เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } จวนราชองครักษ์ต้วนหงส์

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-9-24 18:47:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ก่อนเทศกาลเริ่ม(3)


                  ทั้งสามวิ่งหลุดออกมาจากเขตโรงเตี้ยมได้สำเร็จ จึงยืนพักหายใจกัน นางปล่อยพี่จิ่วที่ได้สติลงบนพื้น เขาแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วน ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่..
                  ใครจะนึกว่าคนอย่างเขาจะต้องให้สตรีอุ้ม!
                  พี่จิ่วหันมองรอบถนน จึงเห็นจวนราชองครักษ์ต้วนหงส์อยู่ไม่ไกล “นั่นจวนท่านลุงนี่”
                  “คุณชาย เรารีบไปขอความช่วยเหลือกันเถอะขอรับ” มู่กงกล่าวเสริม
                  เมื่อเห็นทางรอด ทั้งสามจึงตัดสินใจจะไปเคาะประตูจวน แต่พอก้าวออกจากจุดที่ยืนได้ไม่ถึงครึ่งก้าว อันธพาลสองคนที่ควรจะวิ่งตามมากลับยืนดักหน้าพวกเขาเอาไว้เสียแล้ว
                  “หนีเก่งกันเหลือเกินนะ ครั้งนี้พวกเจ้าหนีไม่รอดแล้ว!”
                  “คุณชาย ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้เอง ท่านรีบไปที่หน้าจวนราชองครักษ์เถอะ!” มู่กงตะโกนขึ้นมาก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดอันธพาลทั้งสองคนไว้
                  ลู่เอินเห็นประกายความสับสนในแววตาของพี่จิ่ว จึงคาดเดาได้ว่าเขาไม่อยากทิ้งมู่กงเอาไว้คนเดียวแน่ นางจึงเป็นคนดึงมือเขาให้วิ่งไปที่จวนราชองครักษ์แทน ระหว่างที่วิ่งออกมา ทั้งคู่ได้ยินเสียงมู่กงร้องเสียงดังอย่างเจ็บปวด คาดว่าคงโดนทำร้ายไปแล้ว เมื่อทั้งสองถึงหน้าจวน พี่จิ่วจึงรีบวิ่งไปเคาะประตูจวนอย่างร้อนรน

                  @BaiFangRong

                  “ท่านป้า มีอันธพาลไล่พวกข้ามา ตอนนี้พวกมันทำร้ายพี่มู่อยู่หน้าจวน” เมื่อกล่าวจบเขาจึงขยับเข้าไปสะกิดคนตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยเสียงเบา “เรียกข้าว่าพี่จิ่วนะท่านป้า..”

                  @BaiFangRong

                  ทั้งสองรีบเข้าไปด้านในจวนทันที โดยที่ลู่เอินได้แต่เดินตามหลังพี่จิ่วไปเพราะไม่รู้ที่ทางภายในจวน หญิงสาวไม่กล้ามองซ้ายขวาเพราะได้ยินว่าเป็นจวนของราชองครักษ์

                  @BaiFangRong

                  “ไม่เลยขอรับ จะมีก็แต่วิ่งหนีจนเหนื่อยเท่านั้น” สีหน้าของพี่จิ่วดีขึ้นมาก ทว่ายังมีเค้าของความเป็นห่วงมู่กงกงเจืออยู่ พี่จิ่วมองลู่เอินที่ดูกลัวๆ ก่อนเดินกลับไปกุมมือหญิงสาวเดินเข้าไป “ลู่เอิน เจ้าไม่เป็นไรนะ” ใบหน้าเด็กหนุ่มยิ้มปลอบประโลมอีกฝ่าย
                  นางยิ้มบางเบาเช่นทุกที “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

                  @BaiFangRong

                  เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งคู่ต่างก็มีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่ลู่เอินจะคารวะอีกฝ่ายหนึ่งครั้งพร้อมกับเอ่ยตอบ “ข้าแซ่เสิ่น มีนามว่าลู่เอินเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ”

                  @BaiFangRong

                  เป็นพี่จิ่วที่นั่งลงก่อน หญิงสาวจึงกล้าที่จะนั่งลงตาม นางคล้ายรักษาระยะห่างกับคุณชายพอสมควร ดวงตาคู่สวยแสร้งกวาดมองรอบตัว ไม่เจาะจงจุดใดจุดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้กับไป๋ฟางหรง “ยินดีที่ได้พบต้วนฮูหยินเจ้าค่ะ”

                  @BaiFangRong

                  “เรื่องมันเป็นอย่างนี้ขอรับท่านป้า..” พี่จิ่วเล่าเรื่องที่มีหญิงสาวถูกอันธพาล 3 คนฉุดในโรงอุปรากร เป็นเขาที่เข้าไปห้ามปราม แต่กลับโดนจับตัวไว้ เป็นมือปราบเส้าเทียนและแม่นางลู่เอินที่เข้ามาช่วยเหลือ อันธพาลที่เหลือล้วนถูกจับเข้าคุก ส่วนตัวเขาสลบไป ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ที่โรงหมอแล้ว ระหว่างนั้นมีท่านหมอ มู่กง และแม่นางลู่เอินคอยช่วยเหลือ วันนี้ท่านหมอให้ออกจากโรงหมอได้จึงไปเที่ยวที่ย่านการค้า ระหว่างนั้นพบเจอกับอันธพาลที่พึ่งออกจากคุก จึงวิ่งหนีมากระทั่งถึงจวนราชองครักษ์ แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะไม่เล่าทั้งหมด เช่นเรื่องที่ถูกสตรีอุ้มวิ่งกลางเมือง...

                  @BaiFangRong

                  “ท่านป้าอย่าเพิ่งบอกท่านลุงนะครับ เดี๋ยวเที่ยวอีกเล็กน้อยผมก็จะกลับแล้ว ให้อาจี๋แกล้งนอนบนเตียงห่มผ้า” พี่จิ่วกล่าวบอกท่านป้าส่งสายตาวิงวอนอีกฝ่ายใสวิ้ง

                  @BaiFangRong

                  “ไม่เป็นไรๆๆ หรอกขอรับ จิ่วอยู่แค่ในฉางอันนี่เอง ทหารรักษาการณ์มากมายคงไม่เดินไปเหยียบเท้าคนพาลบ่อยหรอก ฮ่ะๆ” พี่จิ่วกล่าวอ้อนท่านป้าสายตาใสวิ้ง กระพริบตาปริบๆ

                  @BaiFangRong

                  “ห๊ะ งั้นหลานขอตัวไปก่อนนะ จิ่วสัญญาจะกลับบ้านก่อนยามเหม่าแน่นอน” พี่จิ่วเมื่อได้ยินว่าท่านลุงจะกลับจวนรีบกล่าวพูด ก่อนเอ่ยขอท่านป้าอีกเรื่อง “ท่านป้าหลานฝากพี่มู่ด้วยนะครับ หากท่านลุงถามบอกว่าพี่มู่มาส่งของให้ท่านป้า ระหว่างทางเจอโจรทำร้ายดีที่หนีมาถึงที่นี่ทัน”  

                  @BaiFangRong

                  “หลานจะดูแลลู่เอินเองขอรับหายห่วง” พี่จิ่วพูดขึ้นก่อนยกมือตีหน้าอก ยิ้มน้อยๆ

                  @BaiFangRong

                  ลู่เอินกระพริบตามองสิ่งมีชีวิตที่วิ่งเข้ามา ในใจรู้สึกประหลาด ไม่รู้ว่านางหูฝาดหรือตาพร่ากันแน่ ตรงหน้าคือลูกสิงโตจริงหรือ?

                  @BaiFangRong

                  นางก้มมองลูกสิงโตที่กำลังแข่งจ้องตากับนางอยู่ ในใจรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา ตอนอยู่ลู่เจียนนางเคยเลี้ยงแค่นก ได้ยินว่าที่ฉางอันเขานิยมเลี้ยงสัตว์มีขนกันด้วย แต่เลี้ยงลูกสิงโตไว้ในเรือน เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็น..

                  @BaiFangRong

                  “ต้วนฮูหยินช่างมีน้ำใจกว้างขวางนัก”

                  @BaiFangRong

                  “ไม่ใช่เจ้าค่ะ” นางเป็นคนลู่เจียน แต่.. เรื่องนี้นางยังไม่ได้บอกพี่จิ่วและมู่กงด้วยซ้ำ ลู่เอินจึงเลือกที่จะไม่ตอบตามตรง “ข้ามาจากซินเอี๋ย ทำงานอยู่ที่หอหนิวหลางจือหนี่เจ้าค่ะ”

                  @BaiFangRong

                  เมื่อสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายรวมทั้งคำพูดที่กล่าวกับนางแล้ว ในใจของลู่เอินรู้สึกได้ว่าเถ้าแก่หงต้องไม่ธรรมดาแน่ แต่ก็ไม่นึกว่าฮูหยินของจวนราชองครักษ์ ยังเอ่ยปากว่าสนิทสนมเช่นนี้ “อย่างไรข้าก็พึ่งเข้าทำงานที่หอหนิวหลางจื่อหนี่ไม่นานนัก กระทั่งเถ้าแก่หงยังไม่เคยพบเลยเจ้าค่ะ”

                  @BaiFangRong

                  “ได้ขอรับท่านป้า” พี่จิ่วยิ้มชูนิ้วก้อยสัญญา
                  ลู่เอินเห็นคุณชายดูร่าเริงขึ้นบ้างจึงเผยยิ้มมอง ตั้งแต่เจอกันจนถึงวันนี้ พึ่งเห็นเขาดูมีความสุขขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลย หญิงสาวรอให้พี่จิ่วลุกขึ้นเดินออกไปก่อนจึงลุกขึ้นเดินตาม แต่ไม่ลืมที่จะหันมาคารวะไป๋ฟางหรงก่อนเดินออกจากจวนไป

                  @BaiFangRong

                  นางเห็นว่ายังพอมีเวลาก่อนไปร่วมงานเทศกาล จึงขอคุณชายกลับไปที่โรงหมอเพื่อแต่งตัวใหม่ก่อน ตอนนี้ผมเผ้าของนางคงฟูเป็นรังนกแล้ว นอกจากนั้นตอนที่อยู่ในชุดสตรียังวิ่งเสียเต็มกำลัง หากไม่กลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อย คงมีสภาพดูไม่ได้แน่
                  ทั้งคู่จึงเดินกลับไปที่โรงหมอก่อน จึงจะไปที่หอปี้ชูเพื่อร่วมงานเทศกาล

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2018-9-24 19:47:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 105 : มังกรน้อยหนีเที่ยว
             ก๊อกๆๆ!!

             “...?” ไป๋ฟางหรงเพิ่งกลับถึงจวนได้ไม่ทันไรกำลังนั่งตรวจดูบันทึกรายรับรายจ่ายในช่วงที่ผ่านมาที่โต๊ะหินนั่งเล่นได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงเคาะประตูหลายครั้งรัวๆ เสมือนคนกำลังร้อนรน  นางวางพู่กันลงพร้อมโคลงศีรษะให้ยามที่กำลังรีบวางกระถางดอกเบญจมาศสีส้มที่ฮูหยินสั่งจัดสวนใหม่  และจะวิ่งมาเปิดประตูเป็นเชิงว่าไม่ต้องอย่างไม่ถือ

ไป๋ฟางหรงเดินไปเปิดประตูจวนเพื่อดูว่าเป็นผู้ใดที่มาเยือนในเวลานี้   ทว่าภาพเด็กหนุ่มที่ยืนหอบอยู่ตรงหน้าทำให้หญิงสาวพูดไม่ออก

“......” นี่...องค์รัชทายาทมาทำอะไรที่นี่? ถึงจะไม่เคยเข้าเฝ้าโดยตรง  แต่ก็พอจะเห็นรูปวาดผ่านตามาบ้าง เนตรโศกกระพริบปริบแล้วเหลือบมองเด็กสาวอีกคนที่ยังจับมือกันอยู่  ทั้งสองผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยคล้ายวิ่งหนีอะไรกันมา ไป๋ฟางหรงรู้สึกเหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

“ท่านป้า มีอันธพาลไล่พวกข้ามา ตอนนี้พวกมันทำร้ายพี่มู่อยู่หน้าจวน” เมื่อกล่าวจบเขาจึงขยับเข้าไปสะกิดคนตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยเสียงเบา “เรียกข้าว่าพี่จิ่วนะท่านป้า..”

“...เข้าใจแล้ว” นี่คงจะทรงหนีออกนอกวังมาเที่ยวสินะ  เหมือนจูอี้กงจู่ผู้เป็นพี่สาวไม่มีผิด ร่างบางผายมือเชิญให้ทั้งคู่เข้ามาในจวน  ทั้งยังเรียกให้ยามวางมีจากงานสวนไปช่วยมู่กงกงจากบรรดาอันธพาล

ทั้งสองรีบเข้ามาด้านในจวนทันที โดยที่ดรุณีร่างบางได้แต่เดินเก็บสายตาตามหลังเด็กหนุ่มที่นางยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงว่าเป็นองค์รัชทายาท    ฮูหยินของจวนเดินนำทั้งคู่ไปที่ห้องโถง  โดยระหว่างทางสั่งการสาวใช้ให้เตรียมน้ำชา ขนมรับรองแขก  เนตรหวานซึ้งมองโอรสมังกรตัวน้อยด้วยสายตาแบบไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ยิ่งได้ยินว่าทรงมีพระวรกายอ่อนแออยู่ “พี่จิ่วเจ้าไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่?”

“ไม่เลยขอรับ จะมีก็แต่วิ่งหนีจนเหนื่อยเท่านั้น” สีหน้าของพี่จิ่วดีขึ้นมาก ทว่ายังมีเค้าของความเป็นห่วงมู่กงกงเจืออยู่ พี่จิ่วมองลู่เอินที่ดูกลัวๆ ก่อนเดินกลับไปกุมมือหญิงสาวเดินเข้าไป “ลู่เอิน เจ้าไม่เป็นไรนะ” ใบหน้าเด็กหนุ่มยิ้มปลอบประโลมอีกฝ่าย

นางยิ้มบางเบา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

นัยน์ตาโศกหวานลอบสังเกตเด็กสาวข้างๆองค์รัชทายาทมาตลอดทาง  ลักษณะดูแล้วจะทรงเป็นห่วงเด็กสาวคนนี้ไม่น้อย   ไป๋ฟางหรงพิจารณารูปลักษณ์ภายนอกและการวางตัวบ่งบอกว่าเป็นบุตรหลานตระกูลดี  แต่รอยยิ้มบางเบาแบบนั้นดูจะซ่อนอะไรไว้ไม่น้อยที่เดียว  ไป๋ฟางหรงคลี่ยิ้มให้อีกฝ่าย “เจ้าชื่อลู่เอินใช่หรือไม่? ไม่ต้องเกร็งนะจ้ะ สหายของพี่จิ่วก็เหมือนหลานของข้าด้วย”  

ก่อนจะหันไปกล่าวปลอบใจรัชทายาทน้อยที่ดูจะกังวลถึงความปลอดภัยของคนสนิท “มู่กงปลอดภัยแล้วล่ะ  เวลานี้ยามออกไปช่วยแล้ว อันธพาลไม่กล้าทำอะไรต่อแล้วจ้ะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งคู่ต่างก็มีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่ลู่เอินจะคารวะอีกฝ่ายหนึ่งครั้งพร้อมกับเอ่ยตอบ “ข้าแซ่เสิ่น มีนามว่าลู่เอินเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ”

“ข้าต้วนฮูหยิน ไป๋ฟางหรง ยินดีที่ได้พบแม่นางเสิ่น” ไป๋ฟางหรงยิ้มรับ  เด็กสาวคนนี้รอยยิ้มการวางตัวทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบ เก็บงำความคิดเบื้องลึก ท่าทีเหล่านี้ไป๋ฟางหรงล้วนคุ้นเคยดี  


           เมื่อเข้ามาภายในห้องโถงก็ได้กลิ่นดอกอวี้หรานหลงฤดูและกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆลอยบางเบาผ่อนคลาย  ไป๋ฟางหรงผายมือให้ทั้งสองนั่ง   

เป็นพี่จิ่วที่นั่งลงก่อน หญิงสาวจึงกล้าที่จะนั่งลงตาม นางคล้ายรักษาระยะห่างกับคุณชายพอสมควร ดวงตาคู่สวยแสร้งกวาดมองรอบตัว ไม่เจาะจงจุดใดจุดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้กับไป๋ฟางหรง “ยินดีที่ได้พบต้วนฮูหยินเจ้าค่ะ”

นิ้วเรียวเกี่ยวหูป้านชาเทน้ำแรกล้างจอก “ไหนเล่าให้ป้าฟังสิว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่?” เอ่ยถามพลางจัดแจงเทน้ำลวกใบชาอีกรอบ แล้วใช้ไม้คีบจอกเทน้ำแรกรักษาอุณหภูมิป้านชา

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ขอรับท่านป้า..” พี่จิ่วเล่าเรื่องที่มีหญิงสาวถูกอันธพาล 3 คนฉุดในโรงอุปรากร เป็นเขาที่เข้าไปห้ามปราม แต่กลับโดนจับตัวไว้ เป็นมือปราบเส้าเทียนและแม่นางลู่เอินที่เข้ามาช่วยเหลือ อันธพาลที่เหลือล้วนถูกจับเข้าคุก ส่วนตัวเขาสลบไป ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ที่โรงหมอแล้ว ระหว่างนั้นมีท่านหมอ มู่กง และแม่นางลู่เอินคอยช่วยเหลือ วันนี้ท่านหมอให้ออกจากโรงหมอได้จึงไปเที่ยวที่ย่านการค้า ระหว่างนั้นพบเจอกับอันธพาลที่พึ่งออกจากคุก จึงวิ่งหนีมากระทั่งถึงจวนราชองครักษ์ แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะไม่เล่าทั้งหมด เช่นเรื่องที่ถูกสตรีอุ้มวิ่งกลางเมือง...

“......” ไป๋ฟางหรงฟังเรื่องราวอย่างสงบ  ในใจรู้สึกทั้งขันทั้งฉิว  คิดในแง่ของเด็กเริ่มเข้าวัยหนุ่มต้องมีความอยากรู้อยากเห็นโลกภายนอกบ้าง  การรู้จักยืนหยัดเพื่อช่วยคนอ่อนแอกว่าก็เป็นสิ่งดีน่าชื่นชม  ทว่ารัชทายาทน้อยผู้นี้มิได้ระวังเลยใช่หรือไม่ว่าพระวรกายทรงล้ำค่าเพียงใด หากทรงเป็นอะไรขึ้นมาผลที่ตามมานางไม่อยากจะคิด ตัดเรื่องหนีออกนอกวังมาเที่ยวออกไป นี่ก็ข้ามวันมาแล้ว “แล้วที่บ้านเจ้ารู้เรื่องที่เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่?”

หรือที่นางต้องการถามคือ ไม่ใช่เวลานี้ในวังตามหาองค์รัชทายาทกันแทบวังระเบิดแล้วหรือ?

“ท่านป้าอย่าเพิ่งบอกท่านลุงนะครับ เดี๋ยวเที่ยวอีกเล็กน้อยผมก็จะกลับแล้ว ให้อาจี๋แกล้งนอนบนเตียงห่มผ้า” พี่จิ่วกล่าวบอกท่านป้าส่งสายตาวิงวอนอีกฝ่ายใสวิ้ง

ไป๋ฟางหรงยิ้มขันเด็กชาย  แต่ส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก…เจ้าทำแบบนี้รู้ไหมถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงๆจะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหน?”

“ไม่เป็นไรๆๆ หรอกขอรับ จิ่วอยู่แค่ในฉางอันนี่เอง ทหารรักษาการณ์มากมายคงไม่เดินไปเหยียบเท้าคนพาลบ่อยหรอก ฮ่ะๆ” พี่จิ่วกล่าวอ้อนท่านป้าสายตาใสวิ้ง กระพริบตาปริบๆ

“อืม… ท่านลุงของเจ้ากว่าจะกลับจวนก็คงจะมืดเลย  อีกหลายชั่วยาม---”

“ห๊ะ งั้นหลานขอตัวไปก่อนนะ จิ่วสัญญาจะกลับบ้านก่อนยามเหม่าแน่นอน” พี่จิ่วเมื่อได้ยินว่าท่านลุงจะกลับจวนรีบกล่าวพูด ก่อนเอ่ยขอท่านป้าอีกเรื่อง “ท่านป้าหลานฝากพี่มู่ด้วยนะครับ หากท่านลุงถามบอกว่าพี่มู่มาส่งของให้ท่านป้า ระหว่างทางเจอโจรทำร้ายดีที่หนีมาถึงที่นี่ทัน”  

ถึงกับคิดบทพูดให้นางเสร็จสรรพ...“....เอาเถอะ ข้าจะดูแลมู่กงให้” เสียงหวานถอนหายใจ หันไปทางแม่นางน้อยที่นั่งนิ่งเงียบ “อย่างไรก็รบกวนฝากแม่นางช่วยดูแลหลานชายของข้าได้หรือไม่จ้ะ? ดูจากลักษณะแล้วหากเขาไปคนเดียวเจอเรื่องอะไรในงานอีกคงไม่พ้นเจออันธพาลอีกแน่นอน”

“หลานจะดูแลลู่เอินเองขอรับหายห่วง” พี่จิ่วพูดขึ้นก่อนยกมือตีหน้าอก ยิ้มน้อยๆ

ใครดูแลใคร? ไป๋ฟางหรงอยากหัวเราะนัก  ก่อนโบกมือเรียกให้สาวใช้ไปพาจิวอิงมา “แล้วก็พาลูกสิงโตไปด้วย  ถึงมันยังเป็นเพียงลูกสิงโต  แต่ก็สามารถช่วยก่อกวน ช่วยเหลือเจ้าในยามคับขันได้”

          เวลานั้นบ่าวรับใช้เข้ามารายงานว่าช่วยเหลือมู่กงสำเร็จเรียบร้อย แต่อีกฝ่ายบาดเจ็บเอาการต้องให้หมอมารักษาจึงพอไปพักที่ห้องรับรองแล้ว   นางพยักหน้าสั่งการให้ไปตามหมอมา   

ประตูห้องโถงถูกเลื่อนเปิดออกอีกครั้งพร้อมลูกสิงโตตัวใกล้เคียงกับสุนัข   ใบหน้ากลมมนขนฟูนุ่มสลวย  ตากลมใสแจ๋ว  มันรีบวิ่งพร้อมส่ายหางดุ้กดิ้กไปมาท่าทางตื่นเต้นที่ได้เจอผู้คนใหม่ๆ   ดูอย่างไรก็ไม่เหลือความน่าเกรงขามของเผ่าพันธุ์นักล่า

“นี่คือจิวอิง…ลูกสิงโตจ้ะ” ตัวเจ้าของเองก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันยังจะโตไปเป็นนักล่าหรือไม่  แต่นางยังพยายามเชื่อว่าสัญชาตญาณสัตว์ป่าอย่างไรก็ไม่หายไป

จิวอิงวิ่งส่ายก้นเข้ามาดมรอบๆตัวคนแปลกหน้าทั้งสอง  ก่อนจะชูขาหน้าสองข้างขึ้น  มันใช้ตาใสแจ๋วมองแม่นางน้อยเชิงออดอ้อน  อีกฝ่ายเองก็ก้มมองมันด้วยสายตาเอ็นดูอยู่

ไป๋ฟางหรงหัวเราะ “ดูเหมือนจิวอิงจะชอบแม่นางเสิ่นไม่น้อยเลยนะจ้ะ” เห็นเด็กสาวมีดวงตาที่อ่อนลงก็ลอบยิ้มในใจ  อย่างน้อยก็ดูไม่ใช่คนที่เบื้องลึกมีจิตใจกระด้างอะไร  จึงยิ้มให้อย่างเอ็นดูเด็กสาวอ่อนวัยกว่า  ด้วยความรู้สึกกึ่งคล้ายคิดถึงในที  ...ลักษณะของเด็กสาวที่เติบโตในตระกูลใหญ่ที่ต้องแย่งชิง “อันที่จริงในจวนนี้ยังมีสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด ทั้งลูกหมีขาว แรคคูนหิมะ กระต่าย แต่ปล่อยให้วิ่งเล่นอยู่ในสวน   ถ้าชอบ วันหลังแม่นางเสิ่นสะดวกจะมานั่งเล่นที่นี่ก็ได้นะ”

“ต้วนฮูหยินช่างมีน้ำใจกว้างขวางนัก”

ชักชวนเสร็จจึงนึกขึ้นได้ “จริงสิ...ข้าลืมถามไปเสียสนิท แม่นางเป็นคนฉางอันหรือเปล่า?”

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ” ดรุณีน้อยเอ่ยตอบเสียงสุภาพไว้เชิง “ข้ามาจากซินเอี๋ย ทำงานอยู่ที่หอหนิวหลางจือหนี่เจ้าค่ะ”

               ทันทีที่ได้ยินชื่อหอไป๋ฟางหรงก็ยิ้ม เนตรโศกเป็นประกาย  รู้สึกสนิทสนมขึ้นอีก  เมื่อหลี่เจี่ยเจียยึดถือทุกคนในหอเสมือนครอบครัว นางผู้เป็นน้องก็จะคิดตามนั้น “บังเอิญจริง ที่แท้แม่นางก็เป็นคนของหอหนิวหลางจื่อหนี่  ข้ารู้จักสนิทสนมกับเถ้าแก่อยู่มาก อันที่จริงก็เป็นคนกันเอง”

เสิ่นลู่เอินถ่อมตัว ระมัดระวังอย่างยิ่ง “อย่างไรข้าก็พึ่งเข้าทำงานที่หอหนิวหลางจื่อหนี่ไม่นานนัก กระทั่งเถ้าแก่หงยังไม่เคยพบเลยเจ้าค่ะ”

ดวงหน้างามพยักอย่างเข้าใจ  เมื่อหลี่เจี่ยเจียต้องปิดบังตัวตน  ต่อให้ได้พบก็คงจะไม่รู้ว่านั่นคือเถ้าแก่เสียมากกว่า “เดี๋ยวสักวันแม่นางเสิ่นก็ได้พบ…” นัยน์ตาคู่ซึ้งเหลือบมองท่าทางอยู่ไม่สุขมองไปที่ประตูเรื่อยๆของลูกมังกรน้อยราวเกรงว่าในวินาทีใดวินาทีหนึ่งคนที่หวาดกลัวจะเปิดประตูเข้ามา  ก่อนจะส่ายหน้า “เอาล่ะ....ข้าไม่ถ่วงเวลาของเจ้าแล้ว  ไม่ต้องกลัวว่าท่านลุงต้วนของเจ้าจะกลับมาเร็วนักหรอก แล้วพี่จิ่วก็อย่าลืมกลับบ้านไม่เกินยามเหม่าตามที่สัญญาไว้เล่า”

“ได้ขอรับท่านป้า” พี่จิ่วยิ้มชูนิ้วก้อยสัญญา ท่าทางทะเล้นแบบนี้ทำให้นางใจแข็งไม่ไหว   ยิ่งคิดถึงลูกจื้อที่นอนหลับสนิทอยู่ในห้องพัก

เด็กสาวเองก็มองท่าทางร่าเริงของเขาด้วยรอยยิ้มแล้วลุกเดินตามหลังอีกฝ่ายไป   โดยไม่ลืมที่จะหันมาคารวะไป๋ฟางหรงก่อนเดินออกจากจวนไปอย่างรวดเร็ว    ร่างอรชรในอาภรณ์ขาวยิ้มอ่อนใจ ยิ่งเห็นท่าทางแบบนี้ยิ่งคิดถึงจูอี้กงจู่   วันนี้เป็นวันประสูติของพระองค์ด้วย  หากทรงมีโอกาสออกมาเที่ยวสูดอากาศนอกวังเช่นนี้  ก็คงนับเป็นของขวัญที่พิเศษที่สุด

หลังคนทั้งสอง พร้อมองครักษ์น้อยจิวอิงเดินออกไปได้ระยะหนึ่ง   ไป๋ฟางหรงจึงเรียกยามสามคนให้ออกไปติดตามคุ้มครองทั้งคู่อยู่ห่างๆ  จนองค์รัชทายาทน้อยกลับวังอย่างปลอดภัยค่อยกลับมา



@Admin @Lulu

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ไท่จื่อ: หลิว จี้ เพิ่มขึ้น 600 โพสต์ 2018-9-26 16:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-9-24 22:21:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 105 : ท่านกลับมาแล้ว - เจ้ากลับมาแล้ว

            หลังจากส่งมังกรน้อยไปเที่ยวเล่น  และเชิญท่านหมอมาตรวจดูอาการของมู่กงกง  จนเขาเปลี่ยนผ้าพันแผล ทานยา พักผ่อนแล้ว ก็จัดหาสาวใช้คอยอยู่ดูแลรับรอง   จากนั้นไป๋ฟางหรงก็กลับมานั่งตรวจบัญชีต่อ  นั่งดีดลูกคิดเทียบยอดกับใบรับของที่ลี่ซือเก็บเอาไว้

“ฮูหยินเจ้าคะ  ท่านไม่พักก่อนสักครู่หรือเจ้าคะ?” ลี่ซือที่ก่อนหน้านี้คุมซู่เอ๋อห์ไปช่วยจัดห้องให้นายน้อยคนใหม่ของจวน  ทั้งจัดเตรียมของไหว้ในครัว  เมื่องานเสร็จสิ้นก็มาติดตามข้างฮูหยินน้อยต่อ  มองร่างบอบบางประหนึ่งจะแตกหักได้ของนายด้วยความเป็นห่วง

“ข้าละเลยหน้าที่ของตนมาหลายวันจะพักอยู่เฉยๆได้อย่างไร?” นายสาวส่ายหน้า  นัยน์ตาโศกมองสาวใช้ที่การเดินเหินวางตัว ดูคล้ายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดหนึ่งก็ลอบพยักหน้ากับตนเอง  จับมือรั้งลี่ซือมานั่งข้างๆอย่างเอ็นดูเสมือนน้องสาว “ที่ผ่านมาเหนื่อยเจ้าแล้วจริงๆ  ขอบใจมากที่ดูแลจวนให้เรียบร้อย แบ่งเบาข้าไปเยอะ”

“ฮูหยิน….” ลี่ซือฟังแล้วน้ำตารื้นชุ่มชื้นหัวใจ  ความเหนื่อยที่ผ่านมาถูกปัดเป่าไปสิ้น “จากนี้ท่านก็อย่าหายไปนานๆ ทำอะไรเสี่ยงๆอีกนะเจ้าคะ”

นิ้วเรียวปาดน้ำตาให้สาวใช้คนสนิทแล้วกล่าว “ข้าจะพยายามนะ เจ้าก็อย่าขี้แยสิ”

ปลอบใจสาวใช้เสร็จก็นึกขึ้นได้  เปิดคลี่ม้วนรายจ่ายเมื่อสัปดาห์ก่อนขี้นมา “เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ? เหตุใดจึงเบิกชั่งออกไปใช้จ่ายมาขนาดนั้น??”

“อ๋า...นั่นเป็นส่วนของที่ใช้ในงานถวายทานในอารามไป๋หม่าที่เพิ่งเปิดเจ้าค่ะ  เป็นงานใหญ่ที่ฮ่องเต้ก็ทรงเสด็จด้วย” ลี่ซืออธิบายก่อนเจกศีรษะตนเอง “บ่าวลืมกำกับไว้ในบัญชี  แต่เขียนลงบันทึกจวนไว้นะเจ้าคะ”

ไป๋ฟางหรงพยักหน้าแล้วเขียนหมายเหตุกำกับลงไป พลางสั่งสอนตักเตือนสาวใช้   

          ในระหว่างที่สองนายบ่าวกำลังตรวจสอบบัญชี  ประตูจวนก็เปิดออกมา  เสียงเสียดสีของไม้ทำให้ทั้งสองหันไปมองผู้มาใหม่   แล้วก็เห็นร่างสูงสง่าในชุดทะมัดทะแมงสีเทาอ่อนกำลังก้าวเข้ามา

“.......” ต้วนหงส์ได้รับอนุญาตให้กลับมาเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในจวน  จริงเดินกลับมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า  อันที่จริงเทศกาลใดๆล้วนไม่มีผลกับเขามากนัก  เมื่อคิดแล้วที่จวนก็ไม่ได้มีผู้ใดที่จะร่วมเฉลิมฉลองด้วย

คิดถึงตรงนี้ก็หวนคิดถึงภาพของโฉมคราญเจ้าของนัยน์ตาโศกหวาน เรือนร่างกิริยานุ่มนวลบอบบางที่แม้เพิ่งเข้ามาในชีวิตของเขาได้ไม่นาน   แต่กลับสร้างความคุ้นเคยแปลกๆให้ชายหนุ่ม

ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้จากที่รู้สึกว่าจวนที่เคยอ้างว้างของตนอบอุ่นผ่อนคลายนัก  

คุ้นเคยกับกลิ่นดอกอวี้หรานและสมุนไพรอ่อนๆ คุ้นเคยกับเสียงกระดิ่งลม คุ้นเคยกับการกลับจวนแล้วได้ทานอาหารอุ่นๆให้อิ่มท้องตลอดเวลา

แต่อยู่ดีๆสิ่งเหล่านั้นกลับหายไป…

แม้เวลานี้ในจวนจะมีบ่าวไพร่และสัตว์เลี้ยงอยู่อาศัยทำให้จวนคึกคักไม่เหมือนแต่ก่อน  ทว่าต้วนหงส์กลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป   

เขาน่าจะใจแข็งกว่านี้….

ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวบ่อยครั้งหลังจากที่แยกกับสตรีผู้เป็นฮูหยินเพียงในนาม  ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเผชิญกับสิ่งใด ยิ่งรู้ว่านางที่เปราะบางจนเขาแทบอยากประคองไว้ตลอดด้วยกลัวบุบสลายเคยไปลำบากในคุกอยู่สามวัน  ต้วนหงส์ยิ่งกังวลร้อยพันว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก

ไม่ควรตามใจให้นางไปเผชิญเรื่องเหล่านั้นเลย....

แต่เขาไม่คิดเลยว่าทันทีที่เปิดประตูจวนเข้ามาในวันนี้จะได้พบกับเงาร่างที่คุ้นเคยกำลังถือพู่กันตั้งหน้าทำงานเช่นเคย

“......” ราชองครักษ์ยืนนิ่งงันตกตะลึง  แวบหนึ่งที่เขาคิดว่าตัวเองตาฝาดหรือฝันทั้งลืมตาอยู่   แล้วใบหน้างามก็เริ่มคลี่ยิ้มชวนคนตาพร่า

“พี่ต้วน ท่านกลับมาแล้ว…” เสียงหวานราวหยาดน้ำค้างบนกลีบบุปผาเอื้อนเอ่ย  ต้วนหงส์จึงได้สติ

“เจ้า...กลับมาแล้ว….”

ไป๋ฟางหรงเห็นท่าทีเขาดูเลื่อนลอยน่าจะเหนื่อยจัดจึงรีบเดินเข้าไปหา “ท่านทานอะไรมาหรือยังเจ้าคะ? นั่งพักก่อน—“

“ไปเขาหลีซานกันไหม?”

“เจ้าคะ?” นัยน์ตาคู่หวานกระพริบปริบ  ตั้งตัวไม่ทัน  ประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งจึงถามอย่างไม่มั่นใจนัก “ตอนนี้?”

“.....” ต้วนหงส์พยักหน้า  เสียงขรึมยืนยันหนักแน่น “ตอนนี้”

ไป๋ฟางหรงเอียงคอเล็กน้อยแปลกใจกับท่าทีที่ดูแปลกหลาดไปของชายหนุ่ม  แต่เมื่อระลึกได้ว่าวันนี้เป็นวันครอบครัวจึงเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงอยากไปไหว้บิดา  หญิงสาวพยักหน้า “เช่นนั้นข้าให้คนจัดขนมเยว่ปิ้ง น้ำชา และสุราเบญมาศไปไหว้ท่านพ่อนะเจ้าคะ”

“อืม…” ต้วนหงส์พยักหน้า   ชายหนุ่มยังรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองแปลกๆ

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-9-25 01:49:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ

                   หลิวจี้พาลู่เอินมาที่หน้าจวนราชองครักษ์ต้วนหงส์ นางพอคาดเดาออกว่าเขาต้องการอะไร แต่ลู่เอินเลือกที่จะไม่พูดออกมา รอให้อีกฝ่ายบอกกับนางเองคงจะดีกว่า.. ทหารที่เฝ้าประตูจวนต้วนเห็นทั้งสองเดินมาทำการคารวะหลิวจี้ ลู่เอินเพียงทอดสายตามองพวกเขาครู่หนึ่ง แล้วเลิกใส่ใจ
                   "คืนนี้ดึกแล้วให้พักที่จวนท่านลุงดีกว่า ฝากบอกพี่มู่ด้วยนะเจอกันที่บ้าน"
                   "จะไม่เป็นการรบกวนรึเจ้าคะ"
                   "เจ้าอย่าคิดมากเลย มีอะไรท่านลุงท่านป้าก็มาจัดการข้าเอง ไม่เกี่ยวกับเจ้าหรอก"
                   "..." แบบนั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย
                   "ข้าไปก่อนนะ เจ้าก็นอนหลับให้สบายเถอะ" นางมองอีกฝ่ายที่กล่าวคำอวยพรประหลาดออกพลางยิ้มขำ ลู่เอินนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงดึงชายเสื้ออีกคนเอาไว้ หลิงจี้มองนางด้วยสีหน้าสงสัย "มีอะไรรึ"
                   "ก่อนท่านจะกลับบ้าน ข้าอยากร้องเพลงให้ฟังสักเพลงได้ไหมเจ้าคะ"
                   "เจ้าร้องเพลงเป็นด้วยรึ" หลิวจี้แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา "เอาสิ"
                   ลู่เอินสูดหายใจเข้าอย่างแผ่วเบา เห็นว่าอีกฝ่ายรู้จักกับจวนต้วน แสดงว่าต้องได้แวะเวียนมาบ่อยครั้ง หากครั้งใดที่ผ่าน ย่อมนึกถึงเพลงที่นางร้อง ลู่เอินจึงเลือกที่จะทิ้งบางสิ่งเอาไว้อีกหนึ่งอย่าง...


                   "..
只想让你知道 我真的很好 (เพียงแค่อยากให้เธอรู้ว่าฉันสบายดี)
                   爱一生 恋一世 我也会等你到老 (รักครั้งนี้ชั่วชีวิต ชั่วนิรันดร์ ฉันจะรอเธอจนแก่เฒ่า)
                   只想让你知道 放不下也忘不掉 (เพียงแค่อยากให้เธอรู้ว่า ฉันไม่อาจปล่อยวาง ไม่อาจลืมเธอได้)
                   你的笑 你的好 是我温暖的依靠 (รอยยิ้มของเธอ ความดีของเธอ ทำให้ฉันเชื่อมั่นและอบอุ่น).."

                   เมื่อร้องเพลงจบลู่เอินก็ปล่อยมือที่จับชายเสื้อของเขาเอาไว้ ก่อนจะเดินไปที่ประตูจวนต้วน คนที่หน้าประตูเปิดประตูให้กับนาง แต่ลู่เอินกลับหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านนอกก่อน หลิวจี้ยังคงมองมาที่นางอยู่ เขายกมือขึ้นโบกมือด้วยท่าทีแปลกๆ จึงหมุนตัวเดินจากไป พอนางเห็นเขาเดินออกไป นางจึงเดินเข้าไปในจวนต้วน
                   บ่าวรับใช้คนหนึ่งเดินมาหาลู่เอิน ก่อนจะเอ่ยกับนาง "แม่นาง ข้าจะไปเรียนฮูหยินว่าท่าน.."
                   "หากต้วนฮูหยินพักผ่อนแล้วก็อย่ากวนเลย ให้ข้านอนที่พักพวกเจ้าก็ได้ ตอนเช้าข้าจะกลับซินเอี๋ยแล้ว"
                   "แต่...บ่าวกลัวมีปัญหา"
                   "ใครจะกล้าว่าเจ้ากัน พอเช้าข้าจะเดินทางออกไปเลย ไม่อยู่รบกวนหรอก ไม่ต้องเรียนต้วนฮูหยินก็ได้"
                   "....." สีหน้าของบ่าวรับใช้ดูไม่ดีนัก นางเองก็พอเข้าใจว่าหากเรื่องที่นางมานอนที่จวนต้วนแดงขึ้นมา คนที่จะโดนคือคนที่เปิดประตูให้นางวันนี้..
                   "ฝากบอกพี่มู่ด้วยว่า อาจี้บอกให้เจอกันที่บ้าน"
                   "ขอรับ" บ่าวคนนั้นรับคำ "เช่นนั้นแม่นางตามข้ามาทางนี้เลย "ลู่เอินเดินตามบ่าวรับใช้ไปทางด้านหลังของเรือน ความจริงนางอยากออกเดินทางตอนนี้เลย แต่คิดดูแล้วคงไม่เหมาะสมแน่.. อยู่พักผ่อนสักสองสามชั่วโมงค่อยเดินทางกลับซินเอี๋ยก็แล้วกัน

@Admin 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +300 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 300 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2018-9-26 22:10:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-9-27 12:33

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 105 : คารวะพ่อบุญธรรม

             เมื่อคืนกว่าจะกลับถึงจวนก็ดึกมากแล้ว  ไป๋ฟางหรงเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้าล้างเนื้อตัวให้สะอาด พอหัวถึงหมอนก็สลบในทันทีจนถึงรุ่งสาง   ออกไปตกระกำลำบากที่ปาสู่มานานนับเดือนได้กลับมานอนที่บ้านคืนแรก  นางรู้สึกผ่อนคลายนัก

นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นมื้อแรกที่ทุกคนจะได้ทานข้าวพร้อมหน้า  ทั้งพี่ต้วน นาง ซูปี้ และเซียงจื้อ  ไป๋ฟางหรงยิ่งรู้สึกกระตือรือร้นตื่นมาจัดเตรียมทำอาหารแต่เช้ามืด  เมื่อเสร็จก็กลับไปเช็ดคราบเหงื่อจัดหวีผมใหม่

“ท่านแม่” ในขณะที่ลี่ซือกำลังช่วยจับมวยผมปักปิ่นให้นายหญิง  เสียงเล็กๆก็ดังขึ้นพร้อมเด็กชายวัยสิบปีวิ่งเข้ามา   ท่าทางของเซียงจื้อจะสดชื่นเต็มร้อยแล้ว

“หลับยาวเชียวนะลูกจื้อ  คุ้นเคยกับจวนหรือยัง?” ไป๋ฟางหรงเอื้อมไปดึงลูกชายขึ้นมานั่งตัก  ลี่ซือยิ้มกริ่มมองนายหญิงของตนที่บัดนี้กลายเป็นมารดาแล้ว

“....” เด็กชายพยักหน้า

“เมื่อวานช่วงที่ใต้เท้ากับฮูหยินออกไปข้างนอกคุณชายน้อยก็ตื่นพอดี แต่เจอคุณหนูซูปี้กับพวกหยวนเป่าชวนเล่นจนเหนื่อยเลยเจ้าค่ะ” ซู่เอ๋อห์รายงานพร้อมรอยยิ้ม

ไป๋ฟางหรงยิ่งยิ้ม  ซูปี้ดูจะดีใจมากที่จากนี้จะได้มีน้องชายมาอยู่อาศัยที่จวนเป็นเพื่อน  ยิ่งตอนที่เซียงจื้อเรียกซูปี้เจี่ยเจีย  สาวน้อยนี่คล้ายจะลอยได้  มือบางลูบแก้มของบุตรชายด้วยความเอ็นดู  ลี่ซือปักปิ่นตัวสุดท้ายเสร็จพอดี   นางให้เด็กน้อยยืนแล้วตนลุกขึ้นมาจับมือ “มาเถอะ...ไปทานข้าวเช้ากัน  เวลานี้ท่านพ่อของเจ้าน่าจะฝึกวรยุทธ์เสร็จแล้ว”

“ขอรับ” เซียงจื้อตาเป็นประกาย แต่ก็ยังมีท่าทางอึดอัด

“เป็นลูกผู้ชายต้องกล้าหาญ เรื่องเท่านี้เจ้าอย่าได้กลัวรู้หรือไม่?” เสียงหวานดุลูกชายน้อยๆ  เพราะดูเหมือนเด็กชายจะติดและพึ่งพิงนางเกินไปแล้ว  ไป๋ฟางหรงเกรงว่าหากปล่อยไปเซียงจื้อจะโตมาติดมารดาเกินไป  

“ขอรับท่านแม่” เด็กชายตอบเสียงขึงขันขึ้น

“ดีมากจ้ะ” มารดายิ้ม  แล้วเดินจับมือพาบุตรชายไปที่ห้องอาหาร  สำรับทุกอย่างจัดวางบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว  โต๊ะอาหารวันนี้มีกับข้าวมากกว่าทุกที

“คารวะท่านป้าเจ้าค่ะ” ซูปี้ที่นั่งรออยู่แล้วรีบลุกขึ้นคารวะฟางหรงพร้อมยิ้มสดใส   เด็กสาวยิ่งยิ้มซนให้เซียงจื้อสมาชิกใหม่ของบ้าน “อาจื้อ”

“คารวะพี่สาวซูปี้ขอรับ” เซียงจื้อคารวะซูปี้  ไป๋ฟางหรงให้สองคนไปนั่งข้างกัน  ไม่นานต้วนหงส์ที่เปลี่ยนชุดหลังฝึกยุทธ์เสร็จก็เดินเข้ามาในห้องอาหารเพราะรู้ว่าหากฮูหยินของตนกลับมาแล้ว  ย่อมได้ทานมื้อเช้าร่วมกันเวลานี้   ซูปี้และเซียงจื้อสังเกตเห็นคนมาใหม่ก่อนเพราะไป๋ฟางหรงยืนหันหลังให้ประตู

“คารวะท่านลุงต้วนเจ้าค่ะ” ซูปี้ทักพร้อมประสานมือ เซียงจื้อทำตามแบบเกร็งๆ

เห็นท่าทางทั้งคู่ หญิงสาวจึงหันไปยิ้มหวาน “พี่ต้วนท่านมาพอดีเลย”

ต้วนหงส์ชะงัก ในใจรู้สึกอบอุ่นกับบรรยากาศความอบอุ่นแบบครอบครัวจนตั้งรับไม่ทัน  ดวงตาสังเกตอาหารหลายจานที่หน้าตาน่าทาน ส่งกลิ่นหอม  ร่างสูงส่งยิ้มให้ทุกคนแล้วเดินเข้าไปโอบเอวประคองฮูหยินไปนั่งที่ประจำ “น้องหญิงกลับมาเหนื่อยๆยังตื่นแต่เท้าเพื่อมาทำอาหารพวกนี้อีก วันหลังบางเรื่องมอบหน้าที่ให้คนรับใช้ทำไปบ้างก็ได้”

“นี่เป็นมื้อแรกในรอบเดือนที่จะได้ทานพร้อมหน้านี่เจ้าคะ  ข้าก็อยากจะทำอาหารให้ทุกคนนี่” เสียงหวานกึ่งเง้างอดเล็กๆ  บ่าวไพร่ต่างพากันอมยิ้มกับบรรยากาศอบอุ่นที่ทั้งสองแสดงออก   ตั้งแต่พวกเขาเข้ามาทำงานในจวนนานทีจะเห็นเจ้านายอยู่ด้วยกัน  คนหนึ่งก็หายไปเป็นเดือน  อีกคนก็กลับจวนแต่ละทีทำหน้าเคร่งราวไม่อยากกลับมาเห็นความว่างเปล่า

“จริงสิ…พี่ต้วนนี่คือเซียงจื้อ ลูกจื้อที่ข้าเล่าให้ท่านฟังเมื่อครั้งก่อน” ไป๋ฟางหรงได้โอกาสรีบแนะนำเด็กชาย “ลูกจื้อนี่คือราชองครักษ์ต้วนหงส์  รีบคำนับสิ”

“น้องหญิงเรียกเขาเป็นลูกแล้วเหตุใดจึงแนะนำพี่เสียห่างเหินกัน” มือแกร่งยกขึ้นขัดก่อน ใบหน้ารูปสลักยังยิ้มน้อยๆ

“หมายความว่า….” ไป๋ฟางหรงอ้าปาก

ดวงตาคมมองนางเป็นประกายอ่อนโยน “พี่เชื่อสายตาเจ้า  น้องหญิงเอ็นดูผู้ใด พี่เอ็นดูด้วย  ลูกน้องหญิงก็ลูกพี่มีสิ่งใดแปลก?”

แก้มนวลซับสีเลือด เหตุใดตั้งแต่เมื่อวานพี่ต้วนขยันทำนางเขินนักนะ ไม่ชินเลย  ซูปี้มองท่านลุงท่านป้าพูดคุยกันแล้วอมยิ้มแก้มตุ่ย  ส่วนเซียงจื้อยังเด็กเกินจะเข้าใจ

“ลูกจื้อรีบไปกราบท่านพ่อสิ” ไป๋ฟางหรงกระแอม ทำเป็นรินชาส่งจอกให้ลูกชาย  เด็กชายรับจอกอย่างว่าง่าย แล้วเดินอ้อมมาคุกเข่าตรงกลางระหว่างพ่อบุญธรรมและแม่บุญธรรม

“คารวะท่านพ่อต้วนหงส์ขอรับ” เสียงเล็กกล่าวอย่างขรึมสงบ  แม้ในใจจะรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆที่อยู่ดีๆก็มีพ่อ  ตั้งแต่ราชองครักษ์ผู้นี้เข้ามาในห้องเด็กชายก็มองอย่างทึ่งๆมาโดยตลอด  ตั้งแต่ได้พบท่านแม่  เซียงจื้อก็ได้แต่สงสัยว่าบุรุษแบบใดกันจึงได้ใจสตรีที่อ่อนหวานและบริสุทธิ์สูงส่งเช่นนี้ไปครอง  วันนี้มาเห็นกับตาถึงได้รู้แล้วว่าต้องเป็นบุรุษรูปงามหน้าหยกสลักคมราวสลักจากกระบี่  บ่ากว้างองอาจ ท่าทางสุขุมมั่นคงราวขุนเขา
บุรุษผู้นี้คือพ่อของเขา...
สตรีผู้นี้คือแม่….

ใจของเด็กชายรู้สึกถึงคลื่นบางอย่างเหมือนตัวเองตกอยู่ในความฝัน  จากเด็กที่ไม่มีอะไรและไม่รู้เรื่องโลกภายนอกใดๆ  กลายเป็นมีพร้อมทุกสิ่ง  มันมากเกินกว่าที่เขาจะร้องขอ

ต้วนหงส์เห็นท่าทางสงบลุขุมของเด็กชาย ก็พยักหน้าพึงพอใจ  พิจารณาดีๆเด็กชายดูมีแววในการฝึกยุทธ์อยู่มาก  มือแกร่งรับจอกน้ำชาพร้อมกล่าว “ลุกขึ้นเถอะ  จากนี้เจ้าเป็นลูกข้า เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”

พูดคำว่าลูกขึ้นมาต้วนหงส์ก็รู้สึกกระแสหนึ่งในใจมันเป็นความรู้สึกประหลาดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“ขอรับท่านพ่อ” เซียงจื้อกล่าวแล้วกลับไปนั่งที่ของตน  

“ทานกันเถอะ กับข้าวจะเย็นเอาได้” เมื่อนายท่านของจวนกล่าวทุกคนจึงจับตะเกียบเริ่มทานมื้อเช้ากัน

“จริงสิ...ลูกจื้อ เจ้าอยากเรียนวรยุทธหรือไม่?” เสียงทุ้มถาม  

เด็กชายชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้า “อยากขอรับ ข้าอยากฝึกกระบี่”

“ข้—พ่อเห็นเจ้ามีร่างกายที่ดูเหมาะสมกับการฝึกยุทธ์มาก น่าจะไปได้ไกล  หากเจ้าอยากฝึกพ่อจะสอนให้ตอนกลับจวนแล้วกัน”

“.....” เด็กชายตาวาว  ไป๋ฟางหรงเองก็ยิ้มหวาน  ทักท้วงลูกด้วยความเอ็นดู “ยังไม่รีบขอบคุณพ่อเจ้าอีก”

“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ!” เซียงจื้อกล่าวอย่างหนักแน่น กระทั่งสีหน้าที่ปกติไร้อารมณ์ยังดูมีความตื่นเต้นขึ้นมาแบบเด็กๆ


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-9-26 22:11:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-9-27 16:22

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 105 : สิ่งใดน่ากังวลกว่ากันท่านลองคิดดู


             หลังมื้ออาหารเช้าไป๋ฟางหรงก็สอบถามอาการของมู่กงกงจากลี่ซือที่เวลานี้รับหน้าที่แทนพ่อบ้าน  คุณชายโจวที่นางตั้งใจจะจ้างวานเพื่อเป็นพ่อบ้าน เวลานี้ก็ยังไม่ทราบข่าว  ไป๋ฟางหรงคิดว่านางคงต้องหาพ่อบ้านคนใหม่แล้ว

ได้ยินว่ามู่กงกงตื่นแล้วและสาวใช้ได้ปรนนิบัติยามเช้าเรียบร้อย เวลานี้คาดว่าเพิ่งทานมื้อเช้าเสร็จกำลังจะดื่มยา  ไป๋ฟางหรงในฐานะเจ้าบ้านจึงไปเยี่ยมมู่กง

“อ้าว หู้กว๋อฮูหยิน…” คนสนิทของไท่จื่อวางถ้วยยาลง ทำท่าจะดันตัวลุกขึ้นคำนับ  แต่หญิงสาวรีบยกมือกันไว้

“มู่กงกงเพิ่งได้รับบาดเจ็บมาท่านอย่าเพิ่งฝืนเลยเจ้าค่ะ” ไป๋ฟางหรงยิ้มหวาน สองเท้าก้าวเข้ามาหา “อาการท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”

“ขอบคุณหู้กว๋อฮูหยินที่มีน้ำใจช่วยเหลือหมอบอกว่าเป็นเพียงบาดแผลช้ำภายนอกเท่านั้น  เดี๋ยวข้าก็คิดจะกลับวังแล้วขอรับ” คนเจ็บตอบ  สีหน้าเขายังเป็นกังวล “เอ่อ...แล้ว...ไม่ทราบว่าไท่จื่อ….”

เข้าใจถึงความกังวลของขันทีคนสนิท ไป๋ฟางหรงเอ่ย “เมื่อวานนี้ข้าให้คนตามไปดูแลไท่จื่อห่างๆอีกแรง  เมื่อเช้าเขากลับมารายงาน ไท่จื่อทรงเสด็จกลับวังอย่างปลอดภัยแล้ว ท่านอย่าได้ห่วงเลยเจ้าค่ะ  พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนแล้วบ่ายๆค่อยกลับวังก็ได้”

“ขอบคุณหู้กว๋อฮูหยินที่เมตตาข้าน้อย…” ขันทีหนุ่มประสานมือขอบคุณผู้มีฐานะเป็นป้าสะใภ้ของไท่จื่อด้วยความเคารพ  

“ระหว่างนี้หากมู่กงกงต้องการสิ่งใดอย่าได้เกรงใจ  บอกสาวใช้ได้เลยนะเจ้าคะ แล้วตอนบ่ายข้าจะจ้างรถม้าให้ไปส่งท่านที่วัง” โฉมคราญยิ้มบาง

“เอ้อ...จริงสิ หู้กว๋อฮูหยิน เมื่อครู่ตอนมื้อเช้า มีอาหารจานหนึ่งที่ข้ารู้สึกถูกปากนัก  เป็นอาหารง่ายๆ แต่รสชาติดี ทานแล้วรู้สึกอบอุ่น” มู่กงกงพยายามนึกคำจำกัดความ “เป็นน้ำแกงเห็ดหอม….”

ไป๋ฟางหรงพยักหน้า “เป็นน้ำแกงที่ข้าได้สูตรมาจากยายเฒ่าผู้หนึ่งตอนอยู่หวยหนานเจ้าค่ะ  หลานตัวน้อยของนางป่วยงอแงไม่ยอมทานอะไร ส่วนนางก็ชราเกินกว่าจะเข้าครัว  ข้าบังเอิญได้รู้เรื่องเข้าพอดี จึงได้สูตรน้ำแกงของนางมา  หากมู่กงกงชอบเดี๋ยวมื้อเที่ยงข้าจะทำให้อีกชาม”

“โอ้! ที่แท้เป็นหู้กว๋อฮูหยินที่ลงมือทำเอง  ข้าไม่บังอาจแล้ว เกรงใจ...เกรงใจยิ่งนัก” ขันทีหนุ่มเกือบสำลัก รีบระล่ำระลักไม่ทัน   ไป๋ฟางหรงหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า “ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ  คนเจ็บถ้าได้ทานในสิ่งที่ชอบ  ความเจ็บจะทุเลาลง  มู่กงกงบาดเจ็บเพราะช่วยเหลือไท่จื่อ   ถือว่านี่เป็นรางวัลความเหน็ดเหนื่อยของท่านเถอะ”
            “ฮูหยินอยู่ในห้องนี้หรือ?”
             “เจ้าค่ะใต้เท้า”

              เสียงที่ดังจากด้านนอกห้องทำให้หญิงสาวชะงัก  เหงื่อตก เหตุใดพี่ต้วนจึงมาตามหานางเล่า?   มู่กงกงเองก็ตัวแข็งเพราะรู้ว่าหากใต้เท้าต้วนหงส์มาเห็นตนนอนรักษาตัวอยู่ที่นี่ย่อมต้องตั้งคำถามแน่    แต่จะให้หลบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว  เพราะราชองครักษ์คนสนิทของฝ่าบาทเปิดประตูเข้ามา แขนข้างหนึ่งอุ้มลูกสิงโตตัวกระจ้อยเอาไว้ด้วย

“ฟางหรง...มีทหารพาจิวอิงมาส่ง--มู่กงกง?” ต้วนหงส์เลิกคิ้วทันทีที่เห็นว่าผู้ใดกึ่งนั่งกี่งนอน ทั้งยังมีผ้าพันแผลพันไปครึ่งหน้า สภาพดูน่าอนาถยิ่ง

“คารวะใต้เท้าต้วนฮ่ะ….” มู่กงกงยิ้มแห้งคารวะเจ้าของจวนเสียงอ่อย

“เหตุใดท่านไม่อยู่รับใช้ข้างไท่จื่อ? แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นถึงได้บาดเจ็บแบบนี้?” ราชองครักษ์หนุ่มขมวดคิ้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“เอ่อ...พี่ต้วน มู่กงกงบาดเจ็บอยู่  ท่านอย่าเพิ่งคาดคั้นเขามากเลย เดี๋ยวฟางหรงอธิบายเรื่องให้ท่านฟัง…” ไป๋ฟางหรงอธิบาย  มือบางเอื้อมไปหมุนตัวร่างสูงให้หันหลัง  ก่อนจะขยิบตาส่งสัญญาณให้มู่กงกงที่หัวไวทำตัวอ่อนยวบคล้ายหมดแรงเป็นลมทันที

“โอ๊ย...ข้าไม่ไหวแล้ว…”

“เช่นนั้นข้าและสามีไม่กวนการพักผ่อนของท่านแล้วเจ้าค่ะ” ไป๋ฟางหรงสรุปพร้อมรีบดันต้วนหงส์ออกจากห้องพักไป

             อันที่จริงร่างสูงใหญ่ของราชองครักษ์หนุ่มแทบไม่สะดุ้งกับแรงเท่ามดของร่างนุ่มนิ่มบอบบางตรงหน้าแม้แต่น้อย   แต่เมื่อเห็นความพยายามของทั้งสองคนแล้วกลับขัดไม่ได้  เมื่อออกจากห้องพักได้ ต้วนหงส์ก็หันมาเลิกคิ้วให้ฮูหยินน้อยของตน

“เมื่อวานนี้มู่กงกงโดนอันธพาลรุมที่ใกล้ๆจวนเรานี่เองเจ้าคะ” นางตอบ

“แล้วเหตุใดแถวจวนเราจึงมีอันธพาล?” ราชองครักษ์หนุ่มเลิกคิ้ว  เมื่อจวนนี้ตั้งอยู่ใกล้ประตูเสวียอู่มาก  แถมแถวนี้ก็มีแต่จวนขุนนางหรือองครักษ์เป็นส่วนใหญ่  จึงเป็นบริเวณที่ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย อันธพาลไม่กล้ามาย่างกราย

ไป๋ฟางหรงยกมุมปาก “ไท่จื่อน้อยให้ข้าบอกท่านว่ามู่กงกงจะมาส่งของให้จวนเรา  ระหว่างทางพบอันธพาลเลยโดนทำร้ายเจ้าค่ะ”

หญิงสาวอยากหัวเราะกับข้ออ้างของเด็กชายนัก มีอย่างที่ไหนให้นางอ้างอะไรไม่อ้าง  มาให้อ้างว่าระหว่างประตูเสวียนอู่ถึงจวนราชองครักษ์มีอันธพาลกล้ามาก่อความวุ่นวาย   ระยะทางจากประตูเสวียนอู่ถึงจวนต้วนหงส์เดินแค่ไม่กี่เค่อก็ถึง  หากเดินมาเจออันธพาลจนเกิดเรื่องทหารองครักษ์ที่อยู่บริเวณนั้นยังวิ่งมาสงบความวุ่นวายได้ด้วยซ้ำ  ที่สำคัญหากมาส่งของจากในวังมู่กงกงใส่ชุดขันทีเดินออกมาก็มีแค่คนสติไม่ดีเท่านั้นที่จะกล้าล่วงเกิน

“......” ต้วนหงส์กุมขมับ

“ท่านอย่าไปบอกผู้ใดเล่าเจ้าคะ  ข้ารู้ว่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย  เพียงแต่ไท่จื่อเวลานี้ก็เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มย่อมมีความคึกคะนอง  ต่อให้โดนตักเตือนหรือโดนตำหนิ  เดี๋ยวพอสบโอกาสก็หาทางออกมาได้อยู่ดี   ถ้าครั้งนี้เห็นว่าหนีมาจวนต้วนแล้วเป็นเรื่อง ครั้งหน้าถ้าเกิดอะไรอีกไม่ยอมมาพึ่งพิงจวนเราแบบนั้นจะยิ่งน่ากลัว…” เสียงหวานรีบดักคอสามีไว้ก่อน

“เจ้า…” ต้วนหงส์ถอนหายใจ “ข้ากลัวแต่พอเห็นว่าสำเร็จครั้งหนึ่งแล้วจะทำอีกเรื่อยๆ แล้วจะยิ่งทำอะไรเสี่ยงๆมากกว่า…”

“ถึงโลกภายนอกจะอันตรายแต่สำหรับโอรสมังกรอย่างองค์ไท่จื่อ  ทว่าการได้ออกมาเรียนรู้วิถีชีวิตผู้คนก็นับเป็นสิ่งจำเป็น  ฟางหรงว่าช่วยรักษาความปลอดภัยยามพระองค์แอบออกมาจะดีกว่า”

ต้วนหงส์ถอนหายใจ  เมื่อคิดถึงหากครั้งหน้าทรงหนีออกจากวังแล้วจะทรงระวังปิดบังไม่ให้พวกเขารู้เห็นอีกจนอาจทำให้น่าห่วงกว่าเดิมก็ตัดสินใจวางเรื่องไว้ “แล้วนี่มู่กงกงบาดเจ็บขนาดนั้นต้องพักผ่อนกี่วัน?”

“เป็นบาดแผลภายนอกเท่านั้นเจ้าค่ะ อันที่จริงมู่กงกงจะขอกลับวังตอนนี้เลย  แต่ข้าเห็นแล้วคิดว่าตอนบ่ายค่อยจ้างรถม้าพาเขาไปส่งในวังจะดีกว่า” เสียงหวานอธิบาย  จากนั้นบทสนทนาก็เริ่มเปลี่ยนไปทั้งคู่เดินเคียงกันผ่านสวนบุปผาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเป็นไปในระยะหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

มอบซุปเห็ดหอมให้มู่กงกง
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +75 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 75 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8