12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ผิงผิง

{ เมืองเสียวเพ่ย - ย่านการค้า } ร้านปิ้งย่าง หมาหม่าล่า

[คัดลอกลิงก์]

3

กระทู้

11

โพสต์

559

เครดิต

เงินตำลึง
470
ดีนาเรียส
0
ชื่อเสียง
150
ความหิว
197

ใบรับรองภาษาฮั่น

เสวี่ยเฟย
เลเวล 1
โพสต์ 2018-4-11 16:58:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XuXuejian เมื่อ 2018-4-11 17:02

{ เควสเรื่องราว 1 }
ทำงานวันที่สอง...คุ้มราคา...คุ้มราคาเกินไปแล้ว!

         จากเมื่อวานที่เขาเห็นฉากเชือดสดๆของพี่เสี่ยวเอ้อร์ ก็เหมือนว่าใจเขาสงบมากแทนที่จะตื่นตระหนกด้วยความกลัวและเพราะความผิดปกตินี้เอง ทำให้เขาตื่นเร็วกว่าปกติ จากที่จะตื่นในยามเหม่าดันเผลอไปตื่นในยามโฉ่วซะได้ แถมจะกลับไปนอนตอนนี้ก็คงนอนไม่หลับอีกแล้ว
         เสวี่ยเจี้ยนจึงได้แต่หาวหวอดด้วยความง่วงงุนให้ตายเถอะน่า...ถ้าวันนี้เกิดหลับกลางร้านขึ้นมาจะทำอย่างไร คิดไปคิดมาตัวก็เริ่มไถลกลับไปนอนที่เตียงเช่นเดิม เขานอนหลับลึกมากลึกซะจนถึงยามเฉินแล้วยังไม่ตื่น ยังดีที่เขายังมีบุญอยู่บ้างทำให้ตื่นทันก่อนเวลาทำงาน เสวี่ยเจี้ยนในตอนนี้จึงไม่สนใจว่าตัวเองจะแต่งตัวดูดีหรือไม่เขาขอแค่ไปให้ทันเวลาเข้างาน ไม่ถูกหักเงินก็พอใจแล้ว
         “เสี่ยวเจี้ยนมาแล้วขอรับ...ขออภัยที่มาช้าขอเถ้าแก่โปรดยกโทษให้ด้วย” จริงๆ แล้วตัวเขายังไม่สายหรอก แต่ก็เหลืออีกแค่สองสามเค่อและเพราะเขาไม่เคยทำตัวแบบนี้มาก่อน จึงอดรู้สึกผิดไม่ได้ พูดแล้วก็ทำหน้าตาเศร้าเป็นการแสดงความเสียใจอย่างสุดใจ
         “ฮะๆ เหล่าสิ่วไม่ว่าอะไรเจ้าหรอกมันยังไม่ถึงเวลาทำงาน ถือว่าไม่ผิด” ผู้สูงวัยมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเอ็นดูปกติแล้วไม่ค่อยมีลูกจ้างคนไหนที่จะเหมือนเสี่ยวเจี้ยนเลยสักนิด ทั้งมาเช้า วันนี้ก็ขอโทษที่มาช้าอีกซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มาช้าเลย แถมเมื่อวานก็ตั้งใจศึกษางานอย่างดีดูจากสภาพก็รู้ว่ากลัวขนาดไหน
         “ขอบคุณขอรับวันนี้มีงานอะไรให้ข้าทำบ้างขอรับ” เสวี่ยเจี้ยนยิ้มขอบคุณรวมถึงทักถามถึงงานที่จะต้องทำในวันนี้
         “วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากทำความสะอาดร้าน จัดโต๊ะและเก้าอี้ เชือดพวกสุนัขอีกสัก 10 ตัวและก็เอาเนื้อไปให้พ่อครัวน่ะ” เถ้าแก่ของร้านเมื่อพูดจบก็ส่งยิ้มให้แบบสบายๆทำทีเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่จริงแล้วนี่เป็นในกรณีที่แย่ที่สุดแต่เขาต้องการให้เสี่ยวเจี้ยนฝึกความอดทน เพราะฉะนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอกนะ  
         “เข้าใจแล้วขอรับ” รอยยิ้มที่มักจะออกมาถูกปิดและเปิดเป็นรอยยิ้มการค้าแทน หลังจากที่ได้ฟังก็รู้สึกเหมือนเขาโดนเถ้าแก่แกล้งอย่างไรไม่รู้...จบจากวันนี้เขาจะต้องไปซื้อยาแก้ปวดด้วยไหมพูดแล้วก็เครียด...แต่ถ้าทำไม่ทำ เจ้าก็จะไม่ได้เงินเป็นค่าตอบแทนนะเสวี่ยเจี้ยนฉะนั้นจงก้มหน้าและทำงานได้แล้ว ทำเสร็จเร็วก็จะได้ไปพักเร็วเมื่อคิดสะระตะได้แล้ว ก็จับเสื้อผ้าที่ยาวรุงรังพับขึ้นจนถึงข้อศอกผมที่ยาวสลวยถูกมัดรวบเป็นหางม้าจะได้ไม่ร้อนเวลาทำงาน
         ร่างเล็กเดินไปจัดไม้กวาดมากวาดตามพื้นร้านเห็นกองฝุ่นที่กองพะเนินก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพียงแต่เก็บเศษขยะออกไปทิ้งทันทีที่กวาดเสร็จ แล้วกลับมาจัดโต๊ะจัดเก้าอี้ให้เรียบร้อย สายตาเรียวคมหันไปเห็นเก้าอี้บางตัวเก่าก็เลือกเอาไปเก็บและเอาตัวใหม่ออกมาจากห้องเก็บของ เพราะหากปล่อยให้ลูกค้ามานั่ง เกิดล้มลงไปร้านคงจะเสียลูกค้าเป็นแน่ จึงไม่ควรเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นกับอะไรก็ตาม
         ระหว่างที่ทำอยู่นั้น เถ้าแก่ร้านได้ลอบมองอยู่เป็นระยะๆหากเด็กหนุ่มมีข้อสงสัยก็พร้อมที่จะตอบ แต่ดูเหมือนเสวี่ยเจี้ยนจะคิดได้อยู่แล้วว่าควรทำอย่างไรบ้างอย่างเก้าอี้ที่มีรอยขีดข่วนก็รีบเอาไปทิ้งทันทีที่เห็น จึงทำให้เถ้าแก่วางใจมากขึ้น
         จนเสร็จเสวี่ยเจี้ยนจึงได้พักหายใจหายคออยู่พักหนึ่งนิ่งคิดว่าควรจะต้องทำอะไรต่อไป... เขาจัดโต๊ะ จัดเก้าอี้แล้ว ทำความสะอาดร้านก็แล้ว...เหลือแค่เชือดกับเอาเนื้อไปให้พ่อครัวสินะ
         เมื่อคิดได้ ก็เดินไปที่คอกกันสุนัขอย่างอย่างรวดเร็วมองหาตัวที่เนื้อแน่นๆ และลักษณะดีพอเอาไปทำเนื้อย่างได้ พอพบแล้ว ร่างเล็กยิ้มเสแสร้งทำทีเข้าหาเหล่าสุนัขทั้ง 10 ตัวนั้น ลูบหัวลูงหางเล่นพอเป็นพิธีก็ค่อยๆ ลากแต่ละตัวเข้าสู่ห้องเชือดโดยค่อยๆ เอาเข้าไปทีละตัว แต่ก่อนจะได้ฆ่าพวกมันจริงๆก็นั่งเล่นกับมันสักพักจนเห็นจังหวะที่ควรเชือดได้มีดที่ถูกเก็บไว้ก็ปักที่ลำคอของเหล่าสุนัขพวกนั้น
         ปึก!
         เสียงมีดปักเข้าไปนั้นตัดเส้นเลือดใหญ่อย่างพอดิบพอดีทำให้สุนัขตายโดยไม่มีเสียงร้องออกมา ใบหน้าที่ปราศจากลมหายใจของพวกมันยังคงเต็มไปด้วยความสุขแสนหวานก็น่าสงสารและน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน แต่จะให้ช่วยก็คงไม่ขอเสี่ยง ในเมื่อตัวเขาเป็นลูกจ้างของร้านนี้ก็ต้องทำตามคำสั่งของเจ้าของร้านแบบไม่มีข้อโต้แย้ง
         เสวี่ยเจี้ยนถอนหายใจอีกครั้งตอนนี้เขาจำไม่ได้แล้วว่าวันนี้ได้ถอนหายใจไปแล้วกี่ครั้งแต่ก็ช่างมันเถอะ...ทำงานให้เสร็จดีกว่า
         ร่างเล็กเก็บมีดที่ใช้เชือดไว้ที่เดิมเลือกมีดที่ใหญ่ขึ้นมามาใช้ตัดเนื้อตามส่วนต่างๆ ที่สามารถเอาไปทำอาหารได้ตัดไปเรื่อยๆ ด้วยสายตาที่ไร้แวว จนเสร็จก็ใช้อีกเครื่องมือในการถอนขนพวกมันออกงานพวกนี้ทำเขาเหนื่อยใช่เล่น เพราะแต่ละตัวนอกจากจะหนักแล้ว ขนยังเยอะอีกต่างหากเขาใช้กำลังในการกล้อนขนพวกมันออกให้มากขึ้น ดูจากขนที่ออกมาขนาดนี้แล้วน่าจะหมดแล้วกระมัง แต่ตัวเสวี่ยเจี้ยนก็ยังไม่วางใจนัก ตรวจดูซ้ำเมื่อตรวจแล้วไม่มีขนให้เป็นที่รกหูรกตา ก็หย่อนเนื้อแต่ละชิ้นลงน้ำสะอาดแต่เพราะเลือดที่ปะปนมากับเนื้อทำให้จากน้ำใสกลายเป็นน้ำสีแดงฉานส่งกลิ่นคาวออกมาพอสมควร เขาจึงไปเตรียมถังน้ำเพิ่ม เพื่อล้างเนื้อพวกนี้อีกสักรอบเมื่อดูแล้วสะอาดพอควร ก็จับเนื้อพวกนี้ไปวางที่ถาด ค่อยๆ ดูสภาพเนื้อตามที่พี่เสี่ยวเอ้อร์คนเมื่อวานสอนมา
         “เนื้อต้องแน่น สีแดง ไม่เปื่อยยุ่ยติดมือ...”เสวี่ยเจี้ยนทวนความจำ สายตาสอดส่องหาเนื้อที่เสียออก แต่โชคดีที่เขาไม่ได้ทำพลาดมากนักจึงถูกดึงออกเพียงแค่สองสามชิ้น ความภาคภูมิใจปรากฎในหัวใจของเสวี่ยเจี้ยนแต่เขาก็ยังสัญญากับตัวเองว่าจะทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก จะได้ไม่ต้องเสียเนื้อไปเยอะๆ
         เมื่อจัดการตรวจสอบและดูเนื้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เก็บเนื้อเหล่านั้นไปให้พ่อครัวด้วยรอยยิ้มร่างสมส่วนแบ่งออกเป็นสองถาด เขายกถาดแรกไปก่อน ค่อยๆ เดินไปช้าๆไม่ให้เนื้อตกลงมา จนถึงหน้าห้องครัวก็เอ่ยขออนุญาตก่อนเข้าไป และวางเนื้อไว้ที่โต๊ะวัตถุดิบมั่นใจว่าจะไม่ตกแล้วก็รีบกุลีกุจอไปเอาอีกถาดมาวางอย่างรวดเร็ว วันนี้ขาคงล้ามากแน่ๆ
         พอเห็นว่าทุกอย่างเสร็จหมดแล้วเขาก็ขอลาเถ้าแก่ไปในยามเซิน จริงๆ มันยังไม่ถึงเวลาเลิกงานหรอก...แต่เถ้าแก่คงเห็นถึงความเหนื่อยอ่อนที่น่าจะปรากฎบนใบหน้าของเขาแบบแจ่มชัดทั้งเหงื่อที่ออกมาไหลตามกรอบหน้า และร่างกาย
         นั่นเลยทำให้เขาสามารถกลับมาเดินเตร็ดเตร่ได้แต่เขายังไม่คิดไปเที่ยวเมืองตอนนี้หรอก... กลับไปอาบน้ำ และนอนน่าจะดีกว่า
         สำหรับวันนี้ ตัว “สวี เสวี่ยเจี้ยน” คงบอกได้แต่เพียง “ใช้คุ้มราคา...คุ้มราคาเกินไปแล้ว!
         ถ้าจะใช้ข้าขนาดนี้...ฆ่าข้าเถอะ แต่เหตุใดทำไมตาขวาข้าถึงกระตุกยิกๆ ขนาดนี้เล่า หรือว่าวันต่อไปจะหนักกว่านี้...โอ สวรรค์ ท่านตั้งใจจะฆ่าเสวี่ยเจี้ยนตั้งแต่งานแรกเลยหรือขอรับ!


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +200 ความหิว -12 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -12 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เขินอ่ะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปิ่่นสองขา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x1
x3
x30
x10
x1
x1
x3

3

กระทู้

11

โพสต์

559

เครดิต

เงินตำลึง
470
ดีนาเรียส
0
ชื่อเสียง
150
ความหิว
197

ใบรับรองภาษาฮั่น

เสวี่ยเฟย
เลเวล 1
โพสต์ 2018-4-13 11:16:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XuXuejian เมื่อ 2018-4-13 11:28


{เควสเรื่องราว 1 }
ทำงานวันที่สาม...ข้าหิวขอรับ

          ในยามที่พระอาทิตย์ขึ้นสู่ฟากฟ้าไม่รอให้แสงตะวันแยงตาเข้ามา ร่างเล็กก็ตื่นจากอาการหลับใหล หลังจากที่เขาทำงานมา 2 วัน เขาก็เริ่มชินกับงานมากขึ้นซึ่งก็อยากจะพูดเหลือเกินว่าไม่ชินก็คงไม่ได้...โดนสั่งตั้งแต่ทำความสะอาดร้านอันนี้ไม่เท่าไหร่นัก เพราะปกติตัวเขาก็ทำความสะอาดจวนช่วยคนอื่นบ่อยๆ จัดโต๊ะจัดเก้าอี้ ก็พอไหว ด้วยเขาต้องจัดให้กับผู้ที่จะมารักษาอยู่แล้ว เหลือก็แต่เชือดสุนัขนี่แหละที่ไม่เคย...แต่พอมาอยู่ร้านนี้ก็ถือว่าทำแล้วพอใช้ได้ล่ะนะ ไม่ได้ดี และไม่ได้เลวมากจนเกินไป
          พอถึงยามเฉินร่างของเสวี่ยเจี้ยนก็เข้ามาในร้านปิ้งย่างหมาหม่าล่าแล้ววันนี้ตัวเขาใส่ชุดพื้นเมืองของเสี่ยวเพ่ย และจัดการรวบผมให้ยกขึ้นสูง ก่อนกลัดด้วยปิ่นไม้ที่เขาเคยทำจึงทำให้รูปร่างของเขาดูปราดเปรียวกว่าวันก่อนๆ
          สายตามองหาเถ้าแก่เพื่อถามงานในวันนี้ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกถึงความสบายใจออกมาทันทีที่ได้พบผู้อาวุโส
          “เสวี่ยเจี้ยนมาแล้วขอรับเถ้าแก่” เขาน้อมตัวทำท่าเคารพผู้อาวุโสเฉกเช่นทุกวัน แต่อาจจะพิลึกไปเสียหน่อยที่เขารู้สึกแย่กว่าทุกวันเหมือนว่าวันนี้มันจะโชคร้ายอย่างไรไม่รู้
          “อ่าว! มาพอดีเลย วันนี้คนครัวขาด เจ้าก็ไปทำงานในครัวละกันนะ” เถ้าแก่ยิ้มดีอกดีใจที่เสี่ยวเจี้ยนมาเร็วตัวผู้อาวุโสรีบพาเด็กหนุ่มไปที่หน้าห้องครัวทันทีที่เข้าร้านมา ตั้งแต่ได้เสี่ยวเจี้ยนเข้าร้านมางานการก็เสร็จเร็วขึ้น แถมเด็กหนุ่มก็ทำพลาดน้อยมากจึงวางใจได้หากจะให้เสวี่ยเจี้ยนมาทำงานในครัว
          “ได้ขอรับไม่มีปัญหาอันใดเลย” เขาพูดด้วยรอยยิ้มแต่ในใจอยากจะบอกให้โลกล่วงรู้ถึงความเศร้าในใจ จริงอยู่ที่เขาสามารถทำอย่างอื่นได้ดีแต่กับการทำอาหารนี่ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย เขาสามารถทำอาหารได้น่าทานแต่หากได้ทานเข้าไปแล้ว ไม่นานจะต้องเข้าห้องน้ำทุกรายห้องครัวจึงเป็นที่ที่เขาหลีกเลี่ยง และจะไม่ย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด หากไม่จำเป็น
          คิดในใจแล้วก็ได้แต่สวดมนต์ขอพรให้วันนี้เขาไม่ต้องฝึกทำอาหารแต่เหมือนโชคชะตาจะไม่เป็นใจเขาเห็นชายหนุ่มในวัยที่มากอายุกว่าแต่ก็ไม่เท่ากับเถ้าแก่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
          “ตัวเจ้าคงจะเป็นเสี่ยวเจี้ยนใช่หรือไม่” ชายในร่างสูงใหญ่เอ่ยถาม เพราะเมื่อวานตัวเขาอยู่หน้าเตาทั้งวัน แทบมิได้ออกไปไหนจึงไม่ได้เห็นใบหน้าของเสวี่ยเจี้ยนเลยแม้แต่น้อยถึงแม้ท่านพ่อจะบอกว่าให้เด็กคนนี้เอาเนื้อสุนัขมาส่งก็ตามที
          “ขอรับผู้น้อยคือเสี่ยวเจี้ยนเองขอรับ” เสวี่ยเจี้ยนใช้ดวงตาคมคายสำรวจอีกฝ่ายไปด้วยดูท่าน่าจะเป็นคนคุมครัวสินะ และก็ไม่ผิดจากที่คาดเท่าไหร่นัก เมื่อถูกอีกฝ่ายพาไปหน้าเตาทันทีที่บอกชื่อ
          “เอาล่ะ! ข้าจะสอนรอบเดียว...หากเจ้าไม่ได้ ข้าจะสั่งให้พ่อไล่เจ้าออก” ร่างสูงไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการเตรียมเนื้อสุนัข รวมถึงพวกเครื่องเทศที่จักต้องใช้แต่ก่อนจะเริ่มทำก็มิวายขู่เด็กหนุ่มให้กลัวเล่น
          “ไม่เอานะขอรับ!” ร่างเล็กตะโกนขึ้นมาเสียงดัง ส่ายหัวระรัวเขาจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นั้นเด็ดขาด
          “หึ! งั้นจงฟังให้ดี ร้านเรามีอยู่ 4 อย่างที่ขึ้นชื่อหนึ่งคือเนื้อย่าง เจ้าจงทำแบบนี้” ชายหนุ่มจัดการหมักเนื้อสุนัขให้เข้ากับเครื่องเทศแล้วค่อยเอาไปวางลงบนเตาย่าง “ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะเนื้อสุนัขมีกลิ่นที่แรงนักบางคนเขาก็ไม่ชอบ เราถึงต้องใช้เครื่องเทศในการกลบกลิ่น”
          “เป็นเช่นนี้เอง” เสี่ยวเจี้ยนพยักหน้าตามหงึกหงัก ทำท่าสูดดมกลิ่นเครื่องเทศที่ลอยมาจากเนื้อย่างเหตุเช่นนี้เองคนในเสี่ยวเพ่ยถึงได้ชอบมาทานร้านนี้นัก
          “เจ้าลองชิมหน่อยไหม” พ่อครัวยิ้มขำกับท่าทางของเด็กหนุ่ม ยื่นชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแล้วให้ลองชิมดู
          “ข้าขอผ่านดีกว่าขอรับนี่เป็นของลูกค้า จะให้ข้าทานได้เช่นไรกัน...” ร่างเล็กส่ายหน้าอีกครั้งของลูกค้าก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วน คือ เขาไม่นิยมทานเนื้อที่นอกจากหมูและไก่ถ้าไม่อดตายจริงๆ ก็จะไม่ทานเด็ดขาด
          “เจ้าก็เป็นเด็กดีเกินไปต่อไป เป็นการผัดเนื้อสุนัข...ให้หมักเข้ากับเครื่องเทศก่อนแบบเนื้อย่างจากนั้น...” ร่างสูงราดน้ำมันลงกระทะ และใช้ตะหลิวในการคนน้ำมัน ก่อนจะนำเนื้อลงกระทะเขาผัดไปเรื่อยๆ จนเนื้อเริ่มสุก ค่อยเอาผักที่ล้างไว้มาลง ใส่พวกเครื่องและผัดต่อจนทุกอย่างสุกได้ที่แล้วก็จัดลงในจานให้ดูสวยงาม
          เสวี่ยเจี้ยนมองเงียบๆแต่ในใจน้ำตาหลั่งริน จะมีวันใดที่เขาทำได้เช่นพี่ชายพ่อครัวผู้นี้บ้าง ในขณะเดียวกันพ่อครัวประจำร้านก็ลากเด็กหนุ่มไปอยู่หน้าหม้อใหญ่
          “เหลืออีก 2 อย่างที่เหลือ มันคล้ายๆ กัน เจ้าไม่ต้องคิดอันใดมาก ก่อนอื่นเราจะต้มน้ำให้เดือด” เขาพูดพร้อมใส่น้ำ รอเวลาให้น้ำเดือด รอได้ไม่นาน น้ำก็เริ่มเดือดปุดๆ เขาใส่ซี่โครงลงไปทันทีพร้อมกับใส่พวกสมุนไพรที่ทำให้กลิ่นหอม และรสดีลงไปด้วยจากนั้นใช้ช้อนคนและชิมว่ารสชาติใช้ได้รึยัง เมื่อชิมไปได้เพียงนิดเห็นว่าใช้ได้แล้วก็ตักมาวางใส่ชาม
          “เมื่อสักครู่เรียกว่าน้ำแกงซี่โครงสุนัข ส่วนที่ข้าจะทำต่อ คือ น้ำแกงตับหวาน” พ่อครัวหันไปใช้มีดตัดเอาตับมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆและใส่ลงอีกหม้อหนึ่งที่เตรียมน้ำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เขาใช้ช้อนคนจนเนื้อเข้ากับน้ำและช้อนชิมเพื่อชิมรส เห็นว่ายังไม่ดีพอ ก็เติมน้ำตาล และเกลือลงไปสักหน่อยพอได้ที่ก็ตักมาใส่อีกชาม
          “เข้าใจที่ข้าทำรึเปล่า” ร่างสูงใหญ่หันหน้ากลับมามองร่างเล็กที่นิ่งเงียบมาตั้งนานและดูท่าว่าจะนิ่งไปอีกนาน ถ้าเขาไม่พูดขึ้นมา
          “เข้าใจแล้วขอรับแค่รู้สึกหิวนิดหน่อย...” เสวี่ยเจี้ยนกำลังอาย เขาปิดหน้าปิดตาที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อดูแล้วน่าขัน
          “ฮะๆเดี๋ยวข้าทำอาหารให้เจ้าละกัน แต่ตอนนี้ทำตามที่ลูกค้าสั่งได้แล้ว” ชายหนุ่มยิ้มและใช้มือที่เช็ดสะอาดแล้ว ลูบหัวอีกฝ่ายให้ผมขึ้นฟู จนเสวี่ยเจี้ยนต้องทำปากมุบมิบจะบ่นก็ไม่ได้ กลัวโดนไล่ออก
          “งั้นพี่ชายข้าขอทำส่วนเนื้อย่างนะขอรับ ขอฝากพี่ชายทำพวกน้ำแกงละกัน” ร่างเล็กรีบเดินไปประจำหน้าเตาเตรียมหมักเนื้อย่างให้พร้อมสำหรับลงเตา ไม่สนใจว่าจะโดนว่าเพราะเขาเป็นห่วงคนที่จะทานอาหารฝีมือเขามากกว่า ข้อยกเว้นสำหรับการทำอาหารของเขามีเพียงแค่การย่างเท่านั้นที่ทำได้ดี และทานแล้วไม่ท้องเสีย
          เขาทำเนื้อย่างถึงยามโหย่วก็โดนสั่งให้ไปล้างจานต่อเพื่อให้พอใช้ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดอะไร ดีซะอีก จะได้ไม่ทำไปแบบกังวลไป เขาค่อยๆล้างจานไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป เพราะตัวจานสามารถตกแตกได้
          จนถึงยามไห้ก็ได้เวลากลับไปพักเขารับผัดผักจากพี่ชายพ่อครัวไปทานในคืนนี้ และไปลาเถ้าแก่เหมือนเช่นทุกวันแต่เพราะระหว่างทานเห็นขอทานเด็ก อดสงสารไม่ได้จึงแบ่งผัดผักไปเสียหน่อยให้เด็กคนนั้นได้ทานอิ่มท้อง อย่างน้อยก็ในค่ำคืนนี้
          เมื่อถึงที่พักเขารีบทานข้าวและไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อ ดีที่วันนี้งานไม่หนักเท่าวันก่อน เขาจึงไม่บ่นมากแต่ก็นะ...พอได้กลิ่นอาหารฝีมือพี่ชายคนนั้นแล้ว มีเพียงอย่างเดียวที่อยากพูด คือข้าหิว...ข้าหิวจริงๆ นะขอรับ
         
@STAFF_โรลทำงาน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +200 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เขินอ่ะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปิ่่นสองขา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x1
x3
x30
x10
x1
x1
x3
โพสต์ 2018-4-15 11:07:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หากสั่งมาสองจานแล้วกินไม่หมด ก็ไม่ควรจะสั่งเพิ่ม

            ตั้งแต่ออกจากป่านอกเมืองมาแล้วเหมือนกับว่าหยินวูจะติดเขาแจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาไม่คิดว่าเขาที่หายออกไปตามหาเกอจื่อ จะได้แพะขาวที่เอาแต่ตามติดมาด้วยไม่ว่าจะให้กลับเข้าป่าไปอย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มที่ควบม้าออกมาทางทิศตะวันออกต่อโดยลืมไปว่าในยามที่พบเจอเกอจื่อแล้ว ก็ต้องกลับฉางอันแต่ว่าพอคิดดีๆวันนี้ตารางการเข้าเวรของเขาก็ว่างเปล่า

            จะกลับอีกทีค่อยเอาเป็นพรุ่งนี้ก็แล้วกันอย่างไรเสียวังหลวงก็ไม่ได้หนีหายไปไหนเสียหน่อย

            พอเดินผ่านเข้ามาในตัวเมืองเสี่ยวเพ่ยแล้วเขาเองก็มองดูบรรยากาศรอบๆที่ไม่เคยเข้ามาที่นี่เลยสักครั้งก่อนจะยิ้มออกมา

            หิวแล้วสิแวะหาอะไรกินก่อนดีกว่า

            คิดในใจก่อนจะเดินหาร้านอาหารที่นี่เขาหยุดลงที่ตรงหน้าร้านหมาหม่าล่าตรงหน้าก่อนที่จะชั่งใจเล็กน้อยว่าจะเข้าไปลิ้มลองอาหารของที่นี่ดีไหม

            แต่ก็มาถึงที่นี่ทั้งทีไม่กินจะเสียเที่ยวเปล่าๆ

            รู้อย่างนี้น่าจะชวนอาเค่อมากินด้วยกันก็ดี

            เหวินเหวินที่ก้าวเข้ามาในร้านก็เข้าไปนั่งที่โต๊ะบริการโต๊ะหนึ่งก่อนจะรอเสี่ยวเออร์ของที่นี่มาหาเขา ชายหนุ่มมองรอบๆร้านไปพลางๆระหว่างรอ

            ร้านปิ้งย่างที่นี่หากมาหลายคนน่าจะสนุกกว่า

            เสี่ยวเออร์ที่เดินมารับสั่งอาหารจากเขาซึ่งเหวินเหวินเองก็สั่งเนื้อหมาย่างสำหรับเขาเพียงที่เดียวสายตามองออกไปนอกร้านเมื่อเห็นว่าหยินวูที่บินออกไปอยู่ๆก็บินกลับเข้ามาเกาะบนโต๊ะของเขาก็กระโดดไปมา

            “เสี่ยวสงเมาหิวอีกแล้ว หิวอีกแล้ว

            “หิวอะไรบ่อยขนาดนั้นข้าจำได้ว่าให้อาหารเจ้าไปแล้วนะ

            “ไม่อยากกินหม่าซูแล้วข้าอยากกินอย่างเสี่ยวสงเมาบ้าง

            “” นกแก้วน่ะหรือจะกินเนื้อสุนัขเหวินเหวินกดหัวนกแก้วของตนลงอีกครั้งอย่างหมั่นไส้ไปพลางระหว่างรอ เพียงไม่นานนักเนื้อหมาย่างที่ถูกวางไว้ตรงหน้าเขา กลิ่นหอมฉุยจากควันร้อนๆที่เข้ามาในจมูกยิ่งกระตุ้นความอยากกินมากยิ่งขึ้น

            เหวินเหวินตักเนื้อหมาเข้าปากคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความอร่อยจากชิ้นเนื้อย่างชิ้นนี้ความรู้สึกสดใหม่ของเนื้อหมาจากร้านนี้ได้กินแล้วแทบจะไม่อยากลืมเลยทีเดียว

            ก็พูดเกินจริงไปอย่างนั้นแหละความจริงคือเขาไม่ได้กินอาหารตั้งแต่ เทศกาลผ้าไหมเมื่อวานแล้ว

            ได้แต่กินขนมแทนอาหารมันก็แทนความอิ่มไม่ได้เท่าเนื้อย่างของร้านนี้

            ชายหนุ่มที่กินเนื้อหมาย่างของร้านนี้จนหมดไปอีกจานอย่างไม่รู้ตัวเขาก็เอ่ยขอเพิ่มอีกจานไปด้วย ระหว่างที่ใช้ผ้าเช็ดปากรอ ก็เหลือบไปมองคนกลุ่มหนึ่งในโต๊ะเยี้ยงๆเขาที่ส่งเสียงเอะอะเพราะตั้งวงกินสุราตั้งแต่หัววัน

            น่ารำคาญเสียจริง

            เหวินเหวินมองเขม็งไปทางกลุ่มนั้นจนดูเหมือนจะถูกรู้ตัวเข้าให้แล้วกลุ่มวงสุราพวกนั้นก็หันมามองทางตนเช่นกันชายหนุ่มที่เหมือนรู้ตัวว่าหากมองต่อไปคงจะมีเรื่องแน่ๆ ก็ก้มหน้าลงเป็นจังหวะเดียวกับที่เนื้อหมาย่างจานที่สองถูกยกมาวางตรงหน้าพอดี

            ชายหนุ่มที่ตักเนื้อหมาเข้าปากกินอีกคำก็ได้ยินเสียงกลุ่มก๊งเหล้าลุกแล้วเดินมาหาตนเขาที่เหมือนจะรู้ตัวว่าไปทำอะไรผิดเข้าให้แล้วก็เอาแต่ก้มหน้ากินเนื้อหมาแบบค่อยๆกิน

            คอที่หดลงไปแสดงถึงอาการหวาดกลัวได้อย่างดี

            ไม่ใช่ว่าหวาดกลัวที่จะเจ็บตัวแต่เขาหวาดกลัวที่จะมีเรื่อง

            หากพังร้านคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าละก็ยศทหารองครักษ์ของเขาต้องเสื่อมเสียลงไปเพราะทะเลาะกับชาวบ้านที่นี่แน่ๆ

            “เมื่อกี้มองพวกข้าหรือ?

            “เปล่า.. เปล่าขอรับ

            “เปล่าอะไรพวกข้าก็เห็นว่าเจ้ามองมาทางนี้มีปัญหาอะไร มาคุยกันหน่อยไหม

            “ไม่มีขอรับหากข้าไปทำอะไรให้พวกท่านไม่พอใจขออภัยนะขอรับ” เหวินเหวินส่ายหน้าแล้วเงยหน้ามองกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาเหมือนจะหาเรื่องเขาแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรให้รู้ว่าเขาไม่มีเจตนามาร้ายหรอก แค่ตามันไปเองก็เท่านั้นเอง

            “ออกไปคุยกันหน่อย

            “ไม่.. ไม่ขอรับ พวกท่านต้องการอะไรแทนคำขอโทษข้ายอมจ่ายนะ สุราพวกนี้ไหม?” เอ่ยบออกไปแล้ววางเนื้อหมาที่ยังกินค้างไว้ลงที่เดิมนกแก้วที่ตามเขาตอนนี้ก็ตื่นตกใจแล้วบินออกไปหาเหล่าสัตว์ๆของเขาที่อยู่นอกร้านแล้วเหวินเหวินมองกลุ่มก๊งเหล้าที่มองหน้ากันเพื่อปรึกษากันอยู่เขาก็ตบโต๊ะที่ชายหนุ่มนั่งอยู่จนเกิดเสียงดังไปทั่วร้านเสี่ยวเออร์ที่มองอยู่ห่างๆ รีบเข้ามาห้าม แต่ก็ถูกตอกหน้ากลับไปจนหน้าแทบชา

            “ก็ได้แต่ขอเป็นห้าไหนะ พวกข้าจะอภัยให้เจ้า ฮ่าๆๆๆ”เอ่ยออกไปอย่างติดตลกโดยไม่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะซื้อให้พวกเขาจริงๆกลุ่มคนก๊งเหล้าที่เหมือนจะเบื่อหน่ายเพราะที่คิดว่าจะเจอคนที่น่าสนใจแต่กลับเป็นคุณชายท่าทางอ่อนแอไม่สู้คนไปเสียนี่ ก็กลับไปนั่งที่เดิมคราวนี้เปลี่ยนเรื่องสนทนาใหม่เป็นการพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับเขาซึ่งๆหน้าซะอย่างนั้น

            เหวินเหวินเรียกเสี่ยวเออร์ที่กำลังหน้าชาเพราะถูกกลุ่มก๊งเหล้าด่าให้เก็บเงินในส่วนหมาย่างและสั่งสุรา 5ไหเพิ่มสำหรับโต๊ะกลุ่มคนก๊งเหล้ากลุ่มนั้น

            เมื่อเขาจ่ายเงินเสร็จแล้วก็รีบบึ่งออกจากร้านทันทีไม่อยากดูหลังจากนี้หรอกว่าปฏิกิริยาของกลุ่มก๊งเหล้าตอนนี้จะเป็นอย่างไรหลังจากได้รับไหเหล้าที่เขาออกเงินจ่ายเพิ่มให้

            ชายหนุ่มมองนกแก้วที่บินมาเกาะใหม่หลังจากที่บินหนีหายเพราะเกิดเรื่องก็ถอนหายใจออกมาหน่อยๆ

            นี่น่ะหรือนกแก้วที่เอาแต่บอกว่าอยากจะให้เขาใช้งาน



เนื้อหมาย่าง 2 ที่

สุรา 5 ไห (ส่งให้กับโต๊ะที่เยี้ยงไปข้างๆ)



CODE :: JX009

>>3/15<<


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ดีนาเรียส -200 ชื่อเสียง +50 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -200 + 50 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกลับมอร์เด็น
กลองเหยากู่
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x54
x200
x200
x10
x1
x5
x15
x1
x2
x4
x30
x5
x15
x1
x30
x2
x1
x41
x2
x4
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x100
x130
x100
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x7
x3
x1
x3
x10
x50
x1
x8
x1
x1
x1
x1
x1
x2050
x2
x10
x50
x40
x100
x50
x10
x15
x15
x6
x10
x11
x12
x90
x10
x15
x100
x75
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x26
x50
x26
x30
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x60
x34
x37
x69
x62
x23
x8000
x9999
x8000
x59
x63

3

กระทู้

11

โพสต์

559

เครดิต

เงินตำลึง
470
ดีนาเรียส
0
ชื่อเสียง
150
ความหิว
197

ใบรับรองภาษาฮั่น

เสวี่ยเฟย
เลเวล 1
โพสต์ 2018-4-17 19:14:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XuXuejian เมื่อ 2018-4-17 19:17


{ เควสเรื่องราว 1 }
ทำงานวันที่สี่...เถ้าแก่...ท่านคิดว่าข้ามีพลังเหนือมนุษย์หรืออย่างไร!

              เสวี่ยเจี้ยนตื่นขึ้นมาในยามเหม่า เหลืออีก 4 เค่อก็จะถึงเวลางาน เขาจึงรีบปลุกตัวเองไปอาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหาร และรีบออกจากห้องอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะถึงร้าน เขาดันเห็นเด็กคนเมื่อวานกำลังนอนซุกตัวอยู่ ท่าทางน่าสงสารนั่นทำให้เขายอมเดินกลับไปที่ห้องอีกครั้ง แล้วหาของทานเล่นเอาไปวางไว้ให้ อย่างน้อยก็พอให้ท้องอิ่ม ช่วยไม่ได้ช่วงนี้เขายังต้องหางานอยู่ จะให้ของเยอะก็กลัวจะอดตายเอา
              พอถึงร้านปิ้งย่าง เสวี่ยเจี้ยนทำความเคารพเถ้าแก่เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้แทนที่เถ้าแก่จะสั่งงานเหมือนเช่นวันก่อนๆ กลับทำหน้าตากังวลออกไปทางหนักใจ แต่ที่น่าหนักใจกว่าสีหน้าเถ้าแก่ก็คือ กองเนื้อสุนัขย่างเหล่านั้นมันคืออะไรกัน!!!
              เสวี่ยเจี้ยนมองไปรอบๆ ร้านที่มีแต่กองเนื้อสุนัขย่าง รวมกันก็น่าจะเกินกว่าพันห่อ แต่ทำไมต้องมาวางกองไว้หน้าร้านเช่นนี้เล่า หรือว่า…
             เอาล่ะ! ข้าจะมาเรียบเรียงความคิดให้ฟัง จากการที่เข้ามาเห็นเนื้อสุนัขย่างมากกว่าพันห่อนั่นหมายความว่ามีงานใหญ่ และถ้ายังไม่ลืม ตอนนี้มีข้าเพียงคนเดียวที่ไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ฉะนั้นข้าจึงมีความคิดที่ไม่ค่อยจะดีกับร่างกายข้า…
นั่นก็คือ ข้าอาจถูกสั่งให้ไปส่งเนื้อพวกนี้เพียงคนเดียว สวรรค์หากท่านคิดจะฆ่าข้า...ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ขอรับ แค่ 100 กว่าห่อ ข้าก็จักตายแล้ว
              ถึงกระนั้น ความคิดของเขาก็อาจจะไม่ถูก ร่างเล็กจึงหันมาทำหน้าตื่นตระหนกให้กับเถ้าแก่ เอ่ยถามเป็นเชิงไม่แน่ใจ และหวังว่าความคิดที่ตนเพิ่งคิดไปเมื่อสักครู่จะไม่ถูก “เถ้าแก่คงไม่คิดจะให้ข้าเอาเนื้อสุนัขเหล่านี้ไปส่งหรอกใช่มั้ยขอรับ”
              “เสียใจด้วยนะเสี่ยวเจี้ยน...แต่เหล่าสิ่วหาคนอื่นไม่ได้เลย...คงต้องฝากเสี่ยวเจี้ยนทำแล้วล่ะ” ผู้อาวุโสผู้มีตำแหน่งสูงสุดในร้านพูดพร้อมกับยิ้มที่พยายามทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่กับความคิดของเขา มันกลับเป็นอีกอย่าง...เหมือนเขาเห็นนรกมาอยู่ตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น แต่ด้วยความที่เขาเป็นลูกจ้าง จึงไม่อาจปฏิเสธคำสั่งได้ เขาพยายามทำใจให้สงบโดยการหลับตาลง และพยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจ แต่จากจำนวนนี้เขาคงไม่สามารถกลับมาที่ร้านในเวลาทำการได้ จึงหันกลับมามองเถ้าแก่อีกครั้งเพื่อฟังรายละเอียด
              “ขอบใจนะเสี่ยวเจี้ยน เอาล่ะ! ฟังดีๆ วันนี้จะต้องไปส่งสุนัขย่างทั้งหมด 2,000 ห่อ เรื่องค่าเดินทาง อาหารการกิน ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวเหล่าสิ่วจัดการค่าใช้จ่ายให้เอง แต่ที่แน่ๆ คือ ต้องมีตราประทับกลับมาด้วย เป็นการยืนยันว่าส่งของครบ แต่เพราะว่าต้องไปหลายเมือง คงกลับมาไม่ทันเวลาปิดร้าน เพราะฉะนั้นเดี๋ยวค่อยเอาใบนี้มาส่งวันพรุ่งนี้ก็ได้ เข้าใจรึเปล่าเสี่ยวเจี้ยน” ระหว่างที่พูด ร่างของชายชราก็เดินไปเดินมาเอาของที่จำเป็นต้องใช้ให้ รวมถึงกระดาษที่บอกถึงตำแหน่งของที่จะต้องส่ง และจุดที่ต้องประทับตราประจำที่นั้นๆ ไปด้วย
              “เสี่ยวเจี้ยนเข้าใจแล้วขอรับเถ้าแก่ ขอบคุณที่ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้นะขอรับ เสี่ยวเจี้ยนสัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังขอรับ” ร่างเล็กยิ้มอย่างอารมณ์ดี อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเดินไป และไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะจากการดูคร่าวๆ สิ่งของที่ต้องส่ง...แต่ละที่ก็นะ...ห่างไกลกันละเกิน
              “ดีๆ งั้นไปเถอะ เดินทางปลอดภัยนะ” เถ้าแก่ตบบ่า และพาไปส่งที่หน้าร้าน ตอนนี้มีรถม้าขนาดใหญ่ที่ถูกผูกกับเกวียนสินค้ามาอยู่ตรงหน้าเสวี่ยเจี้ยนแล้ว แต่ก่อนจะขึ้นเขาก็ไม่ทำเสียมารยาท ค้อมตัวลาเถ้าแก่อีกครั้ง ก่อนจะเดินไปลูบหัวลูบตัวม้าทั้งสองนั้น สบตาเป็นเชิงคุยกัน และขอร้องให้ช่วยพาไปดีๆ เมื่อมองที่ดวงตาที่น่าเอ็นดูนั้นแล้ว เขายิ้ม มันทำให้นึกถึงม้าที่เขาใช้ในการออกเที่ยวเวลาที่อยู่ที่บ้าน
              ...จะว่าไป...ผ่านมาหลายวันแล้ว เขาเริ่มคิดถึงบ้านหน่อยๆ แต่เพราะระยะทางที่ไกลกันมาก...คงต้องหาซื้อสัตว์เลี้ยงสักตัวมาใช้งานเพื่อส่งข่าวคราวหน่อยแล้วล่ะ
              เอาเป็นตัวอะไรดีนะ...แมวก็น่ารักแต่เขาคงไม่อยากให้มันออกไปใช้งานนอกจากนอนฟัดมันไปท้้งวัน สุนัขหรือ...ก็น่าสน แต่เขาคงจะติดเล่นกับมันมากกว่าเดิม นกล่ะ...แต่นกก็มีหลายอย่างนัก โว้ย! ช่างมัน ไว้ค่อยคิดน่าจะดีกว่า
              ช่วงที่คิดอยู่นั้น เขากระโดดขึ้นไปนั่งบนรถม้า มองออกไปด้านนอกเขาเห็นพี่ชายที่กำลังตวัดแส้ใส่ม้าทั้งสองตัวก็สะท้อนใจ เพราะปกติเขาไม่เคยทำแบบนั้นเลยสักครั้ง แต่เขาก็พยายามเมินไป โดยการเลือกมาดูสิ่งของที่ต้องส่งในวันนี้แทน
              ( โรงฝึกนางรำ เข่ออ้าย  200 ห่อ ) เมืองเสี่ยวเพ่ย
              ( จวนผู้ว่าเมืองเซี่ยพี่  400 ห่อ ) เมืองเซี่ยพี
              ( ร้านผ้าหยุนถู 200 ห่อ ) เมืองเซี่ยพี
              ( จวนหวยหนานอ๋อง 400 ห่อ ) เมืองหวยหนาน
              ( จวนสกุลหลวน 300 ห่อ ) เมืองหวยหนาน
              ( ร้านเต้าหู้ต้นตำรับ 200 ห่อ ) เมืองหวยหนาน
              ( เคหาสน์สกุลเสิ่น 300 ห่อ ) เมืองเจียงเยี่ย
              พอเห็นแล้วก็รู้สึกชีวิตตัวเองจะตายอย่างไรไม่รู้ เขาอดถอนหายใจไม่ได้ แต่ก็หยิบแผนที่มาดูเพื่อให้รู้ว่าควรไปที่ใดก่อนที่ใดหลัง
              หลังจากที่ดูแผนที่ มันทำให้เขารู้ว่าควรไปที่ใดก่อน ยังดีที่เสี่ยวเพ่ยกับเซี่ยพีใช้เวลาไม่นาน เพียง 1 ชั่วยามก็ถึง แต่กลับอีก 2 เมืองที่เหลือเนี่ยสิ หวยหนานคงใช้เวลาถึง 4 ชั่วยาม และเจียงเยี่ยคงใช้เวลานานกว่านั้นเสียอีก และตอนนี้เป็นยามซื่อแล้ว คงไม่ต้องพูดถึงเวลากลับร้านเลย จะกลับถึงที่พักก่อนปั้นเย่ซันเกิงไหมนี่เขายังไม่รู้
             เวลาผ่านไปไม่นานเขาก็ถึงสถานที่แรก ขอบคุณที่เถ้าแก่มีรถม้าให้นั่ง ไม่งั้นเขาได้เดินตาลีตาเหลือกไปส่งแน่ๆ แต่ว่าก็ว่าเถอะ โรงฝึกนางรำ เขาจะต้องเจอคนแบบไหนกัน เสวี่ยเจี้ยนพยายามไม่คิดมาก ปั้นหน้าเป็นรอยยิ้มการค้า แต่ในใจคิดแต่คำว่า...
             ...โรงฝึกนางรำ เข่ออ้าย จำนวนของที่สั่ง 200 ห่อ...
             ...ตราประทับ เงินที่ต้องได้...
             ทำไมเหมือนได้ยินตัวเองด่าว่า เจ้าคนขี้งก ล่ะเนี่ย...แต่เพราะเขาขี้งกจริงๆ เขายอมรับละกัน



แสดงความคิดเห็น

ได้รับเนื้อสุนัข 30   โพสต์ 2018-8-23 14:50

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +200 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 200 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เขินอ่ะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปิ่่นสองขา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x1
x3
x30
x10
x1
x1
x3
โพสต์ 2019-1-16 17:19:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด

               ลองของแปลก หมาหม่าหม้าม้า(?)หม่าล่า(???)
               หลังจากได้นอนพักฟื้นที่โรงหมอประจำหมู่บ้านฮุ๋ยเจอตงเมิร์กและม่อเซียงก็ได้มุ่งหน้าลงใต้เพื่อเดินทางไกลต่อไปในระยะยาวโดยเป้าหมายที่ทั้งสองจะต้องผ่านเป็นสถานีต่อไปนั่นก็คือเมืองเสี่ยวเพ่ย
                เมืองเสี่ยวเพ่ยนั้นมีภูมิประเทศหลายอย่างแต่หลายอย่างล้วนถูกธรรมชาติปกคลุมทำให้ดูท่าทางอันตรายเมิร์กจึงตัดสินใจที่จะแวะเข้าไปเดินเที่ยวในตัวเมืองเสียก่อน
                “เจ้าอยากทำอะไรไหมม่อเซียง”เมิร์กที่เดินนำอยู่หันหลังไปถามม่อเซียงที่เดินตามอยู่ว่านางอยากทำอะไรไหม
                “นั่นสิ”ม่อเซียงเผยสีหน้ากลุ้มใจ ก่อนจะยิ้มออกมา “ข้าอยากกิน!”
                “งั้นเหรอ..”เมิร์กก้าวเท้าเร็วขึ้นอีกเพื่อสำรวจตัวเมืองเสี่ยวเพ่ยเขาสอดส่องสายตาหาร้านอาหารหรือโรงเตี๋ยมที่ดูเข้าท่าเข้าทางเพื่อที่จะได้พาม่อเซียงไปกินมื้ออาหารอันน่าจดจำได้
                “อืมมมมมมมมมมมม” เมิร์กลากเสียงยาวขณะมองร้านอาหารข้างทางต่างๆทุกร้านล้วนมีหน้าตาธรรมดา บางร้านดูดีขึ้นมาก็อยู่แค่ระดับดูดีไม่ใช่ร้านที่แปลกตาหรือแปลกใหม่ใดๆทั้งสิ้นร้านพววกนี้เหมือนกับว่าลอกเลียบแบบกันมาเป็นส่วนใหญ่ทั้งนั้นเลย
                “หืม?” ความสนใจของเมิร์กไปสะดุดที่ร้านอาหารร้านนึง [ร้านปิ้งย่าง หมาหม่าล่า] แค่ชื่อร้านก็น่าสนใจมากแล้ว
                “นี่ม่อเซียง เอาร้านนี้ไหม?” เมิร์กชี้นิ้วไปที่ร้านอาหาร [ร้านปิ้งย่าง หมาหม่าล่า]
                “น่าสนใจดีนะ ไปกันเถอะซีฟ่าน!” ม่อเซียงไม่รอช้าคว้ามือของเมิร์กลากชายหนุ่มเข้าไปข้างในร้านปิ้งย่าง หมาหม่าล่า แล้ว
                ภายในร้านอาหารส่งกลิ่นอาหารหอมอบอวลตลบไปทั่วห้องกินข้าวที่มีโต๊ะไม้เต็มไปหมดเลยแต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือซากสัตว์ชนิดต่างๆที่ถูกแขวนและกำลังถูกย่างอยู่อย่างช้าๆมันเป็นของน่าสนใจที่แม้แต่คนทั่วไปก็ต้องตกตะลึง
                มันมีเนื้อเป็ด เนื้อไก่ เนื้อวัว แต่ที่น่าสนใจ และเตะตามากที่สุดก็คือหมา
                ใช่แล้ว หมา สัตว์เลี้ยงอันน่ารักน่าชังที่มีคนรักคนหลงทั้งแผ่นดินกำลังถูกไม้แขวนหมุนวนรอบกองไฟส่งกลิ่นแปลกๆแต่ก็น่าจะแบบว่าหอมได้อยู่ออกมา
                “ซีฟ่าน ข้าว่าเจ้าไม่น่าจะสมคววรกินสิ่งนั้นนะ” ม่อเซียงชี้ไปที่หมาย่างที่กำลังหมุนติ้ววๆอยู่ในกองเพลิงนางส่งสีหน้าเจื่อนๆเล็กน้อยยามที่จ้อมมองมัน


                “ข้าว่าน่าสนใจดีออก บางทีมันอาจจะดีก็ได้” เมิร์กล่าวออกมาก่อนจะลูบหัวสาววน้อย “ไม่ต้องห่วง ข้าจะสั่งอาหารป กติให้เจ้าทานด้วยแน่นอน ไม่ใช่แค่หมาหรอก” เขากล่าวยืนยันให้ม่อเซียงจะได้ให้นางมีอะไรกิน และไม่ต้องฝืนกินสิ่งที่นางไม่ชอบเขาไม่อยากจะฝืนใจสตรีด้านอาหารการกินหรอก เพราะแม่ของเขาบอกแล้วว่าเรื่องกินของสตรี ถ้ายังคิดจะมีชีวิตที่ดีอย่าได้ไปขัดความสุขนางเด็ดขาด
                “ถ้าเจ้าว่าแบบนั้น ข้าก็ตกลง” ม่อเซียงกล่าวตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือออกอาการไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก
                ทั้งคู่ออกเดินหาโต๊ะว่างอยู่ครู่ใหญ่ ร้านอาหารปิ่งย่างหมาหม่าล่าแห่งนี้ดูจะได้รับคววามนิยมสูงมากเพราะมีคนจับจองที่นั่งเต็มไปหมดเลยแถมหลายคนที่ได้อาหารแล้ววก็ต่างยิ้มแย้ม บ้างก็แย้มเพราะอาหารอร่อย บ้างก็แย้มยิ้มเพราะหลอกให้สหายกินสุนัขสำเร็จ
                “นั่งไงโต๊ะว่าง!”ม่อเซียงชี้ไปที่โต๊ะหนึ่งที่ว่างอยู่และลากแขนของเมิร์กอีกครั้งให้ไปนั่งบนโต๊ะทันที
                “เสี่ยยเอ้อห์!” เมิร์กโบกมือเรียกคนใช้แล้วทำการสั่งอาหารหลายอย่างเช่นหม่าล่าทั้งหลายแหล่ แบบเป็ด ไก่ รวมไปถึงสุนัขแต่มันค่อนข้างเป็นปริมาณที่น้อยกว่าเรื่องหมาเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจวว่ตัวเองจะชอบรสชาติมันรึเปล่า
                “รับทราบขอรับ”เสี่ยวเอ้อห์หนุ่มโค้งตัวตามมารยาทและเดินจากไป
                “เอ้อ แล้ววก็นี่ม่อเซียง อันเก่าข้าน่าจะทำหายไป” เมิร์กยื่นพู่ประดับเสริมสิริมงคลให้กับม่อเซียงมันเป็นอันใหม่ที่เขาพึ่งแอบซื้อมาระหว่างที่ทั้งสองเดินเล่นกันอยู๋ในเมือง
                “ขอบคุณ” ม่อเซียงรับผู้ประดับไปติดไว้ที่กระเป๋าเล็กๆของตัวเองก่อนจะยิ้มขอบคุณ
                “ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง” เมิร์กโบกมือหยอยๆ
                หลังจากพูดคุยกันไม่นาน อาหารก็มาส่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                เมิร์กและม่อเซียงล้วนหยิบเนื้อสุนัขขึ้นมาชิมก่อนโดนทั้งคู่มีความเห็นตรงกันนั่นก็คือ
                “แปลกๆ..”ม่อเซียงกล่าวด้วยใบหน้ามู่ลงเล็กน้อยบางเคี้ยวก็ยิ้ม บางเคี้ยวก็ยู่นางไม่รู้จะอธิบายอาหารรสชาติเผ็ดแปลกๆในมือนี่ได้ยังไงกัน
                “ใช่ แปลกๆ..” เมิร์กพยักหน้าเห็นด้วยเขาเดิมที่ก็ไม่ชอบถึงขั้นกินของเผ็ดไม่ได้ แต่พอลองแล้วก็นับว่ารู้สึกแปลกๆ
                ทั้งคู่แสดงอาการที่ไม่สามารถอธิบายว่าจะชอบรึไม่ชอบดี เพราะมันแปลกๆไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ แต่สิ่งที่ทั้งสองแน่ใจเหมือนกันก็คือ
                พวกเขาไม่เอาเนื้อนี่เพิ่มแน่นอน

ชวี่โจว(1/3)

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ม่อเซียง เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-1-16 18:06
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ม่อเซียง เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2019-1-16 17:56

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -68 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พู่ประดับอวิ๋นรั่ว
แหวนอวิ๋นรั่ว
ปีกกริฟฟอน
ผ้าคลุมอวิ๋นรั่ว
สร้อยไฟบรรพกาล
หมวกเกราะเทพยุทธ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x9999
x27
x20
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x34
x1
x30
x2
x3
x1
x30
x100
x20
x5
x300
x1
x5
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x205
x60
x2
x6
x1
x2
x4
x1
x1
x34
x3
x1
x20
x18
x1
x15
x50
x2
x2
x2
x19
x22
x1
x215
x190
x1
x4
x4
x110
x39
x50
x70
x4
x148
x19
x45
x1
x100
x100
x1
x110
x100
x100
x130
x110
x11
x68
x5
x200
x20
x8000
x2
x2
x51
x142
x1
x20
x214
x3
x2000
x16
x1
x873
x189
x1
x12
x102
x18
x5
x8
x10
x15
x10
x34
x1
x4
x1000
x2
x291
x5030
x35
x6889
x9999
x3967
x1670
x100
x10
x10
x74
x12
x6
x1
x10
x1
x119
x1
x15
x1140
x214
x27
x10
x10
x788
x3056
x2
x2
x5
x98
x9006
x14
x708
x140
x462
x130
x272
x16
x4
x1
x877
x9
x24
x2
x3
x260
x142
x126
x4
x2
x105
x1
x20
x9
x30
x155
x44
x1
x1896
x2
x66
x8
x14
x1
x1227
x1365
x9999
x10
x20
x9999
x154
x51
x143
x50
x2698
x202
x120
x220
x81
x11
x1229
x898
x25
x80
x9450
x82
x180
x9999
x9999
x5000
x1170
x7667
x6280
x200
x500
x286
x234
x488
x169
x450
x5
x869
x20
x80
x3368
x89
x23
x12
x7
x6
x25
x1823
x10
x380
x200
x139
x147
x8992
x4358
x1220
x9999
x5430
x162
x208
x9999
x1521
x30
x91
x799
x74
x1414
x280
x9999
x2567
x834
x160
x79
x30
x816
x597
x4
x20
x4986
x1
x47
x1
โพสต์ 2019-9-24 02:24:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-9-24 16:30

เบิกหนทางใหม่ให้โชคให้ลาภ
1503
{ สัญญาจ้างเสี่ยวเพ่ย : หมาเผ็ดเด็ดสะระตี่ 2 }
จานเด็ดตระกูลหมา
           เสมือนกับว่าทางร้านทราบว่าต้องเตรียมกระโถน…
           ก็นะสำหรับเมืองที่นิยมบริโภคเนื้อสุนัข บางทีก็จะมีแขกต่างถิ่นมาลิ้มลอง

           หลิงหลานจดจ้องไปยังป้ายด้านหน้าร้านขณะที่ตนโดนสามีจูงก้าว จูงแล้วก็ก้าวเข้ามายังอาคารไม้สองชั้นหลังนี้จนได้ ‘ร้านหมาหม่าล่า’ กลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์อย่างแปลกประหลาดโชยขึ้นทันทีเพียงแค่เข้ามาในบริเวณโดยรอบ พริกหม่าล่านั้นหอมดีอยู่แต่กลิ่นสาปอันรุนแรงทำให้หญิงสาวเวียนหัวจนสุดจะทานทน จางเหยียนลู่เปลี่ยนขึ้นไปโต๊ะชั้นสองเพื่อเลี่ยงทางลมภรรยาถึงมีสีหน้าดีขึ้นบ้าง

           “เหยียนหลางข้าจะไหวหรือ.. กลิ่นมันแรงมากเลย?” ก็ยังดีที่นี่ไม่มีการเอาสุนัขมาย่างตามแผงเตาถ่านให้เห็นจะๆ แบบกลางถนน หลิงหลานมีใจรักสัตว์อดจะซื้อเหมาเพื่อไถ่ชีวิตมิได้ ‘ข้าไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชังหรอกนะ แต่ตอนเขาย่างแพะขายไม่ค่อยเอาหัวหมามาตั้งให้ดูแบบนี้นี่นา’

          สามีของตนบอกว่าสาเหตุพวกพ่อค้าทำแบบนั้นเพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ ว่าอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อสุนัขแน่นอน.. เพราะราคาจำหน่ายสูงมากคนธรรมดาหรือชาวบ้านต้องคิดแล้วคิดอีกจะทานครั้งหนึ่งในโอกาสพิเศษเท่านั้นพวกเขาต้องการให้แน่ใจไม่โดนเนื้ออย่างอื่นมาปน

           “เปลี่ยนเป็นเนื้อปลาก็ได้นะตอนผ่านมามีแม่น้ำปลาคงจะสดทีเดียว” สาวเจ้าต่อรองอีกหน

          “หลานเอ๋อร์ไม่ต้องกังวลกลิ่นพวกนี้อันที่จริงไม่ได้แรงเท่าไร คงเพราะเจ้ายังไม่ค่อยชิน.. ลองสักหลายแบบดูไหมเผื่อจะเจอรายการที่ชอบ?”

           ใบหน้าคมคายของบุรุษผมขาวยังคงเรียบเฉยเย็นชา ทว่าสายตาที่ทอดมองภรรยาเปี่ยมด้วยความห่วงใยล้ำลึกในอดีตตอนอยู่หมู่บ้านขอบกำแพง อย่าหวังถึงเนื้อสุนัขทานเพื่อความอบอุ่นเลย.. แค่ข้าวสารครอบครัวเขายังไม่มีปัญญาซื้อหาต้องจับแมลงจับสัตวืเลื้อยคลานดื่มเลือดก็ทำมาแล้ว ตอนนี้มีพร้อมทั้งเงินตราและอำนาจเพื่อให้หลานเอ๋อร์แข็งแรงอยู่กับเขาไปได้นานๆ อาหารบำรุงทั่วดินแดนเท่านี้เขาจะให้นางได้ทานทุกวัน

            “เชิญขอรับนายท่าน ฮูหยิน ข้าคือเถ้าร้านแห่งนี้ขอบอกอย่างไม่ปิดบังร้านเรามีครบทุกรายการทั้งทอด ปิ้ง ย่าง หม่าล่า หม้อไฟ แม้แต่ซุปหมาดำสมุนไพรที่เลื่องชื่อบำรุงสุขภาพ ขนาดผูเฒ่าที่นอนติดเตียงมานานได้ซดสักถ้วยยังลุกขึ้นมากระฉับกระเฉงเชียวนา เหมาะจะทานอย่างมากในฤดูใบไม้ร่วงนี้ทางเราเคี่ยวไว้ทั้งวันพร้อมจัดขึ้นโต๊ะได้ทันที!!” เถ้าแก่ออกมาสนับสนุนรายการด้วยตนเองหลังฟังจากเสี่ยวเอ้อร์แล้วว่าสองลูกค้าจองห้องพิเศษ ท่าทางกระเป๋าหนักมิใช่ธรรมดา

             "ม...หมาหม้อไฟ" หลิงหลานกลืนน้ำลายฝืดคอฟังแล้วทำไมนึกถึงโฮ่วชื่อกันนะ...

            "ใช่แล้วฮูหยิน แหม่ท่านนี่รสนิยมชั้นเลิศไม่น้อยรายการหม้อไฟสูตรเด็ดของร้านข้ามิใช่หาทานง่ายนะขอรับ เนื้อสุนัขขนแดงบ่มอย่างดีอายุไม่เกิน 4 เดือนกำลังนุ่มได้ที่พอแล่เป็นชิ้นบางขึ้นลายเส้นเนื้อแน่นทีเดียว ลวกกับซุปสูตรพิเศษแล้วจุ่มไข่สดรับรองละมุนลิ้นหยุดไม่อยู่ทีเดียว" งานขายตรงก็มายังไม่วายอวดอ้างสรรพคุณ "สำหรับหน้านี้ลูกค้ามาออกันเต็มร้านก็เพื่อลิ้มลองเนื้อสุนัขอบอุ่นร่างกายนี่ล่ะขอรับ ดีต่อลูกเด็กเล็กแดงกับผู้เฒ่าผู้แก่เป็นพิเศษ บำรงเลือดลมฟื้นกำลังวังชา... โดยเฉพาะกับสตรีที่พึ่งคลอดบุตรถือเป็นยาอายุวัฒนะเชียวนา"

            จางเหยียนลู่แม้ทราบว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อ แต่เรื่องที่เขามาเพื่อบำรุงสุขภาพฮูหยินนั้นก็เป็นความตั้งใจจริง ลูบคางเล็กน้อยไม่เสียเวลาคิด

           “หืม… ฟังดูหลากหลายน่าสนใจเช่นนั้นก็ยกมาหมดที่มีของดีก็อย่าให้ขาด โดยเฉพาะซุปหมาดำฮูหยินข้าช่วงนี้วิงเวียนบ่อยนักอย่าเลือกที่กลิ่นแรงมาก็พอ”

            โอ้วว ลูกค้ากระเป๋าหนักจริงด้วยเถ้าแก่ดวงตาลุกวาว ส่งสัญญาณให้เสี่ยวเออร์ไปรายงานโรงครัว ประสานมือมั่นเหมาะ “ทราบแล้วขอรับๆ ข้าจะกำชับพ่อครัวปรุงอย่างสุดฝีมือ หากนายท่านต้องการสิ่งใดขาดเหลือเรียกเด็กที่หน้าห้องได้เลยขอรับ”

(1) สัญญาจ้าง : เฮ้พวก ถ้าใครสนใจหางานพิเศษอยู่ แวะมาหาข้าได้ล่ะ ข้ากำลังหาคนทำงานพิเศษ
ข้าสั่งของไว้ แต่ร้านช่วงเดือนนี้ลูกค้าหนาแน่นมาก ข้าขายของไม่ทันแล้ว วัตถุดิบก็ใกล้หมด ต้องการด่วน
( 1000 ชั่ง - 10000 ตำลึง - 77 ชื่อเสียง - เมนู ซุปหมาดำ / เนื้อหมาย่าง )
สถานที่: เถ้าแก่ร้านปิ้งย่างหมาหม่าล่า


            ขณะอีกฝ่ายกำลังไปเตรียมการส่วนอื่นดรุณีผมเงินก็ร้องเรียกขึ้น “เถ้าแก่อย่าพึ่งไป.. ท่านคือคนติดสัญญาจ้างฉบับนี้ใช่ไหมข้ามารับทำน่ะรบกวนว่ารายละเอียดมาด้วยสิ ขอแค่ไม่ใช่งานฆ่าคนวางเพลิง ไม่ผิดศีลห้าข้าก็ตกลงเงื่อนไขนะ”

            ด้านเถ้าแก่ร้านอาหารถึงกับปาดเหงื่อ ที่แท้เป็นคนทำสัญญาจ้างเองหรอเนี่ยเกิดทั้งคู่ใช้รางวัลมาจ่ายตนนั้นมิเท่าขาดทุนหรือ? ไม่สิๆ คิดดีๆ ไม่ต้องให้ค่าจ้างแต่ถือเป็นค่าอาหารก็ได้นี่นา...

           “โอ้!! ประกาศแผ่นนั้นเองข้าหรือกลุ้มใจอยุ่ว่าจะมีคนมาช่วยงานในช่วงนี้ไหม อย่างที่เห็นขอรับห้าสิบกว่าโต๊ะในร้านหากไม่จองก็เต็มตลอด ฤดูนี้ผู้คนทั้งจากนอกและในเมืองหลั่งไหลกันมาลิ้มลองรายการเด็ดบำรุงสุขภาพของร้านข้าไม่ขาดสาย!”

            เถ้าแก่เริ่มอารัมภบทก็ยังไม่พ้นการยกยอร้านปิ้งย่างหมาหม่าล่าไปสิบส่วน หลิงหลานตั้งใจฟังอย่างยิ่งยวดอาจเพราะตอนนี้นอกจากรออาหารตนก็ว่างไม่มีอะไรทำ “ข้าเข้าใจๆ คนค้าคนขายเหมือนกัน ปกข้าตัวข้าก็เปิดโรงเตี้ยมช่วงเทศกาลทั้งแขกเหรื่อจัดเลี้ยงทำเอาวุ่นจนหัวปั่น แล้วเถ้าแก่อยากจะ...” ให้ช่วยอะไรรีบพูดสักทีเถอะ

            “ใช่เลยขอรับ!! พอเข้าหน้านี้ทีไรทั้งเนื้อที่สั่งก็้ตองเพิ่มจำนวนถึงสิบเท่า ไหนจะว่าจ้างคนงานกะชั่วคราวเพราะลูกมือพ่อครัวมือเป็นระวิงแล้ว สองสามวันนี้กำลังคิดค้นจานใหม่ใส้อั่วสมุนไพรทำจากเลือดสุนัขดำ!! โอ้ย.. คราวก่อนทำตัวทดลองแล้วหอมไปยันหน้าปากซอยคนต่อแถวถามกันปาวๆ” เถ้าแก่ยังคงจ้อไม่หยุดยิ้มแป้นแล้นภาคภูมิใจ ร่ายเมนูยาวว่าซุปไก่ซุปกวางสู้ซุปเนื้อสวรรค์อย่างหมาไม่ได้ยกเอาสรรพคุณตามตำรามาร่ายรัวๆ

             ‘ใส่อั่วเลือดหมางั้นเรอะ….’ หลิงหลานยิ้มแหยรู้สึกพะอืดพะอม ถึงนางเป็นแม่ครัวแต่ก็ชอบอาหารประเภทผ่านการปรุงสุดแล้วนะเหวย เมนูอย่างซุปเลือดไก่ก็มีไม่แปลกใจอะไร เสียแต่ว่ามาฟังคนคุยโวแล้วชักไม่แน่ใจว่าจานเด็ดนั้นจะออกมาในรูปแบบที่คิดเท่าไร

            อีกทางด้านหนึ่งอาหารทยอยขึ้นโต๊ะจัดวาง หน้าตาดูไม่ต่างกับที่พวกเขาดื่มกินในยามปกตินัก ทว่ามีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่ามากเหยียนลู่หยิบตะเกียบก่อนเพื่อปรนนิบัติภรรยาคีบเนื้อแดดเดียวจิ้ซอสพริก มือนึงประคองมือหนึ่งป้อนคนตัวเล็ก

            “หลานเอ๋อร์มาเถอะเที่ยงวันแล้วไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง ธุระไว้ค่อยสนทนาก็ได้” สีหน้าเขาละมุนนัก ละมุนจนภรรยาไม่อาจปฎิเสธ หลับตาอ้าปากคิดเสียว่าไม่ต่างอะไรกับเนื้อไก่เนื้อหมู แรกเข้าปากเคี้ยวหยั่บๆ ยังไม่ทันสัมผัสรสก็พุ่งไปหยิบกระโถนแล้วคายออกทันที

           …..ในบรรดารสชาติทั้งหก สิ่งที่นางทนมิได้ที่สุดคือความเผ็ด!!

            “แค่กๆๆ ท่านพี่… แสบคอไปหมดแล้ว แค่กๆๆ” รีบวางตะเกียบบุรุษผมขาวเข้าลูบหลังภรรยาอย่างห่วงใย ข้อนี้เขาไม่ทราบมาก่อนว่านางจะทานเผ็ดไม่ได้ แต่ก่อนซู่หลานมาจากปาสู่ทานรสจัดกว่าคนเหอเป่ยอย่างเขาเสียอีก หรือว่าพริกที่นี่ไม่ค่อยถูกปากนาง?

            เถ้าแก่เห็นสภาพอิหลักอิเหลื่อด้านหน้าแล้วเสนอขึ้นว่า “อ้อ!! บางทีฮูหยินอาจไม่คุ้นกับน้ำมันที่เราใช้ปรุงรสน่ะขอรับ ไม่เป็นไรๆ ซุปหมาดำด้านนี้เคี่ยวมาอย่างปราณีด้วยสมุนไพรกว่ายี่สิบเอ็ดชนิด กลมกล่อมเด็กสามารถทานได้เพราะแค่ซ่าๆท ี่ปลายลิ้นไม่ถึงกับเผ็ดจัดจ้านขอรับ”

             “ข้าว่า.. ขอเป็นน้ำแกงผักธรรมดาดีกว่า” เริ่มนั่งได้มั่นคงหลิงหลานก็ซับมุมปากใบหน้าเปลี่ยนมาเป็นแดงระเรื่อง ซดน้ำชาอึกๆ เนื้อหมาดำนางเคยเคี้ยวไปแล้วที่คาเมล็อตคาวอย่าบอกใคร

             ฝ่ายสามีมีรึจะยอมเขาประคองถ้วยอาหารบำรุงอันขึ้นชื่อลือชา คนจนคลายร้อนลงแล้วก็เป่าอีกหนจากนั้นตักป้อนภรรยาด้วยความเอาใจใส่ หลิงลหานจ้องเขาดั่งต่อว่า ‘ท่านพี่จะฆ่าก็ลงมือเลย..ทรมานข้าทำไม’ แต่สุดท้ายก็ยอมเปิดปากเพราะนึกถึงคำมารดาบุญธรรม คราวนี้รสคาวถูกสมุนไพรกลบไปจนหมดแทบไม่เหลือเค้าเดิม หลิงหลานกระพริบตาประหลาดใจพอสมควร.. พอนางไม่ทราบว่าเป็นเนื้อหมาหรือไม่ไดกลิ่นคาวมันก็เหมือนอาหารทั่วไปจริงๆ นั่นล่ะ

            “อืม.. รายการนี้ดูเหมือนฮูหยินข้าจะทานได้ เถ้าแก่ไปเอามาเพิ่มอีกสี่ชาม หลานเอ๋อร์ช่วงนี้ผอมลงไปมากต้องหมั่นบำรุงจะได้แข็งแรง”

            หลิงหลานฟังคำสามีแล้วไร้วาจาจะกล่าว.. ไม่ใช่ว่าซุปหมาดำชามนึงราคาครึ่งหนึ่งของหม้อไฟแปดเซียนเลยหรือ? เขาเห็นนางเป็นกระสอบข้าวรึไรสี่ชามเนี่ย!!

            หลังการทานอาหารอย่างพูดได้ไม่เต็มปากว่าปรีด์เปรม ดรุณีผมเงินนอนอืดพิงไหล่สามีที่กำลังจัดการตระกูลปิ้งย่างเผ็ดๆ บนโต๊ะ จากนั้นฟังเนื้อหาของงานสัญญาจ้างต่อ เถ้าแก่ร้านเล่าว่าพวกเขาสั่งเครื่องเทศเอาไว้แล้วแต่ไม่สามารถปลีกตัวไปรับเลย สามวันแล้วลูกค้าแน่นร้าน ที่มีใช้อยุ่ก็จวนจะหมดเต็มที อยากให้ทั้งสองช่วยนำเกวียนบรรทุกหลังร้านไปรับแทนที่สวี่ซาง

           “ร้านเครื่องเทศเมืองสวี่ซางอย่างนั้นหรือ แปลกจริงข้าเคยไปทำการค้าที่นั่นไม่เห็นเคยได้ยินว่ามีร้านเครื่องเทศใหญ่” ลูกแกะสีเงินหยัดตัวขึ้นมานั่งหลังตรงอย่างเป้นการเป็นงาน

           “อ่อ นั่นเพราะไม่ใช่ร้านค้าขอรับเป็นเจ้าประจำที่ค้าเฉพาะรายใหญ่โดยตรงไม่ผ่านหน้าร้าน ตรกูลเกาที่เมืองสวี่ซางหาไม่ยากๆ พวกเขามีชื่อเสียงมากทีเดียวสอบถามจากชาวบ้านไม่นานจะพบเอง”

            เหยียนลู่เป็นฝ่ายกล่าวขึ้นบ้าง “เช่นนั้นก็เอาใบแจ้งรายการลงนามทางร้านมาด้วยกันเลย”

            "อื้ม แบบนั้นก็ได้สวี่ซางอยู่ไม่ไกลเท่าไรคิดเสียว่าเดินทางย่อยอาหาร" หลิงหลานเสริมอีกประโยคลูบพุงป้อยๆ เอ.. เหมือนว่าจะกลมขึ้นรึเปล่านะ นางทานเยอะไปหรอ?
   

@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +20 ความโหด โพสต์ 2019-9-24 12:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ซินแรปเตอร์
อาภรณ์ด้ายแดงอธิษฐาน
กำไลเทพีไอซิส
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาเซียวซียวี่จิน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x302
x5
x10
x3
x7
x6
x2000
x220
x5
x4
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5