เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } จวนราชองครักษ์ต้วนหงส์

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-7-28 13:43:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 82 : คำว่าพักของท่านหมอนั้นเจ้าไม่ฟังเลยใช่ไหม?

          ท้ายสุดแล้วหลังต้าซือถูหลี่ปาฉีจิบชาชิมขนมจนน่าจะอิ่มท้องพอสมควรก็ขอตัวกลับไป   จนปัจจุบันไป๋ฟางหรงก็ยังคงไม่รู้อยู่ดีว่าอีกฝ่ายมีเรื่องด่วนอะไรกันแน่

ไป๋ฟางหรงทานยาหลังมื้อเย็นแล้วชวนให้ง่วง  ดูเหมือนยาในเทียบที่ท่านหมอหลวงสือจัดจะใส่สมุนไพรที่ช่วยให้หลับดีไว้ด้วย  ก่อนเข้านอนจึงได้ให้ลี่ซือคอยอุ่นอาหารเตรียมไว้ ยามพี่ต้วนกลับมาจะได้มีอาหารร้อนๆทาน  

เป็นคืนแรกที่นางสามารถหลับสนิทได้จนถึงเช้า  ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นหลายเท่าตัว   หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าลุกออกมาเข้าครัวเตรียมมื้อเช้าเหมือนปกติ ลี่ซือช่วยสอนให้น้องซูปี้ขี่ม้า  เพราะช่วงฤดูร้อน แดดตอนเที่ยงวันจะแรงเกินไป  สาวใช้น้อยไม่อยากทำลายผิวของหยวกของเด็กน้อยที่น่ารักราวตุ๊กตา  

ส่วนพี่ต้วนก็ออกไปฝึกเพลงกระบี่ที่ลาน  หลังเขาฝึกเสร็จทุกคนจึงเริ่มทานมื้อเช้ากันเริ่มวันใหม่อย่างเรียบง่าย  ไป๋ฟางหรงแจ้งข่าวว่าเมื่อวานนี้หลังจากที่ชายหนุ่มเข้าวังก็มีต้าซือถูขอพบเพื่อต้องการหารือเรื่องด่วน

ถึงท่าทางจิบชาเอื่อยเฉื่อยนั้นจะดูไม่สามารถเชื่อมโยงกับความเร่งรีบนักก็ตาม...หญิงสาวเสริมในใจมืได้ออกปาก

ชายหนุ่มรับฟัง สีหน้าครุ่นคิด ก่อนกล่าวว่าจะสอบถามธุระขุนนางใหญ่เองเมื่อได้พบกันอีกครั้ง

            หลังมื้อเช้า  ในขณะที่กำลังจะแยกย้ายกันไปจัดการธุระของตน  ไป๋ฟางหรงได้รั้งราชองครักษ์หนุ่มไว้ด้วยเรื่องของจดหมายที่ได้รับมาเมื่อหลายวันก่อน   คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อยๆด้วยความกังวลปนลังเลอีกรอบ  

แต่นี่ก็ผ่านมาหลายวัน  ความทุกข์ของชายหนุ่มน่าจะพอคลายลงบ้างเล็กน้อย  อีกอย่างจดหมายนี่ก็ดูเป็นเรื่องที่ไม่อาจรั้งรอไปกว่านี้ได้แล้ว… คิดได้ดังนั้นจึงหยิบสาส์นไม้ไผ่ตากแขนเสื้อมาส่งให้อีกฝ่าย

“พี่ต้วน เมื่อไม่กี่วันก่อนระหว่างที่ท่านไม่อยู่ที่จวน  มีจอมยุทธ์ท่านหนึ่งนำจดหมายนี้มาฝากไว้ให้ท่าน  บังเอิญว่าหลังจากนั้นท่านต้องไว้ทุกข์ให้ท่านลุง  ข้าจึงยังไม่มีโอกาสมอบให้ท่าน ต้องขออภัยด้วย…”

“ไม่เป็นไร...รบกวนเจ้าแล้ว” ชายหนุ่มรับจดหมายไปอ่านดูจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นมืดครึ้ม  ดูแล้วมิใช่ข่าวดีตามที่นางคาดการณ์ไว้  เขามองนางนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ สีหน้าเป็นกังวลและอมทุกข์  เท่าที่นางจับใจความในจดหมายได้จะมีคนบาดเจ็บ  สังเกตจากท่าทางของพี่ต้วนยามได้ข่าว คนผู้นั้นคงเป็นสหายที่สนิทสนมกับเขาไม่น้อย

“ข้าจะเดินทางไปซินเอี๋ย ฟางหรง เจ้าอยู่ที่นี่รักษาตัวด้วย” เสียงขรึมกล่าวอย่างตึงเครียด  ร่างสูงหันหลังเตรียมเดินออกไป

“เดี๋ยวก่อน…” การกระทำไปไวกว่าความคิด มือเล็กคว้าแขนเสื้อชายหนุ่มเอาไว้  เมื่อสบดวงตาคมพลันรู้ตัว รีบปล่อยมือ “เอ่อ...ข้าขอติดตามท่านไปด้วยได้หรือไม่  ช่วงนี้ท่านยังเศร้าโศก…” ข้าเป็นห่วง… คำพูดบางคำได้แต่ติดค้างอยู่เพียงปลายลิ้น ไม่อาจเอ่ยออกมา  ไป๋ฟางหรงชะงัก แล้วเปลี่ยนคำ “ยังไงมีเพื่อนร่วมเดินทางน่าจะดีกว่า”

“ท่านหมอให้เจ้าพัก เจ้าก็ขยันวิ่งหาเรื่องเหลือเกิน” ต้วนหงส์ยกมุมปากขึ้นมองเจ้ากระต่ายน้อยตรงหน้าที่เริ่มทำทีกล้าๆกลัวๆ ทั้งที่เมื่อครู่ก็ดูกล้าหาญดีอยู่ “เอาเถอะ... แต่ครั้งนี้ต้องเร่งเดินทางแน่ใจนะว่าไหว?”

ไป๋ฟางหรงรีบผงกหัวขึ้นลง “เช่นนั้นก็ไปเลยใช่ไหมเจ้าคะ?”

ต้วนหงส์มองสำรวจชุดสีขาวที่ผ้าเนื้อไม่หนามากตามฉบับชุดฤดูร้อน “ไปใส่เสื้อคลุมอีกตัวเถอะนะ  ขี่ม้าเร็วลมค่อนข้างแรง  เดี๋ยวจะล้มป่วยเอาได้”

ไป๋ฟางหรงรับคำแล้วรีบกลับห้องพักไปหยิบเสื้อคลุมเพิ่ม   ก่อนจะตามไปสมทบกับชายหนุ่มที่จูงม้าของตนและนางออกมารออยู่หน้าจวนแล้ว   ต้วนหงส์ช่วยประคองร่างบอบบางขึ้นมา  ก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้นอาชาสีดำของตนเองมุ่งหน้าสู่ซินเอี๋ยแบบไม่ให้เสียเวลา


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-7-29 23:00:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-30 15:37

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 84 : ให้สหายสนิทสนับสนุน ดูสิ...เขาจะยังกล้าเล่นตัวกับพี่สาวข้าอีกหรือไม่


         “คุณหนูเจ้าคะ...ข้าตกใจหมด อยู่ดีๆท่านก็หายไป ไม่รู้ไปไหน…ดีนะที่ใต้เท้าเองก็ไม่อยู่ด้วย ไม่งั้นข้าได้กังวลแย่...”

         สิ่งแรกที่ต้อนรับคือเสียงบ่นงุ้งงิ้งอย่างน้อยใจของสาวใช้ตัวน้อย ไป๋ฟางหรงยิ้มบางแทนการขอโทษที่รีบร้อนจนไม่ได้เขียนจดหมายอะไรบอกไว้   มือเรียวยื่นกล่องขนมและอาหารที่ซื้อมาจากข้างนอก “ขอโทษที่ทำให้เจ้าตกใจ...ข้าไปซินเอี๋ยวเยี่ยมสหายของพี่ต้วน  ขากลับแวะเมืองว่านเฉิงซื้อขนมมาเยอะแยะเลย  เจ้าจัดไปให้น้องซูปี้แล้วก็แบ่งไปกินเถอะ”

ลี่ซือตาเป็นประกาย “ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู!” เด็กสาวหน้ากลมยิ้มแป้นแล้น “เดี๋ยวข้ารีบไปจัดมื้อเย็นของคุณหนูและใต้เท้าก่อน คุณหนูรอสักครู่นะเจ้าคะ  ท่านเดินทางมาเหนื่อยๆนั่งพักครู่เดียวก็ได้ทานแล้ว”

เด็กสาวว่าจบก็รีบวิ่งปรู๊ดไปทางครัว  ปล่อยให้นายสาวอยู่ในห้องโถงกับใต้เท้าที่เพิ่งจูงม้าเข้าคอกเสร็จเดินเข้ามา

“วันนี้เจ้าคงเหนื่อยมากแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวแล้วตรงมานั่งที่โต๊ะอาหาร   ไป๋ฟางหรงเดินไปชงชาเก็กฮวยมาร้อนๆมาให้ มือเรียวเทน้ำร้อนลวกดอกเก็กฮวยตากแห้ง  ทิ้งไว้สักครู่ ก่อนจะกรองกากออก ผสมน้ำตาลก้อนเล็กน้อยเพิ่มความหวานนิดๆ

“วันนี้เดินทางทั้งวันดื่มน้ำน้อย ทั้งระหว่างทางยังทานขนมที่มีรสเค็มมาหลายชิ้น  ดื่มชาเก็กฮวยสักนิดจะช่วยแก้กระหายและลดความร้อนในร่างกายได้นะเจ้าคะ” หญิงสาวรินน้ำสีเหลืองอ่อนใสกระจ่างลงจอกชา  ก่อนเลื่อนให้ชายหนุ่ม

“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับชาเก็กฮวยเป่าเบาๆที่ผิวน้ำแล้วค่อยๆจิบซึบซาบรสหวานอ่อนชวนชุ่มคอ

“จริงสิ...ฟางหรงดูจะสนิทสนมกับแม่นางหรั่นมากอยู่” ต้วนหงส์ถามขึ้นมา

“ข้ากับนางมีวาสนาได้บังเอิญพบกันหลายครั้งตั้งแต่ตอนอยู่ที่หวยหนาน” ไป๋ฟางหรงตอบไม่ปิดปัง  เห็นการลอบถามเอาจากนางคงจะนึกอยากรู้จักว่าที่น้องสะใภ้ให้มากขึ้น “หลี่เจี่ยเจียภายนอกดูเข้มแข็ง  แท้จริงกลับเปราะบาง  นางผ่านเรื่องอะไรมามากจนสร้างเกราะกำบังให้ตัวเอง  แต่นางเป็นคนจริงใจมากคนหนึ่ง”

“นางดูทุกข์ใจเรื่องน้องอินมาก…” ชายหนุ่มส่ายหน้า

“เมื่อตอนกลางวันได้พูดคุยกันนางบอกว่ายามคุณชายอินทุกข์ใจนางเจ็บปวดราวตัวเองโดนสับเป็นพัน  นางรักคุณชายมากจริงๆ” ไป๋ฟางหรงนึกถึงคำพูดเมื่อตอนกลางวันทั้งยังรอยเล็บกลางฝ่ามือที่มีทั้งแผลเก่าแผลใหม่ “ข้าเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี  มีเจี่ยเจียคอยทุ่มเทดูแล อีกอย่างใต้เท้าอินเป็นคนมีความสามารถและน้ำใจสวรรค์ต้องไม่ทอดทิ้งเขาแน่  อย่างน้อยข้าก็ได้ยินว่ามีชายยุทธ์มากมายพร้อมช่วยเขา” อีกอย่างมีเจ้าแม่หนี่วาคอยดูอยู่เชียวนะ… แต่เหตุผลข้อสุดท้ายไป๋ฟางหรงมิได้กล่าวออกไป

“ใช่แล้ว น้องอินมีน้ำใจต่อผู้คนมากมาย  ไม่นานต้องตามหาซินแสตงฟางพบ” ต้วนหงส์ยิ้ม

ลี่ซือเดินเข้ามาพร้อมถาดข้าวต้ม ปลาย่าง และผัดผักง่ายๆ เนี่ยงจากเริ่มดึกแล้ว ไม่สมควรทานหนักมากนัก  ทั้งสองได้กลิ่นอาหารหอมฉุยถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหิวเพียงไร


เทชาเก็กฮวยให้พี่ต้วน
@Admin @STAFF_Pixiu @LanXinLi

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-7-30 16:34:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 84 : ก้าวไปทีละก้าว เติบโตไปอีกขั้น


                “วันนี้พี่สาวจะออกไปไหนหรือเจ้าคะ?”

                 ซูปี้ถามตาแป๋ว เด็กน้อยตากลมนั่งงับขนมที่ท่านลุงต้วนและพี่สาวซื้อกลับมาฝาก  เมื่อเห็นพี่สาวฟางหรงเก็บสัมภาระขึ้นหลังม้า

“พี่กะว่าจะไปทำความเคารพขอบคุณท่านอาจารย์หลู่ที่ชี้แนะน่ะจ้ะ…” เสียงหวานตอบ ตอนนี้นางได้เลื่อนขั้นเป็นนักวิชาการแล้ว  ท่านอาจารย์ไม่จำเป็นต้องมาช่วยชี้แนะงานที่จวนอีก    ทว่าเป็นอาจารย์วันเดียวนับเป็นอาจารย์ทั้งชีวิต  เมื่อนางได้เลื่อนขั้นก็สมควรนำน้ำชาและอาหารไปเคารพเขาเสียหน่อย

“แล้วหลังจากนั้นก็กะว่าจะไปรายงานตัวสอนหนังสือที่ค่ายพยัคฆ์ด้วย”

อีกอย่างนางต้องการจะเข้าไปเคารพหลุมศพของครูฝึก ทั้งยังคิดถึงเด็กๆที่เคยได้ช่วยเหลือไว้อีก  ไม่ว่าจะอาเล่อ เสี่ยวเหล่ย เสี่ยวอวิ๋น...ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
เด็กๆเหล่านั้นจะตกใจไหมนะที่เห็นนางอีกรอบในฐานะอาจารย์พิเศษ?

แค่คิดมุมปากก็ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่  ไป๋ฟางหรงจัดข้าวของเสร็จเรียบร้อยก็ไปลาต้วนหงส์ที่นั่งทำงานอยู่ที่ห้องตำรา  อีกไม่นานใต้เท้าก็จะกลับไปทำงานในวังอีกแล้ว ช่วงนี้ดูเขาจะกำลังเครียดอยู่กับเรื่องอะไรสักอย่างที่นางไม่อาจก้าวก่าย

ต่อไปถ้าทั้งเขาและนางออกไปทำงานข้างนอก  ในจวนก็จะเหลือแต่ลี่ซือกับน้องซูปี้  คงจะดูเงียบเหงาลงไม่น้อย  เวลานี้สามารถทานข้าวพร้อมหน้ากันได้  ก็ต้องรีบตักตวน  ไป๋ฟางหรงหันไปบอกกับน้องซูปี้ ที่เดินตามต้อยๆมาส่งนางถึงหน้าจวน  พร้อมลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างเอ็นดู "อยู่ที่จวนไปก่อนนะจ้ะ เดี๋ยวถ้าไปเคารพอาจารย์ที่โรงเรียนตงฟางเสร็จเร็ว  ตอนเที่ยงพี่สาวจะกลับมาทานมื้อเที่ยงที่จวนนะ"

ตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ  เด็กน้อยยิ้มตาหยี "เจ้าค่ะ!"

ได้ยินดังนั้นไป๋ฟางหรงก็ลูบหัวชมเชยเด็กดีอีกสองสามครั้ง ก่อนจะขึ้นม้าเตรียมออกเดินทาง  


“เดินทางดีๆนะเจ้าคะพี่สาว” ซูปี้โบกมือ

“เจ้าอยากได้อะไรจากย่านการค้าไหม? พี่สาวจะได้ซื้อกลับมาฝาก” เสียงหวานลอดผ่านหมวกคลุมไม้ไผ่ที่ซ่อมแซมแล้ว  เมื่อเห็นเด็กน้อยส่ายหน้าจึงสะบัดบังเหียน กระทุ้งขาเบาๆให้เจ้าม้าศึกเดินมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนตงฟาง




@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -10 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -10 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-7-31 14:58:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-31 17:24

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 85 : เข้าวังพบองค์หญิงน้อย

              วันนี้ไป๋ฟางหรงยังคงไม่มีสอนที่ไหนเป็นพิเศษ เพราะก่อนสอนนางยังจำเป็นต้องรู้พื้นฐานของผู้เรียนก่อน  ว่าแต่ละคนต้องการการชี้แนะแตกต่างกันอย่างไร  วันนี้หญิงสาวจึงนั่งครุ่นคิดเพื่อร่างแบบทดสอบ

ต้วนหงส์เดินเข้ามาในห้องตำราเห็นหญิงสาวไม่ได้ไปที่ไหนนั่งมองม้วนไม้ไผ่ที่ว่างเปล่าก็ชวนสงสัย “กำลังทำอะไรอยู่หรือ?” เขาถาม

“ข้ากำลังคิดอยู่ว่าสมควรจะเขียนคำถามแบบใดบ้างเพื่อทดสอบก่อนสอน...ข้าเองก็ไม่เคยสอนผู้อื่นด้วย  เกรงว่าจะทำได้ไม่ดีพอ” คิ้วเรียวขมวดมุ่น

“อย่ากังวลไปเลย  ค่อยๆเรียนรู้ไปทีละนิด  เดี๋ยวเจ้าก็รู้หนทางของตนเอง” ชายหนุ่มให้กำลังใจ “ถ้าวันนี้เจ้ายังไม่มีสอนที่ไหน  ทำไมไม่ลองเข้าวังไปพูดคุยจูอี้กงจู่ดู?”

ไป๋ฟางหรงเลิกคิ้วสงสัย  ต้วนหงส์ส่ายหน้าน้อยๆ สีหน้าอ่อนใจ “กล่าวแก่เจ้าตามตรง วันนั้นเจ้าได้เข้าเฝ้าพูดคุยกับองค์หญิงคงพอรู้นิสัยใจคอนางบ้าง  นิสัยห้าวหาญแก่นแก้ว แม้จะหัวไวแต่ก็ไม่ค่อยชอบคิดอะไรซับซ้อน แท้จริงแล้วไม่นานจูอี้กงจู่ยังเคยลอบหนีออกจากวังทำให้ฝ่าบาทและฮองเฮาต้องทรงเป็นกังวล”

ไป๋ฟางหรงฟังแล้วก็ทอดถอนใจ องค์หญิงน้อยแม้ได้พูดคุยไม่กี่คำ ก็พอจะรู้ใจคอแล้วว่าเป็นผู้มีใจรักอิสระเสรี  ไม่ชอบการอยู่สงบเรียบร้อยในวังหลัง  เพียงแต่นางเกิดเป็นองค์หญิง เป็นเสมือนแก้วตาดวงใจของฝ่าบาทและฮองเฮา  อันที่จริงแล้วการเป็นองค์หญิงแล้วโหยหะอิสระไม่ทำให้ผู้คนกังวลเท่าการทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง…

“ถ้ายังคิดอะไรไม่ออก แค่เจ้าเข้าไปเยี่ยมเยือนนาง  ชวนนางพูดคุยให้นางคลายเบื่อบ้างก็พอแล้ว”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ฟางหรงจะลองเข้าไปพูดคุยกับจูอี้กงจู่ดู” ไป๋ฟางหรงรับปาก  นางเองก็รู้สึกถูกชะตากับกงจู่น้อยผู้นั้นไม่น้อย   เมื่อคิดถึงว่าดวงตากลมกระจ่างใสที่สมควรเต็มไปด้วยชีวิตชีวานั้นมีแววหมองด้วยถูกจำกัดอิสระ ก็รู้สึกอ่อนใจตามไปด้วย   หญิงสาวตัดสินใจว่าก่อนเข้าวังจะซื้อขนมชาวบ้านอย่างพวกถังหู่ลู่เข้าไปฝากเสียหน่อย  


@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -10 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 35
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -10 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-8-2 12:13:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 86 : เดินทางส่งจดหมาย




            ตั้งแต่เมื่อคืนพี่ต้วนกลับเข้าวังไปอารักขาฝ่าบาทแล้ว  เช้านี้สามสาวจึงทานมื้อเช้ากันด้วยความรู้สึกขาดไปนิดหนึ่ง  จวนเล็กคนน้อย ขาดผู้ใดไปย่อมเห็นความต่างชัดเจน  

น้องซูปี้เองแม้แต่เดิมจะเคยชินกับการที่ต้องอยู่ในจวนอย่างโดดเดี่ยวทว่าสุขเคยชินง่าย ทุกข์เคยชินยาก  เพียงไม่กี่วันที่ได้มีคนมากมายในจวน  เดินผ่านห้องไหนก็ได้กลิ่นอายว่ามีคนใช้งานอยู่  ก็เริ่มกลับสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง   แต่ครั้งนี้ยังดีที่ต่อให้ตอนกลางวันไป๋ฟางหรงต้องไปทำงานนอกบ้านก็ยังคงมีลี่ซือคอยอยู่เป็นเพื่อน ทั้งยังบรรดาเจ้าตัวน้อยลูกหมีขาว กระต่ายสองตัว แรคคูนหิมะ ลูกสุนัข และลูกแมว  โดยเฉพาะเจ้าลูกหมีขาวตัวหัวโจกและแรคคูนหิมะลูกคู่...ต่อให้น้องซูปี้อยากเหงาก็คงไม่มีเวลาเพียงพอ

“เช่นนั้นพี่ไปก่อนนะ  ถึงเวลามื้ออาหารถ้าพี่ยังไม่กลับน้องซูปี้ก็ไม่ต้องรอนะจ้ะ” หญิงสาวลูบกลุ่มเกศาสีดำขลับ  ซูปี้พยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย

“พี่สาวเดินทางดีๆนะเจ้าคะ”

“คุณหนู...ท่านระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ….” ลี่ซือเมื่อได้ยินว่าคุณหนูของตนต้องเดินทางไปทำธุระที่แถวกวนจงก็สีหน้าไม่สบายใจนัก  แม้ไป๋ฟางหรงคลุมหน้าคลุมตามิดชิดก็ไม่อาจวางใจ

“ข้าเข้าใจแล้ว...ข้าไปไม่นานหรอก จะรีบไปรีบกลับนะ” ไป๋ฟางหรงจับมืออีกฝ่ายให้เบาใจ  เมื่อร่ำลาเสร็จ สตรีร่างระหงอรชรก็ขึ้นหลังม้าศึกสีแดงโลหิต  นางสวมอาภรณ์ขาวปักลายมัจฉาและต้นไผ่เทาอย่างเรียบง่าย สวมหมวกไผ่ผ้าคลุมปิดหน้า  ข้างเอวเหน็บขลุ่ยหยกไว้  กระบี่สั้นซ่อนเอาไว้ในที่ที่หยิบฉวยง่ายใช้เป็นอาวุธลับยามคับขัน  ดูแล้วให้ภาพลักษณ์ต่างจากคุณหนูในห้องหอโดยสิ้นเชิง



ครั้งนี้จะไปส่งจดหมายที่ลั่วหยาง  นางยิ่งต้องระวังตัวให้ดีโดยเฉพาะคนจากโรงหมอกวานเต๋อเพราะเคยไปนอนสลบไสลอยู่ในโรงหมอนานสองนาน คนคงคุ้นเคยนางอยู่แล้วว่ามีฐานะเป็นผู้ใด  อีกอย่างเมื่อไม่กี่วันก่อนได้พบขบวนนักโทษจากวังหวยหนาน ไม่ทราบว่าสืบความได้ถึงไหน  มีผู้กล่าวถึงนางแล้วบรรยายหน้าตาจนวาดประกาศจับมาแล้วหรือไม่...

สตรีชุดขาวถอนหายใจ  เลิกคิดฟุ้งซ่าน   สองเท้ากระทุ้งท้องของอาชาฮั่นเสียที่นางตั้งชื่อว่า ‘เหลยเฟิง’ รวดเร็วปานวายุอัสนี   เจ้าม้าแสนรู้ดูจะถูกอกถูกใจกับชื่อนี้มาก  หวังว่าพอมันถูกใจแล้วจะไม่ทำตัวคึกคะนองแบบวันนั้นแทบจะทำนางใจหล่นไปถึงตาตุ่มนะ   ครั้งนี้ยิ่งไม่มีผู้ใดคอยช่วยแล้วด้วย

จะว่าไปนี่เป็นการเดินทางตัวคนเดียวไปต่างเมืองครั้งแรกเลย   ครั้งตอนออกจากค่ายพยัคฆ์ลงใต้ก็ได้ขบวนของพ่อค้าช่วยเหลือเอาไว้   หญิงสาวสูดหายใจเข้า  บัดนี้นางไม่ใช่ดรุณีน้อยที่หวาดกลัวต่อโลกกว้างคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เพียงสองปีเปลี่ยนคนไปมากจริงๆ





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-8-3 08:29:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 87 : สรุปเจ้าเป็นลูกสุนัขหรือสิงโต

            เช้าวันนี้หลังจากขี่ม้าอย่างยาวนาน ไป๋ฟางหรงรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว  ร่างบอบบางรู้สึกเหมือนพลังชีวิตเหือดหาย  เดินตัวโหวง รู้สึกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ ทว่างานที่มีก็ไม่รับผิดชอบไม่ได้  สุดท้ายแม้ว่าจะอยากนอนแค่ไหนก็ต้องลุกขึ้นมาทำอาหารเช้า  แล้วเตรียมไปสอนที่ค่ายพยัคฆ์ต่อ

“คุณหนู….ท่านไหวหรือไม่เจ้าคะ?” ลี่ซือถามหลังเห็นวันนี้คุณหนูของตนดูจะเงียบๆเซื่องๆผิดปกติ  แม้คุณหนูของนางจะเงียบเซื่องอยู่แล้วก็ตาม  วันนี้กลับเป็นไปอีกระดับ

“....” ไป๋ฟางหรงชะงักตะเกียบ ส่ายหน้าช้าๆ รู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะพูด “...ข้าไม่เป็นอะไร”
แค่ขอประหยัดพลังงานไว้พูดเท่าที่จำเป็น…

ลี่ซือพยักหน้า แม้จะยังรู้สึกแปลกๆอยู่ก็ตาม  เป็นน้องซูปี้ที่หัวไวกว่ามาก  หลังทานข้าวเสร็จรีบลุกขึ้นมาบีบนวดบ่าบาง

“พี่สาวเดินทางไกลมาเมื่อวานคงล้ามาก ตอนนี้ยังพอมีเวลา  ซูปี้ช่วยคลายเส้นให้นะเจ้าคะ” เด็กน้อยช่างเอาใจใส่พูดอย่างน่ารัก  ตอนนี้ลี่ซือเพิ่งนึกได้ เห็นคุณหนูของตนปกติสมบุกสมบัน เดินทางไกลไม่เคยปริปากแสดฃอาการ  จึงลืมไปแล้วว่าสมควรทำสิ่งใด  เรื่องต่อว่าความสะเพร่าของตนเองไว้ทีหลัง  ลี่ซือรีบลุกมาช่วยนวดแขนด้วย

“ขอบคุณพวกเจ้ามากที่เป็นห่วง…” ไป๋ฟางหรงยิ้มอ่อนไม่ขอปฏิเสธไมตรี   ดวงตาโศกปิดลงผ่อนคลาย   ใช้เวลาช่วงสั้นๆฟื้นฟูความสดชื่น

แต่ก่อนจะผ่อนคลายไปมากกว่านี้กลับมีตัวอะไรมาคลอเคลียขาทั้งสองข้าง  และอะไรบางอย่างฟุบลงบนตัก  ไป๋ฟางหรงก้มหน้าไปมองก็เจอตากลมแป๋วสองคู่ของลูกสิงโตที่นางตั้งชื่อว่าจิวอิงและลูกสุนัขอาโถว   ส่วนบนตักคือแมวน้อยเหมาฉิวที่ขดตัวเป็นก้อนขนกลมสมชื่อ   เจ้าจิวอิงเพิ่งเข้าจวนได้เมื่อวาน  ลี่ซือพอรู้ว่าในอนาคตเจ้าตัวนี้จะต้องเติบโตเป็นอะไรก็แทบลมจับ  แต่ดูเหมือนมันจะเข้าพวกกับอาโถมและเหมาฉิวได้ดี  แม้จะมีกำลังมากกว่าไม่สามารถเล่นกับสหายใหม่ได้เต็มกำลังก็ตาม   

ไป๋ฟางหรงจำได้ว่าเมื่อเย็นวานนี้ลี่ซือและซูปี้อุทานลั่นยามเห็นอาโถวน้อยผู้โง่งมโดนอุ้งเท้าทรงพลังแต่เยาว์ตะปบกระเด็นไปไกล  นึกว่ามันจะเจ็บหนักเสียแล้ว  ทำเอาไป๋ฟางหรงใจหล่นวูบ  ที่ไหนได้อาโถวลุกขึ้นวิ่งกลับมาเลียหน้าตาสหายใหม่  เป็นการกระชับมิตรกันแปลกๆ  หลังจากนั้นจิวอิงดูจะทำอะไรยั้งแรงลงหลายส่วน   ทำให้ผู้คนวางใจขึ้นแล้วต้อนรับสมาชิกใหม่แต่โดยดี

แล้วดูท่าทางขี้อ้อน ตากลม ลิ้นห้อยนั้นสิ
...สรุปเจ้าเป็นลูกสุนัขหรือลูกสิงโต?

“มีอะไรหืม?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นที่เจ้าพวกนี้วิ่งเข้ามาอ้อน  ก่อนจะหันไปหาลี่ซือ “เจ้ามิใช่ให้อาหารพวกมันไปแล้วหรือ?”

“ให้แล้วเจ้าค่ะ  แต่พวกตะกละพวกนี้คงคิดว่าคุณหนูไม่รู้กระมัง” ลี่ซือทั้งขันทั้งฉิว ทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นไส้ “อย่างคุณหนูซูปี้นะ...ตอนแรกโดนหลอกขออาหารประจำ  หลังๆเริ่มรู้แกว”

“จริงเจ้าค่ะพี่สาว” ซูปี้หัวเราะคิกคักยืนยัน

“เอาใหญ่แล้วนะพวกเจ้า” เสียงหวานหันไปดุเจ้าพวกตัวน้อยแสนซนพร้อมเขกเบาๆไปคนละที  นางยืดตัวขึ้นอุ้มเจ้าก้อนขนไปส่งให้ลี่ซือ “เอาล่ะ...ช้าไม่ได้แล้ว  เดี๋ยวข้าไปสอนสาย”

แล้วหญิงสาวก็ออกเดินทางไปเริ่มต้นการสอนอีกวัน  โดยมีเจ้าจิวอิงดื้อด้านขอตามไปด้วย   จะแยกยังไงก็ทำหน้าหงอยปานลูกหมาโดนทิ้ง   นี่มันคงมิได้คิดว่านางจะไปแล้วไปลับเหมือนแม่ของมันหรอกนะ? ไป๋ฟางหรงทอดถอนใจ  แต่สุดท้ายก็อนุญาตให้มันติดตามไปด้วย  ลูกสิงห์ส่ายหางดุ้กดิ้กเปลี่ยนท่าทางมาเป็นลิงโลดทันที


...นี่เจ้าเข้าใจว่าตัวเองเป็นลูกสุนัขจริงๆใช่ไหม?


@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 3เงินตำลึง +330 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -10 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 35
LuLingNu + 320 ค่าหินอัพ
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -10 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-8-5 15:10:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-8-5 20:11

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 88 : เก็บกองไว้ไม่สู้นำไปช่วยคน


           วันนี้ที่จวนราชองครักษ์พบคนเข้าออกแบกกระสอบข้าวสารขึ้นเต็มคันเกวียน  จากจวนที่มักสงบมีคนเข้าออกนับจำนวนได้ไม่เกินหนึ่งฝ่ามือ  กลับดูคึกคักจนชาวบ้านเอียงคอมองอยางใคร่รู้  ลอบยืดคอมองมาก็พบดรุณีน้อยหน้าใสแก้มยุ้ยในชุดสีเขียวสดใสเรียบง่ายที่ใครต่างคุ้นตากันว่าเป็นสาวใช้ตัวน้อยของฮูหยินจวนนี้ กำลังยืนกำกับคนงานฉกรรจ์ให้วางเรียงกระสอบลงบนเกวียนให้เรียบร้อย
วันนี้มีโอกาสพิเศษอันใด?

นั่นเป็นที่สนอกสนใจแก่ชาวบ้านผู้ที่มักผ่านไปมาจวนราชองครักษ์แบบไม่ใส่ใจมาก ด้วยเจ้าของจวนเองก็ไม่ค่อยอยู่ให้สนใจ  พอมีฮูหยินโผล่มา ก็พอทำให้คนแตกตื่นมีข่าวให้กระจายปากต่อปากได้บ้าง  แต่ฮูหยินใต้เท้า หู้กว๋อฟูเหรินก็มีนิสัยไม่ต่างจากสามี  วันวันก็ไม่เห็นคบค้าสมาคมกับฮูหยินขุนนางบ้านใดเป็นพิเศษ  แม้จะมีเทียบเชิญกองอยู่ตรงหน้า  ฮูหยินน้อยก็ไม่มีเวลาว่างจะสะดวกไปด้วยต้องรับผิดชอบทำงานในฐานะนักวิชาการ  

มาวันนี้จวนดูคึกคัก ผู้คนย่อมต้องคาดเดา อันว่าไม่สนใจเรื่องในเรือนขุนนางย่อมไม่ใช่ผู้คนธรรมดา  

ตัวเจ้าบ้านที่เพิ่งกลับถึงบ้านเองก็ประหลาดใจไม่ต่างกัน  

“ใต้เท้าท่านกลับมาแล้ว” ลี่ซือเหลือบมาเห็นร่างสูงของใต้เท้าต้วนหงส์กำลังเดินเข้ามาก็รีบโค้งคำนับ

“นี่ขนของกำลังจะไปที่ไหนหรือ?” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย

“เรียนใต้เท้า วันนี้เป็นวันที่คุณห—“ สาวใช้ชะงักเล็กน้อยก่อนรีบแก้คำเมื่อเห็นว่าไม่ได้อยู่ในรั้วจวน “ฮูหยินไม่มีไปสอนที่ไหน จึงตั้งใจจะนำวัตถุดิบไปทำอาหารแจกทานที่โรงทานเจ้าค่ะ”

ต้วนหงส์พยักหน้ารับทราบ  เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปในจวนก็พบสตรีชุดขาวกำลังเย็บซ่อมแขนเสื้อให้เด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างๆพอดี

“ท่านลุงกลับมาแล้ว” เป็นเด็กหญิงที่เห็นก่อนจึงทักทายขึ้น  เรียกให้ดวงตาคู่งามที่กำลังจับจ้องอยู่ที่ด้ายเลื่อนขึ้นมามองคนมาใหม่บ้าง  ก่อนตาคู่นั้นจะโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวเปล่งประกายประหนึ่งอัญมณี

“พี่ต้วน ท่านกลับมาเหนื่อยๆ ทานอะไรมาหรือยังเจ้าคะ?”

ชายหนุ่มส่ายหน้า “ยังไม่ได้ทานอะไร เจ้าไม่ต้องกังวล ทำธุระให้เสร็จก่อน” รีบบอกให้นางวางใจเมื่อเห็นดวงตาคู่ซึ้งเลื่อนไปทางครัว

“งั้นท่านรอสักครู่นะเจ้าคะ เข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน  เดี๋ยวข้าซ่อมแขนเสื้อให้น้องซูปี้เสร็จจะลวกบะหมี่เย็นให้”

“บะหมี่เย็นหรือ?” ต้วนหงส์ทวนคำแปลกหู  ปกติบะหมี่ไม่ผัดก็ทานคู่กับซุปร้อน

“หลายวันนี้อากาศร้อน ทำให้รู้สึกไม่ค่อยอยากทานอาหารเท่าไหร่  ข้าจึงคิดจะทำอะไรที่ทานแล้วคล่องคอทั้งยังชื่นใจ…” ไป๋ฟางหรงอธิบายพลางสอยแขนเสื้อของเด็กหญิง “บะหมี่ดึงเส้นหนามีความเหนียวหยุ่นลวกแล้วนำไปล้างน้ำเย็นสะอาด  ราดด้วยซอสที่ทำจากซีอิ๊ว น้ำตาล น้ำส้มสายชู เปลือกส้ม ขิงสับเล็กน้อย และน้ำแร่ ทานคู่กับเครื่องเคียงที่เป็น เนื้อปลาสีขาวนำไปบดละเอียดผสมไข่ขาวและแป้งมัน ปรุงรส ตีจนเด้งแล้วนำใส่พิมพ์ไปนึ่ง  ขิงดอง แตงกวาหั่นเป็นเส้นคลุกน้ำมันงากับเกลือ…”

“เจ้าอธิบายจนเริ่มอยากลองชิมดูแล้ว” ราชองครักษ์หนุ่มพยักหน้ายิ้ม  ตั้งแต่นางมาอยู่ที่จวนมักลองทำอาหารแปลกรสชาติแปลกใหม่มาให้ลิ้มลองเสมอ  ต้วนหงส์เดินกลับจวนไปเช็ดเนื้อตัวเปลี่ยนเสื้อให้สบายตัวก็เดินไปที่ห้องครัว  ระหว่างทางพบร่างบางกำลังตั้งตาสาวเชือกอยู่ที่บ่อน้ำ

“นั่นเจ้ากำลังทำอะไร?” เสียงขรึมอดถามไม่ได้  ไป๋ฟางหรงสะดุ้งเล็กน้อย  ก่อนจะยกกล่องหนึ่งขึ้นมาจากถังน้ำ

“ข้างในเป็นน้ำซอสและเครื่องเคียงเจ้าค่ะ  อากาศร้อน เพื่อประหยัดน้ำแข็งที่ใช้จึงแบ่งใส่กล่องใส่ลงไปเก็บรักษาความเย็นในบ่อน้ำที่เย็นกว่าอากาศด้านนอก”

“.....” ราชองครักษ์หนุ่มไม่รู้เรื่องการทำอาหารมากนัก  ยิ่งรู้สึกว่าจะได้อาหารรสเลิศจานหนึ่งคนทำต้องทุ่มเทมากไม่น้อย “เจ้าชอบทำอาหารแบบนี้น่าจะพูดคุยถูกคอกับท่านอาอี้หาน...” เขากล่าวพลางยื่นมือเข้าไปรับกล่องไม้จากมือบอบบาง “มาเถอะ...ข้าช่วยถือ”

ชายหนุ่มช่วยชนของมาถึงห้องครัวก็หยุดดูว่าหญิงสาวจะเนรมิตบะหมี่เย็นขึ้นมาอย่างไร พบว่าวัตถุดิบทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วเหลือแต่เพียงขั้นตอนการลวกเส้น

เส้นบะหมี่ไข่เหนียวนุ่มที่ถูกดึงยืดเกือบพันครั้งสีนวลอ่อนพันเป็นก้อนวางอย่างเรียบร้อยอยู่บนเขียงไม้  น้ำในหม้อใหญ่กำลังเดือดปุด มือบางเคลื่อนขยับจับกระชอนลงบะหมี่ลงไปลวกราวร่ายรำ  เมื่อเส้นสุกเด้งดีก็นำไปแช่น้ำเย็นแล้วช้อนออก สะบัดน้ำทิ้ง เทใส่ชามไม้

ตอนนี้ก็ถึงเวลาของวัตถุดิบที่เตรียมไว้  ไป๋ฟางหรงเปิดกล่องไม้ออกมา  ภายในมีถ้วยกระเบื้องใส่น้ำซอส และเครื่องเคียงต่างๆไว้พร้อมแล้ว  เทน้ำซอสสีน้ำตาลใสลงบนบะหมี่สีนวล วางประดับด้วยเครื่องเคียงด้านบนเป็นอันเรียบร้อย  ได้บะหมี่เย็นที่ดูประหลาดตา  

และแล้วก็ได้เวลาลิ้มรส

ต้วนหงส์ใช้ตะเกียบคีบเส้นที่ผสมผสานกับน้ำซอสสูตรพิเศษเข้าปาก  รสสัมผัสที่เย็นชื่นใจนุ่มเด้งกำลังพอดี  ผสานกับซอสรสอ่อนเด่นหวานเปรี้ยวกลมกล่อม หอมกลิ่นส้มและขิง รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก

“.......”

“.....เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” ไป๋ฟางหรงลุ้น  นางเองลองชิมแล้วรู้สึกว่าพอใช้ได้ แม้รู้สึยังขาดอะไรบางอย่างไป แต่ก็จัดว่าผ่านแล้ว

“อร่อยดี” เสียงขรึมกล่าวคำตัดสินทำให้ร่างบางถอนหายใจโล่งอก มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย แล้วคีบชิมเครื่องเคียงตาม

“วันนี้เจ้าจะออกไปแจกทาน?”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าก่อนหน้านี้ฝ่าบาททรงพระราชทานข้าวสารมาเป็นรางวัลหลายกระสอบ  เก็บไว้ในยุ้งฉางเฉยๆ ไม่สู้ค่อยๆนำไปบริจาคช่วยคนที่ลำบาก  คิดไว้ว่าจะไปสัปดาห์ละครั้งเจ้าค่ะ  อีกเดี๋ยวก็ออกแล้ว” ไป๋ฟางหรงตอบ

“งั้นเดี๋ยวข้าไปช่วยไหม?” ชายหนุ่มถามขึ้น ร่างบางชะงักเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า

“อย่าดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านเพิ่งกลับมาถึงจวน   ไม่นานก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว  สมควรจะพักผ่อนให้มาก” ดวงหน้าหวานฉายแววเสียดายและเกรงใจ

“แค่นี้ไม่เหนื่อยหรอก อีกอย่างออกไปช่วยทำทานก็ดีเหมือนกัน”

ด้วยสาเหตุนี้เองวันนี้จวนราชองครักษ์ต้วนหงส์ถึงเงียบกริบโดยสิ้นเชิง  เพราะทั้งจวนล้วนพากันไปศาลเจ้าแม่หนี่วากันหมด



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-8-6 22:30:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 88 : เทศกาลซีซี ต้องเตรียมตัวกันขนาดนี้เชียวหรือ?


             ไป๋ฟางหรงพลิกตำราทบทวนหัวข้อที่จะสอนวันถัดไป  วันพรุ่งนี้มิได้เข้าสอนที่ค่ายพยัคฆ์  แต่เป็นโรงเรียนตงฟางช่วงเช้า  ช่วงบ่ายยังว่างอยู่  กำลังลังเลระหว่างแวะไปจวนซือหม่าสอนภาษาเจ้ากระรอกน้อยหรือเข้าวังไปสนทนากับจูอี้กงจู่

ท้องฟ้าเริ่มมืดลงทุกขณะ  ลี่ซือช่วยจุดตะเกียงเพิ่มแสงไฟ  ดวงตากลมเห็นคุณหนูอ่านตำราอย่างเย็นใจแล้วรู้สึกขัดใจยิ่ง  ในที่สุดคนก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้

“ท่านจะใจเย็นเกินไปแล้วนะเจ้าคะคุณหนู…”

“แล้วมีอะไรให้ร้อนใจ…” เสียงหวานของนายสาวถามเอื่อยๆโดย นัยน์ตาโศกมิได้ละไปจากตัวอักษร

“ก็เทศกาลซีซี!...”

ลมหายใจที่สงบสะดุดเล็กน้อย  แต่ก็รีบปรับให้เป็นปกติ “...อีกตั้งหลายวัน”

“หลายวันอะไรกันเจ้าคะ? ท่านต้องเตรียมอีกว่าวันนั้นจะใส่เสื้ออะไร ทำผมอย่างไร… ถ้าไม่มีอะไรใส่ก็ต้องเริ่มปักแล้ว มิเช่นนั้นจะไม่ทัน  ยิ่งคุณหนูต้องทำงานด้านนอกด้วย มีเวลาเสียที่ไหน…” ลี่ซือระบายด้วยความอัดอั้นตันใจ “แล้วจะหักโหมเหมือนก่อนหน้านี้ ที่ท่านทั้งทำงานเสมียนจบ ก็เร่งปักเย็บทั้งฟูกนอน ทั้งมุ้งชุดใหม่เปลี่ยนให้ใต้เท้าก็ไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ  เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปอีก แถมท่านทุ่มเทขนาดนี้ ใต้เท้าเขาสังเกตเห็นที่ไหนกัน… ”  

นัยน์ตาโศกหลุบลงสมาธิมิได้อยู่ที่ตัวอักษรในตำราอีก “ถึงเขาสังเกตไม่เห็นแต่อย่างน้อยตอนกลางคืนเวลาเขาเข้านอนก็สบายตัวขึ้น… แค่นั้นก็บรรลุจุดประสงค์ของมันแล้วจะเอาอะไรมาก  ส่วนชุด...แค่ไปเดินงาน ใส่เหมือนทุกวันไปก็ได้”

“คุณหนู!!!” ลี่ซือร้องเสียงสูง ยิ่งฟังยิ่งอึดอัดคับข้องใจยิ่งแล้ว

“เอาเถอะๆ...เจ้าก็ช่วยเลือกอาภรณ์ที่ถูกใจขึ้นมาสักตัวสองตัวเดี๋ยวข้าจะเลือกดู…” ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ ตัดบทให้เสียงเล็กหยุดบ่นงุ้งงิ้งเสียที นัยน์ตาโศกซึ้งเลื่อนมามองตำราเหมือนเดิม  แต่รู้สึกราวไม่มีสิ่งใดเข้าหัว

“ชุดพวกนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” ลี่ซือคุ้ยหีบพักใหญ่ก็ถามขึ้นพร้อมชุดสีม่วงอ่อนปักลายผีเสื้อและบุปผาอย่างวิจิตร ชุดสีชมพูเข้ม ชมพูอ่อน ฟ้า...ทุกชุดล้วนถักทอตัดเย็บอย่างปราณีตตระการตา

ไป๋ฟางหรงย่นคิ้ว “...ฉูดฉาดไป”

ลี่ซือทำหน้าเหนื่อยใจ “คุณหนูจะใส่แต่ชุดขาวเดิมๆจริงๆหรือเจ้าคะ...ท่านไปเดินชมงานเทศกาลซีซีกับใต้เท้าต้วนเชียวนะ…” เห็นสายตาของนายสาวมองนิ่งๆไม่กล่าวสิ่งใด สาวใช้ก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาแล้ว “โธ่...คุณหนู…”

“....ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ทรงพระราชทานผ้าไหมมาให้ข้า เจ้าไปเลือกมาเดี๋ยวข้าจะตัดชุดใหม่”

ลี่ซือได้ยิ้นดังนั้นถึงได้ยิ้มสมใจก่อนหัวเราะคิกคัก รับคำสั่งอารมณ์ดี   สาวใช้ตัวเล็กกึ่งเดินกึ่งเต้นท่าทางมีความสุขนัก  ทิ้งความวิตกให้กับคุณหนูของตนที่บัดนี้กังวลขึ้นมาแล้วว่าสมควรจะตัดเย็บทรงไหนและปักลวดลายอะไรดี

เรียบง่ายไม่ฉูดฉาด แต่ไม่ดูธรรมดาจนเกินไป  เหมือนใส่ได้ในชีวิตประจำวันแต่ก็ต้องมีความพิเศษ...
ความพิเศษ…
แล้วทำไมต้องพิเศษเล่า!?

ไป๋ฟางหรงรีบสะบัดหน้าเรียบเรียงความคิดใหม่ทันที  แค่เทศกาลซีซีธรรมดาทำไมถึงได้ยากเย็นวุ่นวายเพียงนี้ก็ไม่รู้




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32