ดู: 111|ตอบกลับ: 1

[โลกต่างมิติ] [โลกต่างมิติ] { แดนรกร้าง } เนินปราการโบราณ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-10-27 22:59:24 |โหมดอ่าน




เนินปราการโบราณ





เดี๋ยวมาแก้เพิ่มเติมรายละเอียด คิดไม่ออก

คนรับตั้งกระทู้ไม่อยู่





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
zifu + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

212

กระทู้

1853

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
497239
เงินตำลึง
2130324
ชื่อเสียง
267013
ความหิว
633

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7196
ความชั่ว
1492
ความโหด
3964
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-10-27 23:38:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-11-4 16:11

[ป้อมปราการกับโครงกระดูกนับร้อย]

     จางฝูนั้นแม้จะรูสึกแปลกใจที่จู่วิญญาณดวงนั้นก็ต้องการให้เธอติดตามมันไป แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ตัดสินใจที่จะเดินตามมันไป เริ่มจากการเดินอย่างช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น เร็วขึ้นจนยามนี้นั้นจางฝูนั้นถึงกับต้องออกเเรงวิ่งอย่างสุดฝีเท้าเพื่อที่จะติดตามดวงวิญญาณดวงนั้นให้ทัน ที่ดินแดนลี้ลับแห่งนั้นการวิ่งในยามค่ำคืนนั้นแทบจะไม่ใช่ปัญหาเลยเมื่อเเสงสีเหลืองนวนของดวงจันทร์ที่เต็มดวงนั้นส่องสว่างไปทั่วทั้งพื้นฟ้าและพื้นดิน


      “เดี๋ยว รอข้าก่อนสิ เจ้าจะพาข้าไปไหน”จางฝูร้องตะโกนออกมาเมื่อเจ้าดวงวิญญาณนั้นยิ่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จะยามนี้เธอนั้นแทบจะวิ่งตามมันไม่ทันอยู่แล้ว และตัวเธอนั้นก็เริ่มออกห่างจากตำหนักของฟงชิวหลางไปเรื่อยๆมาเกือบร้อยลี้แล้ว


     วี้…..


     ดวงวิญญาณนั้นหันมายิ้มมองจางฝูก่อนที่มันจะลอยตัวหนีไปอีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนที่มันจะไปหยุดอยู่ที่ด้านหน้าประตูบานใหญ่ของป้อมปราการร้างแห้งหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่เนินเขา จางฝูที่วิ่งตามมาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสถานที่ดวงวิญญาณนั้นนำเธอมาก็เบิ่กตาค้างมองด้วยความประหลาดใจ ไม่นึกว่าที่ดินแดนนี้ก็มีสถานที่เช่นนี้อยู่ด้วยจากที่ตอนแรกเธอคิดว่าสถานที่นีนั้นจะมีเพียงตำหนักของฟงชิวหลางและป่าลวงตานั้นเสียอีก ดูเหมือนว่าที่ดินแแดนแห่งนี้นั้นจะกว้างใหญ่เสียเธอคาดไม่ถึงจริงๆ


     ดวงวิญญาณนั้นเมื่อพบว่าจางฝุวิ่งมาเกือบจะใกล้ถึงตัวนั้นก็เพียงหันไปยิ้มให้ก่อนที่ดวงวิญญาณดวงนั้นจะลอยทะลุหายเข้าไปในประตูไม้ที่ปิดตายของป้อมปราการที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้ จางฝุที่พึ่งวิ่งมาถึงเงยหน้ามองดูสภาพของป้อมปราการนี้อย่างไม่เข้าใจนัก ที่นี่ดูเก่ามาก และประตูนั้นก็มีโซ่เหล็กใหญ่คล้องปิดเอาไว้ ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเปิดออกได้ด้วยแรงเธอคนเดียว และไม่รู้ด้วยว่าที่ด้านในป้อมปราการแห่งนี้นั้นมีอะไรซ่อนเอาไว้อยู่ วิธีที่เดียวที่เธอจะรู้ก้มีเพียงวิธีเดียว


     ต้องหาทางเข้าไป


     จางฝูเดินวนสำรวจไปรอบๆด้านหน้าป้อมปราการหินนั้น ก่อนจะพบว่าที่บริเวณมุมล่างของกำแพงหินใกล้พงหญ้ามีช่องรอยแตกที่เกิดการการเสื่อมสภาพของก้อนหินอยู่ และช่องที่ว่านั้นมันก็กว้างที่จะให้เธอนั้นสามารถที่จะใช้ลอดเข้าไปได้อย่างง่ายๆเลย


      “มาดูกันสิว่าข้างในมันมีอะไรกันแน่”จางฝูเอ่ยก่อนรวบชุดคลุมของตัวเองแล้วค่อยคลานรอดช่องรอยแตกนั้นเข้าไปยังด้านในของป้อมปราการ สิ่งแรกที่จากฝุสัมผัสได้เมื่อเข้าไปยังด้านในก็คือกลิ่นเหม็นเน่า ที่ชวนให้รู้สึกอยากอาเจียนออกมามากนัก และที่มาของกลิ่นเหม็นเน่าพวกนั้นก็คือเหล่ากองโครงกระดูกที่บางซากนั้นก็ยังคงมีเนื้อหรือเศษอะไรไม่ทราบสีดำติดอยู่ส่งกลิ่นเม็นเน่าออกมา ที่บางศพนอกจากจะมีของไม่พึ่งประสงค์ติดอยู๋ยังมีหนอนมากมายชนิดอยู่อาศัยกับเป็นหมู่บ้านคลานยั๊วเยียะเต็มไปหมดจนจางฝูที่เห็นต้องรีบเบื้อนหน้าหนีพร้อมขนกายที่เริ่มลุกชันขึ้นมา เสื้อคลุมที่ใส่ก่อนหน้าถูกยกขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้อย่างน้อยก็น่าจะสามารถกันกลิ่นเหม็นเน่าพวกนี้ได้ในระดับหนึ่ง ขืนยืนหายใจรับกลิ่นเน่านั้นเต็มๆจมูกเธอคงพังเเน่ๆ


      “นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย”จางฝูเอ่ยพรางมองไปยังรอบก่อนพบว่าที่ด้านในนี้แต่ละที่แถบจะทุกตารางนิ้วจะมีซากกระดูกนั้นอนเกลื่อนอยู่เต็มไปหมดจนแทบไม่รู้ว่าร่างใครเป็นร่างใครแล้ว แต่ที่แน่ๆสถานนี้นั้นมันมีทั้งบุรุษและสตรีอยู๋รวมกัน ดูจากโครงกระดูกแต่ละโครงที่สูงใหญ่และมีลักษณะต่างๆกันไป


    จางฝูยังคงยืนอยู่ที่บริเวณนั้นอย่างไม่กล้าเดินไปไหน เมื่อเหลือบไปมองดูโครงกระดูกที่อยู่ใกล้เท้าที่สุกก็พบว่าโครงกระดูร่างนี้มีรูปร่างเล็กคงไม่แคล้วเป็นศพสตรี เพียงแต่สิ่งที่เธอแปลกใจคือเศษชิ้นเนื้อที่สีดำที่มันติดแหมะอยู่ตรงหว่างขาเธอนี่แหละที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร


     “เจ้าผีนั้นพาเธอมาเจออะไรเนี่ย”

     ระหว่างจางฝูกำลังยืนมองซากโครงกระดูกทิ้งไว้ไปรอบๆ ที่เบื้องหน้าของเธอก้ปรากฎร่างโปรงใส่ของดวงวิญญาณที่เธอตามมาอีกครั้งก่อนที่ร่างร่างโปร่งใสนั้นจะค่อยๆลอยขึ้นจากพื้นและลอยนำไปยังอีกเส้นทางหนึ่งหนึ่ง จางฝูที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองซากศพนั้น ได้แต่ถอนหายใจออกมา จะให้ถอยหกลับไปตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้ว

     ร่างบางค่อยเดินเขย่งหลบซ้ายหลบขวาตามเจ้าวิญญาณปริศนานั้นไปก่อนพบว่าร่างโปร่งใสของมันนั้นลอยไปหยุดอยู่ที่บริเวณใจกลางโถงใหญ่ที่หนึ่ง และด้วยความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ทำให้ทั้งกำแพงและหลังคา ชั้นลอยต่างล้วนพังทลายลงมาไม่ต่างจากกองหิน กองไม้ ยังดีที่ไม้คำที่เป็นเสาหลักของอาคารที่ค้ำยันเพดานเอาไว้ยังไม่ผุมากเกินไป มิเช่นนั้นสถานที่แห่งนี้คงได้พังถล่มลงมาเป็นแน่

     “นี่เจ้าจะพาข้าไปไหน เรามาไกลมาแล้วนะและสหายข้าก็…”ไม่ทันที่จางฝูนั้นจะกล่าวจนจบร่างโปร่งใสของวิญญาณนั้นก็หันกลับมายิ้มกว้างให้กับจางฝูก่อนที่ร่างของมันนั้นจะค่อยเคลื่อนถอยไปด้านหลังก่อนจมหายในพื้นตรงส่วนที่มีเศษหินจากกำแพงที่ถล่มลงมาทับปิดเอาไว้อยู่ “โอ้ยย จะคุยกันรู้เรื่องไหมเนี่ย”

      จางฝูสบถฟึดฟัดก่อนร่างบางนั้นจะเดินไปสำตวรตรวจดูบริเวณที่ร่างวิญญาณนั้นจมหายไปแล้วพบว่าที่พื้นตรงนั้นมีเหมือนเป็นประตูช่องลับอะไรอยู่ ร่างบางของจางฝูนั้นค่อยๆยัดตัวลุกขึ้นยืนและ ค่อยทยอยหยิบเอาเศษหินเศษไม้ที่พังถล่มลงมาออกที่ละชิ้นๆ อย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวว่ามันจะไปกระเทือนต่อโครงร่างอาคาร ‘เธอยังไม่อยากถูกฝังทั้งเป็นอยู่ที่นี่หรอกนะ’

        การรื้อเอาก้อนหินกองใหญ่เกือบยจะเท่าตัวจางฝูและเศษท่อนไม้ออกนั้นเป็นไปอย่างอยากลำบากแต่อย่างน้อยเธอก็สามารถเคลื่อนย้ายมันออกไปได้จนหมดแม้ว่ามันจะกินเวลาไปกว่าหนึ่งชั่วยามก็ตามที ทันทีที่ก้อนหินทั้งหลายถูกยกออกไปนั้นจางฝูก็พบว่าที่ด้านใต้นั้นมันมีประตูทางลับซ่อนอยู่จริงๆ ไม่รอให้มกาความเสียเวลาจางค่อยเอื้อมมือไปเปิดเอาประตูไม้นั้นออกมาพร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั้วทั้งบริเวณและพบว่ามันมีบันไบเชื่อมลงไปยังชั้นด้านล่าง เมื่อลองเงี่ยหูฟังก้พบว่ามีเสียงของน้ำไหลอยู่ ดูท่าแล้วที่ด้านใต้นี่คงไม่พ้นเป็นทางน้ำ เพียงแต่เจ้าทางน้ำแห้งนี้นั้นมันจะพาเธอไปที่ใดกันแน่

      มุกราตรีที่พกเอาติดตัวมาด้วยถูกหยิบยกขึ้นมาพร้อมกับร่างบางของจางฝูที่ค่อยก้าวปีนลงบันไม้ที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะคงพบให้เธอนั้นปีนลงมาได้ ลงมาจนถึงพื้นด้านล่างอย่างปลอดภัย มุกราตรีในมือถูกยื่นส่งไปเพื่อมองดูเส้นทางเบื้องหน้าและพบว่าเส้นทางด้านใต้ดินนี้เป็นทางน้ำอย่างที่จางฝูคิดเอาไว้ในตอนแรกไม่มีผิด

      เพียงแต่เจ้าทางน้ำนี้มันกลับดูแปลกๆ คราแรกเธอคิดว่าเจ้าทางระบายน้ำนี้จะมืดจนมองอะไรไม่เห็นเเต่กลับคิดผิดเมื่อลงมองไปตามเส้นทางกลับพบว่าที่มันเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าส่งประกายวิบวับไปมาที่ด้านหน้าของเส้นทางด้านหน้าของทางระบายน้ำ อีกทั้งแสงที่ว่ามันก็ยังสว่างมากพอให้เธอสามารถมองเห็นได้อย่างง่ายๆโดยที่แทบไม่ต้องพึ่งเจ้ามุกราตรีนั้นเลย  ทั้งโครงสร้างของเจ้าทางน้ำนี้เหลือนกับว่าไม่ได้ถูกสร้างจากหินเหมือนปกติที่สามารถเห็นได้ทั่วไปในอิเเดนฮั่นอีกต่างหาก

    “ช่างเป็นสถานที่แปลกจริงๆ”จางฝูเอ่ยออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นเกาะกับบริเวณกำแพงของทางระบายน้ำเบาๆ แต่เสียงที่ดังออกมานั้นกลับก้องกังวาลไปทั่วทั้งโถงทางระบายน้ำ

     ก๊อง ก๊อง ก๊อง

     “นี่สิ่งใดกัน”จางฝูเอ่ยพึมพัมออกมาในหัวประมวลคิดหาวัสดุที่ทำให้เกิดเสียงแบบนี้แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกก่อนจะหันไปมองยังแสงวิบวับที่ด้านหน้านั้น เธอควรจะเดินไปดูให้หายสงสัยหรือกลับไปดีนะ จางฝูขมวดคิ้มมองไปรอบก่อนตัดสินใจที่จะเดินตามแสงประหลาดไปนั้นไปโดยเส้นทางที่เธอเดินไปนั้นกลับเต็มไปด้วยฝูงหนูวิ่งกันให้ยั๊วเยี้ยเต็มไปหมด เห็นทีหลังจากที่เธอสำรวจที่นี่เสร็จ คงต้องกลับไปให้หลงซิวเตรียมอ่างน้ำถังใหญ่ๆให้สักทั้ง

     จี๊ดๆ จี๊ดๆ จี๊ดๆ

     “ชิ ไปให้พ้นทางข้านะเจ้าหนูยักษ์นี่ เดี๋ยวแม่จับปิ้งกินเสียหรอก”จางฝูกล่าวออกมาก่อนยกขาเตะเขี่ยเจ้าหนูตัวอ้วนใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าตัวเองที่พยายามจะปีขึ้นมาที่ขาเธอออกให้มันหลบไปให้พ้นทางและเดินตรงไปยังแสงวิบวับนั้นต่อทันที

  จางฝูเดินมาราวสิบกว่าลี้แล้วเห็นจะได้ แต่ตัวเธอก็ยังไม่คล้ายจะเห็นทางออกจากทางท่อน้ำที่แปลกประหลาดเเห่งนี้เสียที และเมื่อยิ่งดูก็ยิ่งน่าแปลกใจเมื่อสถานที่แห่งนี้หลายสิ่งอย่างนั้นราวถูกสร้างจากสิ่งของที่น่ามีอยู่ในแผ่นดินเธอด้วยซ้ำ

     “ช่างเป็นสถานที่ ที่เเปลกประหลาดโดยแท้ เป็นสถานที่กับสิ่งของที่พวกมารใช้กันหรืออย่างไร”จางฝูเอ่ยออกมาพรางเอื้อมมือแตะไปยังผนังของทางน้ำที่เหมือนทำจากหินแต่ก็ไม่ใช้หินเสียทีเดียว ก่อนร่างบางของจางฝูตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไปและพบว่ามันใช้ที่จะถึงปากทางออกมาแล้วและที่ปากทางออกจากท่อน้ำนั้นก็มีร่างโปร่งแสงสีฟ้านั้นกำลังลอกห่างไป ‘เจ้าดวงวิญญาณนี่ก็ช่างขยันลอยหนีเสียจริง

      จางฝูส่ายหัวไปมาพร้อมกับถอนหายใจก่อนที่ร่างบางนั้นจะรีบจ้ำอ้าวตามหลังไปเพียงแต่ยังไม่ทันก้าวไปไหนได้ไกลจู่ก็มีหนูขนาดใหญ่ขนาดๆน้องๆแมวหรือหมากระโดดเข้าใส่จางฝูอย่างรวดเร็วจนร่างบางนั้นถึงกับผงะถอยไปด้วยความตกใจพร้อมกับปราณวารีที่สร้างขึ้นด้วยความเคยชินของตัวซัดใส่ร่างของเจ้าหนูยักษ์นั้นจนกลิ้งกระเด็นร่วงตกทางน้ำไป

    “ไอ้เจ้าหนูบ้านี้ตกใจหมด ตายไหมนั้น”จางฝูกล่าวพึมพัมออกมาก่อนจะก้าวเดินต่อไปเพื่อออกจากทางน้ำก่อนพบว่าสถานที่ที่เธอกลับออกมานั้นมิใช่สถานที่ดังที่เคยเห็นเเต่เป็นห้องโถงทรงกลมที่มีทางแยกด้านหน้านั้นมีทางแยกกว่าสีทางและที่หยุดยืนอยู่ที่กลางโถงนั้นคือร่างโปร่งแสงสีฟ้าของวิญญาณที่นำพาจางฝูให้ตามมายังที่แห่งนี้ ร่างโปร่งแสงนั้นไม่ได้หนีไปเมื่อยามที่จางฝูเดินเข้าไปใกล้เช่นทุกครั้งที่ผ่านมาเพียงมันกลับหยุดอยู่นิ่งๆแล้วจึงค่อยหันกลับมายิ้มให้แก่จางฝูอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่คล้างแฝงความยินดีเอาไว้แต่ก็ดูเศร้าสร้อยแบบแปลกๆ

      “สวัสดีแม่นาง ผมมีนามว่าไรอัน เนวิล จะเรียกผมว่า อาเฉินก็ได้ ภาษาแม่นางชื่อนี้น่าจะเรียกง่ายสุด"ร่างโปร่งแสงนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้ม จางฝูที่ได้ฟังก็เพียงพยักหน้าเป้นเชิงทักทายก่อนจะกล่าวแนะนำตัวกลับไปตามมารยาท

     “ข้าจางฝู แล้วเจ้าพาข้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร” จางฝูเอ่ยถามขึ้น ชื่อของอีกฝ่ายที่บอกมาตอนแรกฟังยากก็จริงแต่มันก็ไม่ยากเย็นจนฟังไม่ออก ชื่อของคนผู้นี้ก็มีส่วนคล้ายๆกับชื่อของคนที่ปอมเปอีอยู่เหมือนกัน เพียงแค่สำเนียงมันฟังงเปลกๆ

     ร่างโปร่งแสงของอาเฉินห้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยท่าทีเศร้าๆก่อนจะเอ่ยบอกสาเหตุที่เขานำทางหญิงมนุษย์ผู้นี้มาที่นี่โดยไม่คิดปิดบังใดๆ “ผมมีเรื่องอยากให้คุณจางฝูช่วย”


     “เรื่องที่ผมเป็นวิญญาณคุณคงทราบแล้ว แต่ว่าจริงๆแล้วผมยังไม่ควรจะตายในตอนนี้”อาเฉินกล่าวออกมาน้ำเสียงล้วมเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรู้สึกผิดหวัง “ผมถูกกลอุบายของศัตรูทำให้โดนซุ่มโจมตีที่นี่ เวลาของผมที่ควรจะตายควรจะเป็นหลังจากนั้นอีกสองปี”

      จางฝูมองร่างโปร่งแสงของอาเฉินที่สั่นโคล่งไปมาด้วยแรงอารมณ์โกรธและผิดหวังก่อนที่ไม่นานมันจะกลับมาคงรูปร่างเอาไว้ได้ดังเดิม
“เรื่องทั้งหมดมันมาจากในศัตรูมีเพื่อนของเขาที่มาจากที่เดียวกันบอกความลับนี้ ทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลง ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น คุณจางฝูผมอยากให้คุณช่วยผม แก้ไขสิ่งนี้เรื่องคราวนี้มันผิดพลาด”

    “แล้วจะช่วยอย่างไง ในเมื่อเจ้าตายไปแล้ว”จางฝูเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับยกมือขึ้นมากอดอกมองร่างโปร่งแสงเบื้องหน้าด้วยความสงสัย ในเมื่อเขาตายไปแล้วจะให้เธอทำอย่างไร เพราะสุดท้ายยังไงตอนนี้มันแก้อะไรไม่ได้ เธอไม่ได้มีพลังวิเศษที่จะส่งเขากลับเข้าร่างเสียหน่อย

      “แก้ได้ครับ!!  ผมจะใช้ไทม์เเมชชีนพาคุณย้อนเวลาไปยังช่วงที่ผมยังไม่ตาย คุณต้องช่วยผมไม่ให้ผมตาย ช่วยไม่ให้แผนการของผมผิดพลาด”ร่างโปร่งแสงของอาเฉินขยับเข้ามาให้จนจางฝูต้องก้าวถอยไปเล็กน้อย อย่างไรตรงหน้าเธอเขาก็เป็นผี เธอก็ไม่อยากจะสุงสิงกับผีเท่าไหร่นักหรอกนะ

    “ยังไง ข้าไม่ใช่ผี แล้วไอ้ทะๆ..อะไรของเจ้าข้าก็ไม่รู้จักด้วย”จางฝูเอ่ยออกมาพราหรี่ตามองอาเฉินอย่างไม่ไว้วางใจเท่าไหร่นัก “อีกอย่างข้าเป็นมนุษย์ไปช่วยภูติผีวิญญาณเช่นเจ้ามันก็…”

    “เรื่องนั้นไม่ลำบาก หากคุณยอมช่วยผมจะนำดวงวิญญาณคุณย้ายไปร่างแม่นางที่เกิดใหม่ในปี 2018 ซึ่งเป็นปีที่ผมกำลังจะเริ่มภารกิจ คุณแค่ตามหาและช่วยผม”


    จางฝูหรี่ตามองดูร่างโปร่งแสงนั้นอย่างครุนคิด แม้ฟังดูเรื่องที่อีกฝ่ายพูดคลายไร้สาระไปสะหน่อย แต่น้ำเสียงของเขาดูจริงจังอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเขากังวลกับเรื่องนี้จริงๆ


    “ก็ได้ ข้าจะลอง ไม่รับปากว่าจะสำเร็จหรอกนะ”

       “ไม่เป็นไรครับ แค่คุณจางฝูตกลงจะช่วยผมก็ดีใจแล้ว”อาเฉินกล่าวก่อนจะยิ้มออกมาและกวักมือเรียกให้จางฝูนั้นเดินตามเขาไปยังบริเวณหนึ่งของโถงที่มีซากโครงกระดูกที่ดูสะภาพเก่ามากแล้วตั้งอยู่ “นี่คือร่างของผม คุณจางฝูเมื่อคุณแตะที่ร่างของผมวิญญาณของคุณจะถูกพาไปยังสถานที่ก่อนที่ผมตาย”


      จางฝูมองซากโครงกระดูกสีขาวหม่นๆเบื้องหน้าแล้วสูดหายใจเพื่อทำใจก่อนที่ร่างบางของเธอจะย่อตัวลงคุกเข่าที่ข้างๆร่างโครงกระดูกนั้น ดวงตาสีน้ำตาลมองจ้องโครงกระดูกนั้นอย่างลังเลก่อนจะเหลือบไปมองร่างโปร่งแสงที่ลอยอยู่ “ลูกข้าจะไม่ได้รับอันตรายอะไรใช่ไหม”


     “ผมจะอยู่ดูและร่างของคุณจางฝูอย่างดีครับไม่ให้เด็กในท้องเป็นอะไรแน่นอนผมสัญญาณเลยครับ”


      จางฝูเม้มปากแน่นก่อนพยักหน้าและเอื้อมมือไปแตะที่โครงกระดูกเบื้องหน้าก่อนร่างของเธอจู่ๆก็รู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ร่างบางพยายามอย่างยิ่งที่จะประคองตัวเองแต่มันก็ไร้ประโยชน์เมื่อร่างของนางนั้นล้มฟุบลงกับพื้นพร้อมสติที่ค่อยๆจมดิ่งหายไป


@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +5 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2019-10-28 15:34
คุณได้รับ +15 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-10-28 00:09
คุณได้รับ +30 คุณธรรม โพสต์ 2019-10-28 00:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2020
x5
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x1
x3
x8
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x14
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x43
x600
x399
x96
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x56
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x54
x200
x100
x800
x5
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x92
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x7
x1676
x1
x2
x1360
x2290
x35
x1523
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x265
x126
x225
x590
x39
x111
x432
x994
x1
x23
x616
x5
x458
x144
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x794
x490
x4
x2
x724
x794
x450
x165
x9999
x1875
x500
x325
x40
x26
x17
x69
x23
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x62
x1
x9
x153
x264
x698
x5450
x73
x11
x210
x446
x141
x2400
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x614
x1866
x830
x108
x205
x107
x11
x101
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x177
x263
x500
x2
x51
x695
x9
x158
x200
x6662
x702
x280
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x14
x678
x8
x1439
x9
x1748
x313
x958
x1169
x946
x1030
x667
x199
x134
x195
x745
x1580
x807
x92
x155
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1200
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x616
x24
x280
x1245
x157
x248
x1444
x8146
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1


ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-7-9 17:59

ขึ้นไปด้านบน