{ เมืองเฉิงตู } ศาลาหมิงหลัน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-9 18:55:43 |โหมดอ่าน




ศาลาหมิงหลัน 


{ เ มื อ ง เ ฉิ ง ตู }






【 ศาลาหมิงหลัน 】

『 ปทุมวัน ลั้ลล้า คริกคริก 


สถานที่พักผ่อนหย่อนใจในเมืองเฉิงตู บรรยากาศเย็น เงียบสงบห้อมล้อมด้วยธรรมชาตินานาพรรณ โดดเด่นด้วยกล้วยไม้ป่า ต้นหลิว และดอกบัวหลายชนิด


มีสวนสวยๆ ตกแต่งอย่างเรียบง่าย และศาลาที่ตั้งอยู่ริมบึงบัวเหมาะแก่การนั่งพักผ่อนชมวิว นอนชมปลา เล่นดนตรี จนไปถึงการพบเจอบุพเพวาสนา





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +200 แต้มวาสนา +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-1-13 16:39:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บุพเพนั่นไม่มีอยู่จริงหรอก




        ผิงผิงใช้เวลาไม่นานนักก็เดินมาถึงศาลาหมิงหลัน วิวสวยตามที่บอกเล่าจริงๆ แต่เพราะยังไม่มืดค่ำ… ยังคงพอมองเห็นวิวได้ง่าย ผิงผิงจึงพาร่างของตัวเองไปนั่งพักในศาลาแต่ก็อดที่จะหนาวสั่นไม่ได้เพราะเหงื่อที่ออกแถมลมเย็นก็พัดมา เด็กสาวจับชายกางเกงตัวเองขึ้นมาเพื่อดูว่าข้อเท้าเป็นอย่างไรบ้าง… “อ่า บวมอีกแล้ว”
        เด็กสาวถอนหายใจอย่างปลงๆ ไม่น่าดื้อเลยเรา แต่มาถึงแล้วพักดูวิวสักนิดคงไม่เป็นไร… เด็กสาวมองไปรอบๆ ก่อนจะมีอะไรกระทบสายตา เพราะแสงของพระอาทิตย์ส่องลงมา ผิงผิงจึงกระเพลกไปทางนั้นก่อนจะก้มลงเก็บ… “นี่มันแร่อะไรกัน…?”
        ผิงผิงสงสัยแต่ก็เก็บใส่แขนเสื้อตัวเองเพราะว่าเธอนั้นชอบสีเขียวแถมดวงตาของเธอก็เป็นสีมรกตอีกต่างหาก ก่อนจะหันกลับเดินไปที่ศาลาแต่สะดุดเข้าที่บันไดก่อนจะล้มจับกบ…
       “อีกแล้ว! โอ๊ย อะไรเนี่ย” ผิงผิงหัวเสีย เธอเกลียดเวลาตัวเองทำอะไรไม่ได้ดั่งใจสุดๆ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอเจ็บตัวแล้ว เด็กสาวลุกมานั่งกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ เพราะขี้เกียจที่จะพยุงตัวเองไปนั่งดีๆ แล้ว
        “ฮะ… ฮัดชิ่ว” ผิงผิงจามออกมาเสียงดังก่อนจะถูจมูกตัวเองไปมา
        “หวัดคงไม่กลับมาหรอกนะ… ให้ตายสิ” ผิงผิงบ่นอุบอิบคนเดียวก่อนจะดันตัวเองให้ลุกจากพื้นหินที่เย็นเฉียบแล้วไปนั่งในศาลาให้ดีๆ แต่ทำไมรู้สึกง่วงงุนจนได้… เด็กสาวพิงกับขอบระเบียงศาลาก่อนจะงีบไป… เพราะคิดว่าเอาแรงเสียหน่ยแล้วค่อยกลับโรงเตี้ยม

       “งืม…” ผิงผิงยังคงหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา เด็กสาวอยู่ในชุดของบุรุษอีกเช่นเคยแต่ที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยก็คงผมเพราะตอนหลับนั้นผ้าที่ใช้มัดผมอยู่เกิดคลายออกเองทำให้ผมที่มัดเป็นหางม้าอย่างดีสยายไปเต็มกลางหลัง…



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -13 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -13 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-1-13 19:01:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-1-13 19:02

ข้าโดนจับ กระโดดไปมาอีกแล้วนะ!


       แกร่
        เสียงกิ่งไม้หักแม้จะน้อยนิดแต่ผิงผิงไม่ได้หลับลึกทำให้เธอลืมตาตื่นก่อนจะต้องตกใจเพราะไม่คาดว่าจะมีคนอื่นอยู่ในศาลาด้วย เพราะความตกใจป่นไม่ระวังทำให้ร่างเล็กเผลอตกจากเก้าอี้ทำให้ไปจับกบอีกรอบ… แต่ก็ส่งผลให้เจ็บข้อเท้ามากกว่าเดิม เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!
       “ซี๊ด…” ผิงผิงหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุลคลตรงหน้าจนต้องหน้านิ่งไป…
       “ท่าน…”

       “เจ้าตื่นแล้วเหรอ” ซืออี้โหวที่เพิ่งเดินกลับมาหลังจากครั้งแรกที่เขามาถึงศาลาก็เห็นร่างเล็กนอนหลับอยู่ จึงกลับไปที่จวนเพื่อนำผ้าห่มมาให้ “งั้นผ้าห่มนี่เจ้าคงไม่ต้องใช้แล้วสินะ” ซืออี้โหวเอ่ยพลางมอง
       “แล้วนั่นเจ้าเป็นอะไรอีกล่ะ”

        “ขะ… ข้า…” ผิงผิงนั้นพูดไม่ถูกเท่าไรนัก การที่คนตรงหน้ามาเธอเห็นในสภาพมอมแมมแบบนี้ เด็กสาวยกมือขึ้นจับผล… “ผ้ามัดผมไปไหนแล้ว” ผิงผิงไม่ชอบปล่อยผมเพราะมันยุ่งยากที่จะต้องหมัดอีก เมื่อเธอเห็นก็รีบหยิบมามัดไว้ลวกๆ แต่มิได้ตอบคำถามคนตรงหน้า

       “เจ้าจะเงียบทำไม…” ซืออี้โหววางผ้าห่มลงก่อนนั่งลงฝั่งตรงข้ามมองอีกฝ่าย

       “ข้า… ข้าคิดว่าท่านน่าจะอยู่ที่ศาลเจ้าร้าง…” ผิงผิงเอ่ยเสียงเบาวิว จะบอกได้ไงละว่าเธอหลบหน้าอีกฝ่ายอยู่ เด็กสาวยันตัวเองลุกขึ้นไปนั่งดีๆ โดยพับขาไปอีกด้านให้ชายกางเกงคุมเท้าที่บวมแดงไว้

       “เจ้าเห็นข้าเป็นผีเฝ้าศาลเจ้ารึ(?)” อี้โหวพูดถามอีกฝ่ายอย่างฉงน อะไรกันทำให้เด็กคนนี้คิดว่าเขาเป็นคนเฝ้าศาลเจ้า หรือหน้าตาเขาจะดูเหมือนคนเฝ้าศาลเจ้าทั่วไปงั้นเหรอ(?)            

       “ก็… ท่านดูแลเด็กๆ แต่ถ้าท่านเป็นผี... ก็คงเป็นผีที่ดูดีกระมั่ง…” ผิงผิงเอ่ยเสียงเบาในประโยคหลังแล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ “ข้าลืม! สวัสดีเจ้าค่ะ พี่ซือ” เธอลืมทักทายบุรุษตรงหน้า

       “ช่วงนี้ข้ามักมานั่งชมทิวทัศน์ที่นี่น่ะ ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรเหรอ ไหนว่าจะขึ้นเหนือ” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนมองอีกฝ่าย

        “ข้าได้ยินชาวบ้านบอกว่าที่นี่วิวสวย ข้าเลยมาตามที่ชาวบ้านบอกเพราะยังมิเคยมา… ข้ามิได้บอกว่าจะขึ้นเหนือนะเจ้าค่ะ” ผิงผิงมองด้วยความสงสัย นี่ใจคอจะไม่ถามเลยเหรอว่าสองปีนี้เธอหายไปไหนมา สบายดีไหม? แต่เด็กสาวสลัดความคิดนั้นออกเพราะว่าเธอกับพี่ซือไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น… คงมีเพียงเธอที่คิดเรื่องของพี่เขา

       “จริงสิ เจ้าไปดูวิวตรงสระน้ำด้านนู้นไหม” ซืออี้โหวเอ่ยถามอีกฝ่าย

       “ไปเจ้าค่ะ พี่ซือเชิญก่อนเลยเจ้าค่ะ” ผิงผิงยิ้มให้รอให้เขาไปก่อนเธอค่อยตามไป เพราะขืนลุกตอนนี้ก็รู้หมดสิ

       “ตามมาสิ” ซืออี้โหวเดินนำผิงๆ ออกไปนอกศาลา….ก่อนหันไปมองอีกฝ่าย “มาเร็วสิผิง สองปีนี้เจ้าอึดอาดขึ้นหรือไง” เขามองอีกฝ่ายที่ดูไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเมื่อสองปีก่อน

       “ข้ามิได้อึดอาดเสียหน่อย” ผิงผิงเอ่ยพร้อมกับลุกช้าๆ โดยไม่ลงน้ำหนักที่เท้าขวา พลางเดินตามหลังพี่ซือไป        
        
       “เจ้าเป็นอะไร ทำไมดูแปลกๆ” ซืออี้โหวถามขึ้นพลางมองอีกฝ่าย เท้าขวาอีกฝ่ายเหยียบพื้นเหมือนเหยียบไม่สุด

       “ไม่ได้เป็นอะไรนี่เจ้าค่ะ” ผิงผิงยิ้มซื่อพลางเดินให้เป็นปกติ เธอยังผวาไม่หายที่โดนจับทำแผลคราวก่อน

       “งั้นรึ(?)” ซืออี้โหวพูดก่อนหรี่ตามองอีกฝ่าย “งั้นก็ไปกัน” เขาเดินไปคว้าข้อมืออีกฝ่ายก่อนพาวิ่ง

       “ดะ… เดี๋ยวพี่ซือ ทำไมต้องวิ่งด้วย” ผิงผิงวิ่งไปตามแรงดึงโดยเผลอลงน้ำหนักที่เท้าขวาจนเม้นปากแน่น แต่ก็วิ่งตามไปอยู่ดี เพราะแรงเธอสู้อีกฝ่ายไม่ได้

       ซืออี้โหวไม่พูดอะไร เขาคว้าตัวอีกฝ่ายโยนขึ้นก่อนกระโดดรับและพาไต่ต้นไม้ไปข้างหน้า โดยไม่ฟังอีกฝ่ายพูดตอบโต้
       “พี่ซือ! พี่เล่นบ้าอะไรเนี่ย!” ผิงผิงร้องเสียงหลง นี่มันอะไรกัน โดนอุ้มกระโดดไปมาอีกแล้ว! แต่ผ่านไปสักพักผิงผิงแอบมองเสี่ยวหน้าด้านข้างของพี่ซือพลางเม้นปากแน่น… อยากต่อยเสียจริง บุรุษเป็นทุกคนเลยหรือไงกัน ไม่ฟังเสียงกันบ้างเลย!


@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -7 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -7 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-4-4 18:44:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-4 21:16

หยุดร้อง


        พระชายาหลินเฟยนั้นเดินมาทางหลบผู้คนใต้ร่มไม้ เด็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอก็ยังคงสะอื้นอ้อนร้องไห้ไม่หยุด จนเธอนั้นไม่รู้จะทำอย่างไร ยิ่งแต่เป็นพี่ใหญ่ของเธอ ท่านพี่จิ้นอันยิ่งแล้วใหญ่ เขานั้นดูเหมือนไม่เคยเจอสถานะการณ์เช่นนี้ด้วยซ้ำไป


        เธอเลือกที่จะใช้คำพูดปลอบโยนเด็กน้อย และมือนั้นก็ตบบริเวณหลังของเด็กหญิงเบาๆ เหมือนกับแม่ที่กำลังปลอบขวัญลูกสาว


        “โอ๋ๆ...ไม่เอานะคะเด็กดี ไม่เป็นไรแล้ว ปลอดภัยแล้วนะคะ” เธอพูดไปด้วยพร้อมทั้งโอบอุ้มไปด้วย ใช้คำพูดหว่านล้อม รวมถึงบ่งบอกถึงเจตนาดีอย่างสุดซึ้ง


        “ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอกนะ และข้าก็จะปกป้องเจ้าด้วย ไม่เป็นไรสาวน้อย เชื่อใจข้านะ ข้าจะไม่ไปไหนแล้ว จะไม่มีใครมาทำอะไรเจ้าแล้วล่ะจ๊ะ” พระชายาหลินเฟยพูดเหมือนกับประโยคที่แม่พูดกับเด็ก การที่เห็นเด็กคนหนึ่งตัวคนเดียวร้องไห้ก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เธอหยุดร้อง


        เวลานั้นผ่านไปจนนไม่อาจจะนับได้ แต่มันก็เป็นเวลาที่นานพอดูเลยล่ะ เด็กคนนั้นพยายามที่จะกล้ำกลืนคำร้องของตนเอง แต่เธอก็ยังคงมีเสียงสะอื้นร้องอยู่เป็นระยะ ก่อนที่พระชายาหลินเฟยนั้นจะค่อยๆ ใช้มือถอดผ้าคลุมใบหน้าออก แสดงให้เห็นถึงใบหน้าที่แท้จริงของเธอ…


        เด็กสาวผู้นั้นจ้องแวบไปแปปหนึ่ง ก่อนที่พระชายาจะลูบหัวของนางด้วยความรัก พร้อมทั้งอุ้มเด็กหญิงคนนั้นมาไว้ในอ้อมแขนดังเดิม พลางฮัมเพลง เพื่อเป็นการปลอบโยนเธอไปในตัว จนเด็กสาวนั้นต้องร้องเรียกเพราะว่าเป็นเพลงที่ตนเองรู้จัก..ก่อนที่จะสูดน้ำมูกเพราะว่าตนเองนั้นร้องไห้ออกมามากเกินไป


        “อ่ะ...เพลงนี้หนูรู้จัก” เด็กหญิงเริ่มพูดประโยคแรกขึ้นมา แสดงถึงสัญญาณที่ดีในการที่จะพูดคุยต่อไป แต่ทว่าคงต้องหาสถานที่ ที่เงียบสงบกว่านี้ เพราะฉะนั้นพระชายาหลินเฟยก็ยิ้มหวานๆให้กับเด็กน้อยคนนั้น ก่อนที่จะพูด


       “งั้นเราไปหาที่ร้องเพลงสงบๆกว่านี้ดีกว่าเนอะ? จะได้ร้องเพลงดังๆได้ด้วยเนอะ” พระชายาหลินเฟยพูดถามเด็ก เนื่องจากหากพาไปเลย เด็กหญิงอาจจะร้องไห้อีกก็เป็นได้ ส่วนเด็กหญิงเมื่อเห็นอย่างงั้นก็หน้ายู่สักพักแล้วพยักหน้า


       “อือ...ไม่ชอบคนเยอะ”


        หลังจากนั้นพระชายาหลินเฟยรวมถึงพี่ชายจิ้นอันก็เดินทางพลางคุยเล่นกับเด็กน้อยไปด้วย ถึงจะบอกว่าคุยเล่นก็ตามที ความจริงแล้วก็สลับกับร้องเพลงไปนั้นล่ะ ทำให้ดูเหมือนคู่พ่อแม่ลูกที่กำลังมาเดินตลาด แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ไง!!!


        พระชายาหลินเฟยเดินมาเรื่อยๆ จนถึงศาลาหมิงหลัน ที่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในเมืองเฉิงตู บรรยากาศเย็น เงียบสงบห้อมล้อมด้วยธรรมชาตินานาพรรณแบบนี้ล่ะ เหมาะกับการเลี้ยงเด็กที่กำลังขวัญเสียอยู่เลย


        “เอาล่ะ ถึงแล้ว เห็นไหม..มีสวนดอกไม้ด้วยนะ” พระชายาหลินเฟยพูด ส่วนเด็กสาวคนนั้นก็หันไปทางที่กำลังเดินเข้ามา เมื่อเห็นเหล่าดอกไม้ ก็หันไปทางพระชายาหลินเฟยเหมือนกับว่าอยากลงไปเอง เธอจึงปล่อยเด็กลงให้ยืนกับพื้นเอง หลังจากที่อุ้มมานาน แต่เด็กสาวก็จับมือของเธอ


        “....มาๆ..มา...” เหมือนกับว่าอยากให้ไปด้วยนะ?
        
        พระชายาหลินเฟยและเด็กสาวนั้นเดินดูเหล่าดอกไม้ กันอย่างสนุกสนาน ส่วนจิ้นอันก็เดินไปนั่งตรงบริเวณศาลาเพื่อที่จะพักผ่อน พลางจ้องมองดูเหล่าเด็กสาว(?) นั้นกำลังเดินเล่นชมสวนดอกไม้เพื่อความสนุกสนานอยู่


       “หนูชอบดอกไม้หรือจ๊ะ?” พระชายาหลินเฟยถาม ก่อนที่เธอนั้นจะยิ้มบางๆ ให้กับเด็กคนนั้น ส่วนเด็กหญิงนั้นก็พยักหน้ารัวๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถาม เหมือนกับว่าเมื่อนำผ้าที่ปิดใบหน้าออก เด็กสาวดูจะเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เด็กหญิงจะหยิบดอกไม้ที่ตกพื้นมาเสียไว้กับข้างใบหน้าของพระชายาหลินเฟย แล้วยิ้มเหมือนพอใจ


        “...พี่สาวสวย..กับดอกไม้สวย” เด็กหญิงนั้นพูด ส่วนพระชายาหลินเฟยก็ยิ้มให้กับเด็กสาวที่ใส่ซื่อบริสุทธิ์นั้นเหมือนกัน แล้วหยิบดอกไม้ไปทัดตรงบริเวณหูของเด็กหญิงคนนั้นเหมือนกัน จนเธอนั้นยิ้มพอใจ ก่อนยิ้มขึ้นมา


        “เห็นไหมจ๊ะ นี้ไง ยิ้มแบบนี้น่ารักมากๆเลยนะ ดีกว่าตอนร้องไห้อีก”
       “จริงหรอ?”
       “จริงสิจ๊ะ ถ้าตอนนั้นเจ้ากลัว ตอนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ เพราะข้าจะอยู่ข้างๆเจ้าเอง” หลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน นั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอเอื่อมมือขึ้นไปเพื่อที่จะลูบหัวของเด็กหญิงคนนั้น และเธอก็ยั่งนิ่งๆเพื่อให้พระชายาหลินเฟยนั้นลูบหัว…


        “อือ…..หนูจะไม่ร้องไห้..”


        โคร่กกกกกกก ก กกก
        
        เสียงท้องร้องของเด็กหญิงนั้นทำให้พระชายาหลินเฟยยิ้มแห้งๆ ส่วนเด็กหญิงก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึงกันเลยทีเดียว แต่ทว่าเธอหิวจริงๆ นี้น่า!!

        “นั้นไง ร้องไห้จนหิวเลยเห็นไหมจ๊ะ งั้นเดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าเนอะ?” พระชายาหลินเฟยพูด เธอลุกขึ้นก่อนที่จะอุ้มเด็กหญิงคนนึ้นเข้าสู่อ้อมกอดเหมือนกับแม่ที่กำลังอุ้มลูกอยู่อย่างไรอย่างงั้นไม่มีผิด แต่เมื่อได้ยินว่าไปหาอะไรกิน เธอก็กำเส้นของพระชายาแน่น


        “ไม่ต้องห่วง พี่ชายข้ามีอาหารอร่อยๆเยอะเลย เราพึ่งซื้อกันมา ไปกินด้วยกันดีกว่าเนอะ?” พระชายาหลินเฟยพูด ก่อนที่จะยิ้มหวานให้กับเด็กสาวเช่นเคย เด็กหญิงก็พยักหน้ากึกกึกด้วยความหิว จนผมที่อยู่ด้านบนนั้นขยับอย่างน่ารัก มือของเธอถือตุ๊กตาไม้ และซุกอกของพระชายาหลินเฟยไปด้วย


        หญิงร่างระหงษ์ก็เดินไปยังสถานที่ด้านในศาลาของศาลาหมิงหลัน เห็นพี่ชายของตนเองที่กำลังนั่งพึมพำกับตัวเองอยู่ เหมือนว่าจะพิจารณาความงามของสถานที่แห่งนี้เสียละกระมัง??


        “กลับมาแล้วหรอ? เป็นไงบ้าง?” พี่ชายเธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ เพื่อที่จะไม่ให้เด็กน้อยนั้นตกใจ
       “เรามาทานอาหารกันน่ะค่ะ..ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะหิวแล้วล่ะเจ้าค่ะ” พระชายาหลินเฟยตอบ ก่อนที่จะนั่งลงกับพื้นศาลา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่จิ้นอันนั้นนำอาหารออกมา เหมือนกับอาหารมื้อน้อยๆเลย เด็กหญิงนั้นนั่งตักกับพระชายาหลินเฟยไม่ได้ไปไหน จ้องมองอาหารที่ทั้งงสองซื้อมา มีทั้งขนมและอาหารน่าอร่อยเต็มไปหมด


        “ไม่เป็นไรนะจ๊ะ ทานได้หมดเลยอยากทานอะไรบ้างล่ะจ๊ะ? เลือกได้เลยนะ” เสียงหวานของพระชายาหลินเฟยดังขึ้น ก่อนที่เด็กหญิงจะเอื่อมไปหยิบอาหารที่ตนเองชอบขึ้นมาเอง โชคดีหน่อยนะ ที่ก่อนที่จะมาที่นี้ เลือกซื้ออาหารกันไว้ก่อน


        เด็กน้อยนั้นหยิบขนมขึ้นมาก่อนแล้วกินเต็มปาก เตี้ยวตุ๊ยๆอย่างน่ารัก ส่วนพระชายาก็หยิบมาทานเหมือนกัน แต่ทว่าก็ค่อยๆเช็ดส่วนที่เลอะตรงบริเวณปากของเด็กน้อยไว้ด้วย พี่ชายนั้นก็ได้แต่จ้องมองว่าเป็นแม่กับลูกชัดๆเลย.. แต่อยู่ๆคำถามนี้ก็ขึ้นมาบนหัว


       “เจียวหย่า..เจ้าถามนามของเด็กคนนี้หรือยังนั้น?” จิ้นอันพูดขึ้น ส่วนพระชายาหลินเฟยก็ค้างไปสักครู่เมื่อได้ยินเสียงคำถามแบบนั้น เพราะว่าเธอก็ลืมถามไปเสียสนิทเลยล่ะนะ เพราะมันแต่ดูแลเด็กสาวที่กำลังร้องไห้ และทำให้ยิ้ม จนลืม.. นั้นสิ คงต้องถามว่าชื่ออะไร พ่อแม่อยู่ไหน แล้วละนะ..ทำไมถึงได้ตามพวกเธอมา... แต่แล้วก็ได้ยินเสียงอู้ๆอี้ๆ มาจากทางเด็กสาวที่กำลังเขมือบอาหารอยู่


       “หนูชื่อโต้วเซี่ยว”


        หลังจากที่เด็กสาวโต้วเซี่ยวนั้นรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เธอก็จ้องมองใบหน้าของพี่สาวและพี่ชายที่เธอพึ่งทานอาหารของพวกเขาไป พระชายาหลินเฟยก็ยิ้มให้เธอบางๆ แล้วนำมือมาทาบไว้ที่ตัวเอง

        “ไม่ต้องกังวนไปนะจ๊ะ นั้นพี่ชายของข้าเอง หลิน จิ้นอัน ส่วนข้าหลิวฮูหยิน..จะเรียกว่าพระชายาหลินเฟยก็ได้นะจ๊ะ หรือเรียกพี่สาวตามที่เจ้าอยากเรียกก็ได้” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดแนะนำตัวเองและพี่ชาย ส่วนพี่ชายของเธอก็พยักหน้าเหมือนกับตอบรับ แล้วยิ้มให้กับเด็กสาวเหมือนกัน

        “..พี่?...หลินเฟยหรอ” เด็กสาวถาม ส่วนพระชายาก็พยักหน้าให้

        แต่ทว่าเมื่อได้เจอรอยยิ้มของจิ้นอันเด็กสาวก็สะดุ้งขึ้นมา อย่างไม่ทราบสาเหตุ ดูเหมือนว่าเธอจะนึกอะไรขึ้นแล้ว แล้วเด็กสาวก็วิ่งไปกอดตุ๊กตาไม้รูปผู้หญิงของเธอที่ถือมาตั้งแต่ตอนแรก เพราะว่าตอนทานอาหารเธอวางไว้ข้างกาย ก่อนที่จะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากศาลาไม้นั้น แล้วหันมาทางพระชายาหลินเฟย

        เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดเด็กน้อยถึงเดินไปแบบนั้น แต่ด้วยความเป็นห่วงและความสงสัยก็เดินตามไป แต่ทว่าสิ่งที่สังเกตุได้นั้นก็คือเด็กสาวผู้นั้นเหมือนจะให้เธอตามไปหรือปล่าวนะ? เธอถือตุ๊กตาไม้นั้นไว้แน่น แล้วเดินไปด้วย



มอบ เป็ดเป่ยผิง x2
มอบ ขนมทังหยวน x2



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +300 +50 ความหิว -18 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 50 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-5 11:06:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ

                   ลู่เอินและติงโหยวเดินเท้ามาที่ศาลาหมิงหลัน บรรยากาศร่มรื่น กับสายลมที่เย็นสบายของช่วงนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายนัก ยังมีกลิ่นของมวลบุปผาหลากลายที่ชวนให้ลุ่มหลง ติงโหยวนำทางให้ลู่เอินมานั่งที่ศาลก่อน เนื่องจากวันนี้ตนนัดหมายกับ 'แม่นางผู้หนึ่ง' เอาไว้ เสียงดนตรีจากศาลาข้างๆดังแว่วขึ้นมาชวนให้ต้องเงยหน้ามอง บุรุษกลุ่มหนึ่งกำลังร่วมบรรเลงดนตรีอยู่ไม่ไกล กลุ่มหญิงสาวที่อยู่ต่างศาลาต่างมองพวกเขาอย่างลุ่มหลง ดูไปก็คล้ายสถานที่พบเจอบุพเพวาสนาของหนุ่มสาวเมืองเฉิงตูนัก
                   "บรรยากาศดีมากเลยเจ้าค่ะ"
                   "แต่ข้ากลับรู้สึกอึดอัดมากกว่า" ติงโหยวมองสตรีที่อยู่ต่างศาลาด้วยความไม่พอใจ "ตอนข้าไปขอความช่วยเหลือ พวกนางกลับชักสีหน้าใส่ ดูคราวนี้สิ ทำท่ากระมิดกระเมี้ยนมองบุรุษตาจะถลนแล้ว"
                   นางได้ยินอีกฝ่ายใช้คำพูดชเ่นนี้ก็หลุดขำออกมา "จริงสิพี่โหยว ท่านได้พกปากกากับพู่กันมารึไม่"
                   "พอมีอยู่ เจ้าจะเอามาทำอะไรรึ"
                   "ข้าตั้งใจจะวาดภาพแม่ค้าผู้นั้นเอาไว้เสียหน่อย หากท่านพี่ตั้งใจจะให้แม่นางคนนั้นไปฟ้องร้องแทนเรา ตอนบรรยายลักษณะแม่ค้าเดี๋ยวจะมีพิรุธ อย่างไรนางก็ไม่เคยพบหน้าแม่ค้าคนนั้นจริง จำคำเราไปพูดก็เท่านั้น ให้ข้าวาดรูปมอบให้นางเลยดีกว่า"
                   "เจ้าช่างรอบคอบนัก" ติงโหยวหยิบกระดาษและพู่กันรวมถึงที่ฝนหมึกออกมาให้ "งั้นข้าจะฝนหมึกอยู่ข้างๆเจ้านะ"
                   "รบกวนพี่โหยวแล้ว"
                   สตรีทั้งสองนั่งอยู่ข้างกัน คนหนึ่งวาดภาพคนหนึ่งฝนหมึก กลายเป็นภาพที่ดูน่าชมนัก ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันตามประสาคนสนิท กลายเป็นภาพที่ดูน่ารักน่าชังเป็นที่สุด ยิ่งลู่เอินที่เป็นคนวาดภาพ ยามที่ดวงตาจดจ่ออยู่ที่กระดาษแผ่นขาว นิ้วมือเรียวจับพู่กันจรดลงบนแผ่นอย่างตั้งใจ ยามนั้นคล้ายกับมีกลุ่มไอบางอย่างแผ่ออกมา บุรุษที่เดินผ่านหรือได้เผลอมองต่างถอนสายตาไม่ลง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวน เว้นแต่แม่นางคนหนึ่งที่เดินดุ่มๆเข้าไปยืนค้ำหัวสตรีทั้งสอง
                   "ข้ามาแล้ว"
                   ติงโหยวที่จำเสียงนั้นได้รีบเงยหน้าขึ้นทันที "มาๆๆ นั่งก่อนสิ"
                   เห็นท่าทีคล้ายสนิทสนมของทั้งคู่ ลู่เอินจึงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของทั้งสองมองสบกัน นางระบายยิ้มให้สตรีที่เข้ามาใหม่ "สวัสดีเจ้าค่ะ"





                   "แม่นางคนนี้เป็นใครกัน"
                   "นี่คือเสิ่นลู่เอิน คนที่ข้าเคยพูดถึงไง" ติงโหยวเอยแนะนำ
                   "ยินดีที่ได้พบแม่นาง ข้าเสิ่นลู่เอินเจ้าค่ะ"
                   "เป็นหญิงที่งดงามไม่ผิดจากที่เจ้าเล่าเลย" อีกฝ่ายหันทางติงโหยวครู่หนึ่ง "ข้าเก้าจิ่นเหิง ยินดีที่ได้พบท่าน"
                   พอได้ยินชื่อลู่เอินถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ เหตุใดถึงตั้งชื่อเช่นนี้ให้สตรีได้..
                   "ข้าขอดูผ้าพบนั้นที่ซื้อมาหน่อย"
                   ติงโหยวหยิบผ้าคลุมสีขาวยื่นให้เก้าจิ่นเหิง อีกฝ่ายลองพลิกไปมาเพื่อพิจารณา "งดงามมาก ไม่แปลกที่เจ้าจะหลงซื้อของเช่นนี้มา"
                   "ลู่เอินโดนความปรารถนาบดบังจนไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว"
                   "แล้วนั้นเจ้ากำลังวาดภาพอะไรรึ"
                   "ข้ากำลังวาดภาพเหมือนของแม่ค้าให้ท่าน"
                   "เจ้าเหมือนรู้ใจข้านัก ข้าเองก็จะมาขอรูปเหมือนเช่นกัน งั้นรอจนเจ้าวาดเสร็จเราค่อยไปจวนผู้ว่าก็แล้วกัน"
                   ลู่เอินพยักหน้าก่อนจะนั่งวาดรูปต่อ ติงโหยวมองอีกฝ่ายเชิงสำรวจ จนกระทั่งเห็นกระบี่ที่คาดเอวเก้าจิ่นเหิงพอดี ในใจจึงอยากทดสอบฝีมือกับอีกคนดู "จิ่นเหิง ข้าเองก็พอมีฝีมือกระบี่ อยากจะลองประมือกับเจ้าดู"
                   "ย่อมได้"
                   ทั้งสองลุกเดินออกไปห่างจากศาลาพอสมควรจึงเริ่มชักอาวุธใส่กัน ทั้งสตรีและบุรุษที่อยู่ต่างศาลาหันไปมองการต่อสู้ของสตรีทั้งสองจนแทบจะเหลียวหลัง ลู่เอินแสร้งทำเป็นไม่สนใจแล้วตั้งใจวาดภาพต่อ ตอนนี้นางพึ่งได้โครงร่างเท่านั้น กว่าจะวาดเสร็จคงอีกสองสามชั่วยามเลย ให้พวกเขาออกแรงกันไปก่อนก็แล้วกัน

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ติง โหยว เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2018-10-5 14:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -14 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2019-3-14 22:33:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-3-14 22:38

{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 3 : ความสงสัย โชคชะตา จะนำพาอีกครั้ง}
{ ตอนที่ 16 : มันคงเป็นชะตากรรมของข้า2  }

        ร่างของเป่าหลิงและจิตวิญญาณสีทองอร่ามของพระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางออกมาจากจวนเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ เนื่องจากว่าเป่าหลิงนั้นไม่อาจที่จะอยู่ที่นั้นได้ พวกนางจึงต้องเดินทางกันออกมา เพราะว่าเจียวหย่าได้รับรู้ว่า ดรุณีร่างเล็กที่ใช้ร่างกายของนางผู้นี้ต้องการพูดคุยด้วย แต่สำหรับพระชายาหลินเฟย นางเหลือบมองไปทางร่างกายของตนเอง...หมายถึง เคยเป็น..

        แล้วคลียิ้มเล็กน้อย แต่ก่อนครานั้นมีแต่ไอแห่งความมืดแล้วเหตุใดครานี้นั้นถึงมีไอสีทองปรากฏอยู่ตรงนัยต์ตาของนางเสียอย่างงั้นล่ะ…???

       ‘ศาลาหมิงหลันนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะเจ้าคะ ที่จะพูดคุย..เชิญทางนี้เถิดเจ้าค่ะ’ วิญญาณพระชายาเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่นั้นกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะผ่ายมือบางของนางไปทางศาลาหมิงหลันที่กำลังอยู่ตรงนี้ ท่าทางแล้วคงจะเป็นเรื่องดีสำหรับเป่าหลิงที่ได้สถานที่พอดี..

        “เอาแบบนั้นก็ได้” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะเดินเลี้ยวไปตรงศาลาหมิงหลัน เป่าหลิงนั่งกายแหมะของตนเองที่นั่งภายในศาลาแห่งนี้ก่อนที่จะสูดลมหายใจ.. “เจ้าเป็นยังไงบ้างล่ะ?” นางกล่าวถามเปิดประเด็ก พระชายาหลินเฟยนั้นขมวดคิ้ว วิญญาณเจ้าที่บ้านสาวนั้นสงสัยว่าเหตุใดมารปีศาจจึงต้องมาถามอะไรเช่นนี้ด้วย?...

        ‘ข้าสบายดีเจ้าค่ะท่านมารปีศาจ ไม่มีอะไรต้องกังวน เง็กเซียนฮ่องเต้พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เห็นแก่ความดีที่เจียวหย่าเคยทำไว้ ข้าถึงได้มาขอเป็นเจ้าที่ คอยปกปักษ์รักษาจวนเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ พระองค์ทรงพระราชทานศาสตราวุธขวานสุวรณนี้เป็นสิ่งที่ให้ข้าคอยปกป้องเหล่าผู้คนเจ้าค่ะ..หากแต่ท่านมารปีศาจคงมิได้มาด้วยเรื่องนี้?....ท่านมีอะไรหรือไม่เจ้าคะ?’ รอยยิ้มของเจียวหย่าปรากฏขึ้นอย่างเพรียวบาง

       “อ้อ...ข้าแค่สงสัย……..เจ้าไม่คิดโกรธแค้นข้าหรือไรกัน?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม?? ท่าทางของเธอนั้นราวกับสงสัย

        ‘อ้อ..เรื่องนี้นี่เอง..ฮ่ะๆ..หาไม่เลยเจ้าค่ะการโกรธใครสักคนทำให้เกิดความทุกข์ใจ เหมือนกับมีไฟสุมในอกให้รู้สึกร้อนรน อยากที่จะเอาชนะ หรือผูกอาฆาตพยาบาทต่อกันและกัน ซึ่งทั้งผู้โกรธและผู้ถูกโกรธย่อมไม่ได้รู้สึกดีอย่างแน่นอนและการเลือกที่จะให้อภัยผู้อื่น จึงถือเป็นการให้ที่ดีที่สุด ไม่ว่ากับคนที่ถือตนเป็นศัตรู หรือกับคนที่เรารักก็ตาม ฉะนั้นเจียวหย่าจึงเลือกที่จะไม่โกรธและให้อภัยท่าน’

        ‘มันคงเป็นเวรกรรมของเจียวหย่า เจียวหย่านั้นทำให้ประชาชนต้องทุกข์ทนทรมารมากมาย ตอนนี้เป็นสิ่งที่เจียวหย่าอยากจะอุทิศตนเพื่อช่วยทำนุบำรุงชาติบ้านเมืองให้มีความปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปทั้งอยากที่จะช่วยชี้นำเหล่ามนุษย์ผู้หลงผิดให้กลับมาเป็นบุคคลที่ประเสริฐต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง’ เสียงหวานใสของหลินเจียวหย่านั้นบอกเป่าหลิงเช่นนั้น รอยยิ้มของนางนั้นทำให้เป่าหลิงหน้าแดงไปเล็กน้อย..

        เพราะนั้นดันเป็นรอยยิ้มที่งดงามและแสดงถึงความอ่อนโยนของนางที่นางมีทั้งหมด ไม่คิดโกรธแค้น ไม่คิดตรากตรำ มีเพียงก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง..

        ‘แม้ว่าข้าจะต้องเสียอะไรไปหลายๆอย่าง หรือว่าหลายๆสิ่ง ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีต่อสามี แม่ที่ดีต่อลูก หรือว่าลูกที่ดีต่อบิดาและมารดา แต่ข้าเชื่อว่าช่วงระยะเวลาที่ข้านั้นได้ก่อเกิดกำเนิดเป็นมนุษย์ข้าได้ทำความดีทำสุดความสามารถที่ข้านั้นจะมีได้แค่นั้นข้าก็ไม่เสียใจอะไรอีกต่อไป’

        “...เช่นนั้นข้าก็จะสบายใจได้นั้นล่ะ..” เป่าหลิงเอ่ยมาอย่างโล่งอก นางไม่ได้รับความมืดอะไรออกไปเลยสักนิด นางยังคงเป็นหลินเจียวหย่า เด็กสาวที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง คิดที่จะเป็นคนดี คิดที่จะทำดีเสมอ… เห็นแบบนี้แล้วเป่าหลิงก็เจ็บอยู่หน่อยๆ..

       ‘และข้าเองก็ดีใจเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ..เรื่องของท่าน คราวก่อนหน้านั้นข้ามีความรู้สึกว่าท่านไร้หนทางที่จะเยียวยาในการที่จะเป็นมารที่ดี แต่คราวนี้ข้าเกิดเห็นประกายเล็กๆละอองสีทองที่อยู่ตรงดวงใจของท่าน ไม่ว่าท่านนั้นจะเป็นอย่างไรแต่ว่าท่านกลับเลือกที่จะทำตามใจของตนเองและช่วยเหลือผู้คนเท่าที่ท่านจะช่วยได้ และอาจจะไม่ได้ช่วยทุกคนก็ตามที แต่ท่านก็ยังคงทำความดีอย่างต่อเนื่อง ข้าดีใจที่ท่านฟังข้าในยามที่เราสองคนนั้นต้องแยกออกจากกันอยู่เพียงคนละโลก’

       พระชายาหลินเฟยนั่นแสดงทัศนคติของเธออย่างชัดเจนและแจ่มแจ้ง

       ทำให้มารปีศาจอย่างเด็กสาวนั้นจำเป็นต้องอึดอัดในความดีที่อีกฝ่ายนั้นมีให้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องดีแต่เธอก็เหม็นกลิ่นของคนดีเหมือนกันนะ? ช่างเถอะอย่างน้อย เจียวหย่าก็ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมาก เพราะว่าความทรงจำของนางอันเลวร้ายนั้นได้หล่อหลอมให้นางได้เติบโตขึ้นมากลายเป็นเช่นนี้ได้ ในเมื่อตอนนี้ความทรงจำมันเลวร้ายนั้นไม่อาจที่จะทำอะไรต่อพระชายาหลินเฟยผู้นี้ได้แล้ว เพียงเท่านั้นก็น่าจะดีพอแล้ว

        “แค่ได้ยินทัศนคติความดีของเจ้ามาข้าก็เกินพอแล้ว อย่าให้ข้าอยากจะตรัสรู้หน่อยเลย ข้าอยากจะอ้วกออกมาเป็นเลือดของคนดีเอาเสียนี่ ช่างเถอะก็เป็นแบบนี้ก็พอแล้ว” เป่าหลิงกล่าวบอกทางเจียวหย่า

       “จะว่าไปเจ้าพอจำความทรงจำในตอนที่เจ้านั้นได้เป็น เว่ยเฟิง แห่งพรรคมารคูภูติทมิฬลมดำได้หรือปล่าว? ข้ามีเรื่องที่อยากจะให้เจ้าช่วยนิดหน่อย เกี่ยวกับคำทำนาย” เป่าหลิงนั้นกล่าวถามทางเจียวหย่าออีกครั้ง หญิงสาวผู้มีความงามรัดรึงนั้นจ้องมอง ก่อนที่จะคิดอะไรบางอย่าง..

       ‘ข้าจะได้เจ้าค่ะ เพียงแต่ว่า ท่านมารปีศาจมีอะไรหรือไม่เจ้าคะ? นี้เหตุใดท่านถึงไปเกี่ยวข้องกับพรรคมารที่ชั่วร้ายที่สุดเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ?’ เจียวหย่านั้นกล่าวถามต่อ ใช่แล้วนางจำได้ทุกเรื่อง และจำได้ทุกคนด้วย เหยาเซียน เขาไม่ใช่คนไม่ดี ตอนนี้เจ้าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง?.. ช่วยท่านแม่ของเจ้าได้แล้วหรือปล่าว?..

       “ข้าได้รับคำทำนายที่แสนประหลาด มังกรสิบแปด เหล่าดอกท้อ พบเจอเพศภัย ความดำมืดคืบคลานยุทธภพ  วีรบุรุษล้มตาย พสุธาเดือดด้วยเปลวโลกันต์ กระต่ายกระจายสี่ทิศ สะท้อนโลกี ช่วยมังกร ณ ภูผาลายรุ้ง”

       ‘ประหลาดเหลือเกิน..มังกรสิบแปดเหล่าดอกท้อ อาจจะหมายถึง..เป็นผู้คนหรือปล่าว ข้าเคยได้ยินบุตรชายพูดถึงเลือกพรรคดอกท้อ ที่เป็นพรรคเหล่าผู้คนที่ทำดีโดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน.. พวกเขาอาจจะพบเจอเพศภัย ...’ พระชายาหลินเฟยอธิบายเมื่อได้ยินดังนั้น..

        “พรรคดอกท้อหรอ?...ข้าไม่รู้มาก่อนเลย..เช่นนั้นก็ดี..เจ้าคิดเหมือนข้า ว่าทั้งสองนั้นอาจจะเป็นผู้คน..แต่คำต่อมานั้นทำให้ข้าค่อนข้างเป็นกังวน”

       ‘วีรบุรุษล้มตาย พสุธาเดือดด้วยเปลวโลกันต์ กระต่ายกระจายสี่ทิศ สะท้อนโลกี...ข้านึกอะไรไม่ออกยกเว้นเรื่องราวของพรรคภูติทมิฬลมดำเจ้าค่ะ … วีรบุรุษล้มตาย อาจจะมีใครสักคนที่ต้องโดนสังเวยชีวิต และจะเกิดแผ่นดินนั้นลุกเป็นไฟ..กระต่ายคงเป็นพรรคมารนั้นแน่ เพราะว่าสัญญาลักษณ์ของพรรคคือกระต่ายเจ้าค่ะ..สะท้อนโลกี ก็แน่นอน พรรคภูติทมิฬลมดำนั้นมองเผินๆ อาจจะดูไม่มีความโลกี แต่ภายในนั้น...’

      ‘มีพิธีกรรมประหลาดที่ต้องบูชาน้ำวิสุทธิ์ชายที่กระถางไฟ เพื่อบูชาเทพมารเอี้ยนต้าเจ้าค่ะ’

       “อ้อ...ข้าพอจำได้เลือนลางๆ ช่วงนั้นข้าเริ่มตื่นมาแล้ว...พอจำได้อยู่ ว่าแล้วเชียวว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับมันจริงๆด้วย”

     ‘ช่วยมังกร ณ ภูผาลายรุ้ง ข้าว่าคงจะตรงตัว ท่านควรไปช่วยใครบางคนที่นั้นนะเจ้าคะ..หุบผาลายรุ้งนั้นมีอยู่ที่เดียว คือเส้นทางระเบียงเหอซี ส่วนหุบเขาอื่นนั้นเป็นเพียงชื่อเท่านั้น แต่เรียกว่าลายรุ้งก็ต้องเป็นที่นั้นแน่เจ้าค่ะ เจียวหย่ามั่นใจ’ นางกล่าวบอกเช่นนั้น เมื่อเป่าหลิงได้ยินก็พยักหน้า…

       “เช่นนั้นขอบใจเจ้ามากที่ช่วย...ข้า..จะต้องไปแล้ว ต้องเร่งเดินทางไป ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่ทันการ” เป่าหลิงบอก เธอสูดลมหายใจก่อนที่จะหันไปทางร่างของวิญญาณเจ้าที่บ้านนั้น..

        “ข้าขอโทษที่เรื่องมันต้องเกิดอะไรแบบนี้...ข้าจะไม่ทำร้ายครอบครัวของเจ้าบุตรของเจ้า หากไม่ทำใส่ข้าก่อนนะ..เชื่อเถอะ อีกไม่นาน..ข้าจะ… ทำให้เจ้าได้เข้าใจความหมายของการได้มีชีวิตของข้า” เป่าหลิงบอกเจียวหย่าไปเช่นนั้น.. รอยยิ้มอันอบอุ่นของพระชายาหลินเฟยปรากฏขึ้นมา ไอของความอบอุ่นนางนั้นทำให้เหล่าหิมะโดยรอบแทบจะละลายออกไป..

       ‘เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะเจ้าค่ะ ท่านมารปีศาจ..ข้าเชื่อว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่ดีแน่ เมื่อท่านได้มีควาามหมายของการมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นของท่านพ่อของท่านหรือใคร ข้าเชื่อว่า แม้ท่านไม่อยากจะทำความดี แต่ท่านแค่ทำในสิ่งที่ท่านอยากจะทำ..และข้าเชื่อว่ามันจะเป็นสิ่งที่ถูก อาจจะไม่ใช่ถูกที่สุด เพียงเท่านั้นเอง’

     ‘ขอขอบคุณในความกรุณาของท่าน หากแต่..ถ้าท่านเข้าไปยุ่งกับพรรคมารนั้นโปรดระวังตัว โดยเฉพะชายที่มีนามว่าจางเหยียนลู่ และ ต่วนเกอซิง..พวกเขาอันตรายยิ่งนัก หากเป็นไปได้..ได้โปรดช่วยสหายของข้า..เหยาเซียนด้วยเถอะเจ้าค่ะ’ พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าวบอกและขอร้องทางเป่าหลิง นางเหลือบมองก่อนที่จะพยักหน้า..

        “เจ้าเห็นข้าเป็นใครยัยหนู ข้าน่ะ...หึ.. เป็นบุตรีแห่งมารฝันเชียวนะ”






แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +20 คุณธรรม +10 ความชั่ว +12 ความโหด โพสต์ 2019-3-14 23:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +35 ความหิว -36 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-8-26 21:41:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดอกไม้งามที่พึ่งผุด 94
สัญญาจ้างกับดรุณีซุ่มซ่าม (5)

          ศาลาหมิงหลันผู้คนพลุกพล่าน ทำให้คนตัวเล็กต้องเดินหาอย่างช้าๆเพื่อจะได้ไม่ตกหล่น นักพรตอยู่ไส? ดุ๊กดิ๊กเดินบ้องแบ๊วพร้อมกับเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็แฮปปี้อยู่ตลอดเวลา

          ร่างเล็กบอบบางเดินฝ่าฝูงผู้คน แถวนี้มีคนเยอะเป็นพิเศษเกี่ยวเนื่องมาจากอะไรกันนะ...เยอะกว่าในตลาดอีกหรือเป็นเพราะมาหานักพรตกัน เดินราวๆครึ่งลี้ ก่อนสายตาเห็นนักพรตท่านหนึ่ง "นั่นจะใช่นักพรตพเนจรที่ข้าตามหาอยู่หรือเปล่า"

          "แม่นางระวัง ท่านกำลังจะมีคนฉกกระเป๋า" เจียงชงเงยหน้ามองดรุณีน้อยที่เดินอยู่ตรงหน้า จึงตะโกนร้องเตือนให้อีกคนทราบ

          "ไอย๊าาาา ขอบคุณมากเจ้าค่ะที่เตือนข้า" น้ำเสียงหวานดั่งแก้วใสตะโกนตอบกลับ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ทันซะแล้วเพราะว่ามีคนฉกของในกระเป๋านางไปเป็นที่เรียบร้อย สิ่งที่พบเห็นก็คืออีกฝ่ายนั้นขโมยเหล้าเก๊กฮวยไปเนี่ยนะ "เดี๋ยวก่อนสิอย่าขโมย…"

          โจรขโมยวิ่งถือเหล้าเก๊กฮวยออกไปด้วยความรวดเร็ว ได้เหล้ามาฟรีๆจะกินให้หนำใจเลยแม้ว่าจะได้แค่สองไห ฉกเหล้าจากผู้ที่อ่อนแอจะได้ไม่ถูกตามตัวมาง่ายๆ "ขอบคุณสำหรับเหล้ามื้อนี้ ฮาฮ่าๆๆ" ไม่ลืมที่จะ หัวเราะแล้ววิ่งจากไป

          อิงฮวาน้อยสะบัดอาภรณ์วิ่งไล่ตามแม้อีกคนจะวิ่งไปไกลแล้ว "ขโมยของแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ" เสียงหวานไล่ตะโกนบอก นางไม่ได้สนใจที่อีกฝ่ายนั้นขโมยเหล้าไปหรอก แต่ว่าอยากจะสั่งสอนว่าการขโมยของมันมีโทษ! บ้านเมืองมีกฎหมายหากผู้ร้ายอาละวาดก่อกวนเช่นนี้แล้วจะอยู่สงบได้เยี่ยงไร แม้ร่างกายจะอ่อนแอ่ก็อยากให้โจรผู้หลงผิดกลับตัวกลับใจ

          นี่เป็นเพียงแค่การขโมยของชิ้นเล็กชิ้นน้อยถ้าหากว่าเกิดโจรกรรมหนักข้อขึ้นมากกว่านี้อีก ขาเรียวเล็กวิ่งหอบเหนื่อยแฮ่กๆๆ

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-8-26 23:36

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -68 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
ปลอกหุ้มเล็บไห่ล่าง
หน้ากากอาร์มอร์
วิชาจันทร์เสี้ยวปลิดวิญญาณ
มนต์เหมันต์คีโอ
ถังอาบน้ำแห่งซัลลิส
ม้าจื่อเมี่ยว
กำไลเทพีไอซิส
ตัวเบาร่มนภา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
x1
x123
x1200
x2
x243
x101
x5
x50
x50
x10
x4
x1106
x2
x273
x5
x61
x1
x1
x1
x10
x9999
x351
x4
x2
x5
x9
x7