เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } ❀ จวนหยาเหยียนหวาง ❀

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2020-6-7 03:12:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น้ำผึ้งพระจันทร์ฉบับราชโองการ
1866
แขกพร้อมล้อมหน้า
               
           ค่ำคืนที่ผ่านมานับได้ว่าใช้พลังงานที่สะสมไว้ไม่ถึงครึ่งหลอด หลิงหลานที่นั่งฮิปโปทองคำต้วมเตี้ยมตากลม สองตาปิดไปแล้วครึ่งหนึ่งเดินกลับเข้าเรือนหยางคุน ด้านหยาเหยี่ยนหวางโยนงานทิ้งไปให้เวลากับชายาตัวน้อยเต็มที่ หิ้วปีกนางไปส่งให้นางกำนัลจับมัดไปอาบน้ำผลัดอาภรณ์กลับมาหลับปุ๋ยไม่มีโยเยบนตั่ง ‘...เฮ้อ บางมุมก็ไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ บางมุมก็...รับมือยากแท้’ ชายหนุ่มเกลี่ยปอยผมสีเงินทัดหลังหูให้ บรรจงห่มผ้าเนื้อบ้างลงไปก่อนจะดีดปลายนิ้วส่งลมปราณไปดับไต้ไฟจนทั้งห้องมืดสนิท

           จันทราลอยสูงแล้วลาเลือน เมื่อแสงอุษาแรกสาดส่องทิวไม้ เสียงวิหคโผผินออกจากรัง พ่อบ้านเจิ้งถูกตามตัวแต่เช้าให้ไปรับสินค้าที่ถูกส่งมาจากย่านการค้าชาวตะวันตก พ่อค้าชาวหูพร้อมกระสอบเมล็ดโคคาเต็มคันเกวียนมาถึงแล้ว พ่อบ้านเจิ้งแทบไม่อยากเชื่อว่าผู้เป็นนายจะสั่งเมล็ดหน้าตาประหลาดนี้มา!!

           สุดท้ายเจ้ากระสอบโคคาพร้อมสูตรการเตรียมเครื่องดื่ม ‘ชูกำลัง’ ตำรับชาวโรมันก็ถูกส่งไปที่ครัว เตรียมพร้อมจัดขึ้นโต๊ะร่วมกับสำรับเช้า ซิ่วจู๋มีรับสั่งจากนายหญิงของจวนให้ไปแจ้งกับแขกที่เรือนเมิ่งเหยาว่าหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้มาร่วมรับอาหารเช้าร่วมกันที่โถงหลัก

           ดรุณีผมเงินยังคงฟื้นจากแดนฝันไม่เต็มตา นางเดินหมากกับโจวกงไปสามกระดาน ท้าชุนสุราร่วมท่านไท่ซ่างเหล่าจวิน เบ็ดเสร็จรวมแล้วเดินข้ามธรณีประตูเรือนยังหัวแทบคะมำเรียกเสียงวี้ดว้ายจากเหล่าสาวใช้ ผลสุดท้ายก็ถูกหิ้วปีกออกมาแต่งอาภรณ์ฟ้าอ่อนทอลายเมฆเกล้าผม ครึงหัวขัดปิ่นหยกอย่างง่ายๆ เดินเนิบนาบมาพบสวามีที่ฝึกยุทธ์ช่วงเช้าเสร็จแล้วในโถงใหญ่

           “เสี่ยวหลาน รองเท้าเจ้า…” คนชอบมองภรรยาอดสังเกตไม่ได้ ใส่มาสลับคู่หรือเปล่า?

           “...........” อืม จริงด้วยแต่ช่างเถิดแค่มากินข้าวในบ้านไม่ได้ไปเดินตลาดสักหน่อย

          ปกติแล้วเจ้าบ้านมักมาหลังแขกเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเกร็ง แต่สำหรับจวนนี้.. มีกันอยู่ไม่กี่คน จารีตประเพณีช่างหัวมันเถิด

          ไป๋อวี้ก้าวเดินพร้อมกับโบกพัดเจ๋อซานเรื่อยมา ดวงใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มที่มาจากความพอใจในการทิ้งการหยอกล้อเล็กๆ น้อยๆไว้ให้พี่สาวคนงาม เมื่อมาถึงห้องโถง พ่อบ้านเจิ้งที่รอรับแขกอยู่ด้านหน้า ก็โค้งให้นางเช่นเดียวกับที่นางโค้งให้เขาเป็นพ่อบ้านเจิ้งที่เปิดประตูให้นางเข้าไปที่ห้องโถงก่อน ดรุณีสาวในอาภรณ์สีครามประสานมือและโค้งลงเคารพสองผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าตามมารยาทเช่นเดิม

          “ พี่ชาย พี่สาว ! “ น้ำเสียงนุ่มใสของไป๋อวี้เอ่ยอย่างเป็นกันเอง ไม่วายคนหน้าน้ำแข็งอย่างองค์รักษ์เซี่ยงอิงที่เคยพบปะพูดคุย บ่อยซะเหลือเกินในยามที่นางเจอพี่ชายหลิว ก็ดันหันมามองด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความแปลกใจในสายตา “ ใต้เท้าเซี่ยง ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดผิดแปลก ข้าใส่อาภรณ์กลับด้านหรือ ? “ เอ่ยหยอกเย้าด้วยความเคยชิน เพราะพอรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้นิสัยตน คงไม่ถือสา และก็ไม่ถือสาจริงๆ มีเพียงการถอนหายใจขององค์รักษ์น้ำแข็งเท่านั้นที่พอจะบอกว่าเขารับรู้ถึงคำพูดนาง
        
        เหม่ยเยว่เดินมายังห้องโถงตามคำบอกของสาวใช้ที่เดินถือของสวนทางกับนาง บรรยากาศจวนทางที่นางไม่คุ้นตาช่างดึงดูดให้ชื่นชมแต่นางทำได้เพียงจำมันผ่านตาและนำมันไปลงกระดาษ แต่ในตอนนี้นั้นนางควรจะรีบไปที่ห้องโถงเพื่อให้รู้ว่าเหตุใดนางจึงถูกเรียก เมื่อมาถึงทางเข้าโถงก็เจอกับพ่อบ้านเจิ้งที่รอรับแขกอยู่ เหม่ยเยว่ย่อโค้งตัวให้กับผู้อาวุโส เขาโค้งตัวให้นางเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

        “ถวายพระพรหวางเย่ ถวายพระพรหวางเฟยเพคะ” นางกล่าวเพราะโค้งย่อตัวลงประสานมือไว้ข้างหน้า
        
          “ทั้งสองตามสบาย” ผู้มีศักดิ์หวางหยักสรวลมุมปาก พยักรับเบาๆ คิดแล้ว..มันเหมือนในโต๊ะอาหารนี้มีเพียงเขาที่เป็นบุรุษสินะ…

          ดรุณีผมเงินแปลกใจเล็กน้อย วันนี้ได้เห็นแขกทั้งสองพร้อมหน้าสงสัยฝนฟ้าคงแปรปรวน  หลังลงนั่งตามสวามีแล้วผายมือไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ “น้องเหมย แม่นางหลี่ อรุณสวัสดิ์ น่าแปลกยิงนักที่ได้เห็นพวกเจ้าทั้งสองปรากฎตัวด้วยกัน มาเถอะนั่งก่อน เมื่อวานได้ของดีจากย่านชาวตะวันตกมาเลยชวนทุกคนมาลิ้มลองด้วยกัน”

          อย่าว่าแต่พี่สาวหลานที่แปลกใจ นางเองก็แปลกใจอยู่ลึกๆถึงแม้ว่าจะได้ยินเสียงตอบรับตั้งแต่จากเรือนมา ในที่สุดก็อยู่ครบเสียสักที นางยกยิ้มจางๆ และขยับเข้าประคองเหม่ยเยว่เจี่ยเจียมานั่งที่เก้าอี้ตามที่พี่สาวหลานผายมือนำพา “ อรุณสวัสดิ์เพคะ วันนี้วันดี มีทั้งของจากย่านชาวตะวันตก และเหม่ยเยว่เจี่ยเจียเองก็มาร่วมโต๊ะ “

        “ขอบพระคุณหวางเย่ ขอบพระคุณหวางเฟย” นางพูดและลุกขึ้นยืนเดินตามไป๋อวี้ที่มาประคองนางไปนั่งเก้าอี้ที่ถูกหวางเฟยผายมือไป เหม่ยเยว่นั้นไม่รู้จะทำตัวอย่างไรกับคนที่มีบรรดาศักดิ์สูงขนาดนี้ที่นั่งอยู่ตรงหน้า

        นางไม่แปลกใจนักกับไป๋อวี้ เพราะนางได้ยินข่าวจากสาวใช้ที่มาขนข้าวขนน้ำให้นางอยู่บ้าง ที่น่าตลกคือเจ้าตัวโดนสาวใช้มอบของรักอย่างสายคาดเอวตอนแต่งเป็นบุรุษ เหม่ยเยว่หัวเราะเสียงดังจนผิดกริยาเมื่อได้ยินเรื่องนั้น  

            ระหว่างนั้นเองก็ได้มีเหล่าสาวใช้ทยอยนำอาหารมาขึ้นโต๊ะ เป็นโจ๊กไป่เหอตุ๋นเนื้อเนียน โรยมาด้วยปาท่องโก๋กรอบและขิงซอย เครื่องเคียงพร้อมขาหมูคั่วสามรส คอเป็ดราดซอสพริกไทดำ แม้แต่เครื่องดื่มในวันนี้นอกจากชาต้งถิงชุนสีเขียวใสจากทะเลสาบต้งถิงอันลือชื่อ ยังมีเครื่องดื่มโกโก้ที่หวางเย่ไปเหมาทั้งสูตรและวัตถุดิบมาจากพ่อค้าชาวหูอีกด้วย

           อ่าห์… หอมเย้าหอมยวน ชวนให้กระเพาะพิโรธยิ่งนัก
        
            ไป๋อวี้น้ำเสียงนุ่มเอ่ยอย่างใจเย็น ในขณะที่เหลือบตามองพี่ชายหลิว ซึ่งดูจะแปลกไปเล็กน้อย เพียงเพราะทั้งโต๊ะมีแต่สตรี “ พี่ชายหลิว.. ท่านดูแปลกๆนะเพคะ “

           “หืม… ไม่นี่น้องสาวเหมย เซี่ยงอิ่งเจ้ามานั่งตรงนี้สิ” หยาเหยี่ยนหวางตรัสยิ้มปั้นหน้าเป็น ขณะสั่งองค์รักษ์ที่ยืนนิ่งแข่งกับเสามาร่วมวงด้วย คล้ายหาแต้มต่อ

           “...หว่างเย่ เรื่องนี้เกรงจะไม่เหมาะขอรับ” เขาเป็นบ่าวอีกฝ่ายเป้นนาย ให้ร่วมโต๊ะเสวยนั้นมิบังควร

          “จวนของเปิ่นหวาง คำของเปิ่นหวางคือกฎ.. เหมาะสมรึไม่เจ้าก็ตรองเอาเถิด”

         หลิงหลานประคองชามโจ้กไว้ในอุ้งมือเหลือบสายตาอาดูรไปทางองค์รักษ์หนุ่มเล็กน้อย มิทราบสวามีเล่นอันใดอยู่? จะหาเพื่อนกินข้าวก็ต้องข่มขู่กันด้วยรึ?? เดี๋ยวเพื่อนไม่คบหรอก!!

          “เอ้าๆ อย่ามัวชักช้าประเดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน น้องสาวทั้งสองทานให้มากหน่อยล่ะ เผื่อว่าวันนี้จะได้มีเรี่ยวแรงออกไปเดินเล่นกัน”

          ท้ายสุดเซี่ยงอิ่งในอาภรณ์นิลสนิทก็นั่งหน้าสลอนอย่างจำใจร่วมโต๊ะกับทั้งสี่ท่าน ตะเกียบในมือเก้ๆ กังๆ หวิดจะหล่นเพราะความเกร็งอยู่หลายหน

          ไป๋อวี้ยกชายแขนอาภรณ์ขึ้นป้องปากและเผยรอยยิ้มขบขันขึ้นโดยไม่ปิดบัง เหตุไฉนตอบนางว่าไม่ แต่กลับนำพาใต้เท้าเซี่ยงมานั่งด้วยเล่าพี่ชายหลิว ปากบอกไม่แต่การกระทำบอกใช่ น้องก็ว่ามันแปลกๆ อยู่น้า.. นางค่อยๆจับช้อนตักโจ๊กเข้าปาก เหลือบตาชมการฟาดฟันของใต้เท้าเซี่ยงและพี่ชายหลิวอยู่ห่างๆ และเมื่อถึงช่วงว่างตอนนั้น “ พี่สาวหลาน เครื่องดื่มจากเมล็ดโคคานี้ พอมาทานที่จวนในยามเช้าช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เหม่ยเยว่เจี่ยเจีย ท่านลองทานดู แม้น่าตาจะแปลกๆ ไปบ้าง แต่รสชาติเยี่ยมยอดมากเลย “

        เหม่ยเยว่มองคนที่ดูเหมือนจะเป็นองค์รักษ์คุยกับหวางเย่ราวกับเจ้าตัวโดนข่มขู่ หากมองดีๆแล้ว หวางเย่นั้นเป็นบุรุษเพียงคนเดียวบนโต๊ะอาหารโดยที่มีหญิงสาวนั่งล้อมรอบ คงจะไม่แปลกใจนักหากเขาจะอยากให้มีบุรุษเพิ่มมาบนโต๊ะสักคน

        เหม่ยเยว่เห็นผู้อื่นเริ่มทานนางจึงเริ่มหยิบช้อนขึ้นมาชิมโจ๊กเสียบ้าง กอรปเสี่ยวอวี้กล่าวถึงเครื่องดื่มจากเมล็ดโคคาที่นางไม่รู้จัก และบอกว่ารสชาติใช้ได้  เหม่ยเยว่มองเครื่องดื่มสีน้ำตาลเข้มที่อยู่ตรงหน้า นางมองหน้าไป๋อวี้ราวกับว่าจะดื่มได้จริงๆหรอ แต่สุดท้ายแล้วนางก็เลือกที่จะเชื่อใจน้องสาวหยิบแก้วขึ้นมาดื่มรสชาติมันมีความหวาน ขม และหอมอย่างน่าประหลาดชวนให้ติดใจ

             “นี่มันช่างน่าประหลาดใจมาก!” เหม่ยเยว่โพล่งออกมาเชิงเอ่ยชมมัน

             “ใช่แล้วๆ น่าเสียดายได้มาแต่เครื่องดื่ม ถ้าหากรสชาติเหล่านี้สามารถนำไปทำขนมหวานได้ล่ะก็คงจัดว่าเด็ดเป็นแน่!!” หลิงหลานจัดการโจ้กหมดไปหนึ่งถ้วย คีบปอเปี๊ยะส่งให้น้องสาวทั้งสอง โดยไม่ลืมเลือกขาหมูชิ้นใหญ่ที่สุดถวายไปทางชามของหยาเหยี่ยนหวาง คิดไปคิดมาเมื่อครู่ หลี่เหม่ยเยว่ยังเรียกขานตนว่าหวางเฟย แต่น้องเหมยเรียกตนว่าพี่สาว เพื่อไม่ให้สหายต้องลำบากใจกันควรจัดลำดับเรียกขานเสียใหม่ “จริงสิ เมื่ออยู่กันเองแม่นางหลี่จะเรียกขานข้าแบบเดียวกับน้องเหมยก็ได้นะ แบบนี้จะเป็นกันเองกว่าด้วย”

            เหม่ยเยว่ที่อ้าปากรอโจ๊กที่อยู่บนช้อนที่ตนถืออยู่ค้าง ตะใจกับที่หวางเฟยกล่าวจนเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะย้อนคิดว่าไป๋อวี้นั้นเรียกหวางเฟยว่าเช่นไร เมื่อนึกได้นั้นเหม่ยเยว่ถึงกับวางช้อน ยกมือขึ้นมาประสานด้านหน้า

           “ขอบพระคุณพี่สาวหลาน” ถึงจะไม่คุ้นปากแต่นางจะต้องชินกับมันให้ได้ เพราะอย่างไรก็อาศัยอยู่บ้านเขา

           “....ในเมื่อเสี่ยวหลานให้เจ้าเรียกขานเป็นพี่สาว เช่นนั้นก็เอาตามที่นางว่าเถิด” แน่นอนว่าผู้เป็นหวางไม่เคยขัดแย้งกับข้อคิดเห็นของชายา เพียงแต่คอยดูแลไม่ให้นางนำภัยมาสู่ตัวเท่านั้น “ดังนั้นเจ้าจะเรียกข้าว่าพี่หลิวเหมือนน้องเหมยก็ได้นะแม่นางหลี่”

          ไป๋อวี้เคี้ยวปอเปี๊ยะที่พี่สาวหลานคีบให้ พร้อมทั้งเหลือบมองทุกผู้คนบนโต๊ะนับจากพี่สาวหลาน พี่ชายหลิว ใต้เท้าเซี่ยงอิง และเหม่ยเยว่เจี่ยเจียที่ข้างกาย แต่ละคนอยู่ในสถานะและเส้นทางที่ยากจะมาบรรจบได้ สุดท้ายแล้วก็กลับได้มาร่วมโต๊ะสร้างสัมพันธ์ เมื่อปอเปี๊ยะกลืนหายลงไปในคอ ก็มีเครื่องดื่มจากเมล็ดโคคาตามลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเหม่ยเยว่เจี่ยเจียดูจะทำตัวไม่ค่อยถูกนักก็เอ่ยปากช่วยไปบ้างตามที่นางทำได้

          “ พี่ชายหลิวให้เหม่ยเยว่เจี่ยเจียเรียกขานเยี่ยงนั้น หากวันใดท่านคิดพาน้องไปล่าเสือดั่งวันวานที่เคยกล่าว เกรงว่าท่านต้องชวนน้องสาวอีกคนของท่านไปด้วยนะเพคะ “ พูดไม่พอยังเหล่ตาไปทางเหม่ยเยว่เจี่ยเจียข้างกาย สุดท้ายก็ไม่พ้นคำพูดหยอกล้อที่สร้างรอยยิ้มเล็กๆกลับกลุ่มคนที่ร่วมโต๊ะอาหารได้บ้าง

            “เรื่องนี้.. หากน้องหลี่และน้องเหมยไม่ขัดข้อง จะไปกันวันนี้เลยยังได้” หยาเหยี่ยนหวางละมือจากสำรับ หมุนรอยยิ้มหยักที่มุมปากประกายพ่อพระแผ่รอบตัว ทั้งที่พูดถึงอยุ่คือการล่าสัตว์เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

           “หยุดๆๆ แค่เซี่ยงอิงยังไม่พอ หวางเย่ท่านจะไล่แขกออกจากจวนหรืออย่างไร? เอาล่ะวันนี้วันพระทั้งที ข้ามิได้ไปถวายสังฆทานนานแล้ว มิสู้หลังมื้ออาหารน้องๆ ทั้งสองสนใจจะไปวัดไป๋หม่าด้วยกันไหมจ้ะ?” แกะกระพริบตาปริบๆ อีกคนจะฆ่าสัตว์อีกคนจะทำบุญ ช่างเป็นคู่สมรสที่มหัศจรรย์ดีแท้ ด้านองค์รักษ์หนุ่มทานเสร็จแล้วขอตัวเนียนๆ กล่าวว่าจะไปเตรียมรถม้าเตรียมพาหนะ เตรียมมนั่นนู่นนี่และจรลีจากไป

          เมื่อได้ยินว่าล่าเสือเหม่ยเยว่หันไปยังน้องสาวจอมขี้แกล้งของนางที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉับพลัน มิหน้ำซ้ำท่านอ๋องนั้นยังตอบรับคำแซวแสบๆของไป๋อวี้เสียด้วย

        “ต้องขออภัย พี่ชายหลิว ตัวข้านั้นไม่รักการล่าสัตว์เช่นเสี่ยวอวี้เท่าใดนัก” กล่าวพร้อมปัดมือไม่มาราวกับปฏิเสธอย่างสุภาพ ยังดีนักที่พี่สาวหลานนั้นช่วยห้าม พร้อมกับชวนไปวัดหลังจากทานอาหารด้วยกัน

        “ต้องขออภัยพี่สาวหลานเช่นกัน ข้าก็อยากไปกับพวกทานแต่ว่าภาพที่ข้าตั้งหมั่นจะวาดนั้นยังไม่เรียบร้อยดีนัก ข้าฝากพวกท่านทำบุญเผื่อข้าด้วยได้หรือไม่”

          ดรุณีในอาภรณ์สีครามตวัดตามองพี่สาวข้างกายอย่างทันท่วงที เพ่ย รักการล่าสัตว์อันใด นางแค่เข้าป่าบ่อยพร้อมกับพี่ชายที่แบกกวางมาด้วยไม่นับว่ารักการล่าสัตว์หรอกนะ ! ยิงกวางครั้งก่อนยังมีสั่น โถ่เหม่ยเยว่เจี่ยเจีย ท่านเห็นเมยเม่ยผู้นี้เป็นสตรีถึกทนนักหรือ ใบหน้าหวานงอง้ำอย่างน้อยใจ นางเพียงตักโจ๊กในชามกินต่อไป เหม่ยเยว่เจี่ยเจียปฏิเสธการไปวัดเนื่องด้วยอีกฝ่ายมีภาพวาดที่ต้องเขียนต่อ ไป๋อวี้นั้นสามารถเข้าใจได้ดี

          “ พี่สาวหลาน เดี๋ยวน้องจะไปวัดกับท่านเอง เหม่ยเยว่เจี่ยเจีย ไว้ข้าจะกลับมาดูภาพวาดท่านนะ “ ช่วงแรกเอ่ยกับสตรีมีครรภ์ผู้สูงศักดิ์อย่างพี่สาวหลาน และช่วงท้ายหันมาเอ่ยโดยไม่ลืมขยิบตาเล็กน้อย ให้กับเจี่ยเจียข้างกาย ทั้งหมดล้วนแต่จบบทสนทนาลง และต่างคนต่างทานอาหาร โดยที่หลังทานเสร็จก็ต่างต้องแยกกันเพื่อไปทำธุระตามที่ตนมาดมั่นไว้

All+ชื่อเสียง


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +28 คุณธรรม +30 ความโหด โพสต์ 2020-6-7 11:48
คุณได้รับ +7 คุณธรรม --3 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2020-6-7 08:34
คุณได้รับ +65 คุณธรรม +155 ความโหด โพสต์ 2020-6-7 08:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หว่านจินซีหวังมู่
ม้าภูตหิมะสายใย
กำไลเทพีไอซิส
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาสู่โจ้วจวี้เหริน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x6
x2000
x220
x130
x31
x49
x1435
x55
x435
x191
x768
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x89
x5
x1
x1
x318
x573
x57
x418
x2
x3
x14
x1
x1
x5
x184
x235
x1
x14
x6
x6
x19
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x35
x20
x10
x32
x91
x5
x4
x3
x116
x736
x18
x7
x20
x55
x54
x3
x3
x3
x4
x4
x260
x27
x5
x1
x3
x2
x2
x3
x2
x172
x2
x1
x70
x14
x40
x8
x1
x18
x3
x310
x350
x100
x210
x125
x360
x411
x25
x32
x103
x345
x610
x170
x19
x120
x2
x13
x5
x19
x1701
x9999
x7
x1600
x8
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x48
x40
x26
x980
x770
x2006
x100
x20
x2000
x11
x1280
x1700
x903
x27
x42
x15
x100
x9
x18
x1735
x260
x2023
x1110
x321
x2100
x2
x7900
x408
x99
x105
x12
x76
x150
x3428
x219
x239
x434
x2722
x2139
x1670
x14
x450
x1443
x11
x27
x7109
x2732
x14
x71
x7576
x57
x4590
x1810
x55
x3
x210
x18
x1110
x1
x1
x3185
x2
x1
x2525
x14
x43
x34
x683
x470
x30
x221
x206
x9
x1210
x1395
x6201
x964
x133
x440
x130
x57
x51
x2395
x1
x1850
x3019
x7127
x820
x280
x9355
x9999
x515
x54
x91
x5469
x29
x15
x84
x179
x1000
x13
x4243
x2935
x1784
x3473
x9999
x2466
x3200
x2698
x1884
x2790
x5
x9999
x485
x1106
x129
x30
x9999
x2600
x3864
x2280
x151
x2861
x4466
x4395
x1805
x3768
x2168
x545
x2479
x538
x276
x1543
x460
x3
x24
x13
x1510
x78
x50
x5466
x1115
x2
x1077
x9999
x2801
x2
x49
x2239
x3809
x7147
x1243
x7629
x4470
x512
x1208
x1834
x892
x10
x1122
x2951
x3140
x972
x100
x3
x21
x25
x25
x32
x9
x6048
x9610
x2407
x9999
x199
x26
x9999
x20
x5805
x24
x8
x1709
x251
x26
x9
x98
x31
x10
x1131
x3935
x9
x31
x210
x1117
x92
x2408
x2086
x129
x18
x1473
x2378
x2259
x3
x287
x3676
x2505
x7884
x518
x401
x4106
x5439
x9999
x16
x2283
x2451
x5805
x8000
x3380
x1666
x30
x3785
x1019
x70
x328
x151
x2816
x2118
x9999
x44
x4559
x9999
x9999
x9999
x3130
x2049
x111
x3000
x9
x4246
x40
x3211
x4099
x787
x1
x765
x1790
x547
x1241
x6199
x2359
x5866
x5004
x9999
x7914
x9999
x3159
x2323
x2452
x3456
x4274
x2342
x404
x66
x1
x15
x1989
x6682
x743
x1
x4827
x8292
x68
x9999
x678
x1418
x1074
x6534
x105
x3595
x1095
x454
x105
x1177
x297
x8
x184
x37
x9999
x1123
x2070
x3514
x195
x666
x468
x100
x1301
x1656
x9999
x3780
x1295
x1227
x889
x234
x9999
x1724
x9999
x143
x713
x2459
x2
โพสต์ 2020-6-8 22:49:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ ทุ่มเทแรงใจ }
56
เจ้านกน้อยกับการฝึก
         ดรุณีสาวในอาภรณ์สีเหลืองย่างกรายลงจากรถม้า โดยมีเซี่ยงอิงอยู่ด้านหลัง นางบรรจงจ่ายค่าใช้จ่ายในการขึ้นรถม้าและเดินเข้าจวนหยาเหยียนหวางที่คุ้นตา สาวใช้น้อยใหญ่ที่เดินผ่าน ต่างก็หันมองและเดินจากไปซุบซิบกันตามปกติ จนไป๋อวี้เริ่มจะชินกับความข่าวไวทั้งหลายของจวนหยาเหยียนหวางนี้เสียเหลือเกิน นางหันย้อนกลับไปมองใต้เท้าเซี่ยงที่คอยตามดูแล ตามนำทางนางตลอดวัน แล้วก็ประสานมือย่อกายลงขอบคุณ

          “ ขอบคุณใต้เท้าเซี่ยง วันนี้รบกวนท่านมามาก ข้าไม่ขอรบกวนอีก ท่านกลับไปทำหน้าที่ของท่านเถอะ “ พูดติดตลกแกมไล่นิดๆ อีกฝ่ายก็ยังคงตีหน้าตายใส่นาง และทะยานกายหายไปอย่างรวดเร็ว ก็นับว่าดีอยู่ไม่น้อยที่อีกฝ่ายไปไวมาไวแบบนี้ หญิงสาวก้าวเดินด้วยความใจเย็น ในใจนางมีเรื่องที่ตั้งมั่นว่าจะมาเอ่ยบอกกับเจ้าของจวนสักหน่อย เนื่องจากนางไปสังเกตุการดูที่หอบูรพาทำเนียบมาแล้ว หากนางคิดฝึกวิชาตัวเบาที่นั้นคงเงียบเหงาน่าดู

          มิสู้ขอพี่ชายหลิวฝึกที่นี้ มีอะไรให้ทำ มีคนให้คุย ย่อมต้องดีกว่าเป็นไหนๆ ว่าแล้วก็ผ่านเส้นทางภายในจวน เนื่องจากนางพึ่งล้างตัวเปลี่ยนอาภรณ์มาใหม่ เหงื่อก็ไม่ได้ออกมากมาย จึงไม่จำเป็นต้องกลับเมิ่งเหยาไปล้างตัวก่อนให้ลำบาก เลือกฟังบรรดาสาวใช้ บ่าวไพร่พูดกันว่าตอนนี้เจ้าของจวนอยู่ไหน แล้วก็มุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว


หลิงหลาน




          “ อาจจะเพราะบาดเจ็บอยู่ จึงมึนงงเกินกว่าจะทานอะไรลงไปก็ได้เพคะ “ น้ำเสียงนุ่มใสที่ดังมาไกลก่อนตัวนางเสียอีก ดรุณีสาวในอาภรณ์สีเหลืองอ่อนก้าวเข้ามาในบริเวณพร้อมด้วยรอยยิ้มเบาบาง สองมือประสานกันและย่อกายลงทำความเคารพ “  พี่ชายหลิว พี่สาวหลาน ขออภัยที่เดินมาแบบไม่ได้บอกกล่าวก่อน “ ไป๋อวี้เอ่ยอย่างใจเย็น ในขณะที่สายตาจับจ้องอยู่กับเจ้านกแก้วตัวน้อย ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีสิ่งของเกลื่อนโต๊ะหินขนาดนั้น

          “ ลองเทอาหารเอาไว้ หากมันหิวจริงๆเดี๋ยวก็คงกินเองก็ได้ ? “ ทั้งง่ายที่จะดูว่านกมันจะกินอะไร และไม่ลำบากพี่สาวหลานพยายามป้อน เพียงแค่นี้คือต้นเหตุของความคิดที่นางเอ่ยออกไปแบบซื่อๆ และไม่ได้มากความอะไร

          หลิงหลาน

          หากหายดีแล้วแต่ไม่ยอมทานเป็นเพราะยังไม่คุ้นชินหรือเปล่า? ทั้งหมดใดๆ ตัวนางก็คงไม่อาจเข้าใจนกได้เพราะตัวนางไม่ใช่นก ถึงจะเคยติดปีกเดินไปเดินมา แต่ก็ยังถือว่าเป็นมนุษย์อยู่ดี พลันคำพูดของผู้เป็นหวางก็เรียกให้ชวนหันไปมองได้ไม่น้อย “ ตัวมันก็เท่านี้ พี่ชายหลิว คิดจับมันลงหม้อ ท่านก็ช่างใจร้ายเสียจริง “ ปากแซวไปก็ไม่วางเคลื่อนตัวมาใกล้พี่สาวหลานและพินิจดูเจ้านกน้อยตัวนี้

          “ หากหายดีแล้ว .. ไม่ยอมทานก็น่าจะด้วยนิสัยของเจ้านกน้อยนี่กระมั้ง “ แม้ในใจจะมีคิดว่าอาจจะเพราะตื่นสถานที่ ตื่นคน แต่ที่ดูๆแล้ว คนก็ไม่ได้เยอะ ซ้ำเจ้าตัวนี้ก็อยู่มาหลายวัน นางจึงจนปัญหาจริงๆ “ จะว่าไปน้องคงไม่ได้มารบกวนเวลาพี่สาว กับพี่ชายใช่ไหม ? “

หลิงหลาน

          ดรุณีสาวส่ายศีรษะไปมากับคำพูดเล่นไม่จริงจังของผู้เป็นหวาง แล้วก็กลับมารับฟังคำถามของพี่สาวหลานคนดี นิ่งค้างไปพักนึงก่อนจะหัวเราะเบาๆและตอบออกไป “ ตามที่พี่สาวหลานเอ่ย เดิมทีตอนเช้าน้องใส่ชุดสีเขียวไป แต่เมื่อไปถึงหอก็ได้มีโอกาสทบทวนวิชาที่หอฝึกสมาธิ เผอิญว่าวิชาที่น้องมีติดกายนั้นเป็นธาตุหยาง ทบทวนทีก็เหงื่อชุ่มตัว จนคนที่หอต้องลำบากหาชุดมาเปลี่ยนให้น้อง “ พูดไปก็นึกขำอยู่ไม่น้อยตอนที่ผู้ดูแลหอรับปากจะจัดการให้ แต่ก็หายไปนาน กลับมาพร้อมกับคำบอกว่าต้องค้นก้นหีบ นางเลยพอเข้าใจ

          “ คนผู้นั้นสบายดี ที่หอสงบ แล้วก็เหมาะแก่การพักผ่อน พี่สาวไม่ต้องกังวล “

หลิงหลาน


          “ รบกวนพี่สาวแล้ว “ หอบูรพาทำเนียบยิ่งใหญ่แค่ไหน นางไปเห็นมาแล้วด้วยตาตัวเอง ยังหวั่นเกรงกับตัวเองเลยว่าการสร้างชุมนุมที่ซึ่งใหญ่โตและครบครันได้ขนาดนั้น จำนวณเม็ดเงินที่เสียไปต้องมากมายขนาดไหน แล้วดูพี่สาวหลานก็ยังใส่ใจนางไม่เคยขาด รู้สึกทราบซึ้งต่อความเป็นพี่สาวผู้นี้จริงๆ ซึ้งได้ไม่นาน เจ้านกตัวจ้อยที่เริ่มแตะเปลือกไม้ ก็ทำให้นางขมวดคิ้ว เจ้านกตัวจ้อยนี่ตอนให้กินกลับไม่กินซะอย่างงั้น

          “ น้องว่าคงไม่ใช่กระมั้ง.. “ ใบหน้าหวานพลันฉายรอยยิ้มแห้งๆให้กับสตรีสูงศักดิ์ บางครั้งสัตว์ก็เข้าใจยาก นางคิดอยากจะพูดภาษานกก็วันนี้ หากตามซ่านหงมา มันจะคุยกับเจ้านกนี่รู้เรื่องไหมนะ ? คงไม่แน่ๆ โถ่ ในที่นี้ก็คงไม่มีใครอยากปล่อยเจ้าตัวจ้อยหิวตายหรอกน่า จะว่าไปนางเห็นปลาสดอยู่ไม่ไกล นึกอยากลองแกล้ง ผสมอยากลองดูว่าหากนกเจอกับปลาสดจะเป็นยังไง จึงได้หยิบปลาที่ตายแล้ว ลองยื่นไปทางเจ้านกน้อยดู

           “แกว๊กๆ” เจ้านกแก้วบินพั่บๆ เข้าใส่เป้าหมายอย่าประทุษร้าย ถึงจะชอบปลาสดๆ มากกว่าก็เถอะ นกตัวนี้ในอดีตเคยอยู่กับคนเดินเรือที่กินบ่อยสุดไม่พ้นกุ้งหอยปูปลา

หลิงหลาน


          “ … “ ดรุณีในชุดสีเหลืองที่กับนิ่งงัน นางเพียงคิดอยากรู้ถึงกิริยาของนกเวลาเจอปลา เหตุไฉนกลายเป็นผู้อ่านใจนกได้กัน ! แววตาฉายทั้งความขบขันอย่างปิดไม่มิด แม้ว่าตัวนางจะไม่ได้หัวเราะออกมาก็เถอะ “ พี่สาวหลานกล่าวเกินไปแล้ว น้องเพียงแค่อยากรู้ว่าหากนกเจอกับปลาจะเป็นเยี่ยงไร “ นางหลุบตาดูเจ้านกตัวจ้อยที่พึ่งกระทำสิ่งโหดร้ายต่างกับขนาดตัว แล้วก็เผยรอยยิ้มเบาบาง “ เจ้าตัวนี้เห็นทีคงทำให้ปลาในจวนหายไปอีกเยอะแน่ๆ “ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือเล็กน้อย ก่อนจะผินหน้ามองพี่สาวหลาน

          “ ทางที่ดีสอนมันกินอาหารนกตามปกติก็น่าจะเป็นการดีกับมันไม่น้อย “

หลิงหลาน


          “ เจ้าตัวน้อย.. ใจเย็นๆนะ “ ไป๋อวี้เอ่ยอย่างแผ่วเบาให้กับเจ้านกตัวจ้อยได้ฟังและหันไปมองสาวใช้เชิงว่ารบกวนหน่อย เพราะตรงนี้มีอยู่สองสามตัว ไม่รู้จะพอใจเจ้านกตัวจ้อยที่หิวโซนี่ได้ไหม มือก็คอยยื่นปลาให้ ในขณะที่ก็ฟังพี่ชายหลิวไป จริงอยู่ที่หากนางได้เจ้าตัวจ้อยนี้มา ฝึกหน่อยคงใช้บินส่งสานส์ได้โดยไม่ต้องรบกวนนกของจวนหวาง แต่นางเองก็ได้รับของจากที่นี้มาไม่ใช่น้อย ถึงกระนั้นอย่าลืมว่าจวนหยาเหยียนหวางมีผู้เป็นใหญ่อยู่สองคน

          “ พี่สาวหลานคิดเห็นยังไงเพคะ “ เพราะหากได้ นางก็เป็นผู้ได้รับประโยชน์ เพราะฉะนั้นจึงไม่คิดแสดงความเห็นให้มาก เพียงแต่คอยไล่นิ้วสัมผัสศีรษะเล็กๆของนกตัวน้อยที่จิกกินปลาอย่างสนุกสนาน โดยที่แทบจะไม่ได้สนใจมนุษย์ทั้งหลายที่ล้อมรอบ


หลิงหลาน


          “ ขอบคุณพี่สาวหลานมาก “ นางมองเหล่าสิ่งของจำเป็นที่ควรมีหากคิดจะเลี้ยงนก แล้วก็ได้แต่อมยิ้มเบาบาง ป้อนปลาไปก็ชำเลืองมองพี่สาวหลานที่เอ่ยถามในเรื่องการฝึกวิชาตัวเบาขึ้นมาพอดี ทำให้ไป๋อวี้นึก