12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองหลันเยี่ย } จวนหยาเหยี่ยนหวาง

[คัดลอกลิงก์]

211

กระทู้

1845

โพสต์

57หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
495465
เงินตำลึง
2123755
ชื่อเสียง
266888
ความหิว
104

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7146
ความชั่ว
1453
ความโหด
3868
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-10-4 02:06:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-10-4 23:03

      [สมาคมคนท้องถกปัญหา]



     นั่งรถม้าจากเฉิงตูมาที่หลันเยี่ยนี้นับเป็นการเดินทางที่สาหัสใช่ย่อยก็แน่ละเล่นเดินทางแล้ววเส้นตรงข้ามภูมิภาคขนาดนี้ การต้องนั่งรถม้าสายแว้นที่เก็บทุกหลุมทุกลูกระนาดเล่นเอาก้นระบมไปพักใหญ่ เชื่อว่าจากการเดินทางครั้งนี้อย่างไรเธอก็คลอดง่ายแน่ๆ ดูจากความกระแทกกระทันในแต่ละครั้งแล้ว จะหาคนท้องที่อึดถึกทนขนาดนี้ ในแผ่นดินคงไม่มีแล้ว


      หลังรถจากรถม้ามาได้จางฝูและเจี่ยเฟยและเมิ่งจื่อเหยาก็เดินทางไปยังจวนของหยาเหยียนหวางที่เจ้าเจี้ยบน้อยหลิงหลานเขียนบอกไว้ในจดหมายทันทีโดยอาศัยสอบถามเส้นทางจากพวกชาวบ้านแถวๆนั้นเอา แม้ในใจจะสงสัยอยู่ว่าทำไมเจ้าตัวถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ ในช่วงที่รอคล้ายมีคนเบื่อหน่าย สุดท้ายเมิ่งจื่อเหยาทนรอไม่ไหวขอตัวแยกไปเดินเล่นที่รอบๆก่อน


      จวนของอ๋องที่เป็นถึงโอรสของฮองเต้องค์ปัจจุบัน ใหญ่โตโอ่อ่าใช่ว่าจะหายากเพียงเงยหน้ามองก็เห็นหลังคาจวนได้แล้ว เดินไม่นานจางฝูก็มาถึงที่บริเวณด้านหน้าจวนได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ที่ยากกว่านั้นคือจะเข้าไปยังไงนี่ละนะ


      “ฟู่วว...เบื่อพวกราชวงศ์ตรงที่เข้าหายากนี่ละ”จางฝูเอ่ยบ่นออกมาแล้วเดินตรงไปกล่าวบอกแก่ทหารยามเฝ้าอยู่ที่ด้านหน้าว่ามาขอพบน้องหลาน ก่อนจะเดินไปหลบรออยู่ที่บริเวณกำแพงด้านข้างประตูรอให้ทหารไปแจ้งแก่พ่อบ้าน เพียงแต่ขณะที่กำลังยืนรออยู่กลับรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองมายังพวกเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น แต่เธอคงคิดไปเอง


       พ่อบ้านโก่วรับแจ้งว่ามีจอมยุทธ์หนี่เถี่ยมาเยี่ยมหาแม่นางหลิงหลาน หลังจากมีเหตุการณ์ชาบผมขาวนำอาหารมาส่งแล้วเป็นผลให้เกิดเรื่องวุ่นวายจนคนป่วยอาการทรุดไป เขาก็ได้รับคำสั่งเข้มงวดว่าหากมีใครมาขอพบหรือฝากของให้ดรุณีที่เรือนปีกขวาจะต้องผ่านความเห็นชอบรายงานหวางเย่ก่อน ทว่าแม่นางและหวางเย่ออกไปเดินเล่นประจำวันยังไม่กลับดังนั้นโก่วเสียนจึงออกไปรับหน้า


     “จอมยุทธ์หนี่เถียได้ยินชื่อเสียงมานาน โอ้.. มากับสามีสินะขอรับ เชิญๆ ที่นั่งพักห้องโถงก่อน หวางเย่ทรงพาแม่นางหลิงหลานออกไปเดินเล่นเวลานี้อีกสักครู่คงกลับมาถึงแล้ว” พ่อบ้านประจำจวนผายมือเชิญทั้งสองท่านไปยังโถงทางเดิน


      “ขอบคุณท่านพ่อบ้าน”จางฝูเอ่ยพร้อมยิ้มให้ก่อนเดินตามเข้าไปยังด้านในจวน ‘ไปเดินเล่นหรือ ไม่เคยได้ยินเจ้าเจี้ยบน้อยนั้นจะเคยบอกว่ารู้จักสนิทสนมกับอ๋องผู้นี้ด้วย ที่น่าแปลกกว่านั้นคือสามีนางท่าทีขี้หึงปานนั้นยอมให้นางไปกับบุรุษอื่นได้นี่  ช่างน่าสอัศจรรย์ยิ่ง’


      “ท่านพ่อบ้าน ไม่ทราบท่านอ๋องกับน้องหลานมีความสัมพันธ์ใดกันหรือ นางมิเคยเล่าว่ารู้จักกับท่านอ๋องมาก่อน จู่ๆไยแลดูสนิทสนมถึงไปเดินเล่นด้วยกันได้”คล้ายเก็บความสงสัยไม่อยู่จางฝูจึงได้ตัดสินใจที่จะเอ่ยถามออกมา


        มีสาวใช้ช่วยจัดแจงสำรับน้ำชาและขนมหวานนานาชนิดให้แก่ทั้งสองท่าน บ่าวไพร่ในจวนล้วนมีระเบียบเรียบร้อยและแอบส่งสายตาสังเกตจอมยุทธร์หญิงสุดแกร่งดั่งตำนานที่มีชีวิตตรงนั้นประหนึ่งชื่นชมเป็นระยะ


      พ่อบ้านโกวลูบเคราอย่างคันปากอยากเล่า “เรื่องนี้….ตอนแรกแม่นางหลิงหลานไม่ใช่แขกของหวางเย่หรอกขอรับ แต่เป็นผู้ทำสัญญาจ้างของทางจวนอ๋องช่วยนำสานส์กับของฝากไปถวายพระมารดาหวางเย่ในวัง ทว่าขากลับมาแม่นางเกิดป่วยไข้เสียก่อนหลังจากหมดสติ ท่านหมอกู้ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ได้สี่เดือน ร่างกายอ่อนแอแทบไม่ได้บำรุงจึงรั้งอยู่รักษาตัวในจวนแห่งนี้ขอรับ”


        ปี้ฮุยที่ไม่ได้ตามเสด็จหวางเย่ไปด้วยกล่าวเสริมด้วย “อีกทั้งแม่นางหลิงหลานคล้ายจะมีปัญหากับบิดาของเด็กในครรภ์ สภาพจิตใจกระทบกระเทือนสุขภาพหวางเย่จึงทรงหักพระทัยส่งนางออกเดินทางไม่ได้เจ้าค่ะ”


       “ใช่แล้ว เทียบกับการไปพักโรงเตี้ยมหวางเย่ทรงมองการณ์ไกลว่าจวนอ๋องมีครบที่พัก ท่านหมอกู้ก็มากฝีมือคนดูแลอยู่กันพร้อมหน้า อีกทั้ง...ดูเหมือนหวางเย่จะทรงเห็นใจเอ็นดูแม่นางหลิงหลานไม่น้อยทีเดียว เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ล่ะขอรับ” โก่วเสียนทราบแล่วว่าอีกฝ่ายคือจอมยุทธ์หนี่เถีย และยังเป็นสหายของแม่นางน้อยผมเงินจึงบอกกล่าวตามตรงอย่างไม่มีปิดบัง พร้อมยิ้มแย้มราวกับเห็นเป็นเรื่องดี “ส่วนที่ว่าสนิทสนมนั้น.. หวางเย่ของพวกเราท่านเป็นบุรุษที่มีเมตตาและปฎิบัติต่อคนรอบข้างดุจญาติมิตรขอรับ ทั้งแม่นางหลิงหลานเองก็มีบุคลิกเปราะบางชวนให้คนถนอมเอ็นดูนัก”


       “ห่ะ มีปัญหา ปัญหาอะไรคุณชายเหยียนเองดูท่าทั้งรักทั้งหวง โอ๋นางเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน มีปัญหาอะไร”จางฝูได้ยินก็พลันขมวดคิ้วอย่างนึกไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก มีเรื่องเช่นนี้ มิน่าจึงไม่เห็นคุณชายเหยียนผู้นั้นอยู่แถวๆนี้


        ปี้ฮุยที่อยู่ด้วยตลอดตอนเกิดเรื่องคืนก่อนนี้ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “แต่ว่าเมื่อคืนอาการแม่นางทรุดหนักเพราะเรื่องนี้ล่ะเจ้าค่ะ เพียงแค่สานส์สั้นๆ หนึ่งคำจากบุรุษผมขาวผู้นั้นทำให้นางตกใจกลัวเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียง บอกว่า ‘เขา’ จะมาทำร้าย ล่ามบ้าง ตีบ้าง ไหนจะใส่ปลอกคออีกหวางเย่ทรงปลอบอยู่นานค่อยสงบลง นี่ยังไม่นับเรื่องมะรืนก่อน...”


      “ปี้ฮุย!! เรื่องนี้เจ้ามีสิทธิ์พูดได้หรือ? ไปดูในครัวไปว่าเตรียมสำรับพร้อมหรือยังอีกไม่นานก็ได้เวลาเจ้านายกลับมาแล้ว!!” พ่อบ้านเอ็ดดุสาวใช้แล้วไล่ให้ไปทำหน้าที่ส่วนอื่น จากนั้นหยักยิ้มสนทนาเรื่องสัพเพเหระแทน


      “....”


      “ฮะ..ฮูหยิน”เจี๋ยเฟยที่นั่งอยู่ข้างหันมองพร้อมเอ่ยเรียกฮูหยินตนเอง ดูจากการที่นางกำจอกชาเสียแน่นป่านนี้ เดาได้ไม่ยากว่ากำลังหัวเสียสุด ภาวนาอย่างยิ่งไม่ให้นางทำอะไรวู่วาม อย่างเช่นวิ่งไปกระโดดเตะก้านคอใครอีกเช่นเดี๋ยวกับที่เคยเกิดขึ้นกับองครักษ์ต้วน


     “สงสัยว่า หากเจอหน้ากันคงมีเรื่องต้องพุดคุยกันเสียหน่อยแล้วกระมังคุณชายเหยียนคนนี้” จางฝูกล่าวเอ่ยเสียนิ่งแล้วยกจอกชาขึ้นดื่มเพื่อดับอารมณ์ร้อนๆบนหัว


       ไม่ถึงเค่อหนึ่งต่อมารถม้าอันสมฐานะก็เล่นกลับถึงจวนอ๋อง หลิงหลานรับการประคองของจู้เอ๋อร์เดินตามหลังเจ้าของจวนเข้าไปติดๆ ฟังเสียงบ่าวมารายงานว่ามี ‘จอมยุทธ์หนี่เถี่ยมารอพบแม่นางหลิงหลาน’ ดวงตาที่กำลังเอื่อยเฉื่อยเพราะเดินจนล้าพลันสดใสขึ้นทันที นางผละออกจากสาวใช้แล้ววิ่งทั่กๆ ยกชายกระโปรงนำหน้าหวางเย่ไปที่ห้องโถง เพียงเห็นแผ่นหลังของสหายกับคุณชายหลินก็หยุดแล้วสูดหายใจลึก ก้าวเร็วๆ เข้าไป


       “เสี่ยวหลาน!! อย่าเร่งร้อนนัก” บุรุษในอาภรณ์ราชนิกูลทันเห็นแสงสีเงินพุ่งแว่บก็เอ่ยรั้งแต่ไม่ทัน ได้แต่สาวพระบาทตามนางเข้ามา


       หลาน


       “สี่แล้ว แม่นางหลิงหลาน”แม้จะไม่รู้ว่าฝีมือใคร อย่างไงก็ลูก อวดเสียหน่อยก็คงไม่เป็นหัวออกมาสีอะไรค่อยไปนับลำดับเอา


      “น้องหลาน ได้ข่าวเจ้าท้องอ่อนๆอยู่ วิ่งเช่นนี้ได้หรือ เป็นอะไรขึ้นมาจักทำอย่างไร”จางฝูจากที่อารมณ์ขุ่นมั่วราวหมอกควันเวลาเกิดไฟไหม้อยู่ก็พลันเปลี่ยนไปราวหน้ามือเป็นหลังมือ ร่างบางที่ยามนี้หน้าท้องเรียกว่าทูนจนมองออกแล้วว่าท้องเดินตรงไปหยุดยืนเบื้องหน้าเจ้าเจี้ยบดื้อ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา


       “น้องหลาน มีอะไรจะเล่าให้พี่สาวคนนี้ฟังรึไม่!”


        หลาน


        “เจ้าอย่าวิ่งแบบนี้อีก.. ท่านหมอก็บอกแล้วว่าครรภ์อ่อนแอยาบำรุงต้องกินเพิ่มสักสามเทียบดีรึไม่?” ในที่สุดหยาเหยี่ยนหวางก็ปรากฎกายในห้องโถงพร้อมรอยยิ้มดุจแสงตะวันที่สาดส่อง พระพักตร์อบอุ่นจริงใจเพียงกวาดพระเนตรมายังสตรีชุดเขียวราวกับรวมพลทรงครรภ์กัลยาหนนี้เชิงทักทาย แล้วกึงดุอีกฝ่ายเจ้าคนผมเงิน "เสี่ยวหลานมักไม่ค่อยระวังตัวแบบนี้.. ซุกซนยิ่ง ทำเอาหมอกู้ปวดหัว เปิ่นหวางเองก็กังวลไม่รู้หายหากไม่มีคนดูแล ก็ยิ่งละเลยตัวเอง"


        “แม่นางคงเป็นจอมยุทธ์หนี่เถี่ยที่เสด็จพ่อทรงตรัสถึง ท่วงท่าองอาจงดงามสมคำร่ำลือ… ส่วนด้านนี้คือ?” หยาเหยี่ยนหวางกล่าวอย่างเป็นมิตรพร้อมทอดพระเนตรไปทางแขกทั้งสอง มีบุรุษรูปลักษณ์หมดจดผูเป็นจอมยุทธ์นั่งคู่กันมาด้วย


        “คารวะท่านอ๋อง ถูกแล้วเป็นหม่อมฉันเองแต่จะกรุณามากหากทรงเปลี่ยนเป็นเรียกชื่อแทนหม่อมฉันจางฝูเพคะ ส่วนด้านข้าคือสามีของหม่อมฉันเองเจี๋ยเฟย”จางฝูหันไปยกมือประสานเอ่ยตอบด้วยท่าทีสุภาพ


        “คารวะท่านอ๋องกระหม่อมหลินเจี๋ยเฟยขอรับ”เจี๋ยเฟยรีบเอ่ยกล่าวแนะนำตัว แม้ตัวจะเร่รอนไม่ออกงาน แต่สมัยเด็กก็ถูกบิดาบังคับออกงานอยู่บ่อย เรื่องมารยาท หากจำเป็นก็ต้องใช้


       หลิวตานทราบในทันทีหากจำไม่ผิดหญิงสาวชุดเขียวที่กำลังตั้งครรภ์แต่ยังดั้นด้นเดินทางมาเยี่ยมสหายนี้ ก็คือสตรีเหล็กอันโด่งดังในราชสำนักนางจะมีบุคลิกที่พิเศษอยู่บ้างก็ไม่แปลกเลย พยักหน้าอย่างชื่นชมคู่สามีภรรยาที่สร้างคุณูปการแก่ราชสำนักมามากล้นพร้อมสั่งพ่อบ้านให้จัดโต๊ะเพิ่ม


    “ดี แม่นางจางฝูเปิดเผยตรงไปตรงมายิ่งคุณชายหลินมีวาสนานักได้แต่งฮูหยินผู้โดดเด่น มากความสามารถอุปนิสัยไม่ซ้ำใคร” ทรงแยิ้มยิ้มแต่แล้วเห็นได้ว่าสตรีผมเงินมีท่าทีคล้ายต้องการสนทนาบางอย่างกับสหาย ตนจำไม่ผิดวันก่อนมีจดหมายงานมงคลในวงมิตรสหายข่าวย่อมถึงไว “พวกเราอย่ารบกวนสาวๆ เลย คุณชายหลินท่านดูหน่วยกานไม่เลวงจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ท่านหนึ่ง ไม่ราบพอจะชี้แนะเพลงกระบี่เปิ่นหวางสักสองสามกระบวนท่าได้รึไม่?”


      “อ่า..ขอรับ ได้แน่นอน”เจี๋ยเฟยเหลือบมองฮูหยินตนอยู่เพียงครู่แล้วจึงเอ่ยตกปากรับคำท่านอ๋องไป อย่างไรเรื่องของสตรีให้สตรีคุยกันเองน่าจะปลอดภัยต่อชีวิตน้อยๆของเขาที่สุด อีกทั้งคนทีี่พูดคุยด้วยนางก็เห็นเป็นสหายและน้องสาวคงจะไม่วู่วามพลีพล่ามอย่างแน่นอน


    “ฮะๆ เช่นนั้นก็ดี วางใจเถอะมีปี้อุยกับจู้เอ๋อร์คอยดูแลพวกนางอยู่ ส่วนพ่อบ้านไปเตรียมลานฝึกเถอะอย่าลืมพวกของว่างไปทางเรือนปีกขวาด้วย เสี่ยวหลานรอหานกวงกลับมาข้าจะไปดูว่าเจ้าดื่มยาครบไหม” ยังไม่วายสั่งความแล้วคาดโทษสตรีผมเงิน


     “ขอรับ/เจ้าค่ะ” เหล่าบ่าวแยกออกเป็นสองทาง ด้านหนึ่งติดตามเสด็จหวางเย่ อีกด้านมายังเรือนด้านขวา


     หลาน


        รอคอยจนในที่สุดเข้ามานั่งที่เรือนด้านในแล้ว การตกแต่งเป็นไปอย่างเรียบง่ายทว่าใช้วัตถุดิบอย่างปราณีต เก้าอี้ไมหนานมู่บุนวมไว้คำนึงถึงคนท้องทั้งสองเพื่อไม่ให้เมื่อยตัวเวลาลุกนั่ง น้ำร้อนน้ำชาครบ ขาดก็แต่สาวใช้ด้านหน้าที่ไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไป…


      “หวางเย่รับสั่งให้ข้าน้อยคอยดูแลคุณหนูเจ้าค่ะเผื่อมีเรื่องฉุกเฉิน” ปี้ฮุยตอยด้วยดวงตาน่ารักสดใสจนคนตีไม่ลง


      หลาน


      “เจ้าค่ะคุณหนู!!” สองสาวใช้ทำตามอย่างว่าง่าย ส่วนหูนี่ผึ่งรอฟังเก็บข้อมูลเต็มที่


      หลาน


      “เรื่องของข้า?”จางฝูกล่าวทวนพรางเลิ่กคิ้วมองอีกฝ่าย “เจี้ยบน้อย หากถูกจับไปขายคงไม่มีเวลานั่งเขียนจดหมายกระมัง” จางฝูอดส่ายหัวกับความคิดประหลาดๆของคนเบื้องหน้าไม่ได้


      “ในจดหมายข้าก็ไม่มีระบุสถานที่เอาไว้ คงทำได้เพียงส่งของกำนันไปให้แทน”จางฝูเอ่ยก่อนหยุดเว้นวรรคหายใจแล้วมองมองจ้องไปยังเจ้าเจี้ยบตัวดีด้วยท่าทีจริงจัง “เรื่องของเจ้ามันเกิดอะไรขึ้น คุณชายเหยียนตีเจ้าหรือ ให้ข้าไปตีเขาคืนดีรึไม่ เรื่องเช่นนี้ไยไม่บอกข้าหืม”


        หลาน


       “ไยเจ้าไม่บอกข้า หรือบอกมารดาบุญธรรมเจ้า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้องหลาน ตอนนี้เจ้าท้องหากเป็นอะไรคือชีวิตเจ้ากับลูก เอาละตอนนี้อย่างพึ่งไปคิดมากปวดหัวปวดสมอง”จางฝูเอ่ยพยายามอย่างยิ่งไม่ให้สติแตกวิ่งออกไปไล่เตะคน “ฟู่ววว...ที่สำคัญตอนนี้คือเจ้าต้องรักษาตัวให้แข็งแรง ข้าอยู่นี่ไม่ยอมให้เขาตีเจ้าอีก ถ้าเขากล้าตีเจ้าพี่จะพาเจ้าหนีออกนอกด่านไปเลยดีรึไม่” จางฝูเอ่ยพร้อมยื่นมือหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาพันรอบมือที่โดนน้ำชาลวกของอีกฝ่ายเอาไว้


      “ซุมซ่ามนัก”


      หลาน


        ปี้ฮุยแทบจะซับน้ำตากับความน่าสงสารของสตรีผมเงิน ด้านจู้เอ๋อร์คนสนิทหวางเย่ที่กล้ากว่าหันไปพูดแล้วว่า “คุณหนูอยู่ในจวนนี้หวางทรงออกปากแล้วไม่ให้ใครมาทำร้ายได้ วางใจเถอะพวกเราจะปกป้องท่านจากคนใจโฉดนั่นเอง!!”


        หลาน


       หยดปราณวารีถูกกลั่นออกมาเหลาจนเป็นเสี้ยวแหลมพุ่งเฉี่ยวหน้าหญิงรับใช้ที่หันมาพูดจ่อโดยไม่รับอนูญาติ ถือเป็นการเตือนกรายๆ “บ่าวรับใช้จวนนี้ รับการสั่งสอนมาไม่ดีกระมัง ถึงขั้นฟังเรื่องนายพูดแล้วออกความเห็นโดยไม่ที่นายยังไม่ได้ถามเช่นนี้”


      “เรื่องในวันนี้หากพวกเจ้ากล้าพูดต่อหรือเล่าให้ใครฟังข้าจักเอามีดเฉาะปาก เลาะฟันพวกเจ้า!!!”


      “ฟู่ววววว…..”จางฝูหลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้าก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช่วงนี้คล้ายนอนไม่พอหรือเดินทางหนักไปกระมัง อารมณ์แปรปวรเช่นนี้ จางฝูหันกลับมานั่งนึกเสียใจกับเรื่องที่ตัวเองพึ่งพูดออกไปเมื่อครู่ แต่ก็คงไม่ทันแล้ว


     "ขออภัยเจ้าค่ะแม่นาง!! จู้เอ๋อร์ไม่กล้าแล้ว!!" อยู่ดูแลหญิงสาวผมเงินเห็นนางเปราะบางและอมทุกข์ เมื่อทราบเรื่องราวจากความสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นเห็นใจและอยากปกป้องทว่าตนเป็นบ่าวไม่ควรสอดปากจริงๆ นั่นล่ะ


      หลาน


      “หากยังไม่สบายใจนักเจ้าจะพักอยู่ที่นี่ก่อนพี่ก็ไม่ว่าอะไร น้องหลานชีวิตคู่มีสุขและเศร้า หากเรื่องได้ผ่อนปรนได้ก็ทำ ส่วนเรื่องคุณชายเหยียนนั้น ปล่อยให้เขาคิดสำนึกเอาเองก่อน เมื่อเขาสำนึกได้ ก็เป็นที่ต้องเลือกจะให้โอกาสรึไม่” จางฝูฐานะคนที่แต่งงานมาก่อนเรื่องชีวิตคู่นั้นเปาะบาง หย่อนไปก็เฉาตึงไปก็ขาดต้องพอดีจึงอยู่รอด ที่นางพูดมิได้หมายความว่าให้อีกฝ่ายยอม แข็งได้ แต่ต้องรู้อ่อนจึงจะไปรอด


      หลาน


      “เรื่องนี้ไม่ใช่พี่ที่เป็นคนตัดสิน น้องหลานเป็นเจ้า ครอบครัวนี้เป็นของเจ้า เจ้าก็มีสิทธ์จะเลือกว่าจะทำเช่นไรกับมัน ถ้าเป็นเจี๋ยเฟยทำกับข้าเช่นนั้นคงวิ่งไปต่อยเขาสักทีสองที หรือจับทำเป่าล่อมีดให้หายแค้นแล้วจึงค่อยพูดคุย” จางฝูเอ่ยพรางยิ้มกว้างออกมา


     หลาน


      หยาดน้ำตาเม็ดใสไหลออกเพียงหยดเดียวที่หางตา หลิงหลานรีบปาดออกนางไม่อยากเศร้าต่อหน้ามิตรสหาย เลือกหนทางที่จะยิ้มแย้มเวลามาพบกันแต่ละทีแสนสั้น แสนไกล แสนยากลำบาก ตนอยากสร้างความทรงจำที่ดีเอาไว้มากกว่า ใบหน้าหวานยิ้มแย้มออกหรุงลงมองท้องของอีกฝ่าย


      หลาน


     “ตรวจล่าสุดหกเดือนแล้ว ที่บ้านดีใจกันใหญ่สุดท้ายห้ามออกนอกจวน ที่ออกมาได้ก็ต้องมีคนคอยตามมาด้วย” จางฝูเอ่ยพรางยกมือขึ้นลูกท้องของตัวเอง ท้องรอบนี้เล็กกว่าคราที่แล้ว เดินเหินสบายกว่าครั้งก่อนมากนัก


       หลาน


        “เรื่องนั้น….ข้าไม่แน่ใจ จะว่าอย่างไรดี อ่าา...ย้วยเยี้ยจนจำไม่ได้จริงๆ”จางฝูเอ่ยพรางนึกย้อนไปคืนเข้าหอแล้วก็ได้แต่กุมขมับ ไม่รู้ว่าลูกที่นอนอยู่ในท้องนี่มาจากฝีมือคุณพ่อคนไหนกันแน่


      หลาน


       “คงไม่กล้า รุนแรงคงถูกข้าถีบออกหรือไล่ไปนอนพื้นแทน”จางฝูอมยิ้มพูดแล้วหรี่ตามองเจ้าเจี้ยบน้อย “เจ้านี่ก็นับว่าเก่งนะ ตัวแค่นี้แต่รอดคืนวันเข้าหอมาได้จนป่องเนี่ย”


     หลาน


      “โถ่เจี้ยบน้อยที่น่าสงสาร แล้วเขารู้รึไม่ว่าเจ้าท้อง พี่เดาว่าคงไม่รู้” จางฝูพูแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจบุรุษหน่อบุรุษได้แต่แทง แต่ไม่นับเดือนเลยจริง หรือจะเป็นไปได้ไหมที่เขาไม่มั่นใจว่าจะเเข็งแรงพอให้ฮูหยินตัวเองตั้งท้องได้


      หลาน


     สองสาวสนทนากันอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งท่านหมอกู้หานกวงเดินมาตรวจรักษาตามปกติ เห็นมีสตรีแปลกหน้าก็ไม่พูดอะไรสั่งสตรีผมเงินยื่นแขนตรวจชีพจร ส่งสัญญาณให้สาวใช้นำยาบำรุงสามชามเข้ามา


      “ดื่ม.. ไม่ดื่มคงต้องจับกรอก” กลิ่นขมจนเขียวคอหลิงหลานจำใจหลับตาปี๋บีบจมูกแล้วเทลงปากอ่อคๆ


      หยาเหยี่ยนหวางเดินกลับมาถึงเรือนปีกขวาพร้อมกับสามีของใครบางคน “หานกวงได้สมุนไพรเพิ่มแล้วหรือ? จริงสิแม่นางจางฝูตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้วไม่สู้อยู่ทานอาหารเย็นพร้อมเสี่ยวหลานด้วยเลยดีไหม? นางดูสดชื่นร่าเริงขึ้นเมื่อเจอท่าน ถ้าอย่างไรเดินทางเหน็ดเหนื่อยไม่รีบร้อยมีธุระก็พักที่จวนเปิ่นหวางสักคืน จะให้พ่อบ้านจัดเรือนตะวันตกไม่นานก็พร้อม แบบนี้ให้ดีรึไม่”


     หลาน


      “เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านอ๋องแล้วเจ้าค่ะ”จางฝูหันไปเอ่ยพรางมองสามีตัวเองที่เดินมายืนข้างๆ


@Admin
@LingHao

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2019-10-4 23:30
คุณได้รับ +30 คุณธรรม โพสต์ 2019-10-4 23:30

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -42 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -42 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x8
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x1
x3
x8
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x14
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x43
x600
x399
x96
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x162
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x56
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x54
x200
x100
x800
x5
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x88
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x9
x1676
x1
x2
x1360
x2290
x35
x1523
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x260
x126
x225
x590
x39
x111
x432
x994
x1
x23
x616
x5
x458
x144
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x794
x490
x4
x2
x724
x794
x450
x165
x9999
x1872
x500
x325
x25
x42
x17
x69
x23
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x62
x1
x9
x153
x264
x698
x5450
x73
x11
x210
x446
x143
x2400
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x614
x1866
x830
x108
x205
x107
x11
x101
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x177
x263
x500
x2
x51
x1803
x9
x158
x200
x6662
x702
x280
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x14
x678
x8
x1439
x9
x1748
x313
x958
x1169
x946
x1030
x667
x199
x134
x195
x745
x1580
x807
x92
x155
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1195
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x616
x24
x280
x1245
x157
x248
x1444
x8146
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1

1327

กระทู้

4805

โพสต์

76หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19471730
เงินตำลึง
191955
ชื่อเสียง
323676
ความหิว
1741

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33539
ความชั่ว
8919
ความโหด
64378
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-10-4 02:30:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-10-4 03:29


เบิกหนทางใหม่ให้โชคให้ลาภ
1543
สมาคมทรงครรภ์กัลยา

          พ่อบ้านโก่วรับแจ้งว่ามีจอมยุทธ์หนี่เถี่ยมาเยี่ยมหาแม่นางหลิงหลาน หลังจากมีเหตุการณ์ชาบผมขาวนำอาหารมาส่งแล้วเป็นผลให้เกิดเรื่องวุ่นวายจนคนป่วยอาการทรุดไป เขาก็ได้รับคำสั่งเข้มงวดว่าหากมีใครมาขอพบหรือฝากของให้ดรุณีที่เรือนปีกขวาจะต้องผ่านความเห็นชอบรายงานหวางเย่ก่อน ทว่าแม่นางและหวางเย่ออกไปเดินเล่นประจำวันยังไม่กลับดังนั้นโก่วเสียนจึงออกไปรับหน้า

           “จอมยุทธ์หนี่เถียได้ยินชื่อเสียงมานาน โอ้.. มากับสามีสินะขอรับ เชิญๆ ที่นั่งพักห้องโถงก่อน หวางเย่ทรงพาแม่นางหลิงหลานออกไปเดินเล่นเวลานี้อีกสักครู่คงกลับมาถึงแล้ว” พ่อบ้านประจำจวนผายมือเชิญทั้งสองท่านไปยังโถงทางเดิน

           “ขอบคุณท่านพ่อบ้าน” จางฝูเอ่ยพร้อมยิ้มให้ก่อนเดินตามเข้าไปยังด้านในจวนแม้จะมีสีหน้าสงสัยเล้กน้อยกับการบอกเล่าของพ่อบ้าน

           “ท่านพ่อบ้าน ไม่ทราบท่านอ๋องกับน้องหลานมีความสัมพันธ์ใดกันหรือ นางมิเคยเล่าว่ารู้จักกับท่านอ๋องมาก่อน จู่ๆไยแลดูสนิทสนมถึงไปเดินเล่นด้วยกันได้” คล้ายเก็บความสงสัยไม่อยู่จางฝูจึงได้ตัดสินใจที่จะเอ่ยถามออกมา

          มีสาวใช้ช่วยจัดแจงสำรับน้ำชาและขนมหวานนานาชนิดให้แก่ทั้งสองท่าน บ่าวไพร่ในจวนล้วนมีระเบียบเรียบร้อยและแอบส่งสายตาสังเกตจอมยุทธร์หญิงสุดแกร่งดั่งตำนานที่มีชีวิตตรงนั้นประหนึ่งชื่นชมเป็นระยะ
         
         พ่อบ้านโกวลูบเคราอย่างคันปากอยากเล่า “เรื่องนี้….ตอนแรกแม่นางหลิงหลานไม่ใช่แขกของหวางเย่หรอกขอรับ แต่เป็นผู้ทำสัญญาจ้างของทางจวนอ๋องช่วยนำสานส์กับของฝากไปถวายพระมารดาหวางเย่ในวัง ทว่าขากลับมาแม่นางเกิดป่วยไข้เสียก่อนหลังจากหมดสติ ท่านหมอกู้ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ได้สี่เดือน ร่างกายอ่อนแอแทบไม่ได้บำรุงจึงรั้งอยู่รักษาตัวในจวนแห่งนี้ขอรับ”

           ปี้ฮุยที่ไม่ได้ตามเสด็จหวางเย่ไปด้วยกล่าวเสริมด้วย “อีกทั้งแม่นางหลิงหลานคล้ายจะมีปัญหากับบิดาของเด็กในครรภ์ สภาพจิตใจกระทบกระเทือนสุขภาพหวางเย่จึงทรงหักพระทัยส่งนางออกเดินทางไม่ได้เจ้าค่ะ”

           “ใช่แล้ว เทียบกับการไปพักโรงเตี้ยมหวางเย่ทรงมองการณ์ไกลว่าจวนอ๋องมีครบที่พัก ท่านหมอกู้ก็มากฝีมือคนดูแลอยู่กันพร้อมหน้า อีกทั้ง...ดูเหมือนหวางเย่จะทรงเห็นใจเอ็นดูแม่นางหลิงหลานไม่น้อยทีเดียว เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ล่ะขอรับ” โก่วเสียนทราบแล่วว่าอีกฝ่ายคือจอมยุทธ์หนี่เถีย และยังเป็นสหายของแม่นางน้อยผมเงินจึงบอกกล่าวตามตรงอย่างไม่มีปิดบัง พร้อมยิ้มแย้มราวกับเห็นเป็นเรื่องดี “ส่วนที่ว่าสนิทสนมนั้น.. หวางเย่ของพวกเราท่านเป็นบุรุษที่มีเมตตาและปฎิบัติต่อคนรอบข้างดุจญาติมิตรขอรับ ทั้งแม่นางหลิงหลานเองก็มีบุคลิกเปราะบางชวนให้คนถนอมเอ็นดูนัก”

       “ห่ะ มีปัญหา ปัญหาอะไรคุณชายเหยียนเองดูท่าทั้งรักทั้งหวง โอ๋นางเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน มีปัญหาอะไร”จางฝูได้ยินก็พลันขมวดคิ้วอย่างนึกไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก มีเรื่องเช่นนี้ มิน่าจึงไม่เห็นคุณชายเหยียนผู้นั้นอยู่แถวๆนี้

         ปี้ฮุยที่อยู่ด้วยตลอดตอนเกิดเรื่องคืนก่อนนี้ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “แต่ว่าเมื่อคืนอาการแม่นางทรุดหนักเพราะเรื่องนี้ล่ะเจ้าค่ะ เพียงแค่สานส์สั้นๆ หนึ่งคำจากบุรุษผมขาวผู้นั้นทำให้นางตกใจกลัวเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียง บอกว่า ‘เขา’ จะมาทำร้าย ล่ามบ้าง ตีบ้าง ไหนจะใส่ปลอกคออีกหวางเย่ทรงปลอบอยู่นานค่อยสงบลง นี่ยังไม่นับเรื่องมะรืนก่อน...”

          “ปี้ฮุย!! เรื่องนี้เจ้ามีสิทธิ์พูดได้หรือ? ไปดูในครัวไปว่าเตรียมสำรับพร้อมหรือยังอีกไม่นานก็ได้เวลาเจ้านายกลับมาแล้ว!!” พ่อบ้านเอ็ดดุสาวใช้แล้วไล่ให้ไปทำหน้าที่ส่วนอื่น จากนั้นหยักยิ้มสนทนาเรื่องสัพเพเหระแทน

         “....”

         “ฮะ..ฮูหยิน” เจี๋ยเฟยที่นั่งอยู่ข้างหันมองพร้อมเอ่ยเรียกฮูหยินตนเอง ดูจากการที่นางกำจอกชาเสียแน่นป่านนี้ เดาได้ไม่ยากว่ากำลังหัวเสียสุด ภาวนาอย่างยิ่งไม่ให้นางทำอะไรวู่วาม อย่างเช่นวิ่งไปกระโดดเตะก้านคอใครอีกเช่นเดี๋ยวกับที่เคยเกิดขึ้นกับองครักษ์ต้วน

        “สงสัยว่า หากเจอหน้ากันคงมีเรื่องต้องพุดคุยกันเสียหน่อยแล้วกระมังคุณชายเหยียนคนนี้” จางฝูกล่าวเอ่ยเสียนิ่งแล้วยกจอกชาขึ้นดื่มเพื่อดับอารมณ์ร้อนๆ บนหัว

         ไม่ถึงเค่อหนึ่งต่อมารถม้าอันสมฐานะก็เล่นกลับถึงจวนอ๋อง หลิงหลานรับการประคองของจู้เอ๋อร์เดินตามหลังเจ้าของจวนเข้าไปติดๆ ฟังเสียงบ่าวมารายงานว่ามี ‘จอมยุทธ์หนี่เถี่ยมารอพบแม่นางหลิงหลาน’ ดวงตาที่กำลังเอื่อยเฉื่อยเพราะเดินจนล้าพลันสดใสขึ้นทันที นางผละออกจากสาวใช้แล้ววิ่งทั่กๆ ยกชายกระโปรงนำหน้าหวางเย่ไปที่ห้องโถง เพียงเห็นแผ่นหลังของสหายกับคุณชายหลินก็หยุดแล้วสูดหายใจลึก ก้าวเร็วๆ เข้าไป

            “เสี่ยวหลาน!! อย่าเร่งร้อนนัก” บุรุษในอาภรณ์ราชนิกูลทันเห็นแสงสีเงินพุ่งแว่บก็เอ่ยรั้งแต่ไม่ทัน ได้แต่สาวพระบาทตามนางเข้ามา

            “พี่สาวจาง!! คุณชายหลิน ไม่นึกเลยว่าจดหมายจะไปถึงเร็วขนาดนี้ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะเดินทางลำบากรึไม่...อ้าว” ดวงตาคู่หวานมองลงยังหน้าท้องที่นูนจนเด่นชัดของอีกฝ่าย รอบก่อนตอนลงแช่น้ำยังไม่พองโตขนาดนี้ เหลือบตามองคุณชายเจี๋ยเฟยยิ้มๆ “คนนี้คนที่เท่าไรแล้วนา…”

        “สี่แล้ว แม่นางหลิงหลาน” แม้จะไม่รู้ว่าฝีมือใคร อย่างไงก็ลูก อวดเสียหน่อยก็คงไม่เป็นหัวออกมาสีอะไรค่อยไปนับลำดับเอา

        “น้องหลาน ได้ข่าวเจ้าท้องอ่อนๆอยู่ วิ่งเช่นนี้ได้หรือ เป็นอะไรขึ้นมาจักทำอย่างไร” จางฝูจากที่อารมณ์ขุ่นมั่วราวหมอกควันเวลาเกิดไฟไหม้อยู่ก็พลันเปลี่ยนไปราวหน้ามือเป็นหลังมือ ร่างบางที่ยามนี้หน้าท้องเรียกว่าทูนจนมองออกแล้วว่าท้องเดินตรงไปหยุดยืนเบื้องหน้าเจ้าเจี้ยบดื้อ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา

        “น้องหลาน มีอะไรจะเล่าให้พี่สาวคนนี้ฟังรึไม่!”

         “เอ๋.. เรื่องอะไยหยอ” กระปริบตามองงง มองซ้าย มองขวา “อ้อ!! เรื่องงานแต่งน้องอิงฮวาใช่ไหม จริงด้วยของขวัญข้าเตรียมเอาไว้แล้วเพียงแต่พี่สาวกำลังอุ้ยอ้าย.. เดินทางอีกจะดีหรือเจ้าคะ?”

         “เจ้าอย่าวิ่งเร็วนักสิ.. ท่านหมอก็บอกแล้วว่าครรภ์อ่อนแอยาบำรุงต้องกินเพิ่มสักสามเทียบดีรึไม่?” ในที่สุดหยาเหยี่ยนหวางก็ปรากฎกายในห้องโถงพร้อมรอยยิ้มดุจแสงตะวันที่สาดส่อง พระพักตร์อบอุ่นจริงใจเพียงกวาดพระเนตรมายังสตรีชุดเขียวราวกับรวมพลทรงครรภ์กัลยาหนนี้เชิงทักทาย แล้วกึงดุอีกฝ่ายเจ้าคนผมเงิน "เสี่ยวหลานมักไม่ค่อยระวังตัวแบบนี้.. ซุกซนยิ่ง ทำเอาหมอกู้ปวดหัว เปิ่นหวางเองก็กังวลไม่รู้หายหากไม่มีคนดูแล ก็ยิ่งละเลยตัวเอง"

          “แม่นางคงเป็นจอมยุทธ์หนี่เถี่ยที่เสด็จพ่อทรงตรัสถึง ท่วงท่าองอาจงดงามสมคำร่ำลือ… ส่วนด้านนี้คือ?” หยาเหยี่ยนหวางกล่าวอย่างเป็นมิตรพร้อมทอดพระเนตรไปทางแขกทั้งสอง มีบุรุษรูปลักษณ์หมดจดผู้เป็นจอมยุทธ์นั่งคู่กันมาด้วย

        “คารวะท่านอ๋อง ถูกแล้วเป็นหม่อมฉันเองแต่จะกรุณามากหากทรงเปลี่ยนเป็นเรียกชื่อแทนหม่อมฉันจางฝูเพคะ ส่วนด้านข้าคือสามีของหม่อมฉันเองเจี๋ยเฟย”  จางฝูหันไปยกมือประสานเอ่ยตอบด้วยท่าทีสุภาพ

        “คารวะท่านอ๋องกระหม่อมหลินเจี๋ยเฟยขอรับ” เจี๋ยเฟยรีบเอ่ยกล่าวแนะนำตัว แม้ตัวจะเร่รอนไม่ออกงาน แต่สมัยเด็กก็ถูกบิดาบังคับออกงานอยู่บ่อย เรื่องมารยาท หากจำเป็นก็ต้องใช้
            
          หลิวตานทราบในทันทีหากจำไม่ผิดหญิงสาวชุดเขียวที่กำลังตั้งครรภ์แต่ยังดั้นด้นเดินทางมาเยี่ยมสหายนี้ ก็คือสตรีเหล็กอันโด่งดังในราชสำนักนางจะมีบุคลิกที่พิเศษอยู่บ้างก็ไม่แปลกเลย พยักหน้าอย่างชื่นชมคู่สามีภรรยาที่สร้างคุณูปการแก่ราชสำนักมามากล้นพร้อมสั่งพ่อบ้านให้จัดโต๊ะเพิ่ม

          “ดี แม่นางจางฝูเปิดเผยตรงไปตรงมายิ่งคุณชายหลินมีวาสนานักได้แต่งฮูหยินผู้โดดเด่น มากความสามารถอุปนิสัยไม่ซ้ำใคร” ทรงแยิ้มยิ้มแต่แล้วเห็นได้ว่าสตรีผมเงินมีท่าทีคล้ายต้องการสนทนาบางอย่างกับสหาย ตนจำไม่ผิดวันก่อนมีจดหมายงานมงคลในวงมิตรสหายข่าวย่อมถึงไว “พวกเราอย่ารบกวนสาวๆ เลย คุณชายหลินท่านดูหน่วยกานไม่เลวคงจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ท่านหนึ่ง ไม่ราบพอจะชี้แนะเพลงกระบี่เปิ่นหวางสักสองสามกระบวนท่าได้รึไม่?”
        
        “อ่า..ขอรับ ได้แน่นอน” เจี๋ยเฟยเหลือบมองฮูหยินตนอยู่เพียงครู่แล้วจึงเอ่ยตกปากรับคำท่านอ๋องไป อย่างไรเรื่องของสตรีให้สตรีคุยกันเองน่าจะปลอดภัยต่อชีวิตน้อยๆของเขาที่สุด อีกทั้งคนทีี่พูดคุยด้วยนางก็เห็นเป็นสหายและน้องสาวคงจะไม่วู่วามพลีพล่ามอย่างแน่นอน

         “ฮะๆ เช่นนั้นก็ดี วางใจเถอะมีปี้อุยกับจู้เอ๋อร์คอยดูแลพวกนางอยู่ ส่วนพ่อบ้านไปเตรียมลานฝึกเถอะอย่าลืมพวกของว่างไปทางเรือนปีกขวาด้วย เสี่ยวหลานรอหานกวงกลับมาข้าจะไปดูว่าเจ้าดื่มยาครบไหม” ยังไม่วายสั่งความแล้วคาดโทษสตรีผมเงิน

         “ขอรับ/เจ้าค่ะ” เหล่าบ่าวแยกออกเป็นสองทาง ด้านหนึ่งติดตามเสด็จหวางเย่ อีกด้านมายังเรือนด้านขวา

         ‘ว้าว เหมือนเขาอ่านใจได้’ หลิงหลานอยากยกนิ้วโป้งถวายหวางเย่ ในที่สุดนางก็สามารถมีเวลาส่วนตัวไปสนทนากันตามประสาผู้หญิง

          รอคอยจนในที่สุดเข้ามานั่งที่เรือนด้านในแล้ว การตกแต่งเป็นไปอย่างเรียบง่ายทว่าใช้วัตถุดิบอย่างปราณีต เก้าอี้ไมหนานมู่บุนวมไว้คำนึงถึงคนท้องทั้งสองเพื่อไม่ให้เมื่อยตัวเวลาลุกนั่ง น้ำร้อนน้ำชาครบ ขาดก็แต่สาวใช้ด้านหน้าที่ไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไป…

          “หวางเย่รับสั่งให้ข้าน้อยคอยดูแลคุณหนูเจ้าค่ะเผื่อมีเรื่องฉุกเฉิน” ปี้ฮุยตอยด้วยดวงตาน่ารักสดใสจนคนตีไม่ลง

           ‘บางทีพวกเจ้าก็ตั้งใจทำงานเกินไป.. เขาจ้างร้อยทำหมื่น!!’ หลิงหลานเม้มริมฝีปากท้ายสุดสั่งทั้งสอง “เช่นนั้นหันหน้าเข้ากระดานถ้าไม่เรียกก็ไม่ต้องหันมา”

           “เจ้าค่ะคุณหนู!!” สองสาวใช้ทำตามอย่างว่าง่าย ส่วนหูนี่ผึ่งรอฟังเก็บข้อมูลเต็มที่

           “เอาล่ะพี่สาว… ข้าไม่รู้จะเริ่มเล่าที่เรื่องไหนก่อนดีเกิดเรื่องขึ้นมากมายเหลือเกินเริ่มจากเรื่องของท่านก่อนดีไหม?” มือน้อยยกขึ้นกุมขมับแล้วนวดเบาๆ กระพริบตาเชิงว่าเรื่องราวของฝั่งพี่สาวคงสั้นกว่า “อย่าง.. จดหมายของน้องอิงฮวาที่ส่งหาท่านได้ลงสถานที่จัดงานไว้หรือเปล่า? แปลกจริงชวนคนแต่ไม่มีที่ระบุสถานที่รึนางจะถูกหลอกไปขาย?”

        “เรื่องของข้า?” จางฝูกล่าวทวนพรางเลิ่กคิ้วมองอีกฝ่าย “เจี้ยบน้อย หากถูกจับไปขายคงไม่มีเวลานั่งเขียนจดหมายกระมัง” จางฝูอดส่ายหัวกับความคิดประหลาดๆของคนเบื้องหน้าไม่ได้

        “ในจดหมายข้าก็ไม่มีระบุสถานที่เอาไว้ คงทำได้เพียงส่งของกำนันไปให้แทน” จางฝูเอ่ยก่อนหยุดเว้นวรรคหายใจแล้วมองมองจ้องไปยังเจ้าเจี้ยบตัวดีด้วยท่าทีจริงจัง “เรื่องของเจ้ามันเกิดอะไรขึ้น คุณชายเหยียนตีเจ้าหรือ ให้พี่ไปตีเขาคืนดีรึไม่ เรื่องเช่นนี้ไยไม่บอกพี่หืม”

          "อ้าวเช่นนั้นลำบากแล้ว.. หนนี้ข้าจดหมายถึงพี่ก็ด้วยอาการไม่ค่อยดี.. อย่างที่หวางเย่กล่าวไม่สามารถเดินทางได้ในระยะนี้กะว่าฝากของขวัญอวยพรไปกับท่าน แล้วค่อยไปขอขมานางที่หลัง..." เอ่ยถึงเรื่องหนึ่งจบไปมาเข้าเรื่องเคร่งเครียด ดรุณีผมเงินยกมือแตะหน้าท้องที่เริ่มนูนออกเบาๆ โดยไม่รู้ตัว สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลใจ

          “...พี่สาวจำที่หลิงหลานเคยเล่าได้ไหม ว่าก่อนจะมายังดินแดนนี้เหยียนหลาง.. เคยโหดร้ายมาก่อนอันที่จริงครั้งนั้นข้าเล่าอย่างรวดรัด เป็นเพราะอดีตล้วนผ่านไปแล้วที่ผ่านมาเขาปฎิบัติต่อข้าดีขึ้นมาก คิดว่าคงเปลี่ยนตัวเป็นคนใหม่แต่แล้วเมื่อกลางเดือนก่อน...”

             นึกถึงเรื่องที่ถูกกระทำในป่า ถ้อยคำข่มขู่นั้นไปเปิดเอาความทรงจำคละคลุ้งกลิ่นคาวเลือดขึ้นมา หลิงหลานลำคอแห้งเผือดยื่นมือสั่นๆ ไปรินน้ำชาให้ตนเองน้ำชายังกระฉอกออกจนลวกมือ “.....เขาก็กลับโหดร้ายขึ้นมาอีก รุนแรงกับข้ากลางป่าบอกว่าข้าเป็นของเขา ให้จดจำไว้ใส่ใจ บอกว่าข้าให้คนอื่นแตะต้องกลับไม่ยอมให้เขา ‘ทำ’ พี่สาวตอนนั้นเขาน่ากลัวมาก ขอร้องรึพูดอย่างไรก็ไม่ฟัง หลิงหลานกลัวมากจริงๆ”

         “ไยเจ้าไม่บอกข้า หรือบอกมารดาบุญธรรมเจ้า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้องหลาน ตอนนี้เจ้าท้องหากเป็นอะไรคือชีวิตเจ้ากับลูก เอาละตอนนี้อย่างพึ่งไปคิดมากปวดหัวปวดสมอง” จางฝูเอ่ยพยายามอย่างยิ่งไม่ให้สติแตกวิ่งออกไปไล่เตะคน  “ฟู่ววว...ที่สำคัญตอนนี้คือเจ้าต้องรักษาตัวให้แข็งแรง ข้าอยู่นี่ไม่ยอมให้เขาตีเจ้าอีก ถ้าเขากล้าตีเจ้าพี่จะพาเจ้าหนีออกนอกด่านไปเลยดีรึไม่” จางฝูเอ่ยพร้อมยื่นมือหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาพันรอบมือที่โดนน้ำชาลวกของอีกฝ่ายเอาไว้

          “ซุมซ่ามนัก”

           “มีท่านที่ดีต่อข้าจริงๆ” เจี้ยบน้อยมองสตรีตรงหน้าอย่างซาบซึ้ง แต่แล้วก็ถอนหายใจอย่างปลงไม่ตก มือที่โดนลวกยังร้อนผ่าวมิเท่าจิตใจ "ความจริง... ท่านเองก็กำลังจะมีหลานน้อยเรื่องนี้ไม่ควรเล่าให้พี่สาวเป็นกังวลเลย ข้าเองพึ่งมาทราบภายหลังว่าตนเองตั้งครรถ์ ตอนแรกตั้งใจจะหลบหน้าเขาเฉยๆ เพราะใจหวาดกลัว ตอนนี้ยิ่งไม่สามารถพบเขาได้กลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับลูกที่ยังไม่เกิด พี่สาว.. ข้าจะบอกใครได้ยังไง บอกไปก็ล้วนถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ ไม่มีอะไรจะเสียก็จริง..แต่จะให้ลูกรับเคราะห์คงไม่ดีแน่"

            ปี้ฮุยแทบจะซับน้ำตากับความน่าสงสารของสตรีผมเงิน ด้านจู้เอ๋อร์คนสนิทหวางเย่ที่กล้ากว่าหันไปพูดแล้วว่า “คุณหนูอยู่ในจวนนี้หวางทรงออกปากแล้วไม่ให้ใครมาทำร้ายได้ วางใจเถอะพวกเราจะปกป้องท่านจากคนใจโฉดนั่นเอง!!”

            “ข้ายังไม่ได้ให้หันมาเลยนะ….” หลิงหลานปิดหน้าเริ่มอยากจะร้องไห้ เพราะแบบนี้นางถึงไม่อยากเล่าเรื่องร้ายๆ ให้ใครฟัง
        
        หยดปราณวารีถูกกลั่นออกมาเหลาจนเป็นเสี้ยวแหลมพุ่งเฉี่ยวหน้าหญิงรับใช้ที่หันมาพูดจ่อโดยไม่รับอนูญาติ ถือเป็นการเตือนกรายๆ “บ่าวรับใช้จวนนี้ รับการสั่งสอนมาไม่ดีกระมัง ถึงขั้นฟังเรื่องนายพูดแล้วออกความเห็นโดยไม่ที่นายยังไม่ได้ถามเช่นนี้”

        “เรื่องในวันนี้หากพวกเจ้ากล้าพูดต่อหรือเล่าให้ใครฟังข้าจักเอามีดเฉาะปาก เลาะฟันพวกเจ้า!!!”

        “ฟู่ววววว…..”จางฝูหลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้าก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช่วงนี้คล้ายนอนไม่พอหรือเดินทางหนักไปกระมัง อารมณ์แปรปวรเช่นนี้ จางฝูหันกลับมานั่งนึกเสียใจกับเรื่องที่ตัวเองพึ่งพูดออกไปเมื่อครู่ แต่ก็คงไม่ทันแล้ว

         "ขออภัยเจ้าค่ะแม่นาง!! จู้เอ๋อร์ไม่กล้าแล้ว!!"  จู้เอ๋อร์รีบคุกเข่าขออภัย ตนอยู่ดูแลหญิงสาวผมเงินเห็นนางเปราะบางและอมทุกข์ เมื่อทราบเรื่องราวจากความสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นเห็นใจและอยากปกป้องทว่าตนเป็นป่าวไม่ควรสอดปากจริงๆ นั่นล่ะ

         เอ่..เหมือนว่าอารมณ์คนท้องมักแปรปรวนจึงไม่แปลกใจที่พี่สาวจะเกรี้ยวกราดรุนแรง ปกติจะเยือกเย็นก็กลายเป็นระอุได้เหมือนกัน นางเห็นใจทั้งสองฝ่ายจึงลูบหลังมือสหายตนพูดตำหนิแต่แท้จริงแล้วเป็นการช่วยแก้สถานการณ์

           “พี่สาวละเว้นนางเถอะเจ้าค่ะ จู้เอ๋อร์เป็นคนสนิทที่หวางเย่ส่งมาดูแลเชื่อว่านางคงไม่เอาไปพูดแน่ เอาล่ะพวกเจ้าทั้งสองออกไปเถอะ ไว้ถึงเวลาทานยาแล้วค่อยเรียกข้านะ” ป้องกันการเกิดเหตุคนท้องฆาตกรรมสาวใช้จวนอ๋อง หลิงหลานลงแรงไปมากจริงๆ สายตามองส่งหนนี้ไล่แล้วยอมไปค่อยถอนหายใจโล่ง

           เจี้ยบน้อยเอนลงพิงกับพนัก “ฮู่ว… ไปสักทีวันๆ จับจ้องเสียแทบไม่เป็นอันทำอะไร แต่ถึงแบบนั้น..หวางเย่ก็ทรงเมตตาข้ามากจริงๆ หากไม่ใช่เพราะเขาข้ากับลูกคง… ไม่ได้อยู่มาคุยกับพี่ตรงนี้แล้ว”

        “หากยังไม่สบายใจนักเจ้าจะพักอยู่ที่นี่ก่อนพี่ก็ไม่ว่าอะไร น้องหลานชีวิตคู่มีสุขและเศร้า หากเรื่องได้ผ่อนปรนได้ก็ทำ ส่วนเรื่องคุณชายเหยียนนั้น ปล่อยให้เขาคิดสำนึกเอาเองก่อน เมื่อเขาสำนึกได้ ก็เป็นที่ต้องเลือกจะให้โอกาสรึไม่” จางฝูฐานะคนที่แต่งงานมาก่อนเรื่องชีวิตคู่นั้นเปาะบาง หย่อนไปก็เฉาตึงไปก็ขาดต้องพอดีจึงอยู่รอด ที่นางพูดมิได้หมายความว่าให้อีกฝ่ายยอม แข็งได้ แต่ต้องรู้อ่อนจึงจะไปรอด

         เข้าถึงเรื่องนี้นิ้วน้อยสองข้างแตะชนกันพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ “ข้าลองมาคิดดูแล้วการที่ข้ารักเขาก็เกิดขึ้นจากความกลัว การรักเขากลายเป็นเพื่อให้ตนเองอยู่รอดพัวพันแบบนั้น. ตอนนี้ความกลัวปะทุรุนแรงมากกว่าจึงไม่กล้าพบหน้า พี่สาวคิดว่าหลิงหลานหนีมาแบบนี้เกือบทำให้ตนเองและลูกต้องตกอยู่ในอันตราย มาอาศัยพึ่งชายคาบ้านผู้อื่นดุจลูกนกลูกกา รบกวนจนหวางเย่ทรงเดือดร้อน แยกพ่อแยกลูก… ข้า ทำกับเขาเกินไปรึไม่?”

        “เรื่องนี้ไม่ใช่พี่ที่เป็นคนตัดสิน น้องหลานเป็นเจ้า ครอบครัวนี้เป็นของเจ้า เจ้าก็มีสิทธ์จะเลือกว่าจะทำเช่นไรกับมัน ถ้าเป็นเจี๋ยเฟยทำกับข้าเช่นนั้นคงวิ่งไปต่อยเขาสักทีสองที หรือจับทำเป่าล่อมีดให้หายแค้นแล้วจึงค่อยพูดคุย” จางฝูเอ่ยพรางยิ้มกว้างออกมา

           “เช่นข้าคงต่อกรเขาไม่ไหว.. ฮะๆๆ” ฟังแล้วหัวเราะแห้งๆ สมเป็นคู่สามีภรรยาชาวยุทธ์ดีแท้ นางยังเถื่อนไม่พอไม่งั้นจับสามีตุ๋นทำน้ำแกงซดบำรุงครรภ์ไปแล้ว "...ข้าไม่ได้เกลียดเขา แต่ก็กลัว กลัวจนแค่นึกถึงมือมันก็สั่นไปหมดเรื่องราวหลายปีก่อนกลายเป็นปมในใจ สมัยที่เขาเห็นข้าเป็นเพียงแค่ทาสหรือของเล่นชิ้นหนึ่ง ไม่มีสิ่งไหนยืนยันได้เลยว่าเขาจะกลับไปโหดร้ายเช่นนั้นอีก ยากจะวางใจ แล้วข้าจะฝากฝังชีวิตตนเองกับลูกคนนี้..ไว้ที่เขาได้อย่างไร”

           หยาดน้ำตาเม็ดใสไหลออกเพียงหยดเดียวที่หางตา หลิงหลานรีบปาดออกนางไม่อยากเศร้าต่อหน้ามิตรสหาย เลือกหนทางที่จะยิ้มแย้มเวลามาพบกันแต่ละทีแสนสั้น แสนไกล แสนยากลำบาก ตนอยากสร้างความทรงจำที่ดีเอาไว้มากกว่า ใบหน้าหวานยิ้มแย้มออกหรุบลงมองท้องของอีกฝ่าย

          “ไม่พูดเรื่องข้าแล้ว พี่สาวล่ะหลานน้อยคนนี้กี่เดือนแล้วนะ.. ดูจากการที่ท่านสามารถเดินทางมาถึงหลันเยี่ยได้ครรภ์ต้องแข็งแรงมากเป็นแน่ หากมีเวลาลองแวะที่ร้านจี้ฮวาหลันเยี่ยสิฟังว่าข้าวไก่ไห่หนานเป็นตำรับดังเชียว น่าเสียดาย..ช่วงนี้ข้าแพ้ท้องเดินทางเพื่อจะมาลิ้มลองดันกินไม่ได้เสียเที่ยวจริงๆ”

         “ตรวจล่าสุดหกเดือนแล้ว ที่บ้านดีใจกันใหญ่สุดท้ายห้ามออกนอกจวน ที่ออกมาได้ก็ต้องมีคนคอยตามมาด้วย” จางฝูเอ่ยพรางยกมือขึ้นลูกท้องของตัวเอง ท้องรอบนี้เล็กกว่าคราที่แล้ว เดินเหินสบายกว่าครั้งก่อนมากนัก

         อมยิ้มฟังแล้วอดไม่ได้ที่จะสงสัยในเมื่ออีกฝ่ายมีสามีสองคนตามธรรมเนียมต้าหว่าน นางเข้ากะซิบถาม “ถามจริงๆ นะพี่สาว ท้องนี้ใช่ของคุณชายหลินแน่หรือ? ท่านแยกยังไง”

         “เรื่องนั้น….ข้าไม่แน่ใจ จะว่าอย่างไรดี อ่าา...ย้วยเยี้ยจนจำไม่ได้จริงๆ” จางฝูเอ่ยพรางนึกย้อนไปคืนเข้าหอแล้วก็ได้แต่กุมขมับ ไม่รู้ว่าลูกที่นอนอยู่ในท้องนี่มาจากฝีมือคุณพ่อคนไหนกันแน่

          “อู้ว… เหมือนแบบพอดีมันมืดอะไรแบบนี้ใช่ไหมพี่สาว อื่มๆ น่าสนใจนะเจ้าคะพอมีสามีสองคนคอยเอาใจเลยกลายเป็นว่า พวกเขาคงไม่กล้ารุนแรงหรือทำตัวไม่ดีใส่สตรีที่รัก ไม่อย่างนั้นคงโดนอีกคนแย่งความสนใจไปจนหมด.. หรือว่าหลิงหลานพลาดที่จุดนี้กันนะแต่งกับบุรุษคนเดียว จนเขาเหลิงแทบจะขึ้นมาอยู่บนหัวเรา..” มือกุมคางคิด รึตนควรเข้ารีตต้าหว่าน? แต่จะให้หาบุรุษที่สามารถคัดง้างโดนสามีตนตบแล้วไม่ตายรอดมาเข้าหอด้วยได้คงจะยากแฮะ

        “คงไม่กล้า รุนแรงคงถูกข้าถีบออกหรือไล่ไปนอนพื้นแทน” จางฝูอมยิ้มพูดแล้วหรี่ตามองเจ้าเจี้ยบน้อย “เจ้านี่ก็นับว่าเก่งนะ ตัวแค่นี้แต่รอดคืนวันเข้าหอมาได้จนป่องเนี่ย”

          “.................มันแบบว่าเหมือนตอกเสาเข็มอ่ะค่ะพี่” กุมขมับจนถึงทุกวันนี้ก็ยังทำใจให้ชินมิได้เลย ด้วยขนาดของสามีผิดมาตราฐานไปไกลขอไม่ผ่านวีซ่าแน่นอน “อันที่จริงถ้านับอายุครรภ์ ก็คงจะ..ติดตั้งแต่วันงาน ฮือ ทำไมพวกเขาไม่ป่องเองบ้างมีแต่สตรีที่ลำบาก โดนแทงก็แล้วยังต้องอุ้มท้องออกไข่อีก!!”

         “โถ่เจี้ยบน้อยที่น่าสงสาร แล้วเขารู้รึไม่ว่าเจ้าท้อง พี่เดาว่าคงไม่รู้” จางฝูพูแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจบุรุษหน่อบุรุษได้แต่แทง แต่ไม่นับเดือนเลยจริง หรือจะเป็นไปได้ไหมที่เขาไม่มั่นใจว่าจะเเข็งแรงพอให้ฮูหยินตัวเองตั้งท้องได้

          กระพริบตาอย่างพยายามคิดแต่ก็ไม่อยากนึกถึงเขาในช่วงนี้ นางส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ทราบเจ้าคะ เมื่อคืนเหมือนจะฝากของมาทางพ่อบ้านเป็นพวกอาหารบำรุง อาจจะรู้ รึไม่รู้ หลิงหลานเองตอบลำบาก… อารมณ์เขาเดี่ยวดีเดี๋ยวร้ายเช่นนั้นคงจะดีกว่าถ้าอยู่ห่างกันสักพัก เฮ้ออ! คนพรรค์นั้น! ไม่แน่ป่านนี้กลับไปทำงานทำการแล้วมั้งสนใจอะไรกับแค่ข้ากับลูก”

          สองสาวสนทนากันอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งท่านหมอกู้หานกวงเดินมาตรวจรักษาตามปกติ เห็นมีสตรีแปลกหน้าก็ไม่พูดอะไรสั่งสตรีผมเงินยื่นแขนตรวจชีพจร ส่งสัญญาณให้สาวใช้นำยาบำรุงสามชามเข้ามา

          “ดื่ม.. หากไม่ดื่มคงต้องจับกรอก” กลิ่นขมจนเขียวคอหลิงหลานจำใจหลับตาปี๋บีบจมูกแล้วเทลงปากอ่อคๆ

          หยาเหยี่ยนหวางเสร็จจากซ้อมกระบี่เสด็จกลับมาถึงเรือนปีกขวาพร้อมกับสามีของใครบางคน “หานกวงได้สมุนไพรเพิ่มแล้วหรือ? จริงสิแม่นางจางฝูตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้วไม่สู้อยู่ทานอาหารเย็นพร้อมเสี่ยวหลานด้วยเลยดีไหม? นางดูสดชื่นร่าเริงขึ้นเมื่อเจอท่าน ถ้าอย่างไรเดินทางเหน็ดเหนื่อยไม่รีบร้อยมีธุระก็พักที่จวนเปิ่นหวางสักคืน จะให้พ่อบ้านจัดเรือนตะวันตกไม่นานก็พร้อม แบบนี้ให้ดีรึไม่”

          แม้จะเสียดายว่าพี่สาวมากับครอบครัวจึงไม่สะดวกนอนกับนาง หลิงหลานยังคงคะยั้นคะยออีกเสียง “หวางเย่ทรงเมตตาพี่สาวพ่อครัวที่จวนฝีมือดีมาก ท่านอยู่ท่านด้วยกันก่อนเถอะนะเจ้าคะ? ให้หลานข้าได้พักผ่อนด้วยเดินทางมาตั้งไกล”

          “เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านอ๋องแล้วเจ้าค่ะ”จางฝูหันไปเอ่ยพรางมองสามีตัวเองที่เดินมายืนข้างๆ
           


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2019-10-4 02:41
คุณได้รับ +60 ความโหด โพสต์ 2019-10-4 02:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากยักษ์ทอง
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
จื่อซิงหม่า
ชุดมารจื่อเซ่อ
ธนูเทรย์แมร์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x305
x570
x55
x330
x1
x3
x1
x1
x1
x5
x17
x17
x27
x1
x1
x1
x31
x3
x54
x42
x41
x1890
x70
x43
x188
x1
x3
x2
x4
x53
x1
x15
x2
x49
x289
x1
x1
x27
x2
x2
x2
x1
x1
x10
x160
x270
x30
x20
x3
x6
x89
x3
x4
x3
x62
x474
x6
x11
x6
x20
x15
x45
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x26
x2
x1
x3
x1
x2
x3
x1
x96
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x7
x3
x310
x300
x100
x120
x125
x160
x161
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x6
x120
x1
x8
x5
x15
x1657
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x966
x770
x2005
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1700
x903
x27
x41
x15
x100
x9
x18