ดู: 776|ตอบกลับ: 6

{ นอกเมืองอู๋โต่ว } ป่าไผ่ชานเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-20 16:06:22 |โหมดอ่าน

{ ป่าไผ่ชานเมืองอู๋โต่ว }

ป่าที่อุดมไปด้วยไผ่ตั้งอยู่รอยต่อระหว่างชานเมืองฮู๋โต่วและฮั่นจง
นอกจากไผ่แล้วยังอุดมไปด้วยเห็ดนานาพรรณ
บ่อยครั้งที่ชาวบ้านจะเข้ามาหาเห็ดหาหน่อไม้ไปรับประทาน
ด้วยความอุดมสมบูรณ์จึงเป็นที่อยู่ของสัตว์และแมลงต่างๆ อีกด้วย

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-20 16:58:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:49

{ เควสเรื่องราว 2 } น้ำใจในแดนใต้

PART XI


     เงินทองที่หามาได้ร่อยหรอลงไปด้วยความหน้าใหญ่ใจบุญและความไม่คิดหน้าคิดหลังของตนเอง คาบูโตะถอนหายใจเฮือกใหญ่จำเป็นต้องเดินเท้าต่อไปยังฉางอันกับน้องสาว
     แรกๆ ซูปี้ก็ค่อนข้างจะงอนและหัวเสียกับความไร้หัวคิดและคิดเร็วทำเร็วเกินไปของพี่ชาย แต่ในเมื่อเรื่องมันผ่านมาแล้วจะต่อว่าก็ได้แค่ต่อว่าเท่านั้นคงไม่อาจนำเงินคืนมาได้ และมีปัญหาระหว่างการเดินทางจะทำให้บรรยากาศตึงเครียดเสียเปล่าๆ เด็กน้อยอย่างเถอะจึงเลือกที่จะ 'ช่างมัน' และด้วยความเป็นเด็กที่ชื่นชอบอิสระจึงทำให้นางมัวแต่สนใจทัศนียภาพที่แตกต่างจากบ้านเกิดจนหมดสิ้น
     "ผ่านป่าไผ่ก็ไปถึงฮั่นจงแล้วล่ะ" ชาวบ้านหนุ่มที่กำลังขุดดินอยู่หน้าบ้านชี้ทางไปยังฉางอัน โดยต้องผ่านป่าไผ่ไปก่อน และต้องเดินทางผ่านเมืองฮั่นจงจึงจะถึงฉางอันได้
     "โอ้ ขอบคุณนะพี่ชาย!" คาบูโตะยกมือขึ้นคำนับชาวบ้านที่บอกทางแล้วจูงมือน้องสาวมุ่งหน้าไปยังป่าไผ่นั้น
     เมื่อก้าวย่างเข้ามาในป่าไผ่สองพี่น้องก็มองราบรอบอย่างตื่นตา แถวบ้านของพวกเขาไม่เคยมีป่าแบบนี้มาก่อน ต้นไผ่ขึ้นเรียงรายเป็นระเบียบราวกับมีคนจัดแต่งแต่ทว่านี่เป็นการรังสรรค์จากธรรมชาติล้วนๆ
     "ฮิฮิ" ซูปี้ปล่อยมือจากคาบูโตะแล้วออกไปวิ่งเล่นด้านหน้า ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มบางๆ มองน้องสาวที่ร่าเริงขึ้นแล้วจากที่ทำหน้างอมาตลอดทาง "คาบูโตะมาเล่นวิ่งไล่จับกัน!" เด็กหญิงหลุดเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างที่เคยเรียกแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดเอะใจอะไร พลางวิ่งหลบไปตามต้นไผ่ต้นแล้วต้นเล่า
    "เฮ้ย! เดี๋ยวเถอะ!" ด้วยความหมั่นเขี้ยวและอยากจะสนุกผ่อนคลายบ้างชายหนุ่มจึงเล่นวิ่งไล่จับกับน้อง ด้วยความคิดว่าเป็นซูมี่ที่อ่อนแอประเดี๋ยวก็คงจะวิ่งไล่จับได้ไม่ช้า แต่ว่าความจริงแล้วเธอคือซูปี้พี่สาวคนโตที่ซุกซนและคล่องแคล่วว่องไวกว่าน่ะสิ ชายหนุ่มที่ความว่องไวน้อยกว่ากอปรกับแบบของมาเต็มหลังยิ่งลดความเร็วไปมาก จากที่เขามองเห็นนางก็กลับคลาดสายตาไปได้
     "หายไปไหนแล้วเนี่ย.." คาบูโตะปาดเหงื่อที่ออกมาจากการวิ่งไล่จับกับน้องสาวแล้วหันมองรอบๆ ที่มีแต่ป่าไผ่หน้าตาเหมือนกันไปหมด "ซูมี่!!" เขายกมือขึ้นป้องปากตะโกนหาน้องสาวแต่ก็ได้เพียงแค่เสียงสะท้อนของตัวเองตอบกลับมา ท่าทางจะไม่ดีแล้วนี่พวกเขาจะคลาดกันจริงๆ หรือ แถมยังเป็นในป่าไผ่ต่างเมืองที่ไม่คุ้นเคยเส้นทางอีกต่างหาก
    "ซูมี่!!" ชายหนุ่มตะโกนเรียกน้องสาวไปเรื่อยๆ เผื่อว่าเธอได้ยินเสียงแล้วจะออกมาจากที่ซ่อน "ปัดโถ่เว้ย! ไม่สนุกแล้วนะออกมาได้แล้ว!!" เขาตะโกนคำสบถขณะตามหาน้องสาว จากการเล่นสนุกกลับกลายเป็นนำพาเรื่องร้ายๆ มาให้ ราวกับว่าโชคดีที่เคยมีมาก่อนหน้านี้จะค่อยๆ หายไปและทวีคูณความซวยคูณสอง
     "โอย..." เสียงอวดครวญดังมาจากมุมหนึ่ง ทำให้คาบูโตะรีบวิ่งไปดูทันทีไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเสียงของน้องสาวเขาได้รับบาดเจ็บอยู่ก็ได้ แต่เมื่อวิ่งไปตามต้นเสียงกลับพบบัณฑิตคนหนึ่งนั่งลงกับพื้นแล้วกุมข้อเท้าอยู่
    "เฮ้ย! เจ้าเป็นอะไร?" คาบูโตะมองชายผู้นั้นหน้าตาตื่น
     "งู.. ขะ...ข้าถูกงูกัด" บัณฑิตหนุ่มหน้าซีดเซียวขณะเอ่ย
     ถึงจะรีบร้อนตามหาน้องสาวแต่เขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยให้คนถูกงูฉกตายคาป่าไปได้ มือหนายกขึ้นขยี้เส้นผมจนยุ่งเหยิง "บ้าเอ้ย! ทำไมต้องให้ข้าเลือกด้วยวะ!!" ถึงจะสบถออกมาแต่เขาก็เลือกที่ช่วยผู้ที่ถูกงูกัดก่อนจึงเดินเข้าไปหา
     บัณฑิตมองเห็นชายหนุ่มแปลกหน้ากำลังเข้ามาช่วยก็รีบบอก "ระ.. ระวังด้วย มันยังอยู่แถวๆ นี้" จากคำพูดนั้นทำให้คาบูโตะชะงักเท้าที่หุนหันเข้ามาก่อนใช้สายตามองสอดส่องว่าพื้นดินที่เขาเหยียบย่างนั้นปลอดภัยแล้วจึงเดินเข้าไปดูอาการของชายที่ถูกงูกัด เปิดรอยแผลของชายผู้นั้นแล้วทำท่าจะก้มลงดูดพิษออกให้
     "ชะ... ช้าก่อน เจ้าจะดูดพิษออกไม่ได้ พิษจะเข้าปากเจ้าแล้วจะ... ตาย" บัณฑิตรีบปรามชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเหลือพร้อมกับเอามือดันศีรษะเขาออกจากขาของตนเอง "หะ...ห้ามพิษงูก่อน ผ้า... เชือก..."
     "หะ? ผ้าเชือก?" คาบูโตะเอ่ยถามออกมางงๆ หรือว่าต้องใช้ของพวกนั้น เขาจึงแกะผ้าพันหน้าผากของตนเองออกมาเผยให้เห็นรอยแผลเป็นฉกรรจ์เหนือหน้าผากด้านซ้ายลากยาวไปจนถึงข้างขมับ "แล้วไงต่อ?"
     "รัดเหนือบาดแผล ตระ... ตรงนี้..." บัณฑิตบอกวิธีการปฐมพยาบาลการถูกงูกัดอย่างถูกวิธี ชี้มือไปบริเวณหน้าแข้งด้วยประมาณว่าพิษงูน่าจะยังขึ้นมาไม่ถึง เมื่อได้ยินดังนั้นคาบูโตะก็เอาผ้าโพกศีรษะของเขารัดเหนือบาดแผลของบัณฑิตจนแน่นมันแน่นมากจนเขาเผลอร้องโอยออกมาเบาๆ
     "ทนหน่อยน่า ร้านหมอไปทางไหน?" พูดดังนั้นเสร็จเขาก็อุ้มบัณฑิตผู้นั้นขึ้นพาดบ่าราวกับแบกข้าวสาร ต้องขอบคุณการหาบน้ำหลายสิบหาบที่ทำให้เขาคุ้นชินกับการแบกของหนัก
     "เดี๋ยว.. ข้าบอกทาง" บัณฑิตเอ่ยเสียงพร่าแล้วชี้นิ้วไปทางออกป่าที่จะนำไปสู่หมู่บ้าน จากนั้นคาบูโตะก็รีบวิ่งจี๋ตามทางเพื่อส่งบัณฑิตส่งโรงหมอ




  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -4 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -4 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-20 20:27:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:51

PART XIII


     ไร้เสียงคำท้วงของหมอและคนไข้คาบูโตะจึงรีบวิ่งกลับมายังป่าไผ่เพื่อตามหาน้องสาวทันที...
     "ซูมี่!" ร่างสูงทั้งตะโกนและวิ่งไปพร้อมๆ กันเพื่อว่านางจะได้ยินแล้วส่งเสียงตอบกลับมา ตะวันคล้อยต่ำลงสู่ช่วงเย็นเขาต้องรีบหาตัวน้องสาวให้เจอก่อนจะพลบค่ำ เด็กหญิงตัวเล็กๆ หลงป่าอยู่เพียงคนเดียวคงไม่เป็นการดี เธออาจจะทั้งหวาดกลัวและหิวโหย ดีไม่ดีจะถูกงูเงี้ยวเขี้ยวขอหรือสัตว์ป่าคาบไปกิน ต้องรีบเร่งหาตัวเธอให้เร็วที่สุด แม้ว่าป่าไผ่จะไม่ได้กว้างมากนักแต่การค้นหาเด็กตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวโดยไม่มีหลักการถือเป็นเรื่องที่ลำบาก คาบูโตะทั้งวิ่งและตะโกนคนคอแทบแตก น้ำเสียงของเขาเรื่องจะแหบแห้งลงและไร้แรงจะวิ่งต่อ เขาจึงเลือกที่จะนั่งพักก่อน
     ชายหนุ่มหยิบถุงน้ำหนังใบใหม่ออกมากระดกน้ำดื่ม และในระหว่างที่เขากำลังจะลุกขึ้นมานั่นเองก็ได้ยินเสียงของกลุ่มคนคุยกัน คงจะเป็นชาวบ้านที่ออกมาหาของป่ากระมัง ลองเขาไปถามดีกว่าเผื่อว่าพวกเขาจะเจอน้องสาวหลงทางมา
     "วันนี้แหล่ะที่จะได้ล้างแค้น!" บุรุษคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเอ่ยออกมาเสียงเหี้ยมเกรียม ฟังดูแล้วไม่น่าจะใช่ชาวบ้านธรรมดา
     'ล้างแค้น? โจรป่า?' เมื่อได้ฟังเช่นนั้นคาบูโตะก็ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเข้าไปไถ่ถามแล้วแอบหลังต้นไผ่เพื่อดักฟังคำสนทนา แม้มันไม่ใช่เรื่องของเขาแต่หากก้าวขาออกไปแล้วเหยียบพลาดเกิดเสียงดังขึ้นมาอาจจะเป็นฝ่ายถูกฆ่าหมกป่าแทน ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างเขาคงไม่มีปัญญาสู้โจรป่าหลายคนได้แน่ๆ เขาจึงเลือกที่จะทำตัวนิ่งๆ ไม่กระดุกกระดิกไปไหนเพราะต้องรักษาชีวิตหาเงินกลับไปให้ไต้ก๋งเรือซู

     "ไอ้หมอนั่นบังอาจฆ่าน้องข้ามันจะไม่ได้ตายดีเหมือนกัน!" โจรป่าใบหน้าโหดกัดฟันพูดเสียงเหี้ยมเต็มไปด้วยความแค้นและโทสะ มือที่หนาๆ จับกระบี่แน่น เมื่อพินิจดีๆ น่าจะเป็นกระบี่ล้ำค่าที่งดงามแลดูไม่สมกับตัว ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นคนขโมยกระบี่นี้มาจากเจ้าของ
     "เป็นหมอรักษาโรคแต่กลับฆ่าคน มันต้องเห็นว่าเป็นน้องสาวลูกพี่แน่ๆ เลยฆ่านาง" โจรอีกคนให้ความคิดเห็นสนับสนุนการทำชั่ว
     "คอยดูเถอะมันจะต้องไม่ได้ตายดีเหมือนกัน! เตรียมตัวพร้อมแล้วไปล้างแค้นกันเลย!" หัวหน้าโจรเอ่ยสั่งลูกน้อง และพวกลูกน้องก็เอ่ยตอบเสียงดัง จากนั้นพวกโจรกลุ่มนั้นก็ดับไฟและออกไปจากจุดนั้น
    '....' คาบูโตะยืนตัวเกรง ดูเหมือนว่าเขาจะได้ได้รับรู้เรื่องไม่ดีเข้าอีกแล้ว พลางไม่เข้าใจทำไมต้องมีสถานการณ์มาให้เขาเลือกตัดสินใจยามหน้าสิ่วหน้าขวานทุกที หากวิ่งไปเตือนหมอเดี๋ยวนี้เลยอาจจะทัน แต่น้องสาวเขาล่ะจะทำอย่างไร...
     สุดท้ายคนที่เขาเลือกคือคนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมากว่าสองปีไม่ใช่คนใหม่ที่เพิ่งพบหน้า น้องสาวเขาเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ไม่สามารถเอาชีวิตรอดในป่าได้ด้วยตัวคนเดียว แต่สำหรับหมอที่ตั้งร้านในตัวเมืองก็น่าจะมีทหารยามหรือคนแถวนั้นช่วยเหลืออยู่บ้าง เขาได้แต่ภาวนาให้หมอคนนั้นโชคดีส่วนตัวเขานั้นหากว่าเจอตัวน้องสาวเร็วก็อาจจะพอกลับไปช่วยได้ทัน

     
     ทางด้านซูปี้ที่วิ่งเล่นและเพิ่งจะรู้ว่าคลาดกันกับพี่ชายแล้วเธอก็หันมองรอบๆ "คาบูโตะ?" เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกชื่อพี่ชายแล้วเดินกลับไปตามทางเดิม
     ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซูปี้เข้ามาเล่นในป่า ปกติเวลาที่เธอมาเล่นจะแอบฉีกใบไม้ไว้ด้วยซึ่งคราวนี้ก็เหมือนกันเธอฉีกใบไผ่ไว้ตามทางเผื่อกันลงป่า เด็กหญิงลับมายังที่เดิมก่อนที่จะวิ่งเล่นกับพี่ชาย แต่เมื่อมองไปรอบๆ เธอก็ไม่พบเขาแล้ว "ไปไหนของเขาแล้วนะตาบ้า" ความรู้สึกไม่สบายใจก่อขึ้นในอกเด็กหญิง เธอกลัวว่าตัวเองจะออกจากป่าไม่ได้แต่ก็เป็นห่วงพี่ชายมากกว่า แม้เขาจะโตกว่าแต่ขาดความฉลาดเฉลียว เผลอๆ อาจจะตามหาเธออยู่แต่วิ่งมั่วทำให้หลงป่าได้จริงๆ
     เด็กหญิงเดินตามรอยเท้าที่เหลือทิ้งไว้บนพื้น รายเท้าของพี่ชายนางสะเปะสะปะวิ่งวกไปวนมาอย่างที่เธอคาดเอาไว้ คิ้วเล็กๆ ขมวดมุ่นเขาหากันเธอต้องตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร จะรอตรงที่เดิมหรือจะสะกดรอยตามเขาไปเรื่อยๆ ดี....
     เมื่อตามไปเรื่อยๆ รอยเท้าเริ่มวิ่งเขาไปในพงออกนอกทางหลัก เธอเห็นดังนั้นก็ไม่เลือกที่จะตามเขาเข้าไป ถ้าเมืองอยู่ข้างหน้าจริงตามที่ชาวบ้านบอกไว้ก้ควรเดินตรงไป พอออกจากเมืองได้ค่อยตามผู้ใหญ่ขอความช่วยเหลือ คงไม่มีใครใจร้ายเด็กตัวเล็กๆ อย่างเธอ แม้ว่าซูปี้จะคิดออกมาเป็นขั้นเป็นตอนแต่ในใจลึกๆ ก็หวั่นกลัว กลัวว่าจะหาทางออกจากป่าไม่ได้ และกลัวว่าจะไม่ได้เจอพี่ชายอีกเป็นครั้งที่สอง
     ดวงตากลมโตสั่นเล็กน้อย พยายามข่มใจไม่ให้ร้องไห้ออกมา ในตอนนี้หากกำลังใจเสียสถานการณ์จะยิ่งแย่ไปใหญ่ สิ่งที่เด็กหญิงต้องท่องไว้ก็คือทางออก ทางออก...


แซ่ก..


     เสียงพุ่มไม้ไหวๆ ทำให้ซูปี้หันไปมองตาม ในที่สุดเธอก็ได้เจอแผ่นหลังที่คุ้นตา เด็กหญิงเรียกชื่อพี่ชายออกไปสุดเสียง "คาบูโตะ!!"
     ชายหนุ่มที่ถูกเรียกชื่อรีบหันไปมองทางต้นเสียงทันที ทันใดนั้นร่างเล็กๆ ของซูปี้ก็พุ่งเข้ามากระโดดกอดจนตัวเขาเซไปด้านหลังสองสามก้าวจึงตั้งหลักได้ อ้อมแขนแกร่งอุ้มน้องสาวเอาไว้แล้วลูบหลับปลอบเบาๆ
     "ไปไหนมายะ ไอ้พี่บ้า!" ซูปี้กระโดดกอดคอเขาแน่น ทั้งโล่งใจและดีใจที่ได้พบหน้ากันอีกครั้ง "แล้วผ้าพันหัวไปไหน?"
    "เจ้านั่นแหล่ะเล่นบ้าอะไร รู้ไหมข้าเป็นห่วงแทบแย่ยัยบ้าเอ้ย!" ชายหนุ่มก็มีความรู้สึกไม่ต่างกันเขากอดน้องสาวแน่นจนนางอึดอัด "มีเรื่องอะไรเยอะแยะ จริงสิรีบออกไปจากที่นี่กัน!" นึกขึ้นได้ว่าโจรกลุ่มนั้นกำลังวางแผนฆ่าหมอที่ร้าน ไม่รู้ว่าจะไปช่วยทันไหมแต่อย่างน้อยเขาก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เรียวขายาวๆ ออกวิ่งอีกครั้งไปทางเมืองที่เขาจากมา
     "ดะ.. เดี๋ยวก่อนฮั่นจงไม่ได้ไปทางนั้น.." ซูปี้รีบท้วงออกมา แต่ท่าทางไม่ทันแล้วคาบูโตะไม่ฟังอะไรนางเลย แล้วเขาจะพาไปไหนล่ะเนี่ย...





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

16

กระทู้

292

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
298774
เงินตำลึง
100767
ชื่อเสียง
15227
ความหิว
23

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
172
ความชั่ว
0
ความโหด
150
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2017-12-14 23:02:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ภัยสงคราม}
[ไช่ฟ่านเหลียน]


บทที่ 2 เส้นทางที่ต้องก้าวไป : ตะขบนั้นสำคัญไฉน (ตะขบทำไมสำคัญกว่าข้าล่ะผิงอัน! ข้าเป็นเจ้านายแกนะเว้ย!) 2


หลังจากเข้าเขตทางผ่านไปยังอู๋โต่ว สิ่งแรกที่ไช่ฟ่านเหลียนได้รับนั้นก็คือเสียงอูกอูกที่ดังลั่นสนั่นหวั่นไหวจนสัตว์น้อยใหญ่ในป่าไผ่ยังต้องอาย เขากลอกตามองบนท้องฟ้าอย่างหน่ายจิต ถ้าเขารู้เขาจะไม่พูดแบบนั้นออกไปแน่ มีอย่างที่ไหนนกห่วงของกินมากกว่าเจ้านาย ไช่ฟ่านเหลียนคนนี้ชั่งน่าสมเพสและน่าอนาถใจแท้จริง มีนก นกก็เห็นแก่กิน พอจะมาหาอะไรตายดาบหน้าดันมีแต่เห็ด! ข้าอยากกินเนื้อโว้ย!

แต่ถึงจะบ่นไปอย่างนั้นมือก็หยิบเห็ดปิ้งย่างกินกับเกลือและข้าวสวยที่ค้นเห็นในสัมภาระพอดี กินคนเดียวไม่พอ ยังต้องมานั่งเอาใจนกตัวเองอีก ไช่ฟ่านเหลียนล่ะเครียด! กลุ้ม! อยากบ้าตาย! อยากเป็นทุกอย่างเลยตอนนี้! บ่นในใจไปพลางรูดเห็ดที่เสียบไม้ย่างกินไป ตาเฉี่ยวมองเจ้านกที่จิกกินตะขบอย่างอารมณ์ดีผิดกับคราแรกที่มาถึงป่าไผ่ ต้นไม้สูงชะลูดที่ไม่มีเศษเสี้ยวของต้นตะขบให้เจ้านกแทนชีได้เห็น ปีกเล็กตีเข้าที่ไหล่เขาอย่างกับนกตัวเมียแสนงอนก็ไม่ผิดนัก ทั้งๆที่มันเป็นตัวผู้!

“นี่...ตะขบดีกว่าข้าตรงไหนผิงอัน”

“อูก!” (ทุกตรงขอรับ!)

ไช่ฟ่านเหลียนมองดวงตามัน พลางพยายามเจาะคำแปลจากเสียงร้องของพิราบข้าวตัวน้อย ดวงตาสีแดงฉานเป็นประกายแปลกๆ จนเจ้าตัวถึงกับตากระตุก เขาผินหน้ากลับไปกินข้าวและเห็ดตามเดิม ในขณะที่เสียงแผ่วๆก็ดังออกมา

“หมายความในทางไม่ดีแน่ๆ”

“ชั่งเถอะ...ถ้าข้าอยากกินเนื้อจริงๆ”

“ยังไงก็มีเสบียงเคลื่อนที่นั่นล่ะ...”

“อูก!” (ข้าไม่ใช่เสบียงนะขอรับเจ้านาย!)

“อะไรนะเจ้าหมายความว่า เจ้ายอมพลีชีพเพื่อข้างั้นเหรอ ข้าแทบน้ำตาจะไหลจริงๆ”

“อูก!” (ไม่ใช่ขอรับ!)

บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ไช่ฟ่านเหลียนก็ได้ที่โชคร้าย ผิงอันก็คิดว่าตอนนี้มันคิดถูกหรือคิดผิดกันที่เกาะเจ้านายมันมาด้วยถึงที่นี่

“เลิกทำหน้าหวาดกลัวข้าสักทีได้ไหม บินมาได้แล้วเราต้องไปแล้ว...”

สิ้นสุดเสียงของไช่ฟ่านเหลียน เจ้านกพิราบน้อยก็ได้แต่บินไปกินตะขบไปต่อในทันที



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x215
x3
x1
x6
x15
x15
x1
x6
x2
x5
x7
x5
x50
x1
x12
x35
x216
x58
x84
x124
x6
x60
x13
x21
x6
x1
x7
x122
x52
x2
x72
x3
x200
x15
x140
x136
x257
x120
x1
x22
x10
x60
x92
x239
x176
x319
x251
x1910
x410
x425
x2505
x200
x260
x2390
x106
x437
x85
x10
x876
x178
x1
x191
x125
x2990
x363
x30
x36
x3420
x1
x1
x1
x348
x10
x30
x2
x50
x3000
x5404
x1
x100
x14
x15
x20
x100
x1
x2992
x50
x42
x10
x104
x228
x110
x24
x10
x30
x25
x40
x7
x5
x3
x206
x24
x30
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x25
x29
x54
x1
x1
x20
x8
x15
x11
x4
x180
x15
x35
x1
โพสต์ 2017-12-28 20:56:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2017-12-28 21:32

{ เควส 2 ภัยสงคราม : เดินทางกลับบ้านเกิด }

เห็ดพิษ (?)

     หลังจากออกมาจากศาลเจ้าร้างในเมืองเฉิงตู หรั่นซิ่นหลี่กลับไปรับเจ้าวัวที่จื่อถงก่อนจะพามันออกเดินทางด้วย หญิงสาวตัดสินใจตั้งชื่อให้มันว่า ซือเอ๋อร์ ก่อนจะจัดการแนะนำให้มันสนิทกับม้าหนุ่ม ผิดคาดนัก ม้าและวัวเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็วจนนางถึงกับสัมพัสได้ถึงความอบอุ่นในมิตรภาพต่างสายพันธุ์ หรั่นซิ่นหลี่ผูกไหชากับซือเอ๋อร์แล้วส่วนหนึ่งแบ่งมาไว้กับเสี่ยไป๋ก่อนจะออกเดินทาง

     ครานี้พวกนางมาถึงชานเมืองอู๋โต่ว จากสภาพแวดล้อมรอบข้างแล้วดูท่าจะเป็นป่าไผ่ เวลานี้นอกจากนางเดินทางมาไกลแล้วยังหิวอีกด้วย

     "ประเดี๋ยวพวกเจ้าไปเดินหาอะไรกินแถวนี้นะ ข้าจะอยู่ตรงนี้แหละ อิ่มแล้วก็เดินกลับมา อย่านานล่ะ!" หรั่นซิ่นหลี่จึงปล่อยให้สัตว์พาหนะสองตัวออกหากินใกล้ๆ เสี่ยไป๋กับซือเอ๋อร์เดินออกไปหาหญ้ากินพร้อมกันสองตัว ส่วนนางเดินวนอยู่แถวต้นไผ่ หวังเผื่อจะมีของกิน

    "ต้นไผ่นั้นกลวงใน แสดงว่าข้างในต้องมีน้ำ!" นึกได้มือน้อยจึงเขย่าลำต้นเมื่อได้ยินเสียงแกร่กๆข้างใน จึงลงมือโค่นมันลงทันทีด้วยปลายลูกธนูของนาง แต่จนแล้วจนรอดด้วยความหนาของเปลือกและความเหนียวของต้นไผ่ทำให้นางไม่อาจโค่นลงได้ในทีเดียว

     "มีหินเรียบแถวนี้หรือไม่หนอ.. อ้ะ เจอแล้ว!" หรั่นซิ่นหลี่จึงหาหินเรียบใกล้ๆเพื่อลับด้านคมปลายลูกธนูก่อนจะลงมือฟันต้นไผ่ใหม่ คราวนี้นางทำสำเร็จ มีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปล่องไผ่ นางจึงโน้มตัวลงดื่มทันที แล้วฟันต่ออีกสองสามปล่องเพื่อดื่มน้ำธรรมชาติ แล้วเก็บปล่องเปล่าสองสามชิ้นไว้ทำประโยชน์อิื่น

     หรั่นซิ่นหลี่เดินวนไปรอบๆอีกครั้งเพื่อมองหาเผื่อจะมีหน่อไม้หรือเห็ด แล้วในที่สุดนางก็โชคดี มีเห็ดสีสวยอยู่ใกล้โขดหิน นางจึงหยิบขึ้นมาดมก่อนจะลองกัดพบว่ามีรสหวานนัก จึงทานเข้าไปโดยไม่คิดอะไรมาก "เห็ดนี่สีสวยจริง ท่าทางนางอร่อยนัก ง่ำ.." เมื่อเห็นว่ามีเห็ดสีเดียวกันอีก นางก็หยิบเข้าปากอีก จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วยาม เสี่ยไป๋กับซือเอ๋อร์เดินกลับมาหานายสาว แต่พบว่านางกำลังกินเห็ดสีประหลาดอยู่

     "ม๊ออออ" (นายท่าน นั่นมันเห็ดพิษ!) สัญชาติญาณของสัตว์รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นายสาวกลืนลงท้องไปนั้นคือเห็ดพิษ แต่พวกมันช้าไปเสียแล้ว หญิงสาวถึงกับปวดท้องอย่างหนักจนอาเจียนออกมาและวิงเวียนหมดแรงจนทรุดลงนั่งกับพื้นดิน

     "อ้วกกก... อุแหวะ..."

     "ฮี้!" (ทำอย่างไรดี!?)

     @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

10

กระทู้

93

โพสต์

8851

เครดิต

เงินชั่ง
2253
เงินตำลึง
5558
ชื่อเสียง
3976
ความหิว
44

ใบรับรองภาษาฮั่น

ปิงปิง
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-14 20:10:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinLiLi เมื่อ 2018-2-14 20:13

{ เควสเรื่องราว 2 } ภัยสงคราม
การเดินทาง



            นานเท่าไหร่แล้วกันนะ?


            ช่วงเวลาผ่านพ้นไปนานเท่าไหร่ ลี่หลี่เองก็เหมือนจะลืมวันลืมคืนไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอไม่เคยจะลืมออกไปจากใจได้เลยก็คือคำมั่นสัญญา เมื่อใดที่เอ่ยคำสัญญาออกไปแล้ว ต่อให้ตัวตายเช่นไร ลี่หลี่ก็จะไม่มีวันผิดคำพูดของตัวเองเป็นอันขาด ตั้งแต่ในวันนั้นที่ได้รับจดหมายมาจากศิษย์น้อง คนคุ้นเคยตั้งแต่สมัยที่เธอยังอยู่ค่ายพยัคฆ์ เขาส่งจดหมายมาขอความช่วยเหลือเธอ และยิ่งคนรู้จักเดือดร้อนเช่นนี้ ลี่หลี่จะนิ่งดูดายอยู่ได้อย่างไรเล่า?


            ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา เด็กสาวจึงรีบรุดออกเดินทางโดยตลอด เธอวางแผนอยู่ตลอดว่าควรจะทำอย่างไรดีถึงจะช่วยเหลือพวกเขาได้


            หลายวันหลายคืน บางครั้งบางคราวก็เอาแต่คิดมากจนแทบไม่ได้นอน นั่นเพราะด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนร่วมโลกเหมือนกัน จนกระทั่งในตอนนี้ เด็กสาวเดินทางมาถึงป่าไผ่ที่เป็นรอยต่อระหว่างเมืองอู๋โต่วกับฮั่นจง ลี่หลี่ไม่ลังเลที่จะเลือกเดินไปในเส้นทางไปเมืองอู๋โต่วทันใด นั่นก็เพราะว่าที่ที่เธอจะไปต้องผ่านเมืองเมืองนี้ มันอยู่ไกลแสนไกล แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไปไม่ถึง


            เธอคอยดูแลเด็กๆ และช่วยเหลือผู้คนที่ลำบากภายในเมืองเจียงโจว ที่เธอเคยทำงานช่วยท่านหมออยู่ในโรงหมอหม้อเขียวเป็นเวลาพอสมควร ช่วยเหลือเท่าที่เธอจะสามารถทำได้ และไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขาในภายหลัง เธอพยายามที่จะสอนพวกเขาให้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตเท่าที่ตัวเองพอจะมีความรู้อยู่ หากไม่แล้ว เมื่อเธอจากไป คนพวกนั้นจะสามารถอยู่ได้อย่างไร ดังนั้น กว่าเธอจะสามารถละออกมาจากเมืองนั้นได้ ก็กินเวลาไปค่อนข้างเนิ่นนาน


            แต่ว่า...


            ได้โปรดเถอะนะ... โปรดรออีกนิด


            "ข้าจะรีบไปหา"


            เสียงหวานเอ่ยพึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบา ในขณะที่เท้าคู่นั้นก็ยังคงก้าวต่อไปเบื้องหน้าโดยมิได้หยุดพักเลย


            เมื่อข้าพัก ใครบางคนกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
            เมื่อข้าสบาย ใครบางคนกำลังโอดครวญด้วยความทรมาณ
            เมื่อข้ายิ้ม ใครบางคนอาจจะกำลังร้องไห้


            ลี่หลี่รู้ดีว่าเธอไม่สามารถช่วยเหลือคนหมดทั้งโลกได้
            
            แต่... หากอย่างน้อย หนึ่งผู้คนที่กำลังจะล้มตายมีชีวิตรอด เพียงช่วยได้อย่างน้อยสักหนึ่งชีวิต เด็กสาวก็รู้สึกดีใจมากพอแล้ว เด็กสาวจึงต้องรีบไปโดยเร็วที่สุด เพียงเร็วขึ้นแค่หนึ่งวินาทีก็ยังดี

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +600 ชื่อเสียง +40 ความหิว -44 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 600 + 40 -44 + 6

ดูบันทึกคะแนน

วันที่ห้า
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกซางยาง
ทวนยาว
ช้างเผือก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x100
x1
x50
x50
x50
x100
x22
x1000
x1
x19
x19
x10
x110
x16
x50
x58
x1
x1
x10
x5
x24
x25
x20
x15
x22
x7
x1
โพสต์ 2019-3-12 11:05:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
        โรลตัดไผ่
          หลังจิวนั้นตื่นแต่เช้า…. แต่อะไรๆก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว… เขามาอยู่ในสถานที่แห่งใหม่...ที่ที่เขาไม่รู้จัก… แผ่นดินต้าฮั่น… อยากจะรู้จริงๆว่า สถานที่แห่งนี้นั้นจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้รูแต่ว่าเขาอยู่ในหอทำเนียบบูรพาอันแสนว่างเปล่า...

        หลังจิวตัดสินใจที่จะไปตัดไผ่ในวันนี้ เขาตรวจดูแผนที่ก่อนจะตัดสินใจไปที่เมืองอู๋โต๋ว เขาเดินทางไปสถานที่แห่งนี้เพื่อหาที่ตัดไผ่หลังจิ๋วนั้นได้ถามชาวบ้านแถวนั้นก็มีป่าไผ่แถวนี้หรือไม่ ชาวบ้านบอกว่ามีป่าไผ่อยูที่ชานเมืองสามรถตัดได้และชาวบ้านคนนั้นยังบอกทางไปให้กับเข้า..จนหลังจิวได้รู้ทาง เขากล่าวขอบคุณชาวนาคนั้นและเขาก็เดินไปตามทางนั้นเพื่อหาที่ทางในการตัดไผ่เขาเริ่มจากสำรวจก่อไผ่ก่อน ขณะที่หลังจิวนั้นกำลังตัดไผ่อยู่นั้นเขาก็เห็นงูตนนึงพอดี เขาหลบมันปล่อยให้มันเลื้อยผ่านไป โชคดีที่เขายังเห็นมันก่อนมิฉะนั้นตอนตัดไผ่อาจจะเผลอไปเหยียบมันจนก่อให้เกิดอันตรายได้…

       หลังจิวจัดเตรียมขวานและอุปกรณ์ต่างๆเอาไว้ เขาไม่ลืมที่จะสูดดมกลิ่นของถุงดินเขียวไปก่อนจะลงมือตัดอย่างคล่องแคล่ว เชี่ยวชาญสมกับที่ตัดไผ่มาอย่างเชี่ยวชาญ…
       หลังจิวตัดไผ่อยู่เขาก็พลันนึกถึงงูตนนั้น
งู เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ไม่มีขา ไม่มีเปลือกตา มีเกล็ดปกคลุมผิวหนังทั่วทั้งลำตัว ลักษณะลำตัวยาวซึ่งโดยขนาดของความยาวนั้น จะขึ้นอยู่กับชนิดของงู ปราดเปรียวและว่องไวในการเคลื่อนที่ มีลิ้นสองแฉกลำตัว งูมีลำตัวที่คล้ายหลอดกลมยาว ไม่มีแขน ขา หรือใบหู ลำตัวมีเกล็ดปกคลุมโดยตลอดตา งูนั้นไม่มีเปลือกตาที่สามารถกะพริบได้เช่นตาคน ดังนั้นจึงดูเสมือนว่ามันไม่เคยนอน แต่หลังจิวคิดว่ามันคงนอนแหละ...กล้ามเนื้อในปากของมันสามารถยืด-ขยายได้ ทำให้สามารถอ้าปากได้กว้างกว่าขนาดหัวของมันได้หลายเท่าตัว
อีกทั้ง งูสามารถแลบลิ้นออกมาจากปากที่ปิดสนิทได้ ซึ่งงูมีลิ้น 2 แฉกหางของงูจะมีลักษณะที่ลดหลั่นขนาดลงมาจากลำตัว มีลักษณะเล็กกลมยาว ปลายแหลม งูมีระบบย่อยอาหารที่ประหลาดจากที่เคยอ่านจากตำรามา งูเริ่มจากที่ปาก เมื่องูกินเหยื่อก็จะขับน้ำย่อยออกมา งูบางชนิดที่มีพิษ มันจะขับพิษออกมาฆ่าเหยื่อ ลำคอและหลอดอาหารของมัน มีกล้ามเนื้อพิเศษที่ช่วยขับดัน อาหารไปยังกระเพาะที่มีประสิทธิภาพในการย่อยอาหารได้ดี ลำไส้ของมันจะมีขนาดใหญ่เป็นคด ๆ อาหารที่ไม่ย่อยจะถูกขับออกมาทางทวาร
          งูมักจะขู่สิ่งมีชีวิตที่เข้ามาใกล้มัน หรือรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย โดยแต่ละชนิดมีวิธีการขู่ที่ไม่เหมือนกัน เช่น การชูคอแผ่แม่เบี้ยของงูจงอาง เวลาที่งูจะต่อสู้ มันจะฉกโดยการยื่นหัวไปด้านหลังแล้วยื่นคอมาทางด้านหน้าแบบแรงๆ แล้วกัดโดยใช้เขี้ยวเจาะไปหาส่วนเนื้อหนัง แล้วปล่อยพิษออกไปหาเหยื่อ พิษมันจะอยู่ที่ฟันเขี้ยว ถ้าถึงเวลากัด พิษก็ออกจากฟันแล้วเข้ารูที่ถูกเจาะ พิษของงูบางประเภทร้ายแรงเป็นอย่างมากมันสามารถกัดผู้คนจนตายได้ภายในเวลาครู่เดียวเท่านั้น
         งูที่น่ากลัวที่สุดตัวหนึ่งภายในป่านั้นคืองูจงอาง การล่าเหยื่อของมันนั้นจะใช้วิธีซุ่มรอคอยเหยื่อในสถานที่ที่เหยื่ออาศัยอยู่ เมื่อเหยื่อเลื้อยหรือผ่านเข้ามาในบริเวณที่งูจงอางซุ่มดักรอคอย จะพุ่งตัวเข้ากัดที่บริเวณลำคอของเหยื่ออย่างรวดเร็ว แล้วจับกินเป็นอาหาร งูจงอางสามารถกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวของมันเองได้ทั้งตัว โดยเริ่มการบริเวณศีรษะของเหยื่อ ค่อย ๆ ขยอกเข้าไปในปากจนกระทั่งหมด และหลังจากการล่าเหยื่อเสร็จสิ้นลง งูจงอางจะต้องหาแหล่งน้ำเพื่อดื่มน้ำหลังจากที่กินเหยื่อเรียบร้อยแล้ว นี่เป็นวิถีของการใช้ขีวิตของมันงูมักตื่นตัวกับสิ่งที่จะเข้ามาทำร้ายมัน มันจะกัดทุกอย่างที่เข้ามาใกล้ ดังนั้นจะเข้าป่าต้องระวังดีๆ งูนั้นค่อนข้างชอบพื้นที่ชื้นแฉะ พงหญ้ารกสูง สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือเป็นพื้นที่ที่งูอยู่อาศัย ท่านจะต้องสำรวจให้ดีๆในทุกๆก้าวว่ามีงูหรือไม่

.........................................................................
         
         งูนั้นเป็นสัตว์ร้ายที่น่ากลัวและเป็นอันตรายต่อเหล่าพรานป่ามากที่สุด  งูนั้นฆ่าพรานป่าไปมากกว่าเสือเสียอีก....พรานป่าบางคนมักจะเข้าป่าคนเดียวเมื่อถูกงูกัดแล้วมักตายไปเพราะไม่มีใครทำการปฐมพยาบาลให้ พ่อของหลังจิวสอนให้รู้จักกับพืชชนิดนึงที่ชีวิตของเขาอยู่กับจะต้องรู้คือ ต้น  “เสลดพังพอน” มันสามารถช่วยต้านพิษจากสัตว์ได้มากที่สุดถึง 8 ชนิด คือ ผึ้ง ต่อ แตน ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง และงู  เมื่อถูกสัตว์มีพิษกัดหรือต่อย ให้ใช้ใบเสลดพังพอนที่ไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป ประมาณ 25-30 ใบ นำมาล้างน้ำให้สะอาด และให้คนที่ถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัดเคี้ยวกลืนแต่น้ำ แล้วคายกากออกมาพอกแผล ใบเสลดพังพอนจะช่วยดูดพิษ และทำให้อาการปวดทุเลาลงภายในเวลา 30-45 นาที หรือจะใช้ส่วนราก ฝนกับเหล้าขาวและทาแก้พิษงู แมลงสัตว์กัดต่อย ถอนพิษตะขาบ แมงป่องได้อีกด้วย และหากมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยสามารถให้เพื่อนคนนั้นรีบนำตัวเข้าโรงหมอในทันที หลายคนอาจจะคิดว่า เหตุใดจึงไม่ทำการขันชะเนาะ  หลังจิวรู้มาจากพ่อว่า ผู้คนนั้นมักทำการขันชะเนาะที่ไม่ถูกต้องหากรัดแน่นมากไปเลือดก็จะไม่เดินไปยังส่วนนั้นและทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นตาย ทางที่ดีหาผ้าสะอาดปิดปากแผลไว้ และพาไปยังโรงหมอที่ใกล้ที่สุด.... หากรักษาทันท่วงทีก็ดีไป หากถ้าไม่แล้วละก็คงไม่ได้ตายดีเป็นแน่แท้....เพราะมันจะเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมากเมื่อท่านถูกงูพิษกัด หลังจิวเองก็เคยถูกงูกัดโชคยังดีที่พ่อของเขาช่วยเอาไว้ทัน...
          หลังจิวหลุดจากความคิดของตนเองเขาเห็นว่าตนตัดไผ่ได้มากพอแล้ว เขาเก็บขวานของเขา แล้วก็บรวบรวมไผ่ต่างๆ จัดการทุกสิ่งทุกอย่างจนเรียบร้อยก่อนเดินจากไป... ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรในแผ่นดินนี้มีแต่ต้องสู้ต่อไปเท่านั้นเอง........

........................................................................


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 ความชั่ว โพสต์ 2019-3-12 14:04
(4) ได้รับไผ่ 6740  โพสต์ 2019-3-12 14:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -462 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -462 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หงอนคู่
ตัวเบาขั้นกลาง
คัมภีร์เยี่ยนจื่อ
มือสังหารพื้นฐาน
ฮั่นเสียทองเทวะ
กระบี่ไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x5
x78
x4
x2
x10
x4
x10
x12
x10
x42
x510
x31
x100
x200
x120
x4
x1
x2
x198
x5
x1
x120
x1
x5
x1
x2
x3
x3000
x1
x4
x30
x1
x2
x25
x1222
x20
x85
x45
x75
x23
x5
x28
x20
x34
x28
x100
x50
x10
x200
x1000
x5
x1
x112
x58
x138
x10
x12
x5
x5
x17
x21
x54
x500
x1740
x14
x40
x15
x63
x487
x15
x81
x1
x9
x33
x2
x200
x30
x88
x99
x75
x20
x39
x22
x6232
x366
x17
x194
x100
x1
x120
x55
x125
x50
x8
x1
x143

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-9-15 20:10

ขึ้นไปด้านบน