ดู: 520|ตอบกลับ: 1

{ เมืองท่าเหยียนเถียน } เกาะเซียงเจียง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-22 00:51:29 |โหมดอ่าน


เกาะกลางแม่น่ำแห่งหนึ่งในแม่น้ำฉางเจียง
อยู่ในอาณาเขตระหว่างเขตเมืองท่าเหยียนเถียนของฉางซาและเขตเมืองท่าหยวนหงของเจียงหลิง
แต่จะอยู่ใกล้ทางเขตนอกเมืองท่าเหยียนเถียนมากกว่าเล็กน้อยมีขนาดกลางๆ มีต้นไม้เล็กน้อย มีต้นกกและต้นไผ่บ้างประปราย
ไม่ค่อยมีเรือแล่นผ่านเท่าใดนักเนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างไหลออกไปสองข้างทางค่อนข้างแรงเข้าหายาก
และการแวะพักดูจะอ้อมไปไกลกว่าความจำเป็น หากให้พูดถึงสัตว์ก็คงมีเพียงนกหรือแมลงเพียงเท่านั้น

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +200 แต้มวาสนา +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-12-25 21:53:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
       เมื่อทั้งอี้เจียงและฉายู๋ว์มาจนถึงฉางซา ฉายู๋ว์อินทรีดูหอบแรง เนื่องจากบินมาเป็นระยะเวลานานดูท่ามันจะเหนื่อยล้ามากแล้ว เด็กสาวมองไปยังรอบๆบริเวณด้านหน้าของเธอ เห็นกับเกาะกลางแม่น้ำข้ามฟากหลายที่จึงเลือกที่ที่หนึ่งที่กระแสน้ำไม่ไหลปะทะนัก

       "ฉายู๋ว์ เราพักกันตรงนั้นกันนะ" เด็กสาวขยับนิ้วที่จับขาของเจ้าอินทรีอยู่เพื่อให้มันรู้ทิศทางที่จะไปก่อนที่มันจะร้องขานรับแล้วพาอี้เจียงไปยังเกาะกลางแม่น้ำนั้น

       "ขอบคุณมากนะจ๊ะ เจ้าคงเหนื่อยมากแล้ว.. พักก่อนได้นะ"  เมื่อลงมาถึงเกาะกลางแม่น้ำแล้ว เด็กสาวก็ลูบหัวเจ้าอินทรีเบาๆ แล้วให้เจ้ามันนอนพักในถุงผ้าของเธอ แล้วเธอก็ทำการนำเจ้าอินทรีหัวขาวในถุงผ้าสะพายหลัง เดินสำรวจเกาะนี้ไปเผื่อจะมีอาหารให้เธอและเจ้าฉายู๋ว์ได้ทานเพิ่มพลังระหว่างทาง ในเกาะนี้นั้นไม่มีอะไรให้ทานมากนักนอกจากกบกับแมลง เมื่อลองเข้าไปในเขตต้นไม้เป็นป่าย่อมๆเธอก็ได้พบกับด้ามไม้ไผ่ยาวที่น่าจะใช้ประโยชน์ได้

        "เอ๊ะ.. นี่มัน.. เบ็ดตกปลา?" อี้เจียงจึงลองดึงมันออกมาดู และเธอก็พบว่ามันคือเบ็ดตกปลาไผ่ที่ใครสักคนคงทิ้งไว้ที่นี่ สำหรับเธอมันมีประโยชน์มากทีเดียว เมื่อ

        ในขณะที่เธอกำลังจะเดินไปตกปลานั้นเองเธอก็เห็นกับชายคนหนึ่งที่นอนอยู่บนชายฝั่งของฟากที่ตรงข้ามกับทิศทางของกระแสน้ำ เด็กสาวเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปหาทันที

        "ท่านชายคะ?" เธอเรียกอีกฝ่ายที่กำลังนอนอยู่เมื่อมองลักษณะการแต่งกายและรูปร่างของอีกฝ่ายดีๆก็รู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

        "หรือว่าจะเป็น..." อี้เจียงลองพลิกตัวและใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นมาดูดีๆก่อนที่จะพบว่าเป็นใบหน้าที่คุ้นเคย

        "ท่านพี่จิ่วเอี้ยน!" เด็กสาวประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อย เธอค่อยๆลากเขาขึ้นมาบนเกาะมากขึ้นเล็กน้อย

         "ก่อนอื่นคงต้องหาอาหารก่อน.." ว่าแล้วอี้เจียงก็แขวนเจ้าฉายู๋ว์ให้นอนพักอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆกับจิ่วเอี้ยนอีกที

          เด็กสาวสำรวจที่ร่างกายอีกฝ่าย ดูเหมือนจะสำลักน้ำออกมามากแล้ว จึงได้ทำการล้างบาดแผลแล้วทายาตามบาดแผลบนตัวอีกฝ่ายตามด้วยผ้าขาวพันแผลที่เก็บไว้เผื่อสถานะการณ์ฉุกเฉิน เธอเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะแค่สลบไป ไม่เป็นอะไรมากจึงปล่อยให้เขานอนพักอยู่ตรงนั้น พร้อมกับแขวนถุงที่มีเจ้าฉายู๋ว์อยู่ไว้บนต้นไม้ใกล้ๆ

          เมื่อปล่อยให้หนึ่งหนุ่มกับอินทรีอีกหนึ่งตัวนอนพักกันไป เธอก็ตัดสินใจจุดกองไฟไว้ใกล้ๆบริเวณต้นไม้แล้วเดินนำเบ็ดตกปลาที่ได้มาใส่เหยื่อเป็นไส้เดือนดินที่หาได้แล้วเดินไปตกปลา เด็กสาวเหวี่ยงเบ็ดแล้วหย่อนไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักกลับไม่มีปลาที่มากินเหยื่อเลย...

          "งั้นลองเปลี่ยนเหยื่อดูแล้วกันนะ" อี้เจียงเดินไปจับแมลงตามต้นไม้แล้วค่อยๆทำเป็นเหยื่ออีกครั้งก่อนที่จะเหวี่ยงเบ็ดตกปลาลงไปอีกครั้ง

          คราวนี้ปลาเข้ามางับเหยื่ออย่างหนักหน่วงก่อนที่จะกระตุกเบ็ดลงอย่างรุนแรง เด็กสาวรีบดึงเบ็ดขึ้นอย่างรวดเร็ว

         "ดีล่ะ!" แต่ทว่าเจ้าปลาตัวนั้นกลับอ้าปากปล่อยเหยื่อและเบ็ดนั้นแล้วโดดลงน้ำไป

         จ๋อม..

         "เริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ.." อี้เจียงมองปลาในน้ำก่อนที่จะหยิบกระบี่แหลมๆแทงปลาลงไปแทน

         ฉึก!

         เจ้าปลาตัวนั้นถูกแทงด้วยกระบี่อย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

         "..." เด็กสาวมองปลาที่ติดกระบี่มาเงียบๆก่อนที่จะแทงปลาที่กำลังหนีรัวๆ

          ในที่สุดเธอก็จับปลาจำนวนหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว... ด้วยกระบี่ของเธอ...

          หลังจากนั้นอี้เจียงก็นำปลาพวกนั้นแล่เครื่องในออก แล้วเสียบไม้ย่างไว้ ก่อนจะไปเตรียมน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่ไว้

          ในขณะที่กลิ่นปลาหอมๆที่โฉยไปนั้นเอง ชายหนุ่มและเจ้าอินทรีก็ตื่นขึ้นพอดี

          "นี่ข้า.. อยู่ที่ไหนกัน?" จิ่วเอี้ยนที่จื่นขึ้นมามองดูร่างกายตัวเองที่มีผ้าพันและยาที่ทาตามบาดแผลของตนด้วยความมึนงงก่อนที่จะมองไปรอบๆ

          "น้องอี้เจียง.. นี่เจ้าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? แล้วข้าอยู่ที่ไหนกัน?" ชายหนุ่มมองที่เด็กสาวที่กำลังย่างปลาอยู่อย่างงุงงน

           "อ้าว ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ? ทานปลาย่างกับน้ำก่อนนะเจ้าคะ" อี้เจียงยิ้มมองอีกฝ่ายแล้วยื่นกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำและไม้เสียบปลาย่างที่สุกแล้วให้อีกคน

           "..." จิ่วเอี้ยนกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยก่อนที่จะรับอาหารที่อีกฝ่ายมอบให้มาทาน

            "ตอนนี้พวกเราอยู่ที่เกาะกลางแม่น้ำไม่ไกลจากฉางซานักเจ้าค่ะ ส่วนข้าเกาะขาอินทรีของข้ามาน่ะ แล้วบังเอิญเจอท่านพี่จิ่วเอี้ยนพอดี น่าแปลกใจสุดๆเลยเจ้าค่ะ" เด็กสาวพูดด้วยสีหน้านิ่งๆแล้วทานปลาย่างพร้อมกับแบ่งให้เจ้าฉายู๋ว์เช่นกัน

              "นั่นคือใบหน้าของคนประหลาดใจเราะ... เจ้านี่ยังแปลกคนเดิมเลยนะ แต่ว่า.. ข้ามาไกลถึงฉางซาเลยเราะ..." ชายหนุ่มทานแล้วมองอีกฝ่ายอย่างงุนงงก่อนที่จะมองออกไปตามแม่น้ำ

              "แล้วทำไมท่านพี่จิ่วเอี้ยนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเจ้าค่ะ" อี้เจียงถามพลางมองไปที่อีกฝ่าย


              "ข้า... ข้ากำลังเดินทางข้ามฟากจากลู่เจียนไปเจียงเยี่ย จู่ๆ แม่น้ำแยงซีก็เกิดคลื่นพายุทำให้เรือโครงเครง แล้วข้าก็ถูกกระแสน้ำพัดมาจนมาถึงที่แหละ.. ต่อจากนี้ต้องลำบากแน่ๆถ้าจะกลับไปให้ทัน" พูดจบชายหนุ่มหยิบปลาอีกไม้มาทานต่อ

              "มาถึงนี่.." เด็กสาวมองออกไปก่อนที่จะมองกลับไปที่ชายหนุ่มอีกคน

              "มีอะไรรึ?" จิ่วเอี้ยนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจ เหมือนว่าอีกฝ่ายที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่นานนักนั้น กลับรู้สึกดูโตขึ้นกว่าเดิม

               "ถ้าข้าอยากจะเดินทางไปด้วย จะไปได้รึเปล่าเจ้าคะ?" อี้เจียงมองไปที่อีกคนแล้วเห็นกับนกฮูกและนกพิราบที่บินมาเกาะอยู่ใกล้ๆ เหมือนมันได้กลิ่นปลาย่าง เด็กสาวยิ้มให้กับทั้งสองตัวแล้วยื่นไม้เสียบปลาย่างให้ โดยที่ไม่ได้สบตากับอีกคนที่กำลังสับสนอยู่เลย

                "นี่เจ้าอยากจะไปที่ไกลๆแบบนั้นจริงๆเหรอ?" ชายหนุ่มถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ เป็นการดีอยู่ที่มีคนช่วยตน แต่จะไม่เป็นการรบกวนอีกฝ่ายเกินไปหรือ?

                 "ใช่เจ้าค่ะ ข้าพึ่งโดนตามล่ามา หากว่าท่านพี่จิ่วเอี้ยนกลัวว่าข้าจะก่อปัญหาแก่ท่าน ข้าก็ไม่ว่าอะไร ถ้าท่านเดินทางไปคนเดียว" เด็กสาวยิ้มให้อีกคนแล้วลูบหัวนกทั้งสามตัว

                 "เดี๋ยวนะ.. เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? นี่เจ้าบอกว่าโดนตามล่าหรอ?  ข้าดีใจนะที่เจ้าจะไปด้วย ถ้าหลบหนีล่ะก็ เจ้าไปกับข้าได้นะ.." จิ่วเอี้ยนพูดด้วยความเป็นห่วงกึ่งตกใจ

                "ข้า... ถูกพรรคมารพรรคนึกจับไปเป็นธิดาเทพของพรรค พวกเขาบอกให้ข้าฝึกวิชาสำหรับการเตรียมตัวเป็นประมุขพรรคคนต่อไป แต่ข้าหนีออกมาได้ด้วยการช่วยเหลือของใครหลายๆคน ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะคิดว่าข้าตายไปแล้วก็ตาม แต่ไม่นานต้องมีคนรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่เป็นแน่.." เด็กสาวหยิบพู่กันหมึกขึ้นมาเขียนข้อความลงบนกระดาษที่เตรียมมาเป็นจดหมายสองฉบับ แล้วผูกให้เจ้านกฮูกและนกพิราบ ก่อนที่จะลูบหัวมันทั้งสองเล็กน้อย

                  (จดหมายผ่านนกฮูก)           ถึงสหายคืนดาบหัก ข้านั้นรอดออกมาได้แล้ว หากว่าทำให้ท่านตกใจก่อนหน้านี้ข้าต้องขอโทษด้วย แต่ต่อจากนี้อาจจะมีอันตรายอีกมาก หากเป็นไปได้ ข้าจะรีบกลับไปทานหมั่นโถวและอาหารรสมือของท่านให้เร็วที่สุด จากผู้ที่ได้รับหมั่นโถวมาจากท่าน
                  (จดหมายผ่านพิราบ)            ถึงท่านพี่ ตอนนี้ข้ารอดออกมาได้แล้ว ขอให้ท่านอย่าได้เร่งรีบเลย ตอนนี้ข้ากำลังหลบหนีอยู่ หากว่าในสักวันข้าจะได้พบกับท่าอีก ข้าจะขอโทษท่านด้วยตัวเอง อย่างไรก็รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ เพื่อช่วยเหลือตัวเองให้ได้ ด้วยรัก สาวจัดดอกไม้

                  "คุณนกฮูกช่วยส่งที่ท่านพี่เหวินซาง ส่วนคุณพิราบช่วยส่งที่ท่านที่ลู่มี่ฟาง ฝากหน่อยนะเจ้าคะ" เด็กสาวยิ้มแล้วมองพวกมันบินออกไปด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

                 "นี่เจ้า.." จิ่วเอี้ยนมองคนตรงหน้าด้วยความสับสน ท่าทางของอีกฝ่ายนั้นมีแต่ความมุ่งมั่น แม้จะพยายามสังเกตุแค่ไหน แต่ก็เห็นได้เพียงแววตาที่ดูเศร้าเพียงเสี้ยววิเพียงเท่านั้น

                 "ข้าไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ถ้าท่านตกลง ตอนนี้พวกเรารีบทำแพกันเถอะเจ้าค่ะ" เด็กสาวว่าแล้วก็เดินไปยังพื้นที่ด้านต้นกกและต้นไผ่ ก่อนที่จะทำการตัดต้นไผ่เหล่านั้นอย่างง่ายดาย

                 "ได้... ให้ข้าช่วยนะ" ชายหนุ่มรีบเดินตามอี้เจียงไป เอาต้นไผ่ที่ได้มา บาก สาน แล้วมันกันด้วยหวายและเชือกที่อี้เจียงพอจะมีอยู่ก่อนที่ไม่นานพวกเขาและเธอทั้งสองก็ทำการจัดการทำแพไม้ไผ่ได้สำเร็จ

               "งั้นพวกเราไปกันเลยสินะ" ชายหนุ่มเห็นเด็กสาวที่เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว

               "เจ้าค่ะ ข้าเตรียมปลาย่างไว้พร้อมแล้ว น่าจะพอทานได้ถึงพรุ่งนี้ยามเที่ยงวัน" อี้เจียงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะทำการปล่อยแพลงน้ำไป แล้วทั้งหนึ่งหนุ่มกับหนึ่งเด็กสาวและเจ้าอินทรีอีกหนึ่งตัวก็นั่งแพไม้ไผ่ออกไปด้วยกัน



                เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ เด็กสาวก็เริ่มง่วงด้วยความเหนื่อยอ่อน จนแสดงออกทางสีหน้า ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงทักขึ้น

                "น้องอี้เจียง เจ้านอนพักก่อนไหม?" จิ่วเอี้ยนถามด้วยความเป็นห่วง

                 "จะดีหร์อเจ้าคะ? ท่านพี่จิ่วเอี้ยนพึ่งฟื้นมาเอง จะพายเรือไปไหวหรือ?" เด็กสาวหันไปมองอีกฝ่ายนิ่งๆ

                 "ได้สิ เจ้าเหนื่อยกว่าข้าตั้งเยอะ อย่างไรซะ เดี๋ยวข้าจะดูแลเอง ข้าน่ะเป็นคนขับรถม้าที่เก่งที่สุดในยุทธภพเลยนะ ฮ่ะๆๆฮ่า" ชายหนุ่มยิ้มแล้วหัวเราะออกมา ก่อนที่เด็กสาวจะยิ้มและหัวเราะตามเล็กน้อย

                 "นั่นสินะเจ้าคะ งั้นตกลงเจ้าค่ะ ข้าขอพักก่อนนะเจ้าคะ" อี้เจียงพูดเสร็จก็ค่อยๆล้มตัวลงนอนบนแพนั้นในทันที ก่อนที่ดวงตาสวยคู่นั้นจะค่อยๆปิดลงเสียงคลื่นน้ำที่คอยขับกล่อมชวนให้ผ่อนคลายจากเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาเธอนึกถึงเรื่องต่างๆ สิ่งที่เคยทำไป สิ่งที่ควรทำในตอนนี้ หรือสิ่งที่ควรทำในอนาคต ก่อนที่จะนึกถึงกับคำของคนที่เคยช่วยเหลือเธอ 'จงเข็มแข็งเอาไว้นะ' ถ่อยคำนั้นทำให้เธอมีความกล้าและผ่อนคลายและไม่นานในที่สุดเด็กสาวก็หลับลง


@Admin
@wenshang
@LuMifang



แสดงความคิดเห็น

สุ่มได้ 10 (10*60/50) ได้รับปลาน้ำเค็ม จำนวน 12 ตัว  โพสต์ 2017-12-25 22:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +50 ความหิว -24 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
ขวานเหยาเจี่ย
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
ลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x8
x6
x100
x2
x18
x40
x30

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 09:44

ขึ้นไปด้านบน