ดู: 188|ตอบกลับ: 0

[ลี้ลับ] { ♝ ความฝันของ ✥ เหมยไป๋อวี้ } ปักษาเบญจรงค์

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MeiBaiyu เมื่อ 2020-10-1 03:04


สถานที่นอนหลับของตัวละคร : { เมืองฉางอัน } โรงเตี๊ยมชางลั่งถิง
ชื่อผู้ฝัน : เหมยไป๋อวี้
ความฝันประเภท : ลี้ลับ


ปักษาเบญจรงค์
.
.

                 สายลมวูบใหญ่พัดผ่านร่างบางของหญิงสาวภายใต้อาภรณ์สีแดงชาด พื้นที่รองรับร่างจากที่ควรจะเป็นฝูกนุ่มตอนนี้กลับเป็นเพียงพื้นแข็งๆที่เย็นเฉียบ ใบไม้ปลิดปลิวรบกวนห้วงนิทราของหญิงสาวผู้อ่อนล้า  เมื่อตอนที่เปลือกตาบางค่อยๆยกขยับขึ้น ทัศนียภาพที่เห็นกลับไม่คุ้นตา จากที่ควรจะเป็นจวนซึ่งถูกประดับไว้อย่างเรียบง่ายแต่งดงาม ครั้งนี้กลายเป็นจวนรกร้างไร้ซึ่งสีสัน ฝืนกายยันตัวขึ้นนั่งด้วยความสับสน ยกมือกอบกุมศีรษะคล้ายว่ามันอาจจะช่วยดึงสติที่กระจายให้กลับมาเป็นแผ่นเดียวกันได้บ้าง

                 “ ที่นี้ที่ไหน.. “ คำถามราวผู้โง่งม รู้ดีว่าคงไม่มีใครตอบแต่ก็กลับพึมพัมออกไปโดยไร้ความหมาย ร่างบางค่อยๆยัดกายยืนขึ้น อาการอ่อนล้าหายไปหมด ราวกับว่าทั้งร่างกลับมาปลอดโปร่ง ภาพในหัวไม่ปะติดปะต่อ นางไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ที่แน่ๆนางสมควรจะต้องหาทางออกไปจากที่นี้ “ ดูเหมือนจะไม่มีคนอยู่ที่นี้มานานแล้ว.. “ ไล่นิ้วปาดฝุ่นจากตู้ไม้ข้างตัวก่อนจะปัดๆมือเพื่อไล่ฝุ่น จากรอบข้างไม่มีตำราใดๆ ทุกสิ่งล้วนว่างเปล่า สัญญาณที่ชัดคือร่องรอยการใช้งาน บ่งบอกว่าย่อมต้องเคยมีผู้อาศัยอยู่ที่นี้ แต่คงจะย้ายข้าวของจากไปนานแล้ว

                 สองขาขยับก้าวออกจากจุดที่เคยอยู่ ผลักประตูไม้ของห้องส่งเสียงดังเอี้ยดอ้าด ใกล้จะพังแต่ยังพอใช้งานใช้การได้ แต่เมื่อขยับฝุ่นที่ไร้ผู้คนรบกวนมาเนิ่นนานก็ฟุ้งกระจายอวดโฉมก่อกวนได้อย่างน่าหงุดหงิดใจ หญิงสาวยกแขนข้างนึงปัดฝุ่นควัน และใช้มืออีกข้างจับชายอาภรณ์มาบังจมูกป้องกันการสำลักฝุ่นควัน นัยน์ตารัตติกาลเลื่อนมองรอบข้างที่เมื่อออกจากห้องเดิม ตอนนี้กลับกลายเป็นลานกว้างที่ตีรั้วยาวล้อมรอบ บ่งบอกว่าจวนนี้เป็นจวนที่กว้างใหญ่และมีความงดงามสูงมาก หากมันถูกดูแลอย่างดี ต้นไม้ใบหญ้าล้วนแต่คงหลงเหลือเป็นร่องรอยว่าเคยมี แต่บัดนี้มันไม่สามารถเรียกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังคงอยู่ไได้อีกต่อไป

                 เสาหินสีนิลสั้นสลักลายปักษาโผปีกทะยานฟ้าปลายยอดมีช่องว่างพอให้ใส่โคมไฟเล็กหรือแม้แต่จุดเทียน ช่างน่าฉงนเมื่อนางมั่นใจว่าจวนแห่งนี้คงไม่มีใครอยู่อาศัย แต่ตามเสาและราวแขวนกลับมีโคมหรือเทียนที่จุดไว้คอยให้แสงสว่าง ต่อให้มีสายลมเย็นพัดผ่านเท่าใด เปลวไฟเพียงสั่นไหวแต่ก็ไม่มีแววจะดับม้อด พินิจดูลวดลายปักษาสยายปีกอันประณีต ไม่อาจจะทราบใดว่าแท้จริงแล้วที่นี้เคยเป็นของใคร บางทีเขาอาจจะชื่นชอบปักษา หรือไม่ก็มีบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน ตั้งคำถามเอาไว้ในใจ แต่ในเมื่อรู้ดีว่าเปิดปากถามไปคงไม่มีคำตอบกลับมา หากมีสิคงจะน่าขนลุกไม่น้อย ยืดกายตั้งตัวเดินต่อไปตามเส้นทางหลักของจวน ผ่านบรรยากาศเงียบเหงา และวังเวง

                 ในความมืดหม่นรอบด้าน ท้องนภาที่ไร้แสงดาว หญิงสาวอาภรณ์สีชาดพริ้วไหวไปตามสายลม หวังเพียงหาทางออกจากความมืดมิดนี้ให้ได้เร็วไว แต่แล้วบนฟากฟ้าที่เคยหมองกลับมีประกายโดดเด่นเหนือน่านฟ้า หรี่ดวงตาเรียวลงมองจุดเด่นบนกลางฟ้า ปรากฏปักษาเบญจรงค์ยักษ์สีสะดุดตาขยับปีกบินวนอยู่เหนือฟ้า “ .. เป็นไปไม่ได้ “ นกอะไรตัวใหญ่ได้ถึงขนาดนั้น ฉับพลันที่ในหัวนึกย้อนกลับไปถึงบรรดาเสาหินทั้งหลายที่ล้วนแต่มีลวดลายปักษา หรือว่านี้จะเป็นสาเหตุ ?  แต่เมื่อยิ่งมองตามก็ยิ่งพบเห็นว่าปักษาห้าสีเริ่มร่อนลงเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาที่ใกล้จะมาถึงพื้น มีหรือที่หญิงสาวจะยังคงค้างอยู่ในที่อันตราย

                 นางไม่ใช่สตรีไร้สติที่เมื่อสถานการณ์เสี่ยงมาถึงแล้วแข็งขาจะขยับไม่ไป ในช่วงเวลาที่จำต้องพึ่งตัวเองวิ่งได้ก็ต้องวิ่ง ! ยังไม่ทันที่ขาจะได้ขยับ เพียงหันกายหวังจะออกจากจุดนี้ ผืนพสุธากลับสั่นสะเทือน สายลมพัดโหมกระหน่ำจากแรงขยับปีก อาภรณ์ปลิวพริ้ว หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำปิดตาหลีกหนีแรงลมที่อาจจะพัดพาหลายสิ่งมาทำร้ายตัวนางได้

                 ปักษาเบญจรงค์บินต่ำวนรอบกาย แต่ทุกสายตาของมันจรดจดจ้องอยู่ที่หญิงสาวแต่เพียงผู้เดียว แววตานั้นทั้งทะนงตน แต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยนอย่างไร้สาเหตุ ในครั้งที่สายลมเริ่มอ่อนลง ดวงตากลับมาเปิดรับรู้ภาพรอบด้าน ความงามสง่าและสูงส่งของปักษาเบญจรงค์ยังสะท้อนชัดอยู่ในแววตา แต่ยิ่งมันบินวนรอบกายนางมากเพียงใด ขนาดตัวก็ค่อยย่อลงจวบจนได้มาเป็นปักษาเบญจรงค์ขนาดที่พอจะทำใจยอมรับหรือผูกมิตรด้วยได้

                “ เอ่อ.. เจ้า “ น้ำเสียงหวานขาดช่วงเมื่อปักษาห้าสีที่หยุดอยู่ตรงหน้ากลับทอประกายวาวโรจน์ในแววตา มันโผบินพร้อมกับม้วนตัวพุ่งทะยานผ่านช่วงท้องนางไปราวกลับว่านางเป็นเพียงฉากกั้นบางๆ ไม่มีความเจ็บปวดแต่คล้ายรู้สึกเมื่อมีบางสิ่งเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่า ลำแสงเปล่งประกายทะลุออกมาจากหลังของหญิงสาว ลอยวนล้อมรอบแตกกระจายเป็นบางสิ่งสิบสองอย่างที่หมุนวนรอบกาย

                 จะทั้งหมู่ดาวและนักษัตรทั้งสิบสองล้วนแต่ล้อมรอบต้อนรับการมาถึงของบางชีวิต ผู้ที่ยังไม่อาจจะดึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมารวมเป็นภาพและเหตุผลได้ถึงกับฉงนใจ เลื่อนมือลงกุมท้องพร้อมกับนัยน์ตารัตติกาลที่สั่นไหว ทั้งๆที่ไม่ได้ไปไหนแต่ความรู้สึกราวกลับว่าหัวใจเต้นแรงราวใช้พละกำลังมากมาย กว่าจะปรับตัวให้สงบลงได้ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย

                 และเมื่อครั้งที่ปลายนิ้วขยับหมายจะสัมผัสกับแสงเรืองรองของหมู่ดาวที่ล้อมรอบ ร่างกายกลายเป็นว่าเบาหวิวเยี่ยงขนนก ยิ่งเบาก็ยิ่งลอยขึ้น ลอยไปพร้อมกับเหล่าสิ่งมหัศจรรย์ที่ล้อมรอบตัว สายลมและสรรพสิ่งล้วนแต่โอบล้อมส่งต่อพาร่างบางของหญิงสาวให้ลอยขึ้นไปอยู่กลางฟากฟ้า ช่วงท้องปรากฏความรู้สึกบางสิ่งที่จำเป็นต้องก้มลงไปมอง

                 ในยามนี้หญิงสาวได้พบแล้วว่าท้องของนางเมื่อมองดูกลับใสและคล้ายว่าจะมีท้องฟ้าราตรีกับดวงดาวอยู่เต็มนภา ความแปลกใจตีตื้นขึ้นมาก่อนทุกสิ่ง ขมวดคิ้วหรี่ตาลงมองเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดกับตนเอง ในยามนี้ความคิดล่องลอยไร้ซึ่งการหาเหตุผลมารองรับในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างน้อยลอยไปตามลม พร้อมด้วยเหล่าสิบสองนักษัตรที่บินวนเวียนรอบตัว ก่อนที่จะชักพานำไปสู่จันทรากลมเด่นชัดกลางนภาราตรี

ยากเหลือเกินที่จะกำจัด
สายลมที่ยาวนานเมื่อคืน
แสงจันทราที่สดใสในตอนนั้น
เรื่องราวทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องยาก

                 ทั้งที่ร่างเบาหวิว เปลือกตากลับหนักลงเรื่อยๆ หลงเหลือไว้เพียงหญิงสาวอาภรณ์สีชาดที่ถูกสายลมและกลุ่มแสงห้อมล้อมไว้ราวกับว่าเป็นที่รักพวกเหล่าสรรพสิ่ง หญิงสาวผู้นี้สุดท้ายแล้วก็กลับจมลงสู่ห้วงนิทราในเวลาอันสั้น และจำต้องตื่นอีกครั้ง เมื่อสายลมบ่งบอกให้กลับมาใช้ชีวิตท่ามกลางดินแดนตะวันฉาย..



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้