ดู: 515|ตอบกลับ: 6

{ เมืองเยี่ยเฉิง } อาศรมนักพรตเต๋า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-7 08:14:40 |โหมดอ่าน

อาศรมนักพรตเต๋า
[ น อ ก เ มื อ ง เ ยี่ ย เ ฉิ ง ]











อาศรมที่ปลีกวิเวกของนักพรตเต๋านอกเมืองเยี่ยเฉิง
เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของเหล่านักบวชลัทธิเต๋า
ที่เน้นความเรียบง่ายกลมกลืนไปกับธรรมชาติ

นอกจากเป็นสถานปฏิบัติธรรมแล้วยังถือเป็นสถานศึกษา
ให้ความรู้เรื่องศาสนาให้กับประชาชนที่ศรัทธาวิถีของธรรมชาติ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463935
เงินตำลึง
2146642459
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483292

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-7 10:43:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXVI



     "ฮ่า!"
     อาชาสีขาวแต้มลายจุดคล้ายวัววิ่งห้อมาด้วยความเร็วสูงแทบไม่มีหยุดพัก มันวิ่งข้ามเมืองมาแล้วเมืองต่อเมืองอย่างรวดเร็วสมแล้วกับความเป็นม้าเร็วตามชื่อตำแหน่ง ไม่รู้ว่ามันเหน็ดเหนื่อยบ้างหรือไม่แต่เด็กหนุ่มนามมู่หลงซึ่งไม่รู้ว่าเป็นนามจริงหรือฉายาตามสมาชิกพรรคกระยาจกคนอื่นๆ ควบมันเร่งรีบไม่ยอมหยุดพัก
     ซูปี้เกาะแผงคอม้าแน่นพร้อมกันโน้มตัวลงหลับตาปี๋เธอไม่เคยขี่ม้ามาก่อนและการประเดิมการขี่ม้าครั้งแรกก็เป็นการขึ้นมาเร็วเสียด้วยนั่นทำให้เด็กหญิงนั่งตัวเกร็งเป็นอย่างมากแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเป็นหลักชั่วยามแล้วก็ตาม แม้จะปวดท้องหนักหรือท้องเบาก็คงต้องทนเอาไว้ก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใดหากมันสั่นสะเทือนมากไปกว่านี้อาจจะเผลอคายของเก่าที่เพิ่งทานไปออกมาได้
     ใกล้เขาถึงชานเมืองเยี่ยเฉิงเข้าทุกทีก็เหมือนจะเริ่มมีความหวังมู่หลงรีบควบม้าไปทางอาศรมของนักพรตเต๋าที่ปลูกห่างไกลจากตัวเมืองแต่ก็ไม่ไกลเกินไปที่ชาวบ้านจะแวะเวียนมาเพื่อศึกษาหลักคำสอนของลัทธิ มู่หลงบังคับม้าให้หยุดลงเมื่อมาถึงฝุ่นทรายที่ลานธรรมฟุ้งกระจายจนแทบจะสำลักออกมา ชายหนุ่มเด้งตัวลงมาจากหลังอาชาลายวัวมันรีบกินน้ำตรงถังน้ำสำหรับชำระล้างมือและเท้าก่อนเข้าอาศรมทันทีจนน้ำแทบจะเกลี้ยงถัง มันคงจะเหนื่อยมากจริงๆ แต่จากนี้ก็คงจะได้พักยาวๆ แล้ว
     มู่หลงอุ้มซูปี้ให้ลงมาจากหลังม้าเด็กหญิงเข่าอ่อนทันทีเมื่อลงมายืนถึงพื้นรู้สึกทั้งปวดทั้งล้าไปหมดแต่เธอต้องรีบไปพบเถ้าแก่ลู่ก่อนที่จะสายเกินไป
     "ทางนี้!" มู่หลงกวักมือเรียกซูปี้ให้รีบตามมาโดยไม่มีท่าทางแสดงถึงความเหน็ดเหนื่อย ซูปี้แอบทึ่งในใจทั้งที่ชายหนุ่มน่าจะเหนื่อยมากเพราะขี่ม้าไปกลับถึงสองรอบแท้ๆ
     ซูปี้รีบเดินตามมู่หลงที่ไม่ยอมให้เธอแม้แต่พักไปยังห้องพักหนึ่งภายในอาศรม ระหว่างทางได้ยินเสียงนักพรตเต๋าสวดมนต์และเสียงเคาะกะโหลกดังป๋อกๆ ชวนให้เกิดอาการจิตตก ไม่รู้ว่านักพรตกำลังจำวัดหรือว่าสวดส่งวิญญาณเถ้าแก่ลู่กันแน่ และเมื่อไปถึงห้องพักนั้นก็เห็นร่างของชายชรานอนบาดเจ็บสาหัสมีผ้าพันแผลพันเต็มตัวแต่ยังพอจะเห็นหน้าค่าตาว่าเขาคือเถ้าแก่ลู่เจ้าของร้านขายผ้าแน่นอน
     สมาชิกพรรคกระยาจกห้าหกคนหลีกทางให้ซูปี้ได้เข้ามาใกล้เถ้าแก่ลู่ เธอนั่งลงข้างๆ แล้วมองลงมาที่ชายชราในสภาพย่ำแย่อย่างน่าตกใจ
    "กะ...เกิดอะไรขึ้นกับคุณตาคะ..." ซูปี้ถามเสียงสั่นอย่างนึกเป็นห่วงอาการของเถ้าแก่ลู่ย่ำแย่กว่าที่เธอจินตนาการ เด็กหญิงจำได้ว่าเขามีฮูหยินด้วยเธอจึงมองหาพี่สาวคนนั้น
     "จะ...เจ้า..." เถ้าแก่ลู่ลืมตาขึ้นมามองใบน้าของเด็กหญิงดูเหมือนว่าเขาจะจำซูปี้ได้แต่ลมหายใจของเขาแหบแห้งและดูเหนื่อยไร้เรี่ยวแรงเหลือเกิน
     "ข้าเจอเถ้าแก่ลู่ถูกโจรปล้นระหว่างทางตอนตามหา เถ้าแก่ถูกแทงหลายแผลได้รับบาดเจ็บสาหัส น่าเสียดายที่ข้ามาช้าเกินไปทรัพย์สินทั้งหมดถูกโจรกรรมไปรวมถึงฮูหยินลู่ก็ถูกจับตัวไปด้วยจึงพามารักษาตัวที่นี่ก่อน" จอมยุทธ์คนหนึ่งเล่าเรื่องทั้งหมดแทนเถ้าแก่ลู่ที่ไม่มีแรงเหลือจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ได้ฟัง
     "จริงหรอคะ..." ซูปี้ยกมือขึ้นปิดริมฝีปากด้วยความตกใจ ครอบครัวของเถ้าแก่ลู่ไม่ควรจะได้มาพบเจอกับชะตากรรมเช่นนี้ และที่น่าเป็นห่วงคือฮูหยินลู่ไม่รู้ว่าจะถูกโจรจับตัวไปทำอะไรบ้าง ขนาดว่าตอนที่เธอถูกโจรจับตัวไปยังไม่ถูกทำอะไรน่ากลัวมากเลย
     "ข้า...คงอยู่ได้....อีกไม่นาน..." เถ้าแก่ลู่พูดด้วยเสียงแหบแห้งหอบหายใจติดขัด ซูปี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากจับมือเหี่ยวย่นของชายชราเอาไว้แน่น ทั้งสงสารเถ้าแก่ลู่แล้วอีกอย่างหากเถ้าแก่ลู่ตายไปคาบูโตะจะทำอย่างไร
     "เถ้าแก่ลู่เขียนจดหมายเอาไว้ให้แล้ว" จอมยุทธ์พรรคกระยาจกยื่นจดหมายที่เขียนยืนยันความบริสุทธิ์ของคาบูโตะให้ ที่เขาทราบเรื่องราวทั้งหมดอาจจะเป็นเพราะคนที่ศูนย์ใหญ่ของพรรคที่เมืองจี้โจวอาจจะเขียนจดหมายและผูกติดกับนกสื่อสารมา เพราะว่านกใช้กระแสลมในการบินร่อนจึงเดินทางได้เร็วกว่าม้า
    "ขะ...ขอบคุณค่ะ" ซูปี้ปล่อยมือจากเถ้าแก่ลู่มารับจดหมายมือสั่น เธอคลี่จดหมายออกมาอ่านเนื้อความเป็นการเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้น นับว่าเป็นหลักฐานได้เพียงแต่มันจะหนักแน่นพอจริงหรือ?
     เด็กหญิงมองชายชราที่นอนหายใจโรยรินหยาดน้ำตาไหลลงมาจากดวงตาที่อ่อนล้าของเถ้าแก่ลู่ เขาคงทั้งเจ็บและสิ้นหวัง และที่สำคัญคือคิดถึงฮูหยินที่รักแทบขาดใจ มีภรรยาเด็กคงหวังให้ดูแลยามแก่ชราแต่ในตอนนี้เธอไม่อาจอยู่ดูแลเขาได้ในตอนสุดท้ายของบั้นปลายชีวิต
     ตอนนี้เธอควรจะให้เขาพักผ่อนอย่างสงบหากปาฏิหาริย์มีจริงอาจจะทำให้เขารอดตายได้แต่ว่ามันจะมีไหม เด็กอย่างเธอจะสามารถทำอะไรได้มากกว่ารอคอยปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เธออยากจะกลับไปเมืองหลวงโดยเร็วเพื่อนำสานส์นี้ไปมอบให้แก่เจ้าเมืองฉางอัน
     "ข้าจะรีบกลับฉางอัน" ซูปี้เอ่ยออกมาหลังจากที่ออกมาจากห้องพักแล้ว เด็กหญิงร้อนใจจนรู้สึกอยู่เฉยไม่ได้
     "ช้าก่อน หลักฐานเพียงแค่นี้ข้าคิดว่าจะมีน้ำหนักไม่เพียงพอ ลองมาครุ่นคิดหาวิธีกันก่อนดีกว่าหนูน้อย" จอมยุทธ์คนที่เล่าเรื่องแทนเถ้าแก่ลู่เอ่ยเตือนซูปี้ให้ใจเย็นลง ซึ่งก็คงจะเป็นจริงตามนั้นตอนนี้เธอต้องหยุดคิดหาวิธีที่จะทำให้หลักฐานในมือมีน้ำหนักมากกว่านี้ "ตอนนี้เจ้าไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าและคนในพรรคขอปรึกษากันก่อนแล้วกัน"
     "ค่ะ" เด็กหญิงพรูหายใจออกมายาวจำเป็นต้องเชื่อฟังคำของจอมยุทธ์เพราะเพียงแค่เธอไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวคนเดียวแม้แต่จะไปฉางอันยังต้องรบกวนคนกลุ่มนี้ไปส่งเลย แต่ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้ก็เก็บจดหมายฉบับนี้ไว้กับตัวให้ดีที่สุด




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2018-12-8 23:04:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
โพสต์ 2018-12-8 23:17:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-9 03:36


แล้วข้าจะมาเข้าไอ้สถานที่แบบนี้ได้อย่างไร

       “............ลืมดูไปเลยว่ามันให้เข้าสถานที่แบบนี้” เป่าหลิงนั้นกล่าว หญิงสาวกุมขมับของตนเองเล็กน้อย ก่อนที่จะถอนหายใจ เธอรีบเดินทางมาหลังจากที่ไปเจอพวกลู่เต๋าแล้วก็เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้เด็กสาวนั้นเดินทางมาที่อาศรมที่ปลีกวิเวกของนักพรตเต๋านอกเมืองเยี่ยเฉิงซึ่งเป็นสถานที่เธอไม่อยากมาตลอดชีวิตพอๆกับศาลเจ้าแม่อะไรทั้งนั้นล่ะ..

        ‘ไปรับงานมาแต่ไม่ได้ดูสถานที่เลยน่า..เป่าหลิง’ ฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวเช่นนั้น เป่าหลิงเลิกคิ้ว ก่อนที่จะกุมขมับของตนเองเล็กน้อย..

        “อ๊า...ลืมมองไปเลยเรื่องสถานที่น่ะ..” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น ฝ้าเฉี่ยเหลือบมองเด็กสาวที่เหมือนกับว่ามีอะไรกวนใจนางอยู่ตลอดเวลา มันเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่อาจรู้ได้ แต่หากเป็นอย่างที่เจินจูจิ่วจางบอกจริงๆ มันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ

        เพราะเป่าหลิงน่ะไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าความรัก นางไม่เข้าใจของแบบนั้นหรอกว่ามันเป็นอย่างไร เพราะว่าเธอจะรู้แค่อย่างเดียวว่าสิ่งที่เรียกว่าความรัก นั้นไม่มีจริง เธอมีเพียงความรักให้กับนายท่านหรือก็คือมารฝันเท่านั้น

        ร่างของสตรีร่างเล็กนั้นเดินไปซ้ายทีขวาทีด้านหน้าอาศรมที่ปลีกวิเวกของนักพรตเต๋านอกเมืองเยี่ยเฉิง ก่อนที่จะตัดสินใจที่จะ….

        “เจ้ามาทำอะไรที่นี้หรือสาวน้อย?” เสียงของใครบางคนนั้นพูดขึ้น เป่าหลิงเหลือบไปก็เห็นกับนักพรตเต๋าคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ เป่าหลิงคลียิ้มเหมือนกับว่ารอดแล้ว นางสอบถามรวมถึงบอกคำประสงค์ว่านางต้องการพบ บัณฑิตเจิน จูซาน ซึ่งเป็นคนจ้างวานเรื่องราวพวกนี้ ก่อนที่นักพรตคนนั้นจะพยักหน้า ดูเหมือนว่าเขานั้นจะเข้าพักที่นี้..

        “งั้นเดี๋ยวข้านำทางให้เจ้าเอง เชิญตามมาทางนี้...ฮ่ะๆ..ไม่ต้องเป็นห่วง คงเกร็งสินะ ที่ต้องเข้ามาสถานที่แบบนี้” ชายผู้นั้นกล่าว ก่อนที่จะยิ้มอ่อนโยนให้กับเป่าหลิง เธอนั้นยิ้มแห้งให้กับเขา ความจริงไม่ใช่เพราะว่าเกรงใจหรอก เรียกว่าไปไม่ได้มากกว่า

        เด็กสาวนั้นเดินตามท่านนักพรตคนนั้นเข้ามา ก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อย เนื่องจาากว่าเธอต้องเดินทางเข้ามาด้านในนี้คนเดียว ซึ่งลู่เต๋าและเจินจูนั้นรออยู่ด้านนอก ส่วนฝ้าเฉี่ยก็บินข้างๆเธอทำตัวเป็นผีเสื้อหน้าตาปัญญาอ่อนหน่อยๆ

        “เอาล่ะ ข้าคิดว่าบัณฑิตเจิงคงอยู่แถวนี้ เดี๋ยวลองถามนักพรตในอาศรมตรงนั้นนะ” เขานั้นกล่าวให้เป่าหลิง ก่อนที่จะผ่ายมือไปทางอาศรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่พื้นที่ห่างจากตรงนี้ไปประมาณสี่ถึงห้าช่วง นัยต์ตาของเธอนั้นบ่งบอกได้ว่าขี้เกียจแต่ก็ต้องไปอย่างไม่เต็มใจ..

        “ขอบพระคุณท่านนักพรต” เด็กสาวกล่าว ก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้น ความรู้สึกเมื่อเดินทางเข้ามาด้านในนี้ยังคงเป็นสิ่งที่นางไม่ชอบอยู่เหมือนเดิม เรียกได้ว่าเป็นเรื่องบ้าๆ ที่เธอจะเข้ามาสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากจะมาจริงๆนั้นล่ะ ใครมันไปชอบวะ?..นั้นสิ ใครมันจะไปชอบสถานที่แบบนั้นล่ะโว้ย แม้ว่าด้านในใจนั้นจะก้นด่าไปในใจขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ต้องเดินไปอย่างสงบๆ

        โชคดีหรือโชคร้ายที่เธอใส่ชุดแบบนี้มากันนะ เหมือนกับรู้อยู่นั้นล่ะว่าเธอจะต้องเข้าอาศรมนักพรตเช่นนี้ นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเหลือบมองนักพรตที่อยู่ใกล้ๆ เด็กสาวนั้นเดินเข้าไปก่อนที่จะก้มคำนับพวกเขาอย่างนอบน้อม แม้ว่าความนอบน้อมนั้นจะเป็นความตอแหลก็ตามที..

       “ท่านนักพรต ข้าขอเวลาท่านสักครู่ ข้าเดินทางมาจากย่านการค้าภายในเมือง กำลังมาหาท่านบัณฑิตเจิง ไม่ทราบว่าท่านบัณฑิตเจิงอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะคิดอะไรเล็กน้อย ก่อนที่จะคลียิ้มให้กับเด็กสาว

        “อ้อ..บัณฑิตที่เดินทางมาพักที่นี้เพราะกลัวผีท่านนั้น ดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ฝั่งโรงเจน่ะ เดินทางเข้าไปหาได้เลย” เขากล่าว ก่อนที่เด็กสาวจะก้มให้แล้วเดินออกมาโดยที่ไม่ลืมขอบคุณพวกเขาด้วย เธอเดินมาจากทางโรงเจตามที่บอก ได้กลิ่นอาหารที่ไม่ใช้เนื้อสัตว์ลอยมาเป็นระยะๆ ..ไม่สิ เรียกว่าหอมคลุ้งไปทั่ว เธอพยายามมองหา สุดท้ายก็ต้องไปตามหาอีกจนได้..

        สุดท้ายเธอก็ได้รู้ว่าบุรุษหน้าหยวกหยกผู้นั้นคือบัณฑิตที่เธอตามหา เป่าหลิงนั้นเดินทางไปหาเขาก่อนที่จะกล่าวแนะนำตัวพร้อมกับใบสัญญาจ้าง “ข้ามีนามว่า...เรียกข้าเป่าเปาเถอะเข้าค่ะ ข้ามาเพราะว่าสัญญาจ้างของท่าน” เป่าหลิงนั้นกล่าวแนะนำตนเอง

        “อ๊า ข้ามีนามว่า จูซาน แซ่เจิน มาสิเชิญนั่งได้เลยสาวน้อย..” เขานั้นกล่าวยิ้มๆให้กับเป่าหลิง เด็กสาวนั้นเมื่อได้รับเชิญ ก็พยักหน้าก่อนที่จะขออนุญาตนั่งไปตรงนั้น ก่อนที่เขานั้นจะเริ่มเข้าประเด็น.. “ตอนแรกข้าก็ไม่นึกว่าจะมีใครเชื่อข้าหรอก แต่ทว่าข้าทนไม่ไหวจริงๆ คือคฤหาสน์ที่ข้าซื้อมาเมื่อเร็วๆนี้น่ะ...ข้าอยู่มันไม่ได้จริงๆ” เขากล่าวก่อน

        “ข้าซื้อมันมาในราคาหมื่นชั่ง จากท่านหลี่ปาฉี แต่หลังจากข้าเข้าอยู่ได้ไม่นานมันก็ยิ่งเกิดเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น ข้านั้นรู้สึกว่ามีใครบางคนจ้องมองข้าอยู่ เดินหาไปทั่วบ้านก็ไม่เจอสิ่งใด...แต่ที่สำคัญ บางคืนข้าก็จะได้ยินเสียงสตรีร่ำไห้ที่บ่อน้ำด้วย ข้าพยายามที่จะให้เหล่านักพรตไปไล่ผี ทำพิธีก็แล้ว แต่สุดท้ายข้าก็ไม่อาจทำอะไรได้”

        “จนต้องระเห็ดระเหินมาอยู่ที่นี้ก่อนที่มันจะหายไปนั้นล่ะ..” เขากล่าวอย่างเศร้าๆ เหมือนกับว่าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ไหงถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ?

        “เช่นนั้นสถานที่แห่งนั้นอยู่ที่ใดเล่า?” เป่าหลิงกล่าวถาม เพราะแถวนี้จากที่ดูก็ไม่มีสถานที่อย่างว่านั้นนะ? “อ้อ..ไม่ได้อยู่ที่เมืองนี้หรอก อยู่เมืองผิงหยวนน่ะ ห่างจากตัวเมืองห้าสิบลี้ได้ ไม่ไกลมากนักหรอก ….อะ แต่ว่าก่อนหน้านี้ข้าลืมบอกเจ้าไปเลยแม่สาวน้อย” เด็กสาวนั้นเลิกคิ้ว ก่อนที่จะเหลือบมองเขา..

       “เรื่องอะไร?” นางกล่าวถาม
        “อ้อ..คือก่อนหน้านี้น่ะ มีสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาคุยเรื่องสัญญาจ้างกับข้าแล้ว นี้นางพึ่งเดินทางไปเมื่อครู่นี้เองนะ? อ่ะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ดูเหมือนว่านางจะได้ยินเรื่องจึงเข้ามาถาม แถมไม่รู้ด้วยว่าต้องเอาสัญญาจ้างออกมา แต่ข้าก็จะจ้างเจ้านะ ทำสองคนน่าจะดีกว่า อย่างน้อยพวกเจ้าก็น่าจะช่วยไล่ผีให้ได้” เขานั้นกล่าวออกมา..

        เป่าหลิงนั้นเลิกคิ้ว เป็นผู้ชายจะไม่ว่าเลย นี้ไหงนางต้องทำงานร่วมกับอิสตรีด้วยละนั้น..เอาเถอะ
        “ไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวข้าก็ต้องไปดูอยู่แล้ว ขอบคุณท่านมาก ถ้ามีอะไรเดี๋ยวข้าจะมาแจ้งต่อทีหลัง ไม่ต้องกังวนไป” เด็กสาวกล่าว ก่อนที่เธอจะเดินออกไป




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-9 23:57:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-10 00:02


กลับมาที่เดิม เอาล่ะ เมื่อยมือ

        การเดินทางด้วยมาด้วยอาชาฮั่นเสี่ยสีทองนั้นค่อนข้างที่จะให้ผลดี เนื่องจากว่ามันสามารถวิ่งไกลได้วันละหลายร้อยหรือถึงพันลี้เพราะฉะนั้นแล้วการเดินทางกลับมายังเมืองเริ่มต้นเรื่องนี้หรือก็คือเมืองเยี่ยเฉิงก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถเห็นได้ทั่วไปว่ามันกลับมารวจเร็วมาก..

       “ม้าของเว่ยเส้าเทียน ข้าให้สงสารที่เขาไม่สามารถใช้ได้”
       "เอ๋...ก็น่า แต่มันสวยดีนี้หน่า ข้าขอเค้าก็ให้ ช่างเป็นคนดีจริงๆ"

       ระยะการเดินทางทั้งหมดเด็กสาวนัยตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นแทบจะไม่พูดไม่จาอะไรเลย เธอทำได้เพียงแค่การควบคุมบังเหียนของม้าไปอย่างเงียบๆโดยที่ไม่ได้ทำอะไร เนื่องจากว่าเธอไม่อยากพูดคุยกับสตรีชาวต่างโลกที่เธอไม่สามารถรับมือได้ อย่างไรก็ตามความรู้สึกที่มันกังวลในจิตใจนั้นมันก็ยังไม่หายไปมันยังไม่กลับเข้ามา

       เธอไม่มีทางได้รับรู้เลยว่าตนเองนั้นควรที่จะรู้สึกอย่างไร รู้สึกอย่างไรเพราะว่าเธอก็ไม่ได้อยากจะทำภารกิจนี้เสียเท่าไรนัก นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจับจ้องมายังด้านหน้าอาศรมของนักพรตเฉกเช่นเดิม เป่าหลิงเลือกที่จะรออยู่ด้านหน้าเนื่องจากว่าไม่มีคนที่อยู่ที่นี้พาเธอเข้าไป..

       “ทำไมเจ้าไม่เข้าไปกับข้า?” ซิรินั้นกล่าวถาม นางกระโดดลงจากม้าของตนเองแล้วเหลือบมองนัยต์ตาสีอัญมณีอเมทิสของเป่าหลิง
       “ข้าไม่ได้เข้าสถานที่พวกนี้ได้ง่ายๆเหมือนกับเจ้าหรอกนะ” เป่าหลิงกล่าวเด็กสาวนั้นนั่งกอดอกอยู่ตรงบริเวณต้นไม้ใหญ่ “รีบไปเดี๋ยวนี้เลย ข้าไม่ค่อยจะมีเวลามากมายนัก” เธอกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะถอนหายใจ นัยต์ตาของเธอนั้นเหม่อลอยไปไกลแสนไกล … ส่วนสตรีชาวโรมันจากต่างโลกนั้นก็ถอนหายใจเพราะว่านางเองก็พอรู้ว่าเขานั้นไม่ใช่มนุษย์..

       “งั้นข้าจะรีบไปรีบกลับ” ซิริกล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะเดินทางเข้าไปด้านในแต่ทว่าดูเหมือนว่าบัณฑิตเจินก็ออกมาพอดี เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาชั้นดีเลยทีเดียว การพูดคุยนั้นส่วนมากซิริเป็นคนพูดคุย ตอนนี้เธอไม่สงสัยแล้วล่ะว่าทั้งสองคุยกันอย่างไร เพราะว่าบัณฑิตเจิงสามารถพูดภาษาละตินได้อย่างคล่องแคล้ว

        “อ๊า..อย่างงั้นเองสินะ...ว่าแล้วเชียว...เจ้าของเก่าก่อนที่เขาจะขายทอดตลาดคือเจ้าสัวซูแห่งซางหยง..” เขานั้นกล่าว ก่อนที่จะยิ้มให้ แต่ทว่าเมื่อได้ยินชื่อเป่าหลิงถึงกับต้องเลิกคิ้วแล้วเบิกตากว้าง ภาพในวันวานนั้นไหลเข้ามาเหมือนกับเปิดก๊อก

        ดี..นางจะได้รู้ความร่านและสำส่อนภายในตัวข้า..นางจะได้เลิกยุ่งกับข้าและบอกว่านางไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ข้าอีก
        ดีแล้ว....จะได้ให้อารมณ์พวกนี้โดนขจัดไปให้หมด

       ใช่แล้ว...ชายคนนั้นคือคนที่เธอมีความสัมพันธ์ด้วยหนึ่งวันเต็ม..ตายล่ะ.. ตอนที่หนีออกมาจากบ้านหมอนั้น เจ้านั้นก็เหมือนกับว่าจะเข้าหาเธออีกรอบ คราวนี้เดินทางไปจะเจออะไรบ้างก็ไม่รู้ “ข้ารู้จัก เดี๋ยวนำทางให้” เด็กสาวในชุดสีม่วงครามนั้นกล่าว เธอรีบกระโดดขึ้นม้าในขณะที่ทั้งสองคนนั้นคุยอยู่เป็นเหมือนการเร่งไปในตัว จนซิริจำเป็นต้องบอกลานายจ้างแล้วรีบตามเป่าหลิงให้ทัน







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-11 14:22:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-11 14:24


เสร็จสิ้นภารกิจ

        “โธ่ว วว..ใจเย็นๆสิ..เราค่อยๆขี่ไปก็ได้” เสียงของซิรินั้นดังขึ้นมาตามทาง เป่าหลิงนั้นควบขี่ม้าเฟิ่งหวงโดยที่มีลู่เต๋าและซิริตามอยู่ บางทีเธอก็ไม่สนใจอะไรเท่าไรแต่ตอนนี้เธอเริ่มที่จะเหนื่อยแล้ว.. ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาส่งซิริเนื่องจากว่าอีกฝ่ายนั้นขึ้นเรือไม่ได้เพราะสื่อสารภาษาฮั่นไม่ออก..

        “ข้าว่าเจ้าควรไปเรียนภาษาฮั่นได้แล้วนะ..” เป่าหลิงกล่าวนิ่งๆ หลังจากนั้นซิริก็คลียิ้มหวาน
        “เป็นห่วงหรอ?” นางถามต่อ

        “ข้าเป็นห่วงนายจ้างเสียมากกว่าหากเจ้าไปช้า เดี๋ยวเขาคงได้ตัดสินใจบวชกันไปพอดี..” เป่าหลิงกล่าวเหนื่อยๆ “งั้นเจ้าก็สอนข้าสิ..ไม่นึกเลยน่า ว่าเจ้าจะลงทุนเรียนภาษาเพื่อข้าอย่างงี้” ซิริล่านั้นกล่าวเหมือนกับว่านางดีใจที่เด็กสาวดูใส่ใจนางขนาดนั้น..

       “ข้าเรียนเพราะว่าตอนนั้นอยู่แดนซีอวี้ต่างหาก..” เป่าหลิงบอกปัด
        “แต่ข้าก็สงสัยเหมือนกันนะ? ว่าพวกเจ้าน่ะพูดภาษาโบราณกัน เสื้อผ้าเองก็เหมือนกันเหมือนคนโบราณเลย เหมือนกับรากศัพท์จากโลกของพวกข้าเลย” ซิรินั้นกล่าว เป่าหลิงนั้นเมื่อได้ยินดังนั้นก็คิดอยู่เหมือนกัน ว่ามีบางศัพท์ที่นางพอที่จะไม่เข้าใจเหมือนกันแต่ทว่าคงเป็นเพราะว่าไม่ใช่ภาษาแม่

        “....แปลว่าก็มีโอกาศเป็นไปได้ว่าโลกที่เจ้าอยู่จะมีการพัฒนาไปมากกว่าโลกของทางนี้..” เป่าหลิงบอก ส่วนซิรินั้นก็พยักหน้าเพราะว่าที่นี้ก็ดูเหมือนโลกยุคเก่าของโลกของเธอนั้นล่ะ เพียงแต่ว่าเป็นพวกของทางฝั่งอื่นที่ยากลำบากต่อการเดินทางไปมาหาสู่กัน โลกของเธอคงเหมือนกับที่เป่าหลิงบอกว่าเป็นเขตแดนซีอวี้ตะวันตก

        ทั้งวิทยาการและอื่นๆของโลกที่ซิริจากมานั้นเรียกได้มากมากกว่าโข

       “เอาเถอะ..ใกล้ถึงแล้ว”

        หลังจากนั้นเป่าหลิงและซิริก็เดินทางไปที่เยี่ยเฉิงเพื่อกลับไปหานายจ้างของเธอ ทั้งสองนั้นไปรางงานภารกิจให้ทราบหลังจากนั้นทั้งสองก็เรียกได้ว่าโดนขอบคุณขอโทษขอโพยกันมายกใหญ่เหมือนกัน จนในที่สุดทั้งสองก็ต้องแยกกับนายจ้างเพราะว่าทำภารกิจเสร็จแล้ว..

        “อ่ะ..เจ้าเก็บไว้ ข้าไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว” ซิรินั้นพูดกับเป่าหลิง
        “เจ้านั้นล่ะ เก็บไว้” เป่าหลิงกล่าวก่อนที่จะส่งรางวัลที่ได้นั้นส่งให้อีกฝ่ายแทน.. “หากเจ้าจะเดินทาง เจ้าก็ต้องมีมัน..อย่างน้อยกว่าที่เจ้าจะได้กลับโลกเดิมของเจ้า เจ้าก็ต้องใช้มัน” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะถอนหายใจ..

        “.......”





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ สตรีต่างโลก: ซิริ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2018-12-11 14:30
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-11 14:30

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +7555 ความหิว -26 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 7555 -26 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-11 15:32:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-11 15:34


ข่าวลือ..

       “แต่หากข้าอยู่กับเจ้าเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นอะไรนี้?” ซิรินั้นกล่าวพูด นางคลียิ้มเหมือนกับว่าดีใจ เป่าหลิงนั้นเริ่มรู้แล้วว่าการทะเลาะกับหญิงสาวนั้นก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ปล่อยให้มันถูลู่ถูกังแบบนี้ละมั้ง? ถึงจะได้เหนื่อยๆหน่อยก็คงไม่เป็นอะไร..

       “ข้าเหนื่อยที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าแล้วซิริ” เด็กสาวผมสีดำนั้นถอนหายใจใส่เธอนัยต์ตาสีม่วงนั้นบ่งบอกถึงความเหนื่อยจริงจัง แต่แล้วก่อนที่จะได้ขึ้นม้าที่ลู่เต๋านั้นกำลังรออยู่ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนที่คุ้นเคย นั้นก็คือนายจ้างของเธอทั้งสองคนนั้นเอง..

        “พวกท่าน เดี๋ยวก่อน…!!!”

        ดูเหมือนว่าชายหนุ่มนั้นจะวิ่งเข้ามาหาทางเธอทั้งสองอย่างกระวีกระวาด ก่อนที่จะคลียิ้มให้ทั้งสองที่กำลังรอฟังว่ามีอะไรหรือปล่าว แต่ก่อนที่เป่าหลิงจะได้ถาม ซิริล่าก็ดันถามก่อนเสียอย่างงั้น “ท่านมีอะไรหรือ ท่านบัณฑิต” นางกล่าวถาม

       “พวกท่านเก่งจริงๆ.. ข้า..ข้ามีอะไรที่อยากจะบอก เผื่อว่าพวกท่านอยากจะลองดู..คือว่าข้าได้ยินข่าวลือของปีศาจหนองน้ำ.. มันอยู่แถวๆเซียงผิง แม้ว่าจะอยู่คนละเขต แต่ทว่าก็ไม่ไกลมากน่ะขอรับ ปีศาจหนกน้ำนั้นเกิดขึ้นมาจากที่ใดก็ไม่รู้ ไม่มีคนกล้าเข้าใกล้สถานที่แห่งนั้นเลย..ข้าเห็นว่าพวกท่านเก่งกาจ และอาจจะอยากลองดู” เขานั้นกล่าวยิ้มๆ

       “ปีศาจหรอ?...โอ้..งั้นเราสองคนรับแล้วกันนะ” ซิรินั้นตอบคำถามแทนเป่าหลิงกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเมื่อเด็กสาวได้ยินก็แทบจะหันหน้าควบ!! “เจ้า!!” เป่าหลิงนั้นกำลังที่จะเถียงอีกฝ่ายแต่แล้วก็ต้องหยุดไปเมื่อใครบางคนนั้นเดินมา ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าอาศรมที่นี้ เขาเดินลงมาจากขั้นบันไดแล้วหัวเราะ..

        “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนพวกท่านแล้ว...หลายคนนั้นก็กล่าวเรื่องปีศาจนั้นเยอะแยะ..ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ส่งนักพรตไปแต่ละคน ก็กลับมาโดยที่ไม่พูดไม่จาอะไรกันเลย” เขานั้นกล่าว เป่าหลิงนั้นจำเป็นที่จะต้องหลบด้านหลังของซิริล่า ….เขาต้องรู้แน่ว่านางเป็นอะไร… ซิริล่านั้นเลือกที่จะรับหน้าแทนเป่าหลิง เนื่องจากว่าเธอรู้ดีว่านางเป็นอะไร..

        สุดท้ายแล้วทั้งสองก็จำเป็นที่จะต้องไปตามข่าวลือปีศาจหนองน้ำนั้นอยู่ดี..

        “..ไม่เป็นไรแล้วน่า..เขาไปแล้ว” ซิรินั้นกล่าวก่อนที่จะหันมาทางเป่าหลิงที่ใช้ร่างของนางเป็นที่กำบัง เธอจับไหล่เล็กของเป่าหลิงมา ก่อนที่เด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงนั้นจะเลิกคิ้วแล้วเริ่มผละร่างกายของตนเองออกจากซิริ.. “ปล่อยข้าน่า..”

        “ยังไงก็ตอนนี้พาพวกเขาไปพักก่อนดีไหม? บุตรชายของเจ้ากับสัตว์น้อยน่ะ” ซิรินั้นกล่าวถาม ดูเหมือนว่าการที่อยู่ใกล้กับสำนักพรตนานๆจะทำให้เป่าหลิงนั้นรู้สึกแย่มากโขทีเดียว สุดท้ายเธอก็ต้องอุ้มสตรีร่างเล็กนั้นขึ้นหลังม้า ตามมาด้วยลู่เต๋าและเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ ….ไม่สิ มันก็มีแค่สองตัวนี้หว่า..





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความชั่ว โพสต์ 2018-12-11 16:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน



ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-8-4 20:58

ขึ้นไปด้านบน