กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 349|ตอบกลับ: 16

{ นอกเมืองเทียนซุย } จุดพักพาหนะ -:- บ่อนโพรงจิ้งจอก

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-18 16:02:05 |โหมดอ่าน

{ จุดพักพาหนะ -:- บ่อนโพรงจิ้งจอก - นอกเมืองเทียนซุย }

ตั้งอยู่ในทะเลทรายรอบนอกเมืองเทียนซุย
ในระยะทางที่ไม่ใกล้และไม่ไกลจนเกินไปเรียกว่ากว่าม้าจะย่ำถึงก็ต้องการที่พักพอดี

จุดพักพาหนะไร้ชื่อเรียกขาน เป็นอาคารก่อจากดินเหนียวหญ้าแห้งและหินที่พบได้ตามทะเลทราย
อากาศร้อนอบอ้าวในกลางวัน และเย็นจัดในเวลากลางคืน นับเป็นที่ค้างแรมแฝงความกันดารที่สุด
อาหารชั้นเลวมีเพียงเซาปิง (แผ่นแป้งอบ) แห้งๆ และผลไม้กวนเก่าๆ

ทว่าสาเหตุที่นักเดินทางสัญจรผ่านที่แห่งนี้ไม่ใช่เพื่อทรมานตนเอง
แต่เป็นเพราะ 'บ่อนโพรง' ต่างหากการพนัน...เนรมิตรให้ผู้หนึ่งมั่งมีในไม่กี่ชั่วยาม
เฉกเช่นกับทำให้อีกผู้หนึ่งสูญสิ้นทรัพย์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตได้เช่นกันความ

ท้าทายกำลังกวักมือเรียกหา
ท่านอยากจะลองเดิมพันดูสักครั้งรึไม่?

================================
ค่าเข้าชมแข่งวัวชน คนละ 20 ชั่ง
( ไม่รวมค่าวางเดิมพัน และ ค่าสมัครลงแข่ง 30 ชั่ง )
================================

ผู้คุมบ่อนคนปัจจุบัน : เป่ย หยุนไห่(51)
อุปนิสัย : เน้นอารมณ์เป็นที่ตั้ง เกลียดพวกปวกเปียก เหยาะแหยะ
มีพละกำลังมหาศาลกวัดแกว่งดาบหนัก 100 ชั่งได้ดั่งยกขนนก

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-12-9 07:09:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-12-9 20:28

PART CCLXXXI


     ม้าสามกระทิงหนึ่งควบออกจากฉางอันมุ่งสู่เทียนซุย ถนนหนทางจากความเจริญของเมืองหลวงเริ่มเข้าสู่เขตชนบทที่ทั้งแห้งแล้งและกันดาร และยิ่งเข้าใกล้เทียนซุยมากเท่าไรสีเขียวของมวลแมกไม้ก็ยิ่งหาได้ยากยิ่ง รอบด้านเต็มไปด้วยฝุ่น หิน ดิน และทราย ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านจะเรียกว่าแร้นแค้นก็ว่าได้...
     เพราะต้องเดินทางอ้อมเมืองจึงทำให้เสียเวลาเดินทางอยู่มากโข ทั้งที่ออกเดินทางแต่เช้าตะวันเริ่มจะขึ้นแต่เหล่าผู้เดินทางกลับมาถึงเทียนซุยเสียเกือบมืดค่ำ ยังดีที่หมั่นโถวและซาลาเปาทำมาเยอะจึงพอประทังท้องสำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็นไปได้บ้าง
     เส้นทางผ่านไปยังอันติงพวกเทียนเหมินไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้แล้วเพราะคดีที่เกิดขึ้นเมื่อคราวก่อน แต่ถึงกระนั้นเรื่องสำคัญขนาดนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่ปริปากเล่าให้หลิงผิงผิงผู้ติดตามที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้ฟัง ถ้าหากนางไม่ถามเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะตอบ


     ...ย้อนความ...
     ...เมื่อคืนขณะหารือแผนการเดินทาง...
     "เอาล่ะ หายจากการสืบคดีเหลียงโจวมานาน อันติงก็กลับไปไม่ได้ คงต้องไปอันติง จะเอาไงต่อ?" เทียนเหมินหรือประธานในที่ประชุมทำการหารือกับผู้ติดตามทั้งสอง หนึ่งคือถิงเอ๋อห์เด็กสาวที่ได้ช่วยชีวิตออกมาจากบ้านร้างกลางเขาอู่ไถ อีกหนึ่งคืออาเค่อหลานชายประมุขพรรคกระยาจกผู้ที่ต้องการล้างแค้นพรรคเบญจพิษแทนมารดาแต่ตอนนี้ฝีมือยังไม่ถึงจึงติดตามมาพลางๆ รอหลิวเหวินผู้เป็นลุงมารับตัวกลับไป
    "ท่านพี่เทียนยังจำได้ไหมคะเรื่องราวของบ่อนพนันที่จุดพักม้านอกเมืองเทียนซุย" ถิงเอ๋อห์เด็กสาวแสนฉลาดและความจำเป็นเลิศเอ่ยทวนความจำ นางไม่แน่ใจนักว่าคนอย่างเทียนเหมินจะจำเรื่องราวในวันนั้นได้หรือเปล่า
     "บ่อนพนัน?" ชายหนุ่มขมวดคิ้วพร้อมกลอกตามองบนนึกทบทวนว่าขาไปเทียนซุยตนผ่านบ่อนพนันหรือสถานที่เล่นพนันอะไรตั้งแต่เมื่อไร แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
     "ที่ว่ามีคนคุยกันที่โรงเตี๊ยมน่ะหรอ บ่อนโพรง... บ่อนโพรงกระรอก?" อาเค่อเหมือนจะจำเรื่องราวได้ลางๆ แต่รายละเอียดยังผิดอยู่
     "บ่อนโพรงจิ้งจอกย่ะ" ถิงเอ๋อห์ตอบทันควัน หลุดคำพูดและท่าทางของเด็กสาวผู้แสนดีไปชั่วขณะ นางรีบยกมือตะครุบปากเอาไว้แทบไม่ทันก่อนที่จะมองไปทางชายหนุ่มร่างสูงเลิกลั่กโดยหวังว่าเขาจะไม่เอะใจว่านางแสร้งทำเป็นเด็กดีเสมอมา
    "อ้อ ข้านึกออกแล้ว ที่มีคนคุยกันว่ามีบ่อนแปลกๆ คุมโดยทหารอยู่นอกเมืองเทียนซุย" เทียนเหมินทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือ ในที่สุดก็จำได้เสียที ไม่รู้จะโทษอะไรดีระหว่างความจำสั้นกับเหตุการณ์หลายสิ่งที่วิ่งเข้ามาไม่ยั้งในช่วงก่อนหน้านี้จนเผลอลืมเลือนอะไรบางอย่างไป
     "แต่บ่อนนั้นอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้สินะครับ อาจจะต้องลองถามทางเอา" อาเค่อเสนอความคิดเห็นออกมาจนทำให้ประธานเพิ่งเอะใจอะไรได้
     "จริงสิ เรื่องนี้อันตรายข้าพวกเจ้าอยู่ที่บ้าน แล้วข้าไปคนเดียวดีกว่า"
     "ไม่ครับ!" "ไม่ค่ะ!" ทั้งอาเค่อและถิงเอ๋อห์ตอบออกมาพร้อมกันในทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ "ยิ่งอันตรายก็ต้องยิ่งอยู่ช่วยกันไม่ใช่หรอคะ? ข้าไม่ยอมปล่อยท่านพี่เทียนไปผจญอันตรายเพียงลำพังหรอกค่ะ" ถิงเอ๋อห์พองแก้ม ยืนยันว่าอย่างไรก็ไม่ยอมที่ปล่อยให้ชายหนุ่มไปผจญเคราะห์กรรมตามลำพัง
     "ข้าก็ด้วยครับ คราวที่แล้วตอนมีเรื่องถ้าไม่ได้ข้ากับถิงเอ๋อห์ช่วยเอาไว้ก็รอดได้ยากนะครับ" อาเค่อสำทับเข้ากันได้ดีกับถิงเอ๋อห์เป็นปี่เป็นขลุ่ย
    "แต่ว่า... นอกจากอันตรายแล้วยังลำบากอีกด้วยนะ บางมื้ออาจไม่ได้กินของดีๆ หรือไม่ก็ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย" เทียนเหมินได้คิดเอาไว้แล้วว่าการเดินทางครั้งนี้ทั้งเสี่ยงตายและลำบากมาก เขาอาจจะทำพลาดแบบที่อันติงอีกจนไม่สามารถใช้เส้นทางหลักใดที่จะกลับมาฉางอันเลยก็ได้
     "เรื่องนั้นเราก็ผ่านมากันแล้วไม่ใช่หรอคะ?"
     "ใช่ครับ เราเพิ่งมาสบายกันได้ไม่นาน แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ลืมความลำบากที่เคยมีมาด้วยกันหรอกนะครับ"
    "ถิงเอ๋อห์... อาเค่อ..." ชายหนุ่มมองเด็กทั้งสองด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วรวบทั้งคู่มากอดคอเอาไว้ แม้ทั้งสามจะคนละแซ่และมีที่มาต่างที่ต่างถิ่นแต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับแน่นแฟ้นไม้แพ้พี่น้องร่วมสายเลือดบ้านไหนๆ "ข้ารักพวกเจ้าว่ะ" พูดเพียงเท่านั้นเขาก็รีบปล่อยทั้งสองคนด้วยความเขินอาย สีแก้มบนผิวเข้มขึ้นสีระเรื่อจางๆ แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็พยายามตีหน้าเคร่งขรึมเพื่อปรับสีหน้าและท่าทางของตัวเองไม่ให้เก้อกระดากไปมากกว่านี้
     "แหม่.. พูดแบบนี้ข้าก็เขินนะครับ ฮ่าๆๆ" อาเค่อเกาแก้มนิดๆ เหมือนว่าบนใบหน้าก็จะขึ้นสีไม่แพ้กัน ส่วนทางถิงเอ๋อห์ได้แต่กรี๊ดอยู่ในใจ แม้นางจะรู้ดีว่าเป็นความรักคนละแบบกับที่นางต้องการก็เถอะ
     "พวกเจ้าเลือกตามมาเองนะเฟ้ย! ถ้าทิ้งกันทีหลังล่ะน่าดู" เทียนเหมินใช้การโวยวายเป็นการกลบเกลื่อนและไล่ความเขินอายออกไปจากใจ "เอาล่ะๆ มาคุยเรื่องแผนกันต่อ เราต้องไปทางเทียนซุยแล้วก็ถามหาทางไปบ่อนอะไรนั่น และข้าคิดว่าจะเอาไปแต่ม้าไม่เอาเกวียนไปด้วย มันจะลำบากเวลาหนี"
    "เห็นด้วยค่ะ มีม้าจะคล่องตัวกว่า ตอนนี้เราก็มีม้าพอดีจำนวนคนน่าจะยิ่งทำให้คล่องตัวขึ้นนะคะ"
     "อาฮะ งั้นก็เอาม้าไปสามตัวเลย" เทียนเหมินบอก ตอนนี้แผนการเริ่มได้เรื่องได้ราวขึ้นมาแล้ว "ถ้าเจอทหารอันติงก็ตีเนียนไปทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยังไงพวกนั้นก็คงไม่รู้อยู่แล้วมั้งว่าพวกเราชิงตัวท่านยายมา"
    "จริงด้วยค่ะ แต่หน้ากากอำพรางคงใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ต้องเอาไปด้วยหรอกค่ะ หากมีอะไรคราวนี้ก็ใช้ผ้าดำคลุมแทนแล้วกัน" ถิงเอ๋อห์แสดงความคิดเห็นออกมา ดูเหมือนว่าเทียนเหมินจะซื้อเตรียมเอาไว้แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องนั้นนัก อาเค่อที่ฟังแผนการได้แต่พยักหน้าหงึกๆ โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
    "การเดินทางอาจต้องอ้อมหน่อย ตอนเช้าต้องเตรียมอาหารและน้ำดื่มไปเยอะๆ เผื่อกินกลางทาง พอไปถึงเทียนซุยแล้วค่อยตุนอาหารสำหรับวันถัดไป"
    "ควรมีเสบียงสำรองสำหรับฉุกเฉินด้วยนะคะ กันแยกเอาไว้ไม่รวมกับอาหารที่ต้องทานในแต่ละวัน" เด็กสาวช่วยเสนอความคิดเพื่อให้การเดินทางรัดกุมยิ่งขึ้น อย่างน้อยเมื่อต้องไปอยู่กลางทำเลทรายก็จะได้มีอะไรพอประทังชีพได้บ้าง
     "อืม ข้าซื้อเนื้อตากแห้งมาด้วย น่าจะพอได้ล่ะนะ" เทียนเหมินเอ่ยบอก ทั้งที่ความจริงเขาไม่ได้ซื้อมาเพื่อการนั้นโดยเฉพาะหรอก แค่คิดว่ามันแห้งดีและเก็บไว้ได้นานอาจจะเอาออกมากินกลางทาง
     "ได้ค่ะ พอดีเลย แล้วก็ควรจะมีน้ำดื่มสำรองด้วยกรณีที่หากเราไม่สามารถหาน้ำที่ทะเลทรายได้จริง"
     "ท่าทางว่าต้องพกเอาของไปเยอะหน่อยสินะ..." ชายหนุ่มลูบคางอย่างใช้ความคิด แต่หากจำเป็นก็ต้องทำตามนั้น "ตกลงตามนั้น แล้วพอไปสืบเรื่องราวที่บ่อนได้ก็ค่อยกลับไปโรงเตี๊ยมประชุมกันว่าจะเอาไงต่อ"
     "ครับพี่ชายซู" อาเค่อรับคำ เห็นทีว่าคงต้องเป็นอย่างนั้น เพราะเขาไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่
    "อะ... แต่ลืมอะไรไปอย่างหนึ่งหรือเปล่าคะ แม่นางหลิงจะติดตามมาด้วย เราควรบอกเรื่องนี้กับนางด้วยไหมนะคะ?" ถิงเอ๋อห์ถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะว่ากับคนที่เพิ่งพบหน้ากันไม่รู้หัวนอนปลายเท้าดี กับเพียงแค่นางบอกว่าเป็นน้องของเสิ่นหลิงเฮ่าแต่ก็ไม่น่าจะใช่น้องแท้ๆ เพราะแซ่ต่างกัน หากบอกเรื่องคราวนี้ออกไปนางจะทำความแตกหรือเปล่า
    "ข้าว่า... ไม่บอกดีกว่า ดูท่าทางแล้วยัยนั่นต้องทำความแตกแหงมๆ" ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมกบาลกับความยากที่ถาโถมเข้ามาอีกหนึ่ง ซึ่งหวังว่าเด็กผู้นั้นจะรู้กาละเทศะ เวลาไหนควรเงียบๆ หรือเวลาไหนควรจะพูดเถียงออกมา
     "ไม่ก็พอไปถึงเทียนซุยแล้วให้นางรอที่โรงเตี๊ยมแล้วเราค่อยไปสืบข่าว จะได้ไม่เสียเวลาและอาจได้ข่าวของคุณชายเสิ่นมาด้วยก็ได้นะคะ"
     "อืม คงต้องอย่างนั้น เอาไว้ถึงเทียนซุยก็ค่อยถามนางอีกที..."



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-12-9 07:09:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-12-9 20:28

PART CCLXXXII


     ...วกกลับมาปัจจุบัน...
     "แม่นางหลิง เจ้าเข้าพักที่โรงเตี๊ยมไปคนเดียวก่อนแล้วกัน พวกข้าจะไปทำธุระอย่างอื่นกันก่อน" เทียนเหมินเอ่ยปากบอกหลังจากที่ขี่มาผ่านหน้าโรงเตี๊ยมอู่หลาง
     "ไปเล่นพนัน ที่นั่นไม่-" แต่พูดยังไม่ทันขาดคำก็ถูกเด็กสาวโพลงออกมาเสียก่อน
     @ผิงผิง
    "ชิ.." เทียนเหมินแอบเดาะลิ้นขัดใจเล็กน้อยที่นางดันตอบมาว่าอยากลองไปบ่อนการพนันดูสักครั้ง ทำเอาเสียแผนอยู่หน่อยๆ แต่ก็ยังไม่มากเท่าไร ให้นางไปด้วยอาจจะไม่เสียหาย (?) "ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าจะเล่นอะไรก็ออกเงินเองแล้วกัน"
     @ผิงผิง
     เมื่อตกลงกันได้ว่าหลิงผิงผิงต้องการติดตามไปยังบ่อนด้วยกันขั้นตอนต่อมาคือการถามทางไปยังบ่อนโพรงกระต่าย  
    "พี่ชาย พอจะรู้ทางไปบ่อนการพนันที่อยู่นอกเมืองไหม? เห็นว่าเป็นทั้งจุดพักม้าแล้วก็บ่อนด้วยน่ะ" เทียนเหมินลองแวะถามทางจากเสี่ยวเอ้อห์โรงเตี๊ยมโดยทำทีว่ามาซื้อหมั่นโถวสี่ลูก ถามกับคนที่ทำงานรับใช้นักเดินทางร้อยพ่อพันแม่ก็น่าจะต้องรู้หรือว่าเคยได้ยินเรื่องบ่อนนั้นมาบ้างแหล่ะน่า
     "หมายถึงบ่อนโพรงจิ้งจอกหรือครับพี่ชาย ข้าเคยได้ยินนักเดินทางคุยกันบอกว่าอยู่ทางตะวันตกระหว่างเทียนซุยกับจินเฉิงนะครับ ไปตามทางเลยจะมีจุดพักม้าอยู่กึ่งกลางน่าจะหาไม่ยากนัก"
     "อาฮะ ขอบใจมาก ส่วนนี่ค่าหมั่นโถว" เทียนเหมินตอบเพียงสั้นๆ รับหมั่นโถวมาแล้วจ่ายเงินไปก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปยังจุดพักม้าที่ว่านั่น
     @ผิงผิง
     ยิ่งเดินทางออกมาไกลจากเทียนซุยเท่าไรก็ยิ่งเห็นความแห้งแล้งของทะเลทรายมากขึ้นเท่านั้น ฝุ่นผงทรายพัดเข้าปะทะตัวตนต้องแวะจอดพักแล้วนำผ้าคลุมออกมาคลุมร่างกายจนมิดเหลือแต่เพียงลูกตา และยิ่งมืดค่ำเท่าไรอากาศก็ยิ่งหนาวเย็นมากขึ้นเท่านั้น สำหรับเทียนเหมินนั้นไม่มีปัญหา อากาศหนาวคือสิ่งที่เขาชอบ แต่คนอื่นเนี่ยสิไม่รู้จะเป็นอย่างไรเหมือนกัน

     @ผิงผิง

     เดินทางมาไกลจนเหมือนกับว่าเดินทางข้ามเมืองในที่สุดก็เห็นจุดพักม้าที่ว่านั่นจนได้ สภาพเหมือนกับเป็นป้อมปราการของทหาร ที่คอยอำนวยความสะดวกและเป็นด่านป้องกันหนึ่งหากมีภัยรุกรานมาจากตะวันตก จุดพักม้าแห่งนี้นับว่าใหญ่โตไม่เบาจนเทียบเคียงคล้ายกับหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่ง มีทั้งร้านอาหาร โรงเตี๊ยมแบบง่ายๆ ร้านขายเสบียงทั้งของคนและม้า แต่ที่คึกคักมากที่สุดคงไม่พ้นบ่อนที่ตั้งอยู่ชายขอบของทะเลทราย
     คณะเดินทางฝากม้าและวัวไว้ที่คอกม้า ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าไปสู่บ่อนการพนัน เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงคนเฮดังกระหึ่ม ท่าทางพวกผีพนันจะกำลังสนุกสนานคึกครื้นได้ที่กับการพนันต่างๆ ที่เปิดรองรับแขกทั้งประจำและขาจร
     ทั้งสี่เหมือนคนที่หลุดเข้ามาในมิติพิศวง อบายมุขหลายอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งการแข่งตีจิ้งหรีด พนันไพ่นกกระจอก เต้าหู้ปูปลา หนูวิ่งแข่ง หรือแม้กระทั่งการประลองหมัดมวย
     @ผิงผิง
     เทียนเหมินไม่ได้ลงเล่นพนันอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่เข้ามาเขาก็ดินดูนั่นดูนี่จนเกือบที่จะลืมสืบคดีความ "แม่นางหลิง ถ้าอยากเล่นอะไรก็เล่นนะ เสร็จแล้วไปเจอกันที่คอกม้า"
     @ผิงผิง

     เมื่อปล่อยให้หลิงผิงผิงตื่นตากับการพนันด้วยตัวคนเดียวแล้วก็ได้ฤกษ์สืบคดีเสียที ได้ยินมาว่าทหารเป็นคนเปิดบ่อนก็น่าจะได้เรื่องได้ราวอะไรมาบ้างไม่มากก็น้อย เจ้าพวกผีพนันพวกนี้ยิ่งชอบคุยโวโอ้อวดเสียด้วยดังนั้นคงไม่น่ายากที่จะสืบข่าว แต่หลังจากเดินวนไปตามโต๊ะต่างๆ ก็ยังไม่ได้ยินเบาะแสอะไรเสียที
    "เอาไงดี ท่าจะต้องลงเล่นพนันซะแล้วมั้ง" เทียนเหมินถอนหายใจ ก็พอจะเตรียมใจไว้หรอกว่าอาจจะต้องไปเสียเงินเพื่อหาข่าว แต่หากได้มาก็คงจะคุ้มค่า เด็กทั้งสองพยักหน้ารับพร้อมกับคอยติดตามอยู่ไม่ห่าง
     การพนันตาแรกคือการเล่นน้ำเต้าปูปลา เทียนเหมินที่เล่นไม่เป็นและไร้โชคเสียเงินรัวๆ ติดกันสองตา เพียงแค่สองตาเงินชั่งก็ปลิวไปถึงสามสิบชั่งแล้วด้วยกัน
     เงินก็เสียข่าวก็ไม่ได้ดูท่าว่าเขาจะไม่มีโชคกับการพนันบนกระดานแล้วลุกออกมาหาข่าวจากโต๊ะอื่นดีกว่า ไหนๆ ที่นี่ก็มีการละเล่นมากมายให้ได้ลองแล้วล่ะก็ลองมันซะอย่างละตาเลยดีกว่า
     ถัดจากน้ำเต้าปูปลาทั้งสามก็ลองลงพนันตีจิ้งหรีดดู แต่ก็อ้าปากถามไม่ทันเพราะผีพนันมัวแต่ส่งเสียงดังขัดจังหวะเสียนี่ ถัดจากการตีจิ้งหรีดก็ไปแข่งหนูวิ่ง สภาพของทั้งสองโต๊ะแทบไม่ต่างกัน ไม่มีใครที่เขาพอจะถามไถ่ได้เลยเพราะมัวแต่เมามันกับการเอาใจช่วยหนูที่ตัวเองลงขันเอาไว้ จนสุดท้ายลองมาเล่นพนันที่ไม่ต้องส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายดูบ้างดีว่า นั่นก็คือไพ่นกกระจอก...
     "นี่พี่ชาย ข้าเพิ่งเคยเล่นการพนันแบบนี้ท่านช่วยสอนข้าหน่อยสิ" เทียนเหมินลองทำเป็นเด็กหนุ่มไม่ประสาแต่อยากลองเล่นการพนันดู เมื่อเห็นว่ามีมือใหม่มาก็หวานหมูกินนิ่ม นักพนันร่วมโต๊ะจึงยินดีที่จะสอนให้ซึ่งไม่ได้แนะหลักอะไรมากนักเพื่อไม่ให้เจ้ามือใหม่นี่บังอาจมาชนะได้
     "ได้เลยน้องชายข้าจะสอนให้เอง"
    "ขอบคุณมากพี่ชาย" ชายหนุ่มยิ้มหวาน (?) ดูท่าแล้วจะพอหาเหยื่อใจดีพอจะบอกความลับบางอย่างได้หากว่าเขารู้น่ะนะ ในจังหวะนี้เทียนเหมินจึงถือโอกาสตีสนิทซะเลย
     การเล่นดำเนินผ่านไปจนเกือบครึ่งตา แน่นอนว่าเทียนเหมินไม่มีไพ่ตายที่จะเอาชนะได้ อันที่จริงถึงสอนมาเขาก็ยังงงๆ กับการนับแต้มอยู่ แต่นั่นไม่ใช่หลักสำคัญอะไร ที่สำคัญน่ะมันต่อจากนี้ต่างหาก
    "จะว่าไปจุดพักม้าที่นี่ดูแปลกๆ นะครับ อย่างกับค่ายทหารแน่ะ" ลองหยั่งเชิงดูก่อนด้วยการทักถามสภาพแววล้อมรอบด้าน
     "จะเหมือนก็ไม่แปลก เพราะที่นี่ก็คือค่ายทหารน่ะแหล่ะ ท่านแม่ทัพใหญ่ของเทียนซุยเป็นคนเปิดบ่อนเอง" นักพนันผู้เป็นเหยื่อหลอกตามใจดีตอบออกไปตามตรงเมื่อเริ่มพูดคุยสนิทสนมกับชายผิวเข้มคนนี้แล้ว "เจ้าเป็นนักเดินทาง ไม่ใช่ชาวเหลียงโจวล่ะสิท่า"
    "ครับ ข้ากับน้องๆ ตั้งใจจะไปเที่ยวนอกด่านกัน บังเอิญมาเจอบ่อนที่จุดพักม้าเลยลองมาเล่นดูน่ะ" เทียนเหมินวางไพ่ของตนเองออกไปมั่วๆ แล้วแสร้งเล่าเรื่องเท็จออกไปหน้าตา บางทีการเป็นพ่อค้าก็ดีเหมือนกัน ช่วยฝึกทักษะการโกหกให้เขาได้ดีขึ้นเยอะ
     "เดินทางก็ระวังหน่อยแล้วกัน แถวนี้มีโจรป่าเยอะ พรรคโจรทมิฬน่ะ" นักพนันเอ่ยเตือนหน้าใหม่มือสมัครเล่นออกไปแทบจะไม่คิดอะไรเลย
     "พรรคโจรทมิฬ? เพราะมีโจรเยอะเลยมีค่ายทหารสินะ... แล้วงี้บ่อนมาเปิดที่นี่ไม่กลัวโจรหรอ? ถึงจะเป็นค่ายทหารก็เถอะ"
     "อันนี้ข้าก็ไม่รู้แต่ดูเหมือนว่าแม่ทัพใหญ่ของเทียนซุยจะติดสินบนกับพวกโจรอยู่"
    "หืม แบบนี้ก็แย่น่ะสิ แล้วแบบนี้เจ้าเมืองทำอะไรไม่ได้เลยหรอ?" เทียนเหมินแสร้งถามออกไป ทำทีเป็นตระหนกตกใจที่ได้ยินเรื่องราวนั้น ทั้งๆ ที่เขาก็พอจะเดาออกว่ามันก็คงจะมาอีหรอบนี้
     "คนนอกอย่างเจ้าคงจะว่าแปลกสินะ แต่พวกข้าอยู่จนชินแล้ว พวกโจรทมิฬบีบบังคับเจ้าเมืองทำให้เมืองนี้จึงเละเทะไม่ต่างกับเมืองอื่นๆ ในเหลียงโจวหรอก ฮ่าๆๆ เจ้าแพ้แล้ว" นักพนันพูดเรื่องนั้นออกมาได้หน้าตาเฉย อาจจะเป็นเพราะความชินแล้วจริงๆ แสดงว่าไม่ใช่เพียงแค่สองสามปี แต่เรื่องราวบัดซบนี่อาจจะกินเวลายาวนานมาร่วมสิบๆ ปี
     "ว้า แพ้ซะแล้ว สงสัยว่าข้าจะไม่มีดวงกับไพ่ซะล่ะมั้ง" เทียนเหมินทำทียิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะเลื่อนก้อนทองออกไปเมื่อเสียพนัน "งี้ข้าขอตัวก่อนนะพี่ชาย เพื่อไปเล่นอย่างอื่นหาเงินคืนทุนได้บ้าง"
     "เอาเลยๆ" เมื่อไม่มีธุระต่อกันแล้วทั้งคู่ก็ลาจากกันราวกับคนแปลกหน้า ได้ข้อมูลมาแล้วจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ? มันจะเป็นหลักฐานเพียงพอแล้วหรือเปล่า? ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่า... หากว่าลองไปสืบหาจากจวนเจ้าเมืองดูล่ะ? คิดได้เช่นนั้นเทียนเหมินและผู้ติดตามอีกสองก็ตั้งใจจะเดินออกจากบ่อนพนันเมื่อหมดธุระกับที่นี่แล้ว แต่ที่มุมหนึ่งกลับมีเสียงเฮดังเรียกความสนใจให้หันไปมอง มันคือโต๊ะแข่งงัดข้อแลกเงิน
    "ไอ้นั่นน่าสนใจแฮะ ข้าไปลองหาเงินคืนทุนหน่อยดีกว่า" ชายหนุ่มเดินไปที่โต๊ะพนันอย่างมั่นใจ คิดว่าคนตัวโตอย่างเขาน่าจะชนะคู่ต่อสู้ได้ไม่ยาก เทียนเหมินสวมถุงมือกันหนาวเอาไว้ก็ดูไม่แปลกสำหรับคนที่นี่ แต่สำหรับเขาแล้วแค่ป้องกันไม่ให้คนตกใจกับเนื้อตัวเย็นเฉียบของเขาเท่านั้น
    "ข้าขอแข่งแลกเงินด้วยคน" ร่างสูงใหญ่ยิ้มร่าพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้เมื่อไม่มีผู้ท้าชิงคนใดเอาชนะผู้ชนะคนเก่าได้
     แชมป์เก่าเป็นคนร่างใหญ่แม้จะสูงไม่เท่าเทียนเหมินแต่รูปร่างก็ล่ำสันใช่เล่น ที่แขนทั้งสองข้างและแผ่นหลังสักลวดลายเต็มไปหมด ดูๆ ไปแล้วก็อุทานออกมาได้ทันทีว่า 'โจรชัดๆ' แต่คงไม่มีใครกล้าพูดใส่ต่อหน้าเจ้าตัวได้เลย
     "หึ ไม่เคยเจอหน้ามาก่อนนี่ มาใหม่หรือไงไอ้หนู" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นพลางมองหน่วยก้านของเทียนเหมินแล้วยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ คนตัวใหญ่หวังว่าจะแรงไม่น้อย น่าจะพอให้เป่ยหยุนไห่ผู้คุมบ่อนแห่งนี้สนุกสนานได้บ้าง
    "อา ใช่ ข้าเป็นนักเดินทางน่ะ เอาล่ะ ขอลองสักตั้งนะพี่ชาย พอดีว่าข้าเป็นคนขี้หนาว ขอใส่ถุงมือหน่อยไม่เป็นไรใช่ไหม?" เทียนเหมินโกหกหน้าตายออกไปอีกครั้ง ขี้หนาวบ้าบออะไร เขาน่ะชื่นชอบความหนาวเย็นเสียยิ่งกว่าอะไรดี และอีกอย่างคือคงไม่มีอากาศที่ไหนที่ทำให้เขารู้สึกหนาวได้แล้วล่ะมั้ง ถิงเอ๋อห์และอาเค่อต่างมองหน้ากันแล้วแอบหลบมุมขำกับความตอ***นั้น
     "ก็ได้ แต่เรื่องงัดข้อข้าไม่ยอมอ่อนให้เจ้าหรอกนะ" ผู้คุมบ่อนวางศอกไว้กับโต๊ะ ท่อนแขนของเขาและเทียนเหมินใหญ่โตพอๆ กันเลยทีเดียว
    "ได้เลย ข้าก็ไม่ขอให้อ่อนข้อให้อยู่แล้ว" ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก ดูท่าทางว่าการหาเงินคืนทุนอาจจะไม่ง่ายขึ้นมาแล้วแต่ก็ท้าทายดี เขาวางศอกไว้กับโต๊ะลงตาม จากนั้นก็จับมือกับอีกฝ่ายไว้ให้มั่น
     "ประลองตาละสิบห้าชั่งเหมือนโต๊ะอื่นๆ แต่ข้าไม่รับรองความปลอดภัยข้อมือเจ้า"
    "พร้อมแล้วล่ะน่า" มืออีกข้างของเทียนเหมินไขว้ไว้ด้านหลังตามกติกากันการเล่นตุกติก
     "สาม สอง หนึ่ง เริ่มได้!" เจ้ามือประจำโต๊ะเอ่ยให้สัญญาณ และเมื่อสิ้นเสียงคำว่าเริ่มทั้งคู่ก็ต่างออกแรงผลักดันกันและกัน
    "อึก!" เทียนเหมินขมวดคิ้วเคร่งกับแรงมือมหาศาลที่พยายามจะกดมือของเขาลง แต่ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น เขาออกแรงโต้กลับไม้แพ้กันจนอีกฝ่ายก็แสดงสีหน้าเครียดออกมาด้วย
     แม้คนภายนอกจะเห็นว่ามือทั้งสองที่จับกันไว้แทบจะไม่ขยับแต่ว่าทั้งสองคนกำลังออกแรงงัดข้อกันสุดชีวิต เทียนเหมินใช้แต่แรงเพียวๆ ไม่มีกำลังภายในผสมเพราะไม่อยากขี้โกง ไม่อยากจะโม้นักหรอกแต่เขาก็รู้สึกว่ากำลังภายในของเขาก็เอาเรื่องเช่นกัน
     จากเสียงเฮในตอนแรกกลายเป็นเงียบกริบ คนดูที่มามุงและลงขันต่างลุ้นเอาใจช่วยไม่ว่าจะลงฝั่งคนคุมบ่อนหรือว่าหน้าใหม่อย่างเทียนเหมินก็ตาม มือที่งัดกันเริ่มที่จะสั่นหลังกินเวลามานานสามนาที และดูเหมือนว่าทางฝั่งเทียนเหมินจะเริ่มเสียเปรียบแขนของชายหนุ่มถูกดันให้งอลงเรื่อยๆ แต่เจ้าตัวก็ยังฝืนต้านเอาไว้จนหน้าแดงก่ำ กินเวลาไปถึงหน้านาทีก็ยังสรุปผลแพ้ชนะไม่ได้
     ดูท่าเป่ยหยุนไห่ก็ใกล้จะหมดแรงแม้ว่าเขากำลังเป็นต่อ แขนที่เต็มไปด้วยรอยสักถูกงัดขึ้นทีละนิดๆ จนสุดท้ายแชมป์เก่าก็รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีกดมือของเทียนเหมินลงไปติดกับโต๊ะ
     "ผู้ชนะเป่ยหยุนไห่!" เจ้ามือประกาศผล คนดูต่างเฮลั่น แม้คนที่ลงขันฝั่งเทียนเหมินไว้ก็ยังตื่นเต้นกับการประลองงัดข้อครั้งนี้ไม่หาย
     "ว้า ข้าแพ้แล้ว" เทียนเหมินเอ่ยออกมาอย่างเสียดาย หย่อนเงินลงไปในขันก่อนที่จะบีบนวดข้อมือจนเองไปมา การงัดข้อเมื่อครู่กินพลังงานและปวดแขนมากน่าดู ไม่รู้ว่าคุ้มกันหรือเปล่า แต่ก็แอบคิดในใจว่าถ้าใช้พลังแฝงสักนิดจะชนะได้หรือเปล่านะ แต่หากชนะขึ้นมาจริงๆ จะภูมิใจจริงหรือในเมื่ออีกฝ่ายก็ใช้แรงอย่างเดียวเช่นกัน
     "ฮ่าๆๆ ดีมาก ข้าไม่ได้งัดข้อที่สนุกแบบนี้มานานหลายปีแล้ว" เป่ยหยุนไห่หัวเราะออกมาอย่างพอใจ เขาเกลียดความอ่อนแอและยกย่องสิ่งที่แข็งแกร่ง ดังนั้นสำหรับคู่แข่งที่แม้จะเพิ่งแพ้ไปแต่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่พวกอ่อนแอดาดๆ ที่มาท้าประลองทุกวัน "เจ้าชื่ออะไร?"
    "หะ.. ข้า" เทียนเหมินชี้หน้าตัวเอง ถูกโจรถามชื่อแบบนี้ถึงแม้เขาจะไม่ฉลาดแต่ก็ไม่ถึงขั้นโง่ "หูโจว (เรือในทะเลสาบ) ข้าชื่อหูโจวครับ"
     "ดี หูโจว ข้าจะจำชื่อเจ้าเอาไว้ หากมาที่นี่อีกแล้วค่อยมาแข่งกันอีกรอบ!"
    "ครับ..." ชายหนุ่มพยักหน้ารับแม้ในใจมีคำตอบอื่น 'จำไปเถอะว้อย! ถ้าไม่มีธุระข้าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง เสียเงินไปตั้งเก้าสิบชั่งแน่ะไอ้บ้าเอ๊ย!' ...แต่ก็ได้เพียงยิ้มออกมาที่มุมปาก "ข้าไปก่อนล่ะกระเป๋าฟีบหมดแล้ว ขอตัวก่อน" พูดจบชายหนุ่มก็ลุกออกจากโต๊ะไปทันที
     
     หลังจากที่เสร็จธุระกับบ่อนพนันเรียบร้อยทั้งสามก็เดินออกมาที่คอกม้าเพื่อรอหลิงผิงผิง
     @ผิงผิง
     "เอาล่ะ เสร็จธุระแล้วหาที่พักกันเถอะ ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีโรงเตี๊ยมเล็กๆ อยู่ด้วย"
    @ผิงผิง
     เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสี่ก็เดินเข้าไปที่โรงเตี๊ยมที่จุดพักม้า แต่คำตอบที่ได้รับคือห้องเต็มเพราะเป็นช่วงฤดูกาล (?) พอดี
     "ช่วยไม่ได้ล่ะนะ สงสัยต้องกลับไปที่โรงเตี๊ยมในเมือง" เทียนเหมินถอนหายใจออกมา เพราะการเดินทางกลับไปเทียนซุยก็ใช้เวลาอีกไม่ใช่เล่นๆ ครั้นจะเดินทางต่อไปจินเฉิงระยะทางก็พอๆ กัน เพราะอย่างนั้นสู้กลับทางเก่าไปก่อนเพื่อหาหลักฐานเพิ่มดีกว่า
    @ผิงผิง



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -90 ชื่อเสียง +50 ความหิว -31 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -90 + 50 -31 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-9 12:08:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-12-9 20:25

เทคนิคเอาตัวรอดในการเล่นพนันละ


    เดินทางจากฉางอันจนมาถึงเมืองเทียนซุย ผิงผิงมิได้บ่นอะไรกับการเดินทางในครั้งนี้เธอออกจะตื่นเต้น... ใช่ กำลังออกไปทางนอกด่าน ซึ่งลึกๆ เธอหวังว่าอาจอังเอิญได้พบเจอกองคาราวานที่เดินทางไปโหรวหรานก็ได้ ผิงผิงยังจำได้รางๆ ว่า สมัยเด็กๆ กองคาราวานของพวกเธอมักไปกลับต้าฮั่นและโหรวหรานในช่วงเวลานี้ของทุกปีด้วย ยิ่งไกลออกไปความสีเขียวสดของพวกต้นไม้ใบหญ้าก็เริ่มหายไปเริ่มสู่ความแห้งแล้ง... ผิงผิงมองไปรอบๆ ที่มีแต่ผู้คนยากไร้ เธอนั้นห้วนนึกถึงเหล่าเด็กๆ ที่เมืองเฉินตู พวกเสี่ยวเหอและเด็กๆ ที่ศาลเจ้า แต่อย่างไรพวกเขาเองก็มีคนช่วยเหลือแล้ว แต่ผู้คนนอกด่านเล่า? พวกเขาคงไม่ได้โชคดีขนาดที่จะมีคนมาช่วยเหลือหรอก... จนกระทั่งเดินทางผ่านหน้าโรงเตี้ยมอู่หลาง บุรุษร่างยักษ์ก็หันมากล่าวกับเธอ
    "แม่นางหลิง เจ้าเข้าพักที่โรงเตี๊ยมไปคนเดียวก่อนแล้วกัน พวกข้าจะไปทำธุระอย่างอื่นกันก่อน"
     "จะไปไหนรึ?" ผิงผิงถามด้วยความสงสัย
     "ไปเล่นพนัน ที่นั่นไม่-" แต่เทียนเหมินยังพูดไม่ทันจบผิงผิงก็รีบโพล่ขึ้นมาก่อน
     "ข้าจะไปด้วย! ข้ายังมิเคยไป ข้าอยากลองไปดูสักครั้ง" ผิงผิงกล่าวด้วยดวงตาเป็นประกลายเหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่!
    "ชิ.." ดูเหมือนเทียนเหมินจะไม่อยากให้เธอตามไปด้วยแต่เด็กสาวกลับไม่รู้ตัว ว่าตัวเองนั้นได้เพิ่มความยุ่งยากให้กับชายหนุ่มไปเสียแล้ว
    "ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าจะเล่นอะไรก็ออกเงินเองแล้วกัน"
    "เย้ ขอบคุณเจ้าค่ะ!" ผิงผิงยิ้มจนลักแก้มเผย ก่อนจะโน้มตัวลงไปกอดจวี่จื่อ วัวของเธอก่อนจะติดตามเทียนเหมินไป
    "พี่ชาย พอจะรู้ทางไปบ่อนการพนันที่อยู่นอกเมืองไหม? เห็นว่าเป็นทั้งจุดพักม้าแล้วก็บ่อนด้วยน่ะ" เทียนเหมินลองแวะถามทางจากเสี่ยวเอ้อห์ ผิงผิงมองเขาถามพลางซื้อหมั่นโถว เธอจึงหันไปสนใจสิ่งรอบกายแทน
     "หมายถึงบ่อนโพรงจิ้งจอกหรือครับพี่ชาย ข้าเคยได้ยินนักเดินทางคุยกันบอกว่าอยู่ทางตะวันตกระหว่างเทียนซุยกับจินเฉิงนะครับ ไปตามทางเลยจะมีจุดพักม้าอยู่กึ่งกลางน่าจะหาไม่ยากนัก"
     "อาฮะ ขอบใจมาก ส่วนนี่ค่าหมั่นโถว" เทียนเหมินตอบเพียงสั้นๆ รับหมั่นโถวมาแล้วจ่ายเงินไปก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปยังจุดพักม้าที่ว่านั่น
    "ข้าอยากไปทะเลทราย..." ผิงผิงพึมพำกับตนเองเมื่อเริ่มออกเดินทางไปนอกเมือง
     ยิ่งเดินทางออกมาไกลจากเทียนซุยเท่าไรก็ยิ่งเห็นความแห้งแล้งของทะเลทรายมากขึ้นเท่านั้น ฝุ่นผงทรายพัดเข้าปะทะตัวตนต้องแวะจอดพักแล้วนำผ้าคลุมออกมาคลุมร่างกายจนมิดเหลือแต่เพียงลูกตา ผิงผิงเห็นพวกเขาทำเธอก็ทำตามมั่งโดยไม่เกี่ยงอะไร เพราะอย่างไรพวกเขาก็มิรู้ด้วยว่าเธอนั้นเติบโตมาท่ามกลางทะเลทราย

     เดินทางมาไกลจนเหมือนกับว่าเดินทางข้ามเมืองในที่สุดก็เห็นจุดพักม้าที่ว่านั่นจนได้ สภาพเหมือนกับเป็นป้อมปราการของทหาร ที่คอยอำนวยความสะดวกและเป็นด่านป้องกันหนึ่งหากมีภัยรุกรานมาจากตะวันตก จุดพักม้าแห่งนี้นับว่าใหญ่โตไม่เบาจนเทียบเคียงคล้ายกับหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่ง มีทั้งร้านอาหาร โรงเตี๊ยมแบบง่ายๆ ร้านขายเสบียงทั้งของคนและม้า แต่ที่คึกคักมากที่สุดคงไม่พ้นบ่อนที่ตั้งอยู่ชายขอบของทะเลทราย
     คณะเดินทางฝากม้าและวัวไว้ที่คอกม้า ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าไปสู่บ่อนการพนัน เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงคนเฮดังกระหึ่ม ท่าทางพวกผีพนันจะกำลังสนุกสนานคึกครื้นได้ที่กับการพนันต่างๆ ที่เปิดรองรับแขกทั้งประจำและขาจร
     ทั้งสี่เหมือนคนที่หลุดเข้ามาในมิติพิศวง อบายมุขหลายอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งการแข่งตีจิ้งหรีด พนันไพ่นกกระจอก เต้าหู้ปูปลา หนูวิ่งแข่ง หรือแม้กระทั่งการประลองหมัดมวย
    "นี่มันมากกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก..." ผิงผิงพึมพำพลางก้าวขาตามหลังเทียนเหมินเข้าไป มีการเล่นพนันหลากหลายซึ่งผิงผิงมิรู้จักสักอย่างเดียวก่อนจะหันไปทางเทียนเหมินเมื่อเขาหันมาพูดคุยกับเธอ
    "แม่นางหลิง ถ้าอยากเล่นอะไรก็เล่นนะ เสร็จแล้วไปเจอกันที่คอกม้า"
     "เจ้าค่ะ" ผิงผิงตอบเท่านั้นก่อนจะเดินแยกตัวจากพวกเทียนเหมิน เธอชอบเดินดูคนเดียวอยู่แล้วแต่จะดีกว่านี้หากถิงเอ๋อห์เดินกับเธอ(?) ผิงผิงเดินดูคนเขาเล่นกันแต่เธอไม่อยากเสี่ยงที่จะลงเล่นเพราะการไม่รู้เรื่องอะไร พวกพี่ทหารเขาก็มีเล่นกันบ้างแต่เพราะมันผิดกฎของค่ายทหารจึงเล่นกันอย่างลับๆ และเธอผ่านไปเห็นเข้าตอนนั้น พวกพี่ทหารมิได้ชักชวนแต่เตือนว่าอย่าไปบอกใครและถ้าหากพบก็อย่าไปเล่นด้วยเพราะมีแต่เสียกับเสียเท่านั้นและผิงผิงก็ไม่โง่พอจะเล่น...
     "แม่นางน้อย ลองสักตาดีรึไม่?" มีชายคนหนึ่งมองเห็นผิงผิงพบว่ามิเคยเห็นหน้ามาก่อนคงเป็นพวกหน้าใหม่รึไม่ก็บุตรสาวของใครสักคนที่ติดตามบิดามาเปิดหูเปิดตากระมั่ง "ข้ารึเจ้าคะ?"
     "ใช่ เจ้าอยากลองรึไม่?" เขากล่าว ผิงผิงนิ่งคิดก่อนจะส่ายหน้า "มิเป็นไรเจ้าค่ะท่านน้า เดี๋ยวท่านพ่อข้าจะดุเอา ท่านพ่อมิได้ให้เงินข้าติดตัวไว้" ผิงผิงกล่าวพลางยิ้มอย่างเสียใจ "งั้นรึ บิดาเจ้าเล่า?"
     "ท่านพ่อ... กำลังเล่นเจ้านั้น" ผิงผิงหลับหูหลับตาชี้มั่วๆ ไปที่ชายวัยกลางคนที่อยู่ไกลๆ ที่กำลังเล่นพนันอะไรสักอย่างที่ผิงผิงมิรู้จัก
     "ที่แท้แม่นางน้อยมิรู้จักเล่นพนันนี่เอง วันนี้ข้าอารมณ์ดี มาดูพวกข้าเล่นสิ"
     "ได้รึเจ้าคะ?" ผิงผิงตาวาว ได้ดูดีกว่าเสียตังเล่น เด็กสาวเดินเข้าไปโดยรักษาระยะห่างสี่ห้าก้าว เขามิติดใจอะไรเป็นปกติที่เด็กขนาดนี้จะกลัวผู้ใหญ่อย่างพวกตน ก่อนจะเล่นและผิงผิงยืนดูข้างๆ เป็นการเล่นคู่ๆ คี่ๆ อะไรสักอย่างจนผิงผิงหมดความสนใจแล้วทำท่าจะผละจากไปดูอย่างอื่นแทนแต่ชายคนนั้นหันมาแล้วเรียก "แม่หนู อยากรู้เทคนิคการเล่นพนันให้รอดรึไม่?
    "อยากเจ้าค่ะ" ผิงผิงหันกลับมาด้วยรอยยิ้ม เขายิ้มนิดก่อนจะบอกเพื่อนๆ ว่าเดี๋ยวมาแล้วเดินมาหา
     "จดจำให้ดีละแม่หนู ขาขึ้นให้สู้แบบหมาป่าหิวโหยขาลงให้หนีแบบหมาขาเดี้ยง ห้ามเสียดายเงินที่เสียไปนั้นคือจุดจบของนักพนันแล้วพึงจำไว้ทุกๆเกมส์มีจ้าวมือและลูกมือต้องแพ้ตอนจบ จึงเป็นที่มาของการเล่นหน้าจ้าว เอาเงินที่พร้อมเสียมาเล่นเท่านั้นแต่คงยกเว้นตอนมือขึ้นหรือขาขึ้น อย่าวัตถุนินยม มีเงินเอาไปเปลี่ยนเป็นของทำให้เสียสภาพคล่อง อย่าลืมว่าสำหรับนักพนันเงินคือกระสุนที่ต้องมีพกตลอดเวลา เลี้ยงเพื่อนบ่อยๆ เวลาเล่นได้ เวลาเราหมดตูดยังการันตีว่าพอมีข้าวกิน ซุกเงินในที่ๆ ต่างๆ เยอะ อย่าเครียด ถ้าเครียดดวงจะตก อย่าเมาขนาดเล่น อย่าเชื่อตัวเองมากไป จำได้รึไม่?"
    "จำได้เจ้าค่ะ" สำหรับเรื่องพวกนี้ที่อยู่นอกตำราเรียนผิงผิงจำได้อยู่แล้ว เขาพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะโดนเพื่อนๆ ร้องเรียกให้ไปเล่นต่อ ส่วนผิงผิงนั้นขอตัวไปเดินดูการเล่นพนันอื่นๆ จนถึงเวลาที่ต้องไปพบกับเทียนเหมิน เธอเดินออกไปที่คอกม้าแล้วพบกับพวกเขายืนรออยู่
     "มาแล้วเจ้าค่ะ" ผิงผิงกล่าว
     "เอาล่ะ เสร็จธุระแล้วหาที่พักกันเถอะ ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีโรงเตี๊ยมเล็กๆ อยู่ด้วย"
    "อย่างไรก็ได้เจ้าค่ะ"
     เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสี่ก็เดินเข้าไปที่โรงเตี๊ยมที่จุดพักม้า แต่คำตอบที่ได้รับคือห้องเต็มเพราะเป็นช่วงฤดูกาล (?) พอดี
     "ช่วยไม่ได้ล่ะนะ สงสัยต้องกลับไปที่โรงเตี๊ยมในเมือง" เทียนเหมินถอนหายใจออกมา
  

@Admin @KABUTO



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-12-9 20:21:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-12-9 20:28

PART CCLXXXIII


     และในขณะที่ทั้งสี่กำลังจะกลับไปยังเทียนซุยก็ได้ยินเสียงเฮออกมาจากข้างๆ บ่อน เหล่าผีพนันต่างมุงดูการแข่งขันอย่างหนึ่งกันอย่างสนุกสนาน...
    "นั่นอะไรน่ะ?" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาอย่างสนใจ พยายามชะเง้อคอมองว่าคนกำลังทำอะไรกันอยู่ตรงนั้น หรือว่ามีการพนันอีกประเภทที่ยังไม่ได้ดู
     "จะไปดูไหมล่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว" เทียนเหมินเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเด็กสาวที่มาด้วยกันนั้นรู้สึกสนใจกับการเล่นพนันอะไรบางอย่างตรงนั้น
     "ข้าก็อยากดูนะครับ" อาเค่อเองก็เห็นด้วย ถึงจะเป็นการสืบคดีแต่ก็เป็นการเปิดประสบการณ์เช่นกัน ไม่รู้ว่าจะได้มาเจออะไรแบบนี้อีกเมื่อไร
     "แล้วเจ้า?" เทียนเหมินหันไปถามแม่นางหลิงที่มาสืบข่าวเรื่องหลิงเฮ่า ไม่รู้ว่านางได้เรื่องได้ราวอะไรเพิ่มเติมบ้างหรือไม่
     @ผิงผิง
    "อืม งั้นก็ไปดูกัน" เทียนเหมินนำเจ้ากิเลนขังไว้ในคอกม้าเหมือนเดิมก่อนที่จะเดินนำไปดูการแข่งขันอะไรตรงนั้น แต่เมื่อทำท่าจะเดินเข้าไปก็ถูกผู้คุมคอกวัวขวางเอาไว้เสียก่อน
     @ผิงผิง
     "ดูพนันวัวข้าเข้าชมยี่สิบชั่ง" ผู้คุมร่างใหญ่ทำเสียงขรึมอย่างน่ากลัวพร้อมกับชี้ไปยังป้ายที่เขียนเอาไว้ตัวใหญ่ชัดเจน

================================
ค่าเข้าชมแข่งวัวชน คนละ 20 ชั่ง
(ไม่รวมค่าวางเดิมพัน และค่าสมัครลงแข่ง)
================================

     เทียนเหมินมองตามป้าย คิ้วเข้มขมวดแน่นเป็นปม "ค่าเข้าชมโคตรแพง..." เขาบ่นอุบออกมาเบาๆ
     @ผิงผิง
     "ไม่อยากจ่ายก็ไม่ต้องดู วัวแข่งมีต้นทุนด้วยกันทั้งนั้น" ผู้คนเอ่ยเสียงแข็ง ไม่รับแขกที่ไม่มีเงินแต่ก็ยืนยังก้าขวางทางไว้อย่างนั้น
     "เอาไงล่ะ?" เทียนเหมินหันกลับไปถามพรรคพวกที่เหลือ พอเข้าใจว่ามีค่าดูแลวัว ไหนจะค่าอาหารค่าเลี้ยงดู และค่ารักษาเมื่อยามวัวเจ็บอีก พวกเขาใช้มันเป็นเครื่องมือหากินก็คงต้องดูแลอย่างดีไม่น้อย เผลอๆ วัวพวกนั้นอาจจะกินดีอยู่ดีกว่าตัวเขาเสียอีก
     "ข้าไม่ดูแล้วก็ได้ค่ะ" ถิงเอ๋อห์ยิ้มเจื่อนๆ แม้ว่านางจะสนใจความสนุกตรงหน้าขนาดไหนแต่ก็เกรงใจผู้มีพระคุณที่วันนี้เสียเงินไปเกือบร้อยชั่งแล้ว
     @ผิงผิง
     "เจ้าอยากเอาวัวไปแข่ง?" เทียนเหมินหันไปทางหลิงผิงผิงที่อยากลองเอาจวี่จื่อวัวของนางลงแข่งดู "มันไหวแน่หรอ? เดินทางมาทั้งวัน"
     @ผิงผิง
    "ตามใจ ถ้างั้นก็... ถิงเอ๋อห์ เจ้าอยากดูวัวก็ไปกับแม่นางหลิงแล้วกัน แล้วก็อีกสามสิบชั่งค่าวางเดิมพัน" เทียนเหมินยื่นถุงเงินให้เด็กสาวชุดเขียวให้ถือ "ข้าลงเดิมพันฝั่งเจ้าไปตั้งสามสิบชั่งเลยนะเว้ย ถ้าไม่ชนะขอหางมันนะจะเอาไปทำหางตัวต้มน้ำแกง" เขาหันไปทางแม่นางหลิงพูดแซวแต่ด้วยท่าทีเหมือนขู่
     @ผิงผิง
     "ส่วนอาเค่อ เสียสละให้ผู้หญิงนะ เอาไว้ข้าจะซื้อขนมเลี้ยงแทน" มือหนายกขึ้นตบบ่าของเด็กหนุ่มโหรวหรานที่มาด้วยกันให้กลับไปรอสองสาวแข่งวัวกันที่คอกม้า
     "ขอบคุณค่ะ ท่านพี่เทียน" ถิงเอ๋อห์ที่รับถุงเงินมางงๆ ก็แอบยิ้มดีใจไม่ได้ที่ชายหนุ่มยอมตามใจนาง ในเมื่อได้โอกาสมานางก็จะสนุกให้เต็มที่
     @ผิงผิง
     "ค่ะ ข้าจะเข้าไปจองที่รอนะคะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยบอกกับแม่นางหลิง นางต้องไปเอาวัวที่คอกม้ามาลงทะเทียนก่อน เด็กสาวจ่ายค่าเข้าชมไปยี่สิบชั่งจากนั้นก็เข้าไปยังอัฒจรรย์ชมการชนวัวที่ประกอบขึ้นจากไม้มีที่นั่งไล่ระดับขึ้นไปสูงเท่าอาคารสองชั้น พร้อมจองที่นั่งให้แม่นางหลิงอีกด้วย


    "แม่นางหลิง!" ถิงเอ๋อห์ยกมือขึ้นป้องปากตะโกนเรียกเด็กสาวที่เพิ่งรู้จักกันพร้อมโบกมือหวอยๆ เรียกให้มานั่งตรงนี้ แข่งกับเสียงโห่เฮของผู้ชมการแข่งวัวชน "เรียบร้อยแล้วนะคะ?"
     @ผิงผิง
     "อีกสามคู่ถึงจะได้แข่งสินะคะ งั้นมาดูวัวตัวอื่นแข่งกันก่อนเถอะค่ะ" ถิงเอ๋อห์พยักหน้ารับก่อนจะกอดถุงเงินที่ได้รับมาไว้แน่น เงินสามสิบชั่งที่นางจะช่วยลงเดิมพันข้างของจวี่จื่อวัวของแม่นางหลิง มันน่าจะเป็นวัวที่สุขภาพแข็งแรงไม่น้อย ขนาดเดินทางมาทั้งวันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อย แถมยังวิ่งตามม้าได้ทันเสียอีก หวังก็แค่ช่วงที่ได้พักมันจะกินอิ่มและฟื้นฟูกำลังกายได้เต็มที่
     @ผิงผิง
     วัวคู่แรกที่ได้ชมเป็นวัวสีขาวลักษณะดีลงแข่งกับวัวลายจุดสีดำเหมือนวัวนม หน้าตาพวกมันทั้งสองดูไม่มีพิษมีภัย แต่ทว่ายามรบกลับดุเดือดเลือดพล่าน
     "ฝั่งน้ำเงินพะโคคอกวัวคันไถ สถิติชนะสองแพ้หนึ่ง ท้าชิงฝั่งแดงหนองโพลูกกระทิงคลั่ง สถิติชนะสามแพ้หนึ่ง นับว่าสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนหนองโพลูกกระทิงคลั่งจะเป็นต่อนะขอรับ มาดูกันว่าวันนี้จะเป็นยังไง! ขวิดไปแล้ว ขอรับท่านผู้ชม! หนองโพลูกระทิ่งคลั่งพุ่งชนไม่ยั้ง ดูสิว่าพระโคคอกวัวคันไถจะทำยังไง โอ้วว! ขวิดกลับไปแล้วขอรับท่านผู้ชม! สูสี! สูสี!! สูสี!!"
     เสียงพากย์กายชนวัวช่วยเพิ่มอรรถรสได้ดี ขนาดเด็กสาวที่ไม่เคยชมการพนันที่ใช้ความรุนแรงยังรู้สึกลุ้นไปด้วยไม่น้อย มือบางของถิงเอ๋อห์กำแน่น แม้ว่านางจะไม่ได้วางเดิมพันคู่นี้เอาไว้แต่ก็ลุ้นจนตัวเกร็ง "ฆ่ามัน ขวิดให้เลือดกระจาย!!!" ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะหลุดนิสัยที่นางแอ๊บไว้เสียแล้ว
     @ผิงผิง
     "ชนะแล้ว หนองโพลูกกระทิงคลั่ง เป็นฝ่ายชนะ! ท่าทางของฝั่งน้ำเงินจะเจ็บหนักไม่น้อยเลยทีเดียว หวังว่าวันนี้มันจะไม่กลายเป็นเนื้อย่างนะพะโคคอกวัวคันไถ!!"
     "เฮ!!!!" เสียงกู่ร้องดีใจดังกระหึ่มอัฒจรรย์ควบคู่ไปกับเสียงโห่เมื่อวัวที่วางเดิมพันไปต้องพ่ายแพ้
     "โหดเหมือนกันนะคะ ถ้าจวี่จื่อได้เจอตัวไม่เก่งก็น่าจะดี..." ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาพร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าสีกลีบบัวขึ้นมาซับเหงื่อที่ข้างขมับหลังการเอาใจช่วยวัวมากไปหน่อย ท่าทีต่างกับตอนที่เชียร์วัวเมื่อครู่หน้ามือเป็นหลังเท้า
     @ผิงผิง
     "คู่ต่อไป ฝั่งน้ำเงิน วัวดำ ณ ดำเกิง สถิติชนะสองแพ้ศูนย์ แข่งกับฝั่งแดง ไอ้ปื๊ดศิษย์โพนยางคำ สถิติชนะสี่แพ้สอง จะเริ่มแข่ง ณ บัดนี้!!..."
     ระหว่างการชมการแข่งวัวรอบสองถิงเอ๋อห์ก็ได้ยินกับอะไรบางอย่างเข้า...
     "อีกไม่นานท่านแม่ทัพจะจัดประลองยุทธ์เลือกขุนพลมือขวา ผู้ชนะจะได้เป็นขุนพลคนสนิทท่านแม่ทัพแห่งเทียนซุยเชียวนะ" แม้เสียงเชียร์วัวจะดังสนั่นขนาดไหน แต่ถิงเอ๋อห์ก็ได้ยินเสียงคนข้างๆ คุยกันได้ชัดเจน นางพยายามเงี่ยหูฟังให้ชัด ละสมาธิออกจากการสู้วัวรอบที่สองไป
     "แบบนั้นดีเรอะ ข้าได้ยินว่าแม่ทัพนั่นรับสินบนพรรคทมิฬนะ" ชายอีกคนที่มาด้วยแย้งทันที ท่าทางว่าคนนี้น่าจะยังมีสำนึกของคนดีอยู่บ้าง
     "ดีไม่ดีช่างมัน แต่รวยเละเลยล่ะ แค่เงินตำแหน่งก็ได้ตั้ง สองร้อยชั่ง ห้าพันตำลึงเชียวนะ และมีอำนาจอีกเฟ้ย" ชายคนแรกคุยต่อท่าทางว่าจะกลายเป็นคนที่ถูกอำนาจเงินครอบงำไปเสียแล้ว
     @ผิงผิง
     เสียงของแม่นางผลิงดังขึ้นเรียกสติถิงเอ๋อห์ให้กลับมา "อ๊ะ.. รอบนี้แข่งจบแล้วหรอ?"
     @ผิงผิง
    "งั้นต่อไปก็ตาของจวี่จื่อแล้วสินะคะ" เด็กสาวเตรียมถุงเงินสามสิบชั่งเอาไว้เพื่อวางเดิมพันในรอบถัดไป
     @ผิงผิง
    "งั้นมาเอาใจช่วยมันกันเถอะค่ะ!" เด็กสาวจับมือของแม่นางหลิงแล้วบีบแน่นเป็นการให้กำลังใจ
     @ผิงผิง
     เสี่ยวเอ้อห์คุมการพนันยกถังเดินเร่ค่าวางเดิมพัน ถิงเอ๋อห์จึงเทเงินสามสิบชั่งลงในถังของวัวจวี่จื่อทันที เด็กสาวต้องเพ่งสมาธิไปถึงสองที่ทั้งการแข่งวัวรอบสำคัญกับชายสองคนที่คุยกันใกล้ๆ เห็นทีว่าพอจบการแข่งขันแล้วนางจะรีบเข้าไปถามรายละเอียดกับชายทั้งสองทันที...
     @ผิงผิง



แสดงความคิดเห็น

ท่านได้เดิมพันวัวชื่อ "จวีจื่อ" 30 ชั่ง  โพสต์ 2017-12-9 21:46
ค่าเข้าบ่อนวัวซน 20 ชั่ง  โพสต์ 2017-12-9 21:42

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -50 เงินตำลึง +300 ความหิว -21 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -50 + 300 -21 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-9 21:05:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จวี่จื่อแม้เป็นสตรีแต่ก็แข็งแกร่งมิแพ้บุรุษ!

    และในขณะที่ทั้งสี่กำลังจะกลับไปยังเทียนซุยก็ได้ยินเสียงเฮออกมาจากข้างๆ บ่อน เหล่าผีพนันต่างมุงดูการแข่งขันอย่างหนึ่งกันอย่างสนุกสนาน... ผิงผิงหันไปให้ความสนใจแต่หูกลับได้ยินเสียงของพวกเทียนเหมินคุยกัน
    "นั่นอะไรน่ะ?" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาอย่างสนใจ
    "จะไปดูไหมล่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว"
     "ข้าก็อยากดูนะครับ" อาเค่อเองก็เห็นด้วย
    "แล้วเจ้า?" เทียนเหมินหันไปถามผิงผิง เธอหันกลับมา
    "แน่นอนว่า ดู!" ผิงผิงกล่าวด้วยท่าทางสดใสเช่นเคย เหมือนเธอจะมีพลังงานเหลือตลอดถ้าเป็นเรื่องน่าสนุกๆ แต่ถ้าจับไปท่องตำราแค่ไม่กี่ตัวก็หลับแล้ว
    "อืม งั้นก็ไปดูกัน" เทียนเหมินนำเจ้าม้าขังไว้ในคอกม้าเหมือนเดิมก่อนที่จะเดินนำไปดูการแข่งขันอะไรตรงนั้น แต่เมื่อทำท่าจะเดินเข้าไปก็ถูกผู้คุมคอกวัวขวางเอาไว้เสียก่อน
     "อ๊ะ?" ผิงผิงอุทานออกมาด้วยความงุนงง
     "ดูพนันวัวข้าเข้าชมยี่สิบชั่ง" ผู้คุมร่างใหญ่ทำเสียงขรึมอย่างน่ากลัวพร้อมกับชี้ไปยังป้ายที่เขียนเอาไว้ตัวใหญ่ชัดเจน
================================
ค่าเข้าชมแข่งวัวชน คนละ 20 ชั่ง
(ไม่รวมค่าวางเดิมพัน และค่าสมัครลงแข่ง)
================================

     เทียนเหมินมองตามป้าย คิ้วเข้มขมวดแน่นเป็นปม "ค่าเข้าชมโคตรแพง..." เขาบ่นอุบออกมาเบาๆ
    "แพงหูฉีก..." แต่เพราะผิงผิงมิได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาเท่าไร จึงโดนจ้องเขม็น
     "ไม่อยากจ่ายก็ไม่ต้องดู วัวแข่งมีต้นทุนด้วยกันทั้งนั้น" ผู้คนเอ่ยเสียงแข็ง ไม่รับแขกที่ไม่มีเงินแต่ก็ยืนยังก้าขวางทางไว้อย่างนั้น
    "เอาไงล่ะ?" เทียนเหมินหันกลับไปถามพรรคพวกที่เหลือ
    "ข้าไม่ดูแล้วก็ได้ค่ะ" ถิงเอ๋อห์ยิ้มเจื่อนๆ ผิงผิงมองออกว่าถิงเอ๋อห์นั้นอยากจะดูแต่คงเพราะเกรงใจเทียนเหมิน แต่เธอมิได้เกี่ยวข้องอะไรกับเทียนเหมิน เป็นแค่คนที่เกาะเขามาเพื่อสืบหาข่าวของพี่เฮ่าเฉยๆ เธอมีเงินหรอก แต่ก็อยากให้ถิงเอ๋อห์ได้ดูอะไรสนุกๆ ด้วยอีกอย่าง จวี่จื่อ เองก็แข็งแรงมากนะ ถึงจะขี้งอนไปหน่อยก็เถอะ
    "ข้าจะพาจื่อจื่อลงแข่ง" ผิงผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่สมเป็นตัวเองเลย
    "เจ้าอยากเอาวัวไปแข่ง?" เทียนเหมินหันไปทางผิงผิง "มันไหวแน่หรอ? เดินทางมาทั้งวัน"
    "ไหวสิ ถ้าหากท่านไม่เชื่อข้า ได้โปรด เชื่อใจจื่อจื่อ แม้นางจะเป็นสตรี แต่นางมิได้อ่อนแอ ข้าเชื่อมั่นในตัวจื่อจื่อ" ผิงผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเมื่อเอ่ยถึงจวี่จื่อ เธอช่วยมันไว้ มันคือครอบครัวของเธอ เป็นน้องของเธอ แม้จะเป็นน้องแต่เธอไม่โอ๋มาก อยากให้ลองได้รับประสบการณ์แปลกๆ ดูบ้าง
    "ตามใจ ถ้างั้นก็... ถิงเอ๋อห์ เจ้าอยากดูวัวก็ไปกับแม่นางหลิงแล้วกัน แล้วก็อีกสามสิบชั่งค่าวางเดิมพัน" เทียนเหมินยื่นถุงเงินให้ถิงเอ๋อห์ถือ
    "ข้าลงเดิมพันฝั่งเจ้าไปตั้งสามสิบชั่งเลยนะเว้ย ถ้าไม่ชนะขอหางมันนะจะเอาไปทำหางตัวต้มน้ำแกง" เขาหันไปทางผิงผิงด้วยน้ำเสียงข่มขู่ ผิงผิงมองตาขวางพลางกำหมัดแน่น... เจ้ายักษ์นี่!!!
     "ฝันไปเถอะ! ข้าจะมิให้เจ้าแตะต้องจื่อจื่อของข้า! นางยังมิได้ออกเรือน!"
     "ส่วนอาเค่อ เสียสละให้ผู้หญิงนะ เอาไว้ข้าจะซื้อขนมเลี้ยงแทน" เทียนเหมินยกมือหนายกขึ้นตบบ่าของเด็กหนุ่มก่อนจะเดินออกไปที่ไหนสักแห่ง ผิงผิงหันมาทางถิงเอ๋อห์
     "ขอบคุณค่ะ ท่านพี่เทียน" ถิงเอ๋อห์ที่รับถุงเงินมาก็แอบยิ้มดีใจ
     "เจ้าเข้าไปจองที่ก่อนเลยนะ ข้าจะพาจื่อจื่อไปลงทะเบียนก่อน" ผิงผิงกล่าวก่อนจะเดินไปที่คอกม้าที่มีจื่อจื่อรออยู่
    "ค่ะ ข้าจะเข้าไปจองที่รอนะคะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยบอกกับแม่นางหลิง
     ผิงผิงเดินมาที่คอกม้าก่อนจะเห็นว่าจื่อจื่อกำลังหลับตาพักผ่อน ผิงผิงเดินเข้าไปใกล้มันลืมตาขึ้นมองก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจ
    "ม๊อออออออ"
    "จื่อจื่อ ขอโทษนะที่ปล่อยให้เจ้านอนเหงาทั้งวัน" ผิงผิงเอ่ยก่อนจะลูบหัวมันเบาๆ เพราะมันยังคงนอนอยู่ ก่อนจะเปลี่ยนไปเกาคางมันให้
    "ม๊อออออ"
    "จื่อจื่อ ข้าจะพาเจ้าไปออกกำลังกาย มิใช่แค่วิ่งเหมือนทุกวัน" ผิงผิงกล่าวยิ้มๆ จวี่จื่อมองเจ้านายสาวด้วยสายตาแปลกๆ เพราะถ้าหากผิงผิงยิ้มแบบนี้เมื่อไรหมายความว่าคงมีเรื่องสนุกไม่ก็เรื่องซวยมาเยือนสำหรับผู้ที่ได้รับรอยยิ้มแน่ๆ
    "ม๊อ..."
    "ข้ามิได้แกล้งเจ้า เอางี้ถ้าหากเจ้าทำเต็มที่เหมือนตอนพังคอกม้าที่โรงเตี้ยมเซียพี ข้าจะอาบน้ำพร้อมนวดตัวให้เจ้า ดีหรือไม่?" ผิงผิงยกข้อเสนอ เพราะเธอรู้ว่ามันเข้าใจที่เธอพูด "ม๊ออออ" จวี่จื่อส่ายห่างไปมาด้วยความดี ผิงผิงยิ้มร่าก่อนจะหอมหน้าผากมัน มันลุกขึ้นผิงผิงเปิดประตูก่อนจะเดินนำมันมาลงทะเบียน เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วก็หันมากอดใบหน้าอันใหญ่โตของมัน "จื่อจื่อ ทำให้เต็มที่ เอาให้พวกมันร้องเรียกหาบิดามารดามันเลย!"
    "ม๊ออออออออ" มันขานรับ ผิงผิงจุ๊ฟจวี่จื่ออีกทีก่อนจะเดินไปที่นั่งสำหรับผู้ชมพลางหันไปตามเสียงเรียก
    "แม่นางหลิง!" ถิงเอ๋อห์ยกมือขึ้นป้องปากตะโกนเรียกพร้อมโบกมือหวอยๆ เรียกให้มานั่งตรงนี้ แข่งกับเสียงโห่เฮของผู้ชมการแข่งวัวชน "เรียบร้อยแล้วนะคะ?"
     "เรียบร้อย ข้าเชื่อว่าจื่อจื่อทำได้ ข้ามิได้มองมันเป็นสัตว์ แต่ข้ามองมันเป็นน้องสาวของข้า" ผิงผิงกล่าว
    "อีกสามคู่ถึงจะได้แข่งสินะคะ งั้นมาดูวัวตัวอื่นแข่งกันก่อนเถอะค่ะ" ถิงเอ๋อห์พยักหน้ารับก่อนจะกอดถุงเงินที่ได้รับมาไว้แน่น ผิงผิงมองถิงเอ๋อห์ที่กอดถุงเงินแน่น... คงห่วงว่าเงินจะหายไปสินะ?
     "เอาสิ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามาดูวัวแข่งกัน" ผิงผิงกล่าวสายตาจดจ้องไปที่วัวที่เขาพาออกมา
     วัวคู่แรกที่ได้ชมเป็นวัวสีขาวลักษณะดีลงแข่งกับวัวลายจุดสีดำเหมือนวัวนม หน้าตาพวกมันทั้งสองดูไม่มีพิษมีภัย แต่ทว่ายามรบกลับดุเดือดเลือดพล่าน
     "ฝั่งน้ำเงินพะโคคอกวัวคันไถ สถิติชนะสองแพ้หนึ่ง ท้าชิงฝั่งแดงหนองโพลูกกระทิงคลั่ง สถิติชนะสามแพ้หนึ่ง นับว่าสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนหนองโพลูกกระทิงคลั่งจะเป็นต่อนะขอรับ มาดูกันว่าวันนี้จะเป็นยังไง! ขวิดไปแล้ว ขอรับท่านผู้ชม! หนองโพลูกระทิ่งคลั่งพุ่งชนไม่ยั้ง ดูสิว่าพระโคคอกวัวคันไถจะทำยังไง โอ้วว! ขวิดกลับไปแล้วขอรับท่านผู้ชม! สูสี! สูสี!! สูสี!!"
     เสียงพากย์กายชนวัวช่วยเพิ่มอรรถรสได้ดี ขนาดเด็กสาวที่ไม่เคยชมการพนันที่ใช้ความรุนแรงยังรู้สึกลุ้นไปด้วยไม่น้อย มือบางของถิงเอ๋อห์กำแน่น แม้ว่านางจะไม่ได้วางเดิมพันคู่นี้เอาไว้แต่ก็ลุ้นจนตัวเกร็ง
     "ฆ่ามัน ขวิดให้เลือดกระจาย!!!" ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะหลุดนิสัยที่นางแอ๊บไว้เสียแล้ว
     "อ๊ะ...?" ผิงผิงหันขวบไปทางถิงเอ๋อห์แทบจะทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้ของเจ้าตัว... ข้าคงมิได้หูฝาดไปหรอกนะ แม่นางน้อยที่เรียบร้อยขนาดนั้น...
     "ชนะแล้ว หนองโพลูกกระทิงคลั่ง เป็นฝ่ายชนะ! ท่าทางของฝั่งน้ำเงินจะเจ็บหนักไม่น้อยเลยทีเดียว หวังว่าวันนี้มันจะไม่กลายเป็นเนื้อย่างนะพะโคคอกวัวคันไถ!!"
     "เฮ!!!!" เสียงกู่ร้องดีใจดังกระหึ่มอัฒจรรย์ควบคู่ไปกับเสียงโห่เมื่อวัวที่วางเดิมพันไปต้องพ่ายแพ้
     "โหดเหมือนกันนะคะ ถ้าจวี่จื่อได้เจอตัวไม่เก่งก็น่าจะดี..." ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาพร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าสีกลีบบัวขึ้นมาซับเหงื่อที่ข้างขมับหลังการเอาใจช่วยวัวมากไปหน่อย ท่าทีต่างกับตอนที่เชียร์วัวเมื่อครู่หน้ามือเป็นหลังเท้า
     "....." ผิงผิงนั้นเงียบกริบ... นาง... เปลี่ยนอารมณ์ไวมาก ดูท่าแล้วผิงผิงจะสนใจถิงเอ๋อห์มากกว่าวัวที่เขาแข่นเสียอีก
     "คู่ต่อไป ฝั่งน้ำเงิน วัวดำ ณ ดำเกิง สถิติชนะสองแพ้ศูนย์ แข่งกับฝั่งแดง ไอ้ปื๊ดศิษย์โพนยางคำ สถิติชนะสี่แพ้สอง จะเริ่มแข่ง ณ บัดนี้!!..." แม้เสียงเชียร์วัวจะดังสนั่นขนาดไหน ผิงผิงหาได้สนใจไม่เพราะเธอมองแต่ถิงเอ๋อห์แต่พอหันมาดูอีกทีคู่ที่สองดันจบไปแล้ว ก่อนจะสะกิดถิงเอ๋อห์
     "แม่นาง"
    "อ๊ะ.. รอบนี้แข่งจบแล้วหรอ?"
    "ใช่..." ผิงผิงกล่าว
    "งั้นต่อไปก็ตาของจวี่จื่อแล้วสินะคะ"
    "ใช่แล้ว จื่อจื่อ" ผิงผิงกล่าวก่อนจะสอดส่องสายตาหาจวื่จื่อของเธอ
    "งั้นมาเอาใจช่วยมันกันเถอะค่ะ!" เด็กสาวจับมือของแม่นางหลิงแล้วบีบแน่นเป็นการให้กำลังใจ
    "ขอบคุณเจ้าแทนจื่อจื่อด้วยนะ เอาใจช่วยจื่อจื่อ!" ผิงผิงบีบมือถิงเอ๋อห์กลับด้วยน้ำหนักเท่ากัน แต่มือเล็กนั้นสั้นอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นหรือดีใจแต่เป็นความกลัว... กลัวว่าจวี่จื่อของเธอจะได้รับบาดเจ็บ
     เสี่ยวเอ้อห์คุมการพนันยกถังเดินเร่ค่าวางเดิมพัน ถิงเอ๋อห์จึงเทเงินสามสิบชั่งลงในถังของวัวจวี่จื่อทันที
     "จื่อจื่อ! สู้เขา!!!" ผิงผิงตะโกนลั่น!




แสดงความคิดเห็น

ค่าเข้าบ่อนวัวซน 20 ชั่ง.....ค่าสมัครลงแข่ง 30 ชั่ง  โพสต์ 2017-12-9 21:45

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -50 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -50 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-9 22:50:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-12-10 00:16

จื่อจื่อ นักสู้สาว!






   "จื่อจื่อ! สู้เขา!!!" ผิงผิงตะโกนลั่นคนผู้คนหันมามองพลางหัวเราะกับท่าทางซุกซนนั้นของเด็กน้อย พวกเขาต่างวางเดิมพันอีกฝั่งแทน ผิงผิงมีใบหน้าขุ่นมัวเพราะรับรู้ได้จากสายตาว่าพวกนั้นคิดอย่างไรกับจื่อจื่อของเธอ...
   @KABUTO
   "อย่าไปสนใจเสียงพวกเขาเลย" ผิงผิงหันไปตอบถิงเอ๋อห์ ไม่นานนักคู่ที่ 3 ก็มาถึง คู่ที่ผิงผิงรอคอย... ฝั่งน้ำเงินคือวัวสีขาว เป็นวัวเพศผู้ที่มีคนพาออกมา ส่วนอีกฝั่งคือฝั่งสีแดง... วัวเพศเมียที่มีรูปร่างประเปรียว ช่วงตัวยาว ท้องกิ่ว ลำตัวค่อนข้างหนา หลังหนาแบน คอสั้นหนาใหญ่ ช่วงขาสั้นและล่ำสัน คิ้วหนา ตาเล็กมีแววจริงจัง สีตาดำ ใบหูเล็ก โหนกสูงใหญ่ มีขวัญที่ใต้โหนกและกลางหลังเยื้องไปทางด้านหน้าเหนียงคอ เขาแข็งแรง ปลายเขาแหลมโค้ง โคนเขาทั้งสองใหญ่หางเรียวยาวจดพื้นดิน โคนหางใหญ่ปลายหางเป็นพู่ดูสวยงามมาก ขนสั้นละเอียดสีแดงเป็นมันเงา แต่ที่หน้ามีขนยาว และกีบตีนชิด.... เพราะลักษณะที่งดงามนี้ทำให้วัวตัวผู้นิ่งไป... ผิงผิงหันไปมองถิงเอ๋อห์อย่างต้องการถาม
   @KABUTO
   "จื่อจื่อข้ายังเด็กอยู่ ยังไม่อยากให้จื่อจื่อออกเรือน" ผิงผิงกล่าวแล้วนึกไม่ออกว่าถ้าจื่อจื่อแต่งงานไปแล้วจะเป็นอย่างไร... และดูเหมือนจื่อจื่อจะรับรู้ถึงความคิดของผิงผิงได้มันหันมาก่อนจะส่งเสียง "ม๊อ!"
   "อ๊ะ ข้ามิได้คิดอะไรแปลกๆ นะ" ผิงผิงรีบแก้ตัวด้วยใบหน้าแดงๆ ผิงผิงอยากลงไปเกาะขอบสนามแต่ดูเหมือนจะยาก "จื่อจื่อ เอาให้เต็มที่!"
   "ม๊ออออออ"
   @KABUTO
   "ดูเหมือนว่าวัวคู่ที่ 3 วันนี้จะมีมือใหม่มาขอรับ! ฝั่งน้ำเงิน! วากิวกระดิงทองคำ  ฝั่งแดงน้องใหม่! มิเคยสู้ที่ไหนมาก่อน! เปิดตัวสนามแรกด้วยฉายาสุดน่ารัก น้องส้มกลิ้งๆ จื่อจื่อ..." ยังไม่ทันสิ้นเสียงคนพากย์ผู้คนในบ่อนต่างส่งเสียงหัวเราะลั่นไปกับฉายาของจวี่จื่อ... แต่มิรึที่จวี่จื่อจะสน เพราะเจ้านายตัวน้อยของเธอตั้งให้เชียวนะ เธอชอบหมด! เธอจ้องเพียงวัวเพศผู้ตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ เห็นเธอเรียบร้อยแบบนี้แต่ใช่ว่าเธอจะทิ้งสายเลือดนักสู้ไปหรอกนะ!
   @KABUTO
   "ฉายาน่ารักใช่ไหมเล่า? ข้าเพิ่งตั้งเองเลยนะ" ผิงผิงยิ้มอย่างภูมิใจ
   @KABUTO
   ผิงผิงหันมาสนใจจื่อจื่อ
   เต๊ง
   เสียงบอกการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ทั้งสองฝั่งมองหน้ากันก่อนที่จื่อจื่อกับวัวขาวจะวิ่งชนกัน จื่อจื่อใช้เขาขวิดใส่อย่างแรงไปรอบหนึ่งก่อนที่วัวขาวจะใช้เขาขวิดกลับมา จื่อจื่อใช้แรงดันไว้ไม่ให้ถอยไปด้านหลัง ดูเหมือนวัวขาวจะได้เปรียบ! "เอาแล้วครับ!ตอนนี้วากิวกระดิงทองคำได้เปรียบ! เอา เอา! เอาอีกขอรับ! วากิวกระดิงทองคำ ขวิดอีกแล้ว! จื่อจื่อจะไหวหรือไม่?" คนพากย์ยังคงสนุกสนานและเชื่อว่าวากิวกระดิงทองคำต้องชนะแน่ๆ ผิงผิงกำหมัดแน่นหัวใจบีดรัด.... ก่อนจะรู้สึกถึงมืออันอ่อนนุ่มของถิงเอ๋อห์...
    @KABUTO
    "ข้าเชื่อ..."
    จวี่จื่อไม่มีทีท่าว่าจะถอยหรือเสียเปรียบอย่างที่คนอื่นเห็น เธอเก็บกำลังไว้... ใช่ เธอเก็บกำลังไว้เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงที่ต้องใช้กำลังออกไปทั้งหมด วัวขาวดันเข้าไป! ดันจวี่จื่อไปเกือบติดขอบสนามแต่จวี่จื่อกดน้ำหนักลงไปยึงไม่ถอยไปมากกว่านี้ก่อนจะใช้ลำตัวหนาใหญ่ดันวัวขาวออกห่างขอบสนาม ก่อนจะเกี่ยวเขากัน จมูกต่อจมูก ยอดต่อยอด จวี่จื่อถอยก่อนจะชนเข้าไป วัวขาวตาลายเล็กน้อยก่อนจะชนจวี่จื่อเข้าไปอีกหนึ่งดอก จวี่จื่อเกี่ยวเขาวัวขาวก่อนจะซอยตัวเข้าไป แต่วัวขาวมิได้เสียท่าในทีเดียวมันยันเท้าหลังไว้ดันจวี่จื่อไม่ให้ดันจนเองจนถอยไปติดขอบสนาม
    "จื่อจื่อ!!!"
   "โอโห! แม้วากิวกระดิงทองคำจะกดทับไว้แต่ก็สู้ไม่ไหวเมื่อจื่อจื่อใช้ขาหลังยันส่งกำลังไปข้างหน้าใช้เขาขวิดเต็มแรง! โอ้ว วากิวกระดิงทองคำถอยแล้วครับ!"
    วัวขาวถอยไปเล็กน้อย แต่จวี่จื่อมิได้เข้าไปจู่โจมในทันที... มันทั้งสองตัวยืนนิ่งจ้องตากัน แต่เหมือนจื่อจื่อกับวัวขาวจะใจตรงกันเพราะมันพุ่งมาแทบจะพร้อมกัน เขาตั้งเขา ยอดตั้งยอด แต่จวี่จื่อเลือกที่จะเสยไปด้านข้างแล้วสวนกลับมาโดยใช้เขาแทงไปที่หน้ากากของวัวขาวเต็มแรงจนเรียกเลือด วัวขาวถอยไปอีกครั้ง มันเซ จวี่จื่อรีบเข้าไปซ้ำทันทีอย่างไม่รอช้า จวี่จื่อขวิดใส่วัวขาวจนมันล้มก่อนจะรีบตะก่ายลุกขึ้น "ดูเหมือนจื่อจื่อแม่วัวสาวจะไม่ยอมให้วากิวกระดิงทองคำได้ตั้งตัว! โอ้ ใช้เขาขวิดไปด้านข้างแล้ว! อู๊ย..." คนพากย์แถบหนิบขาตัวเองไม่ทันเมื่อจวี่จื่อขวิดเกือบโดนเจ้าสิ่งนั้นของวัวขาวแต่โชคดีที่มันหลบทันหันมาขวิดใส่จวี่จื่อ เธอโดนไปก่อนจะเซ... "จื่อจื่อ!!!"
   "ม๊ออออ!!!!" จวี่จื่อพุ่งเข้าใช้โดยใช้เขาขวิดเข้าเต็มกลางหน้าผากวัวขาวจนมันถอยไปติดกับสนาม! วัวขาวดิ้นจนหลุดก่อนจะวิ่งหนีไปตามขอบสนาม แต่จวื่จื่อวิ่งไล่ตามขวิดเข้าด้านข้างวัวขาวจนมันหงายลงไป จวี่จื่อเข้าไปซ้ำไม่รอช้า! แต่เจ้าวัวขาวกลับตั้งหลักได้ทันก่อนจะเอียงหลบทำให้จวี่จื่อชนเข้ากับขอบสนาม คนที่อยู่แถวนั้นวิ่งหนีแถบไม่ทัน! วัวขาววิ่งมาขวิดชนจวี่จื่อจนมันล้มลง เขาของวัวเขาแทงเขาฉีข้างจวี่จื่อ   "ม๊อออ!!!"
   "จื่อจื่อ!!!!" ผิงผิงลุกพรวดแต่โดนถิงเอ๋อห์กดไว้แน่น แม้เธอจะมีกำลังและพลังแฝงแต่ยังไม่รู้จักวิธีใช้...
   @KABUTO
   จวี่จื่อฮึสู้โดยการส่งแรงที่มีดันไปข้างๆ จนเขาวัวขาวเฉียดออกไป จวี่จื่อพุ่งชนขวิดใส่เต็มแรงจนวัวขาวถอยร่นลงไปแต่ไม่สุด มันพ่นลมหายใจก่อนจะร้องเสียงก้องขวิดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ จวี่จื่อแม้จะมีบาดแผลแต่ไม่เสียสมาธิเพราะเลือดนักสู้เริ่มเดือด ยิ่งได้รับบาดแผลมันยิ่งสนุก(เจ้าบ้าซาดิส!) ประกายตาของมันวิบวาบอย่างน่าตกใจ วัวเขาเห็นดังนั้นจึงรีบพุ่งเข้าใส่ จวี่จื่อเองก็ไม่น้อยหน้ามันพุ่งเข้าใส่โดยใช้เขาแหลมคมของมันแทง! ใช่ แทงเข้าที่ข้างๆ ของวัวเขาให้มีแผลเหมือนกับตน วัวขาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
   "ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!"
   "เอาให้ตาย!!!"
   "เอาอีก! เอาอีก!!!"
   "สู้สิ!"
   เสียงร้องตะโกนรอบข้างยิ่งทำให้เลือดลมของจวี่จื่อเดือดพล่าด มันขวิดกลับไปอย่างแรงแต่วัวขาวเองก็โต้ตอบเช่นเดียวกันมันใช้น้ำหนักกดทับไม่ให้จวี่จื่อขวิดได้อย่างสมใจหมาย เพราะเขาที่แหลมของมันสร้างบาดแผลไปตามลำตัวจวื่จื่อไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว ข้าไม่แพ้!!! จวื่จื่อร้องตะโกนกับตนเองก่อนจะใช้แรงฮึดันกลับไปพร้อมกับขวิดเข้าที่ข้างลำตัววัวขาวจนมันได้เลือด! วัวขาวลุกไม่ไหวก่อนมันจะล้มลงไปแต่ไม่ถึงกับตาย ถ้าหากวัวขาวยังลุกขึ้นมาอีกจวื่จื่อเองก็ไม่แน่ใจว่าจะไหวหรือไม่เพราะตอนนี้มันก็ฝืนทนมาสักระยะแล้ว...
   "ฝั่งที่ชนะคือสีแดง!!! แม่สาววัวจื่อจื่อ!!!" คนพากย์ประกาศก้องเรียกเสียงโหร้องไปทั่ว ส่วนพวกที่ดูถูกจวื่จื่อไว้ตอนแรกก็เสียไปตามๆ กัน ส่วนผิงผิงนั้นพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกลุมของถิงเอ๋อห์เมื่อพบว่าหลังสิ้นเสียงประกาศ จวื่จื่อของเธอนั้นได้ล้มลงไปหมอบ มันเงยหน้ามองมาทางเธอ...
   "ม๊อ...."
   "จื่อจื่อ!!! ไม่!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!" ผิงผิงตอนนี้เธอไม่สนสิ่งรอบข้างแล้ว ร่างเล็กพยายามวิ่งไปหาจวื่จื่อ พยายามที่จะสลัดมือของถิงเอ๋อห์ให้หลุด ใบหน้าเล็กตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา


    @KABUTO


   @Admin  @KABUTO



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -64 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -64 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-12-10 07:10:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCLXXXIV


    "จื่อจื่อ! สู้เขา!!!" ผิงผิงตะโกนลั่นคนผู้คนหันมามองพลางหัวเราะกับท่าทางซุกซนนั้นของเด็กน้อย พวกเขาต่างวางเดิมพันอีกฝั่งแทน ผิงผิงมีใบหน้าขุ่นมัวเหมือนรับรู้ได้ว่าคนพวกนั้นคิดว่าวัวหน้าใหม่ไม่มีทางชนะวัวแข่งเจนสนามได้
     "ไม่มีคนวางเดิมพันฝั่งจวี่จื่อเลยนะคะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาเบาๆ ใบแป้วหน่อยๆ กลัวว่าเงินสามสิบชั่งของเทียนเหมินจะมลายกลายเป็นเกลือหรือเปล่า
     "อย่าไปสนใจเสียงพวกเขาเลย" ผิงผิงหันไปตอบถิงเอ๋อห์ ไม่นานนักคู่ที่สามก็มาถึง
     ฝั่งน้ำเงินคือวัวสีขาว เป็นวัวเพศผู้ที่มีคนพาออกมา ส่วนอีกฝั่งคือฝั่งสีแดง... วัวเพศเมียที่มีรูปร่างประเปรียว ช่วงตัวยาว ท้องกิ่ว ลำตัวค่อนข้างหนา หลังหนาแบน คอสั้นหนาใหญ่ ช่วงขาสั้นและล่ำสัน คิ้วหนา ตาเล็กมีแววจริงจัง สีตาดำ ใบหูเล็ก โหนกสูงใหญ่ มีขวัญที่ใต้โหนกและกลางหลังเยื้องไปทางด้านหน้าเหนียงคอ เขาแข็งแรง ปลายเขาแหลมโค้ง โคนเขาทั้งสองใหญ่หางเรียวยาวจดพื้นดิน โคนหางใหญ่ปลายหางเป็นพู่ดูสวยงามมาก ขนสั้นละเอียดสีแดงเป็นมันเงา แต่ที่หน้ามีขนยาว และกีบตีนชิด.... เพราะลักษณะที่งดงามนี้ทำให้วัวตัวผู้นิ่งไป...
     "วัวคู่แข่งนิ่งไปเลย สงสัยว่าจะถูกใจจวี่จื่อนะคะ คิก" เด็กสาวกล่าวแซวออกมา นางไม่รู้หรอกว่าสัตว์มีความรู้สึกรักแรกพบหรือเปล่า หรือแค่จ้องเขม็งในฐานะคู่ต่อสู้ที่ต้องจัดการ
    "จื่อจื่อข้ายังเด็กอยู่ ยังไม่อยากให้จื่อจื่อออกเรือน" ผิงผิงกล่าวออกมา และดูเหมือนจื่อจื่อจะรับรู้ถึงความคิดของผิงผิงได้มันหันมาก่อนจะส่งเสียง
     "ม๊อ!"
     "อ๊ะ ข้ามิได้คิดอะไรแปลกๆ นะ" ผิงผิงรีบแก้ตัวด้วยใบหน้าแดงๆ อยากลงไปเกาะขอบสนามแต่ดูเหมือนจะยาก "จื่อจื่อ เอาให้เต็มที่!"
    "ม๊ออออออ"
     "เอ๋ คุยกันรู้เรื่องด้วยสินะคะ" เด็กสาวมองท่าทางนั้นอย่างนึกสนใจ เพราะคิดว่ามีแค่นกแก้วที่สามารถคุยกับคนได้เท่านั้น 'ว่าแต่... ลวี่อิงอู่มันบินไปไหนนะ หรือจะงอนที่ขังกรงไปตั้งหลายวัน'
     "ดูเหมือนว่าวัวคู่ที่สามวันนี้จะมีมือใหม่มาขอรับ! ฝั่งน้ำเงิน! วากิวกระดิงทองคำ  ฝั่งแดงน้องใหม่! มิเคยสู้ที่ไหนมาก่อน! เปิดตัวสนามแรกด้วยฉายาสุดน่ารัก น้องส้มกลิ้งๆ จื่อจื่อ..." ยังไม่ทันสิ้นเสียงคนพากย์ผู้คนในบ่อนต่างส่งเสียงหัวเราะลั่นไปกับฉายาของจวี่จื่อ...
     วัวสาวไม่มีทีท่าสนใจเสียงโห่ฮาและไม่มีท่าทีตื่นกลัว มันจ้องเพียงวัวเพศผู้ตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ ท่าทางว่าจวี่จื่อจะเป็นวัวที่มีสายเลือดนักสู้อย่างเต็มเปี่ยม
     "น้องส้มกลิ้งๆ จื่อจื่อ นั่นตั้งชื่อเองหรอคะ ฮ่าๆๆ" ถิงเอ๋อห์หัวเราะฮาใหญ่จนท้องแข็ง อันที่จริงการฟังชื่อสัตว์ลงแข่งก็นับว่าเป็นอรรถรสหนึ่งเช่นกัน  
    "ฉายาน่ารักใช่ไหมเล่า? ข้าเพิ่งตั้งเองเลยนะ" ผิงผิงยิ้มอย่างภูมิใจ
     "เป็นเอกลักษณ์มากค่ะ ที่ผ่านมาหากไม่เห็นชื่อเท่ๆ ก็โหดๆ ไปเลย"

เต๊ง!


     เสียงบอกการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ทั้งสองฝั่งมองหน้ากันก่อนที่จื่อจื่อกับวัวขาวจะวิ่งชนกัน จื่อจื่อใช้เขาขวิดใส่อย่างแรงไปรอบหนึ่งก่อนที่วัวขาวจะใช้เขาขวิดกลับมา จื่อจื่อใช้แรงดันไว้ไม่ให้ถอยไปด้านหลัง ดูเหมือนวัวขาวจะได้เปรียบ!
     "เอาแล้วครับ! ตอนนี้วากิวกระดิงทองคำได้เปรียบ! เอา เอา! เอาอีกขอรับ! วากิวกระดิงทองคำ ขวิดอีกแล้ว! จื่อจื่อจะไหวหรือไม่?" คนพากย์ยังคงสนุกสนานและเชื่อว่าวากิวกระดิงทองคำต้องชนะแน่ๆ
     ผิงผิงกำหมัดแน่นหัวใจบีดรัด.... ก่อนจะรู้สึกถึงมืออันอ่อนนุ่มของถิงเอ๋อห์...
     "ไม่เป็นไรนะคะ จวี่จื่อต้องชนะแน่" ถิงเอ๋อห์กุมมือให้กำลังใจเด็กสาวอีกคนพลางบีบเบาๆ  
     "ข้าเชื่อ..."
      จวี่จื่อไม่มีทีท่าว่าจะถอยหรือเสียเปรียบอย่างที่คนอื่นเห็น มันเก็บกำลังไว้... ใช่ เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงที่ต้องใช้กำลังออกไปทั้งหมด
     วัวขาวดันเข้าไป! ดันจวี่จื่อไปเกือบติดขอบสนามแต่จวี่จื่อกดน้ำหนักลงไปยึงไม่ถอยไปมากกว่านี้ก่อนจะใช้ลำตัวหนาใหญ่ดันวัวขาวออกห่างขอบสนาม ก่อนจะเกี่ยวเขากัน จมูกต่อจมูก ยอดต่อยอด
     จวี่จื่อถอยก่อนจะชนเข้าไป วัวขาวตาลายเล็กน้อยก่อนจะชนจวี่จื่อเข้าไปอีกหนึ่งดอก จวี่จื่อเกี่ยวเขาวัวขาวก่อนจะซอยตัวเข้าไป แต่วัวขาวมิได้เสียท่าในทีเดียวมันยันเท้าหลังไว้ดันจวี่จื่อไม่ให้ดันจนเองจนถอยไปติดขอบสนาม
     "จื่อจื่อ!!!"
     "โอโห! แม้วากิวกระดิงทองคำจะกดทับไว้แต่ก็สู้ไม่ไหวเมื่อจื่อจื่อใช้ขาหลังยันส่งกำลังไปข้างหน้าใช้เขาขวิดเต็มแรง! โอ้ว วากิวกระดิงทองคำถอยแล้วครับ!"
      วัวขาวถอยไปเล็กน้อย แต่จวี่จื่อมิได้เข้าไปจู่โจมในทันที... มันทั้งสองตัวยืนนิ่งจ้องตากัน แต่เหมือน
จวี่จื่อกับวัวขาวจะใจตรงกันเพราะมันพุ่งมาแทบจะพร้อมกัน เขาตั้งเขา ยอดตั้งยอด แต่จวี่จื่อเลือกที่จะเสยไปด้านข้างแล้วสวนกลับมาโดยใช้เขาแทงไปที่หน้ากากของวัวขาวเต็มแรงจนเรียกเลือด วัวขาวถอยไปอีกครั้ง มันเซ จวี่จื่อรีบเข้าไปซ้ำทันทีอย่างไม่รอช้า จวี่จื่อขวิดใส่วัวขาวจนมันล้มก่อนจะรีบตะกายลุกขึ้น
     "ดูเหมือนจื่อจื่อแม่วัวสาวจะไม่ยอมให้วากิวกระดิงทองคำได้ตั้งตัว! โอ้ ใช้เขาขวิดไปด้านข้างแล้ว! อู๊ย..." คนพากย์แถบหนิบขาตัวเองไม่ทันเมื่อจวี่จื่อขวิดเกือบโดนเจ้าสิ่งนั้นของวัวขาวแต่โชคดีที่มันหลบทันหันมาขวิดใส่จวี่จื่อ มันโดนไปก่อนจะเซ...
     "จื่อจื่อ!!!" หลิงผิงผิงตะโกนเรียกชื่อวัวศึกคู่ใจอย่างหน้าเสีนเมื่อเห็นว่ามันถูกขวิดจนบาดเจ็บ
     "ม๊ออออ!!!!" จวี่จื่อพุ่งเข้าใช้โดยใช้เขาขวิดเข้าเต็มกลางหน้าผากวัวขาวจนมันถอยไปติดกับสนาม! วัวขาวดิ้นจนหลุดก่อนจะวิ่งหนีไปตามขอบสนาม แต่จวื่จื่อวิ่งไล่ตามขวิดเข้าด้านข้างวัวขาวจนมันหงายลงไป จวี่จื่อเข้าไปซ้ำไม่รอช้า! แต่เจ้าวัวขาวกลับตั้งหลักได้ทันก่อนจะเอียงหลบทำให้จวี่จื่อชนเข้ากับขอบสนาม คนที่อยู่แถวนั้นวิ่งหนีแถบไม่ทัน! วัวขาววิ่งมาขวิดชนจวี่จื่อจนมันล้มลง เขาของวัวเขาแทงเขาฉีข้างจวี่จื่อ "ม๊อออ!!!"
     "จื่อจื่อ!!!!" ผิงผิงลุกพรวดแต่โดนถิงเอ๋อห์กดไว้แน่น แม้เธอจะมีกำลังและพลังแฝงแต่ยังไม่รู้จักวิธีใช้...
     "เดี๋ยวค่ะแม่นางหลิง!" ถิงเอ๋อห์ร้องห้าม เท่าที่คุยกันนางพอจะมองออกว่าแม่นางหลิงรักสัตว์เลี้ยงของนางมากแค่ไหน แต่ตอนนี้นางก็ดูจะสติหลุดจนต้องจับตัวเอาไว้
     จวี่จื่อฮึสู้โดยการส่งแรงที่มีดันไปข้างๆ จนเขาวัวขาวเฉียดออกไป จวี่จื่อพุ่งชนขวิดใส่เต็มแรงจนวัวขาวถอยร่นลงไปแต่ไม่สุด มันพ่นลมหายใจก่อนจะร้องเสียงก้องขวิดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ จวี่จื่อแม้จะมีบาดแผลแต่ไม่เสียสมาธิเพราะเลือดนักสู้เริ่มเดือด ยิ่งได้รับบาดแผลมันยิ่งสนุก ประกายตาของมันวิบวาบอย่างน่าตกใจ
     วัวขาวเห็นดังนั้นจึงรีบพุ่งเข้าใส่ จวี่จื่อเองก็ไม่น้อยหน้ามันพุ่งเข้าใส่โดยใช้เขาแหลมคมของมันแทง! ใช่ แทงเข้าที่ข้างๆ ของวัวเขาให้มีแผลเหมือนกับตน วัวขาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
     "ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!"
     "เอาให้ตาย!!!"
     "เอาอีก! เอาอีก!!!"
     "สู้สิ!"
     เสียงร้องตะโกนรอบข้างยิ่งทำให้เลือดลมของจวี่จื่อเดือดพล่าด มันขวิดกลับไปอย่างแรงแต่วัวขาวเองก็โต้ตอบเช่นเดียวกันมันใช้น้ำหนักกดทับไม่ให้จวี่จื่อขวิดได้อย่างสมใจหมาย เพราะเขาที่แหลมของมันสร้างบาดแผลไปตามลำตัวจวื่จื่อไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว
     "ม๊ออออ!!!!" จวื่จื่อร้องตะโกนกับตนเองก่อนจะใช้แรงฮึดันกลับไปพร้อมกับขวิดเข้าที่ข้างลำตัววัวขาวจนมันได้เลือด! วัวขาวลุกไม่ไหวก่อนมันจะล้มลงไปแต่ไม่ถึงกับตาย ถ้าหากวัวขาวยังลุกขึ้นมาอีกจวื่จื่อเองก็ไม่แน่ใจว่าจะไหวหรือไม่เพราะตอนนี้มันก็ฝืนทนมาสักระยะแล้ว...
     "ฝั่งที่ชนะคือสีแดง!!! แม่สาววัวจื่อจื่อ!!!" คนพากย์ประกาศก้องเรียกเสียงโหร้องไปทั่ว ส่วนพวกที่ดูถูกจวื่จื่อไว้ตอนแรกก็เสียไปตามๆ กัน ส่วนผิงผิงนั้นพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกลุมของถิงเอ๋อห์เมื่อพบว่าหลังสิ้นเสียงประกาศ จวื่จื่อของเธอนั้นได้ล้มลงไปหมอบ มันเงยหน้ามองมาทางเธอ...
    "ม๊อ...."
    "จื่อจื่อ!!! ไม่!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!" ผิงผิงตอนนี้เธอไม่สนสิ่งรอบข้างแล้ว ร่างเล็กพยายามวิ่งไปหาจวื่จื่อ พยายามที่จะสลัดมือของถิงเอ๋อห์ให้หลุด ใบหน้าเล็กตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

ปึก! ปึกๆ!

     ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของหลิงผิงผิงที่เสียสติเพื่อสะกัดจุดไม่ให้นางเคลื่อนไหวและส่งเสียงร้องออกมาได้ แต่ทว่าตายังมองเห็นและหูยังคงได้ยินอยู่ ถิงเอ๋อห์จำเป็นจะต้องสกัดจุดนางเอาไว้ก่อนมิเช่นนั้นหากนางอาละวาดก่อเรื่องราวคงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เผลอๆ แผนการสืบข่าวที่วางไว้อาจจะล้มเหลวไม่เป็นท่า และยิ่งอยู่กลางรังของศัตรูก็ยิ่งอันตราย
     "ขอโทษนะคะแม่นางหลิง แต่ช่วยรอข้าตรงนี้สักครู่ก่อน!" ถิงเอ๋อห์บอกกับเด็กสาวตรงหน้าก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปตามเทียนเหมินมา...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-12-10 07:11:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCLXXXV


     อีกด้านหนึ่งของพวกหนุ่มๆ ในขณะที่สาวๆ กำลังเล่นพนันวัวชนอยู่นั้นเอง...
     "อาเค่อ ไอ้นั่นน่ากิน!" เทียนเหมินชี้ไปยังน้ำแข็งใสราดน้ำเชื่อมสีสันสดใส ทั้งสีแดง เขียว ส้ม และม่วง ช่างเป็นของหวานที่ดูแปลกตาเสียเหลือเกินเพราะปกติของหวานตำหรับฮั่นไม่เป็นขนมที่ทำจากแป้งนำไปนึงหรือย่าง ก็จะเป็นแป้งในน้ำเชื่อมร้อนๆ ไม่ใช่ของเย็นแบบนี้
     กระบวนการนำน้ำแข็งมาจากตะวันตก ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไรให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งยกเว้นในฤดูหนาวที่น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งไปเอง บางทีพวกชาวตะวันตกอาจจะมีเวทมนตร์ก็เป็นได้ แต่เศษเสี้ยวหนึ่งในความทรงจำของเทียนเหมินรู้ได้ว่าน้ำแข็งที่ได้นั้นมี 'เกลือ' เป็นองค์ประกอบในการผลิต แต่ก็ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไรเช่นกัน และไม่ได้หมายความว่าน้ำแข็งคือน้ำผสมอเกลือด้วย ไม่อย่างนั้นคงจะเค็มตาย
     "จะกินจริงหรอครับพี่ชายซู แค่นี้ก็หนาวจะแย่" อาเค่อกอดตัวเองปอยๆ ชุดขนสัตว์และผ้าคลุมที่สวมใส่ดูเหมือนว่าจะไม่อาจต้านทานสายลมหนาวยามค่ำคืนได้เลย
     "ไม่เป็นไรนี่ ข้าไม่หนาว" เทียนเหมินตอบออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยจนผู้ฟังน้ำตาแทบร่วง แบบนี้ใช่ไหมที่เรียกว่า 'ไม่ถามสุขภาพเลยสักคำ' แน่นอนว่าสำหรับเทียนเหมินไม่มีวันหนาวกับน้ำแข็งแค่นี้ มันออกจะดีต่อร่างกายเขาด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับน้ำชาหรือขนมหยวนเซียวในน้ำเชื่อมร้อนๆ "ข้าจะกิน"
     "ครับ..." เด็กหนุ่มตอบรับเสียงเบาหวิว แม้จะอยากลิ้มลองของหวานตะวันตกแต่ก็ไม่อยากจะต้องมาทานไปท้าลมหนาวไปแบบนี้
     พี่ชายซูสำหรับอาเค่อแล้วถือเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่คอยดูแลจนกว่าท่านลุงหลิวเหวินจะมารับ และไปล้างแค้นพรรคเบญจพิษเพื่อท่านแม่ที่เสียไป หากตอนนี้ไม่ได้เทียนเหมินห้าม ป่านนี้เขาอาจจะกลายเป็นผีหน้าเขียวไปอีกตน แรกๆ ที่ได้รู้จักกันเขาคิดว่าเทียนเหมินเป็นคนดุ อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก เหมือนกับหนีเสือปะจระเข้ หนีเบญจพิษก็ไปเจอซินแสชั่ว จากซินแสชั่วก็ไปเจอนักเลงซานตง
     กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลาอยู่เป็นเดือน ด้วยความสนิทสนมกันมากขึ้นจึงทำให้ได้รู้ว่าชายที่ได้ติดตามอยู่เป็นคนเช่นไร เทียนเหมินมักจะทำเพื่อคนอื่นและครอบครัวก่อนตนเองเสมอ นั่นเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มโหรวหรานนับถือ และได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างมาด้วย...
     'ความเมตตา สละได้เพื่อทุกคนบนโลกคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคทั้งปวง'
     ไม่รู้ว่าคำๆ นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ความเมตตาบางครั้งก็นำความทุกข์ยากมาให้ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่จนตรอก หรือพลังแห่งความเมตตาจะช่วยขจัดอุปสรรคทั้งหลายไปได้จริง?
     นอกจากนั้นแล้วยังได้เห็นตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้น เทียนเหมินมักจะเอ็นดูเด็กผู้หญิงเล็กๆ นั่นอาจเพราะว่าเขามีน้องสาวที่เคยดูแลอยู่ แต่สำหรับสตรีเพศแทบไม่มีข้องแวะยุ่งเกี่ยวเลย ตลอดเวลาหากไม่ทำงานก็เอาตัวเข้าไปพัวพันกับการช่วยเหลือคนนั้นคนนี้ เรื่องเที่ยวเตร่ไม่มีให้เห็นผิดวิสัยชายโสด หรือว่าจะมีแอบวอกแวกไปเที่ยวบ้างโดยที่ไม่มีใครรู้ก็ไม่อาจทราบได้
     เอาจริงๆ แม้ว่าพี่ชายซูของเขาจะหน้าตาธรรมดาๆ จะว่าหล่อก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่อาเค่อก็พูดออกมาไม่ได้ไม่อย่างนั้นคงถูกมะเหงกลงหัวแน่ๆ แต่ฐานะและการงานก็จัดว่าดี นิสัยก็น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ ไม่ยาก แต่กลับไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด
     'บางทีพี่ชายซูอาจจะทำงานเยอะเกินไปเลยไม่มีเวลาไปหาสตรีแต่งเข้าบ้าน เห็นทีคงต้องให้พี่ชายซูไปเที่ยวบ้างแล้วสิ...' นั่นคือความเป็นห่วงหนึ่งในฐานะน้องชาย (ไม่แท้) คนหนึ่ง บางทีการมีฮูหยินอาจจะช่วยทำให้พี่ชายซูเลิกหาเรื่องเสี่ยงภัยเข้าตัวได้เสียที แต่ก็นั่นแหล่ะ คงต้องหลังจากที่ล้างแค้นพรรคเบญจพิษแทนมารดาสำเร็จ
     "อาเค่อเจ้าจะเอารสอะไร?" เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียกสติเด็กหนุ่มที่กำลังรำรึกความในใจยาวเหยียด
     "เอ่อ... น้ำแตงโมก็ได้ครับ" อาเค่อตอบออกไป สุดท้ายก็ถูกบังคับให้กินน้ำแข็งใสด้วยจนได้... ทั้งที่ใจดีกับถิงเอ๋อห์แท้ๆ แต่ทำไมชอบเข้มงวดกับเขาจังนะ นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่เด็กหนุ่มไม่เข้าใจ
     "ได้แล้ว น้ำแข็งใสสองถ้วย" พ่อค้าขนมหวานส่งถ้วยแก้วมาให้ชายหนุ่มทั้งสอง ถ้วยหนึ่งเป็นน้ำแข็งใสรสผิงกั่ว (แอปเปิ้ล) เขียว ส่วนอีกถ้วยเป็นรสน้ำแตงโมของอาเค่อ เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็ได้เวลารับประทานกันเสียที...


     "อื้ม เปรี้ยว~" เทียนเหมินหลับตาปี๋เมื่อตักทานเอาน้ำแข็งใสรสผิงกั่วเขียวเข้าปาก แม้จะเปรี้ยวนำแต่ก็ยังมีความหวานเจืออยู่ และทั้งความหอมของผลไม้จึงทำให้ทานได้อย่างเพลินๆ นับว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ค่อนข้างถูกปากเลยทีเดียว
     "บรื๋อ หนาว..." อีกฝ่ายก็ร้องออกมาเหมือนกันเพียงแต่ว่าคนละความหมาย น้ำแตงโมสีแดงหวานเย็นชุ่มคอยิ่งทำให้รู้สึกว่าหนาวยิ่งขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว เด็กหนุ่มโหรวหรานพยายามกลั้นใจกินของหวานที่จะทำให้เขาแข็งตายเข้าปากอย่างล้ำกลืน ตรงกันข้ามกับผู้ที่เลี้ยงขนมที่ตักจ้วงทานน้ำแข็งรสเปรี้ยวหวานอย่างเอร็ดอร่อย เพียงไม่นานของหวานก็หมดแก้ว
     "ทำไมกินน้อยจังฟะ ไม่ชอบกินของหวานรึ?" เทียนเหมินเอ่ยถาม เพราะเห็นว่าอาเค่อก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่เลือกกิน เห็นว่าไม่ว่าอะไรก็ทานได้หมด ทานง่ายอยู่ง่ายถือว่าเป็นเด็กดีคนหนึ่ง
     "หนาวจะตายครับ ทานไปคำเดียวก็ปวดฉี่แล้ว"
     "เฮ้ยๆ ยังฉี่ไม่ได้นะ ยังไม่คุ้มกับราคาที่กินเข้าไปเลยอันเอาไว้ก่อนสักสิบนาทีค่อยไปหาที่" ชายหนุ่มเอ่ยบอกไม่รู้ด้วยตรรกะของโลกไหน บางทีเขาก็เห็นคุณค่าของเงินผิดวิธีไปหน่อยหรือเปล่า "เอามานี่ ถ้าเจ้าไม่อยากกินแล้วข้ากินต่อเอง" พูดจบก็ฉวยเอาชามน้ำแข็งใสมาตักทานทันทีอย่างไม่มีสะทกสะท้านร้อนหรือหนาว
     "คะ...คร้าบบบ" เด็กหนุ่มโหรวหรานยินยอมให้อีกฝ่ายเอาถ้วยน้ำแข็งของตนเองไปเพราะว่าทนทานต่อไปไม่ไหวแล้ว ยกมือขึ้นมาเป่าฟู้วๆ เพิ่มความอบอุ่นไม่ให้มันชาไปเสียก่อน
     "หวาน ของเจ้าอร่อยดีแฮะ" ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายตัวใหญ่จะชอบทานของหวานไปได้ และอีกอย่างคือที่ร้านแผงลอยน้ำแข็งใสแทบไม่มีลูกค้าชายมาอุดหนุนเลยด้วยซ้ำ การที่บุรุษสองคนมาทานน้ำแข็งใสโต้ลมหนาวกลางดึกจึงเป็นเรื่องแปลกตาไม่น้อย
     ในที่สุดน้ำแข็งใสถ้วยสีแดงก็หมดลง น่าจะเป็นเวลาพอๆ กับที่พวกถิงเอ๋อห์ชมการแข่งวัวชนจบพอดีทั้งสองหนุ่มจึงกลับไปรอที่คอกม้า อาเค่อรีบวิ่งจู๊ดหาที่เหมาะๆ แล้วปล่อยของเหลวออกจากร่างกายเสียหน่อย

     "ท่านพี่เทียนแย่แล้วค่ะ!" ถิงเอ๋อห์รีบวิ่งออกมาจากวงพนันคอกวัวอย่างกระหืดกระหอบมาหา
     "เกิดอะไรขึ้น?" เมื่อได้ยินเสียงเรียกเทียนเหมินก็รีบหันขวับไปมองทางต้นเสียงทันที ถิงเอ๋อห์วิ่งหน้าตาตื่นมาคนเดียว "แล้วแม่นางหลิงล่ะ?"
     คิ้วเข้มขมวดเป็นปม มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น? ถูกโกงพนัน หรือว่าถูกคนหาเรื่อง? มันก็ไม่แปลกเลยเพราะแหล่งอบายมุขย่อมเป็นศูนย์รวมคนโฉดอยู่แล้ว เขาไม่น่าวางใจปล่อยให้เด็กผู้หญิงไปที่นั่นกันสองคนเลย "แล้วแม่นางหลิงล่ะ?"
     "นางไม่เป็นไรแต่ว่ารีบมาก่อนเถอะคะ" เด็กสาวคว้ามือใหญ่เย็นเจี๊ยบของชายหนุ่มเอาไว้แล้วดึงเขาไปยังแหล่งพนันวัวชนทันที
     อาเค่อที่เพิ่งทำธุระส่วนตัวเสร็จกลับมาที่คอกม้าก็ไม่เห็นเทียนเหมินที่ยืนรออยู่แล้วก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ
     "ขอให้พี่ชายข้าเข้าไปด้วยเถอะค่ะ เพื่อนข้าไม่สบายอยู่ในนั้น ขอเพียงแค่แปบเดียวพาตัวนางออกมา" ถิงเอ๋อห์รีบบอกผู้คุมบ่อนวัวชนทันทีที่เขามาดักหน้า
    "หะ แม่นางหลิงเป็นลมรึ?" เทียนเหมินเอ่ยถาม เขาเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรเช่นเดียวกัน อยู่ๆ ก็ถูกดึงมือมากระทันหันยังไม่ทันได้ทราบเรื่องทราบราว
     "ถ้าเป็นงั้นจริงก็รีบๆ ไปพาออกมาอย่าเล่นตุกติกล่ะ" ดูเหมือนว่าผู้คุมบ่อนจะมีใจเมตตาอยู่บ้างที่ให้เข้าไปช่วยเหลือเพื่อน
    "ขอบคุณค่ะ!" เด็กสาวโค้งคำนับก่อนจะรีบดึงมือเทียนเหมินไปยังอัฒจรรย์เดิมอย่างรวดเร็ว ตรงนั้นมีร่างของหลิงผิงผิงยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหินอยู่
     "นางเป็นอะไร?" ชายหนุ่มมองเด็กสาวอีกคนที่ยืนแข็งทื่อแต่น้ำตาไหลพรากออกมาจากด้วยตาทั้งสองข้าง นางดูไม่ได้ป่วยหรือว่าไม่สบายตามที่ถิงเอ๋อห์แจ้งเอาไว้ "มันเกิดอะไรขึ้น? นี่นางถูกสกัดจุด?" เทียนเหมินยกมือขึ้นเตรียมแก้จุดให้นางแต่ก็ถูกถิงเอ๋อห์ดึงมือเอาไว้ก่อน "ทำไม?"
     "อย่าเพิ่งแก้จุดให้นางค่ะ ช่วยอุ้มนางออกไปจากตรงนี้ก่อน" ถิงเอ๋อห์กล่าวออกมาพอจะเป็นคำอธิบายว่าทำไมหลิงผิงผิงอยู่ในสภาพเช่นนี้ เป็นฝีมือของถิงเอ๋อห์นั่นเอง
     @ผิงผิง
    "อาฮะ เข้าใจแล้ว" เทียนเหมินพยักหน้าก่อนที่จะช้อนตัวนางอุ้มท่าเจ้าสาวขึ้นมาแล้วพาตัวออกมายังด้านหน้าบ่อนพนัน
    "ท่านพี่เทียนคะทางนี้" ถิงเอ๋อห์ดึงชายเสื้อชายหนุ่มไปยังอีกฝั่งที่เป็นโต๊ะขึ้นรางวัลและคอกวัวสำหรับวัวที่บาดเจ็บและวัวลงสังเวียน
    "ข้ามารับรางวัลค่าเดิมพันวัวส้มกลิ้งจื่อจื่อค่ะ" ถิงเอ๋อห์ตอบออกไปอย่างฉะฉาน แม้จะช้าไปหน่อยแต่หวังว่านางจะได้รับรางวัลที่ควรได้
     "นี่เงินหกสิบชั่ง" เพราะว่ามีคนลงเดิมพันข้างจวี่จื่อเพียงแค่คนเดียวการรับรางวัลจึงง่ายขึ้น และดูเหมือนว่าพนักงานเก็บเงินจะจำนางได้ เพราะเด็กผู้หญิงที่มาชมวัวขวิดมีเพียงแค่สองสาวนี้เท่านั้น "แล้วจะรับรางวัลคนชนะไปด้วยไหม?"
     "รับด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ" เด็กสาวรับเอาถุงเงินมาก่อนจะหันไปหาเทียนเหมิน "หกสิบชั่งค่ะ เราชนะ" พร้อมทั้งถือถุงเงินของหลิงผิงผิงเอาไว้ก่อน
    "ชนะหรอ?" เทียนเหมินมีสีหน้างุนงง หากชนะแล้วขึ้นเงินได้แล้วทำไมหลิงผิงผิงถึงมีปัญหา?
    "ขอเราไปหาวัวเจ้าส้มกลิ้งได้ไหมคะ?" ถิงเอ๋อห์เอ่ยถามพนักงานขึ้นเงิน
     "มันพักอยู่ในคอกด้านหลังถ้าไม่บาดเจ็บมากก็เอาตัวออกไปได้"
     "ทราบแล้ว ขอบคุณค่ะ" นางเอ่ยอีกทีก่อนที่จะเดินนำไปยังคอกพักวัวที่อยู่ไม่ไกลกัน ตรงนั้นเห็นเจ้าจวี่จื่อทรุดตัวนอนอย่างหมดแรงอยู่ตัวเดียว ส่วนเจ้าวากิวกระดิ่งทองคงมีเจ้าของพากลับไปรักษาตัวแล้ว "น่าจะคลายจุดให้ได้แล้วล่ะค่ะ"
     @ผิงผิง
    "อาฮะ" เทียนเหมินวางผิงผิงให้นั่งลงบนก้อนหินใกล้ๆ กับคอกวัวเจ็บแล้วจึงสกัดจุดคลายให้กับนาง
     @ผิงผิง
     ทั้งสองมองหลิงผิงผิงที่รีบเข้าไปโผกอดวัวที่บาดเจ็บของนางแถมยังร้องไห้โฮเหมือนกับเด็กไม่มีผิด
    "ตกลงมันยังไง?" เทียนเหมินนั่งลงกับพื้นหญ้าปนทรายแล้วเอ่ยถาม
    "เหมือนว่าแม่นางหลิงจะอาละวาดตอนเห็นวัวของนางถูกขวิดน่ะค่ะ" ถิงเอ๋อห์ตอบคำถามแทนผิงผิงที่ตอนนี้ไม่น่าจะมีกะจิตกะใจเล่าอะไรให้ฟัง
    "ไม่อยากให้มันเจ็บแล้วเอาไปลงแข่งทำไม..." เทียนเหมินขมวดคิ้วเคร่งพลางมองไปทางเด็กสาวที่กำลังกอดกับวัวอยู่ ได้ยินคำขอโทษขอโพยต่างๆ นานาออกมาจากปากของนางก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
     @ผิงผิง
    "ถิงเอ๋อห์ เจ้ารักษาวัวได้ไหม?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม ทั้งเขาและหลิงเฮ่าต่างเคยถูกถิงเอ๋อห์เย็บแผลสดมาด้วยกันทั้งนั้น แต่เรื่องการทำแผลให้วัวมันก็อีกเรื่องหนึ่ง
     @ผิงผิง
    "เอ่อ... ข้าก็ไม่เคยค่ะ แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะต่างกันมากเท่าไร" เด็กสาวยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากอย่างใช้ความคิด "จะลองดูก็แล้วกันค่ะ เดี๋ยวข้าไปเอาอุปกรณ์ที่ม้าก่อน"
     "อืม" เทียนเหมินพยักหน้าอนุญาต จากนั้นถิงเอ๋อห์ก็เดินจากไป ดวงตาสีครามมองไปยังเด็กสาวที่ยังคงเสียใจที่วัวของนางบาดเจ็บอยู่ ถึงนางจะดูเป็นเด็กแสบสำหรับเขาแต่ในตอนนี้จะตำหนิก็ทำไม่ลง ชายหนุ่มถอดเอาผ้าคลุมกันทรายของเขาออกมาคลุมกายให้กับนาง
     @ผิงผิง
     "อากาศมันหนาว เจ้าคลุมไว้เถอะ สำหรับข้ามันไม่จำเป็น"
     @ผิงผิง
     เมื่อพูดจบเทียนเหมินก็กลับมานั่งยังที่เดิมพลางครุ่นคิดหาหนทางไปต่อว่าจะเอาอย่างไร... โรงเตี๊ยมที่จุดพักม้าก็เต็ม จะกลับไปเทียนซุยตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะสัตว์พาหนะตัวหนึ่งบาดเจ็บ เห็นทีว่าคงต้องนอนกลางดินจริงๆ เสียแล้ว
    "มาแล้วค่ะ" คุณหมอจำเป็นนามหลี่ถิงเอ๋อห์กลับมาพร้อมอาเค่อที่ดูงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กหนุ่มโหรวหรานนั่งลงข้างๆ เทียนเหมิน ส่วนถิงเอ๋อห์เดินเลยตรงไปยังในคอกที่ผิงผิงกับวัวของนางอยู่
     @ผิงผิง
     ถิงเอ๋อห์ตรวจดูรอบบาดแผลของจวี่จื่อ มันมีร่องรอยของเขาถูกขวิดหลายแห่ง ไม่ว่าจะแถวขาหรือว่าลำตัว ไม่ใช่บาดแผลที่ต้องเย็บแต่ดูแล้วควรจะทำแผลอย่างดีเพื่อกันให้แผลเน่าและหนอนแมลงวันเข้าไปไข่ในบาดแผล "ทนเจ็บนิดนึงนะ" พูดจบเด็กสาวก็เทสุราล้างบาดแผลให้กับมันทันที
     @ผิงผิง
     ผ้าสะอาดถูกนำมาซับที่บาดแผลให้แห้ง จากนั้นสมุนไพรที่เตรียมมาจากบ้านก็ถูกนำมาบดรวมกันก่อนจะโปะไปที่บาดแผลตามส่วนต่างๆ ของร่างกายวัวและใช้ผ้าพันแผลพันทับให้แน่นอีกที หวังว่ายารักษาคนจะช่วยรักษาบาดแผลให้วัวด้วยเช่นกัน
     @ผิงผิง
     อาเค่อที่ยังหนาวไม่หายก่อไฟกองเล็กๆ ขึ้นมาเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ทั้งคนและสัตว์ "ท่าทางวันนี้คงต้องนอนกลางแจ้งจริงๆ สินะครับ"
     "อืม... คงงั้น ถ้าปลอดภัย... ก็ดีอยู่หรอกนะ" เทียนเหมินเอ่ยออกมาอย่างไม่แน่ใจ
     แม้ว่าที่นี่จะเป็นจุดพักม้าที่เป็นทั้งปราการของทหารและอยู่ในสังกัดความรับผิดของของแม่ทัพใหญ่แห่งเทียนซุยก็ตาม แต่ก็คล้ายๆ กับเป็นซ่องโจรกลายๆ ด้วย บอกไม่ได้เลยว่าที่นี่นั่นปลอดภัยหรือว่าอันตรายกันแน่ จะพูดได้ว่าสถานที่ที่อันตรายที่จุดจะเป็นที่ๆ ปลอดภัยที่สุดได้อยู่หรือเปล่า...
     "แถวๆ คอกม้าข้าเห็นมีกระโจมนักเดินทางปักอยู่ด้วยนะครับ คงปลอดภัยในระดับหนึ่ง.... มั้ง" อาเค่อเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง แต่คำว่ามั้งที่หลังประโยคกลับไม่ช่วยให้ดูดีขึ้นเท่าไร
     "กระโจมงั้นรึ... ลืมไปเลยแฮะ" เทียนเหมินพึมพำออกมา เขาเป็นพ่อค้าคาราวานแท้ๆ ต่อให้ก่อนออกเดินทางจะเตรียมตัวดีขนาดไหนแต่กลับลืมสิ่งสำคัญสำหรับการพักแรมอย่างกระโจมเสียนี่ อย่างนั้นมันก็ช่วยให้รู้สึกเป็นส่วนตัวได้บ้างและช่วยกันลมกันฝนพอได้ "ถ้าต้องนอนกลางแจ้งแบบนี้พวกเจ้านอนกันได้ไหม?"
    "ข้าไม่มีปัญหาค่ะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาขณะเก็บอุปรณ์ทำแผลกลับไป
     "ข้าก็ด้วยครับ" อาเค่อก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้เขากำลังอุ่นนมแพะที่เป็นเสบียงมื้อดึกเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย
     @ผิงผิง
     "งั้นคงต้องนอนกันแบบนี้ไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับไปในตัวเมือง ถ้าเจ้าวัวนั่นพอเดินทางได้แล้ว"
     @ผิงผิง
    "แม่นางหลิงอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ อย่างน้อยที่จวี่จื่อลงแข่งเลยเงินมาคืนทุนให้ท่านพี่เทียนนะคะ ถึงจะยังขาดทุนก็เถอะ..."
     @ผิงผิง
     "ใช่แล้ว อย่าคิดมากเลยครับ นี่นมแพะอุ่นๆ ดื่มซะหน่อยคืนนี้จะได้ไม่ป่วย" อาเค่อถือกระบอกไม้ไผ่ใส่นมแพะสองกระบอกไปให้กับถิงเอ๋อห์และผิงๆ
     "ขอบใจอาเค่อ" เด็กสาวรับเอากระบอกไม้ไผ้ตัดเฉียงขึ้นมาจิบนมแพะอุ่นๆ ลงคอ นี่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเยอะ
     @ผิงผิง
     "เดี๋ยวคืนนี้ข้าเฝ้ายามให้เองก็ได้ครับ ยังไงก็ไม่ต้องคอยขับเกวียนแล้ว" เด็กหนุ่มโหรวหรานรับอาสาเฝ้ายามให้ในคืนนี้ พอถึงกลางวันเขาค่อยหลับเอา อย่างไรเสียตัวเขาก็ไม่ค่อยมีบทบาทหน้าที่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว
    "อืม ฝากด้วยล่ะ ข้างีบก่อนล่ะ" เทียนเหมินปิดปากหาวก่อนที่จะเอนตัวลงนอนราบไปกับพื้นโดยไม่มีอะไรรองตัว ไม่กลัวว่าฝุ่นทรายนั้นจะเปื้อนตัว
     @ผิงผิง
     "ราตรีสวัสดิ์ถิงเอ๋อห์ อาเค่อ แม่นางหลิง" เพียงพูดจบแล้วหลับตาเขาก็หลับไปอย่างง่ายดาย
     "ราตรีสวัสดิ์ค่ะ เจ้าเฝ้ายามดีๆ ล่ะอาเค่อ ง่วงก็ปลุกข้าล่ะ" ถิงเอ๋อห์รีบดื่มนมให้หมดแพะให้หมดแล้วเอากระบอกไม้ไผ่ไปคืนก่อนจะหาทำเลดีๆ นอนหลับ
     @ผิงผิง



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +60 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 60 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-10 11:31:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ข้าขอโทษ

     ปึก! ปึกๆ!
     ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของหลิงผิงผิงจนเธอที่กำลังวิ่งไปต้องหยุดกึกยืนแข็งทื่อ ดวงตากลมโตมองจวี่จื่อที่ถูกพาออกไปจากสนามมันยังคงร้องหาเธอ
     "ขอโทษนะคะแม่นางหลิง แต่ช่วยรอข้าตรงนี้สักครู่ก่อน!" ถิงเอ๋อห์เอ่ยก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าจาก ถ้าไม่ใช่เพราะความนึกสนุกจวื่จื่อคงไม่ต้องมาบาดเจ็บแบบนี้ มันอาจจะตายได้! ตอนนี้สมองผิงผิงไม่คิดอะไรและต่อให้คิดก็คิดอะไรไม่ออกแล้ว


     "...." ผิงผิงไม่ได้ยินเสียงอะไรสายตาเธอยังคงจับจองไปทางเข้าของวัว ที่ร่างของจวี่จื่อหาย และไม่ได้ยินเสียงของเทียนเหมิน
    "นางเป็นอะไร?"
    "มันเกิดอะไรขึ้น? นี่นางถูกสกัดจุด?" แต่ดูเหมือนถิงเอ๋อห์จะรีบห้ามไว้ก่อน เทียนเหมินถามด้วยความสงสัย
     "ทำไม?"
    "อย่าเพิ่งแก้จุดให้นางค่ะ ช่วยอุ้มนางออกไปจากตรงนี้ก่อน" ถิงเอ๋อห์กล่าวออกมา และถิงเอ๋อห์เล่าว่าทำไมผิงผิงถึงเป็นเช่นนี้ได้
     "....."
    "อาฮะ เข้าใจแล้ว" เทียนเหมินพยักหน้าก่อนที่จะช้อนตัวนางอุ้มท่าเจ้าสาว(ถ้าผิงผิงระลึกได้เธอคงยอมให้โดนพาดบ่าดีกว่าโดนอุ้มท่านี้แน่ๆ)ขึ้นมาแล้วพาตัวออกมายังด้านหน้าบ่อนพนัน
    "ท่านพี่เทียนคะทางนี้" ถิงเอ๋อห์ดึงชายเสื้อชายหนุ่มไปยังอีกฝั่งที่เป็นโต๊ะขึ้นรางวัลและคอกวัวสำหรับวัวที่บาดเจ็บและวัวลงสังเวียน
    "ข้ามารับรางวัลค่าเดิมพันวัวส้มกลิ้งจื่อจื่อค่ะ" ถิงเอ๋อห์ตอบออกไปอย่างฉะฉาน แม้จะช้าไปหน่อยแต่หวังว่านางจะได้รับรางวัลที่ควรได้
     "นี่เงินหกสิบชั่ง" เพราะว่ามีคนลงเดิมพันข้างจวี่จื่อเพียงแค่คนเดียวการรับรางวัลจึงง่ายขึ้น และดูเหมือนว่าพนักงานเก็บเงินจะจำนางได้ เพราะเด็กผู้หญิงที่มาชมวัวขวิดมีเพียงแค่สองสาวนี้เท่านั้น "แล้วจะรับรางวัลคนชนะไปด้วยไหม?"
     "รับด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ" เด็กสาวรับเอาถุงเงินมาก่อนจะหันไปหาเทียนเหมิน "หกสิบชั่งค่ะ เราชนะ" พร้อมทั้งถือถุงเงินของหลิงผิงผิงเอาไว้ก่อน
    "ชนะหรอ?" เทียนเหมินมีสีหน้างุนงง หากชนะแล้วขึ้นเงินได้แล้วทำไมหลิงผิงผิงถึงมีปัญหา?
    "ขอเราไปหาวัวเจ้าส้มกลิ้งได้ไหมคะ?" ถิงเอ๋อห์เอ่ยถามพนักงานขึ้นเงิน
     "มันพักอยู่ในคอกด้านหลังถ้าไม่บาดเจ็บมากก็เอาตัวออกไปได้"
     "ทราบแล้ว ขอบคุณค่ะ" นางเอ่ยอีกทีก่อนที่จะเดินนำไปยังคอกพักวัวที่อยู่ไม่ไกลกัน ตรงนั้นเห็นเจ้าจวี่จื่อทรุดตัวนอนอย่างหมดแรงอยู่ตัวเดียว ส่วนเจ้าวากิวกระดิ่งทองคงมีเจ้าของพากลับไปรักษาตัวแล้ว "น่าจะคลายจุดให้ได้แล้วล่ะค่ะ"
     "...."
    "อาฮะ" เทียนเหมินวางผิงผิงให้นั่งลงบนก้อนหินใกล้ๆ กับคอกวัวเจ็บแล้วจึงสกัดจุดคลายให้กับนาง
     "จื่อจื่อ!!!" หลังจากโดนคลายจุดแล้วร่างเล็กวิ่งปาดเข้าไปหาจื่อจื่อทันทีก่อนจะโผกกอดส่วนที่ไม่มีบาดแผลร้องไห้งอแงออกมาเหมือนกับเด็กไม่มีผิด ร้องไห้หนักกว่าตอนที่โดนผีแกล้งที่สุขาวดี... "ข้าขอโทษเจ้า ข้าขอโทษเจ้า อย่าไปไหนนะจื่อจื่อ เจ้าจะไม่เป็นอะไร ฮือ"
    "ตกลงมันยังไง?" เทียนเหมินนั่งลงกับพื้นหญ้าปนทรายแล้วเอ่ยถาม
    "เหมือนว่าแม่นางหลิงจะอาละวาดตอนเห็นวัวของนางถูกขวิดน่ะค่ะ" ถิงเอ๋อห์ตอบคำถามแทนผิงผิงที่ตอนนี้ไม่น่าจะมีกะจิตกะใจเล่าอะไรให้ฟัง
    "ไม่อยากให้มันเจ็บแล้วเอาไปลงแข่งทำไม..." เทียนเหมินขมวดคิ้วเคร่งพลางมองไปทางเด็กสาวที่กำลังกอดกับวัวอยู่ ได้ยินคำขอโทษขอโพยต่างๆ นานาออกมาจากปากของนางก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
     "ข้าขอโทษ..."
     "ม๊อ..." มันใช้ใบหน้าใหญ่ๆ ถูผิงผิงอย่างปลอบโยน มันอยากให้เจ้านายตัวน้อยเข้าใจ ต่อสู้ย่อมมีบาดเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนที่มันจะมาพบนายน้อยมันโดนพ่อค้าทารุณมามากกว่านี้ เมื่อได้พบกับนายน้อยทให้มันแทบจะรักสบายจนไม่ต้องออกแรงสู้เลย... นายน้อยเป็นเพียงเด็กที่ซื่อและสดใสไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก...
    "ถิงเอ๋อห์ เจ้ารักษาวัวได้ไหม?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม คงเพราะถิงเอ๋อห์คือหมอประจำตัวของเขาแล้วแหละ
    "..." ผิงผิงหันขวับไปมองถิงเอ๋อห์ด้วยดวงตาข้อร้องอย่างไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินว่าเทียนเหมินถามถิงเอ๋อห์เรื่องรักษา
    "เอ่อ... ข้าก็ไม่เคยค่ะ แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะต่างกันมากเท่าไร" เด็กสาวยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากอย่างใช้ความคิด "จะลองดูก็แล้วกันค่ะ เดี๋ยวข้าไปเอาอุปกรณ์ที่ม้าก่อน"
    "อืม" เทียนเหมินพยักหน้าอนุญาต จากนั้นถิงเอ๋อห์ก็เดินจากไป ผิงผิงที่ลูบเบาๆ จวี่จื่อก่อนจะรู้สึกถึงความอบอุ่นรอบกายเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าบุรุษร่างยักษ์ที่เธอมักกดด่าในใจเสมอผ้าคลุมกันทรายของเขาออกมาคลุมกายให้กับเธอ... ผิงผิงอึงไปเล็กน้อย
    "ดะ... เดี๋ยวสิ เดี๋ยวท่านก็ไม่สบายหรอก คืนนี้อากาศหนาวนะ"
     "อากาศมันหนาว เจ้าคลุมไว้เถอะ สำหรับข้ามันไม่จำเป็น"
     "ขะ... ขอบคุณเจ้าค่ะ..." ผิงผิงกล่าวรับอ้อมแอ้มก่อนจะกระชับผ้าคลุมแน่น... เธอรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ เหมือนมีพี่เฮ่าอยู่ข้างกาย ผิงผิงไม่ค่อยชินที่ได้รับการปฏิบัติแบบนี้จากเขา สิ่งนี้ทำให้ผิงผิงเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเทียนเหมินไปเล็กน้อย เล็กน้อยเท่านั้น! จากบุรุษร่างยักษ์ที่สมองมีแต่กล้ามขยับขึ้นมาเป็นพี่ชาย แต่มิใช่ ท่านพี่ แบบที่เรียกท่านพี่เฮ่า เมื่อพูดจบเทียนเหมินก็กลับมานั่งยังที่เดิมพลางครุ่นคิดอะไรสักอย่าง ผิงผิงหันไปหาจวี่จื่อ
    "มาแล้วค่ะ" คุณหมอจำเป็นนามหลี่ถิงเอ๋อห์กลับมาพร้อมอาเค่อที่ดูงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กหนุ่มโหรวหรานนั่งลงข้างๆ เทียนเหมิน ส่วนถิงเอ๋อห์เดินเลยตรงไปยังในคอกที่ผิงผิงกับวัวของนางอยู่
     "ข้าขอดูนะเจ้าค่ะ..." ผิงผิงเอ่ยขอดูวิธีการเย็บแผลของถิงเอ๋อห์เพราะเธอคิดว่าคงต้องได้ใช้แน่ๆ ไม่รู้ว่าเย็บแผลกับเย็บผ้ามันแตกต่างกันอย่างไร ถิงเอ๋อห์ตรวจดูรอบบาดแผลของจวี่จื่อ มันมีร่องรอยของเขาถูกขวิดหลายแห่ง ไม่ว่าจะแถวขาหรือว่าลำตัว ไม่ใช่บาดแผลที่ต้องเย็บแต่ดูแล้วควรจะทำแผลอย่างดีเพื่อกันให้แผลเน่าและหนอนแมลงวันเข้าไปไข่ในบาดแผล "ทนเจ็บนิดนึงนะ" พูดจบเด็กสาวก็เทสุราล้างบาดแผลให้กับมันทันที
     "..." ผิงผิงช่วยโดยการส่งเครื่องไม้เครื่องมือให้ถิงเอ๋อห์ ผ้าสะอาดถูกนำมาซับที่บาดแผลให้แห้ง จากนั้นสมุนไพรที่เตรียมมาจากบ้านก็ถูกนำมาบดรวมกันก่อนจะโปะไปที่บาดแผลตามส่วนต่างๆ ของร่างกายวัวและใช้ผ้าพันแผลพันทับให้แน่นอีกที หวังว่ายารักษาคนจะช่วยรักษาบาดแผลให้วัวด้วยเช่นกัน
     "วิเศษ... นอกจากเย่เสวียที่รักษาเป็นแล้วก็เพิ่งพบเจ้านี่แหละ" ผิงผิงกล่าวชมก่อนจะช่วยเก็บข้าวของให้ถิงเอ๋อห์แล้วมาทรุดนั่งข้างๆ จวื่จื่อ ตอนนี้มันหาลับไปแล้ว "ข้าจะชดเชยให้เจ้า เมื่อเจ้าหายดีแล้ว" ผิงผิงกล่าว
     อาเค่อที่ยังหนาวไม่หายก่อไฟกองเล็กๆ ขึ้นมาเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ทั้งคนและสัตว์ "ท่าทางวันนี้คงต้องนอนกลางแจ้งจริงๆ สินะครับ"
     "อืม... คงงั้น ถ้าปลอดภัย... ก็ดีอยู่หรอกนะ" เทียนเหมินเอ่ยออกมาอย่างไม่แน่ใจ ผิงผิงนั้นคิดอย่างแน่ใจว่าไม่ปลอดภัยแน่ๆ
     "แถวๆ คอกม้าข้าเห็นมีกระโจมนักเดินทางปักอยู่ด้วยนะครับ คงปลอดภัยในระดับหนึ่ง.... มั้ง" อาเค่อเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง แต่คำว่ามั้งที่หลังประโยคกลับไม่ช่วยให้ดูดีขึ้นเท่าไร
     "กระโจมงั้นรึ... ลืมไปเลยแฮะ" เทียนเหมินพึมพำออกมา
     "ถ้าต้องนอนกลางแจ้งแบบนี้พวกเจ้านอนกันได้ไหม?"
    "ข้าไม่มีปัญหาค่ะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาขณะเก็บอุปรณ์ทำแผลกลับไป
     "ข้าก็ด้วยครับ" อาเค่อก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้เขากำลังอุ่นนมแพะที่เป็นเสบียงมื้อดึกเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย
    "จื่อจื่ออยู่ไหน ข้าอยู่นั้น"
    "งั้นคงต้องนอนกันแบบนี้ไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับไปในตัวเมือง ถ้าเจ้าวัวนั่นพอเดินทางได้แล้ว"
    "ข้าขอโทษที่ทำให้พวกท่านลำบาก" ผิงผิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด เพราะความจริงแล้วพวกเขาควรเดินทางกันสามคนและไม่ควรมีเธอเป็นตัวถ่วง ตอนนี้เธอได้เป็นตัวถ่วงของกลุ่มไปเสียแล้ว สิ่งที่เธอรับไม่ได้คือการที่ตนเองเป็นตัวถ่วงนี่แหละ
    "แม่นางหลิงอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ อย่างน้อยที่จวี่จื่อลงแข่งเลยเงินมาคืนทุนให้ท่านพี่เทียนนะคะ ถึงจะยังขาดทุนก็เถอะ..."
     "ยังจะคิดเรื่องเงินอีก..." ผิงผิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเบา ความรู้สึกดีๆ ที่ก่อตัวขึ้นมาจะยกให้เขาเป็นพี่ชาย ตอนนี้ลดลงไปอีกโข่... เธอไม่โทษถิงเอ๋อห์เพราะสาวน้อยรายนี้มักเอ่ยแทนเทียนเหมินอยู่แล้ว
    "ใช่แล้ว อย่าคิดมากเลยครับ นี่นมแพะอุ่นๆ ดื่มซะหน่อยคืนนี้จะได้ไม่ป่วย" อาเค่อถือกระบอกไม้ไผ่ใส่นมแพะสองกระบอกไปให้กับถิงเอ๋อห์และผิงผิง เด็กสาวรับมากล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้คุยกับอาเค่อตรงๆ ปกติไม่คุยกันเลยก็ว่าได้
     "ขอบใจอาเค่อ" เด็กสาวรับเอากระบอกไม้ไผ้ตัดเฉียงขึ้นมาจิบนมแพะอุ่นๆ ลงคอ
     "เจ้าคุณท่านเค่อเจ้าค่ะ"
     "เดี๋ยวคืนนี้ข้าเฝ้ายามให้เองก็ได้ครับ ยังไงก็ไม่ต้องคอยขับเกวียนแล้ว" เด็กหนุ่มรับอาสาเฝ้ายามให้ในคืนนี้
    "อืม ฝากด้วยล่ะ ข้างีบก่อนล่ะ" เทียนเหมินปิดปากหาวก่อนที่จะเอนตัวลงนอนราบไปกับพื้นโดยไม่มีอะไรรองตัว ไม่กลัวว่าฝุ่นทรายนั้นจะเปื้อนตัว
     "ฝันดีเจ้าค่ะแม่นางถิงเอ๋อห์ ท่านเค่อ ท่านเทียน..." ผิงผิงกล่าวก่อนจะพิงตรงเสาไม้ข้างๆ จวี่จื่อโดยกระชับผ้าคลุมกันทรายแน่น เธอมิได้กลัวหนาวแต่เธอไม่อยากป่วยแล้วเป็นตัวถ่วงของทุกคน
     "ราตรีสวัสดิ์ถิงเอ๋อห์ อาเค่อ แม่นางหลิง" เพียงพูดจบแล้วหลับตาเขาก็หลับไปอย่างง่ายดาย
     "ราตรีสวัสดิ์ค่ะ เจ้าเฝ้ายามดีๆ ล่ะอาเค่อ ง่วงก็ปลุกข้าล่ะ" ถิงเอ๋อห์รีบดื่มนมให้หมดแพะให้หมดแล้วเอากระบอกไม้ไผ่ไปคืนก่อนจะหาทำเลดีๆ นอนหลับ


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-18 21:19

ขึ้นไปด้านบน