{ นอกเมืองเป่ยผิง } เทือกเขาซีซาน ♦ 太行山

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-10-11 01:22:23 |โหมดอ่าน


เขาซีซาง ♦ 太行山

{ นอกเมืองเป่ยผิง }




มหาโตรก กำแพงฟ้า ภูผาเมฆ
เป็น 1 ใน 2 เทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดของเป่ยผิง หากพูดถึงเทือกเขาเยียนซานทางทิศเหนือ
ของเป่ยผิงที่ทอดแนวยาวไปทางตะวันตก ก็ไม่อาจละเว้นการพูดถึงเทือกเขาซีซาน 
หรือ เรียกอีกอย่างว่า เทือกเขาไท่หาง บนซีซาน มีป่าไม้หนาทึก ทะเลหมอก 
มีวัดวากระจายตามภูเขา และมีถ้ำกลางหุบเขาลึก ประกอบเป็นทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม
เหมือนอยู่แถบตอนใต้แม่น้ำแยงซี ดังนั้น ผู้คนแต่โบราณจึงไม่วายชื่นชมว่า
 "เดินตามเขาเขียวเหมือนอยู่ในภาพเขียน นกบินไปมาเป็นคู่ๆ เหมือนอยู่ตอนใต้แม่น้ำฉางเจียง"
 














  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-10-11 16:47:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-10-11 18:08

ดอกไม้งามที่พึ่งผุด 165
สวีทหวาน (4)

         หย่งเยี่ยพาเดินทางไปยังทางตะวันตกของเป่ยผิงไปเทือกเขาซีซานกว่าเจ็ดสิบลี้ถึงตีนเข้าทางเดินขึ้น ผคองดรุณีน้อยอ้อนแอ้นอรชรระยะทางไกลผสมกับแดดที่ส่อง ฝ่าเดินกันไปไม่ยอท้อต่ออุปสรรคตั้งใจจะพามาชมทิวเขาที่นี่ตั้งแต่แรก ยิ่งเดินขึ้นมายิ่งทำให้สัมผัสถึงหมอกหนาทีละนิด

          "หมอกค่อยๆหนาราวกับซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างไว้ ปวดขา…." พึมพำอุบอิบปวดขาเรียวเล็กทั้งสองข้าง ไม่ได้อึดถึกทนดั่งสามี พอขึ้นจนเจอกับละอองหมอกอากาศเย็นชื้น ไม่ร้อนเหมือนตอนเดินทางมา


          ขึ้นถึงเชิงเขาทั้งสองโอบกอดมองทะเลหมอกที่ปกคลุมด้านล่างจนมองไม่เห็นแม้แต่ทางลงและเชิงผาความงามอันน่ามหัศจรรย์ของทะเลหมอก ทัศนียภาพสวยงาม สะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม เป็นภาพที่งดงามจับตาราวกับหลุดมาจากสรวงสวรรค์

          นัยน์เดียวดายเหลือบเห็นโขดหินขนาดใหญ่ที่พอจะให้ทั้งสองนอนแผ่ราบจึงจูงมือเล็กขาวเดินพาไปนั่งนอนเล่นกันตามประสีประสาคู่รัก ฝูงนกเขาบินวนร่อนเกาะตามกิ่งไม้บุปผางามแรกแย้มร่วงโรย

         อิงฮวาน้อยนั่งซบอยู่บนตัวชายหนุ่มราวกับอีกคนเป็นเตียงฐานรองโขดหิน ร่างกายทั้งสองแนบชิดกว่านอนเล่นธรรมดาทั้วไป เวลาอยู่กับหย่งเยี่ยมักจะไม่หวงเนื้อหวงตัว ไม่แปลกที่เวลาเดินผ่านผู้คนสายตาที่จับจ้องบ้างก็อิจฉาตาร้อน บ้างก็แทบสำลักคนทั้งคู่สวีทหวาน "ท่านพี่เจ้าคะ ที่นี่ลมพัดเย็นสบายได้บรรยากาศธรรมชาติบนทิวเขาสูง อากาศบริสุทธิ์มันสดชื่นจริงๆ อ่า…"

          "บริสุทธิ์เหมือนกับเจ้า" เสียงทุ้มพร่าบอกตอบกลับเกลี่ยนวลแก้มบางมอบความอ่อนโยน ที่มีไว้ให้นางคนเดียว ส่วนหนึ่งส่วนสำคัญในชีวิตที่ไม่อาจปละปล่อยให้หลุดมือ หัวใจตายด้านที่หวังพึ่งการผจญภัยในรูปแบบใหม่ๆถูกชโลมลูกแมวไร้เดียงสาตาแป๋วที่เข้ามาก่อกวน

          "อื้อหือ อ่า...ใช่แล้ว น้องมีเรื่องอยากบอกให้พี่เยี่ยทราบมันเป็นเรื่องนานมาแล้ว คืออย่างนี้นะ… ตอนที่ข้าเป็นเสมียนถูกส่งไปจวนอู่โหวฝึกงานอยู่ที่นั้นด้วย ทำให้….อื้อออ ข้ารู้เรื่องภูมิหลังท่านพี่มาบ้าง แต่ถ้าท่านพี่ไม่อยากฟัง ข้าจะไม่รื้อฟื้นให้ความมากก็ได้นะเจ้าคะ" เสียงหวานใสดั่งแก้วลังเลเลิ่กลั่กกระพริบตาปริบๆกลัวถูกโกรธ "น้องขอโทษ…พี่เยี่ยไม่โกรธข้านะ"

          ตอนแรกที่ฟังฉายแววประหลาดใจ ความบังเอิญและโชคชะตาชักนำพาให้นางรู้เรื่องในอดีตที่ปกปิดของเขา "ข้าไม่โกรธ เรื่องมันผ่านมานานแล้วหลายสิบปี" ไม่เคยคิดโกรธเคืองอันใด นั่นมันอาจจะเป็นเรื่องดีแม้ว่าช่วงแรกๆที่ถูกขับไล่ออกจากจวนพร้อมมารดาและพี่ชายจะลำบาก แต่พวกเขาก็สร้างครอบครัวที่อบอุ่นอยู่ด้วยกัน มันอาจจะดีด้วยซ้ำที่ถูกไล่ออกมา

          "ที่แห่งนั้นทำให้ข้าได้เจอกับพ่อบ้านเฒ่าที่สอนแล้วไขข้องกระจ่างใส ว่าอาการใจเต้นแรงยามอยู่ใกล้ท่าน ยามถูกท่านสัมผัสสาเหตุเกิดขึ้นเพราะอะไร.... พ่อบ้านบอกว่าข้าน่ะ.... หลงรักพี่เยี่ยเข้าเต็มเปา" ย้อนคิดก็ตลกไม่น้อย ช่วงที่ไม่รู้ใจตัวเอง คิดว่าเป็นโรคหัวใจกำเริบหรือเป็นโรคหัวใจอะไรที่มันร้ายแรง "ไม่แฟร์เลยสักนิด... ข้าแอบชอบท่านอยู่ฝ่ายเดียวได้ไงกันนะ"

          หย่งเยี่ยเกือบจะหลุดยิ้มลูกแมวขู่ฟ่อใส่เกาคางเบาๆ "สัมผัสแบบใด หื้ม" พอจี้คำถามเข้าใส่อิงฮวาน้อยหน้าแดงก่ำป่านมะเขือเทศสุก ผลมะเขือเทศลูกนี้น่ากัดลิ้มรสความหวานฉ่ำ

          "สัมผัส....แบบ... ไม่เอาข้าเขิน!"

          สนทนาพาทีปรับสาธุสุขดิบเพลินตาชมวิวทิวทัศน์กลีบดอกไม้หอม บรรยากาศร่มรื่นแสงแดดอ่อนๆที่คอยโอบแผ่ถูกบดบังด้วยต้นไม้ใหญ่ เสียงนกเสียงกาดั่งคลอ ขณะนั้นนกบินนำจดหมายมาส่งจ่าหน้าถึงอิงฮวา แกะปล้องม้วนไม้ไผ่อันเล็กๆที่ผูกติดเปิดอ่าน "อ๊ะ… พี่สาวหลานส่งจดหมายกลับมาหาข้าแล้ว" ขยับตัวนอนเอนให้ร่างสูงเห็นเนื้อหาภายในที่เขียนได้สะดวกๆ ไม่มีอะไรที่จะปกปิดบังต่อกันซึ่งกันและกันอยู่แล้ว



ถึงน้องอิงฮวา

         เจี่ยเจียผ่านมาทางจางเย่… พบสถานที่วิเศษยิ่งน่าสนใจที่หนึ่งเรียก ‘หอจุ้ยหลิงหลง’ ฟังว่าเจ้ามีปัญหากลัดกลุ้มใจ ขอบอกโดยไม่ปิดบังคืนแรกของเจี่ยเจียเพราะบุรุษไร้ประสบการณ์ ทำให้เจ็บปวดทรมานอย่างถึงแก่น หลังจากนั้นร่างกายไม่ได้รับการเยียวยาสภาพจิตใจล่วงดิ่งสู่เหวเช่นกัน ยังดีที่ความรักช่วยประคับประคองถึงอย่างนั้นอาจจะไม่เพียงพอหากเจ้าต้องการทายาทไว้เชยชม.. เรื่องราวในห้องหอสำหรับนักวิชาการคงเป็นเรื่องยากในแง่ปฎิบัติจริงสำหรับสายทฤษฎี
          แน่นอนเจี่ยเจียตระหนักในปัญหาของน้องสาวไม่นิ่งนอนใจ.. ได้สรรหา ‘ปรมาจารย์’ ด้านนี้เอาไว้แล้ว เจ้ามาที่หอจุ้ยหลิงหลงบอกต่อคนดูแลได้ว่าจากการแนะนำของ ‘คุณหนูฮวายวี่’ เตรียมเงินมาให้พอเพียงอย่าได้อายครู่เพราะหวังรู้วิชา เมื่อพบเถ้าแก่กู่...บุคคลเช่นนี้จะสามารถไขปัญหาของน้องสาวได้
เจี่ยเจี่ย




          "ปรมาจารย์!!!? คิดไว้แล้วเชียวพี่สาวหลานจะต้องช่วยได้จริงๆด้วย พี่เยี่ยเจ้าคะ นี่ๆๆ ข้าเจอคนที่จะสอนเรื่องเข้าหอแล้ว ท่านไม่ต้องไปเรียนกับคุณชายเผิงอีกต่อไป ปล่อยให้ข้าศึกษาดีกว่ามันก็อาจจะเหมือนอ่านตำราหาความรู้…." แย้มยิ้มเบิกบานใจเตรียมเงินมาให้พออย่างนั้นหรอ ค่าคงค่าครูคงจะแพงน่าดู แต่เพื่อให้พี่เยี่ยมีความสุขเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย "หอจุ้ยหลิงหลงที่จางเย่ เห็นทีต้องไปเสียหน่อยแล้วกระมัง"

          "ฮวาเอ๋อร์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าดีกว่า เผิงเป็นปรมาจารย์ชั้นสูง เรื่องนั้นปล่อยให้ข้าจัดการ" ตากระตุกๆเมื่อคนตัวเล็กจะศึกษาซ้ำยังทำให้นางถึงขั้นวิตก

          "ยังไม่ลองเลยจะรู้ได้ยังไงว่า ข้าเรียนได้หรือไม่ได้ ข้าเป็นถึงขั้นนักวิชาการเชียวนะ! เรื่องศึกษาหาความรู้ไม่ต้องเป็นห่วงข้าน่ะทำได้สบายอยู่แล้ว พี่เยี่ยอย่าได้กังวลพี่มีหน้าที่และภาระอันยิ่งใหญ่ เป็นถึงกัปตันซางอินคอยคุมดูแลพี่น้องๆ ไหนจะต้องตามหาลายแทงออกล่าขุมทรัพย์รวมทั้งตามหาเคล็ดวิชาหมินเยว่ ผจญภัยกับพวกพ้อง ไม่รวมที่ท่านต้องตามหาพี่ชายอีก" พูดเป็นฉากๆ มือเล็กนุ่มนิ่มลูบแผ่นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลต่างๆนาๆ น่าเกรงขามน่าหลงใหล รอยแผลเหล่านี้เข้ากันดี....

          จะต่อรั้นต่อเถียงไม่ใช่อุปนิสัยจึงเลือกที่จะเงียบเปลี่ยนชวนคุยเรื่องอื่น ใจวนกระวายคนสอนหากเป็นบุรุษนางไม่ถูกหลอกกินเต้าหูรึ หย่งเยี่ยลุกพาเดินต่อเมื่อนอนพักได้สักชั่วยามสูดกลิ่นกายดอกอิงฮวาหอมๆ "ฮวาเอ๋อร์ชอบลูบหน้าท้องข้าถึงขนาดนั้นเชียว"

          ".....งื้ออออ หน้าท้องซิคแพคพี่เยี่ยเรียงตัวสวยกล้ามเนื้อน่ากัดน่าขยำ" ไม่ให้ลูบของสามีแล้วจะให้ไปลูบของใครเล่า เดินเตาะแตกเคียงข้างใกล้ชิดกัน ลำตัวใหญ่โอบกอดนางไว้มิดตัวมันให้ความอบอุ่นกับนุ่มนิ่มน้อยผู้ขี้เหงา

          "แล้วถ้าข้าทำเช่นนี้บ้างล่ะ?" มือหนาทั้งสองประชิดเอวคอดเล็กจั๊กจี้แกล้งอิงฮวาหยอกล้อหวานละมุน ร่างเรียวบอบบางสะดุ้งวี๊ดว๊ายหัวเราะลั่นนิ้วจั๊กจี้หัวเราะแทบขาดใจ พยายามหยอกล้อฮูหยินตามที่เห็นคู่รักคู่อื่นมักทำกัน เสียงหวานๆครางร้องไพเราะเสนาะหูประดุจขับขานทุกครั้งที่บรรจงใช้นิ้วมือหยอกล้อเข้าที่เอวเล็กๆ

          "ฮ่าฮ่าๆๆๆ พี่เยี่ยแกล้งข้าาาาาา อ๊ะ....ฮ่าๆๆๆ" ร้องโวยวายหัวเราะอารมณ์ดีกว่าจะเลิกแกล้งหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดงไปหมดแล้ว สามีนางขี้แกล้งตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! ไม่ได้การเห็นทีคืนนี้ต้องแกล้งกลับ ชูมือทั้งสองทำหน้าอ้อนๆ "อุ้มหน่อยๆ ข้าเดินไม่ไหวแล้ว" อิริยาบถที่ทั้งน่ารักน่าเอ็นดูในคราวเดียวกันอดไม่ได้ที่จะถูกผู้เป็นสามีกลั่นแกล้งต่อ แขนแกร่งแข็งแรงอุ้มหิ้วช้อนฮูหยินขึ้นพาเดินต่อ

          นำทางเดินชมขุนเขามองข้างล่างเห็นทะเลหมอกตระการตา คุ้มค่ากับการพาคนรักตัวน้อยมาพักผ่อนหย่อนใจสร้างสายสัมพันธเชื่อมรักไม่ให้ขาดหาย


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +7 ความโหด โพสต์ 2019-10-11 18:14
คุณได้รับ --10 คุณธรรม +8 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2019-10-11 16:52
คุณได้รับ +5 ความชั่ว +39 ความโหด โพสต์ 2019-10-11 16:52

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -48 แต้มวาสนา +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
ปลอกหุ้มเล็บไห่ล่าง
หน้ากากอาร์มอร์
วิชาจันทร์เสี้ยวปลิดวิญญาณ
มนต์เหมันต์คีโอ
ถังอาบน้ำแห่งซัลลิส
ม้าจื่อเมี่ยว
กำไลเทพีไอซิส
ตัวเบาร่มนภา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
x1
x123
x1200
x2
x243
x101
x5
x50
x50
x10
x4
x1106
x2
x273
x5
x61
x1
x1
x1
x10
x9999
x351
x4
x2
x5
x9
x7
x5
x7
x5
x2
x8
x6
x4
x7
x4
x4
x10
x4
x2
x4
x2
x9
x4
x8
x6
x2
x9
x13
x129
x74
x36
x1254
x265
x372
x349
x601
x625
x272
x211
x100
x1000
x100
x9999
x10
x185
x6
x32
x68
x493
x49
x130
x187
x9999
x13
x346
x133
x1154
x293
x81
x141
x471
x3747
x40
x20
x35
x10
x35
x34
x70
x8
x6
x556
x24
x13
x13
x16
x61
x27
x10
x76
x48
x18
x12
x69
x14
x199
x18
x130
x180
x88
x45
x16
x96
x3
x9
x127
x3612
x172
x26
x21
x14
x118
x88
x54
x4242
x72
x78
x18
x29
x95
x120
x33
x5
x500
x578
x39
x4580
x96
x2
x10
x471
x9
x3181
x240
x32
x1
x1
x64
x4
x23
x1
x43
x9999
x9
x8
x10
x8
x2
x7
x19
x34
x1004
x6
x3
x9
x2
x2
x14
x1
x2
x60
x67
x77
x46
x16
x28
x14
x3
x17
x3
x27
x20
x16
x24
x13
x96
x659
x23
x1078
x1070
x15
x2
x780
x12
x3
x20
x26
x19
x132
x94
x90
x410
x158
x1
x23
x624
x74
x1
x184
x153
x19
x112
x53
x6
x849
x640
x772
x444
x2310
x930
x125
x850
x286
x275
x2
x13
x37
x18
x162
x1470
x1
x35
x2976
x28
x2619
x61
x7462
x2810
x33
x537
x40
x4760
x21
x3000
x24
x51
x9242
x3130
x43
x30
x3200
x4042
x9999
x86
x4300
x208
x96
x34
x94
x1743
x3791
x2023
x453
x47
x1659
x36
x21
x220
x4023
x60
x2423
x431
x233
x395
x24
x29
x612
x3548
x18
x134
x316
x2233
x420
x9999
x184
x104
x20
x2547
x3863
โพสต์ 2020-10-17 22:19:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ภารกิจที่น่ากดดัน]

      ทามกลางแสงดวงดาวและดวงจันทร์สีนวลตาส่องสว่างแก่พื้นเเผ่นดินในยามราตรี เหล่าสัตว์ป่าบางชนิดก็พากันเข้าสู่ห้วงนิทรา บรรยากาศโดยรอบเทือกเขาซีซานล้วนเงียบสงบ แต่นั้นก็ก่อนที่แสงสว่างวาบหนึ่งปรากฎขึ้นที่บริเวณใจกลางป่าใกล้เทือกเขา เเสงสว่างนั้นส่องสว่างเพียงครู่เดียวก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆจางหายไป พร้อมกับร่างของคนสองคนปรากฎขึ้นแทน

     จางฝูลืมตาขึ้นมาหลังจากถูกจาวิสพาวาร์ปมายังเมืองเป่ยผิง จากที่ได้ยินคุณชายลู่บอกกล่าวแก่จาวิสเอาไว้เพียงแต่มันก็มีส่วนที่จางฝูนั้นนึกสงสัย ไม่ใช่ว่าห้องเคลื่อนย้ายนั้นสามารถพาพวกนางเดินทางไปได้ไกลสุดแค่ในเมืองฉางอันหรอกหรือ


    “ฝ่า.. เอ่อ...คุณชาย ข้ามีเรื่องอยากถามท่านเจ้าค่ะ”จางฝูกล่าวเรียกอีกฝ่ายก่อนจะต้องรีบเปลี่ยนคำใช้เรียกขาน เมื่อคนถูกเรียกนั้นเหลือบตาขึ้นมองนิ่งๆ และจึงค่อยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มให้อนุญาตแก่เธอได้พูดต่อ “ไม่ใช่ว่าจาวิสสามารถพาหายตัวไปได้ไกลสุดแค่ในเขตเมืองฉางอันหรอกหรือเจ้าคะ”


     “จริงๆก็เป็นเช่นที่เจ้าเข้าใจ แต่นั้นยกเว้นข้า ไปหาที่พักกันก่อน ระหว่างข้าจะบอกรายละเอียดเรื่องงานให้เจ้าฟังด้วย”ลู่เสี่ยวฟงกล่าวออกมา แล้วหันหลังพาจางฝูเดินมุ่งหน้าจากบริเวณมุ่งไปยังทางเหนือโดยทันที


      “เรื่องเเรกเกี่ยวกับห้องเคลื่อนย้าย สหายข้าที่เป็นผ้สร้างห้องเคลื่อนย้ายนั้นได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า หากใช้สียงของข้าสั่งการ จาวิสจะสามารถพาข้าไปได้ทุกที่บนแผ่นดินฮั่น”ลู่เสี่ยวฟงเริ่มอธิบายเรื่องของห้องเคลื่อนย้ายให้กับจางฝูฟัง โดยสายตาก็สอดส่องมองหาทำเลดีๆที่จะใช้เป็นที่พักสำหรับค่ำคืนนี้และคอยระแวดระวังพวกสัตว์ป่าที่อาจจะโผล่เข้ามาทำร้ายด้วย


      “นั้นรวมถึงแถบนอกด่านด้วยรึไม่เจ้าคะ”จางฝูที่คอยเดินตามหลังอยู่กล่าวถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้ มือก็เอื้อมไปหักกิ่งไม้ยาวราวหนึ่งช่วงขามากิ่งหนึ่งเพื่อให้ผู้ที่เดินนำหน้าใช้ในการกวาดเคลียร์เส้นทางการเดิน เพราะบริเวณที่พวกเขาเดินอยู่นั้นมีหญ้าค่อนข้างสูง ซึ่งหากไม่ระวังอาจจะเดินไปเหยียบถูกสัตว์มีพิษอย่างพวกงูเอาได้


      “ขอบใจ แถบนอกด่านข้ายังไม่เคยลองว่ามันจะพาไปได้ไกลถึงไหน ไว้ว่างๆข้าจะลองดู”ลูเสี่ยงฟงรับเอากิ่งไม้ที่อีกฝ่ายส่งให้มาใช้คลำเส้นทางและแหวกหญ้าเพื่อหน้าพร้อมกล่าวออกมา ทั้งคู่เดินขึ้นทางขึ้นไปทางเหนือเลย ก่อนจะหยุดพักกันที่บริเวณกลางเทือกเขาซีซาน หลังจากที่พาเดินทางมานานและเห็นว่าควรจะพักเอาแรงกันก่อนจึงค่อยออกเดินทางต่อ ระหว่างทางลู่เสี่ยวฟงนั้นก็พูดอธิบายเกี่ยวกับเรื่องของงานที่พวกตนต้องมาสืบให้แก่จางฝูฟังโดยเรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ ตัวเขาที่เป็นฮองเต้นั้นให้ขุนนางผู้หนึ่งเดินทางมาตรวจสอบที่เมืองเป่ยผิงนี้ แต่อยู่ๆขุนนางที่ส่งมาก็หายไป


      “คราแรกข้าคิดว่าบริเวณทางเหนือของเมืองเป่ยผิงนั้นเป็นแถบเทือกเขาสูงอาจมีพวกโจรอาศัยอยู่ชุกชุม และขุนนางที่ส่งมาอาจจะโชคไม่ดีถูกปล้นฆ่าไป จึงส่งขุนนางชุดใหม่มาพร้อมด้วยทหารอีกสิบนาย แต่สุดท้ายก็หายสาบสูญไปอีก”ลู่เสี่ยวฟงกล่าวขณะที่มือของเขายังคงสาระวนอยู่กับการใช้กิ่งไม้เขี่ยฟืนเข้าไปในกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นในค่ำคืนนี้ เพราะแม้จะผ่านฤดูร้อนมาและพึ่งต้นฤดูใบไม้ร่วงแต่ในแดนแถบทางเหนือนี้อากาศจะหนาวเย็นเร็วกว่าที่อื่นๆ


     “ท่านจึงว่าเป็นฝีมือของพวกโจร แต่ข้าว่าต่อให้เป็นโจรจริงให้ข้าหรือสายลับคนอื่นๆมาสืบแทนก็ได้นี่เจ้าคะ ใยท่านต้องลงมาสืบข่าวเองเช่นนี้”จางฝูที่นั่งเตรียมอาหารอยู่ใกล้ๆกล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย


     “ตอนแรกข้าก็คิดเช่นนั้น เป็นโจรธรรมดาที่อาจจะมีกำลังพลมากหน่อยจึงให้กองทหารจำนวนหนึ่งร้อยคนและขุนนางบู้อีกจำนวนหนึ่งเดินทางมาปราบปราม แต่พวกเขาก็หายสาบสูญไปอีก ข้าคิดว่ามันไม่ธรรมดา” ลู่เสี่ยวฟงกล่าวต่อ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นเดินมาย่อตัวลงนั่งข้างๆจางฝูที่กำลังขะมักเขม้นกับการเลาะหนังกระต่ายป่าตัวหนึ่งที่ก่อนหน้าจับมาได้และเตรียมซุปไว้ทานให้ร่างอายอบอุ่น ก่อนที่ชายหนุ่มนั้นจะเป็นผู้เเย่งเอาตัวกระตายในมือจางฝุนั้นไปจัดการเลาะหนังถอนขนเสียเอง


      “อ่ะ..ฝ่า...คุณชายลู่เดี๋ยวข้าทำเองก็ได้เจ้าค่ะ ส่งคืนมาเถอะเจ้าคะ”จางฝูชะงักไปแและพยายามจะเอื้อมมือไปดึงเอาซากกระต่ายในมืออีกฝ่ายกลับมาเตรียมต่อเอง แต่กลับเป็นชายหนุ่มที่เบี่ยงตัวหลบไปอีกทางเสียอย่างนั้น


     “เจ้าไปเตรียมของที่มันง่ายๆอย่างหันผักเตรียม น้ำซุปเถอะเลาะหนังทำเนื้อนี่เดี๋ยวข้าจัดการเอง”ลู่เสี่ยวฟงกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะหยิบเอามีดที่วางอยู่มาจัดการเลาะหนังกระต่ายออกต่อ “อีกอย่างนะจางฝูเจ้าควรปรับคำเรียกให้ชินได้แล้วนะ เกิดใครมาได้ยินเข้าคามลับที่ข้าสร้างมาตลอดหลายสิบปีได้แตกหมด”


      “ขะ...เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”จางฝูกล่าวรับคำเสียงเบาก่อนที่จะเดินไปล้างมือและหยิบเอาหม้อกับผักอีกสองสามอย่างเดินไปบริเวณกองไฟที่เตรียมไว้ เทน้ำตั้งหม้อและโยนเอาผักลงไปแล้วจึงเริ่มปรุงน้ำซุป ก่อนจะนำเอาเนื้อที่ลู่เสี่ยวฟงเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นนำมาต้ม ส่วนกระต่ายอีกตัวนั้นก็นำมาเสียบไม้ย่างไฟ  


      หลังจากทานอาหารกันจนอิ่มท้องแล้วนั้นก็ถึงคราวเเยกย้ายกันพักผ่อนโดยจางฝูขออาสาเป็นเวณเฝ้าพลัดเเรก ทางฮองเต้นั้นก็ทรงไม่ได้ขัดอะไรก่อนจะแยกตัวไปนั่งพิงหลังกับต้นไม้ใกล้หลับตาพักผ่อนไป ทำให้ยามนี้เหลือเพียงตัวจางฝูเท่านั้นที่ยังนั่งเอากิ่งไม้เขี่ยกองไฟเพื่อไม่ให้มันดับอยู่นั้น ดวงตาสีน้ำตาลมองจ้องกองไฟก่อนจะเหลือบไปมองโอรสสวรรค์ที่หนีงานมาสืบข่าวภายนอกเองนอนอยู่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ‘มาทำงานครานี้กดดันจริงๆ


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-10-18 01:11
คุณได้รับ +15 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2020-10-18 01:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ความหิว -148 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 -148 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มุกพณาหวาซวี
หน้ากากอาร์มอร์
ปลอกแขนเฟย์อี๋
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
Brynhildr Norns
ทำเนียบบุปผา
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
กำไลเทพีไอซิส
ผีผาหยินหยู