เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } โรงหมอ หวังหมิง

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-10-8 23:22:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-8 23:41


เดี๋ยวนะ!! หมายความว่ายังไง!!! =[]=!!! เฮ้ยยย!!!

        เป่าหลิงนั้นจ้องมองภาพที่ตนเองเห็น มีเพียงภาพด้านหลังของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นนายช่างใหญ่ หญิงสาวนั้นปรือดวงตาเล็กน้อย ..การเดินทางที่ผ่านๆมานั้นส่งผลเสียแล้วหรือ? หญิงสาวนั้นถอนหายใจก่อนที่เปลือกตาที่หนักอึ้งนั้นจะค่อยๆหลับตาลงเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา ร่างของผีเสื้อหนุ่มนามฝ้าเฉี่ยค่อยๆบินมาอยู่ใกล้ๆ..

        เริ่มแล้วสินะ?.. นางใกล้ที่จะรู้เต็มทีแล้วสินะ? ฝ้าเฉี่ยคิดในใจ วันนี้มันมาถึงแล้วหรือนี้ ดูยากลำบากเหลือเกินจริงๆ หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวก็โดนพามาด้านในโรงหมอหวังหมิง นายช่างใหญ่นั้นอุ้มเธอลงจากรถม้า ก่อนที่จะพาเข้ามาด้านใน ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนอยู่ประปรายเพราะว่าเป็นช่วงเย็น

        “อ๊า..ท่านหมอหวัง หมิงเจี้ยนอยู่ไหม?..นางสลบไป” เขากล่าวถามผู้ชายที่เป็นชาย เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวก็โดนพาเข้ามาในห้องตรวจ ร่างกายที่นอนหลับอยู่ของเธอทำให้พวกเขามองด้วยความงงงวยว่าเกิดอะไรขึ้น.. และแล้วท่านหมอหวังก็โผล่เข้ามาภายในห้อง แม็กซิมัสก้มคำนับชายตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเริ่มทำการตรวจ..

        ใช้เวลาไม่นานท่านหมอก็ตรวจชีพจร และร่างกายของหญิงสาว เขาคิดอะไรบางอย่างน้อยๆ ก่อนที่จะหันไปหยิบยาต่างๆ มาให้ เขาผสมยาไปมาเพื่อที่จะทำเป็นยาบำรุงกับยาแก้เป็นลมให้กับหญิงสาว โดยที่ระหว่างนั้นก็พูดบอกแม็กซิมัสไปด้วย “ท่านไม่ต้องกังวนหรอก.. นางแค่มีอาการเหนื่อยล้าเท่านั้นเอง.. คงจะเดินทางมาหนัก ฮูหยินของท่านกำลังตั้งครรภ์อยู่น่ะ ไม่ควรให้นางนั้นทำงานหนักนะ?” เขาอธิบาย

        เมื่อแม็กซิมัสได้ยินก็ดวงตาโตขึ้นเป็นไข่ห่านแล้วโบกมือปัดไปมาพร้อมกับพูด
        “ท่านคงเข้าใจผิดแล้วๆ นางเป็นเพียงลูกค้าของข้าเท่านั้นเอง นางมาเป็นลมภายในร้านของข้าเลยต้องพามาส่ง” เขาอธิบาย.. ท่านหมอที่ได้ยินก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่จะถือยามาให้ แล้วส่งให้ผู้ช่วยนั้นป้อมยา และลมยาแก่หญิงสาว..

       “หืม?..อ้อ..แล้วนางเดินทางคนเดียวเช่นนั้นหรือ?.. ร่างกายนางดูมีกล้ามเนื้อ เหมือนใช้งานมาอย่างหนักในทุกๆวัน” เขาเอ่ยถาม “เห็นว่านางเป็นนักเดินทางไม่ใช่ชาวยุทธ์..เอ่อ..ขอบคุณท่านมากท่านหมอ เดี๋ยวข้าดูแลต่อเอง” แม็กซิมัสนั้นกล่าวก่อนที่จะก้มคำนับท่านหมอ แล้วเขาก็ต้องเข้าไปดูอาการทำตัวเป็นหมอยาจำเป็นแก่นาง..

       ……
       ………

       เวลาไม่นาน ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามก็ลืมตาตื่นขึ้นมา นางเหลือบมองไปรอบๆ เห็นเพียงนายช่างใหญ่ และสถานที่ ที่ไม่คุ้นตา กลิ่นของยานั้นแตะจมูกออกมาอย่างเห็นได้ชัด.. “ที่นี้..ที่ไหน?” เป่าหลิงเอ่ยถาม..

        “เจ้าสลบไปที่ร้านข้า ข้าจึงพามาส่งโรงหมอให้..เอาเถอะ เจ้าไม่เป็นอะไรมากแล้วนะ?..อาการเป็นอย่างไรบ้าง?” แม็กซิมัสถามขึ้น เขาเดินมาส่งน้ำให้กับหญิงสาวเพื่อให้เธอดื่มคลายกระหาย.. เป่าหลิงเมื่อรับมาก็พยักหน้าแล้วดื่มมัน.. ในระหว่างนั้นก็โดนคำถามจากชายข้างๆกายตนเองขึ้นมา

       “สามีเจ้าอยู่ไหนหรอ?..ชื่ออะไร?เดี๋ยวข้าจะต้องส่งจดหมายไปหาเขาให้มารับเจ้า”

       WTF …...สามี

        “พรู๊ดดดดดดดดด” เป่าหลิงนั้นพ้นน้ำออกจากปาก หญิงสาวอ้าปากค้าง โชคดีที่แม็กนั้นหลบทันทำให้เขาต้องมองอย่างตกใจเล็กน้อย.. เดี๋ยวๆ เขาถามอะไรผิดหรือปล่าว.. เป่าหลิงเมื่อได้ยินคำว่าสามี นางก็หันไปหาเขา “สามี?..ท่าน..ท่านหมายความว่ายังไง?!” นางกล่าวอย่างตกใจ..

       ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่ คงปล่อยให้กลับคนเดียวไม่ได้หรอก” ……...ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่ ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่ ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่ ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่ ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่ ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่ ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่

       ก็เจ้าตั้งครรภ์อยู่!!!!

       “..........” เป่าหลิงนั้นไม่ได้พูดอะไร นางเพียงเงียบ เงียบ และก็เงียบอีกครั้ง.. หญิงสาวเหลือบมองผ่านชายคนนั้นมองหาผีเสื้อเพื่อนรักนามฝ้าเฉี่ย ร่างของผีเสื้อหนุ่มก็บินมาใกล้ๆหญิงสาว .. เธอไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่จ้องมองผีเสื้อหนุ่ม..

        ‘เจ้ากำลังตั้งครรภ์..ได้สักเดือนเศษแล้วล่ะ..กับชายที่ชื่อถังซึ่นเจี้ยน….’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยบอก.. น้ำเสียงของเขาดูมีความกังวนเล็กน้อย เมื่อเป่าหลิงได้ยิน ดวงใจของนางก็เต้นระรัวๆ ก่อนที่จะเหลือบไปมองแม็กซิมัสที่จ้องมองเธอด้วยความงง ..เพียงแค่ต้องทำใจอย่างมากเลยทีเดียว ว่าหญิงตรงหน้าเป็นอะไรหรือปล่าว ถามถึงสามี เหตุใดถึงเงียบงม..

        “เจ้าเป็นอะไรหรือปล่าว?” ชายหนุ่มถามอีกครั้ง เป่าหลิงนั้นเมื่อได้ยินเธอก็ลุกขึ้นทันทีจากเตียง.. แล้วถอนหายใจ.. เดี๋ยว มันเร็วเกินไป ..ฝ้าเฉี่ยไม่บอก ท่านพ่อก็ไม่บอก ชายคนนั้นก็ไม่รู้ มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเกิดเรื่องแบบนี้ไปได้ยังไง.. เดี๋ยวนะ..ไม่..หรือว่า..

       “.....ไม่เป็นไร…..ข้า…...ข้าจะไปบอกเขาเอง” เป่าหลิงกล่าว นางพยายามก้าวเดินออกมาจากห้อง แต่ทว่ากลับเกือบทรุดลงไป โชคดีที่นายช่างใหญ่แม็กรับนางไว้ทัน.. ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะอ่อนปวกเปียกอย่างมาก..

        “เฮ้ย..ข้าว่าเจ้าควรพักผ่อน..เอาล่ะ นอนก่อนนะ ข้าจะไปเตรียมอย่างอื่นมาให้เอง..” เขากล่าว หลังจากนั้นร่างของชายคนหนึ่งก็โผล่หัวเข้ามาในห้องพักแห่งนี้ ร่างกายของเขานั้นเป็นร่างกายของชายหน้าตาธรรมดาๆ แต่ทว่าดวงตากลับไร้แววบางอย่าง..

      เดี๋ยว!! นั้นมัน!!!!

        “สามีของแม่นางดูเหมือนว่าจะชื่อถัง ซึ่นเจี้ยน ตอนนี้คงอยู่ที่อำเภอฝูเฝิงขอรับ” และร่างของเขาก็เดินออกไปทันที หญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้นก็กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ต้องทรุดลงไปอีกครั้ง!!! เธอหอบหายใจก่อนที่จะรู้สึกเหมือนขยับร่างกายไม่ได้เลย..นี้มัน!!

       ใช่แล้ว.. ชายคนนั้นโดนฝ้าเฉี่ยควบคุมจิตชั่วครู่ เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวของชายผู้นั้นให้นายช่างใหญ่ฟัง เขารู้อยู่แล้วว่าเป่าหลิงไม่มีทางที่จะเอ่ยชื่อนั้นออกมาแน่นอน แต่นี้เป็นหนทางที่จะช่วยให้เด็กในท้องนั้นปลอดภัย แม้ว่าจะเป็นลูกครึ่งมารก็ตามที… เป่าหลิงไม่อาจพูดอะไรออกมาได้..เสียงเหมือนจุดในลำคอ ..

       ร่างกายไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะพูดเอ่ย… ฝ้าเฉี่ย!!! เจ้ามันเพื่อน!!!! อ๊าคคค!!!!!

       “อ้อ...เช่นนั้นหรือ..งั้นเดี๋ยวข้าขอตัวไปส่งข่าว แม่นางก็นอนพักเถอะนะ” นายช่างใหญ่แม็กซิมัสเดินออกไปหลังรู้ข่าว เป่าหลิงที่ปวดร่างกายตนเองอยู่นั้นก็ได้แต่นอนนิ่งๆ.. ‘ขอโทษนะ แต่นี้เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้เด็กคนนี้ไม่โดนเจ้าฆ่า หรือนายท่านคิดอย่างไร..ความจริงนายท่านก็รู้อยู่แล้วถึงส่งหานลู่มาดูแลเด็กในท้องเจ้า...แต่อนาคตของเด็กตรงหน้า..หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้มันจะไม่ดีต่อเด็กเอง..นายท่านรู้อยู่เต็มอกถึงให้หานลู่มาดูแล..ท่านอยากให้เจ้ารับรู้ด้วยตนเอง’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย…

       “...อึก...มัน..เจ้าทำ..แบบนี้...ทำไม!” เป่าหลิงเอ่ยถามอย่างยากลำบาก..
    ‘เจ้าต้องเรียนรู้ความเป็นแม่มากกว่านี้เป่าหลิง..แม้ว่าเจ้าจะเป็นมาร..แต่เจ้าไม่เคยได้รับความรักจากแม่..เจ้าต้องเรียนรู้และเติบโตขึ้น’





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-10-9 01:00:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-9 01:02

ความเป็นแม่ ของแบบนั้นมันจำเป็นด้วยหรอ

        ร่างของเป่าหลิงนั้นนอนอยู่บนเตียงภายในห้องพักคนป่วยของโรงหมอหวังหมิง เธอหันไปมองทางหน้าต่างภายในห้องแห่งนี้.. นายช่างใหญ่แม็กซิมัสดูเหมือนจะกลับไปที่ร้านบ้านของตนเอง หญิงสาวจึงได้อยู่ภายในห้องแห่งนี้คนเดียว..ไม่สิ พร้อมกับฝ้าเฉี่ย.. หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย

        “ทำไมไม่บอกข้าตั้งแต่ตอนแรก..” เป่าหลิงเอ่ยถามฝ้าเฉี่ย..
        ‘ไม่อาจบอกได้ เจ้าไม่ควรที่จะได้รับรู้ก่อนหน้านี้..ช่วงเวลานี้ล่ะ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด’ ฝ้าเฉี่ยอธิบาย ก่อนที่หญิงสาวจะกุมขมับกับตัวเอง “บอกสิว่าพ่อของเด็กคนนี้ตายไปแล้ว เจ้าจะมาบอกแบบนั้นทำไม แบบนั้น..แบบนั้น….ปัญหามันก็ยิ่งเกิด..บ้าเอ่ย..”

        ‘เจ้าจะฆ่าเด็กในท้องเป็นแน่หากเจ้ารู้ก่อนหน้านี้..แม้แต่ตอนนี้เจ้าก็อยากจะฆ่าเด็กที่เป็นปัญหานี้อยู่ดีใช่ไหมล่ะ’ ร่างของผีเสื้อหนุ่มนั้นบินมาใกล้ๆหญิงสาว ก่อนที่จะวางตนเองไว้ตรงไหล่ของหญิงสาว “ถ้ามันทำให้ข้าไม่อาจทำภารกิจให้กับท่านพ่อได้..ข้าก็จำเป็นต้องทำ” เป่าหลิงเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง.. หญิงสาวไม่เคยคิดเหตุการณ์แบบนี้มามากกว่า.. หากตามความทรงจำ ใช่ ชายคนนั้นเป็นคนแรก..แต่มันก็แค่รอบเดียว ไหงติดเลยวะ!!

        ไข่มุกสีดำนั้น…

       “ไข่มุกสีทมิฬในฝันนั้น...คือเด็กคนนี้สินะ” เป่าหลิงเอ่ยถาม … ‘อืม..ก็คงจะใช่...เอาตามตรงเพราะข้าเคยเป็นมนุษย์มาก่อนก็เลยรู้นั้นล่ะ ข้าไม่แน่ใจว่าอนาคตเด็กคนนี้จะเป็นยังไงต่อไป ข้าอยากให้เจ้ามีความเป็นแม่อยางที่ข้าเคยบอก … ความจริงข้าก็ไม่ได้อยากให้เจ้าเป็นมารหรอกนั้นล่ะ..’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย หญิงสาวเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เหลือบมองไปทางผีเสื้อหนุ่ม

        “ทำไม ทั้งๆที่ข้าก็เป็นลูกสาวของมารเนี้ยนะ?” เป่าหลิงเอ่ยถาม..
        ‘มันก็จริง..แต่เจ้าก็เป็นมนุษย์อยู่ดี มีรัก มีโลภ มีโกรธ มีหลง.. ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่เหมาะที่จะทำงานให้นายท่าน เจ้าเหมาะสม แต่ข้าอยู่กับเจ้ามานาน ข้าก็ต้องเป็นห่วงเจ้าเป็นธรรมดา ที่ร่างกายของเจ้าทรุดลงหนัก เพราะเจ้าเดินทางตลอดเวลา อีกอย่างเจ้าต้องฝึกวิชาในทุกๆวัน รวมถึงพึ่งไปขุดเหมืองมาด้วยไม่แปลกที่ร่างกายของเจ้าที่กำลังอยู่ในช่วงดูดกลืนไอวิญญาณจะอ่อนแอ’ ฝ้าเฉี่ยอธิบาย..

        “.......ยังไงก็เป็นมนุษย์อย่างงั้นหรอ..เหอะ...ข้าล่ะเกลียดเวลาเจ้าสั่งสอนข้าจริงๆฝ้าเฉี่ย” เป่าหลิงเอ่ย … “ข้าจะพัก และพรุ่งนี้จะออกจากที่นี้.. ข้าไม่ให้สัญญาว่าข้าจะมีความเป็นแม่หรือสิ่งใด ข้าจะติดต่อท่านพ่อ….ท่านพ่อสั่งสิ่งใด ข้าก็จะทำสิ่งนั้น..แค่นั้นล่ะ” เป่าหลิงเอ่ย..

        ‘เจ้าไม่ลองบอกชายคนนั้นหน่อยล่ะ..’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยถาม?...

        “..................................”







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-10-9 11:52:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-9 11:56


ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกยังไง

          เสียงของชายที่ไม่รู้ที่ไปที่มาด้านหน้าโรงหมอเขานั้นตะโกนเสียงดังโวยวาย ทำให้ผู้ดูแลจำต้องเดินออกมา เขาเห็นกับชายคนหนึ่งที่กำลังมีเหงื่อไหลโทรมกาย แต่ทว่าได้กลิ่นของเลือดขึ้นมาแตะจมูก ..

          “ท่าน..โอ้!!..เดี๋ยวเชิญไปทำแผลก่อนนะ ข้าจะตามท่านหมอให้!” แพทย์ผู้ช่วยนั้นกล่าวก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาหมอทันที..แต่กลับโดนอีกคนเรียกต่อ แถมตวาดลั่น..ชายคนนั้นคือถังซึ่นเจี้ยนนี้เอง ตอนนี้เขาอยู่ในชุดของคุณชายสกุลถัง ไม่เหมือนกับเด็กกระโปโลเมื่อตอนนั้นเลย ผู้ดูแลเมื่อเห็นชายหนุ่มตวาดแล้วก็ตกใจเล็กน้อย ผู้คนแถวนั้นมองเห็นก็ตกใจเหมือนกัน.. แต่ทว่าเมื่อได้ยินเรื่องที่ชายคนนั้นว่าไว้ ก็เข้าใจทันที

          @TangXinJian

          “ขอรับๆ..ทางนี้ขอรับ!” เขารีบเดินเข้าไปด้านในที่เป็นห้องแยกไว้ทันที..เพราะเกรงชายข้างกายของเขา ด้านในห้องนั้นดูเหมือนว่าจะมีคนที่กำลังนอนอยู่ “ห้องนี้ขอรับ เชิญเข้าไปได้ แต่ทว่าข้าต้องขอตัวไปบอกหมอให้มาทำแผลของท่านนะ” เขากล่าว ก่อนที่จะรีบเดินออกไปจากรีบร้อน

          เพราะว่าด้านหลังของชายหนุ่มนั้นมีเลือดไหลซิบมากขึ้นแล้ว ด้านในห้องนั้นเป็นห้องพักคนไข้ธรรมดา ที่มีร่างของหญิงสาวหน้าตาคุ้นเคยสำหรับซึ่นเจี้ยนนอนอยู่ นางก็คือ เป่าหลิง หญิงที่เขาพึ่งเจอมาเมื่อไม่นานนั้นเอง.. ดูเหมือนว่านางกำลังนอนหลับตาพริมอยู่บนเตียงอยู่

          … ซึ่นเจี้ยนเมื่อเห็นหญิงสาวผู้นี้ก็เข้าใจได้ทันที ...เป็นนางงั้นเหรอ?...

          นัยน์ตาสีนิลถูกหรี่ลงเมื่อยามจ้องมองไปยังร่างของสตรีที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของซึ่นเจี้ยนชั่วขณะนึงฉายแววโล่งใจ ทว่าก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของคนที่กำลังเปี่ยมด้วยความกังวลใจเช่นเดิม ชายหนุ่มรีบเดินตรงเข้าไปหาร่างของเป่าหลิงซึ่งกำลังพักฟื้นอยู่

          เขาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง จ้องมองใบหน้ายามหลับของนางโดยไม่พูดอะไร หญิงสาวนั้นยังคงหลับไหล...สลบไม่ได้สติเช่นนั้นหรือ? … ทำไมนางถึงไม่ยอมบอกเขาก่อนหน้านี้กัน…

          ซึ่นเจี้ยนเอื้อมไปกุมมือของนางซึ่งนาบอยู่ข้างกายขึ้นมากอบกุมไว้ด้วยสองมือ ชายหนุ่มโน้มริมฝีปากลงไปแนบเบาๆที่หลังมือของสตรีผู้นี้ กลิ่นมือของนางยังคงมีกลิ่นของดอกปทุมอันคุ้นเคยส่งกลิ่นหอมจางๆอยู่เลย ….

          @TangXinJian

          มือหนาของชายหนุ่มที่กอบกุมมือหญิงสาวไว้..แต่แล้วในจังหวะช่วงเวลานั้น..หญิงสาวที่กำลังนอนนิ่งอยู่ก็ค่อยๆจับมือตอบเขาเบาๆ…

          “....เจ้าอย่ามาทั้งๆที่เลือดเต็มหลังแบบนั้นสิ..” เสียงหวานของเป่าหลิงนั้นเอ่ยขึ้น นางไม่ได้ลืมตา แต่ก็รู้ได้ว่านางนั้นตื่น.. ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นจ้องมองใบหน้าของชายที่อยู่ข้างๆ.. ไม่นึกว่าเขาจะมาแบบนี้ ทั้งๆที่ร่างกายดันไม่ไหวขนาดนั้น..

          “ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากเท่าเจ้าสักหน่อย..” เป่าหลิงเอ่ย.. ก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นจากเตียง.. เพราะว่าการขุดเหมืองและการเดินทางไหนจะเรื่องการฝึกวิชา ทำให้ร่างกายของเธอทรุดหนัก จะลำบากแบบนี้ก็ไม่แปลก แต่คนตรงหน้าที่ไม่เจียมตัวเรื่องสังขารตนเอง ทำให้เธอรู้สึกเอือมหน่อยๆ “หมอรู้หรือยัง?..ข้าจะให้เขามาทำแผลให้เจ้า” เป่าหลิงเอ่ยถาม..

          ใบหน้าของนางยังคงเป็นหญิงสาวเฉกเช่นเดิม แต่ไม่มีรอยเส้นเลือดบูด แม้ผิวจะขาวซีดก็ตามที..

          @TangXinJian

          ซึ่นเจี้ยนพลุบตามองตํ่าไปที่บริเวณท้องของอีกฝ่าย ก่อนที่จะเอื้อมมือไปวางลงที่ท้องของนางเบาๆ ก่อนที่จะถามคำถามที่หญิงสาวจำเป็นต้องคิดหนัก

          เมื่อสิ้นคำถาม เป่าหลิงก็จ้องมองใบหน้าของชายข้างกายของตนเอง ใช่นั้นล่ะ.. เพราะนางไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใครนอกจากเขา จะเป็นใครไปได้อีก.. หรือว่านางควรบอกว่าไม่ใช่..แต่ว่า..สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่ดี.. และจู่ๆ ผีเสื้อหนุ่ม เพื่อนรักหักเหลียมโหดของเธอก็บินเข้ามาใกล้ๆ..กับทางที่คนทั้งสองอยู่ เขานั้นบินมาด้านบนหัวของซึ่นเจี้ยนแล้ววางร่างกายลงแหมะ ที่หัวของซึ่นเจี้ยน…

          WTF…..

          ‘ถ้าเจ้าไม่บอกความจริงข้าจะบอกเอง’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย.. ขืนให้ผีเสื้อบอก ซึ่นเจี้ยนอาจตกใจมากกว่านี้ก็ได้ ..เธอจึงจำใจในการที่จะพูด “ใช่...ข้าไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใคร……….” เธอหยุดไปสักพักในการพูด..

          “นอกจากเจ้า”

          มันอาจเป็นคำพูดที่ไม่น่าเชื่อ แต่ทว่าดวงตาของเป่าหลิงนั้นกลับหากจ้องมองก็บอกได้ว่านางไม่อาจโกหก เหมือนกับที่ชายนามจู่ฟู่เยียน เคยบอกไว้ ว่านัยต์ตาของคนเรานั้นไม่เคยโกหก.. “...ข้าพึ่งรู้..ตอนที่สลบแล้วตื่นขึ้นมา…..ข้า...เอ่อ...” เป่าหลิงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไป.. นางหันไปทางฝ้าเฉี่ยเพื่อขอความช่วยเหลือ.. แต่เขากลับเงียบไม่ได้แนะนำอะไรเธอ..

          อยู่ๆก็มาทิ้งบอมให้แล้วเงียบไปเฉยเลย..ไอ้เพื่อนชั่ววว

          “เจ้า...เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้อง..เอ่อ..รับผิดชอบอะไรก็ได้..ข้า…. มันเป็นความผิดของข้าเอง” เป่าหลิงเอ่ยต่อ.. คราวนี้นางไม่ได้สบตาชายหนุ่ม แต่เพียงก้มหน้าเพราะว่าไม่รู้ว่าจะพูดว่าเช่นไร.. ไปข่มขืน(????)เขาแท้ๆ ..ดันมาบอกว่าท้องกับเขา.. หญิงสำส่อนอย่างนางใครจะเชื่อวะ?!

...ซึ่นเจี้ยนเผยยิ้มจางๆ หากแต่ยิ้มนั้นก็ต้องมลายหายไป แปรเปลี่ยนเป็นปมระหว่างคิ้วที่หน่วงเข้าหากัน หลังจากที่ได้ยินหญิงสาวบอกว่าเขานั้นไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ ….

          @TangXinJian


          “....!”  ไม่ทันได้พูดอะไรต่อซึ่นเจี้ยนก็กลับรู้สึกวูบๆ เหมือนกับว่าเขาเสียเลือดมากเกินไป..ชายหนุ่มก็สลบหน้าพลุบพับกับกายของหญิงสาวที่นอนอยู่  ….เวรกรรมจริง

          !!!!

          “เอ่อ...อะ!?..หมอมาหรือยังฝ้าเฉี่ย!!” หญิงสาวเอ่ย คราวนี้เธอรีบขยับกายออกมาจากบนเตียง ก่อนที่จะอุ้มชายหนุ่มให้ขึ้นไปแทนที่เธอ … เดี๋ยว!! มันสลับกันเกินไปหรือปล่าว!!! เป่าหลิงนั้นค่อยๆจับชายหนุ่มให้พลิกกายนอนคว้ำกับเตียง แล้วค่อยๆเปิดแผลตามร่างกายของเขา.. เลือดที่ไหลนั้นเห็นได้ชัด ว่าช่วงนี้ชายหนุ่มก็มีแต่การเดินทาง ทั้งยังมีไข้อ่อนๆ…

          ‘เสียเลือดเยอะมาก..’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย ก่อนที่เป่าหลิงจะถอนหายใจเล็กน้อย เธอค่อยๆทาบมือลงไปที่หลังและบาดแผลของชายหนุ่มเบาๆ….เธอหลับตาลงเล็กน้อย แล้วค่อยๆใช้ไอมารของชายที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่ อย่างน้อยก็เป็นการสมานแผลสักหน่อยก็ยังดี นางยังไม่อาจควบคุมลมปราณและไอมารมากไม่ได้เพราะว่าพึ่งผ่านการฝึกมา..

          แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องหยุดมือไปทันทีที่หมอหวังหมิงเจี้ยนเข้ามา.. เขาเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดขึ้น

          “เดี๋ยวให้ข้าขอดูอาการของเขาหน่อย” เขาเอ่ย ก่อนที่จะเดินเข้ามาดูแผลของชายหนุ่ม ..เป็นแผลฉกรรจ์น่าดูชมเลยทีเดียว แถมยังมีเลือดไหลซิบออกมาไม่หยุดไม่หย่อน แผลเต็มตัวเช่นนี้ต้องใช้ยาดีๆถึงจะหายได้เร็ว… “อาจจะต้องนอนที่โรงหมอก่อน..แต่ถ้าเกิดมีโสมร้อยปีหรือว่าบัวหิมะก็จะได้สมานแผลมากยิ่งขึ้น...ต้องขออภัยด้วย เดี๋ยวข้าจะรีบทำแผลให้เดี๋ยวนี้” เขาเอ่ย

          “ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นหรอก..ข้ามีทั้งสองอย่างนั้น...เอาไปรักษาเขาเสีย” เป่าหลิงเอ่ย หญิงสาวเดินไปหยิบกระเป๋าของตนเองก่อนที่จะส่งบัวหิมะและโสมร้อยปีอย่างละอันให้กับแพทย์หวังหมิง เมื่อเขาเห็นก็พยักหน้าก่อนที่จะให้หญิงสาวนั้นออกไปรอข้างนอก … ในขณะที่รักษาชายหนุ่มอยู่ … และเวลาไม่นานเขาก็ออกมา ทำให้เธอต้องเดินเข้าไปเฝ้าคนที่นอนอยู่บนเตียงแทนเธอเสียแล้ว..


@Admin  @TangXinJian





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-10-9 14:06:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ ถึงคุณชายถัง ข้าแม็กซิมัส }
{ ได้ช่วยเหลือฮูหยินท่านที่เป็นลม พาไปส่งโรงหมอหวังหมิง นครฉางอัน }
{ หมอบอกว่าฮูหยินท่านตั้งครรภ์  }

ข้อความในจดหมายด่วนซึ่งติดมากับพิราบส่งข่าวทำให้ซึ่เจี้ยนรีบร้อนใจ หลังจากที่เขาได้รับข่าวเรื่องนี้ชายหนุ่มก็รีบควบม้าโดยไม่หยุดพักเข้าเมืองหลวง โดยที่ไม่สนใจเสียงคัดค้านจากผู้เป็นอาทั้งสองซึ่งกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของซึ่นเจี้ยนเลยแม้แต่น้อย

...ข้อความในนั้น…
ข้อความในนั้นที่บอกว่านางเป็นฮูหยินของเขา!? ...ใครกัน

หรือ...หรือจะเป็นนาง… ซึ่นเจี้ยนสับสนหากแต่ในใจนั้นมั่นใจว่าเขาไม่ควรที่จะคิดว่าข่าวนี้ที่ได้รับจะเป็นเรื่องแต่ง หรือเรื่องลวงที่ถูกใครบางคนล้อเล่น..

นี่เขา...เขาเป็นอะไรกัน? ทำไมถึงได้รู้สึกไม่เป็นตัวของตนเองเช่นนี้กัน?

“...!” ซึ่นเจี้ยนกระตุกสายบังเหียนให้อาหยู่หยุดกระทันหันทันที ที่มาถึงยังสถานที่ซึ่งถูกระบุในจดหมาย ป้ายตัวอักษรอันใหญ่ถูกแขวนอยู่บนประตูหน้าทางเข้า [โรงหมอหวังหมิง] ซึ่นเจี้ยนรีบมัดสายบังเหียนกับเสาไม้แถวนั้นอย่างลวกๆ ก่อนรีบวิ่งเข้าไปภายในสถานที่แห่งนี้ โดยที่เขาเองไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้บาดแผลของตนนั้นเริ่มที่จะมีเลือดไหลซึมออกมาเพราะปากแผลที่ฉีกออก…

“ท่านหมอ! ท่านหมออยู่รึไม่?!” ซึ่นเจี้ยนตะโกนเรียกหาใครสักคนที่เป็นผู้ดูแลอยู่ที่นี่ …

เสียงของชายที่ไม่รู้ที่ไปที่มาด้านหน้า ทำให้ผู้ดูแลจำต้องเดินออกมา เขาเห็นกับชายคนหนึ่งที่กำลังมีเหงื่อไหลโทรมกาย แต่ทว่าได้กลิ่นของเลือดขึ้นมาแตะจมูก ..

“ท่าน..โอ้!!..เดี๋ยวเชิญไปทำแผลก่อนนะ ข้าจะตามท่านหมอให้!” แพทย์ผู้ช่วยนั้นกล่าวก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาหมอทันที..แต่กลับโดนอีกคนเรียกต่อ

“...อย่ามาพูดบ้าๆนะ! ข้าไม่ได้มาเพื่อทำแผล!! มีหญิงสาวมีครรภ์ที่สลบถูกส่งมาที่โรงหมอแห่งนี้ไหม พาข้าไปหานางที เร็วเข้า!!” ซึ่นเจี้ยนตวาดเสียงดัง เขาร้อนใจไม่สนว่าตนเองจะมีบาดแผลหรืออะไรทั้งนั้น… ผู้ดูแลเมื่อเห็นชายหนุ่มตวาดแล้วก็ตกใจเล็กน้อย ผู้คนแถวนั้นมองเห็นก็ตกใจเหมือนกัน.. แต่ทว่าเมื่อได้ยินเรื่องที่ชายคนนั้นว่าไว้ ก็เข้าใจทันที

“ขอรับๆ..ทางนี้ขอรับ!” เขารีบเดินเข้าไปด้านในที่เป็นห้องแยกไว้ทันที..เพราะเกรงชายข้างกายของเขา ด้านในห้องนั้นดูเหมือนว่าจะมีคนที่กำลังนอนอยู่ “ห้องนี้ขอรับ เชิญเข้าไปได้ แต่ทว่าข้าต้องขอตัวไปบอกหมอให้มาทำแผลของท่านนะ” เขากล่าว ก่อนที่จะรีบเดินออกไปจากรีบร้อน

เพราะว่าด้านหลังของชายหนุ่มนั้นมีเลือดไหลซิบมากขึ้นแล้ว ด้านในห้องนั้นเป็นห้องพักคนไข้ธรรมดา ที่มีร่างของหญิงสาวหน้าตาคุ้นเคยสำหรับซึ่นเจี้ยนนอนอยู่ นางก็คือ เป่าหลิง หญิงที่เขาพึ่งเจอมาเมื่อไม่นานนั้นเอง.. ดูเหมือนว่านางกำลังนอนหลับตาพริมอยู่บนเตียงอยู่

… ซึ่นเจี้ยนเมื่อเห็นหญิงสาวผู้นี้ก็เข้าใจได้ทันที ...เป็นนางงั้นเหรอ?...

เป็นนางจริงๆด้วย…

นัยน์ตาสีนิลถูกหรี่ลงเมื่อยามจ้องมองไปยังร่างของสตรีที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของซึ่นเจี้ยนชั่วขณะนึงฉายแววโล่งใจ ทว่าก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของคนที่กำลังเปี่ยมด้วยความกังวลใจเช่นเดิม ชายหนุ่มรีบเดินตรงเข้าไปหาร่างของเป่าหลิงซึ่งกำลังพักฟื้นอยู่

เขาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง จ้องมองใบหน้ายามหลับของนางโดยไม่พูดอะไร หญิงสาวนั้นยังคงหลับไหล...สลบไม่ได้สติเช่นนั้นหรือ? … ทำไมนางถึงไม่ยอมบอกเขาก่อนหน้านี้กัน…

ซึ่นเจี้ยนเอื้อมไปกุมมือของนางซึ่งนาบอยู่ข้างกายขึ้นมากอบกุมไว้ด้วยสองมือ ชายหนุ่มโน้มริมฝีปากลงไปแนบเบาๆที่หลังมือของสตรีผู้นี้ กลิ่นมือของนางยังคงมีกลิ่นของดอกปทุมอันคุ้นเคยส่งกลิ่นหอมจางๆอยู่เลย ….

“...ทำไมเจ้าถึงไม่บอกข้ากันนะ...” ซึ่นเจี้ยนพึมพัมเบาๆ …

“ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะดูแลเจ้าเอง..” ….เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำเช่นไร แต่สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดของชายหนุ่มในตอนนี้คือ..ไม่ว่าอย่างไร ถังซึ่นเจี้ยนผู้นี้ก็จะไม่ทอดทิ้งนางไปเป็นอันขาด.. มือหนาของชายหนุ่มที่กอบกุมมือหญิงสาวไว้..แต่แล้วในจังหวะช่วงเวลานั้น..หญิงสาวที่กำลังนอนนิ่งอยู่ก็ค่อยๆจับมือตอบเขาเบาๆ…

“....เจ้าอย่ามาทั้งๆที่เลือดเต็มหลังแบบนั้นสิ..” เสียงหวานของเป่าหลิงนั้นเอ่ยขึ้น นางไม่ได้ลืมตา แต่ก็รู้ได้ว่านางนั้นตื่น.. ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นจ้องมองใบหน้าของชายที่อยู่ข้างๆ.. ไม่นึกว่าเขาจะมาแบบนี้ ทั้งๆที่ร่างกายดันไม่ไหวขนาดนั้น..

“ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากเท่าเจ้าสักหน่อย..” เป่าหลิงเอ่ย.. ก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นจากเตียง.. เพราะว่าการขุดเหมืองและการเดินทางไหนจะเรื่องการฝึกวิชา ทำให้ร่างกายของเธอทรุดหนัก จะลำบากแบบนี้ก็ไม่แปลก แต่คนตรงหน้าที่ไม่เจียมตัวเรื่องสังขารตนเองเช่นเดียวกัน ทำให้เธอรู้สึกเอือมหน่อยๆ “หมอรู้หรือยัง?..ข้าจะให้เขามาทำแผลให้เจ้า” เป่าหลิงเอ่ยถาม..

ใบหน้าของนางยังคงเป็นหญิงสาวเฉกเช่นเดิม แต่ไม่มีรอยเส้นเลือดบูด แม้ผิวจะขาวซีดก็ตามที..

“ดูเหมือนจะมีคนไปตามแล้ว….ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่ว---….” ซึ่นเจี้ยนไม่อยากพูดคำนี้ให้นางรู้เลย...คำที่บอกว่าเขานั้นเป็นห่วงนางมาก… ชายหนุ่มกระแฮ่มเสียงไอก่อนพูดขึ้นใหม่

“...ตอนนี้เจ้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว..เจ้าบอกข้าได้ไหมว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของข้ารึเปล่า?...” ซึ่นเจี้ยนพลุบตามองตํ่าไปที่บริเวณท้องของอีกฝ่าย ก่อนที่จะเอื้อมมือไปวางลงที่ท้องของนางเบาๆ …. “เป็นลูกของเราใช่ไหม?..”

เมื่อสิ้นคำถาม เป่าหลิงก็จ้องมองใบหน้าของชายข้างกายของตนเอง ใช่นั้นล่ะ.. เพราะนางไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใครนอกจากเขา จะเป็นใครไปได้อีก.. หรือว่านางควรบอกว่าไม่ใช่..แต่ว่า..สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่ดี.. และจู่ๆ ผีเสื้อหนุ่ม เพื่อนรักหักเหลียมโหดของเธอก็บินเข้ามาใกล้ๆ..กับทางที่คนทั้งสองอยู่ เขานั้นบินมาด้านบนหัวของซึ่นเจี้ยนแล้ววางร่างกายลงแหมะ ที่หัวของซึ่นเจี้ยน…

WTF…..

‘ถ้าเจ้าไม่บอกความจริงข้าจะบอกเอง’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย.. ขืนให้ผีเสื้อบอก ซึ่นเจี้ยนอาจตกใจมากกว่านี้ก็ได้ ..เธอจึงจำใจในการที่จะพูด “ใช่...ข้าไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใคร……….” เธอหยุดไปสักพักในการพูด..

“นอกจากเจ้า”

มันอาจเป็นคำพูดที่ไม่น่าเชื่อ แต่ทว่าดวงตาของเป่าหลิงนั้นกลับหากจ้องมองก็บอกได้ว่านางไม่อาจโกหก เหมือนกับที่ชายนามจู่ฟู่เยียน เคยบอกไว้ ว่านัยต์ตาของคนเรานั้นไม่เคยโกหก.. “...ข้าพึ่งรู้..ตอนที่สลบแล้วตื่นขึ้นมา…..ข้า...เอ่อ...” เป่าหลิงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไป.. นางหันไปทางฝ้าเฉี่ยเพื่อขอความช่วยเหลือ.. แต่เขากลับเงียบไม่ได้แนะนำอะไรเธอ..

อยู่ๆก็มาทิ้งบอมให้แล้วเงียบไปเฉยเลย..ไอ้เพื่อนชั่ววว

“เจ้า...เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้อง..เอ่อ..รับผิดชอบอะไรก็ได้..ข้า…. มันเป็นความผิดของข้าเอง” เป่าหลิงเอ่ยต่อ.. คราวนี้นางไม่ได้สบตาชายหนุ่ม แต่เพียงก้มหน้าเพราะว่าไม่รู้ว่าจะพูดว่าเช่นไร.. ไปข่มขืน(????)เขาแท้ๆ ..ดันมาบอกว่าท้องกับเขา.. หญิงสำส่อนอย่างนางใครจะเชื่อวะ?!

...ซึ่นเจี้ยนเผยยิ้มจางๆ หากแต่ยิ้มนั้นก็ต้องมลายหายไป แปรเปลี่ยนเป็นปมระหว่างคิ้วที่หน่วงเข้าหากัน หลังจากที่ได้ยินหญิงสาวบอกว่าเขานั้นไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ …. “อย่าล้อเล่นนะ..”

“เงยหน้าขึ้นสบตาข้าสิเป่าหลิง...ข้าน่ะไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทอดทิ้งเจ้า..” ซึ่นเจี้ยนกล่าวออกไปด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น ทว่าหลังจากกล่าวจบประโยคไม่กี่วิต่อมาเขาก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองพูดสิ่งที่น่าอายแค่ไหนออกไป ซึ่นเจี้ยนยกนิ้วขึ้นมาเกาแก้มพลางเบียงหน้าไปหลบสายตานาง .. “เอ่อคือ...ข้าหมายความว่าข้าจะอยู่ดูแลเจ้า ไม่ทอดทิ้งไปไหน...เออะ..แบบนั้นแหละ”

“....!”  ไม่ทันได้พูดอะไรต่อซึ่นเจี้ยนก็กลับรู้สึกวูบๆ เหมือนกับว่าเขาเสียเลือดมากเกินไป..ชายหนุ่มก็สลบหน้าพลุบพับกับกายของหญิงสาวที่นอนอยู่  ….เวรกรรมจริง

!!!!

“เอ่อ...อะ..หมอมาหรือยังฝ้าเฉี่ย” หญิงสาวเอ่ย คราวนี้เธอรีบขยับกายออกมาจากบนเตียง ก่อนที่จะอุ้มชายหนุ่มให้ขึ้นไปแทนที่เธอ … เดี๋ยว!! มันสลับกันเกินไปหรือปล่าว!!! เป่าหลิงนั้นค่อยๆจับชายหนุ่มให้พลิกกายนอนคว้ำกับเตียง แล้วค่อยๆเปิดแผลตามร่างกายของเขา.. เลือดที่ไหลนั้นเห็นได้ชัด ว่าช่วงนี้ชายหนุ่มก็มีแต่การเดินทาง ทั้งยังมีไข้อ่อนๆ…

‘เสียเลือดเยอะมาก..’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย ก่อนที่เป่าหลิงจะถอนหายใจเล็กน้อย เธอค่อยๆทาบมือลงไปที่หลังและบาดแผลของชายหนุ่มเบาๆ….เธอหลับตาลงเล็กน้อย แล้วค่อยๆใช้ไอมารของชายที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่ อย่างน้อยก็เป็นการสมานแผลสักหน่อยก็ยังดี นางยังไม่อาจควบคุมลมปราณและไอมารมากไม่ได้เพราะว่าพึ่งผ่านการฝึกมา..

แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องหยุดมือไปทันทีที่หมอหวังหมิงเจี้ยนเข้ามา.. เขาเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดขึ้น

“เดี๋ยวให้ข้าขอดูอาการของเขาหน่อย” เขาเอ่ย ก่อนที่จะเดินเข้ามาดูแผลของชายหนุ่ม ..เป็นแผลฉกรรจ์น่าดูชมเลยทีเดียว แถมยังมีเลือดไหลซิบออกมาไม่หยุดไม่หย่อน แผลเต็มตัวเช่นนี้ต้องใช้ยาดีๆถึงจะหายได้เร็ว… “อาจจะต้องนอนที่โรงหมอก่อน..แต่ถ้าเกิดมีโสมร้อยปีหรือว่าบัวหิมะก็จะได้สมานแผลมากยิ่งขึ้น...ต้องขออภัยด้วย เดี๋ยวข้าจะรีบทำแผลให้เดี๋ยวนี้” เขาเอ่ย

“ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นหรอก..ข้ามีทั้งสองอย่างนั้น...เอาไปรักษาเขาเสีย” เป่าหลิงเอ่ย หญิงสาวเดินไปหยิบกระเป๋าของตนเองก่อนที่จะส่งบัวหิมะและโสมร้อยปีอย่างละอันให้กับแพทย์หวังหมิง เมื่อเขาเห็นก็พยักหน้าก่อนที่จะให้หญิงสาวนั้นออกไปรอข้างนอก … ในขณะที่รักษาชายหนุ่มอยู่ … และเวลาไม่นานเขาก็ออกมา ทำให้เธอต้องเดินเข้าไปเฝ้าคนที่นอนอยู่บนเตียงแทนเธอเสียแล้ว..

----------------

@Admin @Baoling



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-9 14:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ต้องการอะไรจากข้า?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
ขวานต้วนหยู้ว
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียดำเทวะ
คัมภีร์ละติน
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x12
x120
x76
x106
x15
x1
x102
x135
x8000
x8000
x8
x1
x10
x10
x1
x7
x4
x23
x90
x40
x30
x28
x900
x21
x150
x75
x4
x125
x4
x140
x29
x3
x4
x9999
x3553
x25
x11
x7
x30
x5
x20
x2000
x45
x20
x1000
x32
x160
x4
x9
x20
x1
x7
x3
x120
x1
x90
x6
x12
x180
x5
x35
x105
x82
x80
x90
x17
x45
x35
x8
x5
x120
x1500
x120
x6
x4
x5
x5
x16
x135
x6
x137
x72
x9
x172
x4
x62
x200
x9999
x46
x18
x146
x57
x108
x4
x9040
x9199
x105
x7
x7
x4020
x91
x100
x65
x115
x415
x910
x450
x383
x1241
x30
x290
x116
x152
x10
x85
x112
x100
x145
x106
x11
x6235
x160
x144
x133
x125
x67
x65
x30
x77
x115
x328
x70
x256
x195
x95
x201
x25
x25
x15
x9999
x12
x178
x9
x1
x54
x350
x6
x134
x200
x41
x185
x289
โพสต์ 2018-10-9 19:41:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-9 19:48


อะไรนะ แต่งงาน อะไรนะ ท่านพ่อไม่ช่วยหนูด้วยเลย!!

       ร่างของหญิงสาวนั้นอยู่ด้านในห้องพัก เนื่องด้วยว่าเธอจำเป็นที่จะต้องนั่งเฝ้าคนป่วยที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นค่อยๆจ้องมองไปทางร่างที่นอนหลับไหล ..เธอไม่รู้ว่าควรที่จะทำเช่นไร เพราะว่าไม่เคยเจอสถานะการณ์เช่นนี้เหมือนกัน ช่างยากต่อการตัดสินใจ

        ‘...หมอมารักษาแล้ว ตอนนี้ก็รอแค่ให้เขาไม่ทำร้ายตัวเองเดินทางมากๆก็เพียงพอแล้วล่ะ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยแนะนำ ก่อนที่หญิงสาวจะเหลือบไปมองผีเสื้อหนุ่มที่บินไปมาด้านหน้าของเธอ.. เรื่องป่วยมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เธอไม่ได้เป็นห่วงขนาดนั้น..

       “ปล่าว..ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนั้น” เป่าหลิงเอ่ยเบาๆ ..ก่อนที่จะเผลอจับไปตรงท้องของตนเองเล็กน้อย ฝ้าเฉี่ยเมื่อเห็นดังนั้นก็จ้องมองหญิงสาวก่อนที่จะพูดขึ้น ‘..ที่ข้าต้องบอกเขา เพราะว่าเจ้าคิดจะฆ่าเด็กคนนี้แน่ๆ...ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงก็ตามที ข้าไม่อาจทนเห็นอะไรแบบนั้นได้หรอกนะ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย..

      “หากมันเป็นคำบัญชาของท่านพ่อ ข้าก็จะทำอย่างไม่มีลังเล แต่นี้ท่านพ่อยังไม่ติดต่อมา..ข้าก็ไม่อาจตัดสินใจสิ่งใดได้.. แต่คราวนี้มีมนุษย์คนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องมันก็จะแปลกๆไปเสียหน่อย คงจะตัดสินใจลำบากขึ้น” เป่าหลิงเอ่ย มันจริงที่ว่าเธอคิดจะฆ่าเด็กคนนี้ หากมันเป็นเสี้ยนหนามในการทำภารกิจของเธอ มันก็ต้องหายไปอย่างไม่ยากเย็น...นั้นคือสิ่งที่หญิงสาวคิดและจะทำ แต่ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว ….

       ก็คงต้องแก้ไขสถานะการณ์เฉพาะหน้าออกไปนั้นล่ะ...

       ซึ่นเจี้ยนที่สลบไปเริ่มได้สติฟื้นคืนมา ชายหนุ่มเมื่อมีแรงพอที่จะเปิดตาขึ้นก็พบหญิงสาวผู้คุ้นเคยคอยเฝ้าดูเขาอยู่ไม่ห่างกาย ...น่าอับอายชะมัด ดันเป็นฝ่ายที่ต้องให้นางมาดูแลตลอดเสียได้..

       “.......” ซึ่นเจี้ยนพยายามที่จะยันตัวลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องส่งเสียงร้องเพราะปวดที่แผลอยู่ “อึก..!” หญิงสาวเมื่อเห็นดังนั้นเธอก็หันไปมองตามเสียงคนที่ลุก ..เธอค่อยๆจับไหล่ของเขาให้อยู่กับที่.. “ไม่ต้องขยับมากสิ..พึ่งโดนทำแผลแล้วก็ไม่อยากให้แผลเปิดก็ไม่ต้องขยับ..” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะถอนหายใจ..

       เธอพยายามพยุงให้ซึ่นเจี้ยนนั้นนั่งดีๆเพื่อไม่ให้กระทบกับแผลของอีกคนมาก

       “ใครสั่งให้มาในตอนที่ป่วยขนาดนี้..พึ่งโดนธนูปักอย่างกับเม่น ยังจะเดินทางไปฝูเฝิง..โชคดีนะที่เจอญาติเจ้าก่อนที่เจ้าจะได้สลบหน้าบ้านพวกเขา..” เป่าหลิงบ่นชายข้างกายของตนเองเล็กน้อย…. ก่อนที่จะหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดเหงื่อตามร่างกายของเขานิดหน่อย..

       “??....คราวหลังก็หัดเจียมตัวมากกว่านี้นะ”

       @TangXinJian

       เป่าหลิงนั้นจ้องมองชายหนุ่มที่จับมือตนเองไว้.. ดวงตาของนางสบนัยต์ตาสีนิลของเขาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ทว่าก็ยังเรียบเฉยอยู่ได้.. นั้นสินะ?..มันก็คงจะเป็นอย่างงั้นล่ะ.. “ข้า..ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร..ข้าอยู่แต่กับท่านพ่อ ไม่มีท่านแม่” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะเกาแก้มตนเองเล็กน้อย แล้วค่อยๆนั่งข้างๆเตียงคนป่วย..

       “....ช่างเถอะ.. ข้าก็เป็นคนเด็กธรรมดานั้นล่ะ นักเดินทางธรรมดา..ไม่ค่อยเหมาะหรือคู่ควรกับใครหรอก” เป่าหลิงเอ่ย

        “เจ้าเถอะ...รับได้หรือไง..เจ้าไม่ได้มีรักกับข้าเสียหน่อย.. ไม่ได้คิดอะไรกับข้าเสียหน่อย ที่มันเกิดขึ้นเพราะเป็นความเอาใจแต่และอุบัติเหตุที่มันเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเพราะอารมณ์และฤทธิ์สุราที่นำพา...ข้าไม่ได้อยากจะสร้างความลำบากให้เจ้าหรอกนะ” เธอเอ่ยบอก.. เหมือนกับว่ากำลังจะไม่ยอมรับอะไรสักอย่าง..

       ใช่… ก็เป็นคนไปข่มขืนเขา ทำตัวเป็นคนสำส่อน แถมเกือบฆ่าเด็กในท้องถ้าไม่โดนผีเสื้อห้ามไว้อีก…

       @TangXinJian

       แปะ… ริมฝีปากของซึ่นเจี้ยนแปะโดนมือของเธอที่นำมากันไว้ก่อน ดวงตาสีม่วงจ้องมองคนหื่นเสมอต้นเสมอปลายด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย “...เจ้าจะทำแบบไม่อายฟ้าไม่อายดินเลยหรือไง..” เป่าหลิงเอ่ย.. หน้าของเธอแดงก่ำน้อยๆ…. เหมือนกับว่าก็ไม่ใช่ไม่อยาก แต่นางได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกๆที เสี้ยววิแรกซึ่นเจี้ยนเกือบคิดว่านางจะปฏิเสธเขาแล้ว… หากไม่ใช่เพราะเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีของนาง ..น่ารักเหลือเกิน

       “ท..โทษที...” เขากล่าว

       ในขณะหลานชายกับสตรีว่าที่ฮูหยินเขากำลังสนทนาในห้อง นางกำลังคุยกับหมอเรื่องครรภ์และยาบำรุง นางไม่คิดว่าหลานชายจะทำเรื่องผิดต่อฟ้าดินได้ถึงเพียงนี้ หลังจัดการธุระเสร็จแล้วหญิงวัยกลางคนก็เดินเข้ามาในห้องพัก

        “อาเจี้ยน แม่นางเป่าหลิงเป็นเช่นไรบ้าง” กัวฮูหยินกล่าวทักหลานทั้งสอง ก่อนเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงมือเอื้อมไปลูบใบหน้าเด็กสาว นางมองทั้งสองดูเหมือนก่อนหน้านี้ทั้งสองจะแอบทำอะไรผิดจารีตมาอีกแล้วสินะ ใบหน้าเขอะเขินพวกนี้

       จะเรียกว่าเมื่อเข้ามาถูกจังหวะหรือผิดจังหวะดี แต่ทั้งสองก็ผละออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด เป่าหลิงนั้นจ้องมองหญิงสาววันกลางคนที่เดินเข้ามาในห้อง.. ชุดแบบนั้นคงเป็นพวกฮูหยินขุนนาง...เอ่อ… แต่ทว่าตอนนี้สถานที่อยู่มันกลับสลับกันไปนิด คนที่ควรอยู่บนเตียงกลับเป็น ถังซึ่นเจียน ส่วนหญิงสาวที่น่าจะชื่อ เป่าหลิงนั้น กำลังยืนอยู่ข้างเตียงนั้นเอง..

       “เอ่อ...ท่าน..ท่านเป็นใคร..ระ..รือ?” เป่าหลิงกล่าวอย่างงงๆ ..อาเจี้ยน? นั้นคงไม่ได้หมายถึงชายที่อยู่ข้างๆนางหรอกนะ.. ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็เถอะ ว่าหญิงตรงหน้าคือญาติของถังซึ่นเจี้ยน ...และก็มีสายตาจากผีเสื้อหนุ่มที่หรี่ตาจ้องมองหญิงสาวไว้..

       แหม่...ตอแหลเก่งเชียวนะแก…. ผีเสื้อนามฝ้าเฉี่ยคิด

       ซึ่นเจี้ยนเห็นอาหญิงของตนที่อยู่ๆก็โผล่มา ชายหนุ่มก็ถึงกับทำตัวไม่ถูกอยุ่เหมือนกัน มือทั้งสองผสานทำท่าเคารพผู้มีศักดิ์เป็นอาหญิงของตน

       @TangXinJian

        “ไม่เป็นไรจ้า ว่าแต่ซิ่นเจี้ยนรังแกอะไรหนูหรือเปล่า” หญิงวัยกลางคนกล่าวถามเด็กสาวด้วยความเอ็นดู

        “ไม่เป็นไรมิได้กัวฮูหยิน หลานชายของท่านไม่ได้รังแกอะไรข้าหรอกเจ้าค่ะ..เป็นข้าเองที่สร้างความลำบากให้เขา ต้องเดินทางมาหาข้าเช่นนี้ ทั้งยังสร้างความลำบากให้ท่านอีก ข้าขออภัยจริงๆ” เป่าหลิงเอ่ย หญิงสาวคลียิ้มก่อนที่จะก้มคำนับขออภัยหญิงสาวที่ได้ชื่อว่า เป็นกัวฮูหยิน… นางแสดงท่าทีนอบน้อมอย่างมากกับผู้ใหญ่ ผิดกับตอนที่อยู่กับซึ่นเจี้ยนไม่มีผิด…ไม่สิ..ผิดกับตอนที่อยู่กับซึ่นเจี้ยนเหมือนฟ้ากับเหว

       เห็นท่าทางท่าทีแสนดีที่ว่าที่แม่ของลูกในอนาคตซึ่นเจี้ยนก็ถึงกับเบ้ปาก…

       “ส่วนซิ่นเจี้ยนเดี๋ยวหลังเจ้าแต่งงาน ข้าคงต้องอบรมเจ้าเป็นการใหญ่” กัวฮูหยินกล่าวหันไปดุหลานชายตัวดี “แม่นางเป่าหลิง บ้านเจ้าอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ ในเมื่อหลานชายตัวแสบของน้าทำเจ้าตั้งครรภ์งั้นเขาจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ”

        “อะ..เอ่อ..” หญิงสาวนั้นอึกอักเล็กน้อย...ก่อนที่จะเหลือบไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียง.. เดี๋ยวนะ..เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?! แต่งงานงั้นหรอ?!!... WTF แต่งงาน แต่งงาน!!! กี๊ดดดด แต่งงานอย่างงั้นหรอออออ

       “แค่กๆ!” ซึ่นเจี้ยนถึงกับไอสำลัก

        ใบหน้าของเป่าหลิงนั้นขึ้นสีแดงจัด เธอแม้ใบหน้าจะนิ่ง แต่เมื่อขึ้นสีเช่นนี้ก็รับรู้ได้เลยว่านางกำลังอายอย่างสุดขั้ว.. เหมือนว่าตอนนี้เธอจะอ้าปากค้างไปแล้วเรียบร้อย.. แต่ทว่าเมื่อคำถามต่อมาก็ทำให้เป่าหลิวนั้นต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม แต่นางก็ไม่ได้แสดงออก ออกไป… บ้านอยู่ที่ไหน!! เฮ้ยยย… ลืมสนิทเลย!! ว่าหากเป็นแบบนี้มันต้องติดต่อทางบ้านของนางนี้หน่า.. เอาไงดีวะๆๆๆๆๆ …

        เป่าหลิงนั้นก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนที่นางจะพยายามตั้งสมาธิ.. เอาว่ะ ‘ท่านพ่อ ท่านได้ยินข้าหรือไม่? สถานะการณ์เช่นนี้ข้าควรทำเช่นไร?.. ท่านพ่อ ท่านหาได้ยินคำข้าหรือ?...ท่านพ่อเจ้าคะ.. Help Me!!!’

............ไร้สัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ

        “ว่าไงจ๊ะหนูเป่าหลิง” กัวฮูหยินยิ้มๆ ก่อนยกมือลูบใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู

       หลังจากที่หญิงสาวนั้นได้รับคำถามอีกครั้ง แต่คราวนี้กัวฮูหยินนั้นเอื่อมมือขึ้นมาลูบใบหน้าของเธอด้วยอีก ทำให้เป่าหลิงต้องขนแขนสแตนอัพ เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร.. นางไม่เคยเจอสถานะการณ์เช่นนี้มาก่อน..

        “บ้านของข้าอยู่ที่เซี่ยพีเจ้าค่ะ แต่ข้าไม่ได้กลับบ้านมานานแล้วเหมือนกัน..คือข้าเป็นเด็กกำพร้าที่เคยอาศัยอยู่กับท่านพ่อ..เอ่อ..ท่านเสียแล้วเจ้าค่ะ” เป่าหลิงเอ่ยขึ้นมา

(มารฝัน : ฮัดชิ้วววววว)

       “เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ชีวิตน่าสงสารแท้ ต่อไปนี้เจ้าก็อยู่กับน้านะ น้าจะช่วยเลี้ยงหลานในท้อง” กัวฮูหยินกล่าวเสียงหวานก่อนหันไปมองหลานตัวแสบ “นางกำพร้าแล้วเจ้าก็ยังรังแกนางอีกนะซิ่นเจี้ยน สำนึกผิดบ้างไหม รักชอบนางทำไมไม่มาหาข้าให้ช่วยจัดการเรื่องพวกเจ้าสองคนให้ถูกต้อง”

       @TangXinJian

        “ตอนนี้ดูเหมือนทั้งสองต้องรีบแต่งกันแล้ว หลังอาการฟื้นตัวสองสามวันค่อยจัดพิธี หนูว่าไงคะ” กัวฮูหยินกล่าวถามเด็กสาวด้วยสายตาเอ็นดู นางไม่น่าต้องมาพบเจอหลานชายตัวแสบของนางเลย

       “ข้าเกรงว่าอยากให้ท่านคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนเจ้าค่ะ ข้าเป็นเพียงเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า(?) ข้าได้ยินว่าสกุลกัวเป็นถึงนายอำเภอเมือง..ข้าคงไม่อาจหานถึงเพียงนั้น..ไม่ใช่ว่าเพราะว่าหลายชายท่านไม่ดี หรืออย่างไร แต่ข้า..เอ่อ...ข้าก็ให้คิดว่าข้าไม่เหมาะสมกับสิ่งที่จะได้รับอยู่ดี….” เป่าหลิงเอ่ย ก่อนที่นางจะก้มคำนับเพื่อต้องขออภัยที่ต้องพูดเช่นนี้…

        “ตลอดชีวิตข้าใช้ชีวิตอยู่แต่ในถ้ำในป่า ต้องเดินทางเรื่อยๆ...ไม่ค่อยอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเท่าใดนัก...แบบนั้นจะยิ่งทำให้ตระกูลของท่านเสื่อมเสียก็เป็นได้หากรับข้าเป็นสะใภ้” เป่าหลิงเอ่ยพูด นางพูดอย่างนอบน้อมและเกรงอกเกรงใจ ดูอย่างไรก็เหมือนกับสาวชาวบ้านที่ไม่มีพิษภัย แถมยังมีมารยาทสิ่งใดควรไม่ควร….

        ‘…………...ตอแหลทั้งนั้น ตอแหลเป็นตอๆ น้ำไม่ผุด..บอกเลยว่านี้มันตุ๊กตาทองระดับเมพ เมพขิงๆ’ นั้นคือความคิดของผีเสื้อนามฝ้าเฉี่ย นางไม่ได้พูดผิดว่าตนเองอยู่ในถ้ำ ก็ถ้ำจริงๆ ..ที่บอกว่าพ่อตาย ก็ตายแล้ว..เป็นมารคือการตายจากมนุษย์นั้นล่ะ เอ่อ..ลืมบอกว่าพ่อแก่ด้วย แก่เป็นหมื่นปีด้วยซ้ำไป

       @TangXinJian

@Admin  @TangXinJian  




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2018-10-9 19:48

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-10-9 19:45:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ร่างของหญิงสาวนั้นอยู่ด้านในห้องพัก เนื่องด้วยว่าเธอจำเป็นที่จะต้องนั่งเฝ้าคนป่วยที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นค่อยๆจ้องมองไปทางร่างที่นอนหลับไหล ..เธอไม่รู้ว่าควรที่จะทำเช่นไร เพราะว่าไม่เคยเจอสถานะการณ์เช่นนี้เหมือนกัน ช่างยากต่อการตัดสินใจ

‘...หมอมารักษาแล้ว ตอนนี้ก็รอแค่ให้เขาไม่ทำร้ายตัวเองเดินทางมากๆก็เพียงพอแล้วล่ะ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยแนะนำ ก่อนที่หญิงสาวจะเหลือบไปมองผีเสื้อหนุ่มที่บินไปมาด้านหน้าของเธอ.. เรื่องป่วยมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เธอไม่ได้เป็นห่วงขนาดนั้น..

“ปล่าว..ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนั้น” เป่าหลิงเอ่ยเบาๆ ..ก่อนที่จะเผลอจับไปตรงท้องของตนเองเล็กน้อย ฝ้าเฉี่ยเมื่อเห็นดังนั้นก็จ้องมองหญิงสาวก่อนที่จะพูดขึ้น ‘..ที่ข้าต้องบอกเขา เพราะว่าเจ้าคิดจะฆ่าเด็กคนนี้แน่ๆ...ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงก็ตามที ข้าไม่อาจทนเห็นอะไรแบบนั้นได้หรอกนะ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย..

“หากมันเป็นคำบัญชาของท่านพ่อ ข้าก็จะทำอย่างไม่มีลังเล แต่นี้ท่านพ่อยังไม่ติดต่อมา..ข้าก็ไม่อาจตัดสินใจสิ่งใดได้.. แต่คราวนี้มีมนุษย์คนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องมันก็จะแปลกๆไปเสียหน่อย คงจะตัดสินใจลำบากขึ้น” เป่าหลิงเอ่ย มันจริงที่ว่าเธอคิดจะฆ่าเด็กคนนี้ หากมันเป็นเสี้ยนหนามในการทำภารกิจของเธอ มันก็ต้องหายไปอย่างไม่ยากเย็น...นั้นคือสิ่งที่หญิงสาวคิดและจะทำ แต่ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว ….

ก็คงต้องแก้ไขสถานะการณ์เฉพาะหน้าออกไปนั้นล่ะ...

ซึ่นเจี้ยนที่สลบไปเริ่มได้สติฟื้นคืนมา ชายหนุ่มเมื่อมีแรงพอที่จะเปิดตาขึ้นก็พบหญิงสาวผู้คุ้นเคยคอยเฝ้าดูเขาอยู่ไม่ห่างกาย ...น่าอับอายชะมัด ดันเป็นฝ่ายที่ต้องให้นางมาดูแลตลอดเสียได้..

“.......” ซึ่นเจี้ยนพยายามที่จะยันตัวลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องส่งเสียงร้องเพราะปวดที่แผลอยู่ “อึก..!” หญิงสาวเมื่อเห็นดังนั้นเธอก็หันไปมองตามเสียงคนที่ลุก ..เธอค่อยๆจับไหล่ของเขาให้อยู่กับที่.. “ไม่ต้องขยับมากสิ..พึ่งโดนทำแผลแล้วก็ไม่อยากให้แผลเปิดก็ไม่ต้องขยับ..” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะถอนหายใจ..

เธอพยายามพยุงให้ซึ่นเจี้ยนนั้นนั่งดีๆเพื่อไม่ให้กระทบกับแผลของอีกคนมาก

“ใครสั่งให้มาในตอนที่ป่วยขนาดนี้..พึ่งโดนธนูปักอย่างกับเม่น ยังจะเดินทางไปฝูเฝิง..โชคดีนะที่เจอญาติเจ้าก่อนที่เจ้าจะได้สลบหน้าบ้านพวกเขา..” เป่าหลิงบ่นชายข้างกายของตนเองเล็กน้อย…. ก่อนที่จะหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดเหงื่อตามร่างกายของเขานิดหน่อย..

“??....คราวหลังก็หัดเจียมตัวมากกว่านี้นะ”

“......นี่เจ้ารู้ได้ยังไงกัน?” ซึ่นเจี้ยนขมวดคิ้ว ให้ตายสิเจอนางทีไรทำไมนางต้องทำให้เขาถามคำถามเดิมๆนี้อยู่เรื่อยนะ...นางไม่เคยบอกเขาเลยว่าเพราะเหตุใด หรือ ทำไม……

แต่ช่างเถอะ….นางอาจมีตาวิเศษก็ได้(?)

“..อะ! เบาๆหน่อยสิ!..” ซึ่นเจี้ยนส่งเสียงเมื่อหยดนํ้าสัมผัสเฉียดใกล้บาดแผล  “...ว่าแต่ตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ...” ชายหนุ่มจับมือของนางก่อนจะสบสายตากับนัยน์ตาคู่งามสีม่วงครามนั้น “ข้าหมายถึง..มีลูก...กับข้า”

เป่าหลิงนั้นจ้องมองชายหนุ่มที่จับมือตนเองไว้.. ดวงตาของนางสบนัยต์ตาสีนิลของเขาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ทว่าก็ยังเรียบเฉยอยู่ได้.. นั้นสินะ?..มันก็คงจะเป็นอย่างงั้นล่ะ.. “ข้า..ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร..ข้าอยู่แต่กับท่านพ่อ ไม่มีท่านแม่” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะเกาแก้มตนเองเล็กน้อย แล้วค่อยๆนั่งข้างๆเตียงคนป่วย..

“....ช่างเถอะ.. ข้าก็เป็นคนเด็กธรรมดานั้นล่ะ นักเดินทางธรรมดา..ไม่ค่อยเหมาะหรือคู่ควรกับใครหรอก” เป่าหลิงเอ่ย

“เจ้าเถอะ...รับได้หรือไง..เจ้าไม่ได้มีรักกับข้าเสียหน่อย.. ไม่ได้คิดอะไรกับข้าเสียหน่อย ที่มันเกิดขึ้นเพราะเป็นความเอาใจแต่และอุบัติเหตุที่มันเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเพราะอารมณ์และฤทธิ์สุราที่นำพา...ข้าไม่ได้อยากจะสร้างความลำบากให้เจ้าหรอกนะ” เธอเอ่ยบอก.. เหมือนกับว่ากำลังจะไม่ยอมรับอะไรสักอย่าง..

ใช่… ก็เป็นคนไปข่มขืนเขา ทำตัวเป็นคนสำส่อน แถมเกือบฆ่าเด็กในท้องถ้าไม่โดนผีเสื้อห้ามไว้อีก…

“..รับได้สิ..” ซึ่นเจี้ยนกล่าวตอบ… ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปหาหญิงสาวซึ่งในขณะนี้พูดจาราวกับว่าต้องการให้เขาไม่ต้องมารับผิดชอบ ...พูดราวกับว่านางไม่รู้ว่าเขานั้นรู้สึกอย่างไรกับนาง...อาจใช่ก็ได้..นางอาจไม่รู้…

“ใครว่าข้าไม่ได้มี...เอ่อ...หมายถึงไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า...ข้านับแต่วันนั้น..ก็คิดถึงแต่เจ้า..” ซึ่นเจี้ยนพูดจาตะกุกตะกัก ถึงกระนั้นคราวนี้เขาก็ไม่ได้หลยสายตาเลยแม้แต่น้อย ราวกับต้องการให้นางรับรู้ถึงความรู้สึกของเขา …. มันอาจฟังดูบ้าที่ความรู้สึกของเขาก่อกำเนิดมาจากความลุ่มหลงในทีแรก แต่ว่า...ตอนนี้มันไม่ใช่

“ข้าขอสัญญา...จะดูแลเจ้ากับลูกให้ดีที่สุด..เป่าหลิง...เจ้าต่างหาก..จะรับข้าได้ไหม?” ซึ่นเจี้ยนกล่าวก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมพวกเขาทั้งสอง เมื่อเห็นนางเงียบไปไม่พูดอะไร ซึ่นเจี้ยนก็ค่อยๆโน้มริมฝีปากเพื่อจะจุมพิตนางอย่างช้าๆ ...หากนางปฏิเสธเขา เขาเตรียมใจไว้แล้วว่า..นางอาจไม่ยอมรับจูบนี้ก็ได้…

แปะ… ริมฝีปากของซึ่นเจี้ยนแปะโดนมือของเธอที่นำมากันไว้ก่อน ดวงตาสีม่วงจ้องมองคนหื่นเสมอต้นเสมอปลายด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย “...เจ้าจะทำแบบไม่อายฟ้าไม่อายดินเลยหรือไง..” เป่าหลิงเอ่ย.. หน้าของเธอแดงก่ำน้อยๆ…. เหมือนกับว่าก็ไม่ใช่ไม่อยาก แต่นางได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกๆที

เสี้ยววิแรกซึ่นเจี้ยนเกือบคิดว่านางจะปฏิเสธเขาแล้ว…
หากไม่ใช่เพราะเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีของนาง ..น่ารักเหลือเกิน

“ท..โทษที...” เขากล่าว

ในขณะหลานชายกับสตรีว่าที่ฮูหยินเขากำลังสนทนาในห้อง นางกำลังคุยกับหมอเรื่องครรภ์และยาบำรุง นางไม่คิดว่าหลานชายจะทำเรื่องผิดต่อฟ้าดินได้ถึงเพียงนี้ หลังจัดการธุระเสร็จแล้วหญิงวัยกลางคนก็เดินเข้ามาในห้องพัก

        “อาเจี้ยน แม่นางเป่าหลิงเป็นเช่นไรบ้าง” กัวฮูหยินกล่าวทักหลานทั้งสอง ก่อนเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงมือเอื้อมไปลูบใบหน้าเด็กสาว นางมองทั้งสองดูเหมือนก่อนหน้านี้ทั้งสองจะแอบทำอะไรผิดจารีตมาอีกแล้วสินะ ใบหน้าเขอะเขินพวกนี้

จะเรียกว่าเมื่อเข้ามาถูกจังหวะหรือผิดจังหวะดี แต่ทั้งสองก็ผละออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด เป่าหลิงนั้นจ้องมองหญิงสาววันกลางคนที่เดินเข้ามาในห้อง.. ชุดแบบนั้นคงเป็นพวกฮูหยินขุนนาง...เอ่อ… แต่ทว่าตอนนี้สถานที่อยู่มันกลับสลับกันไปนิด คนที่ควรอยู่บนเตียงกลับเป็น ถังซึ่นเจียน ส่วนหญิงสาวที่น่าจะชื่อ เป่าหลิงนั้น กำลังยืนอยู่ข้างเตียงนั้นเอง..

“เอ่อ...ท่าน..ท่านเป็นใคร..ระ..รือ?” เป่าหลิงกล่าวอย่างงงๆ ..อาเจี้ยน? นั้นคงไม่ได้หมายถึงชายที่อยู่ข้างๆนางหรอกนะ.. ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็เถอะ ว่าหญิงตรงหน้าคือญาติของถังซึ่นเจี้ยน ...และก็มีสายตาจากผีเสื้อหนุ่มที่หรี่ตาจ้องมองหญิงสาวไว้..

แหม่...ตอแหลเก่งเชียวนะแก…. ผีเสื้อนามฝ้าเฉี่ยคิด

ซึ่นเจี้ยนเห็นอาหญิงของตนที่อยู่ๆก็โผล่มา ชายหนุ่มก็ถึงกับทำตัวไม่ถูกอยุ่เหมือนกัน มือทั้งสองผสานทำท่าเคารพผู้มีศักดิ์เป็นอาหญิงของตน “...ท่านอาหญิง...ซึ่นเจี้ยนของอภัยที่ทำตัวเช่นนี้..” เขากล่าวขอโทษนางด้วยใบหน้าที่รู้สึกผิดสุดๆ ก่อนจะหันไปแนะนำอาหญิงของตนให้เป่าหลิงรู้จัก “นี่คือ..กัวฮูหยิน….เป็นอาหญิงของข้าเอง..”

“ท่านอาหญิง...นี่เป่าหลิง ..นาง...นางเป็นแม่ของลูกข้า….” เขากล่าวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับผู้เป็นอา “แล้ว...เหตุใด..เอ่อ...ท่านถึงรู้ได้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่...”

        “ไม่เป็นไรจ้า ว่าแต่ซิ่นเจี้ยนรังแกอะไรหนูหรือเปล่า” หญิงวัยกลางคนกล่าวถามเด็กสาวด้วยความเอ็นดู

        “ไม่เป็นไรมิได้กัวฮูหยิน หลานชายของท่านไม่ได้รังแกอะไรข้าหรอกเจ้าค่ะ..เป็นข้าเองที่สร้างความลำบากให้เขา ต้องเดินทางมาหาข้าเช่นนี้ ทั้งยังสร้างความลำบากให้ท่านอีก ข้าขออภัยจริงๆ” เป่าหลิงเอ่ย หญิงสาวคลียิ้มก่อนที่จะก้มคำนับขออภัยหญิงสาวที่ได้ชื่อว่า เป็นกัวฮูหยิน… นางแสดงท่าทีนอบน้อมอย่างมากกับผู้ใหญ่ ผิดกับตอนที่อยู่กับซึ่นเจี้ยนไม่มีผิด…ไม่สิ..ผิดกับตอนที่อยู่กับซึ่นเจี้ยนเหมือนฟ้ากับเหว

เห็นท่าทางท่าทีแสนดีที่ว่าที่แม่ของลูกในอนาคตซึ่นเจี้ยนก็ถึงกับเบ้ปาก…

        “ส่วนซิ่นเจี้ยนเดี๋ยวหลังเจ้าแต่งงาน ข้าคงต้องอบรมเจ้าเป็นการใหญ่” กัวฮูหยินกล่าวหันไปดุหลานชายตัวดี “แม่นางเป่าหลิง บ้านเจ้าอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ ในเมื่อหลานชายตัวแสบของน้าทำเจ้าตั้งครรภ์งั้นเขาจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ”

        “อะ..เอ่อ..” หญิงสาวนั้นอึกอักเล็กน้อย...ก่อนที่จะเหลือบไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียง.. เดี๋ยวนะ..เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?! แต่งงานงั้นหรอ?!!... WTF แต่งงาน แต่งงาน!!! กี๊ดดดด แต่งงานอย่างงั้นหรอออออ

“แค่กๆ!” ซึ่นเจี้ยนถึงกับไอสำลัก
        ใบหน้าของเป่าหลิงนั้นขึ้นสีแดงจัด เธอแม้ใบหน้าจะนิ่ง แต่เมื่อขึ้นสีเช่นนี้ก็รับรู้ได้เลยว่านางกำลังอายอย่างสุดขั้ว.. เหมือนว่าตอนนี้เธอจะอ้าปากค้างไปแล้วเรียบร้อย.. แต่ทว่าเมื่อคำถามต่อมาก็ทำให้เป่าหลิวนั้นต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม แต่นางก็ไม่ได้แสดงออก ออกไป… บ้านอยู่ที่ไหน!! เฮ้ยยย… ลืมสนิทเลย!! ว่าหากเป็นแบบนี้มันต้องติดต่อทางบ้านของนางนี้หน่า.. เอาไงดีวะๆๆๆๆๆ …

        เป่าหลิงนั้นก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนที่นางจะพยายามตั้งสมาธิ.. เอาว่ะ ‘ท่านพ่อ ท่านได้ยินข้าหรือไม่? สถานะการณ์เช่นนี้ข้าควรทำเช่นไร?.. ท่านพ่อ ท่านหาได้ยินคำข้าหรือ?...ท่านพ่อเจ้าคะ.. Help Me!!!’

        “ว่าไงจ๊ะหนูเป่าหลิง” กัวฮูหยินยิ้มๆ ก่อนยกมือลูบใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู

หลังจากที่หญิงสาวนั้นได้รับคำถามอีกครั้ง แต่คราวนี้กัวฮูหยินนั้นเอื่อมมือขึ้นมาลูบใบหน้าของเธอด้วยอีก ทำให้เป่าหลิงต้องขนแขนสแตนอัพ เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร.. นางไม่เคยเจอสถานะการณ์เช่นนี้มาก่อน..

        “บ้านของข้าอยู่ที่เซี่ยพีเจ้าค่ะ แต่ข้าไม่ได้กลับบ้านมานานแล้วเหมือนกัน..คือข้าเป็นเด็กกำพร้าที่เคยอาศัยอยู่กับท่านพ่อ..เอ่อ..ท่านเสียแล้วเจ้าค่ะ” เป่าหลิงเอ่ยขึ้นมา

(มารฝัน : ฮัดชิ้วววววว)

        “เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ชีวิตน่าสงสารแท้ ต่อไปนี้เจ้าก็อยู่กับน้านะ น้าจะช่วยเลี้ยงหลานในท้อง” กัวฮูหยินกล่าวเสียงหวานก่อนหันไปมองหลานตัวแสบ “นางกำพร้าแล้วเจ้าก็ยังรังแกนางอีกนะซิ่นเจี้ยน สำนึกผิดบ้างไหม รักชอบนางทำไมไม่มาหาข้าให้ช่วยจัดการเรื่องพวกเจ้าสองคนให้ถูกต้อง”

“ก..ก็ข้าพึ่งรู้ว่ายังเหลือท่านอาหญิงที่เป็นญาติคนสุดท้ายของข้าอยู่นี่ขอรับ!...” ซึ่นเจี้ยนพยายามพูดแก้ตัว แต่ก็ดูเหมือนจะฟังดูไม่ขึ้น….

        “ตอนนี้ดูเหมือนทั้งสองต้องรีบแต่งกันแล้ว หลังอาการฟื้นตัวสองสามวันค่อยจัดพิธี หนูว่าไงคะ” กัวฮูหยินกล่าวถามเด็กสาวด้วยสายตาเอ็นดู นางไม่น่าต้องมาพบเจอหลานชายตัวแสบของนางเลย

        “ข้าเกรงว่าอยากให้ท่านคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนเจ้าค่ะ ข้าเป็นเพียงเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า(?) ข้าได้ยินว่าสกุลกัวเป็นถึงนายอำเภอเมือง..ข้าคงไม่อาจหานถึงเพียงนั้น..ไม่ใช่ว่าเพราะว่าหลายชายท่านไม่ดี หรืออย่างไร แต่ข้า..เอ่อ...ข้าก็ให้คิดว่าข้าไม่เหมาะสมกับสิ่งที่จะได้รับอยู่ดี….” เป่าหลิงเอ่ย ก่อนที่นางจะก้มคำนับเพื่อต้องขออภัยที่ต้องพูดเช่นนี้…

        “ตลอดชีวิตข้าใช้ชีวิตอยู่แต่ในถ้ำในป่า ต้องเดินทางเรื่อยๆ...ไม่ค่อยอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเท่าใดนัก...แบบนั้นจะยิ่งทำให้ตระกูลของท่านเสื่อมเสียก็เป็นได้หากรับข้าเป็นสะใภ้” เป่าหลิงเอ่ยพูด นางพูดอย่างนอบน้อมและเกรงอกเกรงใจ ดูอย่างไรก็เหมือนกับสาวชาวบ้านที่ไม่มีพิษภัย แถมยังมีมารยาทสิ่งใดควรไม่ควร….

        ‘…………...ตอแหลทั้งนั้น ตอแหลเป็นตอๆ น้ำไม่ผุด..บอกเลยว่านี้มันตุ๊กตาทองระดับเมพ เมพขิงๆ’ นั้นคือความคิดของผีเสื้อนามฝ้าเฉี่ย นางไม่ได้พูดผิดว่าตนเองอยู่ในถ้ำ ก็ถ้ำจริงๆ ..ที่บอกว่าพ่อตาย ก็ตายแล้ว..เป็นมารคือการตายจากมนุษย์นั้นล่ะ เอ่อ..ลืมบอกว่าพ่อแก่ด้วย แก่เป็นหมื่นปีด้วยซ้ำไป

….สตรีทั้งสองพูดคุยกันปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งมึนอยู่บนเตียงคนไข้
พอรู้ตัวอีกทีก็….อ้าว นี่เขาจะได้แต่งเมียแล้วเหรอ?

หลังจากนั้นซึ่นเจี้ยนและเป่าหลิงก็ถูกอาหญิงพากลับจวนสกุลกัวที่ฝูเฝิงโดยมีอาเขยคอยต้อนรับอยู่..

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +4 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2018-10-9 19:48

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ต้องการอะไรจากข้า?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
ขวานต้วนหยู้ว
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียดำเทวะ
คัมภีร์ละติน
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x12
x120
x76
x106
x15
x1
x102
x135
x8000
x8000
x8
x1
x10
x10
x1
x7
x4
x23
x90
x40
x30
x28
x900
x21
x150
x75
x4
x125
x4
x140
x29
x3
x4
x9999
x3553
x25
x11
x7
x30
x5
x20
x2000
x45
x20
x1000
x32
x160
x4
x9
x20
x1
x7
x3
x120
x1
x90
x6
x12
x180
x5
x35
x105
x82
x80
x90
x17
x45
x35
x8
x5
x120
x1500
x120
x6
x4
x5
x5
x16
x135
x6
x137
x72
x9
x172
x4
x62
x200
x9999
x46
x18
x146
x57
x108
x4
x9040
x9199
x105
x7
x7
x4020
x91
x100
x65
x115
x415
x910
x450
x383
x1241
x30
x290
x116
x152
x10
x85
x112
x100
x145
x106
x11
x6235
x160
x144
x133
x125
x67
x65
x30
x77
x115
x328
x70
x256
x195
x95
x201
x25
x25
x15
x9999
x12
x178
x9
x1
x54
x350
x6
x134
x200
x41
x185
x289
โพสต์ 2018-10-21 15:39:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-21 15:42


อะไรหมอ? หมอใจเย็นนะ ข้าพึ่งเคยมาที่นี้ครั้งแรก

        ม้าเฟิ่งหวงเทวะนั้นพาร่างกายที่ขาบวมเบ่งนั้นมาส่งที่ด้านหน้า หญิงสาวนั้นต้องค่อยๆลงจากหลังม้า เพื่อที่จะไม่กระทบกระเทือนขาที่ปวดอยู่ แต่ทว่าหลังจากนั้นก่อนที่เธอจะได้ลงก็มีผู้ช่วยหมอนั้นเดินออกมา ปะ! กับเด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงที่กำลังลงมาจากม้าขาวรูปงามพอดี…

        “อะ..!!แม่นาง..เดี๋ยวก่อนนะขอรับ เดี๋ยวข้าพาแม่นางลงเองนะขอรับ” เขานั้นกล่าวขึ้นก่อนที่จะเข้ามาหาเธอ แล้วเหลือบมองไปทางขาที่ปวมอยู่ตรงนั้น เป่าหลิงนั้นยิ้มแห้งๆก่อนที่จะพยักหน้า “ขอรบกวนท่านหน่อยนะเจ้าคะ ข้ามาหาท่านหมอ ที่นี้โรงหมอหวังหมิงสินะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าว ความจริงแล้วเธอรู้อยู่แล้วล่ะ แต่ทว่าความตอแหลมันก็ต้องแสดงละครว่าไม่เคยมาอะนะ..

        'ตอมาก...'

        หลังจากนั้นเป่าหลิงก็คลียิ้มให้กับคุณผู้ช่วยแพทย์ เด็กสาวนั้นโดนอุ้มลงจากม้าสีขาว ซึ่งก็คือม้าเฟิ่งหวงนั้น ก่อนที่จะพาเข้าโรงหมอ และพาไปเปิดดูเท้าที่มีรอยปวมของเธอ

       “มีอาการปวด บวม กดแล้วเจ็บ  ที่บริเวณเท้าสินะ?” หมอหวัง หมิงเจี้ยนนั้นเดินมาดูเท้าของเธอ ทั้งๆที่ยังไม่ได้นำผ้าที่พันอยู่นั้นออก เขานั้นจับไปที่ข้อเท้าของเธอ อย่างเงียบๆและเบามือ เป่าหลิงนั้นเหลือบมองไปทางข้อเท้าของตนเอง..ผ้าเช็ดหน้าของชายคนนั้นยังคงอยู่..เขาค่อยๆปลดมันออกอย่างเงียบๆ
       เป่าหลิงนั้นเมื่อเห็นก็ค่อยๆเก็บผ้านั้นกลับมากับตนเอง.. คิดว่าคงเอาไปคิดด้วยสภาพนี้ไม่ได้แล้วล่ะ คงต้องทำผ้าเช็ดหน้าไปคืน แต่ก็อาจจะไม่ได้เจอกันก็ได้ ช่างเถอะ ถ้ามีครั้งหน้าเดี๋ยวค่อยให้ก็ได้ไม่ได้สายอะไรไปเสียหน่อย หลังจากนั้นท่านหมอหมิงเจี้ยนก็ค่อยๆ ประคบเย็นเพื่อลดบวมและช่วยให้เลือดออกน้อยลง ก่อนที่จะใช้ผ้าพันบริเวณที่บวม

        “อ๊า..แม่นางพยายามไม่เคลื่อนไหวนะ ถ้าไม่จำเป็น..เพราะจะทำให้ ปวดในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บแล้สก็ต้องยกปลายเท้าให้สูงขึ้น เพื่อลดบวมและลดความเจ็บปวด” หมอหวังหมิงเจี้ยนนั้นกล่าวแนะนำ ก่อนที่จะหันไปทางแพทย์ผู้ช่วย พูดอะไรบางอย่าง แล้วแพทย์ผู้ช่วยนั้นก็หายตัวไปก่อนที่จะนำผ้าเย็นมาประคบให้

        “........” ระหว่างที่กำลังประคบเย็น นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของสตรีหน้ากระนั้นก็จ้องอยู่กับนัยต์ตาของชายที่เป็นหมอที่รักษาเธออยู่ ณ ขณะนี้ เขานั้นจ้องมองใบหน้าของเธอก่อนที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย สตรีคนนี้หน้าตาคุ้นๆหรือปล่าวนะ?...

       “ข้ากับท่านเคยพบกันไหม?” ท่านหมอนั้นพูด เมื่อเป่าหลิงได้ยินเธอก็ส่ายหัว..
    “ไม่เคย..ข้าไม่เคยเข้ามาที่โรงหมอนี้เลย ท่านมีอะไรหรือปล่าว?” เป่าหลิงที่อยู่ในคราบแม่นางหลิงหลิงนั้นกล่าว นัยต์ตาสีนิลของท่านหมอนั้นเมื่อได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนที่จะส่ายหัว

       “ไม่มีอะไร ไม่ต้องใส่ใจหรอกขอรับ” เขากล่าว

       .
       .

       เวลาของการรักษาสตรีร่างเล็กใบหน้ามีกระนั้นเต็มไปด้วยความเงียบ ดูเหมือนว่าวันนี้ก็มีผู้คนที่คอยเข้ามารักษาเหมือนกัน โดยที่เธอก็ต้องรอคิวกว่าจะได้เข้ารักษาเหมือนกันนั้นล่ะ เป่าหลิงนั้นนั่งอยู่เพื่อรอจัดการกับค่ารักษาและค่ายาที่เธอต้องจ่าย ความจริงแล้วท่านหมอบอกว่าจะไม่คิดค่ารักษาเนื่องจากว่าเขานั้นเห็นว่าเธอก็ดูเป็นเด็กสาวธรรมดา น่าจะเป็นนักเดินทางพเนจรด้วยซ้ำไป …

       แต่ทว่าเป่าหลิงนั้นกล่าวว่านางต้องการที่จะจ่ายจริงๆ ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องเงินหรืออื่นๆได้เลย เนื่องจากว่านางมีปัญญาจ่ายแน่นอน หลังจากนั้นไม่นานเป่าหลิงก็ต้องนั่งรอเล็กน้อยและมีผู้ช่วยแพทย์นั้นเข้ามาถามไถ่เธอ..

       “เอ่อ..นี้คือค่ารักษาแล้วก็ค่ายาขอรับ..เอ่อ..ขอทราบชื่อของแม่นางด้วยขอรับ?” เขานั้นกล่าวเช่นนั้น เมื่อเป่าหลิงได้ยินก็หรี่ดวงตาน้อยๆ “หลิงหลิง” เธอพูดเพียงแค่นั้นก่อนที่จะจ่ายเงินค่ารักษา รวมถึงจ่ายค่ายาของตนเองด้วยเช่นกัน เธอใช้ไม้เท้าอย่างดีที่ได้รับมานั้นพาร่างกายตนเองออกจากโรงหมอ ดูเหมือนว่าเธอคงต้องไปร่างวัลแคนด้วยสภาพนี้อย่างงั้นหรอ?..เอ่อ เอาเข้าไปความจริงก็ไม่ได้อยากจะไปด้วยสภาพที่ไม่เต็มบาทแบบนี้เท่าไรหรอกนะ?

       หลังจากนั้นเป่าหลิงก็โดนพาขึ้นม้าของตนเองโดยผู้ช่วยแพทย์คนเดียว แต่ทว่าคราวนี้เธอขอบคุณเขาก่อนที่จะเดินทางออกจากโรงหมอหวังเจี้ยนมุ่งหน้าสู่ร้านของสหายตนเอง ซึ่งอยู่อีกทางฟากหนึ่งของสถานที่แห่งนี้กันเลยทีเดียว..เอาเข้าไป จะไปตั้งอะไรไกลนักหนากันนะ?

       ‘เป่าหลิง...เดี๋ยวหลังจากที่เจ้าไปเอาของ...ข้าว่าเปลี่ยนใบหน้าเป็นใบหน้าของเป่าหลิงเหมือนเดิมดีกว่านะ? เขาจะได้ไม่รู้ว่าหลิงหลิงนั้นเป็นยังไง อย่างน้อยก็เซฟตัวเองไปหน่อยดีกว่าที่จะให้รู้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน’ ฝ้าเฉี่ยนั้นแนะนำหญิงสาวเมื่อเธอได้ยินดังนั้นแล้วก็ต้องแวะหยุดแถวตรอกที่ไม่มีคนอยู่ แล้วค่อยๆเช็ดใบหน้าของตนเองให้เหมือนปกติเช่นเดิม.. นัยต์ตาของหญิงสาวนั้นคงเป็นสีม่วงดอกพวงคราม…

       นางกลับกลายเป็นโฉมสคราญราวหลุดออกมาจากเทพนิยาย นัยต์ตางามวับวาวไปด้วยแสงจันทร์ทรา

       “ไปเอาของแล้วเดินทางไปหอหนิวหลางจือหนี่กันเถอะ” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น

5/10

รหัสโปร JX002

@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ซือหม่า เซียน เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2018-10-21 15:45
คุณได้รับ +2 ความชั่ว โพสต์ 2018-10-21 15:45

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ความหิว -28 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 -28 + 30

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60