เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } จวนผิงหยาง

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2020-1-31 18:34:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สมควรหรือไม่



    หมู่เมฆาล่องลอยพลิ้วไหวตามแรงลม บานหน้าต่างเปิดอ้ารับแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านลอดผ่านม่านเข้ามาด้านใน ข้างโต๊ะมีถ้วยยาวางอยู่สตรีผู้เป็นเจ้าของจ้องมองด้วยแววตาว่างเปล่า ประคองมือยกถ้วยยาหอมบรรเทาอากาศเจ็บเรื้อรัง ความรู้สึกเกลียดชังก้นสาปแช่งคนในครอบครัวสาเหตุของอาการกำเริบนี้ เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ล้มป่วยอย่างกระทันหันในระหว่างซ้อมรำกับพี่ๆน้องๆในจวนผิงหยางกงจู่ ท่านหมอตรวจดูอาการผลของมันมาจากสารพิษเรื้อรังที่ตกค้างกำเริบรักษาตัวอยู่นานจนอาการดีขึ้นหลายส่วน

   ผิวพรรณพลัดซีดเซียวไม่เคยย่างกายออกจากห้องพักนางรำ ความอัปยศ แม้กระทั่งสิ่งที่รักยังมิอาจกระทำได้ ต้องหลบซ่อนอยู่ในหลืบระหวาดระแวง กลิ่นยา สมุนไพร ทำให้นึกถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำผ่านมาหลายปี ความเลวร้ายเหล่านั้นซึบแทรกทั่วอณูทั้งร่าง เกลียดที่ต้องมีชีวิตเฉกเช่นนี้ หากลงไปแก้แค้นในนรกได้ก็จะน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง พวกมันสมควรตาย การถูกสังหารฆาตกรรมในจวนมันยังน้อยเกินไปกับสิ่งที่ทำกับนาง เล็บมือจิกถ้วยเคืองแค้นกระจ่างเปื้อนรอยด้วยเลือด

   ชีวิตความเป็นอยู่กับการได้เป็นนางรำไม่แย่ มีทั้งอาหารที่พักและเงินเดือน ไม่ต้องระเห็จระเหเร่ร่อนไปหางานทำตามโรงเตี๊ยมต่างๆหรือโรงแสดง ร่างระหงส่องคันฉ่องสําริดปรากฏใบหน้างดงามริมฝีปากแดงชาดเหยียดยิ้มสมเพช “เป็นใบหน้าที่งามแต่ช่างไร้ชีวิตชีวา รอยยิ้มโง่ๆนั่น….หึ มรสุมลูกใหญ่ได้ผ่านไปแล้ว แต่ตัวข้าต้องเริ่มต้นใหม่”

   ลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก นางรำในเรือนพลันมองสายตาประหลาดใจที่เห็นสวีเพ่ยเพ่ยก้าวออกจากห้องเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน บางคนที่เคยอยู่มนจุดเดียวกันบัดนี้กลับกลายเป็นสนมของฮ่องเต้ สหายหลี่… เงยหน้ามองท้องฟ้าดวงตาทั้งสองเหลือบเห็น นกตัวหนึ่งบินบนฟากฟ้าอันกว้างใหญ่ แล้วถ้านกตัวนั้นร่วงหล่นลงมาจากจุดสูงสุดนั้นอาจเป็นเรื่องที่น่าขบขันไม่น้อย

   “น้องสวี อาการเจ้าหายดีแล้วหรือ”

   เป็นคำถามงี่เง่าและโง่งม ร่างระหงยิ้มแย้มเล็กน้อยตอบคำถามอย่างใจเย็น "อาการข้าหายดีแล้ว ต้องขอบคุณกงจู่และท่านหมอ มิเช่นนั้นข้าคงป่วยไข้จนตาย"

   “เจ้าป่วยไปหลายเดือน คงต้องฝึกซ้อมร่ายรำขยันกว่าคนอื่นเสียหน่อย ถึงจะดวงดีรอดมาได้แต่เรื่องหน้าที่การงานเจ้าก็อาจจะ…” เว้นถ้อยประโยคที่สามารถเข้าใจ

   “ต้องการสื่อกระไรกับข้าหรือ" แสร้งแกล้งถาม เพียงปรากฏกายออกมา ดูเหมือนจะได้ดูและแสดง ละครเรียกน้ำย่อยมีนางเป็นตัวแสดงหลัก นางรำจวนผิงหยางกงจู่ไม่ได้มีคนดีเสียทุกคน ทุกคนก็อยากไต้เต้ายกระดับกันทั้งนั้น มันขึ้นอยู่ที่ความสามารถของแต่ละคน แต่ก่อนความสามารถร่ายรำนางดีไร้ที่ติพอล้มป่วยก็มีคนพร้อมล้มซ้ำเหยียบให้จมดิน

   “น้องสวี อยู่ที่นี่เจ้าก็รั้งสร้างแต่ภาระในคนอื่น เดือดร้อนถึงกงจู่ผู้มีเมตตาต้องเรียกหมอมาช่วยดูอาการเจ้าตลอด เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าตัวสมควรอยู่หรือไม่”

   แววตาที่อีกฝ่ายแสดงให้เห็นปกปิดถึงความอิจฉาริษยาไม่มิด "กงจู่มีเมตตากับข้าที่เป็นนางรำผู้น้อยมากเหลือล้น มิหนำซ้ำยังมิได้ตอบแทนบุญคุณ" ร่างระหงแสร้งพลับเปลี่ยนโศกเศร้า เตรียมเดินออกไปชมนกชมไม้สูดอากาศด้านนอกเรือน "สมควรอยู่หรือไม่นั้น ข้าจะเก็บไว้คิดดูอีกที หากพี่เม่ยลี่ประสงค์ไม่อยากให้ข้าอยู่ที่ ข้าจะไปเจ้าค่ะ" ทิ้งคำพูดไว้แล้วผ่านริมระเบียงทางเดิน

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ผิงหยางกงจู่ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2020-1-31 18:52
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-1-31 18:52

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

WTF
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
ปิ่นปักผมสวี
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x4
x2
x59
x31
x50
x20
x1
x9
x200
x100
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x60
x8
x20
x12
x1
x10
x116
x7
x2
x30
x4
x30
x78
x1
x30
x18
x8
x697
x1
x1
x76
x54
x1
x20
x36
x48
x8
x50
x5
x3
x6
x25
x10
x494
x34
x670
x100
x286
x24
x16
x80
x50
x15
x5
x9
x170
x66
x26
x24
x61
x50
x1
x100
x72
x292
x60
x292
x116
x65
x65
x57
x40
x379
x50
x50
x10
x924
x890
x22
x1306
x1
x1
x106
x474
x78
x2
x27
x15
x50
x306
x1
x61
x3
x118
x1
x1
x104
x50
x1999
x17
x123
x15
x15
x7
x1
x2
x1100
x148
x1033
x500
x1
x40
x2
x15
x15
x15
x42
x4
x25
x25
x125
x115
x702
x47
x10
x130
x50
x154
x1
โพสต์ 2020-2-1 17:50:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพ่ยเพ่ย เมื่อ 2020-2-2 08:41

วันใหม่
   เรือนพักด้านในไม่มีเครื่องเรือนอย่างอื่น นอกจากแจกันและข้าวของเครื่องใช้จิปาถะธรรมดาทั่วไป สวีเพ่ยเพ่ยตื่นเช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวซ้อมรำกับพี่น้อง ตั้งแต่เมื่อคืนฝึกฝนซ้อมท่วงท่าเก่าๆขยับโยกย้ายเรืองร่างอรชร นางรำแห่งนี้ขายศิลปะแต่ไม่ขายตัวยึดถือศักดิ์ศรีเป็นที่ตั้ง ผิงหยางกงจู่ชุบเลี้ยงพวกนางด้วยความเมตตา นางเป็นหนึ่งในนั้นหากยังคงอยู่ในหอหนิวหลางจือหนี่เถ้าแก่จะช่วยเหลือได้ดีเช่นนี้หรือไม่

   กลิ่นหอมบุปผาคละเคล้ากับลูกท้อผสมน้ำอบ บรรจงพรมน้ำลงอาภรณ์แดงทีละนิด ให้พอได้กลิ่นหอมที่กระจายออกมา ใส่พอดิบพอดียิ่งเครื่องหอมแรง จากหอมจะกลายเป็นฉุดแทน เสื้อผ้าอาภรณ์ยาวสวมทับกับเสื้อคลุม ช่วงนี้อยู่ในฤดูเหมันต์หิมะตกโปรยปรายขาวโพลน สนั่นแว่วเสียงฝีเท้าเหยียบพื้นไม้อยู่หน้าประตู เสียงดังเป็นจังหวะก้าวเท้าสม่ำเสมอ

   ท้องฟ้าปลอดโปร่งโล่งสบายตา สายลมเย็น นำความหนาวพัดผ่านวูบหนึ่งจนผ้าม่านพลิ้วจนแววตาคู่หวานเห็น ทิวทัศน์เบื้องนอกแสงอาทิตย์อุไรสาดส่องกระทบต้นไม้ใบหญ้า รู้สึกได้ถึงอีกไม่นานเสียงฝีเท้าปริศานั้นจะมาหยุดอยู่หน้าประตู ขบคิดในหัวแวบเดียว….เช้าๆเช่นนี้ อาจกำลังมีคนมาหา จึงแสร้งเกิดเปิดประตูออกมาหาดูเลื่อนสายตามองอีกคนในระเบียงทางเดิน

   “ถวายพระพรกงจู่” ย่อตัวลงถวายพระพรผิงหยางกงจู่

   “ลุกขึ้นเถิด” ก่อนน้ำเสียงหวานแข็งกร้าวเอ่ยประดับรอยยิ้ม “ได้ยินจากหมอในจวนบอกว่าเจ้าฟื้นแล้ว”

   “เพคะกงจู่ หม่อนชั้นเพิ่งฟื้นอาการได้สองสามวันแล้ว ถึงแม้จะยังไม่หายสนิทซะทีเดียว ท่านหมอจัดเทียบยาให้ไว้หลังพิษไข้บรรเทาลง” ก้มหน้าลงอย่างผู้น้อย สังเกตความเคลื่อนไหวรอบข้าง ปั้นหน้าแสดงยิ้มปรุงแต่งใบหน้างามไร้อารมณ์หยั่งถ่อมแท้

   ผิงหยางกงจู่สวมผ้าไหมแพรสีโอรสสว่างปักลวดลายโบตั๋นกลางอกเสื้อทับชมพูเมฆาใบหน้าดุจหยกอ่อนโยนดั่งสายน้ำ ดวงตามีความเด็ดเดี่ยวไม่ยอมผู้ใดให้เอาเปรียบ ถึงเรืองร่างอรชรแต่กลับแข็งแกร่งเป็นเสน่ห์ลงตัว “น่าเสียดายที่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้ออกมาทำงานเนื่องจากอาการป่วย นี่สมุนไพรบำรุง โสมร้อยปีต้นนี้ฝ่าบาทพระราชทานให้ข้า เจ้าเก็บไว้บำรุงร่างกาย”

   “หม่อมชั้น… เองก็ทุกข์ไม่น้อย กงจู่รับเข้ามาเป็นนางรำในจวนแต่กลับสร้างภาระ” สวีเพ่ยเพ่ยมีสีหน้าทุกข์ใจ ร่างกายทนทานพิษได้ดี เป็นเคราะห์กรรมซ้ำซ้อนให้ต้องทรมาน ไม่รู้อีกเมื่อไหร่อาการจะกำเริบอีกครั้ง อีกครั้งอาการยังเหมือนโรคหายาก มือบางขาวซีดรับโสมร้อยปีจากผิงหยางกงจู่ “ขอบพระทัยกงจู่ที่พระบรมราชานุเคราะห์แก่ผู้น้อย หากหม่อมชั้นมีวโรกาสจักต้องตอบแทนบุญกงจู่ที่ทรงพระเมตตาอย่างแน่นอนเพคะ"

   ผิงหยางกงจู่แย้มพระโอษฐ์ “ส่วนนี่เงินที่เจ้าเจ็บป่วยพันชั่ง มอบให้เจ้าระหว่างพักรักษาตัว ไม่ได้ทำงาน”

   ช่างน่าประหลาดใจนัก มันจะไม่กลายเป็นเรื่องครหาให้นางรำคนอื่นริษยานางหรือกระไร ได้รับความช่วยเหลือตั้งหลายอย่าง แต่หากปฏิเสธรับเงินจะเสียมารยาท ได้เงินมาใช้ฟรีๆโดยไม่ได้ทำงานนอนป่วยเป็นผักอยู่บนเตียง รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในชีวิต “เพคะ หม่อนชั้นจะเก็บเงินนี้ไว้ใช้ในยามจำเป็น”

   “จริงสิเจ้ามีชายในดวงใจหรือยัง” ผุดคำถามชวนผู้ฟังประหลาดใจ

   เป็นคำถามที่น่าขบขันอีกเรื่องหนึ่งของเช้านี้ “ชายในดวงใจ? กงจู่ทรงล้อเล่นแล้ว หม่อมชั้นอยู่แต่ในใจจวนนี้ตั้งแต่ป่วย ก็ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนข้างนอก อีกทั้งอายุของหม่อมชั้นอายุสิบแปดปี คงไม่มีบุรุษใดชายตามอง” เกินวัยออกเรือนมาตั้งหลายปี หรี่นัยน์น้ำตาล แม้กระทั่งเพื่อนสนิทมิตรสหายหาได้มีไม่ ยังไม่ได้ทำตัวอยู่ในกรอบจารีตแต่สถานการณ์มันเหมือนนำพาให้ทำ แต่มันก็เป็นเพียงจาตรีปลอมๆ

   “อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ เจ้าแน่ใจหรือไม่มีบุรุษในดวงใจจริงๆ” การวางตัวของหญิงสาวถ่อมตัวทำให้ผิงหยางกงจู่ไม่แน่ใจเท่าใดนัก

   ค่อยๆนึกย้อนดู มีอยู่คนหนึ่งอยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง หลี่ไป๋หลงชายผู้นั้นเคยมอบปิ่นปักผมไว้เป็นของกำนัลก่อนแยกจากกัน แต่ทั้งสองไม่ได้เจอกันมานานมาแล้ว จึงส่ายศีรษะเบาๆ “เพคะกงจู่ หม่อมชั้นไม่มีจริงๆ…. ต้องขอตัวก่อนนะเพคะ วันนี้หม่อมชั้นจะกลับไปฝึกซ้อมรำ….”

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ผิงหยางกงจู่ เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2020-2-1 17:55
คุณได้รับ +15 คุณธรรม +3 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-2-1 17:54

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -33 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -33 + 5

ดูบันทึกคะแนน

WTF
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
ปิ่นปักผมสวี
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x4
x2
x59
x31
x50
x20
x1
x9
x200
x100
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x60
x8
x20
x12
x1
x10
x116
x7
x2
x30
x4
x30
x78
x1
x30
x18
x8
x697
x1
x1
x76
x54
x1
x20
x36
x48
x8
x50
x5
x3
x6
x25
x10
x494
x34
x670
x100
x286
x24
x16
x80
x50
x15
x5
x9
x170
x66
x26
x24
x61
x50
x1
x100
x72
x292
x60
x292
x116
x65
x65
x57
x40
x379
x50
x50
x10
x924
x890
x22
x1306
x1
x1
x106
x474
x78
x2
x27
x15
x50
x306
x1
x61
x3
x118
x1
x1
x104
x50
x1999
x17
x123
x15
x15
x7
x1
x2
x1100
x148
x1033
x500
x1
x40
x2
x15
x15
x15
x42
x4
x25
x25
x125
x115
x702
x47
x10
x130
x50
x154
x1
โพสต์ 2020-2-2 08:44:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำงาน
   ศาลาแห่งหนึ่งภายในจวน ภายในศาลามีเงาร่างงดงามของหญิงสาวมากมายหลายคนทุกคนล้วนเป็นนางรำของผิงหยางกงจู่ เสียงหัวเราะเยาะเย้าดังเคล้าคลอกันไปตามเสียงมวลหมู่นกกาที่โบยบิน ท่ามกลางกลีบบุปผาราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ เป็นภาพที่หาชมได้อย่างนัก บริเวณไม่ได้อนุญาตให้ผู้อื่นผ่านเข้ามา

   สวีเพ่ยเพ่ยยืนอยู่ตรงกลางศาลาฝึกร่ายรำตามท่วงทำนองกู่เจิ้งอย่างอ่อนช้อย พร้อมนางรำอีกสามสี่คน แบ่งรอบรำกันเป็นชุดๆ ขยันฝึกซ้อมร่ายรำตั้งแต่เช้าร่างกายหายดีได้ไม่น้อย นางเบื่อที่จะเป็นขี้ปากพวกชิงดีชิงเด่น ร่างอรชรอ้อนแอ้นมีเสื้อผ้าที่ยาวถึงพื้น แขนเสื้อสีแดงยาวลากถึงพื้นเช่นเดียวกัน ยามขยับเคลื่อนไหวแม้จะลำบากแต่เรื่องพวกนี้ต้องเจอกันอยู่ประจำ ใช้ความคล่องแคล่วขยับเขยื้อนจนแขนเสื้อยาวนั้นราวกับปีกผีเสื้อเงยงอกด้านหลัง เสียงดนตรียังคงบรรเลงต่อเนื่อง

   ปลายผ้าสะบัดไหวพริ้วพริมดั่ง ใบหน้ายิ้มแย้มให้น่าดูมองเพลินตา ไม่แสดงจริตจะก้านเยอะเกินไปทำทุกอย่างให้ลงตัว “พี่ลี่เม่ย ท่านเสี่ยวเพ่ยสิเจ้าคะ ทั้งที่หยุดฝึกไปตั้งหลายเดือน ทว่ายังคงร่ายรำได้อ่อนช้อยนัก หากขยันซ้อมอีกสักพักคงสามารถตามพวกเราทัน” นางรำคนหนึ่งหันไปเอ่ยปากชมร่างระหงที่กำลังร่ายรำผู้ซึ่งหายหน้าหายตาไปนาน

   “รูปร่างงดงามหยาดเยิ้ม ฝีเท้าแผ่วเบายามยกย่ำเหยียบบนพื้นศาลาข้าไม่ได้เสียงฝีเท้าเลยสักนิด พอมารำพร้อมๆกับนางรำฝึกหัดดูโดดเด่นมากเลยเชียว” หญิงสาวอีกคนยกมือป้องปาก ก่อนอีกคนออกความคิดเห็นแตกต่าง “ข้าว่าก็ไม่ถึงขนาดนั้น พึ่งได้กลับมาฝึกหยุดตั้งนานก็ต้องขยันเป็นธรรมดา ไม่เช่นนั้นอาจโดนเด้งไปนานแล้วกงจู่ทรงมีพระเมตตา”

   เสียงนกเสียงกาผ่านแว่วเข้าหู ราวกับจงใจให้ได้ยิน ร่างระหงหมุนตัวเมื่อถึงท่อนที่ต้องเขย่งปลายเท้าหมุนตัวพริ้วไสวสามรอบ จากนั้นจึงโยกย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง ปลายผ้าพลิ้วแตะลงบนพื้นเบาบาง จบการแสดงอย่างงดงามไร้ติเตียนข้อผิดพลาดของกลุ่มนางรำชุดนี้

   อาจารย์มองนางรำทั้งสี่คน “ดีมาก ขอให้พวกเจ้าร่ายรำได้เช่นนี้ต่อไป”

   “เจ้าค่ะ ซือฝุ” ขานตอบพร้อมเพรียงกัน

   ความงามของสตรีล้วนอยู่กับคุณค่าที่เผยออกมา ปั้นปรนปรุงแต่งให้กลายเป็นเช่นไรก็ได้ ใบหน้าที่แย้มยิ้มบางทีอาจซ่อนคมมีดไว้ด้านหลังที่พร้อมแทง กลุ่มนางรำหยุดฝีเท้าเมื่อเสียงกู่เจิ้งดีดเปร่งผสานเป็นครั้งสุดท้าย

   สวีเพ่ยเพ่ยแสร้งยิ้มใบหน้าเขินอายกับชม “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ พวกเจี่ยเจียนำห่างชั้นข้าไปไกลการร่ายรำของพวกท่าน ทั้งออกงานอยู่บ่อยครั้ง ข้ายังมิอาจเทียมชั้นติด” เสียงหวานเคลือบคำพูดหวานกรอกหูให้ตายใจ จะก้าวนำชั้นกับนางต้องค่อยๆขยับก้าวบันไดแล้วค่อยผลักลงมาทีละคน จนอยู่จุดสูงสุดได้

   “นั่นสินะ พวกเราล้วนมีประสบการณ์มากมายต่างจากน้องสวีอยู่มาตั้งนานไร้ผลงาน เจ้าต้องขยันมากๆนะ” ลี่เม่ยกล่าวเสียงอ่อนโยน ในม่านดวงตาคู่นั้นฉายแววเย้ยหยันชั่วขณะ

   “เจ้าค่ะ เมื่อวานนี้กงจู่นำโสมร้อยปีมาให้ข้าเก็บไว้ต้มบำรุงร่างกาย คงกลัวข้าตามไม่ทัน ซ้อมรำเสร็จเห็นทีต้องไปต้มดื่มเสียหน่อยแล้ว” สนุกสนานกับการปั่นหัวคนอื่นให้เกลียด ‘จงเกลียดชังตัวข้าให้มาก เพราะเจ้ามันไร้ประโยชน์ในการคบหาไว้เป็นมิตรสหาย คนที่ไร้ประโยชน์ข้าไม่มีทางจะคลุกคลีด้วย’ สวีเพ่ยเพ่ยเอ่ยเสียงหวานปนเศร้าที่ทำให้ดูน่าสงสาร

   “กงจู่คงเป็นห่วงเจ้ามาก” หญิงสาวแอบจิกแขนเสื้อระบายอารมณณ์ ทั้งที่ความสามารถก็ไม่ได้ดีเด่นไปกว่ากัน ใบหน้าผันแปรเป็นขบขันเบาๆ ‘น่าสมเพช’

   คิดจะกดหัวเหยียบย่ำให้จมดินขอโทษทีคนอย่างนางไม่มีทางตายง่ายๆ พิษกำเริบเรื้อรังขนาดนั้นกระทั่งนรกยังไม่ต้อนรับในความตาย หึ… “เดี๋ยวข้ารอชมการแสดงของพวกท่านนะเจ้าค่ะ" พวกนางตัวเด่นๆลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อซ้อมรำต่อ สวีเพ่ยเพ่ยถูกจำแยกให้ไปซ้อมรวมกับนางรำที่เข้ามาใหม่คล้ายๆอยู่ในกลุ่มฝึกหัด

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +8 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-2-2 14:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +1000 ดีนาเรียส +15000 ชื่อเสียง +25 ความหิว -22 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 1000 + 15000 + 25 -22 + 6

ดูบันทึกคะแนน

WTF
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
ปิ่นปักผมสวี
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x4
x2
x59
x31
x50
x20
x1
x9
x200
x100
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x60
x8
x20
x12
x1
x10
x116
x7
x2
x30
x4
x30
x78
x1
x30
x18
x8
x697
x1
x1
x76
x54
x1
x20
x36
x48
x8
x50
x5
x3
x6
x25
x10
x494
x34
x670
x100
x286
x24
x16
x80
x50
x15
x5
x9
x170
x66
x26
x24
x61
x50
x1
x100
x72
x292
x60
x292
x116
x65
x65
x57
x40
x379
x50
x50
x10
x924
x890
x22
x1306
x1
x1
x106
x474
x78
x2
x27
x15
x50
x306
x1
x61
x3
x118
x1
x1
x104
x50
x1999
x17
x123
x15
x15
x7
x1
x2
x1100
x148
x1033
x500
x1
x40
x2
x15
x15
x15
x42
x4
x25
x25
x125
x115
x702
x47
x10
x130
x50
x154
x1
โพสต์ 2020-2-3 12:23:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพ่ยเพ่ย เมื่อ 2020-2-9 23:47

ทำงาน
   เปิดประตูออกห้องพัก ฝีเท้าเบาค่อยๆเดินเหยียบแผ่นไม้สวมใส่รองเท้าผ้าปักลวดลายลูกท้อหลากสี นางรำเกาะกลุ่มกันแบ่งแยกอย่างชัดเจน นั่นเป็นร่องรอยร้าวรานสร้างความไม่พอใจมิใช่แค่ตัวนางแต่ก็เป็นกับนางรำคนอื่นๆ เหมือนกับแบ่งกลุ่มกันชัดเจน มีทางเดียวจักต้องแสดงความสามารถให้เป็นประจักษ์แก่สายตา

   ลมพัดวูบไหวจนเส้นผมดำขลับเงางามปรกหน้า ฤดูเหมันต์หนาวจับขั้วหัวใจ หากได้เตาผิงอุ่นๆพิงมือสักอันย่อมดีไม่น้อย

   “เริ่มซ้อมกันได้” อาจารย์กล่าวเสียงอ่อนโยนเปี่ยมพลังหนักแน่น ชื่นชอบเชยชมบุปผา ถึงจะดุมากแต่ทุกกระทำล้วนมีเหตุมีผล ให้ศิษย์แต่ละคนได้ดี นางรำที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งจะถูกอบรบมารยาท ทีนี่มิใช่สถานที่ทั่วไปคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ศิลปะโบราณ

   “เจ้าค่ะ ซือฝุ”

   สวีเพ่ยเพ่ยอยู่กลางศาลา ท่ามกลางความสว่างในรุ่งอรุณ แสงอาทิตย์สาดส่องกระทบเข้าด้านใน ร่างระหงขยับตัววนตามท่วงทำนองในความทรงจำ ต้องฝึกให้มากกว่านี้ ชายเสื้อแดงสะบัดพริ้วไหวโยกอ่อน ทุกท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามประดุจนางฟ้าร่ายรำ ปลายเท้าแผ่วเบาเงียบไหวแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงธรรมชาติรอบด้าน

   ยกชายเสื้อขึ้นมาบดบังใบหน้า เสน่หาต้องมนตรากับแสงอันร้อนแรง เดินแช่มช้อยอรชรอ่อนแอ้น หมุนตัวจนชายกระโปรงสะบัดพริ้วตาม ยิ่งอาภรณ์ยาวเท่าใดมันก็เหมือนกับเป็นการฝึกฝีมือ รวบรวมสติให้มั่น เพื่อไม่ให้ผิดพลาด ในเวลาหมุนตัวต้องส่งตัวให้คงที่ มิเช่นนั้นแล้วข้อเท้าอาจพลิกแพลงบาดเจ็บ เสียงกู่เจิ้งเล่นบทเพลงเดิมในวันวาน

   พยายามนึกคิดถึงคำพูดในร้ายกาจดูถูกเหยียดหยาม นำมาเป็นแรงผลักดันแรงแค้นสักวันจะเขี่ยให้พ้นลู่ทาง มือบางเซียวขาวยกมือขึ้นข้างหนึ่งหมุนข้อมือสองสามรอบ ในขณะนั้นมีนกฮูกบินมาเกาะอยู่ตรงต้นไม้ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างน่าพิศวงมีจะงอยปากแหลมคมต่ำลงมา มีความเชื่อเกี่ยวกับเจ้านกตัวนั้นหากมาเกาะที่บ้านใดอีกไม่นานจะมีข่าวดี เป็นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาดและปัญญา อีก นกฮูกมิใช่สัตว์ที่จะออกมาในตอนเช้า…

   เป็นที่น่าพึงพอใจของซือฝุเมื่อการแสดงชุดแรกจบลง ร่างระหงโค้งตัวเดินกลับมา ก่อนสาวใช้ยกสำรับขนมหวานและกาน้ำชา กลิ่นสมุนไพรที่มากับถ้วยชาลอยแตะจมูก...กลบด้วยกลิ่นลูกพลับ “เพ่ยเพ่ยเป็นกระไรหรือ” หญิงสาวนางรำเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปหน้าตาเหม่อลอย

  ทันทีที่ได้ยินเสียง สติที่เกือบหลุดลอยถูกดึงกลับมาจากเสียงเรียกนั้น “เปล่า แค่พอได้กลิ่นสมุนไพรทำให้ข้าคิดอะไรนิดหน่อย” ยกถ้วยน้ำชาจิบดื่ม

   “ร่างกายเจ้าดีขึ้นหลายส่วนแล้วสินะ ข้าสังเกตมาหลายครั้งเหมือนเจ้ากับพี่ลี่เม่ยไม่ถูกกัน” แอบกระซิบกระซาบข้างหูส่งเสียงแผ่วเบา

   “ไม่หรอกน่า พี่ลี่เม่ยบางครั้งเอ่ยวาจาเชือดเฉือน เป็นเพราะกำลังสอนสั่งข้า ข้ามาทีหลังน้อมรับฟังคำสั่งสอนของรุ่นพี่” สวีเพ่ยเพ่ยตอบอย่างชาญฉลาด ไม่ให้นางมีรอยด่างพร้อยทำตัวน่าสงสาร ก่อนอาจารย์เรียกไปซ้อมรวมอีกที

   ในขณะนั้นผิงหยางกงจู่เสด็จมาเยี่ยมเยี่ยนเหล่านางรำ “ถวายพระพร ผิงหยางกงจู่เพคะ” เหล่านางรำหยุดร่ายรำแล้วย่อตัวถวายพระพร พวกนางเป็นดั่งหมู่บุปผาที่รวมตัวอยู่ด้วยกัน

   “ลุกขึ้นเถิด”

   พอปรากฏร่างของกงจู่กลุ่มนางรำที่กำลังฝึกซ้อมการแสดง ร่ายรำสะบัดชายเสื้อยาวอ่อนช้อย ร่างระหงซ้อมพร้อมเพรียง ในวันนี้กงจู่เยี่ยมชมจึงแสดงฝีมือสุดความสามารถ ทุกคนร่ายรำอย่างงดงามเรียกสายตาให้ผู้ชมจดจ่อไม่วางตา

   เสียงปรบมือกล่าวชมนางรำทุกคนฝีมือความสามารถล้วนโดดเด่น ผิงหยางกงจู่เห็นสวีเพ่ยเพ่ยวันก่อนนำโสมร้อยปีมาให้ต้มบำรุงร่างกาย ฝีมือรำยังคงงามเฉกเช่นเดิมเหมือนครั้งวันวานเก่าๆที่เคยเจอ “อาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

   “หม่อมชั้นอาการดีขึ้นแล้วเพคะ โสมร้อยปีขึ้นชื่อเป็นของดีหายากต้มเพียงสองต้นร่างกายหายสนิทจนสามารถออกมาฝึกซ้อมกับพวกพี่ๆน้องๆ”

   “ในเมื่ออาการของเจ้าดีขึ้นแล้ว เช่นนั้นวันนี้ไปวัดไป๋หม่ากัน เจ้าจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก เพิ่งฟื้นไข้ทั้งที” ผิงหยางกงจู่แย้มยิ้ม มองนางรำเบื้องหน้า ที่มีนิสัยเก็บตัวเงียบและมีสัมมาคารวะมารยาทดี พื้นฐานครอบครัวของนางฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีถึงรู้จักวางตัวนอบน้อมถ่อมตน

   ลี่เม่ยลอบมองด้วยสายตาริษยาใช้ผ้าปกปิดบังใบหน้า ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนนอกจากป่วยสร้างภาระทำให้คนอื่นสงสาร “น้องสวีหรืออาการเจ้าจะยังไม่ดีขึ้น ไหนดูสิตัวร้อนหรือเปล่า” มืออังหน้าผากอีกฝ่ายแกล้งทำทีเป็นห่วงใย ในกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันย่อมรู้ว่านางไม่ชอบเพ่ยเพ่ย ค่อนข้างจะหมั่นไส้เป็นการส่วนตัว

   “ขอบพระทัยกงจู่เพคะ หม่อมชั้นเองอยากออกไปไหว้พระขอพร ติดอยู่ตรงที่ต้องซ้อมรำให้ทันหยุดมาหลายเดือน...” ใบหน้างดงามก้มหน้าลงมองพื้นต่ำ แสดงละครตบตามารยาหญิง สาเหตุที่ต้องมองพื้นเพื่อไม่ให้กงจู่เห็นแววตาที่เย็นชาไร้อารมณ์ “กงจู่ทรงพระกรุณา นางรำตัวน้อยๆอย่างข้า หม่อมชั้นทราบซึ่งในน้ำพระทัย ขอติดตามกงจู่เสด็จไปวัดไป๋หม่าด้วยเพคะ”

   “ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ข้ายินดีที่จะพาเจ้าไปตั้งแต่แรก” ก่อนผิงหยางกงจู่สั่งสาวใช้ให้ไปเตรียมรถม้าเพื่อเดินทางไปวัดไป๋หม่าภายในเมืองฉางอัน “ตามข้ามา” ร่างบางเดินนำทางออกจากศาลา ซึ่งแบบนี้กลุ่มนางรำถึงเวลาเริ่มซ้อมกันแล้ว บางคนมีสายตาที่อิจฉา กงจู่พาออกไปเที่ยวด้านนอกทั้งที ใครๆก็อยากจะเสนอหน้าเสนอกันทั้งนั้นต้องสงวนอากัปกิริยาท่าทีไว้

   เดินตามด้านหลังในใจล้วนยิ้มเยาะเย้ย กงจู่ทรงมีพระเมตตาเช่นนี้บ่อยๆ แม่นางลี่เม่ยได้กระอักเลือดขาดใจเป็นแน่แท้ หึๆๆ เดินผ่านสวนที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบมันร่มรื่นสบายหูสบายตา
@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2020-2-3 19:17
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความชั่ว โพสต์ 2020-2-3 16:00

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +1000 ดีนาเรียส +15000 ความหิว -18 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 1000 + 15000 -18 + 6

ดูบันทึกคะแนน

WTF
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
ปิ่นปักผมสวี
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x4
x2
x59
x31
x50
x20
x1
x9
x200
x100
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x60
x8
x20
x12
x1
x10
x116
x7
x2
x30
x4
x30
x78
x1
x30
x18
x8
x697
x1
x1
x76
x54
x1
x20
x36
x48
x8
x50
x5
x3
x6
x25
x10
x494
x34
x670
x100
x286
x24
x16
x80
x50
x15
x5
x9
x170
x66
x26
x24
x61
x50
x1
x100
x72
x292
x60
x292
x116
x65
x65
x57
x40
x379
x50
x50
x10
x924
x890
x22
x1306
x1
x1
x106
x474
x78
x2
x27
x15
x50
x306
x1
x61
x3
x118
x1
x1
x104
x50
x1999
x17
x123
x15
x15
x7
x1
x2
x1100
x148
x1033
x500
x1
x40
x2
x15
x15
x15
x42