เจ้าของ: qinglan

{ เมืองเฉิงตู } ศาลเจ้าไท่ซ่างเหล่าจวิน

[คัดลอกลิงก์]

157

กระทู้

1064

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
525
ดีนาเรียส
92
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
292
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-1-26 13:10:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-1-26 18:43

{ ทำดีได้ดี }
ch.8
พบกันอีกครั้ง

     หนนี้คณะเดินทางนางต้องแวะเฉิงตู เพราะทารกทั้งสองเกิดอาการตัวร้อนหนาวสั่นกลางดึกระหว่างทางใกล้เข้าเขตปาสู่ หรั่นซิ่นหลี่จำทางได้เพราะเคยผ่านมาก่อน อีกทั้งเคยแวะเมืองนี้ จึงรีบบอกที่ตั้งโรงหมอกับไช่ฟ่านเหลียนแล้วให้เขารีบขี่ม้าอุ้มเด็กไปส่งโรงหมอโดยมีนางตามหลัง หนนี้ใช้ทางลัดตัดผ่านศาลเจ้าร้าง แม้จะเป็นทางลัดแต่เพราะร่างกายที่ต่างไปจากเดิมทำให้ความเร็วนางลดลงด้วยเช่นกัน เฮ้อ!
      @Fanlian
     “ต้องรบกวนเจ้าแล้ว” เม็ดเหงื่อผุดบนใบหน้าอย่างเด่นชัด แค่คิดว่าเด็กทั้งสองจะเป็นอะไรไป ใจดวงน้อยก็กระตุกวูบไหวกว่าไผ่ลู่ลมแล้ว
      @Fanlian
      ไช่ฟ่านเหลียนจึงนำนางไปก่อน ระหว่างทางหรั่นซิ่นหลี่รีบขี่วัวตาม แต่ความเร็วยังไม่ทันม้าอยู่ดีเพราะร่างกายนางนั้นตัวใหญ่ขึ้น ทันใดนั้นเงาตะพุ่มในกองหิมะก็พุ่งออกมาตัดหน้าวัวนาง หรั่นซิ่นหลี่รีบหยุดฝีเท้าซือเอ๋อร์ ทว่าช้าเกินไป ระยะขนาดนี้เด็กต้องถูกกระแทกแน่! แต่นับว่าสวรรค์ยังคุ้มหัวเด็กน้อย จอมยุทธ์สตรีนางหนึ่งใช้วิชาตัวเบามาจากทางใดหรั่นซิ่นหลี่ไม่อาจเห็น นางพุ่งเข้ามาโอบกอดเด็กน้อยไว้แล้วถลาลงพื้นในทันใด ผิวถูกหิมะเย็นครูดจนเป็นรอยแดง หรั่นซิ่นหลี่รีบลงจากหลังวัวแล้วเดินไปหาทั้งสองคน
      เสี่ยวเหอ
      @ผิงผิง
      เสี่ยวเหอ
     "เป็นอะไรมากหรือไม่!?" หน้าตาตื่นด้วยกลัวว่าตนจะทำให้เด็กเป็นอะไรไป เห็นไหล่น้อยสั่นในอ้อมกอดก็พอเบาใจได้ว่าเขายังมีชีวิต
      ข้า.. ข้าเกือบฆ่าเด็กไปแล้ว!
      ความรู้สึกผิดทวีขึ้นในอกจนแน่นไปหมด มือยื่นออกไปหมายจะช่วยดึงทั้งสองขึ้นมา แต่จอมยุทธ์หญิงกลับปฏิเสธความช่วยเหลือนางแล้วลุกขึ้นนั่ง
      @ผิงผิง
      เสี่ยวเหอ
      เห็นเด็กน้อยโดนดุ หรั่นซิ่นหลี่ก็อดสงสารไม่ไหว ด้วยเพราะเขาเป็นเด็ก แน่นอนว่าย่อมรักการเล่นซน แต่หนนี้คืออุบัติเหตุจริงๆ ไม่มีใครถูกผิดทั้งนั้น! หรั่นซิ่นหลี่จึงเอ่ยปาก "ท่านจอมยุทธ์หญิง ได้โปรดอย่าดุเด็กคนนี้เลย เขาเป็นแค่เด็กเท่านั้น ย่อมรักการวิ่งเล่นสนุก กฝับกันข้านั้นเป็นผู้ใหญ่ เข้าเมืองไม่ทันคิดว่าที่แห่งใดล้วนมีคนกลับไม่ยั้งฝีเท้าวัวขี่ ท่านจอมยุทธ์หญิง เจ้าหนู ข้ารู้สึกผิดมาก ต้องขอโทษพวกท่านจริงๆที่เกือบทำให้เกิดเรื่องใหญ่" หรั่นซิ่นหลี่โค้งตัวลงเพื่อเป็นการขอโทษ ไม่ยอมโงหัวขึ้นจนอีกฝ่ายต้องเดินเข้ามาใกล้แล้วรับไว้ กลิ่นหอมคุ้นประสาทรับกลิ่นแตะจมูกนางกระตุ้นต่อมความทรงจำกลายๆว่าเหมือนจะเคยพบคนผู้นี้ที่ไหนมาก่อน แล้วในที่สุดนางก็นึกขึ้นได้
     “เป็นท่านนี่เองที่ช่วยข้า!” ใช่แล้ว! ไม่ผิดแน่ นางคือคนที่อุ้มข้าไปโรงหมอเมื่อสองปีก่อน!
     @ผิงผิง
     “อ้ะ! เสียมารยาทแล้ว ขออนุญาตถามท่านจอมยุทธ์ ไม่ทราบว่าเมื่อเดือนก่อน ท่านได้อุ้มสตรีนางหนึ่งที่เป็นลมในโรงน้ำชาไปส่งโรงหมอหรือไม่?"
     @ผิงผิง
     “เป็นท่านจริงๆด้วย!” เสียงหวานกล่าวอย่างยินดี
      @ผิงผิง
     “ข้าคือคนที่ท่านช่วยไว้วันนั้น! ต้องขอบคุณท่านมาก” หรั่นซิ่นหลี่รีบโค้งขอบคุณคนตรงหน้า
      @ผิงผิง
      แก้มนวลปรากฏสีอย่างขวยเขิน แน่ล่ะ.. การที่อ้วนขึ้นย่อมต้องอายเป็นธรรมดา.. “อ้อ.. ดูเหมือนจะทานอะไรเข้าไป ร่างกายก็เลยเป็นเช่นนี้ไป” นางอธิบาย
      @ผิงผิง
     “ข้ามีชื่อว่า หรั่นซิ่นหลี่ หากไม่รังเกียจ ขอทราบนามท่านจอมยุทธ์และเด็กคนนี้ได้หรือไม่?” คนที่ช่วยนางไว้ แน่นอนว่านางย่อมอยากรู้จักชื่อ ทันใดนั้นใบหน้าคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด หรั่นซิ่นหลี่รีบสะบัดภาพนั้นออกไป ช่วงนี้มีแต่เรื่องประหลาด ทั้งฝันแปลกๆที่นางไม่ยอมพูดถึงเพราะคิดว่ามันแปลกเกินไป อีกทั้งยังน่ากลัว เพราะในฝันนั้นนางจุมพิตกับใครก็ไม่รู้ ส่วนอีกฝันก็ถูกแทง ใบหน้าขาวซีดลงเล็กน้อยก่อนจะกลับสู่สีหน้าเดิม
      @ผิงผิง
      เสี่ยวเหอ
     "งั้นหรือ! เจ้าชื่อเสี่ยวเหอนี่เอง พี่สาวต้องขอโทษเจ้าจริงๆที่ไม่ทันระวังเกือบขี่วัวชนเจ้า มีอะไรที่พี่พอจะทำให้เพื่อให้เจ้าหายโกรธไหม? แล้วนี่มีแผลอะไรบ้างไหม? พี่จะรีบพาเจ้าไปหาหมอ" หรั่นซิ่นหลี่รู้ดีว่าการถลาลงบนพื้นหิมะเย็นนั้นทั้งเจ็บทั้งแสบ เห็นแขนหลิงผิงผิงแดงยิ่งยืนยันได้ดี นางรีบเอ่ยปาก
      เสี่ยวเหอ
      @ผิงผิง
     “ถ้าอย่างนั้นได้โปรดให้ข้าได้เลี้ยงมื้อเย็นเป็นการไถ่โทษและตอบแทนทีเถิด!” หรั่นซิ่นหลี่เอ่ยปากเชิญ ประเดี๋ยวนางคงต้องไปที่โรงหมอก่อนแล้วบอกไช่ฟ่านเหลียนว่าจะไปทำธุระสำคัญสักครู่ จึงค่อยกลับมาหาหลิงผิงผิง
      @ผิงผิง
     “ได้สิๆ เจอกันที่นี่ตามที่ท่านสะดวก ข้ารู้สึกดีใจมากทีได้พบคนที่ช่วยเหลือข้าไว้สักที แต่ตอนนี้ข้ามีความจำเป็นจะต้องขอตัวก่อน สักยามชวีข้าจะไปพบท่าน” นางกล่าวแล้วโค้งลา “ขอบคุณท่านจริงๆ”
      @ผิงผิง
      นางจึงรีบขึ้นขี่วัวแล้วเร่งฝีเท้าไปที่โรงหมอทันที

       @ผิงผิง  @Fanlian  @STAFF_Pixiu







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +50 ความหิว -14 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 50
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-1-26 13:53:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-1-26 19:30

เจ็บตัวเพราะช่วยแม่นางคนนี้อีกแล้ว



         ระหว่างที่พวกเขากำลังไปศาลเจ้า จู่ๆ จวื่จื่อเกิดท้องเสียเลยต้องหยุดกลางทางและลงจากหลังมัน ให้มันได้ไปหาที่สงบๆ เพื่อปลดปล่อย ผิงผิงเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเพราะตอนเธอฝึกปราณและตัวเบาก็ไม่ต่างกันนัก... ความรู้สึกปวดรุนแรงพวกนี้ ระหว่างรอนั้นผิงผิงกับเสี่ยวเหอเลยเลือกจะเดินไปที่ศาลเจ้าแทน ยังไงจวื่จื่อก็ตามมาถูกอยู่แล้ว


         "เสี่ยวเหอ เจ้ามีชื่อจริงว่าอะไรหรือ?" ผิงผิงเอ่ยถามเพราะปกติเธอเรียกแต่เสี่ยวเหอตลอด เด็กหนุ่มหันมองพี่สาวก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนผิงผิงอยากจะมะเงกให้
         "เหรินอี้เหอครับ ส่วนน้องจาง เหรินกงจาง" อี้เหอเอ่ยพลางมองไปข้างหน้าเพราะเขารอเวลาที่พี่สาวจะถามชื่อเขานานแล้ว...
         "เหรินอี้เหอ... ชื่อไพเราะจัง" ผิงผิงเอ่ยชมพลางยิ้ม
         "เดี๋ยวผมไปดูก่อนนะครับว่าพี่ซือมาหรือยัง"
         "จะรีบทำไมเล่า" ผิงผิงสงสัยแต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะร่างของเด็กหนุ่มวิ่งไปแล้ว แต่หูผิงนั้นกระดิกเหมือนได้ยินเสียงเคลื่อนไหว... หางตามองเห็นวัว---
         วัวที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงและบนหลังมันก็มีสตรีรูปร่างใหญ่นั่งอยู่ ดูท่ามันจะชนอี้เหอเต็มๆ
         "อี้เหอ!!!" ผิงผิงตะโกลั่นแต่ร่างกายขยับไปก่อนที่สมองจะได้สั่งการเสียอีก เด็กสาวโอบกอดตัวอี้เหอไว้ก่อนตัวเองจะถลาลงพื้นเต็มๆ ผิวเนื้อครูกับหิมะจนเป็นรอยแดง
         "อือ..." เด็กสาวครางในลำคอเบาๆ อย่างปวดที่แผล อี้เหอเห็นแบบนั้นรีบลุกจากตัวพี่สาว แล้วต้องตกใจเพราะที่แขนที่โอบกอดเขาไว้นอกจากรอยแดงแล้วยังมีเลือดซึม...
         "พี่ผิง..."
         "เจ้า... ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม..." ผิงผิงยังคงนอนอยู่ที่พื้นหิมะและเอ่ยถามน้องชาย เพราะการที่เธอเอาตัวเข้าปกป้องน้องนั้นถือว่าถูกต้องแต่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องเลย...

         "เป็นอะไรมากหรือไม่!?" เสียงของสตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้น ทั้งสองหันไปมอง... สตรีร่างอวบอ้วน?


         "ข้าไม่เป็นไร" ผิงผิงเห็นนางจะยื่นมือเข้ามาช่วยดึงให้ลึกนั่งแต่ดูท่าแล้วร่างกายของนางคงลำบาก ผิงผิงเลือกที่จะลุกนั่งเองโดยมีอี้เหอประครองหลังไว้...
         "ข้าขออภัยที่ขวางทางเดินวัวของทาง จนเกิดเหตุการณ์เช่นนี้" อี้เหอเอ่ยขออภัย
         "วันหลังอย่าวิ่งหากไม่ดูทางให้ดี" ผิงผิงดุอี้เหอเบาๆ


         "ท่านจอมยุทธ์หญิง ได้โปรดอย่าดุเด็กคนนี้เลย เขาเป็นแค่เด็กเท่านั้น ย่อมรักการวิ่งเล่นสนุก กฝับกันข้านั้นเป็นผู้ใหญ่ เข้าเมืองไม่ทันคิดว่าที่แห่งใดล้วนมีคนกลับไม่ยั้งฝีเท้าวัวขี่ ท่านจอมยุทธ์หญิง เจ้าหนู ข้ารู้สึกผิดมาก ต้องขอโทษพวกท่านจริงๆที่เกือบทำให้เกิดเรื่องใหญ่" นางโค้งตัวลงเพื่อเป็นการขอโทษ ผิงผิงได้แต่ถอนหายใจ นี่มันช่วงอะไรกันแน่มีแต่คนโค้งตัวให้... ผิงผิงลุกขึ้นก่อนจะเดินไปทางแม่นางเพื่อจับให้ลุกแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งกับเสียงอีกฝ่ายที่จู่ๆ ก็พรวดขึ้นมา


         “เป็นท่านนี่เองที่ช่วยข้า!”
         
         "ห๊ะ?" ผิงผิงเงิบ... ช่วยอะไร? เธอเคยช่วยแม่นางคนนี้ด้วยเหรอ?


         “อ้ะ! เสียมารยาทแล้ว ขออนุญาตถามท่านจอมยุทธ์ ไม่ทราบว่าเมื่อสองปีก่อน ท่านได้อุ้มสตรีนางหนึ่งที่เป็นลมในโรงน้ำชาไปส่งโรงหมอหรือไม่?"


         "ใช่... แต่เจ้าเปลี่ยนไปมากนะ..." ผิงผิงไม่อยากจะเอ่ยทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเพราะตอนนั้นอีกฝ่ายตัวเบามาก

         “เป็นท่านจริงๆด้วย!” นางกล่าวเสียงหวาน


         "มิเป็นไรหรก" จริงๆ เธอลืมไปแล้วแหละ...


         “ข้าคือคนที่ท่านช่วยไว้วันนั้น! ต้องขอบคุณท่านมาก”


         "...เจ้าเปลี่ยนไปมากนะ"


         “อ้อ.. ดูเหมือนจะทานอะไรเข้าไป ร่างกายก็เลยเป็นเช่นนี้ไป” นางอธิบาย

         "อย่างนี้นี่เอง..." ผิงผิงไม่ติดใจสงสัย เธอเองก็กินแต่ทำไมร่างกายไม่.. เป็นแบบนั้น?

         “ข้ามีชื่อว่า หรั่นซิ่นหลี่ หากไม่รังเกียจ ขอทราบนามท่านจอมยุทธ์และเด็กคนนี้ได้หรือไม่?”

         "ข้าผิงผิง มีแซ่ตัวเดียวว่า หลิง" ผิงผิงแนะนำตนเองพลางมองสีหน้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวซีดของสตรีตรงหน้า พลางขมวดคิ้ว... เธอรู้สึกว่าช่วงนี้พบเจอแต่สตรีประหลาด ที่ทะเลสาบก็สตรีแสนดื้อรั้นและอ่อนแอ ตรงหน้าก็สตรีที่มีอะไรไม่รู้เต็มในหัวไปหมด...
         "ผม... เหรินอี้เหอ เรียกเสี่ยวเหอก็ได้ครับ พี่สาว"

         "งั้นหรือ! เจ้าชื่อเสี่ยวเหอนี่เอง พี่สาวต้องขอโทษเจ้าจริงๆที่ไม่ทันระวังเกือบขี่วัวชนเจ้า มีอะไรที่พี่พอจะทำให้เพื่อให้เจ้าหายโกรธไหม? แล้วนี่มีแผลอะไรบ้างไหม? พี่จะรีบพาเจ้าไปหาหมอ"

         "ข้า..." ผิงผิงจะตอบตกลงแต่เสี่ยวเหอขัดขึ้นก่อน
         "ไม่เป็นไรหรอกครับ" เพราะเขาจะให้พี่ซือทำแผลให้พี่สาว ทั้งสองจะได้ใกล้ชิดกัน... อี้เหอคิดเช่นนั้น
         "งั้นแม่นางช่วยซื้ออาหารมาที่ศาลเจ้าร้างหน่อยแล้วกันนะเจ้าค่ะ ข้าจะรอท่านที่นั้น"


         “ได้สิๆ เจอกันที่นี่ตามที่ท่านสะดวก ข้ารู้สึกดีใจมากทีได้พบคนที่ช่วยเหลือข้าไว้สักที แต่ตอนนี้ข้ามีความจำเป็นจะต้องขอตัวก่อน สักยามชวีข้าจะไปพบท่าน” นางกล่าวแล้วโค้งลา “ขอบคุณท่านจริงๆ”

         ผิงผิงกับเสี่ยวเหอมองตามหลังไป... ทั้งสองเลยเดินไปที่ศาลเจ้าที่พวกเด็กๆ ยังคงเล่นกันตามปกติ แต่ผิงผิงขอตัวไปล้างแผลที่เจ็บแสบนี่ก่อน ดีกว่าโดนพี่ซือทำ... เธอเดินไปที่ลำธานเพื่อล้างบาดแผล
         "ซี๊ด..." เด็กสาวหายใจเข้าเพราะมันแสบจริงๆ เมื่อล้างแผลแล้วเจ้าตัวก็เอาเสื้อคลุมตัวนอกดึงแขนเสื้อให้ยาวเพื่อปกปิดแผลที่แขน เธอยังไม่อยากโดนพี่แกทำแผลให้... ก่อนจะเดินกลับมาที่ศาลเจ้า...


         "พี่ซือ?"
         ผิงผิงมองเห็นพี่เขาแต่ไกล ทำไมมาไวจังนะ?
  ผิงผิงเดินไปที่ศาลเจ้าหลังจากเจ้าตัวไปล้างแผลมาแล้ว ทำหน้าทำตาให้อี้เหอเงียบห้ามบอกพี่ซือเด็ดขาด
        “วันนี้พี่มาไวจังเจ้าค่ะ”

       “ก็ข้ามาเวลานี้ปกติแล้วล่ะ” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่ายก่อนเดินเข้าไปดูเด็กๆ

        “จริงด้วยเมื่อวานข้ามีเรื่องจะถามพี่” ผิงผิงเพิ่งนึกขึ้นได้เพราะเมื่อวานดึกเกินไปเลยไม่ได้ถาม…
       “มีแม่นางมาขอให้ข้าสอนกำลังภายในให้… ข้ารับปากว่าจะสอนนางหากนางผ่านการทดสอบที่ข้าตั้งไว้”

        “เจ้าทดสอบความมีน้ำใจ คุณธรรม แล้วยังล่ะ ถ้าเจ้าคิดว่านางเป็นคนดีก็รับเป็นศิษย์” ซืออี้โหวพูดย้ำเตือนอีกฝ่าย
       “ศิษย์ดีย่อมเป็นผลที่ดีต่ออาจารย์เอง แต่หากรับศิษย์ไม่ดี เมื่อเขาทำอะไรผิดพลาดมหันต์หรือเป็นภัยต่อยุทธภพ อาจารย์ย่อมไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบได้ และเจ้าเองจะถูกผู้คนประมาณ”

       “ยังนะเจ้าค่ะ ข้าให้นางฝึกกำลังแขนขานิดหน่อย(?) พรุ่งนี้ข้าคงเริ่มชี้แนะนางแล้วและกำลังคิดว่าจะหาอะไรนอกจากที่นอนไปไว้ที่ถ้ำนอกเมืองดี เพราะต้องฝึกลมปราณที่ถ้ำหรือที่มีหยินมากๆ ตอนข้าฝึกก็ฝึกที่ถ้ำ” ผิงผิงอธิบายพลางบอกว่าตนเองเตรียมเครื่องนอน ทำเส้นทางไปลำธานเพื่อหาปลากับที่ปล่อยหนักไว้แล้ว ส่วนที่เหลือนั้นตนอยากมาขอคำชี้แนะจากพี่ซือเนื่องจากตอนตนฝึก ข้าวของก็ไม่มีอะไรนอกจากห่อผ้าติดตัวตอนนั้น เธอนอนบนตัวจวื่จื่อด้วยซ้ำ
       “ส่วนเรื่องคุณธรรม… ข้าคงต้องให้พี่ช่วยชี้แนะก่อนที่ข้าไปทดสอบนาง”

     “ขอเพียงเจ้าให้บททดสอบ 3 ข้อ ทดสอบใจ ทดสอบการกระทำ ทดสอบความคิด และเฝ้าดูว่านางแสดงออกมาอย่างจริงใจหรือเสแสร้ง” ซืออี้โหวตอบผิงผิง
       “จริงสิ วันนี้ผิงว่างหรือเปล่า”

       “ว่างนะเจ้าค่ะ แต่คงกลับเช้าไม่ได้” ผิงผิงพูดเล่นไปประโยคหลัง

        “งั้นไปที่ๆ นึงกับข้าหน่อยได้ไหม” ซืออี้โหวถามอีกฝ่าย

       “เจ้าค่ะ งั้นเดี๋ยวให้อี้เหอ… เสี่ยวเหอเฝ้าเด็กๆ นะเจ้าค่ะ เด็กคนนี้โตพอตัว” ผิงผิงเอ่ยก่อนจะหันไปหาอี้เหอเรื่องฝากดูแลเด็กๆ แล้วตามพี่ซือมา

        “ไปกัน” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนเดินออกไปจากศาลเจ้า ซึ่งมีม้าน้ำตาลที่เขาขี่มาด้วยผูกใต้ต้นไม้
        เขากระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังมันก่อนยื่นมือมาให้ผิงๆ “ขึ้นมาสิ”

      “เออ… ข้าขอใช้วิชาตัวเบาตามไปได้หรือไม่?” ผิงผิงไม่ได้เดินตามไปที่ม้า เธอมอง

      “มันช้าและเปลืองแรงโดยเปล่าประโยชน์.. ไหนเจ้าบอกคิดกับข้าพี่ชาย แล้วทำไมไม่กล้านั่งม้ากับข้าล่ะ หรือเจ้า…..” ซืออี้โหวพูดก่อนหรี่ตามองอีกฝ่าย ราวกับกำลังสแกนจับผิดปกติ

       “ไม่ใช่นะพี่ซือ ข้าคิดกับพี่เพียงพี่ชาย… แต่ไม่ขี่ม้าได้หรือไม่?” ผิงผิงรีบแก้ตัว

       “มันไกล ไม่ได้” ซืออี้โหวพูดก่อนกระโดดลงมาจากม้า มายืนใกล้ๆ อีกฝ่าย

       “ห้ามสะกัดจุดข้าเชียว!” ผิงผิงรีบถอยออกมาให้ห่างตัวพี่ซือ

       “ข้าไม่สกัดจุดหรอก” ซืออี้โหวพูดก่อนจะคว้าร่างอีกฝ่ายขึ้นอุ้มและกระโดดขึ้นม้าไป เขาสะกิตเท้าเพื่อบ่งบอกให้ม้าควบไปก่อนวางร่างอีกฝ่ายลงเพื่อจับบังเหียนได้

      “กรี๊ดดดดดดด” ผิงผิงกรี๊ดลั่น เธอเกลียดม้า!!!! ถ้าไม่ใช่ต้าฟงเธอไม่ต้องการขี่ม้าตัวไหนนอกจากต้าฟงของอาเค่อ!!! พี่ซือ ข้าเกลียดท่านกับม้า!



@STAFF_Pixiu
@LanXinLi

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -13 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 25
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -13 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181

157

กระทู้

1064

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
525
ดีนาเรียส
92
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
292
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-1-26 22:26:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-1-26 23:40

{ ทำดีได้ดี }
ch.9
เสี่ยวเหอ

        เดินย่านการค้าอยู่นานกว่าจะซื้อของจนพอใจ “ท่านหลิง” สองมือหอบอาหารที่ยัดใส่ถุงสัมภาระไม่หมดหอบพะรุงพะรังเท่าที่จะทำได้ เพราะแรงนางก็ใช่ว่าจะเยอะ นี่ยังไม่นับที่มีบนหลังซือเอ๋อร์ วัวสาวสุดสวยของนางอีกนะ คิดว่ามากพอที่จะทานได้ทั้งปีเลยกระมัง อ้อ.. แอบใส่ซองไว้ให้เผื่อฉุกเฉินด้วย.. คราวก่อนนางโดนคนทักมาเรื่องเงิน จึงพอคิดได้บ้างว่าจำเป็นกว่าปัจจัย 4 ก็เงินนี่แล..
        “อ้าว เสี่ยวเหอ” นางยิ้มหวานทักทาย
        “ครับ? ซื้อมาเยอะเชียว” เด็กหนุ่มที่กำลังเล่นกับเด็กๆ อยู่หันมามองตามเสียงทักพลางมองร่างอวบของสตรีตรงหน้าและข้าวของในมือ เขาเดินเข้าไปช่วยพร้อมกับเด็กโตอีกคน ฉ่าเอ๋อห์
        “อ้อ พี่แค่คิดว่าน่าจะมีเด็กหลายคนจึงได้ซื้อมาเยอะไปหน่อย” ไม่ล่ะ.. ไม่หน่อย.. เยอะมาก! แต่จะให้ใครรู้ว่าตัวเองเคยมาที่นี่ไม่ได้.. เอ๊ะ.. เด็กที่นางเคยเล่นด้วยคงไม่ได้อยู่วันนี้หรอกใช่มั้ย? …อีกอย่างคนผู้นั้นตั้งแต่พบกันครั้งแรกดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนธรรมดา ฉะนั้นอย่างเสี่ยงที่จะเจอด้วยจะดีกว่า อย่าเจอ อย่าพบ แล้วจะไม่เดือดร้อน..
        “แม่นาง?” เหรินอี้เหอสงสัยว่าเธอเป็นอะไร
        “พี่เหอ พี่สาวคนนี้เคยมาเล่นกับพวกเรา” ฉ่าเอ๋อห์หรือเจิ้งฉ่า เขาเป็นเด็กที่โตที่สุดในศาลเจ้าแห่งนี้แน่นอนว่าเขาจำได้
        “งั้นหรือ? พี่ซือเสน่ห์แรงเสียจริง” เหรินอี้เหอเอ่ยยิ้มๆ พลางส่ายหน้ากับเจิ้งฉ่า ก่อนจะนำของไปวางไว้และกลับมาหาแม่นางหรั่น
        ความแตกจนได้… หวังว่าจะไม่ปากโป้งไปบอกท่านหลิงผิงผิงนะ.. หรั่นซิ่นหลี่ได้แต่ยิ้มให้เด็กๆที่จำนางได้แม้จะอวบอ้วน(?)
        “แม่นางหรั่นเป็นอะไรหรือไม่?”
        “หือ.. เปล่าๆ พี่สาวแค่กำลังคิดว่าเจ้าหิวหรือยังน่ะ!” แก้ตัวไปงั้น.. เสี่ยวเหอยังคงมองมาที่นางอย่างสงสัย ท่าทางฉลาดไม่น้อย คงต้องระวังตัวเพิ่มขึ้นหน่อยแล้ว..
        “ก็นิดหน่อยครับ”
        “งั้นเอานี่ไปทานก่อนสิ อันนี้เป็นส่วนของพี่เอง เจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะไปแย่งพี่น้อง” หรั่นซิ่นหลี่ยื่นซาลาเปาลูกโตให้เด็กทุกคน
        “ขอบคุณครับ” อี้เหอรับมาแต่ไม่ได้กิน
        “แล้วท่านหลิงผิงผิงล่ะ?” มองซ้ายขวาแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาแสดงว่าไม่อยู่ จึงถามหาด้วยตั้งใจจะเอามาให้ และอยากจะขอบคุณอีกครั้ง
        “พี่สาวออกไปกับพี่ซือ…” เหรินอี้เหอนึกถึงสภาพของพี่สาวก็หัวเราะจนหน้าแดงนิดๆ
        “พี่ซือใจดีมากเลยครับ”  
        “งั้นหรือๆ ฟังจากเจ้าเขาน่าจะใจดีนะ” ..ใจดีน่ะใช่ แต่กวนนี่เป็นของแถม.. ต้องมาชมคนนี่กระดากปากนักแล มุสาวาทา.. มุสาวาทา..
        “แม่นางหรั่น สนิทกับพี่ซือสินะครับ? พวกเด็กๆ บอกมา” เหรินอี้เหอพูดด้วยรอยยิ้มที่ไปถึงดวงตาแต่ในใจเขาคิดอะไรนั้นมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่ทราบ
        “หะ.. ไม่ ไม่เลย..” ไหนๆ ความก็แตกแล้ว พูดนิดหน่อยไม่เป็นไร สีหน้านางบอกทุกอย่างหมด คิ้วนั้นขมวดจนเป็นปม และใบหน้ามีแต่อมทุกข์ เจอเขาทีไรมีแต่ปากเสียง ไม่ให้นางเวียนหัวได้อย่างไร! คนอะไรกวนจริงๆ..
        “พี่ซืออาจจะกวนแต่แม่นางหรั่นมิได้เกลียด มิใช่หรือครับ?”
        “..หลอกถามไม่ใช่เรื่องดี แต่พี่ไม่ได้เกลียดและไม่ได้ชอบ” ริมฝีปากสีชาดกรีดยิ้มเย็นแต่ก็ตอบอย่างจริงใจ ทว่าในห้วงความคิดส่วนหนึ่งนั้นกลับสงสัยอยู่เรื่อยว่าว่าเพราะเหตุใดเวลานางเดือดร้อนจะต้องพบเจอเขาตลอดเวลา ขอพรต่อเทพเจ้าก็แล้ว อะไรก็แล้ว ยังพบเจออยู่เรื่อยไป แต่คราวนี้โชคดีนักที่ไม่ได้เจอ!
        “แม่นางหรั่น บางสิ่งบางอย่างแม้ไม่พูดแต่มันสามารถสื่อออกมาได้ทางการกระทำ…  ข้ายังคงจำได้ว่าท่านคือผู้ที่ทำให้พี่ผิงมีรอยแผลเป็น” เหรินอี้เหอกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ
“แผลเป็น?” คิ้วเรียวยิ่งขมวดเป็นปมขึ้นไปอีก เรื่องของคนผู้นั้นถูกดันออกไปมาสนใจเรื่องสตรีอีกนางแทน ก็วันนั้นนางเป็นลมจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น หรือจะเผลอไปล่วงเกินทำอะไรเข้า!?         
        “วันที่พี่ผิงพาท่านส่งโรงหมอและได้แผลจากท่าน แต่พี่ซือใจดีทำแผลให้พี่ผิงแต่… เพราะพี่ผิงต้องเดินทางจึงเหลือรอยแผลเป็นไว้” เหรินอี้เหอเอ่ยพลางยกฝามือซ้ายตัวเองประมาณว่าตรงนี้นะถ้าสังเกต พี่สาวเขามักจะใส่เสื้อที่แขนยาวกว่าฝามือ
         อั๊ยหยา! เรือนร่างของสตรีนั้นมีค่ายิ่งกว่าทอง นางทำอะไรลงไป!
        “พี่ไม่รู้เลย.. วันนั้นทุกอย่างจู่ๆก็มืดไป” หน้าหวานซีดลง หรือจะพาไปสักกลบ.. อั๊ยหยา!! อั๊ยหยาาา!!!!!!.. ข้าทำอะไรลงไปเนี่ยยยยยยยยยยย
        “ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่สาวผมเขาไม่สนใจ” เหรินอี้เหอเอ่ยยิ้มๆ แต่เขาจดจำไว้และค่อยบอกพี่สาวในบางเรื่อง… “แต่ว่าแม่นางหรั่นนำอาหารมามากมายเช่นนี้ก็กินกับทุกคนเถิดครับ ผมคงดูแลคนเดียวไม่ไหว”
        “อีกอย่างผมไม่รู้ว่าพี่สองคนเขาจะกลับมาตอนไหน”
         เป็นคำเชิญที่น่าเป็นห่วง ที่นี่มีแต่เด็ก.. แต่ตัวนางก็ไม่อยากจะรอพบคนด้วยสิ อีกทั้งทารกแฝดยังต้องการคนกลับไปเฝ้าผลัดเปลี่ยน นางทิ้งไช่ฟ่านเหลียนไว้ที่โรงหมอคนเดียวก็รู้สึกแย่พอแล้ว “พี่ก็อยากอยู่เป็นเพื่อนพวกเจ้า แต่ลูกชายของพี่สองคนกำลังรอพี่อยู่ที่โรงหมอ หนนี้พบเจอได้เพราะพวกเขาทั้งสองป่วยระหว่างเดินทาง ..ต้องขอโทษจริงๆ ไว้มีโอกาสพี่จะมาเยี่ยม”
         ถ้านางรอดตายมาได้ล่ะก็นะ..
        “แม่นาง… แต่งงานแล้ว?”
         จะตอบอย่างไรดี.. เอ่อ.. อืม.. กระอักกระอวนนัก เอาเถอะ! ตอบว่าแต่งคงไม่เป็นไร! อย่างไรเสียชาตินี้ก็ไม่คิดจะออกเรือนอยู่แล้ว!
        “มิผิด” แต่คำที่ออกมาก็ไม่ชัดเจนอยู่ดี
        “งั้นผมจะดูแลเด็กๆ เอง แม่นางโปรดเดินทางดีๆ” เหรินอี้เหอโค้งให้อีกฝ่ายเพราะในเมื่ออีกฝ่ายมีธุระเขาก็มิจำเป็นต้องให้ช่วย
        “ถ้าอย่างนั้นก็เล่นกันระวังๆนะ ช่วงนี้หิมะปกคลุมเยอะ พี่กลัวจะได้รับบาดเจ็บกันอีก” นางเป็นห่วงจริงๆ แล้วก้มลงมองพื้นหิมะเห็นพู่ห้อยเอวของตนแล้วนึกขึ้นได้ “อ้อ! เอานี่ไปนะ” มือเรียวปลดเครื่องรางทำมือออกมา
         นางซื้อหยกกับประดับเล็กน้อยมาจากร้านค้าส่วนที่เหลือล้วนเป็นฝีมือที่เรียนจากมารดา หรั่นซิ่นหลี่มอบให้เสี่ยวเหอไป ทำไว้เยอะ ให้พกไว้กันภัยสักชิ้นไม่น่าเสียดายนัก เด็กคนนี้ฉลาด.. แต่กลัวว่าสักวันความฉลาดนั้นจะย้อนเข้าตัว
หรั่นซิ่นหลี่ยิ้มมอง
        “ขอบคุณครับ” เหรินอี้เหอเพียงรับไว้
        ของอยู่ในมือแล้ว หรั่นซิ่นหลี่จึงโค้งลา เป็นเด็กก็จริง แต่ทุกคนสมควรได้รับการเคารพ เช่นนั้นเหมาะสมแล้ว คิดดังนั้นนางจึงปีนขึ้นขี่หลังซือเอ๋อร์แล้วกลับไปที่โรงหมอ
        
        @STAFF_Pixiu




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +88 ความหิว -11 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 88
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-1-27 20:17:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-1-27 21:54

{จุดเริ่มต้นบนใหม่}
[พาเด็กกินข้าว]

       หลังจากที่ออกเดินทางมาได้สักพักเธอและเสี่ยวจางก็มาถึงที่ศาลเจ้าร้าง ซึ่งดูจากภายนอกแล้วมันค่อยข้างที่จะเงียบมาก เหมือนกับว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่ แล้วเด็กๆจะอยู่ที่นี่จริงๆหรอ เธอหันมองหน้าเสี่ยวจางเล็กน้อยอย่างสงสัยก่อนที่เสี่ยวจางจะเดินนำเข้าไปด้านในแล้วโดยมีเธอเดินตามไปติดๆ


    ที่ภายด้านในศาลเจ้าแม้มองจากภายนอกจะดูรกร้างแต่ภายในนั้นมีการเก็บกวาดอย่างดีทำให้ไม่ดูรกเกินไปน้นเป็นสัญยาณบ่งบอกได้อย่างดีว่ามีคนอยู่ที่นี่ก่อนที่เสี่ยวจางจะตะโกนส่งเสียงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เด็กๆที่แอบอยู่นั้นจะกรูกันออกมาล้อมหน้าล้อมหลังพวกเธอเอาไว้


  ‘ที่นี่มีเด็กเยอะขนาดนี้เลยหรอเนี่ย’


    เสียงเรียกพี่สาวพี่ชายที่ดังล้อมหน้าล้อมหลังจะทำเอาจางฝูเริ่มมึนหัวหน่อยก่นที่เธอจะเอ่ยขึ้นมา นั้นเรียกเสียงเฮของเด็กๆได้มากทีเดียว


   “วันนี้ข้านำปลาย่างกับปลาราดพริกแล้วก็ขนมมาด้วยมีใครอยากกินมั้งจ๊ะ”


    “ข้าขอรับ /ข้าเจ้าค่ะ/ ข้าน่ะ” เด็กๆแย่งกันเอ่ยอย่างตื่นเต้น


   “งั้นตามข้ามาเลย แต่ต้องต่อแถวกันก่อนนะจ๊ะ” เธอเอ่ยพรางมองเด็กที่ต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบก่อนทที่จะเปิดห่อผ้าแล้วเอาปลาย่างและขนมยื่นให้เด็กๆทีละคนๆจนครบ ก่อนที่เธอจะนำปลาราดพริกอีกจำนวณหนึ่งมอบให้เหล่าผู้ใหญ่ที่อยู่ที่นี่ค่อยดูแลเด็กๆด้วย ก่อนที่เธอจะแยกมานั่งข้างๆเสี่ยวจางแล้วมองเด็กๆนั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เธอมองภาพเบื้องหน้าอย่างอิ่มเอมใจ ภาพรอยยิ้มของเด็กคงจะยังติดตราตรึงอยู่ในจิตใจเธอไปตลอดเเน่ๆ


    “เด็กพวกนี้มาจากไหนกันหรอเสี่ยวจาง”เธอเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย


    “กำพร้าน่ะ”เสี่ยวจางเอ่ยขึ้นเล็กหน้อกดวงตายังคงจ้องมองไปยังเด็กๆที่นั่งกินขนมกันอยู่


   “เช่นนั้นเอง”เธอหลุบตาลงต่ำ จะว่าไปเธอเองก็กำพร้านี่น่ะ เพียงแต่ถูกทหารช่วยแล้วพาเข้าไปอยู่ในค่ายจึงได้มีโอกาสได้เรียนได้ฝึกฝน แต่กับเด็กพวกนี้มีที่พักก็คงเป็นความโชคดีแล้ว


     “ ไปกันเถอะ ยังต้องไปที่ถ้ำที่พี่ผิงบอกกันอีก”เสี่ยวจางเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืน


     “อ่า เข้าใจแล้ว” เธอลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหาเด็กๆพร้อมกับกล่าวเอ่ยลาโดยมอบเสี่ยวหลงเปาที่มีอยู่ให้เด็กๆไว้กินกันอีกก่อนที่เธอและเสี่ยวจางจะเดินออกจากศาลเจ้าร้างนั้นไปโดยมีเสียงของพวกเด็กๆกล่าวลาไล่หลังมา


(เสียปลาย่าง10 ตัว)
(ปลาราดพริก 5 ตัว)
(ขนมหม่าซู 10 ชิ้น)
(เสี่ยวหลงเปาอีก 30 ชิ้น)


   

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +333 ความหิว -12 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 333
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -12 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มุกพณาหวาซวี
หน้ากากอาร์มอร์
ปลอกแขนเฟย์อี๋
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
Brynhildr Norns
ทำเนียบบุปผา
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
กำไลเทพีไอซิส
ผีผาหยินหยู
ชุดเสวี่ยจงฮัวฮวา
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x36
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x30
x60
x8
x14
x86
x78
x1
x1
x147
x60
x7
x4
x11
x10
x1
x1
x3
x2
x4
x1
x3
x9
x2
x1
x3
x6
x1
x5
x1005
x291
x195
x200
x8
x4
x6
x1
x1
x2
x3
x30
x1
x1
x10
x9
x2
x8300
x2
x7
x12
x16
x4937
x192
x11
x9
x10
x3
x13
x8
x337
x945
x6
x2
x3
x2
x130
x4
x2
x18
x18
x2
x1
x100
x4
x422
x9
x5
x12
x20
x3
x4
x16
x7
x15
x4
x2
x4
x4
x4
x7
x2
x22
x107
x5
x24
x20
x9
x991
x32
x14
x3
x8
x21
x6
x590
x961
x20
x22
x20
x350
x3
x5
x12
x10
x20
x18
x40
x3
x10
x2
x116
x1
x2
x2
x1
x550
x118
x1
x524
x100
x8
x12
x230
x6
x4
x37
x6
x10
x31
x5
x12
x5
x5
x1
x6
x230
x180
x80
x30
x280
x170
x10
x4
x83