้าคงต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงชีพตัวเองสักหน่อย..เมืองใหญ่แบบนี้คงมีงานให้ทำบ้าง...’’
ก่อนเหว่ยจะก้าวเข้าไปยังฉางอันแต่ก็ถูกทหารหนุ่มที่ประตูเมืองเรียกเสียก่อน
เจ้าตรงนั้น!หยุดก่อนเลย’’
เหว่ยมองซ้ายมองขวาเพื่อที่จะยืนยันให้แน่ใจว่าทหารคนนั้นเรียกเขาหรือเปล่า
ไม่ต้องหันหน้าไปทางอื่นหรอกน่า เจ้าคนที่ดูน่าสงสัยตรงนั้นนั่นแหละ ‘’  
เหว่ยสะดุ้งโหยงเขาพึ่งจะเดินทางมาถึงฉางอันก็กลายเป็นคนดูน่าสงสัยเสียแล้วก่อนจะเดินไปหาทหารหนุ่มคนนั้น
เออ...ท่านเรียกข้าทำไมหรือ?’’
ทหารหนุ่มจ้องเขาเขม่ง
.......ทำไมถึงเรียกข้าว่า คนน่าสงสัย ล่ะท่าน?’’
เหว่ยถามทหารหนุ่มที่ยังคงจ้องเขาอยู่ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายดึงผ้าที่ปิดหน้าออก
!!’’
เจ้าซื่อบื้อหรือยังไง เอาหน้ามาปิดหน้าแบบนี้ใครๆก็คิดว่าดูน่าสงสัยทั้งนั้นแหละ..’’
ทหารหนุ่มจ้องหน้าเหว่ยอีกครั้ง
อืม..ก็เป็นคนธรรมดานี่’’
เหว่ยเองก็คิดในใจว่าตัวเองนั้นซื้อบื้อดันมาลืมเรื่องง่ายๆแค่นี้ถ้าเขาเจอคนปิดหน้าปิดตาแบบนี้เขาเองก็คงจะคิดว่าน่าสงสัยเหมือนกัน..
.. จะเข้าไปที่ฉางอันสินะ อืม เอาเป็นว่าข้าจะตอบคำถามที่เจ้าอยากรู้แล้วกัน ขอโทษที่เสียมารยาทและทำให้เจ้าตกใจแล้วกันนะ’’
เหว่ยรู้สึกโล่งอกที่เขาไม่ต้องมีเรื่องมีราวกับชายคนนี้
ข้าก็ขออภัยที่ทำให้ท่านสงสัย พอดีข้าใช้ผ้านี่ป้องกันฝุ่นและแสงแดด..’’
อันที่จริงแล้วข้า อยากมาหางานทำที่ฉางอันชั่วครู่...ท่านพอจะมีสถานที่แนะนำกับข้าบ้างหรือไม่?’’
ทหารหนุ่มคิดซักพัก ‘อืม ข้าได้ยินว่าร้านขายข้าว ตระกูลจ้าวตอนนี้กำลังขาดคน เจ้าลองไปที่นั่นก็ได้นะ’’ ทหารหนุ่มหล่าว
ขอบพระคุณท่านมาก’’ เหว่ยโค้งตัวขอบคุณทหารหนุ่มคนนั้น
ไม่หรอกๆ เเค่นี่เรื่องเล็กน้อยน่า!’’
.

.

.
พอได้ยินแบบนั้นเหว่ยก็มุ่งไปที่ร้านขายข้าวทันที
ตอนนี้เหว่ยก็จัดแจงถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่และผ้าปิดหน้าใส่กระเป๋าของเขากลัวว่าจะโดนว่าเป็นคนน่าสงสัยอีก...
เหว่ยตรงเข้าไปในร้าน ก่อนจะเห็นหญิงสาวคนนึงอยู่ในร้าน
เออ..ท่านไม่ทราบว่าเถ้าแก่อยู่หรือไม่?’’
หญิงสาวส่ายหน้า
ตอนนนี้เขาไม่อยู่ ตอนนี้ออกไปค้าขายต่างเมือง เจ้าเป็นใคร?มีธุระอะไรงั้นเหรอ?
นางหันมาคุยกับเหว่ยที่เข้ามาในร้าน
‘‘งั้นเหรอ..ข้าชื่อหลิวเหว่ย..ข้าได้ยินว่าที่นี้ขาดคนข้าเลยอยากมาสมัครงานสักหน่อย’’
หญิงสาวมองเหว่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า
อืมได้สิ ตอนนี้ก็กำลังขาดคนจริงๆตามที่เจ้าว่า ‘’
!!  จริงหรือท่าน?’’
แน่นอน ข้าเป็นบุตรสาวของเถ้าแก่เอง เรื่องงานร่างกายเจ้าเองก็ดูไม่ได้แย่อะไรงานแค่นี้คงสบายๆสำหรับชายหนุ่มอย่างเจ้า
อยากจะทำงานสักกี่วันล่ะ? ซัก 6 วันดีมั้ย?’’
ตามที่ท่านว่าเลยขอรับ’’
ก่อนที่เหว่ยจะโค้งตัวเป็นการขอบคุณต่อหญิงสาวตรงหน้า
งั้นก็ดี เริ่มงานพรุ่งนี้ อย่าลืมเสียล่ะ’’

@Admin


แสดงความคิดเห็น

จัดส่งรายละเอียดงานไปทาง PM แล้วนะคะ  โพสต์ 2018-1-31 17:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +100 ความหิว -28 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 -28 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าขาว
ธนูล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x8
x40
x60
x20
x5
x50
x20
x20
x60
x2
x50
x25
x50
x25
x50
x19
x1
x4
x6
x1
x35
x2

4

กระทู้

13

โพสต์

828

เครดิต

เงินชั่ง
128
เงินตำลึง
3986
ชื่อเสียง
150
ความหิว
441

ใบรับรองภาษาฮั่น

โพสต์ 2018-1-31 21:14:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ming เมื่อ 2018-1-31 21:22

{ เควสเรื่องราว 1 } ท้องย่อมเดินด้วยงาน { หางานทำ }

ฟางเซียนนางเดินออกจากบ้านของตนเอง
เพื่อหางานทำหลังจากที่นางเรียนหนังสือเพียงแค่ในบ้านเท่านั้น
ตอนนี้นางก็ได้ออกมาหางานทำครั้งแรก พ่อนางให้ทำงานแถวๆบ้านไม่ออกจากนอกเมืองฉางอัน

ฟานเซียนเดินมาที่ ติดรับสมัครงานหน้าร้านขายข้าว ตระกูลจ้าว รับพนักงานขายหน้าร้าน

ใบรับสมัครเขียนว่า "รับพนักงานหญิ่ง ขายหน้าร้าน ทำงานตั้งแต่15.30-22.00น."
ฟานซิงจึงเดินเข้าไปสมัครงานกับผู้หญิ่งในร้าน
"
สวัสดีค่ะข้าเห็นใบรับสมัครงานหน้าร้าน......"
ผู้หญิ่งที่ดูมีอำนาจในร้านบอกว่า"เจ้าชื่ออะไร?"

"ข้าชื่อหมิง ฟางเซียน" นางยิ้มอย่างเป็นมิตร"
"หมิง ฟานเซียนหรอ โอเค แล้วเจ้าเคยทำงานมาก่อนไหม?"
"ไม่เคยคะ แต่ข้าพร้อมที่จะเรียนรู้งาน"
"โอเคงั้นเริ่มงานได้  เด่วข้าจะบอกงานเจ้าฟังให้ดีๆละ เจ้าไปยืนหน้าร้านรอตอนรับลูกค้าบอกราคาคุณสมบัติของข้าวแต่ละชนิด ยิ้มเข้าไว้เข้าใจไหม? อjะ!นี้ใบชนิดข้าวถ้าจำยังไม่ได้ก็หยิบมันขึ้นมาดูซะ"
"รับทราบค่ะ"
การทำงานวันแรกของฟางเซียนนางก็ยังงงๆกับชนิดของข้าวและเม็ดข้าวทำให้นางต้องซักถามคนในร้านตลอดทั้งวัน
@Admin

แสดงความคิดเห็น

จัดส่งรายละเอียดงานไปทาง PM แล้วนะคะ   โพสต์ 2018-1-31 21:22

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +100 ความหิว -16 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 -16 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x30
x1
x1
x1
x1
x2
x7

3

กระทู้

19

โพสต์

718

เครดิต

เงินชั่ง
1816
เงินตำลึง
14643
ชื่อเสียง
200
ความหิว
115

ใบรับรองภาษาฮั่น

ปาเป่า
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-1 06:42:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wei เมื่อ 2018-2-1 06:43

ทำงานวันที่ 1  
เช้าวันรุ่งขึ้นประมาณหกโมงเช้า เหว่ยรีบเตรียมตัวออกไปทำงานที่ร้านขายข้าวแต่เช้า
เวลานี่ร้านข้าวยังปิดอยู่เพราะปกติจะเปิดเวลาบ่ายสามครึ่ง
แต่การทำงานหลังร้านนั้นจึงเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่เลยก็ได้จะได้ยิ่งมีเวลาทำงานมากขึ้น
ในตอนที่เหว่ยอยู่หน้าร้านนั้นก็เห็นเด็กสาวด่อมๆมองอยู่ตรงประตู
ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ธุระของเหว่ยแต่เขาก็อดใจถามไม่ได้
ถ้าเกิดหญิงสาวคนนั้นมีเรื่องเดือดร้อนเขาเองคงรู้สึกผิดแน่
‘‘เออ...เจ้ามีธุระอะไรที่นี่หรือเปล่า ’’ เหว่ยถามอย่างกล้าๆกลัว

‘‘..... ’’ @ming

‘‘อ่า...งั้นหรือเจ้าเองก็จะมาทำงานที่นี่เองงั้นรึ..เจ้าจะไหวหรือเปล่า?’’
เหว่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่หญิงสาวเลือกที่จะมาทำงานที่ต้องใช้แรงแบบนี้

‘‘..... ’’ @ming

‘‘งั้นหรือ...จริงๆข้าเองก็จะมาทำงานที่นี่เช่นกัน..งั้นเข้าไปที่ร้านกันเถอะ ’’
ก่อนเหว่นจะเดินเข้าไปเคาะที่ประตูบานใหญ่ของร้าน

*ก๊อกๆ* เหว่ยเคาะประตูที่หน้าร้านก่อนจะมีหญิงสาวออกมารับ
‘‘อรุณสวัสดิ์ท่านเฟยเอื้ยน’’ เหว่ยกล่าวทักทายหญิงสาวบุตรสาวเถ้าแก่ของที่นี่ด้วยหน้าตาสดใส

‘‘..... ’’ @ming

‘‘อรุณสวัสดิ์..เหว่ยกับฟางเซียนสินะ มาแต่เช้าตรู่แบบนี้คงพร้อมทำงานน่าดู’’
เหว่ยพยักหน้า

‘‘..... ’’ @ming
งั้นรึ พวกเจ้าพึ่งมาใหม่ข้าจะให้ทำงานง่ายๆของที่นี่ก่อนแล้วกัน ’’
เฟยเอี้ยนพาทั้งสองคนเดินเข้าไปที่หลังร้านให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับคนงานของที่นี่ก่อนจะพาไปแนะนำงานที่ต้องทำ
‘‘เจ้าเห็นถุงข้าวสารเหล่านี้มั้ย’’
เหว่ยมองถุงข้าวสารจำนวนมาที่วางเรียงกันอยู่

‘‘..... ’’ @ming

‘‘ นี่คืองานแรกของพวกเจ้า เอ้า ไปหยิบมาให้ข้าถุงนึงซิส่วนอีกคนไปหยิบกระด้งที่วางตรงนั้นหน่อย’’
เหว่ยรีบไปหยิบถุงข้าวสารที่วางเอาไว้มาให้เฟยเอี้ยน

‘‘..... ’’ @ming

นางแกะถุงข้าวสารก่อนจะเทบนโต๊ะขนาดใหญ่ แล้วนำข้าวจำนวนนึงมาใส่กระด้ง
‘‘นี่คือการฝัด เป็นการแยกเมล็ดข้าวที่ลีบ ข้าวที่เสียออกให้เหลือแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ ’’
ก่อนจะกระดกกระด้งขึ้นๆลงๆค่อนข้างเร็วสะบัดให้ข้าวที่เสียออก
‘‘ ง่ายใช่มั้ย? ในวันนี้เจ้าทำส่วนนี้ก่อน ถ้าเเยกแล้วแบ่งข้าวเสียใส่กระสอบตรงนี้ส่วนข้าวที่ดีใส่ไว้ตรงนี้’’
‘‘แค่นี้แหละ พวกเจ้าก็ทำไปเรื่อยๆเลยนะ ตอนเย็นข้าจะมาบอกอีกทีว่าต้องทำอะไรต่อ ข้าไปล่ะตั้งใจทำงานเข้าข้ามีงานต้องไปทำต่อ ’’
แล้วนางก็เดินออกไปจากหลังร้านปล่อยทั้งสองคนไว้ลำพัง  
‘‘อ..เอ๋…..คงต้องแยกข้าวเสียออกสินะ.. ’’
เหว่ยงงนิดหน่อยเพราะนางรีบพูดเกินไปแต่ก็เข้าใจได้ว่าให้ทำอะไร เหว่ยตั้งหน้าตั้งตาทำในส่วนที่เหลือต่อ

‘‘..... ’’ @ming

ช่วงประมาณแปดโมงคนงานของที่ร้านขายข้าวแห่งนี้เริ่มทยอยเข้ามาทำงานตามปกติได้ยินเสียงทักทายที่ดังมาตั้งหน้าร้าน
ก่อนจะเห็นเด็กใหม่ที่แยกข้าวสารอยู่
‘‘อ่า! เจ้าทั้งสองคนที่จะมาทำงานที่นี่ชั่วคราวสินะ ท่านหญิงเฟยเอี้ยนบอกพวกเราแล้ว’’
เหว่ยก็ทักทายตอบตามมารยาท

‘‘..... ’’ @ming

ก่อนทุกคนจะแยกย้ายทำงานในหน้าที่ของตัวเอง
บางคนก็พูดคุยกันระหว่างทำงานบ้างเป็นพักๆแต่เสียงที่ดังตลอดเวลาคือเสียงของเมล็ดข้าวที่กระเด้นกระดอนบนกระจาด
พอช่วงบ่ายๆเป็นช่วงพักของคนงาน

‘‘..... ’’ @ming (จะพักก็ได้หรือทำงานต่อก็ได้)

(ส่วนพักของเหว่ย)
เหว่ยก็เดินไปนั้งพักอย่างคนอื่นความรู้สึกแรกที่เขาได้รับหลังจากการแยกข้าวเสียเป็นเวลาหลายชั่วโมงคือปวดไหล่...
เหว่ยนั้งพักเงียบๆพลางบีบนวดไหล่ตัวเองซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะถูกคนงานที่พักอยู่ตบหลังเข้าให้
*ป้าป*
เหว่ยสะดุ้งก่อนจะหันไปหาคนที่ตบหลังเขา  
‘‘ฮ่าๆๆ พ่อหนุ่มมานั้งพักอะไรตรงนี้คนเดียวเล่า เอ้านี่ ’’
ชายที่เข้ามาตบหลังเหว่ยเป็นคุณลุงคนนึงท่าทางเป็นมิตรดูมีอายุมากแต่ก็ยังกลับมีกล้ามเป็นมัดๆก่อนจะนั้งข้างๆแล้วยื่นชาให้เหว่ย  
สวัสดีเจ้าหนุ่มเป็นเด็กใหม่สินะชื่ออะไรล่ะ? ’’
เหว่ยรับชาจากอีกฝ่าย  ‘
ชื่อเหว่ยขอรับ.. ’’
เหว่ยตอบเบาๆตอนนี้เหว่ยรู้สึกเจ็บหลังมากกว่าไหล่เสียแล้ว…   
‘‘เหว่ยงั้นหรือ..เป็นชื่อที่ดีนี่! เจ้าปวดไหล่งั้นรึ? เเรกก็เป็นแบบนี้แหละเดี๋ยวซักพักเจ้าก็ชินเอง! ’’
คุณลุงหัวเราะลั่นเหว่ยผิดหวังนิดหน่อยที่คำพูดของเขาไม่ได้บอกวิธีที่ทำให้เหว่ยหายปวดไหล่ซักนิด..
เหว่ยดื่มชาที่ได้รับมาก่อนจะกลับไปทำงานต่อ

ช่วงเย็นเฟยเอี้ยนก็เดินเข้ามาที่หลังร้านอีกครั้งและตรงมายังเหว่ยเเละฟางเซียน
‘‘หืม พวกเจ้าทำงานได้ดีเลยนี่! ต่อจากนี้ก็นับกระสอบนำไปชั่งน้ำหนักจดแล้วมาให้ข้านะ
แล้วแบกไปไว้ที่มุมทางนั้น ถ้าพวกเจ้าทำเสร็จวันนี้ก็กลับไปพักผ่อนได้เลย ’’
แล้วเฟยเอี้ยนก็เดินกลับไปหน้าร้านอีกครั้ง
เหว่ยไม่ทันได้ตอบนางก็เดินกลับไปอีกแล้ว..ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่เขาร่วมงานด้วยอีกคน
‘‘..เออ..เดี๋ยวข้าจะยกกระสอบไปชั่งให้เอง..เจ้าช่วยจดข้อมูลไปให้ท่านเฟยเอี้ยนได้หรือเปล่า…...? ’’

‘‘..... ’’ @ming

หลังจากนั้นก็เริ่มทำงานต่อมีคนงานจำนวนหนึ่งมาช่วยด้วย
เหว่ยแบกกระสอบข้าวที่น้ำหนักประมาณห้ากิโลเดินไปเดินมาจนในที่สุด งานของวันนี้ก็เสร็จลงเสียที..
ตอนนี้ร่างกายของเขาออกจะล้าเต็มทนถ้าเขาล้มพับไปกับพื้นได้ก็คงจะทำไปแล้ว
แต่เหว่ยก็ไม่ได้บ่นอะไร เขาคิดว่านานๆทีได้ใช้แรงแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน..
เหว่ยหันไปคุยกับหญิงสาวอีกคน
‘‘เจ้าเหนื่อยรึเปล่า?...วันนี้ก็สนุกดีนะ..’’
เขาหัวเราะแห้งๆ
‘‘ข้ายินดีที่ได้ร่วมงานกับเจ้า ไว้เจอกันพรุ่งนี้’’

‘‘..... ’’ @ming

เขาโบกมือลาหญิงสาว
(แยกกับฟางเซียนแล้ว)
ก่อนจะไปลาท่านเฟยเอี้ยนก่อนจะกลับไปพักผ่อน
‘‘คืนนี้กะว่าจะสวดมนต์ซักบท...แต่วันนี้ขอนอนก่อนดีกว่า..’’
เขาบีบไหล่ตัวเองเบาๆ
@STAFF_โรลทำงาน


แสดงความคิดเห็น

ขออภัยที่ล่าช้า แท็คไม่ขึ้นแจ้งเตือน T T  โพสต์ 2018-2-1 23:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าขาว
ธนูล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x8
x40
x60
x20
x5
x50
x20
x20
x60
x2
x50
x25
x50
x25
x50
x19
x1
x4
x6
x1
x35
x2

4

กระทู้

13

โพสต์

828

เครดิต

เงินชั่ง
128
เงินตำลึง
3986
ชื่อเสียง
150
ความหิว
441

ใบรับรองภาษาฮั่น

โพสต์ 2018-2-1 10:19:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำงานวันที่ 1  

ตอนเช้า ฟางเซียนตื่น ตี5.30 นางเตรียมตัวออกจากบ้าน ไปที่ร้านขายข้าวตระกูลจ้าวแต่เช้า
พอถึงหน้าร้านฟางเซียนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีวันแรกของการทำงานจึงยังกล้าเข้าไปหลังร้าน
สักพักหนึ่งก็มีชายแปลกหน้าเดินเขามาพูดว่า
‘‘เออ...เจ้ามีธุระอะไรที่นี่หรือเปล่า ’’
‘‘ข้ามาทำงานวันนี้วันแรก จึงไม่กล้าเข้าไป... ’’ ยิ้มอ่อนๆ
‘‘อ่า...งั้นหรือเจ้าเองก็จะมาทำงานที่นี่เองงั้นรึ..เจ้าจะไหวหรือเปล่า?’’
‘‘ไหว อยู่นะ ’’
‘‘งั้นหรือ...จริงๆข้าเองก็จะมาทำงานที่นี่เช่นกัน..งั้นเข้าไปที่ร้านกันเถอะ ’’
และเราสองคนก็เดินเข้าไปในร้าน

*ก๊อกๆ*

ชายคนนั้นก็เดินนำไปเคาะประตูที่หน้าร้านก่อนจะมีหญิงสาวออกมารับ
‘‘อรุณสวัสดิ์ท่านเฟยเอื้ยน’’
‘‘สวัสดิ์คะ ’’ ฟางเซียนโอ้งอย่างนอบน้อม
‘‘อรุณสวัสดิ์..เหว่ยกับฟางเซียนสินะ มาแต่เช้าตรู่แบบนี้คงพร้อมทำงานน่าดู’’
‘‘พร้อมคะ!!’’
‘‘งั้นรึ พวกเจ้าพึ่งมาใหม่ข้าจะให้ทำงานง่ายๆของที่นี่ก่อนแล้วกัน ’’
เฟยเอี้ยนพาทั้งสองคนเดินเข้าไปที่หลังร้านให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับคนงานของที่นี่ก่อนจะพาไปแนะนำงานที่ต้องทำ
‘‘เจ้าเห็นถุงข้าวสารเหล่านี้มั้ย’’
‘‘เห็นคะ ’’ ฟานเซียน ตกใจเล็กน้อยกับข้าวสารตรงหน้าที่เยอะพอตัว
‘‘ นี่คืองานแรกของพวกเจ้า เอ้า ไปหยิบมาให้ข้าถุงนึงซิส่วนอีกคนไปหยิบกระด้งที่วางตรงนั้นหน่อย’’
เหว่ยรีบไปหยิบถุงข้าวสารที่วางเอาไว้มาให้เฟยเอี้ยน
‘‘รับทราบคะ’’ ฟางเซียนเดินไปหยิบกะด้งตามคำสั้ง
นางแกะถุงข้าวสารก่อนจะเทบนโต๊ะขนาดใหญ่ แล้วนำข้าวจำนวนนึงมาใส่กระด้ง
‘‘นี่คือการฝัด เป็นการแยกเมล็ดข้าวที่ลีบ ข้าวที่เสียออกให้เหลือแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ ’’
ก่อนจะกระดกกระด้งขึ้นๆลงๆค่อนข้างเร็วสะบัดให้ข้าวที่เสียออก
‘‘ ง่ายใช่มั้ย? ในวันนี้เจ้าทำส่วนนี้ก่อน ถ้าเเยกแล้วแบ่งข้าวเสียใส่กระสอบตรงนี้ส่วนข้าวที่ดีใส่ไว้ตรงนี้’’
‘‘แค่นี้แหละ พวกเจ้าก็ทำไปเรื่อยๆเลยนะ ตอนเย็นข้าจะมาบอกอีกทีว่าต้องทำอะไรต่อ ข้าไปล่ะตั้งใจทำงานเข้าข้ามีงานต้องไปทำต่อ ’’ แล้วนางก็เดินออกไปจากหลังร้านปล่อยทั้งสองคนไว้ลำพัง  
‘‘อ..เอ๋…..คงต้องแยกข้าวเสียออกสินะ.. ’’
‘‘ช่ายยยยยยย ’’

ประมาณแปดโมง
คนงานของที่ร้านขายข้าว ตระกูลจ้าวก็เริ่มทยอยเข้ามาทำงานตามปกติได้ยินเสียงทักทายที่ดังมาตั้งหน้าร้าน ก่อนจะเห็นเด็กใหม่ที่แยกข้าวสารอยู่
‘‘อ่า! เจ้าทั้งสองคนที่จะมาทำงานที่นี่ชั่วคราวสินะ ท่านหญิงเฟยเอี้ยนบอกพวกเราแล้ว’’
ฟานเซียนตอบเสียงดังฟังชัด “ฝากตัวด้วยนะค่ะ!!”

ช่วงบ่ายๆเป็นช่วงพักของคนงาน

ฟานเซียนก็หาข้าวกิน นางปวดหลัง นางคิดในใจ ‘นี่คือการทำงานจริงๆสินะ วันแรกก็คงปวดๆแบบนี้แหละ’
ฟางเซียนก็คุยกับคนอื่นๆภายในร้านอย่างเป็นมิตร

ตอนเย็น
เฟยเอี้ยนก็เดินเข้ามาที่หลังร้านอีกครั้งและตรงมายังเหว่ยเเละฟางเซียน
‘‘หืม พวกเจ้าทำงานได้ดีเลยนี่! ต่อจากนี้ก็นับกระสอบนำไปชั่งน้ำหนักจดแล้วมาให้ข้านะ แล้วแบกไปไว้ที่มุมทางนั้น ถ้าพวกเจ้าทำเสร็จวันนี้ก็กลับไปพักผ่อนได้เลย ’’ แล้วเฟยเอี้ยนก็เดินกลับไปหน้าร้านอีกครั้ง
เหว่ยหันหน้ามาทางฟางเซียน
‘‘..เออ..เดี๋ยวข้าจะยกกระสอบไปชั่งให้เอง..เจ้าช่วยจดข้อมูลไปให้ท่านเฟยเอี้ยนได้หรือเปล่า…...? ’’
‘‘ได้เลย เด่วข้าจดเอง’’ เหว่ยใจดีจริงๆ
หลังจากนั้นก็เริ่มทำงานต่อมีคนงานจำนวนหนึ่งมาช่วยด้วย

งานวันนี้เสร็จสักที
ฟางเซียนเห็นเหว่ยดูปวดๆตามตัว...
และเหว่ายก็หันมาพูดกับฟางเซียน
‘‘เจ้าเหนื่อยรึเปล่า?...วันนี้ก็สนุกดีนะ..’’ เขาหัวเราะแห้งๆ
‘‘ข้ายินดีที่ได้ร่วมงานกับเจ้า ไว้เจอกันพรุ่งนี้’’
‘‘ข้าก็เช่นกัน กลับไปแช่น้ำร้านร่างกายจะได้ผ่อนคลายจากการเมื่อยล้า ข้ากลับบ้านก่อนนะพรุ้งนี้เจอกัน ’’
เหว่ยโบกมือให้ฟางเซียน ฟางเซียนก็โบกมือให้
กลับถึงบ้านด้วยความเมื่อยล้า
แม่เลี้ยงเห็นเราเหนื่อยมากจึงต้มน้ำให้ฟางเซียนอาบ
ฟางเซียนรู้สึกว่าน้ำร้อนช่วยให้หายเมื่อยจริงๆ…..


@STAFF_โรลทำงาน




แสดงความคิดเห็น

ขออภัยที่ล่าช้า แท็คไม่ขึ้นแจ้งเตือน  โพสต์ 2018-2-1 23:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x30
x1
x1
x1
x1
x2
x7
โพสต์ 2018-2-2 01:54:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราว 1 }  ( หางานทำ }


      ใช้เวลาไม่นาซีเหวินก็มาถึงเมืองฉางอัน

      เมื่อลงจากรถม้าแล้วเห็นป้ายที่เจียนว่าร้านขายข้าวตระกูลจ้าว

      ซีเหวินเปิดดูสมุดที่ปู่เขียนให้อีกครั้งก่อนจะเดินเข้ามาขอสมัครงานในร้าน

ซีเหวินถามพนักงานต้อนรับ

" เถ้าแก่อยู่ที่ไหน "

" เถ้าแก่ไม่อยู่และไม่มีกำหนดการที่จะกลับมาในร้าน"

ซีเหวินที่ไม่รู้ว่าเถ้าแก่ไม่อยู่จึงทำท่าจะกลับ แต่มีเสียงของผู้หญิงทักขึ้นบอกว่าตนเป็นเถ้าแก่เนี้ยลูกสาวของเถ้าแก่  

" สนใจจะสมัครงานเหรอ "

" ใช่ สนใจมากด้วย "

ซีเหวินรีบตอบรับทันควัน

เถ้าแก่เนี้ยจึงถามซีเหวินต่อ

"แล้วมีประสบการณ์ทำงานไหม"

"มีคะ ช่วยงานที่บ้าน "

" เจ้าทำงานได้เมื่อใด"   

ซีเหวินคิดอยู่ครู่ใหญ่

" พรุ่งนี้เจ้าค่ะ"

" แล้วเจ้าอยากทำอะไร "

" งานที่ไม่ต้องฆ่าใคร ไม่ว่าเป็นงานที่ใช้กำลัง หรือ ใช้สมองก็ทำได้หมดเจ้าค่ะ "

" ดี งั้นเจอกันพรุ่งนี้ "

" ขอบคุณเจ้าคะ"

ซีเหวินโค้งคำนับเถ้าแก่เนี้ยก่อนเดินออกจากร้านขายข้าว


แสดงความคิดเห็น

จัดส่งรายละเอียดงานไปทาง PM แล้วนะคะ   โพสต์ 2018-2-2 11:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +100 ความหิว -28 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 -28 + 7

ดูบันทึกคะแนน

.....
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x50
x30
x1
x1
x115
x21
x111
x22
x14
โพสต์ 2018-2-5 23:40:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำงานวันที่ 1


ซีเหวินเดินเข้าไปในร้านทักลูกจ้างหนุ่มที่อยู่ในร้าน

" ข้ามาทำงานที่นี่นะพี่ชาย  พอดีข้าเป็นไข้เลยหยุดไปหลายวัน "

" แม่นางนี่เอง คุณหนูจ้าว เฟยเอี้ยนให้ข้าสอนงานเจ้าน่ะ"

" แล้วข้าต้องทำอะไรบ้างละพี่ชาย "

"ก่อนอื่น มาตรวจสอบข้าวสารกันเถอะ "

ลูกจ้างหนุ่มเดินนำซีเหวินไปยังหลังร้านก่อนจะค่อยๆสอนจนซีเหวินเข้าใจ

" อ๋อ ตรวจสอบข้าวสารกันอย่างนี้เองสินะเจ้าคะ "

" ใช่ ต่อไปแยกข้าวสารเสียออกใส่กระสอบแยกไว้ "

ลูกจ้างหนุ่มสอนให้ซีเหวินนับกระสอบและบันทึกน้ำหนัก

ซีเหวินทำตามที่ลูกจ้างหนุ่มสอนทุกขั้นตอน

" เอาละ ขั้นตอนสุดท้ายละ อาจจะเหนื่อยหน่อยนะ แบกกระสอบข้าวดี่ไปที่มุมนั้น"



ลูกจ้างหนุ่มชี้นิ้วไปยังจุดวางข้าวสารดีที่อยู่ห่างไกลหลายเมตร

ซีเหวินไม่รีรอยกข้าวสารสามถุงขึ้นหลังแล้วแบกไปยังจุดๆนั้น

" เจ้า ไม่หนักรึ เจ้าก็เป็นผู้หญิงออกจะบอบบาง "

" ปู่ฝึกข้ามาเยอะน่ะ พี่ชาย "

ซีเหวินยิ้มให้ลูกจ้างหนุ่มที่ยืนอ้าปากเหวอ

" โอเค  งั้นวันนี้พอแค่นี้แหละ "

" ขอบคุณมากนะเจ้าค่ะ "

ซีเหวินที่เรียนรู้งานเสร็จเดินออกไปจากร้าน



@STAFF_โรลทำงาน







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -12 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -12 + 3

ดูบันทึกคะแนน

.....
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x50
x30
x1
x1
x115
x21
x111
x22
x14

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-11-18 14:27

ขึ้นไปด้านบน