ดู: 1975|ตอบกลับ: 89

{ เมืองฉางอัน } ที่ทำการผู้ว่าฉางอัน

  [คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-26 22:05:42 |โหมดอ่าน




{ ที่ทำการผู้ว่าฉางอัน }


เป็นสถานที่ๆ ผู้ว่าฉางอันใช้ในการไตร่สวนคดี พิจารณาโทษผู้กระทำความผิด
และ เป็นทั้งที่พักของผู้ว่าฉางอัน ด้านหลัง หรือ ยามสนทนากับขุนนางท่านอื่นจะใช้ห้องโถง
ส่วนโถงด้านหน้า ใช้ในการพิจารณาคดี โดยเปิดประตูโล่งเพื่อให้ชาวบ้านได้ดูด้วย


ผู้ว่าฯ ฉางอัน { จี๋ อัน }

{ ผู้อยู่อาศัยในบ้าน }

จี๋ เฟยเทียน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483548

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-7-28 03:55:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-28 03:58

{ เควสคดีโกลาหล }

PART XIX



     คาบูโตะและซูปี้ตามทหารประจำเมืองมายังที่ทำการผู้ว่าฉางอันแม้จะด้วยความสมัครใจที่อยากจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และมาเพื่อดูหน้าเจ้าคนที่บังอาจใส่ร้ายเขาเวลาจะกระทืบนอกรอบจะได้เปิดหมัดถูกคน ชายหนุ่มส่งเสียงฮึดฮัดตลอดเวลาตรงกันข้ามกับซูปี้น้องสาวที่กลับเงียบขรึมยามนี้เธอต้องสุขุมเอาไว้เผื่อว่าความรู้ที่เธอมีจากหน้ากระดาษหนังสือเก่าจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
     คาบูโตะที่เหลือบมองน้องสาวที่เงียบผิดปกติแล้วโอบไหล่เล็กๆ มาใกล้ๆ ตัวแล้วลูบปลอบเธอเบาๆ เขาคิดว่าเด็กหญิงคงจะกลัวจัดจนช็อคไปแล้ว แต่ซูปี้ทำได้เพียงกำหมัดแน่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะทำสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยพี่ชายให้หลุดพ้นจากคดี ทั้งหมดเดินทางมายังหน้าจวนที่ดูสงบและศักดิ์สิทธิ์ แม้จะมีชาวบ้านใคร่รู้ต่างมามุงดูด้านหน้าที่ทำการเต็มไปหมดแต่พวกเขากลับเพียงส่งเสียงซุบซิบนินทาเพียงเงียบๆ เท่านั้น
     คาบูโตะไม่ชอบใจเสียเท่าไร เขาไม่ใช่โจรแต่กลับมามองดูถูกด้วยสายตาหยามเหยียดแบบนั้นก็ยอมไม่ได้ ถึงเขาจะเป็นคนจนแต่ก็ทำมาหากินสุจริต ยอมตายเสียดีกว่าที่จะมาลักเล็กขโมยน้อย ชายหนุ่มจึงเผลอถลึงตามองดุใส่ชาวบ้านที่มุงใส่จนคนพวกนั้นชะงักนิ่งและหยุดการนินทาไป
     เมื่อก้าวเท้าเข้ามาด้านในที่ทำการก็พบว่ามีคนที่มารออยู่ก่อนแล้ว หนึ่งในนั้นคือโจรขโมยเครื่องประดับแต่ถูกเขาทำอิคคิวใส่กับชายอีกคนที่ไม่คุ้นหน้าแต่แต่งกายด้วยชุดราคาแพงราวกับเป็นคุณชายจากไหนสักที่

     "...." @Hazan

     ด้านหน้ามีก้านธูปก้านหนึ่งปักไว้หน้าโต๊ะผู้พิจารณาคดีเป็นเครื่องมือบอกเวลา ชายหนุ่มถูกบังคับให้นั่งลงคุกเข่าลงเพื่อรอพิจารณาคดีพร้อมกับน้องสาวที่ถูกความเครียดครอบงำจนตัวสั่นไปหมด และเมื่อธูปหมดก้านชายผิวคล้ำแต่งกายด้วยชุดข้าราชการก็เดินออกมาที่หลังม่าน
     "เหว่ฮู~" เจ้าหน้าที่ศาลเอ่ยออกมาพร้อมกันนั่นทำให้คาบูโตะงุนงงว่าจะร้องทำไม นั่นเพราะเขาไม่เคยขึ้นศาลมาก่อนในยามนี้ก็เริ่มจะรู้สึกเกร็งๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว

     "...." @Hazan


     และเมื่อเห็นนักโทษคนอื่นๆ คาบูโตะและซูปี้ก็คำนับตามเขาบ้าง

     "เอ่ยนามเจ้ามา" ผู้ว่าการจี๋อันทำหน้าที่ตัดสินคดีนี้ด้วยตนเองแม้ว่าจะเป็นเพียงคดีลักทรัพย์เล็กน้อยธรรมดาแต่ผู้ต้องหากลับคำให้การทำให้กลายเป็นเรื่องชวนหัวขึ้นมาจนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล เขาเป็นคนที่ยุติธรรมในเมื่อผู้ต้องหาให้การปฏิเสธจึงจำเป็นต้องตัดสินเพิ่มเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย จี๋อันเอ่ยถามชื่อแซ่ของชายหนุ่มผิวเข้มตรงหน้าเพราะว่าเขาเป็นคนต่างเมืองจึงไม่มีผู้ใดในฉางอันรู้จัก
     "ข้าคาบูโตะ มาจากอู๋จวิ้นครับ" คาบูโตะเอ่ยนามตนเองออกมาอย่างฉะฉานโดยยังไม่เงยขึ้นมามองหน้าผู้พิจารณาคดี จากชื่อที่แปลกประหลาดของเขาจึงสรุปได้ทันทีว่าเป็นชาวนอกด่านแต่ก็น่าจะอยู่อาศัยในดินแดนต้าฮั่นมานานพอสมควรแล้วจึงสามารถพูดภาษาฮั่นได้แม้จะไม่ชัดเจนนักแต่ก็จับใจความออกทุกคำ แต่นั่นก็สร้างความประหลาดใจให้กับจี๋อันและชาวบ้านที่มาฟังการตัดสินด้านนอก เสียงซุบซิบนินทาเสียดหูดังเข้ามาถึงด้านใน
     เดิมทีชาวฮั่นหยามเหยียดชาวนอกด่านเป็นทุนเดิมและในเมื่อครานี้จำเลยเป็นชาวนอกด่านเขาจึงถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิดไปโดยปริยาย และนั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกปวดเศียรยิ่งกว่าเดิมแล้วอยากจะลุกขึ้นไปซัดพวกปากพล่อยให้สลบเรียงคน แต่เมื่อทำไม่ได้เขาก็ได้เพียงแต่กัดฟันกรอดๆ ราวกับหมาบ้าเดือนสี่

     "เงียบ!" ผู้ว่าราชการเมืองตบกรับไม้ลงกับโต๊ะเสียงดังทำให้เสียงโหวกเหวกที่ด้านนอกสงบลง "คดีลักทรัพย์ร้านขายผ้า ผู้ต้องหาโม่ต้าจือให้การต่อศาลว่าความจริงแล้วเขาเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์และยังให้การซัดทอดว่าถูกจำเลยคาบูโตะใส่ความหาว่าเป็นขโมย เรื่องนั้นเป็นจริงหรือไม่จงเล่าเหตุการณ์มา"
     "เมื่อตอนบ่ายข้าเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองฉางอันกับ..." คาบูโตะละชื่อของบัณฑิตหนุ่มเอาไว้ ได้ยินว่าเจ้านั่นเข้ามาสอบอะไรสักอย่างในนี้หากเขาไม่กล่าวถึงน่าจะเป็นการดีกว่า "กับน้องสาวของข้าเพื่อมาสมัครงานที่จวนผิงหยาง ก่อนจะไปถึงเราก็แวะดูของอะไรกันจนมาถึงที่ร้านขายผ้า ตอนนั้นข้ากำลังเลือกซื้อผ้าโพกหัวอยู่แต่ก็บังเอิญไปเห็นไอ้บ้านี่หยิบเครื่องประดับใส่ลงแขนเสื้อ แล้วพอข้าร้องว่า 'เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ!' เจ้าบ้านี่ก็รีบวิ่งออกจากร้านไปทันที ถ้าคนบริสุทธิ์คงไม่มีใครหน้าไหนรีบวิ่งออกไปใช่ไหมล่ะใต้เท้า?" เขาสะบัดใบหน้าหันไปมองโม่ต้าจือด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายเชิงขู่เป็นนัยยะว่า 'ไม่น่าจะบิดแค่แขน น่าจะหักมันทิ้งซะเลย!!' ฝ่ายโม่ต้าจื่อส่ายหน้าดิกๆ อย่างหวาดๆ สายตานั้นและไม่กล้ามองสบตรงๆ
     "สุภาพหน่อย!" จี๋อันตบกรับไม้ลงกับโต๊ะอีกครั้งเพื่อปรามคาบูโตะไม่ให้ใช้คำพูดหยาบคายภายในศาล "ที่เจ้าว่ามันก็ถูก แล้วอย่างไรต่อ?"
     "ข้าเลยฝากน้องสาวเอาไว้ที่ร้านแล้ววิ่งไล่ตามเจ้านี่ไปทันเลยจับตัวไว้ได้ แล้วพวกพี่ชายทหารเป็นคนพาตัวเจ้านี่ไป ส่วนข้าเห็นว่าตรงนั้นมีเครื่องประดับตกอยู่พอดีจึงหยิบเอาไปคืนเถ้าแก่ร้าน เขายังให้รางวัลข้าเป็นผ้าผืนนี้เลย" คาบูโตะยกมือใหญ่ๆ ขึ้นชี้ที่ด้านบนศีรษะของตนเอง คราวนี้เขาเงยมองสบตาเจ้าเมืองฉางอันอย่างไม่กลัวเกรงบารมีด้วยสายตาที่สื่อออกมาว่าข้อความที่กล่าวออกไปนั้นเป็นความจริงอย่างถึงที่สุด
     "เป็นความจริงหรือไม่? น้องสาวของคาบูโตะ เจ้าชื่ออะไรนะ?" จี๋อันหันไปถามทางซูปี้บ้างด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อยเพราะเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ กำลังสั่นกลั่วอยู่
     "คะ... คะ.... คะ.... ค่ะ นะ... หนูชื่อว่า...ซู... ซูปี้... เจ้าค่ะ" เด็กหญิงวัยหกขวบสะดุ้งเฮือกขึ้นมาแล้วพูดตอบออกไปด้วยความหวาดกลัวช่างแตกต่างจากเจตนารมย์ในใจเธอที่คิดจะปกป้องพี่ชายเสียลิบลับ "ที่พี่ชายพูด... เป็น... จริง... ความ... ทุก... ประการ... อึก!" นอกจากจะติดอ่างเธอยังพูดลิ้นพันกันเรียงคำไม่ถูกจนเผลอกัดลิ้นตัวเองจนต้องแลบลิ้นออกมาผึ่งลมด้านนอกโพรงปาก
     "เฮ้ย! เจ้าซูปี้เร้อ!!!" คาบูโตะโวยออกมาลั่นศาล ใบหน้าที่เคร่งเครียดเป็นหมาบ้าบัดนี้ทำหน้าเหวอเหรอหราเป็นหมาตกใจประทัดตอนวันตรุษมากกว่า
    "ก็.. ก็ใช่น่ะสิ ไม่รู้ตัวเลยหรือไงล่ะตาทึ่ม!" ซูปี้ที่ลิ้นยังไม่หายเป็นแผลดีแหววใส่พี่ชายไม่แพ้กัน จนผู้พิพากษาต้องตีกรับไม้เป็นครั้งที่สามเพื่อหยุดการสนทนาอันไม่จำเป็น
     "กลับเข้าเรื่อง! ในเมื่อจำเลยว่าอย่างนั้นแล้วเจ้า โม่ต้าจือ จะว่าอย่างไร?"
     "ข้าถูกใส่ร้ายขอรับท่านเจ้าเมือง ตั้งแต่เล็กข้าไม่เคยขโมยของผู้ใดเลยนะขอรับ แล้วคิดว่าโตขึ้นข้าจะเปลี่ยนนิสัยได้งั้นหรือ เจ้าสองคนนี้เป็นโจรต่างหากขอรับ ข้า..กำลังไล่จับ แต่ทหารมาพอดี ซึ่งข้าแรงน้อยสู้พวกมันไม่ไหว พวกมันจึงใช้โอกาสคว่ำข้าและโยนความผิดให้ ไม่เชื่อท่านเจ้าเมืองถามพยานข้าได้เลยนะขอรับ เขาสนิทกับข้าตั้งแต่เด็กย่อมรู้ดี" โม่ต้าจือกล่าวออกมาเสียงสั่นๆ ไม่มีใครรู้ว่าเขากล่าวจริงหรือเท็จนอกจากตัวเขาเอง

     "...." @Hazan

     หลังจากที่ผู้ว่าเมืองฉางอันที่ควบตำแหน่งผู้พิจารณาและพิพากษาคดีฟังความของทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนหลักฐานและพยานจากคนนอกยังไม่มี เขาจึงซักถามทั้งสองฝั่งว่ามีพยานที่เห็นเหตุการณ์อีกหรือไม่ "ต้าโม่จือเจ้าจำเจ้าของตั๋วเงินใบนั้นได้หรือไม่ ถ้าจำได้ บอกชื่อแช่ ที่อยู่มา"

     "...." @Hazan (โม่ต้าจือ+หลี่เซี้ยนเจ่อ)

     "อืม... เท่าที่พวกเจ้าเล่าให้ฟังนางอยู่ในฉางอันข้าจะให้ทหารไปตามตัวมาเป็นพยาน" จี๋อันลูบเครายาวพลางครุ่นคิด เท่าที่ฟังดูเป็นชื่อของเถ้าแก่เนี้ยที่อาศัยอยู่ในฉางอัน น่าจะพอหาพยานมายืนยันได้บ้าง "ส่วนเจ้าคาบูโตะ จะต้องหาพยานที่ไม่ใช่คนใกล้ตัวมาเป็นพยานบุคคลให้เจ้า"
     "พยานคนอื่นรึ..." คาบูโตะขมวดคิ้วคิด พยายามนึกสถานที่ตั้งร้านขายผ้าที่เกิดเหตุที่เป็นร้านแผงลอยน่าจะเป็นพ่อค้าจากต่างเมือง "มีเถ้าแก่ร้านขายผ้ากับฮูหยินของเขาที่อยู่ย่านการค้าใกล้ๆ ถนนตะวันตกครับ" คาบูโตะว่าออกไปตามนั้นเท่าที่เขาจะพอนึกได้
     "ดี! อย่างนั้นข้าจะให้ทหารออกไปตามตัวพยานมาให้การณ์เดี๋ยวนี้!" เจ้าเมืองฉางอันให้ทหารออกไปตามหาตัวพยานของทั้งสองฝ่ายเพื่อมาให้การในชั้นศาล เจ้าหน้าที่ทหารยกมือขึ้นรับคำสั่งแล้วออกไปตามตัวพยานอย่างเร่งด่วน

     "...." @Hazan (โม่ต้าจือ+หลี่เซี้ยนเจ่อ)




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +30 ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-7-28 15:51:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     "กลับเข้าเรื่อง! ในเมื่อจำเลยว่าอย่างนั้นแล้วเจ้า โม่ต้าจือ จะว่าอย่างไร?"
     "ข้าถูกใส่ร้ายขอรับท่านเจ้าเมือง ตั้งแต่เล็กข้าไม่เคยขโมยของผู้ใดเลยนะขอรับ แล้วคิดว่าโตขึ้นข้าจะเปลี่ยนนิสัยได้งั้นหรือ เจ้าสองคนนี้เป็นโจรต่างหากขอรับ ข้า..กำลังไล่จับ แต่ทหารมาพอดี ซึ่งข้าแรงน้อยสู้พวกมันไม่ไหว พวกมันจึงใช้โอกาสคว่ำข้าและโยนความผิดให้ ไม่เชื่อท่านเจ้าเมืองถามพยานข้าได้เลยนะขอรับ เขาสนิทกับข้าตั้งแต่เด็กย่อมรู้ดี" โม่ต้าจือกล่าวออกมาเสียงสั่นๆ ไม่มีใครรู้ว่าเขากล่าวจริงหรือเท็จนอกจากตัวเขาเอง
     "เรียนใต้เท้า ข้าผู้น้อยเป็นพยานยืนยันให้กับเขาได้ ต้าโม่จือไม่เคยขโมยของใคร" หลี่เซี้ยนเจ่อเรียนท่านเจ้าเมืองอย่างหนักแน่น
        หลังจากที่ผู้ว่าเมืองฉางอันที่ควบตำแหน่งผู้พิจารณาและพิพากษาคดีฟังความของทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนหลักฐานและพยานจากคนนอกยังไม่มี เขาจึงซักถามทั้งสองฝั่งว่ามีพยานที่เห็นเหตุการณ์อีกหรือไม่
     "ต้าโม่จือเจ้าจำเจ้าของตั๋วเงินใบนั้นได้หรือไม่ ถ้าจำได้ บอกชื่อแช่ ที่อยู่มา"'   


            "เรียนใต้เท้า เจ้าของตั๋วเงินใบนั้นมีชื่อ หยุนเหนียง บ้านของนางอยู่เลยร้านน้ำชาตระกูลหลี่ไป 3 หลังครับ" ต้าโม่จือคิดอยู่ครู่หนึ่งก็บอกข้อมูลที่ตนรู้ให้แก่ท่านผู้ว่าการ
      "....." หลี่เซี้ยนเจ่อคุกเข่าฟังอยู่ข้างๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรด้วยตนเองแค่มาเป็นพยานยืนยันเท่านั้น
      ""อืม... เท่าที่พวกเจ้าเล่าให้ฟังนางอยู่ในฉางอันข้าจะให้ทหารไปตามตัวมาเป็นพยาน" จี๋อันลูบเครายาวพลางครุ่นคิด เท่าที่ฟังดูเป็นชื่อของเถ้าแก่เนี้ยที่อาศัยอยู่ในฉางอัน น่าจะพอหาพยานมายืนยันได้บ้าง "ส่วนเจ้าคาบูโตะ จะต้องหาพยานที่ไม่ใช่คนใกล้ตัวมาเป็นพยานบุคคลให้เจ้า" % k% h; E6 J6 g. `8 U: x
     "พยานคนอื่นรึ..." คาบูโตะขมวดคิ้วคิด พยายามนึกสถานที่ตั้งร้านขายผ้าที่เกิดเหตุที่เป็นร้านแผงลอยน่าจะเป็นพ่อค้าจากต่างเมือง "มีเถ้าแก่ร้านขายผ้ากับฮูหยินของเขาที่อยู่ย่านการค้าใกล้ๆ ถนนตะวันตกครับ" คาบูโตะว่าออกไปตามนั้นเท่าที่เขาจะพอนึกได้
     "ดี! อย่างนั้นข้าจะให้ทหารออกไปตามตัวพยานมาให้การณ์เดี๋ยวนี้!" เจ้าเมืองฉางอันให้ทหารออกไปตามหาตัวพยานของทั้งสองฝ่ายเพื่อมาให้การในชั้นศาล เจ้าหน้าที่ทหารยกมือขึ้นรับคำสั่งแล้วออกไปตามตัวพยานอย่างเร่งด่วน      

     
        เวลาผ่านไปอีกครูใหญ่........
        เ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +15 ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483548

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-7-29 03:14:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด

{ เควสคดีโกลาหล }

PART XX



     เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ทหารสองคนแรกมาถึงก่อนแล้วรายงานผลให้ท่านผู้ว่าการฉางอันทราบ
     "ใต้เท้าขอรับ เถ้าแก่และฮูหยินที่ทั้งสองบอกพวกเขาย้ายออกไปแล้วขอรับ คนข้างๆ บ้านบอกว่าพวกเขากลับบ้านนอกที่เซี่ยงผิง ด้วยกลัวถูกโจรปล้นอีกครั้งไม่อย่างนั้นเงินที่เก็บมาจำนวนมาก เพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดจะไม่เหลือ จึงตัดสินใจไปกระทันหัน"
     "หา!?!" คาบูโตะโวยออกมาทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นพร้อมขมวดคิ้วเข้มเป็นปมแน่น เพิ่งจะเจอกันเมื่อตอนกลางวันแต่ทั้งสองเก็บร้านกลับบ้านนอกไปแล้วเนี่ยนะ ฟังดูเป็นไปได้ยากจนเขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "พวกท่านไปดูมาจริงๆ หรือเปล่า ตั้งใจใส่ร้ายข้าหรือเปล่าเนี่ย!!" ชายหนุ่มโวยวายอีกครั้งอย่างไม่ไว้ใจ บางทีคนร้ายอาจจะร่วมมือกับเจ้าเมืองยัดข้อหาให้เขาก็ได้

     "...." @Hazan (หลี่เซี้ยนเจ่อ + โม่ต้าจือ)

     "เงียบ!" จี๋อันเคาะกรับไม้ลงกับโต๊ะอีกครั้งเพื่อปรามคาบูโตะด้วยเสียงดุเขาเงียบลงแต่แสดงท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจอยู่ "เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ?"
     "จริงขอรับใต้เท้า ข้าเอาหัวเป็นประกันได้" ทหารที่ไปตามเถ้าแก่ร้านขายผ้ายกมือขึ้นประสานกับอกเมื่อกล่าวตอบ
     และไม่นานนักทหารที่ไปตามเถ้าแก่เนี้ยหยุนเหนียงก็กลับมา แต่ไม่มีสตรีสูงวัยตามมาด้วย
     "เรียนใต้เท้าข้าได้ที่บ้านตระกูลหยุนพบว่าว่างเปล่า ไปสอบถามชาวบ้านในตลาดได้ความว่าตระกูลหยุนได้ย้ายออกจากฉางอันไปหลายปีแล้วขอรับ" ทหารที่กลับมาเรียนบอกผู้ว่าการเมืองฉางอันทันทีด้วยท่าทีสุภาพ


     "...." @Hazan (หลี่เซี้ยนเจ่อ + โม่ต้าจือ)

    "หืม..." เมื่ออีกฝ่ายหาตัวพยานมายืนยันความดีความชอบไม่ได้เช่นกันก็คาบูโตะก็สงบท่าทีลง จากที่เคยกล่าวหาว่าโม่ต้าจือสมรู้ร่วมคิดกับจี๋อันตั้งใจจะโยนความผิดให้กับเขาก็ต้องคิดใหม่ แอบขอโทษขอโพยผู้พิพากษาศาลฉางอันในใจ 'ขอโทษนะลุงหนวดที่ข้าเข้าใจผิดไป'
     "เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ? เจ้าตรวจสอบดีแล้วนะ?" น้ำเสียงสุขุมของจี๋อันเอ่ยถามทหารคนนั้นออก เป็นเพียงแค่คดีลักทรัพย์ธรรมดาไม่น่าที่จะยืดยาวถึงขนาดนี้เลยแท้ๆ นาทีนี้คนที่ปวดหัวนอกจากผู้ต้องหาแล้วคงจะเป็นเขาที่ทำหน้าที่ผู้พิพากษานี่แหล่ะ
     "ขอรับท่านใต้เท้า" ทหารยังคงยืนยันเช่นเกียวกันกับฝ่ายที่ไปหาเถ้าแก่ร้านขายผ้า
     อาจจะไม่แปลก... เรื่องราวก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งย้ายเข้าและย้ายออกมหานครแห่งนี้เป็นว่าเล่น นางและครอบครัวอาจจะย้ายออกไปแล้วก็ได้แต่จะให้ตามหาที่ไหนคงเป็นเรื่องที่นอกเหนือจะคาดเดา มีแต่ต้องค้นเอกสารเก่าในคลังเก็บของเท่านั้นล่ะมั้ง... เพียงแค่คิดก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันที
     "เอาอย่างนี้ ข้าจะขอคุมตัวพวกเจ้าทั้งสองในห้องขังก่อนเพื่อพิจารณาคดีต่อไป ฝั่งคาบูโตะข้าจะลองให้ทหารออกตามหาเจ้าทุกข์ก่อน ส่วนโม่ต้าจือข้าจะลองค้นเอกสารการย้ายออกและส่งทหารไปตามหาตัวของหยุนเหนียงเช่นกัน รอเรื่องกระจ่างแล้วคนไม่ผิดข้าค่อยตอบแทนสินน้ำใจที่ให้ลำบาก เลิกศาล!" พูดจบจี๋อันก็เดินกลับเข้าไปด้านหลังม่านทันที
     "เหว่ฮู่~" ทหารทำหน้าที่คุมศาลเอ่ยพร้อมกันอีกครั้งก่อนที่จะมีผู้คุมนำตัวโม่ต้าจื่อและคาบูโตะไปฝากขังกันคนละห้อง




    "ดะ...เดี๋ยวก่อน ท่านลุงทหาร ข้าขอเข้าไปเยี่ยมพี่ชายได้หรือเปล่าคะ?" ซูปี้รีบวิ่งตามไปยังห้องขังทันทีหลังจากที่เธอสลัดอาการตื่นตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้แล้ว ด้วยความตัวเล็กและรวดเร็วว่องไวของนางทำให้หลุดจากทหารที่คุมด่านแรกไปได้ เธอเอ่ยกับผู้คุมด้วยความเว้าวอนในฐานะของซูปี้ไม่ได้แอ๊บเป็นซูมี่อีกต่อไป เด็กหญิงรู้สึกเจ็บใจตัวเองไม่น้อยที่ตั้งใจจะช่วยพี่ชายให้ได้แต่เมื่อเวลาคับขันเธอกับคิดและพูดอะไรไม่ออกเลยสักนิด
     "ก็ได้แม่นางน้อย แต่ได้แค่แปบเดียวเท่านั้นนะ" ผู้คุมคุกอนุญาต เขารู้สึกเห็นใจอยู่เหมือนกันที่เด็กหญิงตัวเล็กๆ จากแดนไกลต้องอยู่คนเดียวหลังจากที่พี่ชายถูกจับเข้าซังเต
     "ขอบคุณค่ะ!" เมื่อได้รับอนุญาตสาวน้อยก็รีบวิ่งไปยังห้องขังของพี่ชายทันที คาบูโตะถูกขังแยกจากโม่ต้าจือกันคนละโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันทั้งวาจาและการกระทำ
     ตอนนี้ชายหนุ่มดูเหมือนจะสงบจิตลงได้บ้างแล้ว เขานั่งขัดสมาธิลงบนกองฟางที่เอามันมาสุมกันแทนเตียง อย่างไรคุกก็ไม่ใช่สถานที่ที่น่าอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย มันทั้งอับทึบเหม็นสาบและสกปรก สกปรกยิ่งกว่าห้องเก็บสินค้าในเรือหาปลาที่เขาทำความสะอาดมันเป็นประจำเพราะเป็นหน้าที่
    "คาบูโตะ!" ซูปี้ตะโกนเรียกพี่ชายของเธอที่ถูกขังอยู่ในคุก มือเล็กๆ เกาะลูกกรงไม้ พยายามที่จะแนบใบหน้าเข้าไปใกล้ที่สุดเพื่อมองหาพี่ชายในห้องขังที่ค่อนข้างจะมืด
    "ฮึ!" เจ้าของชื่อสะบัดหน้าหนีด้วยท่าทางงอนๆ ไม่สมตัว "เจ้าหลอกข้า"
     "ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าหลอกพี่ แต่พี่ก็โง่เองนี่ ดูยังไงไม่รู้ว่าข้าคือซูปี้" แม้ใจจะเป็นห่วงแต่ซูปี้ก็สวนกลับไปด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมา ถ้าอ้อมค้อมมากนักพี่ชายบุญธรรมเธอก็ไม่เข้าใจหรอก
    "!!" ได้ยินคำด่าว่าโง่เขาก็ยิ่งเชิดหน้าหนีเข้าไปใหญ่ จมูกพ่นลมหายใจฟึดฟัดเป็นหมีป่วย จะบอกว่าโง่ที่แยกไม่ออกก็คงจะจริงนั่นแหล่ะอยู่ด้วยกันมาสองปีแล้วแต่กลับแยกสามแฝดนั่นไม่ออก บางทีซูปี้อาจจะน้อยใจที่จำเธอไม่ได้ก็ได้แต่ตอนนี้เขาทำท่างอนไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เสียหน้า
     "เออ งอนได้งอนไป งั้นก็ในคุกไปตลอดชีวิตเลย ไอ้พี่บ้า!!" ซูปี้ที่พอจะเห็นท่าทางนั้นของคาบูโตะก็อารมณ์เสีย ตะโกนแหววออกมาเสียงดังจนผู้คุมชะโงกหน้าออกมาดู ท่าทางว่าอยู่ตรงนี้ไปจะเสียเวลาเปล่า ออกมาด้านนอกค่อยๆ คิดหาหนทางแก้ปัญหาน่าจะดีที่สุด ซูปี้จึงปล่อยลูกกรงแล้วเดินฉับๆ ออกจากคุกมาทันที
    "เฮ้ย! จะไปไหนน่ะ กลับมาเดี๋ยวนี้นะยัยบ้า!!" คาบูโตะรีบลุกออกมาจากกองฟางแล้วพยายามมองออกไปด้านนอกก็เห็นน้องสาวตัวเล็กเดินออกไปเสียแล้ว เขาจะโล่งใจมากกว่าถ้าซูปี้อยู่กับเขาในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาเหงาหรือหวาดกลัวการอยู่ในคุก แต่ว่าเขาเป็นห่วงเธอยามที่ไม่มีเขาคอยปกป้องมากกว่า

     ซูปี้เดินออกมายังด้านหน้าจวนผู้ว่าแล้วตอนนี้ชาวบ้านมุงต่างแยกย้ายกันไปทำกิจการของตนเอง เด็กหญิงกอดอกคิดว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป อันดับแรกเลยคือเธอจะไปพักอาศัยกับใครที่ไหน เมื่อหันหลังกลับมาก็เห็นว่าที่หน้าจวนมีทหารยามเฝ้าอย่างแน่นหนา นอนแถวๆ หน้าประตูคงไม่เป็นไรถ้ามีคนไล่ค่อยอ้างว่าเธอมาไกลและพี่ชายถูกจับขังอยู่ในคุก
     แต่หากว่าเธอมีคนรู้จักที่ฉางอันบ้างก็คงดี... แล้วใครล่ะที่เธอรู้จัก? เท่าที่นึกได้ก็มีเพียงเปาอวิ้นเฟยที่ร่วมทางกันมาจากอู๋โตว แต่ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากขนาดจะวอนขอ จะไปรบกวนเขาก็คงไม่ดี อีกอย่างไม่รู้ด้วยว่าเขาตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
     หรือจะหวังพึ่งชาวประมงอู๋จวิ้นที่มาทำงานที่ฉางอัน... ก็แทบจะเรียกว่าหายากพอๆ กัน มีคนรู้จักของบิดาไม่น้อยที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวง ตระกูลซูมีชื่อเสียงเรื่องการเดินเรืออยู่หากจะขอความช่วยเหลืออาจจะมีคนเมตตา แต่จะให้มีชาวอู๋จวิ้นที่รู้จักบังเอิญผ่านมาคงเรียกว่าปาฏิหาริย์ต่อให้วอนขอต่อเจ้าแม่หนี่วาก็ใช่ว่าจะเป็นผล
     แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว... 'หรือจะลองไปไว้เจ้าแม่ดูจริงๆ?' ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็คงต้องพึ่งไสยศาสตร์เอาแล้วล่ะทีนี้....



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -3 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -3 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-7-29 17:14:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ทหารสองคนแรกมาถึงก่อนแล้วรายงานผลให้ท่านผู้ว่าการฉางอันทราบ
     "ใต้เท้าขอรับ เถ้าแก่และฮูหยินที่ทั้งสองบอกพวกเขาย้ายออกไปแล้วขอรับ คนข้างๆ บ้านบอกว่าพวกเขากลับบ้านนอกที่เซี่ยงผิง ด้วยกลัวถูกโจรปล้นอีกครั้งไม่อย่างนั้นเงินที่เก็บมาจำนวนมาก เพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดจะไม่เหลือ จึงตัดสินใจไปกระทันหัน"
       "หา!?!" คาบูโตะโวยออกมาทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นพร้อมขมวดคิ้วเข้มเป็นปมแน่น เพิ่งจะเจอกันเมื่อตอนกลางวันแต่ทั้งสองเก็บร้านกลับบ้านนอกไปแล้วเนี่ยนะ ฟังดูเป็นไปได้ยากจนเขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "พวกท่านไปดูมาจริงๆ หรือเปล่า ตั้งใจใส่ร้ายข้าหรือเปล่าเนี่ย!!" ชายหนุ่มโวยวายอีกครั้งอย่างไม่ไว้ใจ บางทีคนร้ายอาจจะร่วมมือกับเจ้าเมืองยัดข้อหาให้เขาก็ได้     "......" ต้าโม่จือไม่มีท่าทีอะไรแต่หันไปมองหลี่เซี้ยนเจ่อเพื่อขอความคิดเห็นจากเขา
     "....." หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อฟังผลการค้นหาของทหารที่กลับมารายงานก็พาลให้คิดถึงสิ่งที่ต้าโม่จือบอกไป เขาจึงหันไปส่ายหน้าแล้วก็รอผลของฝ่ายตัวเอง

      "เงียบ!" จี๋อันเคาะกรับไม้ลงกับโต๊ะอีกครั้งเพื่อปรามคาบูโตะด้วยเสียงดุเขาเงียบลงแต่แสดงท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจอยู่ "เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ?"
     "จริงขอรับใต้เท้า ข้าเอาหัวเป็นประกันได้" ทหารที่ไปตามเถ้าแก่ร้านขายผ้ายกมือขึ้นประสานกับอกเมื่อกล่าวตอบ
     และไม่นานนักทหารที่ไปตามเถ้าแก่เนี้ยหยุนเหนียงก็กลับมา แต่ไม่มีสตรีสูงวัยตามมาด้วย# y+ _2 s( y* `- I. ?1 i
     "เรียนใต้เท้าข้าได้ที่บ้านตระกูลหยุนพบว่าว่างเปล่า ไปสอบถามชาวบ้านในตลาดได้ความว่าตระกูลหยุนได้ย้ายออกจากฉางอันไปหลายปีแล้วขอรับ" ทหารที่กลับมาเรียนบอกผู้ว่าการเมืองฉางอันทันทีด้วยท่าทีสุภาพ
    ต้าโม่จื่อเมื่อฟังผลการค้นหาแล้วก็รีบพูดขึ้นมาทันที
     "เรียนไต้เท้า แต่ตั๋วเงินนั้นเป็นของหยุนเหนียงจริงๆนะครับ" ต้าโม่จื่อพูดยืนยันหักแน่นอีกครั้ง
     "แต่ทหารที่ไปค้นหาที่บ้านของหยุนเหนียงก็บอกมาแล้วว่าไม่เจอนาง"
     "ใจเย็นๆก่อนโม่จือ" หลี่เซี้ยนเจ่อเอื้อมมือไปตบบ้าเพื่อนสนิท
    หลี่เซี้ยนเจ่อและต้าโม่จือจึงต้องอยู่ในอาการสำรวม แต่แววตาของต้าโม่จือเหมือนคนที่เริ่มหมดหวัง หลี่เซี้ยนเจ่อจึงได้แต่คุกเข่าให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
    "หืม..." เมื่ออีกฝ่ายหาตัวพยานมายืนยันความดีความชอบไม่ได้เช่นกันก็คาบูโตะก็สงบท่าทีลง จากที่เคยกล่าวหาว่าโม่ต้าจือสมรู้ร่วมคิดกับจี๋อันตั้งใจจะโยนความผิดให้กับเขาก็ต้องคิดใหม่ แอบขอโทษขอโพยผู้พิพากษาศาลฉางอันในใจ'ขอโทษนะลุงหนวดที่ข้าเข้าใจผิดไป'
     "เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ? เจ้าตรวจสอบดีแล้วนะ?" น้ำเสียงสุขุมของจี๋อันเอ่ยถามทหารคนนั้นออก เป็นเพียงแค่คดีลักทรัพย์ธรรมดาไม่น่าที่จะยืดยาวถึงขนาดนี้เลยแท้ๆ นาทีนี้คนที่ปวดหัวนอกจากผู้ต้องหาแล้วคงจะเป็นเขาที่ทำหน้าที่ผู้พิพากษานี่แหล่ะ
     "ขอรับท่านใต้เท้า" ทหารยังคงยืนยันเช่นเกียวกันกับฝ่ายที่ไปหาเถ้าแก่ร้านขายผ้า ! N8 u0 w3 g# o2 z& b% S
     อาจจะไม่แปลก... เรื่องราวก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งย้ายเข้าและย้ายออกมหานครแห่งนี้เป็นว่าเล่น นางและครอบครัวอาจจะย้ายออกไปแล้วก็ได้แต่จะให้ตามหาที่ไหนคงเป็นเรื่องที่นอกเหนือจะคาดเดา มีแต่ต้องค้นเอกสารเก่าในคลังเก็บของเท่านั้นล่ะมั้ง... เพียงแค่คิดก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันที9 |$ R0 Q/ r! q' c
     "เอาอย่างนี้ ข้าจะขอคุมตัวพวกเจ้าทั้งสองในห้องขังก่อนเพื่อพิจารณาคดีต่อไป ฝั่งคาบูโตะข้าจะลองให้ทหารออกตามหาเจ้าทุกข์ก่อน ส่วนโม่ต้าจือข้าจะลองค้นเอกสารการย้ายออกและส่งทหารไปตามหาตัวของหยุนเหนียงเช่นกัน รอเรื่องกระจ่างแล้วคนไม่ผิดข้าค่อยตอบแทนสินน้ำใจที่ให้ลำบาก เลิกศาล!" พูดจบจี๋อันก็เดินกลับเข้าไปด้านหลังม่านทันที
     "เหว่ฮู่~" ทหารทำหน้าที่คุมศาลเอ่ยพร้อมกันอีกครั้งก่อนที่จะมีผู้คุมนำตัวโม่ต้าจื่อและคาบูโตะไปฝากขังกันคนละห้อง     
       หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นยืนแล้วมองเพื่อนตัวเองโดนจับไปคุมขังเพื่อรอการไตร่สวนต่อ ส่วนตัวเขาเองก็ได้ยินครุ่นคิดว่าจะเขาจะหาใครมาเป็นพยานยืนยันได้ต้าโม่จื่อได้ เมื่อยืนคิดอยู่ในสักพักเขาก็นึกออกแล้วว่าแม่ของเขาน่าจะเคยรู้จักกับคนสกุลเหนียงอยู่บ้าง หากกลับไปถามดูก็น่าจะได้ความหวังขึ้นมาบ้าง คิดได้ดังนั้นหลี่เซี้ยนเจ่อก็รีบเดินออกจากศาลทันที
)

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +20 ความหิว -1 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 800 + 20 -1 + 4

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483548

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-13 20:23:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-15 09:24

{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXIX



     "เดี๋ยวข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้" จ้าวจงถังรับปากกับบุตรสาวที่ร้องขอให้ช่วยเหลือซูปี้เด็กหญิงที่มีปัญหาเรื่องที่พี่ชายถูกกล่าวหาในคดีลักขโมยหลังได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว แม้ในใจเขาจะนึกไม่เห็นด้วยเท่าไรที่จะต้องช่วยเหลือคนแปลกหน้าและเอาชื่อเสียงที่สะสมมาเป็นเดิมพัน ไม่รู้ว่าหากพี่ชายของเด็กหญิงตรงหน้าเป็นขโมยจริงแล้วจะกระทบกับกิจการของตนเองหรือไม่ แต่เนื่องด้วยเฟยเอี้ยนลูกสาวอันเป็นที่รักขอร้องเขาก็จำต้องตามใจนาง และเด็กคนดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือจากพรรคกระยาจกที่สนิทสนมด้วยมาก่อนเขาก็วางใจได้บ้าง
     "ขอบคุณมากเจ้าค่ะท่านพ่อ" จ้าวเฟยเอี้ยนแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวานขอบคุณบิดาตนเองอย่างนอบน้อม เพียงเท่านี้นางก็โล่งใจได้เปราะหนึ่งว่าซูปี้จะได้รับการช่วยเหลืออย่างแน่นอน
    "ขอบคุณค่ะท่านลุง" ซูปี้เองก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจไม่แพ้กันที่ได้รับความช่วยเหลือ อีกไม่นานพี่ชายของเธอก็น่าจะพ้นข้อกล่าวหาและออกมาจากคุกได้เสียที
     "เช่นนั้นเตรียมจดหมายที่เจ้าว่าให้พร้อม ข้าจะพาตัวไปหาเจ้าเมืองเอง แต่ต้องรีบหน่อยพรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไกลไม่อยู่หลายวัน" เถ้าแก่จ้าวเอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบบอกซูปี้ที่ทำท่าดีใจอยู่ เด็กหญิงพยักหน้าหงึกพร้อมขานรับ ตอนนี้หลักฐานอยู่ที่ตัวของเธอแล้วไม่จำเป็นจะต้องขึ้นไปเอาบนห้องของเฟยเอี้ยนอีก
    "ค่ะ!" เด็กหญิงขานรับน้ำเสียงหนักแน่น เธอพร้อมเสมออยู่แล้วที่จะไปช่วยเหลือพี่ชายออกมา

     ซูปี้และจ้าวจงถังเดินทางมาที่จวนเจ้าเมืองฉางอันเพียงสองคนเพราะจ้าวเฟยเอี้ยนต้องอยู่เฝ้าร้านขายของ เด็กหญิงสูดหายใจเฮือกใหญ่ระหว่างที่รอเข้าพบยื่นเอกสารให้กับจี้อันที่เป็นเจ้าเมืองฉางอัน ทั้งคู่รอได้สักพักจี้อันก็ออกมาจากม่านด้านหลังท่าทางของเขาดูเพลียๆ จากการโหมงานหนักชอบกล ในใจนึกอยากตำหนิเจ้าเมืองที่ขังพี่ชายเธอไว้อยู่นานสองนานแต่พอเห็นสภาพของอีกฝ่ายก็รู้สึกเห็นใจขึ้นมาบ้างที่งานของผู้ว่าราชการคงล้นมือจนไม่มีเวลามาจัดการเรื่องของคาบูโตะ
     "คารวะใต้เท้า ข้าจ้าวจงถังพ่อค้าร้านขายข้าวประจำเมือง ข้าได้ทำการช่วยเหลือเด็กหญิงผู้นี้ที่อ้างว่าพี่ชายของนางถูกจับตัวไว้ขอรับ" จ้าวจงถังแนะนำชื่อเสียงเรียงนามของตนเองด้วยความที่เขาเป็นพ่อค้าชื่อดังจึงน่าจะคุ้นหน้ากับจี้อันผู้เป็นเจ้าเมืองอยู่บ้าง
     "คดีลักขโมยนั่นสินะ... ท่านคือพยานในที่เกิดเหตุรึ?" จี้อันเอ่ยถามเถ้าแก่ร้านขายข้าวออกไปตามตรง
     "ไม่ใช่ขอรับ แต่เด็กคนนี้ได้รับจดหมายมาจากเถ้าแก่ลู่และขอมอบให้แก่ท่าน" จ้าวจงถังมองไปทางซูปี้ให้เด็กหญิงนำจดหมายที่เก็บไว้ออกมา เจ้าหน้าที่ศาลรับจดหมายนั้นมาแล้วส่งมอบให้แก่บัลลังก์ผู้พิพากษา
     "เถ้าแก่ลู่ไม่ว่างเดินทางมารึ?" จี้อันเลิกคิ้วถามแล้วคลี่จดหมายที่มีรอยยับเปิดขึ้นมาอ่านอย่างนึกสงสัยในใจระแวงว่าเด็กหญิงคนนี้และพ่อค้าข้าวรวมหัวกันเขียนจดหมายปลอมขึ้นมาหรือเปล่า ภายในเขียนด้วยตัวหนังสือที่สั่นไหวคล้ายคนไม่มีแรงเขียนพร้อมทั้งยังได้กลิ่นของยาสมุนไพรติดอยู่ด้วย

     เรียน ท่านใต้เท้า
     ข้าลู่ซินหง เถ้าแก่ร้านขายผ้า คงมีเวลาที่จะอยู่บนโลกนี้อีกไม่นานและเป็นพยานให้ไม่ได้ จึงได้แต่ฝากจดหมายฉบับนี้มาเพื่อยืนยันว่าชายหนุ่มที่ชื่อคาบูโตะนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ข้อความที่ข้าเขียนล้วนเป็นความสัตย์จริงทุกประการ ท่านสามารถเอาจดหมายนี้ไปยืนยันลายมือกับจดหมายว่าจ้างแม่นางหานได้ ข้าคิดว่านางมีจดหมายลายมือข้าเก็บไว้ด้วยเหมือนกัน
     ด้วยความเคารพ
     ลู่ ซินหง

    "เปล่าค่ะ... คือว่าข้า..." ซูปี้รู้สึกสั่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าเมือง เธอพยายามรวบรวมสติแล้วเรียบเรียงคำพูดออกมา "หลังจากวันนั้นที่ตัดสินคดีรอบแรก ข้าไม่มีคนรู้จักอยู่ที่ฉางอันเลยจึงไปขออาหารที่โรงทานกิน ระหว่างทางข้าได้ยินคนคุยกันเรื่องของโม่ต้าจื่อเลยตามเขาไปที่บ่อนพนันค่ะ" เด็กหญิงจำชื่อของคนร้ายได้อย่างติดตรึงใจอาจจะเพราะความแค้นส่วนตัวด้วย
     "เรื่องโม่ต้าจื่อรึ? เป็นอย่างไรต่อ" จี้อันเลิกคิ้วขึ้นเพื่อฟังความต่อพร้อมทั้งให้กงซุนจดบันทึกเอาไว้ด้วย
    "ข้าได้สอบถามหลายๆ คนในนั้นบอกว่าคนที่ชื่อโม่ต้าจื่อติดหนี้พวกเขามากมายค่ะและตอนที่ข้าจะกลับออกมาก็ถูกนักเลงกลุ่มหนึ่งจับตัวไว้หวังจะเอาข้าไปขายเพื่อเป็นค่าชดใช้หนี้เพราะคิดว่าข้ารู้จักกับโม่ต้าจื่อค่ะ"
     ผู้ว่าราชการฉางอันพยักหน้าฟังและให้เด็กหญิงเล่าต่อ หากที่เธอเล่ามามีมูลความจริงก็กลุ่มคนที่เป็นผีพนันก็น่าจะใช้เป็นพยานบุคคลได้ในมูลเหตุที่ผู้ต้องสงสัยกระทำความผิด
    "แล้วข้าก็ได้พรรคกระยาจกช่วยเหลือไว้ แล้วเขาก็ช่วยตามหาเถ้าแก่ลู่ให้กับข้าด้วยค่ะ" ซูปี้หลับตาลงนึกถึงวาระสุดท้ายของเถ้าแก่ลู่ที่เสียชีวิตไปเมื่อสี่วันก่อนแล้วจึงลืมตาขึ้นเล่าต่อ "เถ้าแก่ถูกโจรปล้นแล้วทำร้ายระหว่างทาง ฮูหยินของเขาก็ถูกจับตัวไปด้วยยังเคราะห์ดีที่มีจอมยุทธ์ท่านหนึ่งช่วยชีวิตเอาไว้และนำไปรักษาตัวที่เยี่ยเฉิงค่ะ พอข้าทราบข่าวก็รีบไปหาทันทีแล้วเขาก็เขียนจดหมายฉบับนั้นมาเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ให้กับพี่ชายข้าก่อนที่เขาจะ..." เด็กหญิงหลุบสายตาลงมองพื้นอย่างรู้สึกเศร้าเสียใจ
     "อืม.. หากเป็นเช่นนั้นจริงจดหมายนี้คงเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมายืนยันความบริสุทธิ์ให้พี่ชายเจ้าได้ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าที่เจ้าเล่ามาไม่ใช่เรื่องโกหก และจดหมายฉบับนี้ไม่ได้ของปลอม?" เจ้าเมืองฉางอันตั้งคำถามให้แก่เด็กหญิงเพื่อดูท่าทีของเธอด้วยว่ามีอาการหลุดหลิกอะไรหรือไม่ หากเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ก็ไม่น่าจะมีมารยาเล่ห์เหลี่ยมทัดเทียมผู้ใหญ่
     "เรื่องนั้น... ข้าก็ไม่รู้ค่ะ คิดเอาไว้เหมือนกันว่าท่านจะเชื่อหรือเปล่า แต่ให้ข้าสาบานก็ได้ว่าเรื่องที่ข้าเล่ามาทั้งหมดคือความจริง" ซูปี้เงยขึ้นมองแล้วกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พยายามข่มความกลัวในจิตใจเอาไว้
     "ข้าคงต้องขอพิสูจน์หลักฐานก่อนว่าลายมือในจดหมายฉบับนี้เป็นของเถ้าแก่ลู่จริง ระหว่างนี้ข้าคงยังต้องคุมตัวคาบูโตะเอาไว้ก่อนซักพักและเมื่อทุกสิ่งคลี่คลายจึงทำการปล่อยตัวออกมาได้"
     เมื่อซูปี้ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่ากระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาอีกมากมายขนาดไหนซึ่งตอนนี้เธออยากจะพบกับพี่ชายบุญธรรมเหลือเกิน อย่างน้อยก็ไม่อยากให้เขาเป็นห่วงที่เธอหายตัวไปหลายวัน

     การยื่นหลักฐานต่อเจ้าเมืองฉางอันจบลงและทั้งสองได้ออกมายังหน้าจวนผู้ว่าฯ
     "เจ้าอยากจะพบกับพี่ชายไหม?" อยู่ๆ จ้าวจงถังก็ถามออกมา เขาคงจะนึกเป็นห่วงใจเด็กหญิงขึ้นมาอยู่บ้างที่ต้องพลัดพรากจากพี่ชายไปเกือบเดือน นั่นทำให้ซูปี้หันขวับมามองแล้วตอบออกไปตามตรงในทันที
    "อยากเจอค่ะ ข้าอยากจะเจอพี่ชาย!" ดวงตากลมโตสีครามใสไม่มีบิดเบือนความในใจที่เอ่ยออกมามันสะท้อนทุกอย่างในดวงตาของเด็กหญิงนั่นเอง



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +25 ความหิว -4 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 -4 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483548

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-18 12:51:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-18 13:02

{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXXVI



ตึงๆๆๆ

     เสียงรัวกลองหน้าศาลดังขึ้นเมื่อมีการตัดสินคดีความใดๆ เกิดขึ้นที่ทำการผู้ว่าฉางอัน จากเสียงดังนั้นทำให้ชาวบ้านทยอยมามุงดูการตัดสินคดีและส่งเสียงจ้อกแจกจอแจราวกับนกกระจอกแตกรัง บ้างก็ไตร่ถามเพื่อนชาวบ้านว่าวันนี้มีคดีอะไร บ้างก็วิพากษ์วิจารณ์การกระทำผิดของคนร้าย และยิ่งในคดีนี้ที่จากขโมยของธรรมดาๆ กลับมีความยุ่งยากกว่าที่คิดเพราะไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายกันแน่ อย่างว่าไม่มีใครอยากถูกลงโทษแม้จะกระทำผิดมาก็ตามเพราะว่าโทษทัณฑ์ที่ต้องได้รับนั้นหนักหนาเหลือเกิน...
     ซูปี้ จ้าวเฟยเอี้ยน และหานเยว่ฉาน หรือฮูหยินหานได้มายังที่ว่าการเจ้าเมืองพร้อมด้วยหลักฐานสัญญาการจ้างงานที่มีลายมือชื่อของเถ้าแก่ลู่ร้านขายผ้า ทั้งสามได้มาถึงเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้าและพบว่าพยานสามคนที่บ่อนพนันได้มารอเธอก่อนหน้าแล้ว นับว่าต้องขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างสูงที่ให้ความร่วมมือมาเป็นพยานในครั้งนี้ด้วยความี่พวกเขาก็ต่างอยากได้เงินคืนจึงทำเรื่องฟ้องร้องแก่ท่านเจ้าเมืองเพิ่มไปอีกทำให้ผู้ต้องหาโม่ต้าจื่อต้องตกที่นั่งลำบากแน่ๆ ในวันนี้ และจากนั้นไม่นานเถ้าแห่หย่งร้านเครื่องปั้นดินเผาก็มาช่วยเป็นพยานบุคคลยืนยันผู้ต้องหาอีกด้วย
     "เหว่ฮู่ว~" เจ้าหน้าที่ศาลร้องเป็นทำนองขึ้นพร้อมเพรียงกันเป็นสัญญาณว่าเจ้าเมืองจี๋อันพร้อมแล้วที่จะทำการพิจารณาคดี
     "เบิกตัวผู้ต้องหาคดีขโมยของร้านขายผ้า คาบูโตะ และโม่ต้าจื่อ" จี๋อันที่ประทับบนบัลลังก์ว่าความเอ่ยเบิกตัวนักโทษทันที ชายหนุ่มทั้งสองที่ถูกใส่ตรวนข้อมือข้อเท้าในสภาพชุดนักโทษสุดโทรมถูกพามานั่งคุกเข่าลงด้านหน้า โม่ต้าจื่อที่เป็นคนผมแห้งยิ่งผอมหนักกว่าเดิมด้วยความกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตรงกันข้ามกับคาบูโตะที่นับวันจะร่างการกำยำล่ำสันเพราะมีเวลาออกกำลังกล้ามเนื้ออยู่ในคุกถึงเกือบสี่สัปดาห์
     "เมื่อกว่าสามสัปดาห์ก่อนผู้ต้องหาโม่ต้าจื่อเจ้าไปทำอะไรที่ร้านขายผ้าของเถ้าแก่ลู่" จี๋อันเปิดประเด็นไตร่ความโดยมุ่งถามโม่ต้าจื่อที่เป็นผู้ต้องหารายแรก
     "ข้าไม่ได้ไปนะขอรับท่านใต้เท้า เข้าแค่เดินซื้อของที่ย่านการค้าเท่านั้น แล้วก็ถูกคนร้ายมาจับตัวโยนข้อหาว่าข้าขโมยของเแยเลยขอรับ" โม่ต้าจื่อใส่ความคาบูโตะด้วยสีหน้าหลุกหลิกมีพิรุดเพื่อให้ตนพ้นข้อกล่าวหา
     "เฮ้ยๆๆ อย่ามาพูดจาหมาๆ นะเว้ย ถ้าเจ้าเป็นคนดีจริงใครเขาจะจับตัวเจ้า อย่าเอาความคิดชั่วๆ มาโยนให้คนอื่นชั่วเหมือนเจ้านะเว้ย!" คาบูโตะคำรามออกมาทันทีเมื่อถูกกล่าวหาในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ เส้นเลือดที่ขมับเดือดปุดๆ รู้สึกอยากจะชกเจ้าขี้โม้ต้าจื่อนี่สักทีสองทีขึ้นมา
     "เงียบ!" จี๋อันเคาะกรับไม้ลงบนโต๊ะเสียงดังเพื่อควบคุมสถานการณ์ "แล้วเจ้าล่ะคาบูโตะ ไปทำอะไรที่ร้านขายผ้าเถ้าแก่ลู่"
     "ฮึ่ม!" ชายหนุ่มพ่นลมออกมาทางรูจมูกรู้สึกขี้เกียจที่จะต้องเล่าเรื่องอะไรซ้ำซากหลายรอบเพราะเขายิ่งความจำไม่ค่อยจะดีอยู่ แต่ในเมื่อเป็นกระบวนการของศาลที่ต้องจดบันทึกคำให้การก็จำเป็นต้องเล่าอีกครั้งหนึ่ง "ข้ากับน้องสาวเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวง หวังว่าจะไปทำงานที่มีคนฝากไว้ให้" ตรงนี้เขาขอละเอาไว้เพราะชักจะลืมๆ ไปแล้วว่าพี่สาวที่เจอที่บ่อน้ำชื่อว่าอะไร "ระหว่างนั้นพวกเราตื่นเต้นกับเมืองหลวงเลยเดินเที่ยวเล่นที่ตลาด แวะร้านนั้นร้านนี้เป็นปกติจนมาถึงร้านขายผ้า ข้าอยากได้ผ้าโพกหัวเลยแวะดูนาน แล้วก็เห็นไอ้เบื๊อกข้างๆ ข้าเนี่ยขโมยของในร้านแล้ววิ่งหนีข้าเลยตามไปไล่จับเท่านั้นเอง"
     "อย่าไปฟังมันนะขอรับ ทะ.. ท่านใต้เท้ามันใส่ร้ายข้า!" ความนี้โม่ต้าจื่อเป็นฝ่ายแย้งออกมาบ้าง ทางฝ่ายคาบูโตะก็คำรามในลำคอใส่ราวกับราชสีห์ดุร้าย ทำให้จี๋อันต้องกระแทกกรับลงกับโต๊ะอีกครั้ง
     "เอาล่ะ เงียบๆ ได้แล้ว!" สิ้นเสียงที่ทรงอานุภาพทั้งศาลก็ถูกความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ผู้ว่าราชการฉางอันได้หยิบม้วนไม้ไผ่ม้วนหนึ่งมาคลี่กางออก "นี่เป็นบันทึกการขโมยของจากร้านค้าในฉางอันที่จำหน้าเจ้าได้ และบันทึกเจ้าหนี้ของเจ้าทั้งหมด คดีคราวนี้เจ้าก็มีส่วนทำด้วยใช่ไหม?"
     เมื่อเห็นรายชื่อผู้เสียหายที่ร้องเรียนมาก็ทำให้โม่ต้าจื่อถึงกับหน้าถอดสี เขาไม่คิดว่าจะมีรายชื่อคนร้องเรียนมากมายขนาดนั้นทั้งคดีลักขโมยและบันทึกเจ้าหนี้ทั้งหมด "มะ...ไม่นะขอรับ ข้าไม่ได้ทำ ท่านใต้เท้าได้โปรดเมตตาข้าด้วย ในอดีตข้าอาจเคยก่อคดีจริงแต่ตอนนี้ข้าได้ปรับปรุงตัวเป็นคนใหม่แล้วนะขอรับท่านใต้เท้า" คนร้ายพูดเสียงสั่นยังคงยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
     คาบูโตะที่นั่งคุกเข่ามองจำนวนรายชื่อก็แอบตกใจว่าเจ้าคนอ่อนแอข้างๆ นี่มันร้ายกาจกว่าที่คิดไว้เห็นอ่อนหัดนึกว่าเป็นหัวขโมยมือใหม่แต่ที่ไหนได้ดันเคยก่อคดีมาแล้วมากมายเรียกได้ว่ามองคนแต่ผิวเผินไม่ได้เลยจริงๆ แล้วเขาก็เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ว่าที่เจ้าเมืองเงียบหายไปนานปล่อยให้ซูปี้เป็นคนวิ่งเต้นคดีความด้วยตนเองคงเพราะต้องรวบรวมข้อมูลหลักฐานเก่านี้แน่ๆ
     "หึ งั้นรึ! เบิกตัวพยานในคดี หานเยว่ฉาน เหยาจิ่นโซว เมิ่งชงหยวน และซ่งเจียหลิว" จี๋อันทำการเบิกตัวพยานผู้เห็นเหตุการณ์และบรรดาเจ้าหนี้ของโม่ต้าจื่อออกมานั่นทำให้คนร้ายยิ่งตัวสั่นอย่างหวาดกลัวเมื่อได้เจอกับเจ้าหนี้ที่ไม่ได้พบหน้ากันนาน "เหยาจิ่นโซว เมิ่งชงหยวน ซ่งเจียหลิว โม่ต้าจื่อติดเงินพวกเจ้ามานานตั้งแต่เมื่อไร"
     "ของข้าตั้งแต่เมื่อประมาณสองเดือนก่อนขอรับใต้เท้า" เหยาจิ่นโซวเป็นคนแรกที่ตอบคำถามออกไป จากนั้นแต่ละคนก็ทยอยตอบในส่วนของตนเอง
     "เขาติดเงินข้าเมื่อหกสัปดาห์ก่อนขอรับ" เมิ่งชงหยวนตอบเป็นคนที่สอง
     "ส่วนของข้าประมาณเดือนที่แล้วขอรับ" ซ่งเจียหลิวตอบเป็นคนสุดท้าย "เห็นว่าโม่ต้าจื่อหายตัวไปนานก็คิดว่าย้ายบ้านหนีหนี้ไปแล้วที่ไหนได้เพิ่งมารู้ตัวว่าเขาถูกจับนี่แหล่ะขอรับใต้เท้า" บุรุษหัวเราะหึหึในลำคอพร้อมมองโม่ต้าจื่ออย่างเหยียดหยามและสมเพช ก่อนที่แต่ละคนจะส่งสัญญากู้ยืมเงินที่ตนได้ทำไว้กับคนร้ายให้เจ้าเมืองพิจารณา
     "แล้วเจ้าล่ะฮูหยินหาน เป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุด้วยใช่หรือไม่?" จี๋อันหันไปถามหานเยว่ฉานหรือฮูหยินหานที่เป็นพยานในคดีลักขโมย
     "ค่ะ วันนั้นข้านำผ้าปักไปส่งแก่เถ้าแก่ลู่ แม้ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ข้าเห็นตอนที่ชายหนุ่มผู้นี้นำเครื่องประดับมาคืนเถ้าแก่พอดีค่ะ" ฮูหยินหานเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นในมุมมองที่ตนเองทราบโดยก้มใบหน้าลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อมแล้วจึงนำสัญญาจ้างงานออกมาให้แก่ผู้ไตร่สวนคดี "ส่วนนี่คือสัญญาจ้างงานที่มีลายมือของเถ้าแก่ลู่ค่ะ"
     "อืม.." จี๋อันรับเอาเอกสารจ้างงานออกมาเทียบลายมือกับจดหมายที่ซูปี้นำมามอบให้เมื่อก่อนหน้านี้และพบว่าลายมือนั้นเป็นลายมือเดียวกันแม้ตัวอักษรในจดหมายจะสั่นคลอนไปบ้างเหมือนกับคนไร้แรงเขียนหนังสือแต่ก็ถือว่าใช้เทียบในส่วนของการตวัดเส้นตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ได้ชัดเจน "เป็นลายมือเดียวกันจริงๆ..."
     "อะไรกัน ท่านใต้เท้า! พวกเขารวมหัวกันใส่ร้ายปรักปรำข้า ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริงนะขอรับท่านใต้เท้า! โปรดให้ความเป็นธรรมด้วย ฮื่ออออ" โม่ต้าจื่อตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้วร้องไห้ออกมาน้ำหูน้ำตาไหลเยิ้มไปหมด
     "ให้ความเป็นธรรม นั่นสิเน้อ~" คาบูโตะที่นิ่งเงียบไปนานยิ้มเผล่ที่มุมปากในเมื่อมีหลักฐานมายืนยันมากขนาดนี้การตัดสินคดีก็คงจบสิ้นเสียทีและเขาจะได้ถูกปล่อยตัวเป็นอิสระหางานหาการทำ เพียงแต่ก่อนอื่นใดคงต้องขออาบน้ำขัดเนื้อขัดตัวนานๆ เลยทีเดียว
     จี๋อันยิ้มที่มุมปากแล้วหยิบม้วนไม้ไผ่อีกแผ่นออกมา "นี่คือบันทึกประจำวันที่เจ้าทุกข์คนก่อนหน้าสองวันก่อนที่เจ้าจะไปสร้างคดีล่าสุดที่เจ้าขโมยของ เขาไม่อยากเอาเรื่องเจ้าจึงไม่ได้แจ้งทางการ และมันค่อนข้างชัดว่าเจ้าไม่ได้ต้องการปรับปรุงตัวหลังจากคดีเก่าๆ พวกนั้นเลย ขัดแย้งกับคำพูดเจ้า"
     โม่ต้าจื่อแทบจะทรุดลงกับพื้นดูท่าว่าต่อให้แก้ตัวและร้องขออย่างไรก็คงจะหนีความผิดนี้ไปไม่พ้นเสียแล้ว... จี๋อันเคาะกรับลงหนึ่งครึ่งเพื่ปเป็นสัญญาณการเริ่มตัดสินผลคดี
     "ผู้ต้องหาโม่ต้าจื่อก่อคดีลักทรัพย์ไว้มาก โทษตามกฏหมายคือตัดมือ ซ้ำยังให้การโป้ปดใส่ความผู้อื่นให้ได้รับความเดือดร้อน โทษตามกฎหมายคือตัดลิ้น พร้อมถูกส่งไปใช้แรงงานที่กำแพงเพื่อซ่อมแซมกำแพงที่ผุพัง" ผู้ว่าราชการฉางอันตัดสินคดีความอย่างเฉียบขาดและเที่ยงตรงโดยโทษทัณฑ์ที่ได้รับทำให้โม่ต้าจื่อถึงกับช็อค "ฝ่ายคาบูโตะศาลตัดสินว่าเป็นผู้บริสุทธ์ให้ปล่อยตัวเป็นอิสระ เลิกศาล!"
     "เหว่ฮู่ว~" เจ้าหน้าที่ศาลร้องเสียงพร้อมเพียงกันโดยมีภาพของโม่ต้าจื่อที่ถูกทหารสองคนหามไปลงโทษที่ลานกลางแจ้งเพื่อเป็นตัวอย่างของคนทำความผิดประจานให้ชาวเมืองรับรู้ ส่วนคาบูโตะได้รับการปลดตรวนมือเท้าออกเป็นอิสระ แม้จะไม่มีโอกาสได้ต่อยโม่ต้าจื่อเลยสักหมัดแต่เขาก็พอใจแล้วกับผลการตัดสินเพราะการตัดลิ้นมันโหดใช่ย่อย ต้องจำเอาไว้เลยว่าอย่าเผลอไปทำความผิดเด็ดขาดมิเช่นนั้นคงได้ทุพพลภาพเป็นแน่แท้
     แม้จะต้องนอนคุกไปเกือบเดือนแต่ตรวนที่พันธนาการชายหนุ่มเอาไว้ก็สร้างรอยเสียดสีที่ข้อมือข้อเท้าชายหนุ่มไปพักใหญ่ๆ ราวกับตราติดตัวที่ย้ำว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาเป็นเรื่องจริง ซูปี้พุ่งเข้ากระโดดกอดชายหนุ่มจนเขาแทบจะรับตัวเธอไว้ไม่ทัน เด็กหญิงปล่อยโฮออกมาทันทีอย่างโล่งอก นับว่าเป็นความกดดันตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนกว่าจะได้ปลดปล่อยออกมาในอ้อมอกของพี่ชายที่ไว้ใจ โดยมีแม่นางจ้าวเฟยเอี้ยนยิ้มมองดูภาพประทับใจอยู่ห่างๆ...
     
     



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +50 เงินตำลึง +2500 ชื่อเสียง +333 ความหิว -7 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 2500 + 333 -7 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-10-1 19:14:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-1 19:15


"ประกวดทำขนมฉงหยางเกา"
        ร่างของเด็กสาวเส้นผมสีน้ำตาลดำสนิทอยู่ช่วงด้านหน้าของจวนผู้ว่าแห่งเมืองฉางอัน.. เธอไม่เคยมาที่นี้มาก่อนเลยในชีวิต ความจริงนี้ก็เป็นครั้งแรกเสียด้วยซ้ำที่ได้มาที่นอกเมืองฉางซาที่เธอเคยอยู่มา.. นี้ถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อและท่านพี่ ขะยั้นขะยอให้เธอมาส่งขนมฉงหยางเกา ณ จวนท่านผู้ว่า เธอก็ไม่อาจจะย่างกรายเข้าไปใกล้เขคบริเวณนี้เป็นแน่แท้

        “ข้าน้อยนามหลิน เจียวหย่า นำขนมฉงหยางเกา มาส่งประกวดให้ ณ จวนท่านผู้ว่าแห่งฉางอัน ไม่ทราบว่าให้ข้านำขนมนี้ไปไว้ ณ ที่ใดรือ?”

        เด็กสาวถามชายทหารหน้าประตูอย่างนอบน้อม ในมือของเธอทั้งสองมีกล่องไม้แข็งลายสวยที่โดนขัดเงา ด้านในของมันมีขนมฉงหยางเกาอันหวานหอมและนุ่มลิ้น รวมทั้งยังได้คุณค่าทางโภชนาการและความรักจากเธอ

        เมื่อถูกพาตัวมายังจวนของท่านผู้ว่าแล้ว ทำให้สาวน้อยเช่นเธอรู้สึกเกร็งไปไม่น้อยเหมือนกัน เหล่าขนมฉงหยางเกามากมายที่กำลังเรียงรายอย่างสวยงาม ก็มีอยู่จนนานับ เธอค่อยๆ บรรจงในการหยิบกล้องไม้ของเธอออกมา เมื่อเปิดออกมา ด้านในมันคือผอบไม้ที่เป็นเหมือนชามมีฝาปิด ดวงตาสีม่วงดอกพวกครามวาววับ ก่อนที่จะค่อยๆ เปิดฝาไม้ลายสลักนั้นออกมา
        ด้านในประกอบให้เห็นขนมฉงหยางรูปสี่เหลี่ยมสามชั้น ที่มีเมล็ดธัญพีชโรยหน้าอย่างเป็นระเบียบ ชั้นแรกเป็นสีขาวนวลใส ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียวผสมกับน้ำตาล อิ่มน้ำอย่างพอเหมาะก่อนนำไปนึ่ง
        ชั้นที่สองเป็นสีน้ำตาลอมแดงเข้ม เป็นสีของถั่วแดงกวนที่ไม่เจือปนความหวานแต่มีความหอมของถั่วแดงและรสหวานโดยดั่งเดิมของถั่วแดงส่วน
        ชั้นสุดท้ายที่อยู่ด้านบนสุดเป็นสีเหลืองนวลน้ำนม คล้ายกับสีของดอกเบญจมาศขามผลิดอก มีกลิ่นหอมของข้าวโพดอยู่ด้วย ให้รสสัมผัสนุ่มละมุล รวมถึงยังมีโรยเมล็ดธัญพืช และพุทราแห้งจีน รวมถึงองุ่นแห้งที่มีคุณค่าทางโภชนาการและให้ความเปรี้ยวนิดๆ รับกับความหวานเมื่อกันลงไป

        รวมเป็นของหวานที่เธอทำมาจากดวงใจอันบริสุทธิ์นี้ล่ะ..

        เธอค่อยๆ ลงบรรจงวางจัดลงในจานสีขาวซึ่งทำให้ตัวขนมดูเด่นอย่างบรรจงสิ่งที่เธอนำมาตกแต่งจานด้วยสิ่งนั้นคือผลและใบจูยวีสีแดงสดเป็นสีมงคลทั้งยังสื่อถึงหญิงสาวที่มักจะนำใบจูยวีมาทัดผมในช่วงเทศกาลฉงหยางอีกด้วย

        ความรู้ที่ข้าได้ร่ำเรียนมาจากท่านพ่อและท่านแม่ข้าจะมิทำให้พวกท่านผิดหวังเจ้าค่ะ’

        เจียวหย่าคิดในใจอย่างมุ่งมั่น แต่สิ่งที่เธออยากให้เกิดมากที่สุดสำหรับผู้ที่ได้ทานขนมชิ้นนี้ก็คือ รอยยิ้ม ..ที่บ่งบอกถึงความสุขเมื่อได้ทานมัน….








แสดงความคิดเห็น

รอฮ่องเต้ทรงลิ้มรสขนม หากได้รับรางวัลจะมีพิราบแจ้งไปยังที่อยู่  โพสต์ 2017-10-1 19:26

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x16
x10
x10
x2
x2890
x30
x100
x100
x19
x20
x137
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x56
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x30
x33
x7
x409
x100
x30
x4
x40
x130
x2
x100
x303
x53
x9999
x1546
x3763
x50
x100
x9999
x4730
x2263
x5778
x4682
x3349
x94
x40
x1500
x858
x158
x9999
x2700
x100
x20
x442
x1
x1
x15
x1
x4
x6099
x10
x1
x9999
x205
x2
x68
x9083
x203
x85
x1
x1
x562
x1
x236
x1
x2
x4
x1
x48
x2030
x12
x5
x2
x2
x50
x3
x5014
x6
x182
x142
x50
x3
x9
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x105
x212
x1708
x50
x11
x3
x438
x1494
x7200
x5092
x1656
x3942
x835
x15
x1457
x181
x2464
x140
x2224
x299
x7459
x9198
x9999
x1

61

กระทู้

548

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
532
เงินตำลึง
240
ชื่อเสียง
91152
ความหิว
368

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-1 21:40:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-2 10:56

- เทศกาลฉงหยาง -
ประกวดทำขนมฉงหยาง 2
     หลังจากที่ยูตะขึ้นม้าด่วนเดินทางไกลจากเมืองอู๋จวิ้น มุ่งตรงสู่เมืองฉางอันด้วยความรวดเร็ว แล้วตัวเขานั้นก็เดินทางมาถึงเมืงฉางอันอีกรอบนึงโดยที่รอบนี่นั้นเขามาเพื่อนำส่งขนมที่ตัวเองได้ทำมา เมือเขานั้นเดินมาถึงจวนผู้ว่าฉางอันแล้ว ยูตะก็ยืนงงๆ อยู่สักพักนึงว่างเขาจะนำขนมที่เขาถือมาส่งที่ไหนดี ก่อนที่เขาจะตัดสินใจที่จะเดินตามคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะถือกล้องขนมเช่นเดียวกับเขา และการตัดสินของเขานั้นก็ถูก ยูตะก็เดินมาถึงสถานที่ส่งขนมเข้าประกวดอย่างงงๆ ที่นั้นมีขนมมากมายวางประกวดอยู่ ยูตะจึงค่อยๆชายตามองหาที่ว่าง ก่อนที่จะจัดแจงวางขนมลงอย่างสวยงามลงในจานที่เขาพกมาด้วย @Admin


     "อืม....ประมานนี่ละนะ" ยูตะที่จัดจานเสร็จอย่างรวดเร็ว เขาก็เดินดูขนมๆ ของคนอื่นๆไปจนกระทั้งไปสะดุดตาเข้ากับขนมของหญิงสาวผมสำน้ำตาลดำคนนึง ที่กำลังง่วนกับการจัดจานขนมตัวเองอย่างระมัดระวัง
     "โอ้ว ขนมพวกนั้นเจ้าทำเองอย่างงั้นหรอ " ยูตะกล่าวขึ้นอย่างตดใจเมือเห็นขนมที่น่าทานนั้น
     ................. @LinJieoya
    "อืมๆ อย่างงั้นรึ อ้อใช้ข้าลืมแนะนำตัวไป กระผมมีนามว่า อิซุมิ ยูตะ ครับ" ยูตะแนะนำตัวพร้อมกับส่งยิ้มให้
     ................. @LinJieoya
    "หืม เป็นชื่อที่ดีไม่เลวเลยที่เดียว" เขากล่าวออกมาเมื่อได้ยินชื่อของเธอ
     ................. @LinJieoya
    "จะว่าไปเธอเป็นคนจากที่ใดอย่างงั้นรึ" เขาเริ่มเปลียนประเด็นพูดคุย
     ................. @LinJieoya
    "อ้อ อย่างงั้นรึ ข้านั้นเป็นคนมาจากแดนไกลละนะ ที่เรียกว่าแดนอาทิตย์อุทัยหนะ" ยูตะกล่าวต่อพร้อมกับมองออกไปข้างนอก
     ................. @LinJieoya

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จี๋ อัน เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2019-2-28 17:35

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -12 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -12 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x471
x148
x6
x9999
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1
โพสต์ 2017-10-1 22:32:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-1 22:34


          เจียวหย่านั่งจัดจานของขนมฉงหยางเกาของตนเองอย่างตั้งใจ ..และเมื่อทำเสร็จแล้วเธอก็เตรียมเก็บของต่างๆ เข้าไปด้านในของถังไม้เนื้อแข็งขัดเงาปักลวดลายงดงาม หญิงสาวยิ้มบางๆให้กับความภูมิใจของตัวเองน้อยๆ
          "โอ้ว ขนมพวกนั้นเจ้าทำเองอย่างงั้นหรอ "
          อยู่ๆ ก็มีเสียงเข้มโทนต่ำดังขึ้นมาจากด้านหลังของเด็กสาว แถมยังเป็นสำเนียงการพูดที่ค่อนข้างเหน่อพอตัวนั้นทำให้เธอขมวดคิ้วแล้วหันไปตามเสียงที่เรียกร้องว่าเค้าได้พูดถึงขนมฉงหยางเกาของเธอหรือปล่าว? … ร่างที่ปรากฏคือร่างของชายหนุ่มผมสีเข้มนัยต์ตาสีเหลืองอมน้ำตาล เขาเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงค่อนข้างตกใจ
          เด็กสาวยิ้มหวานแบบเป็นมิตร ก่อนที่จะก้มลงคำนับคนตรงหน้าที่ดูจะมีอายุอวุโสกว่าเธอแน่นอน


          “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ขนมฉงหยางเกาจานนี้ข้าน้อยผู้นี้เป็นผู้ปรุงสำเร็จด้วยตนเองเจ้าค่ะ” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงหวานแหลมแต่กลับรู้สึกถึงความนอบน้อมค่อนข้างมากเลยล่ะ เธอไม่อยากทำให้ความประทับใจแรกกับผู้คนที่เธอพบ ณ เมืองหลวงติดลบเสียตั้งแต่คราแรก
          "อืมๆ อย่างงั้นรึ อ้อใช้ข้าลืมแนะนำตัวไป กระผมมีนามว่า อิซุมิ ยูตะ ครับ"ชายหนุ่มกล่าวอีกครั้งพร้อมกับแนะนำตัวเอง โดยที่ไม่ลืมส่งรอยยิ้มอันเป็นมิตรให้กับเด็กสาว … จนเธอต้องยิ้มตอบรับเขาเสียโดยอัตโนมัติ..
          ถึงคราในใจจะเจอรอยยิ้มกระชากจิตไปแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องทนไว้ อาการแพ้ผู้ชายตรงตามต้องการต้องห้ามออกมาเสียเด็ดขาด


          “ข้าน้อยมีนามว่า หลิน เจียวหย่า แซ่หลินเจ้าค่ะ” เธอพูด พลางยิ้มก่อนที่จะเหลือบมองคนตรงหน้าอีกครั้ง
          "หืม เป็นชื่อที่ดีไม่เลวเลยที่เดียว" เขากล่าวออกมาเมื่อได้ยินชื่อของเธอ ณ ตอนนี้เธอช่างเคลือบแคลงใจยิ่งนักว่าชายตรงหน้าคนนี้เป็นใครกัน? แต่ว่าก็คงจะเป็นคนที่อยู่แถวๆ นี้แล้วมาดูขนมฉงหยางที่จะเข้าประชันรสชาติกันเป็นแน่แท้?
          “ขอบคุณสำหรับคำชมเรื่องชื่อของข้า ชื่อท่านเองก็แปลกดีไม่เหมือนคนแถวนี้จริงๆเจ้าค่ะ”


          “.........” @ยูตะ อิซึมิ


          "จะว่าไปเธอเป็นคนจากที่ไหนอย่างงั้นรึ" เขาเริ่มเปลี่ยนประเด็นการพูดคุย ซึ่งทำให้เธอทำหน้าแปลกใจขึ้นไปอีก ที่อยู่ๆคนเมืองหลวงก็เข้ามาถามอะไรเช่นนี้
          “ข้าเป็นชาวฮั่นที่มาจากเมืองฉางซาเจ้าค่ะ จะว่าไปข้าคาดว่าท่านคงหาใช่คนแถวนี้ไม่? ...สำเนียงการพูดของท่านดูแปลกๆนะ? เหมือนกับมันหาใช่ภาษาบ้านเกิดเมืองนอนท่านไม่? หรือท่านพูดไม่แข็ง?” เด็กสาวพูดอย่างขบขัน เธอใช่ช่วงเวลาที่ถามในการถือถังไม้ลายขัดอันสวยขึ้น


          “ข้าคาดว่าเราเดินไปคุยกันเสียดีกว่านะเจ้าคะ ประเดี๋ยวจะมีคนคิดว่าเราสองนั้นขวางทางการเสียปล่าวๆ ” เธอไม่ว่างปล่าวเดินย่างกายนำไปก่อน

        “...........”@ยูตะ อิซึมิ


          "อ้อ อย่างงั้นรึ ข้านั้นเป็นคนมาจากแดนไกลละนะ ที่เรียกว่าแดนอาทิตย์อุทัยหนะ" ยูตะกล่าวต่อพร้อมกับมองออกไปข้างนอก ที่มีท้องฟ้าสีครามก้อนเฆมลอยละล่องไปตามสายลมอย่างอิสระและเสรี


          “เอ๋?...เดี๋ยวนะ..ท่านเป็นชาวยามาโตะหรอกหรือ?...ข้าเคยได้ยินท่านพ่อของข้าพูดถึงชาวเมืองที่อยู่ถัดจากชนชาติโชซอน อยู่สุดขอบโพ่นทะเลโน่นแหนะเจ้าค่ะไม่ต้องตกใจว่าเหตุใดข้าถึงรู้เช่นนี้ พ่อข้าท่านเป็นนักปราชญ์น่ะเจ้าค่ะ” เด็กสาวพูด เธอกระชับถังไม้ในมือของเธอขึ้นมา


          "..........."@ยูตะ อิซึมิ



          “จะว่าไปท่านพาภรรยามาประกวดขนมฉงหยางหรือเจ้าคะ??” เธอถามพลางจ้องใบหน้าเรียวยาวของชายผมเข้ม


          “..........” @ยูตะ อิซึมิ


          “ฮ่ะๆ...เช่นนั้นหรือเจ้าคะ..แหม่..แปลว่าท่านก็เดินทางมาไกลเช่นกันสินะเจ้าคะ? นี้ข้าเองก็พึ่ง 15 ข้ากะว่าจะไปหางานทำแถวเมืองจื่อถงเสียสักหน่อย เห็นว่าตอนนี้กำลังขาดแรงงานกันอยู่”


          “.................” @ยูตะ อิซึมิ


          เด็กสาวยิ้มให้กับท่าทีของอีกฝ่าย เมื่อพากันเดินมาถึงนอกจวน จึงหันไปหาพี่ชาย(?)ที่เธอพึ่งรู้จักเสียสักคราวันนี้
          “ข้าจะได้พบท่านอีกไหมเจ้าคะ?”


          “..............”@YutaIzumi





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -3 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -3 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x16
x10
x10
x2
x2890
x30
x100
x100
x19
x20
x137
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x56
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x30
x33
x7
x409
x100
x30
x4
x40
x130
x2
x100
x303
x53
x9999
x1546
x3763
x50
x100
x9999
x4730
x2263
x5778
x4682
x3349
x94
x40
x1500
x858
x158
x9999
x2700
x100
x20
x442
x1
x1
x15
x1
x4
x6099
x10
x1
x9999
x205
x2
x68
x9083
x203
x85
x1
x1
x562
x1
x236
x1
x2
x4
x1
x48
x2030
x12
x5
x2
x2
x50
x3
x5014
x6
x182
x142
x50
x3
x9
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x105
x212
x1708
x50
x11
x3
x438
x1494
x7200
x5092
x1656
x3942
x835
x15
x1457
x181
x2464
x140
x2224
x299
x7459
x9198
x9999
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-3-25 11:31

ขึ้นไปด้านบน