ดู: 1127|ตอบกลับ: 21

{ เมืองฉางอัน } ศาลาใจกลางเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-5 00:25:01 |โหมดอ่าน



ศาลาใจกลางเมือง

{  เ มื อ ง ฉ า ง อั น }








【ศาลาใจกลางเมือง】
ศาลาที่พักผ่อนหย่อนใจของเหล่าผู้คนในฉางอัน เพลิดเพลินกับสวนหย่อมงดงามรอบข้าง รวมถึงยังมีเสียงของเหล่านกสาริดาดงนั้นขับขานบทบรรเลงดนตรีให้ได้ยลยิน ประสานเสียงนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ
เป็นสถานที่งดงามและเงียบสงบเหมาะสำหรับเหล่าคู่รักที่จะมานั่งพลอดรักกัน
หรือสำหรับคนที่พึ่งโศกเศร้าในความรักให้มานั่งพักใจกัน.. แต่อย่าหวังว่ามันจะทำใจง่าย


**ขอความร่วมมืออย่าทำอะไรลับในพงหญ้า - เคารพสถานที่กันด้วย!!!**



ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-1-25 23:35:04

{ พ่อค้า: หลัว ยวี่ฉ้าย }
** ซื้อของได้ตั้งแต่เวลานี้จนถึง 13.00 วันที่ 26/1/2020 **


ไข่นก ชุดละ 100 ฟอง
มูลค่า: 150 ชั่ง

เนื้อแกะ ชุดละ 100 ตัว
มูลค่า: 600 ชั่ง

เนื้อแพะ ชุดละ 100 ตัว
มูลค่า: 550 ชั่ง


พุทราอบแห้ง ชุดละ 100 อัน
มูลค่า: 220 ชั่ง

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
โพสต์ 2017-8-7 23:25:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-8-8 12:51

     ภายหลังจากต่อบทเรียนเสร็จแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อจึงบอกบิดาของตนว่าจะขอออกไปเดินเล่นข้างนอกเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ เขาเดินออกจากบ้านอย่างเร่งรีบ คนในบ้านล้วนแปลกใจกันทุกคนกับท่าทีและอาการของคุณชายของพวกเขา ตามจริงเขาเองไม่ใช่ไม่อยากพูดแต่เพราะกลัวพูดออกไปจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เขารู้สึกสงบก็ตอนเป็นไข้เมื่อคืนที่ผ่านมาอย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยตอบคำถามใคร เขาเดินพ้นเขตบ้านออกมาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาพอสมควรดังนั้นเขาจึงผ่อนความเร็วของฝีเท้าของตัวเองลง สำหรับที่นี่แล้วไม่มีที่ไหนในนครหลวงที่ตัวเขาจะไม่เคยเดินผ่าน ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยได้วิ่งเล่นกับเพื่อนๆชวนให้ตัวเขาคิดถึงอยู่ไม่น้อย แต่ละย่างก้าวที่เดินผ่านสถานที่อันคุ้นเคยก็ย่อมทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ณ สถานที่แห่งนั้นเมื่อวัยเด็กพวกเขาได้ทำอะไรลงไป กับตัวเองแล้วไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเจออะไรขอเพียงได้ทำสิ่งที่ปราถนาแล้วตนเองก็ไม่เสียใจ
     หลี่เซี้ยนเจ่อเดินมาเรื่อยๆจนถึงศาลาของเมืองที่ถูกสร้างไว้อย่างวิจิตงดงาม ยามนี้คงไม่มีใครนั่งเล่นเหมือนดั่งเช่นตัวเองในเวลานี้ เขาเดินไปนั่งแล้วมองขึ้นยังท้องฟ้าที่มีหมู่ดาวมากมายลายล้อมอยู่ สิ่งหนึ่งที่เขาคิดในเวลานี้คือคนที่เขาคิดถึงและจากเขาไปตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่หรือเป็นอย่างไรบ้าง ในใจของเขาตอนนี้หากเขาเลือกที่จะหนีไปกับไป๋หลานเขาก็คงอาจจะมีความสุขกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ได้ หากแม้เพียงยอมรับนางเพียงนิดเขาก็คงไม่อึดอัดใจอยู่เช่นนี้ หลี่เซี้เยนเจ่อยังจำได้ว่าเมื่อครั้งเขายังเป็นหนุ่มเจ้าสำราญได้เดินผ่านและแอบชอบกับลูกสาวของเถ้าแก่จ้าวจริง แต่นั้นมันก็คงไม่ทำให้ตัวเขาสะเทือนใจเท่ากับต้องพรากจากคนรักที่ครั้งหนึ่งเคยลำบากมมาด้วยกันในช่วงเวลาสั้นๆ
   "ไป๋หลาน เจ้าอยู่ไหนกัน? ข้าคิดถึงเจ้ามากนะ และข้ารู้สึกผิดต่อเจ้าเช่นกัน" เพียงชั่วครู่ที่หลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยรำพึงถึงอดีตก็ได้มีลมพัดผ่านเข้ามาในศาลาที่เขานั่งอยู่
    "หากแม้ว่าข้าได้เป็นขุนนางแล้วไซร้ ก็ขอให้โชคชะตานำพาเราสองให้ได้มาพบกันด้วยเถิด" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วลุกขึ้นเดินไปยังหน้าศาลา ยามนี้จะมีใครบ้างหนอที่เข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของเขาได้ ใครบ้างที่จะบอกเขาได้ว่านับจากนี้เขาควรทำเช่นไร     หลี่เซี้ยนเจ่อยืนรับลมและชมทิวทัศน์ได้สักพักหนึ่งก็เตรียมตัวที่จะเดินทางกลับไปยังบ้านของตน จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้คนตะโกนขึ้นมาขณะที่เดินทางกลับบ้าน
   "พวกเจ้ารู้อะไรไหม? ตอนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นที่ตลาดใหญ่แล้ว"
   "เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ไหนบอกหน่อยสิ"
   "ก็อยู่ดีๆ ข้าเห็นว่ามีหญิงสาวชาวโหรวหรานถูกลูกขุนนางฉุดไปน่ะสิ"
     เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อได้ฟังดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตรงไปที่ตลาดทันที
@Admin








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -3 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -3 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-8-15 22:47:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     บ่ายคล้อยของเมื่อวานหลี่เซี้ยนเจ่อละมือจากการจับพู่กันและกระดาษแล้วถือกระมือของตนออกร่ายรำที่ลานกว้างหลังบ้าน ยามตวัดและกวัดแกว่งในทุกท่วงท่าล้วนต้องมีสมาธิและปล่อยให้ร่างกายและใจผสานเป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธในมือ ในใจของหลี่เซี้ยนเจ่อจึงอดคิดเพียงชั่วครู่ไม่ได้ว่ามันนานแค่ไหนแล้วที่ตัวของเขาเองไม่ได้ผ่อนคลายถึงขีดสุดแบบนี้ แต่ถึงกระนั้นการที่เขาห่างหายไปจากการซ้อมกระบี่ร่างกายจึงมีอาการเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ส่วนหลี่เหม่ยหลินเห็นพ่อบ้านบอกว่าไปเดินหมากล้อมอยู่กับท่านแม่ จึงทำให้ในช่วงค่ำเขาแวะไปตรวจเยี่ยมร้านน้ำชาแทนบิดาแล้วอยู่ทานข้าวที่นั้นเลยจากนั้นกลับบ้านมาก็เดินตรงเข้าห้องของตัวเอง
     ค่ำคืนนี้หลี่เซี้ยนเจ่อจึงอออกมาเดินเล่นที่ศาลากลางเมือง เขานั่งอยู่ในศาลาในมือถือตำราปรัชญาเม่งจื๊อที่เขาเพิ่งไปซื้อมาใหม่ หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นเดินไปนอกศาลาเอามือทั้งสองไขว้หลังจากนั้นก็เงยหน้าดูท้องฟ้าที่คราคร่ำไปด้วยหมู่ดาวและพระจันทร์ จึงทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาสอบจนได้เป็นขุนนางแล้วไม่ว่าจะตำแหน่งไหนย่อมหมายถึงภาระและหน้าที่ซึ่งเขาก็ยังประกันให้ตัวเองไม่ได้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน หลี่เซี้ยนเจ่อลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา หากวันนั้นเขาตัดสินใจยอมขัดใจท่านพ่อแล้วไปอยู่กับไป๋หลาน วันหนึ่งหากเขาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้ท่านพ่อคงจะยอมรับเขามากกว่านี้ เพียงสตรีหนึ่งเดียวเขาก็ยังมิอาจที่จะปกป้องนางได้แล้วเรื่องนับต่อจากนี้เขาจะรับมืออย่างไร
   "ขอเพียงได้พบหน้าอีกเพียงครั้ง ข้าสัญญาว่าจะยินอธิบายทุกอย่างให้เจ้าฟัง สัญญาว่าจะตามใจเจ้าทุกอย่าง" หลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
     หลังจากที่ยืนดูดาวอยู่ได้สักพักหลี่เซี้ยนเจ่อก็เริ่มเปิดตำราแล้วก็เปิดไปเจอบทเปรียบเทียบในหลักการปกครองระหว่างเม่งจื๊อกับขงจื๊อ ซึ่งมีด้วยกันสี่ประการ โดยเม่งจ๊อเชื่อว่าหลักการปกครองที่ดีคือ "ประชาชนมีฐานะสูงสุดในบ้านเมือง ส่วนนักปกครองมีความสำคัญน้อยที่สุด"
"ประการแรก การที่จะคงอำนาจขององค์จักพรรดิไว้ได้คือ การผูกมัดจิตใจของประชาชน หนทางเทียวที่จะผูกมัดจิตใจของประชาชนไว้ได้คือ จงให้ในสิ่งที่ประชาชนชอบและอย่างบังคับในสิ่งที่ประชาชนฝืนใจเกลียดชัง
  ประการที่สอง เม่งจื๊อมอบหมายให้ประชาชนและรวมทั้งเสนาบดีทั้งหลายมีสิทธิที่จะขับไล่ผู้ปกครองที่เป็นคนเลวทราม ส่วนขงจื๊อกำหนดความสัมพันธ์อันมั่นคงถาวรระหว่างประชาชนกับผู้ปกครองบ้านเมืองไว้เท่านั้น
ขอให้ผู้ปกครองบ้านเมือง จงปกครองบ้านเมือง เสนาบดีจงเป็นเสนาบดี บิดา จงเป็นบิดา และบุตรจงเป็นบุตร(ปกิณกะของขงจื๊อ)
  ประการที่สาม ถึงแม้ว่าขงจื๊อและเม่งจื๊อยอมรับความคิดที่ว่าการปกครองที่ดีนั้นต้องอาศัยความดีงามทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจเหมือนกันก็ตาม เม่งจื๊อก็ยังมีความคิดที่มุ่งหมายเฉพาะเจาะจงมากกว่าขงจื๊อผู้เป็นอาจารย์ของเขา ด้วยเหตุนี้สำหรับเม่งจื๊อแล้วการกล่างแต่เพียงว่า ควรจะทำให้ประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว จัดให้มีการศึกษานั้นก็ยังไม่เพียงพอ
  ประการสุดท้าย เม่งจื๊อถือเอาหลักความดีเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เป็นระบบศูนย์กลางของปรัชญาทั้งหมดของตน ส่วนขงจื๊อถือเอาแต่เพียงมนุษยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ" หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อได้อ่านจบลงแล้วก็ยกมือขึ้นลูบเคราและหลับตาลง หลายวันมานี้เขาอ่านเพียงหลักปรัชญาของเหล่าปราชญ์เน้นหนักจนสมองของเขาต้องผ่อนคลายอยู่เป็นระยะ เมื่อเสร็จสิ้นการอ่านหนังสือแล้วเขาลุกขึ้นเดินออกจากศาลาแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน ในใจเพียงคิดถึงการนอนหลับบนเตียงให้ห้องของตนเท่านั้นในยามนี้
@Admin




แสดงความคิดเห็น

เส้นทางอาชีพขุนนาง Day 3 : คงเหลือ 3-Day   โพสต์ 2017-8-15 23:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1

1335

กระทู้

4906

โพสต์

78หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19379295
เงินตำลึง
713332
ชื่อเสียง
342781
ความหิว
1805

VIP PETใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาซินดาริน(ดาร์คเอลฟ์)

คุณธรรม
34782
ความชั่ว
10957
ความโหด
70311
เมิ่งถู ✧ 梦徒
เลเวล 1

จื่อหลัว

"ต้าเกอ...เล่นกันเถอะ"
pet
โพสต์ 2018-3-3 18:06:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-9-25 16:00

ระทึกขวัญวันเทศกาล

101
{ โรงเรียนหลวง6 }
คุณค่าแท้ คุณค่าเทียม


✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

       “หลิงเฮ่า...เจ้าชวนข้าออกมาที่นี่….คิดเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีไหนอีก?”

       ศาลาชมวิวนครฉางอันมีผู้คนบางตาเนื่องจากยังคงเป็นเวลารุ่งสางและอยู่ในช่วงเทศกาลหยวนเซียว ประชาชนนิยมอยู่กับครอบครัวไม่ใช่ออกมาตากน้ำค้างกันแต่เช้าเช่นพวกเขา ยอดกวีเอกปรายตามองผู้ศิษย์ ที่แต่ไหนแต่ไรมามีแต่จะขอ ‘นอนต่อ’ วันดีผีคุ้มอะไรถึงลุกมาปลุกเขาตั้งแต่ไก่ตัวผู้ยังไม่ทันโก่งคอขัน แล้วลากมานั่งจ้องหน้ากันกลางสวน

       “อี้ฟู่...ข้ามีของขวัญให้ท่าน” นักกวีผมเงินยกเอากล่องสลักลายมาวางลงบนโต้ะ แต่ขณะที่ซื่อหม่าเซี่ยงหรูคิดเปิดออกนั้นก็ถูกยับยั้งเสียก่อน “ก่อนเปิดออกดู...หลิงเฮ่ามีเรื่องหนึ่งจะเล่า”

       ยอดกวีพยักหน้ารับเริ่มปลิดองุ่นในแขนเสื้อโยนใส่ปาก

      หลิงเฮ่าประสานมือหลวมๆ เอนพิงแนวไม้ที่เกาะเกี่ยวตามศาลา ลมยามเช้าพัดต้องชายเสื้อรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปทั้งตัว อคติของท่านพ่อบุญธรรมลดลงไปมากแล้ว เหลือก็แต่เพียงอัตตาในตัว การขจัดที่ดีที่สุดนั่นคือชี้ให้คนผู้นั้นเห็นข้อผิดพลาดในตัวเอง…. ริมฝีปากสีกุหลาบเริ่มต้นเล่าเรื่องราวอีกครั้ง

       “มีชายโง่ชาวรัฐซ่งผู้หนึ่งเก็บก้อนหินที่มีลวดลายสวยงามได้ก้อนหนึ่งจากทางด้านตะวันออกของหวูไตเขตเขาเอี้ยนซาน เขาเข้าใจว่าหินก้อนนั้นเป็นอัญมณีมีค่าที่หายาก จึงนพผ้าแดงมาห่อรวมสิบชั้น แต่เขาก็รู้สึกว่ายังไม่ดีพอ จึงทำกล่องไม้ที่สลักลวดลายสวยงามมาใส่เป็นชั้นๆ รวมสิบกล่องด้วยกัน” นัยน์ตาสีอำพันเล่าไปก็จดจ้องกล่องที่อยู่ตรงหน้าไปพร้อมกัน ผู้ฟังเอ่ยขัด “เหอะ...งี่เง่า” องุ่นถูกส่งเข้าปาก ซื่อหม่าเซี่ยงหรูกลอกตาไปทางอื่น เห็นทีเรื่องนี้จะน่าเบื่อ...

       “ต่อมามีพ่อค้าอัญมณีคนหนึ่งมาจากรัฐโจว เมื่อทราบข่าวนี้เขาก็มาหาเพื่อขอดูก้อนหินที่มีค่าก้อนนั้น” ซื่อหม่าเซี่ยงหรูไม่กล่าวอันใดต่อ กลึงองุ่นผลเขียวในมือเล่น สายตาทั้งสองคู่ยังจดจ้องกล่องสลักลายเบื้องหน้าตน “เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีค่าล้ำเลิศจริงๆ ชายเจ้าของหินจึงจัดพิธีรีตรองก่อนจะเปิดออกให้พ่อค้าชม โดยตนเองอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อนแล้วสวมเสื้อผ้าสวมหมวกที่สวยงามสะอาดตา หลังจากนั้นจึงหยิบเอากล่องที่ใส่ก้อนหินออกมาอย่างทะนุถนอมเป็นพิเศษ ค่อยๆ เปิดกล่องออกทีละกล่องและคลี่ผ้าไหมสีแสดออกทีละชั้นๆ อย่างช้าๆ จนปรากฎให้เห็นก้อนหินนั้น”

       นี่คือการกระทำอย่างคนโง่เขลา หรือเป็นเพราะ….ความไม่รู้?

        “พอพ่อค้าอัญมณีเห็นเข้าก็หัวเราะ บอกเขาว่า ‘นี่เป็นเพียงหินก้อนหนึ่ง เหมือนกับกระเบื้องแตก ไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย’ ชายผู้นั้นฟังแล้วโกรธมาก เข้าใจว่าคนอื่นอิจฉาตาร้อนที่เขามีอัญมณีอันมีค่านี้ จึงพยายามพูดเพื่อให้ค่าของมันตกต่ำ หลังจากนั้น เขาก็ยิ่งเพิ่มความสนใจในการเก็บรักษาและยิ่งถนอมหินก้อนนั้นมากยิ่งขึ้น” เรื่องราวจบลงหลิงเฮ่าเลื่อนกล่องไปตรงหน้าอาจารย์ของตนแทนนัยว่าให้เปิดออก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมเปิด

       “เจ้าคิดใช้หินก้อนนั้นมาทดสอบข้า? คิดว่าข้าเป็นชายโง่ผู้นั้นที่แยกไม่ออกกระทั่งหินหรือหยก?” ซื่อหม่าเซี่ยงหรูเอ่ยเสียงเครียดเมื่อยื่นมือออกไปเปิดแล้วเจอผ้าไหม้แดงห่อหุ้มไว้หลายชั้น นักกวีเสิ่นส่ายหน้าช้าๆ ยกปลายนิ้วเรียวค่อยๆ คลี่ผ้าไหมออกทีละชั้น “กล่องสิบชั้น ไหมสิบผืนที่สวยงามย่อมไม่สามารถจะทำให้หินก้อนกลายเป็นอัญมณีที่มีค่าขึ้นมาได้ นัยเดียวกับบุคคลที่มีค่าทางสังคมและในจิตใจของแต่ละคน บรรทัดฐานถูกกำหนดโดยคุณลักษณะนี้ แต่ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปตามเจตนารมณ์ของคนที่ต้องการจะให้เป็น คุณค่าไม่อาจตัดสินได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คนโดยเฉพาะ...ผู้คนสามารถมองผิดพลาดได้”

       ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นในน้ำมือของใคร เมื่อใดก็ได้ ทำไมจึงต้องกล่าวโทษว่าเพราะเป็นสตรีจึงผิดพลาด การแบ่งแยกไม่ได้ช่วยให้สิ่งใดดีขึ้นแต่คือการตัดกำลังที่ควรจะมีทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

       “สิ่งที่จริงแท้ ความดีงามนั้นย่อมกลั่นกรองมาจากการปฏิบัติทางภววิสัย ส่วนสิ่งที่ปลอมชั่วและอัปลักษณ์นั้น ถึงจะตบแต่ง ยกย่องสรรเสริญอย่างไร โฉมหน้าที่แท้จริงของมันจะต้องปรากฏออกมาไม่ช้าก็เร็ว และก็ถูกคนหัวเราะดังเช่นชาวรัฐซ่งผู้นี้แน่นอน” จะหินหรือหยก จะรุ่งเรืองหรือตกต่ำให้คุณค่าของสิ่งนั้น ให้คุณค่าของคนเป็นผู้ตัดสิน

      ไหมแดงหลายสิบผืนถูกคลายออกภายในนั้นกล่องนั้นแท้จริงกลับว่างเปล่ามาแต่แรก “กล่องนี้มีหินเพราะอี้ฟู่เข้าใจว่ามันมี แต่แท้จริงแล้วเป็นท่านคิดระแวงไปเอง อี้ฟู่...ท่านเปลี่ยนคุณค่าของสิ่งต่างๆ ตามแต่ใจท่านกำหนดไม่ได้ นั่นคืออัตตาว่าตนรู้ทุกสิ่ง เข้าใจว่ามีแต่ที่แท้กลับว่างเปล่า...เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้เอง”

       ซื่อหม่าเซี่ยงหรูทอดสายตามองกล่องที่ว่างเปล่านั้นสลับกับใบหน้าของศิษย์รัก ครู่หนึ่งถึงถอนหายใจยาว

       “....ข้าแพ้แล้ว”

มอบสุราซีเฟิ่งปลอบใจอาจารย์

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดสโนวไวท์
ผ้าคลุมเฝิ่นเป่าซื่อ
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
แหวนสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x5
x1
x1
x45
x12
x3
x1
x1
x316
x572
x56
x380
x1
x3
x8
x1
x1
x5
x68
x52
x82
x61
x1
x1
x45
x3
x83
x92
x119
x2990
x123
x54
x287
x1
x6
x7
x19
x108
x1
x15
x2
x59
x924
x1
x1
x29
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x34
x20
x6
x11
x91
x5
x4
x3
x78
x632
x6
x13
x7
x20
x15
x45
x3
x2
x3
x4
x3
x60
x27
x5
x1
x3
x1
x2
x3
x2
x112
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x17
x3
x310
x350
x100
x160
x125
x360
x261
x25
x32
x103
x145
x610
x240
x13
x120
x1
x8
x5
x15
x1679
x9999
x8
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x43
x40
x26
x976
x770
x2005
x100
x20
x1800
x9
x1280
x1700
x903
x27
x41
x15
x100
x9
x18
x1762
x216
x2025
x1200
x320
x2131
x2
x7900
x393
x96
x102
x12
x74
x150
x3327
x139
x239
x432
x2752
x2139
x1670
x13
x482
x1465
x11
x2
x27
x6355
x2606
x12
x63
x7435
x56
x9999
x1809
x51
x4
x175
x16
x1074
x1
x1
x2985
x2
x1
x2525
x14
x39
x33
x781
x470
x30
x203
x496
x81
x8
x1210
x1395
x8409
x967
x200
x590
x200
x57
x51
x2365
x1
x1850
x2969
x6728
x690
x278
x8460
x9999
x545
x54
x85
x5172
x26
x15
x77
x179
x1000
x11
x4053
x2935
x1934
x3461
x9999
x2466
x3150
x2519
x1850
x2630
x305
x9999
x485
x1105
x129
x30
x9610
x2401
x3856
x2110
x148
x2833
x4428
x4351
x1805
x3768
x1941
x540
x2386
x518
x256
x1498
x337
x3
x24
x10
x1510
x78
x50
x5344
x1115
x1
x994
x9999
x2776
x2
x45
x2239
x3759
x7097
x739
x7181
x4470
x550
x1109
x1824
x692
x10
x1122
x2781
x3040
x906
x94
x3
x20
x25
x25
x32
x9
x6048
x9534
x2307
x9999
x199
x25
x9999
x20
x5805
x23
x8
x1528
x250
x25
x9
x98
x31
x9
x1103
x3905
x8
x31
x208
x1057
x87
x2515
x2085
x129
x18
x1438
x2378
x2256
x3
x286
x3676
x2540
x7884
x515
x398
x4028
x5603
x9999
x15
x2278
x2450
x5805
x8000
x3380
x1541
x29
x3430
x930
x70
x328
x150
x2816
x2118
x9999
x44
x4495
x9999
x9999
x9999
x3200
x1953
x111
x3000
x8
x3746
x40
x3223
x4099
x777
x1
x757
x1814
x613
x1241
x5567
x2284
x5742
x5004
x9999
x6428
x9999
x3109
x2305
x2534
x3256
x4274
x2402
x558
x64
x1
x22
x1989
x5259
x713
x1
x4777
x7227
x68
x9999
x677
x1418
x1033
x6534
x105
x3581
x961
x454
x105
x929
x293
x8
x183
x26
x9999
x1123
x2070
x3666
x195
x665
x461
x100
x1301
x1392
x9999
x3760
x1576
x1230
x889
x232
x9999
x1724
x9999
x129
x713
x2427
x2
โพสต์ 2018-3-4 20:48:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-3-4 20:49

สถานที่พักผ่อนยามค่ำคืน
                ศาลาใจกลางเมืองในยามวิกาลเงียบสงบไร้ผู้คนเป็นอีกครั้งที่เหวินเหวินเลือกที่จะเดินออกมาเปิดหูเปิดตาในยามนี้มันช่วยอะไรไม่ได้ก็ในเมื่อก่อนหน้านี้ตัวเหวินเหวินเองกว่าจะออกจากกะก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนในต้าฮั่นตื่นกันพอดี

                พอรู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในยามเย็นของวันนี้เสียแล้ว

                “เฮ้อ..

                เสียงถอนหายใจดังขึ้นขณะที่ตนเองเดินไปนั่งศาลาใจกลางเมืองพร้อมตะเกียงที่นำแสงสว่างให้ทุกอย่างดูไม่เว้งว้างจนเกินไปแมวป่าตัวเติมที่เหมือนจะยอมรับตนเป็นเจ้าของแล้ว เมื่อมาถึงกลับวิ่งหายเข้าไปในความมืดเอาเสียอย่างนั้นมีสองทางที่แมวป่าตัวนี้จะกลับมาหาเขาหรือเจอสถานที่ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ก็อาจจะไม่กลับมาเลยก็ได้

                แต่ถ้าไม่กลับมาก็คงจะเหงาแย่เลย…

                เหวินเหวินบิดขี้เกียจแล้วนอนตรงบริเวณที่นั่งศาลานั้นอย่างไม่เกรงใจใครก็ในเมื่อมันไม่มีอะไรให้เกรงใจแล้วเขาก็ไม่ต้องห่วงอะไรหรอกผมดำยาวที่ถูกปล่อยเป็นอิสระยาวแผ่ไปทั่ว เจ้าตัวจับผมนั้นขึ้นมามองเล็กน้อย

                ผมสีดำนี้ดูไม่เด่นเหมือนบางคนเลยแฮะ

                คิดพลางมองสวนที่นี่ในยามวิกาลทำให้รู้สึกถึงความอ้างว้างที่มากอบกินเข้าไปเรื่อยๆเหวินเหวินนอนพลิกตัวไปมาสักครู่เพื่อหาจุดที่นอนสบายแล้วก็มองไปยังจุดที่แมวป่าของเขาหายลับไปตั้งแต่ตอนก้าวเข้ามา

                พอไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆก็ไม่อยากจะคิดว่าอาจจะหนีหายไปเลย

                แมวป่าตัวนั้นเพราะคิดว่าตามมาเพราะอยากเล่นด้วยเฉยๆเลยไม่ได้ตั้งชื่อเอาไว้เผื่อว่ามันจะเจอของเล่นที่สนุกกว่าเขา แล้วจะหนีห่างออกไปจะได้ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์ให้มาก

                ถ้าตั้งชื่อได้จะตั้งว่าอะไรดีล่ะ

                เหวินเหวินนอนคิดอยู่ที่นี่พักใหญ่ๆนัยต์ตาสีน้ำตาลที่เหม่อมองจับจ้องเพดานศาลาก็เริ่มจะปิดลงเรื่อยๆทั้งๆที่พึ่งตื่นแท้ๆแต่เพราะความเงียบที่เข้าครอบคลุมไปทั่วบริเวณทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอยากนอนต่ออีกสักนิด

                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ที่เหวินเหวินเลือกที่จะนอนที่นี่เพียงชั่วครู่เสียงแมวป่าที่มาปลุกตนพร้อมกับอุ้งเท้าที่ตบๆหน้าตนจนทำให้เจ้าตัวลุกขึ้นบิดขี้เกียจพอคิดว่าดันหลับในสถานที่ที่ไม่ควรหลับเข้าเสียแล้ว

                แมวป่าตัวเดิมถูกอุ้มมาวางไว้บนตักแล้วลูบมันอย่างเบามือเสียงครางหลังจากที่ถูกลูบคอดังขึ้นทำให้เหวินเหวินรู้ว่าแมวตัวนี้ไม่ต่างจากแมวทั่วไปสักเท่าไหร่แค่มีสัญชาติญาณนักล่ามากกว่าเท่านั้นแหละ เสียงหัวเราะหึหึในลำคอดังขึ้นเมื่อเห็นแมวตัวนั้นหลับตาพริ้มใส่ตนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                คิดว่าจะหายไปแล้วซะอีก

                “หายไปตั้งนานเจ้าไม่มีอะไรมาเป็นของฝากให้ข้าบ้างหรือ

                ถึงจะถามไปอย่างนั้นก็ไร้เสียงตอบรับใดๆจากสัตว์ตัวนี้ของเขาเหวินเหวินลูบหูแหลมๆนั้นเหมือนกับว่าพิจารณาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนพอไม่นึกถึงตอนเจอกันครั้งแรก ก็ถือว่าเป็นแมวที่น่ารักตัวหนึ่งที่เขาเจอมานั่นแหละ

                สองมือเรียวอุ้มแมวที่นอนขดในตักตนขึ้นชูเพียงไม่ทันไร อุ้งเท้าเล็กๆนั้นก็คว้าเอาผมตนไปด้วยจนดูยุ่งเหยิงติดกับกรงเล็กแหลมๆนั้นเหวินเหวินหัวเราะออกมาก่อนจะวางแมวลงและดึงผมตนออกจากกรงเล็บนั้นทันทีแมวตัวนั้นเมื่อถูกวางไว้บนตักอีกครั้งกลับไม่อยู่นิ่งเหมือนครั้งแรกแล้ว

                สี่เท้าโดดลงถึงพื้นศาลาแล้ววิ่งนำออกจากบริเวณศาลาใจกลางเมืองทันทีเหวินเหวินที่เห็นดังนั้นก็รีบลุกตามเพื่อนของตนไปติดๆถึงแม้จะรู้ว่าไม่ค่อยถูกกัน แต่ก็มีมุมที่น่ารักบ้างก็ทำให้เขาดีใจไปกับมันแล้ว

                คราวหลังจะตั้งชื่อให้ละกันนะ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกลับมอร์เด็น
กลองเหยากู่
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x54
x200
x200
x10
x1
x5
x15
x1
x2
x4
x30
x5
x15
x1
x30
x2
x1
x41
x2
x4
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x100
x130
x100
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x7