ดู: 68|ตอบกลับ: 1

{ เมืองหลันเยี่ย } อารามพรตไป๋จี้

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-2-16 23:59:54 |โหมดอ่าน



อารามพรตไป๋จี้

{ เมืองหลันเยี่ย }








【อารามพรตไป๋จี้】
ทุกข์ สุข กิเลส ล้วนอยู่ที่ใจ  
เจ้าอารามเป็นชาวหลันเยี่ยโดยกำเนิด แต่เล็กใฝ่ในธรรมของเต๋า
สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นโดยผู้มีจิตศรัทธาในคุณงามความดี
เจียดเงินออกทุนก่ออิฐสร้างหิน มีทั้งหนทางเดินฝึกตน ศาลา
รวมไปถึงหอพระสำหรับสวดมนต์สงบจิตใจผ่อนคลายความทุกข์







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

1327

กระทู้

4805

โพสต์

76หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19471730
เงินตำลึง
191955
ชื่อเสียง
323676
ความหิว
1741

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33539
ความชั่ว
8919
ความโหด
64378
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2020-2-17 00:00:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2020-2-23 02:24


แกะพระชายาแห่งหลันเยี่ย
1838
นานทีจะมีเบี้ยเลี้ยง
         ผานซุ่นนำความมาแจ้งทางจวงถิงซู่เอาไว้ก่อนพวกเขาจึงสามารถรับมือกับสาวใช้และเหล่าองค์รักษ์จวนหวาง ที่ต่างแวะเวียนเข้ามาเสนอหน้าถามไถ่อยากเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ยกน้ำร้อนน้ำชาอาหารเจถวายป๋อหยางหวางเฟยเอาความดีความชอบกันใจจะขาด ทั้งหมดล้วนถูกฝูมี่กันท่าไว้ ‘พระชายาต้องการความสงบขณะสวดขอพรเพื่อหวางเย่และชาวหลันเยี่ย ห้ามมิให้ผู้ใดรบกวน’ ดังนั้นแม้หลันเยี่ยหวางเสด็จมาด้วยองคืเองก็ยังต้องรออยู่ด้านนอกเช่นกัน

          ล่วงเลยยามดึกกื่นค่อนคืน ทั้งสามล้วนร้อนใจ… ด้านเสิ่นหลิงเฮ่าคากว่าคงกลับมาช่วงรุ่งสาง ฝูมี่ปรึกษากันว่าควรส่งตนไปแจ้งยังจวนเรื่องพระชายาปรารถนารักษาศีล อยู่อารามคืนหนึ่งด้วยใจศรัทธาในกุศลแรงกล้า ไม่มีทางอื่นแล้วจึงทำตามนั้น...รอดไปได้อีกวัน

          จวงถิงซู่ได้แต่ถอนหายใจ คาดเดาเอาว่าถ้าหากตอนเช้านักกวีผมเงินคนนั้นกลับมาถึงก่อนก็แล้วไป อย่างน้อยพออ้างได้เรื่องที่พี่น้องสองคนไม่พบกันนาน จึงมีเหตุสนทนาในอารามนานสักหน่อย.. คิดใดเล่าจะคาดว่าพวกเขาประเมินความหว่งใยที่หลันเยี่ยหวางมีต่อพระชายาหมาดๆ ท่านนี้ต่ำเกินไป

           อรุณรุ่งมาเยือนแสงสีทองพึ่งจับขอบฟ้า ยังมไม่ทันที่วิหคจับหลังคาตัวแรกจะโก่งคอร้องจิ๊บ บุรุษในอาภรณ์ลวดลายกิเลนทองคำก็ปรากฎกายควบม้ามายังอารามไป๋จี้ เจตนาส่อแล้วในสีหน้าบ่งบอกว่า ‘ห่วงใยคำนึงหา’ ลงทุนเสด็จมารับด้วยตัวเอง คล้ายกังวลว่าห่างกันนานเพียงนิดหญิงสาวผมเงินคนนั้นจะอันตรธานหายไป

           “พวกเจ้าทำไมยังอยู่ด้านนอกหอพระล่ะ… แล้วหวางเฟยอยู่ที่ไหน?” ร่างสูงสง่าตวัดพระเนตรแล้วไม่เห็นแม้เงาของคนที่คิดถึง น้ำเสียงเข้มจัดขึ้นเล็กน้อยถึงไม่ดุก็คล้ายตำหนิ

           จวงถิงซู่กับผานซุ่นหน้าซีดเผือดผลักฝูมีออกไปเป็นหนังหน้าไฟ “ถวายพระพรหวางเย่เพคะ หวางเฟยทรงประดับอยู่ข้างในสั่งห้ามรบกวนเวลาบำเพ็ญ...”

           “อยู่ในนี้ตั้งแต่เมื่อวาน? แล้วพวกยาบำรุงกับอาหารล่ะนางได้ทานตรงเวลารึไม่? พวกเจ้าสามคนเฝ้าอยู่ตลอดทั้งคืนเรื่องแค่นี้อย่าบอกนะว่าตอบไม่ได้” ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วงเสี่ยวหลานตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแม้จะมั่นคงแล้ว แต่กู้หานกวงตรวจล่าสุดยังบอกว่าต้องบุรุงให้มากเพื่ออีกสี่เดือนข้างหน้าลดเหตุไม่คาดฝันลงไปได้ หลิวตานก้าวเข้าไปที่ด้านหน้าคิดจะเปิดเข้าไปพบหญิงสาวเพื่อดูให้แน่ใจว่านางปลอดภัยดี

           จังหวะที่ประตูถูกผลักเปิด ร่างในอาภรณ์ขาวผมเงินปล่อยสยายก็ก้าวสวนออกมาพอดีด้วยอาการอิดโรย จังหวะเขาผลักนางคิดเปิดประตูจึงพุ่งถลาเข้าอ้อมอกอีกฝ่ายท่ามกลางสายตานับสิบคู่ หลิวตานไม่มัวมีเวลาตื่นเต้นยินดี อาจเพราะสัมผัสได้ว่าเนื้อนิ่มนั้นเย็นเฉียบก็รีบสั่งให้คนไปนำเอาผ้าคลุมของตนมาห่อตัวพระชายาเอาไว้

          “เสี่ยวหลาน?? เหตุใดสภาพเป็นเช่นนี้ได้… ในหอพระหนาวมากหรือ? เกิดไม่สบายขึ้นมาอาจสะเทือนถึงลูกได้” วาจาแม้เอ่ยตำหนิแต่อ้อมกอดกลับประคองอย่างอ่อนโยนยิ่ง พาหญิงสาวไปผิงกระถางไฟในห้องโถง เขาอยากบอกนางเหลือเกินว่าเมื่อคืนตนนอนไม่หลับ บนเตียงว่างเหล่าจากที่รับคนผู้หนึ่งมาร่วมเคียงก็ได้ถือนางเป็นชีวิตจิตใจไปแล้ว "นางกำนัล... เจ้าปล่อยให้หวางเฟยทำเรื่องเสี่ยงเช่นนี้กลับถึงจวนไปขอรับโทษจากพ่อบ้าน"

          ฝูมีแทบร้องออกมาว่าไม่นะ ดีที่สตรีผมเงินจงใจทรุดใส่สามีอีกรอบให้เขาง่วนอยู่กับการรับประคองร่างตนจนไม่มีเวลามากล่าวโทษใคร ทั้งพวกผานซุ่นต่างโลกอกว่าเสิ่นหลิงเฮ่าคงกลับมาพอดีและอาศัยเข้าทางหน้าต่างเพื่อเลี่ยงสายตาคน แม้จะสงสัยอยู่บ้างกับท่าทีระโหยโรยแรงของหญิงสาวผมเงิน แต่ดูเหมือนนอกจากอ่อนเพลียก็ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บที่ใด จึงวางใจไปเปลาะหนึ่ง

          หลิงหลานเองก็ตอบไม่ถูกว่าทำไมตนถึงรุ้สึกอ่อนล้าไปทั้งตัว อีกทั้งหนาวสะท้านไปทั้งร่างกายยินยอมซบพิงอาศัยเขา กระทั่งความหนาวเย็นบรรเทาลงจึงกล่าว “อย่าทรงตำหนิพวกเขาเลยเพคะ เป็นหลิงหลานสวดมนต์ดึกไปหน่อยจึงรุ้สึกล้าอยู่บ้างเพราะนานๆ ทีจะได้ออกมาสร้างกุศล ต้องลำบากหวางเย่ต้องเป็นห่วงมารับอีกแล้ว”

          “อย่างนั้นเองหรือ… ครั้งหน้าถ้าเสี่ยวหลานอยากจะมาอีก เอาไว้พวกเรามาด้วยกันดีไหม? ตำราทางเต๋าข้าก็พอจะศึกษามาบ้างเผื่อได้ขอคำแนะนำจากท่านนักพรต” มือหนาประโลมลูบแผ่นหลังหญิงสาว แววรักใคร่ไม่จางหายไปจากใบหน้า

          ‘ที่ไม่บอกความจริงข้าเพราะยังไม่วางใจก็เอาเถิด.. เสี่ยวหลานข้าคนนี้มีเวลาพอจะให้เจ้าได้ทั้งชีวิต’ ลูบเรียวแก้มที่ซีดอ่อนสีนั้นแล้วก็ปวดใจ อยากแบ่งเบาความทุกข์ของอีกฝ่ายก็ต้องดูก่อนว่านางเต็มใจรึเปล่า

          แม้จะรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งแปลกๆ แต่หลิวตานตีความว่านางต้องอยู่ข้างเขาในทุกวันคงลำบากใจเรื่องสามีเก่า หากไม่รีบแสดงให้เห็นเพื่อดึงความมั่นใจของหญิงสาวว่าขอเพียงอยู่กับเขา นางไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใด เพราะมือคู่นี้จะคอยส่งเสริมและปกป้องขอให้นางเชื่อใจเขาในเร็ววัน จากนั้นหยิบเอาตั๋วเงินห้าพันชั่งวางมอบในมือเล็ก “เสี่ยวหลานออกมาครั้งนี้กระทันหันพ่อบานยังไม่คุ้นชิน คงลืมเรื่องสำคัญไป… นี่เป็นเงินส่วนตัวที่ข้าพกมายกให้เจ้าเผื่อจะใช้ทำธุระข้างนอก”

          “เอ๊ะ… หวางเย่ห้าพันชั่งค่อนข้างจะมากอยู่นะเพคะ” ครั้งแรกที่นางได้รับเงินจากเขา ถึงแม้จะเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ตาม ในใจหญิงสาวอีกฝ่ายกลับเหมือนคนแปลกหน้า ผู้มีพระคุณต่อนาง

          เชื้อพระวงศ์หนุ่มหยักโอษฐ์แย้มถูหน้าผากลงจนแตะกันกับนาง “ทุกสิ่งของเราก็คือของเจ้า เมื่อมอบให้แล้วจะใช้ประโยชน์จากมัน.. หรือทอดทิ้งมันไปก็ได้ล้วนคืออิสระที่จะเลือก”

          “....หวางเย่อย่าทรงตรัสเช่นนี้สิเพคะ” เดิมทีหลิงหลานคิดคืนเขาทั้งหมดหรือไม่ก็ทำบุญเข้าอาราม แต่นางบริจาคค่าธูปเทียนไปแล้วพันชั่งการให้นักพรตจำเงินจำนวนมาก ถือเป็นการลบหลู่จึงไม่ควรกระทำ กระทั่งได้รับการปฎิบัติและกระตุ้นด้วยคำพูดบอกเป็นนัย คนตัวเล็กนิ่งงันไปมิได้ถอยหนีกิริยาสนิทชิดเชื้อจากอีกฝ่าย ‘...อย่าทำให้ข้ารู้สึกเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว ที่ทำร้ายความรู้สึกท่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะได้ไหม...’

          ทั้งสองเรียกให้คนอื่นๆ ข้ามานั่งจิบชาทานขนมด้วยกันก่อนสนทนาธรรมกับท่านนักพรตประจำอาราม หลิงหลานซ่อนจดหมายของหลิงเฮ่าเอาไว้ในแขนเสื้อเมื่อครู่ตนตื่นพระสวามีก็มาถึงไม่มีเวลาเปิดอ่าน ในหัวเต็มไปด้วยคำถามที่รอการไขข้อข้องใจ
           
          เมื่อไม่มีธุระที่ไหนต่อทั้งสองจึงเดินทางเพื่อกลับไปพักผ่อนที่จวน หยาเหยี่ยนหวางได้รับอาชาเฟิ่งหวงจากเสด็จป้าผิงหยางแล้ว ถือโอกาสให้ชายารักนั่งซ้อนตักโอบประคองไว้อย่างแน่นหนา กระตุ้นให้ม้าเดินเหยาะๆ ไปตามท้องถนนเมืองหลันเยี่ยแม้ว่าหลิงหลานจะสวมหมวกไผ่ผ้าคลุมขั้นหนึ่งแต่ด้วยเสียงชื่นชม ‘คู่รักกิ่งทองใบหยก’ ตามรายทางก็ทำให้นางเปลี่ยนสีหน้าเป็นประหม่าได้ไม่น้อยเช่นกัน

            ดังนั้นจึงกระตุกแขนเสื้อคนตัวโตแล้วกระซิบบอก “ท่าน.. เร่งสักหน่อยเถิดถ้าคนเห็นมากกว่านี้ก็จะครึ่งเมืองแล้วนะเจ้าคะ”

            ในใจเขาคิดว่ายังไม่ทันทั่วเมืองเลย… หยาเหยี่ยนหวางทรงปรารถนาให้ชาวเมืองได้รู้จักหวางเฟยของพวกเขา เผื่อว่าวันข้างหน้าเมื่อพ้นจากสายตาเขาทุกคนจะได้คอยช่วยเหลือและดีต่อนาง เช่นเดียวกับที่เคารพรักและดีต่อตนเอง เสี่ยวหลานน่ารักขนาดนี้มีความสามารถเข้าตาเสด็จพ่อ ทั้งนางยังไม่เคยทำร้ายใครเชื่อว่าอีกไม่นานก็จะกลายเป็นหวางเฟยที่น่าภาคภูมิใจของหลันเยี่ยได้ในอนาคตอย่างแน่นอน

ปลาทอง ม้า ชุด อ๋อง
รุปปั้น + ขนมกุ้ยฮวา ฝูมี่
ขนมเหนียนเกา ผานซุ่น จวงถิงซู่
1,000 ชั่ง บริจาคค่าถูปเทียน โอน
@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จวง ถิงซู่ เพิ่มขึ้น 8 โพสต์ 2020-2-23 02:45
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ สือ ผานซุ่น เพิ่มขึ้น 10 โพสต์ 2020-2-23 02:45
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ซ่างกวน ฝูมี่ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2020-2-23 02:45
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หยาเหยี่ยนหวาง: หลิว ตาน { องค์ชายรอง } เพิ่มขึ้น 85 โพสต์ 2020-2-23 02:44
คุณได้รับ +15 คุณธรรม --15 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2020-2-23 02:43

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +333 ความหิว -32 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 333 -32 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากยักษ์ทอง
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
จื่อซิงหม่า
ชุดมารจื่อเซ่อ
ธนูเทรย์แมร์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x305
x570
x55
x330
x1
x3
x1
x1
x1
x5
x17
x17
x27
x1
x1
x1
x31
x3
x54
x42
x41
x1890
x70
x43
x188
x1
x3
x2
x4
x53
x1
x15
x2
x49
x289
x1
x1
x27
x2
x2
x2
x1
x1
x10
x160
x270
x30
x20
x3
x6
x89
x3
x4
x3
x62
x474
x6
x11
x6
x20
x15
x45
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x26
x2
x1
x3
x1
x2
x3
x1
x96
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x7
x3
x310
x300
x100
x120
x125
x160
x161
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x6
x120
x1
x8
x5
x15
x1657
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x966
x770
x2005
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1700
x903
x27
x41
x15
x100
x9
x18
x1762
x178
x2025
x1200
x320
x2199
x2
x7900
x363
x96
x102
x9
x70
x147
x3276
x129
x237
x382
x2752
x2139
x1670
x10
x504
x1484
x9
x2
x27
x5310
x2574
x12
x62
x7335
x53
x9999
x1806
x50
x3
x192
x15
x1043
x1
x1
x2885
x2
x1
x2525
x14
x35
x30
x681
x470
x30
x155
x386
x53
x6
x1180
x1404
x8409
x967
x200
x590
x200
x57
x49
x2365
x1
x1850
x2919
x6223
x628
x273
x7815
x9999
x556
x51
x69
x4518
x26
x15
x71
x179
x1000
x11
x3903
x2935
x1581
x2439
x9999
x2466
x3100
x2316
x1810
x2580
x105
x9999
x485
x1103
x129
x30
x8736
x2289
x3846
x1966
x149
x2817
x4400
x4041
x1805
x3743
x1778
x524
x2265
x518
x240
x1298
x337
x3
x24
x10
x1500
x78
x50
x5310
x890
x1
x826
x9999
x2651
x2
x35
x2139
x3651
x7097
x711
x6689
x4470
x507
x922
x1809
x680
x10
x1118
x2725
x2940
x740
x97
x3
x19
x25
x25
x32
x9
x6048
x9448
x2307
x9999
x199
x24
x9999
x20
x5805
x23
x8
x1438
x257
x25
x9
x98
x31
x8
x845
x3705
x8
x30
x207
x932
x86
x2504
x2093
x127
x18
x1412
x2378
x2255
x3
x284
x3676
x2540
x7884
x514
x397
x3972
x5651
x9999
x10
x2272
x2447
x5805
x7800
x3380
x1407
x26
x3330
x944
x70
x328
x142
x2816
x2118
x9999
x41
x4401
x9999
x9999
x9999
x3180
x1943
x111
x3000
x8
x3696
x39
x3223
x4099
x757
x1
x757
x1614
x571
x1221
x5329
x2278
x5050
x5004
x9999
x5860
x9999
x3109
x2267
x2034
x3256
x4264
x2402
x558
x61
x1
x25
x1989
x4774
x713
x1
x4677
x6857
x68
x9999
x676
x1418
x1033
x6504
x104
x3493
x875
x451
x103
x925
x277
x8
x182
x26
x9999
x1123
x2070
x3598
x195
x664
x454
x104
x1201
x1342
x9999
x3590
x1550
x1230
x889
x225
x9999
x1722
x9999
x129
x713
x2427
x2


ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-7-5 20:29

ขึ้นไปด้านบน