ดู: 169|ตอบกลับ: 2

[โลกต่างมิติ] {โลกจิตใต้สำนึก}เรื่องราวแต่อดีต บทเพลงรักเซียนสีเงิน

[คัดลอกลิงก์]

212

กระทู้

1853

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
497239
เงินตำลึง
2130324
ชื่อเสียง
267013
ความหิว
633

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7196
ความชั่ว
1492
ความโหด
3964
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-8-20 10:22

[แต่ชาติปางก่อน]
{เรื่องราวในอดีต บทเพลงรักเซียนสีเงิน}

     การฝึกในวันนี้นับว่าสาหัสนัก หรือจะเรียกให้มันถูกคือการฝึกในขั้นที่สี่นี่สาหัสยิ่งนัก เรียกสาหัสที่สุดในบรรดาขึ้นการฝึกที่ผ่านๆมาเลยก็ว่าได้ ถ่ายท้องกว่าสามชั่วยามถ่ายจนไม่มีอะไรจะให้ถ่ายเพราะเช่นนั้นหลังจากที่จางฝูจัดการอาบน้ำเตรียมเข้านอนพอหัวโดนหมอนก็เรียกว่าร่วงสลบไปเลยก็ว่าได้เหลือเพียงซุนเจียงและเจี๋ยเฟยที่ต้องค่อยขยับจัดท่าทางฮูหยินที่รักผู้นี้ให้นอนในท่าทีสบายที่สุดและไม่ลืมที่จะนำเอาผ้าห่มมาห่มคลุมให้เนื่องด้วยยามราตรีที่หอนี้หนาวนัก ก่อนที่ตัวเขาทั้งสองจะเข้านอนตามไปติดๆ


      จางฝูที่นอนหลับไปอย่างรวดเร็วนั้นราวร่างกายของหญิงสาวค่อยๆจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราเพียงแต่ห้วงนิทรานี้กลับมีบางอย่างที่ต่างออกไป ร่างบางในชุดนอนผ้าสีขาวบางค่อยร่วงหล่นลงสู่พื้นอันดำมืดก่อนที่เปลือกตาที่ปิดสนิทอยู่นั้นจะค่อยๆปรือลืมขึ้นมา และเมื่อกวาดมองไปรอบก้ต้องพบกับความมืดมิดอยู่ราวกาย แสงแรกแสงเดียวที่เธอเห็นอยู่เบื้องหน้าเธอห่างไปไกลแสนไกลและเธอทำได้เพียงค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมายืนและเดินพาเอาร่างของตัวเองเดินตรงไปยังแสงเบื้องหน้าของตัวเองราวผีเสื้อกลางคืนที่พยายามที่จะบินไปหาแสงไฟแม้ไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรรออยู่ หากแต่ยิ่งเข้าใกล้ก้หมือนว่าแสงนั้นยิ่งห่างออกไปทุกทีๆไม่ว่าเธอจะพยายามวิ่งตามไปเท่าไหร่มันก็ดูเหมือนจะยิ่งห่างไป


     “ไม่ หยุดก่อน อย่าปล่อยข้าไว้นี่ ให้ข้าออกไป!!!”จางฝูที่ยามนี้ถกชายชุดนอนสีขาวบางขึ้นเพื่อวิ่งตามแสงให้ทันร้องตะโกนขึ้น มือข้างหนึ่งพยายามเอื้อมไปคว้าเอาแสงสว่างเบื้องหน้าเอาไว้ให้ได้ เพียงอีกนิดเธอก็จะถึงแสงนั้นแล้วเพียงขาเจ้ากรรมดันมาพันจนร่างที่กำลังวิ่งอยู่อย่างสุดแรงพลันเสียหลักล้ม ดวงตาสีน้ำตาลปิดหลับแน่นเตรียมรับความเจ้บจาการล้มเพียงแต่


      หมับ!!!


      ที่ที่ยืนออกไปเพื่อคว้าแสงของจางฝูพลันถูกมือหนาคู่หนึ่งจับเอาไว้ได้ทันเสียก่อนพร้อมกับแรงมหาศาลที่ดึงเอาร่างที่จะล้มของเธอให้ลุกขึ้นมายืนแต่เพราะเสียหลักไปแล้วก่อนที่จะตั้งหลักอกนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากทำให้ร่างบางของเธอนั้นเซถลาจนใบหน้าชนเข้ากับอกเเกร่งของใครบ้างคนขณะที่ที่มืออีกข้างของอีกฝ่ายนั้นก็เอื้อมมาพยุงเอวบางของหญิงสาวขึ้นไม่ให้ล้มทำให้ยามนี้ร่างสองร่างท่ามกลางแสงสลัวนั้นแนบชิดอิงแอบกันจนแถบไม่มีรูให้แสงส่องผ่านอยู่


     “ไม่เป็นไรใช่ไหม” น้ำเสียงทุ้มนุ่มฟังดูรื่นหูเอ่ยถามขึ้น แม้เพียงแค่เสียงไม่เห็นหน้าแต่จางฝูกลับสัมผัสได้ถึงความห่วงใยอย่างสุดซึ่งที่ออกมาพร้อมกับน้ำเสียง


    “ไม่เป็นไร ขอคุณเจ้าค่ะ..”จางฝูเอ่ยก่อนจะลืมตาแล้วเงยหน้ามองสบไปยังผู้ที่ช่วยดึงเธอเอาไว้ หากแต่เมื่อมองสบไปไปกลับรู้สึกใจสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าคมเข้มดุดันหากแต่เมืองมองสบไปยังดวงตาสีควันนั้นกลับพบความอบอุ่น ห่วงใยและอาทรแผ่ออกมา ริมฝีปากเรียบบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยยิ่งทำให้ใบหน้าที่ดูเหมือนจะดุนั้นกลับยิ่งอ่อนโยนลงอย่างมาก เส้นผมสีเงินยาวที่ถูกเกล้าไว้เพียงครึ่งปล่อยปล่อยผมด้านหน้าปลิวไสสะท้อนแสงที่ส่องมาทำให้ดูแล้วเหมือนแพรไหมล้ำค่า ผิวเนื้อกากที่โผล่พ้นออกมานอกร่มผ้ายิ่งดูผุดผ่องเสียงยิ่งกว่านางที่เป็นสตรีเสียอีก


    “ไม่เป็นไร ก็ดีแล้วต๋าจี”ชายผู้นั้นเอ่ยบอกพรางยิ้มออกมาบางๆ เพียงแต่คำที่คนผู้นั้นใช้เรียกตัวเะอกลับทำเอาจางฝูถึงกับเบิกตากว่ามองคนเบื้องหน้าอย่างตกใจก่อนรีบผลักตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย เรื่องที่ชาติก่อนเธอเป็นใครไม่เคยบอกใครแม้กระทั้งสามีแล้วคนผู้นี้รู้ได้เช่นไร


     “เจ้า เรียกข้าว่าอะไรนะ”เพราะนึกว่าบางทีตนอาจจะหูฝาดไปจึงเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยท่าทีที่ดูค่อนข้างจะระแวงอยู่ไม่น้อย


     “ข้าเรียกเจ้าว่าต๋าจี”ชายเบื้องหน้ายังคงเอ่ยบอกยืนยันคำเรียก ก่อนที่รอบกายของทั้งสองนั้นค่อยๆแปรเปลี่ยนไปเป็นวิวทิวทัศน์แห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้พวกเธอนั้นกำลังยืนอยู่ในศาลาที่ลายล้อมไปด้วยพืชไม้นาๆพัน ส่วนการตกแต่รอบๆศาลานั้นช่างดูแปลกตาไม่คล้ายแบบที่เธอเคยเห็นมาในฮั่นและไม่ได้เหมือนการตกแต่งแบบรัฐฉินเช่นสำนักเธอมาก่อน มันดูเก่ากว่านั้นมากนัก ที่ด้านในศลาที่โต๊ะเล็กที่มีน้ำชาวางตั้งอยู่ชายหนุ่มผมเงินนั้นเพียงหันมายิ้มให้จางฝูเพียงครู่ก่อนจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเบาะพร้อมกับยกมือขึ้นรินน้ำชาในกาใส่ในถ้วยสองใบ “มานี่สิ  เรามาจิบชาคุยกันเช่นวันวาร”


    “เจ้าเป็นใครกันแน่”จางฝูยังคงยืนมองชายที่ยังคงนั่งรินน้ำชาอยู่ด้วยท่าทีคล้ายไม่วางใจนัก แม้ในใจลึกๆจะรู้สึกว่าคนผู้นี่ดูแล้วจะไม่มีอันตรายสำหรับเธอก็ตามแต่อย่างไรก็ต้องระวังเอาไว้ก่อนละนะ


    “ข้าเยี่ยหัวต่ง ต๋าจีที่รักเจ้านั่งเถอะแล้วเจ้าอยากรู้อะไรข้าจะตอบเจ้าทุกอย่าง ไม่ปิดบังเจ้าสักเรื่องข้าสัญญา”ชายผมเงินที่บอกกล่าวตนว่านามเยี่ยหัวต่งเอ่ยขึ้น จางฝูแม้ใจจะยังระแวงแต่ก็ยอมเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเบาะรองที่ถูกเตรียมไว้ให้ ถ้วยชาที่ส่งกลิ่นหอมของดอกไม้หลากหลายชนิทแบบเดียวกับที่เธอเคยได้ลิ้มลองครั้งเมื่อไปตำหนักของพวงหลงซิวถูกยื่นส่งมาเบื้องหน้า


      “ชานี่...ข้าเคยดื่มมันที่ตำหนักของพวกหลงซิว เจ้าเป็นใครกันแน่เยี่ยหัวต่ง”


      “หากจะให้เล่าให้หมด เรื่องมันก็นานมากซ้ำยังข่มขื่นนัก หากเจ้ายังอยากที่จะฟัง”เยี่ยหัวต่งเอ่ยขึ้นดวงตาสีควันไฟของอีกฝ่าวหลุมต่ำลงจ้องลงไปในเงาสะท้อนของตัวเองในแก้วชา


      “ข้าอยากฟัง”จางฝูยังค่อเอ่ยยืนยัยชายหนุ่มได้ฟังก็เพียงยิ้มออกมาบางๆพร้อมกับหลับตาลง


       “เจ้าคงเคยได้ยินเรื่องตำนานต๋าจีสินะ”เยี่ยหัวต่งเอ่ยแล้วมองสบไปยังดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายที่ยังคงจับจ้องตนเองอยู่นั้นไม่ใช่ทั้งหมด อดีตข้าและเจ้าและต่างเป็นศิษย์ของเสิ่นกงเป้า เขาหลอกใช้เจ้าโดยอ้างคำสั่งเจ้าแม่หนี่วาให้เจ้าไปสิงร่างนางต๋าจีเพื่อยัวยวนโจวอ๋องหากสำเร็จทั้งเจ้าและพี่น้องเจ้าที่เป็นปีศาจที่มุ่งจะบรรลุเป็นเซียนก็จะได้รับเลือกให้กลายเป็นเทพ"


     “ถูกหลอกหรือ ทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วย”จางฝูได้ยินก็ได้แต่ขมวดคิ้มมองอีกฝ่ายจะว่าไปภาพที่เธอเห็นนั้นมันก็… “ละ..แล้วเจ้าละ”


       “ใจของเจ้าในตอนนั้นมีเพียงอาจารย์ของเรา มิเคยมองมายังข้า แต่ถึงกระนั้นข้าแต่ข้าก็รักเจ้าเสมอ ค่อยอยู่ข้างกายเจ้าช่วย แม้เจ้าไม่เคยมองเห็น”ดวงตาสีควันไฟนั้นฉายเเววเศร้าขึ้นมาเล็กก่อนอีกฝ่ายยิ้มออกมาแล้วมองสบมายังหยิงสาวเบื้องหน้า “จนเจ้าได้เจอโจ้วหวางใจเจ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนมาที่ข้า แต่รักโจ้วหวาง บุรุษที่เจ้ารับคำสั่งอาจารย์ไปยั่วยวน เหมือนเขาจะรักเจ้าด้วย ตอนดวงจิตเจ้าถูกเจียงจื่อหยาจับไว้ คืนร่างซูต๋าจีทำพิธีศพเจ้าของเดิมสุขคติ โจ้วหวางก้อเต็มใจไปช่วงชิงดวงจิตเจ้าคืนมา แต่เจ้าไร้ร่างข้าจึงใช้ตบะสร้างกายเนื้อให้เจ้าใหม่ และในที่สุดความฝันข้าก็เป็นจริงเมื่อในที่สุดเจ้าก็มองมาที่ข้าบ้างแล้ว”


       “ขะ...ข้าขอโทษ ที่ตอนที่ข้าเป็นต๋าจีข้าไม่ให้ความสนใจกับเจ้าเลยทั้งที่เจ้าช่วยข้ามามากขนาดนั้น ข้า…”จางฝูเมื่อได้ฟังเริ่มรู้สึกพูดไม่ออก คนผู้นี้ดีกับเธอเมื่อตอนยังเป็นต๋าจีทุกอย่างแต่เธอแทบไม่เห็นความสำคัญของคนเบื้องหน้าเลย เยี่ยหัวต่งยิ้มบางออกมาพรางส่ายหัวเบาๆ


      “ข้าไม่โทษเจ้า เป็นข้าเองที่ยินดีที่จะช่วยเจ้า แค่ได้อยู่เคียงข้างเจ้าข้าก็มีความสุขแล้ว”เยี่ยหัวต่งเอ่ยก่อนเอื้อมมือมากุมมือของหญิงสาวที่ฝั่งตรงข้าม


      “แล้วที่เจ้าบอกว่าความหวังเจ้าเป็นจริงคืออะไร”


      “ทั้งเจ้าและข้าเราได้เคียงคู่กัน หลังจากที่เจ้ารู้ใจตนเอง แต่ว่ามันก็ไม่นานเพราะเลือกทางผิด หลงคำหลอกลวงของคนที่นับถือเป็นอาจารย์ พวกเราต้องหลบหนีการตามล่าจากฝ่ายเจียงจื่อหยา ตอนนั้นเจ้าท้องลูกของเรา ข้าเลือกที่จะแยกไปอีกทางเพื่อเป็นตัวล่อให้เจ้าหนี แต่ก็ไม่ทันนาจากับหยางเจียนตามมาดัก ข้าสูญเสียเจ้าส่วนลูกของเราเจ้าใจตบะที่เจ้าบำเพ็ณมาคลอดเขาออกมาและส่งลอยน้ำไป ใจข้าสลายยามเมื่อ…”เสียงของเยี่ยหัวต่งสั่นเครือออกมาจนจางฝูสัมผัสได้ ก่อนเธอยันตัวลุกเดินอ้อมโต๊ะมาทรุดตัวลงนั่งที่ข้างๆอีกฝ่ายก่อนเอื้อมมือไปกุมมือหนาที่สั่นเทาเบาๆเอาไว้ก่อนมือหนาของชายหนุ่มพลิกกลับมากุมมือบางเอาไว้แน่น ก่อนสูดลมหายใจแล้วจึงเริ่มเอ่ยต่อ


      “ยามเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของเจ้าถูกนำมาต่อหน้าเพื่อรอทำพิธีปัดรังคราว ข้าแทบสิ้นสติปวดร้าวไปทั้งกาย ข้าเลือกทำลายร่างเสียตัวเองทิ้งอย่างไม่นึกเสียใจ โลกที่ไม่มีเจ้ามันเจ็บปวดเกินไป ก่อนดวงจิดข้าจะสลายข้า ข้าได้รวบรวมพลังทั้งหมดย้ายตัวเองมาอยู่ในจิตใต้สำนึกของเจ้าเพื่ออยู่ข้างกายเจ้าตลอดกาล”สิ้นคำกล่าวชายหนุ่มก็หันมายิ้มบางให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย “ข้าไม่ได้หวังให้เจ้ารู้ถึงการมีตัวตนของข้า เพียงแต่ได้อยู่กับเจ้าเฝ้ามองเจ้าอยู่ในส่วนลึกของจิตใจนี่เท่านั้นข้าก็มีความสุขมากแล้ว”


      หยาดน้ำพลันรินไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลของจางฝูยังไม่อาจรู้ตัวหรือหักห้ามใด เหตุใดคนผู้นี้ถึงได้ต้องเสียสละอะไรมากมายเพื่อเธอเพียงนี่ เพียงเพราะต้องการได้อยู่กับเธอเพียงเท่านั้นน่ะหรือ เขาจะเสียใจเท่าใด เจ็บปวดเท่าใดเมื่อเห็นเธอที่เกิดใหม่มาครองคู่กับคนรักใหม่โดยไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา “เยี่ยหัวต่งข้า ข้าผิดต่อเจ้าเหลือเกิน”


       “อย่าร้องเลยยอดรัก มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าแต่เป็นข้าที่สมัครใจ ยินดีทำเช่นนี้เอง”เยี่ยหัวต่งเอ่ยกล่าวพรางยกมือขึ้นปาดไล้ขอบตาเพื่อไล่เอาหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมานั้นออกไปจากใบหน้า "ข้ารักษาสัญญาเสมอ จะอยู่ข้างกายเจ้า สองชาติภพที่ผ่านมาข้าก็อยู่ข้างเจ้า ในตอนที่เจ้าเป็นองค์หญิงหมี่ซูแห่งรัฐฉู่  ข้าทนเห็นเจ้าเจ็บปวดจากความรักแต่ไม่อาจช่วยได้ จึงได้แต่ปลอบเจ้าในโลกแห่งนี้ แม้ภพนี้ของเจ้า ข้าก็ยังคงอยู่ เสี้ยวหนึ่งของข้าได้ทำตามความปรารถนาสุดท้าย คือเคียงข้างเจ้าทุกภพชาติ ข้าไม่เสียใจที่เจ้าอาจหลงลืมข้า ไม่เสียใจที่เจ้าจะไม่รู้ถึงการมีอยู่ของข้า เพียงแค่ได้เฝ้ามองเจ้ามีความสุข สามารถยิ้มใช้ชีวิตได้อย่างอิสระต่างจากในอดีตเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว"


        “แต่…”


        “ชู่ว.. อย่าได้นึกโทษตัวเองเลยยอดรัก ข้าอยู่นี่มีความสุขดียิ่งเมื่อเร็วๆนี้ ได้รู้ว่าลูกของเรายังไม่ตายซ้ำยังเติบใหญ่เก่งกล้า ข้ายิ่งดีใจ”เยี่ยหัวต่งยกนิ้วขึ้นมาปิดปากที่กำลังจะเอ่ยของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยบอกเรื่องๆหนึ่งออกมาที่ทำเอาหญิงสาวตรงหน้าถึงกับเบิกตากว้างชวนให้น่าเอ็นดูนัก


       “ลูกข้ากับเจ้า ไม่ใช่เรื่องนี้ผ่านมานานมากแล้วหรือ”จางฝูยกมือขึ้บจับนิ้มของอีกฝ่ายออกจากปากแล้วเอ่ยถามด้วยท่าทีแปลกใจ


      “ต๋าจีที่รัก เจ้าเป็นปีศาจส่วนข้าเป็นเซียน เจ้าคิดว่าลูกเราจะออกมาเป็นคนธรรมดารึไม่ เขามีอายุยืนยาวหนึ่งมาจากตบะที่เจ้ามอบให้เขาเอาไว้”เยี่ยหัวต่งเอ่ยพรางยกมือขึ้นไปลูบไล้แก้มเนียนของคนเบื้องหน้าเบาๆ ผ่านมาหลายภพชาติหลายร้อยปีในที่สุดตัวเขาก็มีโอกาสได้สัมผัสตัวนางอันเป็นที่รักนี่อีกครั้งเสียที ช่างชวนให้รู้สึกโหยหายิ่งนัก


       ดวงตาสีน้ำตาลและสีควันไฟจับจ้องอยู่พักใหญ่ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาของเซียนหนุ่มเยี่ยหัวต่งค่อยๆขยับเข้ามาใกล้กับใบหน้างดงามพราวเสน่ห์ที่ไม่ว่าจะกี่ร้อยปีใบหน้านี้ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจเซียนหนุ่มนี่ไม่เลือนหาย ปลายจมูกโด่งรั้นคล่อเคลียกันอย่างแผ่วเบาลมหายใจอุ่นสอดปะทะกันอย่างแผ่วเบาก่อนที่ริมฝีปากทั้งสองปิดกระกบเข้าหากัน รสสัมผัสที่เเผ่วเบาหวานชื่นค่อยแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาเมื่อไม่ได้ลิ้มชิมรสสัมผัสที่หอมหวานจากกายสตรีเบื้องหน้ามากว่าพันปี


      ร่างบางของจางฝูค่อยถูกอีกฝ่ายประคองดันในนอนราบลงไปกับพื้นที่ยามนี้เปลี่ยนจากพื้นไม้กลายมาเป็นฝูกเตียงขนเป็ดนุ่มสบาย โดยที่ริมฝีปากของทั้งสองนั้นแถบไม่หยุดห่างออกจากกันเลยแม้เพียงเสี้ยววินาที ลิ้นร้อนของเซียนหนุ่มรุกไล่ต้อนดูดปลายลิ้นเล็กอย่างเอร็ดอร่อย มือหนาที่คอยประคองต้นคอขยับเลื่อนมากระตุกปมผ้าคาดเอวของชุดนอนสีขาวบางที่อีกฝ่ายใส่อยู่จนหลุดออกก่อนลูบไล้หน้าท้องราบเรียบลื่นมือไล่ขึ้นมาจนเนิ่มอกอวบขนาดพอดีมือและบีบเค้นอย่างสนุกมือ


       “ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้สัมผัสเจ้าอีกครั้งเช่นนี้ ต๋าจี”ริมฝีปากเรียวบางของเซียหนุ่มผละออกจากริมฝีปากบวมช้ำของคนใต้ร่างอย่างอ่อยอิ่งหยาดธารใสเชื่อมสัมพันธ์เคลื่อนไหลออกเป็นเส้นสายบางราวผูกคนทั้งคู่ไว้ด้วยกันอีกครั้ง ริมฝีปากบางนั้นก้มลงกระซิบเบาๆที่ข้างหูอีกฝ่ายก่อนใบหน้าหล่อเหลานั้นกดฝังลงมาที่ซอกคอขาวยั่วน้ำลายก่อนขบกัดสร้างรอยตีตราขึ้นจนแดงเถือกไปท่วงทั้งลำคอไล้ลงมาจนถึงเนินอกอวบทั้งสอง


       “อ่าาาา…...เยี่ยหัว ข้า…”เสียงกระเซ่าครางเคล้าใบหน้าแดงก่ำของสตรีที่รัก ทำเอาเซียนหนุ่มที่ตั้งใจว่าจะค่อยๆลิ้มชิมรสหวานบนร่างกายคนรักที่ไม่ได้สัมผัสมากว่าพันปีพลันสติแตก มือที่เตรียมจะค่อยๆปลดชุดตัวเองออกเปลี่ยนกระชากออกโยนทิ้งเผยโชว์สัดส่วนกำยำงดงามอย่างบุรุษพึงมี ก่อนที่ร่างสูงนั่นขยับตัวโถมร่างเข้าใส่หญิงที่รัก ส่วนลับดันสู่ภายในร่างบางนั้นรวดเดียวจนร่างด้านผวาเกร็จจิกที่นอนเเน่ รอจนเมื่อคนด้านใต้ปรับตัวได้จึงค่อยขยับตัวที่ละน้อยก่อนเร่งจังหวะรักให้เร็วขึ้นตามห้วงอารมณ์ที่พุ่งพลานขึ้นมาจนยากจะหยุด


       “ยะ...เยี่ย...เยี๋ยหัวช้าละ อ๊าาาาา…”ไม่ทันให้พูดจบร่างบางก็ถูกร่างเซียนหนุ่มดึงให้พลิกตัวกลับไปนอนคว่ำก่อนอีกฝ่ายโถมร่างเข้าใส่อย่างไม่คิดปราณีคนด้านล่าง เห็นชัดว่าเเรงปราภนานานนับพันๆปีนี้ของชายหนุ่มแม้เป็นเซียนก็รุนแรงถึงขั้นหญิงสาวแถบขาดใจตายเสียให้ได้ เสียงร้องครวนครางดังลั่นศาลาก่อนร่างบางนั้นเกร็งกระตุกวูบมือเอื้อมแตะไปถึงแดนเซียนก่อนร่างสูงที่ทำหน้าที่ขับส่งหญิงสาวที่รักไปสู่จุดหมายแล้วก็ยิ่งโถมแรงกายก่อนพาตัวเขาไปพุ่งทะยานตามร่างบางไปติดพรอ้มของเหลวร้อนที่พุ่งอาบฉโลมในกายหญิงสาวจนร้อนวูบไปทั้งท้อง ในใจคิดว่าตนนั้นดึงขารอดจากนรกได้อย่างหวุดหวิดแต่แล้วก็ถูกเซียนหัวเงินกระชากกลับลงไปอีกครั้งพร้อมคลื่นรักบทใหม่ได้ถูกบรรเลงขึ้นต่อชนิดที่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสลบไปก่อน และฝ่ายนั้นคงเป็นเธอ


       "ไม่ว่ากี่ภพชาติข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า รักเพียงเจ้า แม้เจ้าไม่เคยหันมองข้า ข้าก็จะยังรักซื่อสัตย์ต่อเจ้า เพียงคนเดียว ตลอดกาล ต๋าจี"




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -2891 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -2891 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา

212

กระทู้

1853

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
497239
เงินตำลึง
2130324
ชื่อเสียง
267013
ความหิว
633

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7196
ความชั่ว
1492
ความโหด
3964
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-10-13 21:05:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-10-14 00:47

[ถามไถ่ปัญหาคาใจ]

      แม้ไม่ง่วงแต่อย่างไรเธอก็ต้องนอนให้หลับ จางฝูเอนกายลงนอนพร้อมกับหลับตาลงอย่างไม่มีทางเลือก ก่อนหน้าที่จะจากกับเยี่ยหัวคราก่อนชายหนุ่มบอกหากต้องการที่ะมาหาเขาก็ให้ก่อนที่จะหลับนั้นให้นึกถึงเขาก็จะสามารถเดินทางไปหาเขาได้ที่โลกจิตใต้สำนึก


     ‘เยี่ยหัว เยี่ยหัว ข้าเมีเรื่องอยากจะถามท่าน  เยี่ยหัว..’


     จางฝูยังคงนอนหลับตาต่อไปก่อนที่ร่างของเธอจะรู้สึกเหมือนค่อยๆดิ่งตกลงไปสู่ความมืดมิดอย่างช้าๆและแผ่วเบา รอบกายล้วนรู้สึกว่าตัวเธอนั้นเบาหวิวไม่ต่างจากขนนกที่กำลังร่วงตกลงสู่พื้นดินเลยสักนิด เปลือกตาบางปิดหลับลงเพื่อรอจนร่างจะร่วงลงสู่พื้นที่เป็นจุดสิ้นสุด


      เพียงแต่สิ่งที่ตัวจางฝูค่อนข้างจะคิดผิดไปจากที่ร่างของเธอจะร่วงลงสู่พื้นเเข็งกลับกลายเป็นอ้อมแขนของใครสักคนที่ยื่นมารองรับร่างบางนั้นเอาไว้อย่างพอดิบพอดี เปลือกตาบางค่อยลืมขึ้นพร้อมสิ่งแรกที่หญิงสาวเห็นคือดวงตาสีควันเจื่อแววอ่อนโยนใบหน้าดุดันเคร่งขรึม ริมฝีปากเรียบบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนเป็นการต้อนรับอีกฝ่าย


      “เยี่ยหัว”


      “เรียกเสียดังเชียว ยอดรักเพียงกล่าวเรียกเบาๆ ข้าก็มาหาเจ้าแล้วมิต้องตะโกนให้เเสบคอเสียสุขภาพเยี่ยหัวต่งกล่าวเอ่ย แม้น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูร่างบางในอ้อมแขน ก่อนจะก้มลงจุมพิศลงที่หน้าผากกลมเนียบเกลี้ยง


       “แล้ว ที่เรียกหาข้านี่ด้วยคิดถึงหรือมีเรื่องอยากจักถามหรือยอดรัก”เยี่ยเหัวเอ่ยกล่าวพรางอุ้มร่างบางของจางฝูเดินออกจากอุโมงค์มืดไปสู่ศาลาใหญ่ที่คนทั้งคู่ได้มานั่งพูดคุยกันแต่เมื่อครั้งก่อน ก่อนที่ร่างสูงนั้นค่อยๆวางร่างบางของจางฝูลงที่ตั้งไม้ยาวสีน้ำตาลเข้มที่บริเวณด้านขวานั้นถูกแกะสลักอย่างปราณีตเป็นลวดลายของต้นไม้ใหญ่ที่มีเถามไม้เกี่ยวพันอยู่รวบๆ ดูก็รู้ว่าตั้งไม้ตัวนี้หากอยู่ในโลกจริงคงมีราคาน่าดู จางฝูจำได้ว่าก่อนหน้านั้นมันไม่มี เดาว่าชายหนุ่มคงจะเนรมิตสร้างมันขึ้นมากระมัง


      “ข้ามีเรื่องที่สงสัย”จางฝูที่นั่งลงบนตั้งไม้เอ่ยพรางมองดูร่างสูงของชายหนุ่มที่เธออาจเรียกเขาวาสามีอีกคน ที่กำลังเดินไปหยิบเอาชุดถ้วยชามาวางเรียกใส่ถาดพร้อมกับรินน้ำชาลงไปอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะยกถาดเดินมาวางที่โต๊ะเล็กด้านข้างและยื่นส่งอีกจอกให้แก่หญิงสาวพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งที่ตั้งไม้


      “เรื่องอะไรหรือ”


      “ก่อนหน้านี้ข้าไปที่หมู่บ้านหนึ่ง ที่นั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งจู่ๆเขาก็หมดสติไปหลังจากนั้นสามวันร่างกายเริ่มผอมเเห้งเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ซ้ำยังผิวขาวซีด ท่านหมอของหมู่บ้านนั้นบอกว่า เด็กหนุ่มผู้นี้เหมือนน้ำในร่างกายหล่อเลี้ยงไม่พอนอกจากนนี้ยังมีพลังหยางเขาขาดขั้นวิกฤติ พลังหยางหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ หยินพร่องไม่สมดุล จึงเป็นสาเหตุในเสียชีวิต”จางฝูเอ่ยเล่าและอธิบายสิ่งที่เธอเห็นเเละสิ่งที่ท่านหมอเอ่ยบอกให้แก่ชายผมหนุ่มที่หากนับอายุแล้วคงไม่หนุ่มเท่าไหร่ฟัง


     ทางเยี่ยหัวเมื่ได้ฟังก็มีสีหน้าครุ่นคิด แม้ตัวเขาจะไม่ได้ออกไปพบเห็นโลกภายนอกมมากว่าหลานร้อยหลาายพันปี แต่ความรู้สมัยที่ตนเป็นเซียนนั้นมิหายหายสาบสูญไปไหนและยังคงหมั่นทบทวนอยู่ยามที่ว่างซึ่งมันว่างมากขนาดนี้หากเขายังมีกายเนื้อคงบรรลุเป็นเซียนขั้นสูงไปหลายรอบแล้ว  


     ดวงตาสีควันหรี่ลงก่อนเบนไปมองยังร่างบางของคนรักที่นั่งอยู่ “เจ้าอยากรู้สาเหตุของอาการที่เกิดงั้นหรือ”


      “ก็ส่วนหนึ่ง จริงแล้วก่อนหน้าข้าเจอกับมารตนหนึ่งเขาขอให้ข้าช่วยงาน เขาบอกว่ามารหมาป่าที่ข้าเผลอไปปลดผนึกนั้น ต้องการซึมซับพลังใหม่จึงต้องดูดวิญญาณของมนุษย์ ทำให้มีอาการร่างผอมห้งและผิวซีด แต่ว่ามีอย่างหนึ่งที่ขัดใจข้า”จางฝูเอ่ยพร้อมกับหลุบสายตาลงมองน้ำชาในถ้วยที่สะท้อนใบหน้าของเธออยู่ด้านใน


      “ฟงชิวหลางบอกว่ามารหมาป่าตนนั้นจะไม่ทำร้ายเด็กเพียงแต่เด็กคนที่ตายนั้นเพียงแค่สิบสามปีเท่านั้น เยี่ยหัวจะมีความเป็นไปได้ไหมว่านางมารหมาป่าตนนั้นจะเปลี่ยนวิธีดูดวิญญาณ”


     “จะว่าอย่างไรดี จริงแล้วมารนั้นจะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะหยิ่งในศักดิ์ศรีและวิธีการเลือกเหยื่อของตัวเอง มีมารที่ดูดวิญญาณแล้วมั่วขอแค่ได้อิ่ม เพียงแต่สำหรับมารที่ค่อนข้างอยู่ในระดับสูงนั้นจะไม่ค่อยเปลี่ยนประเภทของเหยื่อเพราะหนึ่งคือเสพติดในรสชาติวิญาณแบบที่ชอบ เรื่องนี้ข้าจึงไม่ค่อยแน่ใจเท่าใดนัก”เยี่ยหัวเอ่ยพรางมองดูใบหน้าของคนรักที่มองจ้องมายังตนนิ่งอย่างตั้งใจฟัง  “แต่สำหรับเรื่องที่พวกนั้นเปลี่ยนวิธีการกินมีโอกาสไหมข้าขอบอกว่าก็มีโอกาสอยู่แม้ว่ามันจะน้อยมากก็ตาม”


      “เป็นเช่นนั้น”จางฝูเอ่ยพร้อมก้มหน้าลงด้วยท่าทีกลุ้มใจ หากว่ามารหมาป่านั้นเปลี่ยนวิธีการกินดวงวิญญาณเป็นไม่เลือกนั้นจะยิ่งเป็นภัยกับมนุษย์อย่างเธอมากนัก และเธอคงต้องรีบหาทางจัดการกับนางให้ได้เร็วที่สุด


      “ต๋าจีที่รัก ดูเจ้าเป็นกังวลนักผ่อนครายสักหน่อยดีรึไม่”เยี่ยหัวต่งกล่าวแล้วหยิบเอาจอกชาที่เย็นแล้วในมือของหญิงสาวคนรักออกมาว่างแล้วจึงเทน้ำชาจอกใหม่ให้ ชายจอกใหม่จากชาตัวใหญ่ที่เขารังสรรขึ้นมา มีกลิ่นหอมของดอกไม้ชวนให้ผู้ที่ดื่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ก่อนที่เขานั้นจะยื่นส่งมันให้แก่ร่างบางข้างๆ


      “เยี่ยหัวข้ามันเป็นเรื่องใหญ่มีคนมากมายเดือดร้อน”จางฝูเอ่ยพร้อมรับเอาชาจอกใหม่ขึ้นมาดื่มก่อนพบว่ามันมีกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ลอยคลุ้งอยู่ในปากแม้ว่าตัวชาจะถูกกลืนลงไปแล้วก็ตาม เป็นกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์อย่างไม่เคยดื่มที่ใดมากก่อน รสชาออกหวานและไม่ขมเช่นชาอื่นๆที่เธอเคยดื่มนั้นสร้างความแปลกใจให้จางฝูมากขนาดหลุดปากชมออกมา


      “หวานแล้วก็หอมมาก”


       “ใช่ไหมละ ยอดรักเรื่องบางเรื่องยิ่งครุ่นคิดในตอนที่เครียดก็จะยิ่งคิดไม่ออก เพราะอย่างนั้นเจ้าจะต้องพักผ่อนบ้าง”เยี่ยหัวเอ่ยแล้วดึงเอาจอกชาในมืออีกฝ่ายออกไปวางที่โต๊ะพร้อมกับดึงร่างบางนั้นมาให้ขยับมาใกล้ๆแล้วโอบเอวบางเอาไว้ใกล้ๆ


     “เยี่ยหัว ข้าว่าแบบนี้ไม่น่าใช่ผ่อนคลายนะ”จางฝูเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นอันแผงอกของอีกฝ่ายออก แต่ความรู้สึกกลับไม่ต่างกับกำลังดันก้อนหินก้อนใหญ่ๆอยู่เลยสักนิด เพราะมันไม่ขยับเลย


      “เยี่ยหัว ข้าท้องอยู่นะ!!!”


      “หึหึหึ...ยอดรักเจ้าดูดีๆสิว่าตอนนี้เจ้าท้องอยู่รึไม่”จางฝุได้ยินก็รีบก้มมองดู้านล่างก่อนพบว่าหน้าท้องที่ควรป่องนูนของเธอกลับเเบนราบเรียบเช่นยามปกติก่อนหน้าที่เธอจะท้อง ‘ลืมไปเสียสนิทว่าที่ๆอยู่นี่มันคนละโลกกัน’

     “ว่าอย่างไร ต๋าจีที่รัก ตอนนี้เจ้าท้องอยู่รึไม่”เยี่ยหัวต่งกล่าวพรางยิ้มออกมาก่อนที่ร่างสูงจะออกเเรงดันร่างบางนั้นลงนอนกับพื้นเตียงที่ตัวเขานั้นใช้พลังเปลี่ยน นิ้วเรียวเอื้อมขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่เลื่อนมาปรกใบหน้างามของร่างใต้กายเขาออกอย่างช้าๆ

      “ข้า..ข้า..อื้อ..”จางฝูที่ถูกไล่ต้อนได้แต่อ้ำๆๆอึ้งๆ ก่อนที่ริมฝีปากยุ่มนุ่มของเธอนั้นจะถูกประกบปิดลงมาอย่างโหยกระหาย เธอรู้ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำเรื่องอะไรเช่นนี้เพียงแต่ ตอนนี้เธอขัดขื่นอะไรคนบนร่างไม่ได้เลย ยิ่งดิ้นราวยิ่งเข้าทางของอีกฝ่าย

     ทุกที่บนร่างเธอที่ถูกมือของชายหนุ่มลากผ่านมันต้องมีชิ้นส่วนของเสื้อผ้าที่ถูกเขาจับถอดออกไปด้วยเสมอ เพียงชั่วลมหายใจร่างเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งปิดกั้นก็ปรากฎขึ้นต่อดวงตาสีควันคู่นั้นที่จับจ้องลงมาด้วยความตื่นเต้นยินดี

      “ยะ..เยี่ยหัว ตอนนี้…”

      “ชู่วววว….เจ้ามาถามข้าปรึกษาข้า ก็ควรจะมีของแลกเปลี่ยนบ้างมิใช่หรือ ข้าอยู่ที่นี่คนเดียวช่างเหงานัก”เยี่ยหัวต่งกล่าว ดวงตาสีควันฉายแววอ่อนลงมือเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยลูบไปเบาบนแก้มของหญิงสาวผู้ที่ยึดเอาหัวใจของเขาไปแล้ว และเขาก็ยินดีหากนางจะเอามีกรีดค่อยๆทำร้ายมันทีละนิดหรือฉีกทึ้งมันทิ้งอย่างไม่ไยดี

       “แต่ถ้า เจ้าอยากให้ข้าหยุดข้าก็จะหยุด”

       “รังแกข้านี่ หากท่านหยุดข้าจะโกรธท่าน”จางฝูบ่นอบ เขาปลอกลอกเธอมาขนาดนี้จู่ๆบอกจะหยุดเธอคงยอมหรอก เจ้าของเรือนผมสีเงินรวงเหยียดยิ้มออกก่อนใบหน้าเข้มก้มลงซุกไซร้จูบไปตามซอกคอขาวของอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้าและเเผ่วเบา มือข้างที่ว่างก็เอื้อมปลดชุดของตัวเองออกก่อนร่างกำยำของเซียนหนุ่มจะทาบทับลงมายังร่างบางของคนรักที่นอนอยู่ด้านใต้ร่าง

    และเริ่มบรรเลงเพลงรักอย่างถึงรสถึงชาติ…

     ราวชั่วยามผ่านพ้นไป ร่างบางของจางฝูนั้นยังคงนอนซุกกอดอยู่เคียงข้างร่างสูงของเยี่ยหัวต่งอย่างมีความสุข บางทีที่นี่อาจเป็นที่เดียวที่เธอจะได้ผ่อนคลายอย่างไม่ต้องนึกถึงเรื่องราววุ่นวายที่ต้องเจอในชีวิตปกติ

     มือหนาของเซียนหนุ่มกวางซางไปตามลุ่มผมมสีดำขลับของสตรีที่รักต่อไปอย่างหลงไหล แม้ก่อนหน้าเมื่อหลายพันปีก่อนมันจะมีสีขาวเงินสวยงาม แต่ไม่ว่ามันจะสีอะไรเขาก็ชอบหากมันเป็นส่วนหนึ่งบนร่างกายของนางเบื้องหน้า ปอยผมช่อหนึ่งถูกมือเขาจับขึ้นมามังที่จมูกก่อนสูดดมความหอมหวานเฉพาะตัวนั้น

     “ยอดรักนอกจากเรื่องที่เจ้าถามข้าแล้วนั้นยังมีสิ่งใดที่เจ้าสงสัยอีกหรือไม่”

    “ข้าอยากถามท่านให้แน่ใจอีกครั้ง จากอาการที่ข้าบอกไป มันเกิดจากมารปีศาจจริงๆใช่ไหม”จางฝูเอ่ยพรางเงยหน้ามองอีกฝ่าย


     “ใช่แล้ว แม้หลางครั้งบางส่วนจะมีลายละเอียดที่ลงลึกต่างกันแต่อาการหลักที่เจ้าว่านั้นเกิดจากมารปีศาจที่ดูดกลืนพลังชีวิตไปจริงๆ”เยี่ยหัวต่งกล่าวแล้วดึงเอาร่างบางที่นอนอยู่นั้นให้ขยับขึ้นมานอนทับอยู่บนร่างของตนเพื่อที่จะได้มองหน้ายามสนทนาได้อย่างชัดๆและใช้แขนข้างหนึ่งโอบกอดเอวล็อคตัวอีกฝ่ายเอาไว้

     “หากมารปีศาจนั้นเป็นสตรี ส่วนใหญ่ที่จะโปรดปรานคือพลังวิญญาณของบุรุษบริสุทธ์หรือบุรุษที่จิตใจเปรี่ยมไปด้วยความแค้ก ริษยา โลภหรือลุ่มหลง วิญญาณพวกนั้นจะเป็นตัวเสริมพลังได้อย่างดี อย่างที่เจ้าชอบในอดีต”แม้เสียงท่อนสุดท้ายนั้นจะค่อนข้างเบาแต่จางฝูก็ได้ยินมันชัดเจน แม้ตอนนี้เธอจะเป็นมนุษย์แต่ก็หลบหนีอดีตของตนเองที่เป็นปีศาจก่อกรรมทำเข็ญไว้มากมายไม่ได้ และหนีไม่ได้ว่าในอดีตนั้นเธอก็เป็นเช่นพวกมารปีศาจที่เที่ยวความเดือดร้อนไปทั่ว


     “แล้ว….ท่านมีวิธีที่จะล่อหรือจัดการพวกมันบ้างไหม”

      “ก็พอมี แต่เจ้าต้องตรวจหาให้ดี หาตัวล่อ”เยี่ยหัวต่งเอ่ย ตอนนี้นางที่เขารัเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเขาจึงค่อนข้างที่จะเป็นห่วงความปลอดภัยของอีกฝ่ายอยู่มากโข ทั้งหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมา เจ้ามนุษย์หนุ่มที่เป็นสามีของนางในปัจจุบันนี้ก็ใช่ว่าจะรับมือได้ง่ายๆ ไม่ดีอาจผลอยทำให้นางที่เขารักเดือดร้อนไไปด้วย

     “ตัวล่อหรือ?”


     “อย่างที่ข้าบอกมารที่เป็นสตรีมักชื่นชอบวิญญาณที่บริสุทธ์หรือไม่ก็วิญญาณที่เก็บสะสความแค้นไว้อย่างเข้มข้น อย่างสามีหัวเขียวของเจ้านั้นก็ได้ แม้ไม่รู้เรื่องแต่ที่รอบตัวเขามีไอความแค้นรุนแรงนัก แบบนั้นแหละที่พวกมารปีศาจชื่นชอบ”คำกล่าวของเยี่ยหัวทำเอาจางฝูถึงกับนิ่งค้างไป เมื่ออีกฝ่ายนั้นพูดถึงซุนเจียง จริงอยู่ที่เธอได้ฟังเรื่องเล่าจากน้องหลานมากพอให้รู้ว่าแต่ก่อนซุนเจียงนั้นพบเจอเรื่องอะไรมาบ้างคร่าวๆ แต่เธอก็ไม่สามารถให้คนรักของตัวเองต้องไปเสี่ยงแบบนั้นด้หรอกนะ

      “ต๋าจีไยทำหน้าเคร่งเครียดเช่นนั้นเรื่องที่ข้าพูดเพียงเสนอเท่านั้น เจ้าจะทำหรือไม่ก็เป็นการตัดสินใจของเจ้า”เยี่ยหัวเอ่ยพรางโอบกอดกระชับร่างบางบนตัวให้แน่นขึ้นคล้ายปลอบอีกฝ่าย ตัวเขาแม้รู้สึกขัดใจหน่อยๆกับสามีใหม่ทั้งสองแต่ก็ไม่ได้อยากทำให้นางที่รักต้องกังวลใจเช่นนี้

     “ข้ารู้ท่านไม่เจตนา ขอบใจนะเยี่ยหัว”จางฝูเอ่ยพร้อมยิ้มออกมาก่อนฟุบแนบศีรษะลงไปกับอกแกร่งของอีกฝ่ายแล้วจึงหลับไป


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-10-13 21:33
คุณได้รับ +10 คุณธรรม โพสต์ 2019-10-13 21:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -486 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -486 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2020
x5
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x1
x3
x8
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x14
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x43
x600
x399
x96
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x56
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x54
x200
x100
x800
x5
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x92
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x7
x1676
x1
x2
x1360
x2290
x35
x1523
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x265
x126
x225
x590
x39
x111
x432
x994
x1
x23
x616
x5
x458
x144
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x794
x490
x4
x2
x724
x794
x450
x165
x9999
x1875
x500
x325
x40
x26
x17
x69
x23
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x62
x1
x9
x153
x264
x698
x5450
x73
x11
x210
x446
x141
x2400
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x614
x1866
x830
x108
x205
x107
x11
x101
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x177
x263
x500
x2
x51
x695
x9
x158
x200
x6662
x702
x280
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x14
x678
x8
x1439
x9
x1748
x313
x958
x1169
x946
x1030
x667
x199
x134
x195
x745
x1580
x807
x92
x155
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1200
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x616
x24
x280
x1245
x157
x248
x1444
x8146
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1

212

กระทู้

1853

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
497239
เงินตำลึง
2130324
ชื่อเสียง
267013
ความหิว
633

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7196
ความชั่ว
1492
ความโหด
3964
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2020-5-15 22:36:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-16 01:15

[เซียนสีเงินในบรรยากาศอบอุ่นใจ]


     นานมาแล้วที่ไม่ได้นอนหลับอย่างรู้สึกสงบใจ ไม่ได้หลับอย่างเป็นสุขภายใต้อ้อมกอดอบอุ่น บนเตียงนุ่มๆ ในสถานที่ที่แสนปลอดภัยและวางใจได้ว่าจะไม่มีใครที่ไหนบุกเข้ามายามราตรีเพื่อทำร้ายคนที่เธอรัก


    ‘อยากจะให้เป็นแบบนี้ไปตลอดกาล ได้อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะต้องแรกกับอะไรก็ตาม’


    “อื้มมม…”กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกท้อกับสายลมเเผ่วบางที่ที่พัดสัมผัสกาย ยังไม่เทียบเท่าสัมผัสอุ่นของใครคนหนึ่งที่กดใบหน้าลงมาหอมแก้มของหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวโหยหากลิ่นหอมจากกายของนางมานานเหลือเกินขนาดที่ว่ากลิ่นหอมอ่อนของดอกท้อที่ผลิบ้านอยู่จนเต็มพื้นที่นั้นก็ไม่สามารถมาทดแทนได้


     เปลือกตาภายใต้แพขนตางอนยาวขยับเล็กน้อยก่อนจะเปิดออกอย่างช้าๆเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลที่ยังคงฉายแววง่วงงุนอยู่ เจ้าของดวงตาคู่งามนั้นกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับระยะการมองและค่อยๆกวาดสายตาไปเรื่อยๆจนพบกับบุรุษรูปงามผู้มีเรือนผมราวเส้นไหมสีเงินนรวงกำลังนอนเอาแขนเท้าศีรษะมองจ้องมายังนางอยู่ด้วย นัยน์ตาสีหมอกควันที่เเสดงถึงความรักและความอ่อนโยนเสมอไม่ว่ากาลเวลานั้นจะวนผ่านไปกี่ร้อยกี่พันปี แต่เเววตาคู่นั้นก็ยังคงมองมาที่เธอและเธอเพียงคนเดียวเสมอมา


     “ไม่เจอกันนานเลยยอดรักของข้า”เสียงทุ้มนุ่มที่เมื่อฟังยามใดล้วนทำเอาใจของเธอถึงกับเต้นสั่นระรัวกล่าวดังขึ้นมา พร้อมกับมือหนาของเซียนหนุ่มที่เอื้อมมือมาหยิบเอากลีบดอกท้อที่ติดอยู่บนลุ่มผมสีดำเงาของคนด้วยเล็กกว่าออกให้ “คิดถึงข้ารึไม่”


       “มันก็ต้องคิดถึงอยู่แล้วมิใช่หรือ ท่านเนี่ยชอบถามอะไรแปลกๆเสียจริง”จางฝูกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้คล้ายคนยังไม่ตื่นดีก่อนที่ร่างของนางนั้นจะค่อยๆขยับพลิกตัวเข้าหาร่างของเยี่ยหัวต่งที่นอนเอามือค้ำหัวมองดูอยู่ ร่างบางค่อยขยับเข้าไปใกล้เสียจนใบหน้างดงามขนาดนางเซียนสวรรค์ยังเทียบไม่ติดนั้นมุดซุกเข้าไปเจ้าแผงอกเเกร่งของผู้เป็นสามีอย่างพยายามขวนขายหาความอบอุ่น


      เยี่ยหัวต่งมองดูร่างบางของหญิงที่รักแล้วก็ยิ้มบางออกมาพร้อมวาดมือโอบแผ่นหลังบางของนางให้เข้ามาหหาและโอบกอดเอาไว้เเนบกายท่ามกลางแสงสว่างที่อบอุ่นและหอมกรุ่นไปดอดเหล่าดอกท้อมากมายที่ผลิดอกออกมาราวกำลังยินดีกับสองชายหญิงที่ได้กลับมาพบปะพูดคุยกันอีกครั้ง


     “รู้แล้วใช่รึไม่ว่าลูกของเจ้ากับข้านั้นคือผู้ใด”


     “อืม ข้ารู้แล้วเขาเติบโตและเเข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ”จางฝูกล่าวออกมาพร้อมกับดันตัวออกจากอ้อมอกแกร่งของสามีแต่ชาติปางก่อนแล้วยันตัวลุกขึ้นมานั่งและมองออกไปในที่ใกล้แสนใจของโลกแห่งจิตใต้สำนึกของเธอที่ถูกเยี่ยหัวรังสรรค์ขึ้นมาเสียสวยงามยิ่ง


     “สำหรับมนุษย์ เขาแข็งแกร่งแต่ทำหรับมารปีศาจและเทพเซียนนั้น เขายังอ่อนหัดนัก”เยี่ยหัวต่งกล่าวออกมาโดยที่เซียนหนุ่มยังคงนอนเอามือค้ำหัวตัวเองเอาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นโอบเอวบางของจางฝูเอาไว้


    “เช่นนั้น แล้วแบบใดเล่าที่เเข็งแกร่ง”จางฝูหันไปถามผู้เป็นสามีด้วยความสงสัย ก่อนเจ้าตัวจะค่อยยันตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วดึงเอาร่างบางตรงหน้าขึ้นนั่งบนตักของตัวเองและโอบกอดร่างบางนั้นเอาไว้ก่อนจะกดใบหน้าคมคายหล่อเหล่าของตัวเองลงกับแก้มเนียนนิ่มของนาง เธออีกครั้งที่เหล่าสามีเธอเอาแต่หอมแก้มๆ จนแก้มนางเนี่ยจะช้ำอยู่แล้ว


      “แบบเจ้ามารกวางนั้นก็ใช่ เจ้ามารอัคคีที่เจ้าไปหลับนอนท้าทายอำนาจมังกรทองในวังหลวงนั้นก็ใช่ หรือจะมารฝันที่เป็นเจ้าของห้วงมิติที่เป็นที่ตั้งตำหนักข้าก็ด้วย อ่าเจ้ามังกรทองนั้นก็นับ”เยี่ยหัวกล่าวร่ายรายชื่อมารปีศาจที่เธอเคยเจอออกมา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำเอาเธอถึงกับหน้าชาคือเรื่องที่เธอไปหลับนอนกับซางเค่อ ลืมไปเลยว่าไม่ว่าตัวเธอจะไปทำอะไรสามีไส้ในผู้นี้ย่อมต้องรับรู้ด้วย


     “เอ่อ..คือเยี่ยหัวคือข้า….”


     “ข้ามิได้โกรธเคืองอะไรเจ้าหรอก มิต้องกังวล”ถึงอีกฝ่ายจะกล่าวออกมาเเบบนั้นแต่ตัวของนางก็อดกังวลไม่ได้อยู่แล้วท่าทีกังวลนั้นก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของเซียนหนุ่มทั้งสิ้น “เจ้านี่นะ”


    “ก็ข้า...อ่ะ!”จางฝูที่กำลังจะพูดแย้งไปร่างของเธอก็ถูกชายหนุ่มนั้นจะกดลงกับพื้นเตียงไปเสียอย่างนั้นเช่นเดียวกับร่างสูงของเยี่ยหัวที่ขยับทาบทับลงมายังโดยที่จางฝูนั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อมริมฝีปากอวบอิ่มของนางจะถูกริมฝีปากบางของเยี่ยหัวนกดปิดประกบลงมาอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเสื้อผ้าของนางที่หลุดร่วงไปที่ละชิ้นๆจนสุดท้ายก็หมดตัว


     “ต่อให้เจ้าจะไปนอนกับใคร กี่คนอย่างไรเจ้าก็จะยังเป็นของๆข้าเพียงคนเดียวต๋าจี เป็นของข้าไปตลอดกาล” เยี่ยหัวกล่าวออกมาพร้อมด้วยตาที่วาวโรจน์ไปด้วยแรงรักและยึดติดนัก ที่หากทำได้จริงตัวของจางฝูนั้นก็อยากจะให้เขาได้ปล่อยวาง การให้เขามาตามติดอยู่กับดวงจิตเธอเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับกางจ้องจำเขาเอาไว้เลย ทั้งยังเป็นการจองจำที่ทรมาณหากว่าเมื่อชาติต่อไปนั้นเธอไม่สามารถจดจำหรือรับรู้การมีอยู่ของคนผู้นี้ได้


    “ฮึก….ฮึก…”


    “ทูลหัว เจ้าเป็นอะไร เหตุใดจึงร้องไห้ออกมาเล่า”เยี่ยหัวที่กำลังก้มหน้าซุกไซร้อยู่บริเวณลำคอขาวต้องผละออกเมื่อสัมผัสไปถึงความเปียกชื้นที่ไหลตกลงมากระทบใบหน้าเขากับเสียงสะอื้นไห้เบาๆของคนใต้ร่าง “เงียบเสียคนดี ไยเจ้าจึงร้องไห้ออกมาเล่าต๋าจี”


     “ป่าวข้า ฮึก...ข้าแค่....ฮึก การที่ท่านต้องมาติดอยู่นี่มัน…”


    “โถ่ ยอดรักข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้ายินดี”เยี่ยหัวเอ่ยออกมาด้วยร้ำเสียงออกโยนพร้อมกบะผละตัวออกมานั่งพร้อมกับดึงร่างบางของนางที่รักให้มานอนหนุนที่ตักของตนพลางลูบศีรษะภายใต้ลุ่มผมที่นุ่มละเอียดราวแพรไหมของนางช้าๆ เสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไปก็ถูกเนรมิตขึ้นมาสวมให้นางใหม่


     “แต่เจ้าก็ทรมาณ”


     “เป็นความทรมาณที่ข้ายอมรับและยินดีที่จะอยู่เอง ยอดรักเจ้าอย่าได้กังวลเลย แม้วาสนาเราไม่อาจได้ครองคู่กัน ณ ภพชาติใดแต่ข้าก็ดีใจที่อย่างน้อยได้อยู่เคียงข้างเจ้า เพราะฉะนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลหรือคิดมากให้เศร้าใจหรอกนะ”เยี่ยหัวกล่าวออกมาพร้อมกับร้อยยิ้มจางๆยิ่งทำให้เซียนหนุ่มผู้นี้ยิ่งดูหล่อเหลายิ่งนัก มือหนานั้นค่อยปาดเกลี่ยน้ำหยาดน้ำตาบนใบหน้างามนั้นออกไปอย่างเบามือที่สุดและเนรมิตให้บรรยากาศโดยรอบที่คนทั้งสองอยู่มีความสงบสดใสเพื่อคลายความเศร้าให้แก่นางผู้เป็นที่รักนี้


     “ช่างสวยงามนัก”จางฝูที่นอนหนุนตักสามีหนุ่มอยู่กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบ้างที่เริ่มปรากฎขึ้นบนใบหน้านวล เพียงแต่ยังไม่ทันที่จางฝูหรือเยี่ยหัวจะได้กล่าวสิ่งไปต่อไปร่างของนางก็กระตุกเบาๆพร้อมกับร่างบางนั้นค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาของเยี่ยหัว เซียนหนุ่มมองการหายไปต่อหน้าของหญิงที่รักก็ตกใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็เพียงยิ้มออกมาบางๆกับสิ่งที่เขาสัมผัสได้ที่ภายนอกนั้น


     “ชาติก่อนนั้นเป็นเจ้าขัดขวางข้า ชาตินี้ยังส่งลูกเจ้ามาขัดขวางการพูดคุยของข้ากับนางอีกนะ โจ้วอ๋อง”


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +3 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2020-5-16 01:27
คุณได้รับ +2 ความชั่ว โพสต์ 2020-5-16 01:27

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2020
x5
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x1
x3
x8
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x14
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x43
x600
x399
x96
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x56
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x54
x200
x100
x800
x5
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x92
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x7
x1676
x1
x2
x1360
x2290
x35
x1523
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132