ดู: 1123|ตอบกลับ: 35

{ เมืองฉางอัน } บ้านตระกูลหลี่

[คัดลอกลิงก์]

โถงรับรอง


ห้องรับประทานอาหาร


ห้องนั่งเล่น


สวนหลังบ้าน


ห้องทำงาน

     
...
โพสต์ 2017-7-13 20:07:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
        บ้านตระกูลหลี่ค่อนข้างใหญ่โตโอ่อ่าพอสมควรเนื่องด้วยตั้งแต่รุ่นปู่ได้ทำการค้าและซื้อไว้เยอะ จึงทำให้ในบ้านหลังนี้มีทั้งสมาชิกของตระกูล คนรับใช้ และคนงาน รวมกันแล้วจึงถือว่าเยอะไม่น้อย แต่ก็ได้แบ่งสันปันส่วนให้ไปอยู่ที่โรงน้ำชาและร้านขายผ้าเพื่อไว้ดูแลกิจการทั้งสองอย่างนี้จึงทำให้บ้านหลังนีี้คงเหลือไว้แค่สมาชิกบ้านและคนรับใช้บางส่วนเท่านั้น การค้าและกิจการของตระกูลหลี่จึงมั่งคั่ง มั่นคงในนครฉางอันอยู่พอสมควร พอมาถึงรุ่นของข้าคือหลี่เซี้ยนเจ่อจึงรู้สึกกดดันและเหมือนมีภาระอยู่ไม่น้อย แม้ในวัยเด็กจะได้เล่นซุกซนกันตามประสา ไม่วายต้องโดนมานั่งคิดคำนวณช่วยการค้าของที่บ้าน ส่วนน้องสาวข้าเหม่ยหลินก็เป็นที่รักของคนในบ้านยิ่งกว่าข้าเสียอีก
     "พี่ใหญ่ ให้ข้าช่วยจดบัญชีให้เอาไหม?" หลี่เหม่ยหลินเด็กสาวอายุ 17 ปี เอ่ยถามพี่ชายที่กำลังคร่ำเคร่งกับรายชื่อสินค้า มือขวาถือพู่กัน มือซ้ายนั่งปัดลูกคิด
     "ไม่เป็นไร ข้าจดใกล้เสร็จแล้ว" หลี่เซี้ยนเจ่อที่ขมักเขม้นตอบน้องสาว
     "น่าแปลกจัง ปรกติวันนี้พี่ต้องไปหาสาวลูกเจ้าของร้านขายซาลาเปานิ ทำไมวันนี้ถึงได้มานั่งจดบัญชีอยู่ที่บ้านได้ละ?" น้องสาวที่เหมือนรู้ทางพี่ชายตัวเองเอ่ยถามอย่างสัยที่ปรกติพี่ชายตัวเองไม่ค่อยอยู่บ้าน แต่มักจะชอบไปอยู่ประจำที่ร้านใดร้านหนึ่งในละแวกแถวบ้าน
     "นี่! เหม่ยหลิน พี่ว่าเจ้าน่ารู้ดีนะว่าทำไมวันนี้พี่ถึงต้องมาอยู่ที่นี่" หลี่เซี้ยนเจ่อที่จดบัญชีเสร็จแล้วหันหน้ามาพูดอย่างคนที่รู้ทันกัน
     "เอ๋อ! โดนท่านแม่สั่งกักบริเวณหนึ่งวันสินะ" หลี่เหม่ยหลินพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเลียนกึ่งแปลกใจ
        ไม่นานนักหลังจากที่สองพี่น้องกำลังสนทนาโต้คารมกันอยู่ หลี่เฟิงหลงและหลี่ฮูหยิน ผู้เป็นบิดาและมารดาก็เดินมาหาทั้งคู่ที่ส่วนของโต๊ะดูแลกิจการที่ซึ่งสองพี่น้องกำลังพูดคุยอยู่นั้นเอง บิดามาด้วยสีหน้าอารมณ์ดีส่วนมารดามาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แม้ว่าผู้เป็นลูกจะรู้และคาดเดาอารมณ์กันได้หากเมื่อต้องเจอบิดาและมารดาพร้อมกันทั้งคู่ แต่ก็เป็นปรกติที่ทั้งหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลินจะทำเป็นเหมือนไม่รู้ไปทุกครั้ง เมื่อคนเป็นบิดาเดินมาถึงตัวทั้งคู่ก่อนจึงเอ่ยทักทายตามประสาพ่อลูก
     "สบายดีกันไหม? เด็กๆ" หลี่เฟิงหลงเดินเข้ามาทักทายพร้อมกับเอามือตบบ่าหลี่เซี้ยนเจ่อบุตรชายคนโต
     "สบายดีครับ พ่อ พอดีเพิ่งลงบัญชีเสร็จ" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมยื่นบัญชีที่ตรวจเสร็จแล้วให้กับบิดา เมื่อหลี่เหม่ยหลินเห็นมารดาจึงเข้าไปโอบกอดและออดอ้อนเหมือนทุกครั้ง หลี่ฮูหยินเมื่อเห็นลูกสาวเข้ามาออดอ้อนจึงพูดขึ้นมาด้วยความเอ็นดู
     "ท่าทางแบบนี้ วันนี้จะอ้อนแม่เรื่องอะไรอีก" หลี่ฮูหยินดึงตัวบุตรสาวเข้ามากอดพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู
     "วันนี้ข้าอยากออกไปเที่ยวเล่นในเมือง จึงมาขออนุญาติท่านแม่" หลี่เหม่ยหลินพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเต็มที่
     "หลี่เหม่ยหลิน วันนี้เจ้าคงออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้แล้วละนะ" หลี่เฟิงหลงผู้เป็นบิดาหันมาพูดปรามการออกเที่ยวเล่นข้างนอกของบุตรสาว
     "ทำไมเหรอคะ? ท่านพ่อ หรือวันนี้จะมีลูกค้าคนสำคัญมาที่บ้านเรา?" หลี่เหม่ยหลินเอ่ยถามบิดาด้วยความสงสัย
     "เปล่า ไม่ได้มีลูกค้าคนสำคัญมาที่บ้านหรอก แต่กำลังจะมีคนสำคัญออกจากบ้านของเราต่างหาก" ผู้เป็นบิดาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางยกมือขึ้นลูบเครา เมื่อหลี่เหม่ยหลินได้ฟังคำตอบใบหน้าเปลี่ยนไปแปลกใจปนตกใจเล็กน้อย บุตรสาวหันหน้าไปทางมารดาเพื่อมองหาคำตอบแต่กลับได้เห็นอาการส่ายหน้ากลับมาแทน เมื่อผู้เป็นพ่อเห็นอาการของลูกสาวแบบนั้นจึงลอบถอนหายใจแล้วพุดต่อเพื่อให้ลูกสาวได้สบายใจขึ้นมาอีกหน่อย
      "เหม่ยเอ๋อห์ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ไม่ได้มีใครในตระกูลเสียหรอก พ่อหมายถึงว่าพี่ของเจ้ากำลังจะออกจากบ้านไปหาประสบการณ์ข้างนอก กิจการของตระกูลแม้จะได้พี่เจ้ามาช่วยเบาแรง แต่ปู่ของพวกเจ้าเห็นควรให้ลูกหลานไปออกไปผจญภัยในโลกกวว้างบ้าง ประกอบกับพี่ของเจ้าก็มาพูดกับพ่อและแม่เอง พ่อจึงมีความเห็นให้พี่ของเจ้าได้ออกไปเที่ยวข้างนอก จึงยังไม่ได้บอกเจ้า" เมื่อสิ้นคำอธิบายขยายความจากอาการตกใจหลายเป็นความเศร้าแทน เหม่ยหลินจึงเอียงหน้าไปวบกับไหล่ของมารดาประหนึ่งว่ากำลังจะร้องไห้ออกมาไม่ช้าก็เร็ว
      "ไม่ร้องไห้น่ะ ลุกสาวของแม่ แม่รู้ว่าพวกเจ้าสองคนพี่น้องสนิทกันมาก แต่พี่ชายของเราก็ถึงเวลาที่จะได้ออกไปหาประสบการณ์อย่างที่พ่อเขาว่าจริงๆ" หลี่ฮูหยินพูดไปพลางลูบหน้าบุตรสาวไปด้วย
      "นี่ เหม่ยหลิน พี่แค่ออกไปท่องเที่ยวไม่ได้ถูกส่งตัวไปรบที่ชายแดน ทำไมต้องทำหน้าเศร้าอย่างนั้นด้วย" หลี่เซี้ยนเจ่อลุกจากเก้าอี้เดินมาตบบ่าน้องสาว
      "เซี้ยนเจ่อ เมื่อเจ้าจะออกจากบ้านไป พ่อก็มีเงินให้เจ้าไว้ใช้สอยติดตัว 30 ชั่ง 500 ตำลึง เอาติดตัวไว้" บิดายื่นถุงเงินมาให้พร้อมกับรับมาใส่กระเป๋าไว้
      "ขอบคุณครับ ท่านพ่อ ข้าขอฝากเหม่ยหลินด้วยนะครับ" หลี่เซี้ยนเจ่อหันมาดูน้องสาวที่ตอนนี้ใบหน้ามีน้ำตาคลออยู่หน่อยๆ "เหม่ยหลิน พี่ไปแล้วนะ พี่ไม่อยู่บ้านแล้วหมากล้อมก็เป็นกับพ่อไม่ก็ชวนท่านปู่มาเล่นด้วยก็ได้ ดูแลตัวเองดีๆนะ" หลี่เซี้ยนเจ่อยื่นมือมาลูบหัวน้องสาวตัวเอง ยังไม่ทันที่มือจะถึงหัวของน้องสาว ร่างบางก็โผเข้าสวมกอดเขาแน่น หลี่เซี้ยนเจ่อยกมือขึ้บลูบหัวน้องสาวตัวเองอีกครั้ง
      "พี่ไปแล้วก็แวะมาเยี่ยมบ้างนะ แล้วข้าจะรอเล่นหมากล้อมกับพี่อีกครั้ง" หลี่เหม่ยหลินพูดพลางเช็ดน้ำตาขณะที่สวมกอดพี่ชายตัวเอง
      "ดูแลตัวเองด้วย อย่าอ้อนท่านแม่บ่อยนะ โตแล้ว" หลี่เซี้ยนเจ่อคลายอ้อมกอดของน้องสาวออก จากนั้นก็กล่าวอำลาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเดินออกจากบ้านไป




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +500 ความหิว +100 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 500 + 100 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-24 23:16:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-24 23:17

        หลี่เซี้ยนเจ่อได้ให้เหม่ยหลินจ้างรถม้าพาพวกเขามาส่งที่ฉางอันระหว่างที่เดินทางกลับบ้านก็อดรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้แม้ในใจจะเตรียมคำอธิบายไว้แล้วก็ตาม หลี่เหม่ยหลินแม้จะเห็นใจพี่ชายแต่ในใจก็ไม่ค่อยชอบคนที่มาเป็นพี่สะใภ้ของตนเองซักเท่าไหร่ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่ค่อยชอบพวกคนนอกด่านอยู่แล้ว อีกอย่างนางก็คิดว่าพี่ชายของนางย่อมรู้กฎและธรรมของที่บ้านและชาวเราเป็นอย่างดีเกรงว่าต่อให้มีคำอธิบายและเหตุผลที่ดีแค่ไหนท่านพ่อก็จะไม่ฟังนะสิ ตั้งแต่เล็กจนโตหลี่เหม่ยหลินก็เห็นพี่ชายของตนชอบหญิงสาวบ้านนั้นบ้าง บ้านนี้บ้าง แม้นางจะชอบเอาเรื่องจริงมาหยอกล้ออยู่บ่อยๆต่อหน้าพ่อกับแม่แต่ก็ไม่เห็นพวกท่านจะถือเป็นจริงเป็นจัง มาคราวนี้นางไม่อยากจะคิดถึงเหตุการณ์ในอนาคตอันใกล้เลยจริงๆ เมื่อรถมาแล่นเข้ามายังตัวเมืองฉางอันซึ่งเหม่ยหลินก็บอกให้ขับต่อไปยังหน้าบ้านของตระกูลเมื่อมาถึงหน้าบ้านนางก็จ่ายเงินแล้วยืนรออยู่หน้าบ้าน         บ้านตระกูลหลี่มั่งคั่งและเป็นที่รู้จักโดยทั่วกันเนื่องจากมีทั้งร้านผ้าและกิจการโรงน้ำชา ฐานะของตระกูลจึงถือว่าร่ำรวยมาตั้งแต่รุ่นปู่ของหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลินแล้ว บ้านจึงขยับขยายมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันจนกลายเป็นบ้านที่โอ่อ่าและใหญ่โต เมื่อพ่อบ้านหลี่ออกมาเห็นนายน้อยและคุณหนูเข้าก็รีบวิ่งเข้าไปตามนายและนายหญิงให้ออกมาพบทันที เมื่อพ่อและแม่ออกมาพบทั้งสองที่หน้าบ้านก็ดีใจและปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นหน้าลูกๆของตนอีกครั้ง แม่เข้าสวมกอดทั้งหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลินแน่นด้วยความคิดถึง ส่วนพ่อก็ยืนยิ้มพร้อมกับลูบเคราอย่างอารมณ์ดี
     "ไม่คิดว่าออกจากบ้านไปนาน พ่อกับแม่จะได้พานพบเจ้าอีกครั้ง" ผู้เป็นบิดากล่าวอย่างดีใจ ส่วนหลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อคลายอ้อมกอดจากมารดาแล้วก็แนะนำผู้ที่มาด้วยให้ทุกคนได้รู้จัก
     "ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่ไป๋หลานภรรยาของข้าเองครับ" หลี่เซี้ยเจ่อเดินไปจูงภรรยาให้เข้ามาใกล้ๆพ่อกับแม่
        ผู้เป็นมารดาเมื่อพบและสบตากับไป๋หลานเข้าก็รู้สึกยินดีกับบุตรชายด้วย ส่วนคนเป็นพ่อกลับมองสำรวจอย่างไม่วางตาก่อนจะกล่าวต่อบุตรชายของตน
     "หลี่เซี้ยนเจ่อ ข้าขอถามอะไรหน่อย ที่เจ้าว่าเป็นภรรยานั้นน่ะ เจ้าได้ทำถูกต้องตามประเพณีรึเปล่า? มีแม่สื่อไปสู่ขอให้หรือไม่? พ่อแม่ของนางเห้นชอบด้วยกับเจ้าทั้งสองคนหรือเปล่า?" ผู้เป็นพ่อได้หันหน้ามาถามบุตรชายอย่างตรงไปตรงมา
     "ข้าขอเรียนท่านพ่อตามตรง ว่าข้าไม่ได้ทำตามประเพณีเลยครับ" หลี่เซี้ยนเจ่อยกมือขึ้นประสานและก้มหน้าลง
     "เซี้ยนเจ่อเอ๋ย เซี้ยนเจ่อ ข้ารู้สึกผิดหวังในตัวเจ้ามากจริงๆ ข้าพร่ำสอนเจ้ามาทั้งยังจ้างอาจารย์ที่ดีที่สุดมาสอนและอบรมเจ้า แต่เจ้ากลับทำผิดประเพณีเสียเอง เจ้าเป็นบุตรชายข้าย่อมต้องคาดหวังไว้มาก ถึงเจ้าไม่บอกพ่อว่าหญิงคนนี้เป็นใคร พ่อก็พอมองออกว่านางคงมาจากนอกด่านเป็นแน่ ข้ารู้ว่าเจ้ารู้ว่าธรรมเนียมบ้านเราไม่แต่งกับคนนอกด่าน ชื่อเสียงที่ข้ากับปู่ของเจ้าเพียรสร้างสมมากับต้องมาพังพินาศย่อยยับด้วยน้ำมือของเจ้า" พ่อของหลี่เซี้ยนเจ่อแม้ไม่ได้กล่าวว่าด้วยตรงแต่ตัวหลี่เซี้ยนเจ่อรู้ว่าพ่อเขาทั้งตำหนิและอบรมเขาอยู่
      "ท่านพ่อ ตอนนั้นข้าไม่ทันได้คิดรอบคอบขอท่านพ่อโปรดอภัย" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดทั้งที่ยังก้มหน้า
      "ได้ ข้ามีทางเลือกให้เจ้าได้ตัดสินใจ เมื่อข้าพูดเสร็จแล้วเจ้าก็ลองคิดและตัดสินใจให้ดี หนึ่ง หย่าขาดกับสตรีนอกด่านคนนี้ซะ สอง ปลดนางลงไปเป็นภรรยารองหรืออนุภรรยา สาม เจ้ากับข้าตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูก" ผู้เป้นบิดาได้มอบทางเลือกที่คนรอบข้างฟังยังไงก้เหมือนบีบให้เขาต้องเลือก ซึ่งทุกคนก็ได้แต่หวังว่านายน้อยของตระกูลหลี่จะไม่ตัดสินใจอะไรที่ทำให้คนรอบข้างต้องสะเทือนใจ
      "ท่านพ่อ ข้าได้คิดและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ข้ายินยอมให้ไป๋หลานเป็นอนุภรรยาของข้า" หลี่เซี้ยนเจ่อเงายหน้าขึ้นพร้อมกับคำตอบที่ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ลงไปแล้วและหันไปสบตากับบิดาของตน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-25 16:01:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
      เมื่อผู้เป็นบิดาได้ยินบุตรชายตนเองตัดสินใจกับทางเลือกที่ตนได้ให้ไปในใจรู้สึกยินดีและปลาบปลื้มที่ลูกชายของตนยังเคารพกฎและธรรมเนียมของบ้าน  แต่ในขณะเดียวกันเมื่อไป๋หลานได้ฟังผู้เป็นสามีของนางได้บอกพ่อไปว่าลดฐานะของนางไปเป็นอนุภรรยาในใจจึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก  ทำให้นางก็หวนนึกถึงเมื่อครั้งได้อยู่ด้วยกันในถ้ำใต้หน้าผา คำที่สามีของได้ให้สัตย์ต่อฟ้าและดินพยาน คำสัญญาที่จะปกป้องนางจากทุกสิ่ง มาตอนนี้ไป๋หลานรู้สึกเหมือนสูญสิ้นทุกสิ่ง แต่นางก็ทำอะไรมากไม่ได้จึงได้แต่เก็บอาการแล้วก็นิ่งเฉย จากนั้นบิดาของหลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อเห็นทุกอย่างกลับไปเป็นปรกติเหมือนเดิมก็เรียกให้ทุกคนเข้าบ้าน ขณะที่เดินเข้ามาภายในบ้านสามแม่ลูกเดินนำหน้าไปพร้อมกัน ส่วนตัวเองเดินตามหลังเมื่อบิดาของหลี่เซี้ยนเจ่อชำเลืองมาเห็นไป๋หลานเดินตามมาพร้อมกับพ่อบ้านหลี่ เขาจึงหยุดเดินและหันไปพูดเป็นเชิงตำหนิ "นี่ ใครใช้เจ้าตามพวกข้ามากัน เจ้าเป็นเพียงแค่อนุภรรยาของบุตรชายข้า ไปนั่งรอที่ศาลาตรงนั้น แล้วข้าจะให้พ่อบ้านไปซื้อบ้านหลังเล็กๆให้เจ้าไว้อยู่ ที่นี่ไม่ต้อนรับอนุภรรยาชาวนอกด่าน" บิดาของหลี่เซี้ยนเจ่อกล่าวตำหนิด้วยน้ำเสียงที่เน้นหนักทุกคำ มีเพียงพ่อบ้านหลี่ที่ยืนฟังอยู่ด้วยเท่านั้น แต่ก็ไม่ทันที่จะพ้นเขตระเบียงบ้านหลี่เซี้ยนเจ่อเห็นว่าพ่อของตนกำลังยืนสนทนากับไป๋หลานซึ่งมีพ่อบ้านหลี่ยืนอยู่ด้วย หลี่เซี้ยนเจ่อจึงเดินเข้ามาถามเหตุการณ์
"ท่านพ่อ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันเหรอ?ครับ" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปถามบิดาอย่างสงสัย ซึ่งยังโชคดีที่ยังไว้หน้าบุตรชายอยู่บ้าง
"มันจะมีอะไรซะอีกละ ข้าแค่บอกให้นางไปนั่งรอตรงศาลาแล้วเดี๋ยวจะให้พ่อบ้านหลี่ยกอาหารไปให้ แต่ยังกลับไปยอมจะตามเข้าไปท่าเดียว" หลี่เฟิงหลงมองอนุภรรยาของลูกชายอย่างถือตัว เมื่อไป๋หลานได้ยินดังนั้นก็มองหาที่สามีของนางเพื่อขอความช่วยเหลือและความเป็นธรรมให้กับนาง หลี่เซี้ยนเจ่อจึงอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจฝ่ายหนึ่งก็พ่ออีกฝ่ายหนึ่งก็ภรรยา เขาจึงเดินเข้าไปหานางแล้วก็พยายามพูดปลอบใจนาง
"ไป๋หลาน ทำตามที่ท่านพ่อบอกเถอะน่ะ แล้วเดี๋ยวข้าจะออกมานั่งทานอาหารกับเจ้าที่ศาลา" หลี่เซี้ยนเจ่อจับมือไป๋หลานแล้วก็พูดปลอบประโลม ซึ่งดูเหมือนว่านางจะไม่มีท่าทีผ่อนปรน แล้วนางก็หันมาสบตากับสามีด้วยน้ำตาที่หลั่งรินและอาบไปทั้งใบหน้า
"ท่านพี่ เพื่อท่านพ่อของท่านแล้ว ท่านยอมผิดสัญญาที่ท่านให้ไว้กับข้าแล้วหรือ คำสัตย์ที่ท่านได้ให้ฟ้าดินเป็นพยานแล้วอย่างนั้นเหรอ ข้านี้แม้จะด้อยด้านการศึกษารู้หนังสือเพียงนิด แต่ก็ย่อมรู้ดีแก่ใจว่าคนเรารักกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน แล้วนี่อะไรท่านกลับไล่ข้าให้ไปอยู่ที่อื่นไม่พอยังลดฐานะข้าลงไปเป็นอนุของท่านอีก เราสองคนแต่งงานกันแล้วฟ้าดินรับรู้แล้ว แล้วท่านจะแยกเราสองคนให้ห่างกันอีก" ไป๋หลานพูดทั้งน้ำตาพลางร้องไห้อย่างไม่อาลัยในชีวิตอีกต่อไปแล้ว  หลี่เซี้ยนเจ่อที่ยืนฟังอยู่ต่อหน้าก็รู้สึกสะเทือนใจเหมือนโดนตบหน้าก็ไม่ปาน
"ก็ได้ เพื่อให้ท่านและท่านพ่อของท่านสบายใจ  ข้าก็จะไปและจะไม่ขอกลับมาให้ท่านเห็นหน้าอีก แต่ขอให้ท่านจงรับรู้ไว้เสมอว่าถึงตัวข้าจะไปแต่ในใจยังคงคิดถึงท่านเสมอ และข้าจะไม่ขอแต่งงานใหม่อีก" เมื่อไป๋หลานพูดจบก็ออกวิ่งไปจากบ้านตระกูลหลี่พร้อมร้องไห้ไปด้วย
     หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อเห็นว่าไป๋หลานได้ออกจากบ้านไปแล้วก็เหมือนชีวิตนี้ได้จากนางไปด้วย ตัวเขาแทบจะทรุดลงไปกับพื้นถ้าไม่ได้พ่อบ้านหลี่เข้ามาช่วยพยุงไว้ได้ทัน ยามนี้เขาทั้งเศร้าโศกเสียใจเป็นทวีคูณไม่มีจิตใจที่ทำอะไรแล้ว เขาจึงขอลาบิดากลับไปยังห้องนอนของตน




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +20 ความหิว -1 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 1000 + 20 -1 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-25 21:31:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
        ราตรีนี้มันไม่เคยยาวนานสำหรับใครหากแต่ต้องไม่เกิดขึ้นกับคุณชายใหญ่ของบ้านตระกูลหลี่ที่ตอนนี้กำลังยืนมองดูผืนน้ำอยู่ที่ระเบียงสวนหลังบ้าน  หลี่เซี้ยนเจ่อยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนมือสองข้างประสานกันไว้ข้างหลังสายตามองลงไปในน้ำใบหน้าเรียบเฉย นับจากกลับมาถึงบ้านวันแรกเมื่อพบหน้าพ่อแม่ในใจเขารู้สึกยินดียิ่งและเขาจะยินดียิ่งกว่านี้หากภายหลังจากที่แนะนำภรรยาที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงความทรงจำไปแล้ว หากทุกคนยอมรับนางได้เรื่องก็คงไม่ลงเอยแบบนี้ เมื่อหวนนึกถึงคำสัตย์และสัญญาที่ให้กับหญิงสาวแล้วเขาเหมือนกลายเป็นผู้ชายที่เหมือนตบะสัตย์ไม่แล้วในตอนนี้  ในช่วงเวลาที่หลี่เซี้ยนเจ่อกำลังคิดถึงไป๋หลานเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เหม่ยหลินคุณหนูของบ้านเดินมาพอดี เมื่อพ่อบ้านหลี่พบนางก็เดินเข้าไปบอกด้วยเสียงกระซิบ
     "คุณหนู ช่วยข้าหน่อยเถอะครับ คุณชายไม่ยอมไปไหนยืนแบบนี้มาเกือบจะ 3 ชั่วโมงแล้ว ข้าเรียกเท่าไหร่คุณชายก็เหมือนไม่ได้ยินเสียงข้าเลย" พ่อบ้านหลี่พูดพลางส่ายหน้าอย่างจนปัญญา หลี่เหม่ยหลินพยักหน้าแล้วก็กระซิบบอกให้ไปตามคนมาช่วย
     "พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ พี่เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าพี่คิดถึงสาวโหรวหรานคนนั้นน่ะ" หลี่เหม่ยหลินเดินเข้ามาเขย่าตัวพี่ชายของนาง "เอาน่าพี่ นางก็ไปแล้ว พี่ก็อย่าคิดมากเลย" เหม่ยหลินปลอบใจพลางตบบ่าคนตรงหน้า
     "ข้าพานางมาด้วยก็หวังว่าคนที่บ้านจะยอมรับและต้อนรับนางอย่างอบอุ่น แต่กลับกลายเป็นว่าไล่ตะเพิดนางออกไปอย่างไม่ไว้ไมตรีเลย" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดอย่างโศกเศร้า
     "แล้วพี่จะให้ทำยังไง พอท่านพ่อเห็นนางเข้าก็ให้พี่ตัดสินใจเอง ก็เหมือนบังคับทางอ้อมนั้นแหละ พี่ก็รู้ว่าไม่มีอะไรพ้นสายตาท่านพ่อไปได้เลย" หลี่เหม่ยหลินพูดเสียงอ่อนลงมา นางกับท่านแม่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง "แต่ธรรมเนียมเคร่ครัดเราต้องยึดถือและปฎิบัติ"
     "ใช่ เราต้องยึดถือและทำตาม" หลี่เซี้ยนเจ่อทวนประโยคของน้องสาวอย่างอาลัย ในใจก็ยังคงเป็นห่วงไป๋หลาน
     "ข้ายังจำได้ว่าพี่เคยชอบพูดถึงสาวคนหนึ่งที่พ่อเขาเป็นคหบดีค้าข้าวนิ แล้วที่ข้าชอบเอามาแหย่พี่เล่น เหมือนท่านพ่อจะสนใจอยู่นะ" หลี่เหม่ยหลินพูดหยอกเพื่อให้พี่ชายอารมณ์ดี
   แต่ก็ไม่ทันที่จะพูดต่อพ่อกับแม่ก็เดินมาถึงพอดีตามมาด้วยพ่อบ้านหลี่
     "เหม่ยเอ๋อห์ เมื่อกี้เจ้าว่าพี่ชายของเจ้าไปชอบพอกับใครนะ" ผู้เป็นบิดาเดินเข้ามาแนบชิดตัวลูกสาว "ไหนบอกพ่ออีกทีสิ"
     "ท่านพ่อ พี่ชายเขาชอบมาพูดให้ข้าฟังอยู่บ่อยๆว่าชอบกับสาวของเจ้าของค้าข้าว แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าชื่ออะไร" หลี่เหม่ยหลินเอามือไปโอบกอดมารดาแล้วเอาหน้าซบไหล่มารดาอย่างออดอ้อน
     "คนที่ค้าข้าวในแถบฉางอันก็มีอยู่คนเดียวที่ข้าคุ้นเคย หรือว่าจะเป็นพ่อค้าข้าวที่ชื่อจ้าวจงถัง" หลี่เฟิงหลงพูดพลางลูบหนวดเคราอย่างครุ่นคิดแล้วก็หันไปสบตากับหลี่ฮูหยิน
     "ข้าเคยไปซื้อข้าวกับพ่อบ้านหลี่อยู่บ่อยครั้ง และเหมือนจะเคยเห็นลูกสาวของเขาด้วย นางก็สวยอยู่นะคะ ท่านพี่" หลี่ฮูหยินยืนยันคำตอบให้อีกครั้งหนึ่ง "ถ้าลูกชายเรา เซี้ยนเจ่อ ชอบนางจริงๆ เราก็พอจะคุยกับทางนั้นได้" หลี่ฮูหยินหันไปมองลูกชายที่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนเลย



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -1 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -1 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-30 18:25:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-30 19:23

                ณ.โถงรับรอง                 บรรยากาศภายในห้องโถงของบ้านตระกูลหลี่ยามนี้มีสมาชิกในบ้านนั่งกันอยู่พร้อมหน้า โดยมีนายใหญ่และฮูหยินนั่งเป็นประธานคู่กันอยู่ที่เก้าอี้ด้านในสุดถัดมาคือคุณชายใหญ่และคุณหนูนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านข้าถัดออกมา ยามนี้บรรยากาศในห้องโถงของบ้านอบอวลไปด้วย   กลิ่นของใบชาที่พ่อบ้านหลี่ได้จัดการชงมาให้ซึ่งจัดไว้สองชุดแบ่งให้นายใหญและนายน้อยของบ้านอย่างละชุด ช่วงนี้แม้แต่ละคนจะวุ่นวายเพราะกิจการการค้าของตระกูลอยู่บ้างแต่ก็แบ่งเวลาเพื่อสนทนากันได้ เริ่มจากหลี่เหม่ยหลินที่ตอนฝึกซ้อมเพลงกระบี่อย่างเข้มงวด บิดาก็ต้องตรวจดูบัญชีของร้านน้ำชาแทบไม่ได้หยุดพัก หลี่ฮูหยินตอนนี้ก็กำลังตัดเย็บผ้าชุดใหม่ให้กับลูกๆของนางทั้งสองคน ส่วนหลี่เซี้ยนเจ่อก็เพิ่งกลับมาจากเป็นพยานให้กับเพื่อนสนิท จึงทำให้ตอนนี้ทุกคนในบ้านต่างผ่อนคลายจากภาระงานและเรื่องต่างๆซึ่งตระกูลหลี่มีกฎอยู่ว่าครอบครัวพร้อมหน้าไม่พูดเรื่องงาน ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้สนทนากันพ่อบ้านหลี่ก็ได้พาคนๆหนึ่งมาที่โถงรับรองซึ่งดูแล้วแต่งตัวเหมือนขุนนาง
   "พ่อบ้านหลี่ เจ้าพาใครเข้ามา?" หลี่เฟิงหลงผู้เป็นนายใหญ่ของบ้านเอ่ยถามพ่อบ้านประจำตระกูล
   "เรียนนายท่าน เขาบอกว่าเป็นขุนนางท้องถิ่นของที่นี่ ซึ่งมีเรื่องจะมาแจ้งให้ทราบนะครับ" พ่อบ้านหลี่ผายมือไปยังขุนนางท้องที่
   "พวกท่านไม่ต้องตกใจ ข้าแค่จะมาแจ้งข่าวให้ทราบว่าตอนนี้ทางราชสำนักได้เปิดรับสมัครผู้มีความสามารถมาเข้าร่วมช่วยเหลือพัฒนาบ้านเมือง" เมื่อขุนนางท้องถิ่นกล่าวจบก็ได้เดินออกจากไปโดยมีพ่อบ้านหลี่ออกไปส่ง
       เมื่อทุกคนในบ้านได้ยินการมาแจ้งข่าวของทางราชสำนักก็ได้เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง แต่คนที่น่าครุ่นคิดหนักคงไม่พ้นบุตรชายคนเดียวของบ้านที่ตอนนี้กำลังนั่งครุ่นคิดและคิ้วขมวดกันเป็นปม
   "เซี้ยนเจ่อ เจ้าเป็นอะไร? ไม่ดีใจหรือยังไงถึงได้ทำหน้าเครียดแบบนั้น" ผู้เป็นพ่อจับอาการได้ก็พูดทำลายความเงียบทันที
   "ท่านพ่อ ได้ยินข่าวนี้ใครบ้างจะไม่ดีใจ แต่ที่ข้าเครียดก็เพราะไม่รู้ว่าจะสอบผ่านไปเป็นขุุนนางราชสำนักได้ไหมเนี่ยสิ?" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปตอบบิดาด้วยความกังวล
   "เจ้าลูกชาย เจ้าจะไปกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงไปทำไมกัน เจ้าเองก็มีปัญญาไม่น้อย ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องสอบผ่าน บ้านเรานับรุ่นมาแล้วก็ไม่เคยมีใครเป็นข้าราชสำนักสักคน คงจะมีขุนนางในรุ่นเจ้าเนี่ยแหละ" ผู้เป็นบิดาลุกขึ้นขากเก้าอี้แล้วเดินมาตรงหน้าลูกๆทั้งสองคน
   "ท่านพ่อดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?" หลี่เหม่ยหลินถามอย่างแปลกใจ
   "เหม่ยเอ๋อห์ พ่อก็ต้องดีใจสิยิ่งถ้าพี่ชายเจ้าสอบผ่านได้เป็นขุนนางด้วยแล้วยิ่งเป็นความภูมิใจของบ้านเราอีก อย่างน้อยพ่อก็ได้พูดให้ใครๆฟังได้ไง ยิ่งแม่เจ้าด้วยแล้วคงได้เอาไปพูดที่ตลาดแน่ๆ" นายใหญ่อย่างหลี่เฟิงหลงพูดหัวเราะอย่างดีใจแล้วก็เอื้มมือไปตบบ้าลูกชายของตน  
    "เซี้ยนเจ่อเอ่ย หากเจ้าได้สอบผ่านเป็นขุนนางขึ้นมาสิ่งหนึ่งที่ปู่สอนพ่อมาและพ่อคงจะเอามาสอนเจ้าอีกทีหนึ่ง พ่ออยากบอกเจ้ามาไม่ว่าเราจะทำอะไรก็อย่าได้เอาเปรียบ เราต้องซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เพียงเท่านี้เราก็ถือว่ามีเกียรติแล้ว ไม่ว่าหนทางข้างหน้าเจ้าจะสอบผ่านได้หรือไม่ได้นั้น ก็ขอให้แกจำไว้ว่าพ่อและแม่ภูมิใจเสมอ" บิดาของหลี่เซี้ยนเจ่อพูดเสร็จก็บีบไหล่ลงไปเบาๆ ซึ่งหลี่เซี้ยนเจ่อก็หันมาสบตากับบิดาที่ฉายแววดีใจอยู่ไม่น้อย
    "ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังเด็ดขาด" หลี่เซี้ยนเจ่อลงมาคุกเข่าแล้วประสานมือต่อหน้าบิดาและมารดา
    "พี่ใหญ่ ถ้าพี่สอบผ่านจนได้เป็นขุนนางจริงๆ ข้ายินดีให้ท่านพ่อปิดร้านน้ำชาฉลองเปิดให้ชาวบ้านกินแบบไม่จ่ายเงินหนึ่งวัยเลย" หลี่เหม่ยหลินพูดพลางหัวเราะร่า
    "ได้ เอาตามที่เจ้าว่าก็ได้เหม่ยหลิน" ผู้เป็นพ่อหันมายิ้มให้ลูกสาวแล้วก็หัวเราะอีกครั้ง
         หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดหนักว่าคงต้องให้ท่านพ่อกับท่านแม่ของตนกวดขันดข้มงวดกับการสอบครั้งนี้เสียแล้ว
   @Admin





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-30 21:22:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
      ค่ำคืนที่บ้านตระกูลหลี่ยังคงรายล้อมไปด้วยโคมไฟที่ประดับตามระเบียงทางเดิน ซึ่งจนถึงขณะนี้เหล่าบรรดาคนใช้ในบ้านที่มีพ่อบ้านหลี่กำกับดูแลอยู่ก็ยังคงทำงานกันไม่หยุด  หลี่เซี้ยนเจ่อคุณชายของบ้านตอนนี้ก็กำลังยืนดูบิดากับมารดาของตนกำลังดวลหมากล้อมกันอยู่ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยากนักโดยมีหลี่เหม่ยหลินยืนให้กำลังใจมารดาของคนอยู่ข้างๆ หลี่เซี้ยนเจ่อไม่ทันระวังจึงลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
   "นี่เซี้ยนเจ่อพ่อกับแม่กำลังเล่นหมากล้อม เจ้าเป็นผู้น้อยทำแบบนี้มันเสียมารยาทรู้ไหม?" บิดาของหลี่เซี้ยนเจ่อพูดตำหนิขณะที่สายตาจดจ่ออยู่บนกระดาน
   "ขอโทษท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย พอดีข้ายืนคิดอะไรเพลินๆไปหน่อย" หลี่เซี้ยนเจ่อถอดสายตาจากการดูดาวบนท้องฟ้าแล้วหันมาดูหมากบนกระดานแทน
   "ลูกแม่ แล้วเจ้ามัวแต่คิดอะไรอยู่ถึงได้โดนตำหนิเอาแบบนี้ หรือว่าไม่อยากเป็นขุนนางแล้ว" มารดาที่พูดอย่างรู้ทันแต่ในใจก็เปลี่ยนให้พูดเป็นอย่างอื่นแทน ตอนนี้หมากเดินมาได้ถึงกลางเกมแล้วจึงหยุดรินน้ำชาลงไปในถ้วยสี่ถ้วย
   "ท่านแม่ ข้าว่าพี่ใหญ่คงไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอก คงกำลังคิดว่าถ้าได้เป็นขุนนางแล้วตัวเองจะไม่ได้เจอลูกสาวร้านค้าข้าวมากกว่า" หลี่เหม่ยหลินเอ่ยแซวเหมือนทุกครั้งแล้วมันก็ได้ผลทุกครั้งเช่นกัน คนเป็นพ่อย่อมรู้ทันลูกเสมอจึงแกล้งแหย่กลับไปบ้าง
   "นี่ตกลงเจ้าชอบลูกสาวของจ้างจงถังจริงๆเหรอ แล้วนี่กลับมาแวะไปหานางบ้างหรือยัง" ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามอย่างใคร่รู้พร้อมรับถ้วยชามาดื่ม
   "ท่านพ่อก็อย่าไปฟังเหม่ยหลินมากเลย แต่มันก็ใช่ ข้าชอบนางมานานแล้ว เพียงแต่เดินผ่านที่ไร พ่อของนางก็ตวาดข้ากลับมาทุกที" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดพลางก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
   "จริงเหรอเนี่ย เอางี้ถ้าเจ้าสอบผ่านแล้วพ่อของนางก็อาจจะยอมลดเกราะลงมาบ้าง ระหว่างนี้ข้ากับแม่ของเจ้าจะช่วยแนะแนวและสอนเจ้าให้ก็แล้วกัน" ผู้เป็นพ่อพูดเสร็จก็หัวเราะดังลั่นศาลาริมน้ำ
   "งั้นข้าคงต้องขอให้ท่านพ่อกับท่านแม่ช่วยแนะแนวเพื่อให้ข้าให้เตรียมสอบเป็นขุนนางด้วยครับ เป็นเวลา 10 วันติดต่อกัน" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดอย่างมุ่งมั่น
   "ได้ ได้ ข้ากับแม่จะช่วยเจ้าเต็มที่ งั้นข้าจะสอน "ปรัชญาขงจื้อ" ให้เจ้าก็แล้วกัน"
     หลังจากนั้นพ่อและแม่ของหลี่เซี้ยนเจ่อก็นั่งเล่นหมากล้อมต่อ ส่วนหลี่เซี้ยนเจ่อก็ยืนดูพวกท่านเล่นกันอย่างเงียบๆต่อไป
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-8-2 23:50:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-8-3 18:26

       ห้องทำงานที่ปรกติใช้เป็นที่ตรวจทานบัญชีหรืออ่านรายงานกิจการของตระกูลจะถูกปรับเปลี่ยนให้ใช้เป็นห้องสอนหนังสือเป็นการชั่วคราว  พ่อบ้านหลี่ยามนี้ปรกติต้องเข้านอนแล้วแต่ก็กลับมาอยู่ร่วมด้วยโดยมีสาวใช้อีกสองคนยืนอยู่ด้านหลังคอยรับคำสั่งงานอีกทอดหนึ่ง ตอนนี้สมาชิกต่างมาอยู่กันพร้อมหน้าจึงทำให้ห้องที่มีพื้นที่ขนาดกลางดูแคบลงไปถนัดตา  นับว่าเป็นภาพหายากที่ได้เห็นหลี่เหม่ยหลินคุณหนูของบ้านสามารถมานั่งร่วมฟังเรื่องการเรียนได้  นางจึงไม่พ้นที่จะโดนมารดาเอ่ยแซวขึ้นมา   "เหม่ยหลิน ลูกแม่ ทำไมวันนี้เจ้าถึงได้มาอยู่ฟังการเรียนได้ละ ปรกติเห็นไม่ชอบไม่ใช่เหรอลูก?" นายหญิงของบ้านหันมาถามลูกสาวของตน
   "ข้าก็อยากฟังบ้างนี่ ท่านแม่ เห็นว่าพี่จะไปสอบเป็นขุนนางก็เลยมาอยู่ร่วมฟัง" เหม่ยหลินพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
   "แล้วพ่อบ้านหลี่ ทำไมวันนี้ถึงได้อยู่ดึกได้ละ" เมื่อเห็นอาการง้องอนของลูกสาวเริ่มออกฤิทธิ์ นายหญิงของบ้านก็หันไปถามพ่อบ้านหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆลูกสาวตัวเอง
   "นายหญิง ข้าเห็นคุณชายจะเข้าสอบเป็นขุนนางก็อยากรู้ว่าเป็นอย่างไงบ้างนะครับ" พ่อบ้านหลี่ตอบอย่างใคร่รู้
     เมื่อถามไถ่และพูดคุยกันได้สักพัก นายใหญ่ของบ้านก็เห็นควรว่าควนจะเข้าเรื่องกันได้แล้ว ซึ่งตอนนี้ในมือของเขาก็ถือตำราของขงจื่อไว้ในมือ
   "เซี้ยนเจ่อ เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม?" บิดาของหลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยถามลูกชายพลางมือลูบเครา ใบหน้าแฝงความสงบและท่วงท่าก็ยังเคร่งขรึมคงไว้ซึ่งคงามเคารพของทุกคนในบ้าน
   "ข้าพร้อมแล้ว ท่านพ่อ" หลี่เซี้ยนเจ่อเตรียมนั่งฟังที่บิดาจะสอนด้วยความแน่วแน่
   "ข้าใช้เวลาสองวันนับจากที่รับปากเจ้าว่าจะลงสอนให้เจ้าด้วยตัวเอง ข้าได้นั่งอ่านและทบทวนจึงรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย และสิ่งหนึ่งที่พ่อได้รับรู้หลังจากที่อ่านเสร็จก็คือ การเป็นขุนนางว่ายากแล้วแต่การเป็นขุนนางที่ดีนั้นยากยิ่งกว่า และเมื่อเป็นขุนนางแล้วสิ่งที่ต้องรักษาไว้คือศรัทธาของประชาชน ไม่เป็นไร ไว้เมื่อถึงเวลาเจ้าก็ค่อยๆเรียนรู้มันไปก็แล้วกัน ตอนนี้เรามาเข้าบทเรียนกันดีกว่า" ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับเอามือพาดหลัง
   "ลูกยินดีรับการสั่งสอน" หลี่เซี้ยนเจ่อมองบิดาของตนที่กำลังก้าวเดินอย่างช้าๆ
   "บทเรียนที่ข้าจะสอนเจ้าในวันนี้ว่าด้วยเรื่อง "จริยศาสตร์ของขงจื่อ" เหตุยกมาไว้เป็นบทแรกก็เพราะบทนี้เน้นสอนหลักจริยธรรมไว้อย่างครอบคลุมที่สุด
     'ปรัชญาของขงจื่อเสนอเนื้อหาทางจริยศาสตร์ที่แจกแจงชุดคุณธรรม (เต๋อ 德) เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยมีคุณธรรมหลักอย่าง เหริน หลี่ อี้ เป็นคุณธรรมพื้นฐาน และมีคุณธรรมอย่างความกตัญญู (เซี่ยว 孝 ) ความจงรักภักดี (จง 忠 ) ความจริงใจ (เฉิง 誠 ) ความเคารพ (จิ้ง 敬 ) ความกล้าหาญ (หย่ง 勇 ) เป็นต้น เป็นคุณธรรมเฉพาะตามบทบาทหน้าที่ของนามตามสถานภาพต่างๆ
ขงจื่อมีหลัก เจิ้งหมิง (正 名 ) หรือการแก้ไขนามให้ถูกต้อง ซึ่งเน้นการปฏิบัติทางจริยธรรมให้ตรงตามข้อกำหนดจากนามตามสถานภาพ เช่น บุตรพึงกตัญญูต่อบิดามารดา จึงจะสมนาม “บุตร”  ขงจื่อชี้ว่าความรู้กับการกระทำต้องกลมกลืนกัน  
จริยศาสตร์คุณธรรม แต่จริยศาสตร์ขงจื่อก็มีส่วนที่แตกต่าง ขงจื่อว่าเป็นจริยศาสตร์คุณธรรมโดยละเลยส่วนที่แตกต่างนี้ หลิว  ให้ความเห็นว่าจริยศาสตร์ขงจื่อไม่ได้แยกวิถีที่เป็น (เต๋า) ออกจากคุณธรรมที่เป็นอัตวิสัย (เต๋อ) กล่าวคือ มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าใจเต๋าได้ จากการตระหนักถึงจิตใจ แล้วเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เพราะจิตใจเป็นภาพสะท้อนภาพใหญ่ของสวรรค์ อย่างที่เมิ่งจื่อกล่าวไว้ว่าหากใครเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ก็ย่อมเข้าใจสวรรค์  ดังนั้น เมื่อเต๋ากับเต๋อรวมเข้าด้วยกัน สิ่งที่จิตใจปรารถนาจึงเป็นอย่างเดียวกับเต๋า อย่างที่ขงจื่อกล่าวไว้ว่าเมื่อท่านอายุ 70 ท่านสามารถทำตามใจได้โดยไม่ละเมิดความถูกต้อง'

  เมื่อเสร็จสิ้นการสอนในวันนี้แล้ว ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนคงมีเพียงหลี่เซี้ยนเจ่อที่ขออยู่ที่ห้องทำงานต่ออีกสักพัก เพื่อนั่งคิดทบทวน
@Admin

แสดงความคิดเห็น

เส้นทางอาชีพขุนนาง Day 1 : คงเหลือ 9-Day  โพสต์ 2017-8-10 01:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-8-3 23:42:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-8-4 00:01

       ค่ำคืนนี้ที่ห้องทำงานคุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมที่อบอวลมาจากถ้วยชาที่พ่อบ้านหลี่สั่งให้สาวใช้น้ำมาวางไว้ให้เป็นสองชุด ชุดหนึ่งวางไว้ที่โต๊ะของนายและนายหญิง ส่วนอีกชุดหนึ่งวางไว้ที่โต๊ะของคุณชายและคุณหนู ซึ่งบรรยากาศในค่ำคืนนี้ดูผ่อนคลายจากเมื่อคืนเป็นอย่างมาก และก็ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมปรกติของบ้านนี้ไปแล้ว หลี่เหม่ยหลินที่ปรกติร่าเริงวันนี้กลับทำตัวนิ่งเงียบส่วนพ่อบ้านหลี่ก็มีท่าทีไม่พูดไม่จาเหมือนกัน เมื่อสองผู้เป็นใหญ่ในบ้านที่ดูแลบ้านนี้มานานดูจะจับความผิดปรกตินี้ได้จึงหันมาสบตากันอย่างรู้ใจก่อนที่นายใหญ่ของบ้านจะเอ่ยถามอยากไม่ระบุตัวบุคคล
   "วันนี้เป็นอะไรถึงได้เงียบผิดปรกติแบบนี้ เหม่ยหลินทำไมวันนี้เจ้าดูเงียบไปละ แล้วพ่อบ้านหลี่เป็นอะไรญาติที่บ้านของเจ้าป่วยรึยังไง" หลี่เฟิงหลงถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะต้องการคำตอบเอาเดี๋ยวนั้น
    ซึ่งหลี่เหม่ยหลินผู้เป็นบุตรสาวก็เอ่ยตอบแทนให้กับพ่อบ้านหลี่ด้วย
   "คืออย่างนี้ท่านพ่อ ญาติของพ่อบ้านหลี่ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรหรอก เพียงแต่พวกเราได้ข่าวที่ไม่ค่อยดีมา" หลี่เหม่ยหลินหันหน้าไปทางอื่นด้วยแยากสบตากับใครในห้อง
   "ข่าวที่เจ้าว่าไม่ค่อยดีคือข่าวอะไร แล้วทำไมเจ้ากับพ่อบ้านหลี่ถึงไม่ได้มาบอกให้พ่อกับแม่ได้รู้" หลี่เฟิงหลงหันไปสบกับพ่อบ้านหลี่แล้วก็หันมามองบุตรสาวของตน
   "พ่อบ้านหลี่ไปได้ยินมาว่าสาวที่พี่ใหญ่แอบชอบมานาน นางกำลังไปชอบกับอีกคนหนึ่งน่ะสิ" หลี่เหม่ยหลินตอบด้วยเสียงแผ่วเบา
   "ลูกสาวของจ้างจงถังน่ะเหรอ หึ หากนางไปชอบคนอื่นแล้วมันจะยังไง ใช่ว่าพ่อกับแม่จะสนใจ แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าจงถังคนนี้ก็ใช่ว่าจะชอบบ้านนักหนา หนักกว่านั้นคือมักดูเรื่องผลประโยชน์เป็นหลัก หากลูกสาวเจ้านั้นไม่ชอบเซี้ยนเจ่อจริง พ่อก็รู้จักคนเยอะแยะ ที่ดีและเพียบพร้อมมีให้เลือกตั้งเยอะแยะ แล้วยิ่งพี่ชายเจ้าหากสอบได้เป็นขุนนางแล้วทีนี้จะเลือกใครมาเป็นคู่ครองสักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว เซี้ยนเจ่อเจ้าก็อย่าใส่ใจข่าวที่น้องเจ้าพูดเลย" หลี่เฟิงหลงพูดเสร็จก็ถอนหายใจเฮิอกใหญ่
     เมื่อผู้เป็นพ่อได้ฟังข่าวที่บุตสาวนำมาเล่าให้คนในบ้านฟังแทนที่จะตกใจกลับมีท่าทีไม่สนใจและใส่ใจเนื่องด้วยเป็นพ่อค้าด้วยกันมานานก็ย่อมที่จะรู้จักและประเมินอีกฝ่ายออก
   "นั้นนะสิ เหม่ยหลิน แม่เองก็เคยเห็นเขามาเลือกผ้าอยู่หลายครั้งและมักจะเอ่ยชมถึงบุตรสาวคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แม่เองก็ใช่ว่าจะชอบ ดูๆไปแล้วแม่ว่าเจ้าปล่อยผ่านไปเถอะ" หลี่ฮูหยินด้วยนิสัยไม่ค่อยชอบว่ากล่าวหรือให้ร้ายใคร มาหนนี้กลับคล้อยตามสามีของนางด้วยตนเองก็เจอมาเหมือนกัน
   "เอาเถอะ เรื่องนี้เก็บไว้พูดกันทีหลังจะดีกว่า ข้าว่ามาเข้าเรื่องเรียนของเซี้ยนเจ่อกันก่อน" หลี่เฟิงหลงเห็นว่าหากคุยเรื่องนี้คงจะยาวจึงพูดตัดบทและเข้าประเด็นหลักของคืนนี้
     หลี่เซี้ยนเจ่อที่นั่งฟังมาตั้งแต่ต้นก็ไม่ขอเอ่ยแทรกใดๆเพราะเห็นว่าคนที่ออกไปเที่ยวเล่นบ่อยในช่วงนี้ก็มีแต่น้องสาวของเขา เพื่อนที่เล่นมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเด็กอย่างต้าโม่จือยามนี้ก็อยู่ที่คุกที่ว่าการของเมือง ส่วนตัวเขาถ้าไม่เดินหมากล้อมก็ทบทวนบทเรียน
   "เจ้าลูกชาย พร้อมสำหรับบทเรียนในวันนี้แล้วหรือยัง?" ผู้เป็นบิดาหันมาถาม
   "ข้าพร้อมเริ่มต้นบทเรียนแล้วท่านพ่อ" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปตอบบิดาของตน
   "ดีมาก เมื่อวานเราเรียนเรื่องจริยธรรมกันไปแล้ว วันนี้พ่อจะต่อเนื่องไปกับเรื่องจริยธรรมต่อโดยวันนี้จะลงแยกย่อยให้เจ้าสักหนึ่งอย่างแล้วจากนั้นก็ค่อยทยอยต่อในวันต่อๆไป สิ่งที่พ่อจะยกมาคือ ‘เหริน(仁)' คำนี้มีความหมายว่าเมตตากรุณาเป็นคุณธรรมของผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครอง ซึ่งขงจื่อได้ตีความหมายให้ครอบคลุมถึงคุณธรรมทั้งหมดที่แสดงความรัก ความเอื้ออารีย์ต่อคนอื่นทั้งต่อครอบครัวและชุมชน เหรินคำนี้จึงหมายถึงความรัก ความอาทรที่เรามีต่อทุกคน บางครั้งมันจึงหมายถึง พ่อกับแม่ พี่กับน้อง หรือเพื่อนกับเพื่อน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราต้องมีไม่ว่าจะกับใครก็ตาม วันนี้เอาแค่นี้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาต่อบทเรียนใหม่" หลี่เฟิงหลงสอนเพียงข้อจริยธรรมสั้นๆ เพื่อที่เนื้อหาจะได้ไม่หนักเกินไป "พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนกันได้แล้ว" เมื่อเห็นว่าดึกแล้วเขาจึงสั่งให้แยกย้ายกันไปนอนเนื่องด้วยว่าดึกมาแล้ว
@Admin   


แสดงความคิดเห็น

เส้นทางอาชีพขุนนาง Day 2 : คงเหลือ 8-Day  โพสต์ 2017-8-10 01:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-8-4 22:41:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
       ยังคงเป็นอีกค่ำคืนที่บ้านของตระกูลหลี่ในส่วนของห้องทำงานที่สมาชอกครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้า ซึ่งก็เป็นเช่นนี้มาเหมือนทุกค่ำคืนที่ผ่านมา ทุกราตรีที่อบอวลไปด้วยของกลิ่นใบชาที่ได้รับการคัดยอดใบชามาแล้วทั้งสิ้น โดยเมื่อช่วงเย็นของวันนี้ได้เกิดความวุ่นวายเล็กน้อยด้วยหลี่ฮูหยินได้นำเอาชุดเสื้อผ้าที่ได้ตัดแล้วนำกลับมาที่บ้าน ในส่วนของบุตรสาวดูจะไม่น่ากังวลเท่าของบุตรชาย นายใหญ่ของบ้านมาเห็นเข้าก็บอกให้เก็บไว้ก่อนแต่ฮูหยินก็รั้นจะให้ลองก่อนเพื่อความสบายใจของตนเอง เสื้อผ้าชุดใหม่ของหลี่เซี้ยนเจ่อเป็นลายปลาคาร์ฟกับก้อนเมฆซึ่งหลี่เซี้ยนเจ่อได้เลือกเอง ซึ่งในค่ำคืนนี้เก้าอี้ถัดจากหลี่เซี้ยนเจ่อได้ถูกเว้นว่างไว้จึงทำให้ห้องทำงานในวันนี้ดูเงียบสงบลงไปอย่างเห็นได้ชัด
   "วันนี้เหม่ยหลินไปไหนเหรอครับ? ท่านแม่" หลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยถามมารดา เพราะช่วงนี้ตัวเองถ้าไม่อยู่เล่นหมากล้อมกับบิดาก็ไปช่วยงานที่ร้านน้ำชา
   "ลูกถาม ท่านพ่อเอาเองก็แล้วกัน" หลี่ฮูหยินที่เหมือนจะยังไม่หายงอนสามี เลยโยนทุกอย่างให้สามีของตนออกหน้าตอบแทนตน
   "เหม่ยหลินที่ไม่มา เพราะไปซ้อมรำกระบี่แล้วก็ไปต่อบทตำราพิชัยสงครามกับท่านปู่นะสิ เจ้าก็รู้น้องเจ้าเคยอยู่นิ่งๆเป็นเสียที่ไหนกัน" บิดาตอบเสร็จก็ลูบเคราอย่างสบายอารมณ์ "แล้วเจ้าพร้อมจะเรียนต่อหรือยัง?"
   "ข้าพร้อมเรียนแล้ว ท่านพ่อ" หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดีจึงต้องรีบตอบอย่างไม่รอช้า เพราะตัวทำลายบรรยากาศวันนี้ดันไม่อยู่ช่วยด้วย
   "เมื่อวานเราพูดถึงเหรินที่หมายถึงเมตตาไปแล้ว วันนี้พ่อจะมาต่อที่ 'หลี่ ( 禮 ) คำนี้หมายถึงจารีตหรือขนบธรรมเนียม พิธีแต่งงาน การเข้าประชุมของเหล่าขุนนาง หรือการดูแลคนในบ้าน เป็นต้น มันจึงมีความหมายที่กว้างเช่นเดียวกับเหริน โดยในส่วนของการปฏิบัติที่เราเห็นได้อย่างเช่นก็คือ ลูกต้องเคารพและเชื่อฟังพ่อแม่ น้องต้องเชื่อฟังพี่ เมื่อพ่อแม่แก่ชราเราก็ต้องดูแลท่าน อย่างนี้เป็นต้น หลี่จึงเป็นพื้นฐานที่คนในสังคมยึดถือและปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาจนก่อเกิดเป็นจารีตที่เราพึงทำตามและควรยึดถือ นอกจากนี้หลี่ยังถูกในคู่กับอี้ซึ่งเรื่องนี้ค่อยมาเรียนต่อในวันพรุ่งนี้ แม้คำว่าหลี่จะถูกกล่าวถึงเพียงสั้นๆแต่การใช้ย่อมต่างกัน ในการปฏิบัติของหลี่นี้จึงต้องมีเหรินเข้ามาช่วยด้วย หากขาดซึ่งเหรินแล้วหลี่ก็เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะมันไม่ได้ทำออกมาจากจิตใจนั้นเอง ดั่งที่ขงจื่อได้กล่าวไว้ว่า 'หากมนุษย์ขาดซึ่งมนุษยธรรม เขาจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับขนบจารีตได้อีกเล่า หากมนุษย์ขาดซึ่งมนุษยธรรม เขาจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับดนตรีอีกเล่า' ฉะนั้นแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาและสืบทอดจารีตด้วยจิตวิญญาณ" หลี่เฟิงหลงต่อบทเรียนให้บุตรชายเสร็จแล้วก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบชา
   "ท่านพ่อ ต่อบทเรียนเสร็จแล้ว งั้นข้าตัวกลับห้องก่อน" หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นอย่างร้อนรน ยังไม่ทันที่บิดาจะพยักหน้าก็เดินลับออกไปจากห้องทำงานเสียแล้ว
     หลี่เฟิงหลงไม่เคยอ่านตำราของขงจื่อเลยสักเล่มเดียวซึ่งก็ได้มาอ่านก็ตอนที่ต้องสอนให้กับบุตรชายของตน เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าช่วงนี้บุตรชายเป็นอะไรเห็นเอาแต่เก็บตัวเงียบ เขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วก็พาฮูหยินของตนกลับไปพักผ่อน
@Admin

แสดงความคิดเห็น

เส้นทางอาชีพขุนนาง Day 3 : คงเหลือ 7-Day  โพสต์ 2017-8-10 01:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-12-16 06:33

ขึ้นไปด้านบน