เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } จวนราชองครักษ์ต้วนหงส์

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-10-12 21:47:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-10-12 22:03


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 111 : อย่าปล่อยเด็กผู้ชายเล่นกันเอง


          จวบจนตกเย็นฟ้ามืดต้องเริ่มจุดเทียนถึงจะแสงพอมองตัวอักษรก็ยังไม่พบอาจารย์หลู่เสียที   เดิมทีไป๋ฟางหรงกะว่าจะชงชาเอาใจอาจารย์หลู่เสียหน่อยที่นางทำเสียเรื่อง   จากที่อาจารย์หลู่หมายมั่นปั้นมือให้นางเป็นอาจารย์ประจำแทนอาจารย์เกาที่กำลังจะเกษียณกลายเป็นว่านางมาขอลาหยุดยาวอีกด้วยต้องตามขบวนเสด็จ

อาจารย์หนุ่มถึงกับกุมขมับวิงเวียน  เปลี่ยนแผนแทบไม่ทัน  จนวันนี้น่าจะยังงอนลูกศิษย์สาวไม่หาย  เห็นทีเรื่องชงชาเอาใจง้อขออภัยอาจารย์เป็นต้องเลื่อนแล้ว  อาจารย์เกาที่เห็นไป๋ฟางหรงรั้งรอจึงเฉลยว่าการสอบยืดยาวจนมืดค่ำสำหรับนักศึกษาขั้นสูงนั้นเป็นเรื่องปกติ  เขาเตรียมเสบียงจะกินนอนในห้องสอบกันเลย  หากอยากรออาจารย์หลู่คิดว่าคงนาน

            ในที่สุดไป๋ฟางหรงก็ต้องล่าถอยกลับจวนก่อน   กลับมาถึงภาพแรกที่ต้อนรับก็คือบ่าวไพร่กำลังมุงอยู่มุมหนึ่ง สีหน้าหวาดเสียวตื่นกลัว ไป๋ฟางหรงกระพริบตาเลื่อนสายตาไปสำรวจ ก่อนเกือบจะเป็นลม

“ลูกจื้อ! อาคลั่ง! พวกเจ้าขึ้นไปทำอะไรบนหลังคา?!” อุทานตกใจ  ใบหน้าหวานขึ้นสีครึ้ม  รีบวิ่งเข้าจวนไปหาทันที

“อั้ยหยา….” เว่ยคลั่งร้องเสียงอ่อย เหลือบมองเซียงจื้อที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกต่างจากปกติแล้วเหงื่อตก  ดูเหมือนงานจะเข้าแล้ว…

“ลงมาเดี๋ยวนี้นะ!” คนเป็นทั้งแม่และป้าเครียด  เด็กผู้ชายเล่นซนกันเป็นเรื่องปกติ  ไหนเลยนางจะคิดว่าจะพากันขึ้นไปเล่นบนหลังคา  หากพลัดพลั้งตกมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร?!

“ท...ท่า...ท่านแม่…” เซียงจื้อส่งเสียงเบาหวิวราวลูกแมวหิวโหย “ข...ข้าอยากลงไป….ต….แต่….”

“ลูกจื้อ! เจ้าไม่เป็นอะไรนะ?” ไป๋ฟางหรงยิ่งได้เห็นสีหน้าและน้ำเสียงของเด็กชายที่มักเรียบเฉยไม่ว่าจะเกิดเรื่องใด ยิ่งใจไม่ดี   รีบหันไปสั่งการให้ลี่ซือนำบ่าวไพร่รีบหาเอาผ้าเนื้อหนาผืนใหญ่ๆมาขึงกางรองไว้โดยด่วน

“ข้...ข้ากลัว….” เซียงจื้อเอ่ยเบาหวิว

“ลูกจื้อ...ใจเย็นๆก่อนนะ  เจ้าค่อยๆลงมา” เห็นว่ามีบ่าวชายสองคนพาดบันไดไผ่ไว้อยู่แล้วก็รีบกล่าว ก่อนจะเอะใจอะไรบางอย่าง  สมองประมวลสถานการณ์โดยรวมอีกทีก็แทบหน้ามืดไปจริงๆ

“ที่แท้เจ้ากลัวความสูง???” ...แล้วเจ้าขึ้นไปเล่นอะไรบนนั้น?

“ท่านป้า...ตอนเขาขึ้นมาก็ไม่รู้ตัว….” เว่ยคลั่งยิ้มแห้ง  ในฐานะต้าเกอ...มือของเขาเสียสละให้น้องชายวัยเดียวกันบีบจนชาไปหมด  ถ้าท่านป้าไม่รีบหาทางออกโดยไวมีหวังมือเว่ยคลั่งได้พิการแน่

“ฮูหยิน! มาแล้วเจ้าค่ะ!!” ลี่ซือวิ่งหน้าตั้งมาพร้อมพับผ้าเอ่ย  ไป๋ฟางหรงพยักหน้ารีบให้สาวใช้จัดการ   บ่าวชายหญิงช่วยกางผ้าจับชายคนละฝั่งอย่างเร่งรีบ

“ลูกจื้อเจ้าไม่ต้องกลัวนะ! แม่อยู่นี่ เชื่อใจแม่นะ…” เสียงหวานนุ่มนวลพยายามปลอบโยน “ค่อยๆขยับไปหาบันไดไม้นะ มีคนจับฐานไว้อยู่  เจ้าขึ้นไปได้แล้ว ขาลงไม่น่ากลัว…”

“ท่านแม่….ข้า...ข้าไม่มีแรง….ขยับไม่ได้เลย”

“แต่เจ้าบีบมือข้าจนกระดูกจะแตกแล้วนะอาจื้อ….” เว่ยคลั่งอดแย้งไม่ได้

“เจ้าน่ะเงียบก่อนเลย!” ซูปี้ที่ยืนลุ้นตั้งแต่ต้นหน้ามุ่ย “ถ้าไม่ใช่เจ้าคิดแผลงๆอยากเลียนแบบจอมยุทธ์ต่อสู้บนหลังคาท่ามกลางแสงจันทร์ ลากน้องจื้อขึ้นไปมีหรือจะเกิดเรื่องแบบนี้?”

          ในที่สุดไป๋ฟางหรงก็รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร  หญิงสาวแทบยกมือตบหน้าผาก  นางยังประเมินความซุกซนของหลานชายต่ำไป  มิน่าเซิ่นเจี่ยย้ำแล้วย้ำอีกว่าหากอาคลั่งซนจนเกินเลย ถือว่าเป็นลูกหลาน ทำโทษอบรมได้เลย

แต่ก่อนอื่นต้องหาทางพาคนลงมาก่อน จะลงโทษอย่างไรค่อยว่ากัน

“ลูกจื้อ หายใจเข้า หายใจออกลึกๆ...อย่างนั้น...นึกภาพสถานที่สวยๆ” ไป๋ฟางหรงพยายามกล่อม

“ทุ่งบุปผาเหมยเซาซาน….?” เซียงจื้อเอ่ยอย่างไม่มั่นใจนัก  แต่ถ้าพูดถึงสถานที่สวยๆที่นึกออกก็มีที่เดียว

“ได้ๆ เจ้าจินตนาการว่าอยู่ที่นั่นนะ แล้วเจ้าลองก้าวเท้าดู”

“.....” เซียงจื้อพยักหน้า  พยายามกล่อมตัวเอง แล้วขยับขาอีกรอบ เท้าขวาวางลงอย่างมั่นคง  เห็นดังนั้นคนด้านล่างรีบส่งเสียงให้กำลังใจ


#JX002


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-12 22:22

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +800 ชื่อเสียง +25 ความหิว -22 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 25 -22 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-10-12 22:16:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-10-13 17:39


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 111 : ผิดที่ไม่เตรียมตัว


“อย่างนั้นแหละเจ้าค่ะ! คุณชายเก่งมาก!” ลี่ซือลุ้นหนัก

“น้องจื้อ ก้าวมาอีกนิดเดียวๆ” ซูปี้เองก็ลุ้นไม่แพ้กัน


เซียงจื้อเม้มปาก บีบมือเว่ยคลั่งเกอเกอแน่นขึ้น  เจ้าของมือน้ำตาแทบเล็ด แต่ที่สถานการณ์เป็นแบบนี้ก็เพราะเขาเสนอแท้  ขืนโวยวายมีแต่จะโดนเด็กสาวซูปี้ว่าซ้ำ


“ลูกจื้อ รีบๆลงมาจะได้ทานมื้อเย็นกัน  วันนี้ของโปรดเจ้าทั้งนั้นเลยนะ” ไป๋ฟางหรงยกอาหารมาหลอกล่อ  กล่อมอยู่สามเค่อ ขยับได้สามก้าว แต่คงเป็นเพราะคนเกร็ง เมื่อถึงตอนจะลงบันไดกลับพลาดพลั้งหงายหลังตกลงมา


คุณชาย/น้องจื้อ!!!

“ลูกจื้อ!!!”


ทุกเสียงร้องพร้อมกัน  แต่เป็นเพราะไป๋ฟางหรงได้ให้คนเตรียมกางผ้ารองรับไว้อยู่แล้วทำให้ไม่เกิดอันตราย   ทั้งทีที่ร่างเล็กตกลงบนผ้า ร่างอรชรก็รีบวิ่งเข้าไปกอด เด็กน้อยร้องไห้จ้า “ท่านแม่….ท่านแม่…..”


“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้วลูกแม่…” ไป๋ฟางหรงรู้สึกหมดแรง กอดร่างเล็กของเด็กชายที่แม้เพียงเจอกันไม่นาน  แต่นางก็รับเขามาเลี้ยงดูดั่งลูก ในชีวิตของนางสูญเสียพ่อแม่ไปแล้ว ครอบครัวที่เหลือนอกจากทางฝั่งสามี ก็เหลือสกุลกู้


เซียงจื้อ...คือลูก


คือคนที่เรียกนางว่าแม่


“....” เว่ยคลั่งไต่บันไดลงมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีพลาดพลั้ง  เขามองท่านป้าและเด็กชายวัยเดียวกันด้วยแววตารู้สึกผิด


“อาคลั่งเจ้าก็ปลอดภัยดีใช่ไหม?” ไป๋ฟางหรงรู้ตัว รีบมาพลิกซ้ายขวาสำรวจความปลอดภัยหลานชายด้วย


“ข้าไม่เป็นอะไรขอรับท่านป้า  ปีนขึ้นลงหลังคาแค่นี้…” ….ข้าบรรลุขั้นสูงสุดตั้งแต่แปดขวบแล้ว เว่ยคลั่งกลืนประโยคหลังลงคอเมื่อเห็นสายตาของท่านป้าที่แสนใจดี  เด็กชายยิ้มแหะๆ


“.....” ไป๋ฟางหรงยืดตัวขึ้น  มองเด็กชายทั้งสองสายตาตำหนิ “พวกเจ้ารู้ไหมว่าทำอะไรผิด?”


“ข้า….พวกข้าไม่ควรขึ้นไปเล่นบนหลังคาขอรับ” เว่ยคลั่งตอบ  เซียงจื้อก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด


“เงยหน้าขึ้นมาเซียงจื้อ” เสียงหวานสงบราบเรียบแฝงความเด็ดขาด “เป็นลูกผู้ชายต้องกล้าเงยหน้ายอมรับความผิดที่ทำ”


“.....” เด็กชายเม้มปากเงยหน้าขึ้นเผชิญมารดาของตน


“พวกเจ้าผิด แต่มิใช่เพราะไปเล่นบนหลังคา” ไป๋ฟางหรงเอ่ยแจกแจงความผิดในขณะที่คนฟังเริ่มสับสน  ไม่เข้าใจว่าเหตุใดซนขึ้นหลังคาแล้วไม่ผิด ก่อนได้รับคำเฉลย “พวกเจ้าสองคนคนหนึ่งบุตรชายต้าซือหม่าเว่ยชิง คนหนึ่งบุตรชายของราชองครักษ์ต้วนหงส์   ต่างตั้งใจจะฝึกยุทธ์ อนาคตต้องคลุกคลีกับอันตราย หากแค่หลังคาบ้านข้าสอนให้พวกเจ้าหวาดกลัว ต่อไปจะกล้าทำสิ่งใด?”


บ่าวไพร่สูดหายใจ  ตั้งแต่รับใช้จวนราชองครักษ์มานี่เป็นครั้งแรกที่เห็นด้านนี้ของฮูหยิน  แม้ทุกคนในฉางอันจะเคยได้ยินข่าวว่าหู้กว๋อฮูหยินเป็นสตรีที่สามารถช่วยเหลืองานใหญ่ ปราบปรามกังฉินได้  ทว่าสำหรับคนในที่เคยเห็นเพียงด้านที่อ่อนหวานเปราะบางกลับนึกภาพไม่ออก พวกเขาทำงานในจวนราชองครักษ์นับได้ว่าโชคดี  ใช้ชีวิตสุขสบายกว่าบ่าวไพร่จวนขุนนางใหญ่จวนอื่นหลายเท่า ไม่ต้องระวังหรือคอยรองรับอารมณ์นาย ไม่ต้องกังวลอะไร มาบัดรี้เห็นชัดเจนว่าสตรีบอบบางผู้นี้ไม่ใช่สามัญ


เด็กทั้งสองรวมถึงซูปี้และลี่ซือกระพริบตา “ความผิดของพวกเจ้าคือ ทำสิ่งใดไม่คิดถึงโดยรอบ ไม่คิดถึงผลที่ตามมา  อยากจะไปเล่นบนหลังคาข้าไม่ห้าม แต่ต้องคิดถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุดแล้วเตรียมทางแก้ไว้เสมอ เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้วจึงกระทำ”


เว่ยคลั่งฟังแล้วดวงตาเป็นประกายทันที


“ยามทำอะไรคนเรามักคิดถึงแต่ในกรณีที่ราบรื่นจนไม่เตรียมแผนสำรองไว้ แต่ชีวิตของเราไม่เคยดำเนินตามแผนถึงเพียงนั้น  ดังนั้นไม่ว่าพวกเจ้าจะกระทำสิ่งใดยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับชีวิตต้องคำนวณเผื่อยามพลาดพลั้งไว้เสมอ ยามล้มจะได้ไม่สาหัส  เข้าใจหรือไม่?”


ขอรับท่านป้า/ท่านแม่!” เด็กทั้งสองตอบรับเสียงหนักแน่น


#JX002


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +27 ดีนาเรียส +800 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 27 + 800 + 25 -18 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-10-14 14:59:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 112 : ดูเหมือนแผนจะล่มเสียแล้ว


          ต้วนหงส์รีบกลับจวนทันทีที่ออกเวร  ยิ่งอาทิตย์นี้ยิ่งรู้สึกร้อนใจอยากกลับถึงจวนเร็วๆ  ลมเย็นยามเหมา ฤดูสารทพัดมาปะทะใบหน้า  วันนี้อากาศสดชื่นนัก  ต้วนหงส์สูดหายใจเข้าเต็มปอด  ช่วงนี้ก็พอดีกับเทศกาลฉงหยางเวียนมาถึง 

เทศกาลที่มีความหมายถึงอายุยืนยาว สามีภรรยารักกันและอยู่ด้วยกันยาวนานจนแก่เฒ่า… แต่เดิมทีเขาก็ไม่คิดจะใส่ใจ   ซ้ำร้ายยังหาเรื่องอยู่ในวังทำงาน เข้าเวรแทนลูกน้องที่อยากกลับไปฉลองกับคนรักและครอบครัว   แต่เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน

ยิ่งคิดถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์เดือนก่อน  ยิ่งรู้สึกเบิกบาน  ระยะทางระหว่างวังและจวนยังคงเดิม  แต่วันนี้กลับรู้สึกไกล ไม่ทันใจนัก   ขายาวของร่างสูงก้าวยาวๆเร่งฝีเท้าขึ้น   อยากเห็นรอยยิ้มของฮูหยินยามออกไปท่องเที่ยวชมทิวทัศน์  ครั้งก่อนพานางชมท้องฟ้ายามค่ำคืน  ครั้งนี้หากนางได้เห็นฉางอันในมุมของวิหคไม่รู้ว่าจะทำสีหน้าแบบใด

แต่ความคิดแผนการณ์ที่วางไว้ทั้งหมด...

“เอ๋? ใต้เท้าคลาดกับฮูหยินระหว่างทางหรือเจ้าคะ?” ดวงตากลมของสาวใช้แก้มยุ้ยกระพริบ  ซูปี้เองก็มองท่านลุงแบบงุนงง

“....คลาดกัน?” เสียงขรึมของนายท่านของจวนทวนคำถาม สังหรณ์ไม่ดี

“ท่านป้าต้องเข้าวังวันนี้เจ้าค่ะ  เรื่องงานแต่งของท่านชวี่ปิ้งอย่างไรเจ้าคะ?” ซูปี้เองก็เคยพบชวี่ปิ้งเมื่อนานมาแล้วผ่านการแนะนำของพี่ชาย 

“........” ต้วนหงส์เพิ่งนึกได้  ที่แท้งานแต่งงานของหลานชายก็จะจัดในเร็ววันนี้  เขามัวแต่คิดถึงว่าหลังฉงหยางไป๋ฟางหรงจะเดินทางไกล ไม่อยู่ที่จวนอีกหลายเดือนจนลืมไปเสียสนิท


“ใต้เท้า นี่คือฉงหยางเกาที่ฮูหยินทำทิ้งไว้เจ้าค่ะ รูปทรงน่าเอ็นดูมากเลย” ลี่ซือเห็นใต้เท้าต้วนหงส์นิ่งไปก็รีบนำเสนอขนมฉงหยางเการูปทรงที่ถูกตัดเป็นเบญจมาศหกกลีบพอดีคำ  ชั้นแป้งขาวสลับดำจากงาน  ด้านบนประดับโรยด้วยงา เม็ดเก๋ากี้ และพุทธาแห้ง 

“อืม...น่ารักดี” เนตรคมมองขนมรูปทรงดอกไม้สวยงามน่ารัก  แต่วันนี้คนทำคงไม่ได้มาร่วมกินดื่มฉลองกันแล้ว


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-15 12:39

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +800 ความหิว -19 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 -19 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-10-15 14:40:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 112 : ทรงมีจุดประสงค์แอบแฝงอีกแล้ว


ร่างอรชรบนหลังอาชาขาว ทั้งคนทั้งม้าแฝงบรรยากาศบริสุทธิ์อ่อนโยนชวนสบายใจ  เคลื่อนกายผ่านท้องถนนที่มีบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะเทศกาลฉงหยางหรืองานมงคลของขุนชนะชัย   แม้ผู้คนปกติธรรมดาจะไม่ได้รับเชิญแต่ชาวบ้านฉางอันก็ร่วมกันยินดีไปกับคู่ยวนยางไปด้วย


ระหว่างทางกลับจวนไป๋ฟางหรงมีหยุดแวะทักทายกับฮูหยินจวนขุนนางที่อาศัยอยู่ในละแวกถนนเดียวกันเป็นระยะ   ถึงนางจะไม่ค่อยมีเวลาร่วมสังสรรค์ แต่ยามได้พบก็ทักทายแลกเปลี่ยนไมตรีกันเสมอ หลังรับปากว่าหากมีจัดงานชมบุปผาครั้งหน้าจะหาโอกาสไปให้ได้ก็ขอตัวแยกออกมา  


หน้าจวนกลับพบกับคนสองคนที่คุ้นตาดี   ไป๋ฟางหรงรีบลงจากหลังม้า


“คารวะพี่จิ่ว คารวะมู่กง” ร่างบางรีบประสานมือคารวะ


“คารวะท่านป้า ข้าบอกกี่รอบแล้ว อยู่นอกวังท่านป้าไม่ต้องเคร่งธรรมเนียมมากนักก็ได้” ไท่จื่อตรัสพร้อมเหลียวมองซ้ายขวา  อยู่ดีๆหู้กว๋อฟูเหยินจะลงจากหลังม้ารีบมาคารวะเด็กคนหนึ่งก่อน หากเป็นคนหัวไวหน่อยคงรู้ฐานะที่แท้จริงของเขาได้ไม่ยาก “เจอท่านป้าพอดีเลย  ข้ายังหวั่นๆอยู่ นึกว่าตอนนี้ท่านกับท่านลุงจะไปปีนเขากันเสียแล้ว”


“ป้าเพิ่งไปตรวจความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานสมรสชวี่ปิ้งกลับมา ส่วนท่านลุงเจ้า...น่าจะอยู่ในจวน” เสียงหวานตอบ


“งานพรุ่งนี้แล้วสิ? ตรงกับเทศกาลพอดีด้วย… ป่านนี้ท่านลุงรอท่านป้าแย่แล้ว” รัชทายาทน้อยแซว


“พี่จิ่วก็ล้อเล่นเข้า  เข้าไปในจวนเถอะ ออกจากวังมาครั้งนี้คงมิใช่แอบออกมาหาใคร?” เสียงหวานมองไท่จื่อน้อยฉิวๆ พร้อมผายมือพากันเดินเข้าจวน เด็กชายหัวเราะ


“ข้าแอบออกมาเสียที่ไหนกันท่านป้า? ขออนุญาตเสด็จพ่อมาหาพวกท่านอย่างถูกต้องทุกอย่าง”


“ฮูหยินกลับมาแล้ว! คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ” ลี่ซือเห็นร่างระหงของนายสาวมาแต่ไกลก็รีบทักขึ้นอย่างดีใจ  ก่อนจะเหลือบไปเห็นแขกอีกของคนก็แทบหน้าทิ่ม “ข...ขออภัยที่เสียมารยาทเจ้าค่ะ! คารวะคุณชายพี่จิ่ว คารวะมู่กง”


“ตามสบายเถอะนะ” พี่จิ่วโบกมือให้สาวใช้คนสนิทของท่านป้าที่ยังร่าเริงเหมือนเดิม


“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือเปล่าลี่ซือ?” ไป๋ฟางหรงถามเมื่อเห็นสาวใช้ดูจะดีใจที่ได้พบนางราวเกิดเรื่องอะไรขึ้น


“ใต้เท้าเร่งกลับมาที่จวนตั้งแต่เช้าน่ะสิเจ้าคะ... คลาดกับที่ฮูหยินเข้าวังไปนิดเดียว  ทีแรกก็ยิ้มแย้มสดใสดีอยู่ แต่พอรู้ว่าฮูหยินน่าจะไม่อยู่เกือบทั้งวันเท่านั้นล่ะ…” ลี่ซือทำท่าทางสะพรึง


“ดูเจ้าพูดเข้า ข้าใจดีเกินไปใช่หรือไม่ถึงได้แซวเจ้านายแบบนี้  แล้วพี่ต้วนเคยทำท่าทางอย่างเจ้าว่าเสียที่ไหนกัน” มือเรียวตีแขนลี่ซือเบาๆ พร้อมส่งค้อนดุ  ซึ่งไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด พี่จิ่วหัวเราะ


“ข้านึกภาพตามออกเลย  ถ้าเป็นเช่นนั้นลี่ซือคงพูดไม่ผิดหรอก ท่านป้ารีบไปหาท่านลุงดีกว่า” เด็กชายเว้นวรรคแล้วยิ้่มมีเลศนัย “เดี๋ยวข้าก็ต้องส่งพิราบขาวไปแจ้งข่าวพี่ติงโหยวด้วย  แล้วค่อยเข้าไปคารวะท่านลุง”


ไป๋ฟางหรงหัวเราะ “เป็นอย่างที่หม่อมฉันคิดไว้ไม่มีผิด  ทรงเตรียมมาพบคนจริงๆด้วย”


“โธ่...ท่านป้าก็อย่าแซวหลานนักเลย” ไท่จื่อน้อยที่เห็นจวนราชองครักษ์เป็นตั๋วผ่านออกจากวังทำตาใสปิ๊ง “ท่านป้าก็รีบไปทำให้ท่านลุงอารมณ์ดีเถอะ...”


จะได้ขอให้ท่านลุงรู้เห็นอนุญาตให้แอบออกไปเที่ยวอีกใช่หรือไม่?   ไป๋ฟางหรงส่ายหน้าขบขันแล้วแยกออกไปตามลี่ซือไปทำเรือนพักของสามี ปล่อยให้ไท่จื่อน้อยได้ใช้เวลาส่วนตัวอยู่กับการฝากฝังนกพิราบให้เต็มที่



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-16 20:25

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-10-16 20:26:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-10-16 22:52


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 113 : คำว่ารักกระซิบเบาๆก็เพียงพอ


           “ฟางหรง...ถึงจวนแล้ว”

           เสียงทุ้มต่ำกระซิบ ลมหายใจอุ่นเป่ารดข้างหูจนนางขนลุกเกลียว สะดุ้งหลุดจากภวังค์  นัยน์ตาโศกกระพริบ

“จ..เจ้าคะ??” ร่างอรชรทำราวกระต่ายตื่น เด้งออกห่างโดยไม่รู้ตัว  ทว่าวงแขนแกร่งกลับพันรัดรอบเอวเล็กราวกิ่งหลิวดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามาในอ้อมกอด

“ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว...เจ้าเอาแต่พยายามออกห่างพี่  หรือที่จริงในใจฟางหรงอึดอัด?” ต้วนหงส์ถามน้ำเสียงน้อยใจและไม่ยินยอม แขนแข็งแรงตามประสาผู้ฝึกยุทธ์รัดเอวบ่างแน่นขึ้นอย่างหวงแหน  กลิ่นหอมหวานบริสุทธิ์ของดอกอวี้หรานแตะจมูก  ชายหนุ่มก้มหน้าลงสันจมูกโด่งเกลี่ยแผ่วผิวตามเนื้อนวลสูดกลิ่นกายที่ทั้งทำให้เขาทั้งเย็นใจและร้อนรุ่มในคราเดียวกัน

“ฟางหรงไม่ได้อึดอัด” ไป๋ฟางหรงตาลายรู้สึกคล้ายคนจับไข้  “จู่ๆพี่ต้วนก็เอาแต่ทำแบบนี้...ฟางหรง...ฟางหรง....วางตัวไม่ถูก...”

“เพราะพี่รักเจ้า” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูอีกรอบ  จนร่างบางรู้สึกจั๊กจี้ไปหมด “ฟางหรงล่ะรักพี่ไหม?”

“จนป่านนี้ยังต้องถามอีกหรือเจ้าคะ?” ร่างเล็กคล้ายตัวจะระเบิด ดวงหน้าเล็กแดงก่ำซุกอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น สมองอื้ออึงไปด้วยคำหวาน  ริมฝีปากจิ้มลิ้มไม่อาจกลั้นรอยยิ้มได้

“ก็ถ้าฟางหรงไม่เคยบอกพี่จะรู้หรือ?” ต้วนหงส์วางคางเกยบนศีรษะที่เต็มไปด้วยกลุ่มผมทุยของร่างบาง  ถึงแม้สัญชาตญาณจะบอกว่าอีกฝ่ายก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน  มิเช่นนั้นคงไม่มีท่าทีแบบนี้  แต่ก็อยากได้ยินให้มั่นใจชัดอยู่ดี

“.....รัก” เสียงหวานกระซิบเบาๆ ดวงหน้าเล็กของกระต่ายขี้ตื่นยังซ่อนอยู่ในอกแกร่งของชายหนุ่ม  แต่เพียงคำว่า ‘รัก’ คำเดียวก็พอแล้วที่จะทำให้ใจของต้วนหงส์ที่เต้นอย่างโดดเดี่ยวมานานสั่นไหวอย่างลิงโลด

“ฟางหรงรักท่านพี่ต้วน”

“รักมาตลอด”

“รักมากที่สุด”

            ใบหน้ารูปสลักราวหยกแกะด้วยกระบี่คมกล้า  ที่เคยเปี่ยมด้วยความดุดันห้าวหาญพลันมลายหายไป  เหลือเพียงความอ่อนโยน  เนตรคู่คมเปล่งประกายหวานก้มมองร่างบอบบางของอวี้หรานดอกน้อยในอ้อมแขน

ของเขา

หัวใจของนางเต้นเพื่อเขา

ประหนึ่งนักเดินทางที่ผ่านทั้งมรสุม ทั้งที่แห้งแล้งมานานได้พบสถานที่ที่เรียกว่าบ้าน  มือใหญ่ขยับขึ้นมาเชยคางของโฉมสคราญที่ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของเขา ต้วนหงส์  ดวงตาคู่คมมองนางอย่างลึกซึ้งดั่งจะสลักทุกอณู ทุกการเปลี่ยนแปลงของสีหน้า นัยน์ตาคู่ซึ้ง ให้ลึกเข้าไปในดวงใจและจิตวิญญาณ

           ริมฝีปากสองคู่แตะแนบเข้าหากันเชื่อมโยงคนสองคน แลกเปลี่ยนไออุ่น เติมเต็มซึ่งกันและกัน  ต้วนหงส์ลิ้มชิมความหวานจากริมฝีปากอ่อนนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหลงใหล 

“พี่ต้วน….” ไป๋ฟางหรงเบนหน้าออก ตั้งสติ พร้อมหอบหายใจ “รถม้าจอดนานแล้วนะ…” 

“.....” ราชองครักษ์หนุ่มชะงัก ก่อนพ่นลมหายใจไม่แน่ใจว่าหงุดหงิดหรือระบายอารมณ์ใด  ก่อนจะหอมที่หน้าผากของร่างเล็กเบาๆ “พี่รู้แล้ว ฮูหยินของพี่” 

แขนโอบกระชับร่างนุ่มนิ่มของภรรยาไว้แนบอกไม่ยอมปล่อยพาอุ้มเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่อย่างนั้นนานแล้วเพื่อเข้าจวน   ไป๋ฟางหรงก้มหน้าซุกฝ่ามือด้วยความอาย  ไหนคือพี่ต้วนผู้สุภาพเคร่งขรึมของนาง? โจรบุปผาที่ไม่อายสายตาผู้ใดนี่มันใครกัน?! อ๊า----ไม่รู้ไม่เห็นด้วยแล้ว...


สารถี/ยาม : ไม่ต้องสนใจข้าน้อยแค่คนผ่านมา....



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 50 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-10-16 20:27:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-10-16 20:30:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-10-16 21:20

โรลอิสระ


                  หญิงสาวเดินจากย่านการค้าเรื่อยมาจนกระทั่งถึงจวนราชองครักษ์ต้วนหงส์ ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่นอกจวนต่างหันมามองลู่เอินเพราะนางเอาแต่ใช้สายตามองเข้าไปด้านในอย่างมีพิรุธ แต่ด้วยร่างกายของเด็กสาววัยสิบสี่ปี ลู่เอินจึงไม่ได้ดูน่าสงสัยหรือคล้ายจะเป็นคนที่ปองร้ายกับจวนต้วนหงส์ พอหญิงแปลกหน้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูจวน ทหารทั้งสองจึงมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี
                  "..พวกท่านทั้งสอง"
                  "ขอรับ!?"
                  ลู่เอินมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าลำบากใจ "ข้าเสิ่นลู่เอินนะเจ้าคะ ช่วยไปแจ้งพี่จิ่วหน่อยว่าข้ารออยู่ด้านนอกแล้ว"
                  พวกเขาหันมามองหน้ากันคล้ายกับไม่ค่อยเข้าใจนัก "ข้าจะเข้าไปแจ้งให้นะ"
                  ทหารคนหนึ่งอาสาเดินเข้าไปด้านในก่อนจะแจ้งกับเด็กรับใช้ที่กำลังจะยกถาดน้ำชาเข้าไปพอดี เนื่องจากตนไม่แน่ใจเรื่องชื่อของคนที่อยู่ภายในบ้านนักจึงต้องฝากเด็กรับใช้ให้ไปบอกกับคนชื่อพี่จิ่วให้สตรีที่รออยู่ด้านนอก พอแจ้งกับเด็กรับใช้เรียบร้อยเขาจึงกลับมายืนเฝ้าหน้าประตูตามเดิม เห็นดรุณีน้อยยืนมองด้วยรอยยิ้มอยู่ก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา ในที่สุดทั้งคู่จึงชวนเด็กสาวคุยด้วย
                  "แม่นางจะไปไหนกันรึ"
                  "ตั้งใจจะไปสวนดอกเบญจมาศเจ้าค่ะ"
                  "สวนดอกเบญจมาศที่กำลังมีงานเทศกาลฉงหยางใช่ไหม" เด็กสาวพยักหน้าแทนคำตอบ ทหารคนนั้นจึงพูดต่อ "สวนนั้นมีดอกเบญจมาศหลายสีเลยนะ นับว่าเจ้าตัดสินใจถูกที่แต่งตัวเช่นนี้"
                  "เจ้าเป็นบุรุษจะไปเข้าใจการแต่งกายของสตรีได้อย่างไร" ทหารอีกคนรีบกล่าวเตือน
                  "ข้าคิดเห็นอย่างไรก็กล่าวไปแบบนั้น ไม่มีผิดถูกเสียหน่อย ลองคิดดูว่าใส่สีใดสีหนึ่งไปก็ต้องถูกดอกเบศจมาศพวกนั้นกลืนเข้าไปอยู่ดี ไม่สู้เลือกใส่อาภรณ์สีอ่อน"
                  เห็นทหารทั้งสองเถียงกันเรื่องสีของอาภรณ์ลู่เอินก็ได้แต่หัวเราะออกมา อย่างไรชุดนี้หลี่ลี่ถิงก็เป็นคนเลือกให้นางเอง นางมั่นใจในการเลือกเสื้อผ้าของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ระหว่างที่ทั้งสามกำลังสนทนากันเรื่องของเสื้อผ้า พี่จิ่วก็เดินออกมาจากในจวนต้วนหงส์พอดี
                  เมื่อลู่เอินสังเกตเห็นคนที่ออกมาจากประตูพอดีจึงปิดปากลง กลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยกับทหารทั้งสองไป ดรุณีน้อยเผยยิ้มบางเบาให้อีกฝ่ายแม้ในใจจะรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง ไม่ได้เจอคนตรงหน้ามานาน นางจึงรู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกนัก ทหารทั้งสองพอเห็นพี่จิ่วที่เดินออกมาก็พากันเงียบตาม
                  "ลู่เอิน ไปกันเถอะ"
                  "เจ้าค่ะ" นางเอ่ยเสียงเบาพร้อมกับก้มศีรษะลงเล็กน้อย
                  พี่จิ่วและลู่เอินเดินคู่กันไปตามถนน บรรยากาศดูอึดอัดอยู่บ้างแต่เพราะผู้คนรอบตัวกำลังยินดีกับงานเทศกาลจึงช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายลงในเวลาต่อมา ทหารที่ยืนเฝ้าหน้าจวนต้วนหงส์ มองตามทั้งคู่ไปด้วยแววตาสนนอกสนใจ ก่อนจะหันไปพูดคุยกัน คาดเดาถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 35 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102