เจ้าของ: Tinweriel

{ เมืองเฉิงตู } โรงเตี๊ยมสีชาด | หงจิ่วเตี้ยน

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-7-12 23:21:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อดีตอันมืดมน

โรงเตี๊ยม… สถานที่ที่มักจะมีผู้คนมากหน้าหลายตามาเยือน บ้างจิบสุรา บ้างชมนารี บ้างก็แวะเวียนมาฟังนิทานสนุกๆ จากปากนักเล่าเรื่องที่มักจะเดินทางเร่ไปทั่วแว่นแคว้น ที่ที่มีทุกอย่างนอกจากความเงียบสงบ ผู้ใดมาที่นี่แน่นอนว่าต้องนิยมความครึกครื้นมากกว่า รวมไปถึงร่างอรชรในอาภรณ์หรูหราที่นั่งจิบสุราหอมอย่างไม่สนใจสายตาใคร่รู้ของคนรอบข้างอีกด้วย

ด้วยความที่เป็นสตรี ซ้ำท่าทางยังดูมีฐานะเป็นอย่างยิ่ง ใครกันจะกล้าปล่อยให้มาร่ำสุราท่ามกลางสายตาผู้คน และยังนั่งอยู่เพียงลำพังอีกด้วย

...อันที่จริงจะว่าลำพังก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะยังมีทหารคุ้มกันแฝงตัวอยู่กับฝูงชน

นัยน์ตาหงส์กำลังทอดมองร่างอ้อนแอ้นที่กำลังร่ายรำบนเวทีอย่างเพลิดเพลิน แพรพรรณสีสวยสดซัดส่ายตามจังหวะ ดึงดูดสายตาบุรุษและมอมเมาเหมือนให้อยู่ในห้วงฝัน กลีบปากอิ่มขยับยิ้มบางอย่างพึงพอใจ ก่อนที่สุราอีกจอกจะยกขึ้นจ่อเตรียมดื่มอีกครั้ง

ตอนนั้นเองที่ร่างสูงใหญ่ของบุรุษอีกผู้หนึ่งนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับนาง เขามองไปยังนางรำบนเวทีเหมือนกับนางเพียงแวบเดียวก็หมดความสนใจ หันมาพินิศดวงหน้าสวยคมตรงหน้าแทน

“สนใจนางรำถึงเพียงนั้นเชียว?”

สตรีอาภรณ์หรูหราละสายตาจากความงามเย้ายวนบนเวที ในมือยังถือจอกค้างไว้ขณะมองผู้มาใหม่ “ท่านดูสิ ทรวดทรงโค้งเว้าน่ามองถึงเพียงนั้น จะให้ข้าไปสนใจอย่างอื่นก็เสียดายนัก”

วูเหรินกุ้ยเพียงหัวเราะเบาๆ ดวงตาคมดุจพญาเหยี่ยวเป็นประกายกลับเอาแต่จ้องสตรีเบื้องหน้า ยิ่งทำให้ดูหล่อเหลาและอันตรายนัก “ต่อให้นางน่ามองสักเพียงใด แต่ความสนใจของข้ากลับมีให้ฮูหยินคนงามตรงหน้าแต่เพียงผู้เดียว…”

“ปากหวาน”

หยางอวี้ถิงโคลงศีรษะยิ้มๆ ละสายตาจากบนเวทีแล้วยกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอก

“อ้อ เว้นเยี่ยเอ๋อร์ของเราด้วยอีกคน” ชายหนุ่มรินสุราใส่จอกให้ตนเองบ้าง ท่าทางดูพออกพอใจกับคำพูดของตนเป็นอย่างยิ่ง “ยิ่งโตยิ่งงามเหมือนเจ้า”

ข้อนี้นางย่อมเห็นด้วย บุตรสาวของทั้งคู่ที่เติบโตมาด้วยปาฏิหาริย์จากเกาะเผิงไหลงดงามจริงๆ ดวงหน้ารับเอาส่วนที่ดีจากทั้งบิดามารดาไปหมด สติปัญญาเฉียบแหลมแม้จะยังไม่รู้เรื่องรู้ราวเฉกเช่นคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ใน ‘วัยเดียวกัน’ แต่นั่นเป็นเรื่องที่ค่อยๆ ปรับสอนกันได้

“แล้วทำไมเจ้าต้องนัดข้ามาดื่มสุราที่นี่เหมือนเรามิได้อยู่ร่วมเรือนเล่า มิสู้ดื่มที่ศาลาในจวนเราดีกว่าหรือ” ผู้อื่นจะได้ไม่ต้องคอยแต่จ้องเจ้าแบบนี้…

“ท่านพี่ นานๆ ครั้งเราควรเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง” อวี้ถิงตอบ “ข้าเดินทางไกลมา แวะโรงเตี๊ยมที่นั่นที่นี่ก็นึกอยากออกมานั่งกินกับท่าน ชมความครึกครื้นกันตามลำพังสองคนบ้าง อีกประการหนึ่ง ข้าชอบสุราหมักของที่นี่”

“ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าข้าจะให้คนมาคอยซื้อสุราหมักชั้นเลิศจากที่นี่กลับจวนไปหลายๆ ไห ดีหรือไม่”

วูเหรินกุ้ยได้รับรอยยิ้มหวานๆ แทนคำตอบ

บนเวที ท่วงทำนองสุดท้ายของบทเพลงจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือของบรรดาผู้ชม นางรำโค้งกายขอบคุณก่อนจะเดินลงด้วยจริตอันชดช้อยงดงาม ส่วนโต๊ะของสองสามีภรรยาก็มีเสี่ยวเอ้อร์คอยนำสุราไหใหม่มาเติมให้เรื่อยๆ ไม่นานนักดนตรีก็บรรเลงเพลงใหม่ เป็นทำนองเชื่องช้าไพเราะ ให้บรรยากาศและอารมณ์ผ่อนคลาย

แม้นางรำจะลงจากเวทีไปนานแล้ว แต่อวี้ถิงอดนึกถึงตนในอดีตไม่ได้ หากนางไม่ได้พบเหรินกุ้ย ป่านนี้ถ้าไม่ร่อนเร่ไปตามเมืองต่างๆ นางยังคงเป็นนางรำตามโรงเตี๊ยมเหลาสุรา หรือไม่ก็อาจจะเป็นคนหมักสุราเสียเอง ชีวิตคงจะลำบากยากเข็ญกว่านี้มากทีเดียว ไหนเลยจะสุขสบาย ร่ำรวยเงินทองและแวดล้อมไปด้วยบ่าวไพร่เช่นนี้…

ชีวิตคน มีทั้งขึ้นมีทั้งลง วันหนึ่งเป็นสตรีชั้นต่ำ ใครจะรู้ว่าได้โผสู่ที่สูงเมื่อใด สุดท้ายก็แล้วแต่ลิขิตสวรรค์

“เจ้าคิดอะไรอยู่”

เห็นแววตาภรรยาดูเลื่อนลอยผิดสังเกต แม่ทัพหนุ่มแห่งปาสู่จึงได้ลองเอ่ยถาม

“ข้าเพียงแต่คิดว่า… หากข้ามิได้พบท่าน ชีวิตของข้าคงจะลำบากมากทีเดียว” มุมปากหญิงสาวคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเล็กๆ สุราจอกแล้วจอกเล่าที่นางกลืนลงท้องทำให้พวงแก้มแดงเรื่อกว่าปกติเล็กน้อย “ไม่แน่อาจร่อนเร่ไปทั่วทุกสารทิศ หรือเป็นนางรำ… ข้าช่างโชคดี”

ดวงตาคมกล้าของผู้เป็นแม่ทัพมืดครึ้มลงแวบหนึ่ง ก่อนจะฉายแววอ่อนโยนอย่างหาได้ยากนัก

หากนางล่วงรู้สิ่งที่เขาไตร่ตรองอยู่ นางจะคิดอย่างไรกันนะ…

เรียวนิ้วบีบจอกแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว และหยางอวี้ถิงก็หาได้สังเกตเห็น ตลอดชีวิตของเขานี่คงจะเป็นครั้งแรกกระมังที่เกิดความรู้สึกลังเล หนักอกหนักใจ ยิ่งพิจมองเสี้ยวหน้างดงามของภรรยาในใจก็ยิ่งหนักอึ้งประดุจมีเขาไท่ซานถ่วงไว้

ร้อยพันคำที่อยากจะเอ่ย สุดท้ายกลับพูดได้เพียง… “ข้าต่างหากที่โชคดี”

สตรีเบื้องหน้าค่อยๆ ผินมาสบพักตร์ ในดวงตาคู่นั้นวูเหรินกุ้ยเห็นความเวทนาตนเองฉายอยู่เต็มเปี่ยม ริมฝีปากไร้รอยยิ้ม ขาดชีวิตชีวาไม่เหมือนเคย

ดนตรียังคงบรรเลง หากแต่ยามนี้ทั้งคู่ไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งสิ้น

“...โชคดีแม้จะได้เด็กอัปมงคลอย่างข้าเป็นภรรยาน่ะหรือ” เสียงนั้นแผ่วเบา แต่คนฝึกยุทธอย่างเขามีหรือจะฟังไม่ออก

ชายหนุ่มวางจอกสุราลงแล้วเอื้อมไปกุมมือนวลนั้นไว้ ปล่อยให้ไออุ่นจากตนเองถ่ายเทไปยังผิวกายเย็นๆ ของนาง

เป็นไออุ่นที่แผ่ซ่านไปถึงดวงใจ

“ถิงเอ๋อร์…” ถึงนางจะไม่เคยเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังอย่างละเอียดนัก แต่ก็ใช่ว่าคนอย่างเหรินกุ้ยจะไม่รู้สิ่งใดเลย ที่แท้ในใจภรรยาของเขายังมีบาดแผล และบาดแผลนั้นก็ยังไม่หายสนิทแม้ว่าจะผ่านมาเนิ่นนานก็ตามที “เราทั้งคู่ต่างมีอดีตอันมืดมน เจ้ามีเรื่องที่เจ้าฝังใจ ข้าเองก็มีเรื่องที่อยากจะลืมเลือน แต่นั่นเป็นเพียงอดีตมิใช่หรือ ยามนี้เจ้ามีข้า เจ้าเป็นภรรยาข้า ใครจะว่าเจ้าเป็นเด็กอัปมงคลข้าหาได้สนไม่” ปลายนิ้วเขาลากไปมาบนหลังมือนุ่มเนียนของนาง ก่อนจะยกขึ้นมาประทับจุมพิตลงไปโดยมิได้สนใจว่าผู้ใดจะเห็นกิริยานั้นบ้าง “ตรงกันข้าม ข้าว่าเจ้ามีแต่จะนำสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตข้า…”

ขอบตานางร้อนผ่าว ราวกับน้ำตากำลังจะไหล ความตื้นตันทำเอาอับจนวาจา “...เหรินกุ้ย”

“เจ้าเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าท่าทางสร้อยเศร้า ยิ้มให้ข้าอีกสักคราสิ”

...หยาดน้ำตาเอ่อคลอ แต่ใบหน้านางกลับค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้ม

ขอเพียงมีเขา อดีตของนางแม้จะไม่น่าจดจำสักเพียงใด ยามนี้นางก็พร้อมจะลืม






@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +77 ความหิว -19 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x5
x5
x200
x10
x2
x7
x25
x34
x4
x15
x20
x5
x199
x200
x100
x220
x25
x20
x20
x12
x20
x3
โพสต์ 2018-10-4 01:05:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ


                   รถม้าเคลื่อนเข้าสู่เมืองเฉิงตู ก่อนจะจอดที่หน้าโรงเตี้ยมสีชาดที่ค่อนข้างคึกคัก เสียงดนตรีดังออกมาจากด้านใน ฟังแล้วชวนให้รู้สึกครื้นเครง ตรงข้างกับติงโหยวซึ่งเดินอุ้มหรั่นหลันลงมาด้วยสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก สาเหตุเกิดจากลู่เอินไม่ยอมกลับไปพักที่โรงเตี้ยมเดิมซึ่งถูกกับความชอบของติงโหยว โดยให้เหตุผลว่า 'มาต่างเมืองก็ควรลองพักหลายๆที่ดู' ลู่เอินถือข้าวของลงมาจากรถด้วยรอยยิ้มบางเบา

                   เด็กรับใช้เห็นดรุณีน้อยยกของมาคนเดียวก็รีบเข้ามาช่วยเหลือ "แม่นางจะเข้าพักใช่ไหมขอรับ"

                   "พวกข้ามากินข้าวมั้ง" ติงโหยวพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ

                   "พี่โหยว.." นางหันไปมองอีกคนด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก "เปิดให้พวกข้าหนึ่งห้องนะ"

                   "ขอรับ แม่นางเข้าไปรอสักครู่"

                   ทั้งสองเดินตามเด็กรับใช้เข้าไปด้านใน ตั้งแต่ก้าวขาเข้าไปกลิ่นเทียนหอมก็ลอยแตะจมูก ติงโหยวที่ไม่ค่อยถูกโรคกับของเช่นนี้นัก ถึงกับแสดงอาการวิงเวียนออกมาอย่างเห็นได้ชัด เสริมให้อารมณ์ที่ไม่ดีอยู่เดิมทวีความรุนแรงขึ้น รอบตัวของนางคล้ายมีไอหมอกปกคลุม ลู่เอินมองสีหน้าของติงโหยวอย่างลำบากใจ นางไม่อะไรนักกับบรรยากาศที่นี่ แต่ดูอีกฝ่ายจะอคติไปเสียแล้ว

                   ผ่านไปครึ่งเค่อเด็กรับใช้ก็มาตามทั้งสองขึ้นไปที่ห้องชั้นสาม พอเปิดเข้าไปด้านใน ก็รู้สึกถึงความกว้างขวางและหรูหรานัก ลู่เอินเดินไปจัดข้าวของในเรียบร้อย ส่วนติงโหยวพอเห็นเตียงก็เดินเข้าหาแล้วทิ้งร่างลงบนนั้น

                   "พี่โหยว ท่านอาบน้ำก่อนไหม"

                   "ที่นี่มีให้อาบรึ"

                   "ข้าได้ยินว่ามีบริการนั้นนะ เขาจะยกถังน้ำเข้ามาให้อาบ อาบเสร็จเราก็บอกให้เขามาเก็บกวาด"

                   "ฟังดูยุ่งยากนัก ข้านอนดีกว่า"

                   ลู่เอินเห็นอีกฝ่ายว่าอย่างนั้น จึงเดินออกไปสั่งบ่าวด้านนอกให้เตรียมถังไว้อาบน้ำให้ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อน้ำก็พร้อมอาบ ลู่เอินเดินไปอาบน้ำที่หลังม่าน ติงโหยวที่หลับๆตื่นๆอยู่บนเตียง ได้ยินเสียงน้ำอยู่ใกล้ตัวก็ลุกขึ่้นมานั่งมองเงาร่างของลู่เอินที่แช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำ

                   "เสี่ยวเอิน เป็นอย่างไรบ้าง"

                   "สบายตัวดีเจ้าค่ะ"

                   "งั้นรึ"

                   ติงโหยวมองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ แต่ท้ายที่สุดนางก็พ่ายแพ้ต่อความต้องการ เดินไปแช่ตัวในอ่างไม้ด้วย ต้องบอกเลยว่าการอาบน้ำช่วยให้ผ่อนคลายได้จริง สตรีสองคนหยอกล้อกันอยู่ในถังน้ำ ทั้งเสียงร้องและเสียงหัวเราะที่ดังลอดออกมาจากห้อง ทำเอาแขกที่เดินผ่านไปมาถึงกับคิดไปไหนต่อไหนแล้ว

                   กว่าทั้งสองจะอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว ลู่เอินจึงเรียกบ่าวรับใช้มาทำความสะอาดห้องให้ กว่าจะนอนจริงก็ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม

                   "พี่โหยว เราจะไปเยว่สุยกันตอนเช้าเลยไหม"

                   "นั้นสินะ เจ้าพักผ่อนก่อนก็ได้ ตอนเช้าข้าจะลองไปเดินจ้างหญิงสาวสักคนไปร้องทุกข์"

                   "นี่พี่เอาจริงรึ?"

                   "แน่สิ"

                   ลู่เอินมองสีหน้ามั่นใจของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกกังวล ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า ถึงอีกคนจะอายุมากกว่านาง ประสบการณ์บางเรื่องก็มีมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะรู้ทันคนอื่นมากนัก นางเก็บความกังวลไว้ในใจ ก่อนจะจมดิ่งในห้วงนิทรา




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ติง โหยว เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2018-10-4 01:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ดีนาเรียส -150 +35 ความหิว -21 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin -150 + 35 -21 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2018-10-5 10:23:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ

                   เมื่อวาน ลู่เอินใช้เวลาทั้งวันในการนอนอยู่ในห้อง ในขณะที่ติงโหยวหายไปตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะกลับมายามโฉ่ว เห็นอีกฝ่ายกลับมาดึกเช่นนี้ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไร ปล่อยให้ติงโหยวนอนพักผ่อน แต่เวลานี้ยามซื่อแล้ว อีกฝ่ายควรจะตื่นได้แล้ว ลู่เอินจึงสั่งให้บ่าวด้านนอกยกอาหารเข้ามาไว้บนโต๊ะ ไม่ได้กินอะไรมาหลายชั่วยาม นางเดาว่าติงโหยวคงหิวไม่น้อย แต่นึกไม่ถึง ผ่านไปหลายเค่อยังไม่มีปฏิกิรยาตอบรับ
                   "พี่โหยว" ถึงจะเอ่ยเรียกก็ไม่มีการตอบรับจากอีกฝ่าย ลู่เอินจึงตัดสินใจเดินไปเขย่าตัวดู "พี่โหยว ตื่นเถอะเจ้าค่ะ"
                   "หืม.."
                   "ตื่นมากินอาหารก่อนเจ้าค่ะ"
                   "ข้าหิวนะ แต่เมื่อยไปหมดทั้งตัวเลย..."
                   "พี่โหยว ท่านไปทำอะไรมาเจ้าคะ" นางมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจลองเลิกผ้าห่มที่คลุมขาออกดู เห็นท่อนขาอีกฝ่ายแดงเหมือนรอยกดทับก็ตกใจ "พี่โหยว!"
                   "เจ้าใจเย็นๆก่อน ข้าแค่นั่งทับขานานเกินไปเท่านั้นเอง"
                   จากลักษณะน่าจะเป็นการนั่งคุกเข่า "ท่านไปทำอะไรมาเจ้าคะ"
                   "ก่อนอื่นเจ้าช่วยพยุงข้าไปนั่งก่อนเถอะ.."
                   "เจ้าค่ะ" ลู่เอินรีบพยุงติงโหยวไปนั่งที่เก้าอี้ ติงโหยววางแขนบนโต๊ะ ก่อนจะใช้มือสั่นๆจับตะเกียบ
                   "พี่โหยว ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ"
                   นางจับตะเกียบแทนอีกฝ่ายก่อนจะคีบอาหารป้อนอีกคน ติงโหยวก็ไม่ได้มีความเกรงใจ ชี้ไม้ชี้มือบอกนางให้คีบนั้นนี่ใส่ปาก แต่เพราะลู่เอินติดนิสัยชอบคีบอาหารคำเล็กๆ กินเท่าไหร่ก็กินไม่เสร็จเสียที ติงโหยวเคี้ยวจนปวดไปหมดทั้งปากแล้ว อาหารพึ่งลดไปได้ครึ่งเดียวเท่านั้น
                   "พี่โหยว ท่านเล่ามาเสียทีเถอะ ไปทำอะไรมากันแน่เจ้าคะ"
                   "เจ้ารินน้ำชาให้ข้าก่อน" ลู่เอินยกกาน้ำชามารินน้ำให้ก่อนจะส่งแก้วให้อีกคนดื่ม
                   "ดื่มแล้วก็เล่าเสียสิเจ้าคะ"
                   "ก็ได้ คือเมื่อวาน ข้าไปหาหญิงสาวเมืองเฉิงตูสักคน แต่ก็ไม่เห็นมีใครให้ความช่วยเหลือเลย จนกระทั่งข้าเจอแม่นางคนหนึ่ง ชอบวิ่งเล่นผาดโผนเหมือนข้าไม่มีผิด ข้าจึงลองขอให้นางช่วยเหลือดู นางถึงกับกล้าตะหวาดข้า อย่างไรก็ไม่ยอมแล้ววิ่งเข้าบ้านไป ข้าเลยไปคุกเข่าขอร้อง เถียงกับนางมาทั้งคืน จนกระทั่งนางทนไม่ไหว อยากนอนหลับแล้วเลยตอบตกลง ข้าถึงพึ่งได้กลับมานี่ไง"
                   "..." ลู่เอินได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็นิ่งไปพักใหญ่ ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะลงทุนทำถึงขนาดนี้
                   "วันนี้เราคงได้จัดการเรื่องเสื้อคลุมของเจ้าเสียที เดี๋ยวข้ากินนี่หมดเราก็ไปหาแม่นางคนนั้นกัน"
                   "เจ้าค่ะ"
                   ลู่เอินตั้งใจจะจีบอาหารให้อีกฝ่ายต่อ แต่ครั้งนี้ติงโหยวแย่งตะเกียบมาคีบอาหารเอง ใช้เวลาไม่นานอีกฝ่ายก็กินจนหมด จึงขอตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ลู่เอินจึงยกถ้วยจานออกไปให้เด็กรับใช้ข้างนอก แล้วลงไปรอที่ด้านล่างโรงเตี้ยม


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -16 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2018-10-6 11:57:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-10-6 12:39

โรลอิสระ

                   หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน สตรีทั้งสองก็กลับมาที่โรงเตี้ยมอย่างอ่อนเพลีย คนที่โรงเตี้ยมเห็นเต๋อปิ้งเซียนมาส่งทั้งคู่ก็ไม่อาจเฉยเมยได้ ตลอดทั้งวันจึงมีคนคอยมาดูแลเอาใจใส่ แทบไม่ได้หลับนอนกันเลย พอผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาได้ ลู่เอินที่นอนอยู่บนเตียง ฉุดคิดขึ้นมาว่ามีบางอย่างที่แปลกอยู่ แต่ตอนนั้นนางไม่นับว่ามีสติมาก จึงไม่ทันได้สังเกตเท่าไหร่ ติงโหยวเห็นลู่เอินตื่นมาสักพักแล้วจึงเดินไปนั่งคุยที่ข้างเตียง
                   "เสี่ยวเอิน"
                   "เจ้าคะ?" นางเงยหน้ามองติงโหยวที่มีสีหน้าจริงจัง
                   "ถึงคุณชายเต๋อปิ้งเซียนจะช่วยพวกเราไว้ แต่เจ้าก็อย่าไปหลงรักเขาเชียวล่ะ" ติงโหยวถอนหายใจออกมา "หากให้เทียบกันแล้วข้าอยากให้เจ้าเลือกพี่จิ่วมากกว่า"
                   พอได้ยินคำพูดนั้น ลู่เอินจึงหัวเราะออกมาเบาๆ "พี่โหยวท่านคิดมากไปแล้ว การถูกช่วยเหลือจริงอยู่ที่ข้าต้องรู้สึกดีกับคนที่ช่วย แต่มันไม่ใช่ความรักหรอก ท่านวางใจได้"

                   "ได้ยินแบบนี้ก็สบายใจ"
                   "ทำไมวันนี้พี่ถึงทำหน้าเครียดจัง รอข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วลงไปหาอะไรกินกันเถอะ"
                   ติงโหยวพยักหน้า ก่อนที่ลู่เอินจะลุกขึ้นไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่ นางเลือกประทินโฉมบางเบา แล้วดึงแขนให้ติงโหยวเดินลงไปด้วยกัน จังหวะที่สตรีทั้งสองเปิดประตูห้องออกมา คนในโรงเตี้ยมต่างหันมามองดรุณีน้อยในอาภรณ์สีอ่อน ดูไปช่างคล้ายกับส่วนหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ มองแล้วรู้สึกอบอุ่นทั้งที่อากาศหนาวเย็น เด็กรับใช้เห็นทั้งสองเดินลงมาก็รีบจัดหาที่นั่งให้
                   "แม่นางทั้งสองรับอะไรดีขอรับ"
                   "ข้าเป็นซี่โครงแกะย่าง" ติงโหยวเอ่ยตอบ
                   "ข้าขอข้าวต้มก็พอ"
                   "แม่นางทั้งสองรอสักครู่"
                   เด็กรับใช้รับคำก่อนจะเดินออกไป ลู่เอินกับติงโหยวจึงคุยเรื่องทั่วไปพยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เมื่อวาน จนกระทั่งมีร่างหน่งเดินมานั่งร่วมโต๊ะด้วย พอทั้งสองหันไปมองจึงพบว่าเป็นเก้าจิ่นเหิงนั้นเอง ติงโหยวมีสีหน้าดีขึ้นทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายปรากฎตัวที่นี่
                   "ลมอะไรพัดเจ้ามาเนี้ย"
                   "จะลมอะไรเล่า คนของจวนผู้ว่าบอกว่าเรื่องที่เราแจ้งไปเขาจะเริ่มจัดการแล้ว เดี๋ยวอีกหน่อยข้าต้องไปค้นตลาดเยว่สุยกับทางการ"
                   "จริงรึเจ้าคะ เช่นนั้นก็ดีเลย" ลู่เอินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
                   "จัดการได้รวดเร็วดี ให้พวกข้าไปเยว่สุยด้วยไหมล่ะ"
                   "พวกเจ้าไปด้วยก็ยิ่งดีใหญ่ อย่างไรก็ถือว่าไปเที่ยวเล่นเถอะ"
                   ทั้งสามพูดคุยกันถึงเรื่องเสื้อคลุมสีขาว จนกระทั่งอาหารถูกนำมาวางบนโต๊ะ แต่มีจานของไก่ขอทานมาเพิ่มอีกหนึ่ง ยังมีหูฉลามและอุ้งตีนหมี แต่ทั้งหมดมากเกินไป ลู่เอินจึงสั่งให้ห่อไว้ทานให้มื้ออื่นแทน พอถามถึงเรื่องอาหารกับเด็กรับใช้ไปก็ได้ความว่าเต๋อปิ้งเซียนนำมาฝากให้ทั้งคู่ ติงโหยวจึงฝากคำขอบคุณมากมายไปมอบให้ ในขณะที่ลู่เอินเพียบขอบคุณหนึ่งคำด้วยรอยยิ้ม จากนั้นทั้งสองจึงพักกินข้าวให้เรียบร้อยก่อน ระหว่างที่กำลังกินอาหาร เก้าจิ่นเหิงพูดเรื่องเกี่ยวกับเมืองเฉิงตูบางส่วนให้ฟังไปพลาง ติงโหยวกับลู่เอินจึงตระหนักในภายหลังว่า เขตปาสู่ช่างอันตรายจริงๆ
                   เมื่อติงโหยวกับลู่เอินกินอาหารจนหมด ทั้งสามจึงเดินออกไปจากโรงเตี้ยมพร้อมสัมภาระ เก้าจิ่นเหิงควบม้ามา จึงขอไปคุยกับทางการก่อนแล้วจะไปเยว่สุยพร้อมทางการ ให้ทั้งสองนั่งรถม้าไปเยว่สุยก่อนเลย ติงโหยวกับลู่เอินจึงรับคำแล้วเดินทางออกจากโรงเตี้ยมสีชาดเมืองเฉิงตูมุ่งสู่ย่านการค้าเมืองเยว่สุย

@Admin

แสดงความคิดเห็น

(( เสี่ยวเอ้อห์วิ่งนำอาหารมาให้บอกว่าใต้เท้าเต๋อสั่งให้แม่นางทั้งสองขอรับ ))  โพสต์ 2018-10-6 12:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2019-3-15 00:03:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
ผีผานาคา
กำไลเทพีไอซิส
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
อู้ม่านเทียนหนี่ว์
ตัวเบาขั้นสูง
คลุมวารีขั้นสูง(*)
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
x60
x240
x155
x15
x300
x140