ดู: 2417|ตอบกลับ: 45

{ วังหน้า } ท้องพระโรง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-7 22:46:08 |โหมดอ่าน

{ วังหน้า - ท้องพระโรง }



สถานที่ออกว่าราชการของฮ่องเต้ โอรสสวรรค์ ผู้เป็นใหญ่สี่คาบสมุทร
ทุกเช้า เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่จะพากันมาท้องพระโรงเพื่อร่วมหารือราชกิจ
ดูแลทุกข์สุขราษฎร์ นโยบายพัฒนาประเทศ ถกเถียงกันภายในท้องพระโรงแห่งนี้


ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-9 15:15:39
ยามซื่อ { 09.00 น. จนถึง 10.59 น. }
  
    { เขียนโรลเพลย์เดินเข้าวังมา เว่ยชิงบอกให้รอหน้าท้องพระโรง }


    เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มากมาย ต่างมารวมตัวกันภายในท้องพระโรงเพื่อรอประชุมราชสำนักทุกเช้า เมื่อทุกอย่างใกล้เวลาแล้ว ฮ่องเต้เสด็จขึ้นประทับบนบัลลังก์มังกร มองสีหน้าขุนนางต่างๆ
     "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เหล่าขุนนางคุกเข่าถวายบังคม ส่งเสียงสรรเสริญอย่างพร้อมเพรียง
     "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นก่อนผายมือให้ลุกขึ้น "เอาล่ะ ในวันนี้ใครมีเรื่องอะไรจะรายงานบ้าง"
     "ทูลฝ่าบาท เมืองแถบริมแม่น้ำฮวงโห มีหลายหมู่บ้านได้รับเรื่องอุทกภัยหลายหมู่บ้าน ในปีนี้แม่น้ำฮวงโหปริมาณน้ำมากมายกว่าปกติ" ขุนนางท่านหนึ่งก้าวออกมาจากแถวก่อนก้มคำนับ กราบทูล "ชาวบ้านหลายบ้านต้องอดอยาก โปรดเปิดคลังเสบียงหลวงส่งไปแจกจ่ายเสบียง"

     "ทูลฝ่าบาท เรื่องอุทกภัยมีทุกปีแล้ว ชาวบ้านพวกนี้ก็ต่างนิ่งดูดายไม่ทำมาหากิน" ขุนนางอีกคนแย้ง "หากทำดั่งที่ไต้เท้าหลี่กล่าว มิเช่นนั้นคลังหลวงมิว่างเปล่าเหรอ"
     "ไต้เท้าเหวินกล่าวเช่นนั้นก็มิถูก ชาวบ้านเป็นรากฐานแผ่นดิน ได้ใจประชาก็ได้แผ่นดิน ฝ่าบาทเรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการ" ไต้เท้าหลี่คุกเข่า
     "เอาล่ะๆ ทำตามทีไ่ต้เท้าหลี่ว่า แต่ไม่ต้องถึงกับเปิดคลังหลวงหรอกนะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคลังเจ้าเมืองต่างๆ แถบนั้นจะไม่มีเสบียงแจก มีคำสั่งลงไปให้ไต้เท้าเส้าฝู่ เซวียหยางไปดูแลเรื่องแจกเสบียงแถบเหอเป่ย ตรวจสอบคลังเจ้าเมืองแถบนั้น"
    "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" ไต้เท้าหลี่ทูลก่อนกลับเข้าไปในแถว
    "ใครมีเรื่องอะไรอีกไหม" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น
    "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องบรรณาการจากโหรวหรานจะกราบทูลพะยะค่ะ" เว่ยชิง ต้าซือหม่าที่ยืนหน้าสุดกับขุนนางอีกสองท่าน (ซั่นกง) ก้าวเท้าออกมาด้านหน้า
    "ต้าซือหม่ามีอะไรรึ หรือโหรวหรานมาถึงแล้ว"
    "มิได้พะยะค่ะ เพียงแต่ว่าการส่งคราวนี้ล่าช้านั่นมีสาเหตุมาเพราะว่าขบวนคาราวานถูกโจรทะเลทรายปล้นกลางทางระหว่างมา" ต้าซือหม่าเว่ยชิงกราบทูลเล่าเรื่องราว "และมีข่าวรายงานจากด่านอี้เหมิน กองทัพม่อเป่ยมีการเคลื่อนไหว"
    "ม่อเป่ยอีกแล้วรึ ดูเหมือนเจ้าพวกนี้ไม่เข็ดไม่จำสักที" ฮ่องเต้ทุบเก้าอี้เสียงดัง ก่อนลุกขึ้น "ต้าซือหม่า แล้วเรื่องขบวนคาราวานโหรวหรานท่านทราบข่าวมาจากที่ใดรึ"
    "องค์หญิงโหรวหรานยรือหลินกุ้ยรอดชีวิตมาได้ มีชาวยุทธ์เข้าช่วยเหลือ" เว่ยชิงกราบทูล
    "ดี นั้นเบิกตัวและเบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียนด้วย ข้าจะได้มอบหมายงานแรกให้เลย" ฮ่องเต้รับสั่งขันทีข้างกาย
    ขันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ก็ตะโกนเสียงดังไปถึงหน้าตำหนัก "เบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียน, องค์หญิงยรือหลินกุ้ยและสหาย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย { ซูเม่ยจะปลอมตัวหรือใช้ฐานะจริงเข้าพบตัดสินใจเองนะคะ แต่ในทางเลือกอาจมีผลกระทบในอนาคต โปรดตัดสินใจอย่างรอบคอบ }


    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย { เข้าเฝ้าและถวายพระพร }
    "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสบนบัลลังก์
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "องค์หญิงยรือหลินกุ้ยคนไหน" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "องค์หญิงพอทราบที่มาโจรร้ายที่ปล้นหรือไม่ ข้าจะสั่งทหารออกตามจับพวกนั้น" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "อย่างนี้นี่เอง นึกไม่ถึงเว่ยเส้าเทียนจะเป็นผู้ช่วยชีวิต ไม่แปลกใจที่เจ้ามีความอดทนแม้บาดเจ็บหนัก" ฮ่องเต้กล่าวชื่นชม "เว่ยเส้าเทียนรับการแต่งตั้ง"
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "เว่ยเส้าเทียนเป็นผู้มีความสามารถ ปณิธานรับใช้แผ่นดิน ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็น แม่ทัพตะวันตก ดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบบริเวณเส้นทางสายไหม"
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "ฝ่าบาทไม่ได้เด็ดขาดพะยะค่ะ เป็นแค่ชาวบ้านไร้ชื่อเสียงเรียงนามจู่ๆ เป็นแม่ทัพเกรงทหารจะมิฟังคำสั่ง" ไต้เท้าเหวินก้าวเท้าออกมาคัดค้าน
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "เหตุใดไม่ได้เล่า ขอเพียงมีความสามารถก็ย่อมได้" ฮ่องเต้ตรัสตอบ
    "ฝ่าบาทตระกูลเว่ยมีอำนาจการทหารในราชสำนักคนนึงแล้ว อาจเพิ่มอีกคนเกรงว่าจะเป็นภัยราชสำนักในภายหลัง โปรดไตร่ตรอง" ไต้เท้าเหวินทูลทัดทานอย่างหัวซนฝา ไม่ยอม "แม้ว่าชายคนนี้จะเป็นแม่ทัพตะวันตกที่ดูแลชายแดน มีทหารหยิบมือ แต่เมื่อรวมกันหรือตระกูลเว่ยคิดการใหญ่ ก็สามารถก่อกวนชายแดน หรือสมคบม่อเป่ยได้"
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "ต้าซือหม่า ชายคนนี้ญาติท่านหรือไม่"
    "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเพียงพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว และพี่สาวสามคนเท่านั้นมิมีญาติที่ใดอีก" เว่ยชิงกราบทูล
    "ทูลฝ่าบาท โปรดไตร่ตรอง ฟังหูไว้หูด้วยพะยะค่ะ ต้าซือหม่าอาจจงใจบิดเบือน" ไต้เท้าเหวินพูด
    "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "ตอนแรกที่ไต้เท้าเหวินคัดค้านเพราะเขาเป็นชาวบ้านธรรมดาไร้ชื่อเสียง แล้วไฉนตอนนี้กลับกลายเป็นเพราะเขาแช่เว่ย เป็นญาติต้าซือหม่าไปได้ล่ะ ท่านจะคัดค้านในกรณีไหนกันแน่" ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้น
    "ทูลฝ่าบาท นามเว่ยเส้าเทียนไม่เคยมีชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน โผล่มาจากไหนไม่รู้จู่ๆ ก็ได้เป็นถึงแม่ทัพ 1) ผู้คนจะไม่ยอมรับ 2) ทหารจะไม่ฟังคำสั่ง และเขาแช่เว่ย ที่มาที่ไปน่าสงสัย ไม่แน่ต้าซือหม่าอาจมีแผนการใหญ่ ปกปิดญาติและดึงมาสร้างอำนาจการทหารเพิ่มเพื่อหวังผล ทุกคำพูดกระหม่อมล้วนภักดี ทำเพื่อแผ่นดิน ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองด้วยพะยะค่ะ" ไต้เท้าเหวินชี้แจงคำตอบ
    "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "ตามที่ไต้เท้าเหวินพูดมิถูก เว่ยเส้าเทียนถือว่ามีความชอบแล้วสำหรับตอนนี้ 1)เขาได้ช่วยองค์หญิงโหรวหรานเมืองพันธมิตรต้าฮั่น ถือว่าเป็นความชอบ 2)ดูแลปกป้องคุ้มครององค์หญิงโหรวหรานก็ถือเป็นความชอบ ส่วนเรื่องตระกูลนั้นข้าไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลเว่ยจะกบฎ หากต้าซือหม่าคิดกบฎ ตัวเขาก็มุ่งหวังเป็นฮ่องเต้ แล้วพี่สาวเว่ยจื่อฟูที่เป็นฮองเฮาต้าฮั่น เขาจะนำพี่สาวไปอยู่ตรงไหนล่ะ"
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "ทูลฝ่าบาทอย่าลืมกรณีไทเฮาหลี่จื้อ หลังองค์ฮั่นเกาจู่สิ้นพระชนม์ ตระกูลหลี่เข้ามามีอำนาจในราชสำนักจนสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนให้ราชสำนักนับไม่ถ้วน กระหม่อมภักดีด้วยใจจริง เกรงว่าจะช้ำรอยประวัติศาสตร์ ตระกูลเว่ยจะเดินรอยตามตระกูลหลี่พะยะค่ะ"
    "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "งั้นก็ได้ ข้าจะให้เว่ยเส้าเทียนสร้างความชอบ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เว่ยเส้าเทียนตราแม่ทัพตะวันตกเจ้าฝากไว้ที่ข้าก่อน นี่ถือเป็นงานใหญ่ ข้าขอมอบหมายเจ้าคุ้มครององค์หญิงยรือหลินกุ้ยกลับโหรวหรานอย่างปลอดภัยและค่อยกลับมารับตำแหน่ง หากเจ้าทำสำเร็จจะถือมีผลงานใหญ่"
    "ฝ่าบา...." ไต้เท้าเหวินทำท่าจะพูด
    "พอแล้ว!!!" ฮ่องเต้ตรัสเสียงดัง "ข้าตัดสินใจแล้ว!"
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
    "มาเรื่องชายแดนต่อ ต้าซือหม่า เรื่องด่านอี้เหมินข่าวว่าเช่นไรบ้าง" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอให้เรียนถามทั้งสองพะยะค่ะ" ต้าซือหม่าผายมือไปทางซูเม่ย
    "......" @KABUTO @Soup_Dumplings @ซูเม่ย  ( รอต่อ )

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะแห่งหลานหลิง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x1350
x799
x98

85

กระทู้

422

โพสต์

214748 หมื่น

เครดิต

เงินตำลึง
2147465864
ดีนาเรียส
472
ความหิว
2147483236
แต้มวาสนา
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2017-11-9 17:19:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCXII


     ยามซื่อ { 09.00 น. จนถึง 10.59 น. }
  
    เว่ยชิงเดินนำซูเทียนเหมิน เว่ยเส้าเทียน องค์หญิงยรือหลินกุ้ย และซูเม่ยที่ตอนนี้ปลอมเป็นชายนามว่าลู่เพ่ย เข้ามาในเขตพระราชวัง ส่วนผู้ติดตามของเทียนเหมินนั้นได้ถูกกักตัวไว้ด้านนอกเพราะเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้อง อันที่จริงเทียนเหมินเองก็ไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่าไรจนเขาอยากจะพูดว่า 'ข้าก็ไม่เกี่ยวนะ ขอแว้บออกไปเลยได้ไหม?' แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว...
     "เอาล่ะ พวกเจ้ารอที่ด้านหน้าท้องพระโรงก่อน หากได้รับเรียกตัวค่อยเข้าไป" แม่ทัพใหญ่เว่ยชิงเอ่ยบอกแก่ทั้งสี่ที่ติดตามมาก่อนที่เข้าจะเข้าไปด้านในท้องพระโรง
     "ครับ" เทียนเหมินพยักหน้ารับ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คราวนี้สถานที่เข้าเฝ้าเป็นท้องพระโรงไม่ใช่ห้องทรงอักษรเสียด้วย หากจินตนาการคงมีแต่ขุนนางแก่ๆ คุยแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่เขาไม่เข้าใจแน่ๆ เพียงแค่คิดเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปหมด แต่เขาก็ได้แต่กระโดดโหยงๆ อยู่กับที่เพื่อไล่ความตื่นเต้นให้หายไป
     @Soup_Dumplings @ซูเม่ย

     เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มากมาย ต่างมารวมตัวกันภายในท้องพระโรงเพื่อรอประชุมราชสำนักทุกเช้า เมื่อทุกอย่างใกล้เวลาแล้ว ฮ่องเต้เสด็จขึ้นประทับบนบัลลังก์มังกร มองสีหน้าขุนนางต่างๆ
      "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เหล่าขุนนางคุกเข่าถวายบังคม ส่งเสียงสรรเสริญอย่างพร้อมเพรียง
      "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นก่อนผายมือให้ลุกขึ้น "เอาล่ะ ในวันนี้ใครมีเรื่องอะไรจะรายงานบ้าง"
      "ทูลฝ่าบาท เมืองแถบริมแม่น้ำฮวงโห มีหลายหมู่บ้านได้รับเรื่องอุทกภัยหลายหมู่บ้าน ในปีนี้แม่น้ำฮวงโหปริมาณน้ำมากมายกว่าปกติ" ขุนนางท่านหนึ่งก้าวออกมาจากแถวก่อนก้มคำนับ กราบทูล "ชาวบ้านหลายบ้านต้องอดอยาก โปรดเปิดคลังเสบียงหลวงส่งไปแจกจ่ายเสบียง"

      "ทูลฝ่าบาท เรื่องอุทกภัยมีทุกปีแล้ว ชาวบ้านพวกนี้ก็ต่างนิ่งดูดายไม่ทำมาหากิน" ขุนนางอีกคนแย้ง "หากทำดั่งที่ไต้เท้าหลี่กล่าว มิเช่นนั้นคลังหลวงมิว่างเปล่าเหรอ"
      "ไต้เท้าเหวินกล่าวเช่นนั้นก็มิถูก ชาวบ้านเป็นรากฐานแผ่นดิน ได้ใจประชาก็ได้แผ่นดิน ฝ่าบาทเรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการ" ไต้เท้าหลี่คุกเข่า
      "เอาล่ะๆ ทำตามทีไ่ต้เท้าหลี่ว่า แต่ไม่ต้องถึงกับเปิดคลังหลวงหรอกนะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคลังเจ้าเมืองต่างๆ แถบนั้นจะไม่มีเสบียงแจก มีคำสั่งลงไปให้ไต้เท้าเส้าฝู่ เซวียหยางไปดูแลเรื่องแจกเสบียงแถบเหอเป่ย ตรวจสอบคลังเจ้าเมืองแถบนั้น"
     "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" ไต้เท้าหลี่ทูลก่อนกลับเข้าไปในแถว
     "ใครมีเรื่องอะไรอีกไหม" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น
     "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องบรรณาการจากโหรวหรานจะกราบทูลพะยะค่ะ" เว่ยชิง ต้าซือหม่าที่ยืนหน้าสุดกับขุนนางอีกสองท่าน (ซั่นกง) ก้าวเท้าออกมาด้านหน้า
     "ต้าซือหม่ามีอะไรรึ หรือโหรวหรานมาถึงแล้ว"
     "มิได้พะยะค่ะ เพียงแต่ว่าการส่งคราวนี้ล่าช้านั่นมีสาเหตุมาเพราะว่าขบวนคาราวานถูกโจรทะเลทรายปล้นกลางทางระหว่างมา" ต้าซือหม่าเว่ยชิงกราบทูลเล่าเรื่องราว "และมีข่าวรายงานจากด่านอี้เหมิน กองทัพม่อเป่ยมีการเคลื่อนไหว"
     "ม่อเป่ยอีกแล้วรึ ดูเหมือนเจ้าพวกนี้ไม่เข็ดไม่จำสักที" ฮ่องเต้ทุบเก้าอี้เสียงดัง ก่อนลุกขึ้น "ต้าซือหม่า แล้วเรื่องขบวนคาราวานโหรวหรานท่านทราบข่าวมาจากที่ใดรึ"
     "องค์หญิงโหรวหรานยรือหลินกุ้ยรอดชีวิตมาได้ มีชาวยุทธ์เข้าช่วยเหลือ" เว่ยชิงกราบทูล
     "ดี นั้นเบิกตัวและเบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียนด้วย ข้าจะได้มอบหมายงานแรกให้เลย" ฮ่องเต้รับสั่งขันทีข้างกาย
     ขันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ก็ตะโกนเสียงดังไปถึงหน้าตำหนัก "เบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียน, องค์หญิงยรือหลินกุ้ยและสหาย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
     'ทำไมเรียกเร็วจังฟะ!' เทียนเหมินร้องออกมาในใจ เมื่อได้ยินว่าขันทีเรียกชื่อเว่ยเส้าเทียนก่อน ชายหนุ่มก็รีบมุดไปอยู่ด้านหลังสุดเพื่อไม่ให้เตะตานัก แล้วเดินตามคนอื่นๆ เข้าไปด้านในท้องพระโรง
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย { ซูเม่ยจะปลอมตัวหรือใช้ฐานะจริงเข้าพบตัดสินใจเองนะคะ แต่ในทางเลือกอาจมีผลกระทบในอนาคต โปรดตัดสินใจอย่างรอบคอบ }


     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย { เข้าเฝ้าและถวายพระพร }
     "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เทียนเหมินที่พอจะมีประสบการณ์เข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮามาบ้าง คุกเข่าลงกับพื้นยกมือขึ้นผสานกลางอกแล้วเอ่ยคำถวายพระพรออกมา ดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะแค่ขยับปากพูดตามคนอื่นไม่ได้เสียด้วย
     "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสบนบัลลังก์
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     "ขอบพระทัยฝ่าบาท" เทียนเหมินลุกขึ้นยืนในท่าทีที่สำรวม พยายามไม่มองหน้าใครทั้งนั้น มือที่กำแน่นจากความเกร็งเหมือนจะมีเหงื่อออกมาทั้งที่ตัวของเขานั้นเย็นเฉียบประดุจน้ำแข็ง
     "องค์หญิงยรือหลินกุ้ยคนไหน?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     เทียนเหมินเพียงแค่ยืนเฉยๆ ปิดปากเงียบฟังองค์หญิงโหรวหรานคนนั้นแนะนำตัวออกมา
     "องค์หญิงพอทราบที่มาโจรร้ายที่ปล้นหรือไม่ ข้าจะสั่งทหารออกตามจับพวกนั้น" ฮ่องเต้ตรัสถาม
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     เทียนเหมินยังคงมองมือที่กุมอยู่เบื้องหน้าพลางคิดในใจตลอดเวลาว่า 'ทำไมข้าต้องมาที่นี่ด้วยนะ ข้าควรจะกลับออกไปช่วยนายท่านขายอาวุธต่อสิ ใช่แล้ว ขายอาวุธ เสร็จแล้วก็กลับบ้านที่อู๋จวิ้น... ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....'
     "อย่างนี้นี่เอง นึกไม่ถึงเว่ยเส้าเทียนจะเป็นผู้ช่วยชีวิต ไม่แปลกใจที่เจ้ามีความอดทนแม้บาดเจ็บหนัก" ฮ่องเต้กล่าวชื่นชม "เว่ยเส้าเทียนรับการแต่งตั้ง"
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     'ซูฮวา กับซูมี่ต้องอยากกินขนมจากเมืองหลวงแน่ๆ ข้าควรจะซื้อกลับไปที่บ้านด้วย ส่วนเรื่องของซูปี้ก็บอกตาแก่ไปตามตรงได้แล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน ดีจริงๆ เลยที่ข้าคิดได้ ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....' เทียนเหมินยังคงคิดปลอบตัวเองต่อไป ทำเป็นไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลยสักนิด
     "เว่ยเส้าเทียนเป็นผู้มีความสามารถ ปณิธานรับใช้แผ่นดิน ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็น แม่ทัพตะวันตก ดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบบริเวณเส้นทางสายไหม"
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     'ถ้าตอนที่พาถิงเอ๋อห์กลับไปบ้านทุกคนต้องตกใจกันแน่ๆ ข้าแกล้งเล่นมุขว่าซูปี้โตแล้วดีไหมนะ ตอนเฉลยต้องได้เห็นหน้าตาตลกๆ แน่ๆ ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....' เทียนเหมินพยายามคิดเรื่องไร้สาระในใจตอนไป จนตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกจะตาลายขึ้นมาเสียแล้ว
     "ฝ่าบาทไม่ได้เด็ดขาดพะยะค่ะ เป็นแค่ชาวบ้านไร้ชื่อเสียงเรียงนามจู่ๆ เป็นแม่ทัพเกรงทหารจะมิฟังคำสั่ง" ไต้เท้าเหวินก้าวเท้าออกมาคัดค้าน
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     "!!!" ชายหนุ่มแอบสะดุ้งน้อยๆ ที่อยู่ๆ ขุนนางคนหนึ่งก็ก้าวพรวดออกมาด้านหน้า อยู่ห่างจากชายหนุ่มไม่เท่าไร คล้ายๆ กับการดึงสติเขาด้วยการทำให้หัวใจลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่มโดยฉับพลัน โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เผลอร้อง 'เฮ้ย!' ออกมา
     "เหตุใดไม่ได้เล่า ขอเพียงมีความสามารถก็ย่อมได้" ฮ่องเต้ตรัสตอบ
     "ฝ่าบาทตระกูลเว่ยมีอำนาจการทหารในราชสำนักคนนึงแล้ว อาจเพิ่มอีกคนเกรงว่าจะเป็นภัยราชสำนักในภายหลัง โปรดไตร่ตรอง" ไต้เท้าเหวินทูลทัดทานอย่างหัวซนฝา ไม่ยอม "แม้ว่าชายคนนี้จะเป็นแม่ทัพตะวันตกที่ดูแลชายแดน มีทหารหยิบมือ แต่เมื่อรวมกันหรือตระกูลเว่ยคิดการใหญ่ ก็สามารถก่อกวนชายแดน หรือสมคบม่อเป่ยได้"
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     'ตระกูลเว่ย.. จริงสิ พี่ชายเว่ยกับพ่อของเลี่ยงเหลียงแซ่ 'เว่ย' เหมือนกันนี่หว่า ถึงไม่รู้ว่าจะเป็นญาติกันหรือเปล่าก็เถอะ แต่อะไรนะ แม่ทัพตะวันตก?' เมื่อตั้งสติได้ เทียนเหมินก็เรียบเรียงเรื่องราวในหัว ดูเหมือนว่าตอนที่เขาเผลอทำสติหลุดไปจะพลาดเรื่องราวที่สำคัญบางอย่าง
     "ต้าซือหม่า ชายคนนี้ญาติท่านหรือไม่"
     "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเพียงพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว และพี่สาวสามคนเท่านั้นมิมีญาติที่ใดอีก" เว่ยชิงกราบทูล
     "ทูลฝ่าบาท โปรดไตร่ตรอง ฟังหูไว้หูด้วยพะยะค่ะ ต้าซือหม่าอาจจงใจบิดเบือน" ไต้เท้าเหวินพูด
     "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     'ต้าซือหม่าใครฟะ?' เทียนเหมินหันไปมองแล้วก็ได้รู้ว่าต้าซือหม่าคนนั้นก็คือเว่ยชิงนั้นเอง เขาแอบกู่ร้องในใจ 'ทำไมต้องมีหลายชื่อด้วยฟะ!? แค่สองชื่อข้าก็จำไม่ไหวแล้วว้อยยย!!!'
     "ตอนแรกที่ไต้เท้าเหวินคัดค้านเพราะเขาเป็นชาวบ้านธรรมดาไร้ชื่อเสียง แล้วไฉนตอนนี้กลับกลายเป็นเพราะเขาแช่เว่ย เป็นญาติต้าซือหม่าไปได้ล่ะ ท่านจะคัดค้านในกรณีไหนกันแน่" ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้น
     "ทูลฝ่าบาท นามเว่ยเส้าเทียนไม่เคยมีชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน โผล่มาจากไหนไม่รู้จู่ๆ ก็ได้เป็นถึงแม่ทัพ 1) ผู้คนจะไม่ยอมรับ 2) ทหารจะไม่ฟังคำสั่ง และเขาแช่เว่ย ที่มาที่ไปน่าสงสัย ไม่แน่ต้าซือหม่าอาจมีแผนการใหญ่ ปกปิดญาติและดึงมาสร้างอำนาจการทหารเพิ่มเพื่อหวังผล ทุกคำพูดกระหม่อมล้วนภักดี ทำเพื่อแผ่นดิน ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองด้วยพะยะค่ะ" ไต้เท้าเหวินชี้แจงคำตอบ
     "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     เทียนเหมินได้แต่ขมวดคิ้วฟังเงียบๆ แค่ประชาชนคนธรรมดาอย่างเขาคงไม่มีสิทธิ์ออกเสียงอะไรอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว อย่าให้เขาได้ออกเสียงเลย.. หากพี่ชายเว่ยได้ดีเขาก็ดีใจด้วย แต่ถ้าเป็นเพียงทหารยศเล็กๆ เขาก็ไม่ว่าอะไร เพราะอย่างไรเขาก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้ว
     "ตามที่ไต้เท้าเหวินพูดมิถูก เว่ยเส้าเทียนถือว่ามีความชอบแล้วสำหรับตอนนี้ 1)เขาได้ช่วยองค์หญิงโหรวหรานเมืองพันธมิตรต้าฮั่น ถือว่าเป็นความชอบ 2)ดูแลปกป้องคุ้มครององค์หญิงโหรวหรานก็ถือเป็นความชอบ ส่วนเรื่องตระกูลนั้นข้าไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลเว่ยจะกบฏ หากต้าซือหม่าคิดกบฎ ตัวเขาก็มุ่งหวังเป็นฮ่องเต้ แล้วพี่สาวเว่ยจื่อฟูที่เป็นฮองเฮาต้าฮั่น เขาจะนำพี่สาวไปอยู่ตรงไหนล่ะ"
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     เทียนเหมินที่ฟังการถกเถียงของขุนนางราชสำนักรู้สึกไม่ดีกับคำว่า 'กบฏ' เอาเสียมากๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ราวกับว่าเขาเคยถูกยึดอำนาจ หรือทรยศหักหลังมาก่อน มันเป็นเรื่องราวในความฝันที่สมจริงจนเขาแยกไม่ออกว่ามันเป็นความจริงหรือเพียงแค่ความฝันที่ไม่มีความหมายกันแน่
     "ทูลฝ่าบาทอย่าลืมกรณีไทเฮาหลี่จื้อ หลังองค์ฮั่นเกาจู่สิ้นพระชนม์ ตระกูลหลี่เข้ามามีอำนาจในราชสำนักจนสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนให้ราชสำนักนับไม่ถ้วน กระหม่อมภักดีด้วยใจจริง เกรงว่าจะช้ำรอยประวัติศาสตร์ ตระกูลเว่ยจะเดินรอยตามตระกูลหลี่พะยะค่ะ"
     "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     เทียนเหมินมองไปยังแผ่นหลังของเว่ยเส้าเทียนที่ยืนอยู่ด้านหน้า ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร
     "งั้นก็ได้ ข้าจะให้เว่ยเส้าเทียนสร้างความชอบ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เว่ยเส้าเทียนตราแม่ทัพตะวันตกเจ้าฝากไว้ที่ข้าก่อน นี่ถือเป็นงานใหญ่ ข้าขอมอบหมายเจ้าคุ้มครององค์หญิงยรือหลินกุ้ยกลับโหรวหรานอย่างปลอดภัยและค่อยกลับมารับตำแหน่ง หากเจ้าทำสำเร็จจะถือมีผลงานใหญ่"
     "ฝ่าบา...." ไต้เท้าเหวินทำท่าจะพูด
     "พอแล้ว!!!" ฮ่องเต้ตรัสเสียงดัง "ข้าตัดสินใจแล้ว!"
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย
     นับว่าเว่ยเส้าเทียนโชคดีที่ดูเหมือนฝ่าบาทจะโปรดปรานเขามิใช่น้อย ทำให้เทียนเหมินที่รู้จักกันมาได้สักพักโล่งใจไปบ้าง แต่ความจริงแล้วเขาควรโล่งใจหรือเปล่า เพราะหากได้เป็นแม่ทัพจริงภารกิจเสี่ยงตายก็คืองานของชายร่างยักษ์คนนั้น
     "มาเรื่องชายแดนต่อ ต้าซือหม่า เรื่องด่านอี้เหมินข่าวว่าเช่นไรบ้าง" ฮ่องเต้ตรัสถาม
     "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอให้เรียนถามทั้งสองพะยะค่ะ" ต้าซือหม่าผายมือไปทางซูเม่ย
     เทียนเหมินยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปเพราะว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกนั่นแหล่ะ ชายหนุ่มก็แค่ยืนนิ่งๆ เป็นฉากหลังหล่อๆ ต่อไปเท่านั้นพอ
     "......" @Soup_Dumplings @ซูเม่ย




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -9 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-9 19:28:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2017-11-9 20:09

ยามซื่อ { 09.00 น. จนถึง 10.59 น. }
  
    เว่ยชิงเดินนำซูเทียนเหมิน เว่ยเส้าเทียน องค์หญิงยรือหลินกุ้ย และซูเม่ยที่ตอนนี้ปลอมเป็นชายนามว่าลู่เพ่ย เข้ามาในเขตพระราชวัง ส่วนผู้ติดตามของเทียนเหมินนั้นได้ถูกกักตัวไว้ด้านนอกเพราะเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้อง อันที่จริงเทียนเหมินเองก็ไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่าไรจนเขาอยากจะพูดว่า 'ข้าก็ไม่เกี่ยวนะ ขอแว้บออกไปเลยได้ไหม?' แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว...
     ซูเม่ยที่เมื่อเจ้ามาในเขตพระราชวังนางก็เดินเกร็งๆ และรู้สึกหายใจไม่ตัวท้องเมื่อคิดว่านางจะต้องเจอกันใครบ้าง
    'ไหนตอนแรกแค่ให้ข้านำสาส์นมาส่งเฉยๆ ไง แล้วนี่อะไร ข้าจำเป็นต้องเข้ามาในวังด้วยหรือสวรรค์!' นางได้แต่ร่ำไห้อยู่ในใจ เหตุใดจากเป็นแค่คนงานร้านผักถึงได้มาเกี่ยวพันกับเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้
     @Soup_Dumplings
     "เอาล่ะ พวกเจ้ารอที่ด้านหน้าท้องพระโรงก่อน หากได้รับเรียกตัวค่อยเข้าไป" แม่ทัพใหญ่เว่ยชิงเอ่ยบอกแก่ทั้งสี่ที่ติดตามมาก่อนที่เข้าจะเข้าไปด้านในท้องพระโรง
     "ครับ" เทียนเหมินพยักหน้ารับ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คราวนี้สถานที่เข้าเฝ้าเป็นท้องพระโรงไม่ใช่ห้องทรงอักษรเสียด้วย หากจินตนาการคงมีแต่ขุนนางแก่ๆ คุยแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่เขาไม่เข้าใจแน่ๆ เพียงแค่คิดเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปหมด แต่เขาก็ได้แต่กระโดดโหยงๆ อยู่กับที่เพื่อไล่ความตื่นเต้นให้หายไป
     "ขอรับ" ซูเม่ยตอบรับแล้วยืนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ เพื่อสงบสติอารมณ์และทำให้ความตื่นเต้นลดลง แต่ทำเท่าไหร่ก็มิอาจจะหายตื่นเต้นได้ มือทั้งสองข้างของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ที่ซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ข้าตื่นเต้นจะแย่แล้ว" เสียงหวานพึมพำออกมาพลางยกมือขึ้นนวดขมับคลายความกังวลไปด้วย นอกจากมีความตื่นเต้นแล้วนางยังกังวลอีกต่างหาก ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถิด
     @Soup_Dumplings

     เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มากมาย ต่างมารวมตัวกันภายในท้องพระโรงเพื่อรอประชุมราชสำนักทุกเช้า เมื่อทุกอย่างใกล้เวลาแล้ว ฮ่องเต้เสด็จขึ้นประทับบนบัลลังก์มังกร มองสีหน้าขุนนางต่างๆ
      "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เหล่าขุนนางคุกเข่าถวายบังคม ส่งเสียงสรรเสริญอย่างพร้อมเพรียง
      "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นก่อนผายมือให้ลุกขึ้น "เอาล่ะ ในวันนี้ใครมีเรื่องอะไรจะรายงานบ้าง"
      "ทูลฝ่าบาท เมืองแถบริมแม่น้ำฮวงโห มีหลายหมู่บ้านได้รับเรื่องอุทกภัยหลายหมู่บ้าน ในปีนี้แม่น้ำฮวงโหปริมาณน้ำมากมายกว่าปกติ" ขุนนางท่านหนึ่งก้าวออกมาจากแถวก่อนก้มคำนับ กราบทูล "ชาวบ้านหลายบ้านต้องอดอยาก โปรดเปิดคลังเสบียงหลวงส่งไปแจกจ่ายเสบียง"

      "ทูลฝ่าบาท เรื่องอุทกภัยมีทุกปีแล้ว ชาวบ้านพวกนี้ก็ต่างนิ่งดูดายไม่ทำมาหากิน" ขุนนางอีกคนแย้ง "หากทำดั่งที่ไต้เท้าหลี่กล่าว มิเช่นนั้นคลังหลวงมิว่างเปล่าเหรอ"
      "ไต้เท้าเหวินกล่าวเช่นนั้นก็มิถูก ชาวบ้านเป็นรากฐานแผ่นดิน ได้ใจประชาก็ได้แผ่นดิน ฝ่าบาทเรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการ" ไต้เท้าหลี่คุกเข่า
      "เอาล่ะๆ ทำตามทีไ่ต้เท้าหลี่ว่า แต่ไม่ต้องถึงกับเปิดคลังหลวงหรอกนะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคลังเจ้าเมืองต่างๆ แถบนั้นจะไม่มีเสบียงแจก มีคำสั่งลงไปให้ไต้เท้าเส้าฝู่ เซวียหยางไปดูแลเรื่องแจกเสบียงแถบเหอเป่ย ตรวจสอบคลังเจ้าเมืองแถบนั้น"
     "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" ไต้เท้าหลี่ทูลก่อนกลับเข้าไปในแถว
     "ใครมีเรื่องอะไรอีกไหม" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น
     "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องบรรณาการจากโหรวหรานจะกราบทูลพะยะค่ะ" เว่ยชิง ต้าซือหม่าที่ยืนหน้าสุดกับขุนนางอีกสองท่าน (ซั่นกง) ก้าวเท้าออกมาด้านหน้า
     "ต้าซือหม่ามีอะไรรึ หรือโหรวหรานมาถึงแล้ว"
     "มิได้พะยะค่ะ เพียงแต่ว่าการส่งคราวนี้ล่าช้านั่นมีสาเหตุมาเพราะว่าขบวนคาราวานถูกโจรทะเลทรายปล้นกลางทางระหว่างมา" ต้าซือหม่าเว่ยชิงกราบทูลเล่าเรื่องราว "และมีข่าวรายงานจากด่านอี้เหมิน กองทัพม่อเป่ยมีการเคลื่อนไหว"
     "ม่อเป่ยอีกแล้วรึ ดูเหมือนเจ้าพวกนี้ไม่เข็ดไม่จำสักที" ฮ่องเต้ทุบเก้าอี้เสียงดัง ก่อนลุกขึ้น "ต้าซือหม่า แล้วเรื่องขบวนคาราวานโหรวหรานท่านทราบข่าวมาจากที่ใดรึ"
     "องค์หญิงโหรวหรานยรือหลินกุ้ยรอดชีวิตมาได้ มีชาวยุทธ์เข้าช่วยเหลือ" เว่ยชิงกราบทูล
     "ดี นั้นเบิกตัวและเบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียนด้วย ข้าจะได้มอบหมายงานแรกให้เลย" ฮ่องเต้รับสั่งขันทีข้างกาย
     ขันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ก็ตะโกนเสียงดังไปถึงหน้าตำหนัก "เบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียน, องค์หญิงยรือหลินกุ้ยและสหาย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
     'ทำไมเรียกเร็วจังฟะ!' เทียนเหมินร้องออกมาในใจ เมื่อได้ยินว่าขันทีเรียกชื่อเว่ยเส้าเทียนก่อน ชายหนุ่มก็รีบมุดไปอยู่ด้านหลังสุดเพื่อไม่ให้เตะตานัก แล้วเดินตามคนอื่นๆ เข้าไปด้านในท้องพระโรง
      'อะ..อะไรนะ ต้องเข้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ ทำไมมันเร็วอย่างนี้ แล้วถ้าต้องแนะนำตัว ข้าควจจะบอกชื่อจริงหรือชื่อปลอมดี? แต่ถ้าบอกชื่อปลิมไปมิเท่ากับว่าหลอกลวงเบื่องสูงหรอกรึ เฮ้ออ เห็นทีข้าคงต้องเข้าไปในฐานะของซูเม่ย มิใช่ลู่เพ่ยอีกต่อไป' ซูเม่ยได้แต่ตระหนกอยู่ในใจ แล้วเดินตามหลังคนอื่นๆ ไปอย่างเงียบๆ พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
       @Soup_Dumplings


     "......" @Soup_Dumplings  { เข้าเฝ้าและถวายพระพร }
     "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เทียนเหมินที่พอจะมีประสบการณ์เข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮามาบ้าง คุกเข่าลงกับพื้นยกมือขึ้นผสานกลางอกแล้วเอ่ยคำถวายพระพรออกมา ดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะแค่ขยับปากพูดตามคนอื่นไม่ได้เสียด้วย
     "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" นางที่ไม่เคยได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้มาก่อนจึงพูดตามซูเทียนเหมินแล้วย่อกายลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยที่สุดในชีวิต แม้จะอยู่ในชุดบุรุษ แต่ด้วยน้ำเสียงและการทำความเคารพของนางนั้นก็บ่งบอกได้ว่านางคือสตรี มิใช่บุรุษ
     "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสบนบัลลังก์
     "......" @Soup_Dumplings  
     "ขอบพระทัยฝ่าบาท" เทียนเหมินลุกขึ้นยืนในท่าทีที่สำรวม พยายามไม่มองหน้าใครทั้งนั้น มือที่กำแน่นจากความเกร็งเหมือนจะมีเหงื่อออกมาทั้งที่ตัวของเขานั้นเย็นเฉียบประดุจน้ำแข็ง
     "ขอบเพคะพระทัยฝ่าบาท" ซูเม่ยค่อยๆ ยืดตัวขึ้น พยายามที่จะมิให้ตื่นเต้นจนเซล้มไป เมื่อยืนได้ในท่าปกตินางก็ก้มหน้าลงแล้วกุมมือไว้อย่างเงียบๆ หากมิมีคำถามที่เกี่ยวกับนาง นางจะมิพูดอะไรออกไปเด็ดขาดหากพูดมิเข้าหูฝ่าบาทนางอาจจะต้องไร้ลมหายใจเป็นแน่
     "องค์หญิงยรือหลินกุ้ยคนไหน?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
     "......" @Soup_Dumplings
     เทียนเหมินเพียงแค่ยืนเฉยๆ ปิดปากเงียบฟังองค์หญิงโหรวหรานคนนั้นแนะนำตัวออกมา
     ซูเม่ยยืนนิ่งรับฟังสิ่งรอบข้างอย่างเงียบๆ นั่นเป็นสิ่งเดียวที่นางสามารถทำได้ในเวลานี้
     "องค์หญิงพอทราบที่มาโจรร้ายที่ปล้นหรือไม่ ข้าจะสั่งทหารออกตามจับพวกนั้น" ฮ่องเต้ตรัสถาม
     "......" @Soup_Dumplings
     เทียนเหมินยังคงมองมือที่กุมอยู่เบื้องหน้าพลางคิดในใจตลอดเวลาว่า 'ทำไมข้าต้องมาที่นี่ด้วยนะ ข้าควรจะกลับออกไปช่วยนายท่านขายอาวุธต่อสิ ใช่แล้ว ขายอาวุธ เสร็จแล้วก็กลับบ้านที่อู๋จวิ้น... ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....'      
     'องค์หญิงช่างน่าสงสาร หากเป็นข้าที่โดนจับไปจะรอดหรือไม่นะ? เป็นสตรีสูงศักดิ์ก็ใช่ว่าจะมีชีวิตที่สุขสบายเสมอไปแฮะ ข้ายอมเป็นคนธรรมดามีชีวิตที่เรียบง่าย แต่มีความสุขดีกว่า' นางได้แต่คิดในใจระหว่างที่ยืนฟังเรื่องราวต่างๆ
     "อย่างนี้นี่เอง นึกไม่ถึงเว่ยเส้าเทียนจะเป็นผู้ช่วยชีวิต ไม่แปลกใจที่เจ้ามีความอดทนแม้บาดเจ็บหนัก" ฮ่องเต้กล่าวชื่นชม "เว่ยเส้าเทียนรับการแต่งตั้ง"
      "......" @Soup_Dumplings
     'ซูฮวา กับซูมี่ต้องอยากกินขนมจากเมืองหลวงแน่ๆ ข้าควรจะซื้อกลับไปที่บ้านด้วย ส่วนเรื่องของซูปี้ก็บอกตาแก่ไปตามตรงได้แล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน ดีจริงๆ เลยที่ข้าคิดได้ ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....' เทียนเหมินยังคงคิดปลอบตัวเองต่อไป ทำเป็นไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลยสักนิด
     'โชคดีจัง ได้รับการตั้งแต่งด้วย แต่นี่ก็คือผลตอบแทนของความดีล่ะนะ ทำดีได้ดี นางเชื่อเช่นนี้มาเสมอ แม้อาจจะ..ได้ช้าไปบ้าง' นางได้แต่คิดยิ้มๆ อยู่ในใจ
     "เว่ยเส้าเทียนเป็นผู้มีความสามารถ ปณิธานรับใช้แผ่นดิน ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็น แม่ทัพตะวันตก ดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบบริเวณเส้นทางสายไหม"
     "......" @Soup_Dumplings
     'ถ้าตอนที่พาถิงเอ๋อห์กลับไปบ้านทุกคนต้องตกใจกันแน่ๆ ข้าแกล้งเล่นมุขว่าซูปี้โตแล้วดีไหมนะ ตอนเฉลยต้องได้เห็นหน้าตาตลกๆ แน่ๆ ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....' เทียนเหมินพยายามคิดเรื่องไร้สาระในใจตอนไป จนตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกจะตาลายขึ้นมาเสียแล้ว
     นางรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองเริ่มรับบทบาทใหม่เป็นเสาหินไปเรียบร้อย ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
     "ฝ่าบาทไม่ได้เด็ดขาดพะยะค่ะ เป็นแค่ชาวบ้านไร้ชื่อเสียงเรียงนามจู่ๆ เป็นแม่ทัพเกรงทหารจะมิฟังคำสั่ง" ไต้เท้าเหวินก้าวเท้าออกมาคัดค้าน
     "......" @Soup_Dumplings
     "!!!" ชายหนุ่มแอบสะดุ้งน้อยๆ ที่อยู่ๆ ขุนนางคนหนึ่งก็ก้าวพรวดออกมาด้านหน้า อยู่ห่างจากชายหนุ่มไม่เท่าไร คล้ายๆ กับการดึงสติเขาด้วยการทำให้หัวใจลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่มโดยฉับพลัน โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เผลอร้อง 'เฮ้ย!' ออกมา
    'หืมม' ในขณะที่ซูเม่ยกำลังจมอยู่กับความคิดของตน ทันทีที่ได้ยินเสียงคัดค้านจึงเผลอเอียงหน้ามองคนที่กล้าเอ่ยคัดค้านออกมาทันที
     "เหตุใดไม่ได้เล่า ขอเพียงมีความสามารถก็ย่อมได้" ฮ่องเต้ตรัสตอบ
     "ฝ่าบาทตระกูลเว่ยมีอำนาจการทหารในราชสำนักคนนึงแล้ว อาจเพิ่มอีกคนเกรงว่าจะเป็นภัยราชสำนักในภายหลัง โปรดไตร่ตรอง" ไต้เท้าเหวินทูลทัดทานอย่างหัวซนฝา ไม่ยอม "แม้ว่าชายคนนี้จะเป็นแม่ทัพตะวันตกที่ดูแลชายแดน มีทหารหยิบมือ แต่เมื่อรวมกันหรือตระกูลเว่ยคิดการใหญ่ ก็สามารถก่อกวนชายแดน หรือสมคบม่อเป่ยได้"
     "......" @Soup_Dumplings
     'ตระกูลเว่ย.. จริงสิ พี่ชายเว่ยกับพ่อของเลี่ยงเหลียงแซ่ 'เว่ย' เหมือนกันนี่หว่า ถึงไม่รู้ว่าจะเป็นญาติกันหรือเปล่าก็เถอะ แต่อะไรนะ แม่ทัพตะวันตก?' เมื่อตั้งสติได้ เทียนเหมินก็เรียบเรียงเรื่องราวในหัว ดูเหมือนว่าตอนที่เขาเผลอทำสติหลุดไปจะพลาดเรื่องราวที่สำคัญบางอย่าง
     'ทำไมข้าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ เกลียดจริงๆ คนแบบตาเฒ่านี่ แบบนี้เขาเรียกว่าอิจฉารึเปล่านะ?' ซูเม่ยแทบจะกรอกตาไปมาทันทีที่ได้ยินที่ไต้เท้าคนนั้นพูด
     "ต้าซือหม่า ชายคนนี้ญาติท่านหรือไม่"
     "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเพียงพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว และพี่สาวสามคนเท่านั้นมิมีญาติที่ใดอีก" เว่ยชิงกราบทูล
     "ทูลฝ่าบาท โปรดไตร่ตรอง ฟังหูไว้หูด้วยพะยะค่ะ ต้าซือหม่าอาจจงใจบิดเบือน" ไต้เท้าเหวินพูด
     "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
     "......" @Soup_Dumplings
     'ต้าซือหม่าใครฟะ?' เทียนเหมินหันไปมองแล้วก็ได้รู้ว่าต้าซือหม่าคนนั้นก็คือเว่ยชิงนั้นเอง เขาแอบกู่ร้องในใจ 'ทำไมต้องมีหลายชื่อด้วยฟะ!? แค่สองชื่อข้าก็จำไม่ไหวแล้วว้อยยย!!!'
     ซูเม่ยแอบลอบถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่ายกับเหตุการณ์ตรงหน้า นางเป็นเพียงสตรีธรรมดาคนนึง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะไม่ชินกับเหตุการณ์แบบนี้ และอยากหายตัวออกไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
     "ตอนแรกที่ไต้เท้าเหวินคัดค้านเพราะเขาเป็นชาวบ้านธรรมดาไร้ชื่อเสียง แล้วไฉนตอนนี้กลับกลายเป็นเพราะเขาแช่เว่ย เป็นญาติต้าซือหม่าไปได้ล่ะ ท่านจะคัดค้านในกรณีไหนกันแน่" ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้น
     "ทูลฝ่าบาท นามเว่ยเส้าเทียนไม่เคยมีชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน โผล่มาจากไหนไม่รู้จู่ๆ ก็ได้เป็นถึงแม่ทัพ 1) ผู้คนจะไม่ยอมรับ 2) ทหารจะไม่ฟังคำสั่ง และเขาแช่เว่ย ที่มาที่ไปน่าสงสัย ไม่แน่ต้าซือหม่าอาจมีแผนการใหญ่ ปกปิดญาติและดึงมาสร้างอำนาจการทหารเพิ่มเพื่อหวังผล ทุกคำพูดกระหม่อมล้วนภักดี ทำเพื่อแผ่นดิน ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองด้วยพะยะค่ะ" ไต้เท้าเหวินชี้แจงคำตอบ
     "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
     "......" @Soup_Dumplings
     เทียนเหมินได้แต่ขมวดคิ้วฟังเงียบๆ แค่ประชาชนคนธรรมดาอย่างเขาคงไม่มีสิทธิ์ออกเสียงอะไรอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว อย่าให้เขาได้ออกเสียงเลย.. หากพี่ชายเว่ยได้ดีเขาก็ดีใจด้วย แต่ถ้าเป็นเพียงทหารยศเล็กๆ เขาก็ไม่ว่าอะไร เพราะอย่างไรเขาก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้ว
     ซูเม่ยลองคิดตามที่ไต้เท้าคนนั้นพูดแล้วก็ต้องขอชื่นชมที่ช่างสรรหาเหตุผลต่างๆ ออกมาพูดได้อย่างรวดเร็วและดูหน้าเชื่อถือ แต่หากสำหรับคนที่อยู่ในราชสำนักมานานย่อมต้องรู้ถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้แน่
     "ตามที่ไต้เท้าเหวินพูดมิถูก เว่ยเส้าเทียนถือว่ามีความชอบแล้วสำหรับตอนนี้ 1)เขาได้ช่วยองค์หญิงโหรวหรานเมืองพันธมิตรต้าฮั่น ถือว่าเป็นความชอบ 2)ดูแลปกป้องคุ้มครององค์หญิงโหรวหรานก็ถือเป็นความชอบ ส่วนเรื่องตระกูลนั้นข้าไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลเว่ยจะกบฏ หากต้าซือหม่าคิดกบฎ ตัวเขาก็มุ่งหวังเป็นฮ่องเต้ แล้วพี่สาวเว่ยจื่อฟูที่เป็นฮองเฮาต้าฮั่น เขาจะนำพี่สาวไปอยู่ตรงไหนล่ะ"
     "......" @Soup_Dumplings
     เทียนเหมินที่ฟังการถกเถียงของขุนนางราชสำนักรู้สึกไม่ดีกับคำว่า 'กบฏ' เอาเสียมากๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ราวกับว่าเขาเคยถูกยึดอำนาจ หรือทรยศหักหลังมาก่อน มันเป็นเรื่องราวในความฝันที่สมจริงจนเขาแยกไม่ออกว่ามันเป็นความจริงหรือเพียงแค่ความฝันที่ไม่มีความหมายกันแน่
     ซูเม่ยแอบยกยิ้มออกมาเมื่อมีคนพูดค้านในสิ่งที่ตาเฒ่าคนนั้นพูด นางอยากรู้นักว่าเขาจะยกเอาเหตุผลอะไรมาพูดอีก หากมีแม่น้ำสักสิบสายนางเชื่อเลยว่าตาเฒ่านั้นต้องชักมาทั้งสิบสายเป็นแน่
     "ทูลฝ่าบาทอย่าลืมกรณีไทเฮาหลี่จื้อ หลังองค์ฮั่นเกาจู่สิ้นพระชนม์ ตระกูลหลี่เข้ามามีอำนาจในราชสำนักจนสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนให้ราชสำนักนับไม่ถ้วน กระหม่อมภักดีด้วยใจจริง เกรงว่าจะช้ำรอยประวัติศาสตร์ ตระกูลเว่ยจะเดินรอยตามตระกูลหลี่พะยะค่ะ"
     "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
     "......" @Soup_Dumplings
     เทียนเหมินมองไปยังแผ่นหลังของเว่ยเส้าเทียนที่ยืนอยู่ด้านหน้า ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร
     นางอยากรู้นักว่าฝ่าบาทจะทำตัดสินพระทัยอย่างไร พระองค์ทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถย่อมต้องมีทางออกอย่างแน่นอน แต่จะเป็นทางไหนก็เท่านั้นเอง
     "งั้นก็ได้ ข้าจะให้เว่ยเส้าเทียนสร้างความชอบ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เว่ยเส้าเทียนตราแม่ทัพตะวันตกเจ้าฝากไว้ที่ข้าก่อน นี่ถือเป็นงานใหญ่ ข้าขอมอบหมายเจ้าคุ้มครององค์หญิงยรือหลินกุ้ยกลับโหรวหรานอย่างปลอดภัยและค่อยกลับมารับตำแหน่ง หากเจ้าทำสำเร็จจะถือมีผลงานใหญ่"
     "ฝ่าบา...." ไต้เท้าเหวินทำท่าจะพูด
     "พอแล้ว!!!" ฮ่องเต้ตรัสเสียงดัง "ข้าตัดสินใจแล้ว!"
     "......" @Soup_Dumplings
     นับว่าเว่ยเส้าเทียนโชคดีที่ดูเหมือนฝ่าบาทจะโปรดปรานเขามิใช่น้อย ทำให้เทียนเหมินที่รู้จักกันมาได้สักพักโล่งใจไปบ้าง แต่ความจริงแล้วเขาควรโล่งใจหรือเปล่า เพราะหากได้เป็นแม่ทัพจริงภารกิจเสี่ยงตายก็คืองานของชายร่างยักษ์คนนั้น
     ฝ่าบาททรงมีพระปรีชายิ่ง เพราะถ้าหากท่านเว่ยเส้าเทียนสามารถทำสำเร็จ ตาเฒ่าพวกนั้นก็จะไม่มีข้อคัดค้านใดๆ ได้อีก
     "มาเรื่องชายแดนต่อ ต้าซือหม่า เรื่องด่านอี้เหมินข่าวว่าเช่นไรบ้าง" ฮ่องเต้ตรัสถาม
     "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอให้เรียนถามทั้งสองพะยะค่ะ" ต้าซือหม่าผายมือไปทางซูเม่ย
     เทียนเหมินยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปเพราะว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกนั่นแหล่ะ ชายหนุ่มก็แค่ยืนนิ่งๆ เป็นฉากหลังหล่อๆ ต่อไปเท่านั้นพอ
     "กราบทูลฝ่าบาท หม่อนฉันได้ช่วยนายทหารผู้หนึ่งไว้ที่เมืองเทียนซุย และเขาได้บอกแก่หม่อนฉันว่า ตอนนี้ชายแดนตะวันตกพบเห็นกองทัพม่อเป่ยเคลื่อนใกล้เข้ามาแล้ว และยังได้ยินว่าม่อเป่ยจะให้ต้าฮั่นยกทัพไปตีโหรวหราน พวกเขาเป็นพวกที่ไล่ล่าองค์หญิงโหรวหรานกับพระมารดาที่มาส่งบรรณาการเพคะ" ซูเม่ยที่จู่ๆ ก็ถูกถามขึ้น รีบรวบรวมสติของตนแล้วบอกเล่าเรื่องราวตามคำบอกเล่าของนายทหารคนนั้นออกมา
     "......" @Soup_Dumplings





@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -8 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9
x16
x100
x1
x10
x50
x19
x4
x80
x10
โพสต์ 2017-11-10 00:55:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                           ยามซื่อ { 09.00 น. จนถึง 10.59 น. }
  
                                 เว่ยชิงเดินนำซูเทียนเหมิน เว่ยเส้าเทียน องค์หญิงยรือหลินกุ้ย และซูเม่ยที่ตอนนี้ปลอมเป็นชายนามว่าลู่เพ่ย เข้ามาในเขตพระราชวัง ส่วนผู้ติดตามของเทียนเหมินนั้นได้ถูกกักตัวไว้ด้านนอกเพราะเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้อง อันที่จริงเทียนเหมินเองก็ไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่าไรจนเขาอยากจะพูดว่า 'ข้าก็ไม่เกี่ยวนะ ขอแว้บออกไปเลยได้ไหม?' แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว...
                                 ซูเม่ยที่เมื่อเจ้ามาในเขตพระราชวังนางก็เดินเกร็งๆ และรู้สึกหายใจไม่ตัวท้องเมื่อคิดว่านางจะต้องเจอกันใครบ้าง
                                 'ไหนตอนแรกแค่ให้ข้านำสาส์นมาส่งเฉยๆ ไง แล้วนี่อะไร ข้าจำเป็นต้องเข้ามาในวังด้วยหรือสวรรค์!' นางได้แต่ร่ำไห้อยู่ในใจ เหตุใดจากเป็นแค่คนงานร้านผักถึงได้มาเกี่ยวพันกับเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้
                                 ท่าทีการวางตัวของเว่ยเส้าเทียนในตอนนี้ สำหรับเขาแล้วเขานั้นไม่มีอะไรจะเสียไม่ว่าจะเผชิญกับอะไร เพื่อให้องค์หญิงได้กลับบ้าน เขาเองก็แทบจะไม่สนใจอะไรนอกจากนั้นอีกแล้ว และด้วยการแต่งตัวอีกทั้งลักษณะโดยรวมของชายเว่ยในที่ดูไปแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับชนชั้นสูง ทำให้เว่ยนั้นหาได้มีความประหม่าเลยแม้แต่นิดเดียว
                                 "องค์หญิงไม่ต้องกลัวไปนะครับ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย"ชายเว่ยเอ่ยปลอบใจกัยเด็กสาวที่เขานั้นรู้สึกได้ว่านางนั้นเกร็งไปหมดแล้วตอนนี้ ทำได้เพียงใช้มืออีกข้างโอบกอดนางไว้ แขนทั้งสองของนางที่กอดคอของชายหนุ่มไว้แน่นด้วยความกังวลเล็กน้อยตอนนี้ก็ค่อยๆคลายออกเพราะเครียดของนางได้ผ่อนคลายลงไปแล้ว ทุกคนเดินเข้ามาเรื่องจนกระทั่งแม่ทัพใหญ่ได้สั่งกับทุกๆคนไว้ก่อนที่จะเข้าไปในท้องหระโรงคนเดียว
                                 "เอาล่ะ พวกเจ้ารอที่ด้านหน้าท้องพระโรงก่อน หากได้รับเรียกตัวค่อยเข้าไป" แม่ทัพใหญ่เว่ยชิงเอ่ยบอกแก่ทั้งสี่ที่ติดตามมาก่อนที่เข้าจะเข้าไปด้านในท้องพระโรง
                                 "ครับ" เทียนเหมินพยักหน้ารับ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คราวนี้สถานที่เข้าเฝ้าเป็นท้องพระโรงไม่ใช่ห้องทรงอักษรเสียด้วย หากจินตนาการคงมีแต่ขุนนางแก่ๆ คุยแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่เขาไม่เข้าใจแน่ๆ เพียงแค่คิดเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปหมด แต่เขาก็ได้แต่กระโดดโหยงๆ อยู่กับที่เพื่อไล่ความตื่นเต้นให้หายไป
                                "ขอรับ" ซูเม่ยตอบรับแล้วยืนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ เพื่อสงบสติอารมณ์และทำให้ความตื่นเต้นลดลง แต่ทำเท่าไหร่ก็มิอาจจะหายตื่นเต้นได้ มือทั้งสองข้างของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ที่ซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ข้าตื่นเต้นจะแย่แล้ว"เสียงหวานพึมพำออกมาพลางยกมือขึ้นนวดขมับคลายความกังวลไปด้วย นอกจากมีความตื่นเต้นแล้วนางยังกังวลอีกต่างหาก ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถิด
                               "..."ชายหนุ่มไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้าเพื่อบอกว่ารับทราบ ความตื่นเต้นนั้นมีเพียงอย่างเดียวคือ การที่เขานั้นเห็นท้องพระโรงซึ่งเจ้าตัวนั้นไม่เคยเห็น แต่ก็ไม่คงจะหายหากอยู่ในนั้นไปได้ซักพัก เพราะเจ้าตัวนั้นไม่ค่อยตื่นคนเท่านั้น เพราะกับผู้คนแล้ว การที่เขานั้นเป็นที่แปลกตาของผู้คนข้างนอก มันก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชายเว่ยได้อย่างมาก เพราะเจ้าตัวรู้ว่ายังไงข้างในนั้น ต้องมีคนอยู่มากเป็นแน่แต่นั่นไม่สามารถทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว...

                               เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มากมาย ต่างมารวมตัวกันภายในท้องพระโรงเพื่อรอประชุมราชสำนักทุกเช้า เมื่อทุกอย่างใกล้เวลาแล้ว ฮ่องเต้เสด็จขึ้นประทับบนบัลลังก์มังกร มองสีหน้าขุนนางต่างๆ
                               "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เหล่าขุนนางคุกเข่าถวายบังคม ส่งเสียงสรรเสริญอย่างพร้อมเพรียง
                              "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นก่อนผายมือให้ลุกขึ้น "เอาล่ะ ในวันนี้ใครมีเรื่องอะไรจะรายงานบ้าง"
                              "ทูลฝ่าบาท เมืองแถบริมแม่น้ำฮวงโห มีหลายหมู่บ้านได้รับเรื่องอุทกภัยหลายหมู่บ้าน ในปีนี้แม่น้ำฮวงโหปริมาณน้ำมากมายกว่าปกติ" ขุนนางท่านหนึ่งก้าวออกมาจากแถวก่อนก้มคำนับ กราบทูล "ชาวบ้านหลายบ้านต้องอดอยาก โปรดเปิดคลังเสบียงหลวงส่งไปแจกจ่ายเสบียง"

                             "ทูลฝ่าบาท เรื่องอุทกภัยมีทุกปีแล้ว ชาวบ้านพวกนี้ก็ต่างนิ่งดูดายไม่ทำมาหากิน" ขุนนางอีกคนแย้ง "หากทำดั่งที่ไต้เท้าหลี่กล่าว มิเช่นนั้นคลังหลวงมิว่างเปล่าเหรอ"
                             "ไต้เท้าเหวินกล่าวเช่นนั้นก็มิถูก ชาวบ้านเป็นรากฐานแผ่นดิน ได้ใจประชาก็ได้แผ่นดิน ฝ่าบาทเรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการ" ไต้เท้าหลี่คุกเข่า
                             "เอาล่ะๆ ทำตามทีไ่ต้เท้าหลี่ว่า แต่ไม่ต้องถึงกับเปิดคลังหลวงหรอกนะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคลังเจ้าเมืองต่างๆ แถบนั้นจะไม่มีเสบียงแจก มีคำสั่งลงไปให้ไต้เท้าเส้าฝู่ เซวียหยางไปดูแลเรื่องแจกเสบียงแถบเหอเป่ย ตรวจสอบคลังเจ้าเมืองแถบนั้น"
                             "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" ไต้เท้าหลี่ทูลก่อนกลับเข้าไปในแถว
                             "ใครมีเรื่องอะไรอีกไหม" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น
                             "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องบรรณาการจากโหรวหรานจะกราบทูลพะยะค่ะ" เว่ยชิง ต้าซือหม่าที่ยืนหน้าสุดกับขุนนางอีกสองท่าน (ซั่นกง) ก้าวเท้าออกมาด้านหน้า
                             "ต้าซือหม่ามีอะไรรึ หรือโหรวหรานมาถึงแล้ว"
                             "มิได้พะยะค่ะ เพียงแต่ว่าการส่งคราวนี้ล่าช้านั่นมีสาเหตุมาเพราะว่าขบวนคาราวานถูกโจรทะเลทรายปล้นกลางทางระหว่างมา" ต้าซือหม่าเว่ยชิงกราบทูลเล่าเรื่องราว "และมีข่าวรายงานจากด่านอี้เหมิน กองทัพม่อเป่ยมีการเคลื่อนไหว"
                             "ม่อเป่ยอีกแล้วรึ ดูเหมือนเจ้าพวกนี้ไม่เข็ดไม่จำสักที" ฮ่องเต้ทุบเก้าอี้เสียงดัง ก่อนลุกขึ้น "ต้าซือหม่า แล้วเรื่องขบวนคาราวานโหรวหรานท่านทราบข่าวมาจากที่ใดรึ"
                             "องค์หญิงโหรวหรานยรือหลินกุ้ยรอดชีวิตมาได้ มีชาวยุทธ์เข้าช่วยเหลือ" เว่ยชิงกราบทูล
                             "ดี นั้นเบิกตัวและเบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียนด้วย ข้าจะได้มอบหมายงานแรกให้เลย" ฮ่องเต้รับสั่งขันทีข้างกาย
                              ขันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ก็ตะโกนเสียงดังไปถึงหน้าตำหนัก "เบิกตัวแม่ทัพตะวันตกเว่ยเส้าเทียน, องค์หญิงยรือหลินกุ้ยและสหาย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
                             'ทำไมเรียกเร็วจังฟะ!' เทียนเหมินร้องออกมาในใจ เมื่อได้ยินว่าขันทีเรียกชื่อเว่ยเส้าเทียนก่อน ชายหนุ่มก็รีบมุดไปอยู่ด้านหลังสุดเพื่อไม่ให้เตะตานัก แล้วเดินตามคนอื่นๆ เข้าไปด้านในท้องพระโรง
                            'อะ..อะไรนะ ต้องเข้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ ทำไมมันเร็วอย่างนี้ แล้วถ้าต้องแนะนำตัว ข้าควจจะบอกชื่อจริงหรือชื่อปลอมดี? แต่ถ้าบอกชื่อปลิมไปมิเท่ากับว่าหลอกลวงเบื่องสูงหรอกรึ เฮ้ออ เห็นทีข้าคงต้องเข้าไปในฐานะของซูเม่ย มิใช่ลู่เพ่ยอีกต่อไป' ซูเม่ยได้แต่ตระหนกอยู่ในใจ แล้วเดินตามหลังคนอื่นๆ ไปอย่างเงียบๆ พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
                            "องค์หญิง พร้อมนะครับ?"ชายเว่ยถามกับองค์หญิงขณะที่ประตูค่อยๆเปิดออกอย่างช้า นางเองก็พยักหน้าบอกกับชายเว่ยว่าพร้อม แววตาที่ใสสะอาดดูไร้พิษภัยของนางนั้น ใครจะรู้ว่ามีความกล้าหาญปรากฎให้เห็นอยู่ไม่น้อย ชายเว่ยยิ้มให้กับนางก่อนที่จะสะบัดผ้าคลุมของเขาออกเพื่อเดิมเข้าท้องพระโรงอย่างองอาจ แม้บาดแผลจาเมื่อวานจะยังไม่หายดี ก็หาได้ทำให้ชายเว่ยเจ็บปวดไม่ เบื้องหน้าของชายเว่ยและสหายที่ตามเขามาด้วยนั้น คือท้องพระโรงที่โอ่อ่า เบื้องหน้าของชายเว่ยคือบัลลังค์มังกรและผู้เป็นเจ้าของบัลลังค์นั่งอยู่เบื้องหน้า รายล้อมไปด้วยเสนาอำมาตย์และขุนนางชั้นสูง อีกทั้งยังมีขันทีและเหล่าบริวารที่ทุกสายตาในขณะนี้ล้วนจ้องมายังชายหนุ่มร่างยักษ์ที่แขนข้างซ้ายของเขาโอบกอดเด็กสาวในชุดเครื่องทรงดูแล้วทั้งคู่นั้นไม่ต่างอะไรกับขุนนางชั้นสูงคนนึงเลยทีเดียว หากแต่เด็กสาวนั้นมีความพิเศษตรงที่เครื่องประดับนั้นมีความวิจิตรกว่า เพื่อแสดงให้เห็นว่านางนั้นเป็นใคร


                                  "ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน หมื่นปี หมื่นๆปี" ก่อนที่ชายเว่ยจะค่อยคุกเข่าลงเพียงข้างเดียว โดยที่อีกข้างนั้นคือบาดแผลที่ยังไม่หายดี หากแผลที่เข่ายังโดนกดทับจะไม่หาย เลยชันเข้าที่เป็นแผลขึ้นมา แล้วให้องค์หญิงนั่งลงที่ต้นขาของชายเว่ยเพื่อเป็นการให้เกียรตินาง
                                   "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เทียนเหมินที่พอจะมีประสบการณ์เข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮามาบ้าง คุกเข่าลงกับพื้นยกมือขึ้นผสานกลางอกแล้วเอ่ยคำถวายพระพรออกมา ดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะแค่ขยับปากพูดตามคนอื่นไม่ได้เสียด้วย
                                   "ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" นางที่ไม่เคยได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้มาก่อนจึงพูดตามซูเทียนเหมินแล้วย่อกายลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยที่สุดในชีวิต แม้จะอยู่ในชุดบุรุษ แต่ด้วยน้ำเสียงและการทำความเคารพของนางนั้นก็บ่งบอกได้ว่านางคือสตรี มิใช่บุรุษ
                                  "ตามสบาย" ฮ่องเต้ตรัสบนบัลลังก์
                                  "ขอบพระทัยฝ่าบาท" ชายเว่ยที่ไม่ได้ลุกขึ้นมาตามคนอื่นๆแต่ยังคงอยู่ในอิริยาบทที่ไม่ประเจิดประเจ้อเกินไป เพราะดูเหมือนว่า ขนาดตัวที่ผิดปกติของเขายังไงก็หน้าจะมีการอนุโลมอยู่บ้าง จึงยังคงคุกเข่าอยู่เช่นนั้นต่อไปและให้องค์หญิงได้นั่งที่ขาของเขาโดยที่มีมือข้างซ้ายคอยประคองหลังนางไม่ให้ตก
                                  "ขอบพระทัยฝ่าบาท" เทียนเหมินลุกขึ้นยืนในท่าทีที่สำรวม พยายามไม่มองหน้าใครทั้งนั้น มือที่กำแน่นจากความเกร็งเหมือนจะมีเหงื่อออกมาทั้งที่ตัวของเขานั้นเย็นเฉียบประดุจน้ำแข็ง
                                  "ขอบเพคะพระทัยฝ่าบาท" ซูเม่ยค่อยๆ ยืดตัวขึ้น พยายามที่จะมิให้ตื่นเต้นจนเซล้มไป เมื่อยืนได้ในท่าปกตินางก็ก้มหน้าลงแล้วกุมมือไว้อย่างเงียบๆ หากมิมีคำถามที่เกี่ยวกับนาง นางจะมิพูดอะไรออกไปเด็ดขาดหากพูดมิเข้าหูฝ่าบาทนางอาจจะต้องไร้ลมหายใจเป็นแน่
                                 "องค์หญิงยรือหลินกุ้ยคนไหน?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
                                 "กระหม่อมเองเจ้าค่ะ องค์หญิงยรือหลินกุ้ย บุตรีแห่งเจ้าแคว้นตโหรวหราน เป็นพระมหากรุณาที่ให้กระหม่อมได้เข้าเฝ้าพระองค์" ภาษาฮั่นที่นางเรียนรู้นั้น บางทีมันก็ผิดเพี้ยนไปบ้าง ยิ่งกับบางคำที่พึ่งเรียนมาได้แค่เมื่อวานนี้ เป็นเรื่องปกติหากจะมีการพูดผิดถูกๆบ้าง ยิ่งกับคนนอกด่านที่พูดฮั่นได้ นั่นก็อาจจะมีการอนุโลมให้เป็นธรรมดา
                                 เทียนเหมินเพียงแค่ยืนเฉยๆ ปิดปากเงียบฟังองค์หญิงโหรวหรานคนนั้นแนะนำตัวออกมา
                                 ซูเม่ยยืนนิ่งรับฟังสิ่งรอบข้างอย่างเงียบๆ นั่นเป็นสิ่งเดียวที่นางสามารถทำได้ในเวลานี้
                                 "องค์หญิงพอทราบที่มาโจรร้ายที่ปล้นหรือไม่ ข้าจะสั่งทหารออกตามจับพวกนั้น" ฮ่องเต้ตรัสถาม
                                 "ในตอนนั้น กระหม่อมกำลังเดินทางมากับท่านแม่และท่านอาเพื่อมาที่นี่ เมื่อมาใกล้ถึงกำแพงเมือง ก็ถูกเหล่าโจรจากนอกด่านรุมเข้าปล้นและเอาเครื่องราชบรรณการมาถวายไปจนหมด อีกทั้งยังฆ่าทุกๆคนในขบวนด้วย ท่านอากับท่านแม่ของกระหม่อมก็ทุกพวกโจรฆ่าในเหตุการณ์นั้นเช่นเดียวกัน"น้ำเสียงที่หนักแน่นขององค์หญิงที่ยังคงเล่าเรื่องทั้งหมดต่อไปโดยมีชายเว่ยที่คอยจับไหล่ของนางไว้ ซึ่งเว่ยเองนั้นก็รู้สึกยกย่องในความกล้าหาญขององค์หญิงที่ถึงแม้เรื่องที่ตนเองไม่อยากเล่า แม้แต่ไม่อยากจะนึก แต่กลับเล่าออกมาได้อย่างฉะฉานราวกับนางนั้นมีความกล้าหาญที่ไม่แพ้ชายใดในที่นี้เลย
                                 "ในตอนนั้นกระหม่อมซ่อนตัวอยู่ในเกี๊ยวที่นั่งมาเพื่อให้รอดจากพวกโจรเหล่านั้น แต่ก็ไม่รอดสายตาของพวกมันไปได้ พวกมันจับกระหม่อมออกมาและคิดจะทำมิดีมิร้าย แต่หัวหน้าของพวกมันสั่งไว้ ว่าจะพาข้าไปขายที่ตลาดทาส พวกมันจึงไม่ได้ทำอะไร กระหม่อมอดข้าวอดน้ำอยู่หลายวัน ใช้หยาดน้ำฝนและหนอนแมลงประทังชีวิต ก่อนที่จะเข้ามาที่ฉางอัน และได้ท่านชายเว่ยฯมาช่วยกระหม่อมไว้ และดูแลกระหม่อมจนกลับมาเป็นปกติ อย่างที่กระหม่อมกำลังเล่าเรื่องทั้งหมดให้พระองค์ได้สดับรับฟังอยู่ในขณะนี้เจ้าค่ะ" องค์หญิงเล่าเรื่องทั้งหมดจนจบโดยที่ไร้ซึ่งหยาดน้ำตา หรือแม้แต่เศษเสี้ยวของความอ่อนแอ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะแสดงออกมาต่อหน้าผู้ใด
                                 เทียนเหมินยังคงมองมือที่กุมอยู่เบื้องหน้าพลางคิดในใจตลอดเวลาว่า 'ทำไมข้าต้องมาที่นี่ด้วยนะ ข้าควรจะกลับออกไปช่วยนายท่านขายอาวุธต่อสิ ใช่แล้ว ขายอาวุธ เสร็จแล้วก็กลับบ้านที่อู๋จวิ้น... ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....'      
                                 'องค์หญิงช่างน่าสงสาร หากเป็นข้าที่โดนจับไปจะรอดหรือไม่นะ? เป็นสตรีสูงศักดิ์ก็ใช่ว่าจะมีชีวิตที่สุขสบายเสมอไปแฮะ ข้ายอมเป็นคนธรรมดามีชีวิตที่เรียบง่าย แต่มีความสุขดีกว่า' นางได้แต่คิดในใจระหว่างที่ยืนฟังเรื่องราวต่างๆ
                                 "อย่างนี้นี่เอง นึกไม่ถึงเว่ยเส้าเทียนจะเป็นผู้ช่วยชีวิต ไม่แปลกใจที่เจ้ามีความอดทนแม้บาดเจ็บหนัก" ฮ่องเต้กล่าวชื่นชม "เว่ยเส้าเทียนรับการแต่งตั้ง"
                                  "พะยะค่ะ"ชายเว่ยก้มหัวลงต่ำเพื่อรับราชโองการแต่งตั้ง นี่อาจจะเป็นไปอย่างที่ความฝันของเขาได้พาเขามายังจุดๆนี้ก็เป็นได้ และเชื่อได้เลยว่าทางข้างหน้านั้นคือความหนักหนาสาหัสที่รอชายเว่ยอยู่ มีเพียงสิ่งเดียวที่เขานั้นจะพึ่งพาได้หลังจากนี้ นั่นคือตัวของเขาเอง...
                                   'ซูฮวา กับซูมี่ต้องอยากกินขนมจากเมืองหลวงแน่ๆ ข้าควรจะซื้อกลับไปที่บ้านด้วย ส่วนเรื่องของซูปี้ก็บอกตาแก่ไปตามตรงได้แล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน ดีจริงๆ เลยที่ข้าคิดได้ ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....' เทียนเหมินยังคงคิดปลอบตัวเองต่อไป ทำเป็นไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลยสักนิด
                                   'โชคดีจัง ได้รับการตั้งแต่งด้วย แต่นี่ก็คือผลตอบแทนของความดีล่ะนะ ทำดีได้ดี นางเชื่อเช่นนี้มาเสมอ แม้อาจจะ..ได้ช้าไปบ้าง' นางได้แต่คิดยิ้มๆ อยู่ในใจ
                                   "เว่ยเส้าเทียนเป็นผู้มีความสามารถ ปณิธานรับใช้แผ่นดิน ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็น แม่ทัพตะวันตก ดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบบริเวณเส้นทางสายไหม"
                                   "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ"ชายเว่ยประสานมือทั้งสองโดยที่ให้องค์หญิงกอดเขาไว้แล้ว ก่อนที่จะประสานมือยกขึ้นเหนือหัว
                                    'ถ้าตอนที่พาถิงเอ๋อห์กลับไปบ้านทุกคนต้องตกใจกันแน่ๆ ข้าแกล้งเล่นมุขว่าซูปี้โตแล้วดีไหมนะ ตอนเฉลยต้องได้เห็นหน้าตาตลกๆ แน่ๆ ฮ่า.. ฮ่า... ฮ่า....' เทียนเหมินพยายามคิดเรื่องไร้สาระในใจตอนไป จนตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกจะตาลายขึ้นมาเสียแล้ว
                                    นางรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองเริ่มรับบทบาทใหม่เป็นเสาหินไปเรียบร้อย ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
                                    "ฝ่าบาทไม่ได้เด็ดขาดพะยะค่ะ เป็นแค่ชาวบ้านไร้ชื่อเสียงเรียงนามจู่ๆ เป็นแม่ทัพเกรงทหารจะมิฟังคำสั่ง" ไต้เท้าเหวินก้าวเท้าออกมาคัดค้าน
                                    "......!"เว่ยที่เงียบลงกระทันหันเพราะเสียงของใครไม่ทราบแย้งขึ้นมากระทันหัน ชายเว่ยหันไปมองที่ต้นเสียงนั้นก่อนที่จะยกองค์หญิงอุ้มขึ้นแขนอีกครั้ง
                                    "!!!" ชายหนุ่มแอบสะดุ้งน้อยๆ ที่อยู่ๆ ขุนนางคนหนึ่งก็ก้าวพรวดออกมาด้านหน้า อยู่ห่างจากชายหนุ่มไม่เท่าไร คล้ายๆ กับการดึงสติเขาด้วยการทำให้หัวใจลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่มโดยฉับพลัน โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เผลอร้อง 'เฮ้ย!' ออกมา
                                    'หืมม' ในขณะที่ซูเม่ยกำลังจมอยู่กับความคิดของตน ทันทีที่ได้ยินเสียงคัดค้านจึงเผลอเอียงหน้ามองคนที่กล้าเอ่ยคัดค้านออกมาทันที
                                    "เหตุใดไม่ได้เล่า ขอเพียงมีความสามารถก็ย่อมได้" ฮ่องเต้ตรัสตอบ
                                    "ฝ่าบาทตระกูลเว่ยมีอำนาจการทหารในราชสำนักคนนึงแล้ว อาจเพิ่มอีกคนเกรงว่าจะเป็นภัยราชสำนักในภายหลัง โปรดไตร่ตรอง" ไต้เท้าเหวินทูลทัดทานอย่างหัวซนฝา ไม่ยอม "แม้ว่าชายคนนี้จะเป็นแม่ทัพตะวันตกที่ดูแลชายแดน มีทหารหยิบมือ แต่เมื่อรวมกันหรือตระกูลเว่ยคิดการใหญ่ ก็สามารถก่อกวนชายแดน หรือสมคบม่อเป่ยได้"
                                     "......!?"ความงงบังเกิดขึ้นในหัวของเขา จริงอยู่ที่ว่าชื่อของเขานั้นขึ้นต้นด้วยเว่ย หากแต่ตัวของเขานั้นหาได้เป็นแซ้เว่ยไม่ ชายคนนั้นกำลังเข้าใจผิดอะไรซักอย่างเป็นแน่
                                    'ตระกูลเว่ย.. จริงสิ พี่ชายเว่ยกับพ่อของเลี่ยงเหลียงแซ่ 'เว่ย' เหมือนกันนี่หว่า ถึงไม่รู้ว่าจะเป็นญาติกันหรือเปล่าก็เถอะ แต่อะไรนะ แม่ทัพตะวันตก?' เมื่อตั้งสติได้ เทียนเหมินก็เรียบเรียงเรื่องราวในหัว ดูเหมือนว่าตอนที่เขาเผลอทำสติหลุดไปจะพลาดเรื่องราวที่สำคัญบางอย่าง
                                   'ทำไมข้าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ เกลียดจริงๆ คนแบบตาเฒ่านี่ แบบนี้เขาเรียกว่าอิจฉารึเปล่านะ?' ซูเม่ยแทบจะกรอกตาไปมาทันทีที่ได้ยินที่ไต้เท้าคนนั้นพูด
                                   "ต้าซือหม่า ชายคนนี้ญาติท่านหรือไม่"
                                   "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเพียงพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว และพี่สาวสามคนเท่านั้นมิมีญาติที่ใดอีก" เว่ยชิงกราบทูล
                                   "ทูลฝ่าบาท โปรดไตร่ตรอง ฟังหูไว้หูด้วยพะยะค่ะ ต้าซือหม่าอาจจงใจบิดเบือน" ไต้เท้าเหวินพูด
                                   "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
                                 
"....."ในเวลาแบบนี้ แม้ว่าจะได้ราชโองการแต่งตั้ง แต่หากถูกแย้งขึ้นมาแบบนี้ ตัวของเว่ยเองก็คคงไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปอธิบายอะไรได้มากกว่านั้น จึงทำได้เพียงชันเข่านิ่งเงียบและรอให้ฝ่าบาททรงตรัสชี้แจงด้วยตัวพระองค์เอง
                                   'ต้าซือหม่าใครฟะ?' เทียนเหมินหันไปมองแล้วก็ได้รู้ว่าต้าซือหม่าคนนั้นก็คือเว่ยชิงนั้นเอง เขาแอบกู่ร้องในใจ 'ทำไมต้องมีหลายชื่อด้วยฟะ!? แค่สองชื่อข้าก็จำไม่ไหวแล้วว้อยยย!!!'
                                   ซูเม่ยแอบลอบถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่ายกับเหตุการณ์ตรงหน้า นางเป็นเพียงสตรีธรรมดาคนนึง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะไม่ชินกับเหตุการณ์แบบนี้ และอยากหายตัวออกไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
                                  "ตอนแรกที่ไต้เท้าเหวินคัดค้านเพราะเขาเป็นชาวบ้านธรรมดาไร้ชื่อเสียง แล้วไฉนตอนนี้กลับกลายเป็นเพราะเขาแช่เว่ย เป็นญาติต้าซือหม่าไปได้ล่ะ ท่านจะคัดค้านในกรณีไหนกันแน่" ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้น
                                 "ทูลฝ่าบาท นามเว่ยเส้าเทียนไม่เคยมีชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน โผล่มาจากไหนไม่รู้จู่ๆ ก็ได้เป็นถึงแม่ทัพ 1) ผู้คนจะไม่ยอมรับ 2) ทหารจะไม่ฟังคำสั่ง และเขาแช่เว่ย ที่มาที่ไปน่าสงสัย ไม่แน่ต้าซือหม่าอาจมีแผนการใหญ่ ปกปิดญาติและดึงมาสร้างอำนาจการทหารเพิ่มเพื่อหวังผล ทุกคำพูดกระหม่อมล้วนภักดี ทำเพื่อแผ่นดิน ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองด้วยพะยะค่ะ" ไต้เท้าเหวินชี้แจงคำตอบ
                                 "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
                               .....

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -9 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Brynhildr Norns
Brynhildr Randgris
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
Brynhildr Hlina
ผ้าคลุมจวี้ม่อ
ต่างหูมาร์เพสซา
เกราะอามุนราห์
บันทึกสื่อจี้เล่มแรก
ธงอินเฟอร์โน่
หน้ากากยักษ์ม่วง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x34
x1
x20
x5
x50
x1
x5
โพสต์ 2017-11-10 00:56:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  "......"เช่นเดียวกับเมื่อครู่ ชายเว่ยทำได้เพียงนั่งเงียบ เพราะตอนนี้ตนนั้นยังไม่ได้เป็นขุนนางหรือแม่ทัพ จึงไม่มีสิทธิที่จะไปออกเสียงอะไรในหมู่สนทนาของเหล่านางได้ ชายเว่ยเองที่ข้างกายของเขานั้นยังมีองค์หญิงที่ตอนนี้กลายเป็นฝ่ายคอยปลอบประโลมชายเว่ยแทนเสียอย่างนั้น "ไม่เป็นไรนะครับองค์หญิง ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี" ชายเว่ยยิ้มสู้ให้กับองค์หญิงก่อนที่นางจะโผกอดชายเว่ย
                                เทียนเหมินได้แต่ขมวดคิ้วฟังเงียบๆ แค่ประชาชนคนธรรมดาอย่างเขาคงไม่มีสิทธิ์ออกเสียงอะไรอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว อย่าให้เขาได้ออกเสียงเลย.. หากพี่ชายเว่ยได้ดีเขาก็ดีใจด้วย แต่ถ้าเป็นเพียงทหารยศเล็กๆ เขาก็ไม่ว่าอะไร เพราะอย่างไรเขาก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้ว
                                ซูเม่ยลองคิดตามที่ไต้เท้าคนนั้นพูดแล้วก็ต้องขอชื่นชมที่ช่างสรรหาเหตุผลต่างๆ ออกมาพูดได้อย่างรวดเร็วและดูหน้าเชื่อถือ แต่หากสำหรับคนที่อยู่ในราชสำนักมานานย่อมต้องรู้ถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้แน่
                               "ตามที่ไต้เท้าเหวินพูดมิถูก เว่ยเส้าเทียนถือว่ามีความชอบแล้วสำหรับตอนนี้ 1)เขาได้ช่วยองค์หญิงโหรวหรานเมืองพันธมิตรต้าฮั่น ถือว่าเป็นความชอบ 2)ดูแลปกป้องคุ้มครององค์หญิงโหรวหรานก็ถือเป็นความชอบ ส่วนเรื่องตระกูลนั้นข้าไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลเว่ยจะกบฏ หากต้าซือหม่าคิดกบฎ ตัวเขาก็มุ่งหวังเป็นฮ่องเต้ แล้วพี่สาวเว่ยจื่อฟูที่เป็นฮองเฮาต้าฮั่น เขาจะนำพี่สาวไปอยู่ตรงไหนล่ะ"
                                "......"ชายเว่ยที่ได้ยินเพียงหนึ่งเสียงที่ไม่มีเสียงไหนกล้าโต้แย้งอย่างองค์ฮ่องเต้แล้ว ถือเป็นสิ่งที่เขานั้นรู้ได้ทั้นทีว่า อย่างน้อย ฟ้าก็ลงเข้าข้างเว่ยอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งอาจจะมีความหวังที่จะได้เป็นแม่ทัพฝ่ายตะวันตกอย่างที่คิดไว้จริงก็เป็นได้
                                เทียนเหมินที่ฟังการถกเถียงของขุนนางราชสำนักรู้สึกไม่ดีกับคำว่า 'กบฏ' เอาเสียมากๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ราวกับว่าเขาเคยถูกยึดอำนาจ หรือทรยศหักหลังมาก่อน มันเป็นเรื่องราวในความฝันที่สมจริงจนเขาแยกไม่ออกว่ามันเป็นความจริงหรือเพียงแค่ความฝันที่ไม่มีความหมายกันแน่
                               ซูเม่ยแอบยกยิ้มออกมาเมื่อมีคนพูดค้านในสิ่งที่ตาเฒ่าคนนั้นพูด นางอยากรู้นักว่าเขาจะยกเอาเหตุผลอะไรมาพูดอีก หากมีแม่น้ำสักสิบสายนางเชื่อเลยว่าตาเฒ่านั้นต้องชักมาทั้งสิบสายเป็นแน่
                               "ทูลฝ่าบาทอย่าลืมกรณีไทเฮาหลี่จื้อ หลังองค์ฮั่นเกาจู่สิ้นพระชนม์ ตระกูลหลี่เข้ามามีอำนาจในราชสำนักจนสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนให้ราชสำนักนับไม่ถ้วน กระหม่อมภักดีด้วยใจจริง เกรงว่าจะช้ำรอยประวัติศาสตร์ ตระกูลเว่ยจะเดินรอยตามตระกูลหลี่พะยะค่ะ"
                               "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองใหม่ด้วย" ขุนนางอีกประมาณ 4-8 ท่านส่งเสียงสนับสนุนไต้เท้าเหวิน
                               "......"สิ่งที่เขานั้นคิดอยู่ในตอนนี้ก็มีเพียงอย่างเดียว คือไอ้ขุนนางพวกนี้ไม่เปิดกว้างกับคนหมู่มากและคนรุ่นใหม่แบบนี้ พวกเขาคิดจะครองความเป็นขุนนางไปตลอดอย่างนี้รึอย่างไร ความจงรักภักดีอันนี้เข้าใจ แต่ถึงกับค้านหลังชนฝา ดื้อด้านแบบนี้ ทั้งๆที่องค์ฮ่องเต้เองก็ทรงตรัสให้เห็นถึงความดีความชอบของเว่ยแล้วแท้ๆ กลับไม่เปิดใจยอมรับ คนพวกนี้ต้องคิดอะไรอยู่เป็นแน่ ถึงได้อ้างเหตุผลร้อยแปดชักแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างแบบนี้
                               เทียนเหมินมองไปยังแผ่นหลังของเว่ยเส้าเทียนที่ยืนอยู่ด้านหน้า ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร
                               นางอยากรู้นักว่าฝ่าบาทจะทำตัดสินพระทัยอย่างไร พระองค์ทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถย่อมต้องมีทางออกอย่างแน่นอน แต่จะเป็นทางไหนก็เท่านั้นเอง
                               "งั้นก็ได้ ข้าจะให้เว่ยเส้าเทียนสร้างความชอบ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เว่ยเส้าเทียนตราแม่ทัพตะวันตกเจ้าฝากไว้ที่ข้าก่อน นี่ถือเป็นงานใหญ่ ข้าขอมอบหมายเจ้าคุ้มครององค์หญิงยรือหลินกุ้ยกลับโหรวหรานอย่างปลอดภัยและค่อยกลับมารับตำแหน่ง หากเจ้าทำสำเร็จจะถือมีผลงานใหญ่"
                               "ฝ่าบา...." ไต้เท้าเหวินทำท่าจะพูด
                               "พอแล้ว!!!" ฮ่องเต้ตรัสเสียงดัง "ข้าตัดสินใจแล้ว!"
                               "เป็นมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท ที่ให้ข้ากระหม่อมได้แสดงความสามารถ" ความปลื้มปิติเอ่อล้นออกมาอย่างหาที่สุดไม่ได้ เพียงแต่ไม่ได้ออกมาทางดวงตา แต่มันเอ่อล้นออกมาจากหัวใจที่มีเพียงดวงเดียวของชายหนุ่มร่างยักษ์ที่นั่งอยู่ท่ามกลางท้องพระโรงแห่งนี้
                                นับว่าเว่ยเส้าเทียนโชคดีที่ดูเหมือนฝ่าบาทจะโปรดปรานเขามิใช่น้อย ทำให้เทียนเหมินที่รู้จักกันมาได้สักพักโล่งใจไปบ้าง แต่ความจริงแล้วเขาควรโล่งใจหรือเปล่า เพราะหากได้เป็นแม่ทัพจริงภารกิจเสี่ยงตายก็คืองานของชายร่างยักษ์คนนั้น
                                ฝ่าบาททรงมีพระปรีชายิ่ง เพราะถ้าหากท่านเว่ยเส้าเทียนสามารถทำสำเร็จ ตาเฒ่าพวกนั้นก็จะไม่มีข้อคัดค้านใดๆ ได้อีก
                                "มาเรื่องชายแดนต่อ ต้าซือหม่า เรื่องด่านอี้เหมินข่าวว่าเช่นไรบ้าง" ฮ่องเต้ตรัสถาม
                                "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอให้เรียนถามทั้งสองพะยะค่ะ" ต้าซือหม่าผายมือไปทางซูเม่ย
                                 เทียนเหมินยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปเพราะว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกนั่นแหล่ะ ชายหนุ่มก็แค่ยืนนิ่งๆ เป็นฉากหลังหล่อๆ ต่อไปเท่านั้นพอ
                               "กราบทูลฝ่าบาท หม่อนฉันได้ช่วยนายทหารผู้หนึ่งไว้ที่เมืองเทียนซุย และเขาได้บอกแก่หม่อมฉันว่า ตอนนี้ชายแดนตะวันตกพบเห็นกองทัพม่อเป่ยเคลื่อนใกล้เข้ามาแล้ว และยังได้ยินว่าม่อเป่ยจะให้ต้าฮั่นยกทัพไปตีโหรวหราน พวกเขาเป็นพวกที่ไล่ล่าองค์หญิงโหรวหรานกับพระมารดาที่มาส่งบรรณาการเพคะ" ซูเม่ยที่จู่ๆ ก็ถูกถามขึ้น รีบรวบรวมสติของตนแล้วบอกเล่าเรื่องราวตามคำบอกเล่าของนายทหารคนนั้นออกมา
                               "......" ชายเว่ยชายตาขวางไปมองหญิงสาวที่ด้านหลัง ถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับองค์หญิง นั่นยิ่งทำให้ภารกิจในครั้งนี้อาจจะใหญ่หลวงกว่าที่เขาคิดไว้มากก็เป็นได้ อาจจะเป็นภารกิจที่ไม่ธรรมดา อาจจะเป็นการทำภารกิจระหว่างสงครามกันเลยก็ว่าได้ และงานนี้ก็คงไม่มีใครอื่นอีกแล้วนอกจากชายเว่ยที่ได้รับภารกิจนี้จากองค์ฮ่องเต้ งานนี้เว่ยจึงต้องทำให้สุดความสามารถที่เขานั้นมีเพื่อให้ภารกิจสำเร็จ และพาองค์หญิงกลับบ้านเกิดอันเป็นที่รักของนาง...

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -6 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Brynhildr Norns
Brynhildr Randgris
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
Brynhildr Hlina
ผ้าคลุมจวี้ม่อ
ต่างหูมาร์เพสซา
เกราะอามุนราห์
บันทึกสื่อจี้เล่มแรก
ธงอินเฟอร์โน่
หน้ากากยักษ์ม่วง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x34
x1
x20
x5
x50
x1
x5
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-10 01:34:50
     "เห็นทีเรื่องนี้เรามิอาจนิ่งดูดายได้ พวกม่อเป่ยมาทางอี้เหมินคราวนี้เกรงจะมีแผนการ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นเมื่อฟังที่ต้าซือหม่าพูดจนจบ
     "กระหม่อมทราบมาว่าบริเวณแถบเหลียงโจวมีกองโจรกลุ่มนึงที่ทำงานเป็นไส้ศึกให้ม่อเป่ยพะยะค่ะ แต่กระหม่อมมิทราบที่ตั้งแน่ชัด + เรื่องนี้อยากเสนอให้ฝ่าบาททรงมีราชโองการประกาศแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจว" เว่ยชิงเสนอความเห็น
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
     "ฝ่าบาทมิได้พะยะค่ะ ต้าซือหม่าพูดเกินจริงไป กระหม่อมได้ส่งคนไปตรวจสอบตามคำร้องเรียนชาวบ้านเมื่อเดือนก่อน แถบเหลียงโจวไม่มีความผิดปกติอันใด ไต้เท้าต้าซือหม่า ท่านต้องการอะไรกันแน่ แม่ทัพตะวันตกมิพอหรอกรึ ถึงเสนอให้ฝ่าบาทตั้งขุนพลเหลียงโจวอีก" ไต้เท้าเหวินพูดค้านขึ้น
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
    "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
    "ต้าซือหม่า แล้วท่านมีหลักฐานอันใดบ้าง?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "กระหม่อมมิได้เห็นมาด้วยตาตัวเอง แต่เป็นซูเทียนเหมินพะยะค่ะ" เว่ยชิงกราบทูลรายงาน
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
    "ซูเทียนเหมิน ว่าเช่นไรรึ?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
    "เป็นเช่นนั้นรึ ต่งอี้เป็นใครทำไมถึงทำเรื่องบังอาจเช่นนี้" ฮ่องเต้ถามขึ้น "แล้วเจ้าลองแจ้งขุนนางในพื้นที่หรือยัง"
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
    "ฝ่าบาทกระหม่อมขอยืนยัน สิ่งที่ต้าซือหม่ากับชาวบ้านผู้นี้กล่าว ไม่เป็นความจริงพะยะค่ะ เหลียงโจวเป็นหัวเมืองที่สงบสุข ชาวบ้านอยู่ดีกินดี ไม่มีโจรซุกชุม" ไต้เท้าเหวินยืนกราน
    "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
    "เอางี้....ไต้เท้าเหวิน เพื่อความชัวร์ข้าจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนเรื่องแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจวข้าจะพักไว้ก่อน ท่านก็คงสบายใจแล้วใช่ไหม" ฮ่องเต้ถามความเห็นอีกฝ่าย
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
    "ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น้อมรับคำสั่งฝ่าบาท กระหม่อมจะรีบส่งคนไปเดี๋ยวนี้" ไต้เท้าเหวินกราบทูล
    "ท่านเหนื่อยมากแล้ว เรื่องคนข้าจะจัดหาเอง" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เอาล่ะต้าซือหม่า ขุนชนะชัยฮั่วชวี่ปิ้ง ข้าขอแต่งตั้ง ฮั่วชวี่ปิ้งเป็นทัพหน้า ต้าซือหม่านำสามเหล่าทัพไปขจัดม่อเป่ยขับไล่ออกให้พ้นด่านอี้เหมิน เว่ยเส้าเทียนนำทหารหนึ่งพันอารักขาองค์หญิงโหรวหรานกลับแคว้น ซูเทียนเหมินและซูเม่ยไปพบข้าที่ห้องทรงอักษรหลังเลิกประชุม"
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย
    "ฝ่าบาททรงพระปรีชา จงพระเจริญหมื่นๆ ปีหมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายกล่าวสรรเสริญ
    "เลิกประชุม" ฮ่องเต้ตรัสก่อนลุกจากบัลลังก์เดินออกด้านข้าง
    "ฝ่าบาทจงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายถวายความเคารพก่อนเดินออกทางประตูหน้าอย่างเป็นระเบียบ
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO @ซูเม่ย

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะแห่งหลานหลิง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x1350
x799
x98
โพสต์ 2017-11-10 12:45:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     "เห็นทีเรื่องนี้เรามิอาจนิ่งดูดายได้ พวกม่อเป่ยมาทางอี้เหมินคราวนี้เกรงจะมีแผนการ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นเมื่อฟังที่ต้าซือหม่าพูดจนจบ
     "กระหม่อมทราบมาว่าบริเวณแถบเหลียงโจวมีกองโจรกลุ่มนึงที่ทำงานเป็นไส้ศึกให้ม่อเป่ยพะยะค่ะ แต่กระหม่อมมิทราบที่ตั้งแน่ชัด + เรื่องนี้อยากเสนอให้ฝ่าบาททรงมีราชโองการประกาศแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจว" เว่ยชิงเสนอความเห็น
     "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO      

     ซูเม่ยที่เมื่อรายงานเรื่องราวต่างๆ ที่ตนพอจะทราบเรียบร้อยก็กลับมาเป็นผู้ฟังที่ดี ยืนฟังเรื่องราวต่อเงียบๆ ถ้าหาหมิมีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับนาง นางก็จะไม่เอ่ยปากออกมาอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นอาจจะโดนเฉือดเฉือนทางวาจาจากตาเฒ่านั่นก็เป็นได้   
     "ฝ่าบาทมิได้พะยะค่ะ ต้าซือหม่าพูดเกินจริงไป กระหม่อมได้ส่งคนไปตรวจสอบตามคำร้องเรียนชาวบ้านเมื่อเดือนก่อน แถบเหลียงโจวไม่มีความผิดปกติอันใด ไต้เท้าต้าซือหม่า ท่านต้องการอะไรกันแน่ แม่ทัพตะวันตกมิพอหรอกรึ ถึงเสนอให้ฝ่าบาทตั้งขุนพลเหลียงโจวอีก" ไต้เท้าเหวินพูดค้านขึ้น
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO
    ซูเม่ยแอบเหลือสายตาขึ้นมองทันทีที่ขุนนางเฒ่าพูดจบ 'มิใช่ว่าท่านจงใจหลับหูหลับตาทำเป็นไม่เห็นหรอกนะ' นางได้แต่ตั้งขอสงสัยในใจ นางไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไร ก็แค่สงสัยขึ้นมาเฉยๆ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงคงเป็นเรื่องใหญ่น่าดู  

    "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
    "ต้าซือหม่า แล้วท่านมีหลักฐานอันใดบ้าง?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "กระหม่อมมิได้เห็นมาด้วยตาตัวเอง แต่เป็นซูเทียนเหมินพะยะค่ะ" เว่ยชิงกราบทูลรายงาน
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO
    ทันทีที่ได้ยินชื่อซูเทียนเหมินนางจึงเหลือบสายตาไปมองชายหนุ่มทันที 'เขาได้ไปเห็น ไปรับรู้อะไรมาบ้างนะ แต่ก็คงจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ๆ' ซูเม่ยคิดในใจพลางยืนฟังนิ่งๆ ต่อ  

    "ซูเทียนเหมิน ว่าเช่นไรรึ?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO  
    ซูเม่ยยืนนิ่งทำตัวราวกับนางนั้นเป็นเสาหินไปเรียบร้อย เรื่องใหญ่เช่นนี้ตัวนางได้เข้ามาเกี่ยวข้องได้ยังไงกันนะ? ถึงนางจะเริ่มเข้าสู่โลกส่วนตัวแล้วแต่หูก็ยังคอยฟังเรื่องราวต่างๆ อยู่ เพราะหากนางโดนถามอะไรขึ้นมาแล้วไม่ได้ยินคงแย่

    "เป็นเช่นนั้นรึ ต่งอี้เป็นใครทำไมถึงทำเรื่องบังอาจเช่นนี้" ฮ่องเต้ถามขึ้น "แล้วเจ้าลองแจ้งขุนนางในพื้นที่หรือยัง"
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO  
    ยิ่งได้ฟังนางก็รู้สึกว่าเรื่องราวครั้งนี้ช่างสับซ้อน และเกี่ยวพันกับหลายๆ ฝ่ายอย่างยิ่ง คงต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะเรื่องราวจะคลี่คลายและจบลงด้วยดี  

    "ฝ่าบาทกระหม่อมขอยืนยัน สิ่งที่ต้าซือหม่ากับชาวบ้านผู้นี้กล่าว ไม่เป็นความจริงพะยะค่ะ เหลียงโจวเป็นหัวเมืองที่สงบสุข ชาวบ้านอยู่ดีกินดี ไม่มีโจรซุกชุม" ไต้เท้าเหวินยืนกราน
    "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO  
    ยังจะคัดค้านอีกอย่างนั้นหรือ? ซูเม่ยรู้สึกปวดขมับขึ้นมาตุบๆ นางไม่รู้หรอกนะว่าขุนนางเฒ่านั่นเป็นใครอยู่ในตำแหน่งใด แต่ความรู้สึกนางตอนนี้รู้สึกขยาดชายผู้นั้นยิ่งนัก   

    "เอางี้....ไต้เท้าเหวิน เพื่อความชัวร์ข้าจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนเรื่องแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจวข้าจะพักไว้ก่อน ท่านก็คงสบายใจแล้วใช่ไหม" ฮ่องเต้ถามความเห็นอีกฝ่าย
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO
    หากนางเป็นฮ่องเต้คงต้องปวดหัวกับขุนนางท่านนี้อย่างมากเป็นแน่ แต่พระองค์ก็ทรงหาทางออกที่ดีได้ หวังว่าตาเฒ่านั้นจะไม่เอ่ยค้านขึ้นมาอีก เพราะถ้าหากไม่ยอมวันนี้ก็คงคุยกันอย่างไม่มีข้อสิ้นสุดเสียที

    "ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น้อมรับคำสั่งฝ่าบาท กระหม่อมจะรีบส่งคนไปเดี๋ยวนี้" ไต้เท้าเหวินกราบทูล
    "ท่านเหนื่อยมากแล้ว เรื่องคนข้าจะจัดหาเอง" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เอาล่ะต้าซือหม่า ขุนชนะชัยฮั่วชวี่ปิ้ง ข้าขอแต่งตั้ง ฮั่วชวี่ปิ้งเป็นทัพหน้า ต้าซือหม่านำสามเหล่าทัพไปขจัดม่อเป่ยขับไล่ออกให้พ้นด่านอี้เหมิน เว่ยเส้าเทียนนำทหารหนึ่งพันอารักขาองค์หญิงโหรวหรานกลับแคว้น ซูเทียนเหมินและซูเม่ยไปพบข้าที่ห้องทรงอักษรหลังเลิกประชุม"
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO
    "เพคะฝ่าบาท" ซูเม่ยรีบย่อตัวตอบรับทันที

    "ฝ่าบาททรงพระปรีชา จงพระเจริญหมื่นๆ ปีหมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายกล่าวสรรเสริญ
    "เลิกประชุม" ฮ่องเต้ตรัสก่อนลุกจากบัลลังก์เดินออกด้านข้าง
    "ฝ่าบาทจงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายถวายความเคารพก่อนเดินออกทางประตูหน้าอย่างเป็นระเบียบ
    "......" @Soup_Dumplings  @KABUTO

    "ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี " ซูเม่ยย่อกายถวายความเคารพฮ่องเต้แล้วรอไปเข้าเฝ้าพร้อมซูเทียนเหมิน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -8 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9
x16
x100
x1
x10
x50
x19
x4
x80
x10

85

กระทู้

422

โพสต์

214748 หมื่น

เครดิต

เงินตำลึง
2147465864
ดีนาเรียส
472
ความหิว
2147483236
แต้มวาสนา
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2017-11-10 13:56:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCXIII


     "เห็นทีเรื่องนี้เรามิอาจนิ่งดูดายได้ พวกม่อเป่ยมาทางอี้เหมินคราวนี้เกรงจะมีแผนการ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นเมื่อฟังที่ต้าซือหม่าพูดจนจบ
     "กระหม่อมทราบมาว่าบริเวณแถบเหลียงโจวมีกองโจรกลุ่มนึงที่ทำงานเป็นไส้ศึกให้ม่อเป่ยพะยะค่ะ แต่กระหม่อมมิทราบที่ตั้งแน่ชัด + เรื่องนี้อยากเสนอให้ฝ่าบาททรงมีราชโองการประกาศแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจว" เว่ยชิงเสนอความเห็น
     เทียนเหมินได้ยินดังนั้นเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะตนเองนั้นก็เคยได้มีประสบการณ์เฉียดกับกลุ่มโจรที่เหลียงโจว เพียงแค่ไม่ได้เจอจังๆ ก็เท่านั้น
     "......" @Soup_Dumplings   
     ซูเม่ยที่เมื่อรายงานเรื่องราวต่างๆ ที่ตนพอจะทราบเรียบร้อยก็กลับมาเป็นผู้ฟังที่ดี ยืนฟังเรื่องราวต่อเงียบๆ ถ้าหาหมิมีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับนาง นางก็จะไม่เอ่ยปากออกมาอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นอาจจะโดนเฉือดเฉือนทางวาจาจากตาเฒ่านั่นก็เป็นได้   
     "ฝ่าบาทมิได้พะยะค่ะ ต้าซือหม่าพูดเกินจริงไป กระหม่อมได้ส่งคนไปตรวจสอบตามคำร้องเรียนชาวบ้านเมื่อเดือนก่อน แถบเหลียงโจวไม่มีความผิดปกติอันใด ไต้เท้าต้าซือหม่า ท่านต้องการอะไรกันแน่ แม่ทัพตะวันตกมิพอหรอกรึ ถึงเสนอให้ฝ่าบาทตั้งขุนพลเหลียงโจวอีก" ไต้เท้าเหวินพูดค้านขึ้น
     เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเทียนเหมินก็หันขวับไปมองใต้เท้าเหวินทันที แม้อยากจะอ้าปากเถียงว่า 'ไม่มีความผิดปกติอะไรกัน เจ้าส่งคนไปสำรวจมาจริงหรือต้องการจะปกปิดอะไรกันแน่?' แต่เขาก็ได้แต่หุบปากลงแล้วแสร้งทำเป็นกระแอมไอออกมา "แค่กๆ"
     "......" @Soup_Dumplings
     ซูเม่ยแอบเหลือสายตาขึ้นมองทันทีที่ขุนนางเฒ่าพูดจบ 'มิใช่ว่าท่านจงใจหลับหูหลับตาทำเป็นไม่เห็นหรอกนะ' นางได้แต่ตั้งขอสงสัยในใจ นางไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไร ก็แค่สงสัยขึ้นมาเฉยๆ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงคงเป็นเรื่องใหญ่น่าดู  
     "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
     "ต้าซือหม่า แล้วท่านมีหลักฐานอันใดบ้าง?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
     "กระหม่อมมิได้เห็นมาด้วยตาตัวเอง แต่เป็นซูเทียนเหมินพะยะค่ะ" เว่ยชิงกราบทูลรายงาน
     เมื่อได้ยินเว่ยชิงพูดเช่นนั้นเขาก็ถึงกับสะอึกขึ้นมาทันที 'ทำไมพ่อเลี่ยงเหลียงรู้ได้ล่ะ? เพราะว่าข้าไอไปตะกี้รึ?'
     "......" @Soup_Dumplings
     ทันทีที่ได้ยินชื่อซูเทียนเหมินนางจึงเหลือบสายตาไปมองชายหนุ่มทันที 'เขาได้ไปเห็น ไปรับรู้อะไรมาบ้างนะ แต่ก็คงจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ๆ' ซูเม่ยคิดในใจพลางยืนฟังนิ่งๆ ต่อ  

     "ซูเทียนเหมิน ว่าเช่นไรรึ?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
    "เอ่อ.. ข้า..." เมื่อฝ่าบาทตรัสถามเทียนเหมินก็อ้ำๆ อึ้งๆ คราวที่แล้วเขาแทบจะไม่ได้พูดอะไรเพราะพูดไม่ได้ 'ข้าควรพูดไงดีฟะ!! ราชาศัพท์ก็แทบไม่รู้สักคำ!!' แต่จะมัวอ้ำๆ อึ้งๆ ก็ไม่ได้ เดี๋ยวฝ่าบาททรงกริ้วขึ้นมาจะจับเขาไปทรมาณเพื่อรีดความจริงออกมา
     "ข้าไม่รู้คำราชาศัพท์ขอเล่าภาษาชาวบ้านก็แล้วกันครับ... คือว่าข้าเคยไปเหลียงโจวสองครั้ง ครั้งแรกระหว่างข้ากำลังเดินทางในป่าแอบเห็นกลุ่มโจรคุยกันว่าจะไปฆ่าหมอคนหนึ่งที่อู่โต๋ว ตอนนั้นข้ากำลังตามหาน้องสาวอยู่เลยเลี่ยงๆ ไปไม่ได้สนใจอะไรมาก พอเข้าเมืองมาแล้วไปรับเพื่อนที่ป่วยอยู่ร้านหมอก็พบว่าร้านถูกรื้อเปิงไปหมด แถมหมอก็ถูกฆ่าพอดีว่าเพื่อนข้าแกล้งตายเลยรอดมาได้" เขาหยุดพักหายใจเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อ
     "ส่วนครั้งที่สอง.. หากฝ่าบาทยังจำได้ข้ากับท่านเคยพบกันครั้งหนึ่ง ตอนนั้นข้าพูดไม่ได้เพราะถูกสะกัดจุดที่คอนั่นก็ฝีมือของโจรกลุ่มนั้นแหล่ะครับ แต่ข้าถูกช่วยหนีออกมาก่อนไม่อย่างนั้นจะถูกส่งไปพบกับหัวหน้าโจรที่ชื่อว่า 'ต่งอี้' และถ้าได้ไปจริงข้าคงตายไปแล้วแน่ๆ"
     "......" @Soup_Dumplings  
     ซูเม่ยยืนนิ่งทำตัวราวกับนางนั้นเป็นเสาหินไปเรียบร้อย เรื่องใหญ่เช่นนี้ตัวนางได้เข้ามาเกี่ยวข้องได้ยังไงกันนะ? ถึงนางจะเริ่มเข้าสู่โลกส่วนตัวแล้วแต่หูก็ยังคอยฟังเรื่องราวต่างๆ อยู่ เพราะหากนางโดนถามอะไรขึ้นมาแล้วไม่ได้ยินคงแย่

     "เป็นเช่นนั้นรึ ต่งอี้เป็นใครทำไมถึงทำเรื่องบังอาจเช่นนี้" ฮ่องเต้ถามขึ้น "แล้วเจ้าลองแจ้งขุนนางในพื้นที่หรือยัง"
     "เอ่อ... ตอนนั้นข้ากับสหายไม่ทันได้คิดน่ะครับเลยไม่ได้แจ้ง พอดีว่าพวกเรารีบหนีกันออกมาจากเหลียงโจวน่ะครับ แต่ได้ยินชาวบ้านคุยกันว่าหัวหน้าโจรที่ชื่อต่งอี้มีอิทธิพลในภาคนั้นพอควรเลย" เทียนเหมินตอบออกไปตรงๆ อย่างนุ่มคนซื่อ (?)
     "......" @Soup_Dumplings
     ยิ่งได้ฟังนางก็รู้สึกว่าเรื่องราวครั้งนี้ช่างสับซ้อน และเกี่ยวพันกับหลายๆ ฝ่ายอย่างยิ่ง คงต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะเรื่องราวจะคลี่คลายและจบลงด้วยดี  

     "ฝ่าบาทกระหม่อมขอยืนยัน สิ่งที่ต้าซือหม่ากับชาวบ้านผู้นี้กล่าว ไม่เป็นความจริงพะยะค่ะ เหลียงโจวเป็นหัวเมืองที่สงบสุข ชาวบ้านอยู่ดีกินดี ไม่มีโจรซุกชุม" ไต้เท้าเหวินยืนกราน
     "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
     "เฮิ่ม..." เทียนเหมินถอนหายใจออกมาพร้อมกับกลอกตามองบนคำรามฮึมฮัมในลำคอ 'จะหาว่าข้าโกหกสินะ ไอ้แก่นี่!' หากจะหาพยานมายืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ยากเลย แต่จากที่เทียนเหมินได้กวาดสายตามองในตอนแรกเขาไม่เห็นเปาอวิ้นเฟยอยู่ในการประชุมว่าราชการด้วยไม่อย่างนั้นถิงเว่ยหนุ่มอาจจะช่วยเป็นพยานยืนยันได้อีกเสียง เมื่อคิดถึงสหายคนนั้นแล้วเขาก็แอบคิดเป็นห่วง 'เจ้านั่นจะโกรธข้าหรือเปล่านะที่เบี้ยวนัด...'    
     "......" @Soup_Dumplings  
     ยังจะคัดค้านอีกอย่างนั้นหรือ? ซูเม่ยรู้สึกปวดขมับขึ้นมาตุบๆ นางไม่รู้หรอกนะว่าขุนนางเฒ่านั่นเป็นใครอยู่ในตำแหน่งใด แต่ความรู้สึกนางตอนนี้รู้สึกขยาดชายผู้นั้นยิ่งนัก   
     "เอางี้....ไต้เท้าเหวิน เพื่อความชัวร์ข้าจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนเรื่องแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจวข้าจะพักไว้ก่อน ท่านก็คงสบายใจแล้วใช่ไหม" ฮ่องเต้ถามความเห็นอีกฝ่าย
     "......" @Soup_Dumplings
     เรื่องแต่งตั้งจะอย่างไรก็แล้วแต่เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่ตอนนี้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่รู้สึกเหม็นหน้าขุนนางเหวินนั่นอย่างบอกไม่ถูกเสียจนอยากจะหักหน้าเสียจริงๆ แต่ก็ทำไม่ได้ด้วยตำแหน่งหน้าที่และอำนาจ อย่างว่า... พ่อค้าตัวเล็กๆ (?) อย่างเขาจะทำอะไรได้
     หากนางเป็นฮ่องเต้คงต้องปวดหัวกับขุนนางท่านนี้อย่างมากเป็นแน่ แต่พระองค์ก็ทรงหาทางออกที่ดีได้ หวังว่าตาเฒ่านั้นจะไม่เอ่ยค้านขึ้นมาอีก เพราะถ้าหากไม่ยอมวันนี้ก็คงคุยกันอย่างไม่มีข้อสิ้นสุดเสียที

     "ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น้อมรับคำสั่งฝ่าบาท กระหม่อมจะรีบส่งคนไปเดี๋ยวนี้" ไต้เท้าเหวินกราบทูล
     "ท่านเหนื่อยมากแล้ว เรื่องคนข้าจะจัดหาเอง" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เอาล่ะต้าซือหม่า ขุนชนะชัยฮั่วชวี่ปิ้ง ข้าขอแต่งตั้ง ฮั่วชวี่ปิ้งเป็นทัพหน้า ต้าซือหม่านำสามเหล่าทัพไปขจัดม่อเป่ยขับไล่ออกให้พ้นด่านอี้เหมิน เว่ยเส้าเทียนนำทหารหนึ่งพันอารักขาองค์หญิงโหรวหรานกลับแคว้น ซูเทียนเหมินและซูเม่ยไปพบข้าที่ห้องทรงอักษรหลังเลิกประชุม"
     "......" @Soup_Dumplings  
     "เพคะฝ่าบาท" ซูเม่ยรีบย่อตัวตอบรับทันที
    'ยังไม่จบเร้อ!!' เทียนเหมินกู่ร้องในใจ แต่เมื่อเห็นว่าซูเม่ยขานรับสั่งเขาก็รีบทำตาม "ครับ"
     "ฝ่าบาททรงพระปรีชา จงพระเจริญหมื่นๆ ปีหมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายกล่าวสรรเสริญ
     "เลิกประชุม" ฮ่องเต้ตรัสก่อนลุกจากบัลลังก์เดินออกด้านข้าง
     "ฝ่าบาทจงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายถวายความเคารพก่อนเดินออกทางประตูหน้าอย่างเป็นระเบียบ
     "......" @Soup_Dumplings  
     "ฝ่าบาทจงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี" เทียนเหมินถวายพระพรตามอย่างที่ขุนนางอื่นๆ ทำกัน ก่อนที่จะยิ้มเจื่อนๆ เมื่อต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ต่อไป...
     "ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี " ซูเม่ยย่อกายถวายความเคารพฮ่องเต้แล้วรอไปเข้าเฝ้าพร้อมซูเทียนเหมิน



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -9 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-10 22:41:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                 "เห็นทีเรื่องนี้เรามิอาจนิ่งดูดายได้ พวกม่อเป่ยมาทางอี้เหมินคราวนี้เกรงจะมีแผนการ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นเมื่อฟังที่ต้าซือหม่าพูดจนจบ
                                 "กระหม่อมทราบมาว่าบริเวณแถบเหลียงโจวมีกองโจรกลุ่มนึงที่ทำงานเป็นไส้ศึกให้ม่อเป่ยพะยะค่ะ แต่กระหม่อมมิทราบที่ตั้งแน่ชัด + เรื่องนี้อยากเสนอให้ฝ่าบาททรงมีราชโองการประกาศแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจว" เว่ยชิงเสนอความเห็น
                                 เทียนเหมินได้ยินดังนั้นเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะตนเองนั้นก็เคยได้มีประสบการณ์เฉียดกับกลุ่มโจรที่เหลียงโจว เพียงแค่ไม่ได้เจอจังๆ ก็เท่านั้น
                                 "......"การวางตัวในแต่ละที่ของเว่ยนั้น อาจจะเปลี่ยนมุมมองของผู้ที่มองของชายหนุ่มจากภายนอกได้ไม่มากน้อย ด้วยท่าทีรอการตัดสินใจของเว่ยเส้าเทียน แม้ว่าใครต่อใครจะคัดค้านตัวของเขา แต่ความใจเย็นทำให้เขานั้นไม่ได้สะทกสะท้านกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น เพียงแค่รู้ว่าตอนนี้องค์หญิงกำลังจะได้กลับบ้าน แค่นั้นก็เขาก็พอใจแล้ว ชายเว่ยยังคงนั่งนิ่งๆอยู่อย่างนั้นต่อไป เพราะถ้าหากเขาลุกแน่นอนว่าจะต้องมีคนที่ตกใจหรือเหวอกันบ้าง ซึ่งเขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
                               ซูเม่ยที่เมื่อรายงานเรื่องราวต่างๆ ที่ตนพอจะทราบเรียบร้อยก็กลับมาเป็นผู้ฟังที่ดี ยืนฟังเรื่องราวต่อเงียบๆ ถ้าหาหมิมีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับนาง นางก็จะไม่เอ่ยปากออกมาอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นอาจจะโดนเฉือดเฉือนทางวาจาจากตาเฒ่านั่นก็เป็นได้   
                              "ฝ่าบาทมิได้พะยะค่ะ ต้าซือหม่าพูดเกินจริงไป กระหม่อมได้ส่งคนไปตรวจสอบตามคำร้องเรียนชาวบ้านเมื่อเดือนก่อน แถบเหลียงโจวไม่มีความผิดปกติอันใด ไต้เท้าต้าซือหม่า ท่านต้องการอะไรกันแน่ แม่ทัพตะวันตกมิพอหรอกรึ ถึงเสนอให้ฝ่าบาทตั้งขุนพลเหลียงโจวอีก" ไต้เท้าเหวินพูดค้านขึ้น
                             เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเทียนเหมินก็หันขวับไปมองใต้เท้าเหวินทันที แม้อยากจะอ้าปากเถียงว่า 'ไม่มีความผิดปกติอะไรกัน เจ้าส่งคนไปสำรวจมาจริงหรือต้องการจะปกปิดอะไรกันแน่?' แต่เขาก็ได้แต่หุบปากลงแล้วแสร้งทำเป็นกระแอมไอออกมา "แค่กๆ"
                             "......" ความเงียบของชายเว่ยนั้น บางทีก็อาจจะเป็นการคิดตริตรองกับสิ่งที่คนอื่นๆนั้นกำลังแสดงหรือความเห็น ว่ามันเป็นเรื่องที่จริงหรือหลอก มากน้อยเพียงใด สิ่งที่อีกฝ่ายนั้นค้านอย่างหลังชนฝานั้นเป็นเรื่องจริงหรือโมเมขึ้นมาเพื่อให้ผู้ฟังนั้นมีความคิดเห็นที่แย้งออกไป ถ้าเป็นเช่นนั้น คงจะไม่ดีเป็นแน่หากวันนึงความจริงได้เปิดเผย
                            ซูเม่ยแอบเหลือสายตาขึ้นมองทันทีที่ขุนนางเฒ่าพูดจบ 'มิใช่ว่าท่านจงใจหลับหูหลับตาทำเป็นไม่เห็นหรอกนะ' นางได้แต่ตั้งขอสงสัยในใจ นางไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไร ก็แค่สงสัยขึ้นมาเฉยๆ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงคงเป็นเรื่องใหญ่น่าดู  
                           "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
                           "ต้าซือหม่า แล้วท่านมีหลักฐานอันใดบ้าง?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
                           "กระหม่อมมิได้เห็นมาด้วยตาตัวเอง แต่เป็นซูเทียนเหมินพะยะค่ะ" เว่ยชิงกราบทูลรายงาน
                            เมื่อได้ยินเว่ยชิงพูดเช่นนั้นเขาก็ถึงกับสะอึกขึ้นมาทันที 'ทำไมพ่อเลี่ยงเหลียงรู้ได้ล่ะ? เพราะว่าข้าไอไปตะกี้รึ?'
                           "......" ชายเว่ยที่นิ่งอยู่นั้นเอง ก็พอจะรู้ว่าทั้งสองที่เข้ามาที่นี่เพราะพวกเขาเองก็มีส่วนและได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อแม่ทัพผู้นี้อยู่บ้าง จึงไม่แปลกหากแทนที่ทั้งสองจะได้รออยู่ด้านนอกอย่างสบายกลับต้องเข้ามาเข้าเฝ้าในท้องพระโรงด้วย ซึ่งเว่ยเองก็พอที่จะเห็นท่าทีและความกดดันที่เผยออกมานั้นด้วย
                          ทันทีที่ได้ยินชื่อซูเทียนเหมินนางจึงเหลือบสายตาไปมองชายหนุ่มทันที 'เขาได้ไปเห็น ไปรับรู้อะไรมาบ้างนะ แต่ก็คงจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ๆ' ซูเม่ยคิดในใจพลางยืนฟังนิ่งๆ ต่อ  

                          "ซูเทียนเหมิน ว่าเช่นไรรึ?" ฮ่องเต้ตรัสถาม
                          "เอ่อ.. ข้า..." เมื่อฝ่าบาทตรัสถามเทียนเหมินก็อ้ำๆ อึ้งๆ คราวที่แล้วเขาแทบจะไม่ได้พูดอะไรเพราะพูดไม่ได้ 'ข้าควรพูดไงดีฟะ!! ราชาศัพท์ก็แทบไม่รู้สักคำ!!' แต่จะมัวอ้ำๆ อึ้งๆ ก็ไม่ได้ เดี๋ยวฝ่าบาททรงกริ้วขึ้นมาจะจับเขาไปทรมาณเพื่อรีดความจริงออกมา
                         "ข้าไม่รู้คำราชาศัพท์ขอเล่าภาษาชาวบ้านก็แล้วกันครับ... คือว่าข้าเคยไปเหลียงโจวสองครั้ง ครั้งแรกระหว่างข้ากำลังเดินทางในป่าแอบเห็นกลุ่มโจรคุยกันว่าจะไปฆ่าหมอคนหนึ่งที่อู่โต๋ว ตอนนั้นข้ากำลังตามหาน้องสาวอยู่เลยเลี่ยงๆ ไปไม่ได้สนใจอะไรมาก พอเข้าเมืองมาแล้วไปรับเพื่อนที่ป่วยอยู่ร้านหมอก็พบว่าร้านถูกรื้อเปิงไปหมด แถมหมอก็ถูกฆ่าพอดีว่าเพื่อนข้าแกล้งตายเลยรอดมาได้" เขาหยุดพักหายใจเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อ
                          "ส่วนครั้งที่สอง.. หากฝ่าบาทยังจำได้ข้ากับท่านเคยพบกันครั้งหนึ่ง ตอนนั้นข้าพูดไม่ได้เพราะถูกสะกัดจุดที่คอนั่นก็ฝีมือของโจรกลุ่มนั้นแหล่ะครับ แต่ข้าถูกช่วยหนีออกมาก่อนไม่อย่างนั้นจะถูกส่งไปพบกับหัวหน้าโจรที่ชื่อว่า 'ต่งอี้' และถ้าได้ไปจริงข้าคงตายไปแล้วแน่ๆ"
                          "......" การผจญภัยของสหายเทียนเหมินเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาแล้วในตอนนี้ มันคือสิ่งที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แม่ทัพเว่ยชิงสามารถแสดงต่อหน้าท้องพระโรงนี้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ เป็นความดีความชอบ และความดีความชอบในท้องพระโรงนั้น ย่อมหมายถึงการปูนบำเหน็ดให้แก่ผู้มีความดีความชอบอย่างแน่นอน
                          ซูเม่ยยืนนิ่งทำตัวราวกับนางนั้นเป็นเสาหินไปเรียบร้อย เรื่องใหญ่เช่นนี้ตัวนางได้เข้ามาเกี่ยวข้องได้ยังไงกันนะ? ถึงนางจะเริ่มเข้าสู่โลกส่วนตัวแล้วแต่หูก็ยังคอยฟังเรื่องราวต่างๆ อยู่ เพราะหากนางโดนถามอะไรขึ้นมาแล้วไม่ได้ยินคงแย่

                          "เป็นเช่นนั้นรึ ต่งอี้เป็นใครทำไมถึงทำเรื่องบังอาจเช่นนี้" ฮ่องเต้ถามขึ้น "แล้วเจ้าลองแจ้งขุนนางในพื้นที่หรือยัง"
                          "เอ่อ... ตอนนั้นข้ากับสหายไม่ทันได้คิดน่ะครับเลยไม่ได้แจ้ง พอดีว่าพวกเรารีบหนีกันออกมาจากเหลียงโจวน่ะครับ แต่ได้ยินชาวบ้านคุยกันว่าหัวหน้าโจรที่ชื่อต่งอี้มีอิทธิพลในภาคนั้นพอควรเลย" เทียนเหมินตอบออกไปตรงๆ อย่างนุ่มคนซื่อ (?)
                                   "......"ชายเว่ยยังคงตั้งใจฟัง และในขณะเดียวกันเขาก็ยังคงดูแลองค์หญิงข้างกายของเขาอยู่ตลอด ซึ่งดูเหมือนตอนนี้นางเองก็จะค่อยๆคลายความกดดันนั้นไปแล้วเรียบร้อย
                                  ยิ่งได้ฟังนางก็รู้สึกว่าเรื่องราวครั้งนี้ช่างสับซ้อน และเกี่ยวพันกับหลายๆ ฝ่ายอย่างยิ่ง คงต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะเรื่องราวจะคลี่คลายและจบลงด้วยดี  

                                  "ฝ่าบาทกระหม่อมขอยืนยัน สิ่งที่ต้าซือหม่ากับชาวบ้านผู้นี้กล่าว ไม่เป็นความจริงพะยะค่ะ เหลียงโจวเป็นหัวเมืองที่สงบสุข ชาวบ้านอยู่ดีกินดี ไม่มีโจรซุกชุม" ไต้เท้าเหวินยืนกราน
                                  "ขอฝ่าบาททรงพิจารณาใหม่ด้วยพะยะค่ะ" ขุนนางอีก 4-8 คน สนับสนุนเสียงไต้เท้าเหวิน
                                  "เฮิ่ม..." เทียนเหมินถอนหายใจออกมาพร้อมกับกลอกตามองบนคำรามฮึมฮัมในลำคอ 'จะหาว่าข้าโกหกสินะ ไอ้แก่นี่!'หากจะหาพยานมายืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ยากเลย แต่จากที่เทียนเหมินได้กวาดสายตามองในตอนแรกเขาไม่เห็นเปาอวิ้นเฟยอยู่ในการประชุมว่าราชการด้วยไม่อย่างนั้นถิงเว่ยหนุ่มอาจจะช่วยเป็นพยานยืนยันได้อีกเสียง เมื่อคิดถึงสหายคนนั้นแล้วเขาก็แอบคิดเป็นห่วง 'เจ้านั่นจะโกรธข้าหรือเปล่านะที่เบี้ยวนัด...'    
                                  "......" ความรำคาญที่เกิดขึ้นจากผู้คนเหล่านั้น ทำเอาชายเว่ยเองถอนหายใจทิ้งยาวๆด้วยความที่เขานั้นไม่สามารถพูดอะไรได้เมื่ออยู่ในที่นี้ในฐานะสามัญชนคนธรรมดา ถึงแม้ว่ากำลังจะได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เขาจึงไม่มีสิทธิอะไรนอกจากนั่งเงียบและรอฟังสิ่งที่ฮ่องเต้หรือใครก็ตามที่พูดกับเขา
                                  ยังจะคัดค้านอีกอย่างนั้นหรือ? ซูเม่ยรู้สึกปวดขมับขึ้นมาตุบๆ นางไม่รู้หรอกนะว่าขุนนางเฒ่านั่นเป็นใครอยู่ในตำแหน่งใด แต่ความรู้สึกนางตอนนี้รู้สึกขยาดชายผู้นั้นยิ่งนัก   
                                 "เอางี้....ไต้เท้าเหวิน เพื่อความแน่ใจข้าจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนเรื่องแต่งตั้งขุนพลเหลียงโจวข้าจะพักไว้ก่อน ท่านก็คงสบายใจแล้วใช่ไหม" ฮ่องเต้ถามความเห็นอีกฝ่าย
                                 "......" นี่อาจจะยังไม่ใช่วาสนาของชายเว่ยที่จะได้เป็นหรือได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินั้นในทันทีหากแต่จะต้องพิสูจน์ฝีมือของตนเองให้บุคคลที่อยู่ตรงหน้าได้เห็นถึงความสามารถและสิ่งที่เว่ยนั้นอยากจะให้ทุกคนได้เห็น และเมื่อถึงตอนนั้นจะไม่มีผู้ใดที่มีข้อกังขากับผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้อย่างแน่นอน สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คืออยู่เฉยๆอย่างใจเย็น ถึงแม้ว่าเขานั้นจะเริ่มไม่ชอบความดื้อด้านไม่ยอมรับผู้อื่นของขุนนางคนนั้นก็ตาม การสงวนท่าทีของชายเว่ยก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เขานั้นดูเป็นคุณหนูในจวนใหญ่มากกว่านายพรานล่าสัตว์ป่ากินเป็นอาหาร
                              เรื่องแต่งตั้งจะอย่างไรก็แล้วแต่เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่ตอนนี้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่รู้สึกเหม็นหน้าขุนนางเหวินนั่นอย่างบอกไม่ถูกเสียจนอยากจะหักหน้าเสียจริงๆ แต่ก็ทำไม่ได้ด้วยตำแหน่งหน้าที่และอำนาจ อย่างว่า... พ่อค้าตัวเล็กๆ (?) อย่างเขาจะทำอะไรได้
                              หากนางเป็นฮ่องเต้คงต้องปวดหัวกับขุนนางท่านนี้อย่างมากเป็นแน่ แต่พระองค์ก็ทรงหาทางออกที่ดีได้ หวังว่าตาเฒ่านั้นจะไม่เอ่ยค้านขึ้นมาอีก เพราะถ้าหากไม่ยอมวันนี้ก็คงคุยกันอย่างไม่มีข้อสิ้นสุดเสียที

                             "ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น้อมรับคำสั่งฝ่าบาท กระหม่อมจะรีบส่งคนไปเดี๋ยวนี้" ไต้เท้าเหวินกราบทูล
                             "ท่านเหนื่อยมากแล้ว เรื่องคนข้าจะจัดหาเอง" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น "เอาล่ะต้าซือหม่า ขุนชนะชัยฮั่วชวี่ปิ้ง ข้าขอแต่งตั้ง ฮั่วชวี่ปิ้งเป็นทัพหน้า ต้าซือหม่านำสามเหล่าทัพไปขจัดม่อเป่ยขับไล่ออกให้พ้นด่านอี้เหมิน เว่ยเส้าเทียนนำทหารหนึ่งพันอารักขาองค์หญิงโหรวหรานกลับแคว้น ซูเทียนเหมินและซูเม่ยไปพบข้าที่ห้องทรงอักษรหลังเลิกประชุม"
                            "......" ชายเว่ยประสานมือคำนับอย่างนอบน้อมก่อนที่จะลุกขึ้นอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้ใครๆในที่นี้ตกใจเมื่อเขาลุกขึ้น
                            "เพคะฝ่าบาท" ซูเม่ยรีบย่อตัวตอบรับทันที
                            'ยังไม่จบเร้อ!!' เทียนเหมินกู่ร้องในใจ แต่เมื่อเห็นว่าซูเม่ยขานรับสั่งเขาก็รีบทำตาม "ครับ"
                            "ฝ่าบาททรงพระปรีชา จงพระเจริญหมื่นๆ ปีหมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายกล่าวสรรเสริญ
                            "เลิกประชุม" ฮ่องเต้ตรัสก่อนลุกจากบัลลังก์เดินออกด้านข้าง
                            "ฝ่าบาทจงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี" ขุนนางทั้งหลายถวายความเคารพก่อนเดินออกทางประตูหน้าอย่างเป็นระเบียบ
                           "...ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี"ชายเว่ยพร้อมกับองค์หญิงฯถวายความเคารพก่อนที่จะแยกจากสหายและเดินออกจากท้องพระโรงเพื่อเริ่มแผ่นการไปส่งองค์หญิงให้ถึงแคว้นโหรวหรานอย่างปลอดภัย
                          "ฝ่าบาทจงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี" เทียนเหมินถวายพระพรตามอย่างที่ขุนนางอื่นๆ ทำกัน ก่อนที่จะยิ้มเจื่อนๆ เมื่อต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ต่อไป...
                          "ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี " ซูเม่ยย่อกายถวายความเคารพฮ่องเต้แล้วรอไปเข้าเฝ้าพร้อมซูเทียนเหมิน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -9 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Brynhildr Norns
Brynhildr Randgris
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
Brynhildr Hlina
ผ้าคลุมจวี้ม่อ
ต่างหูมาร์เพสซา
เกราะอามุนราห์
บันทึกสื่อจี้เล่มแรก
ธงอินเฟอร์โน่
หน้ากากยักษ์ม่วง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x34
x1
x20
x5
x50
x1
x5

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-5-24 04:04

ขึ้นไปด้านบน