เจ้าของ: Hazan

{ เมืองฉางอัน } บ้านตระกูลหลี่

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2017-9-29 10:48:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เส้นทางป่าวประกาศ 16.5

      ภารกิจที่เมืองฉางอันของเขานั้นไม่ได้มีแค่การมาโฆษณาเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างเดียวเท่านั้น เขายังมีอีกเรื่องที่ต้องทำอีก ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญพอๆกันเลยที่เดียวนั้นการนำส่งจดหมายให้กับขุนนางชลประทานหลี่ซึ่งยูตะก็ได้สอบถามไปเรื่อยระหว่างทางที่เขาเดินดูของต่างๆ ในย่านการค้า ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบ้านของตระกูลหลี่นั้นอยู่ทางไหน ซึ้งตั้งแต่ตอนนั้นเองยูตะก็เริ่มสังเกตุได้ความถึงผิดปกติของไป๋หลานที่อยู่ๆ ก็เงียบลงไปผิดหูผิดตาเมื่อเขาพูดถึงเรื่องของตระกูลหลีขึ้น แต่ว่าเขาเองก็ไม่คิดจะถามอะไรเหมือนกับว่าใจนึงเขาก็ไม่อยากจะมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นอีกนัก อีกใจก็ลำบากใจที่จะต้องให้ไป๋หลานพูดเรื่องที่ดูท่าทางแล้วน่าจะไม่อยากพูดขึ้นมา
     "ยะ...ใหญ่......" นั้นคือความรู้สึกแรกที่ของยูตะเมือมาหยุดที่อยู่ที่บ้านของตระกูลหลี่
     "แล้วจะทำอย่างไรต่อดีอืม.....ไม่ได้แจ้งไว้ซะด้วยก็คงจะไม่ได้ต้อนรับเข้าไปสินะ....." ยูตะเริ่มยืมคิดอยู่ว่าทำอย่างไรต่อไปดี  ก็มีเสียงดังขึ้น
     "เจ้าตรงนั้นนะ! มาทำอะไรที่นี่!" เสียงเรียกที่มาจากที่มาจากคนที่ดูเหมือนจะเป็นรับใช้ของตละกูลหลี่ดังขึ้น
     "คะ....ครับ! ผะ....ผม....นำจดหมายของขุนนางหลี่เซี้ยนเจ่อมาส่งครับ" ยูตะ ที่อยู่ๆก็โดนเรียกก็ตกใจลนลานเล็กน้อยก่อนที่จะพูดตอบกลับไปแล้วค่อยๆ หยิบจดหมายที่ได้รับมาแล้วส่งให้คนรับใช้คนนั้น
     "หืม......จดหมายจากใต้เท้าหลี่อย่างงั้นหรอ ไหนขอข้าดูสิ อืม.....อืม.....ดูเหมือนจะเป็นจดหมายของใต้เท้าหลีจริงๆด้วย ขอบใจมากที่นำมาส่งให้ เดียวที่เหลือข้าจัดการต่อเอง เจ้าไปได้แล้วละ" คนรับคนนั้นรับจดหมายไปดูก่อนที่จะพูดขึ้นมา
     "ถ้าอย่างงั้นขอตัวกันละครับ" ยูตะกล่าวออกมาก่อนที่จะขอตัวเพื่อนเดินทางกลับไปยังโรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่วต่อไป
     ระหว่างทางเดินกลับไปนั้นสุดท้ายแล้วยูตะก็ทนไม่ได้ถึงความเงียบของไป๋หลานเขาจึงได้พูดขึ้น
     "มีอะไรรึเปล่าไป๋หลาย เธอดูเงียบๆไปนะ" ยูตะกล่าวถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
     "ไม่มีค่ะ" ไป๋หลานตอบกลับมาสั้นๆ
     "แน่ใจนะว่าไม่---" แต่กก่อนที่ยูตะจะได้ถามซ้ำอีกรอบจนจบนั้น ไป๋หลายก็พูดแทรกขึ้นมา
     "ไม่มีค่ะ" เธอกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่กว่าเดิมก่อนที่จะเดินนำหน้ายูตะไป
     "...................." ยูตะนิ่งเงียบไม่พูดอะไรเพียงแต่เดินตามไป๋หลานไป....

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +25 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1
โพสต์ 2017-9-29 12:02:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     บ้านตระกูลหลี่ในช่วงเที่ยงของวันนี้ในส่วนของห้องครัวบ่าวที่ทำงานในส่วนนี้กำลังวุ่นวายกับการทำอาหารและเตรียมของที่จะต้องทำ หลี่เฟิงหลงที่เพิ่งกลับมาจากการไปตรวจดูความเรียบร้อยและจัดการบัญชีของร้านน้ำชาก็เดินมานั่งลงที่ห้องนั่งเล่น พ่อบ้านหลี่เห็นเจ้านายกำลังพักผ่อนก็เดินเข้าไปหาพร้อมกับแผ่นกระดาษแล้วส่งให้กับหลี่เฟิงหลง
   "อะไรรึ? พ่อบ้านหลี่" หลี่เฟิงหลงรับกระดาษมาอย่างสงสัย
   "เรียนนายท่าน มีคนนำส่งจดหมายของคุณชายหลี่มาให้ครับ" พ่อบ้านหลี่พูดอย่างดีใจ
   "งั้นเหรอ......ข้าก็นึกว่าลูกข้าจะลืมคนที่บ้านแล้วเสียอีก" หลี่เฟิงหัวเราะดังลั่น
     หลี่ฮูหยินกำลังเดินไปส่วนของห้องครัวเมื่อเห็นสามีนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นแล้วกำลังจะเปิดอ่านแผ่นกระดาษก็เดินเข้ามาหาทันที
   "ท่านพี่.....ไม่ทราบว่าท่านกำลังอ่านอะไรอยู่" หลี่ฮูหยินเดินเข้ามานั่งข้างๆหลี่เฟิงหลง
   "อ้อ!.....ฮูหยินมาพอดี เมื่อกี้นี้พอ่บ้านหลี่บอกว่าลูกชายของเราได้ฝากจดหมายมาให้" หลี่เฟิงหลงชูกระดาษให้ฮูหยินดู
   "แล้วเซี้ยนเจ่อเขียนมาว่าไงบ้างเหรอคะ" หลี่ฮูหยินถามอย่างสนใจ
   "ก็.......ที่อู๋จวิ้นใกล้ถึงงานเทศกาลไหว้พระจันทร์จึงอยากช่วนท่านพ่อกับท่านแม่มาเที่ยวที่นี่ด้วยกันครอบครัวพร้อมหน้า อีกอย่างหนึ่ง หลี่เหม่ยหลินบ่นว่าคิดถึงท่านและที่บ้านมาก" หลี่เฟิงหลงอ่านจบก็วางจดหมายลงบนโต๊ะ
   "เรียนนายท่านและนายหญิง หากพวกท่านอยากจะไปเยี่ยมคุณชายกับคุณหนู ข้าจะได้ให้บ่าวจัดเตรียมรถม้าไว้ให้ครับ" พ่อบ้านหลี่ที่ทำงานที่นี่มาหลายปีที่ตอนนี้คงจะอ่านใจเจ้านายตัวเองได้แล้ว
   "นั้นสินะคะท่านพี่ นี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ลงไปเยี่ยมลูกๆแล้วก็ได้เที่ยวแดนใต้ด้วย" หลี่ฮูหยินพูดอย่างยิ้มแย้ม
   "เจ้าคงจะคิดถึงความออดอ้อนของเหม่ยหลินด้วยสินะ ฮูหยิน" หลี่เฟิงหลงพูดอย่างรู้ใจภรรยา
    หลี่ฮูหยินไม่ตอบแต่ใช้สีหน้าแสดงออกแทน
   "เอาล่ะ ข้าว่าเราไปทานอาหารกันเถอะนะ ยังไงเจ้าก็เตรียมรถม้าไว้ให้ด้วยแล้วกัน ข้าคิดว่าข้ากับฮูหยินอาจจะเดินทางไปอู๋จวิ้นกันพรุ่งนี้ เพื่อให้ทันงานเทศกาลไหว้พระจันทร์" หลี่เฟิงหลงลุกขึ้นพร้อมกับฮูหยิน
   "ได้ครับ นายท่าน" พ่อบ้านหลี่โค้งคำนับรับคำสั่ง
     หลังจากนั้นหลี่เฟิงหลงกับหลี่ฮูหยินก็พร้อมใจกันเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปยังห้องทานอาหาร จึงทำให้ตลอดช่วงทั้งบ่ายหลังจากที่ทั้งคู่รับประทานอาหารกันเสร็จแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานกันต่อ
@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-11-26 00:36:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     หลี่เหม่ยหลินนั่งรถม้าจากจวนขุนนางชลประทานกลับมายังบ้านของตนเองอีกครั้ง จึงได้มอบหมายให้พ่อบ้านหลี่ถังอยู่ดูแลจวน เหตุเนื่องด้วยพี่ชายของตนเองได้ทำงานอยู่ชายแดนแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา นางจึงใช้ช่วงเวลานี้กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดแทน หลี่เหม่ยหลินนั่งโดยสารรถม้าจากแดนเจียงหนานมายังภาคกลางโดยไม่เร่งรีบ เนื่องด้วยอยากแวะเที่ยวเล่นระหว่างเมืองจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะมาถึงนครหลวง เมื่อกลับมาถึงยังบ้านตระกูลหลี่แล้ว คนที่ดีใจที่สุดเมื่อได้เห็นหน้าของบุตรสาวคือหลี่ฮูหยิน บ้านที่ดูเงียบเหงามานานดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาหลังจากที่คนที่ชอบสร้างเสียงดังให้กับบ้านหลังนี้กลับมา เมื่อได้กลับมาอยู่บ้านสิ่งที่หลี่เหม่ยหลินทำเป็นอันดับแรกคือการไปเล่นหมากล้อมกับปู่       "หลานปู่ เจ้าคงห่างหายจากการเดินมากไปนานเลยสิ" ปู่เมื่อได้เห็นหน้าหลานสาวสุดที่รักก็ยิ้มแย้มด้วยแววตาที่อ่อนโยน
   "หลานต้องช่วยพี่ใหญ่ทำงาน เลยไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่" หลี่เหม่ยหลินไหวไหล่ทั้งสองข้างเล็กน้อย
   "แล้วพี่ชายของเราไปไหน? ทำไมถึงไม่กลับมาด้วยกัน" ปู่เอ่ยถามเหมือนคนที่จำหลานชายอีกคนไม่ได้
   "พี่ใหญ่ต้องไปทำงานอยู่ด่านซันไห่" หลี่เหม่ยหลินบอกอย่างเบื่อหน่าย
   "ด่านชายแดนทางเหนือ ที่มักจะมีพวกนอกด่านมารุกรานบ่อยๆ นะเหรอ" ด้วยเพราะเป็นคนที่ต่อบทตำราพิชัยสงครามให้กับหลานสาวคนนี้จึงย่อมรู้ดีกว่าใคร
   "ใช่คะ ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?ในตอนนนี้" หลี่เหม่ยหลินใช้มือเรียวยาวคีบหมากไปวางไปที่หัวมุมด้านซ้ายของกระดาน
   "หลานชายคนนี้ อย่างไรก็คงจะหาทางรอดให้กับตัวเองได้เสมอ ปู่เชื่ออย่างนั้น" หลี่ฟู่คุนผู้เป็นปู่อาจจะไม่ได้สนิทสนมกับหลี่เซี้ยนเจ่อมากเท่ากับ
หลี่เหม่ยหลิน แต่ข่าวคราวและความเคลื่อนไหวของหลานชายอยู่ในความรับรู้มาโดยตลอด แล้วเรื่องที่หลานชายไปแอบชอบบุตรสาวของร้านค้าข้าวแม้เก็บตัวไม่ได้ออกไปที่ใด ปู่คนนี้ก็ยังตามข่าวจนรู้ มาบัดนี้เวลาของปัจฉิมวัยของนายผู้เฒ่าคนนี้ใกล้ล่วงเลยมาถึงแล้ว เพียงแต่ไม่ได้บอกให้หลานสาวได้รับรู้ก็เท่านั้นเอง หมากล้อมเมื่อเล่นจบผลลัพธิ์ที่ออกมาคือแต้มเสมอกัน
     ตลอดเวลาที่ผ่านมาบ้านตระกูลหลี่เมื่อมีเรื่องใดที่ทำให้ไม่คลายกังวลก็มักจะมาหาผู้อาวุโสสูงสุดของบ้านโดยเสมอมา เปรียบดั่งต้นไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นกับผู้คนในบ้าน ย่างเข้าฤดูหนาวปีนี้ดูแล้วคงต้องผลัดใบใหม่ เจ้าบ้านคนปัจจุบันและฮูหยินล้วนนั่งอยู่ขนาบข้างบิดาแลปู่ของหลานอีกสองคนคือหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลิน ตั้งแต่หลานชายและหลานสาวไปอยู่แดนใต้ หลี่ฟู่คุนดูจะเริ่มมีสุขภาพไม่ค่อยสู้ดีลงเรื่อยๆ มาบัดนี้เหมือนต้นไทรคล้ายกำลังจะผลัดใบ   
   "เฟิงหลง นับจากนี้ข้าคงไม่ต้องห่วงหรือกังวลเรื่องใดอีกแล้ว" บิดาหันหน้ามายิ้มแย้มให้กับบุตรชาย
   "ท่านพ่ออย่าได้กังวล ลูกจะจัดทุกอย่างให้เอง" หลี่เฟิงหลงยื่นมือมากระชับเสื้อคลุมให้กับบิดา
   "ข้ารู้ว่าเจ้าจัดการปัญหาและทุกอย่างได้ ด้วยเพราะปัญญาและความสามารถของเจ้าที่เป็นเลิศ ตอนนี้ข้าก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่งแล้ว คงจะอยู่กับพวกได้อีกไม่นาน ข้าย่อมรู้ตัวของข้าดี จากนี้ไปเจ้าจะจ้องเป็นเสาหลักให้กับตระกูลเป็นพ่อที่ต้องดูแลและสอนสั่งลูกๆของเจ้า เป็นต้นไม้เพื่อให้เป็นที่พักพิงของบ่าวไพร่ ข้าอยู่จนได้เห็นความก้าวหน้าของเซี้ยนเจ่อ แต่เสียดายที่คงจะอยู่ไม่ถึงงานแต่งของเหม่ยหลิน" หลี่ฟู่คุนเหม่อมองไปยังเบื้องหน้าที่มีสระบัว
   "อย่าพูดเช่นนั้นเลย ท่านพ่อ เหม่ยหลินรักท่านพ่อมากนะ ท่านต้องมีอายุยืนยาว ข้าเชื่อเช่นนั้น" หลี่ฮูหยินกุมมือพ่อของสามีแล้วยิ้มด้วยใบหน้าอันเศร้าสร้อย
   "อี้ฝู" หลี่ฟู่คุนเรียกขานอย่างช้าด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน
   "เจ้าคะ ท่านพ่อ" หลี่ฮูหยินเงยหน้าขึ้นสบตา
   "มีใครบ้างเล่าที่เคยชนะหรือหนีความตายพ้น นับตั้งแต่เจ้าแต่งงานมาเป็นสมาชิกของบ้านนี้ เจ้าคือภรรยาที่ดูแลลูกชายข้าได้ไม่มีบกพร่อง เจ้าเลี้ยงดูลูกๆได้ดี แล้วข้าก็รู้มาโดยตลอดว่าหลานสาวของข้าคนนี้รักและเอ็นดูคนแก่อย่างข้ามากเพียงไหน เมื่อตอนยังอยู่ที่นี่เหม่ยหลินที่มีพี่ชายที่ชอบเตร็ดเตร่ไม่อยู่กับบ้าน หลานคนนี้ข้าก็ชอบมาให้ข้าเล่นเป็นเพื่อน ข้าเองก็ไม่อยากใจร้ายที่จะต้องทิ้งและอำลาเพื่อนตัวน้อยของข้าไปหรอกนะ เวลาของข้าในตอนนี้มันเหลือน้อยเต็มทีแล้ว" หลี่ฟู่คุนใช้มือทั้งสองข้างโอบกอดลูกสาวและลูกชาย พลางกล่าวอย่างคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
   "เจ้าทั้งสองนับจากนี้ต้องดูแลกันและกันให้ดี มีปัญหาใดที่ไม่เข้าใจกันก็อย่าใช้อารมณ์ เจ้าทั้งสองคนจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับลูกๆและคนรุ่นต่อไป ปัญหาใดนับจากนี้ข้าคงไม่ได้อยู่ช่วยแล้ว จงใช้ปัญญาในการไตร่ตรองในการแก้ไขปัญหาให้มาก นับจากนี้ข้าคงไม่ได้อยู่ดูจนเห็นหลานๆของข้าเติบใหญ่ ข้าขอฝากพวกเจ้าไว้ด้วยนะ" หลี่ฟู่คุนเอนหลังไปกับพนักของเก้าอี้แล้วก็หลับตาลง
     หลี่เฟิงหลงและหลี่ฮูหยินไม่คิดว่าผู้ใหญ่ในบ้านที่คนเคารพอย่างสูงสุด วันนี้กลับมานั่งสงบที่หลังบ้าน พลันเกิดความเงียบที่พวกไม่อยากพบเจอ กลิ่นหอมจากใบชายังคงครุกกรุ่น
     แล้วจู่ๆก็มีเสียงเท้าที่วิ่งอย่างเร่งรีบวิ่งเข้ามายังหลังบ้านพร้อมกับพ่อบ้านหลี่ที่วิ่งตามหลังมาอย่างเหนื่อยหอบ หลี่เฟิงหลงและหลี่ฮูหยินหันไปเห็นบุตรสาวที่ใบหน้าไม่แสดงซึ่งอารมณ์ใดๆ ดั่งเช่นทุกคราวที่พบเจอ
   "ขออภัยด้วยนายและนายหญิง คุณหนูคาดคั้นจนข้าสุดจะต้านทานแล้วจริงๆ" พ่อบ้านหลี่บอกด้วยอาการเสียใจ
     เมื่อหลี่เหม่ยหลินมาถึงบ้านตระกูลหลี่แล้ว หลังจากจากนั้นหนึ่งวันนายใหญ่ของบ้านก็กำชับทุกคนในบ้านห้ามบอกหรือแสดงอาการใดๆให้เป็นพิรุธ ให้หลี่เหม่ยหลินจับได้ แต่แล้วด้วยความฉลาดและความช่างสังเกตุของคุณหนูของบ้าน สิ่งที่นายใหญ่ได้กำชับไว้ก็เผยพิรุธออกจนได้ จนหลี่เหม่ยหลินถามอย่างบีบคั้นจากพ่อบ้านหลี่จนได้รู้เรื่องที่ได้ปิดบังตนเอาไว้
   "พ่อก็ได้อยากปิดบังเจ้าหรอกน่ะ เพียงแต่ไม่อยากให้เจ้าต้องมาเป็นทุกข์กับสถขภาพของปู่เจ้า" หลี่เฟิงหลงลุกขึ้นมาแล้วเดินเข้ามาจับไหล่หลี่เหม่ยหลิน
   "แต่ข้าก็เห็นว่าท่านปู่ยังสุขภาพแข็งแรงอยู่เลย ท่านปู่ยังเล่นหมากกับข้าได้ตั้งหลายกระดาน" หลี่เหม่ยหลินพูดแย้งกับความเป็นจริงที่ตนได้เห็น แล้วก็หันไปขอความเห็นจากหลี่ฮูหยิน
   "ใช่จ๊ะ เพียงแต่นั้นเป็นสิ่งที่ท่านปู่คงอยากให้ลูกได้เห็น ท่านไม่อยากเห็นเพื่อนตัวน้อยต้องมากังวลกับเรื่องพวกนี้" หลี่ฮูหยินบอกลูกสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยน
   "แล้วทำไมตอนนี้ท่านปู่ถึงได้ไม่พูดกับข้าเลยตอนนี้" หลี่เหม่ยหลินกำลังจะก้าวไปหาแต่ก็ถูกแขนของบิดารั้งตัวเอาไว้
   "หลินอ๋อ ปู่เจ้าต้องการพักผ่อน เจ้าก็ได้รบกวนท่านอีกเลย" หลี่เฟิงหลงถอนหายใจยาวๆ แล้วก็มองดาวบนฟ้าในค่ำคืนนี้
     ไม่ทันไรหมอก็เดินเฉียดกายสองพ่อลูกแล้วก็ไปตรวจร่างกายหลี่ฟู่คุนที่นั่งพักอยู่บนเก้าอี้ จากนั้นหลี่ฮูหยินก็เดินเข้ามาโอบไหล่หลี่เหม่ยหลินพลางบีบต้นแขนอย่างแผ่วเบา
   "ท่านปู่ไม่ยอมให้ตามหมอมาตรวจร่างกาย แต่ท่านพ่อก็ให้พ่อบ้านหลี่ไปตามมาตรวจดูอาการทุกครั้งในช่วงที่ท่านพักบนเก้าอี้แบบนี้" หลี่ฮูหยินหันมายิ้มให้กับบุตรสาว
     สายตาทุกคู่ยามนี้ไม่ได้ละสายตาจากหมอที่ได้เชิญมาให้ตรวจสุขภาพ ทุกการกระทำล้วนอยู่ในสายของพวกเขาหมดในตอนนี้ หมอนั่งลงตรวจจับชีพจรที่ข้อมือแล้วก็จับดูที่หน้าผาก ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา จากนั้นก็กระซิบบอกกับพ่อบ้านหลี่แล้วก็ละมือจากการตรวจ
พ่อบ้านหลี่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าและแววตาที่เศร้าสร้อย
   "เรียน นาย นายหญิง และคุณหนู จากการตรวจของหมอที่ได้เชิญมาภายหลังจากตรวจเสร็จสิ้น จึงได้ให้ข้ามาแจ้งต่อพวกท่านว่า นายผู้เฒ่าได้สิ้นลมอย่างสงบแล้ว"
     สิ้นเสียงการรายงานพ่อบ้านหลี่ หลี่เหม่ยหลินก็ทรุดตัวลงไปคนแรกจนพ่อบ้านหลี่และหลี่ฮูหยินแทบคว้าตัวไว้ไม่ทัน หลี่เหม่ยหลินก้มหน้าลงกับพื้นพร้อมเสียงสะอื้นที่ดังกว่าใคร ยามนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะหาคำใดมาปลอบใจนางไว้ได้มีเพียงพ่อบ้านหลี่ที่ทำได้แค่นั่งลงอยู่ข้างๆเป็นเพื่อน ส่วนหลี่เฟิงหลงและหลี่ฮูหยินก็เดินเข้าไปขนาบข้างเก้าอี้ของบิดา หมอที่ได้เชิญมาก็คำนับแล้วก็เดินออกจากบ้านไป
     หลังจากนั้นไม่นานบ่าวรับใช้ผู้ชายในจวนก็ได้แบกร่างของนายผู้เฒ่าไปไว้ยังเตียงที่ได้จัดไว้ให้ เพื่อรอนำร่างบรรจุใส่โลงศพอีกครั้งหนึ่ง เพียงเวลาล่วงเลยไปได้ไม่นานนัก บรรดาบ่าวผู้ชายก็แบกโลงไม้สักเนื้อดีที่พ่อบ้านหลี่ได้สั่งซื้อมานำเข้ามาจากหลังบ้านแล้วก็ผ่านมายังห้องนั่งเล่นที่ได้ตั้งศพเอาไว้ในคราวแรก ต่อจากนั้นก็บ่าวชายทั้งหลายก็ช่วยกันยกร่างอันไร้วิญญาณของนายผู้เฒ่าไปไว้ในโลงศพไม้สัก
     เหมือนราตรีนี้จะยาวนานสำหรับสมาชิกในบ้านของตระกูลหลี่ ห้องนั่งเล่นยามนี้ได้ตกแต่งและใช้ให้เป็นที่ตั้งสำหรับพิธีศพ บรรดาบ่าวทั้งหลายในบ้านจึงต้องตกแต่งด้วยผ้าขาว เปลี่ยนเป็นชุดไว้ทุกข์และโพกผ้าสีขาวทั้งชุด เมื่อได้จัดตั้งโลงศพและกระถางธูปสำหรับเคารพศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สมาชิกในบ้านอันมี หลี่เฟิงหลง หลี่ฮูหยิน และหลี่เหม่ยหลิน เป็นสมาชิกสำคัญและสมาชิกหลักของบ้านที่ต้องนั่งไว้ทุกข์แล้ว นอกนั้นก็มีพ่อบ้านหลี่และบ่าวบางส่วนที่มานั่งไว้ทุกข์ร่วมกันในห้องนั่งเล่น

หลี่ฟู่คุน
อายุ 88 ปี


@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -26 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -26 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-12-11 01:26:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-4-18 23:10

{Story 9}
เควสเรื่องราวที่ 1 วิกฤตการณ์ขาดแคลนแรงงาน
---วันที่ 4 ---


       รถม้าที่เคลือนที่ด้วยความเร็ว ลัดเลาะผ่านป่า หมู่บ้านหลายแห่ง เพียงไม่นานนักก็ถึงยังที่หมายรถม้าเคลื่อนตัวอย่างช้าเพื่อเทียบจอดที่หน้าประตูใหญ่เสียงของคนที่เฝ้าหน้าประตูดังขึ้นเพื่อถามไถ่ถึงสิ่งของทที่อยู่ด้านในรถม้า ก่อนที่อีกคนนึงจะเดินมาเปิดผ้าคลุมเพื่อเช็คดูด้านใน


      “เจ้าขนอะไรมา” ชายที่ถือกระบองเอ่ยถามเธอเมื่อเปิดผ้าคลุมรถออก


       “เป็นเครื่องเทศจากร้านเครื่องเทศภูเขาทองเจ้าคะ” เธอตอบอย่างสุภาพแล้วยิ้มให้ชายที่ยืนจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่เขาจะเปิดปากกระสอบใบหนึ่งดูว่าด้านในใสช่เครื่องเทศอย่างที่บอกหรือไม่ เมื่อทำการตรวจสอบเสร็จจึงปล่อยรถม้าให้วิ่งเข้าไปส่งของที่ด้านในได้


      “เข้าตรวจแบบนี้ทุกครั้งหรือเจ้าคะ” เธอเลิกผ้าคลุมทางด้านหน้าเพื่อถามคนขับรถที่ด้านนอก


      “แบบนี้ประจำนั้นแหละ ก็จวนตะกูลใหญ่นี่ มันเป็นหน้าที่ของเขา”ชายแก่คนขับรถม้าเอ่ยตอบพรางบังรถม้าให้ไปเทียบที่หน้าโรงเก็บของ


      จางฝูค่อยปีนข้ามที่กั้นแล้วโดดลงมายืนที่ข้างๆรถพร้อมกับเปิดผ้าคลุมด้านหลังรถออกแล้วค่อยยกเอากระสอบเครื่องเทศที่เบาๆลงมาวางที่ข้างรถ เป็นเวลาเดียวกับที่หญิงมีอายุคนนึงเดินตรงมาทางเธอพร้อมกับเอ่ยถาม

      “ใช่ของจากร้านเครื่องเทศภูเขาทองหรือไม่”


      “ใช่เจ้าค่ะ คุณซานซานให้ข้ามาส่งของแทนเจ้าคะ”เธอเอ่ยแล้วโค้งให้อย่างมีมารยาท


     “ดีๆ เฮ้ พวกเจ้ามาช่วยกันขนของไปเก็บสิ โอ้เอ้กันอยู่ได้ อยากโดนดุกันหรือยังไงห๊าา…”หญิงสูงวัยหันไปตะโกนเรียกให้บรรดาเด็กรับใช้ผู้ชายมาช่วยกันยกของเข้าไปเก็บที่บ้านให้โรงเก็บของ โดนมีนางยืนคุมอยู่ก่อนนางจะเดินเข้าไปตรวจดูของที่นางใน ปล่อยให้ร่างบางยืนพิงรถม้ารออยู่กับลุงคนบังคับรถอยู่นานสองนาน


           และในที่สุดนางก็เดินออกมาพร้อมกับถุงเงินใหญ่ก่อนจะยื่นให้กับเด็กสาว
      “ขอบคุณเจ้าคะ ของครบเรียบร้อยดีนะเจ้าคะ”เธอโค้งให้แล้วเอ่ยถามอย่างสุภาพ


      “ครบดี ไม่มีอะไรเสียหายขอบใจเจ้ามาก”หญิงวัยกลางเอ่ยแล้วยิ้มให้เธอน้อยๆ

       “เช่นนั้นไว้อุดหนุนร้านของเราอีกนะเจ้าคะ ข้าขอตัวนะเจ้าคะ”เธอโค้งให้เป็นการขอบคุณอีกครั้งก่อนจะขึ้นไปนั่งบนด้านหลังของรถม้า พร้อมกับรถม้าที่เคลื่อนออกจากบริเวณจวนตะกูลหลี่


………….


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ตัวเบาขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
x50
x100
x1
x6
x1
x2020
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x3
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x32
x3
x24
x160
x3
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x48
x50
x581
x196
x3
x9
x6
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x39
x600
x399
x95
x9
x400
x1200
x75
x8
x27
x594
x5
x100
x1213
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x54
x30
x4
x250
x19
x566
x32
x56
x198
x100
x800
x6
x324
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x96
x5
x5
x31
x398
x74
x1
x11
x1676
x1
x2
x1705
x2475
x39
x1523
x4
x6
x10
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x460
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x270
x135
x275
x590
x44
x111
x532
x1008
x1
x23
x632
x5
x468
x162
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x830
x500
x4
x2
x768
x902
x450
x165
x9999
x1905
x500
x325
x34
x26
x17
x69
x22
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x60
x1
x9
x153
x263
x710
x5450
x123
x11
x260
x446
x143
x2700
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x632
x2114
x880
x108
x230
x107
x11
x133
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x192
x263
x500
x2
x51
x711
x9
x158
x200
x6662
x702
x310
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x15
x678
x8
x1439
x9
x1748
x318
x958
x1174
x1090
x1030
x667
x213
x134
x207
x745
x1634
x807
x92
x154
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1263
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x682
x23
x280
x1245
x154
x248
x1444
x8160
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1
โพสต์ 2017-12-28 01:03:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     ภายหลังจากที่จัดงานศพและทำการฝังร่างของนายผู้เฒ่าของตระกูลหลี่แล้ว จึงได้มีการอัญเชิญป้ายวิญญาณขึ้นสู่แท่นของศาลบรรพชนของตระกูลหลี่ การไว้อาลัยได้ผ่านไปแล้วบรรยากาศที่เศร้าโศกก็ผ่านพ้นไปทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม หลี่เหม่ยหลินคนที่เศร้าโศกมากกว่าใครๆในบ้านด้วยสนิทกับหลี่ฟู่คุนมากที่สุดก็ไม่ได้รำกระบี่หรือเล่นหมากล้อมอีกเลย จนเมื่อเวลาล่วงเลยมาวันที่สามหลังจากที่ได้เชิญภายวิญญาณเข้าสู่ศาลบรรพชนแล้ว จึงได้ออกไปช่วยงานที่ร้านน้ำชาตามปรกติ
     ช่วงเวลาบ่ายคล้อย
     เสียงรถม้าที่ได้บรรทุกผู้โดยสารคนสำคัญรายหนึ่งมุ่งหน้าผ่านประตูเมืองฉางอันแล้วชะลอความเร็วลงเมื่อผ่านสู่ตลาด นายทหารสารถีกระตุกบังเหียนม้าให้หยุดลงที่หน้าบ้านตระกูลหลี่ บ่าวของตระกูลหลี่เห็นรถม้าที่ไม่คุ้นตาต่างก็วิ่งออกมาสกัดเพื่อกันคนไม่ประสงค์ดี
   "เจ้าเป็นใครถึงได้ขับรถม้ามาที่นี่! แจ้งชื่อแซ่ของเจ้ามาเดี๋ยวนี้!" บ่าวชายฉกรรจ์ตวาดเสียงถามอย่างไม่เกรงกลัว
    นายทหารที่ทำหน้าที่สารถีขับรถม้าไม่ได้หวาดหวั่นกับท่าท่างข่มขู่ นายทหารยิ้มมุมปากจากนั้นก็หันหน้าเข้าหาม่านผ้าของรถโดยสาร
   "เรียนใต้เท้า ตอนนี้ถึงหน้าบ้านตระกูลหลี่แล้วครับ" นายทหารสารถีกระโดดลงจากรถม้าพร้อมแส้
   "ข้าบอกให้พวกเจ้าแจ้งชื่อแซ่ออกมา หูหนวกรึไง" บ่าวอีกคนกำลังโถมตัวบุกเข้ามา ซึ่งนายทหารสารถีก็ยกมือที่ถือแส้ชี้ออกไปสกัดให้หยุดลง
   "ข้ามีนามว่าหลี่เซี้ยนเจ่อ ไม่ทราบว่าชื่อนี้พอจะใช้ได้ไหม?" หลี่เซี้ยนเจ่อโถมตัวออกมาจากในรถม้าพร้อมกับสวมเสื้อคลุมสีเขียวทับชุดขุนนาง
    หลี่เซี้ยนเจ่อกระโดดลงจากรถม้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างอ่อนโยน การได้กลับมาบ้านในครั้งนี้ย่อมมีความหมายสำหรับหลี่เซี้ยนเจ่ออย่างมาก ซึ่งบรรดาบ่าวทั้งหลายที่ได้พบเห็นคุณชายใหญ่กลับมาต่างก็ทำหน้าให้เป็นปรกติที่สุด
   "เจ้าไปพักที่โรงเตี๊ยมก่อน ไว้ข้ากลับอู๋จวิ้นจะให้คนไปตามเจ้าที่โรงเตี๊ยม" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปบอกนายทหารสารถี
   "รับทราบครับ ใต้เท้า" นายทหารสารถีพยักหน้ารับ จากนั้นก็ขับรถม้าออกจากบ้านตระกูหลี่ทันที
       เมื่อเสียงที่ดังโวยวายของบ่าวดังไปถึงข้างในบ้านจึงเป็นเหตุให้พ่อบ้าหลี่ต้องเดินออกมาดูเหตุการณ์ที่ด้านหน้าบ้าน ซึ่งเมื่อได้พบกับต้นเหตุของปัญหาก็เดินเข้ามาทักทายคุณชายใหญ่ของบ้านตระกูลหลี่ทันที
   "ข้าไม่ทราบว่าคุณชายจะกลับมาที่บ้าน" พ่อบ้านหลี่ผายมือให้หลี่เซี้ยนเจ่อเดินนำหน้า
   "พอดี ข้าเพิ่งทำงานที่ชายแดนทางเหนือเสร็จก็เลยแวะมาเยี่ยมบ้านเสียหน่อย" หลี่เซี้ยนเจ่อถอดเสื้อคลุมออกแล้วยื่นให้กับพ่อบ้านหลี่ "เอ่อ...พ่อบ้านหลี่ข้าจากบ้านไปเสียนาน ข้าขอตัวไปพบกับท่านปู่หน่อย ท่านช่วยนำทางให้ข้าทีสิ" หลี่เซี้ยนเจ่อหันมายิ้มให้กับพ่อบ้านหลี่
   "เดี๋ยวก่อนครับคุณชาย ข้าว่าท่านอยู่เจอนายท่านกับนายหญิงก่อนดีกว่าครับ" พ่อบ้านหลี่ยกมือขึ้นขวางทางไว้
   "ทำไมข้าต้องเจอท่านพ่อกับท่านแม่ก่อน เยี่ยมท่านปู่เสร็จค่อยพบพวกท่านก็ได้นี่" หลี่เซี้ยนเจ่อขมวดคิ้วอย่างสงสัย
     จากนั้นพ่อบ้านหลี่ก็ชักชวนให้หลี่เซี้ยนเจ่อเดินไปยังห้องโถง เมื่อเดินมาถึงยังห้องโถงของบ้านก็พบว่าหลี่ฮูหยินกับหลี่เหม่ยหลินนั่งกันอยู่ก่อนแล้ว พ่อบ้านหลี่เมื่อนำทางเสร็จก็เดินแยกตัวออกไปทันที หลี่เซี้ยนเจ่อเดินเข้าไปโผกอดมารดาแน่นด้วยความคิดถึง แล้วก็หันไปเห็นรอยยิ้มของหลี่เหม่ยหลิน หลี่เซี้ยนเจ่อคลายกอดจากหลี่ฮูหยินด้วยใบหน้าที่ขมวดคิ้ว
   "หลี่เซี้ยนเจ่อ ลูกแม่ เจ้าขมวดคิ้วแบบนั้นทำไม?" หลี่ฮูหยินถามพลางโอบไหล่บุตรชาย
   "ท่านแม่ ลูกจะไปเยี่ยมท่านปู่แต่ทำไมพ่อบ้านหลี่ถึงได้ขวางทางไม่ให้ข้าไปพบละครับ" หลี่เซี้ยนเจ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่
     หลี่ฮูหยินและหลี่เหม่ยหลินได้ยินดังนั้นต่างก็สบสายตากันอย่างรู้ความหมาย
   "พี่ใหญ่ ข้าขอตอบคำถามนี้แทนท่านแม่เองแล้วกัน  ข้าขอบอกพี่อย่างไม่อ้อมค้อมเลยน่ะ ท่านปู่ได้อย่างพวกเราไปอย่างสงบแล้ว ตอนนี้ป้ายวิญญาณของท่านปู่อยู่ที่ศาลบรรพชน" หลี่เหม่ยหลินบอกหลี่เซี้ยนเจ่อด้วยน้ำเสียงอย่างคนที่เข้าใจและทำใจได้แล้ว
     หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อได้ฟังคำตอบจากหลี่เหม่ยหลินผู้เป็นน้องสาวก็ถอยตัวเองลงไปนั่งยังเก้าอี้ด้านข้างทันที เขาแม้ไม่ได้สนิทสนมเหมือนกับหลี่เหม่ยหลิน แต่ก็รู้ว่าเมื่อมีปัญหาหรือเรื่องไม่สบายใจครั้งใด บุคคลที่หลี่เซี้ยนเจ่อจะนึกถึงเป็นคนแรกก็คือปู่คนนี้ เขารับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนและความเมตตาที่มีให้เขาด้วยดีเสมอมา หลี่เซี้ยนเจ่ออยู่ที่ด่านทางเหนือจึงไม่ได้รู้หรือรับข่าวใดๆจากทางบ้าน เขานั่งก้มหน้ามองลงพื้น
   "ไม่.....ไม่....ไม่จริงใช่ไหม? เหม่ยหลิน ไม่จริงใช่ไหม? ท่านแม่" หลี่เซี้ยนเจ่อถามอย่างเศร้าใจแต่ก็ยังไม่เงยหน้ามองใคร
   "ท่านพี่ ตอนที่ข้าได้ยินครั้งแรก ข้าก็เป็นเหมือนพี่ในตอนนี้ ข้าเชื่อว่าพี่จะเข้มแข็งได้ดีกว่าข้า" หลี่เหม่ยหลินคุกเข่าลงและใช้สองมือประคองหน้าหลี่เซี้ยนเจ่อขึ้นมา "พี่ พี่ฟังข้านะ คนที่ข้าสนิทด้วยมากที่สุดนอกจากท่านปู่แล้ว ก็คือพี่ที่เป็นทั้งพี่และเพื่อนให้กับข้า พี่เข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม?" หลี่เหม่ยหลินส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโอน ซึ่งหลี่เซี้ยนเจ่อก็มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในตาทั้งสองข้าง
     หลี่ฮูหยินที่ยืนมองภาพการกระทำของลูกๆทั้งสองคนก็อดที่จะยิ้มและร้องไห้ไม่ได้ นับตั้งแต่เล็กจนโตทั้งหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลินก็เป็นเพื่อนเล่นและคอยดูแลซึ่งกันและกันมาโดยตลอด พวกเขาทั้งสองคนต่างก็คอยอยู่ด้วยกันไม่เคยห่างไปไหนเลย แม้กระทั่งตอนนี้ที่หลี่เซี้ยนเจ่อได้ทรุดลงไปก็เป็นหลี่เหม่ยหลินที่พยุงให้ลุกขึ้นมาใหม่ หลี่ฮูหยินเช็ดน้ำตาแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้า ซึ่งหลี่เซี้ยนเจ่อก็ลุกขึ้นแล้วก็เดินมาหามารดาของตน
   "ท่านแม่ ลูกมีเรื่องสำคัญที่อยากจะปรึกษาท่านแม่" หลี่เซี้ยนเจ่อเดินลงมานั่งยังเก้าอี้ข้างหลี่ฮูหยิน แล้วหลี่เหม่ยหลินก็ไปยืนอยู่ข้างๆมารดา
   "แล้วเจ้าจะปรึกษาเรื่องอะไรกับแม่ล่ะ" หลี่ฮูหยินยิ้ม
   "ที่ข้าแวะมาที่นี่ก็ด้วยเรื่องของหลี่เหม่ยหลิน ซึ่งระหว่างที่ข้าอยู่ที่ทางเหนือก็ได้ไตร่ตรองดูแล้ว ข้าก็เห็นด้วยกับท่านพ่อที่จะให้น้องออกเรือน" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปมองหลี่เหม่ยหลิน
   "แม่ก็เห็นด้วย แต่ยังไงก็ต้องรอปรึกษากับท่านพ่ออีกที" หลี่ฮูหยินพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยแล้วก็เอื้อมมือไปบีบมือหลี่เหม่ยหลิน
     เพียงเวลาไม่นานหลี่เฟิงหลงก็เดินเข้ามายังโถงใหญ่ หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นประสานมือคำนับแล้วก็ถอยไปยืนด้านข้าง เพื่อให้หลี่เฟิงหลงได้นั่งลง
   "พวกเจ้าสามคนแม่ลูกกำลังคุยเรื่องอะไรกัน ดูท่าน่าสนุกเชียว" หลี่เฟิงหลงพูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
   "ท่านพี่ เซี้ยนเจ่อลูกของเรามาปรึกษาเรื่องการออกเรือนของหลี่เหม่ยหลิน" หลี่ฮูหยินอธิบายให้สามีฟัง
   "งั้นเหรอ......ในที่สุดเจ้าก็คิดได้แล้วสินะ หลังจากไปทำงานอยู่ที่ทางเหนือนานแรมเดือน" หลี่เฟิงหลงหันมาพูดจาแซวหลี่เซี้ยนเจ่อ
   "ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ายังไม่อยากออกเรือนตอนนี้เลย" หลี่เหม่ยหลินหันไปอ้อนมารดาอย่างสุดกำลัง
   "เหม่ยหลิน น้องพี่ อายุเจ้าก็ไม่น้อยแล้วน่ะ พี่ว่าเจ้าควรออกเรือนได้แล้ว" หลี่เซี้ยนเจ่อส่งยิ้มให้กับหลี่เหม่ยหลิน
   "นั้นสิ.....เมื่อพ่อกับแม่เห็นชอบด้วยในเรื่องนี้ เจ้าก็อย่าคัดค้านอีกเลย แต่ว่าไฉ่จี๋ เจ้ากลับไปอู๋จวิ้นคราวนี้คงจะเหงาหน่อยน่ะ" หลี่เฟิงหลงลุกขึ้นมาตบไหล่บุตรชาย
   "ไม่เป็นไรครับ ท่านพ่อ"
   "เห้อ.....น้องเจ้าก็กำลังจะออกเรือนแล้ว แล้วเจ้าไม่คิดถึงเรื่องแต่งงานของตัวเองบ้างหรือไง? คิดเผื่อไว้บ้างก็ดี" หลี่เฟิงหลงหันมามองหลี่เซี้ยนเจ่อ
   "แล้วตอนนี้ เหม่ยหลินก็เดินหนีไปแล้ว" หลี่ฮูหยินหันไปบอกหลี่เฟิงหลง
   "เดี๋ยวลูกสาวของเราก็คงจะทำใจได้เอง" หลี่เฟิงหลงเดินกลับไปนั่งที่เดิม
     หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นดังนั้นก็ม่รู้ว่าควรจะพูดกับหลี่เหม่ยหลินยังไงดี เพราะไม่เคยปลอบใจใครได้เลย หลี่เซี้ยนเจ่อเดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ด้านข้าง ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พ่อบ้านหลี่ยกน้ำชามาให้พอดี เขาคิดว่าควรจะหาโอกาสไปพูดกับเหม่ยหลินก่อนที่จะต้องเดินทางกลับไปทำงานต่อที่อู๋จวิ้น
@Admin



แสดงความคิดเห็น

หลี่เหม่ยหลินถูกนำออกจาก Comrade เข้าสู่หมวด NPC Marriage เร็วๆ นี้  โพสต์ 2017-12-28 02:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-12-28 21:39:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     ยามราตรีในเหมันตฤดู ณ ศาลาริมน้ำหลังบ้านของตระกูลหลี่ หลี่เหม่ยหลินในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มนั่งเหม่อมองออกไปยังสระบัว จิตใจเงียบเหงาดั่งอากาศหนาวในอากาศหนาวเช่นนี้ หลี่เหม่ยหลินกำลังจะต้องเครียมตัวและจิตใจออกเรือน เมื่อทุกคนในบ้านต่างพร้อมใจกันมีความเห็นที่ตรงกัน นางคนเดียวจะคัดค้านอะไรได้อีก สองมือไขว้ประสานวางบนขอบระเบียงของศาลาแล้วก็วางหน้าลงบนสองแขนพร้อมกับใจที่ล่องลอยออกไป
     เพียงชั่วโมงยามที่ผ่านไป หลี่เซี้ยนเจ่อที่สวมชุดคุณชายของคหบดีผู้มั่งคั่งแล้วก็สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มที่ด้านบนของเสื้อคลุมมีขนกระต่าย จึงทำให้ผู้สวมใส่ได้อบอุ่นเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง หลี่เซี้ยนเจ่อเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ไม้หัวโล้นเนื้อแข็งอย่างดี
   "ไม่ทราบว่า พี่ใหญ่มาทำอะไรที่ศาลาแห่งนี้" หลี่เหม่ยหลินถามด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา
   "พี่ก็แวะมาหาเพื่อนตัวน้อยของพี่น่ะสิ พี่มาไม่ได้เหรอ?" หลี่เซี้ยนเจ่อตอบและถามกลับไปอย่างอารมณ์ดี "พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกลุ้มใจเรื่องการแต่งงานอยู่ แต่ถ้าเจ้าไม่ออกเรือนตอนนี้ ภายหน้าเจ้าจะหาคู่ครองยากขึ้นน่ะ" หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นเดินมายังด้านข้างของหลี่เหม่ยหลิน
   "ข้ารู้มาว่ากว่าท่านแม่จะแต่งกับท่านพ่ออายุก็ 25 ปี แล้วท่านพ่อยังตกลงรักกับแม่ได้เลย" หลี่เหม่ยหลินยังคงมองไปที่สระบัว
   "แล้วเจ้าคิดว่าจะมีคนแบบท่านพ่อของเราอีกกี่คนกัน" หลี่เซี้ยนเจ่อที่เริ่มรับรู้ได้ว่าน้องสาวของตนเองกำลังกลับมาเหมือนเดิม "เหม่ยหลิน เจ้าฟังพี่น่ะ ตั้งแต่เล็กจนโตเราสองคนก็เล่น ซุกซนมาด้วยกัน เวลาที่พี่โดนท่านพ่อทำโทษก็เป็นเจ้าที่ไปอ้อนท่านแม่ให้มาช่วยพี่ แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นโดยเสมอมา ตอนที่พี่ไปเที่ยวแล้วยังไม่กลับมาบ้านจนผิดเวลา มีแต่เจ้าที่วิ่งออกไปตามตัวพี่กลับบ้าน แม้กระทั่งเมื่อวานที่พี่แทบล้มทั้งยืนเป็นเจ้าอีกนั้นแหละที่พยุงพี่ขึ้นมา มาตอนนี้เจ้ากำลังจะไปอยู่ที่อื่น แต่พี่กลับช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เลย" หลี่เซี้ยนเจ่อนั่งลงที่ริมระเบียงศาลาแล้วก้หันไปยิ้มให้หลี่เหม่ยหลินอย่างอบอุ่น
   "พี่ใหญ่......" หลี่เหม่ยหลินยื่นมือไปกุมมือหลี่เซี้ยนเจ่อ
   "เจ้ารู้อะไรไหม? บ้านหลังนี้และที่เจียงหนานไม่เคยขาดรอยยิ้มและเสียงซุกซนของเจ้าเลย พี่ดีใจและรู้สึกใจหายเหมือนกัน แต่เราต่างก็มีหน้าที่และภาระที่ต้องทำ วันหนึ่งพี่ก็จะต้องแต่งงานเหมือนกันกับเจ้า บ้านหลังนี้ก็จะเหลือแค่ท่านพ่อ ท่านแม่ พ่อบ้านหลี่ และบ่าวทั้งหลาย เจ้ากังวลถึงอนาคตซึ่งข้ากำลังหวนคิดถึงอดีต" หลี่เซี้ยนเจ่อยิ้มพร้อมกับน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาทั้งสองข้าง
   "พี่ใหญ่.....ขอบคุณนะค่ะที่พี่คอยอยู่เคียงข้างข้าโดยเสมอมา ข้าขอบคุณพี่จริงๆ" หลี่เหม่ยหลินคลายมือจากการกุมมือแล้วโผเข้าสวมกอดหลี่เซี้ยนเจ่อด้วยความซาบซึ้งใจ
   "เหม่ยหลิน พรุ่งนี้พี่จะเดินทางกลับอู๋จวิ้นแล้วนะ ฝากเจ้าดูแลท่านพ่อและท่านแม่แทนพี่ด้วย" หลี่เซี้ยนเจ่อผลักออกจากอ้อมกอดของหลี่เหม่ยหลิน
   "พรุ่งนี้จะกลับเจียงหนานแล้วเหรอ? เรายังไม่ได้ลงซ้อมกระบี่กับดวลหมากล้อมด้วยกันเลย" หลี่เหม่ยหลินปาดน้ำตาแล้วก็ทำหน้าเสียดาย
   "พี่รับราชการแล้วเจ้าอย่าลืมสิ พี่ต้องกลับไปรายงานผลให้กับท่านเจ้าเมือง ซึ่งคืนนี้พี่ยังพอมีเวลาดวลหมากล้อมกับเจ้าได้" หลี่เซี้ยนเจ่อเอื้อมมือไปตบไหล่หลี่เหม่ยหลิน
     ซึ่งหลังจากนั้นทั้งหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลินก็ลุกจากที่นั่งริมระเบียงศาลาเปลี่ยนมานั่งที่ชุดโต๊ะไม้ที่มีกระหมากล้อมและโถหมากวางอยู่ ทั้งคู่เริ่มลงวางหมากและพูดคุยกันไปด้วยอย่างสนุกสนาน จึงทำให้ค่ำคืนนี้จะเป็นราตรีที่อยู่ในความทรงจำของทั้งคู่ไปอีกนาน ภาพการเล่นหมากล้อมช่างซ้อนทับกับภาพของผู้เป็นใหญ่ของตระกูลยิ่งนัก พอล่วงเลยถึงยามดึกทั้งหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลินต่างก็แยกย้ายกันเข้าไปพักผ่อน
@Admin
   
   
   

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-12-29 21:01:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     ตะวันบ่ายคล้อย
     รถม้าที่หลี่เซี้ยนเจ่อโดยสารมาจากแดนซันไห่กวนนายทหารสารถีได้ขับรถม้ามาจอดเทียบที่หน้าบ้านตระกูลหลี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สมาชิกครอบครัวตระกูลหลี่และตามหลังด้วยพ่อบ้านหลี่ได้พากันเดินออกมาส่งหลี่เซี้ยนเจ่อที่หน้าบ้าน หลี่เซี้ยนเจ่อในชุดขุนนางเต็มยศสวมเสื้อคลุมสีแดงเพลิงทับลงไปอีกทีหนึ่ง เขามาอยู่บ้านหลังนี้ได้เพียงสองวันแล้วก็ต้องกลับยังแดนใต้อีกครั้ง แม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ก็อบอุ่นเสมอ
   "เซี้ยนเจ่อ แม่ตัดเย็บชุดใหม่เพิ่มให้อีก 3 ชุด ไว้สวมใส่ในหน้าหนาวโดยเฉพาะ" หลี่ฮูหยินยื่นห่อผ้าส่งให้หลี่เซี้ยนเจ่อ
   "ขอบคุณมากครับ ท่านแม่" หลี่เซี้ยนเจ่อรับห่อผ้าจากมารดาแล้วก็โผไปสวมกอดมารดา
   "ไฉ่จี๋ เจ้ากลับเจียงหนานคราวนี้คงต้องนั่งรถกลับคนเดียวแล้วละน่ะ" หลี่เฟิงหลงยิ้มและเดินมาตบไหล่หลี่เซี้ยนเจ่อเบาๆ
   "ไม่เป็นไรครับ ท่านพ่อ ข้ามีทหารติดตามร่วมเดินทางกลับด้วย" หลี่เซี้ยนเจ่อผายมือไปยังบรรดานายทหารติดตามพลางส่งห่อผ้าให้ทหารสารถีนำเ้ขาไปเก็บด้านในรถม้า
   "รักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองด้วยน่ะพี่ อย่าโหมงานหนักล่ะ ข้าไม่ได้ตามไปดูแลพี่แล้วน่ะ" หลี่เหม่ยหลินพูดอดอ้อนใส่หลี่เซี้ยนเจ่อ
   "พี่รู้แล้ว แต่ที่เจียงหนานข้าคงจะคิดถึงความซุกซนของเจ้ามากเลย" หลี่เซี้ยนเจ่อเดินเข้าไปลูบหัวหลี่เหม่ยหลิน
   "เดินทางปลอดภัยน่ะ" หลี่ฮูหยินกล่าวอวยพร
   "พ่อบ้านหลี่ เจ้าก็อย่าไปหรือคล้อยตามหลี่เหม่ยหลินมากนักละ" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปยิ้มให้กับพ่อบ้านหลี่
   "เชิญใต้เท้าขึ้นรถม้าได้เลยครับ" นายทหารสารถีหลีกทางให้หลี่เซี้ยนเจ่อก้าวเข้าไปด้านในรถม้า
     หลี่เซี้ยนเจ่อหันกลับมายิ้มและโบกมืออำลาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านในรถม้า เมื่อนายทหารสารถีกระตุกบังเหียนและลงแส้ที่หลังม้า รถม้าก็ขยับและเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านตระกูลหลี่ สมาชิกตระกูลหลี่รวมทั้งพ่อบ้านหลี่ยืนมองส่งรถม้าจนสุดสายตา จนเมื่อพ้นสายตาแล้วต่างก็ชวนกันเดินเข้าไปในบ้าน ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเยือนตระกูลหลี่อีกครั้งหนึ่ง
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-12-31 17:30:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-12-31 18:52

     บ้านตระกูลหลี่ในเวลานี้เหมือนจะเงียบลงไปถนัดตาถึงแม้ว่าหลี่เหม่ยหลินจะกลับมาอยู่ที่นี่แล้วก็ตาม เมื่อคนที่เธอชอบแซว ชอบหยอกล้อเป็นประจำได้เดินทางกลับไปเจียงหนานแล้ว หลี่เหม่ยหลินก็เลยไม่รู้ว่าจะหาเรื่องกับใครดี คนที่เธอสนิทด้วยต่างก็ห่างหายจากเธอไปแล้วทั้งคู่ หลี่เหม่ยหลินจึงเลือกที่จะลงซ้อมกระบี่กับหุ่นไม้แทน ยามลงกระบี่กับหุ่นไม้แต่ละครั้งล้วนรุนแรง หนักหน่วง และเฉียบขาด ซึ่งย่อมบ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าของกระบี่ได้เป็นอย่างดี บ่าวคนใดเดินผ่านลานซ้อมฝึกยุทธล้วนสะดุ้งและหวาดกลัวกับสายตาของคุณหนูของบ้าน เมื่อถึงเวลายามเย็นหลังจากที่หลี่เหม่ยหลินชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินถือตำราอี้จิงไปที่ห้องทำงาน การที่คลุกตัวอยู่ในห้องทำงานทำให้หลี่เหม่ยหลินได้ผ่อนคลายลง หากเปรียบเทียบกันแล้วทั้งหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลินล้วนเดินในแนวทางที่เหมือนกัน แม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่กันคนละสถานที่ก็ตาม หลี่เหม่ยหลินจึงนั่งเขียนบทลำนำบทหนึ่ง
เหมันต์โปรยโรยแสงทิวาฉาย
ปักษ์ละลายคลายฝนหม่นอุษา
วิหคร้องพ้องโศกสกุนา
หมื่นภูผาพาคนเศร้าเหงาระทม
หนทางใดได้ประจักษ์พักชีวี
สุดทางนี้มีแหล่งใดให้สุขสม
ปั้นหน้ายิ้มยิ้มไว้ให้ใครชม
ดวงใจขมข่มใจเหงาเพียงเปล่าดาย

หนาวหนาวอยู่รู้แจ้งใจไม่โป้ปด
เหงาเหงาแน่แท้ที่จิตยังคิดหมอง
ผ่านโมงยามสามช่วงวัยไร้ทำนอง
มีเพียงสองพ้องกับคำคือโศกา

วาสนาฟ้าทำดั่งหุ่นฟาง
แสงริบรางวางไว้ให้เดินหลง
มีความตายแน่นหนักจำหลักคง
รึประสงค์องค์ฟ้าท่านไม่เมตตา

     หลี่เหม่ยหลินวางพู่กันลงจากนั้นก็เริ่มม้วนกระดาษทั้งสองด้าน ยังไม่ทันที่จะได้เก็บบทลำนำ หลี่ฮูหยินก็เดินเข้ามาพร้อมกับขนมและถ้วยชา เมื่อวางลงบนโต๊ะก็เอื้อมมือไปหยิบม้วนกระดาษจากมือของหลี่เหม่ยหลินขึ้นมาอ่านทันที หลี่ฮูหยินใช้สายตากวาดอ่านที่ละบทจนเมื่อจบลมที่บทสุดท้าย จึงหันหน้าไปมองหลี่เหม่ยหลินที่เขียนบทลำนำที่เหมือนดั่งได้พูดแทนความในใจของตัวเองจนหมดสิ้น
   "เหม่ยหลิน ลูกเศร้าใจถึงเพียงนี้เลยเหรอ?" หลี่ฮูหยินม้วนกระดาษแล้วส่งคืนให้หลี่เหม่ยหลิน
   "ท่านแม่ หากจจะให้ข้าพูดแล้วคงไม่หนักเท่าตอนที่ท่านพ่อไล่คนรักของพี่ใหญ่ออกจากบ้าน" หลี่เหม่ยหลินเอนตัวเข้ากอดหลี่ฮูหยิน
   "ม้วนกระดาษบทลำนำนี้ ลูกก็อย่าให้ท่านพ่อเห็นก็แล้วกัน" หลี่ฮูหยินยิ้มและลูบหัวบุตรสาวอย่างแผ่วเบา
   "ข้าคงจะเอาไปเก็บไว้ที่ห้องนอนตัวเอง" หลี่เหม่ยหลินคลายอ้อมกอดจากหลี่ฮูหยินแล้วก็ลุกขึ้นยืนพร้อมถือม้วนบทกลอน
   "เหม่ยหลิน ลูกจะไปไหน?" หลี่ฮูหยินทำหน้าสงสัยกับท่าทางของบุตรสาว
   "ข้าก็จะนั่งเล่นที่ร้านน้ำชา ข้าขอตัวก่อนนะค่ะ ท่านแม่" หลี่เหม่ยหลินห้อมแก้มหลี่ฮูหยินแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานทันที
     หลี่ฮูหยินที่เห็นการกระทำของหลี่เหม่ยหลินในใจก็ได้แต่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น บ้านหลังนี้ก็ยังเงียบเหงาไร้วี่แววความซุกซนดั่งแต่ก่อนของหลี่เหม่ยหลิน
@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2018-2-11 00:32:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไม่งามเอาเสียเลย

ซีเหวินเดินทางจากค่ายพยัคฆ์มาถึงบ้านตระกูลหลี่โดยเร็ว

เมื่อประตูบ้านเปิดและ  ซีเหวินเข้าไปก็เจอหญิงรับใช้บ้านตะกูลหลี่

หญิงรับใช้แต่งตัวสะอาดสะอ้านและดูดีผิดหูผิดตา

นางมองมาทางซีเหวินราวกับรู้ว่าซีเหวินรีบมาก

“ ท่านแค่เอาลงมาวางไว้ตรงนี้ก็ได้เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าให้คนสวนหลังบ้านมาเอาไปไว้ในครัว“

ซีเหวินแทบจะยิ้มแป้นแต่ทว่าเกรงใจผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า

“จะดีเหรอเจ้าคะ“

”พึ่งเคยส่งข้าวที่นี่สินะคะ ไม่ต้องเกรงใจเลยคะ“

ซีเหวินเมื่อได้ยินแบบนั้นก็หุบยิ้มแทบไม่อยู่โยนข้าวจำนวน50กระสอบลงจากเกวียนและจัดเรียงให้เรียบร้อย

แต่ซีเหวินก็ยังรอจนคนงารนของบ้านหลี่เดินมายกไปจนหมด

ในระหว่างนั้นหญิงรับใช้ก็นำชา และขนมมาให้ซีเหวินทานราวกับเป็นแขก

“ออบอุนอากอะเอ้าอะ“

ซีเหวินที่ไม่ได้กินไรมาตั้งแต่เช้าพูดทั้งที่ขนมยังอยู่เต็มปากเต็มคำ

“คงหิวสินะคะ เดินทางทั้งวันแถมเป็นผู้หญิงแบกข้าวคนเดียวด้วย“

“อ๋อ ไอ้เอยอะ“

ซีเหวินที่หิวโหยยังพูดทั้งๆที่ปากยังมีขนม

เมื่อคนงานแบกข้าวไปจนหมด   ซีเหวินจึงบอกลา  และเดินทางต่อไปยังจวนถิงเว่ย




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -10 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 5 + 300 -10 + 3

ดูบันทึกคะแนน

.....
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x50
x30
x1
x1
x115
x21
x111
x22
x14