ดู: 95|ตอบกลับ: 1

[ความทรงจำ] { ความฝันของ ✼ หลิงหลาน ✼ } สายลมจันทราในแดนไกล

[คัดลอกลิงก์]

1328

กระทู้

4808

โพสต์

79หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19472390
เงินตำลึง
194229
ชื่อเสียง
324226
ความหิว
1619

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33547
ความชั่ว
9037
ความโหด
64495
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-7-12 04:05

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

                                    สถานที่นอนหลับของตัวละคร : เนินผางูยาวหลูเสอ
                                    ชื่อผู้ฝัน : หลิงหลาน
                                    ความฝันประเภท : ความทรงจำครั้งพลัดหลงต่างแดน

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

1
✯ สายลมจันทราในแดนไกล

อนงค์งามได้พบพานมิอาจลืม คลาดเพียงหนึ่งวัน
พลันคนึงถึงมิรู้คลาย มยุรารำแพนฟ้อนรำร่าย
ตระเวนเกี้ยวคู่ตุนาหงัน อีกฝั่งหลังม่านพราย
ไร้เงาทรนงองอาจ ขับลำนำเป็นสื่อแทนใจ
แฝงนัยหมายพบพาน เพียงได้รักท่าน
ถึงพอปลอบประโลมใจให้หายได้ หวังพรสมดังจินต์
ได้กุมมือดังปรารถนา แม้นมิอาจสมหวัง
....ข้าคงหมดลมสิ้นใจ....
♦ มยุรารำร่าย ♦

          ฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเจี้ยนหยวนที่ 26
           ตำหนักไถหนัน เกาะไต้หวัน

           ภายในสวนมีร่างของดรุณีเพรียวบางนางหนึ่งกำลังปีนป่ายไปบนต้นจื่อเถิงหลัวอายุหลายร้อยปี ยิ่งก้าวก็ยิ่งโผนขึ้นสูง เกศาสีเงินยวงของนางสยายระไปตามแขนงกิ่งแล้วหาจุดอับสายตาเข้าซุ่มซ่อนตัว เนตรกวางคู่ใสทอแววคาดหวัง ก่อนหน้านี้จี้ชิวบอกว่าท่านจ้าวเกาะออกว่าราชการแล้วอีกไม่ช้าคงกลับมาถึงตำหนัก ตนอยู่รอที่ด้านในทุกวัน นานๆ เข้าค่อนข้างน่าเบื่อจึงทดลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง ‘ดักรอ’ จุดที่อีกฝ่ายมักผ่านมาประจำเสียเลย

          เปลี่ยนจากรอบนดินมารอบนต้นไม้เห็นหัวแดงๆ เมื่อไรค่อยทิ้งดิ่งใส่!!

          “....ฮืมม ป่านนี้ถั่วน้อยจะเป็นยังไงบ้างนาหวังว่าคงเข้ากับคนที่ตำหนักไถเป่ยได้แล้ว? ไม่เห็นร้องงอแงจะกลับมาเลยอาทิตย์นี้” นางพึมพำพลางนึกไปถึง จูเชว่ จวินเหว่ย บุตรชายตัวน้อย.. เกรงว่าผู้เป็นบิดาจะจับลูกฝึกการสงครามแต่ยังเล็กจึงไหว้วานอาของเขา จ้าวเกาะเหนือเซวียนหยวนอี้เฟยเป็นคนอบรมแทน ผ่านมาครึ่งปีนอกจากเสียงบ่นขรมของบุรุษผมแดงว่า ‘นับวันลูกยิ่งขยันบ่นข้าเป็นชังอี้สองเข้าไปทุกที’ เรื่องราวอื่นๆ ก็ดูจะไปได้สวย

           ‘คิกๆ อย่างน้อยหลีกเลี่ยงการที่เด็กจะออกมานิสัยเหมือนเขาได้ก็ดีมากแล้วล่ะ’

           นึกถึงทีไรดรุณีต่างชาติที่กลายมาเป็นสนมของจ้าวเกาะใต้ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ นางคิดถูกที่ให้ทางฝั่งนั้นช่วยเลี้ยง เพราะเอาเข้าจริงตนเองก็สอนเยาวชนไม่ค่อยจะเป็นเสียด้วย เห็นเด็กๆ ร้องเมื่อไรก็คิดว่าหิวทุกที หลิงหลานกลิ้งลูกบอลแพรปักลายหมีขาวที่พึ่งทำเสร็จเมื่อคืนไปมาบนตัก ป้องปากหาววอดเบาๆ นั่งห้อยขารอมาราวครึ่งชั่วยามแล้วชักจะเมื่อยและเหงานอน ดวงตาทั้งสองเปิดปรือจ้องไปยังทางเดินรั้งรอให้เงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฎขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ ผู้ที่เป็นมารดาคนแล้วยังคงสามารถเล่นอะไรซุกซนเป็นเด็กอยู่ เห็นทีจะมีแต่คนสมองแปลกอย่างนางนี่ล่ะ

          สายลมฤดูใบไม้ผลิยังคงเปี่ยมไปด้วยไอชื้นและเย็นรื่นใจ เรือนไม้สลักเสลาอันเคร่งขรึมขนาดใหญ่คือตำหนักที่พำนักของจ้าวเกาะจูเชว่ ความงดงามที่เคยอึมครึมด้วยม่านกั้นแสงวิจิตรสลับลาย ตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปมากด้วยฝีมือของ ‘สิ่งมีชีวิตสีเงิน’ ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเจ้าตำหนัก ทั้งม่านหนาที่ถูกเปลี่ยนเป็นแพรบางหลากสีสันปักกลีบดอกไม้ตามฤดูกาล กระดิ่งลมถูกแขวนไว้ตามราวระเบียงเพราะเหตุผลเดียวที่สตรีผมเงินบอกว่า ‘เช้าตื่นมาห้องว่างเปล่า พอท่านไม่อยู่สักคนแล้วราวกับตำหนักร้างเหงามากเลย’ ความจริงคือแม่ตัวดีตื่นสาย.. อีกฝ่ายไปทำงานก่อนบทจะงอแงก็พาลลงได้กระทั่งสถานที่

          กระดิ่งลมพวกนี้ส่งเสียงกรุ้งกริ้งกังวานใสตลอด… เสมือนเพลงกล่อมนอนให้นางเวลาตื่นมาไม่พบเขานั่นเอง
           
          ตอนนี้แลดูจะมีผลผิดความคาดหมาย เมื่อท่านจ้าวเกาะจูเชว่กลับมาถึงตำหนักแล้วค่อยพบว่า ‘สนมผมเงิน’ ที่น่ารักดันไปหลับสัปหงกท้ามฤตยูอยู่บนต้นไม้ เขากระพริบตาสองหน.. มองไหล่ที่คลุมด้วยผ้าผืนบางนั้นอย่างหงุดหงิดใจ ‘ออกมาทำไมไม่รู้จักสวมชุดหนาๆ ลมมันแรงประเดี๋ยวก็จับไข้อีก’ ดูนั่นโงนเงนเต็มทีแล้ว ละเมอหรือเปล่า? คนละเมอสามารถไต่ไปนอนบนต้นไม้ได้ด้วยหรอ?

          “นางขึ้นไปบนนั้นนานเท่าไรแล้ว?” บริวารที่ถูกตามมาโดนคำถามแรกก็สงสัย จากนั้นมองตามสายตาผู้เป็นนายเหนือก็ต้องผงะแทบหงายหลัง

          “ขุ้นพระ!! พระสนมท่า--” แต่บ่าวกล่าวไม่จบถูกสายตาคมปลาบยั้งไว้เสียก่อน เขาไม่ต้องการให้ใครมารบกวนการฝันหวานของนาง

          “ช่างเถอะ ไปเอาเสื้อคลุมมา...แล้วก็ชาหวานด้วย” เมื่อจำได้ว่าอีกฝ่ายชื่นชอบอะไร ชางหยูสั่งเสียงเรียบแล้วสะกิดปลายเท้ากระโจนขึ้นไปรองรับร่างที่ร่วงผล่อยจากกิ่งไม้ลงมาในอ้อมกอดพอดี บุรุษร่างสูงใช้เพียงมือเดียวก็สามารถรั้งเจ้าคนตัวเล็กให้ขดหลับสบายได้ ดูเอาเถิดขนาดนี้นางก็ยังไม่ยอมตื่น เกิดเป็นโจรละก็ลากไปขายเสร็จแล้วละมั้งถึงจะรู้ตัวเขารับผ้าคลุมขนจิ้งจอกขาวมาห่อสนมน้อยเป็นก้อนขนไว้ จากนั้นสาวเท้าไปยังด้านหลังตำหนัก

            ปีก่อนด้วยในตำหนักมีเด็กเพิ่มเข้ามาวิ่งเล่น ข้างบ่อน้ำแร่เขาจึงสั่งสร้างชิงช้าเอาไว้สองขนาด หนึ่งสำหรับเด็กตัวเล็ก และอีกหนึ่งด้านสำหรับ ‘เด็กตัวโต’ หลิงหลานดูจะชื่นชอบมากทีเดียวบางวันมานั่งอ่านตำรา บางราตรีก็ชวนเขามาชื่นชมหมู่ดาวด้วยกันทำให้คลายความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน

           เพียงแค่เห็นสถานที่นี้ก็ทำให้ส่วนลึกในหัวใจเขาอบอุ่นขึ้นมา หลังประคองโอบสนมแสนรักลงบนชิงช้า บุรุษจ้าวเกาะก็มิได้ไปที่ไหนไกลหรุบสายตาเอ็นดูพลางจิ้มรังแกแก้มนุ่มนิ่มนั้น ‘ขี้เซาจริงนะเจ้า! หากจับโยนหลงผากว่าจะรู้สึกตัวคงถึงพื้นแล้วนั่นล่ะ’ ทว่าหลังมีเสียงงึมงำประท้วงเขาก็อ่อนใจยอมรามือ อย่าถือสาลูกแกะน้อยที่ขึ้นชื่อว่ามารดาของบุตรเป็นอันขาด...มีแต่จะขาดทุน

           บนชิงช้าไม้ที่ใหญ่พอจะเอกเขนกได้สามชีวิต มีภาพที่งดงามของคู่รักผมสีผิดธรรมชาติอิงแอบกันพักผ่อนอยู่ รายหนึ่งขาวพิสุทธิ์ราวกับลูกบอลหิมะมุดซุกอ้อมอกแกร่ง ในขณะที่บุรุษอาภรณ์นิลดื่มด่ำกับบรรยากาศเงียบสงบตามประสา “หลับเสีย...เจ้าจันทรา”
            
           แล้วก็ไม่ผิดจากที่คิด หลิงหลานเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดที่คุ้นเคยนางจะหลับลึกเป็นพิเศษราวหนึ่งชั่วยามจมูกน้อยๆ ค่อยเบียดออกหาแสงสว่างกระพริบตาปริบๆ เมื่อพบเงาทะมึนสีแดงแทน “...อุ้ย!! ท่านกลับมาเมื่อไร?? ทำไมไม่เห็นรู้ตัวเลยเล่า โธ่!! คนอุตส่าห์รอ..”

          “หืม....งั้นให้ข้าไปเดินมาใหม่ดีไหม? คราวนี้จะตะโกนบอกดังๆ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นพลางหยักยิ้ม

          คนตัวเล็กมุ่ยหน้าเสียแผนนางหมดถึงอย่างนั้นก็เกยคางลงบนอกเขา “ไม่ต้องเลย! แบบนั้นคนอื่นๆ ได้ขวัญหนีดีฝ่อหมดเพราะนึกว่าเกิดเรื่อง”

          “พูดอย่างกับว่าทุกวันนี้เจ้าไม่ขยันสร้างเรื่อง ? อาทิตย์ก่อนปีนหลังคาไปจิบสุาชมดาวยังไม่ทันไรเบื่อแล้วหรือถึงเปลี่ยนที่? ฮะๆ เด็กน้อย..อายุของจื่อเถิงหลัวต้นนั้นพอจะเป็นทวดของเราได้ ยังถนอมไว้ดูเล่นสักหน่อยอย่ารุนแรงกับมันนัก”

          “ท่านไม่ห่วงข้าแต่ห่วงต้นไม้มากกว่าเนี่ยนะ!!” มือเรียวยกขึ้นตีเขาปุๆ หมั้นใส้นักตนแค่อยากชมดาว เป็นเขานั่นล่ะห่อไก่ย่างขึ้นไปกินเป็นกับแกล้มด้วยกัน

          ชางหยูไม่ได้หลับการโจมตีอันไร้พลังนั้น ทว่าเหยียดปลายนิ้วชี้เชยคางมนขึ้นมาใกล้หยักรอยยิ้มเป็นองศายวนเย้า “มิใช่ไปรับเจ้าลงมาแล้วหรือ? ไหนดูสิ ก็ยังไม่เห็นมีส่วนไหนบุบสลาย คืนนี้คงต้องตรวจสอบทุกซอกทุกมุมให้แน่ใจเสียแล้วสิ”  

          “ท่านจ้าวเกาะเหน็ดเหนื่อยกับราชกิจมากแล้ว… บ่าวผู้ต่ำต้อยมิกล้ารบกวน!!” หลิงหลานขนคอตั้งชันปัดมือหนาออกดุจปัดแมลงวัน ไม่รับการเชิญชวนนั้นโดยสิ้นเชิงพร้อมกันเนตรกวางคู่หวานกลอกไปมาอย่างหาเหตุเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิ!! สามเดือนหน้าเป็นวันเฉลิมพระชนม์องค์ไทเฮาแล้วนะเจ้าคะปีก่อนข้าหมดสติจึงไม่ได้ไปเคารวะพระนาง ชางหยูท่านเป็นบุตรย่อมรู้ใจมารดามาช่วยกันคิดก่อนเร็ว แม่ท่านชอบของเช่นไร??”

         หนนี้ชายผมแดงกลับเจ้าคิดเจ้าแค้นบีบจมูกเล็กๆ นั่น “เมื่อครู่ยังบอกไม่อยากรบกวนข้า? เอาอย่างไรกันแน่หืมแม่ตัวดี”

         “โอ้ยๆ ยอมแล้วๆ น่ามาช่วยข้าคิดหน่อยสิ… ก็รู้พระนางไม่ค่อยพอใจข้าเท่าไรที่กลับมาหาท่าน อยู่กับท่านแบบนี้” อันที่จริงตนก็พึ่งรู้ว่าโดนโยนไปมาระหว่างสองเจ้าเกาะเซวียนหยวนกับจูเชว่เมื่อไม่นานมานี้ เพราะผ่านฝีมือสตรีผู้สูงศักดิ์ทั้งสองเป็นถึงมารดาของจ้าวเกาะนี่เอง เรื่องนี้เป็นผมในใจทำให้ไทเฮาตำหนักเกาสยฺงหลีกเลี่ยงตน หลิงหลานกอดแขนชายหนุ่มเอาแก้มถูไถ “เว้นแต่ท่านไม่เอ็นดูกันแล้ว... ถ้างั้นหาเรือให้ข้าสักลำจะกลับฮั่นเดี๋ยวนี้ล่ะ!!”

         “...ฝันไปเถอะเรื่องนั้นอย่าได้คิดไปไหนโดยไม่มีข้า” สัมผัสจากแก้มนิ่มยังไม่เท่าความอุดมสมบูรณ์ทั้งสองเต้าที่ขนาบแขนเขาไปมา นางช่างออดอ้อนเก่งนักทว่าคิดหรือว่าตนจะยอมปล่อยมือง่ายๆ ชางหยูเองแม้ทราบว่ามารดาของตนมีรสนิยมเช่นไร ทว่าก็ล่วงรู้ลึกซึ้งกว่านั้นเช่นกันมือหนายกขึ้นลูบคางอย่างหมายมาดแบบนี้ยิงศรเดียวได้วิหคสองตัว ใบหน้าคมคายทอรัศมีเจ้าเล่ห์ รวบเอวบางเข้ามากอดแน่นกันหลบหนี

           “อืมๆ เช่นนั้นก็ได้ หนนี้เจ้าอยากให้ข้าช่วยเองนะ”

            หลิงหลานจากยิ้มแย้มพยักหน้าอยู่สักพักก็พบว่าตนโดนอุ้มขึ้นจากชิงช้า ยังไม่ทันเรียบเรียงสิ่งใดฝีเท้าของบุรุษร่างสูงมุ่งไปยังห้องด้านในตำหนัก หางคิ้วพลันกระตุกว่าผิดท่าแล้ว “เอ่อ… เราปรึกษากันที่โถงก็ได้นะเจ้าคะไม่จำเป็นต้องด้านใน”

            “แน่ใจรึ? ข้ากำลังช่วยให้เจ้ามี ‘ของขวัญ’ ไปคาราวะเสด็จแม่อยู่นี่ไง” คำตอบเจือแววมาดมั่น เจตนาหยอกเย้าเต็มที่รึนางอยากให้เริ่มตรงระเบียง?

            “....คิดว่าเราคงเข้าใจบางอย่างไม่ตรงกันข้าหมายถึง ‘ของขวัญวันเกิด’ มิได้เป็นอื่น” แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงมือนางดันบ่าอีกฝ่ายไว้ สีหน้าแตกตื่นเป็นอย่างยิ่ง

            ท่านจ้าวเกาะผู้จริงจังพยักหน้าสองหนรวบมืออีกฝ่ายไว้ “ถูกต้อง.. เมื่อครู่ถามใช่ไหมว่าเสด็จแม่ชื่นชอบอะไร? อย่าห่วงเลยมีข้าช่วยทั้งคนไม่นานเดี๋ยวก็ได้คำตอบแล้ว รับรองทันเวลาแน่นอน ของขวัญชิ้นนี้นางมีแต่จะปลาบปลื้มรอคอย”

           เมื่อชายผู้ขยันขันแข็งก้มใบหน้าลงก่อการ เสียงประท้วงระเส่าดังอยู่พักหนึ่งก่อนรั้งความหอบหายใจสอบถามเขาว่า “แฮ่ก… ข้าไม่เข้าใจ!! ท่านพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่!!”

           ชางหยูอาภรณ์เริ่มไม่เรียบร้อยขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบโดยไม่หยุดมือ “ฉลาดน้อยเสียจริง... เสด็จแม่ชอบเด็กเล็กๆ เป็นที่สุด โดยเฉพาะ ‘เด็กผู้หญิง’ ดูอย่างชิงหยาน้องสาวข้าในอดีตนางแทบไม่เคยให้ห่างตัวเลยด้วยซ้ำ เอาล่ะถือว่าเป็นของขวัญล่วงหน้าให้จวินเหว่ยด้วยเลยก็แล้วกัน”

           “เอ๊ะ...............!!!” เดี๋ยวก่อนนะ!! ที่ว่าของขวัญข้าน่ะหมายถึงสิ่งของว้อยยย


         


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +500 ความหิว -486 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 500 -486 + 5

ดูบันทึกคะแนน

1328

กระทู้

4808

โพสต์

79หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19472390
เงินตำลึง
194229
ชื่อเสียง
324226
ความหิว
1619

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33547
ความชั่ว
9037
ความโหด
64495
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-7-16 21:22:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
2
เงามืดที่คืบคลาน ✯


ร่ายรำคืนแสงอัสดง กู่เสียงหงส์เพรียกฟากฟ้าไกล
เท้าท่องไปสุดแดนสามภพ หวังใจบรรจบพ้นห่วงใย
ฤ สิ้นกาลจึงสิ้นถวิลหา ห้วงนำพาวิบากยากชัดแจ้ง
ขอแฝงกายสลายสิ้นทุกบ่วงแค้น แม้นยากไร้ยศฐาเพียงอาภรณ์

            สวนบุปผชาติรอบตำหนักไถหนันยังคงงดงามขึ้นกว่าเก่าก่อน แม้แต่ดอกยู่จินเซียงที่ปกติจะแทบไม่ได้กลิ่นหอมอันเบาบาง ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำค้างยามอรุณใสส่องประกาย หลิงหลานไม่ทราบเป็นเพราะน้ำพักน้ำแรงของเหล่านางกำนัล หรือเพราะจิตใจของคนมองกำลังเปี่ยมไปด้วยความสงบสุขกันแน่ วันนี้คล้ายจะเป็นเช้าที่สุดแสนสดใสในรอบหนึ่งอาทิตย์

           ระหว่างที่ดรุณีผมเงินกำลังคัดเลือกดอกโม่ลี่ฮวาไปถวายรูปปั้นเทพีหนี่วาอยู่นั้นเอง บุรุษเจ้าตำหนักผู้สวมอาภรณ์นิลก็สาวเท้าออกมาจากในตำหนักใหญ่ พบร่างบางเข้าก็ไม่รอช้าสาวเท้าเข้ามาหา “เตรียมตัวเสร็จแล้วหรือยัง? ไม่ต้องเอาของไปมากนักหรอกสักบ่ายๆ ก็คงกลับ”

            เขากำลังพูดถึงตารางวันนี้อ้างว่า ‘จะไปตรวจท่าเรือ’ อันที่จริงหาเหตุพาสนมรักออกไปเที่ยวเล่นสูดอากาสเสียล่ะมากกว่า

            “เรียบร้อยแล้วล่ะเจ้าค่ะ ข้าทำของว่างไปทานด้วยจำได้ว่าท่านชอบแปะก๊วยนมสดใช่ไหม?” สาวผมเงินรวบช่อดอกโม่ลี่ฮวาสีขาวส่งให้แก่นางกำนัลที่มารับโดยไม่ลืมหยิบกล่องไม้ถานมู่ติดมือมาด้วย “...อ๊ะ ถ้าเกิดเบื่อก็ยังมีซานจาเชื่อม เผือกกวน วุ้นส้มหอม ขนมเปี้ยะใส้แห้ว…”

            “โฮ่…เจ้านี่ขาดของกินไม่ได้แม้สักเวลาเลยนะ เอาล่ะข้าให้คนไปเรียกรถม้าแล้วอีกสักพักก็คงมาถึง” ชางหยูเอ่ยตัดการจ้อยแจ้วของนาง ตั้งแต่ใช้ชีวิตคู่กันมาเริ่มรู้สึกว่าตนไม่เคยขาดแคลน ทั้งหน้าท้องยังอุดมสมบูรณ์ขึ้นทุกที

             บุรุษจ้าวเกาะหรุบสายตาลงมองกล่องขนมในมือนางแล้วคลี่รอยยิ้มมุมปาก เชื่อแล้วล่ะว่านางเตรียมตัวพร้อเสร็จสรรพ แต่น่าเสียดายหากมีขนมแบบนี้คงรวบตัวขึ้นม้าไปเลยไม่ได้ ‘ชังอี้บอกว่าสตรีบางจำพวกบอบบางนัก หากนางกลัวการขี่ม้าถ้าอย่างนั้นก็เอารถม้าไปก็แล้วกัน’

             ด้วยเหตุนั้นรถม้าสีนิลจึงเดินทางออกจากตำหนักไถหนันเพื่อไปยังท่าเรือไทเป ก็ยังไปได้ไม่ถึงดีนักด้านนอกตัวรถกลับเกิดเสียงเอะอะขึ้นเสียก่อน บริวารเอ็ดอึงจนผู้เป็นเจ้าเกาะนึกสงสัยก้าวออกจากตัวรถก็พบว่าลทพายุพัดโหมอย่างวิปริต แหงนหน้าขึ้นพบเมฆดำเข้าปกคลุมจนแสงตะวันริบหรี่ เงามืดฉาบทับจนกลางวันแปรเปลี่ยนเป็นทิวากาล เขาโอบเอวบางเข้ามาใกล้เมื่อรู้สึกได้ว่านางกำลังกลัวจนทั้งร่างสั่นเทา
            “พายุคงกำลังจะมา… ไม่เป็นไรมีข้าอยู่เจ้าปลอดภัยแน่นอน”

             “แบบนี้คงไปที่ท่าเรือไม่ได้แล้วสิเจ้าคะ?” พระสนมเอกได้แต่ขมวดคิ้วอย่างเสียดาย

             สายตาคมกริบทอดมองออกไปทางท่าเรือแล้วก็ต้องประหลาดใจ เมื่อในตอนนี้มีเรือลำยักษ์หน้าตาทมิฬเข้าเทียบท่าอยู่ ไม่ใช่เหล่าพันธมิตรล่ะแน่เมื่อเหล่าอสูรบนเรืออยุ่ในสภาพทรลักษณ์และอาวุธครบมือ!! ลำเรือนั้นบรรทุกปืนใหญ่ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยเกิดประกายไฟสีแดงวาบแล่บขึ้น ลูกหินหลอมละลายวาดผ่านท้องฟ้าร่วงลงมาราวกับดอกไม้ไฟ ระเบิดเป็นหลุมกว้างเมื่อกระแทกพื้นดิน

ครืนน!! ตูม!!

            “กรี๊ดดดด!!!”
            “อ๊ากกก!! ช่วยด้วย!!”
            “รีบหนีเร็ว!! เร็วเข้า!!”

           ชาวไต้หวันที่ตอนแรกยังรวมตัวกันดูเรื่องแปลกประหลาด มายามนี้ราวกับมดแตกรัง ที่ยังพอมีสติและไม่บาดเจ็บจากลูกไฟนรกเมื่อครู่ก็พากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด กองทัพทมิฬยกพลขึ้นบก หัวหน้าของมันคือนายพลหัวแพะถือทฑาทรงประหลาดและโล่กลม มันคำรามสั่งสมุนอัปลักษณ์เข้าโจมตีสังหารทุกคนบนเกาะ เสียงกรีดร้องอลหม่านการไล่ล่าสังหารเกิดขึ้นรอบกาย เหล่าโจรสลัดองค์รักษ์พยายามปกป้องพี่น้อยกลับกลายเป็นถูกฉีกร่างจนโลหิตย้อมไปทั่วทั้งเกาะ


           “นี่มัน..เกิดอะไรขึ้น!!! ท่านจ้าวเกาะกองเรือพวกนั้นมาจากไหน??” หลิงหลานบีบแขนบุรุษผมแดงเอาไว้แน่น สองตาเบิกกว้างอย่างหวาดกลัวตอนนี้นางอยากวิ่งไปไถเป่ยเพื่อพาบุตรชายมาอยู่กับตัวเป็นที่สุด ภาพเบื้องหน้าหลังห่าธนูนับพันดอกพุ่งเข้าใส่ร่างเหล่าชาวบ้านที่เคราะห์ร้ายกลายเป็นตัวประหลาดมีปีก หรือก็คือภูติความฝันก่อนจะแตกสลายไป "อ๊าา!! นั่นตัวอะไร ทำไม.. ในร่างของชาวบ้านมีตัวพวกนี้อยู่ด้วย"

           “คนจากโลกมืดไม่นึกว่าพวกมันจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดเจ้ารีบหนีไปก่อน!! เร็วเข้า!!”

           เมื่อถูกสลัดแขนออกหลิงหลานมีหรือยอมแยกไปง่ายๆ “ไม่!! ท่านอยู่ข้าก็จะอยู่ด้วย เป็นตายร่วมกัน!!”

           “..................” บุรุษผมแดงเม้มริมฝีปากเมื่ออสูรหัวแพะใกล้มาทางพวกเข้ามากขึ้นเรื่อยๆ ให้สายตากึ่งร้องขอต่ออีกฝ่าย จากนั้นผลักนางให้องค์รักษ์ลากไปอีกด้านหนึ่ง “ข้าไม่เป็นไรรีบหนีเร็วตอนที่ยังมีโอกาส!!”

          ‘ชางหยู’ ในจิตใต้สำนึกของหลิงหลานผ่านสมรภูมิมาไม่ตำกว่าร้อยหน ชีวิตบนเส้นความเป็นความตายมามากทว่าก็ทราบดี หนนี้อาจไม่มีทางชนะถึงอย่างนั้นภูตความฝันก็ยังคงพยายามปกป้องนางตามความทรงจำและเจตจำนงของร่าง ให้อีกฝ่ายสามารถหนีไปได้

          “ขอแค่เจ้าของความฝันนี้ยังปลอดภัย.. หน้าที่ของพวกข้าก็บรรลุแล้ว"

          หลิงหลานถูกลากออกห่างจากการตะลุมบอนด้านหน้า นางทันได้เห็นบุรุษที่ตนฝากชีวิตไว้พุ่งเข้าไปใช้ดาบรับคฑาของเจ้าเขาโค้ง เสียงปะทะดังเคร้งคร้างคล้ายว่าชางหยูในวันนี้แรงตกกว่าที่เคย หรือไม่ก็เจ้าเคราะแพะมีพละกำลังมากกว่า ไม่นานนักด้วยฝีมือที่แตกต่างจ้าวเกาะไต้หวันเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ นายพลแพะใช้อาวุธตะบั้นศีรษะคู้ต่อสู้จนแตกละเอียด จนกลับกลายเป็นภูตความฝันและถูกดูดไปเหมือนภูตความฝันตัวอื่นๆ เสมือนพายุรูปเกลียวแตรขนาดยักษ์ที่ลอยเหนือเกาะ

         หญฺงสาวยังไปได้ไม่ไกลมากด้วยหันกลับมามองอยุ่เนื่องๆ เพระความเป็นห่วง ได้เห็นภาพสยดสยองนั้นแล้วมีหรือจะไม่หวาดกลัว มือเรียวยกขึ้นทาบอกชั่่วขณะนั้นหัวใจนางหยุดเต้น
           
           “กรี๊ดดดดด ชางหยู ไม่นะ!!” เพราะการหวีดร้องนี้ของร่างบางทำให้ตัวเขาโง้งรับรู้ตำแหน่ง มันคล้ายถูกดึงดูดด้วยน้ำเสียงของเหยื่อแล้วมุ่งหน้ามาอย่างหมายตาเอาไว้

           “พระสนมท่านรีบหนีเร็วเข้าขอรับ!! ไม่มีเวลาแล้---- อ๊ากกกก!!” องค์รักษ์ผู้คุ้มกันคนแล้วคนเล่าถูกฉีกร่างสังหาร ริมฝีปากของเขายังคงกล่าวประโยคที่พูดไม่จบ หลิงหลานออกวิ่งไม่คิดชีวิตรอบกายนางเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดซากอวัยวะและกองเศษเนื้อเลอะเลือน ทั้งความป่าเถื่อนโหดร้ายชนิดของสงครามชาวมนุษย์เทียบไม่ติดแม้สักครึ่ง เกาะไต้หวันแปรเปลี่ยนเป็นแดนนรก...


            “แฮ่ก.. แฮ่ก…” ไม่รู้ว่าวิ่งหนีมานานเท่าไรเสียงกรีดร้องรอบตัวหายไปแล้วกลายเป็นใบหน้าของนางยังคงตกตะลึงค้างอยู่ ท่ามกลางป่าใหญ่เหลือเพียงนางลำพัง ‘ชางหยูท่านจะทอดทิ้งข้ากับลูกไปทั้งแบบนี้ไม่ได้นะ… ฮึก’ หยาดน้ำตาร่วงหล่นกระทบใบไม้แห้งกรอบยังไม่ทันยกมือขึ้นปาด ทันใดนั้นเสียงต้นไม้ล้มฟาดโครมคราม มือขวาของจอมมารใช้คฑากวาดตัดผ่านป่าเพื่อตามหาเหยื่อตัวน้อยที่หลบหนีไป

           “หึ หึ หึ เจ้าคิดหรือว่าจะรอดพ้นเงื้อมือข้า… ไม่มีวัน!!”

           หลิงหลานตัวสั่นสะท้านมันสูงกว่าตนถึงหกช่วงตัว!! จากความกลัวเมื่อนึกถึงภาพชางหยูที่ดับสูญต่อหน้าก็กลายเป็นความกล้าตะโกนท้าอีกฝ่าย “เก่งนักหรอเจ้าหน้าขนเขางอ!! แน่จริงก็เข้ามาเซ่!!”
              
           ทั้งสองเข้าต่อสู้พัวพันซึ่งทางด้านดรุณีน้อยเป็นรองกว่าอย่างเห็นได้ชัด หลิงหลานถูกซัดในสองกระบวนท่าราวกับว่าวสายป่านขาดลอยละลิ่วไปอัดกับต้นไม้ นางพยายามฝืนกายลุกขึ้นก่อนชะงักงันเลือดสดๆ คำโตสำลักออกมาย้อมอาภรณ์จนแดงชาด หลิงหลานเงยหน้าขึ้นมองคฑายักษ์ที่กำลังหวดลงมาด้วยท่าเดียวกับที่เคยทำร้ายบุรุษผมแดง หลับตาลงถอนหายใจอย่างหมดทางรอด

           ‘ข้าคงเสียใจอยู่หนึ่งเรื่องที่ไม่ได้ฝังร่างไว้ข้างท่าน...’

           จังหวะนั้นเองที่ฮาร์เมอเรียธนูไม้ได้เปล่งแสงออก ฝ่าไอความมืดจนสามารถเข้าสู่ห้วงแดนฝันในที่สุด ก่อนจิตอาลักษ์พิทักษ์ธนูฝ่าฟันเหล่าสมุนของมารร้ายเข้ามาได้เป็นการสำเร็จ ในร่างจำแลงคล้ายมนุษย์หญิงผมสั้นตรงเข้ามาม้วนเอาตัวดรุณีผมเงินเคลื่อนย้ายหลีกหนีออกจากที่นั่น เข้าสู่อาณาจักรจันทราเมื่อมาถึงพลางหอบฮั่กด้วยใช้พลังงานไปมาก

           หลิงหลานสับสนเมื่อสตรีตรงหน้าและสถานที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด หลังทราบว่าอีกฝ่ายคือฮาร์เมอเรียธนูกิ่งไม้หน้าตาแปลกที่ตนเก็บได้จากบ่อน้ำเกาะไต้หวันก็งุนงง “...ขอบคุณที่ช่วยข้านะเจ้าคะ แต่ว่า… ข้าไม่เข้าใจเลยคนพวกนั้นเป็นใครทำไมถึงได้โหดร้ายนักทั้งยังไล่สังหารผู้บริสุทธิ์โดยไม่ลังเล”

           สตรีผมสั้นยื่นกล่องคุกกี้เพื่ออุดปากอีกฝ่าย ไม่ลืมนำผ้าซับหยดเลือดที่มุมปากของสาวน้อยผมเงิน “คนจากโลกมืดไม่สนหรอกว่าใครบริสุทธิ์ สำหรับพวกมันการฆ่าก็แค่กีฬา เหมือนที่มนุษย์ล่าสัตว์เพื่อความสนุกสนาน ข้าเตือนเจ้าแล้วให้หมั่นระวังตัว..ตอนนี้สมดุลของสามแดนไม่ปลอดภัย เจ้าต้องรีบกลับไปโลกมนุษย์ผ่านทางประตูสีทองบานนั้น”

          “...ตกลง” หลิงหลานไม่เข้าใจเท่าไรแต่ก็เคี้ยวคุกกี้พลางจิตใจเศร้าหมอง นางมองไปยังประตุจันทราสีทองแล้วเดินเข้าหา

          “เดี๋ยวก่อนสาวน้อยยังมีอีกเรื่องหนึ่ง… เมื่อตื่นเจ้าจะบาดเจ็บหนัก ไม่มียามนุษย์สามารถรักษา ต้องใช้ยาเวทย์มนต์ จำไว้ให้ดี ระหว่าง 7 วันนี้ห้ามใช้วิชา เดินลมปราณ ต่อสู้หนักหน่วง” พร้อมกันยื่นใบสั่งยาให้อีกฝ่ายได้นำไปใช้ “กินน้ำยาราเฟย่า วันละ 3 ขวด ติดต่อกัน 7 วัน จะช่วยบรรเทาอาการ แต่ช่วยได้แค่บรรเทาทำให้ต่อสู้ได้ปกติ แต่ยังไม่หายขาด มีโอกาสกำเริบอีก ไอความมืดจากโลกมืดค่อนข้างรุนแรงมาก จะต้องไปนั่งสมาธิ 5 วัน ที่เขาคุนหลุนใช้ไอบริสุทธิ์จากเขาคุนหลุนช่วยชำระล้าง”

          หลิงหลานถอนหายใจพลางยิ้มอย่างฝืดเฝื่อน การเห็นคนที่รักจากไปต่อหน้าต่างอะไรกับตายทั้งเป็น “คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะเจ้าค่ะ….”
          นางฝืนข่มกลั้นความเจ็บปวดทั้งกายและใจกล่าวเสร็จก็เดินเข้าประตูวงจันทราไป
         




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -2412 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -2412 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากยักษ์ทอง
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ดาบมรกต
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
จื่อซิงหม่า
ชุดมารจื่อเซ่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x305
x571
x55
x336
x1
x3
x2
x1
x1
x5
x27
x17
x27
x1
x1
x1
x31
x3
x54
x42
x41
x1890
x70
x43
x188
x1
x3
x2
x4
x54
x1
x15
x2
x49
x289
x1
x1
x27
x2
x2
x2
x1
x1
x10
x160
x270
x30
x20
x3
x6
x89
x3
x4
x3
x62
x481
x6
x11
x6
x20
x15
x45
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x26
x2
x1
x3
x1
x2
x3
x1
x96
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x7
x3
x310
x300
x100
x120
x125
x360
x161
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x6
x120
x1
x8
x5
x15
x1657
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x968
x770
x2005
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1700
x903
x27
x41
x15
x100
x9
x18
x1762
x178
x2025
x1200
x320
x2199
x2
x7900
x363
x96
x102
x9
x70
x147
x3276
x129
x237
x382
x2752
x2139
x1670
x10
x504
x1484
x9
x2
x27
x5430
x2574
x12
x62
x7335
x54
x9999
x1806
x50
x3
x192
x15
x1058
x1
x1
x2905
x2
x1
x2525
x14
x35
x30
x681
x470
x30
x169
x386
x53
x8
x1180
x1404
x8409
x967
x200
x590
x200
x57
x49
x2365
x1
x1850
x2929
x6223
x628
x273
x7880
x9999
x556
x51
x69
x4566
x26
x15
x71
x179
x1000
x11
x3903
x2935
x1600
x2439
x9999
x2466
x3100
x2364
x1816
x2580
x105
x9999
x485
x1103
x129
x30
x8740
x2293
x3848
x1966
x149
x2817
x4400
x4043
x1805
x3743
x1778
x524
x2265
x518
x240
x1298
x337
x3
x24
x10
x1500
x78
x50
x5312
x890
x1
x826
x9999
x2651
x2
x35
x2139
x3651
x7097
x711
x6733
x4470
x507
x930
x1809
x680
x10
x1118
x2741
x2940
x740
x97
x3
x19
x25
x25
x32
x9
x6048
x9448
x2307
x9999
x199
x24
x9999
x20
x5805
x23
x8
x1450
x257
x25
x9
x98
x31
x8
x845
x3705
x8
x31
x207
x932
x86
x2504
x2093
x127
x18
x1417
x2378
x2255
x3
x284
x3676
x2540
x7884
x514
x397
x3972
x5651
x9999
x10
x2272
x2447
x5805
x7800
x3380
x1407
x26
x3330
x951
x70
x328
x142
x2816
x2118
x9999
x41
x4401
x9999
x9999
x9999
x3180
x1943
x111
x3000
x8
x3696
x39
x3223
x4099
x757
x1
x757
x1614
x571
x1221
x5329
x2278
x5108
x5004
x9999
x5860
x9999
x3109
x2267
x2034
x3256
x4264
x2402
x558
x61
x1
x25
x1989
x4809
x713
x1
x4677
x6857
x68
x9999
x676
x1418
x1033
x6504
x104
x3507
x875
x451
x104
x925
x277
x8
x182
x26
x9999
x1123
x2070
x3598
x195
x664
x454
x104
x1201
x1342
x9999
x3590
x1554
x1230
x889
x225
x9999
x1722
x9999
x129
x713
x2427
x2


ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-7-6 11:36

ขึ้นไปด้านบน