กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 234|ตอบกลับ: 5

{ เมืองเหอไน่ } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-8 03:34:22 |โหมดอ่าน

{ ย่านการค้า - เมืองเหอไน่ }

ย่านการค้าประจำเมืองเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจเมืองเหอไน่
ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำหวงเหอจึงเป็นแหล่งท่าเรือและการประมงน้ำจืดที่สำคัญแหล่งหนึ่งของเหอเป่ย


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483556

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-8-12 01:24:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-12 08:40

{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXVII



     ข้อสรุปที่หารือกันคือหวังพึ่งใบบุญขององค์หญิงผิงหยางแต่ก็ดูเหมือนจะเหลวไม่เป็นท่าเพราะดูเหมือนกับว่าซูปี้และเหล่าพลพรรคกระยาจกจะไม่ทันพิธีการบวงสรวงฟ้าดินที่เหอไน่....

     ...สามวันก่อน...
     "ข้าได้ข่าวมาว่าองค์หญิงผิงหยางจะมาที่เหอไน่ล่ะพวกท่าน" มู่หลงลงจากม้าเร็วเมื่อควบนำข่าวกลับมาให้กับชาวพรรคกระยาจกที่อาศรมนักพรตในหน้าที่คนคาบข่าว
     "เช่นนั้นรึ? หากเป็นเช่นนั้นข้าก็พอจะคิดแผนการออกได้บ้าง" จอมยุทธ์หนุ่มที่บัดนี้ทราบนามของเขาแล้วคือโป่ซีเหวินยกมือขึ้นลูบปลายคางแล้วเอื้อนเอ่ยแผนการที่เขาคิดออกมา "ในระหว่างที่องค์หญิงเสด็จเข้าร่วมงานก็ให้แม่นางน้อยเข้าไปทักทายและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ได้ฟัง ข้าเคยได้ยินว่าพระองค์ทรงมีจิตใจเอื้ออารีย์น่าจะให้การช่วยเหลืออะไรนางได้บ้าง..." เมื่อพูดจบเขาก็เหล่สายตามองไปยังซูปี้ที่อยู่เฝ้าอาการเถ้าแก่ลู่แทนฮูหยินที่ถูกจับตัวไปให้อย่างน้อยเขาก็มีลูกหลาน (?) ข้างกายยามวาระสุดท้ายของชีวิต
     "อั่ค!" ไม่ทันไรเถ้าแก่ลู่ก็กระอักเลือดออกมาแล้วกระตุกหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิตไปอย่างสงบ..
     "เถ้าแก่!!" ซูปี้ที่ตกใจถูกผู้ใหญ่กันตัวออกมาก่อนนักพรตที่มีวิชาแพทย์ติดตัวเข้าไปช่วยพยุงชีพแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว... เถ้าแก่กวังได้สิ้นใจไปเสียก่อน เหล่านักพรตจึงร่วมกันสวดส่งให้ดวงวิญญาณของเขาไปสู่สัมปรายภพและรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

     แทนที่จะได้ทำตามแผนทุกคนกลับต้องทำงานศพให้แก่เถ้าแก่ลู่จนไม่ทันมาพบกับองค์หญิงผิงหยาง ยามเมื่อไร้ที่พึ่งก็มีแต่ต้องพึ่งพาตนเอง...
     นกอินทรีย์คาบข่าวถูกส่งมาจากสาขาใหญ่เรียกให้สมาชิกของพรรคกระยาจกไปประชุมด่วนภายในสิบวัน เวลามีไม่มากพวกเขาจึงต้องหารือกันใหม่คงต้องพาซูปี้ไปส่งยังฉางอัน
     "ข้าพอจะรู้จักกับสตรีนางหนึ่งอยู่น่าจะพอให้ความช่วยเหลือได้" โป่ซีเหวินกล่าวออกมาหลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรต่อไป ชวนให้ซูปี้ที่อยู่ในชุดไว้ทุกข์ให้เถ้าแก่ลู่เงยหน้าขึ้นมามองจอมยุทธ์พรรคกระยาจกที่ดูเหมือนจะยากจนแต่กลับมีเส้นสายไปทุกที่ มันทำให้เธอมีความรู้สึกอยากที่จะโตขึ้นมาเป็นจอมยุทธ์ที่ดีบ้าง
     "เช่นนั้นข้าอาสาไปส่งเธอเอง ม้าของข้าวิ่งไวปานสายลมอยู่แล้ว" หนุ่มน้อยมู่หลงเสนอตัวไปส่งซูปี้ที่ฉางอัน "จะให้ข้าไปฝากฝังกับใครเล่าท่าน?"
     "แม่นางจ้าว นางอยู่ร้านขายข้าว บุตรีของเถ้าแก่จ้าวจงถัง" โป่ซีเหวินเอ่ยชื่อของหญิงสาวที่จะฝากฝังซูปี้ให้ฟัง "นำจดหมายไปบอกกับนางก็ได้ว่าโป่ซีเหวินฝากมา" ไม่รอช้าบุรุษรีบนำกระดาษกับพู่กันมาเขียนเนื้อความในจดหมายแล้วยื่นให้มู่หลงทันที
     "ได้เลย เช่นนั้นรีบเดินทางกันเถิด" มู่หลงรับจดหมายมาจากมือจอมยุทธ์หนุ่มแล้วเก็บไว้อย่างดี
     "ค่ะ!" ซูปี้พยักหน้ารับแล้วเตรียมออกเดินทาง เธอไม่รู้ว่าฉางอันอยู่ไกลจากเหอไน่ที่บัดนี้เธอมาเยือนหรือไม่แต่เตรียมการอาหารน้ำดื่มติดตัวไว้คงดีกว่า ก่อนจะแยกจากเธอทำการขอบคุณโป่ซีเหวินที่ให้การช่วยเหลือเธอมาตลอดในช่วงสองสามวันมานี้
     มู่หลงอุ้มตัวเด็กหญิงขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วขึ้นไปนั่งตาม เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเขาก็ควบมันไปฉางอันด้วยความเร็วสูง "ฮ่า!"



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

23

กระทู้

149

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1382
เงินตำลึง
125354
ชื่อเสียง
8682
ความหิว
192
เซ็น
ระดับ 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-27 02:18:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-27 23:01

เรื่องราวที่สามสิบสาม - [ ทำนายอักษร ]



     หลังจากที่ใช้เวลาในการเดินทางอีกหนึ่งวัน ในที่สุดหมิงเย่เสวียก็เดินทางมาจนถึงเมืองเหอไน่
     ไม่รู้ด้วยสาเหตุปริศนาอันใด แต่ครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้นางรู้สึกราวกับตนเองได้พบพานกับความฝันที่แปลก
ประหลาดจำนวนมาก ทว่ากลับจำไม่ได้เลยว่าเนื้อหาใจความนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
     ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้น เพราะหลายๆวันมานี่ ทางด้านของยายะที่
มีสภาพขอบตาดำคล้ำอย่างกับหมีแพนด้าเองก็ทำให้นางเดาได้ว่า เด็กคนนั้นก็คงจะไม่ค่อยได้หลับอย่างสุข
สงบเสียเท่าไหร่
     โชคยังดีที่ไม่ได้เกิดความรู้สึกปวดหัวหรืออ่อนเพลียใดๆ แต่หมิงเย่เสวีย นางก็คิดว่ามันอาจจะเป็นบ่อเกิด
ของโรคติดต่อบางชนิดก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้นในช่วงเวลานี้นางเองก็ต้องคอยระวังเรื่องอาหารการกินและดิน
ฟ้าอากาศให้ดีด้วย

     " ....? "

     ในขณะที่กำลังคิดเรื่องต่างๆอยู่นั้น สายตาของนางก็ได้ไปสะดุดเข้าไปแผงลอยแห่งนึง
     ปกติแล้ว ในยามนี้ก็นับได้ว่าตัวของนางนั้นเดินทางผ่านเมืองต่างๆมามากมายพอสมควร และในตลาดส่วน
ใหญ่เอง ก็จะประกอบไปด้วยเสื้อผ้าเหล้ายาปลาปิ้งสารพัดสิ่งของขายที่สรรหาได้ไม่ยากและมีตัวตนเป็นรูปธรรม
อย่างที่ตัวนางสามารถเข้าใจได้ง่ายๆได้เช่นกัน
     ทว่าแผงลอยตรงหน้าที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวของนางนั้น...

     [ รับทำนายสามครั้งต่อวัน ]

     มันเขียนไว้เช่นนั้น
     รับทำนาย...มันคืออะไร?
     คงไม่ใช่ว่าเป็นการทำนาย'อนาคต'หรอกใช่ไหม?
     เพราะว่าไม่รู้และไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน แผงลอยเล็กๆที่ดูน่าสงสัยนั้นก็ได้ดึงดูดความสนใจของตัวนาง
ไปเป็นที่เรียบร้อย
     และเมื่อรู้ตัวอีกที นางก็มายืนอยู่หน้าแผงลอยนั้นแล้ว

     " ข้ารอเจ้าอยู่เลย "

     เสียงที่ฟังดูสุขุมนุ่มลึกเอ่ยขึ้น จนทำให้หมิงเย่เสวียสะดุ้งขึ้นเล็กๆ
     เพราะมีป้ายแผงลอยบดบังอยู่จึงทำให้เห็นสีหน้าของคนผู้นี้ไม่ชัดเท่าไหร่ ทว่าฟังจากเสียงแล้ว ด้านหน้าของ
นางตอนนี้จะต้องเป็นผู้อาวุโสท่านนึงไม่ผิดแน่

     " รอข้า...หรือคะ? "

     หมิงเย่เสวียกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดๆเล็กน้อย
     คำพูดนั้น...ถือได้ว่า ท่านผู้อาวุโสตรงหน้ากำลังรอคอยการมาของนางอยู่โดยที่ตนเองนั้นรู้ดีอยู่แล้วเช่นนั้นหรือ?
     ตัวนางที่กำลังเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กๆ ก็ได้ยินเสียงของผู้อาวุโสตรงหน้ากล่าวขึ้นอีกครั้งว่า

     " เพราะเจ้าเป็นคนสุดท้ายของวันนี้แล้วน่ะนะ "

     พอได้ยินดังนั้น หมิงเย่เสวียก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาบาง
     อย่างน้อยนางก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาที่ไม่ใช่การมองเห็นอนาคตจริงๆ
     โดยปกติแล้ว เรื่องแบบนั้นตัวนางก็ไม่เคยคิดจะนึกเชื่อหรืออะไรอยู่แล้ว --บางสิ่งที่เรียกว่าการทำนายอนาคต
แท้จริงแล้วก็คือการ'คาดเดาถึงความเป็นไปได้'เพียงเท่านั้น ...นั่นเป็นสิ่งที่นางคิด
     ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง...นางได้สัมผัสถึงความกดดันจางๆจากผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องหลังแผงลอยตรงหน้านี่..
     ขณะนั้นเอง นางก็นึกย้อนกลับถึงเรื่องเล่าที่ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังเมื่อครั้งนางยังเยาว์
     เกี่ยวกับชินแสท่านนึงผู้ได้ช่วยเหลือฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้สร้างรากฐานบัลลังก์มั่นคงและชิงชัยเหนือเหล่าพวกขุนนาง
หัวเก่าจำนวนมาก จนผู้คนต่างก็เรียกขานท่านว่า ' หมอดูเทวดา ' เนื่องจากท่านผู้นั้นสามารถทำนายเรื่องราวและ
สิ่งต่างๆได้ดั่งตาเห็น ก่อนที่ไม่นานเขาก็ได้ปลีกตัวออกจากยุทธภพไปและไม่มีใครได้ข่าวลือของเขาอีกเลย
     เกี่ยวกับ ' ยอดปราชญ์แห่งแผ่นดิน ' ผู้ที่นางใฝ่ฝันอยากจะพบเจอและขอคำชี้แนะดูสักครั้ง

     ' .......ท่านผู้นั้นคงไม่ได้มาเปิดแผงลอยเล็กๆอะไรแบบนี้กระมัง '

     หมิงเย่เสวีย นางลอบคิดเช่นนั้นในใจพลางค่อยๆก้าวเดินเข้าไปใกล้แผงลอยขึ้นอีกนิด
     และในที่สุด นางก็ได้เห็นเค้าโครงหน้าของผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องหลังแผงลอยท่านนี้
     ใบหน้าโค้งได้รูป ร่างกายสมส่วน เส้นผมและหนวดเคราสีขาวนั่นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าชายตรงหน้านั้นดูชรา
ภาพลงไปเลยแต่อย่างใด กลับกัน นัยน์ตาคมสีน้ำตาลอ่อนนั้นเผยให้เห็นถึงความลึกล้ำที่นางไม่อาจประเมินได้...
อีกทั้งยังให้รู้สึกราวกับถูกมองผ่านไปโดยไม่สามารถปิดบังเรื่องราวใดๆได้เลย

     " แม่นาง เจ้าต้องการคำทำนายหรือไม่ "

     " อ้ะ..? อะ...ขอ...ขออภัยด้วยค่ะ... เอ่อ.... "

     เมื่อถูกทักขึ้น หมิงเย่เสวียจึงหลุดออกจากภวังค์
     แม้จะมีท่าทีตื่นๆเล็กน้อย แต่นางก็เดินเข้ามาใกล้ๆแล้วก็เริ่มสำรวจแผงลอยแห่งนี้ในทันที

     " หรือว่า....ท่านจะทำนายจากตัวอักษรเช่นนั้นหรือคะ.... "

     แม้จะไม่เคยเห็นและมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำนายหรือดูดวงอะไรพวกนั้นมาก่อน ทว่านางก็พอจะเดาได้
ลางๆจากสิ่งของต่างๆบนแผงลอย
     หากการทำนายไม่ใช่พลังพิเศษ ก็ต้องใช้สิ่งของเป็นสื่อกลาง ...และเมื่อใช้สิ่งของเป็นสื่อกลาง ทีนี้ก็สามารถ
ตัดสินได้จากการสังเกตุอุปกรณ์พวกนั้น
     และบนแผงลอยนั้น ก็มีพู่กันและแท่งฝนหมึกอยู่

     " ฮึม... ถูกแล้ว ข้านั้นทำนายอนาคตจากหนึ่งตัวอักษร "

     มุมปากของผู้อาวุโสตรงหน้ายกขึ้นเล็กน้อยพลางผงกหัวเล็กๆ
     พอเห็นท่าทีแบบนั้น นางก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่นางก็ทำเป็นใจดีสู้เสือเพราะความอยากรู้มันมีมาก
กว่าความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ หมิงเย่เสวีย นางนั้นขออนุญาตแล้วหยิบพู่กันขึ้นมาแตะกับแท่งฝนหมึก จากนั้นก็ค่อยๆ
เขียนลงไปบนกระดาษไม้ไผ่อย่างช้าๆ




     " ....... "

     เมื่อเขียนเสร็จแล้ว นางก็เงยหน้าขึ้นแล้วก็ใช้มือเลือนแผ่นกระดาษไม้ไผ่นั้นไปให้กับผู้อาวุโสตรงหน้า





     “ แม่นางจะถามถึงคนหรื่อเรื่องราว ”

     ผู้อาวุโสตรงหน้านั้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่เพ่งพินิจตัวอักษรเพียงผ่านๆ ท่าทีของผู้อาวุโสดูผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

     " ...คนค่ะ "

     หมิงเย่เสวียตอบกลับไป
     ตัว 明(หมิง) นั้น นำมาจาก 明夜雪(หมิงเย่เสวีย) หรือก็คือชื่อของนางเอง
     แน่นอนว่าการ' ทำนาย 'ก็จะต้องเป็นเรื่องของตัวบุคคล

     “ คนสินะ เป็นอักษรที่ดีนัก ในอักษรมีทั้งยรือ(สุริยัน)และเยวี่ย(จันทรา) จากอักษรนี้ดูเหมือนแม่นางจะสูญเสียบิดา
ไปแล้วสินะ ”
     " ....... "

     หลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวของผู้อาวุโสตรงหน้า แม้ว่าภายนอก หมิงเย่เสวียจะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ ทว่า
ภายในใจนั้นกลับสั่นไหวเป็นอย่างมาก

     “ ตามคัมภีร์อี้จิงกล่าวไว้ สองสิ่งนี้มิอาจมาบรรจบกันได้ กลางวันมีสุริยัน ยามราตรีก็มีจันทรา ทั้งสองต่างเป็นการ
บ่งบอกถึงเวลา น้ำขึ้นน้ำลง ชีวิตแม่นางมีขึ้นมีลง พบเจอโชคก็ต้องพานพบความทุกข์ ”

     หมิงเย่เสวียก้มหน้าลงเล็กน้อย
     หากเป็นยามปกตินางก็คงจะไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้...ทว่านางรู้สึกว่า ครั้งนี้ นางจำเป็นต้องฟังสิ่งที่ผู้อาวุโสตรงหน้ากล่าว

     “ แม่นางเป็นผู้ใฝ่ฝันอยากตามรอยบิดาบุญธรรมที่จะสานปณิธานปราชญ์นำความรู้มาช่วยเหลือผู้คนในแผ่นดินสินะ ”
     " ....ค่ะ ....นั่นเป็น ---ความปราถนาสูงสุดของข้า "

     พอชินแสตรงหน้าได้ฟังที่นางเอ่ย เขาก็ผงกหัวเล็กๆด้วยความรู้สึกชื่นชม

     “ นั่นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องยิ่งนัก แต่การก้าวสู่เส้นทางปราชญ์นั้นสิ่งหนึ่งที่แม่นางต้องรู้ ---สตรีที่มากับแม่นางน่ะ ต้อง
คุมเข้มนางให้มากกว่าเดิม เพราะไม่เช่นนั้นความใจร้อนของนางที่อยากปกป้องแม่นาง จะนำภัยมาสู่ตัวแม่นางเอง และ
หลักสำคัญของปราชญ์คือ ดู ฟัง วิเคราะห์ สามหลักการนี้เป็นสิ่งที่แม่นางต้องมี ”

     หมิงเย่เสวียสะดุ้งขึ้นเล็กๆพลางก้าวถอยหลังไป ครั้งนี้นางเผยให้เห็นถึงสีหน้าตื่นตกใจอย่างแท้จริง
     นางรีบดึงความเยือกเย็นกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะสลักคำพูดของผู้อาวุโสตรงหน้าเข้าไปในความจำของนางให้
ครบทุกประโยคทุกคำ

     “ จงสังเกตทุกสิ่งรอบตัว ใบไม้ มดเดินเรียงแถว น้ำตกไหลรินจากหินผา ฟัง ทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวราชสำนัก
ยุทธภพ วิเคราะห์ทุกสิ่งที่ดูและฟัง ตีความออกมาเป็นตัวหนังสือและอ่านทวนช้ำ พร้อมยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความ
ช่วยเหลือ ปราชญ์ที่ีดีควรมีคุณธรรมทั้งแปด กตัญญู, ซื่อสัตย์ จงรักภักดี, พี่น้องปรองดอง, รักษาคำสัตย์, มีจริยธรรม, มี
มโนธรรม, มีสุจริตธรรม และสุดท้าย คือการละอายต่อความชั่ว ทั้งแปดนี้เป็นสิ่งที่ปราชญ์พึงมี แต่อีกข้อที่ไม่ควรขาด..รู้
หรือไม่ว่าเป็นสิ่งใด? ”
     พอได้ยินคำถามของผู้อาวุโสตรงหน้า หมิงเย่เสวียก็ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบกลับไปเสียงค่อยว่า
     " ความไม่ละโมบ.....รึเปล่าคะ? "
     พอได้ยินคำตอบ ผู้อาวุโสตรงหน้าของนางก็เผยรอยยิ้มออกมา
     " นั่นถูกต้อง ไม่เลว ไม่เลว ทว่าดูเหมือนเจ้าในตอนนี้จะยังขาดความมั่นใจในตัวเองไปหน่อยนะ "

     ผู้อาวุโสเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะออกมา น่าแปลก ในยามนี้นางรู้สึกราวกับกำลังได้รับการสั่งสอนอยู่มากกว่าที่จะเรียกว่า
เป็นคำเตือน

     “ ข้ามีคัมภีร์สองเล่มที่จะมอบให้แม่นาง นี่เป็นสำเนาส่วนหนึ่งที่ข้าคัดเฉพาะส่วนสำคัญของคัมภีร์เมิ่งจื่อและหลักการ
ปกครองจางเหลียง ขอเพียรให้แม่นางนำมันไปศึกษาอย่างถ่องแท้ก็จะเข้าถึงการบริหารปกครองและวิชาการ พึงมีความรู้
ในหลักบริหารปกครองแผ่นดิน พึงเป็นปราชญ์ที่ได้ช่วยเหลือทุกข์สุขราษฎร์ ”

     หมิงเย่เสวียรับคัมภีร์นั่นมาไว้ ก่อนที่จะจ้องมองมันอยู่ชั่วครู่นึง
     มันก็มีบ้าง ---ที่นางคิดว่าตัวนางนั้นมีความสามารถเหนือกว่าผู้คนในระดับเดียวกับนาง แต่เพราะแบบนั้น นางจึงได้รู้ว่า
ตัวของนางเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งกาจรอบด้านอะไรอย่างที่คิด
     " ....หลักบริหารการปกครอง "
     เป็นเรื่องที่นางพอจะมีความรู้อยู่บ้าง ทว่าในด้านของประสบการณ์นั้น นับว่าต่ำต้อยกว่าเด็กหนุ่มสาวผู้ที่ได้รับการศึกษา
ดีๆมากนัก

     " เอ่อ...ท่านชินแส...ตัวข้านั่นคงจะไม่-- "

     ขณะที่นางเงยหน้าขึ้นเตรียมจะบอกปฏิเสธ นางก็พบว่าแผงลอยนั้นได้ว่างเปล่าไปเสียแล้ว

     ' ดูเหมือนเจ้าในตอนนี้จะยังขาดความมั่นใจในตัวเองไปหน่อยนะ '

     เสียงของผู้อาวุโสดังขึ้นมาให้ได้ยินอีกครั้งในความคิด
     พอลองมานึกถึงคำพูดนั้นดูแล้ว ก็คงจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
     หมิงเย่เสวียเก็บคัมภีร์เหล่านั้นไป จากนั้นก็เร่งรุดหน้ากลับไปยังโรงเตี้ยม


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x30
x4
x3
x15
x6
x60
x50
x20
x30
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x35
x20
x1
x1
x1
x50
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

75

กระทู้

798

โพสต์

13หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
6233
เงินตำลึง
61979
ชื่อเสียง
64786
ความหิว
263
คุณธรรม
974
ความชั่ว
6
ความโหด
124
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-21 23:41:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาหลิวเทียนมาซื้อกระบี่



     ทั้งสองมาที่ย่านการค้าเมืองเหอไช่ที่แม้จะดึกขนาดนี้แล้วแต่ก็ยังมีผู้คนอยู่บ้าง โชคยังดีที่ร้านค้าอาวุธยังไม่ปิด เจ้าของร้านเป็นชายร่างสูงใหญ่มีกล้ามน่ากลัว ผิงผิงหาได้กลัวไม่เพราะคนที่น่ากลัวกว่านั้นตอนนี้ยังอยู่ในถ้ำ... (ซูเทียนเหมินไงเล่า คนที่ผิงกลัว)

     "ท่านน้า ท่านน้าช่วยแนะนำกระบี่ที่น้ำหนักเบาได้หรือไม่เจ้าคะ?" ผิงผิงเอ่ยถามอย่างมีมารยาทและน่ารัก พร้อมยิ้มหวานให้จนมีรอยแก้มบุ๋ม หลิวเทียนมองสหายตนเองพลางแอบขำ ปกติมักซุนซนแถมห้าว แต่พอเวลาต้องการอะไรหรือขอร้องมักทำตัวเรียบร้อยเสมอ... ได้เห็นอีกด้านแล้วสิ

     "แม่หนู เจ้าน่ารักจริงๆ มา ข้าจะแนะนำให้"

    "ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านน้า" ผิงผิงยิ้มแป้นก่อนจะจับมือหลิวเทียนเดินเข้าไปในร้านค้าอาวุธ เด็กสาวอาจไม่รู้ตัวว่าเธอติดนิสัยชอบจูงมือคนอื่นไปเสียแล้ว แต่เธอไม่รู้สึกขัดเขินกับหลิวเทียนเลยแม้แต่น้อย แต่คงให้ความรู้สึกแบบพี่ชายน้องสาว(?) หรือ น้องชายพี่สาวแทน ทั้งสองฟังที่เจ้าของร้านแนะนำกระบี่น้ำหนักเบาพบพาง่าย
      "กระบี่ คืออาวุธที่มีลักษณะคล้ายดาบ แต่มีน้ำหนักเบากว่า ลักษณะเรียวแหลม มีปลายแหลม เน้นใช้ในการแทงมากกว่าฟัน อาจมีคมเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือมีท้ง 2 ด้าน ข้อแตกต่างจากดาบคือ น้ำหนักส่วนใหญ่ของกระบี่จะอยู่ที่ด้ามจับ เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วและพลิกแพลงได้ง่ายในการจ้วงแทง เพราะกระบี่เน้นการแทงเป็นสำคัญ ในขณะที่น้ำหนักส่วนใหญ่ของดาบ จะอยู่ที่ใบดาบ เพื่อให้การฟันมีน้ำหนัก เพราะดาบเน้นการฟันและตัด" เจ้าของร้านอธิบายคราวๆ ก่อนจะแนะนำกระบี่ให้ดูสองสามเล่มที่เหมาะกับหลิวเทียนหลังจากผิงผิงบอกว่าหากระบี่ให้หลิวเทียน
      หลิวเทียนเลือกแบบคมสองด้านด้ามจับเป็นสีดำ ตัวกระบี่เป็นสีเงินสวย... โดยทั่วไป ส่วนคมและสันกระบี่จะหล่อจาก โลหะผสม สำริด โดยมี ดีบุกเป็นส่วนผสม 20% และ 10% เมื่อพวกเขาตกลงซื้อขายได้แล้วผิงผิงพาหลิวเทียนไปที่โล่งกว้างเพื่อสอนการใช้กระบี่เบื้องบนว่าทำอย่างไร

<span]] แรงที่ส่งจากร่างผู้ใช้ เมื่อผ่านถึงมือ นิ้วชี้และนิ้วก้อยต้องควบคุมกระบี่ให้ไปตามทิศทางแรง นิ้วชี้จะอยู่ด้านล่างคอยจับกระบี่ให้นิ่งร่วมกับนิ้วโป้ง เหมือนคีมหนีบกระบี่ไว้ นิ้วชี้จะคอยคุมทิศทางด้านหน้าตรงช่วงโกร่งกระบี่  ส่วนนิ้วก้อยคอยคุมทิศทางด้านหลังตรงช่วงหัวด้ามกระบี่ ทำให้น้ำหนักกระบี่สมดุลย์ น้ำหนักไม่ทิ้งไปข้างหน้า หรือข้างหลัง  โดยที่มีนิ้วที่เหลือเป็นเสมือนฐานที่รองรับแรงให้ส่งผ่านไปอย่างมั่นคง" ผิงผิงอธิบายพร้อมกับทำท่าทางประกอบหากเป็นเรื่องของกระบี่แล้วเธอเองก็รู้มากพอสมควรเนื่องจากฝึกมาจากในค่ายทหาร แต่ถ้าให้จดจำในตำราเอามาทุบหัวเธอยังง่ายกว่า และลองให้หลิวเทียนทำตาม ผิงผิงสอนอย่างใจเย็น อย่างน้อยๆ ก็ไว้ป้องกันตัวเสียหน่อย "แต่หากเจ้าจำไม่ได้ ข้าแนะนำว่าเจ้าก็สับๆ เหมือนตอนทำอาหาร"
     "ข้าจำได้ ขอบคุณเจ้าที่ช่วยสอนข้า" หลิวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มจนผิงผิงนึกว่าเขาเป็นสตรีแทนบุรุษเพราะเวลาเขายิ้มแต่ละครั้งทำเอาผิงผิงมองจนลืมตัวเหมือนตอนนี้ถ้าเหลิวเทียนไม่สะกิดเธอก็คงยืนมองไปอีกนาน เมื่อฝึกได้สักนิดก็พากันกลับโรงเตี้ยมเพราะดึกมากแล้ว






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขวานตัดไม้
ตัวเบาขั้นกลาง
คัมภีร์ละติน
แปรรูปไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x14
x8
x1
x18
x10
x10
x23
x5
x18
x2
x2
x1
x30
x1
x100
x35
x50
x170
x6
x4
x1
x30
x19
x58
x50
x150
x2
x2
x326
x10
x145
x386
x365
x20
x14
x88
x1
x54
x45
x1
x8
x7
x5
x152
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x18
x25
x51
x57
x31
x1

555

กระทู้

2130

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
3303174
เงินตำลึง
24638
ชื่อเสียง
193740
ความหิว
1135
คุณธรรม
373
ความชั่ว
133
ความโหด
632
ฉายหง
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-9-16 04:40:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-10-2 19:49



หนทางบนสายเขียง
475
{ เส้นทางอาชีพ 4 }
หมี่ซั่วถัวเฉลี่ย

        ร่างบางนอนกอดผ้าห่มธรรมชาติอย่างเสือดาวหิมะอยู่ในรถม้า อากาศที่อุ่นสบายและนุ่มนิ่ม ทำให้นางหลับมาตลอดทางจนลืมเสียสนิทว่าปล่อยให้พี่สิงโตเทียมรถไว้ และแล้วก็เป็นอย่างที่คาด…. จากจะเข้าสู่ฉางอันดันหลงมาปิงโจวเสียอย่างนั้น

        อาการเช่นนี้เขาเรียกหลับเลยป้ายใช่หรือไม่?

       “อ่า…. แย่จังเลยน้า แต่เหลืออีกตั้งหลายวันคงกลับไปทันแหละ” สตรีเน่งน้อยนั่งงอนิ้วนับดู อีกสามวันคือกำหนดนัดหมายของเถ้าแก่หลิว เช่นนั้นนางแวะหาลูกค้าแถวนี้สักหน่อยก็คงไม่แย่อะไร คณะกำลังคิดเสียงท้องก็ร้องครืด… อย่างหาอะไรมาเติมเต็ม
        
        ไล่สอบถามผู้คนที่เดินสวนมาค่อยพบว่าด้านหน้านั้นคือเมืองเหอไน่ บันทึกของหลิงเฮ่าเองก็ไม่มีเมืองนี้อยู่เห็นทีต้องเข้าไปสำรวจสักนิด… สตรีผมเงินยังคงสวมอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ที่เพิ่มมาคือหมวกคลุมหน้าของตนไว้ด้วยทราบดีว่ารูปลักษณ์และสีผมของนางสะดุดตาคนเกินไป ขณะที่ก้าวเข้าไปภายในโรงเตี้ยมนางสามารถหาน้ำแกงเนื้อมารองท้องได้อย่างไม่ยากเย็น

        ดูเหมือนที่นี่จะเป็นเมืองเก่าแก่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ ผู้คนคึกคักเช่นนี้น่าจะหาลูกค้าได้ หลังจบมื้ออาหารเที่ยงนางก็ขอยืมห้องครัวโรงเตี้ยมในการตุ๋นน้ำแกง ทำบะหมี่ซั่วเพื่อเตรียมออกขาย ลวกเส้นหมี่จนคลายตัวและความแข็งกะด้าง ลงมือหั่นแครอท เห็ดหอม และหมูเส้นด้วยมีดแบนจนพอดีคำ ตั้งกระทะใส่น้ำซุปลงเคี่ยวกับเนื้อสัตว์จนงวดส่งกลิ่นหอม ค่อยโปรยเส้นหมี่เหลืองลงไป โรยผักสดและงาเป็นการปิดท้ายเสร็จสมบูรณ์


นู(คอมเรดหรืออะไรก็ได้ตามกลิ่นหอมมา)@LuLingNu

        อาหารทำเสร็จแล้วมาตั้งเรียงรายส่งกลิ่นหอมฉุยอยุ่บนโต๊ะ ร่างบางในหมวกผ้าคลุมกำลังกลุ้มใจว่าจะเสนอขายอย่างไร ขณะนั้นก็มีสตรีชาวยุทธ์รุปร่างคุ้นตาคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม ‘แม่นางหมายถึงจะขอปันหมี่ซั่วไปให้ผู้ติดตามหรือเปล่านะ?’ เอาอย่างไรดีถ้าเป็นเวลาปกตินางคงมอบให้แล้ว อยากเห็นทุกคนมีความสุขกับการทานอาหาร “หมี่ซั่วเจ็ดจานนี้เป็นฝีมือการปรุงของข้าเอง ถ้าท่านสนใจละก็ ข้ายินดีขายให้ในราคาจานละ 300 ตำลึง แถมหมี่ซั่วมงคลอีกหนึ่งห่อเจ้าค่ะ”

@LuLingNu นู(ดีลล)

        “ห๊ะ...เหมาเจ็ดเลยหรอเจ้าคะ ได้สิ… กำลังกลุ้มอยู่พอดีเลยว่าจะทานคนเดียวไม่หมด” หลิงหลานใต้ผ้าโปร่งคลุมหน้าเลื่อนทั้งเจ็ดจานไปมอบให้จอมยุทธ์หญิง กล่าวอย่างเชิญชวนผู้ติดตามให้ลองทาน พ้อมนำหมี่ซั่วมงคลออกมาจากกระเป๋าส่งมอบให้

นูส่งหีบ

        “เอ๋ ต้องเป็นสองพันหนึ่งร้อยตำลึงนี่เจ้าคะ ทำไมเป็นห้าพันตำลึงล่ะ….” หีบเงินตำลึงเปิดออกดูแล้ว คล้ายจำนวนจะผิดพลาด

นู(บอกไม่อยากเอาเปรียบเป็นค่าของแถมด้วย)



        ร่างบางพยักหน้าหงึกหงัก “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านที่ช่วยอุดหนุนนะเจ้าคะ ทานให้อร่อยน้า!” หลังจบการค้านางก็อำลาทั้งสามก่อนออกเดินทางต่อไปยังเมืองฉางอัน พลางคิดว่าโชคดีแท้ๆ เจอคนงามใจดีเหมาบะหมี่ไปทั้งเจ็ดชามในคราวเดียว!!



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาร่มนภา
กระจกหมื่นทิวา
เตาถานมู่
เหล้าพันปี
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x80
x78
x1
x1
x3
x7
x60
x60
x5270
x3010
x70
x5
x1000
x10
x110
x6
x30
x223
x9999
x2000
x230
x201
x1
x10
x150
x110
x228
x34
x3
x3
x6
x15
x96
x7
x14
x22
x8
x2500
x185
x175
x210
x200
x11
x1267
x9
x76
x3312
x4
x9
x60
x209
x5
x11
x147
x119
x16
x7
x182
x450
x6
x15
x2
x45
x203
x61
x4
x5
x85
x2
x1
x17
x2
x2
x222
x1
x3
x2
x258
x380
x7
x499
x665
x500
x1575
x172
x127
x1
x2
x5
x9
x263
x4312
x2300
x625
x660
x9
x256
x673
x11
x221
x14
x569
x94
x514
x538
x15
x30
x359
x1265
x218
x440
x101
x69
x1540
x5
x1045
x7
x1370
x199
x869
x109
x51
x1
x8
x531
x446
x751
x129
x176
x1427
x272
x67
x3105
x1696
x1044
x589
x2868
x555
x819
x1204
x1991
x401
x11
x1
x38
x906
x355
x33
x1
x8053
x640
x67
x150
x20
x498
x362
x756
x60
x455
x979
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x4
x292
x116
x154
x35
x31
x15
x441
x65
x1
x273
x894
x1730
x125
x10
x20
x10
x85
x365
x10
x142
x905
x7
x30
x1988
x304
x2

105

กระทู้

746

โพสต์

24หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
56664
เงินตำลึง
41790
ชื่อเสียง
85333
ความหิว
726
คุณธรรม
548
ความชั่ว
2
ความโหด
44
ชงชง
ระดับ 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2018-9-16 17:50:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เวลายามเที่ยงเช่นเดิมที่เมืองเหอไน แม่นางโม่อาการบาดเจ็บดีขึ้นมาก จนแทบจะสามารถหายเป็นปกติแล้ว พอถึงเวลาครบ1เค่อที่หลิงนูไปตกปลามาจึงพาทุกคนเข้าไปเดินพักผ่อนในเมืองเหอไนเสียก่อน


หลิงนูพาทุกคนเดินผ่านย่านการค้าเมืองเหอไนก่อน  ดูเหมือนย่านการค้าแห่งนี้จะเป็นเมืองเก่าแก่ ผู้คนดูคึกคักเช่นเคยแม้เป็นเมืองเล็ก แต่ก็มีตลาดขนาดพอประมาณที่เทียบได้กับเมืองเซ๊่ยพีเลย..


ทันใดนั้นเอง เหมยหยวนก็พลันเดินไปหาซุ้มในตลาดซุ้มหนึ่ง ทำให้หลิงนูต้องเดินตามไปเพราะกลัวพลัดหลง
“เหมยหยวน จะไปไหนน่ะ?“ หลิงนูเดินตามไปพร้อมอีก2คนที่เหลือ


        จริงๆแล้วเหมยหยวนได้กลิ่นอาหารหอมจึงเดินลอยตามกลิ่นเข้าซุ้มมา
        “นี่ไงท่านหลี่ มันหอมมากเลย ข้ารู้สึกอยากทานจัง“ เหมยหยวนเอ่ยขึ้น พร้อมกับอยากทานอาหารของซุ้มนี้


        อาหารทำเสร็จแล้วมาตั้งเรียงรายส่งกลิ่นหอมฉุยอยุ่บนโต๊ะ ร่างบางในหมวกผ้าคลุมกำลังกลุ้มใจว่าจะเสนอขายอย่างไร ขณะนั้นก็มีสตรีชาวยุทธ์รุปร่างคุ้นตาคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม ‘แม่นางหมายถึงจะขอปันหมี่ซั่วไปให้ผู้ติดตามหรือเปล่านะ?’ เอาอย่างไรดีถ้าเป็นเวลาปกตินางคงมอบให้แล้ว อยากเห็นทุกคนมีความสุขกับการทานอาหาร
“หมี่ซั่วเจ็ดจานนี้เป็นฝีมือการปรุงของข้าเอง ถ้าท่านสนใจละก็ ข้ายินดีขายให้ในราคาจานละ 300 ตำลึง แถมหมี่ซั่วมงคลอีกหนึ่งห่อเจ้าค่ะ”


        “....อืม...“ หลิงนูมองหญิงสาวขายหมี่ซั่วเจ็ดจาน เหมยหยวนอยากกินนั้นเธอก็อยากซ์้อให้ แต่พอนึกถึงระยะยาว ก็อยากจะซื้อมากักตุนไว้ยาวๆเสียหน่อย..
        “ข้าขอซื้อหมี่ซั่ว ทั้งหมด7จานเลย...“ หลิงนูเอ่ยออกไปว่าขอเหมาทั้งหมด


        “ห๊ะ...เหมาเจ็ดเลยหรอเจ้าคะ ได้สิ… กำลังกลุ้มอยู่พอดีเลยว่าจะทานคนเดียวไม่หมด” หลิงหลานใต้ผ้าโปร่งคลุมหน้าเลื่อนทั้งเจ็ดจานไปมอบให้จอมยุทธ์หญิง กล่าวอย่างเชิญชวนผู้ติดตามให้ลองทาน พ้อมนำหมี่ซั่วมงคลออกมาจากกระเป๋าส่งมอบให้


        “ขอบคุณ...เอ่อ..แล้วก็นี่เงินนะ จำนวน 5000ตำลึง...“ หลิงนูรับจานทั้ง7มาพร้อมส่งหีบ 5000ตำลึงให้


“เอ๋ ต้องเป็นสองพันหนึ่งร้อยตำลึงนี่เจ้าคะ ทำไมเป็นห้าพันตำลึงล่ะ….” หีบเงินตำลึงเปิดออกดูแล้ว คล้ายจำนวนจะผิดพลาด


        “ก็คือ... เจ้าให้ของแถมแก่ข้านี่ คงเป็นของดีล้ำค่าอย่างนึง ดังนั้น ข้าให้เพิ่มเป็นเงินพิเศษนะ...“ หลิงนูเอ่ย


        ร่างบางพยักหน้าหงึกหงัก “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านที่ช่วยอุดหนุนนะเจ้าคะ ทานให้อร่อยน้า!” หลังจบการค้านางก็อำลาทั้งสามก่อนออกเดินทางต่อไปยังเมืองฉางอัน พลางคิดว่าโชคดีแท้ๆ เจอคนงามใจดีเหมาบะหมี่ไปทั้งเจ็ดชามในคราวเดียว!!


        “เย้ ขอบคุณท่านหลี่มาก!“ เหมยหยวนรับหมี่ซั่วน่าทานมาทานอยากเอร็ดอร่อย สมใจอยากแน่นอนเลยสินะ...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พัดหวงไจ้
หยกขาว
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
เกราะทองคำ
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นกลาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1000
x1
x10
x29
x114
x129
x1
x29
x3
x20
x34
x10
x1
x255
x65
x55
x86
x2
x1600
x3
x98
x3
x105
x3750
x90
x45
x4
x60
x5
x3
x25
x8
x12
x61
x12
x75
x1
x450
x4
x1
x175
x10
x480
x150
x87
x125
x90
x6
x50
x6
x8
x8
x62
x3
x6
x5
x52
x6
x2500
x22
x142
x13
x34
x18
x219
x18
x55
x130
x125
x190
x256
x44
x34
x121
x211
x132
x1
x190
x3
x2
x187
x7
x16
x1082
x5
x51
x79
x1
x560
x147
x4
x25
x201
x7
x237
x148
x145
x9
x201
x189
x136
x10
x218
x292
x161
x200
x55
x1700
x204
x372
x7
x380
x50
x220
x73
x112
x127
x1
x93
x8
x11
x505
x130
x226
x180
x60
x55
x581
x297
x90
x288
x82
x417
x1
x121
x15
x29
x414
x15
x102
x18
x370
x147
x19
x25
x20
x24
x570
x4977
x20
x163
x1
x113
x91
x20
x8
x10
x22
x6
x64
x201
x18
x34
x151
x8
x17
x176
x156
x1
x1
x1397
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-1-18 05:28

ขึ้นไปด้านบน