ดู: 524|ตอบกลับ: 18

{ เมืองฉางอัน } ศาลาใจกลางเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-5 00:25:01 |โหมดอ่าน



ศาลาใจกลางเมือง

{  เ มื อ ง ฉ า ง อั น }











【ศาลาใจกลางเมือง】
ศาลาที่พักผ่อนหย่อนใจของเหล่าผู้คนในฉางอัน เพลิดเพลินกับสวนหย่อมงดงามรอบข้าง รวมถึงยังมีเสียงของเหล่านกสาริดาดงนั้นขับขานบทบรรเลงดนตรีให้ได้ยลยิน ประสานเสียงนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ
เป็นสถานที่งดงามและเงียบสงบเหมาะสำหรับเหล่าคู่รักที่จะมานั่งพลอดรักกัน
หรือสำหรับคนที่พึ่งโศกเศร้าในความรักให้มานั่งพักใจกัน.. แต่อย่าหวังว่ามันจะทำใจง่าย


**ขอความร่วมมืออย่าทำอะไรลับในพงหญ้า - เคารพสถานที่กันด้วย!!!**



โพสต์ 2017-8-7 23:25:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-8-8 12:51

     ภายหลังจากต่อบทเรียนเสร็จแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อจึงบอกบิดาของตนว่าจะขอออกไปเดินเล่นข้างนอกเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ เขาเดินออกจากบ้านอย่างเร่งรีบ คนในบ้านล้วนแปลกใจกันทุกคนกับท่าทีและอาการของคุณชายของพวกเขา ตามจริงเขาเองไม่ใช่ไม่อยากพูดแต่เพราะกลัวพูดออกไปจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เขารู้สึกสงบก็ตอนเป็นไข้เมื่อคืนที่ผ่านมาอย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยตอบคำถามใคร เขาเดินพ้นเขตบ้านออกมาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาพอสมควรดังนั้นเขาจึงผ่อนความเร็วของฝีเท้าของตัวเองลง สำหรับที่นี่แล้วไม่มีที่ไหนในนครหลวงที่ตัวเขาจะไม่เคยเดินผ่าน ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยได้วิ่งเล่นกับเพื่อนๆชวนให้ตัวเขาคิดถึงอยู่ไม่น้อย แต่ละย่างก้าวที่เดินผ่านสถานที่อันคุ้นเคยก็ย่อมทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ณ สถานที่แห่งนั้นเมื่อวัยเด็กพวกเขาได้ทำอะไรลงไป กับตัวเองแล้วไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเจออะไรขอเพียงได้ทำสิ่งที่ปราถนาแล้วตนเองก็ไม่เสียใจ
     หลี่เซี้ยนเจ่อเดินมาเรื่อยๆจนถึงศาลาของเมืองที่ถูกสร้างไว้อย่างวิจิตงดงาม ยามนี้คงไม่มีใครนั่งเล่นเหมือนดั่งเช่นตัวเองในเวลานี้ เขาเดินไปนั่งแล้วมองขึ้นยังท้องฟ้าที่มีหมู่ดาวมากมายลายล้อมอยู่ สิ่งหนึ่งที่เขาคิดในเวลานี้คือคนที่เขาคิดถึงและจากเขาไปตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่หรือเป็นอย่างไรบ้าง ในใจของเขาตอนนี้หากเขาเลือกที่จะหนีไปกับไป๋หลานเขาก็คงอาจจะมีความสุขกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ได้ หากแม้เพียงยอมรับนางเพียงนิดเขาก็คงไม่อึดอัดใจอยู่เช่นนี้ หลี่เซี้เยนเจ่อยังจำได้ว่าเมื่อครั้งเขายังเป็นหนุ่มเจ้าสำราญได้เดินผ่านและแอบชอบกับลูกสาวของเถ้าแก่จ้าวจริง แต่นั้นมันก็คงไม่ทำให้ตัวเขาสะเทือนใจเท่ากับต้องพรากจากคนรักที่ครั้งหนึ่งเคยลำบากมมาด้วยกันในช่วงเวลาสั้นๆ
   "ไป๋หลาน เจ้าอยู่ไหนกัน? ข้าคิดถึงเจ้ามากนะ และข้ารู้สึกผิดต่อเจ้าเช่นกัน" เพียงชั่วครู่ที่หลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยรำพึงถึงอดีตก็ได้มีลมพัดผ่านเข้ามาในศาลาที่เขานั่งอยู่
    "หากแม้ว่าข้าได้เป็นขุนนางแล้วไซร้ ก็ขอให้โชคชะตานำพาเราสองให้ได้มาพบกันด้วยเถิด" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วลุกขึ้นเดินไปยังหน้าศาลา ยามนี้จะมีใครบ้างหนอที่เข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของเขาได้ ใครบ้างที่จะบอกเขาได้ว่านับจากนี้เขาควรทำเช่นไร     หลี่เซี้ยนเจ่อยืนรับลมและชมทิวทัศน์ได้สักพักหนึ่งก็เตรียมตัวที่จะเดินทางกลับไปยังบ้านของตน จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้คนตะโกนขึ้นมาขณะที่เดินทางกลับบ้าน
   "พวกเจ้ารู้อะไรไหม? ตอนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นที่ตลาดใหญ่แล้ว"
   "เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ไหนบอกหน่อยสิ"
   "ก็อยู่ดีๆ ข้าเห็นว่ามีหญิงสาวชาวโหรวหรานถูกลูกขุนนางฉุดไปน่ะสิ"
     เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อได้ฟังดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตรงไปที่ตลาดทันที
@Admin








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -3 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -3 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x11
x1
x1
โพสต์ 2017-8-15 22:47:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     บ่ายคล้อยของเมื่อวานหลี่เซี้ยนเจ่อละมือจากการจับพู่กันและกระดาษแล้วถือกระมือของตนออกร่ายรำที่ลานกว้างหลังบ้าน ยามตวัดและกวัดแกว่งในทุกท่วงท่าล้วนต้องมีสมาธิและปล่อยให้ร่างกายและใจผสานเป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธในมือ ในใจของหลี่เซี้ยนเจ่อจึงอดคิดเพียงชั่วครู่ไม่ได้ว่ามันนานแค่ไหนแล้วที่ตัวของเขาเองไม่ได้ผ่อนคลายถึงขีดสุดแบบนี้ แต่ถึงกระนั้นการที่เขาห่างหายไปจากการซ้อมกระบี่ร่างกายจึงมีอาการเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ส่วนหลี่เหม่ยหลินเห็นพ่อบ้านบอกว่าไปเดินหมากล้อมอยู่กับท่านแม่ จึงทำให้ในช่วงค่ำเขาแวะไปตรวจเยี่ยมร้านน้ำชาแทนบิดาแล้วอยู่ทานข้าวที่นั้นเลยจากนั้นกลับบ้านมาก็เดินตรงเข้าห้องของตัวเอง
     ค่ำคืนนี้หลี่เซี้ยนเจ่อจึงอออกมาเดินเล่นที่ศาลากลางเมือง เขานั่งอยู่ในศาลาในมือถือตำราปรัชญาเม่งจื๊อที่เขาเพิ่งไปซื้อมาใหม่ หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นเดินไปนอกศาลาเอามือทั้งสองไขว้หลังจากนั้นก็เงยหน้าดูท้องฟ้าที่คราคร่ำไปด้วยหมู่ดาวและพระจันทร์ จึงทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาสอบจนได้เป็นขุนนางแล้วไม่ว่าจะตำแหน่งไหนย่อมหมายถึงภาระและหน้าที่ซึ่งเขาก็ยังประกันให้ตัวเองไม่ได้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน หลี่เซี้ยนเจ่อลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา หากวันนั้นเขาตัดสินใจยอมขัดใจท่านพ่อแล้วไปอยู่กับไป๋หลาน วันหนึ่งหากเขาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้ท่านพ่อคงจะยอมรับเขามากกว่านี้ เพียงสตรีหนึ่งเดียวเขาก็ยังมิอาจที่จะปกป้องนางได้แล้วเรื่องนับต่อจากนี้เขาจะรับมืออย่างไร
   "ขอเพียงได้พบหน้าอีกเพียงครั้ง ข้าสัญญาว่าจะยินอธิบายทุกอย่างให้เจ้าฟัง สัญญาว่าจะตามใจเจ้าทุกอย่าง" หลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
     หลังจากที่ยืนดูดาวอยู่ได้สักพักหลี่เซี้ยนเจ่อก็เริ่มเปิดตำราแล้วก็เปิดไปเจอบทเปรียบเทียบในหลักการปกครองระหว่างเม่งจื๊อกับขงจื๊อ ซึ่งมีด้วยกันสี่ประการ โดยเม่งจ๊อเชื่อว่าหลักการปกครองที่ดีคือ "ประชาชนมีฐานะสูงสุดในบ้านเมือง ส่วนนักปกครองมีความสำคัญน้อยที่สุด"
"ประการแรก การที่จะคงอำนาจขององค์จักพรรดิไว้ได้คือ การผูกมัดจิตใจของประชาชน หนทางเทียวที่จะผูกมัดจิตใจของประชาชนไว้ได้คือ จงให้ในสิ่งที่ประชาชนชอบและอย่างบังคับในสิ่งที่ประชาชนฝืนใจเกลียดชัง
  ประการที่สอง เม่งจื๊อมอบหมายให้ประชาชนและรวมทั้งเสนาบดีทั้งหลายมีสิทธิที่จะขับไล่ผู้ปกครองที่เป็นคนเลวทราม ส่วนขงจื๊อกำหนดความสัมพันธ์อันมั่นคงถาวรระหว่างประชาชนกับผู้ปกครองบ้านเมืองไว้เท่านั้น
ขอให้ผู้ปกครองบ้านเมือง จงปกครองบ้านเมือง เสนาบดีจงเป็นเสนาบดี บิดา จงเป็นบิดา และบุตรจงเป็นบุตร(ปกิณกะของขงจื๊อ)
  ประการที่สาม ถึงแม้ว่าขงจื๊อและเม่งจื๊อยอมรับความคิดที่ว่าการปกครองที่ดีนั้นต้องอาศัยความดีงามทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจเหมือนกันก็ตาม เม่งจื๊อก็ยังมีความคิดที่มุ่งหมายเฉพาะเจาะจงมากกว่าขงจื๊อผู้เป็นอาจารย์ของเขา ด้วยเหตุนี้สำหรับเม่งจื๊อแล้วการกล่างแต่เพียงว่า ควรจะทำให้ประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว จัดให้มีการศึกษานั้นก็ยังไม่เพียงพอ
  ประการสุดท้าย เม่งจื๊อถือเอาหลักความดีเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เป็นระบบศูนย์กลางของปรัชญาทั้งหมดของตน ส่วนขงจื๊อถือเอาแต่เพียงมนุษยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ" หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อได้อ่านจบลงแล้วก็ยกมือขึ้นลูบเคราและหลับตาลง หลายวันมานี้เขาอ่านเพียงหลักปรัชญาของเหล่าปราชญ์เน้นหนักจนสมองของเขาต้องผ่อนคลายอยู่เป็นระยะ เมื่อเสร็จสิ้นการอ่านหนังสือแล้วเขาลุกขึ้นเดินออกจากศาลาแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน ในใจเพียงคิดถึงการนอนหลับบนเตียงให้ห้องของตนเท่านั้นในยามนี้
@Admin




แสดงความคิดเห็น

เส้นทางอาชีพขุนนาง Day 3 : คงเหลือ 3-Day   โพสต์ 2017-8-15 23:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x11
x1
x1

762

กระทู้

3041

โพสต์

46หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1528793
เงินตำลึง
45722
ชื่อเสียง
183582
ความหิว
1153

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
12690
ความชั่ว
8148
ความโหด
17844
โฮ่วชื่อ ♦ 后赤
เลเวล 1

จื่อหลัว

"ต้าเกอ...เล่นกันเถอะ"
pet
โพสต์ 2018-3-3 18:06:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-9-25 16:00

ระทึกขวัญวันเทศกาล

101
{ โรงเรียนหลวง6 }
คุณค่าแท้ คุณค่าเทียม


✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

       “หลิงเฮ่า...เจ้าชวนข้าออกมาที่นี่….คิดเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีไหนอีก?”

       ศาลาชมวิวนครฉางอันมีผู้คนบางตาเนื่องจากยังคงเป็นเวลารุ่งสางและอยู่ในช่วงเทศกาลหยวนเซียว ประชาชนนิยมอยู่กับครอบครัวไม่ใช่ออกมาตากน้ำค้างกันแต่เช้าเช่นพวกเขา ยอดกวีเอกปรายตามองผู้ศิษย์ ที่แต่ไหนแต่ไรมามีแต่จะขอ ‘นอนต่อ’ วันดีผีคุ้มอะไรถึงลุกมาปลุกเขาตั้งแต่ไก่ตัวผู้ยังไม่ทันโก่งคอขัน แล้วลากมานั่งจ้องหน้ากันกลางสวน

       “อี้ฟู่...ข้ามีของขวัญให้ท่าน” นักกวีผมเงินยกเอากล่องสลักลายมาวางลงบนโต้ะ แต่ขณะที่ซื่อหม่าเซี่ยงหรูคิดเปิดออกนั้นก็ถูกยับยั้งเสียก่อน “ก่อนเปิดออกดู...หลิงเฮ่ามีเรื่องหนึ่งจะเล่า”

       ยอดกวีพยักหน้ารับเริ่มปลิดองุ่นในแขนเสื้อโยนใส่ปาก

      หลิงเฮ่าประสานมือหลวมๆ เอนพิงแนวไม้ที่เกาะเกี่ยวตามศาลา ลมยามเช้าพัดต้องชายเสื้อรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปทั้งตัว อคติของท่านพ่อบุญธรรมลดลงไปมากแล้ว เหลือก็แต่เพียงอัตตาในตัว การขจัดที่ดีที่สุดนั่นคือชี้ให้คนผู้นั้นเห็นข้อผิดพลาดในตัวเอง…. ริมฝีปากสีกุหลาบเริ่มต้นเล่าเรื่องราวอีกครั้ง

       “มีชายโง่ชาวรัฐซ่งผู้หนึ่งเก็บก้อนหินที่มีลวดลายสวยงามได้ก้อนหนึ่งจากทางด้านตะวันออกของหวูไตเขตเขาเอี้ยนซาน เขาเข้าใจว่าหินก้อนนั้นเป็นอัญมณีมีค่าที่หายาก จึงนพผ้าแดงมาห่อรวมสิบชั้น แต่เขาก็รู้สึกว่ายังไม่ดีพอ จึงทำกล่องไม้ที่สลักลวดลายสวยงามมาใส่เป็นชั้นๆ รวมสิบกล่องด้วยกัน” นัยน์ตาสีอำพันเล่าไปก็จดจ้องกล่องที่อยู่ตรงหน้าไปพร้อมกัน ผู้ฟังเอ่ยขัด “เหอะ...งี่เง่า” องุ่นถูกส่งเข้าปาก ซื่อหม่าเซี่ยงหรูกลอกตาไปทางอื่น เห็นทีเรื่องนี้จะน่าเบื่อ...

       “ต่อมามีพ่อค้าอัญมณีคนหนึ่งมาจากรัฐโจว เมื่อทราบข่าวนี้เขาก็มาหาเพื่อขอดูก้อนหินที่มีค่าก้อนนั้น” ซื่อหม่าเซี่ยงหรูไม่กล่าวอันใดต่อ กลึงองุ่นผลเขียวในมือเล่น สายตาทั้งสองคู่ยังจดจ้องกล่องสลักลายเบื้องหน้าตน “เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีค่าล้ำเลิศจริงๆ ชายเจ้าของหินจึงจัดพิธีรีตรองก่อนจะเปิดออกให้พ่อค้าชม โดยตนเองอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อนแล้วสวมเสื้อผ้าสวมหมวกที่สวยงามสะอาดตา หลังจากนั้นจึงหยิบเอากล่องที่ใส่ก้อนหินออกมาอย่างทะนุถนอมเป็นพิเศษ ค่อยๆ เปิดกล่องออกทีละกล่องและคลี่ผ้าไหมสีแสดออกทีละชั้นๆ อย่างช้าๆ จนปรากฎให้เห็นก้อนหินนั้น”

       นี่คือการกระทำอย่างคนโง่เขลา หรือเป็นเพราะ….ความไม่รู้?

        “พอพ่อค้าอัญมณีเห็นเข้าก็หัวเราะ บอกเขาว่า ‘นี่เป็นเพียงหินก้อนหนึ่ง เหมือนกับกระเบื้องแตก ไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย’ ชายผู้นั้นฟังแล้วโกรธมาก เข้าใจว่าคนอื่นอิจฉาตาร้อนที่เขามีอัญมณีอันมีค่านี้ จึงพยายามพูดเพื่อให้ค่าของมันตกต่ำ หลังจากนั้น เขาก็ยิ่งเพิ่มความสนใจในการเก็บรักษาและยิ่งถนอมหินก้อนนั้นมากยิ่งขึ้น” เรื่องราวจบลงหลิงเฮ่าเลื่อนกล่องไปตรงหน้าอาจารย์ของตนแทนนัยว่าให้เปิดออก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมเปิด

       “เจ้าคิดใช้หินก้อนนั้นมาทดสอบข้า? คิดว่าข้าเป็นชายโง่ผู้นั้นที่แยกไม่ออกกระทั่งหินหรือหยก?” ซื่อหม่าเซี่ยงหรูเอ่ยเสียงเครียดเมื่อยื่นมือออกไปเปิดแล้วเจอผ้าไหม้แดงห่อหุ้มไว้หลายชั้น นักกวีเสิ่นส่ายหน้าช้าๆ ยกปลายนิ้วเรียวค่อยๆ คลี่ผ้าไหมออกทีละชั้น “กล่องสิบชั้น ไหมสิบผืนที่สวยงามย่อมไม่สามารถจะทำให้หินก้อนกลายเป็นอัญมณีที่มีค่าขึ้นมาได้ นัยเดียวกับบุคคลที่มีค่าทางสังคมและในจิตใจของแต่ละคน บรรทัดฐานถูกกำหนดโดยคุณลักษณะนี้ แต่ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปตามเจตนารมณ์ของคนที่ต้องการจะให้เป็น คุณค่าไม่อาจตัดสินได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คนโดยเฉพาะ...ผู้คนสามารถมองผิดพลาดได้”

       ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นในน้ำมือของใคร เมื่อใดก็ได้ ทำไมจึงต้องกล่าวโทษว่าเพราะเป็นสตรีจึงผิดพลาด การแบ่งแยกไม่ได้ช่วยให้สิ่งใดดีขึ้นแต่คือการตัดกำลังที่ควรจะมีทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

       “สิ่งที่จริงแท้ ความดีงามนั้นย่อมกลั่นกรองมาจากการปฏิบัติทางภววิสัย ส่วนสิ่งที่ปลอมชั่วและอัปลักษณ์นั้น ถึงจะตบแต่ง ยกย่องสรรเสริญอย่างไร โฉมหน้าที่แท้จริงของมันจะต้องปรากฏออกมาไม่ช้าก็เร็ว และก็ถูกคนหัวเราะดังเช่นชาวรัฐซ่งผู้นี้แน่นอน” จะหินหรือหยก จะรุ่งเรืองหรือตกต่ำให้คุณค่าของสิ่งนั้น ให้คุณค่าของคนเป็นผู้ตัดสิน

      ไหมแดงหลายสิบผืนถูกคลายออกภายในนั้นกล่องนั้นแท้จริงกลับว่างเปล่ามาแต่แรก “กล่องนี้มีหินเพราะอี้ฟู่เข้าใจว่ามันมี แต่แท้จริงแล้วเป็นท่านคิดระแวงไปเอง อี้ฟู่...ท่านเปลี่ยนคุณค่าของสิ่งต่างๆ ตามแต่ใจท่านกำหนดไม่ได้ นั่นคืออัตตาว่าตนรู้ทุกสิ่ง เข้าใจว่ามีแต่ที่แท้กลับว่างเปล่า...เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้เอง”

       ซื่อหม่าเซี่ยงหรูทอดสายตามองกล่องที่ว่างเปล่านั้นสลับกับใบหน้าของศิษย์รัก ครู่หนึ่งถึงถอนหายใจยาว

       “....ข้าแพ้แล้ว”

มอบสุราซีเฟิ่งปลอบใจอาจารย์

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ถานเซี่ย
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ผ้าคลุมเอ้อเทียน
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ปลอกสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
พยัคฆ์หงลู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x1
x4
x2
x7
x5
x30
x300
x9999
x1
x9
x1
x41
x1
x4
x144
x1
x3
x2
x1
x2
x7
x2
x14
x42
x4
x40
x365
x36
x195
x18
x176
x28
x3635
x50
x2
x70
x202
x76
x1456
x7
x23
x453
x40
x853
x100
x3
x210
x168
x4022
x82
x29
x307
x1501
x1211
x205
x5257
x81
x55
x364
x472
x3
x30
x48
x70
x99
x1
x5
x1
x440
x80
x2375
x20
x700
x120
x1
x111
x4
x9999
x396
x2
x17
x264
x574
x4200
x3837
x5
x770
x230
x70
x421
x1002
x899
x38
x109
x1
x170
x8
x5170
x270
x44
x10
x2
x6
x7
x14
x22
x9
x390
x5657
x174
x1990
x199
x12
x3877
x9
x22
x3312
x3
x9
x518
x204
x7
x9
x147
x16
x6
x198
x715
x6
x16
x56
x368
x59
x3
x101
x5
x12
x2
x3
x142
x1
x3
x1
x513
x100
x25
x514
x456
x339
x2294
x562
x6439
x2
x7
x5
x283
x3793
x4350
x540
x743
x9
x264
x806
x110
x300
x50
x602
x600
x9999
x11
x781
x9999
x7244
x5914
x1260
x400
x67
x126
x1
x1468
x30
x1996
x958
x213
x50
x1
x267
x639
x383
x151
x397
x1698
x1060
x1935
x7040
x1734
x3427
x1364
x2890
x652
x1022
x1699
x1676
x304
x42
x1
x29
x1259
x989
x33
x1
x6734
x4365
x67
x300
x70
x98
x388
x802
x60
x577
x172
x300
x18
x244
x157
x8
x65
x30
x9999
x105
x260
x570
x164
x25
x31
x251
x858
x101
x281
x4945
x1958
x472
x10
x20
x25
x99
x9783
x10
x120
x2341
x111
x758
x176
x2
โพสต์ 2018-3-4 20:48:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-3-4 20:49

สถานที่พักผ่อนยามค่ำคืน
                ศาลาใจกลางเมืองในยามวิกาลเงียบสงบไร้ผู้คนเป็นอีกครั้งที่เหวินเหวินเลือกที่จะเดินออกมาเปิดหูเปิดตาในยามนี้มันช่วยอะไรไม่ได้ก็ในเมื่อก่อนหน้านี้ตัวเหวินเหวินเองกว่าจะออกจากกะก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนในต้าฮั่นตื่นกันพอดี

                พอรู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในยามเย็นของวันนี้เสียแล้ว

                “เฮ้อ..

                เสียงถอนหายใจดังขึ้นขณะที่ตนเองเดินไปนั่งศาลาใจกลางเมืองพร้อมตะเกียงที่นำแสงสว่างให้ทุกอย่างดูไม่เว้งว้างจนเกินไปแมวป่าตัวเติมที่เหมือนจะยอมรับตนเป็นเจ้าของแล้ว เมื่อมาถึงกลับวิ่งหายเข้าไปในความมืดเอาเสียอย่างนั้นมีสองทางที่แมวป่าตัวนี้จะกลับมาหาเขาหรือเจอสถานที่ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ก็อาจจะไม่กลับมาเลยก็ได้

                แต่ถ้าไม่กลับมาก็คงจะเหงาแย่เลย…

                เหวินเหวินบิดขี้เกียจแล้วนอนตรงบริเวณที่นั่งศาลานั้นอย่างไม่เกรงใจใครก็ในเมื่อมันไม่มีอะไรให้เกรงใจแล้วเขาก็ไม่ต้องห่วงอะไรหรอกผมดำยาวที่ถูกปล่อยเป็นอิสระยาวแผ่ไปทั่ว เจ้าตัวจับผมนั้นขึ้นมามองเล็กน้อย

                ผมสีดำนี้ดูไม่เด่นเหมือนบางคนเลยแฮะ

                คิดพลางมองสวนที่นี่ในยามวิกาลทำให้รู้สึกถึงความอ้างว้างที่มากอบกินเข้าไปเรื่อยๆเหวินเหวินนอนพลิกตัวไปมาสักครู่เพื่อหาจุดที่นอนสบายแล้วก็มองไปยังจุดที่แมวป่าของเขาหายลับไปตั้งแต่ตอนก้าวเข้ามา

                พอไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆก็ไม่อยากจะคิดว่าอาจจะหนีหายไปเลย

                แมวป่าตัวนั้นเพราะคิดว่าตามมาเพราะอยากเล่นด้วยเฉยๆเลยไม่ได้ตั้งชื่อเอาไว้เผื่อว่ามันจะเจอของเล่นที่สนุกกว่าเขา แล้วจะหนีห่างออกไปจะได้ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์ให้มาก

                ถ้าตั้งชื่อได้จะตั้งว่าอะไรดีล่ะ

                เหวินเหวินนอนคิดอยู่ที่นี่พักใหญ่ๆนัยต์ตาสีน้ำตาลที่เหม่อมองจับจ้องเพดานศาลาก็เริ่มจะปิดลงเรื่อยๆทั้งๆที่พึ่งตื่นแท้ๆแต่เพราะความเงียบที่เข้าครอบคลุมไปทั่วบริเวณทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอยากนอนต่ออีกสักนิด

                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ที่เหวินเหวินเลือกที่จะนอนที่นี่เพียงชั่วครู่เสียงแมวป่าที่มาปลุกตนพร้อมกับอุ้งเท้าที่ตบๆหน้าตนจนทำให้เจ้าตัวลุกขึ้นบิดขี้เกียจพอคิดว่าดันหลับในสถานที่ที่ไม่ควรหลับเข้าเสียแล้ว

                แมวป่าตัวเดิมถูกอุ้มมาวางไว้บนตักแล้วลูบมันอย่างเบามือเสียงครางหลังจากที่ถูกลูบคอดังขึ้นทำให้เหวินเหวินรู้ว่าแมวตัวนี้ไม่ต่างจากแมวทั่วไปสักเท่าไหร่แค่มีสัญชาติญาณนักล่ามากกว่าเท่านั้นแหละ เสียงหัวเราะหึหึในลำคอดังขึ้นเมื่อเห็นแมวตัวนั้นหลับตาพริ้มใส่ตนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                คิดว่าจะหายไปแล้วซะอีก

                “หายไปตั้งนานเจ้าไม่มีอะไรมาเป็นของฝากให้ข้าบ้างหรือ

                ถึงจะถามไปอย่างนั้นก็ไร้เสียงตอบรับใดๆจากสัตว์ตัวนี้ของเขาเหวินเหวินลูบหูแหลมๆนั้นเหมือนกับว่าพิจารณาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนพอไม่นึกถึงตอนเจอกันครั้งแรก ก็ถือว่าเป็นแมวที่น่ารักตัวหนึ่งที่เขาเจอมานั่นแหละ

                สองมือเรียวอุ้มแมวที่นอนขดในตักตนขึ้นชูเพียงไม่ทันไร อุ้งเท้าเล็กๆนั้นก็คว้าเอาผมตนไปด้วยจนดูยุ่งเหยิงติดกับกรงเล็กแหลมๆนั้นเหวินเหวินหัวเราะออกมาก่อนจะวางแมวลงและดึงผมตนออกจากกรงเล็บนั้นทันทีแมวตัวนั้นเมื่อถูกวางไว้บนตักอีกครั้งกลับไม่อยู่นิ่งเหมือนครั้งแรกแล้ว

                สี่เท้าโดดลงถึงพื้นศาลาแล้ววิ่งนำออกจากบริเวณศาลาใจกลางเมืองทันทีเหวินเหวินที่เห็นดังนั้นก็รีบลุกตามเพื่อนของตนไปติดๆถึงแม้จะรู้ว่าไม่ค่อยถูกกัน แต่ก็มีมุมที่น่ารักบ้างก็ทำให้เขาดีใจไปกับมันแล้ว

                คราวหลังจะตั้งชื่อให้ละกันนะ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x10
x50
x40
x50
x50
x5
x15
x15
x1
x10
x8
x8
x30
x5
x2
x100
x50
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x27
x50
x28
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x35
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x42
x42
โพสต์ 2018-4-12 21:35:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kingowen2 เมื่อ 2018-4-12 22:23

โรลอิสระ

ตอนนี้เฉินอี้ก็ได้มานั่งกินขนมอย่างสบายใจ ณ ศาลาใจกลางเมืองแห่งนี้ที่ตนเองกำลังกินขนมอย่างอร่อย ส่วนเจ้าม้านะหรือก็……….

ฮี่ ฮี่ ฮี่

"เจ้าม้าเงียบๆหน่อยสิข้ากำลังกินขนมชมวิวพักผ่อนอยู่นะเห้ย"

ตอนี้เฉินอี้กำลังรู้สึกขัดใจกับการกวนของเจ้าม้าที่มาทั้งเลียหน้ามาขโมยขนมไปกินหน้าตาเฉยหรือว่าการที่ ทำเสียงดังจนเฉินอี้ไม่เป็นอันนั่งเฉยๆได้

"เห้อ ยอมข้ายอมแล้วอยากไปไหนก็ไปแล้วมาเจอข้าที่นี้ละกันนะเข้าใจไหม"

ฮี่ ฮี่ ฮี่

เหมือนได้ยินเสียงสวรรค์มาโปรดเจ้าม้าหลังจากที่ได้ยินดังกล่าวก็ออกตัววิ่งหายไปกับฝูงชนที่กำลังเดินทางมาพักผ่อนยังสถานที่แห่งนี้นั้นเอง

"เห้อ ชอบเที่ยวจริงๆเลยนะเจ้านี้"

พร้อมกับที่เฉินอี้ที่ยังคงนั่งกินขนมของตนเองอย่างสบายใจนั้น ก่อนที่จะกินหมดนั้นก็มีเสียงหวานเสียงหนึ่งดังขึ้น

"เอ่อไม่ทราบว่าข้าขอนั้งตรงนี้ได้ไหมค่ะคุณชายถ้าท่านไม่ว่าอ่ะไร"

หญิงสาวรูปร่างเปราะบางร่างกายสมส่วนอายุแค่เพียง14-15กำลังตัวสั่นเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง

"เอ่อตามสบายเลยขอรับแม่นาง"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

หลังจากกล่าวขอเสร็จแล้วนางก็นั่งตรงข้ามกับเฉินอี้พร้อมมองดูธรรมชาติอย่างเพลิดเพลินหลังจากผ่านไปสักพักนั้น

"เอ่อไม่ทราบว่าแม่นางมาทำอะไรที่นี้หรือขอรับ"

"ห่ะเจ้าค่ะ"

"ขอโทษด้วยนะขอรับที่ข้าน้อยถามไปแบบนั้นแต่ว่าอายุแม่นางแค่นี้นั้นทำไมถึงมาที่นี้คนเดียวนะขอรับ"

"ออ ค่ะ คือตัวข้ามาเที่ยวเล่นนะเจ้าค่ะแล้วมารอท่านแม่กับท่านพ่อที่ไปซื้อของนะเจ้าค่ะ"

"ออ แต่เอ่อคือว่ามันค่อนข้างจะอันตรายนะขอรับที่มาที่นี้คนเดียวนะขอรับ"

"แหะๆไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะเพราะว่าเห็นแบบนี้ข้าน้อยก็ป้องกันตัวเองได้นะเจ้าค่ะ"

พร้อมกับที่แม่นางคนนั้นหยิบเอามีดสั้นออกมาจากเอวของนางพร้อมกับกวัดแกว่งโชร์ให้เฉินอี้เห็นอย่างชำนาญโดยที่ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่เชื่อว่าผู้หญิงตัวแค่นี้นั้นจะมีความสามารถนั้นในด้านเชิงมีดสั้นขนาดนี้

"สุดยอดเลยขอรับ ถ้าแม่นางมีฝีมือขนาดนี้ข้าน้อยก็ไม่กล่าวอันใดแล่วขอรับ"

"ฮิๆขอบคุณนะเจ้าค่ะที่เป็นห่วงข้า"

จนเฉินอี้นั้นสังเกตเห็นเหล่าผู้คนรอบข้างตนที่มาเป็นคู่ๆกันโดยส่วนใหญ่จะเป็นเหล่าผู้คนหนุ่มสาวไม่ก็เป็นคู่รักวัยสูงอายุที่มากันอย่างมากมาย

"พี่ชายท่านสงสัยหรือเจ้าค่ะว่าทำไมถึงมีแต่คู่รักกันที่มายังบริเวณนี้"

"อืมใช่แล้วล่ะขอรับข้าน้อยสงสัยยิ่งนักว่าทำไมมีแค่พวกเราที่มากันเดี่ยวๆเช่นนี้"

"คิคิคิ ก็สถานที่แถวนี้นั้นมันเหมาะที่คู่รักมักจะมาสวีทกันนะสิเจ้าค่ะ"

"ห่ะ.........."

พร้อมกับที่เฉินอี้นั้นนั่งคิดถึงความคิดของเด็กสาวตรงหน้าของตนเองที่คิดลึกซึ้งได้ถึงเพียงนี้ความคิดคำอ่านนั้นก้ก้าวหน้าถึงขนาดนี้

หรือว่าข้าจะมีผิดยุคสมัยเสียแล้วกระมังโดยไม่ทันสังเกตถึงเด็กสาวตรงหน้้าตนเองที่แอบมองตนอยู่หลังจากที่หญิงสาวตรงหน้าแอบมองเฉินอี้ได้สักพักนั้นก็เอ่ยกับเฉินอี้ว่า

"คิคิคิ พี่ชายคงคิดสิินะเจ้าค่ะว่าทำไมตัวข้านั้นถึงมีความคิดคำอ่านมากกว่าเด็กสาววัยเดียวกันก้เพราะว่าตัวข้านั้นสักวันจะต้องโตเป็นสาวแล้วออกเรือนแต่งงานไปกับชายหนุ่มสักคนที่ข้ารักเพราะแบบนั้นข้าก็ต้องเข้าใจบ้างสิเจ้าค่ะว่าอันใดเป็นอันใด"

หลังจากคิดแล้วเฉินอี้ก็เข้าใจเด็กสาวตรงหน้าตนเองมากขึ้นว่าความเข้าใจนั้นมาจากไหนรวมถึงความสามารถที่ต้องมีแต่ก็ยังมีบ้างอย่างที่ตนเองนั้นไม่เข้าใจว่าเด็กสาววัยแ่นี้ทำไมถึงต้องมี

"เอ่อ.....คือข้าน้อยก็ยังสงสัยอยู่ว่าทันนั้นจะฝึกวิชากระบี่หรือมีดสั้นเอาไว้เพื่อป้องกันตัวหรือขอรับ"

หลังจากฟังที่เฉินอี้กล่าวนั้นแม่นางคนนั้นก็คิดสักพักแล้วก่อนที่จะเรียบเรียงคำพูดต่อเฉินอี้

"ก็เพราะว่ายิ่งเป็นสตรีสิค่ะถึงต้องฝึกแบบนี้เพื่อป้องกันตัวเพราะยิ่งเราอ่อนแอและไม่ฝึกการป้องกันตวเราก็จะยิ่งโดนข่มเห่งรักแกสิค่ะ"

"จริงด้วยสิขอรับข้าน้อยคิดไม่ถึงจริงๆข้าน้อยขออภัยด้วยขอรับ"

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยกันอีกหลายเรื่องทั้งเรื่องอาหารหรือว่าเรื่องของชอบของกันและกันโดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกันไปในตัวเองนั้นเองหลังจากพูดคุยกันไปได้สักพักใหญ่นั้น

"เหม่ย หยวง กลับบ้านกันเถอะลูก"

พร้อมกับเสียงของชายวัยกลางคนที่มากับหญิงสาววัยกลางคนตะโกนเรียกหญิงสาวที่อยู่กับเฉินอี้

"เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ "

พร้อมกับที่แม่นางคนนั้นวิ่งออกจากศาลาพร้อมกับหันกลับมายิ้มพร้อมพูดกับเฉินอี้อย่างอารมณ์ดี

"ถ้างั้นข้าไปก่อนนะพี่ชาย"

"โชคดีนะขอรับ"

พร้อมกับที่ครอบครัวทั้งสามคนเดินทางกลับบ้านของตนโดยมีเฉินอี้นั่งมองอย่างมีความสุขถึงสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวสาวน้อยตรงหน้าตนที่มัความอบอุ่นกันเป็นอันมาก

"ถ้าเกิดข้าย้อนไปในวัยเด็กจะเป็นแบบนี้ไม่นะ"

พร้อมกับที่เฉินอี้นั่งคิดย้อยเวลาไปในช่วงเวลาที่ตนเองยังเป้นเด็กคงจะเหมือนครอบครัวน้องสาวตรงหน้าก็ไม่ปานอย่างแน่นอนครอบครัวที่อบอุ่นมีความสุขและยังมีความเป็นอยู่กันอย่างพอเพียงดูได้จากเสื้อผ้าที่สาวน้อยคนนั้นสวมใส่นั้นก็ดูรู้เลยว่าจะต้องมีราคามากแต่ว่ากลับทำเป็นเสื้อผ้าธรรมดาแค่นั้นไม่ได้เพิ่มลวดลายหรือว่าสลักทองอ่ะไรไว้รวมถึงมีดสั้นที่แม่นางคนนั้นเอามาด้ามจับทำจากเหล็กเนื้อดีที่ใครๆก็ดูออกแค่มองแค่แวบเดียวก็ตาม

"โชคดีนะน้องสาว"

พร้อมกับที่เฉินอี้ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
@Admin
JX009


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียทอง(หลวง)
กุหลาบสีทอง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x6
x10
x5
x12
x8
x1
x1
x2
x15
x57
x6
x26
x58
x100
x50
x6
x6
x1
x2
x1
x25
x40
x40
x437
x250
x22
x475
x10
x10
x91
x10
x1
x1
x4
x1
x92
x28
x1
x7
x100
x3
x5
x2000
x102
x141
x45
x50
x50
x10
x10
x35
x20
x20
x10
x34
x30
x20
x113
x5
x30
x80
x1
x20
x5
x30
x1277
x23
x1
x2
x50
x35
x100
x15
x30
x9
x1
x10
x5
x9
x1
x59
x9
x26
x1
x6
x116
x3
x130
x25
x570
x130
x43
x16
x30
x30
x10
x10
x26
x24
x199
x156
x110
x100
x1
x707
x50
x50
x109
x1565
x5
x1
x100
x20
x10
x8
x10
x11
x99
x30
x55
x50
x1
x50
x76
x2130
x2

61

กระทู้

548

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
679
เงินตำลึง
658
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
336

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
192
ความชั่ว
0
ความโหด
145
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2018-7-16 00:08:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2018-7-16 00:22

ช่วยเหลือผู้คน 1.3

        ไม่นานนักนักเดินทางหนุ่มกับเพื่อนสี่ขาของเขาก็เดินมาถึงศาลากลางเมื่องฉางอันด้วยความรวดเร็ว ณ เวลานี้นั้นก็เป็นช่วงเวลาบ่ายๆ เกือบเย็นๆ ผู้คนที่จึงมีไม่มากนักเป็นช่าวงเวลาที่เหมาะแก่การค้นหาสิ่งโดยไม่รบกวนใครเป็นอย่างยิ่ง “เอาละ โมริโอะ เราเริ่มตามหาสมุดบัญชีที่หายไปกันเถอะ……. เดียว...แกรู้ใช้มั้ยว่าหน้าสมุดบัญชีมันเป็นยังไง” เขากันไปถามคู่หูของเขา "แบ้กๆ!" มันก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วราวกับว่า เข้าใจสิ่งที่จะหาเป็นอย่างดีแล้ว “ดีมาก!” ยูตะกล่าวชมมันเล็กน้อยก่อนที่ลูบหัวมันสักหนึ่งที่ ก่อนพวกเขาจะเริ่มทำการค้นหาขึ้น

        “อืม…….” ยูตะค่อยๆ เริ่มค้นภายในศาลนั้นไปที่ละส่วนๆ ไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อนมากนัก เพราะว่าจะได้ไม่ตกหล่นตรงไหนไป ตรงส่วนที่เข้าไม่สามารถเข้าไปนั้นเขาก็ส่งเจ้าโมริโอะเข้าไปหาแทนเขาได้ “เป็นไงเจออะไรบ้างมั้ย” ยูตะกล่าวถามเจ้าเพื่อนยากของเขาที่พึงมุดออกมาจากใต้ม้านั้ง มันก็ทำได้แต่เพียวสายหน้าไปมาเท่านั้น “งั้นหรอ ไม่มีอะไรสินะ ไม่เป็นไรข้าว่ามันจะต้องอยู่ในบริเวนนี้แน่ๆ จากปากคำที่แม่นางเล่ามา” ชายหนุ่มพูดกับเพื่อนของเขาก่อนที่จะเริ่มค้นหาภายในศาลาต่ออีกกรอบ

        เขามองไปรอบๆ ภายในศาลาอีกครั้งหลังจากที่รอบที่แล้วเขาค้นหาบริเวณทั่วๆ ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ยังไม่สิ่งที่สมควรจะเป็นสมุดบัญชีที่หายไปเลยแม้แต่น้อย รอบนี้เขาจึงตัดสินใจที่ไปหาตามซอกมุมต่างๆภายในศาลาอีกครั้ง เพื่อว่ามันจะตกหล่นอยู่แถวนั้นบ้าง “อยู่ตรงนี้รึเปล่านะ….” ชายหนุ่มบ่นพึมพัมไปเรือยระหว่างค้นหา “อะ หรือว่าจะแอบอยู่ตรงนี้….ก็ไม่….” เขากล่าวออกมาอย่างเศร้าใจ “แล้วทางนั้นเป็นอย่างไรบ้างละ" เขาหันไปกล่าวกับเจ้าขนปุ่ยสี่ขาที่กำลังหาอย่างขะมักเขม้น “โห รึว่าแกจะหาอะไรเจอแล้ว!!” ชายหนุ่มกล่าาวออกมาอย่างอย่างดีใจก่อนที่จะเดินไปหาโมริโอะอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็มุดออกมาจากซอกพร้อมคาบอะไรบางอย่างออกมา

          “โห รึว่านี่จะเป็น!!!” ยูตะกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นก่อนจะรีบบอกให้เจ้าโมริโอะปล่อยสิ่งนั้นลงให้เจ้านายของมันดูอย่างภาคภูมิใจ “กระดูก…….” ยูตะถึงกับเอามือกุมหน้า "เดียวนะ อย่างบอกนะว่าที่ผ่านมา แกคิดถึงแต่เจ้านี่อย่างเดียวมาโดยตลอด......"  เขากล่าวออกมาก่อนที่จะได้แต่คิดต่อในใจว่าตัวเขานั้นและที่ผิดเอง ที่ไปคาดหวังอะไรจากเจ้าตัวหน้าขนนี้ แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะลูบหัวเจ้าโมริโอะอย่างเอ็ดดู

       “ถ้าข้างในมันไม่มีแล้วละก็ อืม…… สงสัยจะต้องลองดู รอบๆ ศาลาซะแล้วละมั้ง” ชายหนุ่มบ่นพึมพัมออกมาอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มเดินไปเดินมาเดินรอบๆ ศาลาดูว่าที่ไหนบ้างที่พอตกสมุดบัญชีหล่นหายไปได้ และเมื่อเขามองดูรอบๆนั้นก็พบว่ามันค่อนข้างกินพื้นที่มากเลยที่เดียว แต่ยูตะก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเยอะมากมายอะไร ก็เพียงแต่ว่า เขาได้ศูนย์เสียเพื่อนร่วมทีมในการค้นไปเสียแล้ว หางตาของชายหนุ่มได้จับจ้องไปยังเจ้าตัวสีขาขนปุยที่กำลังนอนแทะกระดูกอย่างสบายใจไปแล้ว “มะ หาคนเดียวก็ได้” ชายหนุ่มที่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ทำได้เพียงยักไหล่ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนทีจะเริ่มค้นสมุดบัญชีที่หายไปต่อเพียงลำพัง

        “เอาละ เริ่มจากตรงไหนก่อนดีละ” ว่าแล้วเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ พื้นนั้นอีกคร่าหนึ่งโดยประเมินจากพื้นที่ที่แสนกว้างไกลนั้นแล้ว เริ่มจากจุดที่ใกล้ๆกับศาลาก่อนน่าจะเป็นการดีที่สุด เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็ไม่รีรอที่จะเริ่มทำการค้นในทันที เขาเริ่มตามหา ตามพุ่มไม้ต่างๆ หรือไม่ว่าจะเป็นม้านั้งแถวนั้น ซอกข้างกระถางต้นไม้ บนบนม้านั้ง จริงแล้วๆ เขาหาทุกที่เล็กพอ สมุดบัญชีจะตกลงไปได้นั้นและ แต่เขาก็ยังไม่พบอะไรที่ใกล้เคียงกับสมุดบัญชีนั้นเลย แม้แต่น้อย

        “อืม…….ว่าแต่ พอลองหาดูจขนาดนี่แล้วยังไม่เจอเนี้ย ชักเริ่มสงสัยแล้วมันหายไปจริงๆรึเปล่า…. หรือถูกทำให้หายกันแน่นะ” ยูตะบ่นพึมพัมออกมา เหมือนเขาจะคิดอะไรบ้างอย่างออกแต่ว่าเขาก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย เพราะว่ามันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากไปอีกเท่าตัว แต่สิ่งที่ทำได้ก็มีแต่ภาวนาให้เขาหามันเจอเท่านั้น “แต่ว่าถ้าเป็นสมุดบัชีของลูกค้าคนสำคัญละก็ มันก็ควรจะมีเล่มสำรองไม่ใช้รึไงนะ” แล้วเขาก็ยังคงบ่นพึมพัมต่อไปตามประสาคนขี้บ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอยิ่งเริ่มรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ เข้าไปอีก เขาก็ยิ่งอดใจไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

        จนแล้วจนรอดเขาก็ยังคงหาสิ่งที่ต้องการไม่เจอ จนเขารู้สึกได้ว่านี้ก็กินเวลาหามาพอสมควรแล้ว จะพักสักหน่อยจะเป็นอะไรไป ว่าแล้วเขาก็หาม้านั้งในศาลาแถวๆ นั้น ก่อนที่จะก็นั้งลงพร้อมกับถอนหายใจออกมา “หรือว่าถ้าลองทำตามโดยการงีบดูแล้วจะหาเจอกันนะ” ยูตะที่คิดได้อย่างงั้นก็ล้มตัวลงนอนที่ม้านั้ง แล้วก็หลังตาในทันใด….

       “งืมๆ งืมๆ” หลลังจากที่ชายหนุ่มงีบไปสักพักเล็กๆ เขาลุกขึ้นมาจากม้านั้งอีกครั้ง พร้อมกับหัวเราะให้ตัวเองว่ากำลังทำบ้าอะไรอยู่ “ถ้าทำแบบนี้แล้วเจอมันก็คงจะดีนะสิ…” เขากล่าวออกมาาพำร้อมกับยิ้มแห้งๆ ก่อนที่เจ้าโมริโอะจะเดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับเศษกระดาษเล็กในปากของมัน “หืม???” ชายหนุ่มร้องออกมาอย่างสงสัยก่อนที่จะดึงเศษกระดาานั้นออกมาดู ก่อนที่จะพบว่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของสมุดบัญชี “รึว่า….แกหาต่อตอนที่ข้าหลับไป….” ยูตะกล่าวออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง "แบ้กๆ!" มันก็เพียงตอบกับมา ก่อนที่จะทำท่าเหมือแนว่าจะพาไปที่ไหนสักแห่ง “อย่าบอกนะ ว่าแกจะดมกลิ่นมันได้ด้วยอย่างงั้นหรอ!!” ยูตะรีบลุกขึ้นและเดินตามมันไปในทันที "แบ้กๆ!" ส่วนเจ้าเพื่อนยากนั้นก็เดินหน้าไปอย่างว่องไว จนชายหนุ่มก็ได้เพียงคิดในว่ามันจะพาไปถึงไหนกันนะ….

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19