ชื่อกระทู้: { เส้นทางสู่แดนใต้ }

ดู: 381|ตอบกลับ: 2

{ เส้นทางสู่แดนใต้ }

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-4 23:43:25 |โหมดอ่าน

เส้นทางผ่านสู่แดนใต้
แม้สองฟากฝั่งจะเต็มไปด้วยบ่อพิษ แต่เมื่อพ้นป่านั้น ก็พบแม่น้ำสายใหญ่ และความงดงามผืนป่าธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-11-4 23:44:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-11-5 06:17

ดินแดนใหม่

         เมื่อออกมาจากตลาดเมืองคุนหมิงที่อยู่กลางป่ากลางเขาก็ยังคงมีแต่ป่าเขาลำเนาไพร เสียงของเหล่าสัตว์ป่านั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เพราะว่าสองฟากฝั่งนั้นจะเต็มไปด้วยบ่อพิษที่กำลังเดือดปุดปุด รวมถึงเหล่าซากของสัตว์เล็กน้อยใหญ่ที่กำลังจมอยู่ในบ่อพิษนั้นบ้างก็เกือบละลายบ้างก็กลายเป็นกระดูกไปซะแล้ว

         พวกมันช่างไม่น่าดูชมเสียเลย พระชายา จองมองเหล่าสัตว์พวกนั้นที่ได้สิ้นชีวิตลงไปเหลือเพียงแค่กายเหนือและโครงกระดูกของพวกมันด้วยความเวทนา สิ่งมีชีวิตไม่อาจอยู่อย่างยั่งยืนได้ จำที่จะต้องจ่ายคืนให้กับธรรมชาติ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก แต่เพราะเป็นแบบนี้ชีวิตของมนุษย์เรานั้นถึงมีสิ่งที่เรียกว่าความคุ้มค่าใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

         “บ่อพิษ อยู่รอบรอบเมืองแบบนี้ พวกเจ้าไม่รู้สึกถึงอันตรายหรอ” พระชายาถามคุณน้องสาวของต้าหวางนาม เยี่ยฟง หญิงสาวนั้นก็ตอบเธอด้วยเหตุผล

         "ไม่หรอกค่ะพี่หญิงเจียวหย่า พวกเราคือชนชาวเตี๋ยนก็ไม่อาจที่จะหักหลังธรรมชาติ เราจึงเลือกที่จะอยู่กับมัน รับรู้ถึงอันตรายของมัน และป้องกันตัวเราเองรวมถึงใช้มันให้เป็นประโยชน์ต่อเรา” เยี่ยฟงพูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น สมแล้วกับที่ได้ฉายาว่าสตรีเหล็กกล้า ก่อนที่เธอจะยิ้มให้กับคนที่นั่งอยู่ข้างๆตนด้วยความรู้สึกอันเป็นมิตร

         ไม่นานเกินรอเมื่อพลเขตของฝากเมืองคุนหมิงเธอก็ได้พบกับแม่น้ำสายใหญ่และความงดงามของผืนป่าธรรมชาติรวมถึงอากาศบริสุทธิ์ที่พัดผ่านยิ่งแต่เธออยู่บนหลังของช้างทำให้เห็นรอบนอกได้มากยิ่งขึ้น

         แม่น้ำที่ทอประกายเป็นสีเขียวมรกตกำลังไหลไปลงจากทางใต้ รวมถึงป่าเมฆไม้นานาพันธุ์เริ่มได้ยินเสียงสัตว์เล็กน้อยใหญ่พร้อมคลอเคลียอยู่ร่ำไปสายลมเย็นค่อยๆพัทยาเข้ามาทำให้เธอนั้นได้รับกลิ่นของธรรมชาติไม่ใช่กลิ่นของบ่พิษที่สุดแสนจะไม่น่าดู

         “....สวยจังเลย...” เสียงของเซลล์อย่าพูดขึ้นตอนนี้เธอกำลังตกตะลึงกับภาพบรรยากาศโดยรอบของธรรมชาติที่รังสรรค์ขึ้นมา

         โดยที่เมื่อกษัตริย์ต้าหวางได้ยินเสียงหวานใสของบุคคลที่กำลังนั่งอยู่กับน้องสาวของตนเอง เขาจึงได้หันมาส่งสายตายิ้มหวานชวนฝันให้กับพระชายา พร้อมทั้งแสงแดดที่สะท้อนลงบนหัวเหม่งและฟันขาวๆของเขาจนได้เห็นแสงสะท้อน ดั่งกระจกเคลือบเงาวิ้ง วิ๊งๆ… ท่ามกลางแสงแดดอาทิตย์เที่ยงวันที่ร้อนแรง แต่ถ้าถามว่าพระชายานั้นได้สังเกตเห็นเขาอยู่ในสายตาหรือไม่ก็คงจะตอบได้ว่า

         ไม่

         ด้วยคำคำเดียว เนื่องจากตอนนี้พระชายาของเซียวไต้อ๋องออกกำลังจ้องมองพื้นป่าธรรมชาติโดยที่พระนางนั้นเมินรอยยิ้ม รวมถึงสายตาหวานๆที่กษัตริย์ต้าหวางส่งมาให้พระชายา จนกษัตริย์ต้าหวาง ต้องคอตบกันไปต่างๆกัน เนื่องด้วยโดนสาวหมางเมินอย่างไร้เยื่อใยเสียทุกที

         ส่วนน้องสาวของกษัตริย์เตี้ยนจะต้องสะกิดพระชายา แล้วยิ้มแห้งแห้งให้เธอ เพื่อที่จะให้พระชายานั้นสังเกตเห็นพี่ชายของตนเอง ส่วนพระชายาผู้กำลังตะลึงงานกับความงดงามของสิ่งที่เธอกำลังจ้องมองอยู่ก็หันไปด้วยความสงสัยว่ามีอะไรหรอ โดยที่ไม่ได้นึกถึงความผิดของตนเองที่ได้หมางเมินจะจัดเตรียมไปเสียสนิทเลย

         ส่วนควาญช้างนั้นก็ได้แต่กลั้นขำไว้ในใจ เขาไม่เคยเห็นกษัตริย์ของตนเองเป็นแบบนี้มาก่อน นั้นหมายความว่าผู้หญิงคนนี้ จำที่จะต้องมีอิทธิพลกับจิตใจของกษัตริย์เตี้ยนเสียยิ่งนัก หรืออาจจะเป็นจุดอ่อนอีกอย่างของกษัตริย์เตี๋ยนก็เป็นได้

         “หืม??มีอะไรหรือเยี่ยฟง?” พระชายาถามด้วยความสงสัย ว่าทำไมเยี่ยฟงถึงสะกิดตนเอง ก่อนที่แยกพงษ์นั้นจะชี้ชี้ไปทางการช้างของกษัตริย์เตี๋ยนต้าหวาง เนื่องจากว่าตอนนี้กษัตริย์เตี๋ยนต้าหวางผู้ซึ่งเป็นพระเชษฐภาดาของเธอนั้นกำลังส่งซิกสัญญาณให้น้องสาวของตนสะกิดพระชายาให้หน่อย

         เมื่อเธอสะกิดแบบนั้นพระชายาเซียวไต้อ๋องก็ได้หันไปหาทางช้างของกษัตริย์เตี๋ยน แต่ทว่าเธอก็ต้องยกมือขึ้นมาต้องตาของเธอเอาไว้ในด้านบนเนื่องจากหัวเหม่งส่องแสงอุนตร้าไวโอเล็ตนั้นกำลังสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันมาใส่ดวงตาอันงดงามของเธอ ..

         จนท่านกษัตริย์เหรียญผู้เกรียงไกรนั้นต้องหน้าถอดสีไปตามๆกัน เขาลูบไปที่หัวของตนเอง ปอยๆ ที่กำลังลื่นปรื๊ดลื่นปรื๊ดนั้นอยู่ ก่อนที่จะปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะพูดทางหันไปด้านหน้าโดยที่ไม่ได้สบตากับพระชายาของเซียวไต้อ๋อง

         “ชื่นชมธรรมชาติไปเสียเถิด หลิน เจียวหย่า ข้างหน้าจะเป็นเมืองต้าหลี่ที่ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรือง แต่มันก็ยังเป็นเมืองขึ้นของชาวเตี๋ยนเราด้วยฝีมือของข้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดังเพื่อแนะนำอย่างภูมิใจกับสิ่งที่เขานั้นสามารถทำได้ ส่วนพระชายาของเซียวไต้อ๋องก็ได้แต่ทำหน้าตาประหนึ่งว่าแล้วไงใครแคร์ ...




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2017-11-14 14:02:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด

กลับสู่

         และแล้วเส้นทางก็กลับมาบรรจบกันยัง ณ จุดเดิม หญิงสาวลืมตาขึ้นมาจากลมเย็นๆ ที่พัดผ่าน แม่น้ำสายใหญ่และความงดงามของผืนป่าธรรมชาติ บ่งบอกว่ามันถึงเวลาที่เธอจะได้เห็นอะไรอันไม่น่าพิรมย์แล้ว พระชายาเซียวไต้อ๋อง นาม หลิน เจียวหย่า ได้ตื่นขึ้นมาเมื่อลมเย็นปะทะใบหน้าที่กำลังซุกอยู่บริเวณตักขององค์หญิงเยี่ยฟง

         เธอสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา พลางยิ้มบางๆให้กับองค์หญิงเยี่ยฟง

         “ท่านตื่นแล้วหรอ"

         ตอนนี้เราอยู่ที่เส้นทางผ่านเพื่อกลับไปยังเมืองรัฐเตี๋ยนแล้วล่ะ” องค์หญิงเยี่ยฟงพูดขึ้น ก่อนที่จะชี้ให้ดูภาพที่เธอพึ่งเห็นไปเมื่อไม่นานมานี้ ป่าเมฆไม้นานาพันธุ์เริ่มได้ยินเสียงสัตว์เล็กน้อยใหญ่พร้อมคลอเคลียอยู่ร่ำไป

        “อ๊า..จ๊ะ..ใช่ข้าตื่นแล้วเจ้าค่ะ” พระชายาพูดขึ้น ก่อนที่เธอจะหันมองว่าตนเองอยู่ที่ทางผ่านธรรมชาติ ก่อนที่จะพบกับบ่อพิษจริงๆด้วย เธอถอนหายใจ ก่อนที่จะนั่งนิ่งๆ แต่ทว่า ไม่นานนักพญาคชสารของกษัตริย์เตี๋ยนต้าหวางเหมิงจู้ก็ได้มาเทียบท่าใกล้ๆ เหมือนกับว่าเดินเคียงกัน

        “ว่าไง..รอบนี้เจ้าเริ่มอยากจะเข้าไปอยู่ ณ ตำหนักของข้า หรือยัง? เจ้าจะได้อยู่ในสายตาของข้า ไม่ห่างหาย” กษัตริย์เตี๋ยนต้าหวางเหมิงจู้กล่าวถามซึ่งพระชายาก็ได้เพียงแค่ปรายตามองน้อยๆ ก่อนที่จะหันไปด้านหน้าพลางพูด

        “ข้าก็นึกว่าวันนั้นข้าพูดเสียงเบาเกินไปหรือปล่าว ว่าท่านคงไม่ได้ยินคำที่ข้าบอกหรือ?” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอันไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อนึกถึงวันที่อีกฝ่ายเข้ามาภายในจวนรับรอง ก่อนที่จะจับข้อมือเธอฉุดกระชากลากถูเธอให้ออกจากห้อง จนข้อมือบางขาวนั้นมีเป็นรอยกำมือ

         ‘ไม่! ข้าไม่ไปกับท่านเด็ดขาด! สิ่งที่ท่านควรทำ คือปล่อยข้าไป!!’

        เสียงของตัวเองในวันวานนั้นยังคงดังก้องหูภายใน ส่วนกษัตริย์เตี๋ยนต้าหวางเหมิงจู้ก็ได้แต่มองตามพระชายาที่ไม่คิดจะปรายตาตนเอง แต่ทว่าเขาคงไม่ได้คิดว่าที่นางไม่ปรายตานั้นเป็นเพราะอะไร เนื่องด้วยเหตุนี้ องค์หญิงเยี่ยฟงจึงขยับตัวเพื่อที่จะหันไปส่งซิกให้กับพี่ชายตนเอง แต่แล้วสิ่งเดิมก็เข้าที เจ้าหัวเหม่งใส ลื่นปรืดๆ นั้นสะท้อนแสงกับพระอาทิตย์ยามบ่าย ถึงแม้จะมีเฆมไม้บดบัง แต่ทว่าความขัดแจ๊ว ของมันก็ไม่ได้หายไปเลย
        
        ชะวิ๊งงงงงงงง
        
        โอเค...งั้นไม่หันไปก็ได้

        องค์หญิงเยี่ยฟงคิดในใจ ก่อนที่จะเอามือมาป้องตาของตนเอง แล้วหันกลับ ส่วนเหล่าควาญช้างที่เห็นว่าแต่ละคนมีอาการอย่างไร จึงพยายามที่จะ กลั่นขำในสิ่งที่พวกเขานั้นเห็น โอ้ยย นี้มันอะไรกันนะ!! ทำไมช่างน่าสงสารขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นถึงกษัตริย์ก็เถอะ

        หลังจากที่ชื่นชมธรรมชาติกันจนอิ่มหนำสำราญเสียจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

        กลิ่นของบางอย่างซึ่งไม่พึงประสงค์นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมามันคือกลิ่นของบ่อน้ำพิษสองข้างฝั่งทางหลังจากโผล่พ้นเขตป่า เหล่าสัตว์น้อยใหญ่นั้นต่างเริ่มละลายหายกลายเป็นน้ำทิพย์โครงกระดูกที่มีให้เห็นทั้งกวางช้างม้าหนีเสือสิงห์กระทิงแรดก็ไม่อาจจะต้านทานได้

        หญิงสาวนั้นก็กลับสู่ดินแดนอันอยู่ในหุบเขา…………

        จวนอันคุ้นชิน อะไรแสนคุ้นเคย ……...พร้อมกับ..เพื่อนใหม่ๆที่ได้มา




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-9-22 18:04

ขึ้นไปด้านบน