ชื่อกระทู้: [โลกต่างมิติ] { โลกจิตวิญญาณ } ดินแดนขุนเขาฉางย่วน 長願

ดู: 136|ตอบกลับ: 4

[โลกต่างมิติ] { โลกจิตวิญญาณ } ดินแดนขุนเขาฉางย่วน 長願

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-12-16 14:56:51 |โหมดอ่าน



ดินแดนขุนเขาฉางย่วน

{ โลกจิตวิญญาณ }





แดนปางบรรพ์ พันบรรพตหมื่นขุนเขาเงาธารา

กลมนตรา ร้อยค่ายแฝงไม่แจ้งจาร

เวียนบรรจบ ครบวาระคำรามเพรียก

ยอดศาตรา เรียกคืนแดนเพื่อเลือกนาย





 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

1330

กระทู้

4820

โพสต์

79หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19473286
เงินตำลึง
199961
ชื่อเสียง
324926
ความหิว
1849

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33566
ความชั่ว
9666
ความโหด
65068
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-12-16 18:03:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Land of the Untold
1714
Land of Sword
          เปลือกตาที่หนักอึ้งไม่ต่างกับโดนกาวป้ายทับ นางอึดอัดมาก.. เสียงแหวกอากาศรอบข้างชวนให้น่าพรั่นพรึงคล้ายอยู่กลางสนามรบ ดาบปะทะดาบ เสียงสายธนูดีดออกจากแล่งประกายคมเย็นยะเยือกผ่านข้างแก้มไป ‘อะไรกันเนี่ย’ หลิงหลานนับเลขในใจอย่างอดทนกะว่าถ้าถึงพันแล้วตนยังไม่สามารถลืมตาขึ้นได้ ก็คงจะได้เวลาสติแตกกันแล้วล่ะ…

           ร้อนหนาวราวกับภาพฝัน ฤดูกาลทั้งสี่หมุนเวียนไปเหนือร่างกายบางหลิงหลานฝืนความคลื่นเหียนพยายามยื่นมืออกไปไขว่คว้า จะเป็นต้นไม้ คน หรือห่าเหวอะไรก็ได้ขอแค่หลุดจากสภาพสัปปะรังเคนี่เสียที ในที่สุดนางก็สามารถลืมตาตื่นขึ้นแผ่นหลังสัมผัสใบหญ้าที่ทิ่มผ่านอาภรณ์ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาแต่กลับไม่เห็นทั้งดวงตะวันและจันทราเลยแม้สักเสี้ยว มือไม้อ่อนแรงตะกายตัวเองลุกขึ้นสิ่งแรกที่ทำคือมองไปรอบๆ นางอยู่ท่ามกลางขุนเขาสูงต่ำนับไม่ถ้วนเรียงรายแน่นขนัด

            ‘ไม่ได้โดนหลุมดำปาใส่แล้ว แต่นี่โลกไหนอีกล่ะเนี่ย’ ลำดับความแล้วว่าถ้าไม่ฝันก็คือหมดสติไปกลางถ้ำลึก ไม่มีทางที่จู่ๆ จะมาโผล่ที่แห่งนี้ได้โดยลำพัง เสยผมพลางถอนหายใจ ไม่ทราบว่าในร่างตนมีกลไกทะลุมิติหรือยังไง มือเรียวยกแตะท้องน้อยเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่าง...แล้วก็สะดุดกึกใบหน้าซีดเผือด ‘ลูกชั้นล่ะ?’

กร๊าซซซซซซ!!!!
             เสียงแผดคำรามลั่นจนสะเทือนไปทั้งหุบเขาดังขึ้น ต้านไม่ให้หญิงสาวกรีดร้องก่อนจะมีร่างอุดมเกล็ดสีขาววับทะยานขึ้นเหนือเมฆ มันเลื้อยพันเริงวายุสำแดงความองอาจ กรงเล็บแหลมคม แขนงเขางามสง่า ความยาวจากหัวจรดปลายหางจัดว่ามหึมาพอจะพันเขาได้ทั้งลูก ‘มังกร’ สัตว์เทพโบราณสายพันที่ได้รับการบันทึกไว้แล้วว่าสูญพันธุ์ไปนับหมื่นปี

             ‘ขอต้อนรับสู่ดินแดนแห่งข้าเด็กน้อย… ข้าคือฉางย่วนผู้พี่’ ทะยานเล่นลมจนพอเป็นกษัย เจ้ามังกรเผือกค่อยถลาเข้ามาใกล้หญิงสาวอย่างองอาจผ่าเผย

              หลิงหลานเงียบจ้องอย่างจริงจังนางตัวแข็งไปแล้ว เจ้ามังกรเตรียมบอกนางว่าไม่ต้องกลัว ปลอบสักหน่อยมนุษย์ก็แบบนี้เจอรัศมีเทพมังกรมักจะขวัญหนีดีฝ่อ ‘อย่ากลัวไปเลยในฐานะที่เจ้าถูกรับเลือกเป็นนายแห่งข้า จำต้องได้รับการทดสอบ...’

             “.....ตุ๊ต๊ะจริงๆ ด้วย” นางออกความเป็นอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาเทพมังกรลิ้นพันกัน

             ‘อ..เอ่อ นี่เขาเรียกว่าอุดมสมบูรณ์ เป็นรัศมีแห่งความเจริญรุ่งเรือง!!!’ การคงอยู่ที่เหนือสิ่งมีชีวิตระดับเดียวกันในหลายๆ ความหมาย ไฉนสายตาของนางไม่มีแววชื่นชมข้าเลยเล่า!! ฉางย่วนวนไปวนมารอบภูเขา ท่าทีคับข้องใจยิ่ง ก่อนตะยื่นใบหน้ามาพ้นลมจมูกใส่อีกฝ่าย ‘การทดสอบ!! ข้ากำลังพูดถึงการทดสอบเพื่อที่เจ้าจะสามารถเป็นนายแห่งข้า ศาสตราทรงพลั---’

              “อ้วน!!! อ้วนมากด้วย ดูสิพอมองใกล้ๆ แล้วหน้ายิ่งบาน เหนียงแทบจะกลบหนวดมิดเลย นั่นเกล็ดหรือ? ใหญ่กว่าชามกินข้าวอีก!!” กล่าวพลางดีดนิ้วเปาะหลิงเฮ่าเคยบันทึกไว้ว่ามังกรตะวันออกและมังกรตะวันตกมีความแตกต่างเรื่องปีก และขนาดของลำตัวที่ทางตะวันออกจะอวบกลมเป็นปล้องๆ น่ารักกว่า                                    

              ‘...เด็กน้อย หุ่นแบบข้าถือว่าเป็นเลิศสุดในหมู่พี่น้องแล้ว!! ตั้งใจฟังเรื่องการทดสอบหน่อย!!’ มังกรเผือกคำรามลั่น ไม่ทราบว่าขับข้องใจเรื่องสัดส่วนหรืออีกฝ่ายไม่มีความเกรงกลัวตนกันแน่

             “ทดสอบอะไร เอาอาวุธหรอ? ไม่เอาอ่ะ.. ได้มาก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี” แกะน้อยส่ายหัวดิกก่อนเรียกรูปร่างอาวุธตามความทรงจำออกมา หนึ่งในนั้นมีทั้งธนูสร้างจากไม้ เบ็ดไม้ไผ่ตรง รวมไปถึงธนูทองคำปะยี่ห้อเอลฟ์สร้าง “ดูสิ พวกนี้ข้าทดสอบมาทั้งนั้นผลก็เดิมๆ ที่มีจิตวิญญาณล้วนเล่นตัว ผ่านความยากลำบากตั้งมากกว่าจะยอมรับกันนั่นไม่เท่าไรหรอก แต่ถ้าอยู่ดีๆ พอคับขันแล้วใช้ไม่ได้ก็ไร้ค่าไม่ต่างจากขยะหรอก”

             ‘............’ มังกรเห็นเหล่าศาสตราที่บางชิ้นพอจะสัมผัสถึงได้แล้วก็อ้าปากค้าง มันตาถึงจริงๆ นั่นล่ะหากเด็กน้อยคนนี้สามารถทำให้ศาตราวุธมากกว่าหนึ่งยอมรับได้ นั่นก็แปลว่าในอนาคตอาจสามารถสร้างวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่านายคนก่อนๆ ของมันเช่นกัน

              ตัวเลือกชั้นยอดย่อมไม่ปล่อยไปง่ายๆ ปฎิบัติการขายตรงจึงเริ่มขึ้น ‘จะไปเหมือนขยะเหล่านั้นได้ยังไง!! แน่นอนว่าข้าเป็นจิตวิญญาณที่ไม่ธรรมดาขอแค่เจ้าผ่านบททดสอบ ไม่เพียงวันข้างหน้าพวกเราจะตะลอนไปทั่วหัวระแหง สนิทสนมรู้ใจกันยิ่งกว่าคู่หู ข้ายังช่วยเตือนเจ้าเมื่อมีภัยอันตรายรึคนคิดร้ายอีกด้วย!!’

              ใบหน้าหวานไม่มีแววลังเล ยังคงส่ายหัวดิก “เตือนตอนมีภัยหรอ ผ้าคลุมข้าก็ทำได้นะ.. อย่าว่าแต่ฮาร์เมอเรียที่มีประโยชน์แค่จีพีเอสแต่ยิงไม่ได้เลย เจย์วินเองก็ไม่เคยคุยกับข้าด้วยซ้ำส่องแสงเป็นอย่างเดียว ไหนจะแทร์แมรือีกแต่ก่อนรึพกติดกายพออันตรายมาถึงดันยกไม่ขึ้นเสียอย่างนั้น ศาตราวุธในตำนานอย่างพวกเจ้าน่ะพอเทียบกับคำบอกเล่าแล้ว พอใช้จริงแทบไม่เกิดประโยชน์เลยราคาคุยชัดๆ”

             ความสามารถนี้ก็มีแล้วหรอ แหม่เหมือนเป็นสิ่งพื้นฐานเลยมั้ง มังกรฉางย่วนยกกรงเล็มก่ายหน้าผาก มันอยากมีเจ้านายโดนโยนทิ้งไว้ในถ้ำเป็นร้อยพันปีแล้วสนิทแทบจะกินไปทั่วตัว หมดกันความเกรียงไกร! ไม่ได้ จะเอายัยหนูนี่ที่มีวาสนาต้องกันเป็นเจ้านายแต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับบททดสอบ ขายตรงต่อ!!

             ‘ปั๊ดโธ่!! ข้าไม่เหมือนของทรพีนายพวกนั้นหรอกน่าเด็กน้อยเชื่อถือได้ ทุกคนที่ได้ครอบครองข้าล้วนพบกับโชคชะตาที่สุดคาดเดา! เรามีวาสนาต่อกันเช่นนี้เจ้าคงจะชอบพวกตำนานและเรื่องลี้ลับล่ะสิท่า’

             ฟังๆ ดูแล้วก็มีส่วนที่จริงอยู่บ้างคราวนี้หลิงหลานพยักหน้าหงึก “ข้าชอบนิทานกับเรื่องตำนานแปลกๆ โดยเฉพาะเรื่องโบราณที่มีเค้าของความจริงซ่อนอยู่ ก็นะ ใช้สมองมากเกินไปไม่สู้ผ่อนคลายกับบทกวี”

            มังกรทะยานวนไปรอบๆ ตัวหญิงสาว ‘บั๊ะ!! บอกแล้วว่าเรามันเข้าขากัน… ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เจ้าต้องทำก็แค่เดินขึ้นไปบนเขาลูกนั้น ง่ายๆ แค่นี้เอง’ กลัวว่านางไม่รู้ตำแหน่งมันจึงทะยานขึ้นไปยังขุนเขาที่สูงที่สุดแห่งดินแดน มองจนสุดสายตาไม่เห็นแม้เงายอด หญิงสาวเก็บคางคืนแทบไม่ทันทำไมรู้สึกโดนหลอกขายอีกแล้ว??

            ‘เอาน่ะ บอกเดินขึ้นไปแต่ไม่ได้จำกัดว่าต้องเดินอย่างเดียวสักหน่อย’ เจ้ามังกรตัวนี้คงไม่ยอมปล่อยนางกลับไปโดยมิได้ทดสอบให้พอใจเสียก่อน จะล้มเหลวหรือสำเร็จไม่เป็นผล นางแค่ต้องการกลับไปส่วนเรื่องวาสนาถ้าจะได้ มันก็ได้เองทำไมต้องดันทุรัง!!

            ดรุณีน้อยเดินป่าพลางมองหาต้นไม้ที่ออกผลแล้วมาเด็ดกิน เติมพลังไว้ก่อนจะอยู่โลกไหนก็ไม่สำคัญ ระหว่างทางเดินก็โคจรลมปราณไปด้วยเพื่อถนอมเรี่ยวแรง ฝีเท้าแทบไม่แตะพื้นอยุ่ในสภาพเดินจงกรมโดยไม่สนว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน หลิงหลานหลับตาแล้วสัมผัสได้ว่าพื้นดินสะเทือนใกล้กับที่นางยืนอยู่ เพียงขมวดคิ้วได้ไม่นานก็มีเสียงแผดร้องดังลั่น

แปร๊นนนนน!!!

             “หอก...เถอะ!!” ผลลูกไหนกลิ้งลงจากมือ มังกรบนเขาคงกลัวนางจะไปถึงช้าเกินไป อยุ่ดีๆ ก็มีโขลงช้างตื่นวิ่งไล่ขึ้นหุบเขา ดูจากพวยควันด้านหลังแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบเชือก หลิงหลานรวบชายกระโปรงแล้วโกยหน้าตั้งแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินทำเอาประสาทตานางเป็นลูกคลื่น ยิ่งวิ่งยิ่งเสี่ยงจมทะเลฝุ่นเมื่อถึงช่องผานางก็พยายามตะกายปีนขึ้นที่สูง ทว่าพลาดถูกงาช้างเกี่ยวลงมาเป็นภาพน่าหวาดเสียว อีกนิดโดนแทงใส้ไหลแล้ว!!

             จุกจนอยากตะโกนไปบนยอดเขาว่า ‘ทดสอบง่ายๆ บรรพบุรุษแกสิ!!’

             “ขอเกาะไปด้วยนะ!!” ไม่รุ้ว่าสัตว์ยังฟังนางรุ้เรื่องอยุ่ไหม หลิงหลานหลังหายตกใจก็พยายามหาทางเอาตัวรอด นางเหลือบไปเห็นเส้นทางหนึ่งถ้าไม่อยากโดนเบียดอัดเป็นเยลลี่คงต้องปีนป่าย สาวเจ้าอาศัยความไวของวอกเหยียบเกาะตามหนังย่นของช้าง ปีนป่ายอย่างทุกลักทุเล ประเดี่ยวลื่นพรืดหวิดโนงาทิ่มก้น กางเล็บแล้วจิกลงไปตะกายท่าจิ้งจกแปะข้างฝาอยุ่หลายอึดใจ จนในที่สุดสามารถขึ้นมานั่งคร่อมคอช้างได้อย่างสง่าผ่าเผย

              “เอาล่ะ! ควบไปเลยก้านกล้วยย!!” เจ้าพลายคล้ายได้ยินเสียงปลุกระดม มันวิ่งทักๆ ไปยังเขาลุกที่สูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง หลิงหลานเองเกือบจะวางใจได้แล้วเชียวถ้าหากผ่านไปพันฟุตก็เจอสิ่งหนึ่งเข้าเสียก่อน ‘ศิลาแนวขวาง’

              แน่นอนว่ามันสูงไม่พอจะให้ทั้งนางที่นั่งอยู่และตัวช้างผ่านไป เอาไงค่ะ? ปีนกลับไปแปะใต้ท้องช้าง? แม่เอ้ย อยากชูนิ้วกลางแล้วขุดบุพการีเจ็ดโครตศาตราในตำนานออกมาทักทายให้หมด จังหวะคับขันหินก้อนยักษ์ใกล้เข้ามา นางกลั้นหายใจแล้วใช้วิชาตัวเบาถีบตัวเองกระโดดข้ามอย่างเฟี้ยวฟ้าว… แต่ช้างดันมารับช้าคว้าได้แค่โคนหาง ร่างเล็กแกว่งไกวราวกับลูกตุ้มเหวี่ยงเวียนหัวเหลือจะเกล่า แต่อย่างน้อยถ้าจับดีๆ ก็ยังไปได้ต่ออีกไกล…

              ไกลที่ว่านั้นแค่ไม่ถึงพันฟุต หลิงหลานถอนหายใจเฮือกใหญ่ ต่อมาคือบ่อโคลนที่โขลงช้างแผดเสียงใส่กันไปมาอย่างจนปัญญษ หลิงหลานเห็นลุกช้างสองตัวตกลงไปไม่ทันไรโดนดูดจนถึงครึ่งขา ยิ่งดิ้นยิ่งดูด สาวเจ้ามีหรืออยุ่เฉย ปีนตามตัวช้างไปผูกเชือกลอดใต้ท้อง จากนั้นให้พวกตัวใหญ่ช่วยกันดึงเป็นหน่วยกู้ภัยเฉพาะกิจ

              อำลาโคลงช้างแล้วอาศัยท่อนไม้โยนสลับกันเป็นสะพานข้าม “ดีที่แถวนี้ยังพอมีตอไม้ล่ะนะ…” ทว่าไปได้แค่ครึ่งบึง ตอไม้ตะปุ่มตะป่ำทรงประหลาดก็ดันขยับได้ นางหวิดจะตกลงบ่อโคลนดูดส่งเสียงร้องลั่น รีบสะกิดปลายเท้าใช้วิชาตัวเบากระโจนเหยียบตอสีทึบๆ นั้นอีกสี่ห้าหน ล้วนเป็นตะเข้ตะโขงที่อดอาหารเย็นไป…

              ผ่านไปสองเค่อค่อยถึงอีกฝากฝั่ง.. อย่างน้อยคราวนี้เหลืออีกแค่ไม่ถึงครึ่งทาง เห็นยอดเขาและมังกรตุ๊ต๊ะเริงร่าอยู่ด้านบนลิบๆ ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เดินมุ่งหน้าต่อไป  





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +10 ความโหด โพสต์ 2019-12-16 18:12
คุณได้รับ +40 ความโหด โพสต์ 2019-12-16 18:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -482 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -482 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
หน้ากากยักษ์ทอง
ดาบมรกต
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
จื่อซิงหม่า
ชุดมารจื่อเซ่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x311
x571
x56
x336
x1
x3
x2
x1
x1
x5
x27
x17
x27
x1
x1
x1
x31
x3
x54
x42
x79
x1890
x72
x43
x188
x1
x6
x2
x4
x59
x1
x15
x2
x49
x349
x1
x1
x29
x2
x2
x2
x1
x1
x10
x160
x270
x30
x20
x3
x6
x89
x3
x4
x3
x62
x484
x6
x11
x6
x20
x15
x45
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x26
x2
x1
x3
x1
x2
x3
x1
x96
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x7
x3
x310
x300
x100
x120
x125
x360
x261
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x6
x120
x1
x8
x5
x15
x1657
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x968
x770
x2005
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1700
x903
x27
x41
x15
x100
x9
x18
x1762
x178
x2025
x1200
x320
x2185
x2
x7900
x363
x96
x102
x10
x70
x147
x3327
x129
x237
x382
x2752
x2139
x1670
x11
x504
x1484
x9
x2
x27
x5560
x2574
x12
x64
x7335
x55
x9999
x1806
x50
x3
x192
x15
x1058
x1
x1
x2905
x2
x1
x2525
x14
x35
x30
x681
x470
x30
x169
x387
x53
x8
x1180
x1404
x8409
x967
x200
x590
x200
x57
x49
x2365
x1
x1850
x2929
x6303
x668
x273
x7880
x9999
x556
x51
x69
x4584
x26
x15
x71
x179
x1000
x11
x3933
x2935
x1647
x2439
x9999
x2466
x3100
x2364
x1822
x2590
x105
x9999
x485
x1103
x129
x30
x8820
x2347
x3848
x1984
x147
x2817
x4404
x4043
x1805
x3743
x1808
x524
x2278
x518
x240
x1298
x337
x3
x24
x10
x1500
x78
x50
x5312
x1090
x1
x833
x9999
x2751
x2
x35
x2139
x3651
x7097
x711
x6747
x4470
x502
x930
x1809
x680
x10
x1118
x2753
x2940
x740
x97
x3
x19
x25
x25
x32
x9
x6048
x9448
x2307
x9999
x199
x24
x9999
x20
x5805
x23
x8
x1450
x257
x25
x9
x98
x31
x8
x845
x3705
x8
x31
x207
x936
x86
x2505
x2093
x127
x18
x1417
x2378
x2255
x3
x284
x3676
x2540
x7884
x514
x397
x3976
x5657
x9999
x10
x2273
x2447
x5805
x7800
x3380
x1428
x27
x3330
x951
x70
x328
x142
x2816
x2118
x9999
x41
x4401
x9999
x9999
x9999
x3180
x1943
x111
x3000
x8
x3696
x39
x3223
x4099
x757
x1
x757
x1614
x583
x1221
x5371
x2284
x5202
x5004
x9999
x5860
x9999
x3109
x2267
x2034
x3256
x4264
x2402
x558
x61
x1
x25
x1989
x4870
x713
x1
x4677
x7007
x68
x9999
x676
x1418
x1033
x6504
x104
x3507
x875
x451
x104
x925
x277
x8
x182
x26
x9999
x1123
x2070
x3628
x195
x664
x454
x104
x1301
x1342
x9999
x3710
x1554
x1230
x889
x230
x9999
x1722
x9999
x129
x713
x2427
x2

1330

กระทู้

4820

โพสต์

79หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19473286
เงินตำลึง
199961
ชื่อเสียง
324926
ความหิว
1849

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33566
ความชั่ว
9666
ความโหด
65068
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-12-16 19:40:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Land of the Untold
1715
Promise Me
            ผู้คนเชื่อกันว่า..หลิงหลานเป็นคนแปลก
            ส่วนตัวนางแค่เชื่อมั่นในเอกลักษณ์ของตัวเอง ขี้เกียจตามใคร…

            ถ้าไม่แปลกและบ้าดีเดือดพอลำพังกุลสตรีในห้องหอเจอโขลงช้างตื่นคงโดนเหยียบตายไปแล้ว และถ้าหากไม่เคยฝึกฝนจนสัญชาติญาณตอบสนองฉับไว ร่างกายนางไม่พ้นแหลกเหลวไปร่วมหมื่นพันหนเช่นกัน หลิงหลานสรุปเอาอย่างง่ายๆ ว่า ‘ข้าแปลกได้ดียิ่ง และจะไม่ทิ้งความแปลกเพื่อตายไว’

            ก้าวขาอย่างไม่รีบร้อนน่าเสียดายที่รอบด้านขุนเขาไม่มีเงาต้นไม้แล้ว ผลไม้อกกินเมล็ดแตงคั่วไม่มาตั้งแผงขาย สีหน้าของนางอดหดหู่มิได้มือที่ยังว่างอยู่ก็ยกเล่นเชือกผูกเอว ถูๆ บิดๆ หมุนๆ ตามประสาคนอยู่ไม่สุกพลางๆ เมื่อครุ่เห็นหมอกกร่อมเท้ามองลงไปขาวโพลนทั่วสายตาพื้นอยุ่ไหนก็พูดยาก คงจะขึ้นมาสูงมากทีเดียว

             “อุ๊ค แค่กๆ ความกดอากาศหรอไม่ธรรมดาเลยนี่..” ปกติเขามีบอกว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว อยู่ดีๆ เดินขึ้นสายหมอกมาสองเค่อนางกลับหายใจไม่ออกเสียอย่างนั้น หลิงหลานคิดจะผ่านเส้นทางนี้ไปให้ไวที่สุด ทว่าจนใจ..โคจรลมปราณได้แต่ใช้วิชาตัวเบาไม่ได้ ‘สถานที่ผีสางอันใดอีกล่ะเนี่ย บททดสอบใช่ไหม? ได้…!!! ได้เลย มามีอะไรก็ใส่มาให้หมด!!’

              หมดอารมณ์จะคิดต่างในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยตนไปง่ายๆจนกว่าทดสอบจนพอใจ หลิงหลานฉีกรอยยิ้มหวานพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเสิ่นหลิงเฮ่ามีความคับแค้นต่อโชคชะตามากมายเหลือเกิน การถูกเล่นอยู่บนฝ่ามือของผู้อื่นใครบ้างรุ้สึกพึงพอใจ ดีที่นางไม่ใช่เขา..อย่างน้อยก็ไม่ใช่วิญญาณเดียวกับอีกฝ่าย ระดับความสิ้นคิดผิดกัน หลังจากทราบดีว่ากังวลไปไม่ช่วยอะไรก็เดินต่ออย่างปลดปลง

              ยิ่งก้าวเดินขึ้นไปสภาวะไร้รูปร่างกดทับถ่วงขาจนหลังของนางค้อมลง อากาศถูกรีดเค้นออกจากปอดจนน่าใจหาย จากที่เคยปลอดโปร่งทุกคราวสูดเข้าไปดั่งกล่องที่ผ่อนลมออกและเหลืออากาศบริสุทธิ์ใช้ได้แค่หยิบมือ หลิงหลานรุ้สึกว่าตัวเองใกล้หมดสติเต็มที อากาศเหลือน้อยจนนางทรุดตัวลงและแทบจะคลานไปตามพื้นดิน คมหินบาดไปทั่วตัวและหัวเข่า เสี้ยงวิ้งในหัวทรมานกันไม่สิ้นสุด คิดในแง่ดี..แบบนี้ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างฉับไว

               ‘หึหึ แต่มังกรที่อยุ่ในดินแดนกลับตุ๊ต๊ะระยะสุดท้าย’

              สติใกล้ดับลง มือเล็กคว้าปิ่นปลดลงมาตนเส้นผมสีเงินแผ่สบาย ง้างทีเดียวแล้วปักลงน่อง ความเจ้บแปลบเสียดแทงกระตุ้นให้ตื่นตัว ตะโกนลั่นคำนึง ‘เจ็บโว้ยยยย!!’ จากนั้นนงก็ลุกแล้วเดินไปต่อแรงโน้มถ่วงยังคงมีอยู่ทว่านางไม่สนใจและไม่ใส่ใจ ต่อให้ต้องคลานจนมือถลอกเห็นกระดูกก็ไม่มีอุปสรรคหน้าไหนมาขวางทางได้ นั่นคือคติของหลิงหลาน!!

             หนทางแคบลงเรื่อยๆ เหลือช่องผาขนาดเล็กให้ลอดผ่านด้วยการสอดตัวด้านข้าง ภาพนี้มันคุ้นๆ ทำให้หลิงหลานคิดถึงตอนหลงไปโลกมาซิลดอน ประตุห้องแลปก็ผ่านมาแล้วร่องผาก็เอาอีกหรอ? หลิงหลานถือลุกประคำขึ้นมาคาดเดาได้ว่ามันจะติดอุปสรรคกลางอก เตรียมบริกรรมคาถาแล้วเปลี่ยนเป็นหลิงเฮ่าเพื่อผ่านไป ทั้งท้องทั้งนม

            เฮอะ!! ขยันเลือกเฉพาะทางมาให้เหลือเกินเจ้าจิ้งเหลนเกล็ดเผือก!!!

           ท้ายสุดจะด้วยคาถาใช้ไม่ได้หรือประคำเสื่อมฤทธิ์ นางยังคงต้องเบียดเสียดยัดเยียดนมและหน้าท้องเข้าไปอยู่ดี น้ำตาไหลผ่านๆ แออัดสิ้นดีดินแดนแห่งนี้ทรมานสตรี ทรมานคนท้อง ไม่มีพวกที่มีความเป็นคนอยู่เลย สาปแช่งเหล่าผู้ชอบความเจ็บปวดของสตรีและคนท้อง ให้มันเป็นหมันให้มันอยุ่ไม่ได้ ให้มันไร้ทายาทสืบสกุล!!   

           “แค่กๆๆ อะไรอีก ดาหน้าเข้ามาเลย!!” เมื่อหลุดออกมาจากช่องแคบๆ นั่นได้แล้วสิ่งแรกที่ทำคือโกยอากาศเข้าปอดดุจปลาขาดน้ำ มือคลำหาที่พยุงตัวแต่หวิดก้าวพลาดตกหน้าผาสูงชัน ‘ให้มันได้แบบนี้สิ….’ ไม่มีแม้เวลาให้หยุดพัก นางเป้นสตรีที่ชอบเสียงบรรเลงกับคำกลอนไฉนโชคชะตาชอบเข้าใจผิดว่าเป็นแรมโบ้สาววะคะ?

            เชิงผาสูงแน่นอนว่าต้องปีน สองเท้าก้าวขึ้นอาการปวดแปลบที่น่องยังคงอยู่แต่ตรูไม่แคร์ นอกจากแผ้วถางขึ้นข้างบนก็หล่นลงข้างล่างเหลือทางให้เดินแค่สองอย่างเท่านั้น หลิงหลานยิ่งคิดแล้วยิ่งกรุ่นอารมณ์เดือดขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งเดือดก็ยิ่งมีลุกบ้า นางกางเล็บตะปบลงบนดินแต่ละการคว้าจับส่วนไหนไม่มั่นคงพอร่วงกราวลงไปก็ไม่มีค่าให้ใช้ค้ำตัว ปีนอย่างดุดันขึ้นมาครึ่งหน้าผา สบถเสียงด่าเหล่าบุรุษในดวงใจทั้งหลายที่ปล่อยให้ภรรยาตั้งครรภ์มาพบเจอสถานการณ์เช่นนี้เสร็จ ก็ขุดเอาบรรพบุรุษพวกเขาเหล่านั้นขึ้นมาทักทายต่ออย่างเบิกบาน บ่นจนครบสิบแปดชั่วรุ่นแล้วอารมณ์ดีกลับมายิ้มแย้มแจ่มใสราวกับพี้ยา..

             ปีนมาได้ครึ่งหน้าผา เจ้าจิ้งเหลนตุ๊ต๊ะก็โบยบินลงมาคล้ายไม่มีเพื่อนคุย ‘นายของข้าเคยสู้รบกับหกรัฐกว่าแผ่นดินจะสงบหลายครั้งหลายครา แต่ละครั้งล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ท่านก็พยายามช่วยจนแผ่นดินที่แตกแยกมีแต่ความวุ่นวายสับสนจนสงบกลับคืนมาได้แม้เพียงไม่กี่ปี’

             “..............” หลิงหลานไม่ตอบอะไร อยากจะพูดนางก็จะฟังเพราะแค่ออกแรงปีนขึ้นผาสูงชันนี้ก็ทุ่มแททั้งเรี่ยวแรงและสมาธิมากแล้ว ใช่สิเป็นมังกร ใช่สิไม่ต้องมาปีนนิ บินได้นิ พิโถ่!!

            ‘ไม่ใช่ว่าบาดเจ็บไม่เจ็บ แต่ว่าเขาทนได้ เขารู้ว่าถ้าปล่อยให้ร่างกายไปสัมผัสกับความเจ็บปวดก็จะทำไม่สำเร็จ เขามีความอดทนสูง แล้วเจ้าล่ะสามารถทำได้ไหม’
             หลิงหลานชะงักไปไม่ใช่ว่าประทับใจในความเก่งกาจโดดเด่นของนายเก่าเจ้าจิ้งเหลนฉางย่วน ทว่านางกำลังรู้สึกว่ามีคนล้ำเส้นตนอยู่ด้วยการสบประมาทเกมเย้ยหยัน ‘กวนตีนล่ะค่ะ’

            น่องที่เจ็บปวดเพื่อเรียกสตินี้มีที่มา ครรภ์ที่โตอยู่ก็ไม่ใช่ความทรหดครั้งแรกที่เจอ “เจ้ารู้จักแค่นายของเจ้าอย่างนั้นหรอ...มังกร นายของเจ้าเคยลิ้มรสการอุ้มท้องเก้าเดือนไหม สังหารคนไปกี่คนไม่เท่าเคยให้กำเนิดชีวิตกี่ครั้ง ให้นายเก่าเจ้ามาเป็นสตรีแล้วลิ้มรสความทรมานขณะคลอดลูกดูสิ เท้าหนึ่งเข้าประตุผีแล้วยังต้องกัดฟันให้รอดเพื่อครอบครัว บอกว่าไม่รู้สึกไม่สัมผัสความเจ็บปวดก็ตอแหลแล้ว!! กล้าพูดว่าข้าไร้ความอดทน? วิถีของเรามันต่างกันตัง้แต่ต้น ทำไม เขาเป็นแม่ทัพแล้วต้องยกมาข่มเถ้าแก่อย่างข้าด้วยอย่างนั้นหรอ”

           แม่ทัพเซี่ยงไม่เคยคลอดลูกจริงๆ นั่นล่ะ แต่เขาคลอดได้ทีไหนล่ะ มังกรเอ่ยเสียงอ่อน ‘ก็ถูก ข้ายอมรับว่าเหล่าสตรีเช่นเจ้ามีความอดทน เพียงแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ข้ากำลังพูดถึง… เจ้าสามารถไม่รุ้สึกถึงความเจ็บปวดเพื่อเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จ’

            คนกลอกตามองบนไม่สนมังกรที่ทัศนะคติคับแคบตนนี้อีก หลิงหลานเหนื่อยหน่ายที่สุดการยกย่องบุรุษแล้วกดขี่สตรีหากไม่ใช่เพราะร่างนี้เป็นปัญหา นางคงไปตั้งแคว้นอยู่เองที่จะเพศไหนก็เท่าเทียมกันไปแล้ว!! ยิ่งปีนยิ่งให้อารมณ์เย็นยะเยือกมีเถ้าวัลยืเก่าที่ไม่น่าไว้ใจก็คว้าไว้แล้วปีนขึ้นผา แน่นอนนางไม่ไว้ใจมัน เท้าจึงจิกลงร่องผาไปด้วย

             “เพ้อเจ้อไร้สาระ นายเก่าของเจ้าหลอกตัวเองแล้วต้องการให้ผู้อื่นทำด้วยเช่นนั้นหรือ? ต่างวิถีเดิมทีข้าไม่อยากจะเปรียบเทียบ!! แต่ในเมื่อเสนอมาโจมตีกันก่อนก็จะขอบอกว่าข้าฝึกเต๋ามีใจ พวกเต๋าไร้ใจได้เป็นเทพเซียนตัดหกอารมณ์เจ็ดปรารถนาแล้วจะมีชีวิตอมตะไปเพื่ออันใดไม่ต่างจากหินก้อนหนึ่ง”

              งานอบรมมังกรทำให้นางเสียสมาธิ เชือกเผาวัลย์ขาดผึงแต่ยังมีสติพอคว้าโขดหินแล้วเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปอีดขั้นผา ในที่สุดนางก็ขึ้นมายังยอดเขา สายตาที่มองไปยังมังกรเผือกคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เมื่อเจ็บข้าจะร้อง ร้องแล้วก็จบไม่เอามาเป็นอารมณ์ ไม่คร่ำครวญอย่างไร้ประโยชน์ เมื่อรักข้าก็จะถนอมปกป้องคนของข้าโดยไม่เลือกวิธีการ เมื่อโศกเศร้าข้าจะยอมรับมันเพราะมีแต่ผู้ที่เข้าใจชีวิตจึงจะเห็นว่าความเป็นความตายนั้นเท่าเทียมกัน คิดแสวงหาสันติสุขแต่ห้ามตนเองไม่ให้รุ้สึก สันติสุขลวงโลกข้าไม่ต้องการ”

              ฉางยวนโบยบินมาล้อมนางยังคงกล่อมเรื่องแม่ทัพเซี่ยงไม่หยุด เหมือนที่หลิงหลานพูดไปหาได้เข้าหูมันเลย ‘แม่ทัพเซี่ยงเคยตัดศีรษะข้าศึกในสนามรบ ฝ่าวงล้อมนับพัน นั่นไม่ใช่เพราะวรยุทธ์ แต่เป็นความกล้าหาญในจิตใจ ตอนนี้เจ้าเดินตามข้ามา’

            “ข้าจะบอกอะไรให้… ตั้งแต่จำความได้ข้ายังไม่เคยสังหารใคร ข้าเป็นชาวพุทธขจัดเฉพาะมารปีศาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มารในใจ..แม่ทัพของเจ้าทำได้ไหม? พูดอีกครั้ง วรยุทธ์ที่ข้ามีก็เพื่อปกป้อง ให้ฝ่าวงล้อมสามพันทัพข้าก็ทำได้ ถ้าคนสำคัญของข้าตกอยู่ในอันตรายภูเขาดาบทะเลเพลิงรึกล้าขวาง!!”

             เจ้าจิ้งเหลนคล้ายอึ้งไปไม่รุ้จะอวยอะไรต่อดี การทดสอบครั้งนี้เป็นของวีรบุรุษ ทว่านางกลับผ่านมาได้อย่าง ‘พิศดารพันลึก’ แนวคิดที่แปลกใหม่ตีกระทบมันจนเกล็ดสะเทือน ทั้งสองเดินอ้อมไปยังเขาอีกข้าง มีหุบเหวลึกเต็มไปด้วยหมอกไร้ก้นบึ้งอยู่แบบนี้คงสามารถตัดสินใจลำดับสุดท้ายได้

             ‘ตอนนี้ข้าอยากให้เจ้าโดดลงไปจากหน้าผาเพื่อกลับไปยังที่เจ้าปืนขึ้นมาเมื่อครู่ ข้าจะคอยรับเจ้าข้างล่าง ห่างจากพื้นสามศอก เจ้ากล้าโดดไหม’

             นางสูดหายใจลึกบังคับขาไม่ให้สั่น นอกจากความสูงหนาวแล้ว ยังมีอารมณ์ที่อัดอั้น “ที่ข้าพูดไปนี่ถามหน่อยว่าซึมทะลุผ่านเกล็ดไปหมดแล้วหรอ? เจ้าเอาความเป็นความตายของคนมาล้อเล่นแล้วคาดหวังให้คนเชื่อศรัทธาในตัวเจ้า แบบนี้ไม่ต่างจากมารปีศจทำกันหรอกนะ บอกก่อนว่าถ้าเจ้าไม่เล่าเรื่องนายเก่าอะไรนั่นให้ฟัง..บางทีไม่ต้องกล่อมก็ยินดีโดด แต่พอฟังแล้วมันทำให้สงสัยว่านายเก่าของเจ้าพบจุดจบอย่างไรกันแน่เมื่อมีผู้ช่วยที่ตรรกะความคิดเช่นนี้”

              ‘ข้าพูดคำไหนคำนั้น บอกว่ารับเจ้าคือรับเจ้าแน่ๆ ทำไมต้องพูดถึงนายเก่าล่ะ!!’ เจ้ามังกรร้อนใจแล้ว หลงทรนงตนว่าเป็นศาตราวิเศษมีจิตวิญญาณ เหล่าผู้กล้าล้วนปรารถนามัน ทว่าสตรีตรงหน้าแน่นอนว่าเห็นมันไม่ต่างจากเศษเหล็ก ‘สาบานด้วยเกียรติของเผ่าพันธุ์มังกร!! ข้าจะรับเจ้าก่อนถึงพื้น ก่อนจะร่วมงานกันได้เราจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน นั่นหมายถึงสายสัมพันธ์เป็นตายไม่แยกจาก’

              เสียดายมังกรมองยังไงก็เป็นหนอนมีเกล็ด ให้มีสัมพันธุ์ลึกซึ้งนางคงต้องขอคิดยาวๆ หลิงหลานหยักรอยยิ้มถาม “เป็นตายไม่แยกจาก แล้วตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเจ้ามีนายมากี่คนแล้ว ไหงไม่เห็นลงหลุมไปกับพวกเขา”

              ผ่าม.. คำถามตีแสกเข้าหน้า ฉางย่วนคอตกอย่างละอาย ‘ข้ามีหน้าที่ต้องค้ำจุนผู้กล้า ยากจะหลีกเลี่ยง ไม่อาจหลับใหลไปพร้อมผู้เป็นนายได้ ทว่า.. ทุกครั้งที่เจ้านายต้องกลับคืนผืนดิน เจ้าอาจจะคิดว่าศาตราไร้จิตใจ ไร้ความรู้สึก ที่บอกว่าไม่ผูกพันเลยนั้นคงเป็นเรื่องโกหก ข้าทำได้แค่จดจำเรื่องราวของพวกเขาและเล่าสู่รุ่นต่อๆ ไป นั่นก็คือวิธีไว้อาลัยในแบบของข้า’

             ความสลดแผ่ออกรอบยอดเขา เนตรกวางคุ่หวานมองอย่างสำรวจอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็ถอนหายใจ “เอาล่ะ อย่างน้อยครั้งนี้เจ้าก็เลือกพูดความจริง บอกก่อนนะว่าข้าไม่มีทางเหมือนนายคนเก่าๆ ของเจ้า ไม่มีทางหลอกตัวเองเพื่อก้าวเดินตามรอยเท้าของผู้อื่น แต่ถ้าหากเรื่องฟังเจ้าบ่น กับอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาให้เจ้าล่ะก็..แน่นอนว่าทำได้”

            หญิงสาวเดินออกไปจนถึงขอบหน้าผาสัมผัสกลิ่นอายเย็นยะเยียบทว่าสดชื่น ไม่กดข่มความรังเกียจภาพความทรงจำหลายครัง้ที่ตกจากที่สูง นางไม่ชอบจริงๆ นะ แต่ถ้าไม่ทำก็กลับไม่ได้.. ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับมังกรตัวนี้แล้ว

             “เพราะว่าข้า.. หลิงหลาน คือคนแปลกผู้หนึ่ง” กล่าวจบก็ทิ้งตัวลงจากผา
               



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +230 ความโหด โพสต์ 2019-12-16 20:16
คุณได้รับ +8 ความโหด โพสต์ 2019-12-16 20:16
คุณได้รับ --50 คุณธรรม +15 ความชั่ว --50 ความโหด โพสต์ 2019-12-16 20:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -482 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -482 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
หน้ากากยักษ์ทอง
ดาบมรกต
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
จื่อซิงหม่า
ชุดมารจื่อเซ่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x311
x571
x56
x336
x1
x3
x2
x1
x1
x5
x27
x17
x27
x1
x1
x1
x31
x3
x54
x42
x79
x1890
x72
x43
x188
x1
x6
x2
x4
x59
x1
x15
x2
x49
x349
x1
x1
x29
x2
x2
x2
x1
x1
x10
x160
x270
x30
x20
x3
x6
x89
x3
x4
x3
x62