ดู: 420|ตอบกลับ: 8

{ นอกเมืองจี้โจว } ป่านอกเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-31 23:19:19 |โหมดอ่าน





ป่าอิ้นอู๋

{ นอกเมืองจี้โจว }






【ป่าอิ้นอู๋】
ป่านอกเมืองจี้โจว อุดมด้วยต้นไม้ใหญ่และพืชพรรณนานาชนิด ไม่ใช่เส่นทางสัญจรหลักของเมือง 
แต่มีเส้นทางเล็กๆ เป็นทางลัดน้อยคนนั้นจะสัญจรผ่าน เคยมีศาลเจ้าร้างอยู่กลางป่า 
เหล่าผู้ยากไร้และขอทานใช้ซากอาคารหลังนั้นพักอาศัย จนกระทั่งมีข่าวลือประหลาด
พูดถึงแสงสีเขียวปริศนาที่ปรากฎตามโพรงไม้ทุกเที่ยงคืน ในวันเดือนดับ
กลิ่นหอมประหลาดดึงดูดนักเดินป่า พาไปพบกับกองหินโบราณคล้ายกับสุสานเก่า



แสงพรายมรกต

ปรากฎในโพรงไม้ใจกลางป่าแห่งนี้ 

เหมือนโคมประทีบนำทางสู่สถานที่แห่งหนึ่ง 

ลานรกร้างมีแท่นหินตั้งประปราย ดูราวกับป้ายสุสาน 

ไม่มีผู้ใดทราบว่าแสงนี้เกิดขึ้นจากสิ่งใด

มีเพียงวันเพ็ญอันลึกลับและเงาสลัวของนกเค้าแมวเผือก











 

@Admin 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483484

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-3 03:21:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-4 02:10

{ เควสคดีโกลาหล }

PART XXIII


     รถม้าคันหนึ่งเทียมด้วยม้าแก่ๆ เดินอ้อยอิ่งไม่รีบเร่งพอๆ กับชีวิตของมันที่เหลืออยู่แม้จะถูกล่อด้วยเหยื่อหรือเฆี่ยนตีเท่าไรมันจะเคลื่อนตัวไปได้อย่างช้าๆ จากค่ำวันหนึ่งสู่ค่ำของอีกวันก็ยังไม่ถึงจุดมุ่งหมายที่ผู้ขับกำหนดไว้ ท้องฟ้าสีดำสนิทเริ่มเจือสีม่วงอ่อนๆ ขึ้นมาเป็นสัญญาณว่าเข้าเวลาเช้าตรู่ รถม้าคันนั้นแล่นผ่านถนนเล็กๆ ที่เป็นทางลัดมุ่งสู่ภาพเหนือของดินแดนเด็มไปด้วยดินลูกรังทำให้ล้อเกวียนที่บดกับพื้นถนนตกหลุมตกบ่อโคลงเคลงไปหมด
     "เฮือก!" ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาเมื่อล้อเกวียนตกหลุมบ่อ เธอมองไปรอบๆ ก็พบว่าตัวเองนั้นอยู่ในยานพาหนะทรงสี่เหลี่ยมไม่คุ้นตาและขยี้ตาเพื่อปรับทัศนวิสัยให้ชัดเจน ซูปี้รู้แล้วว่าตอนนี้เธอถูกจับตัวให้ขึ้นมาอยู่บนรถม้าโดยใครสักคน เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาเธอก็จำได้ทันทีว่าตามผีพนันไปหาเบาะแสของคนที่รู้จักโม่ต้าจือแต่ระหว่างที่เธอกำลังจะกลับก็ถูกชายแปลกหน้าท่าทางจะเป็นคนไม่ดีจับตัวเอาไว้จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีก
     สาวน้อยค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาเกาะลูกกรงหน้าต่างรถม้าแล้วออกแรงเขย่ามันถูกล็อคจากด้านนอกอย่างแน่นหนา นั่นทำให้คนที่อยู่ด้านนอกรู้ตัวว่าเด็กหญิงตื่นขึ้นมาแล้ว
     "ไงตื่นแล้วหรอหนูน้อย" ชายหน้าเหี้ยมพยายามทำเสียงใจดีคุยกับซูปี้แต่ก็ไม่สามารถกลบรัศมีของโจรห้าร้อยไปได้
     "นึกว่าจะให้ยาแรงจนนังเด็กนั่นตายไปแล้วซะอีก" ใกล้ๆ กันนั้นเด็กหญิงก็ได้ยินเสียงของผู้ร้ายอีกคนคุยกัน มันน่าจะมีไม่ต่ำกว่าสามคน "ก็ดี หลับไปยาวๆ จะได้ไม่เปลืองข้า"
     "นี่! ปล่อยนะ! พวกเจ้าจะทำอะไร พาข้าไปไหน!" ซูปี้เขย่าลูกกรงแรงๆ จนมือชาแต่ไม่มีท่าทีว่ามันจะถูกเปิดออกง่ายๆ
     "หนูอย่าตกใจไปอีกประเดี๋ยวก็สบายแล้ว ฮ่าๆๆๆ" โจรลักพาตัวหัวเราะอย่างเหิมเกริม หาได้เด็กไปขายที่ดินแดนทางเหนือสักคนก็จะได้เงินมาใช้สอยได้อีกเป็นเดือนแม้ว่าซูปี้จะยังเด็กไปหน่อยสำหรับเป็นแรงงานทาสหรือโสเภณี แต่พวกมันก็หาได้สนใจไม่ที่สนใจมีเพียงเม็ดเงินที่จะได้เท่านั้น
    "สบายกับผีน่ะสิ ปล่อยๆๆๆ!!!" ซูปี้เขย่าลูกกรงประตูรถม้าไม่หยุดแม้ว่าจะรู้ว่าไม่ได้ผลแต่เธอก็ยังหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์อะไรสักอย่างที่จะทำให้เธอได้ออกไป แต่สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นเพียงแค่เสียงหัวเราะสะใจของกลุ่มโจรที่เห็นเด็กหญิงที่อยู่ในอาการลนลาน
     ยิ่งออกแรงมากก็ยิ่งเหนื่อย ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งหิว นี่ผ่านมากี่วันแล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันน่าจะนานพอที่ทำให้ตื่นแล้วก็หิวขึ้นมาทันที เสียงท้องน้อยๆ ร้องจ๊อกๆ เธอได้แต่กุมท้องที่หิวโซนั่นเอาไว้
     'นี่เราจะถูกพาไปที่ไหน? จากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป?'

     เมื่อนึกคำตอบของคำถามก็ทำให้ซูปี้ยิ่งรู้สึกจิตตก
     'ถูกพาไปขายที่สักที่... ไปเป็นทาสไม่ก็นางบำเรอ...'
     บางทีอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น คนที่รับซื้อเธอไปอาจจะเป็นเศรษฐีใจดีที่อยากรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมก็ได้ แต่ว่า...
     'จะไม่ได้เจอครอบครัวอีก... ท่านพ่อ ฮวา มี่ คาบูโตะ...'
     ร่างกายเล็กๆ สั่นสะท้านด้วยความกลัว ความกดดันต่างๆ ที่สุมเข้ามามันมากเกินกว่าที่เด็กหญิงอายุเพียงแค่หกขวบจะรับไหว หยาดน้ำใสๆ ค่อยๆ ปรี่ล้นออกมาจากทางหางตา "ฮึก!" แม้จะพยายามอดทนอดกลั้นไว้แต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ชะตากรรมช่างเล่นตลก ชี้หนทางให้พบทางสว่างแต่ก็ถูกตอกย้ำให้เจ็บใจเล่น นี่มันอะไรกัน...
     มือเล็กๆ ปาดป่ายน้ำตาที่ไม่อาจห้ามให้ไหลรินลงมา เด็กหญิงที่จมอยู่กับความสิ้นหวังทำอะไรไม่ได้นอกจะรอรับชะตากรรมอย่างนั้นหรือ?
     "นายท่าน ขอแบ่งอาหารให้ข้าหน่อย.." เสียงแหบแห้งของใครสักคนที่ด้านนอกรถม้าทำให้ซูปี้ชะงักขึ้นมา
     "นายท่าน... ขอเงินหน่อย"
     "ช่วยแบ่งปันเสื้อผ้าให้เราหน่อยเถอะนายท่าน..."
     "นายท่าน..."

     "ฮ่าๆๆๆ ดีว่ะเจ้าพวกนี้เรียกข้าว่านายท่านด้วย อุวะฮ่าๆๆ" กลุ่มโจรหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างนึกสนุก โยนซางข้าวโพดที่เป็นอาหารของม้าแก่ลงไปให้เหล่าขอทานที่อยู่ริมถนนราวกับให้อาหารสัตว์ เพียงแค่น้อยนิดพวกนั้นก็รุมกัน แม้จะไม่พอใจอยู่บ้างแต่เหล่าขอทานก็จำยอมคว้ามันเอาไว้ดีกว่าไม่มีอะไรกิน
     'ขอทานงั้นหรอ?' ซูปี้นึกในใจเท่าที่ฟังดูน่าจะมีเสียงของขอทานหลายคนเลยที่อยู่ด้านนอกนั่น เธอยันตัวขึ้นมาเกาะลูกกรงอีกครั้งอย่างมีความหวัง ภาพด้านนอกที่เห็นเป็นเจย์ดีพังๆ และเต็มไปด้วยขอทานที่ริมทางราวกับว่าเป็นหมู่บ้านยาจก หากว่าตะโกนออกไปตอนนี้ขอทานเหล่านั้นจะช่วยเหลือเธอหรือไม่? หรือว่าพวกเขาจะนิ่งดูดายปล่อยให้เธอถูกจับตัวไปทั้งอย่างนั้น 'คงไม่มีใครใจร้ายกับเด็ก' เด็กหญิงคิดในใจอย่างเข้าข้างตัวเอง
    "ชะ...ช่วย" แต่ทว่าเสียงที่จะเรียกออกไปกลับแหบแห้งเข้าไปในลำคอ...
     เธอเกาะลูกกรงประตูรถม้าที่กำลังค่อยๆ แล่นผ่านไป... ผ่านไป... 'ไม่นะหากกว่าช้าไปกว่านี้ล่ะก็!...' ซูปี้สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วเค้นเอาพลังเสียงที่มีตะโกนออกไปสุดแรงเกิดให้มันดังที่สุดเท่าที่ลำคอเล็กๆ จะต้านทานได้เพราะมันเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะได้รับ
     "ช่วยหนูด้วย!!! หนูอยู่ในรถม้า ถูกโจรมันจับมา!!! ช่วยด้วย!!!
ย๊ากกกกกก!!!!!!!!!!"

     เสียงร้องของซูปี้ที่แหกปากลั่นรถม้ามันดังชนิดที่ว่านกที่กำลังจะบินออกหากินแตกฮือบินว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ยังไม่สว่างดี และนั่นทำให้ขอทานสี่คนที่เพิ่งเลิกสนใจจากการขอทานรถม้าที่ผ่านมาและตั้งท่าจะกลับไปนั่งผิงไฟแก้หนาวต้องชะงัก
     "เฮ้ย! ร้องทำไมวะนังเด็กบ้าแหกปากไปไอ้พวกขอทานก็ช่วยแกไม่ได้เว้ย!" โจรที่ในคราแรกทำท่าเป็นคนใจดีเกิดอาการฉุนเฉียวหลังจากที่ถูกเสียงแหลมๆ ตะโกนใส่จนแก้วหูแทบจะฉีกขาด เขาทุบหมัดลงที่ประตูรถม้าเป็นการขู่เด็กหญิงที่อยู่ภายในเสียงดังปึงปัง ซูปี้ที่ตกใจกระแทกนั้นก็กรูไปอยู่อีกมุมหนึ่งของกล่องสี่เหลี่ยมแล้วขดตัวด้วยความหวาดกลัว ถ้าไม่มีใครมาช่วยอย่างที่คิดคราวซวยคงต้องมาเยือนเธอเร็วกว่าปกติแน่ๆ
     "นายท่านเมื่อครู่เสียงอะไรรึ?" ในช่วงที่พวกโจรมัวแต่ตกใจเสียงร้องและขู่กรรโชกซูปี้ขอทานทั้งสี่เดินมาหยุดรถม้าด้วยความรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครได้ทันรู้ตัว
     "ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้า ถอยไปซะ!" โจรหนึ่งในนั้นตวาดไล่ขอทานเสียงดังพร้อมเอาแส้ฟาดหลังม้าแก่จนมันส่งเสียงร้องฮี้ด้วยความเจ็บปวดก่อนจะก้าวเดินอีกครั้ง แต่ก็ติดกลุ่มคนที่ดักหน้า
     "ไม่ใช่เรื่องของพวกเราก็จริง แต่เมื่ครู่มีเสียงดังมาจากในนั้นนะนายท่าน" ขอทานคนที่หนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มแหยๆ เหมือนคนป่วย
     "ถึงพวกเราจะเป็นขอทานแต่หากท่านจับตัวเด็กมาจริงๆ พวกเราก็คงปล่อยเฉยไม่ได้นะนายท่าน" ขอทานคนที่สองเอ่ยเสริมท่าทางของเขาดูเห็นคนเหลาะแหละและอ่อนแลไม่น่าจะมีแรงสู้รบได้
     "ยุ่งจริงๆ เจ้าพวกนี้! ในรถม้าไม่มีอะไรทั้งนั้น!" โจรตวาดไล่พร้อมยกดาบขึ้นมาทำท่าขู่หากยังไม่ยอมหลีกทางจะใช้กำลังจริงๆ
     "อู้ยๆๆ ช้าก่อน ใจเย็นๆ นะนายท่าน" ขอทานคนที่สามท่าทางไม่น่าจะสู้คนยกมือขึ้นมาปรามไว้
    "อย่าไปเชื่อมัน หนูอยู่ในนี้ ช่วยด้วย!!!" ได้ทีซูปี้ก็ยิ่งแหกปากร้องเข้าไปอีกเมื่อเธอได้ยินเสียงคนที่พยายามจะหยุดรถม้าเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นใครแต่เธอก็ขอขอบคุณจากใจจริง
     "นั่นน่ะ ข้าได้ยินจริงๆ นะเจ้าคะมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือในรถม้าจริงๆ" ขอทานสาวสภาพซอมซ่อชี้ไปที่รถม้าเพื่อยืนยันว่าได้ยินเสียงดังมาจากในนั้นจริง
     "ว๊อยยย ยุ่งไม่เข้าเรื่องนะพวกเอ็ง!" โจรทั้งสี่ลงจากรถม้ามาเผชิญหน้ากับขอทานสี่คนที่อยู่บนพื้น พวกมันลงมาด้วยอาวุธครบมือทั้งดาบ ขวาน และกระบองตุ้มหนาม ขอทานมือเปล่ามีหรือที่จะต่อสู้ได้ แค่ไล่ไปก็คงพอแต่พวกโจรคิดจะเล่นสนุกกับชีวิตที่ไร้ค่าของขอทานให้แขนหักขาหักสักคนละท่อนคงไม่เป็นอะไร "อยู่ดีไม่ว่าดี แล้วอย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนไอ้พวกขอทานสกปรก!"




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -9 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -9 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483484

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-4 03:05:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-4 03:51

{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXIV



     โจรใจทรามยกอาวุธขึ้นจะฟันลงมาที่ขอทานคนแรกที่ดูเหมือนเป็นคนป่วยแต่ทันใดนั้นอาวุธที่ถือเอาไว้อย่างมั่นคงก็กระเด็นหลุดออกจากมือด้วยแรงบางอย่างที่ปะทะเข้าหาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เมื่ออาวุธหลุดจากมือของโจรคนที่หนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัวก็สร้างความตื่นตกใจให้กับโจรคนอื่นๆ เป็นอย่างมาก และเมื่อมองมาก็เห็นขอทานสาวยกขาขึ้นเตะสูงเหนือศรีษะ
     "ข้าว่าค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันดีกว่านะ เหอะๆๆ" ขอทานคนที่สามที่ดูไม่น่าสู้คนยกมือขึ้นเพื่อขอเจรจาดีๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเพราะพวกโจรที่ตกใจต่างยกอาวุธขึ้นมาเตรียมต่อสู้เต็มที่
     "ย๊ากกกก!!" โจรคนที่สองถือขวานตัดฟืนฟาดฟันไปด้านหน้าขอทานที่ดูเหลาะแหละอย่างบ้าคลั่งแต่เขาก็พริ้วกายหลบได้อย่างสวยงามด้วยท่าทีสบายๆ จากนั้นก็ย่อตัวลงเตะตัดขาโจรที่คลุ้มคลั่งจนล้มลงจับข้อมือบิดแขนไปด้านหลังจนเกิดเสียงดังกร๊อบขึ้นมา ดูท่าว่าคนที่แขนหักจะเป็นโจรเองเสียแล้ว "อ๊ากกกกก!!"
     "ข้าก็แค่ขอดูดีๆ แล้วไม่น่าต้องใช้กำลังกันเลยน้อ" จากท่าทีที่ดูเหลาะแหละแต่ขอทานคนที่สองกลับโจมตีโต้กลับได้อย่างพริ้วไหวคราวเดียวใช่เข่ากดหัวไหล่ให้หลุดออกจากข้อต่อทำให้โจรเจ็บปวดเป็นอย่างมากและไม่สามารถสู้ต่อไปได้
     "น้องสาม! หนอยแก!!" โจรคนที่สามมองเห็นเพื่อนโจรด้วยกันถูกกำราบเป็นคนแรกก็ตรงเข้ามาหมายจะไปช่วยแต่ก็ถูกขอทานคนที่สามที่ดูแล้วไม่น่าจะสู้คนใช้ฝ่ามือสะกัดจุดอย่างรวดเร็วทำให้เขาแข็งทื่อไม่อาจขยับตัวได้ แล้วหยิบเอาดาบในมือโจรออกมาอย่างง่ายดาย ของอันตรายคงต้องเก็บเอาไว้ไกลๆ
     "เฮ้ย!" ฝ่ายโจรคนแรกที่ถูกลูกเตะพรากอาวุธออกไปจากมือได้แต่ยืนตัวแข็งประจัญหน้ากับขอทานสาวและขอทานที่ดูหน้าตาป่วยๆ ตอนนี้ไม่หนีก็ต้องสู้เขาต้องเลือกเอาสักทางแต่ยังพอมั่นใจในฝีมือของตนเองอยู่และสู้กับผู้หญิงอย่างไรตนเองก็น่าจะชนะ
     เขาเงื้อหมัดขึ้นชกนางแต่ก็ถูกสันมือปัดป้องไม่อาจทำอะไรนางได้ ขอทานสาวปัดป้องอยู่สักพักคงถึงเวลาที่นางต้องโต้กลับด้วยความรำคาญการต่อสู้นี้ควรจะจบลงเสียที นางหมุนตัวครึ่งรอบใช้แรงเหวี่ยงตวัดเรียวขาฟาดต้นคอของโจรที่ตัวสูงใหญ่กว่าจนมันกระเด็นในท่าล้มทั้งยืน เธอเห็นโจรอีกคนที่ถือกระบองหนามอยู่และทำท่าจะยกขาเตะแต่อีกฝ่ายร้องห้ามเสียก่อน
     "อย่าทำข้า ข้ากลัวแล้ว แม่จ๋า!!!!" โจรคนสุดท้ายไม่ทันได้สู้อะไร มองเห็นเพื่อนพ่ายแพ้ราวกับใบไม้ร่วงทีละคนสองคนก็ปล่อยอาวุธในมือหล่นตุ้บลงกับพื้น ร้องหาแม่แล้ววิ่งหายเข้าไปในป่า ส่วนโจรคนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกันแตกฮือราวกับฝูงผึ้งแตกรัง วิ่งหายกันไปคนละทิศละทาง
     "แหม พวกเจ้าล่ะก็ ไม่ทันให้ข้าได้แสดงฝีมือเลยนะ โฮ่ๆๆ" ขอทานที่หน้าตาเหมือนคนป่วยหัวเราะออกมาอย่างรู้สึกขำขันแซวเพื่อนขอทานที่เหลือ
     "หึ! ข้าหมั่นไส้น่ะ คิดว่าเราเป็นขอทานแล้วทำมาเป็นกร่างงั้นรึ เป็นแค่นักเลงกระจอกแท้ๆ" ขอทานสาวปัดมือของนางหลังจากจัดการโจรเสร็จแล้ว
     "เหมือนมันทำกุญแจประตูหล่นไว้ด้วยนะขอรับ" ขอทานคนที่สามนั่งยองๆ หยิบเอากุญแจประตูรถม้าขึ้นมาจากพื้น ก็นับว่าดีจะได้ไม่ต้องพังประตูช่วยเด็กให้เสียแรง...


     เสียงดังปึงปังที่ภายนอกรถม้าทำให้ซูปี้ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก เธอยกมือขึ้นกุมศีรษะแล้วขดตัวกลมดิ๊กนั่งชิดมุมในสุดของรถม้าด้วยความสั่นกลัว ในใจนึกขอโทษขอทานที่เข้ามาช่วยเหลือ เพราะเธอนึกจินตนาการว่าพวกโจรน่าจะเก่งมากและกำลังทำร้ายขอทานอยู่แน่ๆ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงสิบนาทีเสียงโครมครามด้านนอกก็ยุติก่อนจะได้ยินเสียงก๊อกแก๊กที่ประตูรถม้า แม่กุญแจที่ล็อคด้านนอกถูกคลายสลักออกแล้วประตูรถม้าก็ถูกเปิดออกจริงๆ
     "ท่านลุง มีเด็กอยู่ในนี้จริงๆ ด้วยขอรับ" ขอทานคนที่สามที่ดูเป็นคนซื่อๆ ไม่ค่อยสู้คนหันหลังไปบอกใครสักคนที่อาวุโสที่สุดในนั้น
     "ก็ต้องอย่างนั้นไม่ใช่รึ ก็ได้ยินเสียงเด็กดังมาจากในนั้นนี่ ฮ่าๆๆๆ" คนที่สนทนาด้วยหัวเราะออกมาขำๆ อย่างไม่ถือสาอะไร แม้จะไม่เห็นหน้าแต่ก็คิดว่าเขาน่าจะเป็นคนอารมณ์ดี
     "ออกมาก่อนสิแม่หนู พวกโจรมันหนีไปกันแล้ว" ขอทานสาวชะโงกหน้าเข้ามาดูบ้างพลางเอ่ยบอกให้ซูปี้ออกมาอย่างใจดี
     "คะ...ค่ะ" เด็กหญิงยังรู้สึกตื่นๆ อยู่และไม่คิดว่าฝั่งขอทานจะเป็นครชนะ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกและพอจะยิ้มออกมาได้บ้าง "ข้าแซ่ซู ชื่อซูปี้ขอขอบคุณท่านลุงท่านน้าทุกคนค่ะ" เด็กหญิงยกมือขึ้นคารวะกลางอกพร้อมค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม
     "ข้าอาเซ่อซื่อ" ขอทานคนแรกที่หน้าตาเหมือนคนป่วยเอ่ยนามตนเองออกมาแต่ชื่อที่ได้ฟังนั้นแปลกประหลาดไม่เหมือนชื่อชาวต้าฮั่นทั่วไป หรืออีกนัยนามนั้นคือชื่อฉายาบางอย่าง
     "ข้าเจี้ยหลาฮวา" ขอทานคนที่สองที่ท่าทางดูเป็นคนเหลาะแหละไม่เอาถ่านเอ่ยนามของเขามาบ้างดูรอยยิ้ม ฟังดูเป็นชื่อที่แปลกประหลาดไม่แพ้คนแรก
     "ข้าเหลียนซื่อเหลา" ขอทานคนที่สามที่ดูเหมือนคนขี้แพ้ไม่ชอบมีปากเสียงแนะนำชื่อของตน ก็ฟังดูเป็นชื่อบ้างแต่เด็กหญิงรู้สึกว่าก็น่าจะเป็นรหัสลับเช่นกัน
     "ส่วนข้าเก้าเหวิน" ขอทานคนสุดท้ายที่เป็นสตรีเอ่ยนามของนางด้วยรอยยิ้มเช่นกัน "ทำไมเจ้าถึงถูกจับมาล่ะแม่หนูน้อย?"
     "พอดีว่าข้าตามสะกดรอยคนเพื่อที่จะมาช่วยเป็นพยานให้พี่ชายบุญธรรมน่ะค่ะ แต่ก็ถูกจับตัวมา..." ซูปี้เอ่ยเสียงแผ่วที่ข้างท้ายประโยคอย่างรู้สึกผิดพลาด ด้วยความเป็นเด็กหรือเธอจึงไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเองเลยจึงถูกจับมา มือเล็กๆ กำแน่นวางบนหน้าตัก
     "พี่ชาย? พยาน?" อาเซ่อซื่อเอ่ยถามขึ้นมา เพราะตอนนี้พวกเขาไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากเลย ตอนแรกคิดว่าเธอจะบอกที่อยู่ให้ฟังแต่กลับกลายเป็นว่ามีอะไรมากมายกว่าที่คิด
     ท่าทางว่าซูปี้จะต้องเล่าเรื่องทุกอย่างให้ขอทานฟังตั้งแต่แรก ไม่รู้ว่าจะดีไหมแต่ว่าพวกเขามีน้ำใจช่วยเธอไว้ก็น่าจะเป็นคนดี เด็กหญิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวของตัวเองออกมา
     "บ้านเดิมข้าอยู่ที่อู๋จวิ้นค่ะ แต่เดินทางออกมากับพี่ชายชื่อคาบูโตะเพื่อหาเงินส่งกลับไปให้ครอบครัว ที่บ้านข้าติดหนี้จนทำให้ถูกยึดเรือประมงไป ข้ากับพี่ชายเลยเดินทางไปยังฉางอันเพื่อหางานทำ แต่ว่าพี่ชายดันถูกใส่ร้ายว่าเป็นโจร... เขาช่วยเถ้าแก่ร้านขายผ้าจับโจรไว้แต่โจรดันโดนคนร้ายใส่ความเสียเองว่าพี่ชายข้าเป็นคนผิด..." เธอเว้นจังหวะหายใจมองไปก็เห็นเหล่าขอทานกำลังฟังเธอเล่าอยู่จึงเล่าต่อทันที "ท่านเจ้าเมืองให้ทหารออกไปตามหาเถ้าแก่ร้านขายผ้าแต่ดูเหมือนว่าเขากลับเซียงผิงไปแล้วน่ะค่ะเลยไม่มีพยานยืนยันพี่ข้าเลยต้องอยุ่ในคุกไปก่อน ระหว่างที่ข้ากำลังหาคนช่วยเหลืออยู่ที่ตลาดก็ได้ยินคนคุยกันว่าคนร้ายติดหนี้เขาไว้ข้าจึงสะกดรอยตามไป แต่พอได้เรื่องราวจะเอาความไปบอกท่านเจ้าเมืองข้าก็ถูกโจรกลุ่มนี้จับตัวมานี่แหล่ะค่ะ มันน่าจะเอาข้าไปขายแทนเงินที่คนร้ายยืมไป..."
     "อย่างนี่เอง" เหล่าขอทานพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
    "แล้วพวกท่าน... ทำไมถึงมีวรยุทธ์ได้ล่ะคะ?" ซูปี้เอ่ยถามออกไป เป็นสิ่งที่ค้างคาใจเธอพอสมควร
     "อ้อ พวกเราเป็นคนของพรรคกระยาจกน่ะจ้ะ เพียงแค่เดินทางผ่านมาเยี่ยมเยียนพรรคพวกนิดหน่อย" เก้าเหวินบอกซูปี้ไป
     "พรรคกระยาจก?" เด็กหญิงเอียงใบหน้าเล็กน้อยพร้อมแสดงสีหน้างุนงง คล้ายๆ กับสมาคมขอทานแห่งต้าฮั่นอะไรแบบนั้นหรือเปล่านะ?
     "เถ้าแก่ร้านขายผ้าที่เซียงผิงงั้นรึ? เหมือนว่าข้าจะพอคุ้นๆ เลย เจ้าพอจะรู้จักชื่อแซ่ของเถ้าแก่ไหมล่ะแม่หนู?" เจี้ยเหลาฮวาถามออกไปบ้างหลังจากที่เขาเงียบมานาน
     "เอ๋... ชื่อเถ้าแก่หรอคะ?" ซูปี้ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเธอเองก็ไม่เคยรู้หรือได้ยืนชื่อของเถ้าแก่มาก่อนเลยด้วย เด็กหญิงหลับตาครุ่นคิดพาตัวกลับไปยังเหตุการณ์ในวันนั้น ตอนที่คาบูโตะทิ้งเธอให้อยู่กับพี่สาวที่เป็นฮูหยินของเถ้าแก่ เหมือนว่าที่ร้านจะมีตราตัวอักษรฮันตัวหนึ่งสลักไว้อยู่ที่ป้ายร้าน "ลู่"
     "หืม เถ้าแก่ลู่รึ?" อาเซ่อซื่อเลิกคิ้วมองถามเด็กหญิงที่โพลงคำๆ หนึ่งออกมา
    "ข้าไม่ค่อยแน่ใจค่ะ แต่จำได้ว่ามีตัวอักษร 'ลู่' ติดอยู่ที่ป้ายร้าน ก็อาจจะใช่... หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ค่ะ..." ซูปี้เอ่ยออกมาอย่างหงอยๆ เบาะแสที่เธอจำได้มีเพียงเท่านั้นจริงๆ
     "แต่ข้าคุ้นๆ นะเถ้าแก่ลู่ที่ขายผ้า เหมือนจะเพิ่งแต่งฮูหยินรุ่นราวคราวลูกเข้าบ้านไปด้วย" เหลียนซื่อเหลากุมคางอย่างใช้ความคิด
     "ข้าก็คุ้นๆ อยู่ตอนนั้นที่อยู่เซียงผิงยังไปกินฟรีเลย ฮ่าๆๆๆ" เจี้ยเหลาฮวาเอ่ยสมทบ นั่นทำให้ซูปี้ใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าอย่างน้อยก็มีเถ้าแก่ลู่ที่ขายผ้าอยู่ที่เซียงผิงและมีฮูหยินวัยเอ๊าะๆ อยู่จริง ถ้าเป็นคนอื่นแล้วบังเอิญเหมือนกันขนาดนี้ก็คงต้องยอมแล้วล่ะ
     "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ข้าว่าไปพักที่พรรคในเมืองกันก่อนเถอะ" เก้าเหวินเอ่ยบอกอยู่ที่นี่ไปก็เปล่าประโยชน์บางทีการถามสมัครพรรคพวกยาจกอาจจะได้รับเบาะแสที่ดีกว่านี้
     "ไหนๆ พวกโจรก็ทิ้งรถม้าไว้แล้วอะนะ ขอยืมหน่อยคงไม่เสียหาย โฮะๆๆ" อาเซ่อซื่อลูบที่ตัวม้าแก่เบาๆ ดูเหมือนมันจะเชื่องกับเขายิ่งกว่าพวกโจรใจร้านเสียอีก
     "งั้นออกเดินทาง!" เหล่ายาจกที่เหลือปีนขึ้นมานั่งบนรถม้าบ้างบนหลังคาบ้างแล้วจากนั้นทั้งห้าก็ออกเดินทางไปยังศูนย์ใหญ่ของพรรคกระยาจกเมืองจี้โจว




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -2 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin -2 + 4

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
749
เงินตำลึง
1356
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
102
ความชั่ว
0
ความโหด
55
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-11-13 01:49:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-11-13 02:23

- เควสเรื่องราว 3 - บุญคุณ-ความแค้น
หยกเสวียนอู่ 1
     
     หลังจากยูตะกลับไปที่ห้องของตัวเอง เขาก็ก็นั่งครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ที่ว่าสองคนนั้นน่าจะเป็นใคร แต่เขาก็นึกแทบไม่ออกเลยว่าจะเป็นใครได้บ้าง......ก็แน่ละ เขาไม่รู้จักใครเลยนี่นะ......
     "คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ" เขาบ่นพึมพัมออกมาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนที่เตียงของเขา
    "หรือว่าจะไปดักรอที่เมืองจี้โจวเลยดีนะ........"เขาเริ่มบ่นพึมพัมออกมาต่อ
    "ไม่ได้ๆ เราไม่รู้หน้าตาของพวกมัน......แถมไม่รู้บ้านของแม่นางนั้นด้วย......อืม........เอายังไงดี......" ยูตะยังคงครุ่นคิดต่อไป
    "ทางเลือกสุดท้ายสินะ.........." สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะสะกดรอยตามสองชายทรามนั้นไป โชคดีที่ห้องเขากับห้องของสองบุคคลลึกลับนั้นอยู่ตรงข้ามกับห้องของเขาพอดี นั้นจึงทำให้ง่ายต่อการสะกดรอยตามเป็นอย่างมาก เขาก็เพียงแค่ตื่นมานั้งรอฟังเสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามเท่านั้นเอง
     เมื่อเขาวางแผนให้ตัวเองให้เรียบร้อยเขาก็รีบเข้านอนเพื่อที่จะ ได้ตื่นเช้ามามาดังรอทัน
     ..................
     ........................
     .................................
     และเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงยูตะก็ตื่นตามแผนของเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่ยูตะจะเริ่มดักรอเสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามที่เปิดและปิดลง เขาก็ไม่รีรอที่จะเดินตามออกไป โดยที่เขานั้นเว้นระยะห่างไว้สักเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยจนเกินไป ดูเหมือนว่าชายทั้งสองคนนั้นจะไม่รีบร้อนมากนัก พวกเขานั้งทานอาหารเช้า ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อไป ซึ่งยูตะก็นั้งกินตามแต่โดยสงบไม่แหวกหญ้าให้งูตื่นแต่อย่างใด
      หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางจากโรงเตี้ยมมุ่งหน้าเมืองจี้โจวโชคดีรอบที่สองที่ป่านอกเมืองจี้โจวนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดจึงทำให้เขาสามารถหาที่ซ่อนตัวระหว่างเดินไปเรื่อยๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก ส่วนที่เหลือนั้นเขาก็ระวังไม่ให้ตัวเอาส่งเสียงดังออกไป ไม่ว่าจะเป็นการเหยียบใบไม้แห้ง หรือว่าการหักกิ่งไม้ต่างๆ
     และในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหน้าทางเขาเมืองจี้โจวในที่สุด แต่ว่าอยู่ๆ พวกนั้นก็กลับที่จะไม่เดินเข้าเมืองและเดินออกนอกเส้นทางไปซะอย่างงั้น


      (อ้าว....... จะไปไหนกันละ) ยูตะคิดในใจอย่างสงสัย แต่ก็ยังคงสะกดรอยตามต่อไป
     ชายสองคนนั้นยังยังคงมุ่งหน้าออกนอกเส้นทางไปเรื่อยๆ
     (รึว่า บ้านของแม่นางจะอยู่นอกตัวเมืองแบบบ้านของตระกูลหลี่กันนะ) ยูตะยังคงเดาสุ่มต่อไป
     (หรือไม่ก็พวกนั้นจะรู้ตัวแล้วว่าเราสะกดรอยตามมา เลยแกล้งออกนอกเส้นทาง แล้วล่อเราไปจัดการ......ไม่หรอกมั้ง.......) ยูตะเริ่มคิดไปไกลขึ้นเรื่อยๆ


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

157

กระทู้

1484

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
799544
เงินตำลึง
40650
ชื่อเสียง
71474
ความหิว
356

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6402
ความชั่ว
425
ความโหด
2530
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-8-31 20:34:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[จะเดินไปไหนก็เรื่องของเจ้า]

    วันถัดมาพร้อมกับเเสงของดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านมาช่องหน้าต่างเข้ามา ส่องกระทบใบหน้านวลที่กำลังนอนซุกตัวขดอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่นอนเบียดกันอยู่บนเตียงเดี่ยวเตียงเล็กๆในห้องพักของโรงเตี้ยม เปลือกตาบางกระพริบถี่ๆก่อนที่จะลืมตามองขขึ้นมารอบๆและขัยบตัวบิดตัวไล่ความเมื่อยไปมาแม้ว่าจะมีแขนเเกร่งของชายหนุ่มวางพาดทับอยู่


     “อื้ออ หนักเจี๋ยเฟย”เสียงครางเบาๆของหญิงสาวดังเอื้อนเอ่ยออกมาแล้วพยายามดันแขนของชายหนุ่มออกเบาๆแล้วจึงค่อยๆตัวเคลือนออกมายันตัวนั่งอยู่บนขอบเตียงก่อนจะหันไปมองใบหน้าของเจี๋ยเฟยที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่แล้วจึงลุกเดินเข้าห้องน้ำไป แต่เพียงไม่นานร่างบางในชุดสีเขียวอ่อนก็เดินก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเส้นผมสีดำยาวถึงสะโพกถูกปล่อยสยายยาวเต็มแผ่นหลังก่อนที่เธอนั้นจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งอยู่ที่เบื้องหน้ากระจกพรางทอดสายตามองดูตัวเองแต่ก็ต้องขมวดคิ้มมุ่นและเพ่งสายตามองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกแล้วก็ต้องพบกับรอยห่อเลือด เป็นจ้ำเล็กๆเต็มคอเธอไปหมดไม่เว้นเเม้แต่ช่วงเนินอกก็มีรอยเช่นนั้นปรากฏอยู่เช่นกัน


    “กรอด...ไอ้…..”เสียงกัดฟันกรอดลอยออกมาจากปากพร้อมร่างบางของหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกจะยันตัวลุกพรวดขึ้นมาแล้วตรงไปยังร่างของชายหนุ่มที่ยังคงหลับอุตุอยู่เตียงก่อนที่ขวานไป๋ฟงที่ได้รับมาจากท่านเจ้าเมืองลู่เจียนนั้นจะถูกมือบอบบางของหญิงสาวจับง้างขึ้นเหนือหัว


     !!!


     โครมมม!!!


     “เฮ้ยอะไร ผู้บุกรุกรึ”เจี๋ยเฟยที่ดีดตัวหลบออกจากเตียงได้ทันก่อนที่คมขวานในมือจางฝูนั้นจากฟาดลงมาจนเตียงหลังนั้นถึงกับหักกลาง เจี๋ยเฟยที่มองไปรอบๆห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้บุกรุกก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเบาใจว่าก่อนจะหันไปยิ้มให้จางฝูที่ยืนอยู่ข้างเตียงหักๆ ก่อนที่ร้อยยิ้มนั้นของชายหนุ่มนั้นจะค่อยๆเลือนหายไปอย่างรวดเร็วใบหน้ายิ้มระรื่นเมื่อครู่กลายเป็นซีดขาวเมื่อร่างบางของคนรักเดินลากขวานเข้ามาหหาตนด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าเธอนั้นมีโทสะมากเเค่ไหน


      “อ้ากกกกกกกกกกก จางฝูข้าขอโทษษษ….”


     เสียงโหยหวนยามเช้าที่ดังลั่นออกมาจากโรงเตี้ยมตามด้วยเสียงโครมครามมากมายปลุกคนที่เข้ามาพักคนอื่นๆและบ้นใกล้เรือนเคียงให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาแทนเสียงไก่ขัน ตามด้วยเสียงบ่นและเสียงโวยวายของผู้ที่ถูกเสียโหยหวนนั้นปลุกให้ตื่นขึ้นมาพากันก่นด่าสาปเเช่งไปทั้งตะกูล


     ร่างของเจี๋ยเฟยที่นั่งหน้าบวมหัวปูดอยู่บนหลังเฟยเทียนทำเอาจู๋เว่ยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆแล้วหันกลับไปมองจางฝูที่ยืนชดใช้ค่าเสียหายอยู่ด้านในโรงเตี้ยม ‘แบบนี้ไงข้าถึงยังไม่อยากมีเมีย’


      เธอเอ่ยออกมาจากโรงเตี้ยมพรางหรี่ตามองไปยังเจี๋ยเฟยที่เมื่อเห็นว่าถูกมองก็รีบก้มหน้างุดหนีแทบไม่ทันอย่างหงุดหงิดแม้ว่าเมื่อเช้าเธอจะระบายความหงุดหงิดไปบ้างแล้วก้ตามที “จู๋เว่ยันนี้เจ้าขึ้นไปนั่งบนหลังเฟยเทียนเป็นเพื่อเจี๋ยเฟยแล้วกัน ข้าจะไปนอนที่ท้ายรถ”ว่าจบร่างบางของจางฝุก็กระโดดปีนขึ้นหลังรถเทียบไปทันที่ ส่วนจู๋เว่ยยที่โดนยึดที่ก้จำเป็นต้องระเห็ดตัวเองนั้นมานั่งบนหลังเฟยเทียนกับเจี๋ยเฟยที่สภาพน่าจะหนักว่าไปฟัดกับพวกเมาเซียนหรือเจ้าพวกคนชุดดำมาเสียอีกอย่างจำใจ


      “ไอ้เจ้าบ้านี่น่าโมโหจริงๆ”ริมฝีปากบางเอ่ยบ่นพึมพัมออกมาเบาๆแล้วหันไปหยิบเอาอาวุธที่เธอมีทั้งหมดนั้นขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเพื่อหลังคลายความเตรียมที่สะสมอยุ่โดยมีเจ้าหย่งสือและเจ้าหย่งฟางนั่งเอียงคอมองอยู่ข้างๆส่วนเจ้าสองหย่งที่เหลือนั้นก็ลงไปเดินตามรถไม่ก็หายเข้าป่าไปล่ากรต่ายมากินบ้างตามประสาหมาป่าช่วงเต็มวัยและเมื่อเอาเจ้าหย่งสือไปเทียบเเล้วมันก็ยังเรียกได้ว่ายังเด็กอยู่มากทีเดียว


      นานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ที่รถเททียบคันนี้ยังคงเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆและเริ่มที่จะโยกขยับหนักขึ้นเรื่อยๆเมื่อเธอลองเปิดม่านออกไปดูก็พบว่าตัวเองไม่สิพวกเธอนั้นกำเดินผละออกจากเส้นทางเกวียนสู่เส้นทางสายเล็กๆที่โดยรอบนั้นเป็ด้วยต้นไม้หมายขึ้นอยู่หนาทึบบางที่คงเป็นเส้นทางลัดที่จู๋เว่ยช่วยบอกเจ้าคนบ้าจอมหลงททางก็เป็นได้ก่อนที่เธอนั้นจะขยับตัวกลับมานั่งเช่นเดินและค่อยเอนตัวลงไปนอนหนุนที่ลำตัวของเจ้าหย่งฟางที่เส้นขนสีขาวราวหิมะของมันนั้นช่างหนุ่มมนิ่มเสียยิ่งกว่าเจ้าสามหย่งที่เหลือเสียอีกแน่ละหมาป่าตัวเมียนจะปล่อยให้ตัวเองโทรมได้เช่นไรมันก็คงเป็นครายๆผู้หญิงทั่วไปที่รักสวยรักงามแม้ในบางครั้งมันจะดูน่ากลัวและบ้าเลือดเกินไปก็ตามที


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
สุรากู่หลันหลาง
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x100
x5
x177
x20
x800
x2
x17
x80
x88
x50
x595
x200
x3
x8
x4
x160
x1
x400
x3
x100
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x56
x600
x400
x200
x5
x400
x1200
x75
x6
x30
x600
x4
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x3
x10
x60
x59
x4
x250
x19
x600
x32
x44
x200
x100
x800
x185
x3
x600
x712
x200
x16
x200
x21
x600
x2
x1000
x400
x800
x30
x600
x50
x4
x5
x29
x400
x74
x1
x5
x1680
x1
x3
x615
x1290
x75
x1093
x3
x5
x6
x70
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x1
x136
x300
x75
x1
x30
x30
x2
x49
x6
x701
x410
x1500
x132
x218
x261
x260
x260
x400
x215
x70
x325
x407
x30
x111
x380
x728
x1
x23
x544
x4
x370
x96
x266
x267
x520
x1037
x129
x1
x47
x726
x454
x3
x2
x529
x430
x360
x158
x6914
x1322
x350
x257
x49
x42
x17
x49
x19
x324
x1288
x6
x1764
x810
x340
x1
x4
x28
x1
x8
x131
x243
x668
x5895
x53
x12
x162
x1
x446
x140
x5400
x8
x327
x630
x500
x36
x2
x3
x300
x5
x40
x141
x2
x4500
x546
x1378
x730
x108
x195
x107
x9
x68
x482
x7
x38
x3
x2
x7
x137
x5
x10
x15
x4
x147
x263
x500
x2
x51
x263
x7
x158
x17
x227
x6012
x702
x230
x8
x109
x2
x2
x1092
x2531
x490
x648
x219
x192
x254
x279
x6
x32
x13
x678
x7
x563
x9
x1748
x313
x770
x844
x1156
x980
x938
x115
x134
x183
x746
x1411
x807
x92
x101
x179
x906
x408
x120
x161
x6
x225
x287
x619
x460
x1034
x660
x168
x1072
x2318
x571
x40
x1018
x506
x24
x280
x1245
x170
x248
x1444
x6749
x1960
x3490
x35
x24
x41
x81
x697
x1

17

กระทู้

296

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
10147
เงินตำลึง
177818
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
312

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-10-27 18:00:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-10-28 18:08

โรลเดินทาง

                   ทั้งสองผ่านมาถึงนอกเมืองจี้โจวและเลือกเดินทางผ่านป่านอกเมืองซึ่งเป็นเส้นทางเล็กๆ ยิ่งตกเย็นอากาศก็เริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกนางต้องหาผ้ามาคลุมร่างกายของตัวเองเอาไว้ ติงโหยวมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าระหว่างที่ผ่านต้นไม้แต่ละต้น ลู่เอินสังเกตเห็นพืชพันธุ์เกาะก่ายกัน ตามลำต้นของต้นไม้สูงยิ่งมีเยอะ แสดงว่าป่าที่นี่ค่อนข้างชื้น หากเดินทางในหน้าฝนเกรงว่าเส้นทางนี้คงใช้ไม่ได้ ตอนนั้นเองที่นางนึกถึงเรื่องปลิงไม่ก็ทากที่มักจะมีเยอะในป่าแห่งนี้ขึ้นมา ลู่เอินลั่นกับตัวเองในใจว่าจะไม่ก้าวเท้าลงจากรถม้าเด็ดขาด..
                   "เสี่ยวเอิน ข้าว่ารีบเดินทางดีกว่า ดึกไปอาจจะเจอพวกโจรก็ได้"
                   "นั้นสิเจ้าคะ" ลู่เอินพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเร่งความเร็วของรถม้า
                   ทางด้านของติงโหยวพอไม่มีอะไรทำจึงหยิบม้วนไม้ไผ่ขึ้นมาคลี่ออก เมื่อเห็นเนื้อหาด้านในนางก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะขยับตัวมานั่งข้างลู่เอินที่กำลังควบคุมรถม้าอยู่ ลู่เอินที่โดนเบียดอย่างกระทันหันถึงกับหันมามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจนัก
                   "พี่โหยวทำอะไรเจ้าคะ"
                   "เจ้าลองอ่านนี่ก่อนสิ" ติงโหยวดันม้วนไม้ไผ่ให้ลู่เอิน ก่อนที่นางจะหยิบมาอ่านดู


ถึงท่านหมิงจงฉาง
                   ข้าน้อยชู อวิ๋น ท่านคงจำได้ ข้าน้อยเป็นศิษย์สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม หลังท่านปิดสำนักข้าน้อยได้มาใช้ชีวิตเป็นพ่อค้าเดินทางไปเรื่อย ระหว่างทางได้ยินข่าวลือ พรรคเมฆาวางแผนชั่วร้ายกำลังเตรียมจะไปถล่มอู๋เว่ยและถอนรากถอนโคนท่านอาจารย์ ข้าน้อยได้ติดต่อกับศิษย์พี่อีกสองคนที่รู้จักแล้ว  ตอนนี้ข้าไม่แน่ใจว่าจะสามารถส่งข่าวนี้ได้หรือไม่ ข้ากำลังถูกคนพรรคเมฆาตามล่า......
ชู อวิ๋น



                   พอลู่เอินได้อ่านข้อความนั้น ใบหน้าสวยพลันขมวดคิ้ว แม้นางจะไม่รู้จักพรรคเมฆาดีนัก แต่จากเนื้อความมีความหมายว่าผู้หนึ่งกำลังถูกปองร้ายอยู่ สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำรามหากนางจำไม่ผิด ครั้งหนึ่งเคยเดินทางผ่านอู๋เว่ยได้บังเอิญเห็นป้าสยสำนักอยู่คราหนึ่ง แล้วเหตุใดจดหมายที่ควรจะไปถึงเมืองอู่เว่ยถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วนี่มันเป็นจดหมายที่นานแค่ไหนแล้ว ความจริงนางสามารถทำเป็นมองไม่เห็นจดหมายนี่ได้ แต่พอมองเสี้ยวหน้าของติงโหยว กลับเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าจริงจัง บางที ครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะช่วยเหลือ
                   "พี่โหยว พี่คิดว่าเราควรทำอย่างไร?"
                   "อย่างไร? แน่นอนว่าต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว! ข้าไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก"
                   นางยิ้มบางเบา อย่างไรก็ไม่ต่างจากที่นางคาดเดานัก "เช่นนั้นเราเดินทางกลับไปเขตเหลียงโจวกันใช่ไหมเจ้าคะ"
                   "ร้านค้าเครื่องเทศ เจ้าจะซื้อตอนไหนก็ได้ แต่ชีวิตคนมีโอกาสช่วยเหลือได้ย่อมต้องช่วยเหลือ!"
                   ความจริงนางไม่รู้จักคนในจดหมายสักนิด จะเมินเฉยไปย่อมได้อยู่แล้ว แต่การผิดใจกับติงโหยวย่อมไม่ใช่เรื่องดี เดินทางคนเดียว ตามใจคนเดียว เดินทางสองคน ย่อมต้องเห็นแก่ผู้ร่วมเดินทางด้วย "ตกลง เราจะกลับเหลียงโจวกัน"
                   ลู่เอินตัดสินใจเคลื่อนรถม้า เดินทางกลับไปตามเส้นทางเดิม


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 35 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60