เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } เคหาสน์จอมกวีเอกแห่งแผ่นดิน | จวนสกุลซือหม่า

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-2-25 02:41:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ระทึกขวัญวันเทศกาล

98

{โรงเรียนหลวง 3}

สัจธรรมในน้ำบ๊วย

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙
{ แฟลชแบ็ค สี่วันก่อนทำขนมทังหยวน }

       ยามสายจวนซื่อหม่าวันนี้มีแขกหน้าใหม่… ที่ส่าหน้าใหม่เป็นเพราะหลิงเฮ่าไม่คุ้นตาเสียล่ะมาก นักกวีหนุ่มถูกตามตัวไปพบจั๋วเหวินจวินที่ระเบียงรับลมข้างสวน ระหว่างทางพบหลิงเว่ยที่หิ้วปิ่นโตอัดแน่นด้วยขนมพอดีจึงติดตามมาด้วยกัน สองร่างหนึ่งขาวสง่าดูสุขุม หนึ่งชุดดำทะมัดทะแมงดูแก่นห้าวจึงเดินไปโถงรับลม

       เมื่อไปถึงหลิงเฮ่าสังเกตเห็นดรุณีชุดเขียวท่วงทีสุภาพ ยิ้มบางๆ พูดคุยกับจั๋วเหวินจวินอย่างสนิทสนมจึงไม่เข้าไปแทรก คิดยืนรออยู่ด้านข้างจนกว่าซื่อหม่าฮูหยินจะเสร็จธุระ มิคาดกลับเป็นนางเองที่หันมากล่าว

       “เสี่ยวเฮ่า! มาทางนี้เร็ว...คราวก่อนเจ้าบอกว่าได้ขลุ่ยหยกมาเลานึงเสียดายไม่ทราบวิธีเล่นใช่ไหม? ข้าหาคนสอนมาให้เจ้าแล้ว ไฉ่เอ๋อร์! ยังไม่รีบแนะนำตัวอีก” แม่นางชุดเขียวผู้นั้นถูกกึ่งดันกึ่งผลักมาเบื้องหน้าชายผมเงิน อากัปกิริยายิ่งประหม่านักหลบตาเขาวูบหนึ่งกล่าวอย่างเหนียมอายว่า “ผู้น้อยไฉ่เมี่ยนเป็นหลานน้าของฮูหยิน ยินดีที่ได้พบคุณชายเสิ่นเจ้าค่ะ”


       น้ำเสียงนางหวานดั่งนกขมิ้น จังหวะการพูดแฝงความนุ่มนวลแปดส่วน ย่อกายลงทักทายเขา หลิงเฮ่าส่งยิ้มประสานมือตามมารยาทกล่าว “เสิ่นหลิงเฮ่ายินดีที่ได้รู้จักแม่นางไฉเมี่ยน เป็นอย่างที่อี้เหนียงกล่าว เสิ่นโหม่วไม่สันทัดการเล่นขลุ่ยหวังว่าแม่นางจะช่วยชี้แนะได้”

       “นางทำได้อยู่แล้วเจ้าไม่ต้องกังวลไป! เอาล่ะเสี่ยวเฮ่า พอดีเลยเจ้ายังไม่มีผู้ติดตามไฉเอ๋อร์คล่องแคล่วเคยอยู่กับข้ามาก่อน นางจดจำใบหน้าคนได้แม่นจะช่วยงานเจ้าได้” กล่าวก็คือเหวินจวินคิดส่งไฉ่เมี่ยนคอยเป็นหูเป็นตาให้ลูกบุญธรรมของนางนั่นเอง ด้วยความประสงค์ดีเห็นหลิงเฮ่าเลือกเส้นทางที่ยากลำบาก ข้างกายสมควรมี ‘คนที่ใช้งานได้’ ไว้สักจำนวนหนึ่ง

       “แบบนั้นม่อเจียก็จำได้นะ…” จู่ๆหลิวเว่ยก็โพล่งขึ้นมา ทำเอาอีกสามคนที่ระเบียงหันมองผู้กล้าหลิวเป็นตาเดียวกัน “ก็….ม่อเจียจดจำใบหน้าแยกแยะมิตรศัตรูได้ แถมช่วยส่งจดหมายได้อีกด้วยนะ! เอ้อสหายเจ้ามานี่แปปหนึ่งสิ”

       กล่าวจบก็ดึงข้อมือหลิงเฮ่าไปซุบซิบอยู่หลังพุ่มไม้ “ไม่ต้องรับๆ นางจะมาดีรึมาร้ายเจ้าดูออกรึยังไง อย่าลืมสิว่าตัวเองโดนตามล่าอยู่นะ!” พึ่งเจอหน้ากันจะให้มาตามติดทำไม ผู้คุ้มกันเจ้าจิ้งจอกก็มีนางอยู่แล้วทั้งคน! “นางแค่จะมาสอนขลุ่ยให้ข้า….” หลิงเฮ่างงงันไปวูบหนึ่ง แม่นางไฉเมี่ยนดูอย่างไรก็ ‘เต้าหู้’ ไม่น่ามีแรงยกดาบตัดคอเขาไปขึ้นรางวัลหรอก!

       “นี่เจ้าเห็นนางอ่อนหวาน สุภาพไม่แน่ว่าอาจเป็นนักฆ่าถูกจ้างมาก็ได้นะ! อย่าได้ไปหลงเชื่อท่าทางซื่อๆ นั่นเชียว!” หลิวเว่ยยังคงไม่หยุดพยายามกล่าวสำทับอีกรอบว่า “อาจารย์เว่ยชิงเคยบอกข้าว่า ‘คนเราดูตัวไม่รู้ใจ’ เจ้าอย่าประมาทล่ะ!”

       หลิงเฮ่าขมวดคิ้วอีกหน….อะไรคือดูตัวไม่รู้ใจ ใช้สำนวนผิดๆยังมาสอนเขาเนี่ยนะ!

       “เขาเรียก ‘รู้หน้าไม่รู้ใจ’ ต่างหาก” กวีผมเงินเอ่ยแก้ให้อย่างสิ้นหวังแล้วกับความจำของสหาย “เออๆๆๆ อันนั้นล่ะ รู้หน้าไม่รู้ใจๆ เชื่อข้าไว้แล้วเจ้าจะปลอดภัยๆ” หลิวเว่ยหลับตาตบอกอย่างฮึกเหิม พร้อมดันหลังสหายกลับไปที่ระเบียง

       “....คุณชายเสิ่น? ไม่ทราบว่าท่านสะดวกให้ไฉเอ๋อร์ไปพบวันใดบ้างเจ้าคะ?” ดรุณีชุดเขียวหลบสายตาดุเดือดของหลิวเว่ยแล้วเบนความสนใจไปที่บุรุษผมเงิน ท่านน้าของนางเคยเอ่ยชมคนผู้นี้ให้นางฟังมาสองปีแล้ว เมื่อได้พบจึงทราบว่า…  ‘ท่วงท่าสง่างามสุขุม’ ที่ท่านหน้ากล่าวไม่เกินจริงเลยสักนิด

       “เสิ่นโหม่วเป็นคนว่างงาน หากแม่นางไฉสะดวกวันไหนก็วันนั้น ส่วนเรื่องผู้ติดตาม...เสิ่นโหม่วมักไปไหนมาไหนเพียงลำพัง ผู้คุ้มกันก็ได้สหายหลิวเว่ยมาช่วยแล้ว หากมีคนมาเพิ่ม...จุดนี้พวกเราไม่ค่อยคุ้นชิน” หลิวเว่ยพยักหน้ารัวๆ แสดงอาการเห็นด้วยมีมาอีกหนึ่งปากขนมในส่วนของนางย่อมไม่พอกิน! “ตามนั้นนะแม่นางไฉเมี่ยน!”

       “เอ๋...แต่ว่า” ก็ท่านน้าให้นางติดตามคอยดูแลเขา!

       “ช่างเถิดไฉเอ๋อร์ เสี่ยวเฮ่าบอกว่าตอนนี้ยังไม่ชิน คงเพราะพึ่งพบกันวันนี้เขายังไม่รู้ความสามารถของเจ้า…” จั๋วเหวินจวินแย้มยิ้มพลางชวนเปลี่ยนเรื่อง นางไม่อยากผิดใจกับเสี่ยวเฮ่าที่น่ารัก “ฟังจากพ่อบ้านโจวว่าเจ้าแนะนำเครื่องดื่มชนิดใหม่ให้ท่านพี่? หุหุ ข้าเห็นเข้าท่าดีเลยสั่ง ‘น้ำบ๊วย’ นั้นให้เขาทั้งวัน!”

       “หา….อี้เหนียงนี่ท่าน!” ป่านนี้ท่านอาจารย์ไม่ระบบขับถ่ายพังไปแล้วรึ? ยังไม่ทันทีหลิงเฮ่าจะได้เอ่ยต่อไฉเมี่ยนก็ชิงกล่าวขึ้น “เจ้าค่ะ...ดูเหมือนใต้เท้าซื่อหม่าจะถามหากระโถนทั้งวันเลย”

       “..........” หลิงเฮ่าเคยคิดว่าตนเองใจแข็งแล้ว แต่ยังเทียบไม่ได้แม้เสี้ยวนิ้วของแม่บุญธรรม ‘...นั่นสามีท่านนะขอรับ!’ จั๋วเหวินจวินพยักหน้าเอื่อยๆ อย่างยืนยันพร้อมถาม “ทำไมถึงเป็นน้ำบ๊วยล่ะ? เจ้าบอกข้าได้ไหม..อ้อไม่ต้องห่วงหรอกเสี่ยวเฮ่าเรื่องนี้ข้าไม่พูดไป” โฉมงามแห่งปาสู่ยกนิ้วหนึ่งจุ๊ปาก เหลือบตามองชายชุดสีเข้มขาบที่พริ้วอยู่หลังเสา ‘ข้าไม่พูด...ไม่พูดจริงๆ’

       “...เรื่องนี้ข้าได้ความคิดมาจากอาเตี่ย ปกติแล้วคนทั่วไปจะดื่มน้ำบ๊วยใส่น้ำแข็งในฤดูร้อนเพื่อดับกระหาย แต่สำหรับอาเตี่ยข้า ท่านจะสั่งต้มน้ำบ๊วยให้คนในจวนทานทุกอาทิตย์ ใครจะดื่มก็ไม่บังคับ…. ข้ายังจำได้ว่าปีหนึ่งมีคนกล่าว ‘น้ำบ๊วยเปรี้ยวจนน้ำตาไหล’ อาเตี่ยกลับไม่มีแม้เสี้ยวน้ำตา” หลิงเฮ่ากล่าวพลางระลึกถึงความหลังในเจียงเยี่ย “อ้อ...บิดาเจ้าคงชอบน้ำบ๊วยมากกระมั้ง?” จั๋วเหวินจวินเอ่ยถาม

       “ผิดแล้ว….อาเตี่ยข้าเกลียดสิ่งที่มีรสเปรี้ยวเป็นที่สุด พอกับที่ลูกชายทานเผ็ดไม่ได้เลย” ดวงตาสีอำพันมองท่าทีงุนงงของจั๋วเหวินพร้อมเอ่ยต่อ “ข้าเคยถามเขาหนหนึ่งด้วยคำถามเดียวกับอี้เหนียง ว่าสกุลเสิ่นไม่ได้ขัดสนเงินทองทำไมต้องทนดื่มของที่ไม่ชอบด้วย อาเตี่ยให้คำตอบกับข้าว่า ‘ทุกครั้งที่คนเราเริ่มสัมผัสได้ถึงความสุขสบาย ก็จะเริ่มลืมเลือนวันเวลาที่ยากลำบากทั้งหลาย ธรรมชาติของคนรวยที่มีข้าวสวยย่อมไม่เห็นข้าวต้มอยู่ในสายตา ความทุกข์ของประชาชนไม่เคยหมดสิ้นการย้ำเตือนตนเองอยู่เสมอนั้นเพื่อไม่ให้ละเลยจุดนี้ไป’ อาเตี่ยยังบอกข้าอีกว่าเพราะน้ำบ๊วยมีรสเปรี้ยว ไม่ว่าเราจะดื่มตอนยากจน ตอนมั่งมี...รสชาติของมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ที่รู้สึกว่าเปลี่ยนนั้นแท้จริงคือตัวเรา”

       “ที่แท้เพราะเหตุนี้….แล้วเพราะอะไรเจ้าถึงเลือกใช้น้ำบ๊วยนี้เปลี่ยนใจอี้ฟู่ล่ะ?”

       “....เพราะทุกข์ของราษฎร์ไม่เคยหมดไป ในขณะที่บางคนลืมเลือนความลำบากในอดีต ฟุ้งเฟ้อกับความสุขสบายในปัจจุบัน พวกเขากำลังประมาทในการใช้ชีวิต หากขุนนางเลือกใช้แบบแผนเดิมๆ ที่ไม่สามารถบรรเทาทุกข์ของราษฎร์ได้ นั่นไม่ใช่เพราะราชสำนักขาดคนมีความสามารถหรอกหรือ? เปล่าเลย...ราชสำนักแค่ขาดผู้ที่เข้าใจถึงความลำบากของราษฎร” ที่ขาดคือจิตใจที่เมตตามากกว่าความทะเยอทะยาน ที่ขาดคือความละเอียดอ่อนสามารถเข้าถึงปัญหาที่บุรุษส่วนมากละเลยมองข้าม…

       หลิวเว่ยจ้องมองแผ่นหลังของชายผมเงินอย่างนิ่งงันไม่กล่าวสิ่งใดออกมา

       “....เป็นเช่นนี้เอง เอาล่ะพวกเจ้าคงมีธุระกันต่อ ข้าไม่รั้งตัวแล้ว..ไปเถอะเสี่ยวเฮ่า อย่าลืมกลับมาทานข้าวเย็นล่ะ” เมื่อมองส่งพวกหลิงเฮ่าไปจนลับตาแล้ว ซื่อหม่าฮูหยินเหลือบดูชายเสื้อสีขาบด้านหลังเสา รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้า พวกนางเองก็เคยลำบากมาก่อน ครั้งที่สองมือนี้ยังคงตรากตำบ้านหลังเล็กทว่าอบอุ่นใจ ต่างจากปัจจุบันที่จวนหลังใหญ่โต...ความเป็นอยู่สุขสบายไม่ขัดสน กลับรู้สึกเหินห่างกันขึ้นทุกวัน

       “ท่านพี่...ท่านก็ได้ยินหมดแล้วไม่คิดจะออกมารับ ‘น้ำบ๊วย’ เพิ่มอีกถ้วยหรือเจ้าคะ?”

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บลัดดี้ไนท์แมร์
คัมภีร์จิ้งจอกชิงชิว
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาเซียวซียวี่จิน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x500
x10
x2
x302
x5
x10
x3
x7
x10
x2050
x220
x11
x4
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x91
x5
x1
x1
x318
x573
x57
x422
x3
x3
x14
x1
x1
x5
x199
x243
x1
x14
x6
x8
x20
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x35
x20
x10
x32
x91
x5
x4
x3
x130
x737
x18
x7
x20
x155
x54
x3
x3
x3
x4
x4
x260
x27
x5
x1
x3
x2
x2
x3
x2
x172
x2
x1
x70
x14
x40
x8
x1
x18
x3
x310
x350
x100
x210
x125
x327
x411
x25
x32
x103
x345
x610
x170
x19
x120
x2
x13
x5
x19
x1701
x9999
x7
x1600
x8
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x48
x40
x26
x980
x770
x2006
x100
x20
x2000
x12
x1280
x1700
x903
x27
x42
x15
x100
x9
x18
x1735
x260
x2023
x1105
x321
x2100
x2
x7900
x438
x99
x105
x12
x76
x150
x3428
x219
x239
x435
x2723
x2139
x1670
x14
x450
x1443
x11
x27
x7259
x2732
x14
x71
x7576
x57
x4590
x1810
x55
x3
x210
x18
x1110
x1
x1
x3185
x2
x1
x2525
x14
x37
x34
x683
x470
x30
x223
x206
x9
x1210
x1395
x5901
x964
x133
x440
x130
x61
x52
x2395
x1
x1850
x3019
x7127
x830
x280
x9355
x9999
x515
x54
x91
x5681
x29
x15
x85
x179
x1000
x13
x4253
x2935
x1799
x3479
x9999
x2466
x3410
x2730
x1890
x2790
x5
x9999
x485
x1106
x129
x30
x9999
x2630
x3864
x2330
x151
x2861
x4466
x4399
x1805
x3768
x2205
x545
x2479
x538
x276
x1543
x460
x3
x24
x13
x1510
x78
x50
x5486
x1115
x2
x1077
x9999
x2801
x2
x49
x2239
x3809
x7347
x1273
x7661
x4470
x503
x1208
x1834
x900
x10
x1122
x2969
x3140
x972
x100
x3
x21
x25
x25
x32
x9
x6048
x9610
x2407
x9999
x199
x26
x9999
x20
x5805
x25
x8
x1737
x251
x26
x9
x98
x31
x10
x1131
x3935
x9
x31
x212
x1117
x92
x2408
x2086
x130
x19
x1478
x2378
x2259
x3
x287
x3676
x2463
x7884
x518
x401
x4106
x5439
x9999
x16
x2489
x2452
x5805
x8000
x3380
x1666
x30
x3770
x1019
x70
x328
x151
x2916
x2118
x9999
x44
x4611
x9999
x9999
x9999
x3130
x2049
x111
x3000
x9
x4246
x40
x3190
x4099
x787
x1
x765
x1790
x535
x1241
x6211
x2365
x5866
x5004
x9999
x7914
x9999
x3159
x2323
x2652
x3456
x4274
x2252
x404
x66
x1
x15
x1989
x6767
x743
x1
x4827
x8387
x68
x9999
x678
x1418
x1074
x6534
x105
x3595
x1105
x454
x105
x1177
x297
x8
x184
x37
x9999
x1123
x2070
x3514
x195
x666
x468
x100
x1301
x1656
x9999
x3780
x1295
x1227
x889
x234
x9999
x1724
x9999
x143
x713
x2459
x2
โพสต์ 2018-2-27 03:24:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ระทึกขวัญวันเทศกาล

99
{โรงเรียนหลวง4}
นิทานสอนผู้ใหญ่

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

{ แฟลชแบคสามวันก่อนทำขนมทังหยวน }

       รุ่งสางเป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่ที่คนเรามักจะใช้ความคิดจัดเรียงสิ่งที่ตนตั้งใจทำในวันนี้มากที่สุด เปรียบเสมือนการวางแผนก่อนเคลื่อนทัพของนักยุทธศาสตร์ เสิ่นหลิงเฮ่ามือหนึ่งจับพู่กัน อีกมือลูบหัวเจาจวินเจ้าฮูกปีกลาย…

       ‘ท่านอาจารย์เป็นคนใจแข็ง...เห็นทีแค่น้ำบ๊วยจะยังไม่พอ’ การเปลี่ยนใจคนหากฝืนใช้ไม้แข็ง หากตนเป็นผู้น้อยคนนั้นย่อมต่อต้านด้วยทิฐิในตัว ซื่อหม่าเซี่ยงหรูเป็นทั้งบิดาบุญธรรมและอาจารย์ของเขา อย่างไรก็ควรไว้หน้าเสียหน่อยตัดวิธีทางตรง เลือกใช้วิธี ‘โดยอ้อม’ ศึกษาประวัติและนิสัยใจคออาจารย์เพื่อหาทางพิชิตกำแพงอคตินั้นลง

       หลิงเฮ่าร่างข้อความลงบนแผ่นหนังสัตว์ เขาเลือกใช้การเล่าความที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องอะไรเพื่อเป็นแรงจูงใจอาจารย์ ท่านอาจารย์ยึดมั่นในคำสอนของขงจื้อ แต่การปฎิบัติตนเช่นหนึตามอาจารย์หนึ่งนั้น...ผิดจารีตอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้เองหลิงเฮ่าจึงค้นพบว่าอาจารย์ผู้น่าเกรงขามของตนผู้นี้ ‘ไม่ได้เคร่งขนบอะไรขนาดนั้น’

       ยามสายหลังทานข้าวเช้าเสร็จ บุรุษผมเงินก็แต่งกายเรียบร้อยแล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าหาซื่อหม่าเซี่ยงหรูเอง ทันทีที่เห็นหน้าเขายอดกวีเอกชิงพูดขึ้นก่อนว่า “หากจะมาพูดถึงเรื่องโรงเรียนหลวงล่ะก็ไม่ต้อง….ข้าได้ตัดสินใจไปแล้ว”

       “อี้ฟู่….หลิงเฮ่าแค่มากตัญญูท่านเท่านั้น ไหนเลยจะนำปัญหามาให้อี้ฟู่หนักใจ?” กล่าวจบก็เข้าไปรินน้ำชาใส่ถ้วยของอีกฝ่ายพลางยิ้มอย่างสุภาพ “ศาลาวันนี้อากาศเย็นสบาย ขนมมีแล้ว...น้ำชาก็พร้อมสรรพ ขาดก็แต่เรื่องเล่าพอให้เป็นอรรถรสเท่านั้น อี้ฟู่...ให้หลิงเฮ่าช่วยสร้างความบันเทิงนะขอรับ?”

       ซื่อหม่าเซี่ยงหรูเห็นท่าทีเคารพนบน้อมแล้วรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง ปลิดองุ่นในจานโยนเข้าปากกล่าวด้วยเสียงสั้นๆ “ว่ามา!”

      “ในบันทึกเลี่ยจื่อ มีเรื่องเล่าน่าชวนหัวอยู่มากมาย...อย่างเรื่อง ‘สงสัยคนขโมยขวาน’ ก็มีอยู่ว่า...ชายชราคนหนึ่งทำขวานของตนเองหาย เขาสงสัยว่าเด็กข้างบ้านเป็นผู้ขโมยเอาไป และด้วยเหตุนี้เองชายชราจึงสนใจเฝ้าติดตามดูกิริยาท่าทางของเด็กคนนั้นเป็นพิเศษ ยิ่งสังเกตยิ่งรู้สึกว่าท่าทางในการเดิน สีหน้าหรือน้ำเสียงที่พูด ทุกสิ่งทุกอย่างมีท่าทีส่อแววพิรุธว่าเป็นโจรที่ขโมยขวานของตนไป ต่อมาไม่นานชายชราก็ได้พบขวานที่ตนเองเอาไปตัดไม้แล้วลืมทิ้งไว้บนภูเขา….ในวันรุ่งขึ้นเมื่อชายชราเจอเด็กข้าบ้านคนนั้น เขาก็พิจารณาดูถึงรู้สึกว่ากิริยาท่าทางของเด็กข้างบ้านไม่ได้มีส่วนใดที่คล้ายโจรเลยแม้แต่น้อย” ล่าจนจบหลิงเฮ่าก็ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม อาศัยไอร้อนกรุ่นบดบังและลอบสังเกตุสีหน้าครุ่นคิดของอาจารย์ไปในตัว

       “อี้ฟู่? ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ขอรับ? ชายชราคนนั้น กับเด็กข้างบ้านเกือบจะผิดใจกันด้วยขวานด้ามเดียว” การกระตุ้นด้วยคำถามง่ายๆ นี้เองจึงเปิดปากของยอดกวีออกได้ “หึ!...หากเด็กคนนั้นไม่มีท่าทีส่อพิรุธ ชายชราในเรื่องก็คงไม่สงสัยหรอกจริงไหม”

       ‘ไม่มีไฟย่อมไร้ควัน’ หากในอดีตไม่มีเรื่องราวให้ชวนระแวงสงสัยทำไมต้องเกิดชนวนเหตุให้กีดกันสตรีเล่า

       “แต่สุดท้ายก็เป็นเพราะชายชราที่ ‘ระแวงสงสัยมากเกินไป’ ทั้งหมดนั้นเริ่มจากความคิดที่ว่า ‘เด็กข้างบ้านต้องขโมยไป’ ลามไปจนถึง ‘เด็กข้างบ้านต้องเป็นโจร’ ทั้งที่มีความเป็นไปได้อย่างอื่นมากมายแต่ธรรมชาติของคนเรามักกล่าวโทษผู้อื่นก่อนตัวเอง ….แค่ต้องการคนให้กล่าวโทษ อี้ฟู่ท่านก็เห็นว่าในอดีตมีผู้ที่ได้รับความอยุติธรรมจากเหตุทำนองนี้มากมายเท่าใด”

       หลิงเฮ่ายกยิ้มอย่างสุภาพ อคติเป็นสิ่งที่น่ากลัว ลองในใจมีกำแพงกั้นแล้วสมดุลความถูกผิดของคนผู้นั้นจะเปลี่ยนแปลง เลือกในทางที่ชอบไม่ใช่หนทางที่ใช่ และเปลี่ยนความอยุติธรรมให้กลายเป็นความชอบธรรม

       “อี้ฟู่...ถ้าขวานหายไปอีกครั้ง เด็กข้างบ้านนั้นมีเพียงแค่คนเดียวย่อมถูกสงสัย แต่หากมีเพื่อนบ้านหลายคนทำไมชายชราจึงเลือกสงสัยเด