12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่

ชื่อกระทู้: [โลกต่างมิติ] { ดินแดนจอมเวทย์อามัส } ปราสาทอามัส

เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

[โลกต่างมิติ] { ดินแดนจอมเวทย์อามัส } ปราสาทอามัส

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-7-29 23:22:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WeishaoTien เมื่อ 2019-7-29 23:27

                                 ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว...
ข้าเก็บอาวุธทุกอย่างเข้าไป แล้วลุกยืนขึ้นเพื่อเดินไปที่หน้าประตูอีกครั้ง มาลองดูกันสิว่า หลังจากที่ข้าพักจนหายเหนื่อยแล้ว ประตูนี้ยังจะเป้นอุปสรรค์ของข้าอยู่อีกมั้ย.. ข้าเริ่มจากการค่อยๆหาร่องเพื่อจะสอดนิ้วของข้าเข้าไป แต่จนแล้วจนรอด ด้วยความใหย่ของนิ้วข้า ไม่มีทางเลยที่ข้าจะสอดนิ้วเข้าไปงัด ด้วยเพราะประตูที่ปิดอย่างสนิท มันเลยไม่มีทางเลยที่ใครจะสอดนิ้วเพื่องัดประตูให้เปิดออกมาได้ จะดันประตู.. มันก็ไม่ใช่เรื่องเพราะประตูบานใหญ่นเปิดจากด้านฝั่งเดียวกับที่ข้ายืน เพราะงั้นจึงตัดความคิดที่จะดันประตูนี้ไปได้เลย.. ในเมื่อประตูไม่สามารถเกิดได้ หากข้าต้องรออยู่อย่างนี้ เดี๋ยวอีกไม่นานข้าคงจะเริ่มกังวลใจอีกเป็นแน่แท้ ในตอนนี้ข้าเองก็คิดว่า มันน่าจะมีทางที่จะเข้าไปยังปราสาทได้อีกทางหรือสองทางเป็นแน่ เพราะปราสาทหลังออกจะใหญ่โตขนาดนี้ ถ้ามีทางเข้าออกเพียงทางเดียวคือประตูบานนี้ล่ะก็.. มันไม่น่าที่จะเป้นไปได้ มันเป้นไปไม่ได้เลย เพราะงั้น ความเป็นไปได้ที่น่าจะมีทางเข้าอีกซักทางอยู่ใกล้ๆนี้ ข้าจึงเดินไปรอบพื้นที่ๆพอจะเดินไปได้ แล้วค่อยๆมองไปที่ปราสาท ลองดูสิว่ามันพอที่จะมีทางเข้าอีกทางมั้ย...




                                  ที่หน้าปราสาท ดินแดนลึกลับ..

                                  ให้ตายสิ ข้าไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนเหมือนเคย ก็เพราะมันไม่มีใครบอกข้าน่ะสิ อีกทั้งตอนที่สู้กันกับเจ้าหุ่นแคระนั่น ก็ดันไม่ได้ถามซะก่อนด้วย ไม่งั้นข้าก็คงจะรู้ได้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน.. เอาเถอะ ข้าว่ายังไงมันก็ไม่ได้ทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นมาสามารถคลี่คลายได้หรอก ซึ่งข้าเองก็ไม่อยากจะเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้นานนัก คนที่ในหัวมีแต่เรื่องให้คิดเช่นนี้ การหยุดความคิดของข้านั้นเป็นเรื่องที่ยาก.. ไม่สิ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะทำได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงแม้ข้าจะไม่สามารถหยุดคิดได้ แต่ข้าก็ยังสามารถควบคุมความคิดที่เกิดขึ้นมาได้ ว่าข้านั้นต้องการที่จะคิดไปในแนวไหน ซึ่ง มันก็เป้นข้อดีในขอสเียของข้าด้วยล่ะนะ..



                                 ปราสาทหลังออกจะใหญ่โต ถ้ามีทางออกเพียงทางเดียวล่ะข้าว่า ข้าคงได้หงุดหงิดกันบ้างล่ะน่ะ การเดินสำรวจไปรอบๆปราสาทมันเป็นเรื่องที่อันตราย แต่น่าแปลกที่รอบปราสาทนั้นหาได้มียามหรือทหารเฝ้าระวังอยู่ไม่ มันน่าแปลกอยู่นะ ทั้งๆที่เจ้าของปราสาทแห่งนี้ก็มีอำนาจเวทย์มนต์ที่สามารถสร้างสรรค์องครักษ์เวยทย์มนต์มาปกป้องตนเองได้ แต่กลับไร้ซึ่งผู้คนคุ้มกัน หรือยาม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุ้มกันที่นี่ น่าแปลกใจ ข้านึกว่าจะต้องเจอกับเจ้าหุ่นแคระอีกตัวหรือหลายตัวซะแล้ว แต่ที่นี่กลับโล่ง.. ข้าเดินออกมากจากจุดกำบัง มันใหญ่พอที่ข้านั้นจะสามารถแอบได้โดยที่ไม่มีใครเห็น(มั้งนะ)...



                                 ดุเหมือนที่นี่จะเป็น.. สวนหย่อมของปราสาท ที่เมื่อข้าหันกลับไปมองที่ปราสาท นี่เป้นด้านหลังของปราสาทที่เดินหลบๆซ่อนๆมาเจอทางเข้าบ้าง มันก็เข้าได้ แต่กลับเป็นห้องเดียว ไม่มีประตู ข้าจำต้องหาห้องที่มีประตูเชื่อมกับห้องอื่นๆด้วยไม่งั้นมันไม่สามารถเข้าไปด้านในตัวปราสาทได้.. จนแล้วจนรอด เดินหลบๆซ่อนๆมาจนถึงสวนหย่อมด้านหลังปราสาท ให้ตายสิ.. ยังไม่เจอประตูหรือห้องที่มีทางเข้าไปสู่ในตัวปราสาทจริงๆซักห้องหรือซักบาน นี่เดินมาครึ่งรอบปราสาทแล้วนะ..

                                 ข้าหวังว่าจะได้เจอกับห้องที่ข้าสามารถที่จะเข้าไปในตัวปราสาทได้ ข้าหวังเพียงเท่านั้น หลังจากนั้นค่อยว่าจัดการตัวเองกันว่าจะตามหาแม่นางหลิงนูยังไง บานประตูมากมาย บ้างเปิดได้ บ้างเปิดไม่ได้ บ้างเล็กไป บ้าง..ใหญ่พอดีตัว.. แต่เปิดไม่ออก แราสาทแห่งนี้ผนึกประตูไว้ด้วยเวทย์มนต์คาถาล้วนๆ การที่จะลอบเร้นเข้าไป โดยที่ไม่ให้คนด้านในแตกตื่นเมื่อเห็นคนตัวใหญ่ๆเดินเข้าปราสาทมาหน้าตาเฉย ถ้าเป้นปราสาททั่วไปน่ะยาก เพราะเขามีทหารคุ้มกันแน่น การลอบเร้นจึงเป็นสิ่งที่เป้นไปไม่ได้สำหรับคนตัวใหญ่ๆเช่นตัวข้า...



                                สามเค่อผ่านไป ในที่สุด สามเค่อนั้นก็ไม่สญเปล่า มีประตูใหญ่ที่ข้าสามารถเปิดเข้าไปได้ ข้าค่อยๆเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ก่อนที่จะปิดลงไปเพื่อไม่ให้ใครเจอ.. แต่ก็ไม่แน่นใจว่าจะมีใครมาเจอมั้ย เพราะถ้าเจอตัวข้าจริงๆ คงจะต้องเจอตั้งแต่ครึ่งทางแรกที่ข้าเดินสำรวจที่นี่แล้วล่ะ.. ประตูใหญ่นั่นเป็นประตูระเบียงทางเดิน มันเชื่อมถึงกันอยู่หลายห้องเล็กน้อย ประมาณหกถึงแปดห้อง เอาล่ะ มันจะต้องมีห้องไหนซักห้องที่มีทางเชื่อมสู่ตัวข้างในปราสาทได้ ขอแค่อย่าให้มีใครมาเจอตอนที่ข้ากำลังหาทางอยู่ก็พอ.. ข้าเริ่มเดินเปิดประตูไปเรื่อยๆ มันดูอุกอาจไม่ใช่น้อยสำหรับการมาเยือนปราสาทแห่งนี้ เมื่อเปิดไปได้สี่ในแปด ก่อนที่จะเปิดเข้าห้องที่ห้า เสียงจากด้านในทำให้ข้าต้องวางหูของตนเองไว้แนบกับประตูไม้หนาๆนี่ เสียงมัน.. แปลกๆ แต่ฟังเสียงแล้ว ข้าคิดว่ามันไม่รู้สึกว่าดีแน่นอน...



                                ข้าเปิดประตูเข้าไป เสียงแบบนั้น มันไม่ได้เป็นเสียงที่ดีเท่าไหร่ เมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่ข้าเห็นกลับไร้ซึ่งคน ไม่มีคนอยู่ในห้อง แต่กลับมีบางสิ่ง อยู่ในกรงที่ถูกตั้งไว้อยู่บนแท่นสีขาวกลางห้องนั้น...



                                 "นั่นมัน.. อะไรน่ะ" ข้าค่อยเดินเข้าไปดูอย่างใกล้ๆ มันเหมือนกับ ตุ๊กตา.. เหรอ?



                                 ยิ่งดูข้าก็ยิ่งมั่นใจว่าเจ้านี่เป็นตุ๊กตา ที่ด้านในยัดด้วยอะไรซักอย่าง แต่.. มันขยับได้ด้วย.. ข้าว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ มันมีชีวิต มันดิ้นได้ด้วยเนี่ย แต่ดูเหมือนมันจะมีอะไรมัดตัวของมันอยู่ กับเสียงนั่นก็เป็นเสียงร้องของเจ้านี่ล่ะ เสียงของเจ้านี่ไม่ได้ดังมาก แต่ก็รู้ว่าเจ้านี่กำลังทรมานกับการถูกมัดตรึงด้วยเชือกไว้ มันคงจะดีหากข้าจะสามารถช่วยเจ้านี่ให้หลุดจากเชือกที่มัดตรึงอยู่... ข้าแหวกกรงนั้นออก ก่อนที่จะหยิบเจา้สิ่งมีชีวิตตัวน้อยออกมาจากกรงนั้น แต่เมื่อข้าหยิบเจ้านั่นออกมาอย่างระมัดระวัง มันรู้สึกได้ถึงความร้อน ที่ออกมาจากเชือกนั้น ข้าทนถือมันออกมา และค่อยวางเจ้าตัวน้อยลงไว้บนโต๊ะ ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยนี่จะแขวนสร้อยอะไรซักอย่างไว้ที่ตัวมันด้วย ที่สร้อยจี้นั่นมีสีม่วงแวววาวสดใส แต่ข้าไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร เพราะตอนนี้ ชีวิตของเจ้าตัวน้อยนั้นสำคัญกว่า.. ข้าพยายามหาของมีคมต่างๆมาตัดเชือกนั่น แต่พยายามหาหรือแม้แต่เอาอาวุธออกมาตัด มันก็ไม่ทำให้เชือกนั้นขาดออกจากกันได้เลย หนำซ้ำเจ้าตัวน้อยยังดูหวาดกลัวมากเมื่อเห็นข้านำดาบขึ้นมา พยายามตัดเชือกนั้น..

                                  "เจ้าต้องไม่เป็นไร.. ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว" ไม่รู้หรอกว่าเจ้าตัวเล็กนี้ฟังที่ข้าพูดออกมั้ย แต่สิ่งที่ข้ากำลังทำนั้น คือสิ่งที่ข้ากำลังจะช่วยให้เจ้าตัวน้อยปลอดภัย

                                  ภายในห้องนี้มีดาบประดับไว้ตามผนังก็จริง แต่มันก็เป็นเพียงของประดับ ความคมในระดับนึงไม่สามารถผ่าเชือกให้ขาดได้ ข้าจำใจต้องชักดาบผ่ากองเรือขึ้นมาเพื่อลองเฉือนเชือกนั้นอย่างเบามือ หลังจากที่ลับคมของมันมาก่อนหน้านี้ ผลที่ได้คือ ล้มเหลว ความคมของดาบผ่ากองเรือเล่มใหญ่ไม่สามารถตัดเชือกให้ขาดได้ ซ้ำยังทำให้เจ้าตัวน้อยเกิดอาการกลัวขึ้นมา มันไม่ใชเรื่องที่ข้ารู้สึกดีเลย

                                 ไม่ว่าจะทำยังไงเชือกก็ไม่ขาด อีกทั้งเชือกนั้นร้อนมากเมื่อข้าถือขึ้นมา เจ้าตัวน้อยนี่อาจจะทรมานเพราะอำนาจมนต์ของเชือกนี่ก็เป็นได้ ชีวิตนั้นสำคัญนะ ไม่ว่าจะตัวเล็กจ้อย หรือตัวใหญ่มหึมา มีอำนาจล้นฟ้า ทุกชีวิตล้วนมีค่าในตัวของมัน และข้าจะไม่ปล่อยให้ชีวิตเล็กๆตรงหน้าข้าจะต้องทนทุกข์ทรมานกับเชือกนี้หรอก แม้ว่าจะสองจิตสองใจ แต่อย่างน้อย ข้าว่าหาผ้ามาห่อตัวของมันเอาไว้ แล้วหิ้วไปด้วยคงจะสามารถพาไปด้วยได้ ว่าแล้วข้าก็หาผ้าห่มเก่ามาได้จากห้องแถวๆนั้น ก่อนที่จะห่อร่างของเข้าตัวน้อยเอาไว้ ถึงมียังร้อนอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็ร้อนน้อยกว่าเมื่อครู่นี้ก็แล้วกัน... ข้าคิดว่าจะต้องมีอะไรที่สามารถช่วยแก้มัดเชือกอาคมอันนี้ให้หลุดออกได้อย่างแน่นอน...






แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม โพสต์ 2019-7-29 23:31
คุณได้รับ +7 คุณธรรม +20 ความโหด โพสต์ 2019-7-29 23:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +222 ความหิว -48 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 222 -48 + 10

ดูบันทึกคะแนน


"山川异域, 风月同天, 寄诸佛子, 共结来缘
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รัดเกล้ามงคล
สมาธิผืนป่า
จื่อซิงหม่า
ปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ตัวเบาขั้นสูง
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x2
x10
x1
x30
x1
x1
x50
x3
x81
x16
x4
x55
x1
x40
x1
x1
x300
x6
x1
x3
x4
x25
x5
x1
x1
x1
x30
x40
x1
x1
x20
x1
x1
x120
x2
x1
x475
x20
x6
x4
x80
x55
x110
x70
x8
x4
x115
x180
x295
x16
x77
x106
x1
x2
x1
x508
x10
x248
x130
x15
x110
x420
x1
x100
x90
x220
x1
x440
x3
x3
x200
x401
x4
x425
x2
x100
x3
x400
x2
x444
x160
x201
x9
x15
x400
x20
x200
x400
x35
x31
x2
x60
x200
x25
x4
x200
x9
x140
x1
x600
x20
x400
x500
x40
x7
x150
x31
x420
x1
x602
x600
x590
x3
x2400
x200
x96
x600
x120
x1
x6
x400
x200
x76
x3
x24
x20
x10
x400
x15
x4
x47
x35
x401
x100
x1
x1
x15
x400
x200
x3
x11
x14
x1
x56
x15
x51
x15
x15
x2215
x2235
x7
x6000
x62
x134
x2
x7
x13
x974
x560
x20
x1
x610
x154
x3
x260
x2
x2
x99
x120
x70
x260
x147
x405
x325
x350
x308
x17
x1026
x339
x141
x16
x89
x60
x384
x957
x396
x346
x460
x24
x300
x14
x100
x3
x80
x700
x44
x121
x415
x995
x178
x540
x9999
x21
x1019
x384
x2298
x614
x25
x2479
x1030
x181
x405
x2496
x2240
x2
x2663
x3956
x2075
x9999
x550
x8425
x9999
x5
x400
x2234
x611
x3271
x410
x118
x1240
x281
x127
x175
x230
x646
x305
x2
x455
x2082
x420
x330
x350
x2300
x113
x7
x657
x1100
x31
x2859
x9999
x42
x1351
x622
x225
x300
x7510
x9
x298
x2
x60
x420
x600
x65
x233
x2298
x8
x8
x64
x220
x2
x60
x256
x1240
x119
x2
x5
x223
x265
x9999
x27
x14
x1047
x760
x38
x2
x400
x8
x57
x37
x460
x4
x6645
x253
x439
x4
x140
x94
x228
x148
x161
x830
x6
x832
x6040
x7
x66
x547
x12
x11
x125
x150
x1416
x6
x7
x45
x53
x5
x6610
x419
x1260
x56
x484
x960
x8098
x456
x520
x1663
x605
x48
x254
x684
x254
x2263
x649
x863
x421
x139
x610
x7858
x39
x8
x433
x393
x300
x479
x16
x283
x1302
x38
x70
x260
x1193
x1311
x84
x1
โพสต์ 2019-8-3 05:11:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เวลาต่อมา
หลังจากหลี่หลิงนูผจญภัยในปราสาทลึกลับในดินแดนต่างมิติ ไม่สิ คงไม่รู้มาก่อนว่าเป็นที่ไหนกันแน่ คงไม่อยู่บนโลกใบนี้แน่นอน...
แต่ไหนๆเองก็เข้ามาในปราสาทซะลึกแล้ว ด้วยความเหนื่อยยากของท่านแม่ทัพเว่ยจะไม่ทำให้เสียเปล่าแน่นอน ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปช่วยองค์หญิงพาร์เที่ยนให้ได้ เราสัญญาไว้แล้วนี่นา


ใช้เวลาไปซะเยอะในการเริ่มต้นสำรวจปราสาทลึกลับหลังนี้ ที่คาดว่าน่าจะเป็นปราสาทของเจ้าหมอนั่น... คนที่ลักพาตัวองค์หญิงพาร์เที่ยนมา แต่เรายังไม่รู้เลยว่าอยู่ห้องไหนห้องใดกันแน่?..
พอเข้ามาแล้วเราเจอทางหลักแต่เราไม่เลือกไปทางนั้น เธอคิดว่าลางสังหรณืไม่ควรไปทางนั้น ควรจะไปทางอ้อมมากกว่า..
ทางอ้อมที่ว่าก็คือประที่อยู่นอกเหนือจากทางหลักนั่นเอง พอเข้าไปแล้วดันเจอบันไดที่พอจะวิ่งขึ้นไปได้อยู่ แต่ว่ายิ่งวิ่งขึ้นไปทางก็ยิ่งแคบลง แคบลง จนกระทั่งถึกจัดที่ไปต่อไม่ได้ เธอเลยเดินถอยออกมา
พลันนึกออกตอนนั้นเองว่าตอนที่วิ่งไปอยู่นั้นเจอประตูอีกประตูหนึ่งระหว่างทางด้วย เธอจึงวิ่งย้อนกลับไป ณ ตอนนั้นเอง..


เมื่อวิ่งย้อนกลับมา ก็พบประตูอย่างที่ว่าไว้จริงๆ เธอจึงค่อยๆเปิดประตู เดินเข้าพร้อมปิดประตูให้เรียบร้อย ให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามเธอมาด้านหลังของเธอ ให้แน่ใจนั่นแหละ...


เมื่อก้าวขาเข้ามาในประตูระหลาดนั้นแล้วก็พบว่า ด้านในนี้เป็นสถานที่ๆไม่เคยพบเจอมาก่อน..


ที่แห่งนั้น เปรียบเสมือนแกลลอรี่ที่รวบรวมภาพศิลปะไว้มากมาย ถูกตั้งเรียงรายไปตามทางเดินที่ยาวเหยียดไม่รู้จะไปจบที่ใด.. ทั้งสองฝาผนังล้วนถูกประดับด้วยภาพวาดระยะห่างกันไม่มากเท่าไร
"โห ภาพวาด" พอหลิงนูเห็นภาพแล้ว ก็รู้สึกสนใจภาพวาดเหล่านั้นขึ้นมาทันที เธอเลยเดินเข้าไปดูภาพวาดเหล่านั้นก่อนเลยเป็นอันดับแรก(...)


"ภาพพวกนี้..." หลิงนูเข้ามาดูใกล้ๆ ก็พบว่าภาพวาดเหล่านั้นมัน ขยับได้! ราวกับมีชีวิตชีวา
"อย่างกับมีชีวิตจริงๆเลย" หลิงนูดูภาพด้วยตามือไม่แตะต้องด้วยเข้าใจมารยาทของนักวาดภาพอย่างดี หลิงนูมองดูภาพแรกที่มันเคลื่อนไหวได้ เป็นภาพต้นไม้ที่ปลิวสไวอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนธรรมชาติของจริงไม่มีผิด


"มันทำได้ยังไงกัน?..." หลิงนูเองก็ยังไม่เข้าใจวิธีประหลาดมหัศจรรย์เหล่านี้เท่าใดนัก ทำให้ภาพวาดมีชีวิต เหมือนกับฝันไปอย่างไงอย่างงั้นเลยที่ได้มาเจอภาพแปลกๆที่นี่
ดูจากความสวยงามของภาพวาดแล้ว ดูท่าจะเป็นจิตรกรที่มีฝีมือสูงส่งอย่างมากทีเดียวกว่าจะทำได้แบบนี้..


"แต่ดูๆแล้วภาพนี้ค่อนข้างสวยมากเลยนะ..."
"ดูแล้วเราเอง น่าจะเทียบชั้นกับศิลปะรูปแบบนี้ได้รึเปล่าน้า..." หลิงนูมองภาพอย่างสนอกสนใจถึงรูปแบบศิลปะที่ชาวตะวันตกใช้กันว่าจะเป็นแบบไหน รูปแบบการวาดน่าจะต่างกับที่ฮั่นพอสมควรเลย
"มันดูแตกต่างมากเกินไปหน่อย เราอาจจะ ต้องเรียนรู้ศิลป์ของดินแดนตะวันตกซักหน่อย..." หลิงนูพูดกับตัวเอง ตั้งใจเพิ่มด้วยว่าจะทำอะไรหลังจากช่วยเจ้าหญิงได้แล้ว..


พอพูดถึงเจ้าหญิงปุ๊บ หลิงนูก็ดึงความคิดกลับมาจากห้วงศิลป์เหล่านั้นมาสู่เป้าหมายปัจจุบัน
"ไม่ใช่สิหลิงนู.." เธอพูดกับตัวเอง
"อ่า ไม่สิๆ เราต้องตั้งจุดมุ่งหมายไปที่ช่วยเจ้าหญิงสิให้ตายเถอะ.." หลิงนูลูบหน้าตัวเอง ก่อนจะถอยประมาณก้าวสองห้าวให้ถอยห่างจากรูปภาพนั้น แล้วมองไปยังทางเดินด้านหน้าที่แสนจะยาวเหยียด...


"ทางนี้มันจะทอดยาวไปถึงไหนกันนะ..." หลิงนูเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ก็จะเริ่มก้าวขาเดินออกไปยังตามทางที่ยาวเหยียดเหล่านั้น
พร้อมกับรูปภาพวาดสวยงามทั้งหลายที่ติดอยู่ทั้งสองข้างทาง มันถูกจัดเป็นระเบียบสวยงามตามท้องเรื่อง สมกับเป็นห้องเก็บวาดภาพที่มีคุณภาพครั้งแรกที่หลิงนูได้พบได้เห้นกับสิ่งนี้


ระหว่างเดินไปหลิงนูก็ชายตามองภาพวาดเหล่านั้นไปด้วยความสนอกสนใจ
เธอมองดู ไม่ว่าภาพไหนๆที่ติดฝาผนังพวกนี้ ล้วนมีชีวิตชีวา ขยับอย่างเป็นธรรมชาติของมันเอง อย่างเช่น ภาพที่เดินผ่านมาเป็นภาพนกบินที่ขยับปีกบินได้อย่างกับมีชีวิต
ภาพต่อมาอาจจะเป็นภาพคลื่นทะเล ที่คลื่นทะเลไหลอยู่ตลอดเวลาเสมือนวนลูป
ภาพข้างๆอาจจะเป็นภาพบุคคลสองคนคุยกัน บุคคลสองคนนั้นคุยกันอย่างเหมือนกับมีชีวิตจริงๆอีกภาพนึง
ภาพข้างหน้าที่เห็นแว้บๆ น่าจะเป็นภาพตลาดกับผู้คน.. ภาพนั้นก็มีคนเดินไปเดินมา กับพ่อค้าแม่ค้าขายของอย่างมีชีวิตชีวามาก


สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ยังไงกัน? เป็นเวทย์มนต์หรือเปล่านะ
ตอนแรกเองเราก็ไม่เคยได้ยินเรื่องเวทย์มนต์เหมือนกัน จนกระทั่งเมื่อก่อนนู้นเราได้เจอกับแม่มดนามโอฟิเลีย มันทำให้เราพอเข้าใจขึ้นมานิดหน่อยว่าเวทย์มนต์เป็นยังไง แต่ก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมดอยู่ดี..
แต่ถ้าหากเวทย์มนต์ทำสิ่งเหล่านี้ได้จริงๆ เฉพาะภาพวาดที่เราชอบนะ เราเองก็อยากมีมันเหมือนกันนั่นแหละ..
แค่ผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้นเอง..


อืมมมเอาเถอะ แต่มันก็คงทำได้ยากนั่นแหละ เวทย์มนต์... เป็นสิ่งจับต้องและคาดเดาได้ยากจริงๆ


ว่าแล้ว หลิงนูก็เดินต่อไปข้างหน้า เดินไปตามทางเดินนั้นเรื่อยๆ....


...
....
ผ่านมากว่าสิบลี้เศษๆ จะว่าไปทางเดินนี้ก็ยาวเป็นบ้าเลย รูปภาพที่ติดตามฝาผนังนั้น ก็ยาวมาตลอดทางเดินจนมันรู้สึกว่าเยอะมากๆ นี่เขาวาดภาพเยอะขนาดนี้เลยเหรอ.. ไม่อยากจะเชื่อ.. เขาเอาเวลามากมายมากจากไหนพื่อวาดภาพนี้กัน?


หลิงนูเดินมาจนกระทั่ง พบกับทางเดินหักมุมไปทางขวา แต่ทว่าหัวมุมนั้นมีประตูเก่าๆบานหนึ่งอยู่ตรงหน้า เธอเลยเดินมาหยุดตรงหน้าประตูเก่าๆบานนั้นเอง..
"ประตู....?" หลิงนูสงสัยเล็กน้อย มีประตูอยู่ตรงนี้ด้วยหรือ? พอหันมองไปทางขวานั้น รู้สึกว่าทางเดิน มันจะยาวไปได้อีกเรื่อยๆแน่ะ..
ขนาดประสาทก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น แต่ทำไมทางเดินมันเหมือนยาวไม่สิ้นสุดขนาดนี้ล่ะ?...
สงสัยไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา พอพูดถึงเวทย์มนต์เนี่ย ... ยากแท้หยั่งถึง..


หลิงนูครุ่นคิดนิดหน่อย เราก็ไม่รู้ว่าถ้าเดินต่อไปจะเจออะไรเข้า คงมีแต่ต้องเข้าไปในประตูบานนี้เท่านั้น...
"เอาล่ะ.. เอาไงเอากัน.." หลิงนูตัดสินใจ ยื่นมือไปจับลูกบิดประตูนั้นแล้วหมุนมือค่อยๆเปิดออก ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไร คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจแล้วล่ะ...
จากนั้นเธอออกเปิดปิดประตูแง้มๆไม่ให้เกิดเสียงดังจนอ้าออก แล้วก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่หลังประตูแห่งนั้น.. เปิดประตูค้างไว้..


เมื่อเข้ามาในห้องที่ไม่รู้จักแล้ว.. ปรากฏว่าห้องนี้สร้างความประหลาดใจให้กับหลิงนูเป็นอันมากทีเดียว


เพราะว่ากลางห้องนั้น พบร่างองค์หญิงพาร์เธี่ยนนอนหลับไหลอยู่ท่ามกลางเชิงเทียนจำนวนหนึ่ง
"องค์หญิง..!" หลิงนูเหมือนจะพบจุดมุ่งหมาย ทว่าก็เดินปรี่เข้าไปหาองค์หญิงที่นอนอยู่ทันทีเพื่อดูว่านางเป็นอะไรหรือไม่?
หลิงนูตรวจสอบบริเวณข้างๆใกล้เคียงร่างขององค์หญิงพาร์เที่ยนก็มีโต๊ะวางตำราไว้อยู่จำนวนหนึ่ง ราวกับว่ากำลังประกอบพิธีอะไรอยู่อย่างนั้นแหละ..


"องค์หญิง ยังมีสติอยู่หรือไม่ ช่วยตอบข้าด้วย.." หลิงนูพยายามปลุกองค์หญิงที่หลับไหลอยู่ให้ตื่นขึ้นมา แต่เหมือนจะไม่เป็นผล


ทันใดนั้น


*ปึง*


เสียงประตูที่เพิ่งจะเดินเข้ามาหมาดๆ ก็ได้ปิดลงอย่างกับมีคนเดินเข้ามา.. แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ยังที่แห่งนี้
ใช่ มันคงชายผู้ที่ลักพาตัวองค์หญิงมา หมอนั่นนั่นเอง
"โฮ่ แปลกใจมากที่แกมาถึงที่นี่ได้ ไม่โดนผู้พิทักษ์ของข้าจับได้เลยสินะ " ชายคนนั้นกล่าวขึ้นดูจะแปลกใจอยู่บ้าง แค่คำพูดนั้นกลับมีน้ำเสียงเย้นหยั่น


"เจ้า...!?"
"เจ้าทำอะไรองค์หญิงกันแน่!?" หลิงนูกอดร่างองค์หญิงไว้ข้างกายพร้อมถามแบบเตบ็งเสียงขึ้น


"รู้มั้ย ที่ที่มีกฏสำหรับผู้บุกรุก ว่าเข้าได้แต่ออกไม่ได้!" ชายคนนั้นพูดขึ้นมาพร้อมถือไม้เท้าร่ายบางอย่างเตรียมโจมตีใส่หลิงนู นั่นก็คือเวทย์มนต์เหรอ!?


"ชิบหา---" หลิงนูลุกขึ้นเตรียมรับมือ แต่ก็ไม่ทัน เขาร่ายเวทย์เร็วมาก บอลเวทย์ของหมอนั่นพุ่งเข้าใส่ตัวหลิงนูอย่างรวดเร็วและรุนแรง เธอป้องกันได้แต่ก็กระเด็นไปล้มข้างเตียงภายในห้องนั้น


"โอ้ย!" เธอกระเด็นไปข้างเตียงนั้นตามแรงของพลังเวทย์ ไม่ได้บาดเจ็บมากเท่าไหร่ แต่ดูทรงแล้วน่าจะต่อกรลำบากนัก...
เมื่อเธอกำลังจะลุกขึ้น สายตาเธอหันไปเห็นหน้าตำราหน้าหนึ่งที่เปิดค้างไว้เขียนด้วยภาษาพาร์เธียน หน้าที่เปิดอยู่เป็นรูปๆหนึ่งเสมือนสัตว์ ภาษาส่วนอื่นอ่านไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดแค่อ่านผ่านไปเท่านั้น แต่ทว่ามีเพียงตัวหนังสือใหญ่ที่เป็นภาษาพาร์เธี่ยนและอ่านออก
มันเขียนว่า ‘โยกย้ายวิญญาณ’


ห๊ะ นี่ก็เป็นเวทย์มนต์อย่างนั้นเหรอ?.. โยกย้ายวิญญาณ?..


"อ่านอะไรอยู่เจ้าโง่?" ชายคนนั้นพูดขึ้นแล้วพุ่งบอลเวทย์ลูกที่สองใส่มาอย่างรวดเร็ว แต่เธอหลบได้ทันควัน หลิงนูล่อให้ออกห่างจากตัวองค์หญิง เมื่อได้จังหวะก็พร้อมพุ่งตัวด้วยวิชาไปหาร่างองค์หญิงที่นอนอยู่
หลิงนูใช้ความรวดเร็วของประสาทสัมผัสตรวจดู พบว่านางนั้นไม่มีลมหายใจ...
"ไม่หายใจ!?" หลิงนูประหลาดใจอย่างมาก อย่าบอกนะว่าเสียชีวิตแล้ว...
"ไม่สิๆ! เธอต้องยังไม่ตาย!.." หลิงนูยังไม่ปักใจเชื่อว่าองค์หญิงตายแล้ว แค่โดนอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับคำนั้นว่า โยกย้ายวิญญาณ.. วิญญาณมันโยกย้ายได้จริงๆเหรอน่ะ.. ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เวทย์มนต์มันขนาดนี้จริงๆ...


"เป็นห่วงองค์หญิงนักรึไง นางไม่มีลมหายใจแล้ว ฮ่าๆ!" จอมเวทย์คนนั้นเดินมาใกล้กับทั้งสองคนพร้อมพูดด้วยวาจาไร้ความเมตตาปราณี..


"......" หลิงนูเหลือบมองด้วยหางตา จะเค้นความจริงจากมันก็คงไม่บอกอะไรเป็นแน่.. อย่างน้อยเราก็ได้เบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับคำนั้นว่า โยกย้ายวิญญาณ..
"ชิ!" หลิงนูตัดสินใจ.. เลือกที่จะอุ่มร่างองค์หญิงที่หลับไหลไม่ได้สติกึ่งเสียชีวิตนั้นออกไปทางระเบียงหน้าต่างที่อยู่ใกล้ๆ
อย่างนั้นหลิงนูพร้อมอุ้มร่างเจ้าหญิงพาร์เทียนก็พุ่งตัวออกไป จนกระทั่งหน้าต่างระเบียงเปิดออก เราออกมานอกตัวปราสาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


"หนีไม่รอดหรอกน่า!" จอมเวทย์คนนั้นตะโกนไล่หลังมา และทำท่าทีเหมือนจะตามมาด้วย..
เราต้องรีบหนีเขา ไปสมทบกับแม่ทัพเว่ยให้ได้


ระหว่างที่หลิงนูกำลังอุ้มร่างองค์หญิงวิ่งหนีจอมเวทย์อยู่ มองลงไปก็เห็นแม่ทัพเว่ยอุ้มอะไรบางอย่างเดินผ่านมาพอดีจากตรงที่ไกลๆ
"นั่น แม่ทัพเว่ยนี่นา! " หลิงนูเอ่ยขึ้นระหว่างกำลังวิ่งหนี แต่ดูทั้งสองอยู่ไกลเกินไปที่อาจจะเห้นได้ เลยจึงต้องวิ่งไปดักหน้าตามทันเขาให้ไวที่สุด


ดูแล้วเหมือนเขาเพิ่งออกมาจากเรือนหลังเล็กตรงนั้น ในมืออุ้มบางสิ่งบางอย่างไว้ด้วย


หลิงนูรีบไปตามระเบียงไปเพื่อดักหน้าให้แม่ทัพเว่ยเห็นว่าตนอยู่ตรงนี้


"ท่านแม่ทัพเว่ย! ท่านแม่ทัพเว่ย!! "หลิงนูตะโกนเรียกจากด้านบนระเบียงปราสาท หวังจะให้เขาได้ยิน คิดว่าเสียงจะส่งไปถึงเขาเพราะตอนนี้อยู่ใกล้ที่สุดแล้ว


@WeishaoTien (ได้ยินพอดี มองขึ้นมาบนหอคอยเห้นนูกับองหญิง)


"ข้าได้ตัวเจ้าหญิงแล้ว! แล้วก็!!..." หลิงนูเอ่ยพิจารณาความสูง บนหอคอยนี้สูงพอตัวทีเดียว หากเราใช้ตัวเบาสูงร่อนลงไปก็เสียงที่จะกระแทกพื้นบาดเจ็บอยู่ดี ดังนั้นเราต้องใก้แม่ทัพเว่ยช่วย!


"แล้วก็! ข้าต้องการจะร่อนลงไปหาท่านที่พื้นดิน ข้าอยากให้ท่านช่วยกระโดดขึ้นมารับตัวข้ากับองค์หญิงไว้ด้วย!" อาจจะเป้นวิธีการที่บ้าบิ่นหน่อย แต่คงมีทางเดียวแล้ว เพราะจอมเวทย์เขาก็ตามมานู่นแล้วไม่มีเวลามาโอ้เอ้แล้วตอนนี้..


@WeishaoTien


"ตกลง..." หลิงนูพยักหน้า แล้วกอดตัวองค์หญิงแน่นก่อนจะยืนบนระเบียงแล้วเตรียมตัวโดดด้วยวิชาตัวเบาสูง เกร็งลมปราณเพื่อร่อนตัวลง แล้วให้แม่ทัพเว่ยจากด้านล่างรับตนอีกทีนึง น่าจะช่วยลดแรงหล่นไปได้เยอะทีเดียว...
ว่าจบ หลิงนูก็โดดลงไปด้วยตัวเบา มุ่งตรงไปหาแม่ทัพเว่ยในรูปแบบร่อนลง ให้แม่ทัพเว่ยกระโดดมารับตัวอีกทีหนึ่ง.. จะได้ปลอดภัย


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-8-3 13:46
คุณได้รับ +160 คุณธรรม +25 ความโหด โพสต์ 2019-8-3 13:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +111 ความหิว -142 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 111 -142 + 10

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮาร์ปออโรร่า
ผ้าคลุมจอมทัพหวัง
หมวกเกราะหวังเจี้ยน
แหวนห้าสี
ชุดนักพรตซือฉง
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x1
x2
x1
x2
x2
x2
x2
x3
x4
x1
x2
x2
x3
x3
x20
x10
x5
x40
x1
x120
x1
x10
x150
x25
x30
x2
x23
x1
x1
x543
x1
x2
x76
x8
x30
x2
x2
x2
x3
x660
x360
x390
x260
x360
x5
x1
x92
x2
x3
x1
x2
x21
x7
x1
x3
x2
x68
x3
x3
x12
x3
x60
x5
x3
x100
x360
x210
x300
x9
x10
x57
x12
x1
x5
x4
x4
x4100
x175
x5
x8
x63
x127
x4
x141
x400
x153
x1400
x44
x18
x7
x1340
x161
x122
x16
x225
x25
x722
x120
x59
x1453