ดู: 230|ตอบกลับ: 4

{ เมืองเสียวเพ่ย } โรงหมอฟ่านเต๋อ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-6-5 23:46:30 |โหมดอ่าน




โรงหมอฟ่านเต๋อ

{ เมืองเสียวเพ่ย }









โรงหมอฟ่านเต๋อ
โรงหมอแห่งนี้เปิดทำการมานานกว่าสามชั่วอายุคน สืบทอดความชำนาญ
โดยเฉพาะการรักษาโรคเฉพาะทางเฉพาะที่อย่าง 'โรคลับ' ที่บุรุษมักเป็น
ในยามเฒ่าชรา มะเขือจะตั้งไม่ตั้งท่านหมอบอกสาเหตุระบุอาการณ์ได้ 
รวมไปถึงอายุรกรรมคนแก่หน้ามืด หูอื้อตาลาย แม้แต่บาดแผล
ของเหล่าชาวยุทธ์ที่มีเรื่องต่อยตีก็รับดูแลทั้งหมด

ท่านหมอใหญ่
สวี มิ่งเต๋อ
อุปนิสัย : พูดน้อยเคร่งครัด เจ้าระเบียบและมีสัญชาติญาณเป็นเลิศ
ชอบขนมหวานโดยเฉพาะขนมตามเทศกาล มุมโปรดคือตุ๊กตาแป้งหมี่




ชื่อกิจการ : โรงหมอฟ่านเต๋อ
เจ้าของกิจการ : สวี มิ่งเต๋อ
เวลาเปิดทำการ : ตลอดวันตลอดคืน
ประเภทกิจการ : รักษาโรคเฉพาะทางในที่ลับ รักษาอาการบาดเจ็บทั่วไป-จำหน่ายยา







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-6-6 01:14:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-6 15:41

อนาคตสตรีนี้สุดจะคาดเดา
1253
อยู่ในสายตาข้าเสมอ

            
           หลายสิบปีมานี้… สาายตาของผู้คนที่มองเขามีอยู่หลายประเภท
           แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ นั่นคือ ‘เทิดทูน’ และ ‘หวาดกลัว’

           นับแต่ก้าวขึ้นบัลลังก์บัญชาการเรื่องร้าวน้อยใหญ่ในโลกเบื้องหลัง กุมสภาวะครึ่งหนึ่งของยุทธภพและทำลายสมดุลระหว่างด้านมืดกับด้านสว่าง ดุจเข็มทิศชี้ปัจจุบันและอนาคตของพรรค สายตาของผู้คนน้อยนักกล้าสบกับเขาโดยตรง หามิใช่พวกใจกล้าก็จะเป็นพวกมีความเคียดแค้นชิงชังอย่างลึกซึ้ง…. มีหรือเคยแยแส? อยากแค้นก็แค้นไปหากความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นตัวมดอย่างมากก็กองเท่าเขาไท่ซาน!!

             สิ่งที่ต้องแลกเพื่อการเปลี่ยนโลกใหม่ให้ดีขึ้น ล้วนพร้อมแลกไม่เคยนึกเสียดาย
             แม้บุตรีในสายเลือดยังสามารถสังเวยลงกองไฟเพื่ออำนวยชัยแด่องค์เทพ

             หมื่นเสียงสาปแช่ง พันคำสรรเสริญของผู้ที่ปรารถนาจะทำได้อย่างเขา คำประกาศิตเดียวเพียงสั่งสามารถชี้เป็นชี้ตายชีวิตนับร้อยพัน ความเย็นชาหล่อหลอมเขากระทั่งเยือกแข็งทั้งอารมณ์ความรุ้สึก หาได้ยินดียินร้ายต่อสิ่งรอบตัว ‘ชีวิตผู้คนดั่งผักปลา’ นั่นกล่าวได้มิผิด แต่หากกล่าวว่าเขาไร้หัวใจ..

           คงต้องพูดว่าแท้จริง… ‘หัวใจ’ ได้หยุดเต้นไปพร้อมกับ ‘นาง’

           ถนนหนทางยามวิกาลกลับไร้ผู้คนสัญจร เป็นไปได้ว่าหญิงสาวเลือกเส้นทางเลี่ยงสายตาผู้คน พยุงแขน ‘ท่านจ้าว’ บุรุษผมแดงพานบ่าตนมาเรื่อยๆ ราวกับเขาจงใจใช้สมาธิขืนตัวเองไว้ ไม่ให้นางรับน้ำหนักของตนมากจนเดินลำบากดังนั้น ระหว่างคนทั้งสองตลอดทางมายังโรงหมอไร้ซึ่งคำพูด

            คนหนึ่งสอดส่ายใสตาหาโรงหมอ อีกคนกลับจ่อมจมอยู่ในความคิด
            สูดกลิ่นหอมรวยรินของดอกกล้วยไม้หยกจากกายนาง นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาจำได้..ต่อให้ย้อมผมก็เถอะ

             ท่านหมอกำลังเก็บหน้าร้านขณะที่คนทั้งสองมาถึง ปกติแล้วยามวิกาลมักมีแขกพิเศษ.. กรณีฉุกเฉิน โรงหมอตระกูลสวีเปิดทำการมาสามชั่วอายุคนย่อมต้องเตรียมรับมือกับเรื่องเช่นนี้พร้อมอยู่ก่อน มือหนึ่งกวักให้หญิงสาวเร่งวางคนเจ็บลงบนเตียงไม้ อีกมือปัดเชิงว่าให้นางหลบไปอย่าเกะกะการวินิจฉัยหมอ

             “อืม….ไม่มีบาดแผล รึจะบาดเจ็บภายใน? แม่นางช่วยถอยไปก่อนอย่าบังแสงไฟ”

             “หลานเอ๋อร์….” ปัญหาคือคนเจ็บที่ควรจะหมดสติไปได้ตั้งนานแล้วยังจ้องหญิงสาวตาเขม็ง เพียงแค่ถอยออกห่างเกินห้าก้าวก็คล้ายว่าเขาไม่ยอมให้นางห่างออกไปจากการรับรู้ ระหว่างที่หมอทำการตรวจนางจำต้องกระดึ้บๆ ไปด้านข้างหนึงที่ว่างของเตียงไม้ ส่งยิ้มให้กำลังใจเขาเบาๆ

              “ข้าอยู่นี่แล้ว” นางเข้ามาใกล้อีกนิด

             “......................” ราวกับสายตาเขาสื่อความหมายได้ ยังคงเรียกชื่อนางเหมือนยังใกล้ไม่พอ

             “ข้าอยู่ที่นี่แล้ว…..อยู่กับท่าน” คราวนี้แตะลงบนหลังมือหนา อีกทีคือกุมไว้เลยดีไหมนะ?
.
.
.
            ด้วยเล็งเห็นว่าการตรวจนั้นจำเป็นต้องละเอียดถี่ถ้วนและใช้สมาธิมาก ท่านหมอไม่พบบาดแผลตามลำตัว อาการซีดเซียวของบุรุษผิวน้ำตาลอ่อนก็มองเห็นยากเมื่ออาศัยเพียงแสงจันทร์ หลิงหลานตามประทีปเพิ่มอีกหลายดวงจนทั้งห้องสว่างสไวราวกับกลางวัน ส่วนคนเจ็บที่ไม่ยอมร่วมมือ ท่านหมอใช้พัดยาสลบโบกใส่สักพักสติก็เริ่มเลือนรางไปเอง

             “เชื่อเขาเลย.. โดนยาสลบขนาดนี้ยังไม่ยอมหลับระแวงอะไรขนาดนั้น แม่นางรอด้านนอกก่อนเถอะข้าไม่ทำอะไรเขาหรอก”

              ฟังจากคำกล่าวท่านหมอหญิงสาวพยักหน้าแล้วอดหันไปมองยังร่างบนเตียงไม้สักหนมิได้ จริงอย่างว่าดวงตาเย็นชาคู่นั้นหรี่ลงหลายองศาทว่ายังไม่ยอมปิดลง ‘จิตใจตั้งมั่นเสียจริง.. ที่บอกว่ามีคนปองร้ายทำให้เขาแม้บาดเจ็บก็ยังยากที่จะผ่อนคลายหรือ?’

             นางหันหลังเดินออกจากอาคารพลางขอยืมครัวใช้ทำอาหารระหว่างรอ ประสาคนอยุ่ไม่สุก หญิงสาวจดจำได้ว่าในงานเลี้ยงอีกฝ่ายเอาแต่จิบสุราไม่แตะอาหารเลยแม้แต่น้อย อีกสักครุ่หนึ่งหากต้องดื่มยาคงเสาะท้องเป็นแน่ ดูแล้วต้มน้ำแกงอย่างง่ายเตรียมเอาไว้ให้รองท้องจะดีกว่า  

               “อืม.. ดีนะเอาเห็ดหอมติดตัวมาด้วยกลางคืนอากาศชื้นบำรุงปอดสักหน่อยก็ไม่เลว” แม่ครัวสาวผู้คล่องแคล่วถักเปียจาวเพื่อไม่ให้เกะกะ จากนั้นเริ่มลงมือหั่นเครื่อง ทุบรากผักชีกระดูกซี่โครงหมูหั่นชิ้นพอดีคำ โรยลงในน้ำเดือดปุด ผ่านไปราวหนึ่งเค่อก็ส่งกลิ่นหอมหวาน ไม่ลืมคอยช้อนฟองออกแล้วคุมไฟให้เบาลง ค่อยๆเคี่ยวคือหัวใจของความเปื่อยนุ่ม เห็ดหอมฝนบางๆ ดูจากสภาพของชางหยุแล้วเจ้าตัวไม่น่ามีแรงเคี้ยวมากนัก

               หลิงหลานเดินถือถ้วยน้ำแกงกลับมายังอาคารตรวจ พบว่าท่านหมอรออยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้าตะขิดตะขวงใจ เห็นหญิงสาวเข้ามาถามไถ่ก็เรียกมากระซิบอย่างเป็นการเฉพาะ “อาการภายนอกปกติดีไม่มีอะไรแล้ว.. ร่างกายเขาแข็งแรงมากอีกครู่หนึ่งข้าให้เด็กไปต้มยาแม่นางเอาให้เขาดื่มสักเทียบ พักผ่อนสองราตรีก็กลับไปกระโดดโลดเต้นได้แล้ว…”

               “ท่านหมอคล้ายว่ากล่าวไม่หมด ว่ามาเถิดตอนนี้มีเพียงข้าดูแลชายผู้นั้น” เรียวคิ้วเลิกขึ้นเบาๆ ท่าทีอึกอักนั่นคืออะไร

                “.....เมื่อครู่ข้าตรวจพบอีกอาการมิได้เกี่ยวข้องกับที่บาดเจ็บในครั้งนี้ เกรงว่าโรคดั้งเดิมหวนมากำเริบใหม่ ลมปราณผิดปกติหยางไม่สมดุล ตัวเขาร้อนจี๋เลย จากที่ตรวจชีพจรน่าจะเป็นลมปราณพร่องหยิน คาดว่าใช้งานร่างกายหักโหมเกินไป ยาสมุนไพรก็ไม่อาจบำรุงได้ดีมากมีหนทางเดียว”

                หลิงหลานงุนงงเมื่ออีกฝ่ายทำทีว่าเข้ามาใกล้ๆ เรื่องนี้ไม่อาจพูดดัง เงี่ยฟูฟังแล้วถาดในมือแทบจะร่วงหล่น “หากชายผู้ที่อยู่ด้านในนั้นคือคนรักของแม่นาง เช่นนั้นพอมีทางแก้ ปรับหยินเสริมหยาง...แหล่งพลังงานหยินบริสุทธิ์ที่ดีก็คือสตรี แม่นางร่วมรักกับเขา จากที่วินิจฉัยอาการตัวร้อนก็จะกลับมาดีขึ้นเอง”

                 ‘ใช้งานร่างกายหักโหมจนตัวร้อน แต่ให้ตนแก้ด้วยวิธีร่วมรัก อิหยังวะ!!’ นางตกตะลึงกับสิง่ที่ได้ยิน ส่ายหน้ารัวๆ ว่ามันไม่ใช่แล้ว!!

                  “ตัวเขาร้อนจัด… อาการเช่นนี้ประหลาดมากหากปล่อยเอาไว้นานเกรงว่าจะเกิดอันตรายถึงชีวิต แม่นางคนรักของเจ้ากำลังอยู่ในอันตรายนะ..” ต่อให้ทั้งสองชายหญิงมิได้ผ่านพิธี แต่หากจิตใจมั่นคงในรักเท่ากับอาการกำเริบหนนี้ ส่งเสริยวนยางโบยบินเคียงคู่ไปอีกหนึ่งจัดเป็นเรื่องมงคล ท่านหมอเข้าใจว่าอีกฝ่ายเขินอายแนะเพิ่มว่า

                  “ธรรมเนียมจารีตหรือชีวิตคนสำคัญกว่า? ข้ากับภรรยาก็หนีตามกันมาใช้ชีวิตร่วมทุกข์สุข...แม่นางตรองเอาเถิด”

                  “มิใช่สนใจเรื่องนั้น อันที่จริง.. อาการตัวร้อนเป็นผลจากการฝึกเคล็ดวิชาของเขาอยู่แล้วหาได้อันตรายไม่ ตลอดมาข้าคอยดูแลเขาย่อมทราบดีขอบคุณท่านหมอที่ห่วงใยเจ้าค่ะ”  ก่อนวันที่บุรุษผมแดงกระโดดลงปล่องภูเขาไฟ เคยบอกไว้ก็จริงเรื่องความร้อนของร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ หากแต่ผู้ฝึกเคล็ดวิชานี้จะมีอาการหยินพร่องกำเริบในทุกอาทิตย์ ร่างกายร้อนผ่าวราวกับไฟจำต้องหาที่สงบเพื่อเดินลมปรารทำสมาธิ…. ท่านหมอคงม่ทราบ

                 เพราะเรื่องนี้คนที่รุ้นอกจากนางก็เพียงราชครูจวินชังอี้ ‘ท้ายสุด..คือเขาจริงๆ สินะ ร่างกายร้อนผ่าวราวกับไฟ ไหนจะอาการที่ตรงกันชางหยู?’ เท้าเล็กก้าวอย่างเร็วรี่แทบจะสะดุดชายกระโปรงตนเองเข้าไปข้างเตียงไม้

                  “...อีกสักครู่ท่านหมอจะต้มยามาให้ ท่านทานน้ำแกงรองท้องก่อนเถิด” พยายามไม่คิดเรื่องอื่น มองร่างนอนนิ่งอยู่เปลือกตายังไม่ยอมปิดสนิทดีก็ทราบว่าเขารับรู้ นางเลื่อนช้อนไม้ไปใกล้รีมฝีปากทว่าอีกฝ่ายไม่ยอมทาน

                   “ไม่เป็นไรทั้งหมดนี้ข้าเคี่ยวปรุงเองไม่มีใครอื่นแตะต้อง” เมื่อนัน้ล่ะค่อยยอมเปิดปากแล้วดื่มลงไป เขาระมัดระวังตัวมากจริงๆ มากเสียจนนางนึกปวดหัวขึ้นมา.. งี้ยาก็ต้องกรอกสินะ…

                  ไม่นานนักเด็กเตรียมยาก็ถือถาดไม้พร้อมยาถ้วยกลิ่นขมฝาด เพียงได้กลิ่นหญิงสาวก็ย่นจมูกเข้าหากัน หมอมิ่งเต๋อหลับผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เตรียมเข้านอนแล้วได้กลับเข้ามาอีกครั้งพบฉากดรุณีผมน้ำตาลกำลังช้อนศีรษะคนไข้ วางพิงบนตักจากนั้นห้อนยาให้ดื่มด้วยความเอาใจใส่

                   “แม่นาง.. ยาเพียงแก้แค่ปลายเหตุเท่านั้น วิธีที่ส่งผลมากทีสุดข้าได้บอกไปแล้วลองตรองดูอีกสักครั้ง เสี่ยวมั่ง.. เดี๋ยวช่วยย้ายพวกเขาไปพักที่เรือนด้านหลัง ตอนเช้ายังต้องใช้เตียงตรวจ”  กล่าวเช่นนั้นท่านหมอผู้เอาเข็มมาทิ่มนางแล้วก็จากไปนอนกกภรรยาสบายใจ เหลือแต่หญิงสาวไม่ทราบทำเช่นไรกับคนตรงหน้าดี…

                   หลิงหลานช่วยคนละไม้คนละมือกับเด็กส่งยา ทั้งช้อนทั้งยกแขนคนตัวสูงพาดบ่าแล้วไปยังเรือนหลัง ดูโดดเดี่ยวเป็นเอกเทศ ภายในตกแต่งอย่างสะอาดสะอ้านเรียบร้อยผิดกับโรงตรวจด้านหน้า นอกหน้าต่างยังมีต้นอวี้หลันขาวชูกิ่งก้านเย้ยจันทรา เสมือนจัดวางไว้เป็นที่พักฟื้นของผู้ป่วยโดยเฉพาะ

                  “ขอบใจมากนะจ้ะ เสี่ยวมั่ง” หันไปส่งยิ้มให้กับเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วมองส่งอีกฝ่ายเดินออกไป เหลือเพียงร่างในชุดคลุมดำนอนนิ่งบนเตียง..

                 ‘ตัวร้อนจัดจริงๆ ด้วย… ราวกับที่ไต้หวันเลย’ ความคุ้นเคยสายหนึ่งแล่นวาบเข้ากลางใจ ยิ่งทำให้คนร่างเล็กยากจะแยกจากอีกฝ่ายในเวลาอันสั้น

                  เขายังไม่หลับนางสัมผัสได้ถึงเสียงลมหายใจที่บ้างผ่อนช้า ผ่อนยาว หญฺงสาวนำฮาร์ปเล็กขึ้นมา ด้วยไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเพื่อกล่อมอีกฝ่ายยอมพักผ่อนดีๆ เสียงพิณบรรเลงไร้ทำนองร้อง ดุจสายน้ำหลั่งรินเพื่อชโลมความเย็นลดความร้อนรุ่ม แช่มช้าและผ่อนคลายดุจกล่อมเด็กทารกให้หลับไหล

                  นางใช้เสียงเพลงเพื่อยืนยันว่าตนเองยังอยู่ในห้อง แม้จนดวงตาเขาปิดสนิทไม่ได้มองอยู่แล้ว           

ป้อนน้ำแกงเห็ดหอม

ฮาร์ปฮาร์เทอร์



@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำ: จาง เหยียนลู่ เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-6-6 15:57
คุณได้รับ +25 คุณธรรม โพสต์ 2019-6-6 15:56
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำ: จาง เหยียนลู่ เพิ่มขึ้น 7 โพสต์ 2019-6-6 03:30
คุณได้รับ +20 คุณธรรม +4 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2019-6-6 03:30

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หว่านจินซีหวังมู่
ม้าภูตหิมะสายใย
กำไลเทพีไอซิส
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาสู่โจ้วจวี้เหริน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x220
x130
x35
x28
x1437
x57
x438
x220
x768
x1
x420
x4
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x89
x5
x1
x1
x318
x573
x54
x418
x2
x3
x14
x1
x1
x5
x184
x235
x1
x14
x6
x6
x19
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x35
x20
x10
x32
x91
x5
x4
x3
x116
x728
x18
x7
x20
x25
x54
x3
x3
x3
x4
x4
x60
x27
x5
x1
x3
x2
x2
x3
x2
x168
x2
x1
x70
x14
x40
x8
x1
x18
x3
x310
x350
x100
x160
x125
x360
x261
x25
x32
x103
x295
x610
x240
x15
x120
x2
x13
x5
x19
x1701
x9999
x7
x1600
x8
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x48
x40
x26
x980
x770
x2006
x100
x20
x2000
x11
x1280
x1700
x903
x27
x42
x15
x100
x9
x18
x1735
x260
x2023
x1118
x321
x2107
x2
x7900
x408
x98
x105
x12
x76
x150
x3427
x139
x239
x434
x2722
x2139
x1670
x14
x450
x1443
x11
x27
x7109
x2732
x14
x71
x7576
x57
x9999
x1810
x55
x3
x205
x18
x1110
x1
x1
x3165
x2
x1
x2525
x14
x43
x34
x781
x470
x30
x221
x206
x9
x1210
x1395
x8409
x967
x200
x590
x200
x57
x51
x2395
x1
x1850
x3019
x7127
x820
x280
x9705
x9999
x517
x54
x91
x5440
x29
x15
x84
x179
x1000
x13
x4293
x2935
x1782
x3473
x9999
x2466
x3200
x2679
x1884
x2790
x305
x9999
x485
x1106
x129
x30
x9999
x2600
x3864
x2280
x151
x2861
x4466
x4395
x1805
x3768
x2168
x545
x2479
x538
x276
x1543
x460
x3
x24
x13
x1510
x78
x50
x5466
x1115
x2
x1077
x9999
x2801
x2
x48
x2239
x3809
x7147
x1243
x7535
x4470
x512
x1193
x1834
x757
x10
x1122
x2951
x3140
x972
x100
x3
x21
x25
x25
x32
x9
x6048
x9610
x2407
x9999
x199
x25
x9999
x20
x5805
x24
x8
x1709
x251
x25
x9
x98
x31
x10
x1131
x3935
x8
x31
x210
x1117
x92
x2408
x2086
x129
x18
x1473
x2378
x2259
x3
x287
x3676
x2540
x7884
x518
x400
x4106
x5441
x9999
x16
x2283
x2451
x5805
x8000
x3380
x1666
x30
x3430
x1019
x70
x328
x151
x2816
x2118
x9999
x44
x4558
x9999
x9999
x9999
x3235
x2049
x111
x3000
x9
x4246
x40
x3223
x4099
x787
x1
x765
x1814
x647
x1241
x6189
x2359
x5971
x5004
x9999
x7969
x9999
x3159
x2323
x2534
x3456
x4274
x2492
x558
x66
x1
x15
x1989
x6682
x743
x1
x4827
x8292
x68
x9999
x678
x1418
x1073
x6534
x105
x3595
x1095
x454
x105
x1177
x297
x8
x184
x37
x9999
x1123
x2070
x3514
x195
x665
x468
x100
x1301
x1456
x9999
x3780
x1295
x1227
x889
x234
x9999
x1724
x9999
x143
x713
x2459
x2
โพสต์ 2019-6-6 17:00:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-6 22:40


อนาคตสตรีนี้สุดจะคาดเดา
1254
หนึ่งขาก้าวลงเหว


            แสงตะวันสาดส่องเมื่ออรุณรุ่งมาเยือน วิหคขับขานสกุณาร้อยเรียงลำนำ ใบไม้แห้งร่วงหล่นกราวตกกระทบหลังคาดุจเสียงฝน เรือนหลังเล็กด้านท้ายโรงหมอทั้งสงบเงียบให้บรรยากาศปลีกวิเวกจากความวุ่นวาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพักฟื้น

             บนเตียงไม้สร้างอย่างเรียบง่ายบุรุษผู้หนึ่งรุ้สึกตัวตื่นแล้วก็ยังไม่ลุกลงมาเดินเหิน ใบหน้าเมื่อปราศจากหน้ากากจิ้งจอกอัคคีราวกับรูปสลักน้ำแข็ง เยือกเย็นไร้เค้ารางของอารมณ์ใดๆ มีก็แต่เพียงดวงตาสีเทาหม่นหรุบลงมองเจ้าคนที่ฟุบอยู่ด้านข้างเตียง ที่คล้ายว่ายิ่งมองนานเท่าใดก็ไม่พอ..

             ด้วยทราบว่าหมอหรือเด็กส่งยาอาจเข้ามาเมื่อไรก็ได้ มือหนายกหน้ากากขึ้นสวมกลับ จากนั้นเบนสายตาไปด้านซ้ายค่อยลูบเรือนผมนุ่มนิ่มสีน้ำตาลนั้นเบาๆ แม้นึกสงสัยว่าทำไมจากที่ควรเป็นสีเงินยวง กลายเป็นเช่นนี้ก็รอเก็บไว้ถามเจ้าตัว.. เขาเองหาเรื่องสนทนาไม่เก่งอยู่เสียด้วย

              “หลานเอ๋อร์….” สังเกตเห็นได้ว่าศีรษะกลมขยับไหว ราวกับหามุมหลบแสงแดดอีกฝ่ายใกล้ตื่นแล้วค่อยเรียกแผ่วเบา หลิงหลานปรือเปลือกตาขึ้นกระพริบปริบๆ เห็นอีกฝ่ายเอนพิงหัวเตียงดูท่าจะตื่นนานแล้วก็ไม่วายส่งรอยยิ้มให้

              “ฮื่อ… ไม่ได้หลับสนิทแบบนี้มานานแล้ว ฮ้าววว…” คนขี้เซาตอบน้ำเสียงอู้อี้ เป็นความจริงที่ว่าหลังวันที่เขาตายนางก็เป็นโรคนอนไม่หลับต้องมีไออุ่นจากมนุษย์อยู่ด้านข้างตลอดทุกคืน เจ้าตัวหาวเบาๆ ลิ้นสีชมพูแลบออกมาราวกับลูกแมว ยังผลให้ผู้ฟังรู้สึกคัดยุบยิบที่ใจวางมือลงบนหัวนางราวกับเอ็นดู

               “....แจ้บ ท่านหิวรึไม่? รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง? ตื่นนานรึยัง?”

               คำถามรัวมาเป็นชุดดรุณีน้อยคลำหาหวีไม้บนโต๊ะ พบแล้วก็มุนเล่นสองสามหนจากนั้นเริ่มสางอยางลวกๆมัดเป็นเปียคู่ แสงอาทิตย์ส่องผ่านไหล่กลมมนทั่วทั้งร่างหญิงสาวราวกับมีประกายพิเศษอยุ่รอบตัวเขามองการเคลื่อนไหวของนาง รู้สึกภาพเบื้องหน้าเจิดจ้าล้ำค่า

               “ดีขึ้นมาก ท่านหมอบอกว่าข้าจะออกไปได้เมื่อไร?” เสียงเก้าอี้ไม้เลื่อนเข้ามา คนฟังเข้าแตะหลังมือเขาพบว่ายังร้อนจัด ช้อนสายตาขึ้นมองราวกับสงสัย

               “อีกสักพักข้าจะไปนำยามาให้ นอนพักสักสองวันท่านก็หามีสิ่งใดต้องห่วง จริงสิ… เว้นก็แต่” หลิงหลานเม้มริมฝีปากถาม “แล้วท่านคิดจะบอกข้าตอนไหนเรื่องอาการตัวร้อนราวกับไฟเนี่ย?”

               ‘ไม่คาดว่าหมอของเมืองนี้วิชาล้ำลึกถึงตรวจพบ… เท่ากับว่านางทราบแล้วปิดต่อไปไม่เป็นผลดี’ ฝ่ามือหนาพลิกขึ้นมาเป็นฝ่ายเกาะกุม ความร้อนผ่าวมิได้ทำให้สตรีผมน้ำตาลถอยหนีเขาทว่าเพิ่มความสนิทสนมคุ้นเคยกว่าเก่า

                "........ที่ไม่บอกให้เจ้ารู้เพราะไม่อยากให้เป็นกังวล หลานเอ๋อร์โรคนี้แปลกประหลาดมากตั้งแต่ตอนที่ข้ายังเด็ก บางช่วงร่างกายจะร้อนราวกับไฟอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เคยมีนักพรตท่านหนึ่ง แนะนำให้ข้าฝึกวิชาสายธรรมชาติและนั่งสมาธิสม่ำเสมอเพื่อรักษาอ