ดู: 95|ตอบกลับ: 4

{ เมืองฉางอัน } จวนพ่อครัวเอกแห่งแผ่นดิน | อี้ หาน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-6-10 21:41:33 |โหมดอ่าน





จวนพ่อครัวเอกแห่งแผ่นดิน


{ นครฉางอัน }








【จวนสกุลอี้】
จวนหลังนี้ได้รับพระราชทานโดยฮ่องเต้ ภายหลังอี้หานสร้างคุณูปการต่อแผ่นดิน
นอกจากฝีมือการทำอาหารเป็นที่เลื่องลือแล้ว ด้านอื่นๆ ก็รอบรู้ไม่แพ้กัน
เพื่อเด็กยากไร้ได้มีที่ศึกษาเล่าเรียน เขาเดินทางสร้างสำนักศึกษาหลวงทั่วทิศ
พออายุมากขึ้นเขากับลูกศิษย์จึงกลับมาที่นครหลวงเพื่อช่วยเหลือแผ่นดินต่อไป




เจ้าของจวน

อี้ หาน ประวัติเพิ่มเติม











คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-6-10 23:53:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เรื่องไม่คาดคิด }
61
พ่อครัวอันดับหนึ่งแห่งต้าฮั่น



          ดรุณีสาวในอาภรณ์สีดำตัดแดง มือนึงถือตำรารวมกวี อีกมือประคองร่างของสตรีสูงศักดิ์อย่างพี่สาวหลาน นัยน์ตาหลุบมองตัวอักษรในตำรา โดยที่ก็นำพาคนข้างกายเดินเล่นเดินชมรอบจวน โดยมีนกแก้วสีแดงบินตามอยู่ไม่ห่าง พร้อมด้วยเหล่านางกำนัลที่ต่างก็ต้องคอยติดตามพี่สาวหลาน แม้ว่าจะไม่ได้มองทางแต่ไป๋อวี้ก็ยังก้าวเดินได้อย่างแม่นยำเหมือนความเคยชิน เผยให้เห็นว่าตลอดมานางเดินเตร่ในจวนเป็นร้อยรอบก็คงได้แล้ว จึงได้ชำนาญเส้นทางมากถึงขนาดนี้

          “ จะว่าไปแล้วพี่สาวหลานทั้งงดงาม ซ้ำแล้วยังมากความสามารถ น้องเริ่มไม่แปลกใจหากพี่ชายหลิวจะเป็นห่วงพี่สาวมากขนาดนี้ “ น้ำเสียงนุ่มใสเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางที่ปิดสนิทมานาน สายลมแผ่วพัด กับกลิ่นดอกหวานของดอกท้อ ทำให้การเดินทางครั้งนี้ปลอดโปร่ง แม้ว่าจะต้องสู้กับแสงอรุณอันร้อนแรง ที่นางเลือกเอ่ยเช่นนี้ก็เพราะไม่อยากให้สองผู้สูงศักดิ์เข้าใจผิด คนสองคนอยู่ด้วยกัน มองไม่เห็นความรู้สึกของแต่ละคน แต่คนกลางย่อมต้องเห็น ดังนั้นเอ่ยปากช่วยสักนิด ก็ถือว่าตอบแทนบุญคุณเรื่องที่อยู่อาศัย

หลิงหลาน


          “ ท่านล้อน้องเล่นแล้วพี่สาวหลาน “ ไป๋อวี้เลิกคิ้วขึ้น พลางหันไปตามการประคองของผู้เป็นหวางเฟย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ยกมือขึ้นจับสองมือของพี่สาวหลานให้จับแขนนางเหมือนเคยเป็นการประคอง น้ำเสียงนุ่มเอ่ยติดตลกอยู่พอควร ในเมื่อนึกดูตามคำพูดของพี่สาวหลาน แสดงว่าซิ่วจู๋ต้องเคยพูดในเรื่องพวกนี้บ่อยพอควร นางเห็นสิ่งใด นางก็เอ่ยสิ่งนั้น มีคนสองคนพูดให้พี่สาวหลานฟังขนาดนี้ ก็ได้แต่หวังว่ามันจะไปสะกิดความคิดของสตรีสูงศักดิ์ข้างกายได้บ้าง

หลิงหลาน

          “ น้องเห็นสิ่งใดน้องก็เอ่ยมาตามนั้น “ พูดเสริมนิดๆหน่อยๆให้พอสงสัยได้บ้าง ก่อนจะปิดตำรารวมกวีในมือ และช่วยใช้ตำราพัดเบาๆสร้างลมให้แก่คนข้างกาย เกี๊ยวในวันนี้รสชาตินับว่าอร่อยล้ำ มากกว่าตอนนางมีโอกาสได้ทานที่ผู๋หยาง ไม่สิ จะเรียกว่าอร่อยเกินกันมันก็คงไม่ได้ เรียกว่าอร่อยแต่ต่างความรู้สึก คงจะตรงกว่า “ เกี๊ยวที่พี่สาวทำอร่อยเลิศล้ำ หากท่านคิดเปิดร้านอาหาร ข้ามั่นใจว่าร้านท่านต้องประสบความสำเร็จมากเป็นแน่ “

หลิงหลาน


          นางเริ่มไม่แปลกใจกับความร่ำรวยเงินทองของพี่สาวหลาน เมื่อได้ฟังถึงเรื่องราวกิจการในเจียงหลิง จะว่าไปนางก็พอจะได้ยินเรื่องราวของเจียงหลิงมามาก หมายมั่นว่าในใจว่าสักวันคงต้องไปเยือนให้ถึง ยิ่งมีกิจการที่พี่สาวหลานเปิดเอาไว้ นางยิ่งต้องไปเห็นกับตาสักครั้ง ไป๋อวี้นั่งลงตรงข้ามกับผู้เป็นหวางเฟย รับฟังข้อวิเคราะห์ที่พี่สาวหลานเอ่ยต่างจากผู้อื่น สำหรับตัวนางที่ประสบการณ์ทางด้านการชิมอาหารไม่ได้มีมากล้ำก็ย่อมมองว่าเท่านี้อร่อยแล้ว

          แต่เมื่อพี่สาวหลานเอ่ยแย้งขึ้นมา นางก็เริ่มคิด หากมีเกี๊ยวที่แผ่นแป้งบางกว่านี้ รสชาติและรสสัมผัสย่อมยากจะเปรียบได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจของสตรีที่เข้าครัวอยู่บ้าง เพื่อหาความรู้ใส่ตัว ไว้เอาชีวิตรอดในอนาคต ผู้รอบรู้ที่พี่สาวหลานพูดถึงนางย่อมไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด และไม่กล้าคาดเดา ได้แต่เก็บตำรารวมกวีเข้าชายแขนอาภรณ์ และเอ่ยตอบแผ่วเบา “ หากพี่สาวหลานคิดว่าเขาอาจจะช่วยเหลือได้ ก็คงต้องลองไปดู.. ไม่ทราบว่าคนผู้นั้นคือ ? “

หลิงหลาน


          ไป๋อวี้ประสานมือย่อลงอำลาผู้เป็นหวางเฟยที่ก้าวเดินจากไป ดูๆแล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไรหากนางจะไปด้วย ดังนั้นจึงเลือกเดินกลับเมิ่งเหยาพร้อมกับนกแก้วตัวจ้อยที่กางปีกบินตามมาตลอดทาง เมิ่งเหยายังคงสงบเงียบราวไร้ผู้คน ดรุณีสาวในอาภรณ์สีดำตัดแดงก้าวขาเข้าไปในห้องพักเพื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ จากหญิงสาวในชุดสีเข้ม กลับแปรเปลี่ยนเป็นดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อน ด้วยผ้าที่ดูโปร่งสบาย และดูเป็นทางการมากขึ้น เหมาะแก่การไปพบปะผู้อาวุโส

          เส้นผมนุ่มสลวยถูกแสกกลางและรวบผมมวยสูงไว้กลางศีรษะเพียงครึ่ง ประดับด้วยปิ่นเรือนหยกสลักดอกฝูหรงที่เป็นพี่สาวหลานช่วยเลือก แลดูเรียบง่าย แต่ก็งดงามและหรูหรา เนื่องด้วยไม่รู้ว่าจะต้องไปทำสิ่งใดบ้าง จึงเลือกหยิบตำรารวมกวีเก็บเข้าชายแขนอาภรณ์ พร้อมด้วยนกหวีดขนาดพกพาที่เอาไว้เรียกเจ้าตัวจ้อยได้เสมอ ยังมีพัดเจ๋อซานที่หยิบติดมือมาด้วย พร้อมด้วยถุงผ้าแพรที่นางยัดสารพัดของทั้งจำเป็นไม่จำเป็น หันมาก็พลันพบเห็นรูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา จึงย่อกายลงสักการะอย่างที่เคย

          เคลื่อนย้ายกายไปหน้าจวน ก็จำต้องผ่านสายตาของสาวใช้ นางกำนัลน้อยใหญ่ที่ก็ลอบมองนางด้วยความแปลกตา อาจจะเพราะไม่คุ้นชินกับนางที่แต่งตัวแลดูสุภาพมากเป็นพิเศษ ถึงได้สนใจกับขนาดนั้น ว่าแล้วไม่นาน ที่หน้าจวนก็ปรากฏร่างของดรุณีสาวผู้ที่กางพัดเจ๋อซานไว้ระดับอก เพื่อมาหาสตรีสูงศักดิ์

หลิงหลาน



          จวนพ่อครัวเอกแห่งแผ่นดิน ป้ายนี้ดูแล้วย่อมเป็นป้ายพระราชทาน ทำให้ไป๋อวี้ลอบยิ้มขึ้นมาแผ่วเบา นับได้ว่าช่างเข้าใจประทานนามนี้ยิ่งนัก อาศัยช่วยประคองพี่สาวหลานมาตลอดนับตั้งแต่ขึ้นรถม้าลงรถม้าจนเข้ามาได้ถึงด้านในจวน กวาดสายตามากไปก็คงเป็นการล่วงเกิน จึงได้แต่รักษากิริยาที่พองามแต่ก็ยังพอสำรวจดูโดยรอบได้อย่างไม่จาบจ้วง ในมือก็ลูบรูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง ไม่นานนักบุรุษผู้สวมใส่อาภรณ์นิลปักลายเรียบง่ายก็เคลื่อนย้ายตัวมาต้อนรับพี่สาวหลาน

หลิงหลาน


            “ฮะๆ คงจะเป็นแม่นางผู้นี้สินะ ไม่เป็นไร… ปกติในจวนมีกันอยู่ไม่กี่คนค่อนข้างจะเงียบเหงา” เมื่อบุรุษผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาทำให้พบว่ารูปลักษณ์จัดว่าไม่ธรรมดา โครงหน้าดั่งหยกคิ้วเข้มและเบ้าตาคมกริบ ดีที่รอยยิ้มดูอบอุ่นเป็นกันเองอยุ่มากเทียบกับลักษณะของเขา


          ไป๋อวี้ในฐานะผู้ติดตามนางจึงย่อกายลงเล็กน้อยและเผยรอยยิ้มเบาบางเอาไว้ อาศัยฟังจากพี่สาวหลาน คนผู้นี้ย่อมต้องเป็นศิษย์พี่ของสตรีสูงศักดิ์ข้างกายไม่ผิดแน่ ก็ว่าอยู่เงียบๆ แต่พอพี่สาวหลานเอ่ยถึงตัวนาง ก็มิพ้นต้องเอ่ยแสดงตัวสักน้อยให้อีกฝ่ายพอทราบ “ คงต้องรบกวนคุณชายฟู่ช่วยแนะนำแล้ว “ ไม่พูดเปล่า ดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อน เงยใบหน้าขึ้นมองผู้มารับด้วยความใจเย็น ด้วยท่าทาง น้ำเสียง บ่งบอกถึงความเป็นมิตรและใจเย็นอยู่ไม่น้อยเลย ว่าแล้วก็วาดรอยยิ้มอ่อนน้อมพร้อมด้วยความใจเย็นตอบกลับไปบ้าง ถือเป็นการเริ่มต้นที่ก็เรียกได้ว่าดี

หลิงหลาน


        ภายในจวนของพ่อครัวเอกของแผ่นดินนั้น เรียบง่ายแต่ก็แฝงด้วยความน่าสนใจ รอบข้างอาจจะดูรกเนื่องด้วยไม้เลื้อย หรือหญ้าที่สูงกว่าปกติ แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าคนที่อยู่ในจวนนี้ย่อมมีไม่มากนัก ดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อนประคองผู้เป็นหวางเฟยไปพร้อมกับสายตาที่มองรอบข้างด้วยความสนใจ ก้าวเดินอย่างพอดี ไม่ช้าและไม่เร็ว พอที่จะสร้างระยะห่างกับผู้นำทางได้พอที่ควร ซ้ำแล้วยังมีเวลาให้นางได้มองสำรวจตามที่ใจต้องการ

หลิงหลาน


            ได้แต่รับฟังคำสนทนามาสักพัก พี่สาวเรียกขานชายวัยกลางคนที่ดูมากด้วยความรู้ว่าอาจารย์ก็ทำให้นางเริ่มสนใจอยู่บ้าง ในยามที่มีชื่อนางอยู่ในบทสนทนา ไป๋อวี้ก็วาดรอยยิ้มเบาบางไว้บนใบหน้า ให้ไม่ดูแข็งกระด้างเกินไป สื่อถึงความอ่อนน้อมอยู่ไม่น้อย น้ำเสียงใสเอ่ยอย่างมั่นใจแต่ก็ยังไม่ถือว่ามากจนเกินงาม “ เคยได้ยินได้ฟังชื่อเสียงของพ่อครัวอันดับหนึ่งแห่งต้าฮั่นมาไม่น้อย ครั้งนี้ได้พบตัวจริงนับว่าเป็นเกียรติของผู้น้อยยิ่งนัก “

          “ ผู้น้อยขอคาราวะผู้อาวุโสอี้ “ ประสานมือและย่อกายทำความเคารพอย่างเคยชิน คนตรงหน้าเป็นถึงพ่อครัวอันดับหนึ่ง ตัวนางที่มีฝีมือการทำอาหารเพียงน้อยนิดย่อมต้องเลื่อมใสในผู้เก่งกาจ เนื่องจากศาสตร์การทำอาหาร ไม่นับว่ายาก แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าง่าย ผู้ที่จะเป็นอันดับหนึ่งได้ ก็ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือ ยากที่จะมีผู้ใดเทียบ “ คงต้องขอรบกวนให้ผู้อาวุโสช่วยชี้แนะแล้ว “ นางมาที่นี้เนื่องด้วยตัวเองก็อยากจะรู้ว่าสิ่งที่พี่สาวหลานตั้งใจจะมาปรึกษานั้นจะได้คำตอบออกมาเยี่ยงไร จึงไม่ต่างกับตัวนางเอง ก็ต้องการชี้แนะเช่นกัน

หลิงหลาน


          นางมีหน้าที่ช่วยส่งมอบของที่พี่สาวหลานตระเตรียมเอาไว้ ดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อน เอี้ยวตัวรับบะหมี่เนื้อวัวที่ดูก็รู้ว่าทำมาอย่างประณีตและตั้งใจ ช้อนตามองพี่สาวหลานเล็กน้อย ครั้งนึกถึงบะหมี่เนื้อวัวแล้ว นางก็นึกถึงสมัยเอาของกินไปให้พี่ชายหลิวบ่อยๆแลกกับการที่เขาช่วยแนะนำการเดินหมากให้นาง ไป๋อวี้ลูบชามบะหมี่อย่างแผ่วเบา และหันนำบะหมี่เนื้อวัวชามโตที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นให้กับคุณชายฟู่ ที่เป็นถึงศิษย์คนโตของผู้อาวุโสอี้ “ ส่วนนี้พี่สาวหลานเตรียมไว้ให้ท่าน “ เปิดปากบอกพอเป็นพิธี ก่อนจะส่งรอยยิ้มจางๆไปให้ และย่อกายลงเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายรับของจากมือนางไป

          “ช่างเป็นสองเด็กสาวที่รู้กาลควรมิควรจริงๆ ฮ่าๆ อาโฉวเจ้าดูสิ ศิษย์น้องของเจ้าไม่ทันไรก็เริ่มเอาใจอาจารย์เสียแล้ว แบบนี้ภายในเดือนหนึ่งข้าจะอดใจไม่ถ่ายทอดตำรับลับแก่นางได้อย่างไรไหว” ชี้นิ้วไปยังของกำนัลที่ทำขึ้นเองแล้วร้องว่าดี พ่อครัวแอกส่งยิ้มพึงพอใจบรรยากาศเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น

          “นั่นสิครับท่านอาจารย์ ต้องขอบพระทัยหวงโฮ่วที่ทำให้ข้าได้มีโอกาสสัมผัสกับความรุ้สึกที่ว่าเมื่อมีศิษย์น้องแล้ว มันดีอย่างนี้นี่เอง” พยักหน้าคล้อยตามไม่เห็นแย้ง ชายหนุ่มช่วยรับของไปจัดวางไว้บนโต๊ะ หันมากล่าวกับดรุณีที่ช่วยส่ง “ขอบคุณศิษย์น้องหลาน แม่นางเหมย”

หลิงหลาน


          เสียงฮาร์ปที่ชวนแจ่มใส กับอาหารเลิศรสที่มีพี่สาวหลานเป็นผู้ทำ บรรยากาศโดยรอบล้วมแล้วแต่ส่งเสริมให้ผู้อาวุโสอี้และคุณชายฟู่ ที่ได้ลิ้มลองของอร่อยต่างก็ผ่อนคลาย ซ้ำแล้วยังเอ่ยปากชื่นชม ใช้เวลาไม่มากกับการทดลองทานแต่ละสิ่ง โดยมีทั้งตัวพี่สาวหลาน และตัวนางคอยสังเกตุการตอบสนองต่อรสชาติโดยใกล้ชิด เมื่อเห็นว่ารอบข้างต่างก็เงียบ สุดท้ายไป๋อวี้ก็เอ่ยเปิดประเด็นที่ต้องการจะปรึกษาขึ้นด้วยตนเองเสียเลย “ ผู้อาวุโสอี้ ไม่ทราบว่าเกี๊ยวที่ท่านได้ทดลองทานไปเมื่อครู่ ควรจะปรับลด หรือเพิ่มสิ่งใดบ้าง “

          ชายวัยกลางคนผู้รอบรู้เผยรอยยิ้มและเอ่ยตอบด้วยความชื่นชม “ รสชาตินั้นนับว่าล้ำเลิศสมกับเป็นฝีมือของศิษย์ข้า เพียงแต่ตัวแป้ง ในการห่อ หากสามารถทำให้บางได้กว่านี้ ก็จะช่วยเสริมในเรื่องของรสชาติใส่ให้เด่นขึ้น เนื่องจากตัวแป้งของเกี๊ยวที่เจ้านำมานั้นหนาไป ทำให้สัมผัสแรกที่รู้สึกแทนที่จะเป็นใส้เกี๊ยว แต่ดันเป็นแป้งเกี๊ยว หากแก้ในส่วนนี้ได้ เกี๊ยวนี้ก็จะถือว่าสมบูรณ์แบบ “

          หากมีสมุดพร้อมด้วยพู่กันให้นาง ยามนี้คงจะเห็นไป๋อวี้นั่งเขียนตามที่ผู้อาวุโสเอ่ยยิกๆแล้ว แต่เนื่องด้วยที่มันไม่มี จึงได้แต่พยักหน้ารับฟัง และจำให้ขึ้นใจ เอาไว้ช่วยเตือนพี่สาวหลานหากสตรีสูงศักดิ์ข้างกายนางนึกลืมเลือนขึ้นมา ว่าแล้วดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อนก็ประสานมือและก้มหัวลง “ ขอบคุณผู้อาวุโสอี้ที่ชี้แนะ ผู้น้อยและพี่สาวหลานจะลองนำคำแนะนำของท่านไปปรับปรุง “

          เท่านี้ก็เหลือแต่รอพี่สาวหลานทดลองทำเกี๊ยวรอบใหม่แล้ว.. รอแค่นั้นจริงๆ

เปิดใช้ทุกอย่างที่เปิดได้
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา + รูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง + บะหมี่เนื้อวัว - ฟู่โฉว



แสดงความคิดเห็น

(( สถานะ : แช่แข็ง ))  โพสต์ 2020-6-11 01:14
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ฟู่ โฉว { ศิษย์ผู้รอบรู้อี้หาน | สายหลักการขุนนาง } เพิ่มขึ้น 43 โพสต์ 2020-6-11 01:11
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ อี้ หาน เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2020-6-11 01:10
(( รออีเว้นท์การเดินทางของอี้หาน สถานะ ไม่สามารถไปไหนได้จนกว่าจะโรลรับหรือปฏิเสธอีเว้นท์ - จัดส่งกลางวัน ))  โพสต์ 2020-6-11 01:09
คุณได้รับ +20 คุณธรรม --3 ความชั่ว +15 ความโหด โพสต์ 2020-6-11 00:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -36 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสือดาวนัสเคียร์
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
โคมกระต่ายหยกตำหนักจันทร์
พัดมยุรามรกต
พู่หยกเฟยตันฉีหลิง
กำไลลู่เหลียนหรง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x200
x45
x4
x20
x10
x3
x1
x2
x20
x25
x16
x4
x29
x2
x147
x1
x10
x20
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x2
x100
x100
x100
x100
x1
x1
x25
x50
x1
x1
x2
x531
x6
x1
x3
x4
x2
x2
x42
x14
x150
x5
x320
x100
x1
x1
x1
x10
x63
x40
x10
x4
x1
x20
x18
x185
x44
x226
x10
x10
x293
x7
x100
x390
x12
x36
x50
x8
x5
x18
x10
x148
x6
x4
x2
x1
x100
x100
x120
x2
x2
x333
x50
x200
x6558
x773
x226
x100
x15
x200
x3
x4
x100
x200
x4
x200
x2
x1
x4
x1
x2
x10
x15
x10
x2
x30
x20
x2
x80
x34
x70
x210
x200
x20
x3
x50
x200
x1
x50
x457
x7
x174
x60
x100
x22
x350
x226
x920
x130
x1
x15
x1
x1
x114
x2
x100
x2
x5
x2
x1
x100
x1
x10
x1
x16
x1
x2
x20
x5
x4
x140
x22
x7
x8
x2
x70
x1
x2
x1
x332
x15
x5
x4
x13
x3
x1
x215
x30
x368
x30
x22
x269
x20
x1015
x96
x502
x2380
x2
x5
x502
x40
x300
x2200
x100
x100
x100
x230
x1300
x15
x1
x10
x45
x20
x70
x53
x160
x225
x6
x764
x50
x350
x20
x45
x50
x2
x1
x120
x140
x40
x85
x7
x32
x290
x12
x125
x37
x1
x55
x150
x2000
x64
x32
x89
x8000
x9999
x8000
x100
x2
x1738
x540
x88
x90
x69
x30
x135
x67
x49
x221
โพสต์ 2020-6-10 23:54:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น้ำผึ้งพระจันทร์ฉบับราชโองการ
1875
เยี่ยมอาจารย์อย่างมีชั้นเชิง
               
          ดรุณีสาวในอาภรณ์สีดำตัดแดง มือนึงถือตำรารวมกวี อีกมือประคองร่างของสตรีสูงศักดิ์อย่างพี่สาวหลาน นัยน์ตาหลุบมองตัวอักษรในตำรา โดยที่ก็นำพาคนข้างกายเดินเล่นเดินชมรอบจวน โดยมีนกแก้วสีแดงบินตามอยู่ไม่ห่าง พร้อมด้วยเหล่านางกำนัลที่ต่างก็ต้องคอยติดตามพี่สาวหลาน แม้ว่าจะไม่ได้มองทางแต่ไป๋อวี้ก็ยังก้าวเดินได้อย่างแม่นยำเหมือนความเคยชิน เผยให้เห็นว่าตลอดมานางเดินเตร่ในจวนเป็นร้อยรอบก็คงได้แล้ว จึงได้ชำนาญเส้นทางมากถึงขนาดนี้

          “ จะว่าไปแล้วพี่สาวหลานทั้งงดงาม ซ้ำแล้วยังมากความสามารถ น้องเริ่มไม่แปลกใจหากพี่ชายหลิวจะเป็นห่วงพี่สาวมากขนาดนี้ “ น้ำเสียงนุ่มใสเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางที่ปิดสนิทมานาน สายลมแผ่วพัด กับกลิ่นดอกหวานของดอกท้อ ทำให้การเดินทางครั้งนี้ปลอดโปร่ง แม้ว่าจะต้องสู้กับแสงอรุณอันร้อนแรง ที่นางเลือกเอ่ยเช่นนี้ก็เพราะไม่อยากให้สองผู้สูงศักดิ์เข้าใจผิด คนสองคนอยู่ด้วยกัน มองไม่เห็นความรู้สึกของแต่ละคน แต่คนกลางย่อมต้องเห็น ดังนั้นเอ่ยปากช่วยสักนิด ก็ถือว่าตอบแทนบุญคุณเรื่องที่อยู่อาศัย

           ทานเกี้ยวเสร็จแล้วก็มาเดินเล่นย่อยอาหารตามประสาคนติดจวน หรุณีผมเงินเลี่ยงแดดจัดอาศัยเส้นทางระเบียงโถง ใจลอยพลางๆ คำนวนว่าปริมาณซีอิ้ววันนี้ใส่มากหรือน้อยเกินไป เหตุใดรสชาติยังห่างไกลจากร้านที่นางเคยไปทานกับท่านข่านเฉินผาน

           “หืม… ซิวจู๋เหตุใดวันนี้ใบหน้าเจ้าคล้ายน้องเหมยยิ่ง” ฟังคำของอีกฝ่ายแล้วพาลให้นึกถึงใครอื่นไม่ได้จริงๆ หลิงหลานถึงขนาดใช้สองมือประคองจับใบหน้านุ่มนั้นพลิกซ้ายพลิกขวา  ราวกับจะสำรวจว่าเป็นนางกำนัลที่พระสนมส่งมาหรือเปล่า “หน้ากากอันใดทำออกมาได้คล้ายขนาดนี้”

          “ ท่านล้อน้องเล่นแล้วพี่สาวหลาน “ ไป๋อวี้เลิกคิ้วขึ้น พลางหันไปตามการประคองของผู้เป็นหวางเฟย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ยกมือขึ้นจับสองมือของพี่สาวหลานให้จับแขนนางเหมือนเคยเป็นการประคอง น้ำเสียงนุ่มเอ่ยติดตลกอยู่พอควร ในเมื่อนึกดูตามคำพูดของพี่สาวหลาน แสดงว่าซิ่วจู๋ต้องเคยพูดในเรื่องพวกนี้บ่อยพอควร นางเห็นสิ่งใด นางก็เอ่ยสิ่งนั้น มีคนสองคนพูดให้พี่สาวหลานฟังขนาดนี้ ก็ได้แต่หวังว่ามันจะไปสะกิดความคิดของสตรีสูงศักดิ์ข้างกายได้บ้าง

          ส่งเสียงในลำคออย่างผ่อนคลายเหมือนแมวเกียจคร้าน “หืม… ก็หากว่าไม่ใช่ใยจึงพูดจาราวกับถอดพิมพ์เดียวกันเล่า”

          “ น้องเห็นสิ่งใดน้องก็เอ่ยมาตามนั้น “ พูดเสริมนิดๆหน่อยๆให้พอสงสัยได้บ้าง ก่อนจะปิดตำรารวมกวีในมือ และช่วยใช้ตำราพัดเบาๆสร้างลมให้แก่คนข้างกาย เกี๊ยวในวันนี้รสชาตินับว่าอร่อยล้ำ มากกว่าตอนนางมีโอกาสได้ทานที่ผู๋หยาง ไม่สิ จะเรียกว่าอร่อยเกินกันมันก็คงไม่ได้ เรียกว่าอร่อยแต่ต่างความรู้สึก คงจะตรงกว่า “ เกี๊ยวที่พี่สาวทำอร่อยเลิศล้ำ หากท่านคิดเปิดร้านอาหาร ข้ามั่นใจว่าร้านท่านต้องประสบความสำเร็จมากเป็นแน่ “

           “อย่างนั้นหรือจ้ะ เจ้านี่ช่างเข้าใจพูดให้ผู้อื่นยินดีนักเชียว.. อันที่จริงพี่สาวมีกิจการที่เจียงหลิงเป็นเหลาประจำเมือง นั่งทานอาหารเลิศรสชมทิวทัศน์ริมน้ำฉางเจียงบนหอสูงหกชั้น”

           ร่างเน่งน้อยยังคงเดินนวยนานต่อไป วนไปวนมาในสวนจนเบื่อหน่ายก็พากันนั่งพักเสียที่โต๊ะม้าหินอ่อน รับเอาพัดกลมที่นางออกแบบเองมาจากสาวใช้โบกไปมาคลายร้อน “น้องสาวคาดเดาได้ถูกต้อง กิจการนี้ทำกำไรให้พี่สาวได้เป็นกอบเป็นกำเทียวละ”

          “แต่ถ้าพูดถึงเกี๊ยว… พี่สาวคิดว่ายังมีบางส่วนที่ต้องปรับ เรื่องรสชาตินั้นดีแล้ว ติดก็แต้ส่วนของแป้งคล้ายว่าจะหนาเกินไปให้สัมผัสไม่คล้ายกับเจ้าดัง..” ครุ่นคิดว่าเมื่อไม่นานมานี้ตนกะส่วนผสมผิดหรือเปล่า ขณะที่ใครๆ ต่างชื่นชมว่าอร่อยล้ำ ส่วนนักชิมอย่างเจ้าแกะน้อยค่อนข้างอ่อนไหวต่อผัสสะ “บางที.. พวกเราอาจต้องไปข้อความช่วยเหลือจากผู้รอบรู้ท่านหนึ่ง”

          นางเริ่มไม่แปลกใจกับความร่ำรวยเงินทองของพี่สาวหลาน เมื่อได้ฟังถึงเรื่องราวกิจการในเจียงหลิง จะว่าไปนางก็พอจะได้ยินเรื่องราวของเจียงหลิงมามาก หมายมั่นว่าในใจว่าสักวันคงต้องไปเยือนให้ถึง ยิ่งมีกิจการที่พี่สาวหลานเปิดเอาไว้ นางยิ่งต้องไปเห็นกับตาสักครั้ง ไป๋อวี้นั่งลงตรงข้ามกับผู้เป็นหวางเฟย รับฟังข้อวิเคราะห์ที่พี่สาวหลานเอ่ยต่างจากผู้อื่น สำหรับตัวนางที่ประสบการณ์ทางด้านการชิมอาหารไม่ได้มีมากล้ำก็ย่อมมองว่าเท่านี้อร่อยแล้ว

          แต่เมื่อพี่สาวหลานเอ่ยแย้งขึ้นมา นางก็เริ่มคิด หากมีเกี๊ยวที่แผ่นแป้งบางกว่านี้ รสชาติและรสสัมผัสย่อมยากจะเปรียบได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจของสตรีที่เข้าครัวอยู่บ้าง เพื่อหาความรู้ใส่ตัว ไว้เอาชีวิตรอดในอนาคต ผู้รอบรู้ที่พี่สาวหลานพูดถึงนางย่อมไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด และไม่กล้าคาดเดา ได้แต่เก็บตำรารวมกวีเข้าชายแขนอาภรณ์ และเอ่ยตอบแผ่วเบา “ หากพี่สาวหลานคิดว่าเขาอาจจะช่วยเหลือได้ ก็คงต้องลองไปดู.. ไม่ทราบว่าคนผู้นั้นคือ ? “

          "การจะไปพบนั้นไม่ยาก ครั้งล่าสุดที่ข้าเข้าวังทูลถามห่วงโฮ่วมาแล้ว ท่านผู้นั้นยังพำนักในฉางอัน ในเมื่อช่วงนี้ยังว่างอยู่ก็สมควรไปคาราวะผู้อาวุโสสักที.. น้องสาวไปเตรียมตัวก่อนเถิด พบหน้าครั้งแรกไปมือเปล่าเกรงจะไม่เหมาะ"

            กลึงพัดใต้คางมนกลอดเนตรกวางคู่หวานพิจารณา อย่างไรตนกนับเป็นศิษย์ของ่ทานผู้นั้นด้วยหวงโฮ่วทรงจัดสรรให้แล้ว แถมพกศิษย์พี่มาอีกหนึ่งราย จะดีจะร้ายก็สมควรไปคาระวะทั้งสองท่านนั้นสักหน่อย ถือโอกาสนี้สอบถามแลกเปลี่ยนความรู้ดีกว่าอยู่ว่างๆ ในจวน หลิงหลานปรายไปยังสาวใช้ “อวี้ถานเจ้าไปนำเกี้ยวในครัวจัดใส่กล่องอาหาร จำไว้ว่าเลือกตัวที่สวยๆ ขนาดกำลังพอดีคำไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป อวิ๋นเซียงไปเบิกสุรากานเหมยที่คลัง และทูลหวางเย่ด้วยว่าข้าจะไปเยี่ยมทานอาจารย์”

             “ทราบแล้วเพคะ” สองสาวใช้แยกย้ายไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย

             “พี่สาวเองก็ต้องไปผลัดอาภรณ์ ชุดตัวนี้เต็มไปด้วยกลิ่นเกี้ยวในครัว.. เอาล่ะ ถ้าหากเจ้าอยากไปด้วยอีกเค่อหนึ่งเรามาพบกันที่หน้าจวนนะจ้ะ” ลุกขึ้นหยัดยืนเต็มความสูง ในที่สุดก็หาเรื่องออกไปนอกจวนได้เสียทีรอยยิ้มกว้างจนแป้นแล้น แตะบ่าอีกฝ่ายสองหนจากนั้นก้าวยาวๆไปที่เรือนหลัก

          ไป๋อวี้ประสานมือย่อลงอำลาผู้เป็นหวางเฟยที่ก้าวเดินจากไป ดูๆแล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไรหากนางจะไปด้วย ดังนั้นจึงเลือกเดินกลับเมิ่งเหยาพร้อมกับนกแก้วตัวจ้อยที่กางปีกบินตามมาตลอดทาง เมิ่งเหยายังคงสงบเงียบราวไร้ผู้คน ดรุณีสาวในอาภรณ์สีดำตัดแดงก้าวขาเข้าไปในห้องพักเพื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ จากหญิงสาวในชุดสีเข้ม กลับแปรเปลี่ยนเป็นดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อน ด้วยผ้าที่ดูโปร่งสบาย และดูเป็นทางการมากขึ้น เหมาะแก่การไปพบปะผู้อาวุโส

           เมื่อพระชายาน้อยกลับมานั่งอยู่หน้าคันฉ่องอีกครั้ง เกศาสีเงินแสงจันทร์ถูกรวบขึ้นพันเป็นมวยคู่ที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบัน ซิ่วจู๋อยากใช้ประดับทับทิมก็โดนนายหญิงคนงามปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี

          "ให้ดูสบายตาสักหน่อย ข้ามิได้ไปเล่นงิ้ว..."

          "เพคะพระนาง" น่าเศร้าใจนักด้วยโครงหน้าปานภาพวาด ผิวเนียนละเอียดที่สาวๆ ต่างใฝ่ฝันครอบครองมาอยู่บนร่างของหวางเฟยผู้ 'หาได้รักสวยรักงาม' ต้นทุนดีขนาดนี้ไม่กลายเป็นนางจิ้งจอกแห่งยุคถือว่าอุปนิสัยช่วยได้เยอะ

           แม้ว่าจะได้รับพระราชทานอาภรณ์ภูษามากมายจากฝ่าบาทแสดงถึงความเอ็นดูสะใภ้หลวงคนนี้ ทว่าหลิงหลานกับชี้แค่กระโปรงหรูฉวนตัวเรียบสีฟ้าอ่อนตาดด้วยไหมเงินเบาบาง คล้องทับผ้าคลุมปักลายปีกหงส์สีม่วงอ่อน ดูแล้วสบายตาและสง่างามในเวลาเดียวกัน

           ดอกชบาสีม่วงอ่อนในสวนถูกตัดเอามาประดับมวยผมแทน ให้สีสันที่แปลกตา ต่างหูหยกขาวเจียรไนทรงเปลวเทียน แผ่นอวาเตี้ยนที่ซิ่วจู๋บรรจงแต้มเป็นรูปดอกบัวทองคำกลางหน้าผาก เมื่อถอยออกมาดูความเรียบร้อยแล้วถึงกับทอดถอนใจ "หวางเฟย!! พระองค์ทรงงดงามเกินไปแล้วเพคะ"

           "....เจ้าไปดูสิว่ารถม้าถึงไหนแล้ว" เมินคำของคุณท้าว จะให้นางเดินไปที่จริงก็ได้อยู่แต่เดี่ยวจะพาน้องสาวหลงเปล่าๆ

            ฟังว่าหยาเหยี่ยนหวางทรงงานอยู่ในห้องอักษร ครั้นทราบว่าพระชายาจะเสด็จออกไปเยี่ยมเยียนที่จวนพ่อครัวเอกก็พยักหน้าคราหนึ่ง ให้คนจัดเตรียมรถม้าพระที่นั่งพร้อมนำถ้อยคำมาบอกกล่าวว่า ‘เสร็จแล้วจะไปรับกลับ’ ตัดทางหนีเที่ยวนางเสียชิบ…

             เพราะนั่งๆ เอนๆ ในตัวรถจึงไม่ค่อยมีอะไรให้พูดถึงมากนัก นอกจากเปิดห่อเมล้ดแตงตัวและขนมคอเป็ดกับโก๋อ่อน ที่ได้เตรียมมาจากจวนปันให้น้องสาวเหมยผลัดกันแทะๆ แก้เบื่อ ราวสองเค่อค่อยมาถึงด้านหน้าจวนตระกูลอี้ แขวนป้ายประราชทานจากหวงตี้ว่า ‘จวนพ่อครัวเอกแห่งแผ่นดิน’ บางทีก็ไม่เข้าใจคนในวัง จะจัดลำดับทุกอย่างกันไปเพื่ออะไร… ต้องมีสุยอดกะทะชั้นเยี่ยมแห่งแผ่นดิน กับ แท่นฝนหมึกคุณภาพเลิศแห่งแดนฮั่นด้วยไหมนะ

          จวนพ่อครัวเอกแห่งแผ่นดิน ป้ายนี้ดูแล้วย่อมเป็นป้ายพระราชทาน ทำให้ไป๋อวี้ลอบยิ้มขึ้นมาแผ่วเบา นับได้ว่าช่างเข้าใจประทานนามนี้ยิ่งนัก อาศัยช่วยประคองพี่สาวหลานมาตลอดนับตั้งแต่ขึ้นรถม้าลงรถม้าจนเข้ามาได้ถึงด้านในจวน กวาดสายตามากไปก็คงเป็นการล่วงเกิน จึงได้แต่รักษากิริยาที่พองามแต่ก็ยังพอสำรวจดูโดยรอบได้อย่างไม่จาบจ้วง ในมือก็ลูบรูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง ไม่นานนักบุรุษผู้สวมใส่อาภรณ์นิลปักลายเรียบง่ายก็เคลื่อนย้ายตัวมาต้อนรับพี่สาวหลาน

            รับแจ้งต่อบ่าวในจวนแล้วพวกนางนั่งรอไม่นานก็มีบุรุษอาภรณ์นิลเดินมารับ “ถวายพระพรป๋อหยางหวางเฟย มิได้พบกันนานท่านอาจารย์ถามถึงท่านบ่อยครั้ง ตอนนี้รออยู่ที่ศาลาขอรับ”

             หลิงหลานพยักหน้ารับย่อกายเล็กน้อยอันที่จริงนางไม่ต้องทำก็ได้ แต่ให้เกียรติผู้ที่ร่วมอาจารย์เดียวกันก็ไม่ถือว่าลำบากอะไร “รบกวนศิษย์พี่ฟู่แล้ว วันนี้หลิงหลานพาน้องสาวที่รุ้จักกันมาด้วยมิทันบอกกล่าวล่วงหน้า หวังว่าท่านอาจารย์จะไม่ตำหนิ”


             “ฮะๆ คงจะเป็นแม่นางผู้นี้สินะ ไม่เป็นไร… ปกติในจวนมีกันอยู่ไม่กี่คนค่อนข้างจะเงียบเหงา” เมื่อบุรุษผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาทำให้พบว่ารูปลักษณ์จัดว่าไม่ธรรมดา โครงหน้าดั่งหยกคิ้วเข้มและเบ้าตาคมกริบ ดีที่รอยยิ้มดูอบอุ่นเป็นกันเองอยุ่มากเทียบกับลักษณะของเขา


          ไป๋อวี้ในฐานะผู้ติดตามนางจึงย่อกายลงเล็กน้อยและเผยรอยยิ้มเบาบางเอาไว้ อาศัยฟังจากพี่สาวหลาน คนผู้นี้ย่อมต้องเป็นศิษย์พี่ของสตรีสูงศักดิ์ข้างกายไม่ผิดแน่ ก็ว่าอยู่เงียบๆ แต่พอพี่สาวหลานเอ่ยถึงตัวนาง ก็มิพ้นต้องเอ่ยแสดงตัวสักน้อยให้อีกฝ่ายพอทราบ “ คงต้องรบกวนคุณชายฟู่ช่วยแนะนำแล้ว “ ไม่พูดเปล่า ดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อน เงยใบหน้าขึ้นมองผู้มารับด้วยความใจเย็น ด้วยท่าทาง น้ำเสียง บ่งบอกถึงความเป็นมิตรและใจเย็นอยู่ไม่น้อยเลย ว่าแล้วก็วาดรอยยิ้มอ่อนน้อมพร้อมด้วยความใจเย็นตอบกลับไปบ้าง ถือเป็นการเริ่มต้นที่ก็เรียกได้ว่าดี

           “เช่นนั้นเชิญ เชิญทั้งสองตามมาทางนี้.. หนทางอาจไม่ค่อยสะดวกนักต้องขออภัยด้วย ข้ากับท่านอาจารย์นานๆ ครั้งจะกลับมาฉางอัน จึงละเลยไปบ้าง.." ฟู่โฉวผายมือและเริ่มออกเดนนำทาง ระหว่างสองฝั่งมีหญ้าขึ้นสูงและเถาไม้เลื้อยเกาะตามระเบียง เห็นที่จะจริงอย่างที่เขาว่า

          'เอาไว้ว่าจ้างคนมาช่วยถอนหญ้าถางพงให้สักหน่อยดีกว่า.. จวนมีแต่บุรุษ บางสิ่งก็ยากจะเป็นระเบียบจริงๆ' หญิงแกะพยักหน้ากับตนเองลืมไปแล้วว่าตนแค่มาสูบเอาความรู้เฉยๆ

        ภายในจวนของพ่อครัวเอกของแผ่นดินนั้น เรียบง่ายแต่ก็แฝงด้วยความน่าสนใจ รอบข้างอาจจะดูรกเนื่องด้วยไม้เลื้อย หรือหญ้าที่สูงกว่าปกติ แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าคนที่อยู่ในจวนนี้ย่อมมีไม่มากนัก ดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อนประคองผู้เป็นหวางเฟยไปพร้อมกับสายตาที่มองรอบข้างด้วยความสนใจ ก้าวเดินอย่างพอดี ไม่ช้าและไม่เร็ว พอที่จะสร้างระยะห่างกับผู้นำทางได้พอที่ควร ซ้ำแล้วยังมีเวลาให้นางได้มองสำรวจตามที่ใจต้องการ

          ไม่นานนักค่อยมาถึงยังศาลากระเบื้องกลางสวน หลิงหลานนึกนับถือผู้ริเริ่มในใจ สร้างศาลาใต้เงาไม้ใหญ่อาศัยร่มในยามกลางวัน สะกัดกั้นน้ำค้างในบามกลางคืน ในนั้นมีเงาของบุรุษวัยกลางคนนั่งอยู่ก่อนแล้วไม่ต้องเดาก็ทราบว่าคือใคร ดรุณีหน้ามนเอ่ยเสียงนำห่อนตัว "ศิษย์น้อมคาราวะท่านอาจารย์ วันนี้มาเยี่ยมเยียนโดยมิได้บอกกล่าวต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ"

          เมื่อได้ยินก็หันขวับมาทันทีชายไว้เคราใบหน้าสมมาตรลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เดินมารับทั้งสาม "มิต้องเกรงใจๆ ฟังว่าหยาเหยี่ยนหวางเสด็จถึงฉางอันนานแล้ว กระหม่อมก็กังวลแต่ว่าพระองค์จะไม่นึกถึงตาเฒ่าคนนี้"

           “มิกล้าๆ ท่านอาจารย์เรียกขานอย่างปกติเถิด ธรรมเนียมเหล่านั้นอยู่กันเองมิต้องเคร่งมากดอก”
              ส่งยิ้มให้เมื่ออีกฝ่ายทำทีราวกับน้อยอกน้อยใจ โทษนางมิได้การออกจากจวนหวางแต่ละหนนั่นง่ายเสียที่ไหน ยิ่งสภาพป่องกลางของนางทำให้ผู้คนแตกตื่นง่ายๆ อยุ่ มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของน้องสาวเพื่อพาให้รู้จัก “เผื่อว่าพวกท่านสงสัย คนผู้นี้คือเหมยไป๋อวี้เป็นน้องสาวคนดีที่ข้าพบหวางเย่รับไว้เป็นแขกในจวนเจ้าค่ะ วันนี้มีเรื่องมาปรึกษาเพราะอยู่ในจวนว่างๆ จึงชวนติดตามมาด้วยกัน.. น้องเหมยท่านผู้นี้คือผู้รอบรู้อี้หาน อาจารย์ของพี่สาวเองจ้ะ อีกทั้งยังมีสมญาพระราชทานว่าพ่อครัวอันดับหนึ่งแห่งต้าฮั่น”

            ได้แต่รับฟังคำสนทนามาสักพัก พี่สาวเรียกขานชายวัยกลางคนที่ดูมากด้วยความรู้ว่าอาจารย์ก็ทำให้นางเริ่มสนใจอยู่บ้าง ในยามที่มีชื่อนางอยู่ในบทสนทนา ไป๋อวี้ก็วาดรอยยิ้มเบาบางไว้บนใบหน้า ให้ไม่ดูแข็งกระด้างเกินไป สื่อถึงความอ่อนน้อมอยู่ไม่น้อย น้ำเสียงใสเอ่ยอย่างมั่นใจแต่ก็ยังไม่ถือว่ามากจนเกินงาม “ เคยได้ยินได้ฟังชื่อเสียงของพ่อครัวอันดับหนึ่งแห่งต้าฮั่นมาไม่น้อย ครั้งนี้ได้พบตัวจริงนับว่าเป็นเกียรติของผู้น้อยยิ่งนัก “

          “ ผู้น้อยขอคาราวะผู้อาวุโสอี้ “ ประสานมือและย่อกายทำความเคารพอย่างเคยชิน คนตรงหน้าเป็นถึงพ่อครัวอันดับหนึ่ง ตัวนางที่มีฝีมือการทำอาหารเพียงน้อยนิดย่อมต้องเลื่อมใสในผู้เก่งกาจ เนื่องจากศาสตร์การทำอาหาร ไม่นับว่ายาก แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าง่าย ผู้ที่จะเป็นอันดับหนึ่งได้ ก็ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือ ยากที่จะมีผู้ใดเทียบ “ คงต้องขอรบกวนให้ผู้อาวุโสช่วยชี้แนะแล้ว “ นางมาที่นี้เนื่องด้วยตัวเองก็อยากจะรู้ว่าสิ่งที่พี่สาวหลานตั้งใจจะมาปรึกษานั้นจะได้คำตอบออกมาเยี่ยงไร จึงไม่ต่างกับตัวนางเอง ก็ต้องการชี้แนะเช่นกัน

           จังหวะนั้นเจ้าลูกกวางไป๋จิ่วที่แอบตามมากระโดดโหย่งพอดี ชายวัยกลางคนเห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ แล้วรู้สึกเอ็นดูจึงลูบหัวมันไปพลางๆ "ข้าอี้หาน ยินดีที่ได้พบแม่นางน้อย ส่วนฉายานั้นอย่าไปถือจริงจังเลยผู้เฒ่าอย่างข้ามองว่าอาหารจะมีคุณค่าได้อยู่ที่ความตั้งใจของผู้ปรุง"

         "ส่วนด้านนั้นศิษย์คนโตของข้าเอง.. ฟู่โฉว เค้าศึกษาศาสตรืการปกครองเผื่อว่าในอนาคตได้สืบทอดหน้าที่ข้า สร้างคุณประโยชน์แก่แผ่นดินต่อไป"

         ชายหนุ่มชุดนิลที่ถูกกล่าวเพียงถึงประสานมืออย่างหนักแน่นแทนการตอบรับ และทักทายอีกฝ่ายอย่าเงป็นทางการ สิ้นคำกล่าวของชายไว้เคราหลิงหลานค่อบพบว่าตนเป็นเพียงศิษย์สายการอาหารเพียงคนเดียวสินะ นับว่าพอรับได้อยู่เกิดจะต้องประชันฝีมือการครัวกับผู้ชายตัวล่ำๆ มันก็ไม่ค่อยถูกจริตนางสักเท่าไร

          “วันนี้หลิงหลานมาเยี่ยมเยือนได้นำสุราชั้นดีและเกี้ยวน้ำที่ทำเองมาฝากศิษย์พี่และท่านอาจารย์ น้องเหมยเองก็ช่วยปั้นด้วยกันอยากจะรบกวนขอคำชี้แนะเรื่องแป้ง เผื่อว่าทำขึ้นถวายฝ่าบาทแล้วได้รสชาติที่สดใหม่กว่านี้เจ้าคะ” ยกพ่อสามีมาอ้างได้อย่างแนบเนียนในเมื่ออีกฝ่ายบารมีล้นฟ้า ก็ขอรากหญ้าต้นน้อยๆ อย่างนางได้อาศัยเกาะขาสักหน่อยนะเพคะ มือเล็นรับเอาเถาปิ่นโตวจากสาวใช้ สุรากานเหมยจื่อก็พร้อมส่งให้แก่อี้หาน ส่วนด้านฟู่โฉวนางเตรียมบะหมี่เนื้อวัวชามโตสำหรับผู้ชายตัวใหญ่ให้ “ทั้งสองท่านมิต้องเกรงใจ ของดีมีไว้แบ่งปัน!!”

          นางมีหน้าที่ช่วยส่งมอบของที่พี่สาวหลานตระเตรียมเอาไว้ ดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อน เอี้ยวตัวรับบะหมี่เนื้อวัวที่ดูก็รู้ว่าทำมาอย่างประณีตและตั้งใจ ช้อนตามองพี่สาวหลานเล็กน้อย ครั้งนึกถึงบะหมี่เนื้อวัวแล้ว นางก็นึกถึงสมัยเอาของกินไปให้พี่ชายหลิวบ่อยๆแลกกับการที่เขาช่วยแนะนำการเดินหมากให้นาง ไป๋อวี้ลูบชามบะหมี่อย่างแผ่วเบา และหันนำบะหมี่เนื้อวัวชามโตที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นให้กับคุณชายฟู่ ที่เป็นถึงศิษย์คนโตของผู้อาวุโสอี้ “ ส่วนนี้พี่สาวหลานเตรียมไว้ให้ท่าน “ เปิดปากบอกพอเป็นพิธี ก่อนจะส่งรอยยิ้มจางๆไปให้ และย่อกายลงเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายรับของจากมือนางไป

          “ช่างเป็นสองเด็กสาวที่รู้กาลควรมิควรจริงๆ ฮ่าๆ อาโฉวเจ้าดูสิ ศิษย์น้องของเจ้าไม่ทันไรก็เริ่มเอาใจอาจารย์เสียแล้ว แบบนี้ภายในเดือนหนึ่งข้าจะอดใจไม่ถ่ายทอดตำรับลับแก่นางได้อย่างไรไหว” ชี้นิ้วไปยังของกำนัลที่ทำขึ้นเองแล้วร้องว่าดี พ่อครัวแอกส่งยิ้มพึงพอใจบรรยากาศเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น

          “นั่นสิครับท่านอาจารย์ ต้องขอบพระทัยหวงโฮ่วที่ทำให้ข้าได้มีโอกาสสัมผัสกับความรุ้สึกที่ว่าเมื่อมีศิษย์น้องแล้ว มันดีอย่างนี้นี่เอง” พยักหน้าคล้อยตามไม่เห็นแย้ง ชายหนุ่มช่วยรับของไปจัดวางไว้บนโต๊ะ หันมากล่าวกับดรุณีที่ช่วยส่ง “ขอบคุณศิษย์น้องหลาน แม่นางเหมย”

            “เข้าไปนั่งในศาลากันเถิด ท่านอาจารย์กับศิษย์พี่จะได้ลิ้มลองอาหาร ดูสิว่าฝีมือของข้าอ่อนด้อยลงรึไม่”  ระหว่างเจ้าบ้านเห็นดีเห็นงาม ดรุณีผมเงินนำฮาร์ปเล็กออกมากล่าวว่าตนจะช่วยขับกล่อมสร้างบรรยากาศการทานแล้วเริ่มบรรเลง ท่อนแรกมีทำนองสนุกสนานช่วยให้นึกถึงหยาดฝนกลิ้งหล่นลงใบบัว เมื่อสั่นสะเทือนก็กลอกไปมากระจ่างใส ท่อนต่อมาเกลาสายจนเกิดเสียงระรัวเรียกน้ำย่อยชวนสะกิดใจ จากนั้นบทเพลงผ่อนคลายลื่นไหลด้วยปลายนิ้วเรียวดุจหยก

          เสียงฮาร์ปที่ชวนแจ่มใส กับอาหารเลิศรสที่มีพี่สาวหลานเป็นผู้ทำ บรรยากาศโดยรอบล้วมแล้วแต่ส่งเสริมให้ผู้อาวุโสอี้และคุณชายฟู่ ที่ได้ลิ้มลองของอร่อยต่างก็ผ่อนคลาย ซ้ำแล้วยังเอ่ยปากชื่นชม ใช้เวลาไม่มากกับการทดลองทานแต่ละสิ่ง โดยมีทั้งตัวพี่สาวหลาน และตัวนางคอยสังเกตุการตอบสนองต่อรสชาติโดยใกล้ชิด เมื่อเห็นว่ารอบข้างต่างก็เงียบ สุดท้ายไป๋อวี้ก็เอ่ยเปิดประเด็นที่ต้องการจะปรึกษาขึ้นด้วยตนเองเสียเลย “ ผู้อาวุโสอี้ ไม่ทราบว่าเกี๊ยวที่ท่านได้ทดลองทานไปเมื่อครู่ ควรจะปรับลด หรือเพิ่มสิ่งใดบ้าง “

          ชายวัยกลางคนผู้รอบรู้เผยรอยยิ้มและเอ่ยตอบด้วยความชื่นชม “ รสชาตินั้นนับว่าล้ำเลิศสมกับเป็นฝีมือของศิษย์ข้า เพียงแต่ตัวแป้ง ในการห่อ หากสามารถทำให้บางได้กว่านี้ ก็จะช่วยเสริมในเรื่องของรสชาติใส่ให้เด่นขึ้น เนื่องจากตัวแป้งของเกี๊ยวที่เจ้านำมานั้นหนาไป ทำให้สัมผัสแรกที่รู้สึกแทนที่จะเป็นใส้เกี๊ยว แต่ดันเป็นแป้งเกี๊ยว หากแก้ในส่วนนี้ได้ เกี๊ยวนี้ก็จะถือว่าสมบูรณ์แบบ “

          หากมีสมุดพร้อมด้วยพู่กันให้นาง ยามนี้คงจะเห็นไป๋อวี้นั่งเขียนตามที่ผู้อาวุโสเอ่ยยิกๆแล้ว แต่เนื่องด้วยที่มันไม่มี จึงได้แต่พยักหน้ารับฟัง และจำให้ขึ้นใจ เอาไว้ช่วยเตือนพี่สาวหลานหากสตรีสูงศักดิ์ข้างกายนางนึกลืมเลือนขึ้นมา ว่าแล้วดรุณีสาวในอาภรณ์สีม่วงอ่อนก็ประสานมือและก้มหัวลง “ ขอบคุณผู้อาวุโสอี้ที่ชี้แนะ ผู้น้อยและพี่สาวหลานจะลองนำคำแนะนำของท่านไปปรับปรุง “

          เท่านี้ก็เหลือแต่รอพี่สาวหลานทดลองทำเกี๊ยวรอบใหม่แล้ว.. รอแค่นั้นจริงๆ

เกราะ บัพ บลาๆ
รุปปั้น กวาง แหวน  สุรากานเหมย  ฮาร์ป + อี้หาน
บะหมี่เนื้อวัว + ฟู่โฉว





แสดงความคิดเห็น

(( สถานะ : แช่แข็ง ))  โพสต์ 2020-6-11 01:13
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ อี้ หาน เพิ่มขึ้น 145 โพสต์ 2020-6-11 01:12
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ อี้ หาน เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2020-6-11 01:10
(( รออีเว้นท์การเดินทางของอี้หาน สถานะ ไม่สามารถไปไหนได้จนกว่าจะโรลรับหรือปฏิเสธอีเว้นท์ - จัดส่งกลางวัน ))  โพสต์ 2020-6-11 01:09
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ฟู่ โฉว { ศิษย์ผู้รอบรู้อี้หาน | สายหลักการขุนนาง } เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2020-6-11 01:06

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หว่านจินซีหวังมู่
ม้าภูตหิมะสายใย
กำไลเทพีไอซิส
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาสู่โจ้วจวี้เหริน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x6
x2000
x220
x130
x31
x49
x1435
x55
x435
x191
x768
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x89
x5
x1
x1
x318
x573
x57
x418
x2
x3
x14
x1
x1
x5
x184
x235
x1
x14
x6
x6
x19
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x35
x20
x10
x32
x91
x5
x4
x3
x116
x736
x18
x7
x20
x55
x54
x3
x3
x3
x4
x4
x260
x27
x5
x1
x3
x2
x2
x3
x2
x172
x2