1234567
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } เคหาสน์จอมกวีเอกแห่งแผ่นดิน | จวนสกุลซือหม่า

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-6-16 21:55:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ระยะทางพิสูจน์ม้า
1300
{ อีเว้นท์หัวใจไป๋หยุนเหนียง 10 ดวง 10 }
เหตุผลของผู้เป็นมารดา
            สาวเจ้าบอกจุดลงจากราชรถม้าของเว่ยฮองเฮาเป็นบ้านของบิดาบุญธรรมญือหม่าเซี่ยงหรู อาจเป็นเพราะในฉางอันนี้นางไม่มีที่พักอื่น.. เวลาล่วงเข้าช่วงบ่ายคล้อยพี่สาวจวงไม่แน่ว่ากลับไปรอยังจวนแล้วก็เป็นได้ ระหว่างล้อรถเคลื่อนสารถีขับระมัดระวังนั่งสบาย.. นางก็ได้แต่คิดและเหม่อลอย

             สำหรับหลิงหลานแล้ววิญญาณแฝงร่างอย่างนางไม่เคยมีความรู้สึก ‘ผูกมัด’ กับสิ่งใดมาก่อน ใบหน้าคมคายทุกเส้นสายที่เป็นบุรุษผมแดงเสมือนตราคำสาปตรึงห้วงความคิดนางไว้ให้หลงไหล แม้เขายืนนิ่งอยู่ไม่กล่าวถ้อยคำดวงตาสีทับทิบกลับบรรจุไว้ด้วยความรู้สึกลึกล้ำ เคยสัมผัสได้ถึงความมั่นคงปลอดภัยขอเพียงมีเขาอยู่ตนไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงอนาคตเบื้องหน้าอีก

              มันเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่เคยบอกกล่าวแก่นางว่า

             “ทำสิ่งที่อยากทำก็พอเรื่องอื่นยกให้เป็นหน้าที่ข้า จงศรัทธาในตัวข้าเฉกเช่นที่ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า หลิงหลาน... พักผ่อนให้สบายข้าจะไม่ปล่อยให้เรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเจ้าและลูกของเรา”

              มาวันนี้..คนกลับเปลี่ยนไป
              ครู่หนึ่งถึงกับถอนหายใจออกมา….

              “สาวน้อย… ด้วยวัยเช่นเจ้าเหตุใดจึงกลัดกลุ้มหรือจ้ะ” จื่อฟูกล่าวโดยคาดแระเมินไว้ หลิงหลานเป็นรุ่นน้องของไป๋หยุนเหนียงและหากเป็นน้องสาวของนักกวีผมเงินผู้นั้น ยายึคงไม่เกินยี่สิบปี ช่วงเวลาที่บุปผาผลิบานอย่างสดใสกลับห่อเหี่ยวคิ้วขมวดเสียแล้ว

              เจ้าตัวยุ่งสะดุ้งโหยง แล้วส่ายหน้าเบาๆ “มิ..มิได้เจ้าค่ะ ข้าแค่ ...แค่”

              นั่นสินะนางเป็นอะไรไปแล้ว? เดิมทีทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าผู้คนมากมาย พบเจอเรื่องร้ายยังไม่แม้แต่ถอนหายใจ ยิ้มสุ้ด้วยซ้ำ.. แต่กับแค่เรื่องของคนผู้เดียว.. ผู้เดียวที่นางมอบให้เขาหมดทั้งชีวิตและลมหายใจกลับไม่สามารถต้านทานได้ มือเล็กสั่นเทาก่อนจะร้อนผ่าวที่ดวงตา เว่ยฮองเฮาทรงส่งผ้าเช็ดหน้าให้แก่อีกฝ่ายเมื่อพบว่าหยาดน้ำใสไหลล้นออกราวกับสายไข่มุก

                “หากไม่เป็นอะไรเหตุใดจึงร้องไห้เสียแล้วเล่า? รู้สึกไม่สบายเจ็บตรงไหนไหม?” พระนางกล่าวด้วยรอยยิ้ม ไม่เร่งรัดให้อีกฝ่ายพูดเรื่องที่ไม่สบายใจออกมา ด้วยเข้าใจว่าหลายสิ่งต้องค่อยเป็นค่อยไป

                “ฮึก… ขออภัยเจ้าคะ” หลังรับผ้าเช็ดหน้ามาก็ต้องสงสัยว่าตนเป็นบ้าอะไรไปแล้ว… รอยยิ้มตรงหน้าอบอุ่นอารีและยิ่งทำให้หยาดน้ำตาพรั่งพรูราวกับสายไข่มุก คล้ายว่าระเบายเอาความน้อยอกน้อยใจที่ฝังเอาไว้มานานออกมา จนกระทั่งผ่านไปได้สักพัก.. เว่ยฮองเฮากลับฟังตนร่ำไห้ได้อย่างใจเย็นและเมตต วูบหนึ่งเกิดความรู้สึกว่าสามารถบอกกล่าวทุกเรื่องแก่อีกฝ่ายได้ ‘หากเล่าให้พระนางฟัง.. จะเป็นอะไรไหมนะ?’

               กับผู้ที่พึ่งช่วยเหลือองค์หญิงผิงหยางไป ทั้งยังเคยช่วยเหลืออดีตฮองเฮาเฉินอาเจียวทั้งที่เคยเป็นปรปักษ์กัน คุณธรรมและความเมตตาไม่ต้องพิสูจน์ หลิงหลานครุ่นคิดไม่แน่ว่าพระนางอาจสามารถให้คำแนะนำที่ดีว่าตนควรทำเช่นไรต่อไป…

               “หลิงหลานจ้ะ...? คงไม่ได้ถูกผู้ใดรังแกมาใช่ไหม หากมีเรื่องลำบากใจใดสามารถบอกกล่าวต่อเราได้” จื่อฟูกล่าว ด้วยว่าเมตตาเด็กสาวทุกคนเสมือนบุตรหลาน ใบหน้าอ่อนใสนั้นทั้งแดงระเรื่อแววตาหม่นเศร้าชวนให้นึกสงสารและสงสัยว่า สตรีตัวเล็กๆ มีเรื่องเจ็บช้ำน้ำใจใดถึงกับน้ำตาตกใจ

                “ฮองเฮา.. ฮึก ถ้าหากย้อนกลับไปฝ่าบาทที่พระองค์รักในอดีตได้เปลี่ยนแปลงไปราวกับคนแปลกหน้า มิใช่คนเดิม...ท่านจะยังรักฝ่าบาทอยู่ไหมเพคะ?”

                จื่อฟูมิได้กริ้วกับคำถามแปลกๆ คาดว่าอีกฝ่ายคงมีเจตนาจึงตอบอย่างไม่ลังเลว่า “รักสิจ้ะ เรากับฝ่าบาทใช่ว่าอยุ่ร่วมกันแค่ในเวลามีความสุข ฟันฟ่าอุปสรรคมาร่วมกันถึงเพียงนี้ เพราะมีฝ่าบาทคอยอยู่เคียงข้างทำให้ผ่านอันตรายนับไม่ถ้วนมาได้เสมอ  บางครั้งเราอาจต้องตัดสินใจเสียสละบางอย่างด้วยความจำยอม หลายๆ ครั้งนับแต่เข้าวังมาก็เต็มไปด้วยอันตราย แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นข้าก็ยินดีขอแค่ได้อยู่เคียงข้างคนที่รักและเฝ้ามองเขาได้ทุกวัน”

               “ข้าเอง..ก็ยินดีร่วมเป็นตายไปด้วยกันกับผู้ที่มอบใจให้” ริมฝีปากของหลิงหลานสั่นเทาหลังจากแน่ใจแล้วว่าสตรีตรงหน้าคือผู้ให้ความสำคัญกับความรัก จึงตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องราวที่ตนประสบมา “ฮองเฮาเพคะ.. เรื่องนี้ข้ายังไม่เคยเล่าต่อใครมาก่อน ห้าปีก่อนครั้งท่องเที่ยวที่อู๋จวิ้นหลิงหลานถูกโจรสลัดจับตัวไปขายเป็นทาสที่เกาะห่างไกลในทะเลตงไห่ ชื่อเกาะไต้หวัน..ที่นั่นพูดคนละภาษา ธรรมเนียมและวัฒนธรรมล้วนต่างจากต้าฮั่นเรา”

               “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย… เด็กสาวผู้น่าสงสารตอนนั้นเจ้าคงจะหวาดกลัวมากทีเดียว” พระนางอยู่ในวังเคยได้ยินถึงเรื่องโจรสลัดออกปล้นชาวบ้านในแถบชายฝั่งมาบ้าง ไม่คาดว่าจะได้ฟังอีกครั้งจากผู้เคราะห์ร้ายเสียเอง ‘ถูกจับไปเป็นทาสทั้งที่กำลังท่องเที่ยวอย่างมีความสุข ขาดอิสระภาพในต่างบ้านต่างเมืองนางคงโดดเดี่ยวมาก’ จื่อฟูยิ่งเวทนาอีกฝ่ายราวกับบุตรีของตน เข้ามาโอบกอดร่างที่สั่นเทา..เป็นผลให้หลิงหลานทั้งตระหนกและร่ำไห้หนักขึ้น ด้วยไม่คิดว่าผู้สูงศักดิ์จะเมตตาต่อหญิงชาวบ้านเช่นตนถึงเพียงนี้

              “....ฮองเฮา ฮือ” ด้วยยังมีความเดียงสาอยู่มากนอกจากมารดาบุญธรรมจั๋วเหวินจวินก็ยังไม่เคยมีผู้ใดสวมกอดและให้ความอบอุ่นเช่นมารดามีต่อบุตรเช่นนี้กับตนมาก่อน หยาดน้ำตาพรั่งพรูราวกับสายไข่มุก ซุกตัวดุจทารกใฝ่หาการปกป้องจากมารดา

              “เมื่อทราบว่าเป็นสตรีพรหมจรรย์พวกเขาก็ใช้ปลอกคอที่ประทับตราตระกูลสวมให้ข้า… ให้เรียนรู้การร่ายรำและภาษา เพื่อที่ว่าจะส่งไปเป็นบรรณาการต่อผู้มีอำนาจในเกาะนั้น อยู่ที่นั่นข้าไม่มีมิตร ไม่มีคนรัก ถึงอยากกลับบ้านก็ทำไม่ได้...”
              นางเสมือนเทียนไขที่ละลายเมื่อลนไฟ เรื่องที่ไม่เคยบอกเล่าและความสงสัยหวาดกลัวครั้งยังเป็นทาสและถูกส่งไปบรรณาการแก่ท่านจ้าวเกาะ พบบุรุษผมแดงผู้อำมหิตและเย็นชาเขาไม่เคยมองตนเป็นมนุษย์ เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงในตอนแรก.. ช่วงเวลาที่ผ่านมาจำยอมปรนนิบัติรับใช้ด้วยความหวาดกลัว จนต่อมานางเรียนรู้ที่จะเปิดใจอีกฝ่ายจึงพบว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งสองมีความรักต่อกัน หลิงหลานเปลี่ยนแปลงจากทาสต่างชาติกลายเป็นสนมของจ้าวเกาะมีทายาทให้อีกฝ่าย แต่ด้วยเรื่องราวทางการเมือง หรือเรื่องราวอันไม่แน่นอนบางประการเขาได้ทอดทิ้งนางไป

             “เขาบอกให้ข้ารอ… ข้าก็รอด้วยหัวใจที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เมื่อไม่เห็นประโยชน์ที่จะอยู่ต่อบนดินแดนที่ไม่มีคนผู้นั้นข้าจึงดั้นด้นกลับมาดินแดนฮั่นพร้อมกับบุตรทั้งสอง” หลิงหลานขุกเข่าลงซบใบหน้าบนตักของเว่ยฮองเฮา เสมือนยึดเอาอีกฝ่ายเป็นมารดาด้วยไม่ทราบจะหันไปปรึกษาใครที่ไหนแล้ว ริมฝีปากน้อยสั่นเทาพึ่งมาทราบตอนนี้ว่าความจริงตนแบกรับหลายสิ่งเอาไว้มากมายเหลือเกิน “ทั้งยังจำเป็นต้องปิดบังเรื่องราวของเด็กๆ ไว้ด้วยไม่สามารถให้คำตอบแก่อี้ฟู่และอี้เหนียงเรื่องบิดาพวกเขา อี้ฟู่เป็นถึงขุนนางใหญ่บุตรีกลับมีหลานให้โดยมิได้แต่งงานเรื่องนี้ร้ายแรงนัก เกรงจะกระทบถึงชื่อเสียงของท่านทั้งสองและการงานของพี่ชายหลิงเฮ่า… เป็นหลิงหลานผิดต่อพวกเขาในตอนแรกจึงไม่มีหน้าจะกลับมา”

            “โถเด็กน้อย… นั่นมิใช่ความผิดของเจ้าเลย” เว่ยฮองเฮาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดตอนเข้าไปยังตำหนักเจียวฝาง ทีแรกสาวน้อยผู้นี้ถึงหวาดกลัวไปหมดทุกสิ่ง เบื้องหลังความเดียงสาคือสตรีตัวเล็กๆ ที่รองรับความกดดันมานับไม่ถ้วนจากสองดินแดน ‘ธรรมเนียมจารีตของต้าฮั่นในเวลานี้ หากมองผิวเผินชาวบ้านย่อมมองเด็กสาวผู้นี้ไม่ได้ ทว่าใครจะทราบเรื่องราวมิได้ตื้นเขิน ผู้เคราะห์ร้าย ผู้บริสุทธิ์ต้องมารับผลถูกชาวบ้านประนามนั่นไม่ยุติธรรมจริงๆ’

           น้องสาวของจื่อฟู เว่ยเซ่าเอ๋อร์มารดาแท้ๆ ของฮั่วชวี่ปิ้งเอง.. มีบุตรโดยมิได้ผ่านพิธีเพราะบุรุษมักง่าย สุดท้ายทอดทิ้งจนเซ่าเอ๋อร์ตรอมใจตายนั่นกเป็นตัวอย่างให้เห็นกันอยู่

             “จวินเหว่ยและชุนเหลียนบริสุทธิ์นักหลิงหลานทนไม่ได้หากพวกเขาจะถูกคำครหาถูกผู้คนตัดสิน จนปัจจุบันนี้หลิงหลานทำได้เพียงพาลูกๆ ไปอยู่ในที่ห่างไกลจากสายตาคน ปกป้องให้พ้นจากอันตราย ถนอมรักดั่งแก้วตาทว่าไม่อาจให้สิทธิ์อื่นใดแก่พวกเขาได้เลย ทั้งที่ความจริงแล้วสายเลือดครึ่งหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ก็คือชาวฮั่นแท้ๆ” นางอยากให้ลูกทั้งสองรักดินแดนนี้เสมือนที่นางรัก ทว่าความดันทุรังของคนเป็นมารดา ทั้งที่หากมอบเด็กทั้งสองสายเลือดของจ้าวเกาะให้ท่านอาจารย์ดูแล.. จะดีจะร้ายก็ยังเป็นท่านชายและท่านหญิงใช้ชีวิตสุขสบาย อยู่กับนางพวกเขาเป็นเพียงเด็กชาวบ้านธรรมดา ทั้งยังถูกผู้คนตั้งแง่ว่าไร้บิดา..เป็นบุตรนอกสมรส ในอนาคตไม่ทราบชะตาจะเป็นเช่นไรออกหัวรึก้อย

           “....การหลบเลี่ยงจากสายตาที่จ้องจับผิดของผู้คนนั้นเป็นเรื่องยากก็จริง ถึงอย่างนั้นเรื่องสำคัญอย่างบุตรหลานก็มิควรปิดบังต่อครอบครัวนะจ้ะ อย่างน้อยๆ เด็กทั้งสองจะได้รู้ว่านอกจากมารดาแล้วพวกเขายังมีท่านตาและท่านยายมิได้โดดเดี่ยวในดินแดนฮั่น”

           “ข้ากังวลว่า.. อี้ฟู่และอี้เหนียงจะผิดหวัง ยิ่งกลัวนักว่าท่านทั้งสองอาจไม่ยอมรับจิวนเกอ เหลียนเม่ย” เป็นแบบนั้นหลิงหลานยินดีเลี้ยงทั้งสองในฐานะน้องชายและน้องสาวไปตลอดยังดีกว่า

           “....................” เว่ยฮองเฮาราวกับใช้ความคิด เพระาจริงอยู่ว่าใต้เท้าซือหม่าเซียงหรูเป็นขุนนางหัวเก่า ทั้งหัวรั้นนักเพียงเรื่องโรงเรียนสตรียังค้านอยู่เป็นนาน หัตถ์ทรงลูบลงบนเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของเด็กสาว ตัวเล็กเพียงแค่นี้ทั้งยังบอบบางเพียงนี้ ต้องผ่านเรื่องราวเลวร้ายมากมาย.. แต่ก็ยังคงรอยยิ้มเอาไว้ได้เมื่อพบพระนาง นี่สินะเรียกว่าบุปผาแม้บอบบางกลับพยายามผลิบานโต้กระแสลม หนนี้ราวกับถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์ของผิงหยางกงจู่เป็นแน่ถึงยอมพูดออกมา

           “เพื่อเลี้ยงเด็กทั้งสองไม่ให้ขาดเหลือสิ่งใด.. หลิงหลานยอมลำบากทำแม้งานที่เสี่ยงภัย ยอมอดเพื่อให้เด็กๆ ได้อิ่มท้อง ด้วยรับปากคนผู้นั้นเอาไว้แล้วว่าจะดูแลลูกทั้งสองของเราให้ดีที่สุด… เพื่อรอวันที่เขากลับมาแต่เมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ….” กล่าวจนถึงประโยคนี้หลิงหลานร่นหัวคิ้วอีกครั้งราวกับปวดร้าวอย่างหนัก หยาดน้ำตาอุ่นร้อนหยดลงพระภูษาซึมลงแล้วฮองเฮายังสัมผัสได้ว่าเรื่องราวไม่ธรรมดา

             “...ทำไมจ้ะหรือว่าเกิดเรื่องใดขึ้น? บุรุษผู้นั้นกลับมาเจ้ามิใช่ยิ่งยินดีหรอกหรือ?”
             “เขากลับมาแล้วเพคะ” เขากลับมาแต่มิใช่ชางหยูคนเดิมผู้ที่นางรอ...

   


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เว่ยฮองเฮา: เว่ย จื่อฟู เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2019-6-16 23:12
คุณได้รับ +20 คุณธรรม +78 ความโหด โพสต์ 2019-6-16 23:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -14 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -14 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หว่านจินซีหวังมู่
ม้าภูตหิมะสายใย
กำไลเทพีไอซิส
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาสู่โจ้วจวี้เหริน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x6
x2000
x220
x130
x31
x49
x1435
x55
x435
x191
x768
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x89
x5
x1
x1
x318
x573
x57
x418
x2
x3
x14
x1
x1
x5
x184
x235
x1
x14
x6
x6
x19
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x35
x20
x10
x32
x91
x5
x4
x3
x116
x736
x18
x7
x20
x55
x54
x3
x3
x3
x4
x4
x260
x27
x5
x1
x3
x2
x2
x3
x2
x172
x2
x1
x70
x14
x40
x8
x1
x18
x3
x310
x350
x100
x210
x125
x360
x411
x25
x32
x103
x345
x610
x170
x19
x120
x2
x13
x5
x19
x1701
x9999
x7
x1600
x8
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x48
x40
x26
x980
x770
x2006
x100
x20
x2000
x11
x1280
x1700
x903
x27
x42
x15
x100
x9
x18
x1735
x260
x2023
x1110
x321
x2100
x2
x7900
x408
x99
x105
x12
x76
x150
x3428
x219
x239
x434
x2722
x2139
x1670
x14
x450
x1443
x11
x27
x7109
x2732
x14
x71
x7576
x57
x4590
x1810
x55
x3
x210
x18
x1110
x1
x1
x3185
x2
x1
x2525
x14
x43
x34
x683
x470
x30
x221
x206
x9
x1210
x1395
x6201
x964
x133
x440
x130
x57
x51
x2395
x1
x1850
x3019
x7127
x820
x280
x9355
x9999
x515
x54
x91
x5469
x29
x15
x84
x179
x1000
x13
x4243
x2935
x1784
x3473
x9999
x2466
x3200
x2698
x1884
x2790
x5
x9999
x485
x1106
x129
x30
x9999
x2600
x3864
x2280
x151
x2861
x4466
x4395
x1805
x3768
x2168
x545
x2479
x538
x276
x1543
x460
x3
x24
x13
x1510
x78
x50
x5466
x1115
x2
x1077
x9999
x2801
x2
x49
x2239
x3809
x7147
x1243
x7629
x4470
x512
x1208
x1834
x892
x10
x1122
x2951
x3140
x972
x100
x3
x21
x25
x25
x32
x9
x6048
x9610
x2407
x9999
x199
x26
x9999
x20
x5805
x24
x8
x1709
x251
x26
x9
x98
x31
x10
x1131
x3935
x9
x31
x210
x1117
x92
x2408
x2086
x129
x18
x1473
x2378
x2259
x3
x287
x3676
x2505
x7884
x518
x401
x4106
x5439
x9999
x16
x2283
x2451
x5805
x8000
x3380
x1666
x30
x3785
x1019
x70
x328
x151
x2816
x2118
x9999
x44
x4559
x9999
x9999
x9999
x3130
x2049
x111
x3000
x9
x4246
x40
x3211
x4099
x787
x1
x765
x1790
x547
x1241
x6199
x2359
x5866
x5004
x9999
x7914
x9999
x3159
x2323
x2452
x3456
x4274
x2342
x404
x66
x1
x15
x1989
x6682
x743
x1
x4827
x8292
x68
x9999
x678
x1418
x1074
x6534
x105
x3595
x1095
x454
x105
x1177
x297
x8
x184
x37
x9999
x1123
x2070
x3514
x195
x666
x468
x100
x1301
x1656
x9999
x3780
x1295
x1227
x889
x234
x9999
x1724
x9999
x143
x713
x2459
x2
โพสต์ 2019-6-16 23:12:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-16 23:20


ระยะทางพิสูจน์ม้า
1301
{ อีเว้นท์หัวใจไป๋หยุนเหนียง 11 ดวง 11 }
หกคำที่ยากจะทำตาม
          หลิงหลานได้เปิดใจเล่าเรื่องราวที่ตนพบเจอในระยะเวลาห้าปีมานี้ต่อผู้แรก ผู้นั้นก็เป็นถึงฮองเฮา มารดาแห่งแผ่นดิน.. ทั้งตอนนี้ตัวนางเองก็ฟุบอยุ่บนตักของอีกฝ่ายร่ำไห้ราวกับใช้น้ำในร่างกายทั้งหมดที่มีจนสองตาร้อนผ่าว ร่างบอบบางสั่นสะทท้านหนักยิ่งกว่าเดิมทำได้เพียงฝืนรอยยิ้มขมขื่น ลูกแกะน้อยยากจะรู้ชะตากรรมของตน… มือข้างหนึ่งกุมอกซ้ายที่ปวดหนึบราวกับแทบกระดอนออกมา

            “เขาเปลี่ยนไปไม่เหมือนคนเดิมกับที่ข้าเคยรู้จัก… ใจข้าสามารถบอกได้ว่า ‘รัก’ เขา แต่ข้าไม่แน่ใจว่าเขารักข้าในแบบเดียวกันไหม รักของเขาคือใต้หล้า มิใช่ข้ากับลูกอีกต่อไป!!”

             ตนเป็นเพียงเด็ดน้อยผู้หนึ่งที่พึ่งลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกกว้างใหญ่ ได้เรียนรู้เพียงตื้นเขินก็ถูกบุรุษผู้นั้นใช้กำลังเปลี่ยนให้โลกของเด็กสาวกลายเป็น ‘หญิงสาว’ และมอบสถานะมารดาให้โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ชีวิตนางมอบให้ชายผู้นั้น หัวใจเองก็ได้ให้เขาไปหมดแล้วเช่นกัน มาตอนนี้เขากลับผลักไสบอกว่ายังไม่ถึงเวลาและปล่อยนางกับลูกไว้ทางหนึ่ง

             “เขา.. ไม่ยอมรับข้าไปด้วยกัน ใจข้าคิดร่วมเป็นร่วมตาย แต่เขาผลักข้าออกมาไกล หันหลังให้ไม่ใยดี”

            จื่อฝูพยายามจับประเด็น.. ดูเหมือนว่าผู้ที่เด็กสาวผู้นี้มอบใจให้จะเป็นวีรบุรุษที่รักคุณธรรมคนหนึ่ง เพียงแต่ใช้วิธีการดูแลหลังบ้านได้ไม่ดีนักน่าเศร้าจริงๆ ปล่อยให้หญิงสาวต้องแบกรับลำพัง ไหนจะบุตรที่คาดว่ายังเล็กอยู่เด็กๆ มักต้องการบิดาต้องการแบบอย่างที่ดีใกล้ตัวเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

            “หลานเอ๋อร์ สำหรับบุรุษแล้วบางครั้งงานต้องมาก่อนครอบครัว เช่นฝ่าบาททรงมีหน้าที่ของท่านเพื่อดูแลแผ่นดิน ฐานะเราเพียงคอยปรนนิบัติเขาและให้เขาผ่อนคลายจากความทุกข์ในการบริหารราชกิจ สำหรับสตรีที่รักบุรุษคนไหนอย่างลึกซึ้งจะคอยอยู่เคียงข้างเขา มิใช่ว่าบุรุษล้วนเย็นชาไม่ใยดีแต่เขาเองก็ต้องการกำลังใจจากคนที่รักเพื่อผ่านเรื่องราวอุปสรรคทั้งหลายที่ประดังเข้ามา”

             นั้นจึงมีคำกล่าวว่าหน้าที่ของบุรุษ ปละหน้าที่ของสตรี มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างแต่เกื้อหนุนเกี่ยวพันชนิดขาดกันไม่ได้

             “.....ข้ามอบให้เขาหมดทั้งลมหายใจและชีวิตนี้ ยินดีทุ่มเทเพื่อเขา.. แต่เขากลับผลักไสข้า” ใบหน้าหวานรื้นน้ำตาเงยขึ้นสบกับสายพระเนตรฮองเฮา เม้มริมฝีปากก่อนหรุบดวงตาลงซ่อนแววอ่อนล้าเจ็บปวดใจ นางเหน็บหนาวราวกับถูกเหวี่ยงลงไปกลางบ่อน้ำแข็ง

               “เด็กน้อย เจ้ารักเขาเพราะเป็นตัวเขาหรือแค่ต้องการให้เขารั้งอยู่ข้างกาย”

              “ทั้งสองเพคะ หากขาดเขาชีวิตข้าก็ไม่มีความหมาย เขาตายข้าก็พร้อมยอมตาย… ติดที่ว่าห่วงใยบุตรที่ยังเล็ก”

               รักของบางคนเสมอนสายน้ำกับผืนป่าพึ่งพาอาศัยกัน ขณะที่รักของหนุ่มสาวมักร้อนแรงราวกับเปลวไฟ แผดเผาได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งตนเองและผู้ที่รักจนไม่เหลือซาก ฮองเฮาทรงเวทนาเด็กสาวผู้นี้ จากนางรำสู่ตำแหน่งในวังหลังของผู้ครองแคว้น รูปการณ์คล้ายกับพระนางแต่เลวร้ายยิ่งกว่าเพราะอย่างน้อยฝ่าบาทก็ถนอมและปฎิบัติต่อจื่อฟูด้วยความรักและถนอมแต่แรก มิใช่ภาวะจำยอมกว่าจะเปิดใจ..

               “...หลายๆ คืน ฝ่าบาทก็คงค้างตำหนักฉางเล่อทรงงานข้ามวันข้ามคืน เช้าตรู่ก็ประชุมท้องพระโรงครึ่งวัน ติดต่อกันเกือบสัปดาห์ มีแต่สตรีเช่นเราที่คอยต้มซุปบำรุงไปให้แสดงความห่วงใยผ่านการดูแลเอาใจใส่ เดือนหนึ่งเราต้องจำใจปิดประตูไม่ให้ฝ่าบาทเข้าเพื่อให้ ฝ่าบาทเสด็จไปหาพระสนมคนอื่นๆ บ้าง” จื่อฟู่ลูบลงลนแก้มที่แดงเรื่อของสาวน้อย เน้นย้ำอีกว่า “สตรีหากมั่นใจว่ารักบุรุษคนใด ต้องพร้อมจะสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำ”

            หลิงหลานพยักหน้าใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ของพระนาง ครั้งอยู่ตำหนักไถหนันแม้จะเป็นสนมเพียงหนึ่งเดียว ก็ใช่ว่าจ้าวเกาะจะอยู่เคียงข้างตนตลอดเวลา หลายครั้งเกิดปัญหาคราวที่ตนตั้งครรภ์ชุนเหลียนไม่สามารถติดตามออกทะเลไปด้วยได้ ก็ต้องห่างกันเป็นเวลาหลายเดือน

             “หากเพียงเขานึกถึงใจข้ากับลูกบ้าง.. เด็กทั้งสองมิใช่สายเลือดของเขาหรือ?  ทุกวันนี้เรื่องของลูกทั้งสองยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ เกรงอี้ฟู่และอี้เหนียงจะถามถึงว่าผู้ใดคือบิดาของเด็ก โดยที่ข้าเองก็ไม่สามารถพาเขามายืนยันตรงหน้าได้ หากเขายังนึกถึงข้ากับลูกบ้าง จะต้องอยุ่ในสภาพจำยอมเช่นนี้มาหลายปีอีกหรอเจ้าคะ ในสายตาเขาตอนนี้ อาจไม่มีเรื่องของข้าและลูกอยู่เลยก็เป็นได้”

             มีคำกล่าวว่าเวลาผันแปรข่าวของยังเหมือนเดิม คนกลับเปลี่ยนไป สาวเจ้าลูบมุกอัคคีในแขนเสื้อ จากนั้นนำถุงผ้าทักมักพกติดตัวอยู่เสมอขึ้นมาเปิดออก เทลงบนฝ่ามือนุ่มด้านในคือปอยผมสีเงินและสีแดงที่ถักทอกระหวัดกันเหนียวแน่นคู่หนึ่ง เห็นของแล้วนึกถึงเจ้าของเส้นผมอีกสีหนึ่งนี้.. ใจดุจเคี้ยวหวงเหลียนนัยน์ตาพลันขมขื่นลงหลายเท่าตัว

             “ในเมื่อไม่สามารถครองใจผู้ที่รัก ข้าคิดว่าอาจจะดีกว่าหาก.. ยืนหยันด้วยตนเอง เรื่องเงินทองสามารถหาได้ ของขวัญล้ำค่าทั้งสองที่เขาทิ้งไว้ให้ข้าก็จะเลี้ยงเด็กๆ เอง เป็นทั้งพ่อและแม่ให้พวกเขา!!”

              จื่อฟูเห็นประกายเด็ดเดี่ยวเช่นนี้กลับรู้สึกไม่สบายใจนัก ด้วยทราบว่าสตรีที่อ่อนแอเมื่อสร้างเกราะกำบังล้อมตัวหลังเจอเรื่องโหดร้าย นั่นเท่ากับบิดบังหัวใจตน ทรงอยากคลี่คลายเพื่อความสุขของผู้ที่ราวกับบุตรสาวนี้ “ความรักของคนสองคน อยู่ที่การพูดคุย เจ้าควรหาโอกาสถามไถ่เรื่องพิธีกับชายอันเป็นที่รัก บางครั้งบุรุษมักมีปัญหาที่หนักหนาจนไม่กล้าบอกผู้ใด เก็บความทุกข์ไว้ลำพัง”

            ถามไถ่เรื่องพิธี.. เขาไม่พูดเรื่องงานวิวาห์นางก็ถามเองเสียเลยน่ะหรือ?
            เอาอย่างผิงหยางกงจู่ ตนจะเป็นนางงูขาวดูสักตั้ง?

            “เขาจะฟังข้าหรือเจ้าคะ บุรุษผู้ที่ควบคุมออกคำสั่งคนมากมายมีหรือจะฟังสตรีเพียงคนเดียว” หลิงหลานไม่ค่อยมั่นใจนัก ด้วยครั้งล่าสุ