ดู: 188|ตอบกลับ: 1

( เมืองก่วงหลิน ) โรงเตี๊ยมหรงไฮ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-4 09:53:34 |โหมดอ่าน
---------------------------------------------------------------

----------------------------------------------------------------------
โรงเตี๊ยมขนาดกลางแห่งเมืองก่วงหลิน เนื่องจากเป็นเมืองที่ติดกับทะเล
ทางเจ้าของโรงเตี๊ยมจะบริการเมนู อาหารทะเลตั้งแต่ช่วงเช้า
จนถึงช่วงเที่ยงวัน และยามค่ำก็มีสุราและชาชั้นดีพร้อมขนมให้บริการ
เนื่องจากเป็นโรงเตี๊ยมขนาดกลางห้องพักจึงมีจำนวนจำกัดในการเข้าพัก

-----------------------------------------------------------------


ชื่อกิจการ: โรงเตี๊ยมหรงไฮ
เจ้าของกิจการ: หลิว ไฮ
ประเภทงาน: บริการอาหาร สุรา น้ำชา ขนม ที่พักค้างคืน
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชั่วโมง

#ประทับตราโดยผู้ว่าเมืองก่วงหลิน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-11-24 23:07:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-26 21:42

พาร์ท 2 - ความโหดร้าย
(ก่วนหลิน 1)

                     ทั้งคู่ออกเดินทางจากเจียงเยี่ยมาสู่ก่วนหลินเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากทั้งสองเมืองอยู่ห่างกันไม่มากจึงใช้เวลาเพียงไม่นานจึงถึงที่หมาย สำหรับผู้ป่วยอย่างเฟิ่งฮัว แผลเขายังไม่หายดีจึงรีบหาที่พักให้ ระหว่างทางมี่ฟางได้หาโรงเตี๊ยมดีๆสักที่ จองห้องไว้ แล้วพาชายหนุ่มทานอาหารร่วมกันโดยสั่งแบบราคาประหยัดกระเป๋า


                     "เจ้าดูไม่เหมือนคนกินจุเลยนะ" เฟิ่งฮัวกล่าวกับมี่ฟาง ซึ่งจริงๆนั้นตนได้กินอิ่มแล้วแต่มี่ฟางยังกินต่อ แถมพอรู้ว่ามีคนเลี้ยงอาหารก็สั่งมากินต่อเรื่อยๆด้วยโดยมีแมวของเขาคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง มันเองก็ได้ส่วนเเบ่งเป็นเนื้อปลาเช่นกัน
                     "ท่านเองก็ควรทานให้มากๆนะขอรับท่านเฟิ่งฮัว ทานน้อยแบบนี้สารอาหารจะไม่เพียงพอต่อร่างกายเอานะ"
                     "สำหรับข้าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว แต่เจ้าต่างหากที่กินมากกว่าคนปกติ"

                     "ข้ารึ?" มี่ฟางทำหน้าแดงราวกับเพิ่งรู้สึกตัว
                     "นี่ไม่มีใครเคยบอกเจ้าเลยรึว่าเจ้ากินจุน่ะ" มือหนาผายไปที่กองจานสูงเป็นเนิน มี่ฟางกลืนน้ำลายดังอึกแล้ววางตะเกียบลง เฟิ่งฮัวมองปฏิกิริยานั้นแล้วแอบอดยิ้มมิได้ "กินตั้งมากมาย แต่ไม่ได้อ้วนขึ้นถือว่าเป็นพรสวรรค์ล่ะนะ"
                     "อึก..." รู้สึกเหมือนถูกว่ามากกว่าถูกชม มี่ฟางรู้สึกจุกอยู่ในใจเมื่อถูกกล่าวแบบนั้น "ข้าอิ่มแล้วล่ะ"
                     "อืม จริงๆเจ้าจะกินต่อให้หมดเลยก็ได้นะ"
                     พอได้ยินแบบนั้นลู่มี่ฟางพลันหูผึ่ง "จริงรึ?!" แล้วอีกฝ่ายก็พยักหน้าหงึก หลังจากพูดไปแบบนั้นมี่ฟางก็จัดการอาหารที่ยังเหลือหมดไปอย่างรวดเร็วก่อนจะรวมเงินกันจ่ายเสร็จสรรพนั่นทำให้เฟิ่งฮัวรู้สาเหตุหนึ่งที่ว่ามี่ฟางทำไมถึงมีเงินพกติดตัวเพียงนิดเดียว...
                     'เงินหมดไปกับเรื่องกิน'

                     ด้วยอำนาจเงินที่มีเพียงนิดเดียว ทั้งคู่จึงเช่าได้ห้องขนาดกลางประกอบด้วยโต๊ะ 1 ชุด ตู้เสื้อผ้า 1 ตู้ ห้องน้ำ 1 ห้อง และเตียงเดียว...
                     "เอาล่ะ ผู้ป่วยนอนเตียง ข้านอนพื้น" มี่ฟางสรุปให้อย่างทันด่วนพลางมองไปที่เตียงขนาดใหญ่ในห้องพักของโรงเตี๊ยม เฟิ่งฮัวมองอีกฝ่ายสลับกับเตียงก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า
                     "จริงๆพวกเรานอนเตียงเดียวกันก็ได้ข้าไม่ถือสา อีกอย่างเจ้าตัวมิได้ใหญ่มากคงไม่กินเนื้อที่หรอกขอรับ" เขากล่าวพลางยิ้มให้บางๆ
                     "ข้าเกรงว่าท่านจะนอนไม่สะดวก เพราะว่าข้านอนดิ้นนัก หากพลั้งพลาดให้มือโดนแผลท่านขึ้นมาจะเจ็บเอานะขอรับ"
                     "เจ้าจะเกรงใจอะไรอีก ในเมื่อนับเป็นสหายต่อกันแล้ว ก็อยู่แบบสหายเถอะนะ" ว่าพลางก็ชูสร้อยหยกบนข้อมือตัวเองให้ดู มี่ฟางยิ้มอย่างอ่อนใจ เขาเองก็เป็นคนติดเตียงประมาณหนึ่ง ถ้าจะให้นอนด้วยก็ย่อมได้
                     "ขอรับ" ชายหนุ่มยอมจำนนแก่งเฟิ่งฮัวแต่โดยดี อาจจะเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวเองส่วนหนึ่งด้วยกระมัง "ถ้าจัดการเรื่องที่นอนกันเสร็จแล้วเราก็ไปโรงอาบน้ำกันดีกว่า ได้ยินมาว่าแถวนี้มีบ่ออาบน้ำรวมด้วย ข้าล่ะรู้สึกอยากไปแช่นัก"
                     "เจ้าหมายถึงน้ำแร่น่ะหรือ?"
                     "ขอรับ แต่เอะ... แผลท่าน..." เมื่อนึกถึงเรื่องอาบน้ำรวมเขาก้เพิ่งนึกได้ว่าเฟิ่งฮัวยังมีแผลติดหลังอยู่ แถมมันยังไม่หายดีอีกต่างหาก "ข้าเปลี่ยนใจแล้วล่ะ เดี๋ยวข้าจะคอยอยู่ดูแลและเช็ดตัวให้ท่านเอง"
                     เฟิ่งฮัวมองไปที่มี่ฟางพักหนึ่งแล้วพยักหน้า "ต้องรบกวนเจ้าแล้ว"
                     "ว่าแต่... เอ่อ... ท่านจะให้ข้าเช็ดตัวก่อนเลยไหมครับ" มี่ฟางถามเพื่อความแน่ใจ
                     "ตอนนี้ข้ายังไม่พร้อมนอน ว่าจะนั่งทำสมาธิสักประเดี๋ยวน่ะ หากเจ้าอยากเดินเที่ยวก็ไปก่อนได้นะ ตอนนี้ยังไม่มืด" พอเฟิ่งฮัวกล่าวแบบนั้นก็ยิ่งชวนให้คนฟังคิดนาน เส้นทางเลือกนั้นมีอยู่ไม่กี่ทาง ถ้าหากไปเดินเที่ยวในเมืองก็ห่วงที่จะมีคนเข้ามาลอบทำร้ายนักพรตหนุ่มผู้นี้อีก
                     "ข้าก็อยากไป... แต่ว่าข้าเป็นห่วงท่าน... เอ๊ะ?!"
                     กระบี่เล่มหนึ่งโยนมาให้มี่ฟาง อีกฝ่ายยืนเหยียดเต้มความสูง เขายิ้มแล้วพูดขึ้น "โจมตีมาที่ข้าสิ"
                     "ทะ ทำไม..." ...หรือว่าจะทดสอบ? "ถ้าท่านจะเล่นมุกให้ข้าใช้กระบี่นี่โจมตีท่านแล้วท่านสกัดทางข้าได้แล้วมาพูดว่า นี่ไง... ข้าปกป้องตัวเองได้ข้าก็ไม่เอาด้วยหรอกนะขอรับ" ชายหนุ่มโยนกระบี่คืน อีกฝ่ายยืนรับด้วยมือเดียว  ดวงตาทั้งคู่จ้องตอบกันไปมา ในหัวของเฟิ่งฮัวตอนนี้เริ่มครุ่นคิดแล้วว่าลู่มี่ฟางไม่ใช่คนธรรมดาดั่งที่เขาคิดเอาไว้ แม้จะแรงไม้แรงมือแทบไม่มี แต่กลับมีพรสวรรค์ด้านปัญญาบางส่วนทำให้รู้ทันเล่ห์คน หากได้ฝึกอีกหน่อยอาจจะสามารถเป็นยอดคนได้ก็เป็นได้
                    "ว่าแล้วเชียว ท่านแกล้งข้าเหมือนที่ชายคนนั้นแกล้งข้าไม่มีผิด ดีนะรู้ทัน..." มี่ฟางถอนหายใจ
                    "ชายคนนั้น?"
                    "นักดนตรีเพนจรคนหนึ่งน่ะขอรับ บางทีข้าก็แอบคิดว่าเขาก็เป็นนักพรตเช่นเดียวกับท่าน แต่เรื่องนี้นานมาแล้ว และเขาก็ไม่อยู่แล้ว"
                    "..."
                    "เอาเถอะ ท่านนั่งทำสมาธิเถิด ข้าจะนั่งรอท่านแล้วเราไปเดินเล่นในเมืองด้วยกัน" มี่ฟางกล่าวยิ้มๆแล้วนั่งจัดของวางไว้ตามที่ต่างๆของห้องก่อนจะนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วปรับสายเอ้อร์หูรอ ทางเฟิ่งฮัวเมื่อเห็นเช่นนี้ก็ห้ามมิได้จึงยอมทำตามที่อีกฝ่ายพูด เขานั่งบนเตียงและทำสมาธิต่อจากนั้นโดยตั้งเวลาไว้ให้สั้นลงเพราะมีมี่ฟางคอยรอให้เขาไปเดินเล่นด้วย

                   กลิ่นใบไผ่โชยมาตามลม มือประกอบด้วยนิ้วเรียวจับเอ้อร์หูมาตั้งไว้และทำความสะอาดด้วยผ้า ก่อนจะได้ยินเสียงผึบผับเสมือนเสียงของนก พร้อมเสียงของชูปิงที่ร้องเหมียวๆพยายามจะตะกุยใส่นกอินทรีย์ตัวนั้นอยู่.
                   "เจ้าทำอะไรน่ะชูปิง หยุดนะ" ชายหนุ่มกล่าวกับแมวของตนเองเบาๆเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนสมาธิของท่านนักพรตเข้า แต่พอเขาเดินไปใกล้ๆนกอินทรีย์ตัวนั้นก็บินมาหาทันทีพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง มี่ฟางได้แกะกระดาษแผ่นนั้นออกจากมันแล้วถือวิสาสะอ่านดู...

                 'ถึงท่านพี่ มี่ฟาง
                 ข้าดีใจเหลือเกินที่ท่านส่งจดหมายมา แต่ในตอนนี้ ข้านั้นถูกพรรคภูติทมิฬลมดำจับมาเป็นธิดาเทพ ข้ากำลังต้องฝึกเคล็ดวิชาของประมุขพรรคจางเหยียนลู่เพื่อเป็นประมุขคนถัดไปที่เขาเทียนจื่อซานในเขาจางเจี่ยเจี้ย หากข้าฝึกสำเร็จแล้ว ข้าอาจจะเปลี่ยนไป เพราะวิชานี้จะทำให้สูญสิ้นความรู้สึกทั้งหมด แล้วถ้าหากข้ากลายเป็นคนไม่ดีไป อยากให้ท่านช่วยบอกทุกคน นี่คือเจตจำนงของข้า ได้โปรดช่วยฆ่าข้าทีเถิด หากข้าทำให้พี่ไม่พอใจหรือเสียใจ ข้าขอโทษท่านพี่นะ... ท่านพี่อย่าลืมมองดูทางดีๆระหว่างเดิน ท่านพี่อย่าลืมทานอาหารให้ครบทุกมื้อ ท่านพี่อย่าตามคนแปลกหน้าง่ายๆ หากป่วยไข้ก็รีบหายามาทาน หากเป็นไปได้หาคนดีๆมาดูแลท่านพี่จะดีที่สุดนะเจ้าคะ หากเป็นได้ข้าก็อยากที่จะได้ฟังเสียงดนตรีอันไพเราะของท่านพี่อีกครั้งนะเจ้าคะ
ด้วยรักและเคารพ หง อี้เจียง'

                "น้องอี้..." มือหนึ่งยกขึ้นปิดปากขณะที่กำลังอ่านจดหมาย ดูแล้วเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คิดไม่ผิดเลยที่ได้ส่งจดหมายไปหา
                "เด็กบ้า" น้ำตาพลันเอ่อคลอออกมาเงียบๆ มี่ฟางแทบจะขยำจดหมายในมือแต่กลับทดแทนด้วยการกดน้ำหนักลงไปที่ขอบหน้าต่างจนฝ่ามือแดงช้ำ ผู้หญิงตัวคนเดียวกับคนไม่ดีเป็นสิบ ต่อให้เก่งกาจเพียงใดก็รอดออกมาไม่ได้ไม่ใช่เหรอ? หรือไม่... หากรอดไปได้ก็คงไม่รู้ว่าร่างกายจะอยู่ครบสมบูรณ์หรือเปล่า เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปที่โต๊ะ นำเครื่องเขียนที่พกติดตัวมาด้วยและกระดาษใบหนึ่งเขียนตอบกลับเสร้จจากนั้นก็รีบส่งผ่านนกอินทรีย์ทันที
                "ได้โปรดรีบไป... ให้ถึงน้องอี้เจียง..." ชายหนุ่มประสานมือแล้วภาวนา

               'ถึงน้อง อี้เจียง
               ข้าในตอนนี้เดินทางมาถึงก่วนหลิน ข้าจะพยายามกลับมาช่วยเจ้าให้ได้ หากเห็นแก่พี่ได้โปรดอย่าเปลี่ยนไป อย่าฝึกวิชานั่นก็ยิ่งดี รักษาชีวิตรอดไว้ พยายามอย่าสู้ด้วยตัวคนเดียว หากเจ้าจะเปลี่ยนไปก็ขอให้จำไว้ว่าข้า ลู่ มี่ฟาง พี่เจ้าคนนี้จะเปลี่ยนเจ้าให้กลับมา ข้าขอโทษที่ทำตามคำขอที่เจ้าให้ไม่ได้ จะไม่ให้ใครฆ่าเจ้าเด็ดขาด รอคอยข้าก่อนนะน้องอี้เจียง ข้าจะช่วยและจะปกป้องเจ้าให้ได้เอง ปรารถนาว่าสักวันหนึ่งเราจะได้มาอยู่ร่วมกันและเจ้าจะได้ฟังดนตรีจากข้าอีก...
                                      ด้วยรักและห่วงใย ลู่ มี่ฟาง'


@HongYijiang




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +111 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 111 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x9
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-8-24 04:17

ขึ้นไปด้านบน