ดู: 823|ตอบกลับ: 19

{ เมืองฉางอัน } ศาลาใจกลางเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-5 00:25:01 |โหมดอ่าน



ศาลาใจกลางเมือง

{  เ มื อ ง ฉ า ง อั น }








【ศาลาใจกลางเมือง】
ศาลาที่พักผ่อนหย่อนใจของเหล่าผู้คนในฉางอัน เพลิดเพลินกับสวนหย่อมงดงามรอบข้าง รวมถึงยังมีเสียงของเหล่านกสาริดาดงนั้นขับขานบทบรรเลงดนตรีให้ได้ยลยิน ประสานเสียงนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ
เป็นสถานที่งดงามและเงียบสงบเหมาะสำหรับเหล่าคู่รักที่จะมานั่งพลอดรักกัน
หรือสำหรับคนที่พึ่งโศกเศร้าในความรักให้มานั่งพักใจกัน.. แต่อย่าหวังว่ามันจะทำใจง่าย


**ขอความร่วมมืออย่าทำอะไรลับในพงหญ้า - เคารพสถานที่กันด้วย!!!**



โพสต์ 2017-8-7 23:25:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-8-8 12:51

     ภายหลังจากต่อบทเรียนเสร็จแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อจึงบอกบิดาของตนว่าจะขอออกไปเดินเล่นข้างนอกเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ เขาเดินออกจากบ้านอย่างเร่งรีบ คนในบ้านล้วนแปลกใจกันทุกคนกับท่าทีและอาการของคุณชายของพวกเขา ตามจริงเขาเองไม่ใช่ไม่อยากพูดแต่เพราะกลัวพูดออกไปจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เขารู้สึกสงบก็ตอนเป็นไข้เมื่อคืนที่ผ่านมาอย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยตอบคำถามใคร เขาเดินพ้นเขตบ้านออกมาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาพอสมควรดังนั้นเขาจึงผ่อนความเร็วของฝีเท้าของตัวเองลง สำหรับที่นี่แล้วไม่มีที่ไหนในนครหลวงที่ตัวเขาจะไม่เคยเดินผ่าน ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยได้วิ่งเล่นกับเพื่อนๆชวนให้ตัวเขาคิดถึงอยู่ไม่น้อย แต่ละย่างก้าวที่เดินผ่านสถานที่อันคุ้นเคยก็ย่อมทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ณ สถานที่แห่งนั้นเมื่อวัยเด็กพวกเขาได้ทำอะไรลงไป กับตัวเองแล้วไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเจออะไรขอเพียงได้ทำสิ่งที่ปราถนาแล้วตนเองก็ไม่เสียใจ
     หลี่เซี้ยนเจ่อเดินมาเรื่อยๆจนถึงศาลาของเมืองที่ถูกสร้างไว้อย่างวิจิตงดงาม ยามนี้คงไม่มีใครนั่งเล่นเหมือนดั่งเช่นตัวเองในเวลานี้ เขาเดินไปนั่งแล้วมองขึ้นยังท้องฟ้าที่มีหมู่ดาวมากมายลายล้อมอยู่ สิ่งหนึ่งที่เขาคิดในเวลานี้คือคนที่เขาคิดถึงและจากเขาไปตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่หรือเป็นอย่างไรบ้าง ในใจของเขาตอนนี้หากเขาเลือกที่จะหนีไปกับไป๋หลานเขาก็คงอาจจะมีความสุขกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ได้ หากแม้เพียงยอมรับนางเพียงนิดเขาก็คงไม่อึดอัดใจอยู่เช่นนี้ หลี่เซี้เยนเจ่อยังจำได้ว่าเมื่อครั้งเขายังเป็นหนุ่มเจ้าสำราญได้เดินผ่านและแอบชอบกับลูกสาวของเถ้าแก่จ้าวจริง แต่นั้นมันก็คงไม่ทำให้ตัวเขาสะเทือนใจเท่ากับต้องพรากจากคนรักที่ครั้งหนึ่งเคยลำบากมมาด้วยกันในช่วงเวลาสั้นๆ
   "ไป๋หลาน เจ้าอยู่ไหนกัน? ข้าคิดถึงเจ้ามากนะ และข้ารู้สึกผิดต่อเจ้าเช่นกัน" เพียงชั่วครู่ที่หลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยรำพึงถึงอดีตก็ได้มีลมพัดผ่านเข้ามาในศาลาที่เขานั่งอยู่
    "หากแม้ว่าข้าได้เป็นขุนนางแล้วไซร้ ก็ขอให้โชคชะตานำพาเราสองให้ได้มาพบกันด้วยเถิด" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วลุกขึ้นเดินไปยังหน้าศาลา ยามนี้จะมีใครบ้างหนอที่เข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของเขาได้ ใครบ้างที่จะบอกเขาได้ว่านับจากนี้เขาควรทำเช่นไร     หลี่เซี้ยนเจ่อยืนรับลมและชมทิวทัศน์ได้สักพักหนึ่งก็เตรียมตัวที่จะเดินทางกลับไปยังบ้านของตน จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้คนตะโกนขึ้นมาขณะที่เดินทางกลับบ้าน
   "พวกเจ้ารู้อะไรไหม? ตอนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นที่ตลาดใหญ่แล้ว"
   "เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ไหนบอกหน่อยสิ"
   "ก็อยู่ดีๆ ข้าเห็นว่ามีหญิงสาวชาวโหรวหรานถูกลูกขุนนางฉุดไปน่ะสิ"
     เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อได้ฟังดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตรงไปที่ตลาดทันที
@Admin








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -3 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -3 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-8-15 22:47:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     บ่ายคล้อยของเมื่อวานหลี่เซี้ยนเจ่อละมือจากการจับพู่กันและกระดาษแล้วถือกระมือของตนออกร่ายรำที่ลานกว้างหลังบ้าน ยามตวัดและกวัดแกว่งในทุกท่วงท่าล้วนต้องมีสมาธิและปล่อยให้ร่างกายและใจผสานเป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธในมือ ในใจของหลี่เซี้ยนเจ่อจึงอดคิดเพียงชั่วครู่ไม่ได้ว่ามันนานแค่ไหนแล้วที่ตัวของเขาเองไม่ได้ผ่อนคลายถึงขีดสุดแบบนี้ แต่ถึงกระนั้นการที่เขาห่างหายไปจากการซ้อมกระบี่ร่างกายจึงมีอาการเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ส่วนหลี่เหม่ยหลินเห็นพ่อบ้านบอกว่าไปเดินหมากล้อมอยู่กับท่านแม่ จึงทำให้ในช่วงค่ำเขาแวะไปตรวจเยี่ยมร้านน้ำชาแทนบิดาแล้วอยู่ทานข้าวที่นั้นเลยจากนั้นกลับบ้านมาก็เดินตรงเข้าห้องของตัวเอง
     ค่ำคืนนี้หลี่เซี้ยนเจ่อจึงอออกมาเดินเล่นที่ศาลากลางเมือง เขานั่งอยู่ในศาลาในมือถือตำราปรัชญาเม่งจื๊อที่เขาเพิ่งไปซื้อมาใหม่ หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นเดินไปนอกศาลาเอามือทั้งสองไขว้หลังจากนั้นก็เงยหน้าดูท้องฟ้าที่คราคร่ำไปด้วยหมู่ดาวและพระจันทร์ จึงทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาสอบจนได้เป็นขุนนางแล้วไม่ว่าจะตำแหน่งไหนย่อมหมายถึงภาระและหน้าที่ซึ่งเขาก็ยังประกันให้ตัวเองไม่ได้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน หลี่เซี้ยนเจ่อลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา หากวันนั้นเขาตัดสินใจยอมขัดใจท่านพ่อแล้วไปอยู่กับไป๋หลาน วันหนึ่งหากเขาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้ท่านพ่อคงจะยอมรับเขามากกว่านี้ เพียงสตรีหนึ่งเดียวเขาก็ยังมิอาจที่จะปกป้องนางได้แล้วเรื่องนับต่อจากนี้เขาจะรับมืออย่างไร
   "ขอเพียงได้พบหน้าอีกเพียงครั้ง ข้าสัญญาว่าจะยินอธิบายทุกอย่างให้เจ้าฟัง สัญญาว่าจะตามใจเจ้าทุกอย่าง" หลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
     หลังจากที่ยืนดูดาวอยู่ได้สักพักหลี่เซี้ยนเจ่อก็เริ่มเปิดตำราแล้วก็เปิดไปเจอบทเปรียบเทียบในหลักการปกครองระหว่างเม่งจื๊อกับขงจื๊อ ซึ่งมีด้วยกันสี่ประการ โดยเม่งจ๊อเชื่อว่าหลักการปกครองที่ดีคือ "ประชาชนมีฐานะสูงสุดในบ้านเมือง ส่วนนักปกครองมีความสำคัญน้อยที่สุด"
"ประการแรก การที่จะคงอำนาจขององค์จักพรรดิไว้ได้คือ การผูกมัดจิตใจของประชาชน หนทางเทียวที่จะผูกมัดจิตใจของประชาชนไว้ได้คือ จงให้ในสิ่งที่ประชาชนชอบและอย่างบังคับในสิ่งที่ประชาชนฝืนใจเกลียดชัง
  ประการที่สอง เม่งจื๊อมอบหมายให้ประชาชนและรวมทั้งเสนาบดีทั้งหลายมีสิทธิที่จะขับไล่ผู้ปกครองที่เป็นคนเลวทราม ส่วนขงจื๊อกำหนดความสัมพันธ์อันมั่นคงถาวรระหว่างประชาชนกับผู้ปกครองบ้านเมืองไว้เท่านั้น
ขอให้ผู้ปกครองบ้านเมือง จงปกครองบ้านเมือง เสนาบดีจงเป็นเสนาบดี บิดา จงเป็นบิดา และบุตรจงเป็นบุตร(ปกิณกะของขงจื๊อ)
  ประการที่สาม ถึงแม้ว่าขงจื๊อและเม่งจื๊อยอมรับความคิดที่ว่าการปกครองที่ดีนั้นต้องอาศัยความดีงามทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจเหมือนกันก็ตาม เม่งจื๊อก็ยังมีความคิดที่มุ่งหมายเฉพาะเจาะจงมากกว่าขงจื๊อผู้เป็นอาจารย์ของเขา ด้วยเหตุนี้สำหรับเม่งจื๊อแล้วการกล่างแต่เพียงว่า ควรจะทำให้ประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว จัดให้มีการศึกษานั้นก็ยังไม่เพียงพอ
  ประการสุดท้าย เม่งจื๊อถือเอาหลักความดีเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เป็นระบบศูนย์กลางของปรัชญาทั้งหมดของตน ส่วนขงจื๊อถือเอาแต่เพียงมนุษยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ" หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อได้อ่านจบลงแล้วก็ยกมือขึ้นลูบเคราและหลับตาลง หลายวันมานี้เขาอ่านเพียงหลักปรัชญาของเหล่าปราชญ์เน้นหนักจนสมองของเขาต้องผ่อนคลายอยู่เป็นระยะ เมื่อเสร็จสิ้นการอ่านหนังสือแล้วเขาลุกขึ้นเดินออกจากศาลาแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน ในใจเพียงคิดถึงการนอนหลับบนเตียงให้ห้องของตนเท่านั้นในยามนี้
@Admin




แสดงความคิดเห็น

เส้นทางอาชีพขุนนาง Day 3 : คงเหลือ 3-Day   โพสต์ 2017-8-15 23:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

1248

กระทู้

4432

โพสต์

64หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1913507
เงินตำลึง
240457
ชื่อเสียง
268342
ความหิว
2689

ใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
24260
ความชั่ว
8465
ความโหด
51981
ปลาทองจวนอ๋อง♦หวั่งเหยียน
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-3-3 18:06:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-9-25 16:00

ระทึกขวัญวันเทศกาล

101
{ โรงเรียนหลวง6 }
คุณค่าแท้ คุณค่าเทียม


✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

       “หลิงเฮ่า...เจ้าชวนข้าออกมาที่นี่….คิดเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีไหนอีก?”

       ศาลาชมวิวนครฉางอันมีผู้คนบางตาเนื่องจากยังคงเป็นเวลารุ่งสางและอยู่ในช่วงเทศกาลหยวนเซียว ประชาชนนิยมอยู่กับครอบครัวไม่ใช่ออกมาตากน้ำค้างกันแต่เช้าเช่นพวกเขา ยอดกวีเอกปรายตามองผู้ศิษย์ ที่แต่ไหนแต่ไรมามีแต่จะขอ ‘นอนต่อ’ วันดีผีคุ้มอะไรถึงลุกมาปลุกเขาตั้งแต่ไก่ตัวผู้ยังไม่ทันโก่งคอขัน แล้วลากมานั่งจ้องหน้ากันกลางสวน

       “อี้ฟู่...ข้ามีของขวัญให้ท่าน” นักกวีผมเงินยกเอากล่องสลักลายมาวางลงบนโต้ะ แต่ขณะที่ซื่อหม่าเซี่ยงหรูคิดเปิดออกนั้นก็ถูกยับยั้งเสียก่อน “ก่อนเปิดออกดู...หลิงเฮ่ามีเรื่องหนึ่งจะเล่า”

       ยอดกวีพยักหน้ารับเริ่มปลิดองุ่นในแขนเสื้อโยนใส่ปาก

      หลิงเฮ่าประสานมือหลวมๆ เอนพิงแนวไม้ที่เกาะเกี่ยวตามศาลา ลมยามเช้าพัดต้องชายเสื้อรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปทั้งตัว อคติของท่านพ่อบุญธรรมลดลงไปมากแล้ว เหลือก็แต่เพียงอัตตาในตัว การขจัดที่ดีที่สุดนั่นคือชี้ให้คนผู้นั้นเห็นข้อผิดพลาดในตัวเอง…. ริมฝีปากสีกุหลาบเริ่มต้นเล่าเรื่องราวอีกครั้ง

       “มีชายโง่ชาวรัฐซ่งผู้หนึ่งเก็บก้อนหินที่มีลวดลายสวยงามได้ก้อนหนึ่งจากทางด้านตะวันออกของหวูไตเขตเขาเอี้ยนซาน เขาเข้าใจว่าหินก้อนนั้นเป็นอัญมณีมีค่าที่หายาก จึงนพผ้าแดงมาห่อรวมสิบชั้น แต่เขาก็รู้สึกว่ายังไม่ดีพอ จึงทำกล่องไม้ที่สลักลวดลายสวยงามมาใส่เป็นชั้นๆ รวมสิบกล่องด้วยกัน” นัยน์ตาสีอำพันเล่าไปก็จดจ้องกล่องที่อยู่ตรงหน้าไปพร้อมกัน ผู้ฟังเอ่ยขัด “เหอะ...งี่เง่า” องุ่นถูกส่งเข้าปาก ซื่อหม่าเซี่ยงหรูกลอกตาไปทางอื่น เห็นทีเรื่องนี้จะน่าเบื่อ...

       “ต่อมามีพ่อค้าอัญมณีคนหนึ่งมาจากรัฐโจว เมื่อทราบข่าวนี้เขาก็มาหาเพื่อขอดูก้อนหินที่มีค่าก้อนนั้น” ซื่อหม่าเซี่ยงหรูไม่กล่าวอันใดต่อ กลึงองุ่นผลเขียวในมือเล่น สายตาทั้งสองคู่ยังจดจ้องกล่องสลักลายเบื้องหน้าตน “เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีค่าล้ำเลิศจริงๆ ชายเจ้าของหินจึงจัดพิธีรีตรองก่อนจะเปิดออกให้พ่อค้าชม โดยตนเองอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อนแล้วสวมเสื้อผ้าสวมหมวกที่สวยงามสะอาดตา หลังจากนั้นจึงหยิบเอากล่องที่ใส่ก้อนหินออกมาอย่างทะนุถนอมเป็นพิเศษ ค่อยๆ เปิดกล่องออกทีละกล่องและคลี่ผ้าไหมสีแสดออกทีละชั้นๆ อย่างช้าๆ จนปรากฎให้เห็นก้อนหินนั้น”

       นี่คือการกระทำอย่างคนโง่เขลา หรือเป็นเพราะ….ความไม่รู้?

        “พอพ่อค้าอัญมณีเห็นเข้าก็หัวเราะ บอกเขาว่า ‘นี่เป็นเพียงหินก้อนหนึ่ง เหมือนกับกระเบื้องแตก ไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย’ ชายผู้นั้นฟังแล้วโกรธมาก เข้าใจว่าคนอื่นอิจฉาตาร้อนที่เขามีอัญมณีอันมีค่านี้ จึงพยายามพูดเพื่อให้ค่าของมันตกต่ำ หลังจากนั้น เขาก็ยิ่งเพิ่มความสนใจในการเก็บรักษาและยิ่งถนอมหินก้อนนั้นมากยิ่งขึ้น” เรื่องราวจบลงหลิงเฮ่าเลื่อนกล่องไปตรงหน้าอาจารย์ของตนแทนนัยว่าให้เปิดออก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมเปิด

       “เจ้าคิดใช้หินก้อนนั้นมาทดสอบข้า? คิดว่าข้าเป็นชายโง่ผู้นั้นที่แยกไม่ออกกระทั่งหินหรือหยก?” ซื่อหม่าเซี่ยงหรูเอ่ยเสียงเครียดเมื่อยื่นมือออกไปเปิดแล้วเจอผ้าไหม้แดงห่อหุ้มไว้หลายชั้น นักกวีเสิ่นส่ายหน้าช้าๆ ยกปลายนิ้วเรียวค่อยๆ คลี่ผ้าไหมออกทีละชั้น “กล่องสิบชั้น ไหมสิบผืนที่สวยงามย่อมไม่สามารถจะทำให้หินก้อนกลายเป็นอัญมณีที่มีค่าขึ้นมาได้ นัยเดียวกับบุคคลที่มีค่าทางสังคมและในจิตใจของแต่ละคน บรรทัดฐานถูกกำหนดโดยคุณลักษณะนี้ แต่ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปตามเจตนารมณ์ของคนที่ต้องการจะให้เป็น คุณค่าไม่อาจตัดสินได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คนโดยเฉพาะ...ผู้คนสามารถมองผิดพลาดได้”

       ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นในน้ำมือของใคร เมื่อใดก็ได้ ทำไมจึงต้องกล่าวโทษว่าเพราะเป็นสตรีจึงผิดพลาด การแบ่งแยกไม่ได้ช่วยให้สิ่งใดดีขึ้นแต่คือการตัดกำลังที่ควรจะมีทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

       “สิ่งที่จริงแท้ ความดีงามนั้นย่อมกลั่นกรองมาจากการปฏิบัติทางภววิสัย ส่วนสิ่งที่ปลอมชั่วและอัปลักษณ์นั้น ถึงจะตบแต่ง ยกย่องสรรเสริญอย่างไร โฉมหน้าที่แท้จริงของมันจะต้องปรากฏออกมาไม่ช้าก็เร็ว และก็ถูกคนหัวเราะดังเช่นชาวรัฐซ่งผู้นี้แน่นอน” จะหินหรือหยก จะรุ่งเรืองหรือตกต่ำให้คุณค่าของสิ่งนั้น ให้คุณค่าของคนเป็นผู้ตัดสิน

      ไหมแดงหลายสิบผืนถูกคลายออกภายในนั้นกล่องนั้นแท้จริงกลับว่างเปล่ามาแต่แรก “กล่องนี้มีหินเพราะอี้ฟู่เข้าใจว่ามันมี แต่แท้จริงแล้วเป็นท่านคิดระแวงไปเอง อี้ฟู่...ท่านเปลี่ยนคุณค่าของสิ่งต่างๆ ตามแต่ใจท่านกำหนดไม่ได้ นั่นคืออัตตาว่าตนรู้ทุกสิ่ง เข้าใจว่ามีแต่ที่แท้กลับว่างเปล่า...เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้เอง”

       ซื่อหม่าเซี่ยงหรูทอดสายตามองกล่องที่ว่างเปล่านั้นสลับกับใบหน้าของศิษย์รัก ครู่หนึ่งถึงถอนหายใจยาว

       “....ข้าแพ้แล้ว”

มอบสุราซีเฟิ่งปลอบใจอาจารย์

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ไข่มุกราตรีอวิ๋นสู่
หน้ากากชิงไท่
กระบี่จิ่วเทียน
หน้ากากยักษ์ม่วง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ฮิปโป
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x6
x3
x2
x20
x15
x84
x2
x1
x1
x1
x2
x30
x12
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x14
x2
x1
x3
x9
x40
x5
x1
x2
x1
x5
x8
x3
x280
x70
x100
x80
x80
x80
x131
x22
x32
x4
x78
x2
x125
x710
x340
x8
x100
x2
x1
x7
x5
x24
x1600
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x700
x1960
x600
x420
x2000
x40
x37
x26
x960
x740
x2231
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x983
x28
x22
x15
x102
x10
x1000
x16
x134
x1891
x170
x2025
x1300
x320
x2305
x3
x8100
x363
x85
x100
x4
x73
x141
x3272
x128
x302
x411
x2743
x2019
x20
x1640
x8
x521
x1802
x5
x300
x9
x28
x2665
x2374
x9
x52
x6248
x50
x9999
x1801
x46
x3
x97
x15
x1040
x1
x1
x2265
x1
x1
x2425
x13
x21
x18
x786
x570
x582
x30
x128
x7
x35
x51
x5
x1180
x1501
x13
x970
x297
x690
x300
x49
x47
x2365
x1
x1850
x2769
x3100
x3820
x132
x258
x252
x4905
x9999
x563
x51
x42
x3344
x23
x16
x53
x181
x83
x1000
x129
x13
x3273
x234
x2900
x423
x1327
x9999
x2466
x2900
x1302
x1806
x2380
x57
x75
x2103
x485
x1107
x129
x30
x6326
x1887
x3804
x1270
x91
x2422
x3611
x3865
x2005
x3598
x1158
x527
x1315
x463
x160
x1000
x283
x3
x24
x6
x1360
x77
x50
x3554
x620
x2
x466
x116
x9999
x2361
x2
x37
x2189
x3343
x5400
x7097
x374
x4439
x4370
x451
x747
x9999
x1759
x527
x10
x1006
x2257
x2940
x512
x92
x2
x18
x25
x25
x32
x9
x4258
x9235
x1807
x9999
x199
x24
x5742
x20
x5805
x19
x8
x935
x256
x25
x9
x101
x31
x8
x789
x3805
x7
x30
x203
x680
x81
x2805
x2121
x110
x15
x1410
x2578
x2400
x3
x280
x3676
x2570
x239
x7899
x509
x391
x3674
x2952
x9999
x11
x2251
x2441
x5805
x7800
x3120
x1241
x24
x2675
x866
x70
x328
x142
x2816
x2114
x9999
x40
x4099
x9999
x9999
x9999
x3255
x1875
x107
x3200
x4
x3696
x34
x3235
x3929
x722
x1
x756
x1546
x645
x931
x4415
x2192
x3228
x5004
x9999
x4049
x9999
x3079
x2084
x1855
x3256
x4179
x3272
x728
x61
x1
x20
x1919
x2578
x713
x1
x4417
x5882
x67
x9999
x673
x1243
x968
x2828
x103
x2957
x557
x515
x100
x825
x258
x8
x157
x35
x9999
x1123
x2070
x2528
x180
x661
x454
x93
x1201
x1059
x9999
x3310
x1261
x1230
x670
x200
x9999
x1501
x9999
x129
x713
x2227
x2
โพสต์ 2018-3-4 20:48:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-3-4 20:49

สถานที่พักผ่อนยามค่ำคืน
                ศาลาใจกลางเมืองในยามวิกาลเงียบสงบไร้ผู้คนเป็นอีกครั้งที่เหวินเหวินเลือกที่จะเดินออกมาเปิดหูเปิดตาในยามนี้มันช่วยอะไรไม่ได้ก็ในเมื่อก่อนหน้านี้ตัวเหวินเหวินเองกว่าจะออกจากกะก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนในต้าฮั่นตื่นกันพอดี

                พอรู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในยามเย็นของวันนี้เสียแล้ว

                “เฮ้อ..

                เสียงถอนหายใจดังขึ้นขณะที่ตนเองเดินไปนั่งศาลาใจกลางเมืองพร้อมตะเกียงที่นำแสงสว่างให้ทุกอย่างดูไม่เว้งว้างจนเกินไปแมวป่าตัวเติมที่เหมือนจะยอมรับตนเป็นเจ้าของแล้ว เมื่อมาถึงกลับวิ่งหายเข้าไปในความมืดเอาเสียอย่างนั้นมีสองทางที่แมวป่าตัวนี้จะกลับมาหาเขาหรือเจอสถานที่ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ก็อาจจะไม่กลับมาเลยก็ได้

                แต่ถ้าไม่กลับมาก็คงจะเหงาแย่เลย…

                เหวินเหวินบิดขี้เกียจแล้วนอนตรงบริเวณที่นั่งศาลานั้นอย่างไม่เกรงใจใครก็ในเมื่อมันไม่มีอะไรให้เกรงใจแล้วเขาก็ไม่ต้องห่วงอะไรหรอกผมดำยาวที่ถูกปล่อยเป็นอิสระยาวแผ่ไปทั่ว เจ้าตัวจับผมนั้นขึ้นมามองเล็กน้อย

                ผมสีดำนี้ดูไม่เด่นเหมือนบางคนเลยแฮะ

                คิดพลางมองสวนที่นี่ในยามวิกาลทำให้รู้สึกถึงความอ้างว้างที่มากอบกินเข้าไปเรื่อยๆเหวินเหวินนอนพลิกตัวไปมาสักครู่เพื่อหาจุดที่นอนสบายแล้วก็มองไปยังจุดที่แมวป่าของเขาหายลับไปตั้งแต่ตอนก้าวเข้ามา

                พอไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆก็ไม่อยากจะคิดว่าอาจจะหนีหายไปเลย

                แมวป่าตัวนั้นเพราะคิดว่าตามมาเพราะอยากเล่นด้วยเฉยๆเลยไม่ได้ตั้งชื่อเอาไว้เผื่อว่ามันจะเจอของเล่นที่สนุกกว่าเขา แล้วจะหนีห่างออกไปจะได้ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์ให้มาก

                ถ้าตั้งชื่อได้จะตั้งว่าอะไรดีล่ะ

                เหวินเหวินนอนคิดอยู่ที่นี่พักใหญ่ๆนัยต์ตาสีน้ำตาลที่เหม่อมองจับจ้องเพดานศาลาก็เริ่มจะปิดลงเรื่อยๆทั้งๆที่พึ่งตื่นแท้ๆแต่เพราะความเงียบที่เข้าครอบคลุมไปทั่วบริเวณทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอยากนอนต่ออีกสักนิด

                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ที่เหวินเหวินเลือกที่จะนอนที่นี่เพียงชั่วครู่เสียงแมวป่าที่มาปลุกตนพร้อมกับอุ้งเท้าที่ตบๆหน้าตนจนทำให้เจ้าตัวลุกขึ้นบิดขี้เกียจพอคิดว่าดันหลับในสถานที่ที่ไม่ควรหลับเข้าเสียแล้ว

                แมวป่าตัวเดิมถูกอุ้มมาวางไว้บนตักแล้วลูบมันอย่างเบามือเสียงครางหลังจากที่ถูกลูบคอดังขึ้นทำให้เหวินเหวินรู้ว่าแมวตัวนี้ไม่ต่างจากแมวทั่วไปสักเท่าไหร่แค่มีสัญชาติญาณนักล่ามากกว่าเท่านั้นแหละ เสียงหัวเราะหึหึในลำคอดังขึ้นเมื่อเห็นแมวตัวนั้นหลับตาพริ้มใส่ตนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                คิดว่าจะหายไปแล้วซะอีก

                “หายไปตั้งนานเจ้าไม่มีอะไรมาเป็นของฝากให้ข้าบ้างหรือ

                ถึงจะถามไปอย่างนั้นก็ไร้เสียงตอบรับใดๆจากสัตว์ตัวนี้ของเขาเหวินเหวินลูบหูแหลมๆนั้นเหมือนกับว่าพิจารณาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนพอไม่นึกถึงตอนเจอกันครั้งแรก ก็ถือว่าเป็นแมวที่น่ารักตัวหนึ่งที่เขาเจอมานั่นแหละ

                สองมือเรียวอุ้มแมวที่นอนขดในตักตนขึ้นชูเพียงไม่ทันไร อุ้งเท้าเล็กๆนั้นก็คว้าเอาผมตนไปด้วยจนดูยุ่งเหยิงติดกับกรงเล็กแหลมๆนั้นเหวินเหวินหัวเราะออกมาก่อนจะวางแมวลงและดึงผมตนออกจากกรงเล็บนั้นทันทีแมวตัวนั้นเมื่อถูกวางไว้บนตักอีกครั้งกลับไม่อยู่นิ่งเหมือนครั้งแรกแล้ว

                สี่เท้าโดดลงถึงพื้นศาลาแล้ววิ่งนำออกจากบริเวณศาลาใจกลางเมืองทันทีเหวินเหวินที่เห็นดังนั้นก็รีบลุกตามเพื่อนของตนไปติดๆถึงแม้จะรู้ว่าไม่ค่อยถูกกัน แต่ก็มีมุมที่น่ารักบ้างก็ทำให้เขาดีใจไปกับมันแล้ว

                คราวหลังจะตั้งชื่อให้ละกันนะ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลองเหยากู่
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x80
x2
x2
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x100
x130
x100
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x7
x2
x1
x3
x10
x50
x1
x8
x1
x1
x1
x1
x1
x1000
x2
x2
x10
x50
x40
x50
x50
x5
x15
x15
x3
x10
x12
x12
x30
x5
x8
x100
x50
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x26
x50
x28
x14
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x60
x30
x35
x55
x46
x13
x8000
x9999
x8000
x42
x46
โพสต์ 2018-4-12 21:35:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kingowen2 เมื่อ 2018-4-12 22:23

โรลอิสระ

ตอนนี้เฉินอี้ก็ได้มานั่งกินขนมอย่างสบายใจ ณ ศาลาใจกลางเมืองแห่งนี้ที่ตนเองกำลังกินขนมอย่างอร่อย ส่วนเจ้าม้านะหรือก็……….

ฮี่ ฮี่ ฮี่

"เจ้าม้าเงียบๆหน่อยสิข้ากำลังกินขนมชมวิวพักผ่อนอยู่นะเห้ย"

ตอนี้เฉินอี้กำลังรู้สึกขัดใจกับการกวนของเจ้าม้าที่มาทั้งเลียหน้ามาขโมยขนมไปกินหน้าตาเฉยหรือว่าการที่ ทำเสียงดังจนเฉินอี้ไม่เป็นอันนั่งเฉยๆได้

"เห้อ ยอมข้ายอมแล้วอยากไปไหนก็ไปแล้วมาเจอข้าที่นี้ละกันนะเข้าใจไหม"

ฮี่ ฮี่ ฮี่

เหมือนได้ยินเสียงสวรรค์มาโปรดเจ้าม้าหลังจากที่ได้ยินดังกล่าวก็ออกตัววิ่งหายไปกับฝูงชนที่กำลังเดินทางมาพักผ่อนยังสถานที่แห่งนี้นั้นเอง

"เห้อ ชอบเที่ยวจริงๆเลยนะเจ้านี้"

พร้อมกับที่เฉินอี้ที่ยังคงนั่งกินขนมของตนเองอย่างสบายใจนั้น ก่อนที่จะกินหมดนั้นก็มีเสียงหวานเสียงหนึ่งดังขึ้น

"เอ่อไม่ทราบว่าข้าขอนั้งตรงนี้ได้ไหมค่ะคุณชายถ้าท่านไม่ว่าอ่ะไร"

หญิงสาวรูปร่างเปราะบางร่างกายสมส่วนอายุแค่เพียง14-15กำลังตัวสั่นเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง

"เอ่อตามสบายเลยขอรับแม่นาง"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

หลังจากกล่าวขอเสร็จแล้วนางก็นั่งตรงข้ามกับเฉินอี้พร้อมมองดูธรรมชาติอย่างเพลิดเพลินหลังจากผ่านไปสักพักนั้น

"เอ่อไม่ทราบว่าแม่นางมาทำอะไรที่นี้หรือขอรับ"

"ห่ะเจ้าค่ะ"

"ขอโทษด้วยนะขอรับที่ข้าน้อยถามไปแบบนั้นแต่ว่าอายุแม่นางแค่นี้นั้นทำไมถึงมาที่นี้คนเดียวนะขอรับ"

"ออ ค่ะ คือตัวข้ามาเที่ยวเล่นนะเจ้าค่ะแล้วมารอท่านแม่กับท่านพ่อที่ไปซื้อของนะเจ้าค่ะ"

"ออ แต่เอ่อคือว่ามันค่อนข้างจะอันตรายนะขอรับที่มาที่นี้คนเดียวนะขอรับ"

"แหะๆไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะเพราะว่าเห็นแบบนี้ข้าน้อยก็ป้องกันตัวเองได้นะเจ้าค่ะ"

พร้อมกับที่แม่นางคนนั้นหยิบเอามีดสั้นออกมาจากเอวของนางพร้อมกับกวัดแกว่งโชร์ให้เฉินอี้เห็นอย่างชำนาญโดยที่ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่เชื่อว่าผู้หญิงตัวแค่นี้นั้นจะมีความสามารถนั้นในด้านเชิงมีดสั้นขนาดนี้

"สุดยอดเลยขอรับ ถ้าแม่นางมีฝีมือขนาดนี้ข้าน้อยก็ไม่กล่าวอันใดแล่วขอรับ"

"ฮิๆขอบคุณนะเจ้าค่ะที่เป็นห่วงข้า"

จนเฉินอี้นั้นสังเกตเห็นเหล่าผู้คนรอบข้างตนที่มาเป็นคู่ๆกันโดยส่วนใหญ่จะเป็นเหล่าผู้คนหนุ่มสาวไม่ก็เป็นคู่รักวัยสูงอายุที่มากันอย่างมากมาย

"พี่ชายท่านสงสัยหรือเจ้าค่ะว่าทำไมถึงมีแต่คู่รักกันที่มายังบริเวณนี้"

"อืมใช่แล้วล่ะขอรับข้าน้อยสงสัยยิ่งนักว่าทำไมมีแค่พวกเราที่มากันเดี่ยวๆเช่นนี้"

"คิคิคิ ก็สถานที่แถวนี้นั้นมันเหมาะที่คู่รักมักจะมาสวีทกันนะสิเจ้าค่ะ"

"ห่ะ.........."

พร้อมกับที่เฉินอี้นั้นนั่งคิดถึงความคิดของเด็กสาวตรงหน้าของตนเองที่คิดลึกซึ้งได้ถึงเพียงนี้ความคิดคำอ่านนั้นก้ก้าวหน้าถึงขนาดนี้

หรือว่าข้าจะมีผิดยุคสมัยเสียแล้วกระมังโดยไม่ทันสังเกตถึงเด็กสาวตรงหน้้าตนเองที่แอบมองตนอยู่หลังจากที่หญิงสาวตรงหน้าแอบมองเฉินอี้ได้สักพักนั้นก็เอ่ยกับเฉินอี้ว่า

"คิคิคิ พี่ชายคงคิดสิินะเจ้าค่ะว่าทำไมตัวข้านั้นถึงมีความคิดคำอ่านมากกว่าเด็กสาววัยเดียวกันก้เพราะว่าตัวข้านั้นสักวันจะต้องโตเป็นสาวแล้วออกเรือนแต่งงานไปกับชายหนุ่มสักคนที่ข้ารักเพราะแบบนั้นข้าก็ต้องเข้าใจบ้างสิเจ้าค่ะว่าอันใดเป็นอันใด"

หลังจากคิดแล้วเฉินอี้ก็เข้าใจเด็กสาวตรงหน้าตนเองมากขึ้นว่าความเข้าใจนั้นมาจากไหนรวมถึงความสามารถที่ต้องมีแต่ก็ยังมีบ้างอย่างที่ตนเองนั้นไม่เข้าใจว่าเด็กสาววัยแ่นี้ทำไมถึงต้องมี

"เอ่อ.....คือข้าน้อยก็ยังสงสัยอยู่ว่าทันนั้นจะฝึกวิชากระบี่หรือมีดสั้นเอาไว้เพื่อป้องกันตัวหรือขอรับ"

หลังจากฟังที่เฉินอี้กล่าวนั้นแม่นางคนนั้นก็คิดสักพักแล้วก่อนที่จะเรียบเรียงคำพูดต่อเฉินอี้

"ก็เพราะว่ายิ่งเป็นสตรีสิค่ะถึงต้องฝึกแบบนี้เพื่อป้องกันตัวเพราะยิ่งเราอ่อนแอและไม่ฝึกการป้องกันตวเราก็จะยิ่งโดนข่มเห่งรักแกสิค่ะ"

"จริงด้วยสิขอรับข้าน้อยคิดไม่ถึงจริงๆข้าน้อยขออภัยด้วยขอรับ"

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยกันอีกหลายเรื่องทั้งเรื่องอาหารหรือว่าเรื่องของชอบของกันและกันโดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกันไปในตัวเองนั้นเองหลังจากพูดคุยกันไปได้สักพักใหญ่นั้น

"เหม่ย หยวง กลับบ้านกันเถอะลูก"

พร้อมกับเสียงของชายวัยกลางคนที่มากับหญิงสาววัยกลางคนตะโกนเรียกหญิงสาวที่อยู่กับเฉินอี้

"เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ "

พร้อมกับที่แม่นา