ดู: 439|ตอบกลับ: 8

{ นอกเมืองจื่อถง } ผาร้อยบุปผา

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-20 20:01:48 |โหมดอ่าน

ผาร้อยบุปผา


สถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามแห่งหนึ่งในแถบแดนใต้ ผาแห่งนี้อยู่นอกชานเมืองของเมืองจื่อถง
จากบริเวณปลายสุดหน้าผาลงไปมีความสูงถึง 6 เมตรถึงพื้นดิน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-7-20 20:22:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-23 22:40





          เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อช่วยหญิงสาวขึ้นมาจากหน้าผาได้แล้ว แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อขาข้างหนึ่งของหญิงสาวถอยหลังได้ก้าวหนึ่งก็ทำให้เสียจังหวะการทรงตัว หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นท่าไม่ดีจึงคว้าตัวหญิงสาวไว้และเป็นเหตุทำให้ทั้งคู่ต้องตกผาลงไปอีกครั้ง  หลี่เซี้ยนเจ่อในจังหวะที่ร่วงหล่นจากหน้าผาเขาจึงใช้แผ่นหลังของตัวเองรับแรงกระแทกโดยมีหญิงสาวนอนทับอยู่บนหน้าอกของเขา  หลี่เซี้ยนเจ่อหลับไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบจนหญิงสาวที่เขาช่วยมาเอาแขนมาสะกิดที่ต้นแขนของเขา เขามองดูเธอแล้วมีแค่ฟกช้ำนิดหน่อย ส่วนตัวเขาเองดูเหมือนจะได้รับบาดแผลมาไม่น้อย เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่งแล้วมองไปรอบๆสงสัยช่วงที่ตกลงมาคงมีพุ่มไม้พวกนั้นรองรับพวกเขาไว้ หลี่เวี้ยนเจ่อหันไปมองหญิงสาวที่ตนเพิ่งช่วยเหลือมาและก็เพิ่งตกลงมาด้วยกัน หลี้เซี้ยนเจ่อยื่นหน้าไปมองเธอใกล้ๆก็พบว่าทั้งหน้าตาและการแต่งตัวเหมือนชาวโหรวหรานที่เขาและเหม่ยหลินเคยพบที่ตลาดของเมืองอู๋เว่ย      "เธอฟังภาษาของเราออกไหม?" หลี่เซี้ยนเจ่อถามอย่างสัย เธอพยักหน้าแทนการพูด "สงสัยจะฟังได้แต่พูดไม่ได้สินะ" หลี่เซี้ยนเจ่อพึมพำกับตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนซึ่งหญิงสาวก็ทำแบบเดียวกัน
     "ข้าว่าเราควรเดินหาทางออกจากที่นี่กันเเถอะ" หลี่เซี้ยนเจ่อแม้รู้ว่านางพูดภาษาฮั่นไม่ได้ แต่ก็คิดว่านางคงฟังที่เขาพูดออกมารู้เรื่องนะ
        พวกเขาสองคนเดินออกค้นหาทางออกจากบริเวณหน้าผาด้วยหวังว่ามันคงสัญลักษณ์หรือเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งที่จะนำพาพวกเขาสองคนออกไปจากที่นี่ได้ พวกเขาจึงเดินมาเรื่อยๆด้วยหวังว่าหากไร้ซึ่งทางออกก็น่าจะมีแหล่งที่พักให้กับพวกเขาได้พักผ่อนกันได้บ้าง การเดินทางเพื่อหาที่พักใช้เวลาอยู่ 30 นาที จึงเดินมาพบกับถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณหน้าถ้ำมีดอกไม้หลากสีประดับอยู่ซึ่งไปน่าเชื่อว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ด้วย
     "แม่นาง ข่าคิดว่าพวกเราเดินเข้าไปพักในถ้ำแห่งนี้กันหน่อยดีไหม?" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปถามความเห็นจากหญิงสาว ซึ่งก็ได้รับคำตอบมาเป็นการพยักหน้า
        หลี่เซี้ยนเจ่อและหญิงสาวจึงเดินเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง เมื่อเดินเข้ามาภายในถ้ำแล้วก็สังเกตุได้ว่ามีเถาวัลย์เลื้อยอยู่เต็มไปหมดภายในถ้ำแห่งนี้ อีกทั้งบริเวณภายในถ้ำก็มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางไม่น้อย หลี่เซี้ยนเจ่อหวังว่าจะพบใครสักคนในถ้ำแห่งนี้ แต่เมื่อเดินมาถึงใจกลางของถ้ำแล้วก็ยังไม่พบวี่แววของคนเลยสักคนเดียว เขาจึงเลือกนั่งลงตรงที่มีหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่เพื่อใช้เป็นที่พิงหลัง ส่วนหญิงสาวก็นั่งลงตรงข้ามกับเขา เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อมองใบหน้าของหญิงสาวแล้วกลับไม่เห็นแววตาถึงความกลัวเลย แถมภายในถ้ำก็ยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณถ้ำอีกด้วย หลี่เซี้ยนเจ่อมองสำรวจบาดแผลของตัวเองแล้วก็พบว่ามีแผลถลอกตามร่างกายอยู่พอสมควร เมื่อมีโอกาสได้นั่งพักแล้วเขาก็ควรจะทำบาดแผลของตัวเองเสียหน่อย เขาจึงฉีกชายเสื้อของตัวเองตามยาวจากนั้นก็ถกเสื้อลงจึงทำให้แขนด้านซ้ายของตัวเองเปลือยเปล่าลง จากนั้นเขาก็เอาชายเสื้อที่ฉีกมาทำการพันแผลด้วยความทุลักทุเล หลี่เซี้ยนเจ่อซึ่งกำลังพยายามพันแผลให้กับตัวเองอยู่ จู่ๆหญิงสาวก็เข้ามาช่วยทำแผลให้ การทำแผลของนางดูจะคล่องแคล่ว เมื่อทำแผลแขนซ้ายเสร็จ หญิงสาวก็ทำแบบเดียวกันกับที่แขนด้านขวาของหลี่เซี้ยนเจ่อ จนเมื่อเห็นว่าไม่มีแผลที่ส่วนอื่นแล้วหญิงสาวก็นั่งลงข้างๆหลี่เซี้ยนเจ่อ พวกเขาสองคนก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ในถ้ำที่มีกลิ่นดอกไม้กระจายไปทั่วบริเวณถ้ำ
     "แม่นางเคยรักษาคนมาก่อนเหรอ?" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปถามหญิงสาวอย่างใคร่รู้ ซึ่งนางก็พยักหน้า
     "แล้วแม่นางเป็นชาวโหรวหรานด้วยรึเปล่า?"  หญิงสาวก็พยักหน้าตอบพร้อมกับยิ้มแย้ม หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นนางยิ้มแล้วก็รู้สึกว่านางก็น่ารักแล้วก็สวยด้วย แต่เขาก็ไม่เคยอยู่กับหญิงสาวแบบใกล้ชนิดขนาดนี้มาก่อน มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาจริงๆ ตอนนี้นอกถามคำถามกับสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆแล้ว เขาคงคิดว่าน่าจะเล่าอะไรให้นางได้ฟังบ้าง
      "แม่นางรู้ไหมว่าตั้งแต่ข้าออกจากบ้านมากับน้องสาวของข้าแล้ว ชีวิตของข้าก็มักจะเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝันมากมาย หนแรกก็ที่โรงเตี๊ยมที่เมืองเฉิงตู ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าไม่มีคนมาช่วยไว้ได้ทัน จากนั้นข้ากับน้องสาวก็มาทำที่ร้านผ้าไหมของเถ้าแก่หวงแล้วก้ได้ไปเจอกับชาวโหรวหรานที่เหมือนกับแม่นางไง จนตอนนี้ข้าก็ได้ช่วยชีวิตคนแล้วก็ได้มานั่งคุยกับแม่นางในตอนนี้" หลี่เซี้ยนเจ่อเล่าประสบการณ์ให้ฟังที่ถึงแม้ว่าคนข้างๆจะพูดไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ยังรับฟัง มาหวนคิดดูแล้วได้พุดคุยกับคนแปลกหน้าบ้างก็ไม่น้อย
หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปสบตากับหญิงสาวในบรรยากาศที่มีกลิ่นของดอกไม้ ชั่วขณะหนึ่งที่สบตากันหลี่เซี้ยนเจ่อก็เกิดความรู้สึกชอบและอยากปกป้องหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เมื่อละสายตาแล้วหลี่เซี้ยนเจ่อก็พูดเหมือนให้สัญญากับสตรีตรงหน้าไปแล้ว
     "ไม่ต้องห่วงนะ ข้าสัญญาว่าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่และดูแลเจ้าไปจนกว่าเจ้าจะปลอดภัยจากอันตราย" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดออกไปอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งหญิงสาวที่ฟังแล้วก็อดที่จะซาบซึ้งไม่ได้ แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้แต่นั่งเงียบกันต่อไป





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -10 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -10 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-23 11:47:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-24 22:06

        หลี่เซี้ยนเจ่อที่บาดเจ็บจากการตกหน้าผาลงมาและได้หญิงสาวชาวโหรวหรานช่วยทำแผลให้ ตอนนี้ดูเหมือนเขาเพิ่งจะฟื้นจากอาการบาดเจ็บ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็ยังเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ข้างๆเหมือนเดิม เขาค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับสำรวจบาดแผลที่ตอนนี้เหมือนจะเริ่มหายดีบ้างแล้ว หญิงสาวมองหลี่เซี้ยนเจ่อด้วยแววตาที่เศร้าหมองจึงทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อต้องรีบบอกออกไปก่อน
    "แม่นาง ข้าแค่บาดเจ็บเท่านั้นเอง แล้วนี่ข้าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว?" หลี่เซี้ยนเจ่อหันหน้ามาถามพร้อมกับมองไปรอบๆบริเวณภายในถ้ำ
    "ท่านนอนหลับไปสองวัน ระหว่างที่ท่านนอนหลับข้าได้ยินว่าท่านพูดชื่อคน บางครั้งท่านมีสีหน้าเจ็บปวด บางครั้งท่านก็มีสีหน้ากังวล" หญิงสาวเริ่มเล่าเหตุการณ์ช่วงนี้หลี่เซี้ยนเจ่อนอนหลับไปได้สองวันเต็ม จากนั้นหญิงสาวก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบอะไรบางอย่างมาให้หลี่เซี้ยนเจ่อได้ทานหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาแล้ว
     "แม่นาง ไม่ทราบนี่คืออะไรกัน?" หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อเห็นของที่หญิงสาวนำมาให้ทานก็รู้ว่ามันไม่เหมือนอาหารที่เขาเคยกินมาก่อนเลยในชีวิต
     "ยำแมลง ที่นี่มีแต่แมลงข้าก็เลยจับเอามาทำเป็นอาหาร" หญิงสาวยื่นยำแมลงให้หลี่เซี้ยนเจ่อได้ทาน เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อรับมาทานก็รู้สึกว่ารสชาติดีพอสมควร จากนั้นหลี่เซี้ยนเจ่อก็ลุกขึ้นเพื่ออกสำรวจถ้ำอีกหน
     "ข้าว่าเราควรเริ่มสำรวจถ้ำนี้กันเถอะ" หลี่เซี้ยนบอกหญิงสาวก่อนที่จะออกเดินนำหน้าสำรวจ
        ถ้ำแห่งนี้ค่อนข้างกว้างใหญ่และมีพื้นที่ภายในถ้ำที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ เมื่อตอนนี้ที่เข้ามาวันแรกแม้ว่ารู้ภายในถ้ำจะกว้างและใหญ่แต่หลี่เซี้ยนเจ่อก็ไม่คิดว่ามันมีทางเดินลึกเข้าไปอีก หลี่เซี้ยนเจ่อจึงต้องเดินอย่างระมัดระวังและต้องคอยระวังภัยให้กับผู้ที่เดินตามหลังมาด้วย การเดินสำรวจถ้ำเป็นไปได้ด้วยดี  เมื่อเดินลึกเข้ามาได้สักพักหลี่เซี้ยนเจ่อก็หยุดเดินแล้วมองสำรวจไปทั่วบริเวณภายในผนังถ้ำแห่งนี้  หลี่เซี้ยนเจ่อเดินเลียบไปตามผนังถ้ำโดยเขาใช้มือซ้ายวาดไปตามผนังถ้ำขณะเดินสำรวจ  จนมือซ้ายของหลี่เซี้ยนเจ่อมาสะดุดอะไรบางอย่างบนผนังของถ้ำ เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อและหญิงต่างมองตรงไปที่รอยนั้นก็พบว่ารอยที่อยู่บนผนังถ้ำมีลักษณะคล้ายประตู จึงทำให้ทั้งคู่สบตากันเหมือนเห็นความหวังขึ้นมา หลี่เซี้ยนเจ่อจึงใช้มือผลักออกไปเพื่อให้รอยบริเวณผนังถ้ำเกิดการเคลื่อนตัวแต่มันก็ไม่เกิดผล เขาจึงต้องยืนหยุดคิดว่ามันพอจะมีหนทางหรือวิธีการใดในการทำให้รอยนั้นเกิดการเคลื่อนตัว ยิ่งคิดสมองก็เหมือนจะไม่ตอบสนองต่อความรู้สึกนึกคิดของเขาเลย ถ้าหากเป็นเหม่ยหลินน้องสาวของเขาย่อมต้องคิดออกได้เร็วกว่าตัวของเขาแน่ๆ หลี่เซี้ยนเจ่อทั้งเดินและนั่งพลางคิดถึงวิธีต่างๆจนแล้วจนรอดมันก็ยังคิดไม่ออก เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อกำลังจะใช้มือคลำรอยตรงผนังถ้ำอีกครั้ง เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงฝีเท้าและมือขึ้นจากด้านหลัง เมื่อเขาหันกลับไปดูก็พบว่าหญิงสาวกำลังทำท่าเต้นระบำอยู่ นางเต้นรำไปตามจังหวะและออกท่าทางร่ายรำ
หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นก็อดชื่นชมในความสวยงามทั้งท่วงท่าการร่ายรำและลีลาในการออกจังหวะของหญิงสาวไม่ได้  หลังจากที่ดูการร่ายรำของหญิงสาวเสร็จแล้วหลี่เซี้ยนเจ่อจึงเห็นว่าเมื่อหมดหนและวิธีในการทำให้รอยเลื่อนบนผลังเกิดความเคลื่อนไหวไม่ได้ก็ควรจะกลับ จนเวลาล่วงเลยไปมากแล้วก็ควรที่จะกลับไปพักผ่อน        หลี่เซี้ยนเจ่อและหญิงสาวเดินย้อนกลับมาในเส้นทางเดิมจนมาถึงจุดที่พวกเขาพักผ่อนกัน ตัวเขาในใจนั้นรู้สึกเหนื่อยล้ามากส่วนหญิงสาวก็เดินไปนั่งตรงโขดหิน หลี่เซี้ยนเจ่อใช้เท้ากวาดหินตรงกลางถ้ำที่พวกเขาพักเพื่อใช้เป็นที่นอนในวันนี้ จากนั้นเขาก็กวักมือเรียกหญิงสาวให้มานอนด้วยกัน หญิงสาวเมื่อเห็นดังนั้นก็บังเกิดหน้าแดงชัด
     "แม่นาง ทำไมหน้าเจ้าแดงอย่างนั้น?" หลี่เซี้ยนเจ่อพลันเห็นหญิงสาวหน้าแดงก็ถามออกไป ส่วนหญิงสาวก็ตอบกลับมาแต่ตัวเขาก็ฟังไม่เข้าใจจนหยิงสาวต้องนั่งลงเขียนข้อความบางอย่างลงบนพื้น
    "ท่านผู้มีคุณทางบ้านข้า...ข้...ข้าถือว่าชีวิตเป็นของท่านแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดโปรดบอกข้าได้ทุกเมื่อ อีกทั้งเราอยู่ในถ้ำใต้ผาแห่งนี้เป็นเวลาสองคืนแล้ว ที่บ้านข้าเวลาชายหญิงเข้าเรือนหอจะพากันไปอยู่ถ้ำเป็นเวลาสองคืน...."  เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อเห็นข้อความดังกล่าวก็รู้สึกแปลกใจปนตกใจเล็กน้อย ตัวเขาไม่คิดว่าการที่ต้องช่วยหญิงสาวถือว่ามีบุญคุณกับใคร เจอคนเดือดร้อนเขาย่อมต้องช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ในตอนนี้กลับทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อต้องตัดสินใจเองอีกครั้ง การอยู่ที่นี่กับหญิงสาวแม้เป็นเรื่องดีแต่เขาก็ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่นเลยถึงแม้ว่ามันจะมีวูบเข้ามาบ้างก็เถอะ
     "แม่นาง การที่ข้าช่วยท่าน ข้าไม่ถือว่าเป็นบุญคุณอะไรเลย ขอแม่นางโปรดอย่าถือสาเลยนะ" หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่ออ่านข้อความเสร็จก็ยิ้มแย้มส่งให้หญิงสาว "หากเจ้าอยากมาอยู่กับข้าจริงๆ ข้าก็ให้เจ้ามาอยู่ด้วย แต่จะให้ไปเป็นเพื่อนกับน้องสาวข้าก็แล้วกันนะ" หลี่เซี้ยนเจ่อกลัวว่าหญิงสาวจะรู้สึกไม่ดีจึงต้องรีบพูดเพื่อหาทางแก้ไข
     "วันนี้เราก็พักผ่อนกันที่นี่อีกคืนก่อนแล้วกัน เจ้านอนตรงนี้ ส่วนข้าจะไปนอนตรงโขดหิน" หลี่เซี้ยนจ่อยกพื้นที่บริเวณที่ตัวเองทำความสะอาดแล้วให้หญิงสาว ส่วนตัวเองก็ไปอาศัยนอนพิงเอาตามโขดหิน
   เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อหาจัดพักให้ตัวเองได้แล้วก็มองไปเห็นหญิงสาวนั่งอยู่คนเดียวและเหม่อมองอย่างเศร้าสร้อย เขาในใจไม่อย่างที่จะคิดเป็นอื่นถึงแม้ว่าธรรมเนียมบ้านของนางจะเป็นแบบนั้น เขาจะปล่อยใจตัวเองให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้นางได้เป็นเพื่อนกับเหม่ยหลิน ซึ่งผู้หญิงด้วยกันดูแลกันคงจะง่ายกว่าตัวเขา หลี่เซี้ยนเจ่อกำลังเอนหัวลงกับหินก็พลันเห็นว่าหญิงสาวก็ล้มตัวลงไปนอนกับพื้นแล้ว




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-24 13:00:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-24 14:52

        หลี่เซี้ยนเจ่อตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวันที่ตัวเขายังอยู่ในถ้ำสภาพเขาตอนนี้ผมบนหัวเริ่มไม่เป็นระเบียบ เขามองเห็นว่าหญิงสาวตื่นก่อนเขานานแล้วซึ่งดูเหมือนว่านางกำลังมองดูอะไรบางอย่าง วันนี้อาการบาดเจ็บของเขาเหมือนจะหายเป็นปรกติดีแล้วแต่เสื้อผ้าดูโทรมไปมากเสียหน่อย เขาลุกขึ้นยืนจากจุดที่ตัวเองนอนแล้วเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวจากนั้นเขาก็นั่งลงข้างๆหญิงสาวเพื่อเริ่มพูดอะไรบางอย่าง     "แม่นาง ข้ามาคิดดูแล้วรับเจ้าไว้เป็นภรรยาก็ได้ อย่างน้อยเหม่ยหลินก็มีเพื่อน ที่บ้านข้าก็จะได้ดูแลเจ้าให้สุขสบาย" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดพลางยิ้มน้อยๆให้หญิงสาว เมื่อหญิงสาวได้ฟังก็มีแววประกายยินดีอยู่ในแววตา จากนั้นหลี่เซี้ยนเจ่อจึงคุกเข่าหันหน้าไปตรงผนังถ้ำแล้วยกมือขึ้นประสานเพื่อเอ่ยคำต่อดินฟ้าให้เป็นพยาน
     "ฟ้า ดิน โปรดเป็นพยานและรับฟังคำสัตย์ของข้าด้วย ข้าหลี่เซี้ยนเจ่อคนนี้จะขอรับหญิงสาวคนนี้ไว้เป็นภรรยา ข้าจะรักและซื่อสัตย์กับนาง ข้าจะดูแลหญิงสาวเสมอด้วยภรรยา ขอฟ้า ดิน จงเป็นพยานด้วย" เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยคำสัตย์เสร็จก็ก้มลงกราบลงไปกับพื้นแล้วหันหน้ามาหาหญิงสาวเพื่อขอคำตอบจากนางอีกครั้ง
     "แม่นาง ข้าจะขอรับท่านมาเป็นภรรยา ไม่ทราบว่าแม่นางจะรับข้าไว้หรือไม่?" หลี่เซี้ยนเจ่อคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาวเพื่อรอฟังคำตอบ หญิงสาวแต่แรกเมื่อได้ฟังคำสัตย์ของชายตรงหน้าก็เหมือนในใจได้ตัดสินใจไปแล้ว มาตอนนี้นางก็ได้เห็นซึ่งการกระทำตั้งแต่ช่วยนางจากหน้าผา ใช้ตัวเองรับแรงกระแทก อีกทั้งไม่คิดแม้แต่จะล่วงเกินนาง เมื่อนางคิดไตร่ตรองแล้วก็ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเป็นการให้คำตอบแก่ชายตรงหน้าที่ผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิงขึ้นมาบ้างแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นดังนั้นก็จับมือหญิงสาวแล้วก็ตัดสินใจทำพิธีแต่งงานในถ้ำแห่งนี้
        พิธีแต่งงานที่ทั้งคู่ได้กระทำอยู่นี้ไม่มีบุคคลอื่นใดได้รับรู้และเป็นสักขีพยาน ไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีสินสอด ไม่มีการแห่เกี้ยวใดๆทั้งสิ้น มีเพียงคนทั้งสองที่ต่างรับรู้ในกันและกันทำพิธีแต่งงานนี้อย่างเรียบง่ายมีสักขีพยายนคือฟ้า ดิน ดอกไม้ที่อยู่ในถ้ำ ฝูงนกที่บินผ่าน
พวกเขาทั้งคู่ก้มลงกราบไหว้ฟ้าดินพร้อมกันต่อจากนั้นก็หันหน้าเข้าหากันแล้วจึงสวมกอดกันเป็นอันเสร็จพิธี ส่วนห้องหอก็คือจุดที่พวกอยู่กันตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ เขามาคิดดูอยู่ด้วยกันมาหลายวันเขายังไม่ได้รู้จักชื่อของหญิงสาวเลย     "ฮูหยิน ข้ายังไม่ได้รู้จักชื่อเจ้าเลย เจ้าชื่ออะไร? ข้าจะได้เรียกเจ้าถูก" หลี่เซี้ยนเจ่อจึงถามด้วยความใคร่รู้
     "ข้ากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ข้าจึงไม่รู้ชื่อแซ่ของตัวเองจึงถูกคนอื่นเรียกข้าว่าเด็กไร้พ่อแม่มาตั้งเด็กจนโต" หญิงสาวพูดตอบอย่างเศร้าสร้อย เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อได้ฟังดังนั้นจึงคิดที่จะตั้งชื่อให้นางเพื่อที่จะได้มีชื่อและแซ่แล้วเขาก็จะได้เรียกนางได้ถูกด้วย หลี่เซี้ยนเจ่อจึงนั่งลงครุ่นคิดเพื่อที่จะหาชื่อที่เหมาะสมให้กับภรรยาคิดอยู่นาน จู่ๆก็มีดอกจำปีพัดมาจากทางข้างหน้าของถ้ำพอดี เขาจึงคิดออกแล้วก็ตั้งชื่อให้นางได้ทันที
     "ฮูหยิน ข้าคิดชื่อให้เจ้าได้แล้วละ ชื่อ "ไป๋หลาน" มีความหมายว่าดอกจำปี ส่วนแซ่เมื่อแต่งงานกันแล้วก็ใช้แซ่ "หลี่" ของข้า ชื่อ "หลี่ไป๋หลาน" " หลี่เซี้ยนเจ่อตั้งให้ทั้งชื่อบอกทั้งความหมายให้ภรรยาของตนได้รับทราบ ไป๋หลานเมื่อได้ทราบชื่อและแซ่ที่ชายตรงหน้าตั้งให้แล้วก็อดดีใจไม่ได้นางจึงได้แต่ยิ้มและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นไม่นานไป๋หลานก็ลุกแล้วก็เดินมานั่งข้างหลังของหลี่เซี้ยนเจ่อนางถอดกว้านและปิ่นปักผมของผู้ที่ตอนนี้ได้เป็นสามีของนางแล้ว ไป๋หลานวางกว้านและปิ่นปักผมลงบนพื้นแล้วทำการจัดระเบียบทรงผมที่ยุ่งเหยิงของหลี่เซี้ยนเจ่อให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยใหม่ หลี่เซี้ยนเจ่อก็ได้แต่นั่งนิ่งแล้วปล่อยให้ฮูหยินของตนทำไปตามใจชอบ ผ่านไปไม่นานไป๋หลานก็จัดการผมเสร็บเรียบร้อยจากนั้นก็ใส่กว้านกลับเข้าไปเหมือนเดิมและเสีบปิ่นปักผมลงไปอีกครั้งหนึ่งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็ออกเดินสำรวจถ้ำใหม่อีกครั้ง
        หลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่ไป๋หลานจึงเดินกลับไปตามเส้นทางเดิมอีกครั้งเพื่อที่จะออกตามหาทางออกไปจากถ้ำแห่งนี้  ทุกอย่างในการสำรวจถ้ำหลี่เซี้ยนเจ่อใช้วิธีเดียวกับที่สำรวจเมื่อวาน แต่มาวันนี้เขากลับพบว่ามีฝูงแมลงชุกชุมกว่าเมื่อวานมากหรือเพราะพวกเขาเดินเข้ามาลึกกว่าเดิม ไป่หลานที่เดิมตามหลังมาอย่างไม่ห่างก็ดูเหมือนว่าจะชอบดูฝูงแมลงเหล่านั้นมาก พวกเขาสองคนจึงเดินกันเข้ามาเรื่อยๆจนพบโขดหินมากมายบริเวณภายในถ้ำที่พวกเขาเดินเข้ามา หลี่เซี้ยนเจ่อจึงเดินออกไปสำรวจเพื่อหาทางออกไปจากถ้ำอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปได้สักระยะไป๋หลานก็กวาดตามองไปที่โขดหินอันหนึ่งที่มีหน้าเป็นสิงโตและเมื่อเพ่งมองก็พบว่ามีฝูงแมลงชอบไปเกาะกันตรงนั้น นางจึงเรียกให้หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปดู
     "ท่านพี่ ข้าเห็นว่ามีฝูงแมลงชอบไปเกาะตรงบริวเณโขดหินรูปสิงโต" หลี่ไป๋หลานชี้ไปตรงโขดหินดังกล่าว หลี่เซี้ยนเจ่อจึงหันไปตามที่นางชี้จึงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วก้พบว่ามันคือกลไกลในการเปิดประตู หลี่เซี้ยนเจ่อจึงเข้าไปขยับกลไกลนั้นแล้วก็พบว่ามันใช้งานไม่ได้แล้ว

     
     


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

0

กระทู้

4

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147291596
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483121
โพสต์ 2017-7-24 19:20:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ย้อนไปที่ตลาดเมืองจื่อถง แฟลชแบ็ค 30 นาทีก่อน....
   หลิวเหวินเขาเดินทางย้อนกลับมาขึ้นเหนือเพื่อไปยังฉางอัน เขาเหลือบลืมสนิทเลยว่าเร็วๆ นี้ พี่สาวฮองเฮาใกล้เสด็จไปแจกจ่ายเสบียงอาหารให้ชาวบ้านที่แถบเหอเป่ย ด้วยเกิดอุทกภัยตามริมแม่น้ำฮวงโหไหลท่วมที่นาชาวบ้าน อีกทั้งเกิดอุทกภัยฝูงแมลงปอมากัดกินพืชผลช้ำอีก ซึ่งแม้พี่สาวจะมีพี่ต้วนหงส์คอยคุ้มกันแล้ว แต่เขาก็มิวางใจจึงต้องเร่งรีบเดินทาง ระหว่างผ่านเมืองจือถงพบเด็กหญิงคนนึงที่กำลังจะถูกรังแกจากอันธพาลท้องถิ่น ดูเธอมีแววไม่น้อยแต่ฝีมือยังสะเปะสะปะ หากได้รับคำชี้แนะและสอนกำลังภายใน เธอจะต้องพัฒนาตัวเองได้แน่
   หลิวเหวินยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง แต่ดูท่าหัวหน้าพวกนั้นที่เพิ่งปรากฎตัวจะมีวรยุทธ์สูงส่งนัก เห็นทีเด็กน้อยนี้จะไม่รอดหากเขาไม่ยื่นมือ บุรุษชุดขอทานตวัดไม้เท้าหยกสีเขียวยื่นเข้าไปรับกระบี่ที่หัวหน้านักเลงฟาดลงมาได้พอดิบพอดี
    "ใจเย็นก่อนสิพี่ชาย" หลิวเหวินพูดก่อนปัดกระบี่อีกฝ่ายอย่างง่ายดาย
    "แกเป็นใคร" หัวหน้านักเลงตะหวาด "อย่ามายุ่งเรื่องของข้า!!"
    "เห็นทีจะไม่ได้นะครับพี่ชาย" หลิวเหวินพูดก่อนเบี่ยงตัวหลบหมัดที่อีกฝ่ายปล่อยออกมา ทั้งสองต่อสู้กันอย่างว่องไวจนแทบกระพริบตามองไม่ทัน เขามองดูการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายก่อนอมยิ้ม ในวินาทีแห่งช่องโหว่นั้น หลิวเหวินตวัดไม้เท้าหยกสีเขียวด้ามนั้นเสยคางอีกฝ่าย ก่อนกระแทกเข่าเข้าหน้าท้องอีกฝ่ายอย่างจังจนอีกฝ่ายจุกและล้มลง
    "ไม่เป็นไรแล้วล่ะเด็กน้อย ข้าไปก่อนนะ" หลิวเหวินพูดก่อนเก็บไม้เท้าและทำท่าจะเดินจากไป แต่เขาก็ต้องหยุดกับเสียงเรียกเด็กคนนั้น
    "ช้าก่อนท่านจอมยุทธ์ ท่านมีฝีมือสูงส่งนัก ข้าหลี่เหม่ยหลิน อยากขอช่วยเหลือท่านช่วยพี่ชายข้าที่ตกลงหน้าผาด้วยเถอะ" หลี่เหม่ยหลินพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอนเขา หลิวเหวินพินิจมองใบหน้าอีกฝ่าย น้ำเสียงจริงใจ แม้พี่ชายเธอจะตกหน้าผาก็ยังมีความหวังสินะ.... เขาคิดในใจก่อนรับคำอีกฝ่าย
    "งั้นเจ้านำทางข้าไปเลย....." หลิวเหวินพูด ก่อนตัดสินใจเดินทางหญิงสาว


ปัจจุบัน....
   ทั้งสองเดินมาถึงผาร้อยบุปผาที่หลิวเหวินพอนึกได้ ถ้าเขาจำไม่ผิดตามที่ได้ศึกษามา ผาแห่งนี้เดิมเป็นเส้นทางที่ฮั่นเกาจู่ท่านทรงใช้แอบส่งทหารออกไปสู่เมืองฮั่นจง เพื่อตีตัวเมืองโดยตรง เส้นทางน่าจะอยู่บริเวณป่าแถบนั้น
    "แต่เราต้องพิสูจน์ก่อนว่าพี่ชายเจ้ายังมีชีวิตอยู่ไหม" หลิวเหวินพูดก่อนชี้แจง "ถ้าข้าสั่ง เจ้าตะโกนเรียกพี่ชายเลยนะ"
    "ค่ะ" หลี่เหม่ยหลินพยักหน้าก่อนขานรับ
    "ยืนนิ่งๆ" หลิวเหวินพูดเสียงดัง
   เขาร่ายรำกระบวนท่าเพื่อส่งเสียงพันลี้ ซึ่งใช้กำลังภายในมหาศาลมากบวกกับวิชาหูทิพย์ หากใช้สองสิ่งพร้อมกันจะกินแรงเขาไม่น้อย เขาวนรอบตัวหลี่เหม่ยหลินก่อนจี้จุดตามร่างกายนางต่างๆ เพื่อเปิดชีพจรให้เชื่อมต่อกับตัวเขาได้ ผ่านไปครู่ใหญ่ หลิวเหวินกลับมาประจำตำแหน่งด้านหลังก่อนผลักฝ่ามือไปอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องเจ็บออกมาแปบนึง และประทับฝ่ามือซ้ายบนแผ่นหลังอีกฝ่าย ก่อนยกขึ้นสองนิ้วชี้กลางและจิ้มบนหลังมือของเขา
   "เรียกพี่ชายได้" หลิวเหวินพูดด้วยเสียงหอบ
   "พี่ชาย พี่ชาย ท่านยังอยู่ไหม ถ้ายังอยู่ตอบหน่อย" เสียงเรียกที่เหมือนว่าไม่น่าได้ยินลงไปใต้หุบเขาได้ แต่หลิวเหวินคิดตามคำพูดอีกฝ่ายไปพร้อมกัน ความคิดของเขาจึงเหมือนกับว่าควบคุมร่างอีกฝ่ายให้พูดตามที่เขาต้องการ
   ",,,,,,,," @Hazan  เสียงมาจากด้านบน
   แม้หลี่เหม่ยหลินจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็ถ่ายทอดคำพูดของพี่ชายนางเพื่อให้นางตอบเขา
   "ดีแล้ว ที่ท่านพี่ไม่เป็นไร" หลิวเหวินพูดในใจพร้อมกับที่นางเอ่ยปาก
   ",,,,,,,," @Hazan  เสียงมาจากด้านบน
   "พี่ชาย รอด้านล่างนั่นนะ ด้านล่างมีถ้ำ เดี๋ยวน้องช่วย รอสักครู่" หลี่เหม่ยหลินพูดโดยหลิวเหวินใช้ปากของนางพูด
   ",,,,,,,," @Hazan  เสียงมาจากด้านบน


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +100 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 200 + 100 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-7-24 19:47:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-24 21:22

       หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อหมดหวังกับความหวังสุดท้ายแล้ว เขาก็เดินกลับไปนั่งที่โขดหินความหวังที่มาใหม่กับดับสูญลงในพริบตา เขามองไปยังหญิงสาวที่เพิ่งรับมาเป็นภรรยาและก็กวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณถ้ำที่ตัวเองอยู่ หลี่เซี้ยนได้แต่คิดในใจว่าเมื่อตัวเขาและไป๋หลานต่างก็ติดอยู่ในถ้ำมาหลายวันจนเริ่มคุ้นชินกับความเป็นอยู่ในถ้ำไปแล้ว เขาไม่รู้เวลาข้างนอกไม่รับรู้ถึงความเป็นไปเหมือนได้ตัดขาดจากโลกภายนอกไปแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อคิดอยู่สักพักก็เดินไปนั่งอยู่ข้างๆไป๋หลานแล้วก็เอียงหัวไปซบที่ไหล่พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไป๋หลานเห็นอาการของชายข้างตัวก็อดประหลาดใจไม่ได้ ได้แต่นั่งมองเฉยๆแล้วปล่อยให้เขาได้หลับไป นานเท่าไหร่พวกเขาทั้งคู่ไม่ไม่อาจทราบได้ จนเมื่อมีเสียงๆหนึ่งดังเข้ามาในถ้ำ           "พี่ชาย พี่ชาย ท่านยังอยู่ไหม ถ้ายังอยู่ตอบหน่อย" เสียงเรียกที่เหมือนว่าไม่น่าได้ยินลงไปใต้หุบเขาได้ แต่หลิวเหวินคิดตามคำพูดอีกฝ่ายไปพร้อมกัน ความคิดของเขาจึงเหมือนกับว่าควบคุมร่างอีกฝ่ายให้พูดตามที่เขาต้องการ
     "เหม่ยหลิน ข้าอยู่นี่" หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นและวิ่งออกไปตามเสียงที่ตัวเขาคุ้นเคย
   แม้หลี่เหม่ยหลินจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็ถ่ายทอดคำพูดของพี่ชายนางเพื่อให้นางตอบเขา
    "ดีแล้ว ที่ท่านพี่ไม่เป็นไร" หลิวเหวินพูดในใจพร้อมกับที่นางเอ่ยปาก   g/ Q, S" N% p. I5 m
    "ข้ายังสบายดี" หลี่เซี้ยนเจ่อตะโกนตอบกลับไป) V+ \; B$ F) _5 w. ?: c0 o# n
    "พี่ชาย รอด้านล่างนั่นนะ ด้านล่างมีถ้ำ เดี๋ยวน้องช่วย รอสักครู่" หลี่เหม่ยหลินพูดโดยหลิวเหวินใช้ปากของนางพูด
    "รีบๆหน่อยละ" หลี่เซี้ยนเจ่อตะโกนขึ้นไป        

        หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อได้สนทนาก็รู้ว่านั้นคือเสียงของเหม่ยหลินน้องสาวของเขา เขารู้สึกดีใจและรู้สึกได้ถึงความหวังที่กำลังจะมาช่วยพวกเขา ตอนนี้ระหว่างที่รอก็คงต้องหาอะไรทำไปพลางๆก่อน ซึ่งไม่นานไป๋หลานก็เริ่มเต้นระบำของชาวโหรวหรานขึ้นมาอีกหน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80

ใบรับรองภาษาฮั่น

เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-11-10 13:27:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พักผ่อน



        หลังจากที่นอนในโรงเตรี๊ยมดาบหักแล้ว วันต่อมาก็โดนเถ้าแก่กับเสี้ยวเอ้อที่ไม่รู้ไปคึกมาจากไหนพาเหวินซ่างดื่มแต่หัววัน ไม่รู้ว่าถูกจับซดสุราไปกี่ไห รู้ตัวอีกทีก้ล้มพับมาตื่นของอีกวันพอดี ถ้าไม่ได้เจ้าเจียวจือมาเลียหน้าอีกทีเขาคงไม่รอดจากโรงเตี๊ยมดาบหักไปอีกคืนแน่ แต่พอจะลาจากกันอีกครั้งเถ้าแก่ก็เลี้ยงค่าที่พักให้คืนนึงเพราะแกล้งเหวินซ่างหนักไปหน่อย หลังจากออกมาก็ออกเดินทางร่วมกับเจียวจือไปที่ผาร้อยบุปผา ส่วนหมั่นโถวก็หนีไปหลับนอนซักที่ในกระเป๋าที่เปิดทิ้งไว้ให้



        "อากาศดีจังเนอะเจียวจือ?" ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ลมเย็นๆพัดเข้ามาจนผมปลิวไล่หลัง รอบกายก็มีดอกไม้นานาพันธุ์อยู่เต็มไปหมด จะว่านี้คือสวนดอกไม้โดยธรรมชาติเลยก็ไม่ผิดนัก "เฮ้า!" เจียวจือร้องตอบพร้อมกับเดินเล่นไปดมดอกไม้นั้นทีแล้วก็เดินไปดมอีกดอกอย่างสนใจใคร่รู้ เหวินซ่างก้มตัวลงนั้งแล้วยกสุราที่เก็บไว้มาจิบ ไม่กี่วันมานี้ก็เจอเรื่องแปลกๆ เด็กน้อยที่ถูกล่าไปเป็นธิดาของพรรคมารเอย พรรคภูติลมดำอะไรนั้นสุดท้ายก็ตามมาจนเจอแถวยังเป็นศิษย์เอกของพรรคอีก ทำไมต้องเป็นเด็กด้วยนะเอาคนที่สมัครใจจะเป็นไม่ได้รึไง? ไหนฮองเฮาที่บังเอิญผ่านเข้ามาให้เหตุการ์ณบ้าง คนที่ยอมรับในตัวตนของเหวินซ่างอย่างต้วนหงส์อีก แต่เรื่องทั้งหมดก็จบด้วยดี ไม่มีใครตายไร้คนบาดเจ็บ



        "หลังจากนั้น.. ข้าก็เจอเจ้าสินะ เจียวจือ" เหวินซ่างหันไปหาเจ้าจิ้งจอกที่กลับมาจากการเดินสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันหันมามองหน้าเขางงๆแต่ก็หลับตาพริ้มให้เขาลูบหัว ดูท่ามันชักจะเริ่มชอบให้เขาลูบหัวมันแล้ว ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆแล้วจับมันขึ้นมานั่งตักแล้วเกาพุงมันเล่น เจียวจือเองก็ขบเข้าที่มือของผู้เป็นนาย แม้จะไม่ได้เจ็บอะไรแค่พอให้รู้สึกถึงคมเขี้ยวของมัน แต่มือก็ไม่พ้นน้ำลายที่เปื้อนออกมาอยู่ดี "โถ่! เจียวจือ... เมื่อเช้าเจ้าก็เลียหน้าข้านะ รู้ไหมว่ามันล้างออกยาก!" แต่เจ้าเจียวจือก็ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วพุ้งเข้าไปเลียหน้าชายหนุ่มอีกครั้งจนเหวินซ่างหงายหลังล้มลงไปเพราะไม่ได้ระวังตัว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

1180

กระทู้

4194

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1892614
เงินตำลึง
4687381
ชื่อเสียง
255115
ความหิว
1440

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
19778
ความชั่ว
8547
ความโหด
45900
เกิ้นหยาง
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2017-11-29 23:58:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทัศนาเมฆาสง่างาม

+++++++++++++++++++++

          ชายหนุ่มชุดขาวนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยมีเจาจวินเจ้าปีกลายเกาะบ่า เมื่อธุระที่เฉิงตูเสร็จสิ้น เสบียงอาหารของเขาก็แทบจะหมดสิ้นไปกับกลุ่มผู้ยากไร้ หลังจากคืนเจ้าม้าน้ำตาลที่เช่ามาด้วยเหตุสุดวิสัย หลิงเฮ่าก็กลับมาเดินเท้าอีกหนหนึ่ง

           จะมีม้าขี่อย่างแรกที่ควรมีคือ 'เงิน'

           ฮูก~ (ไม่เศร้านะตัวเอง)

           "หนนี้ต่างจากขามา อาจต้องใช้เวลาสักหลายวันหน่อย กว่าพวกเราจะกลับฉางอันได้"

            ฮู๊ก!....(อื้อ! เดี๋ยวเค้าบินเป็นเพื่อน)

            "ถ้ารอไม่ไหวล่ะก็นำไปก่อนเลย ไปหาถิงเอ๋อร์ หรือพ่อบ้านจวนซือหม่าก็ได้เขาคงเอ็นดูหาอะไรให้แกกินก่อน" บุรุษผมเงินยืดเส้นยืดสาย สูดอากาศที่ริมผาก่อนจะเตรียมพร้อมออกเดิน

             กุบกับ....

               

             "?????" คน

             "ฮูก!" ฮูก

             ฮี้!! ม้า

             อาชาตัวหนึ่งไม่ทราบที่มาปรากฎขึ้น ประกายสีขาวกระจ่างของแผงคอบาดตาเจาจวินยิ่ง เจ้าฮูกน้อยป้องปีกหลบราวกับร้องหาแม่

            ".....เทพไป๋เหมียวทรงโปรด! ท่านคงไม่ได้ส่งม้ามาให้ข้าน้อยใช่ไหม!!" หลิงเฮ่าพินิจดูเจ้าม้าประหลาดที่จู่ๆก็โผล่มา

            ไม่มีอาน....

            ไม่สวมเกือก....

            'ไม่มีเจ้าของรึนี่ ม้าป่า?'

            หลิงเฮ่าตะลึงไปพักหนึ่งก่อนเจ้าม้าแสนสวยจะเข้ามาใกล้ ดมฟุดฟิดที่กระเป๋าข้างตัวเขา
            ฮี้!~ (หนม!)
            ".........." เขายังมีซาลาเป่าเหลืออยู่ไม่กี่ลูก จึงหยิบขึ้นมาป้อนมัน กัว่าพออิ่มเจ้านี่ก็คงไป..
            ทว่าผิดคาด.... เดินออกมาไกลจากหน้าผาเข้าไปทุกที เจ้าม้าตัวนี้ก็ไม่มีท่าทีว่าจะจากไป ราวกับติดใจในรสชาติของซาลาเปา
           "ม้าบ้าอะไรชอบซาลาเปา"
           ฮี้~~! (หนมมม)
           "....อยากมาก็ตามมาแล้วกัน"
          ฮี้!
          "สีขาวแบบนี้ ท่าทางเวลาไม่ตะกละก็พอใช้ได้อยู่ เจ้าชื่อ อวิ๋นหยา แล้วกัน"
          มันเดินมาเอาหน้ายาวๆ ถูไถกับฝ่ามือเขาแทนคำตอบ หลิงเฮ่าจึงกล้าพอที่จะลองขึ้นขี่สมาชิกใหม่
          ฝีเท้าอวิ๋นหยาวิ่งได้เรียบ นิ่มสบายมากกว่าม้าที่เขาเคยเช่า แม้ว่าไม่สวมอานก็ตาม
         'ตกลงสงม้ามาให้จริงสิ?' ยิ่งคิดยิ่งงุนงง รึว่าเป็นเพราะเขาพึ่งทำทานครั้งใหญ่ไป สวรรค์เบื้องบนเลยเมตตา?
          แกว๊กก!!!
          นั่นตัวอะไรมาอีกล่ะ....
          ปีกสีน้ำตาลร่อนลงด้านขวาของหลิงเฮ่า เป็นนกฮูกอีกตัวหนึ่ง... เจาจวินบนไหล่เขาร้องทักทายทันที ทั้งยังใจดีแบ่งไหล่อีกข้างให้บินมาลงจอด...
         "เห...จดหมายงั้นรึ?"
         เมื่อคลี่ออกอ่านชายหนุ่มก็ต้องยกยิ้มออกมา ช่วงนี้แลดูเขาจะดวงสมพงษ์กับพี่น้องในค่ายเสียจริงนะ
- จดหมายที่ส่งให้พี่เฮ่า -
      สวัสดีเจ้าค่ะพี่เฮ่า ตอนนี้ข้าอยู่เมืองเซียพี พี่สบายดีหรือเปล่าเจ้าคะ? เมื่อพี่ได้รับจดหมายแล้ว พี่อย่าลืมหาหนอนสดๆ ให้เจ้าหมั่นโถวด้วยนะเจ้าค่ะ มันชอบกิน แต่ข้ามิรู้สายพันธ์มันจริงๆ ว่าเป็นนกชนิดไหน? หากพี่เฮ่าทราบ โปรดตอบกลับด้วยเจ้าค่ะ
- หลิง ผิงผิง -

           "อา....หมั่นโถวหมดแล้วเสียด้วยสิ... ซาลาเปาอวิ๋นหยาก็กวาดซะหมดเข่ง เหลือก็แต่..."
           หลิงเฮ่าหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมา เขาเก็บพวกหนอนเอาไว้ใช้ตกปลา ที่ต้องปิดเอาไว้เพราะเจาจวินจอมตะกละชอบมาดอยกิน...
           หลังป้อนเจ้าหมั่นโถวไปได้ครึ่งกระบอก ชายหนุ่มก็เขียนจดหมายตอบกลับบนหลังม้า
- ถึง ผิงผิง -
พี่สบายดี
อื้ม.... ก็คือสบายดีนั่นล่ะ สุขภาพปกติ จิตใจก็ปกติ แปลกใจที่เรายังสืบหาที่อยู่พี่ได้ นี่เป็นหนแรกที่ได้รับจดหมายจากสหาย รู้สึกยินดีจริงๆ ตอนนี้น้องผิงทำอะไรอยู่หรือ? หมายถึงหนทางในชีวิตน่ะ.... พี่ยังคงพยายามที่จะเป็นนักกวีเช่นเดิม ลำนำบทแรกถูกเผยแผ่ออกไปแล้ว วันหนึ่งข้างหน้าน้องอาจจะมีโอกาสได้ฟัง ส่วนนกที่สงมา...เป็นสายพันธุ์เดียวกับเจาจวินของพี่พอดี มันคือ 'นกฮูก' น่ะ สายตายอดแย่ในเวลากลางวัน แต่พอกลางคืนแล้วคึกเป็นบ้า ทำพี่ปวดหัวหลายหนทีเดียว พี่ต้องไปทำธุระต่อแล้ว หวังว่าเราจะรักษาตัวให้ดี ระวังในการคบหาคน รอบคอบให้มากแล้วจะดีเอง
ด้วยความห่วงใย
- พี่เฮ่า -
            หลังผูกติดขาเจ้าหมั่นโถวเสร็จ เจาจวินบินไปส่งเพื่อนใหม่อยู่พักหนึ่ง ค่อยกลับมาสมทบกับหลิงเฮ่าเพื่อเดินทางต่อ
+++++++++++++++-++++++


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ผ้าคลุมขนนก
กระจกหมื่นทิวา
หน้ากากจิ้งจอกหิมะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x61
x2
x55
x260
x130
x12
x100
x30
x2
x1
x10
x7
x54
x1600
x9999
x6
x1600
x8
x30
x5
x800
x1960
x600
x350
x2000
x40
x35
x26
x960
x740
x2600
x100
x16
x1800
x9
x1200
x1800
x1100
x28
x19
x15
x102
x11
x1000
x15
x125
x1900
x164
x2330
x1303
x334
x2503
x3
x8100
x363
x89
x98
x3
x74
x150
x3101
x126
x302
x460
x2842
x2270
x5
x1580
x8
x610
x1800
x3
x302
x8
x27
x2165
x2330
x5
x50
x4497
x49
x9999
x1800
x28
x3
x122
x155
x16
x1040
x1
x1
x2125
x1
x1
x2425
x13
x4
x3
x786
x1570
x598
x15
x66
x88
x12
x43
x5
x1180
x1700
x253
x970
x17
x500
x160
x41
x44
x2365
x1
x1980
x2719
x3100
x2854
x85
x298
x252
x4330
x9999
x570
x51
x42
x3981
x25
x16
x47
x182
x32
x2
x1000
x1011
x16
x3009
x246
x2800
x182
x1297
x9999
x2451
x2820
x1102
x1780
x2300
x147
x95
x965
x485
x1081
x122
x25
x5390
x2763
x3768
x1130
x81
x2386
x3567
x3851
x2005
x3464
x974
x507
x1072
x428
x136
x950
x221
x3
x24
x3
x1290
x77
x35
x3064
x570
x2
x264
x116
x9999
x2349
x2
x36
x2179
x2965
x5400
x7097
x339
x3497
x4270
x404
x676
x9999
x1759
x411
x10
x1006
x2145
x2940
x448
x89
x1
x19
x25
x25
x31
x9
x5258
x9149
x1792
x9999
x199
x24
x5343
x20
x5805
x18
x8
x856
x256
x26
x9
x101
x31
x7
x777
x3805
x6
x30
x194
x620
x81
x2804
x2116
x109
x15
x1409
x2558
x2208
x3
x279
x3684
x2590
x216
x7899
x509
x388
x3556
x2584
x8003
x10
x2242
x2439
x5805
x6750
x3120
x1092
x21
x2486
x847
x90
x328
x140
x2821
x2114
x9999
x41
x3675
x9999
x9999
x9999
x3235
x1857
x107
x3210
x4
x3704
x33
x3240
x3939
x696
x1
x756
x1550
x212
x901
x4041
x2162
x2455
x5008
x9999
x3353
x1956
x3079
x2074
x1859
x3270
x4179
x3272
x778
x61
x1
x20
x1909
x2236
x713
x1
x4267
x5622
x67
x9999
x672
x1243
x918
x2686
x103
x2917
x519
x485
x82
x697
x258
x8
x156
x17
x9999
x1123
x2070
x2383
x180
x651
x449
x81
x1201
x898
x9999
x3210
x1037
x1260
x670
x168
x9999
x1501
x9999
x129
x713
x2224
x2

139

กระทู้

1434

โพสต์

17หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
777612
เงินตำลึง
1069864
ชื่อเสียง
70066
ความหิว
618

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6221
ความชั่ว
310
ความโหด
2342
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-1-22 00:38:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เร่รอนไปทั่วเเผ่นดิน}
[จาง ฝู]
บทที่ 18 ชมวิวบนผา
       หลังจากพักแรมกินอิ่มนอนหลับที่นอกเมืองเทียนซุยจางฝูและคณะจึงได้ออกเดินทางรวดเดียวจนมาถึงจือถงซึ่งเป็นเมืองในเขตปาสู่ และเริ่มออกเที่ยวในส่วนที่เธอยังเคยไปมาก่อนที่นั้นคือผาร้อยบุปผาซึ่งจัดเป็นสถานที่ชมวิวที่งดงามที่หนึ่งเลย ถึงแม้เส้นทางไปในการไปจะค่อนข้างอันตราไปสักหน่อยแต่สำหรับเธอแล้วถ้าแลกกับการได้ไปเห็นอะไรสวยๆมันก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงละนะ


       “เฟยเทียนทางมันแคบ เจ้ารออยู่ที่ทางขึ้นตรงนี้นะ”


       แปร๊นน(ได้เลยเจ้านาย)


       สิ้นเสียงตอบรับจางเจ้าช้างสีเผือก ร่างบางของจางฝุก็หันหลังเดินขึ้นไปตามเส้นทางเพื่อขึ้นยังผาร้อยบุปผา


        “มันชันใช่ได้เลยแหะ ไม่อยากคิดสภาพเลถ้าลื่นตกลงไปเนี่ย”จางฝูที่เดินขึ้นมาได้ระยะหนึ่งเอ่ยพร้อมกับยกแขนปาดเหงือบนในหน้าขาวนวลออก คาดคะเนจากสายตาเดินอีกไม่นานก็น่าจะถึงยอดผา แต่อาจเพราะพื้นที่แสนลาดชันนั้นไม่ง่ายต่อการเดิน การขึ้นไปจึงเป็นไปได้อย่างล้าช้าเอามากๆ


        ฟ่ออ(เจ้านายระวังด้วย)


        “เข้าใจแล้ว ข้านะจะค่อยๆเดินทีละก้าวๆ” จางฝูค่อยเดินก้าวอย่างมั่นคงขึ้นทางลาดชันนั้นอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงการเดินช้าแต่ว่ามันก็เพิ่มความปลอดภัยไม่ให้ร่วงลงไปนับหนึ่งใหม่ละนะ และในที่สุดความพยยายามของเธอก็สำเร็จเมื่อก้าวสุดท้ายของหญิงสาวเหยียบลงบนยอดหน้าผาสูง สายลมเย็นก็พลันพัดเข้ามาปะทะใบหน้าของหญิงสาว เส้นผมที่รวบไว้เพียงครึ่งศรีษะปลิวสยายไปตามแรงลมพัดจนผมเผ้ายุ่งไม่เป็นทรง


       ฟ่ออ(เจ้านายหัวไปโดนอะไรมา)ลู่จิวมองทรงผมเจ้านายสาวแล้วร้องออกมาพรางส่ายยหางไปมาอย่างเยาะเย้ย


       “เดี๋ยวปัดจับทำงูย่างสะหรอกลู่จิว” เธอหันไปว่าเจ้างูที่มีท่าทางดีใจที่กับสภาพหัวยุ่งเหยิงหน่อยๆก่อนจะจัดการรวมผมของตัวเองมามัดไว้หลวมๆ แล้วจึงเดินตรงไปนั่งก้อนหินก่อนนึงที่อยู่เกือบริมผา ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองพื้นป่าเบื้องหน้าจากมุมสูง


        “ช่างเป็นวิวที่หาดูยากจริงๆว่าไหมลู่จิว”


       ฟ่อออ(สวยมาเลยเจ้านาย) ลู่จิวที่ยืดตัวชูคอไปดูวิวอย่าสนใจร้องขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลอมเหลืองขอมันสะท้อนภาพป่าเบื้องล่าง


       “ชอบสินะเนี่ย”เธอมองเจ้างุของเธอยิ้มๆพรางลูบหัวมันเบาๆแล้วดึงตัวมันเอาไว้ไม่ให้มันยื่นตัวออกไปมากนักเดี๋วจะพลาดร่วงตกผาเอา


      “จะว่าไปก็เจอลู่จิวที่เมืองนี่นี้นะ”


       ฟ่ออ(ใช่แล้วเจ้านาย)


       “เหมือนได้กลับบ้านเลยนะเนี่ย”


       ฟ่อออ(ขอรับเจ้านาย)


         สิ้นเสียงบนสนทนาระหว่างคนกับงูที่จบลงเหลือยไว้เพียง เสียงของสายลมที่พัดลอดผ่านซอกหินจนเกิดเป็นเสียงวีดแปลก จะว่าน่ากลัวก็น่ากลัว จะว่าดูน่าแปลกหูก็แปลก จางฝูเงยดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยลงต่ำ


       “กลับลงไปกันเถอะปานนี้เฟยเทียนเหงาแย่แล้ว”


       ฟ่ออ(ขอรับ)
   
@STAFF_Pixiu


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เอ้อหูจั่วลู่
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
ถุงดินเขียว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x5
x177
x43
x800
x2
x17
x25
x80
x100
x50
x600
x200
x3
x8
x4
x160
x1
x400
x3
x100
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x59
x600
x400
x200
x5
x400
x1200
x75
x6
x30
x600
x4
x100
x1185
x2
x200
x200