ชื่อกระทู้: [โลกต่างมิติ] { ดินแดนรกร้าง } ภูเขาบรรพกาลนาสทรี

ดู: 173|ตอบกลับ: 1

[โลกต่างมิติ] { ดินแดนรกร้าง } ภูเขาบรรพกาลนาสทรี

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-7-25 16:33:28 |โหมดอ่าน




 ภูเขาบรรพกาลนาสทรี 


{ แดนรกร้าง }








ภูเขาบรรพกาล
หุบเขาที่เต้มไปด้วยสายหมอกมีภูยอกสูงตระหง่านและยากต่อการเข้าถึง
เส้นทางยาวไกลหลายร้อยลี่ ทั้งคดเคี้ยวและอันตราย
เป็นภูเขารกร้างที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขานี้มีอายุเท่าไหร่
เล่ากันว่าเขานี้สร้างขึ้นมาพร้อมกับบุกเบิกโลกเป็น
แกนกลางของโลกตะวันออกและตะวันตก









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

211

กระทู้

1848

โพสต์

57หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
495600
เงินตำลึง
2123778
ชื่อเสียง
266888
ความหิว
81

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7146
ความชั่ว
1452
ความโหด
3868
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-7-25 22:34:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-7-26 21:18

[พบผู้สร้างอีกครั้ง]

      ‘เร็วเข้าจางฝู ใกล้แล้ว’สียงนั้นยังคงทำหน้าที่เอ่ยนำทางหญิงสาวในชุดอาภรณืสีเขียวอ่อนที่กำลังกระโดดโลดแล่นเหนือยอดพุ่มไม้เพื่อหลีกหนีจากเจ้าพวกภาพหลอนที่ทั้งที่จ้องแต่จะมาถ่วงเวลาการเดินทางของเธอให้ช้าลงกว่าเดิม และในที่สุเธอก็สามารถหลุดพ้นออกมาจากป่าลวงตานั้นได้เสียที่


       ร่างบางที่ใช้ตัวเบาค่อยๆทะยายร่างร่อนลงมายืนอยู่ที่พื้นพรางหอบหายใจหนักก่อนจะหันหลังกลับไปมองยังป่ามือทึบที่ในที่สุดเะอก็หลุดออกมาจามันได้เสียทีหลังจากที่วิ่งฝ่าดงป่ามานานจนเสื้อผ้าเธอถูกกิ่งไม้กิ่งหนามเกี่ยวจนขาดวิ่นไปทั้งตัว “แฮ่กๆ ข้า..หลุดออกมาแล้ว แฮกๆ”


      ‘อย่าพึ่งดีใจไป ที่ที่เจ้าต้องไปต่อนั้นน่ะ’จางฝูยืนยิ้มอย่างดีใจที่หลุดออกมาจากป่าลวงตาได้แแล้วนั้นเมื่อต้องหันไปตามเสียงกลับต้องรีบหุบยิ้มพร้อมกับใบหน้าที่รื้นไปด้วยเหงื่อนั้นพลันซีดขาวขึ้นมาเมื่อเส้นทางที่เธอต้องไปต่อเบื้องหน้านั้นคือการเดินขึ้นเขาสูงเสียดฟ้านั้นเอง


      “บอกข้าสิว่าเป็นถ้ำใต้ภูเขานี้”


      ‘ดีใจ ด้วยนะจางฝูที่ยอดเขา’


      “บ้าเอ้ย ข้าจะไม่มีแรงก้าวขาแล้วนะ”จางฝูร้องโยเยออกมาพร้อมกับร่างบางที่ทรุดตัวลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นอย่างหมดแรง รวมๆแล้วเธอแทบจะวิ่งมามากกว่าสามเมืองแล้วกระมังหากนับจากเวลาที่ใช้วิ่งและระยะทางที่ผ่านๆมา


      ‘ทนหน่อย แค่ยอดเขา’


      “ก็พูดได้สิ เจ้าไม่ได้มาวิ่งอยู่กับข้านี่!!”จางฝูร้องตะโกนออกมาพร้อมร่างบางที่ค่อยยันตัวลุกขึ้นมา เท้าของเธอยามต้องเดินเหยียบไปบนพื้นช่างเจ็บปวดไม่ต่างจากการเดินย่ำไปบนคมมีดหรือเศาแก้วแหลมที่ทิ่มแทงเท้าอยู่เลยแต่สุดท้ายแล้วเธอก็ทำได้เพียงกัดฟันวิ่งตามเสียงที่ว่านั้นขึ้นเขาไปและดุว่าสิ่งที่รอเธอยู่ที่ดด้านบนนั้นมันคืออะไรกันแน่ และเจ้าของเสียงคือใครเหตุใดจึงได้รู้สึกคุ้นหุอย่างประหลาด ซ้ำเมื่อได้ฟังเสียงนั้นกลับรู้สึกปลอดภัยเสียยิ่งกว่ายามเะออยู่กับสามีตัวเองเสียอีก หรือตอนที่หลุดมาที่ดินแดนประหลาดนี้เะอหัวกระแทกพื้นกันนะจึงมีความคิดแปลกๆเช่นนี้


      เพราะเอาแต่เดินคิดนู่นี่ไปเรื่อยทำให้จางฝูเดินขึ้นมาถึงยอดเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบแม่เมื่อเธอเดินขึ้นมาถึงก้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอบอุ่นที่แผ่ออกมาจนทั่วบริเวณ เมื่อลองเดินตามบรรยากาสอบอุ่นที่แผ่ออกมาไปเรื่อยๆเะอก้ได้พบกับจุดศูนย์กลางที่แผ่ไอบรรยากาศอบอุ่นนั้น  นั้นคือแสงสีทองสว่างที่ลอยอยู่เหนือยอดเขาแห่งนั้น


    ‘มาถึงเสียทีนะจางฝู’



    “ท่าน...ผู้สร้าง...อะ..จางฝูคารวะท่านผู้สร้าง”จางฝูที่นึกขึ้นได้ว่าเสียมารยาทรีบยกมือประสานแล้วคุกเข่าทำความเคารพแก่ผุ้สร้าง ที่แท้เสียงที่เะอรู้สึกว่าคุ้นหูก้คือเสียงของท่านผู้สร้างนี่เอง "ต้องขออภัยด้วยที่เสียมารยาทกับท่านมาตลอดทางเลย"


    “ไม่เป็นไรเพียงแต่ จางฝูเจ้าได้ก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมารู้ตัวหรือไม่” เสียงนั้นเอ่ยถามขึ้น  จางฝูเอ่ยเมื่อถุกถามก้รุ้ได้ทันทีเลยว่าผู้สร้างกำลังเอ่ยถึงเรื่องใด


    “เจ้าค่ะเพราะความอยากรู้อยากเห็นของข้าจึงไปปลดปล่อยมารตนหนึ่งเข้า”จางฝูเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด เธอไม่ตั้งใจจริง  ในตอนนั้นเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไปทำอะไรเช่นนั้นลงไป


      "จางฝู เจ้าปลดปล่อยมารหมาป่านางนั้นออกมา รู้ผลที่ตามมาไหม นางคือบุตรแห่งเคนท์"


      "เคนท์ เป็นบุตรแห่งอดัมและอีฟ ฆาตกรคนแรกของโลก ในครั้งนั้นเขาได้ลงมือทำร้ายน้องชายของเขาจนถึงแก่ความตาย ข้าจึงไล่ออกจากสวนอีเดนและมอบตราชีวิตอมตะให้เขา เขาจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดเพียงแต่จะไม่ตายจากอายุขัยหรือถูกฆ่า จนกว่าเขาจะเรียนรู้การเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เวลานั้นเขาจะปลดพันธะตราบาปที่สลักได้ แต่เมื่อสามร้อยปีก่อนเคนท์ได้มีลูกสาว ตราบาปของเขาได้สืบทอดให้ลูกสาว กลายเป็นว่าปัจจุบันมีคนมีตราบาปสองคนบนโลกนี้" เสียงจากผู้สร้างเอ่ยอธิบายออกมานั้นราวกับยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ตัวของหญิงได้สร้างเรื่องวุ่นวายหนักขนาดไหนขึ้นมา และทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับอย่างไม่มีข้อแก้ตัว


      "ธิดาแห่งเคนท์ได้เดินทางมายังตะวันออกและบำเพ็ญหนทางมารจนบรรลุเป็นมารหมาป่าเช่นปัจจุบันเพิ่มทวีคูณความดุร้ายอีกทั้งชีวิตที่อมตะ"


     "รับสิ่งนี้ไปอาจช่วยเจ้าปราบมารหมาป่าในภายภาคหน้าได้ สิ่งนี้กำจัดได้เพียงตราบาปบนร่างกายมารหมาป่าที่สืบทอดจากบิดา แต่ไม่อาจกำจัดบิดาของนางได้ ด้วยตราบาปบนตัวนางเป็นเพียงสิ่งสืบทอดจากบิดา ฆาตกรคนแรกของโลกเป็นตราบาปที่เขาจะต้องสำนึกในบาปของเขาและมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเขาถึงสามารถตายได้ มิเช่นนั้นเขาก็ต้องวนเวียนบนโลกนี้ไปนานตราบเท่านานต่อให้เบื่อแค่ไหนก็ไม่อาจตาย"



     สิ้นเสียงเอ่ยของผู้สร้างก้บังเกิดก้อนแสงสีทองลอยแยกตัวออกมาพร้อมกับลอยเข้าไปอยู่บนมือของจางฝุที่ยื่นออกไปรับ ก่อนที่ก้อนแสงนั้นจะค่อยๆขยับเเละเปลี่ยนรูปร่างของมันไปอย่างช้าๆเพื่อที่จะกลายมาเป็นอาวุธสำหรับเธอหญิงสาวนำไปต่อการกับมารหมาป่า  รับผิดชอบในสิ่งที่เธอกระทำลงไปด้วยความอยากรู้ของตัวเองที่มันคงจะมีมากเกินไป จนสร้างเรื่องมากมายขนาดนี้ขึ้นมา ซึ่งต่อให้ต้องตกตายตามนังมารนั้นไป เธอก็ต้องจัดการมันลงให้ได้ เพื่อที่จะไม่ให้นางมารนั้นไปก่อความวุ่นวายแก่ดลกของเธอดั่งที่นางกล่าวมาในตอนแรกที่หลุดออกมาจากกล่องผนึก ที่ใช้มนต์หลอกลวงเธอให้ตกสู่ห้วงมนต์และทำการเปิดกล่องปลดผนึกนางออกมาให้มีอิสระขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ถุกนายท่านของพวกหลงซิวจับผนึกเอาไว้

     ก้อนแสงในมือของจางฝูค่อยๆยืดขยายยาวออกแต่กลับกันความหนาค่อยๆปรับหดเล็กลง ก่อร่างเป็นรูปร่างของอาวุธชนิดหนึ่งที่ตัวของจางฝุเองนั้นไม่ค่อยคุ้นตาเท่าใดนักเพราะส่วนใหย่แล้วอาวุะจำนวกนี้ค่อยข้างใช้ยากผู้คนจึงไม่ค่อยนิยมนำมาใช้มากนัก จึงเห็นได้ค่อนข้างยาก และส่วนน้อยนักที่จะเอามาใช้

       “นั้นคือหนามคู่เป่าเหลียน เป็นอาวุธที่จะช่วยเจ้าในการต่อสู้กับมารหมาป่า”เสียงจากผู้สร้างดังขึ้น ก่อนดวงตาสีน้ำตาลของจางฝูจะเลื่อนลงมองดูหนามคู่ในมือที่ประดับลวดลายดอกบัวผลิบานดูงดงามยิ่ง หากแต่ความงามเหล่านั้นก็กลับซ่อนไปด้วยความอันตรายหากเมื่ออาวุธนี้กวัดไกวด้วยคนมีฝีมือก็สามารถที่จะเรียกเลือดจากผู้เป็นศัตรูและทำให้คนผู้นั้นยอมศิโรราบได้โดยงาน เพราะเป็นอาวุธที่คนไม่นิยมใช้ การที่จะป้องกันอาวุธชนิดนี้จึงค่อนข้างทำได้ยากเช่นกัน

        หลังจากที่รับอาวุธมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่เหนือหัวของหญิงสาวพลันปรากฎแสงสว่างจ้าขึ้นก่อนที่แสงนั้นจะค่อยเลือนหายไปเหลือทิ้งเพียงร่างของบุรุษที่ผู้หนึ่งที่มีปีกสีขาวคู่หนึ่งอยู่กลางหลังแต่งกายคล้ายๆกับชาวเมืองกรุงโรมที่ค่อนไปทางมีฐานะที่เมื่อนานมาแล้วจากฝูไปพบเห็นมา เพียงสิ่งที่ทำเอาจางฝูถึงกับตะลึกพูดไม่ออกนั้นคงเป็นปีกคู่ใหย่สีขาวที่กลางหลังชายหนุ่มผู้นั้นเสียมากกว่า

      พรึบ!!

      เสียงจากปีกสีขาวคู่ใหญ่ที่กรพพือขึ้นลงเบาๆแต่กลับสร้ายสายลมรุนแรงพัดลงมาที่พื้นได้จนจางฝุที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองเพื่อป้องกันตาของเธอจากฝุ่นและเศษดินที่จะกระเด็นปลิวมาจากสายลมที่เกิดจากปีกสีขาวของให่ของชายแปลกหน้าที่มาใหม่

      “คำนับท่านผู้สร้าง”ชายที่มาใหม่เอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นมาแปะที่อกตัวเองและโค้งไปทางกลุ่มแสงของผู้สร้าง โดยมีจางฝูนั้นมองดูท่าทางนั้นอยู่ห่างๆ เมื่อชายผู้นั้นทำการเคารพจางฝูก็สังเกตุว่าท่าทีของเขาที่ให้นั้นเป็นการทำความเคารพในแบบโรมที่เธอเคยเห็นมานั้นคงยิ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าคนแปลกๆมีปีกนกผู้นี้คงมาจากโรมแน่ๆ

      “มาแล้วหรือ” เสียงท่านผู้สร้างเอ่ยรับการคำนับนั้น “จางฝู มานี่สิ”

      “เจ้าค่ะ”จางฝูเมื่อถูกเรียกก็ยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาท่านผู้สร้างโดยที่เว้นระยะห่างจากชายประหลาดผู้นั้นเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ แน่ละ ในดินแดนเธอมันไม่ได้มีคนมีปีกเดินไปมาให้เกลื่อนนี่ ย่อมต้องมีท่าทีไม่อยาเข้าใกล้บ้างละ แม้ว่าการที่เขาผู้นั้นมาอยู่ที่นี่เบื้องหน้าผุ้สร้างจะเป็นการยืนยันแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นอันตราย แต่เธอก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่นี่นั้นแหละ

      “ข้างๆเจ้าคือ ราฟาเอล หนึ่งในอัครทูตสวรรค์ เขาจะพาเจ้าออกจากดินแดนรกร้างแห่งนี้ และพาเจ้ากลับไปยังดินแดนของเจ้า”สิ้นเสียงบอกกล่าวของท่านผู้สร้าง กลุ่มแสงสีทองของท่านผู้สร้างนั้นก็ค่อยๆเลือนหายสลายไปอย่างช้าๆ เหลือทิ้งไว้เพียงบรรยากาศโดยรอบที่ยงัคงให้ความรู้สึกอบอุ่นอยู่ และหนึ่งสตรี หนึ่งบุรุษมีปีก ที่ต่างก็พากันก้มตัวโค้งส่งท่านผู้สร้างที่จากไป

      “เอ้า ไปกันได้แล้ว ส่งมือมา”หลังการจากไปของท่านผู้สร้างชายมีปีกที่ชื่อราฟาเอลก้หันมามองเธอด้วยท่าทีเซ็งๆ ก่อนพูดจาห้วนๆใส่พร้อมกับยื่นมือแบส่งมาที่เบื้องหน้าหญิงสาวด้านข้าง ซึ่งท่าทีเช่นนั้นทำเอาจางฝูนั้นถึงกับคิ้วกระตุกด้วยสาเหตุที่บอกไม่ถูก

      “ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องมาก็ได้นะนาย”จางฝูเอ่ยพรางยกมือขึ้นกอดอกมองดูมือหนาของอีกฝ่ายที่ยื่นส่งมาตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้

      “ใช่!!ไม่เต็มใจ แต่เป็นคำสั่งต้องทำ รีบส่งมือมาได้แล้วจะได้ไปเสียที ข้าไม่ได้ว่างมายืนเถียงกับเจ้านะ”ชายนามราฟาเอลเอ่ย คิ้วหน้าสีดำขมวดเข้าหากันแล้วมองไปยังสตรีมนุษย์ที่ก่อนหน้าที่อยุ่เบื้องหน้าท่านผู้สร้างนั้นดูน้อบน้อมเชื่อฟังอยู่เลย แต่พอท่านไปกลับกลายเป็นสตรีหัวรั้น กระโดกกระเดกไม่สมสตรี ไม่รู้ท่านผู้สร้างคิดอะไรถึงต้องเรียกให้เขามาพาตัวนางกลับไปส่ง ทั้งๆที่ตอนนี้งานเขาเยอะจนแถบจะล้นออกมาจากห้องอยู่แล้ว

       “แล้วคิดว่าข้ารึไง ไหนจะไอ้มารที่พึ่งนี้ไปนั้นอีก หัวเสียจะแย่”

        “เจ้าทำตัวเองทั้งนั้น เลิกบ่นแล้วจับมือได้แล้ว!!!” เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังมีท่าทีนิ่งเฉย ชายหนุ่มก็พลันถอนหายใจออกมา “จางฝูสินะ ข้าขอละ จับมือ แเราจะไปเดินทางเสียที เสียเวลามานานแล้ว อยากจัดการการมารหมาป่านี่ ถ้าช้าก็ตามไม่ทันหรอก”


       “หมายความว่าไงที่ว่าไม่ทัน”จางฝูเอ่ยถามทวนกลับไปพร้อมกับขมวดคิ้วมองไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจเท่าใดนัก

       “ก็หมาความว่าตอนนี้เจ้ามารหมาป่านั้นหนีไปโลกของเจ้าแล้วยังไงละ”

       “!!!!  แล้วทำไมไม่รีบบอกเล่ามั่วแต่เก๊กท่าอยู่นั้นแหละ!! ปากน่ะอมอะไรอยู่ไม่ทราบ!!!”จางฝูร้องโวยวายขึ้นมาพร้อมพุ่งตัวไปจับมือราฟาเอลเอาไว้ “รีบไปสิ!!!”


      “เฮ้อ..มนุษย์ผู้หญิงเอาแต่ใจชะมัด หลับตาเสีย”จางฝูได้ยินก็รีบหลับตาลงตาคำบอกก่อนที่ร่างทั้งร่างเธอจะรู้สึกเหมือนว่าค่อยลอยขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะเหมือนกลับโดดเหวี่ยงไปมาซ้ายทีขวาทีอย่างแรงจนอดคิดไม่ได้ว่าไอ้เจ้าชายชื่อราฟาเอลอะไรนั้นมันแกล้งเธอรึป่าว


@Admin




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2019-7-26 21:28
คุณได้รับ +8 คุณธรรม โพสต์ 2019-7-25 23:05
คุณได้รับ +7 คุณธรรม โพสต์ 2019-7-25 23:05

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -86 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 500 + 50 -86 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x8
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x1
x3
x8
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x14
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x43
x600
x399
x96
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x162
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x56
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x54
x200
x100
x800
x5
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x88
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x9
x1676
x1
x2
x1360
x2290
x35
x1523
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x260
x126
x225
x590
x39
x111
x432
x994
x1
x23
x616
x5
x458
x144
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x794
x490
x4
x2
x724
x794
x450
x165
x9999
x1872
x500
x325
x25
x42
x17
x69
x23
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x62
x1
x9
x153
x264
x698
x5450
x73
x11
x210
x446
x143
x2400
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x614
x1866
x830
x108
x205
x107
x11
x101
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x177
x263
x500
x2
x51
x1803
x9
x158
x200
x6662
x702
x280
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x14
x678
x8
x1439
x9
x1748
x313
x958
x1169
x946
x1030
x667
x199
x134
x195
x745
x1580
x807
x92
x155
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1195
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x616
x24
x280
x1245
x157
x248
x1444
x8146
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1


ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-7-6 13:27

ขึ้นไปด้านบน