12345
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
เจ้าของ: qinglan

{ เมืองเฉิงตู } ศาลเจ้าไท่ซ่างเหล่าจวิน

[คัดลอกลิงก์]

157

กระทู้

1064

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
525
ดีนาเรียส
92
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
292
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-2-7 18:33:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-2-9 17:47

จดหมายรัก (?)

     วันนี้นางแวะมาหาเด็กๆเช่นเคย หวังว่าคลายความคิดถึงหย่งหมินหย่งเหรินในใจนางได้ แต่ไม่เลย ทำอย่างไรก็ยังเหมือนเดิม ….เฮ้อ หรือจะหาเวลากลับไปเยี่ยมดี นางสะบัดความคิดออกด้วยการหยิบซุนมาเป่า หลังจากที่โดนติติงไปเมื่อวานจนตีวนางถึงกับไปไม่ถูก หรั่นซิ่นหลี่ก็ฝึกอยู่นาน.. แต่เสียงที่ออกมาก็ยัง…
     ชิชะ! นางจะเป่าจนเก่งให้ดู! หรั่นซิ่นหลี่ยืนเป่าซุนอยู่ใต้ต้นไม้รอเด็กๆออกมาเล่น
      เหรินอี้เหอวันนี้เขาก็มาหาเด็กๆ ที่ศาลเจ้าแทนพี่สาวที่กำลังเดินทางอยู่ แค่เขาไม่คิดว่าจะพบแม่นางหรั่น ที่ครั้งก่อนนัดพี่สาวไว้แต่กลับผิดนัดเสียได้ ช่างเป็นสตรีที่ไม่น่านับเป็นสหายเลย
     “อ้ะ สวัสดี” ตาเหลือบเห็นเด็กชายคนหนึ่งเดินมา เป็นเหรินอี้เหอ นางจึงเผยยิ้มแล้วเก็บซุน ก่อนจะเอ่ยปากถามถึงหลิงผิงผิง “คราวก่อนข้าผิดนัดพี่เจ้าด้วยเหตุสำคัญบางประการ วันนี้คิดจะมาขอโทษเรื่องนั้นด้วย ไม่ทราบว่าวันนี้นางจะมาที่นี่หรือไม่?”
     “พี่ผิงเดินทางไกลครับ” อี้เหอตอบเรียบๆ ก่อนจะนำขนมที่ติดไม้ติดมาไปให้พวกเด็กๆ พลางอุ้มเจ้านู ลูกหมาประจำศาลเจ้าขึ้นมาเล่น
     “อา.. เป็นเช่นนี้” ใบหน้างามแสดงให้เห็นว่าเสียใจที่ตนเสียมารยาทในวันนั้น นางมองลูกหมาก่อนเผยยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “อ้ะ พวกเจ้าชอบตำราไหม?” เมื่อวานขนม วันนี้ตำรา พรุ่งนี้เสื้อผ้า นางจะเอามาให้เรื่อยๆ พูดแล้วหยิบห่อผ้าออกมาวางไว้ เป็นตำราที่นางซื้อมาคราวก่อนและอ่านจบแล้ว เก็บเอาไง้คงไม่ได้ใช้
     “เหยาเอ๋อห์ชอบตำราครับ” อี้เหอเอ่ย หมายถึงเด็กหญิงที่พี่ซือมักจะสอนให้และตอนนั้นก็สะกัดจุดพี่สาวเขาให้ร่วมเรียนด้วย เป็นวิธีการที่ตลกดี “แม่นางหรั่นแวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ครับ”
     “พี่หรือ.. อืม.. เอาตรงๆข้าแค่ชอบเด็กน่ะ อีกอย่างความทรงจำข้ายามที่วัยเท่าพวกเจ้ามันน่าเจ็บปวดมากจนไม่อยากให้ใครพบเจอเช่นเดียวกัน” ตั้งแต่ไปค่ายพยัคฆ์.. ไม่ใช่ว่าที่นั่นไม่ดี แต่ก็ไม่ได้มีพร้อม เป็นเด็กก็จงเล่นสนุกให้เหมือนเด็ก อย่ามาเสียเวลาไปกับอะไรที่มัน.. อืมม.. “เจ้าคิดอื่นใด?”
     “น่าสงสัยนะครับถ้าชอบเด็กๆ แต่ทำไมต้องเจาะจงมาเฉพาะเวลาที่พี่ซืออยู่ด้วยเล่า?” อี้เหอเอ่ยด้วยรอยยิ้มเพราะตอนพี่สาวเขามาพี่สาวมักมาตอนพี่ซืออี้โหวไม่อยู่ เขาก็เคยสงสัยพี่สาวตอบเพียงว่า เธอมาหาเด็กๆ ไม่ได้มาหาพี่ซือ
     “?” เวลาที่คุณชายซือมางั้นหรือ? นางไม่รู้ แค่คิดว่าเด็กๆอาจกำลังเรียนตำราจนเย็นจึงเลิกแล้วออกมาเล่นเท่านั้น “ไม่เคยรู้เลย มิน่าเมื่อวานก็เจอเวลานี้ เขามาเวลานี้ทุกวันเลยหรือ?” ถามไปอย่างนั้นไม่ได้คิดอะไร “แต่พี่ก็มักเจอเขาที่อื่นนะ อย่างตอนตกต้นไม้ ก็ได้คุณชายซือมาช่วย ตั้งแต่พบกันครั้งแรกก็บังเอิญพบอีกเรื่อยๆ” มือเกาแก้ม ตอนนั้นนางตั้งใจจะออกเมือง แต่ตกต้นไม้ก่อน สุดท้ายก็เจอเขาอีกอยู่ดี ...เอ้อ ประหลาดนัก!
    “ผมคงไม่ต้องตอบแม่นางหรั่นหรอกครับ เพราะพวกเด็กๆ บอกว่าแม่นางหรั่นมักมาหาพวกเขาเวลานี้เสมอ บังเอิญมากเลยครับ” อี้เหอเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะแยกตัวไปกวาดใบไม้แห้ง เขาไม่อยากยุ่งกับสตรีคนนี้เท่าไร
      หรั่นซิ่นหลี่เห็นก็แอบน้อยใจ แต่พอรู้เรื่องว่าเพราะอะไร เฮ้อ.. จะเป็นห่วงอะไร ตัวนางก็อายุมากโข มีลูก มีอะไรที่ต้องทำ เด็กคนนี้กลัวนางจะแย่งคนของตนไปงั้นหรือ? อืม.. เอาเถอะ
      หญิงสาวเดินไปหันซ้ายขวาแล้วนั่งลงคัดตำรา นางแวะซื้อพู่กันกับหมึกราคาถูกมาจากตลาดก่อนจะมาที่นี่ คิดว่าเด็กๆน่าจะมีหลายคนตำราอาจไม่พอ เช่นนั้นจะเป็นไรไปถ้านางจะคัดเพิ่มให้พวกเขา? แต่คัดไปมา.. ใจก็เริ่มลอย จากตำรากลายเป็นบทกวี

ข้ากลบเจ้าฝังดิน ร่ำร่มน้ำจากตลิ่งมารดเจ้า
ข้ากลบเจ้าฝังดิน พร่ำพรวนก้อนดินมาปิดเจ้า
ข้าปลูกเจ้าลงดิน เฝ้าพร่ำคืนวันใช้ใจถวิลดูแลเจ้า
น้อง เอย เจ้าสูงพ้นดินแล้ว
พี่คงพร่ำดูแลเจ้าเช่นคืนวาน
พร่ำดูแลจนพี่เหี่ยวแห้งไป

      หย่งหมิน.. หย่งเหริน.. แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน.. อยากอุ้มเจ้า กอดเจ้า ประคองเจ้าไว้ในอ้อมแขน อยากดูเจ้าเติบโต.. อยากดูแลเจ้าจนกว่าแม่จะสิ้นใจ.. คิดแล้วน้ำตาแทบจะรินไหล ไม่ใช่ลูกในไส้ แต่ความผูกพันนั้นมากกว่าน้ำทั่วทั้งแผ่นดิน
    “...” หรั่นซิ่นหลี่นั่งนิ่งแล้วขยำกระดาษแผ่นนั้นโยนทิ้งไป  แต่มันกลับไปถูกลมพัดไปอีกทางทำให้ก้อนกระดาษปลิวไปเข้าหน้าใครบางคนเข้า
     “อะไรกัน!?” ซืออี้โหวหยิบกระดาษบนใบหน้าก่อนนำมาอ่านดู เขาขมวดคิ้วพลางสงสัย ก่อนทิ้งลงไป
     ...อั๊ยหยา “ข้า.. ไม่ตั้งใจ” นางยิ้มเหยๆ.. ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบก้อนกระดาษข้างเท้าร่างสูง แต่กลับโดนเขาฉวยหยิบไปก่อน
     “ของเจ้าเหรอแม่นางหรั่น” ซืออี้โหวถามขึ้นพลางมองอีกฝ่าย “เจ้าเขียนถึงใครกัน(?)”
     “เป็นของข้า....” หรั่นซิ่นหลี่ตอบแล้วนิ่งเงียบ
     “อย่าเงียบสิ แม่นางหรั่นยังอยู่ไหม” ซืออี้โหวตะโกนก่อนยกมือโบกเบื้องหน้าอีกฝ่าย
      อี้เหอเพียงมองแต่ไม่ได้เข้าไปด้วยเพราะไม่ใช่เรื่องของเด็กอย่างเขา เด็กหนุ่มกวาดใบไม้ต่อไปปล่อยให้ผู้ใหญ่จัดการธุระกันเอง
     “จดหมายในม้วนไม้ไผ่นั่นเจ้าเขียนถึงใครเหรอ” ซืออี้โหวถามย้ำอีกครั้ง
     “....... -*-” นางมองเหรินอี้เหอหมายจะขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับไปทำความสะอาดต่อ ใบหน้างามจึงมู่ทู่ก่อนจะเอ่ยตอบ “อยู่..” กระแอมในคอเบาๆแล้วมองร่างสูง
     “บอกไปท่านก็ไม่รู้จักเขาหรอก ขอคืนด้วย” ตอบเสียงเรียบ
     “ข้าไม่คืนจนกว่าเจ้าจะบอกก่อน เกิดเป็นข้อความความหมายแฝงส่งให้ต่างชาติ ข้าก็มิเท่ากับสมคบคิดด้วยหรือ” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนเก็บม้วนไม้ไผ่ไว้ใต้ชายเสื้อ
     “นี่!” นางเอ็ดแต่ไม่พูดต่อ ในเมื่อข้อความนั้นเป็นเพียงที่นางพร่ำเพ้อถึงลูกเท่านั้น.. แน่นอนว่าเด็กอย่างเขาไม่เข้าใจนางหรอก หรั่นซิ่นหลี่ถอนหายใจ จะบอกว่ามีลูกก็ได้อยู่ แต่ถ้าถามมากกว่านี้.. เกรงว่าเด็กๆจะเป็นอันตราย นางจึงเงียบ
     “สวัสดีครับพี่ซือ” อี้เหอเดินเข้ามาสวัสดีพี่ชายพลางยิ้ม
     “นี่อะไรกัน ก็แค่บอกข้าว่าเจ้าเขียนถึงใครกัน อีกอย่างหน้าตาเจ้าดูก็รู้ว่าไม่ใช่ชาวฮั่น ข้าย่อมทำเพื่อความปลอดภัยแผ่นดินไว้ก่อน ใครจะรู้ว่าเจ้าเป็นสายให้นอกด่าน” ซืออี้โหวถามอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนจะหันไปยิ้มทักให้อี้เหอ “ไงเสี่ยวเหอ วันนี้เจ้ามากับใครกันเหรอ”
     “ผมมาคนเดียวครับ แต่บังเอิญพบแม่นางหรั่น…” อี้เหอตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะหันไปทางแม่นางหรั่น
     “เช่นนั้นก็กลับระวังๆ นะ ชาวนอกด่านไว้ใจไม่ค่อยได้” ซืออี้โหวยิ้มก่อนยกมือลูบศีรษะอีกฝ่าย พลางหันไปทางแม่นางหรั่นที่ดูเหมือนจะตอบเขาแล้ว
     “เอ๊ะ!..” ที่เขาพูดก้ไม่ผิด ไช่ฟ่านเหลียน พี่ขอยืมชื่อเจ้าก่อนนะ.. “นั่นเป็นจดหมายรัก” หรั่นซิ่นหลี่ตอบแล้วเบือนหน้าหนี ใช้แขนเสื้อปิดใบหน้าแสร้งเอียงอาย มารยาหญิงได้ใช้ยามนี้ น่าตายนัก!..
     “เอ๊ะ.. จะ จะกลับแล้วเหรอ”
     เหรินอี้เหอ อย่าทิ้งนางไว้กับคนผู้นี่นะ!
     “จดหมายรัก เจ้ามีคนรักแล้วเหรอ(?) แล้วเป็นใครที่ไหนกัน” ซืออี้โหวถามขึ้นอีกครั้ง
     “ท่านจะอยากรู้ไปทำไม? ไม่ใช่กงการอะไรของท่าน เป็นเรื่องส่วนตัว…” เสียงนั้นพูดเน้นย้ำคำว่า ‘ส่วนตัว’ และเขม็งมองเขา สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเดินเข้าไปคว้ากระดาษไม้ไผ่ในมือหนาหมายจะดึงออกมาในคราเดียว
     “พี่ซือ แม่นางหรั่น… ผมขอตัวก่อนนะครับ” อี้เหอเห็นท่าไม่ค่อยดีขอตัวกลับก่อนจะดีกว่า
     “ไว้ผมจะบอกพี่ผิงว่า พี่ซือมีสาวมาเยี่ยมบ่อยๆ” อี้เหอแซว(?) ก่อนจะรีบเดินหนีออกจากศาลเจ้า
     “โชคดีนะเสี่ยวเหอ” ซืออี้โหวพูดก่อนหยิบขนมเยว่ปิงที่อยู๋ในย่ามให้เด็กน้อย
      อ๊า.. ทิ้งนางไว้กับเขาเฉยเลย!!
     “เจ้าอยากฝากข้าส่งไหม?” ซืออี้โหวถามอีกฝ่าย
     “มะ.. เอ๊ะ?” ฝากส่ง? เป็นความคิดที่ไม่เลว.. แต่ถ้าไปถึงจวนแม่ทัพไช่จะเป็นเรื่องลำบากมั้ยนะ.. หรือนางควรเขียนจดหมายทับอีกแผ่น? อื้ม! ว่าแล้วก็รีบก้มลงหยิบพู่กันจุ่มหมึกเขียนจดหมายอีกแผ่นทับ

ถึง ไช่ฟ่านเหลียน

จดหมายฉบับนี้ พี่ทำเจ้าเดือดร้อนแล้ว..
ไม่ต้องเขียนตอบ แค่รับไว้ก็พอ
ฝากความคิดถึงให้หย่งหมินและหย่งเหรินด้วย


หรั่นซิ่นหลี่

     “ต้องรบกวนท่านแล้ว.. ปลายทางคือจวนแม่ทัพไช่ ในเมืองกุ้ยหยาง” นางพับทับซ้อนอีกขั้นแล้วยื่นให้เขา
      ซืออี้โหวรับจดหมายมาก่อนเปิดอ่านตรวจสอบดูว่าเป็นสาส์นอะไรไม่ดีหรือเปล่า “ข้าต้องตรวจสอบ ยิ่งเป็นของคนนอกด่านเช่นเจ้าจะให้ส่งมั่วๆ ได้ยังไงเล่า เจ้าว่าจริงไหม เกิดเป็นสาส์นเกี่ยวกับกองทัพแจ้งข่าวการทหารฮั่นหรือเรื่องในราชสำนักข้ามิเท่าเป็นกบฎหรอกรึ”
     “รู้แล้วน่า เข้าใจแล้ว แต่ท่านคงไม่เข้าใจข้าหรอก ค่าส่งเท่าไหร่?” แต่อ่านจดหมายของคนอื่นเฉยโดยไม่ขอเลยเรอะ! เฮ้อ..
     “ฟรี ข้ากำลังจะเดินทางพอดี ท่านพ่อบุญธรรมข้าก็ไม่รู้ไปไหน” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่าย
    “เดินทาง? ไปท… เอ้ย อะ อืม! ขอให้เดินทางปลอดภัย” ...เฮ้อ นางจะถามทำไมว่าเขาจะไปไหน ในเมื่อตัวนางก็กำลังจะแล่นหาความตายแท้ๆ.. จะเจอกันอีกรึ
     “ทำไมแค่อวยพรเจ้าพูดเหมือนไม่เต็มใจเลย ตะกุกตะกักแบบนี้เนี่ยนะ” ซืออี้โหวมองอีกฝ่ายพลางขมวดคิ้ว อีกฝ่ายอยากพูดอะไรกันแน่นะ
    “ขอโทษทีเถอะ คนนอกด่าน เช่นข้าพูดแบบนี้เพราะไม่ชินกับ คนในด่าน เช่นท่านน่ะสิ” หงุดหงิดนัก แต่มือก็เผลอหยิบของชิ้นหนึ่งขึ้นมาให้เขา แร่สีเขียวเนื้องาม.. ระหว่างทางจากกุ้ยหยางมาที่นี่นางหลงทาง.. แต่ก็เจอของสวยงามย่อมเก็บมา คราวนี้นางเอามาทำเป็นเครื่องรางเขียนว่า ‘โชคดี’ ให้เขาแล้วกัน
     “ท่านไม่ต้องถามมาก แล้วรับไปก็พอ” นางยื่นให้ตรงๆ มือแทบจะชนจมูกเขา
      ซืออี้โหวรับแร่จากอีกฝ่ายก่อนจะเผลอปากโดนมืออีกฝ่าย “เจ้าทำอะไร ข้าเจ็บนะ” เขาแกล้งทำบาดเจ็บก่อนยกมืออีกข้างกุมปาก
     “....;;;;” อะ อะ… เหงื่อแตกพลั่ก นางทำใครบาดเจ็บอีกแล้วหรือ!?!?
     “ขะ ขอโทษ เจ็บมากไหม?” รีบขยับตัวพยายามมองว่าอีกฝ่ายมีเลือดออกหรือไม่
     “ก็เจ็บสิ ถึงเลือดไม่ออกแต่มันน่าจะช้ำ เจ้าทำแผลให้ข้าเลย” ซืออี้โหวพูดก่อนชี้ที่โดนมืออีกฝ่ายชน
     “....” นิ่งเงียบกริบเลยทีเดียว นางถอนหายใจแล้วชี้ให้เขาไปนั่งที่บันไดศาลเจ้า ส่วนตัวเองเดินไปหยิบถุงยาออกมาจากถุงสัมภาระบนหลังซือเอ๋อร์
      ซืออี้โหวเดินไปนั่งที่บันไดศาลเจ้าตามที่อีกฝ่ายบอกก่อนหันไปมองอีกฝ่าย “นั่งแล้ว”
      หรั่นซิ่นหลี่เกินกลับมาหาเขา “ท่านนั่งนิ่งๆ” พูดเสียงเบาแล้วหยิบสมุนไพรออกมาจากถุง นี่ก็ได้มาจากโรงหมอที่เฉิงตูอีกล่ะ คราวนั้นนางแอบไปเบิกยามาด้วย เผื่อจะมีแผล เพราะตัวเองก็ซนใช่น้อย นิ้วเรียวแตะสมุนไพรเย็นแล้วเอื้อมไปสัมพัสที่ริมฝีปากบางของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบาด้วบเกรงว่าเขาจะเจ็บ
     “เบาๆ สิ อุ๊ยๆ” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่ายพลางยกมือจะกุมปากแต่ลืมไปว่ามืออีกฝ่ายยังทายาที่ปากอยู่ จึงกุมมืออีกฝ่ายแทน
    “..ใจท่านไม่ได้โตตามตัวเลยใช่มั้ย..” นางมองเด็กอายุ 14 กุมมือตัวเองแล้วขมวดคิ้วเชิงล้อเลียน
     “ก็ข้าบาดเจ็บอยู่นี่ แถมยานั่นยังทำให้แสบอีก” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่าย “ทาต่อได้แล้ว เพราะใครกันล่ะ” เขาตอบอีกฝ่ายโดยลืมไปว่ายังไม่ได้ปล่อยมือที่กุมอยู่
     “....มือ” นางพูดแล้วขำน้อย
     “อ่อ โทษที ข้าคิดว่ากุมปากตัวเอง” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนปล่อยมืออีกฝ่าย
    “..คิกๆ..ปากที่ไหนจะใหญ่เท่ามือ” พูดในขณะที่ขำอยู่แล้วทายาต่อ “เอ้า เสร็จแล้ว! ข้ายกส่วนที่เหลือให้เอาไว้ใช้เผื่อแผลฉีก แล้วระวังอย่าอ้าปากกว้าง” นางเตือน
     “ขอบคุณมากคนทำร้าย” ซืออี้โหวพูดขอบคุณอีกฝ่าย “ก็นะข้าก็สงสัยอยู่ถึงว่าทำไมสากๆ พิกล”
    “เป็นคนทำงานฝีมือ ไม่ใช่คุณหนูนั่งคัดหนังสือ ขออภัยด้วย” นางพูดประชดแล้วเก็บของ
     “สตรีอะไรมือไม่อ่อนนุ่มเลย ข้านึกว่าผู้ชายชะอีกนะตอนแรก” ซืออี้โหวพูดลอยๆ ก่อนหันไปมองแม่นางหรั่น “จริงสิ งั้นข้าขอตัวก่อนนะ”
     “ประเดี๋ยว..” หรั่นซิ่นหลี่คว้าข้อมือเขาไว้ เมื่อรั้งได้แล้วจึงปล่อย “ท่านจะไปส่งจดหมายให้ข้ายังไง.. จะไปถึงจวน?”
     “แน่นอนสิ ยุทธภพกว้างใหญ่ก็จริง แต่เราต้องเจอสักทาง เดี๋ยวข้าว่าจะไปจิงโจวแล้วลงใต้ไปกุ้ยหยางถามชาวบ้านแถวนั้นก็ได้” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่ายก่อนวิ่งไปขึ้นม้าที่ผูกกับต้นไม้
     “....นึกว่าเป็นแต่พูดประชดข้า ต้องรบกวนแล้ว ขอบคุณท่านมาก.. เดินทางดีๆ” นางยิ้มแล้วโบกมือน้อยๆ
    “งั้นข้ากลับบ้านไปเก็บข้าวของเดินทางก่อนนะ” ซืออี้โหวพูดก่อนควบม้ากลับเข้าไปในเมืองเฉิงตู
     "....." หรั่นซิ่นหลี่มองเขาจากไปแล้วความในใจก็ดังโพล่งออกมา …...อ้ากกกกกกก จะไปหน้าจวนเลยเรอะ ไช่จะโกรธนางมั้ย!? ไม่หรอก… โอ๊ยยยย หวังว่าไช่จะไม่เผลอหลุดปากนะ..
     @STAFF_Pixiu

แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากการสนทนา {+5}  โพสต์ 2018-2-7 22:23
ได้รับความสัมพันธ์จากการมอบของขวัญให้ [ซือ อี้โหว] {+30}  โพสต์ 2018-2-7 22:23

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +25 ความหิว -12 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -12 + 3
Admin + 25

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

157

กระทู้

1064

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
525
ดีนาเรียส
92
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
292
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-2-9 09:40:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-2-9 18:14

เหริน อี้ เหอ

     วันนี้หรั่นซิ่นหลี่หอบเสื้อผ้าของใช้สำหรับเด็กมาที่ศาลเจ้าร้าง นางจูงซือเอ๋อร์เข้าไปในศาลเจ้าแล้วยกของออกมาวางเรียงไว้เท่าที่จะทำได้ หรั่นซิ่นหลี่นั้นไม่ใช่คนที่มีเรี่ยวแรงมากอะไร แม้จะขัดกับร่างกายที่อวบใหญ่ของนางตอนนี้แต่แรงที่มีนั้นเท่ามด สุดท้ายแล้วภาพที่ออกมาคือนาง ‘ลาก’ ถุงผ้าลงมาจากหลังวัวสาวแล้ว ‘ลาก’ ไปที่ศาลเจ้า.. เห็นแล้วน่าสงสารแท้
     “สวัสดีจ้ะ” หรั่นซิ่นหลี่ยกของมาวางเสร็จแล้วจึงเดินไปทักเหรินอี้เหอ
     “สวัสดีครับ แม่นางหรั่น” อี้เหอละมือจากไม้กวาดก่อนจะเดินมาถือถุงผ้าเข้าไปด้านในศาลเจ้าโดยไม่ได้เอ่ยขออนุญาตอีกฝ่าย ก่อนจะวางลง “ถ้าหากแม่นางหรั่นมาบาดเจ็บที่ศาลเจ้า ไม่มีพี่ซือค่อยทำแผลให้หรอกนะครับ”
     “ขอบคุณมาก แต่ว่า.. พี่ซือของเจ้าไม่สนใจข้าหรอก” นางยิ้มตอบแล้วมองความอ่อนโยนของเขา หญิงสาวเดินไปหยิบไม้กวาดอีกอันมาช่วยเหรินอี้เหอกวาดลานศาลเจ้า
     “พี่ซือมิใช่ของผู้ใดครับ แล้วผมก็กวาดเสร็จแล้ว แม่นางหรั่นจะหางานเพิ่มให้ผมหรือ?” อี้เหอเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่านางต้องการอะไร?
     “เอ๋?”เอ้อ.. ลานสะอาดแล้วจริงๆ “เจ้าไม่ได้กลัวพี่จะแย่งเขาไปจากเจ้าหรอกหรือ เห็นพบกันทีไรดูเจ้าจะรังเกียจพี่นัก” นางเอ่ยถามตามตรงอย่างไม่ปิดบัง คุยกับเด็กต้องมีความจริงใจ.. แม้จะเป็นเด็กที่ฉลาดมากเช่นเขาก็ตาม!
     “ผมไม่เข้าใจจิตใจของสตรีจริงๆ คิดเองเออเองเสียตลอด” อี้เหอถอนหายใจ เขามิได้รังเกียจแต่ไม่อยากยุ่งด้วยมากกว่าเพราะดูแล้ว จากการที่ทำให้พี่สาวเขามีแผลตลอดที่พบกัน เขาเองก็ไม่ได้นิยมชอบมีบาดแผลหรอกนะ
     “งั้นหรือ..” นางเอียงคอสับสน ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงหลิงผิงผิง “อา.. ถ้าเป็นเพราะเรื่องนั้น..​ พี่ตั้งใจว่าจะหายามาให้ท่านหลิงผิงผิง แต่อยากให้เจ้ารู้ไว้ว่าพี่ไม่ตั้งใจจริงๆ.. หรือมีวิธีใดอยากให้พี่รับผิดชอบ? ก็ขอให้บอกมา...” น้ำเสียงนางนั้นฟังดูรู้ได้ทันทีว่าเศร้าใจกับเหตุการณ์นั้นขนาดไหน ร่างกายสตรีมีค่ากว่าทอง นางหนักใจมากเมื่อรู้ว่าทำให้เด็กสาวต้องมีแผลเป็น..
     “ผมไม่ใช่พี่ผิง บอกไม่ได้หรอกครับอีกอย่างพี่สาวผมไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ พี่สาวผมเป็นสตรีที่แกร่ง… มิใช่สตรีที่…” อี้เหอละไว้เพียงเท่านี้ให้แม่นางหรั่นคิดเองในเมื่อนางชอบคิดเองเออเองก็คิดเสียให้พอ เขาไม่ชอบที่จะมายุ่งวุ่นวายกับสตรีที่นิสัยใจคออ้อมไปอ้อมมาเช่นนี้
      นางยิ้ม.. เด็กนี่กำลังกวนประสาทนางหรือ.. เปล่า.. เขาแค่รำคาญ.. หรั่นซิ่นหลี่มองเขาแล้วเอยปากถามอีก “เจ้า.. มีสิ่งใดค้างคาใจกับพี่หรือไม่”
      อี้เหอเดินออกไปนอกศาลเจ้าพลางเงยหน้ามอง… ก่อนจะมีเจ้านกตัวอ้วนกลมบินลงมาหาตนเอง เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปรับร่างเจ้าตัวอ้วน “หมั่นโถว?”
      อี้เหอแกะจดหมายออกมาก่อนจะยิ้ม… ก่อนจะเดินไปที่ห่อผ้าของตนเองแล้วหยิบกระดาษออกมาเขียนจดหมายตอบกลับไป “เด็กดี รบกวนเจ้าแล้ว”
     “กรู๊วววว” หมั่นโถวร้องก่อนจะบินออกไป เด็กหนุ่มหาได้สนใจคำถามของแม่นางหรั่นไม่
      เขาเมินนาง.. เอาเถิด! คงเป็นเรื่องสำคัญ.. จะว่าไปจดหมาย.. ซือ.. ซืออะไรนะ..
     “...ซือ..” ปากพึมพำชื่อคนเพราะจำไม่ได้ แต่กลับนึกชื่อเขาไม่ออก จำได้เพียงแซ่เท่านั้น เห็นไหมว่าไม่ทันไรก็ลืมอีกแล้ว… เอ้อ ช่างเถอะ… แต่ป่านนี้คงใกล้ถึงกุ้ยหยางแล้วกระมัง! หวังว่าไช่ฟ่านเหลียนจะเข้าใจสถานการณ์ของนางนะ..
      หรั่นซิ่นหลี่มองเหรินอี้เหอตอบจดหมายแต่ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม นางถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งที่บันไดศาลเจ้า “เรื่องเมื่อวาน.. เจ้ามีอะไรจะถามพี่ไหม? ...ไม่ต้องเกรงใจ” นางคิดว่าเหตุเมื่อวานระหว่างนางกับซืออี้โหวอาจทำให้เหรินอี้เหอเข้าใจผิดได้ไม่มากก็น้อย และแม้จะน้อยหรือไม่เลย แต่นางไม่อยากให้เข้าใจผิดไปมากกว่านี้..
     “ผมไม่จำเป็นต้องถามครับ เรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของเด็กแล้วผมก็ไม่ใช่พวกสอดรู้สอดเห็น” อี้เหอเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ถึงเขาจะยังอายุแค่ 14 ซึ่งเท่ากับพี่ซือ แต่ปากเขา… อย่าเอ่ยถึงเลย เขาไม่อยากให้พี่ผิงกับพี่ซือรู้ด้านนี้ของตัวเองหรอก
     “....รอยยิ้มเจ้าเมื่อวานช่างต่างจากวันนี้เสียจริงนะ” นางมองเขาเงียบๆ ยังเด็กอยู่แท้ๆ..
     “สติปัญญาแม่นางก็มิได้ด้อยไปกว่าข้า คงหาคำตอบได้นะครับ” อี้เหอเอ่ยพลางปัดมือตัวเองไปมา แล้วก้มลงเล่นกับเจ้านู
     “...เล่นด้วยได้ไหม” นางมองมันด้วยสายตาประหลาดใจว่ามีสิ่งมีชีวิตน่ารักขนาดนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ.. เพราะทะเลทรายนั้นมีแต่สัตว์มีพิษ นางแทบจะหาแมวหรือสุนัขไม่ได้เลย.​.. ยกเว้นที่ฟาร์ม
      ในมือถือบอลผ้าแล้วเดินมาหาเหรินอี้เหอช้าๆด้วยความไม่ชิน
     “เจ้าตัวเล็ก ไปเล่นกับแม่นางหรั่นสิ อย่าไปกัดแม่นางเล่า เดี๋ยวจะเอาไปฟ้องพี่ซือ” อี้เหอเอ่ยพลางปล่อยเจ้านูลง เจ้าตัวเล็กวิ่งกระโจมใส่ตัวแม่นางหรั่น มันยังเป็นแค่ลูกหมาจึงไม่มีแรงมากมายนัก
     “โฮ่ง!!!”
     “อ้ะ!! คิกๆ ฮ่าๆๆๆๆ” หรั่นซิ่นหลี่เกือบหงายหลัง นางเซล้มลงนั่งเพราะตกใจ แต่เมื่อถูกเจ้าตัวเล็กวิ่งเข้าหาก็เกิดความเอ็นดูจนหัวเราะให้กับความซุ่มซ่ามของตัวเอง เสียงหัวเราะนั้น.. นางไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ? ใบหน้างามขำจนบิดเบี้ยวตามประสา.. มือถือบอลผ้าแล้วลองยื่นให้เจ้าหมา คอยดูท่าทีของมัน
      อี้เหอเพียงยืนมองไม่คิดที่จะเข้าไปยุ่งอะไร… ตอนนี้พี่ผิงจะเป็นยังไงบ้างนะ ก่อนจากกันดูสีหน้าแล้วเหมือนมีเรื่องกังวล “หากมิใช่สตรีแบบพี่ผิง ข้าคงไม่อยากยุ่งด้วย” อี้เหอเอ่ยกับตนเองเบาๆ
     “นี่ๆ! เจ้าตัวนี้ชื่อว่าอะไรหรือ??” หรั่นซิ่นหลี่กำลังสนุกกับการเล่นกับเจ้าสุนัขตัวเล็ก หูมันพับลงแล้วตาโตสดใส ดูน่ารักน่าชังจนนางลืมไปว่าไม่ควรแสดงออกมากเกินไป
     “ชื่อ นู ครับ พี่ผิงบอกว่าเอามจาก หลิงนู ศิษย์ร่วมรุ่นของพี่สาว” อี้เหอตอบออกไปเพราะไม่คิดจะปิดปังที่มาของชื่อเจ้าหมาตัวนี้
    “อ้อ! เป็นเช่นนี้” นางมองที่เจ้านูแล้วอมยิ้ม สองมือลูบคลำใบหน้ามันแล้วยีหัวน้อยเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว “อันนี้ข้าให้นูแล้วกัน” นางยื่นบอลผ้าให้เหรินอี้เหอ


     “ครับ” อี้เหอรับมาก่อนจะยื่นให้ซูเหยา เด็กหญิงที่อายุน้อยสุดในศาลเจ้าและเป็นเด็กที่ชอบเล่นกับนูมากที่สุด “ขอบคุณค่ะพี่เหริน”
     “เล่นกับเจ้านูให้สนุกนะ” อี้เหอลูบหัวเด็กหญิงเบาๆ อย่างอ่อนโยน เพราะบ้านเขาเองก็มีน้องสาวเหมือนกัน
     “อ้ะ.. ดูเหมือนว่าพี่จะต้องไปแล้วล่ะ ถ้าออกเดินทางช้ากว่านี้คงถึงฉางอันค่ำมากแน่” หรั่นซิ่นหลี่พูดแล้วโบกมือลาเด็กๆ ก่อนจะเดินไปหาซือเอ๋อร์
    “ถ้ามีเวลาพี่จะแวะมาเยี่ยมใหม่นะ” นางหันไปหาเด็กๆแล้วยิ้ม
     “เดินทางกลับดีๆ นะครับพี่สาว” เด็กๆ ต่างเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
     “แล้วมาหาพวกผมอีกนะครับ”
     “พวกเราอยากได้ของกินมากกว่าเสื้อผ้า…” ส่วนอี้เหอเพียงมองส่งไม่ได้เอ่ยอะไร
     “อ้ะ ~ ดูเหมือนว่าถุงสัมภาระพี่จะหนักมากเลย (?) พวกเจ้าช่วยเอาไปแจกกินกันได้ไหม?” หรั่นซิ่นหลี่ยื่นถุงสัมภาระอาหารให้เด็กๆ นางยังมีอีกเยอะ!
     “เย้!” พวกเด็กๆ วิ่งเข้ามารุมล้อมรอบตัวหรั่นซิ่นหลี่ ส่วนอี้เหอหันไปเก็บข้าวของที่พวกเด็กๆ ทิ้งระเกะระกะ ช่วงที่พี่ซือไม่อยู่เขาจะมาดูแลเด็กๆ แทน
     “แบ่งๆกันนะ" หรั่นซิ่นหลี่ยิ้มแล้วเดินไปขี่หลังวัว นางโบกมือลาแล้วหันไปยิ้มให้เหรินอี้เหอก่อนจะขี่ซือเอ๋อร์ออกจากศาลเจ้าไป

     @STAFF_Pixiu


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +77 ความหิว -14 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-2-15 11:02:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ฉลองปีใหม่ล่วงหน้ากับเด็กๆ ที่ศาลเจ้า






      หลิงผิงผิงกับเหรินกงจางขี่หลังจวื่จื่อมาจนถึงศาลเจ้าร้างนอกเมืองเฉินตู ผิงผิงมีใบหน้าสดใสพลางเล่าเรื่องที่ตนเองไปจิงโจว เหลียงโจวให้กงจางฟัง แล้วไหนจะเรื่องขุดแร่ที่สนุกสนานนั้นอีก ทั้งสองใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงศาลเจ้าพวกเด็กๆ ยังคงเล่นกันซุกซนเหมือนเดิมและมีเสี่ยวเหอที่ค่อยกวาดลานกว้างกับเด็กที่โตอีกสองสามคน


      "เสี่ยวเหอ!" ผิงผิงตะโกนออกไปก่อนจะสะกิดปลายเท้าใช้วิชาตัวเบากระโดดไปทางน้องชาย


      "ยินดีต้อนรับกลับครับ พี่ผิง"


      "คิดถึงเจ้าจัง" เด็กสาวเอ่ยก่อนจะกอดน้องชายโยกไปมา แล้วหันไปกอดเด็กคนอื่นๆ โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของอี้เหอที่โดนกอดอย่างกระทันหันจนเขาหน้าขึ้นสี ส่วนกงจางที่เดินตามมาพลางหัวเราะในลำคอจนได้สายตาเคืองๆ จากอี้เหอไป


      "พี่กลับมาตอนไหนกันครับ"


      "เมื่อวานก่อน แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าต้องกลับฉางอัน" ผิงผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม


      "หรือเจ้าอยากไปด้วย?" ผิงผิงเอ่ยถามพลางมองหน้าเสี่ยวเหอกับเสี่ยวจาง เธออยากพาเด็กทั้งสองไปเปิดหูเปิดตาที่ฉางอันจริงๆ คิดแล้วคิดอีก...


      "พี่เหอ พี่ผิงเอาของมาให้เด็กๆ ด้วย ช่วยผมหน่อย" กงจางเอ่ยกับพี่ชายตน อี้เหอเลยเดินตามน้องชายไปช่วยขนของลงจากหลังจวื่จื่อ เจ้าวัวที่เรียบร้อยแต่พอสู้ขึ้นมา... อย่าให้พูดเลย พวกเขานำของไปแจกจ่ายให้เด็กๆ


      "เสี่ยวเหอ ชุดนั้นเจ้าเปลี่ยนเลยนะ ต้อนรับปีใหม่ ที่บ้านเจ้าข้าก็หมอบให้แล้ว" ผิงผิงพูดแล้วไล่เด็กๆ ไปเปลี่ยนเป็นชุดใหม่เพื่อต้อนรับปีใหม่ ส่วนเจ้าตัวนั้นหันไปก่อกองไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแม้จะเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วแต่อากาศก็ยังเย็นอยู่ดี ไม่นานนักพวกเด็กๆ ก็เปลี่ยนเป็นชุดใหม่ เหยาเอ๋อห์ในชุดสีชมพูน่ารักจนผิงผิงอดใจหอมแก้มอีกฝ่ายไม่ไหว "น่ารัก!"


      "คิก ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สาว" เด็กหญิงหัวเราะ ผิงผิงช่วยจัดชุดให้เด็กๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปเอาอาหารมาวางเพื่อพวกเราจะได้นั่งล้อมวงกินกัน ผิงผิงนั้นกินจุและกินได้มากเป็นเรื่องปกติ
      "พี่สาวไม่ถามถึงพี่ซือเหรอคะ?" เด็กหญิงถามซื่อๆ ผิงผิงชะงักไป...


      "ไม่ละจ๊ะ พี่เพิ่งได้เจอพี่ซือที่หลิงหลิงเอง" ผิงผิงเอ่ย


      "พี่ซือไปส่งจดหมายของแม่นางหรั่นสินะครับ?" อี้เหอเอ่ยถาม ผิงผิงพยักหน้าแล้วหันไปสนใจเด็กๆ ต่อ ส่วนอี้เหอนั้นใช้ความคิด...
      "พี่ผิง ผมกับเสี่ยวจางจะไปเที่ยวฉางอันกับพี่"


      "จริงหรือ? เยี่ยม" ผิงผิงยิ้มอย่างยินดี เธอนึกว่าจะต้องเที่ยวคนเดียวเสียแล้ว ในเมื่อมีเพื่อนเที่ยวเด็กสาวก็ร้องอย่างยินดีก่อนจะเล่นกับเด็กๆ เธอคิดว่าจะใช้เวลาอยู่กับพวกเขาทั้งวันเพื่อฉลองและเล่น...


- ข้าวตัง 30
- เครื่องนุ่งห่ม 30
- ถังหูลู่ 30
- พุทราเชื่อม 30
- ปลาราดพริก 30
- แพะผัดหอม 5
- บะหมี่ตระกูลฟง 20

(ไม่รู้ว่ามีเด็กกี่คน เลยกะแค่ว่า 30 คน)


@Admin
@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +222 ความหิว -11 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 222
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181

157

กระทู้

1064

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
525
ดีนาเรียส
92
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
292
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-5-26 19:58:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-5-28 02:36

เส้นทางสู่การเป็นเถ้าแก่หอโคมเขียว ( 18 )
ก่อร่างสร้างตัว  ( 13 )

"ประเดี๋ยวเราแวะที่นี่ก่อนครู่หนึ่งนะ ปิงเยว่ หลี่ถิง รบกวนพวกเจ้าดูแลเด็กๆสกุลเหยียนก่อน พาไปนั่งแถวนี้ก่อนก็ได้ ที่นี่เป็นศาลเจ้าร้าง แต่จะมีพวกเด็กๆที่อยู่เป็นครั้งครา ข้าจะแวะพบพวกเขาก่อน" หรั่นซิ่นหลี่กล่าว เมื่อเห็นคนทั้งสองพยักหน้าแล้วเดินไปหาเด็กๆอีกสามคนนางก็ค่อยเดินเข้าไปในศาลเจ้า


เมื่อปลายเท้าจรดกระเบื้องหินร่างนางก็ถูกกลุ่มเด็กพุ่งเข้าใส่จนหงายหลังตึง!


"อั๊ยหยาๆ พวกเจ้านี่หนา" นางหัวเราะแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะยีผมเด็กๆ นางมองซ้ายขวาแต่กลับไม่เห็นร่างที่คุ้นตาจึงเอ่ยถาม "เหรินอี้เหอกับพี่ซืออี้โหวของพวกเจ้าไม่อยู่หรอกหรือ?"


"พี่ซือไปทำธุระยังไม่กลับมาเลยเจ้าค่ะพี่สาว" เด็กหญิงคนหนึ่งตอบ


"ส่วนพี่อี้เหอก็ไปฉางอันแล้ว" เด็กชายอีกคนกล่าว


"ฉางอัน? เขาไปทำอะไร?"


"พวกเราก็ไม่รู้.. พอไม่มีพวกพี่เขาอยู่แล้วที่นี่ก็เงียบเหงามากๆ พี่สาวมาเยี่ยมพวกเราวันนี้ พวกเราดีใจมากเลย!" ศรีษะน้อยส่ายซ้ายขวาเชิงว่าไม่รู้เรื่องราวก่อนจะเข้ากอดแขนบางแล้วรัดไว้แน่นราวกับจะหายไป นางเห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า


"ถ้าอย่างนั้นพี่จะอยู่เล่นกับพวกเจ้าก่อนเดินทางต่อดีมั้ย?"


"ดีครับ!" เด็กชายรีบตอบทันที นางจึงอยู่เล่นกับพวกเด็กๆต่ออีกหลายชั่วยาม วิ่งไล่จับ ซ่อนหา อ่านนิทาน ไปจนถึงร้องรำทำเพลง เล่นให้สนุกจนต้องมานอนแผ่บนพื้นศาลเจ้าด้วยความเหน็ดเหนื่อย อายุนางก็มากกว่าเด็กพวกนี้หลายเท่านัก ไม่อาจวิ่งเล่นซุกซนนานๆได้อย่างเมื่อก่อนเท่าไหร่ แต่จะว่าไปก็ไม่ได้วิ่งเล่นแบบนี้นานมากแล้วเหมือนกัน.. เป็นเพราะต้องคอยระวังทุกฝีเก้าจึงจะหลวมตัวไม่ได้โดยเด็ดขาด ถ้าหากวันนี้นางไม่ใช่ หรั่นซิ่นหลี่ แต่เป็น หยางเสี่ยวเยว่ ก็คงจะไม่ได้มาวิ่งเล่นแบบนี้เป็นแน่


เมฆเริ่มเคลื่อนมาบนบังแสงแดด และอาทิตย์ก็ขยับลงเรื่อยๆ "พี่ควรจะออกเดินทางต่อแล้วล่ะ นี่ก็สายมากแล้ว เอ้า! พี่ให้นี่ไว้นะ ถ้ามาคราวหน้าไว้พี่จะมาสอนหนังสือแล้วก็เล่นกับพวกเจ้าอีกดีไหม?" นางหอบเสบียงที่ได้มาจากการเดินทางให้พวกเด็กๆไป พวกเขาจะต้องเอากลับไปแบ่งให้คนที่บ้านอีก ข้าวของแค่นี้คงไม่พอแน่ แต่นางก็ไม่มีเวลาที่จะแวะมาบ่อยๆ


"ดีครับ/ค่ะ!" นางยิ้มตอบก่อนจะลูบศรีษะเด็กทุกคนแล้วสวมกอดก่อนจะขึ้นขี่ม้าจากไป


มอบ เสี่ยวหลงเปา 50 ลูก ขนมหม่าซู 10 ชิ้น เสื้อผ้า 5 ชุด พุทราเชื่อม 100 ลูก ขนมทังหยวน 30 ถ้วย ทองคำ 100 ชั่ง

@Admin @STAFF_Pixiu


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +2 ดีนาเรียส +300 +111 ความหิว -32 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 + 111 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-8-5 14:39:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-5 14:48


ไม่ได้เจอกันนาน

        ไต้อ๋องแห่งปาสู่และพระชายาหลินเฟยรวมถึงผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่งนั้นเดินทางโดยส่วนตัวเพื่อไปยังศาลเจ้าร้างของเมืองเฉิงตู ..หญิงสาวเมื่อเดินกลับมาถึง ก็เห็นว่าด้านนอกนั้น สภาพดีขึ้นอยางเห็นได้ชัด เหมือนกับว่ามันมีคนอยู่เสมอมา…

        เมื่อเดินเข้ามาเธอก็ได้ยินเสียงของอะไรบางอย่าง.. นั้นคือเสียงของคนที่เธอไม่นึกเลยว่าจะได้เจอนั้นคือแม่นางมี่โย.. ร่างของแม่นางมี่โยที่เห็นว่าสาวนางรำคนใหม่ที่มาพร้อมกับเซียวไต้อ๋องก้ได้แต่อ้าปากเล็กน้อย.. แต่เธอก็ตั้งสติได้ ..ก่อนที่จะก้มคำนับผู้ปกครองแห่งปาสู่

       “มี่โยคำนับเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่...” นางพูด ก่อนที่จะเหลือบมองเพื่อนใหม่ของตนเอง ก่อนที่จะเบิกตากว้างกับชุดที่หญิงสาวใส่..มองอย่างไรมันก็เห็นได้ชัดว่าชายหญิงสองคนนี้เป็น.. “พระ?..พระชายาหลินเฟย?!”

        “ฮ่ะๆ...ปิดความลับไม่อยู่แล้วสิ” เจียวหย่ากล่าว นางพูดขึ้นแบบขบขัน แต่ทว่ามี่โยนั้นกลับไม่ขำด้วยนางรีบก้มคำนับและขออภัยพระชายาหลินเฟยที่อาจล่วงเกินไปในเวลาที่ผ่านมา นั้นเพราะความไม่รู้ของเธอเอง …

        “ไม่ต้องมากพิธีหรอกน่า เพราะเราไม่ได้บอกเจ้าเอง..เราหายไปเสียนาน เด็กๆที่นี้เป็นอย่างไรบ้างเล่า? พวกเขาไม่อยู่หรือ?” เจียวหย่าถามมี่โย ก่อนที่นางนั้นจะลุกขึ้น ก่อนที่จะเรียกเหล่าเด็กๆออกมา บางคนนั้นมีใบหน้าคุ้นชิน และบางคนก็ไม่คุ้นชินเช่นเดียวกัน… เด็กๆหลายคนนั้นเมื่อเห็นเธอ ก็ถึงกับทรุดเข่าอ่อน และมีบ้างที่ร้องไห้และโผ่เข้ากอดเธอ

        พระชายาหลินเฟยนั้นค่อยๆย่อตัวนั่งแล้วโอบกอดเหล่าเด็กๆ ไว้เบาๆ

        พวกเขาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่าคิดถึงนาง และเป็นห่วงพระนางอยู่ตลอดเวลา ..เนื่องจากว่าพี่อี้โหวนั้นคอยมาดูแลพวกเขาแทนพระนาง รวมถึงยังมีเพื่อนๆพี่อี้โหวอีกที่ช่วยมาดูแลพวกเขา..

        “เช่นนั้นเองหรือ?..พวกเจ้าคงลำบากกันมามากสินะ?” เจียวหย่าถาม
        “ไม่เลยครับ พวกพี่อี้โหว พี่ผิงผิงแล้วก็อีกตั้งหลายคนที่ช่วยพวกเราไว้ สอนพวกผมต่างๆเลยครับ แล้วก็มีบางส่วนที่ไปทำงานด้วยครับ” คนที่ดูจะเป็นพี่ใหญ่ของที่นี้พูด พระชายาหลินเฟยนั้นจะบอกว่าจำได้ก็จำได้ แต่รอบนั้นเธอไม่เคยถามชื่อเหล่าเด็กๆ

        “เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะจ๊ะ ที่พวกเจ้าปลอดภัย และรู้จักเรียนรู้และมีวิธีชีวิตดีๆ..แล้วมี่โยเล่า?? เจ้ามาที่นี้ทำไมรือ?” พระชายาหลินเฟยถาม ก่อนที่จะได้รับคำอธิบายว่าแม่นางมี่โยเอง ก็เป็นคนที่รู้จักเหล่าเด็กๆ จากที่ทำงาน เพราะว่าเสี่ยวเอ๋อห์ที่นั้นก็มีคนที่จากศาลเจ้าร้างไปทำงานเหมือนกัน จะได้มาจุนเจือครอบครัวกัน และเล่าความ…

        “เช่นนั้นเองหรือ?”

        “ข้าบอกแล้ว ว่าลูกอี้โหวทำได้ดี” เซียวไต้อ๋องกล่าวเขาจับไหล่ของพระชายาตนเอง ก่อนจะพรายยิ้ม ...ส่วนมี่โยก็ยืนอึ่งอยู่หน่อยๆ เพราะไม่นึกเลยว่าสาวนางรำจะดันกลายเป็นพระชายาหลินเฟยเสียงั้น.. งั้นก็คงไม่แปลก เรื่องข่าวลือนั้น.. ความงามและความสามารถของพระนางไม่ได้เป็นสองรองใครในปาสู่เลย...จะเรียกว่าอันดับหนึ่งเลยก็ยังคงว่าได้…

        “วันนี้ข้าแค่จะมามอบของให้พวกเจ้า ไว้ใช้และทำมาหากินแค่นั้นล่ะ คาดว่าคงไม่อยู่อีกสักพัก ข้าฝากพวกเจ้าดูแลตัวเองด้วย..แล้วก็มี่โย ข้าฝากเจ้าด้วยนะ..” เจียวหย่ากล่าว ก่อนที่มี่โยนั้นจะตอบรับเธอ และพระชายาหลินเฟยนั้นก็หันไปหาชาติให้นำของมาให้เหล่าเด็กๆ ..

        ซึ่งนั้นก็มีขนมเยว่ปิ่ง 20 ชิ้น ขนมฮว่าเกา 30 ชิ้น น้ำแกง 20 ถ้วย ปลาเก๋าผัดเต้าซี่ 60 ถ้วย และกระสอบข้าว 20 กระสอบ รวมถึงสิ่งที่พิเศษมาก นั้นก็คือ ไก่ฟ้าหนึ่งตัว

        “เลี้ยงมันไว้ จะได้ไข่จากมัน และจะได้มีอะไรกิน จะว่าไปพวกเจ้าก็ลองปลูกสวน ปลูกผักนำไปขายหรือใช้กินนั้นก็เป็นเรื่องดี จะรอจากพวกเราก็คงไม่ได้ใช่ไหมล่ะจ๊ะ? ตกลงไหม?” พระชายาหลินเฟยพูดอีกครั้ง เหล่าเด็กหลายคนก็ต่างอวดตัวเองต่างๆนาๆ อย่างน่ารัก รวมถึงบอกว่าพี่ผิงผิงสอนตกปลาบ้าง ทำโน่นบ้าง จนพระชายาอยากจะเจอแม่นางที่ว่านั้นเสียแล้ว

       “คงเป็นเพื่อนของอี้โหวละมั้งจ๊ะ หวังว่าจะได้เจอกันในครั้งหน้า” เจียวหย่าบอก ก่อนที่นางนั้นจะเตรียมตัวกลับจวน และโบกมือลาเหล่าเด็กๆที่ศาลเจ้าร้าง ก่อนที่ร่างของพระชายาและไต้อ๋องนั้นจะหายลับไปกับเกี้ยวเพื่อกลับไปยังจวนเซียวไต้อ๋อง

@Admin @STAFF_Pixiu


แสดงความคิดเห็น

ส่ง ไก่ฟ้า 1 ตัว ไม่สำเร็จ (ส่งให้ไอดี Admin ไม่ได้)  โพสต์ 2018-8-5 14:48
ส่ง กระสอบข้าว 20 กระสอบ สำเร็จ  โพสต์ 2018-8-5 14:47
ส่ง ปลาเก๋าผัดเต้าซี่ 60 ถ้วย สำเร็จ  โพสต์ 2018-8-5 14:47
ส่ง น้ำแกง 20 ถ้วย สำเร็จ  โพสต์ 2018-8-5 14:47
ส่ง ขนมฮว่าเกา 30 ชิ้น สำเร็จ  โพสต์ 2018-8-5 14:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +500 ความหิว -33 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 500 -22
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-18 15:42:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เรื่องราวที่ 3 - บุญคุณความแค้น } บทเพลงสีเลือด
ฉลองเทศกาลครอบครัว(?) 7.6

        หลังจากหลับเต็มอิ่มแล้วผิงผิงลุกขึ้นมาพลางแต่งตัวด้วยชุดสตรีสีขาวพลางเกาผมเป็นซาลาเปาสองลูกและปล่อยผมส่วนที่เหลือลงก่อนจะแซมด้วยปิ่นไม้ธรรมดาเพราะตนไม่ค่อยชื่นชอบพบของเหล่านี้ แต่สิ่งนี้เป็นปิ่นที่ได้รับมาจากอาหรั่น..  ก่อนจะเอาถุงหอมมามัดตรงเอวพลางมองดูแม้กลิ่นจะเป็นดอกไปโบตั๋นที่ได้เมื่อปีก่อนหากแต่กลับปักลวดรายไผ่ลงไปทำให้มันขัดแย้ง(?) แต่เจ้าตัวชอบไผ่มากกว่า เมื่อหลิงผิงผิงแต่งตัวเรียบร้อยแล้วพลางมองตนเองในกระจกทองแดง...
        "นานๆ จะแต่งชุดสตรีบ้างคงมิแปลกละมั่ง?" ผิงผิงเกาแก้ม พลางนึกถึงถิงเอ๋อห์ที่เคยแต่งตัวให้หากตอนนี้มีถิงเอ๋อห์ก็ดีสิ... เธออยากให้สหายคนนั้นแต่งตัวให้เสียจริง เมื่อคิดแบบนั้นก็พลางยิ้มก่อนจะเดินไปจับจีเหวินแล้วเดินลงไปชั้นล่างเพื่อไปศาลเจ้าร้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าซืออี้โหวจะมาช่วงเวลาไหน? เธอจัดการอาหารเช้าแบบง่ายๆ ก่อนจะขึ้นหลังหนิงเอ๋อห์แล้วขี่มันไปที่ศาลเจ้าร้าง... แม้ซืออี้โหวจะบอกว่าตอนนี้ไร้ซึ้งเด็กๆ เพราะพ่อบุญธรรมของเขาได้รับไปเลี้ยงดูแล้ว? พ่อบุญธรรม?

        ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงศาลเจ้าร้างนอกเมืองเฉินตู สถานที่ที่เราพบกันคราแรก... เด็กสาวลงจากหลังหนิงเอ๋อห์และปล่อยให้มันเลมหญ้า ส่วนผิงผิงนั้นเดินสำรวจโดยรอบสถานที่นั้งดูดีขึ้นมากหากแต่ไร้ซึ้งเสียงหัวเราะและความสดใสร่าเริง... ก็ไม่มีใครอยู่อีกแล้ว เป็นศาลเจ้าร้างโดยสมบูรณ์

        ผิงผิงติดใจสงสัยว่าใครคือพ่อแม่บุญธรรมของซืออี้โหว? เขาไม่เคยเล่าอะไรให้เธอฟังเท่าไร เธอรู้เพียงว่าเขาเป็นเด็กรับใช้ในจวนเซียวไต่อ๋องเท่านั้น หรือว่าความจริงแล้วพ่อแม่บุญธรรมของเขาจะเป็นพ่อบ้านของจวนกันแน่นะ? ผิงผิงพลางคิดก่อนจะเดินไปใต้ต้นไม้พลางใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้เพื่อรอ...

        รอพบบุรุษผู้ที่มักจะสวมชุดสีฟ้าอ่อนเสมอ... ซืออี้โหว

        “ไงผิงผิง” ซืออี้โหวที่มาถึงเห็นเด็กสาวในชุดเขียวคุ้นเคยก่อนตะโกนทักอีกฝ่าย

        เจ้าตัวกระโดดลงมาพลางเดินไปหา สีหน้าเขาแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยทัก “ไง อี้โหว--- เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

        “เจ้าหายไปเลยนะ ไม่เจอเจ้าเลย” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนยกมือยีหัวอีกฝ่าย “เจ้าคงลืมข้าไปแล้วสินะ”

        “อืม… ข้าไม่ได้ลืมเจ้า เพียงแต่ข้าหาเรื่องใส่ตัวน่ะ ทำให้โดนชาวยุทธไล่ล่าที่ข้าหายไปเพราะข้าไปอยู่บนเกาะเผิงไหลเพื่อฝึกวิชาด้วย ท่านอาจารย์บอกว่าที่นั้นปลอดภัย” เจ้าตัวไม่ได้ปัดมืออีกฝ่ายออกที่ยีหัวตนเองแม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าก็ตาม

        “ผิงผิงข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า” ซืออี้โหวกล่าวขึ้นก่อนเดินไปนั่งที่ลานบันไดหน้าศาลเจ้า

        ผิงผิงเดินตามไปพลางนั่งข้างๆ โดยลงมาขั้นหนึ่ง เขาไม่ได้ถามสาเหตุจากการที่เธอโดนไล่ล่า… ในใจลึกๆ พลางเศร้าแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเหมือนเดิมพลางรอให้อีกฝ่ายบอกเรื่องที่ต้องการจะบอก


        “เจ้าบอกข้าก่อน ทำไมเจ้าถึงโดนไล่ล่า” ซืออี้โหวเอ่ยถามขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องของตัวเอง สาวตรงหน้าไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือเปล่านะ คงไม่ใช่ไปมีเรื่องกับกลุ่มคนไม่ดีอีกแล้วนะ

        “ข้าลักพาตัว 1 ในคนพรรคเมฆา” ผิงผิงตอบหน้าตาย “เพราะเขาเป็นบุตรชายที่หายไปของท่านพ่อท่านแม่บุญธรรมของข้า ตอนนี้กำลังจะพากลับอู่เว่ยเพื่อพิสูจน์สายเลือด” ผิงผิงตอบกลับไปพลางถอนหายใจ…
        “ก็เลยโดนไล่ล่า หลังจากขึ้นฝั่งก็โดนเลย”

        “เจ้าทำอะไรเกินตัวหรือเปล่า” ซืออี้โหวกล่าขึ้นก่อนมองอีกฝ่ายก่อนถอนหายใจ

        “ไม่หรอกน่า ข้ารู้กำลังตัวเอง” ผิงผิงตอบพลางยืดขาออกไปพลางเงยหน้ามองอีกฝ่าย “เจ้ามีอะไรจะเล่าให้ข้าฟังหรือ?”

        “ผิงผิงฟังนะ อย่าไปยุ่งกับพรรคเมฆาได้ไหม ข้าได้ยินชื่อเสียงพรรคนี้ค่อนข้างไม่ดี พวกเขาโหดร้ายกว่าที่เจ้าคิดมากนะ” ซืออี้โหวหันไปพูดขออีกฝ่าย

        “ขอเพียงพิสูจน์สายเลือดในตัวหมิงจงลู่ได้แล้ว ข้าจะไม่ไปยุ่งหากพวกเขาไม่มายุ่งกับข้าหรือคนของข้า” ผิงผิงตอบยิ้มๆ เธอไม่รู้หรอกว่าจะตอบอย่างไรให้เขาสบายใจ
“ที่ข้าต้องไปยุ่งเพราะเจ้าบ้าพี่หมิงนั้นแหละ” อดที่จะบ่นเบาๆ ไม่ได้

        “ผิงผิงข้าดีใจนะที่เจ้ามีพ่อแม่ ส่วนพี่เป็นเพียงเด็กกำพร้าคนนึง” ซืออี้โหวยิ้มก่อนลูบหัวอีกฝ่าย

        “ข้าบอกว่าพ่อแม่บุญธรรม เดี๋ยวดึงหูให้ได้ยินชัดๆ หรอก… ทั้งๆ ที่เจ้าก็อายุน้อยกว่าข้ายังหูตึง” ผิงผิงฮึดฮัดใส่นะ
        “ข้ามาตามหาบุตรชายของท่านทั้งสองนั้นแหละ แล้วเป็นคนพรรคเมฆาเลยทำให้ข้าเป็นอย่างที่เล่าไปก่อนหน้า”

        “เจ้ากับข้ามีอะไรคล้ายกันนะ ข้าก็สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่หกขวบโจรเตี๋ยนปล้นรถม้าพวกเรา ท่านแม่อุ้มข้าหนีไปก่อนซ่อนข้าไว้ในพุ่มไม้และล่อพวกมันไป พ่อแม่บุญธรรมข้ามาพบเข้จึงได้รับเลี้ยงดู” ซืออี้โหวพูดเล่าเรื่องของตัวเองก่อนมองอีกฝ่าย ที่มีอะไรหลายส่วนคล้ายคลึงกับเขาเกือยทั้งหมด

        “ข้าก็โจร… พวกชงหนูภาพสุดท้ายที่ข้าเห็นคือท่านแม่โดนพวกมันฟันเข้าให้ แต่ข้าเชื่อว่าท่านแม่ข้ายังมีชีวิตรอดน่ะ” ผิงผิงเอ่ยพลางมองเขา แต่ชะตากรรมของซืออี้โหวหนักกว่าเธอ…
        “เจ้ายังโชคดีที่ได้คนใจดีรับไปเลี้ยง”


        “เจ้าก็เช่นกัน ข้าเชื่อว่าพ่อแม่บุญธรรมเจ้าก็คงเป็นคนดีสินะ” ซืออี้โหวกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนยกยิ้มให้อีกฝ่าย

        “พวกท่านเป็นคนดีและใจดีกับข้ามาก… ท่านพ่ออดีตเคยทำสำนักคุ้มกันภัยแต่ว่าตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วเพราะออกตามหาบุตรชายที่หายไป” ผิงผิงตอบพลางอยากจะนอนลงแล้วเอาแขนหนุนเสียจริง แต่นี่มันตรงบันได(...)
        “ว่าแต่… พ่อแม่บุญธรรมของเจ้าคือใครหรือ? ข้าสงสัยมาตลอด ใช่พ่อบ้านในจวนที่เจ้าทำงานอยู่หรือเปล่า?”


        “เซียวไต้อ๋องกับชายาไต้อ๋องน่ะ แต่ตอนนี้ท่านพ่อบุญธรรมไม่ใช่ไต้อ๋องแล้วล่ะ ท่านเป็นเพียงผู้ว่าเมืองเฉิงตูเท่านั้น” ซืออี้โหวบอกอีกฝ่าย “เจ้าจะไปงานศพแม่บุญธรรมข้าไหม”

        “หือ?” ผิงผิงเบิกตาโตเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่าย… เป็นลูกบุญธรรมของใครก่อนจะพลุดลุกขึ้นหันมาทางอีกฝ่าย… “เกิดอะไรขึ้น?”

        “ระหว่างกลับจากเทศกาลเดือนก่อน แม่บุญธรรมกับท่านพ่อพลัดหลงกัน ไม่นานก็ได้ข่าวว่าแม่บุญธรรมถูกพรรคโจรทมิฬฆ่าตายน่ะ” ซืออี้โหวเล่าบอกผิงผิง เธอก็เหมือนคนกันเองสำหรับเขา

        “....” ผิงผิงไม่ได้เอ่ยอะไรก่อนจะโน้มตัวลงกอดปลอบอีกฝ่ายที่นั่งอยู่… “ข้าเสียใจด้วยนะ อี้โหว ข้าจะไปกับเจ้า”


        “ข้าไม่เป็นอะไรหรอก อาจเพราะข้าเคยผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วจึงทำให้ชินชา” ซืออี้โหวกล่าวบอกอีกฝ่าย


        ผิงผิงเพียงพยักหน้าในเมื่อเขาไม่เอ่ยอะไรอีกก็ติดตามอีกฝ่ายไปจวนเซียวไต๋อ๋องโดยขี่ม้ากันไปคนละตัว…





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +50 ความหิว -53 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -53 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-11-29 11:30:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ท่องเที่ยว
ปล่อยวาง?


        จวนผู้ว่าการเมืองเฉิงตู
        หลิงผิงผิงเดินทางจนมาถึงเมืองเฉิงตูในที่สุดก็ใกล้เวลาเที่ยงแล้ว หากแต่เจ้าตัวคิดว่าเดี๋ยวค่อยไปหาอะไรทานก็ได้... เธอเดินทางจนมาถึงหน้าจวนผู้ว่าการเมืองเฉิงตูที่ในอดีต... เจ้าตัวเคยคิดมาตลอดว่าซืออี้โหวคือเด็กรับใช้ภายในจวนแห่งนี้ หากแต่เขาคือนายน้อยต่างหากเล่า เหมือนเธอ... ที่เป็นบุตรบุญธรรมเหมือนกัน หลิงผิงผิงลงจากม้าโดยให้หลิงเสวี่ยหลานจับสายไว้ ส่วนตนเองจะไปสอบถามอะไรสักหน่อย


        ร่างบางในชุดสีเขียวสดใสที่เป็นสีประจำตัวเดินมาที่ประตูจวนก่อนจะสอบถามคนเฝ้าประตูเล็กน้อย...
        "สวัสดีเจ้าค่ะพี่ชาย ซืออี้โหวอยู่ที่จวนหรือเปล่า?" เจ้าตัวแจ้งจุดประสงค์ของตนเอง ส่วนคนรับใช้ที่เฝ้าประตูนั้นจดจำผิงผิงได้เพราะเป็นสตรีเพียงไม่กี่คนที่ซืออี้โหวมักเอ่ยถึงและตอนงานศพของพระชายาหลิงผิงผิงก็ยังมาช่วยเตรียมงานด้วย พวกเขาล้วนรู้... แถมระหว่างซืออี้โหวกับแม่นางน้อยนางนี้ยังมีบรรยายกาศแปลกๆ ระหว่างกัน แต่พวกเขานั้นเป็นเพียงคนนอกไม่ขอยุ่งเรื่องระหว่างทั้งสอง หากแต่พวกเขารู้ว่าทั้งสองมีใจให้กันและกัน... แต่ราวกับโชคชะตากลั้นแกล้ง


        "ขออภัยขอรับแม่นางหลิง คุณชายซือมิได้อยู่จวนหากแต่ตอนนี้คุณชายได้เข้าร่วมกองทัพไปเป็นทหารแล้วขอรับ"


        "...เข้าร่วมกองทัพ?" หลิงผิงผิงเอ่ยทวนอีกครั้ง


        "ใช่ขอรับ ที่ข้าได้ยินมาเหมือนคุณชายซือจะอยู่ทัพหน้าที่ไปขิงไห่"


        หลิงผิงผิงพอได้ยินแบบนั้นก็นิ่งเงียบไป.... นี่เขาจะไปร่วมกองทัพก็ไม่คิดจะบอกกล่าวกันเลยหรือ? แล้งน้ำใจเสียจริงหากพบกันอีกครา ข้าจะอัดเจ้าให้หงายหลัง ซืออี้โหว! หลิงผิงผิงรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ยิ้มแย้มออกมาก่อนจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย เจ้าตัวเดินออกห่างจากจวนก่อนจะใช้วิชาตัวเบากระโดดไปตามหลังคาบ้านเพื่อมุ่งไปที่ศาลเจ้าร้าง แม้ตอนนี้จะไม่มีเด็กๆ แล้วก็ตาม... ส่วนหลิงเสวี่ยหลานนั้นเมื่อเห็นผิงผิงไปโดยไม่เอาม้าไปด้วยเขาก็รีบขวบขี่ม้าตามไป...



        ศาลเจ้าร้าง
        เจ้าตัวร่อนลงบนพื้นดินแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้ามองสภาพโดยรอบที่เมื่อก่อนนั้นมีเหล่าเด็กๆ และเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่าดู หากแต่ตอนนี้กลับเงียบกริบ เธอเดินเข้าไปในศาลเจ้าร้างที่ยังหลงเหลือพวกผ้าห่มและที่หลับที่นอนของเด็กๆ ก่อนจะเงยหน้ามองรอยรั่วของหลังคาที่เธอไปขุดเหล็กและนำมาให้ซืออี้โหวเพื่ออุดรูรั่วขนาดใหญ่นั้น... สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำของตนเองกับอีกฝ่าย มือเล็กพลางกำแน่น...
        เธอรู้... รู้ตัวมาตลอดหากแต่เลือกที่จะไม่ยอมรับ แม้ตอนนี้อยากจะยอมรับหากแต่มันคงสายเกินไป? ระหว่างที่หลิงผิงผิงจมอยู่ในความคิดนั้น หลิงเสวี่ยหลานก็ตามมาก่อนจะเดินตามหลิงผิงผิงเข้ามาเขายกมือวางบนไหล่บางที่เหมือนจะแบกภาระอันหนักอึ้ง...


        "เสี่ยวผิง..."


        "น่าตลกนะ ข้าน่ะ... รู้ทั้งรู้หากแต่เลือกที่จะไม่ยอมรับแม้แต่ตอนนี้" เธอเอ่ยพลางหันกลับมา ดวงตาของเด็กสาวแดงกำเล็กน้อยเธอไม่ร้องไห้หรอก ไม่ร้อง...
        "ที่นี่คือที่ที่ข้าได้พบกับเขาเรื่อยมา... ข้าไม่รู้สิ... แต่สำหรับข้าแล้ว เขาคือผู้ที่ทำให้ข้ารู้จักบางสิ่งที่ผู้คนต่างบอกว่าสวยงามหากแต่ก็แฝงไปด้วยพิษร้าย.. ความรัก" ริมฝีปากบางเอื้อมเอ่ยก่อนจะยกมือแตะมือหนาของหลิงเสวี่ยหลาน
        "แต่สำหรับตัวข้านั้น... ไม่อาจเดินบนเส้นทางของความรักได้ ข้ารู้ตัวเองดีว่าไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ ไม่ว่าใครก็ทำไม่ได้... ก็ข้าน่ะ เป็นสายลม" เธอเอ่ยก่อนจะทิ้งมือลงข้างตัวพลางหลับตาลงเพื่อสะกดกลั้นตนเอง... หากมันต้องรู้สึกแบบนี้เธอจะไม่รักใคร จะไม่เผลอใจไปรักใครอีก... หากแต่จู่ๆ ใบหน้าของหมิงจงลู่ก็แวบขึ้นมาจนเธอพลางลืมตาขึ้น..
        เจ้างอกน่าตายนั้น... เธออดที่จะบ่นไม่ได้


        "ข้าว่าตอนนี้เจ้าปล่อยวางเรื่องพวกนี้เถอะ เรายังมีอะไรอีกมากมายให้ค้นหา" หลิงเสวี่ยหลานพอจับนิสัยหลิงผิงผิงตอนโตได้บ้างแล้ว เขาจึงเพียงพูดไม่กี่ประโยคเท่านั้น...


@Admin
#เดี๋ยวมาตกแต่งโค้ด

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2018-11-29 13:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +35 ความหิว -22 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2