ดู: 3223|ตอบกลับ: 3

{ ตำแหน่งขุนนางราชสำนักฮั่น }

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-29 21:21:07 |โหมดอ่าน
{ ตำแหน่งขุนนางราชสำนักฮั่น }

สำหรับตำแหน่งขุนนางราชสำนัก เราจะอ้างอิงจากทางการจีนนะคะ
ซึ่งในสมัยฮั่นนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ตำแหน่งขุนนางใหญ่
และ 9 ขุนนางช่วยบริหารงาน ซึ่งถือเป็นขุนนางที่สำคัญของราชสำนักทั้งสิ้น


ตำแหน่งขุนนางใกล้ชิดองค์ฮ่องเต้และรัชทายาท
  • Taifu: (ไท่ฝู) : ที่ปรึกษาประจำตัวองค์ฮ่องเต้ เปรียบเสมือนราชครู
  • Da Honglu : (ต้าหงลู่) : เจ้ากรมวัง เป็นตำแหน่งขันทีชั้นผู้ใหญ่ ควบคุมขันทีน้อยใหญ่ เป็นขันทีคนสนิทฮ่องเต้ คอยประกาศสิ่งต่างๆ ในท้องพระโรง
  • Taizi Taifu : (ไท่จื่อ ไท่ฝู) : พระอาจารย์ของรัชทายาท คอยสอนสั่ง อบรมให้ความรู้ต่อองค์รัชทายาท



3 ขุนนางใหญ่ หรือเรียกว่า "ซั่นกง - 三公" ถือเป็นสามตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก
  • ต้าซือถู (大司徒) เทียบเท่ากับนายกรัฐมนตรี และ อุปราช
  • ต้าซือหม่า (大司马)  เทียบเท่ากับสมุหกลาโหม ดูแลกิจการฝ่ายทหาร
  • ต้าซือคง (大司空) เทียบเท่ากับสมุหนายก ดูแลกิจการฝ่ายพลเรือน

ขุนนางระดับสำคัญในราชสำนัก รองถัดจากซันกงอีก ๙ ตำแหน่ง ที่เรียกว่า จิ่วชิง (九卿) { เทียบเท่าเสนาบดีเจ้ากรมต่างๆ }
  • ไท่ฉาง (太常) มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมราชประเพณี และศาลบรรพชน
  • กวงลี่ว์ซวิน (光禄勋) มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านการแพทย์
  • เว่ยเว่ย (卫尉) มีหน้าที่รับผิดชอบเฝ้าระวังป้องกันประตูวังหลวง
  • ไท่ผู (太仆) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลม้าทั้งของหวงตี้และของกองทัพ
  • ถิงเว่ย (廷尉) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการพิจารณาการสอบสวนคดีอาญา และการศาล
  • ต้าหงหลู่ (大鸿胪) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลด้านการฑูต
  • จงเจิ้ง (宗正) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลภารกิจของเชื้อพระวงศ์
  • ต้าซือหนง (大司农) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเสบียง การเงิน และคลังหลวง
  • เส้าฝู่ (少府) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการจัดเก็บภาษีของแผ่นดิน

ตำแหน่งขุนนางอื่นๆ
  • ไท่สือลิ่ง : นักบันทึกประวัติศาสตร์ ทำหน้าที่จดบันทึกเรื่องราวเพื่อไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา
  • หลงถิง : ตำแหน่งขุนนางขั้นแปด ทำหน้าที่ดูแลการผลิตกระดาษของแผ่นดิน

ตำแหน่งทางการทหาร
  • Chengmen Xiaowei : (เซียวเว่ย) : ขุนพลผู้เฝ้ารักษาประตูเมือง
  • Da Jiangjun : (ต้าเจียงจวิน) : เป็นผู้บัญชาการกองทัพใหญ่ มีอำนาจสั่งการสามเหล่าทัพในมือ แต่อยู่ภายใต้สังกัดต้าซือหม่า ตัวอย่างผู้มีตำแหน่งนี้ คือ ขุนชนะชัย ฮั่วชวี่ปิ้ง


ตำแหน่งขุนนางภายนอก
  • Cishi : (ผู้ตรวจการณ์) : ตำแหน่งขุนนางที่เป็นเสมือนตัวแทนฮ่องเต้ ไปทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานขุนนางตามแว่นแคว้น เมืองต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
  • Da Xingling : (ต้าเซียงหลิง) : ตำแหน่งนายอำเภอ ถูกส่งไปประจำการเมืองต่างๆ เพื่อคอยช่วยฮ่องเต้ดูแลทุกข์สุขชาวบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณภาคกลางและซีเหลียง ที่ไม่มีอ๋องปกครอง
  • Duyou : (ตู้โหยว) : หน่วยข่าวกรอง


ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-1-24 17:55:46
{ ตำแหน่งภายในวัง }


     (1) ไท่โฮ่ว - โดยรวมจะเป็นตำแหน่งของเสด็จแม่ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เพียงแต่ว่ายกเว้นในกรณี บางรัชสมัยมีเสด็จแม่สองพระองค์ หรือ มีเสด็จย่ายังมีชีวิตอยู่จะแบ่งออกเป็นสองตำแหน่งย่อย

                  ไท่หวงไท่โฮ่ว - ตำแหน่งที่จะเรียกเสด็จย่าของฮ่องเต้ เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของฝ่ายใน ด้วยแผ่นดินฮั่นยึดมั่นในความกตัญญูทำให้ไท่หวงไท่โฮ่วมีอำนาจเทียบเท่ากับฮ่องเต้ หรือมักคุ้นรู้จักในชื่อ "ไทฮองไทเฮา"

                  หวงไท่โฮ่ว - เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นสำหรับเสด็จแม่ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หรือเว้นเพียงแต่เสด็จแม่เป็นเพียงสนม แต่ยังมีหวงโฮ่วอยู่บน ก็จะให้หวงโฮ่วดำรงตำแหน่งหวงไท่โฮ่ว หรือมักคุ้นในชื่อ "ฮองไทเฮา"

                  ตี้ไท่โฮ่ว - เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นสำหรับเสด็จแม่บังเกิดเกล้าของฮ่องเต้ ในกรณีที่เสด็จแม่มิได้เป็นหวงโฮ่ว


(2) หวงโฮ่ว - เปรียบเสมือนภรรยาเอกของฮ่องเต้ที่ผ่านการแต่งตั้งเข้าพิธีอย่างเป็นทางการ มีอำนาจปกครองสามวังหกตำหนักภายในวังหลัง ดูแลความเรียบร้อยของวังหลังให้อยู่ภายใต้ความสงบ การแต่งตั้งหวงโฮ่วจะเลือกจากสตรีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งห้าประการและช่วยเหลือแบ่งเบาภาระฮ่องเต้ได้ จะแต่งตั้งได้เพียงองค์เดียว และเป็นผู้คอยคัดเลือกสนมให้ฮ่องเต้

( ฟูเหริน และ เหม่ยเหริน เป็นตำแหน่งสนมระดับสูง )
    (3) ฟูเหริน - ตำแหน่งพระภรรยาชั้นสูงในองค์จักรพรรดิ รองจากหวงโฮ่ว หากในรัชสมัยใดที่ไม่มีหวงโฮ่ว ฟูเหรินจะเป็นผู้ดูแลสามวังหกตำหนัก
    (4) เหม่ยเหริน - ตำแหน่งพระสนมเอก มีศักดิ์รองจากฟูเหริน นับเป็นพระสนมเอกในองค์จักรพรรดิเช่นเดิม ซึ่งเทียบเท่าขุนนางระดับผู้ว่าราชการนคร และเทียบเท่าบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 15 "เส่าซ่างเจ้า"  (เหม่ยเหริน แปลว่า ผู้มีความงดงาม)


     (5) พระสนมชั้นโท (ต่อท้ายชื่อสกุลด้วย จี)
                5.1) ปาจื่อ - ตำแหน่งพระสนม มีศักดิ์รองจากเหม่ยเหรินสองขั้น นับเป็นพระสนมชั้นสูงในองค์จักรพรรดิ ซึ่งเทียบเท่าขุนนางระดับผู้ช่วยอัครมหาเสนาบดี และเทียบเท่าบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 13 "จงเกิ้ง"  (ปาจื่อ เป็นคำที่หมายถึงอนุภรรยานั่นเอง)
            5.2) ชีจื่อ - ตำแหน่งพระสนม ศักดิ์รองจากปาจื่อ ซึ่งเทียบเท่าขุนนางระดับข้าราชการผู้ดูแลองค์รัชทายาท และเทียบเท่าบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 11 "โย่วซู่จ่าง" (ชีจื่อ เป็นคำที่มีความหมายเช่นเดียวกับปาจื่อ ต่างกันตรงคำว่า ปา (八, แปด) และ ชี (七, เจ็ด) ที่เป็นตัวบ่งบอกระดับที่สูงต่ำต่างกัน)
          5.3) เหลียงเหริน - ตำแหน่งพระสนม ศักดิ์รองจากเหม่ยเหริน ซึ่งเทียบเท่าขุนนางระดับข้าราชการผู้ดูแลองค์รัชทายาทเช่นเดียวชีจื่อ และเทียบเท่าบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 10 "จั่วซู่จ่าง" (เหลียงเหริน แปลว่า ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ดีงาม)
          5.4) ฉางสื่อ - ตำแหน่งพระสนม ศักดิ์รองจากชีจื่อ ซึ่งเทียบเท่าขุนนางระดับข้าราชการกำกับดูแลสิบสามเขตการปกครองใหญ่ และเทียบเท่าบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 9 "อู่ไต้ฟู" (ฉางสื่อ หมายถึง สตรีผู้ปรนนิบัติรับใช้มาเป็นเวลานาน)
          5.5) เสาสื่อ - ตำแหน่งพระสนม ศักดิ์รองจากฉางสื่อ ซึ่งเทียบเท่าขุนนางระดับข้าราชการดูแลความสงบเขตอำเภอใหญ่ และเทียบเท่าบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 8 "กงเฉิง" (เสาสื่อ หมายถึง สตรีผู้พร้อมปรนนิบัติรับใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง)

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-1-24 18:42:57
{ ตำแหน่งองค์ชาย / เชื้อพระวงศ์ / โหว / ฟูเหริน  }


     (1) หวงไท่จื่อ - ตำแหน่งองค์ชายรัชทายาท ผู้สืบทอดราชบัลลังก์จักพรรดิคนต่อไป หรือมักเรียกสั้นๆ เพียง "ไท่จื่อ" การแต่งตั้งนอกจากโอรสองค์โตแล้ว ถ้าหากหวงไท่จื่อเกิดอะไรขึ้น การแต่งตั้งใหม่ก็อาจจะแต่งตั้งจากโอรสที่มีความสามารถโดดเด่น


     (2) หวงซุน - คำเรียกอย่างให้เกียรติสำหรับพระนัดดาชายขององค์จักรพรรดิ ซึ่งเป็นพระโอรสในหวงไท่จื่อ โดยใช้ชื่อสกุลของพระมารดาเรียกนำหน้า เช่น เสิ่นหวงซุน หลิวจิ้น พระโอรสในหวงไท่จื่อ หลิวจวี้ กับพระสนมเสิ่นเฟิ่งอี๋


    (3) หวงเจิงซุน - คำเรียกอย่างให้เกียรติสำหรับพระปนัดดาชายขององค์จักรพรรดิ ซึ่งเป็นโอรสในหวงซุน พระนัดดาในหวงไท่จื่อ โดยใช้ชื่อสกุลของพระมารดาเรียกนำหน้า เช่น หวังหวงเจิงซุน หลิวปิงอี่ โอรสในเสิ่นหวงซุน หลิวจิ้น กับชายาเอกหวังเวิงซวี พระนัดดาในเว่ยหวงไท่จื่อ หลิวจวี้ พระปนัดดาในฮั่นอู่ตี้


    (4) หวาง - หรือรู้จักกันในชื่อตำแหน่ง "อ๋อง" เป็นตำแหน่งบรรดาศักดิ์ชั้นพิเศษ ซึ่งในช่วงแรกผู้ที่มีตำแหน่งหวางนั้นต่างไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์สกุลหลิว เนื่องมาจากในช่วงเริ่มก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น หลังจากปฐมฮ่องเต้ฮั่นเกาจู่ได้ร่วมมือกับเซี่ยงอวี่ หรือ ฉู่ป้าหวาง โค่นล้มราชวงศ์ฉินลง ทั้งสองฝ่ายก็ได้ทำสงครามชิงอำนาจกันเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ เรียกว่า สงครามฉู่-ฮั่น ด้วยความร่วมมือจากเจ้าแคว้นและยอดขุนพลต่างๆ สงครามครั้งนี้หลิวปังจึงเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรกแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก โดยมีหวางเจ้าแคว้นที่กินดินแดนเป็นอิสระและขุนพลอื่นๆ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหวางในภายหลังยอมรับในอำนาจและอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฮั่น ภายหลังหวางหลายสกุลเหล่านี้รวมหัวกันคิดกบฎต่อฮั่นเกาจู่ หลังปราบปรามแล้วแต่งตั้งให้พระโอรสและเชื้อพระวงศ์สกุลหลิวขึ้นเป็นหวางปกครองแคว้นแทน ยกเว้นเพียงฉางซาหวาง สกุลอู๋ ซึ่งมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีเป็นอย่างมากยังคงได้ดำรงตำแหน่งหวางต่อไป โดยลูกหลานได้สืบทอดตำแหน่งและปกครองแคว้นฉางซาไปอีกห้ารุ่นจนกระทั่งไร้ผู้สืบสกุล แผ่นดินฮั่นจึงได้มีเพียงเชื้อพระวงศ์สกุลหลิวเป็นหวางอย่างเดียว
      ในสมัยฮั่น หากไม่นับซียวี่ (ซีอวี้) รัฐของชนเผ่าต่างๆ กว่า 60 รัฐทางดินแดนด้านตะวันตกซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษ จะเห็นได้ว่าแคว้นหวางรวมกันทั้งหมดทุกหวางมีขนาดพื้นที่มากถึงเกือบครึ่งหนึ่งของแผ่นดินฮั่นทั้งประเทศ องค์จักรพรรดิมักจะแต่งตั้งตำแหน่งหวางให้กับพระโอรสทุกองค์ และเพื่อที่พระโอรสแต่ละคนจะได้มีแคว้นในการปกครอง จากที่มีเพียงเจ็ดแคว้น จึงได้มีทั้งการก่อตั้งแคว้น ยุบแคว้น และแบ่งเขตการปกครองใหม่จากแคว้นเดิมที่มีอยู่บางส่วน จนทำให้ในช่วงกลางสมัยฮั่นตะวันตกนั้นมีจำนวนแคว้นหวางมากกว่ายี่สิบแคว้น พระโอรสของจักรพรรดิรวมถึงเชื้อพระวงศ์ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหวางจะเรียกว่า จูโหวหวาง มีอำนาจในการปกครองประชาชนภายในแคว้นของตนได้ สามารถจัดตั้งข้าราชสำนักประจำแคว้นเพื่อบริหารบ้านเมือง มีอำนาจในการบัญชาการทหารเป็นของตนเอง และสามารถสืบทอดตำแหน่งหวางให้ลูกหลานได้
      รัชสมัยถัดมาฮั่นอู่ตี้ยังได้ออกนโยบาย "ทุยเอินลิ่ง" ที่อนุญาตให้ผู้เป็นหวางสามารถแบ่งส่วนแคว้นที่ครอบครองอยู่ให้แก่พระโอรสทุกคนได้ จากที่ในตอนแรกสามารถยกแคว้นให้ได้เพียงโอรสที่เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหวางเท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายอันแยบยลในการลดขนาดดินแดนที่หวางครอบครองอยู่ ในช่วงกลางจนถึงช่วงปลายสมัยฮั่นตะวันตก เขตการปกครองระดับหวางกั๋วหรือแคว้นหวางจึงมีขนาดพื้นที่ลดลงจนเท่ากับหนึ่งจวิ้น หรือเพียงนครเดียวเท่านั้น ซึ่งแต่ละแคว้นหวางในช่วงสมัยนี้จะประกอบด้วยอำเภอตั้งแต่สองอำเภอขึ้นไป แตกต่างจากช่วงต้นราชวงศ์เป็นอย่างมาก หวางในช่วงกลางถึงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เช่น กว่างหลิงอ๋อง หลิวซวี พระโอรสในฮั่นอู่ตี้กับพระสนมลี่จี เจ้าของพื้นที่แคว้นกว่างหลิง (กวงหลิง) ซึ่งประกอบด้วย 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกว่างหลิง อำเภอเจียงตู อำเภอเกาโหยว และอำเภอผิงอัน


    (5) กง - เป็นตำแหน่งสูงกว่า โหว 1 ขั้น หรือถ้าไทยเทียบได้กับ "สมเด็จเจ้าพระยา" เป็นตำแหน่งศักดินาที่ไม่เคยถูกใช้มาตั้งแต่สมัยฮั่นเกาจู่ ด้วยศักดินาระดับกง จะแต่งตั้งประทานยศให้แก่ ขุนนางสำคัญที่ช่วยร่วมก่อตั้งราชวงศ์ หรือ ช่วยกอบกู้ราชวงศ์ในช่วงเวลาที่ลำบากคับขัน แต่แม้บรรดาศักดิ์จะสูงอาจไม่มีอำนาจก็ได้เช่นกัน เช่น ผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์หนุ่มที่ยังไม่มีผลงาน ยังไม่ได้รับความไว้ใจ ก็อาจได้ตำแหน่งหน้าที่ไม่สำคัญ กงบางคนอาจเป็นขุนนางในราชสำนักดูแลกรมคลัง ไม่มีดินแดนปกครอง บางคนเป็นผู้มีความชอบอาจได้ดินแดนปกครอง ในราชวงศ์ฮั่นไม่มีใครเคยได้บรรดาศักดิ์กงมาก่อน เว้นเพียง เว่ยกง เฉาเซ่า สมัยฮั่นเซี่ยนตี้

     (6) เลี่ยโหว - โดยตำแหน่งนี้ส่วนใหญ่จะเรียกสั้นๆ เพียง โหว หรือ เรียกชื่อดินแดนศักดินาที่ฮ่องเต้ประทานให้ อาทิ ผิงหยางโหว องค์จักรพรรดิมักพระราชทานตำแหน่งเลี่ยโหวให้กับหวังจื่อที่ไม่ได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหวางทุกคน เลี่ยโหวมีอำนาจในการเป็นเจ้าของอาณาเขตและรับรายได้จากภาษีของประชาชนในอาณาเขตนั้น สามารถจัดตั้งตำแหน่งขุนนางรับใช้คอยจัดการงานต่างๆ ในจวนเลี่ยโหว รวมถึงสามารถสืบทอดตำแหน่งเลี่ยโหวให้ลูกหลานได้ แต่ไม่มีอำนาจในการบริหารปกครองผู้คนในอาณาเขตที่เป็นเจ้าของ และไม่มีอำนาจบัญชาการทหารเป็นของตนเอง ยกเว้นแต่มีตำแหน่งทางการทหารอยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่น เว่ยชิง ที่ได้เป็นฉางผิงโหวควบคู่กับต้าซือหม่า เลี่ยโหวไม่ได้เป็นตำแหน่งบรรดาศักดิ์เฉพาะเชื้อพระวงศ์ชายซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายในเท่านั้น แต่ยังเป็นตำแหน่งบรรดาศักดิ์ที่องค์จักรพรรดิมักจะแต่งตั้งให้กับพระญาติฝ่ายนอก (เครือญาติฝั่งพระมารดาและจักรพรรดินี) ราชบุตรเขยขององค์จักรพรรดิ รวมถึงข้าราชสำนักที่มีความดีความชอบทางด้านการทหาร





    (1) หวงไท่จื่อเฟย - ตำแหน่งองค์หญิงพระชายา พระชายาเอกในองค์รัชทายาท ซึ่งสามารถแต่งตั้งได้เพียงคนเดียว หากองค์รัชทายาทซึ่งเป็นพระสวามีได้ขึ้นครองราชย์ มักจะได้รับการแต่งตั้งเป็นหวงโฮ่ว

    (2) เหลียงตี้ - ตำแหน่งพระชายารองในองค์รัชทายาท เหลียงตี้ แปลว่า ผู้ประพฤติดีงาม

    (3) หรูจื่อ - ตำแหน่งอนุชายาในองค์รัชทายาท หรูจื่อ เป็นคำเรียกอนุภรรยาชั้นสูงในสมัยโบราณ

    (4) ฟูเหริน - หรือรู้จักกันในคำเรียก "ฮูหยิน" ไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งสำหรับชายาเอกในหวงซุน และชายาเอกในหวงเจิงซุน จึงมีเพียงคำเรียกอย่างให้เกียรติว่าฟูเหรินเท่านั้น และนอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็นระดับขั้น หากเป็นฟูเหรินของเหล่าขุนนางที่มีคุณงามความดีและความชอบ นอกจากนี้ยังเป็นคำเรียกภรรยาเอกในเลี่ยโหวอีกด้วย

    (5) หู้กว๋อฟูเหริน - ฟูเหรินอันดับหนึ่งของแผ่นดิน ฟูเหรินพิทักษ์บ้านเมือง เมื่อสตรีที่มีสามีเป็นขุนนางในราชสำนักนอกจากสามีจะสร้างชื่อเสียงแล้ว ฟูเหรินของสามีหากมีคุณงามความดีด้วยจะได้รับเชิดชูเกียรติ

    (6) หวางเฟย - ตำแหน่งพระมเหสีเอกในหวางครองแคว้นคนปัจจุบัน ซึ่งสามารถแต่งตั้งได้เพียงคนเดียว และเป็นผู้มีศักดิ์สูงสุดในการปกครองฝ่ายในของวังหวาง เช่น หนานเหวินหวางเฟย (ไม่ทราบสกุล) พระชายาในหวยหนานหวาง หากมีสกุลก็จะทรงเรียกสกุลแทน เช่น ซือหม่าหวางเฟย พระชายาในหยาเหยี่ยนหวาง

    (7) ไท่ฟูเหริน - ตำแหน่งสำหรับภริยาเอกในเลี่ยโหวคนก่อนหน้านับขึ้นไป 1-2 ขั้น ซึ่งอาจจะมีฐานะเป็นมารดาแท้ๆ หรือมารดาเลี้ยงของเลี่ยโหวคนปัจจุบันก็ได้ บางครั้งมารดาของเลี่ยโหวซึ่งไม่ได้เป็นชายาเอกหรือภริยาเอกก็สามารถมีตำแหน่งนี้ได้เช่นกัน

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-1-24 18:52:55
{ ตำแหน่งองค์หญิง และ เชื้อพระวงศ์หญิง  }


     (1) กงจู่ - ตำแหน่งองค์หญิง พระธิดาขององค์จักรพรรดิ ไม่ว่าจะมีพระมารดาเป็นหวงโฮ่วหรือไม่ หรือเกิดจากพระสนม หรือนางใน ล้วนแล้วแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นกงจู่ทั้งสิ้น ตำแหน่งกงจู่ได้เริ่มมีการแต่งตั้งให้กับพระธิดาขององค์จักรพรรดิอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ฮั่น บรรดาศักดิ์เทียบเท่าเลี่ยโหว และมีอำนาจในการเป็นเจ้าของอาณาเขตและรับรายได้จากภาษีของประชาชนในอาณาเขตนั้นเช่นเดียวกัน อาณาเขตที่กงจู่ครอบครองนั้นเรียกว่า ทังมู่อี้ เป็นอาณาเขตที่ได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิ มักมีขนาดพื้นที่เท่ากับหนึ่งเสี้ยน หรือหนึ่งอำเภอ หรืออาจจะตั้งอำเภอที่มีอยู่เดิมขึ้นเป็นทังมู่อี้ก็ได้ ภายในอาณาเขตมักจะมีตั้งแต่สองพันครัวเรือนขึ้นไป หากได้รับความโปรดปรานทังมู่อี้ขององค์หญิงอาจสามารถมีได้มากกว่าหนึ่งอำเภอหรืออาจมากถึงขนาดหนึ่งนครได้
         สำหรับราชทินนามที่พระราชทานให้แก่องค์หญิงแต่ละองค์ในสมัยฮั่นตะวันตกนั้นมีหลายแบบ ในช่วงเริ่มต้นมักจะใช้ชื่อสกุลของพระมารดานำหน้าตำแหน่งกงจู่ ต่อมาก็มักจะใช้ชื่ออาณาเขตซึ่งเป็นทังมู่อี้ขององค์หญิงเป็นราชทินนามนำหน้าตำแหน่ง ซึ่งองค์จักรพรรดิอาจพระราชทานอาณาเขตให้ตั้งแต่องค์หญิงยังทรงพระเยาว์ หรือเมื่อองค์หญิงถึงเวลาอภิเษกสมรส นอกจากนี้พระธิดาในองค์จักรพรรดิมักจะได้อภิเษกสมรสกับเลี่ยโหวเป็นส่วนใหญ่ ราชทินนามนำหน้าตำแหน่งกงจู่จึงอาจเป็นชื่อโหวกั๋วหรืออาณาเขตที่พระสวามีขององค์หญิงซึ่งเป็นเลี่ยโหวครอบครองอยู่ก็ได้เช่นกัน เช่น เว่ยจ่างกงจู่ พระธิดาในฮั่นอู่ตี้กับเว่ยฮองเฮา ซึ่งใช้ชื่อสกุลเว่ยของพระมารดานำหน้าตำแหน่ง ภายหลังเมื่อทรงอภิเษกสมรสกับเล่อทงโหวซึ่งเป็นพระสวามีคนที่สอง องค์จักรพรรดิได้พระราชทานอำเภอตังลี่ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญให้เป็นทังมู่อี้ขององค์หญิง เว่ยจ่างกงจู่จึงเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า ตังลี่กงจู่ ตามชื่ออำเภอ


     (2) หวงซุนหนี่ว์ - คำเรียกอย่างให้เกียรติสำหรับพระนัดดาหญิงขององค์จักรพรรดิ ซึ่งเป็นพระธิดาในหวงไท่จื่อ โดยใช้ชื่อสกุลของพระมารดาเรียกนำหน้า เช่น หวังหวงซุนหนี่ว์ พระธิดาในโต้วหวงไท่จื่อ หลิวฉี่ (ต่อมาขึ้นเป็นฮั่นจิ่งตี้) กับพระสนมหวังจื้อ (ต่อมาขึ้นเป็นเซี่ยวจิ่งหวังหวงโฮ่ว) พระนัดดาในฮั่นเหวินตี้ เมื่อพระบิดาขึ้นเป็นจักรพรรดิจึงได้พระราชทานอำเภอหยางซิ่นให้เป็นทังมู่อี้และแต่งตั้งขึ้นเป็นหยางซิ่นกงจู่ ต่อมาเมื่อทรงอภิเษกสมรสกับผิงหยางโหว จึงได้รับการเรียกว่า ผิงหยางกงจู่ และภายหลังมีตำแหน่งเป็นผิงหยางจ่างกงจู่ สำหรับพระปนัดดาหญิงในองค์จักรพรรดิ ซึ่งเป็นธิดาในหวงซุน พระนัดดาหญิงในหวงไท่จื่อ จะเรียกอย่างให้เกียรติว่า หวงเจิงซุนหนี่ว์ แต่ในสมัยฮั่นตะวันตกนั้นไม่ปรากฏธิดาในหวงซุน จึงไม่มีผู้ที่เป็นหวงเจิงซุนหนี่ว์ในสมัยนั้น


    (3) เวิงจู - ตำแหน่งสำหรับพระธิดาในอ๋องครองแคว้น หากได้รับความโปรดปราน เวิงจู่สามารถมีอาณาเขตที่เรียกว่า ทังมู่อี้ (湯沐邑) ในครอบครองและรับรายได้จากภาษีของประชาชนในอาณาเขตได้เช่นเดียวกับกงจู่ เช่น เวิงจู่ หลิว เพียว พระธิดาในไต้อ๋อง หลิวเหิง (ต่อมาขึ้นเป็นฮั่นเหวินตี้) กับพระสนมโต้วจี (ต่อมาขึ้นเป็นโต้วหวงโฮ่ว) เมื่อพระบิดาขึ้นเป็นจักรพรรดิจึงได้พระราชทานอำเภอก่วนเถาให้เป็นทังมู่อี้และแต่งตั้งขึ้นเป็นก่วนเถาจ่างกงจู่ ต่อมาเมื่อทรงอภิเษกสมรสกับถังอี้โหว จึงเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า ถังอี้จ่างกงจู่ และภายหลังมีตำแหน่งเป็นถังอี้ต้าจ่างกงจู่


    (4) กงหนี่ว์ -รือเรียกได้อีกอย่างว่า หนี่ว์กงจื่อ ทั้งสองเป็นคำเรียกที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยก่อนราชวงศ์ฉิน ซึ่งในสมัยฮั่นตะวันตกใช้สำหรับเรียกธิดาในหวังจื่อโหวและบุตรีในเลี่ยโหวอย่างให้เกียรติ เช่น จางเยียนกงหนี่ว์ บุตรีในเซวียนผิงโหว จางอ๋าว กับองค์หญิงหลู่เยวี๋ยน พระนัดดาหญิงในฮั่นเกาจู่ ภายหลังอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิฮั่นฮุ่ยตี้ซึ่งมีฐานะเป็นน้าชาย และขึ้นเป็นเซี่ยวฮุ่ยจางหวงโฮ่ว


    (5) จวิน - ตำแหน่งบรรดาศักดิ์สำหรับสตรีในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ศักดิ์เทียบเท่าเลี่ยโหวเหมือนกับกงจู่ และมีอำนาจในการเป็นเจ้าของอาณาเขตหรือทังมู่อี้และรับรายได้จากภาษีของประชาชนในอาณาเขตได้เช่นเดียวกัน ตำแหน่งจวินนั้นใช้สำหรับแต่งตั้งให้กับพระเชษฐภคินีหรือพระขนิษฐาขององค์จักพรรดิที่ไม่สามารถมีตำแหน่งเป็นกงจู่ได้ เช่น เป็นพระเชษฐภคินีหรือพระขนิษฐาต่างบิดากับองค์จักรพรรดิ หรือในกรณีที่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันไม่ได้เป็นพระโอรสในจักรพรรดิองค์ก่อนๆ และไม่ได้เป็นพระนัดดาในสายขององค์รัชทายาท แต่มีฐานะตั้งแต่พระนัดดาในสายของอ๋องครองแคว้นลงไป พระเชษฐภคินีหรือพระขนิษฐาของจักรพรรดิจึงไม่สามารถมีตำแหน่งเป็นกงจู่ได้ แต่จะได้รับแต่งตั้งตำแหน่งจวินแทน นอกจากนี้บางครั้งก็มีการแต่งตั้งตำแหน่งจวินให้กับสตรีซึ่งมีฐานะเป็นพระญาติฝ่ายนอกของจักรพรรดิด้วยเช่นกัน


ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-5-26 13:24

ขึ้นไปด้านบน