เจ้าของ: qinglan

{ เมืองเฉิงตู } ศาลเจ้าไท่ซ่างเหล่าจวิน

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-1-15 17:24:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เล่นสักเพลง

        ผิงผิงนั้นให้เสี่ยวเยว่กับเสี่ยวจางกลับกันไปก่อน โดยผิงผิงรอที่ย่านการค้าเพราะว่าให้เสี่ยวเหอไปพอจวื่จื่อกับซือลู่ออกมา เพราะเดินไปคงไม่ไหวแน่ๆ เพราะงั้นจะขี่หลังพวกมันไปกัน! ผิงผิงนั้นนั่งบนหลังซือลู่และเสี่ยวเหอก็ขี่หลังจวื่จื่อ โดยในอ้อมกอดพวกเขามีอาหารไปด้วย ผิงผิงตั้งใจที่จะมาเล่นกับพวกเด็กๆ เพราะคิดว่า พี่ซือคงไม่มาหรอก  อยู่จวนเฉยๆ แบบนั้นน่าเบื่อแย่ มิสู้ฉลองกับเด็กๆ ที่ศาลเจ้าดีกว่าเหรอ? ไหนๆ นอกจากอาหารเธอก็พอเป่าขลุ่ยได้ ก็เป่าให้พวกเด็กๆ ฟังเสียหน่อยจะเป็นไรไปละ?
        
        ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงศาลเจ้า ผิงผิงและเสี่ยวเหอต่างลงจากหลังวัวและช้าง ยังดีที่ชุดและปิ่นของผิงผิงไม่ได้หลุดหรือเลอะอะไรยังอยู่ในสภาพดี
        “สวัสดีเด็กๆ” เสี่ยวเหอทักทายพวกเด็กๆ ที่วิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นพวกเขา
       “สวัสดีครับ!”
        “สวัสดีค่ะ!”
        “ว้าว ขนม!” พวกเด็กๆ ร้องอย่างดีใจ ผิงผิงยิ้มแป้นพลางก้มหน้าลงหอมแก้มเด็กหญิงคนหนึ่งอย่างมั่นเขี้ยว “น่ารักจริง!”
        “คิก พี่สาวสวยจังค่ะ”
        “พี่สาวเขาแต่งตัวมาให้พวกเจ้าดูโดยเฉพาะเลยนะ” เสี่ยวเหอเผาผิงผิง(?) จริงๆ เขาอยากบอกว่าผิงผิงนั้นโดนจับเป็นตุ๊กตาแต่งตัวต่างหากและถ้าไม่แต่งคงโดนเสี่ยวเยว่น้อยใจ งอน(?) ได้ ผิงผิงไม่มีทางต้านความน่ารักของเสี่ยวเยว่ได้เลย ผิงผิงให้อาเค่อแจกจ่ายอาหารให้กับเด็กๆ ส่วนผิงผิงไปนั่งตรงโขดหินแทน เพราะขยับไม่สะดวกเท่าไรนัก มีเด็กสองสามคนวิ่งเข้ามาเล่นกับเจียวเสวี่ยที่อยู่บนตักเด็กสาว
        “น่ารักจังค่ะ พี่สาว”
        “ลองเล่นสิจ๊ะ” ผิงผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แปลกที่เจ้าเจียวเสวี่ยปกติขี้กลัวแต่กับเด็กๆ นั้นกลับเข้าไปเล่นด้วยโดยที่ไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย… ผิงผิงมองเด็กๆ เล่นกัน เธอหยิบขลุ่ยที่เคยปาใส่พวกนั้นแล้วคิดว่ามันหายไปแล้วเสียแต่เมื่อเช้ากลับพบว่ามันอยู่ในห่อผ้า… คงเพราะพี่หลิวเก็บไว้ให้มั่ง(?) ผิงผิงนำมาหมุนในมือเล่นๆ ไปมาพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย…
        “ผมไม่เคยได้ฟังพี่ผิงเป่าขลุ่ยเลย” เสี่ยวเหอที่นำอาหารแจกจ่ายให้เด็กๆ แล้วก็เดินกลับมาหาเด็กสาว เขาเพียงนั่งลงบนโขดหินข้างๆ ไม่ไกลเท่าไรนักแต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะตรงนี้มันเย็น… “อากาศหนาวๆ แบบนี้ เดี๋ยวได้เป็นหวัดเอานะครับ”
        “งั้นเราก็ก่อกองไฟกันสิ” ผิงผิงเอ่ย
        “พี่รอนี่เลยครับ เดี๋ยวผมกับเด็กๆ ที่โตอีกหน่อยจะไปช่วยกันก่อกองไฟ” เสี่ยวเหอพูดก่อนจะเรียกเด็กที่โตแล้วแข็งแรงหน่อยช่วยกันไปหาไม้มาก่อกองไฟ ส่วนเด็กเล็กก็เล่นกันตามประสาเด็กๆ ไม่นานนักพวกเขาก็นำกิ่งไม้มา ท่อนไม้ที่พอยกได้มาก่อกองไฟและนำฟางมาปูรอบๆ เพื่อใช้เป็นที่นั่ง ผิงผิงเองก็พยุงตัวเองลงไปนั่งกับพวกเด็กๆ ด้วย
        “ระหว่างกินขนม พี่สาวคนนี้จะเป่าขลุ่ยให้พวกเจ้าฟังนะ”
        “ฟังเพลงๆ”
        “เพลงอะไรกันคะ?” เด็กๆ ต่างรอคอยและกินขนมที่ผิงผิงนำมาให้ เธอนำขลุ่ยมาจรดริมฝีปากบางก่อนจะค่อยๆ เป่าขลุ่ยเพื่อบรรเลงเพลงที่มีทำนองสดใสด้วย ให้ความรู้สึกสนุกสนานและยินดี พวกเด็กๆ แม้จะร้องเพลงไม่ได้แต่ก็ออกเสียงร้องตามทำนองของเสียงขลุ่ยไปด้วย บทเพลงนั้นสื่อออกมาถึงจิตใจของผู้เล่นแม้ผิงผิงจะมิได้มีฝีมือด้านดนตรีหากแต่ถ้าเป็นเพลงง่ายๆ เธอก็เป่าได้ดีเหมือนกัน ผิงผิงเล่นเป็นเพียงแต่ขลุ่ยเท่านั้นเพราะบางทีเธอก็ใช้ขลุ่ยนี่แหละในการเป็นอาวุธ(?)
        เมื่อบทเพลงจบลงผิงผิงก็ได้รับเสียงตบมือและเสียงร้องของพวกเด็กๆ จนเด็กสาวยิ้มจนหน้าแดงด้วยความเขิน


  • พุทราเชื่อม 10
  • หมั่นโถว 200
  • ถังหูลู่ 100
  • เสี่ยวหลงเปา 10
  • เนื้อม้วน 35
  • ซาลาเปา 5
  • ปลานึ่งบ๊วย 10
  • เครื่องนุ่งห่ม 10


@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +222 ความหิว -16 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 222
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-1-15 20:06:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ก็ข้ามิใช่สตรีเรียบร้อยอ่อนหวานนี่!





       อี้โหวปรบมือให้อีกฝ่าย เมื่อผิงผิงบรรเลงเพลงจบ “เก่งมากเด็กน้อย”

        “อะ.. อ้าว พี่ซือมาตอนไหนกันเจ้าคะ?” ผิงผิงนั้นตั้งแต่มาถึงก็ไม่เห็นพี่ซือและมิได้สนใจจะถามหา(?) แต่ก็ต้องแปลกใจว่าพี่เขามาตอนไหน?

      “ก็ข้ามาได้สักพักแล้ว แต่เห็นเจ้าบรรเลงอยู่จึงไม่อยากขัดจังหวะ” เขายิ้มมีเลศนัยก่อนมองไปทางอีกฝ่าย “ว่าแต่ขาเจ้ายังไม่น่าหายเจ็บนี่ ทำไมออกมาเถลไถลอีกแล้วล่ะ ข้าไม่ว่างทำแผลให้เจ้าตลอดนะ หากเกิดเป็นหนักขึ้นมาเจ้าจะพิการได้นะ” ซืออี้โหวพูดดุอีกฝ่าย

       “อย่าเพิ่งดุข้า… ข้าเพียงแค่เหงา... ก็เลย... ก็อยากมาฉลองวันปีใหม่กับทุกคนนี่ อีกอย่างก็มีเสี่ยวเหอด้วย” ผิงผิงเอ่ย เพราะอีกฝ่ายนั้นดุที่เธอไม่ยอมอยู่กับที่(?)
        “พี่ผิงเขาดื้อนะครับ” เสี่ยวเหอบอกทันทีเพราะเขาไม่คิดจะเข้าข้างพี่สาวในเรื่องนี้อยู่แล้ว

       “ปีใหม่อะไรรึ(?) นี่เจ้าไม่สบายหรือเปล่าอีกตั้งหลายวันนะกว่าจะปีใหม่” ซืออี้โหวพูดขึ้นทำหน้าฉงน ก่อนเดินไปใกล้ๆ อีกฝ่ายเพื่อแตะหน้าผากดูว่าตัวร้อนหรือไม่

        “อะ.. อ้าว มิใช่วันปีใหม่รึ? แต่ข้าก็ไปหาหมอมาแล้วนะพี่ซือ…” ผิงผิงพูดเสียงอ่อนพลางหันไปเอาขนมเข้าปาก มุ่ยหน้ามองทางอื่น วันนี้อากาศดีทั้งทีอย่าเพิ่งดุกันสิ
       “งิ๊ว” เจียวเสวี่ยที่เล่นกับพวกเด็กๆ แล้ววิ่งมาหาผิงผิงก่อนจะไต่ไปหมอบบนไหล่เด็กสาวเหมือนเคย

        “เด็กน้อยฟังนะ ปีใหม่ยังไม่ถึง อีกตั้งหลายวันกว่าจะขึ้นปีใหม่ อีกตั้งเดือนนึงนู่นค่อยฉลอง” ซืออี้โหวพูดบอกอีกฝ่ายที่ดูเหมือนเธอจะสับสนวันเดือนปีจริงๆ “อย่าไปสอนเด็กๆ ผิดสิ”

        “คิก… ข้าทราบแล้ว แล้วข้าจะเป็นเด็กดี ข้าจะรอจนเท้าหายแล้วจะออกมาเที่ยวเล่นอีก…” ผิงผิงเอ่ยแต่ความจริงเธอคงหาเรื่องออกมาเที่ยวเล่นโดยที่หลบพี่ซืออยู่ดีนั้นแหละ
        “พี่ซือครับ มาร่วมวงกินอาหารกับพวกเราสิครับ” เสี่ยวเหอเอ่ยเพราะพี่เขายังไม่ได้เข้ามานั่ง ก่อนเขาจะขำเพราะพี่ซือมานั่งด้วย ไม่ห่างกับพี่สาวเขาเท่าไรนักเพราะมีเด็กชายอีกคนนั่งคั่นกลางไว้ เด็กสาวแอบฉุนกึก เธออยากนั่งกับเด็กๆ มากกว่า งั้ยต้องมีเจ้าคนตัวโตมานั่งด้วยไม่ใกล้ไม่ไกลด้วยเล่า?

        “ให้มันจริงเถอะ….” ซืออี้โหวพูดก่อนยกมือขยี้ผมอีกฝ่าย “อย่าดีแตกแล้วกัน” เขายิ้มมุมปาก
        “มีอะไรกินบ้างล่ะเสี่ยวเหอ” เขานั่งลงข้างๆ เด็กชายอีกคน ก่อนรับขนมจากเสี่ยวเหอมาทาน
       “เจ้านี่ดูเป็นคนดีจริงๆ นะ ดีกว่าบางคนแถวนี้อีก” อี้โหวเหล่ตามองไปทางเสี่ยวผิงแวบหนึ่งก่อนหันกลับมาจ้องเสี่ยวเหอตามเดิม
        "ฮะๆ พี่ซือไม่เบาเลยนะครับ" เสี่ยวเหอนั้นรู้ความหมายแต่ก็เลือกที่จะพูดเบาๆ ดีที่พี่สาวเขายังจดจ่ออยู่ที่ขนม
       
        “ว่าแต่เจ้าสนใจบรรเลงกู่เจิ้งร่วมกับข้าไหม ข้าพอเป่าซุนได้บ้าง”

        “ข้าเล่นกู่เจิ้งมิเป็นหรอก เป็นแต่ขลุ่ยได้สองสามเพลง” ผิงผิงเอ่ย เธอไม่ชอบดนตรีเครื่องสาย เพราะมันทำให้นิ้วเธอเจ็บ นิ้วเธอมีไว้เพื่อทำอาหารและจับทวน ง้าว ดาบ ไว้ต่อสู้เท่านั้น(?)
      
       “ง่า เด็กผู้หญิงอย่างเจ้าเนี่ยนะเล่นกู่เจิงไม่ได้” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนยิ้มขำนิดๆ โดยไม่แสดงออกมาก ใบหน้าเขายังปนขำและปนหน้าเข้มตามธรรมชาติกลมกลืน

     “อ้าว ก็ข้ามิได้มีใครสอนนี่ ขลุ่ยนี่พี่ในค่ายทหารก็สอนมา ในค่ายเขาจะไปเอากู่เจิ้งจากไหนมาเล่า?” ผิงผิงอยากเอาขลุ่ยของตัวเองฟาดพี่ซือจริงๆ แล้วเขาจะขำไปถึงเมื่อไร!

        “ข้าเองก็ไม่ค่อยถนัดด้วยสิ เสียดายถ้าเจ้าเล่นกู่เจิงเป็นเราจะได้ร่วมบรรเลงให้เด็กๆ ฟังสักเพลง” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนกลั้นหัวเราะที่แทบกลั้นไม่อยู่ ฮัก…..

       “พี่ซือ!” ผิงผิงตะโกนใส่ด้วยความหมั่นไส้(?) จะหัวเราะอะไร เธอแค่เล่นไม่เป็นเท่านั้น!

        “ห๊ะมีอะไรกัน ทำไมต้องตะโกนด้วย” ซืออี้โหวถามขึ้น “ข้าเปล่าหัวเราะสักหน่อย แค่ถอนหายใจเสียดายที่ไม่ได้เล่นเพลงคู่กับเจ้า ถ้าซุนกับขลุ่ยเสียงมันจะค่อนข้างก้ำกึ่งกัน” เขาค่อยๆ วางมือบนตักเพื่อระงับอาการขำตนเอง

        “งั้นข้าจะไปเรียนวิธีเล่นกู่เจิงเลยไหมละ” ผิงผิงเอ่ยประชด(?) จริงๆ เธอนั้นไม่ชอบดนตรีเครื่องสายที่สุด!

       “เด็กซุกซนอย่างเจ้าจะเรียนได้เรอะ” ซืออี้โหวพูดก่อนหรี่ตามองอีกฝ่าย “กู่เจิงต้องเป็นสตรีที่อ่อนหวานและมีจิตใจที่บริสุทธิ์นะถึงจะบรรเลงออกมาได้ไพเราะจับใจคนฟัง แต่เสี่ยวผิ…..” ซืออี้โหวพูดก่อนหยุดพูดไป

        “ขออภัยด้วยที่ข้ามิใช่สตรีอ่อนหวานและจิตใจที่แสนจะบริสุทธิ์ ข้าก็เป็นเพียงกระโดกกระเดกเท่านั้นแหละ” ผิงผิงกำขลุ่ยให้เหมาะมือเผื่อว่าถ้าเธอโมโห(?) เธอจะเอาขลุ่ยฟาดซะ(?) แต่ก่อนจะลงมือตามที่คิดเสี่ยวเหอก็รีบเอาขนมมาให้ผิงผิงเพื่อระงับสงคราม(?)
       “พี่ซือ พี่ผิง ขนมหน่อยนะครับ” เสี่ยวเหอยื่นจานให้ทั้งสอง

       “ได้สิเสี่ยวเหอน้อย” ซืออี้โหวรับขนมจากเขามาก่อนค่อยๆ กิน
       “เจ้านี่เป็นเด็กดีจริงๆ นะ อนาคตต้องไปได้ไกลแน่” เขาลูบหัวอีกฝ่ายด้วยควาเมอ็นดู

        “ขอบคุณครับพี่ซือ” เสี่ยวเหอยิ้มให้อย่างดีใจที่ได้รับคำชมจากพี่ชายที่เขานับถือ ส่วนผิงผิงหน้ามุ่ยก่อนจะเอาขนมมากัดกินจนแก้มตุ้ยๆ
        
       “เจ้าเป็นอะไร” ซืออี้โหวถามขึ้นเมื่อมองเห็นความผิดปกติตรงนั้น “ขนมนั่นเละหมดแล้วนะ กินเรียบร้อยหน่อยสิ”

        “ก็ข้ามิใช่สตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวานนี่เจ้าค่ะ” ผิงผิงกินหมดจึงตอบซื่อๆ หน้าตาย

        “แล้วเจ้าไม่คิดจะฝึกบ้างล่ะ(?) คนเราสามารถฝึกกันได้ ไม่มีใครเรียบร้อยมาแต่เกิดหรอก” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนลุกขึ้นออกไปนอกศาลเจ้า
       “เดี๋ยวข้ามา”
        
       “ฝึกกับผีสิ…” ผิงผิงพูดตามหลังเบาๆ ก่อนจะคว้าขนมจานอื่นมากิน ส่วนเสี่ยวเหอหัวเราะกับท่าทางของพี่สาวผิง “พี่ผิง พี่เขาเพียงล้อเล่น”
        “ฮึ! หากข้าเป็นสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวาน ก็มิใช่ตัวเองสิ” ผิงผิงถือขลุ่ยเคาะกับมือตัวเองพลางตอบ “อีกอย่าง เจ้านึกภาพเวลาข้าเป็นสตรีที่เรียบร้อยออกหรือไม่เล่า?”
        “ฮ่าๆ ผมนึกไม่ออกหรอกครับพี่ผิง ตั้งแต่เจอพี่… ที่พี่ปาก้อนหินใส่คุณชายคนนั้นเพื่อช่วยพวกผม... ผมว่าพี่เป็นตัวของตัวเองก็ดีอยู่แล้ว” เสี่ยวเหอพูด


@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -12 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -12 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-1-15 20:14:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นเหมือนดอกโบตั๋นดอกนี้ที่ถูกสายลมพัดมาจนมาเจอเจ้า



        ซืออี้โหวเดินกลับเข้ามาพร้อมบางอย่างที่ถืออยู่ด้านหลัง ทั้งสองมือเขาไขว้หลังอยู่
        “ผิงระหว่างดอกไม้ที่สวยงดงามกับดอกไม้เหี่ยวเฉาเจ้าชอบแบบใดล่ะ”

        “....” ผิงผิงเอียงคอมองว่าอีกฝ่ายต้องการจะแกล้งอะไรตนอีก? “ถ้าให้คิดแบบปัญญาชนข้าไม่รู้หรอก”

        “คิดแบบตัวเองสิ เจ้าอยากเก็บอะไรมากกว่ากัน ระหว่างดอกไม้สวยงามกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา” ซืออี้โหวพูดขึ้นพลางยิ้มกว้างอย่างอบอุ่น

        “ข้าไม่มีความคิดด้านนี้ด้วยสิ… ดอกไม้ที่สวยงามคู่ควรกับสตรีที่อ่อนหวานกระมั่ง ดอกไม้เหี่ยวเฉา… แม้จะไม่ได้สวยสดงดงามแต่ก็มีคุณค่าในตัวเอง เพราะที่ข้าได้ยินมา ดอกไม้ที่เฉาแล้ว มันแห้งๆ เอาไปเป็นชาได้ ชาดอกเบญจมาศไง เป็นชาชนิดเดียวที่ข้าดื่มได้ แล้วก็นำไปทำเป็นถุงหอมได้ด้วยนะ แต่… ข้าไม่มีถุงหอมแหะ” ผิงผิงตอบไปตามที่คิดโดยคิดถึงของกินเป็นหลัก…  (ผปค. ตอนคิดนี่นึกถึงน้ำเก๊กฮวย ของโปรดเลยอะ กำลังฟินดันไปโยงหาของกิน โธ่)
       
        “ใช่ ดอกไม้ก็เหมือนคนเรา เจ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงภายนอก ภายนอกแม้จะดูซุกซน แต่ภายในขอเพียงเจ้าเรียบร้อยภายในนั่นก็เพียงพอแล้ว ดอกไม้แม้จะเฉาแต่ก็มีคนไม่น้อยที่ต้องการมันเช่นเดียวกับดอกไม้งาม เจ้าดูอย่างฮ่องเต้สิ ท่านทรงเลือกฮองเฮาเว่ยที่มาจากสามัญชนทั่วไป ตระกูลไม่โดดเด่นใดๆ แต่ด้วยพระเมตตาฮองเฮาที่เป็นที่เล่าขานในยุทธภพนั้นมาจากภายในที่แท้จริง”

        “เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม ที่ข้าให้เจ้าหัดเป็นคนเรียบร้อยนั้นไม่ใช่การฝืนเจ้าเองเลย แต่ให้ปลุกภายในของเจ้า ใครจะมองเจ้ายังไงก็ไม่ต้องสนใจ ขอเพียงเจ้ารู้ว่าเจ้าทำดีที่สุดแล้วและไม่เป็นผลร้ายต่อตัวเองและคนรอบข้างก็เพียงพอ” ซืออี้โหวพูดขึ้น “ภายในของเจ้าเป็นคนมีเมตตา ชอบช่วยเหลือคนอื่นและมีความอ่อนโยนแฝงอยู่ การที่ข้าให้เจ้าเลือกดอกไม้เพื่อทดสอบจุดนี้แหละว่าเจ้าเป็นคนยังไง ขอเพียงเจ้าเชื่อมั่นในตัวเองอีกนิด การเป็นคนอ่อนโยนที่ไม่ฝืนธรรมชาติเจ้าก็จะเป็นเองโดยอัตโนมัติ”

        “...” ผิงผิงนิ่งฟังอย่างตั้งใจก่อนจะนึกย้อนทบทวนตัวเองที่แล้วๆ มา… นั้นสินะ ถูกอย่างที่พี่ซือพูด.. เด็กสาวคิดในใจแล้วพยายามมองว่าด้านหลังพี่ซือมีอะไรซ่อนไว้ หรือจะเป็นขนม?
        “เจ้าค่ะพี่ซือ ผิงผิงจำคำของพี่ซือได้”

        “ถ้าเช่นนั้นสิ่งนี้คงเหมาะกับเจ้า หลับตาสิ” ซืออี้โหวพูดขึ้น  

        เด็กสาวหลับตาลงอย่างที่พี่ซือบอกอย่างว่าง่าย ไม่ได้คิดระแวงสงสัยอะไรเลย

        ซืออี้โหวเมื่อเห็นอีกฝ่ายหลับตาก่อนเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย เขานำสิ่งที่อยู๋ในมือมาปักที่ผมอีกฝ่าย ซึ่งมันคือดอกไม้เหี่ยวเฉาที่ร่วงโรยด้านทาง
        “ลืมตาได้แล้ว”

        “อ๊ะ…” ผิงผิงลืมตาขึ้นก่อนจะสะดุ้ง… แล้วรีบขยับห่างออกมาก่อนจะยกมือแตะที่ผม…
        “ดอกไม้?” เด็กสาวอยากจับมาดูแต่ก็เกรงใจอีกฝ่ายนิดๆ(?) “ดอกที่เหี่ยวเฉา? ดอกอะไรรึคะ?”
       
        “ก่อนหน้านี้มันเป็นดอกโบตั๋นที่งดงามราวเทพธิดา แต่เมื่อร่วงโรย ต่างไร้คนเหลียวมองปล่อยให้สายลมพัดไปมา แต่มันก็ไม่เคยยอมแพ้ คล้อยตามสายลมที่พัดพา เพื่อปรารถนาสักวันจะเจอคนที่รู้ค่าของมัน” ซืออี้โหวพูดตอบอีกฝ่าย
        “ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความมั่นใจหลังจากนี้ เป็นเหมือนดอกโบตั๋นดอกนี้ที่ถูกสายลมพัดมาจนมาเจอเจ้า และใช้ความอ่อนโยนที่อยู่ภายในของเจ้าเพื่อช่วยเจ้าเองให้ปลอดภัยไม่พบเจออุปเหตุเล็กน้อยหรือคนรอบข้างเจ้ารู้สึกชื่นชม”

        เด็กสาวอึ้งเล็กน้อย(?) เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายพูดประโยคยาวๆ กับเธอและสอนเธอในหลายๆ สิ่ง ที่นอกจากบ่น(?) ดุและทำแผลให้ แต่เธอก็พอจะเข้าใจความหมายที่พี่ชายคนนี้ต้องการจะสือบ้างแล้ว
        “พี่ซือ พี่… ข้าจะใช้ความอ่อนโยนและความแข็งแกร่งปกป้องผู้คนเจ้าค่ะ!” เด็กสาวตอบไปซื่อๆ

        “หวังว่าคราวหน้าเจอกัน เจ้าคงไม่เจ็บตัวมาจากความซุกซนอีกนะ” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนแจกขนมที่แวะซื้อในตลาดให้เด็กๆ


        “ก็ถ้าหากข้าเจ็บตัว ข้าจะไม่มาให้พี่เห็นเลย” ผิงผิงพูดเบาๆ

        ”เจ้าพูดอะไร(?)” ซืออี้โหวได้ยินเสียงอุบอิบเบาๆ ก่อนหันไปมองอีกฝ่าย “ข้าฟังไม่ถนัดเมื่อกี้ พูดใหม่อีกทีสิ”
        
        “หากข้าบาดเจ็บ ข้าจะรักษาจนหายแล้วค่อยมาพบพี่ซือดีกว่า” ผิงผิงพูดเสียงไม่ดังนัก.. พลางหดคอนิดๆ

        “ให้มันจริงเถอะ” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนถอนหายใจ “เจอเจ้าทุกทีข้าต้องเสียของในตัวตลอด เสื้อผ้าเอย ที่มัดผมเอย”

        “แหะๆ…” ผิงผิงไม่เถียงเพราะมันจริง แต่เธอก็เก็บไว้ทุกชิ้นนิ ไม่ขาดสักชิ้นเลยและไม่คิดจะคืนให้อยู่แล้ว…
        “ถึงอย่างไรพี่ซือก็มีสำรองน่า…” โชคดีที่วันนี้ผ้ารัดข้อมือกับผ้าผูกผมพี่เขาเธอไม่ได้นำติดตัวมา

        “เอาล่ะนี่ก็มืดค่ำแล้ว เจ้าก็กลับก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ อีกหน่อย” ซืออี้โหวพูดบอกอีกฝ่าย

        “สักครู่ข้าก็กลับแล้วเจ้าค่ะ… อย่าลืมทานปลานึงบ๊วยนะเจ้าค่ะ” ผิงผิงยกจานปลาให้พี่ซือ  เพราะเธอทำมาเชียวนะ เธอมักจะกินบ่อยๆ เพราะเพิ่มพลังงานอย่างมาก

        “ขอบคุณมากผิงผิง” ซืออี้โหวพูดก่อนรับจานจากอีกฝ่ายมานั่งทานให้เธอเห็น
        “เจ้าซื้อจากโรงเตี๊ยมในฉางอันใช่ไหม รสชาตินี้ข้าคุ้นปากมาก ฮ่ะๆ”

       “ก็ข้าไม่สะดวกทำนี่เจ้าค่ะ ขาเป็นเช่นนี้” ผิงผิงขำก่อนจะตบเบาๆ ที่ชายกระโปรงที่ปกขาเธอไว้อยู่
        “จริงๆ ข้าทำอาหารเป็นเจ้าค่ะ ปกติข้าก็จับปลามาย่างช่วงที่ไปเที่ยว”

        “เห็นไหมข้าบอกแล้วว่าเจ้ามีความอ่อนโยนอยู่ภายใน เพียงแต่เจ้าไม่มีความมั่นใจในตัวเอง จึงไม่เชื่อว่าตัวเองอ่อนโยน” ซืออี้โหวพูดตอบอีกฝ่าย “คนทำอาหารนั้น เคล็ดการทำอาหารอร่อยนั้นคือใจและความอ่อนโยนใส่เติมเต็มเข้าไป”
        ‘ขอบคุณมากนะที่ทำอาหารให้ข้า’ เขาคิดในใจ ไม่อยากพูดออกมา ถ้าหากเจ้าตัวไม่ตอบแสดงว่าต้องมีบางอย่าง อาหารจานนี้เขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของเด็กสาวตอนที่เข้าปากคำที่สอง

        “พี่ซือ ช่วงนี้ก็อากาศเริ่มเปลี่ยนยังไงพี่ก็รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ ข้าคงต้องกลับก่อน ไม่เช่นนั้นดึกกว่านี้คงกลับลำบาก” ผิงผิงพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าพี่เขาทานปลาที่เธอทำจนหมด เสี่ยวเหอนั้นรู้หน้าที่ตนเองก่อนจะเข้ามาพยุงพี่สาวไว้
        “พวกเรากลับก่อนนะครับพี่ซือ” เสี่ยวเหอเอ่ยลา

        “เดินทางกลับระวังด้วยล่ะ” ซืออี้โหวโบกมือลาอีกฝ่าย

       “เจ้าค่ะพี่ซือ/ครับพี่ซือ” ทั้งสองตอบพร้อมกัน
        เด็กหนุ่มพยุงผิงผิงเดินออกจากศาลาไปโดยข้างนอกมีซือลู่กับจวื่จื่อรออยู่ เจียวเสวี่ยนั้นเงียบมาตลอดตั้งแต่พี่ซือเข้ามาไม่รู้ว่าเพราะอะไร…
        “ช้างของพี่ผิงชื่ออะไรนะครับ?”
        “ซือลู่ คิก… ข้านำชื่อพี่ซือมาตั้งเป็นชื่อช้างเชียวนะ อย่าให้พี่เขาได้ยินเชียว คงตลกพิลึก” ผิงผิงกลั้นหัวเราะกับเสี่ยวเหอ ก่อนจะให้ซือลู่ใช้งวนรัดเอวผิงผิงขึ้นไปนั่งบนหลังมัน เสี่ยวเหอก็ขี่หลังจวื่จื่อก่อนจะพากันเดินทางกลับไปที่จวนแม่ทัพวู

@Admin

แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากการสนทนา {+5}  โพสต์ 2018-1-15 20:31
ได้รับความสัมพันธ์จากการมอบของขวัญให้ [ซือ อี้โหว] {+20}   โพสต์ 2018-1-15 20:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +50 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 + 5
Admin + 50 -18

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-1-18 16:37:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พุทราเชื่อมหวานอมเปรี้ยว(?)



         ก่อนมานั้งผิงผิงได้ซื้อขนมมาด้วยเพราะตอนเย็นเดี๋ยวพี่ซือก็คงนำอาหารมาให้เด็กๆ เอง(?) ผิงผิงกับเสี่ยวเหอเดินมาด้วยกันจนถึงศาลเจ้าร้าง วันนี้พวกเด็กๆ ไม่ได้เล่นกันเหมือนอย่างเคยแต่กำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรสักอย่างกันอยู่ ผิงผิงอยากรู้อยากเห็นจึงเดินเข้าไปซุมหัวด้วยคนโดยเสี่ยวเหอ อดที่จะขำไม่ได้ นับวันพี่สาวเขายิ่งเหมือนเด็ก...
         "เอ๋ ลูกหมานี่?" ผิงผิงร้องออกมาเมื่อมองเห็นชัดๆ เป็นลูกสุขันตัวสีขาวลายน้ำตาลเนื้อตัวมอมแมมมากทีเดียว แถมตอนนี้ก็อากาศหนาวด้วยจะจับอาบน้ำก็ยังไงอยู่...
         "พวกเจ้า ที่นี่มีถังตักน้ำใบโตๆ หรือไม่?"
         "มีครับ ด้านหลัง"
         "พาพี่สาวไปที เสี่ยวเหอ เจ้าก่อไฟต้มน้ำทีนะ" ผิงผิงเดินตามหลังเด็กที่โตหน่อยไป ส่วนเสี่ยวเหอก็ก่อไฟตามที่ผิงผิงบอก เธอเดินตามหลังเด็กคนนั้นไป พบว่ามีถังไม้อยู่หลายใบ... "ไปลำธารทางไหน?"
         "ทางใต้ครับ เดี๋ยวผมนำทางไปนะครับ"
         "ไม่เป็นไรจ้า เดี๋ยวพี่ไปเอง" ผิงผิงตอบแต่เหมือนเด็กชายจะดื้อ "พี่ไหว พี่แข็งแรงดูสิ" ผิงผิงเอ่ยพร้อมกับยกถังไม้ขึ้นมาอย่างสบายๆ ก่อนจะเดินออกมาจากด้านหลังศาลเจ้า "เสี่ยวเหอ ข้าจะไปตักน้ำมาต้มอาบให้เจ้าตัวเล็กนะ"
         "พี่ผิง เดี๋ยวมันก็แข็งตายหรอก"
         "งั้นเอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดๆ ดีกว่าปล่อยให้มอมแมมนะ" ผิงผิงกล่าวก่อนจะเดินไปทางทิศใต้ตามที่เด็กคนนั้นบอก...


         เด็กสาวเดินจนมาพ้นสายตาของพวกเด็กๆ แล้ว เธอหันซ้ายแลขวาว่าไม่มีใคร เจ้าตัวก็สะกิดปลายเท้าใช้วิชาตัวเบาไต่ไปตามกิ่งไม้ จากอีกกิ่งไปสู่อีกิ่งเพื่อเสาะหาลำธารและมันว่องไวกว่าด้วย ผิงผิงถือถังไม้ได้สบายเพราะเธอนั้นแรงมากกว่าสตรีทั่วไป เมื่อพบลำธารแล้วเด็กสาวก็หยุดลงก่อนจะก้มตักน้ำใส่ถังไม้จนเต็ม...
         "น่าจะสองรอบได้" ผิงผิงพูดกับตัวเองก่อนจะเดินตัวปลิวหิ้วถังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำกลับไปที่ศาลเจ้าอย่างสบายๆ
         ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงพร้อมกับเทน้ำในถังไม้ลงหม้อ(?)
         "อย่าลืมเอาขนมให้เด็กๆ นะ" ผิงผิงบอกเสี่ยวเหอ
         "พี่สาวใจดีจัง"
         "พี่ชายก็ใจดี"
         "คิก เดี๋ยวพี่กลับมานะ" ผิงผิงพูดพร้อมกับเดินไปที่ลำธารเมื่อพ้นสายตาพวกเด็กๆ เจ้าตัวก็ใช้วิชาตัวเบาเหมือนเดิม... เมื่อมาถึงลำธารก็ก้มตักน้ำแล้วเดินหิ้วถังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำ เธอไม่ค่อยรู้สึกเย็นเท่าไรนักเพราะเดินลมปราณให้ร่างกายอบอุ่นแต่ที่มือก็อดที่จะแดงไม่ได้เพราะโดนน้ำเย็นแต่ไม่ถึงกับโดนกัด...
         "ชื่ออะไรดีน้า..." ผิงผิงถือถังไม้เดินไปคิดไปด้วย ท่าทางมันนิ่งๆ เงียบๆ ไม่ค่อยขี้เล่นแต่แววตามันเหมือนใครบางคน... หลิงนู จู่ๆ ใบหน้าของศิษย์ร่วมรุ่นก็ลอยเข้ามา "งั้นชื่อ นู แล้วกัน"
         
- พุทราเชื่อม 50
- ถังหูลู่ 50


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +222 ความหิว -14 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 222 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x11
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-1-18 19:17:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไหนอะ อาหาร? นี่มันตำราชัดๆ!

          ผิงผิงถือถังน้ำกลับมาพร้อมกับเดินไปที่ข้างๆ ถังไม้เปล่า ก่อนจะผสมน้ำร้อนกับน้ำเย็นเพื่อให้ได้น้ำอุ่น
          “ขอผ้าหน่อยสิ” ผิงผิงเอ่ยขอ เด็กที่โตหน่อยวิ่งไปหาผ้ามาให้พร้อมกับที่เด็กสาวชุบน้ำหมาดๆ ก่อนจะเช็ดตามขนของเจ้าลูกหมา มันเลียหน้าเธอเบาๆ
          “เจ้าตัวเล็ก”
          “โฮ่ง”
          “เรียกว่าอะไรดีคะ?” เด็กหญิงที่ค่อยเล่นกับลูกหมาเอ่ยถาม
          “นู” ผิงผิงตอบสั้นๆ ก่อนจะค่อยๆ เช็ดเจ้าตัวมอมแมมจนสะอาดแต่พอลมพัดมามันก็ตัวสั้น… ผิงผิงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกมาก่อนจะห่อตัวเจ้าลูกหมาไว้ เสี่ยวเหอห้ามไม่ทันแล้วดุพี่สาว “พี่ผิง เดี๋ยวหวัดกินหรอกครับ”
          “ข้าไม่หนาว อย่าลืมสิ” ผิงผิงยิ้มใส่ เขาลืมไปได้อย่างไรว่าพี่สาวเขามีลมปราณ! ผิงผิงห่อตัวเจ้าตัวเล็กไว้ให้อบอุ่นก่อนจะส่งต่อให้เด็กหญิงพามันไปเล่น(?)
          “เจ้าตัวเล็กนี่มาได้ยังไง?”
          “มันหลงมาครับ พวกเราไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดี”
          “ให้มันอยู่กับพวกเจ้าสักพักนะ” ผิงผิงบอก เพราะเธอก็อยากพากลับไปแต่ยังไม่ได้ขออนุญาตพี่ถิง พรุ่งนี้ไปคำนับพี่เคยแล้วรวดขอจากพวกพี่เขาดีกว่าว่า ขอพาเจ้าตัวเล็กไปอยู่ที่เรือนด้วย แต่ผิงผิงก็คิดไม่ออกว่าหลังจากเท้าหายแล้วเธอจะไปไหนต่อ? หรือคงขออยู่ที่นี่ยาวๆ ไปสักพัก?
          ผิงผิงยืนคิดอะไรเพลินๆ สายตาก็มองที่ลูกหมาอยู่ท่ามกลางเด็กๆ ยังดีที่พวกเขารู้จักว่าต้องเล่นกับลูกสุขันยังไง
          “พี่ซือสอนพวกเด็กๆ ด้วยความอ่อนโยนสินะ พวกเขาถึงได้น่ารักแบบนี้…” เด็กสาวพึมพำ

         “เพราะข้าน่ารักยังไงล่ะ เด็กๆ เลยได้จากข้าไปเยอะ” อี้โหวพูดตอบเด็กสาวก่อนยิ้มยืดตัว ผิงผิงแทบหน้าทิ่มพื้นเพราะเธอนั่งอยู่และเขาเข้ามาตอนไหนไม่รู้... หลงตัวเองชะมัด

          “สวัสดีตอนเย็นเจ้าค่ะพี่ซือ” ผิงผิงทักทายพี่ซือตามปกติ แต่เธอก็ทันได้ยินที่พี่เขาเอ่ยก่อนหน้านี้
          “ข้าถอดที่ดามเท้าออกแล้ว ตอนนี้ข้าหายแล้ว” ผิงผิงรีบตอบทันที ส่วนเสี่ยวเหอก็ขำก่อนจะเดินไปดูเจ้าลูกหมากับเด็กๆ

         “ต่อไปก็อย่าไปทำอะไรเกินตัวอีกล่ะ ครั้งหน้าเจ้าอาจไม่โชคดีแบบนี้ถ้าเจอคนไม่ดีเข้าอาจทำให้เจ้าโดนฆ่าได้” ซืออี้โหวพูดย้ำเตือนอีกฝ่าย

          “ทราบแล้วเจ้าค่ะ ว่าแต่วันนี้พี่ซือเอาของอร่อยๆ อะไรมาให้เด็กๆ หรือคะ?” ผิงผิงยิ้มแป้น เธอสนใจของกินมากกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้า(?)
         “แต่ก็ถือว่าโชคดีนะเราที่ เวลาบาดเจ็บแล้วได้เจอพี่ซือ?” ผิงผิงพึมพำ

         “นี่ไง” อี้โหวพูดขึ้นก่อนล้วงม้วนคัมภีร์ห้าคุณธรรม หกจริยธรรมออกมาสี่ห้าเล่ม นี่มันอาหารตรงไหน!!!
         “พี่อี้โหวผมขอก่อนครับ” เสี่ยวเหอพูดขึ้นก่อนใครเพื่อนเมื่อเห็นคัมภีร์ เจ้าเด็กบ้า! เจ้ากล้าทิ้งข้า! ผิงผิงกรีดร้องในใจเมื่อน้องชายทิ้งตัวเองไว้! หนีเอาตัวรอดไปคนเดียว

         “เอานี่จ้าเสี่ยวเหอน้อย” อี้โหวส่งม้วนหนึ่งให้
         “แล้วเจ้าจะอ่านด้วยไหมผิง” เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย

          “...” ผิงผิงมองคัมภีร์ในมือพี่ซือก่อนจะเงยหน้ามอง “ข้า…”

         “พี่ซือคะ หนูขออ่านด้วยได้ไหมคะ” เด็กสาววัยหกขวบเดินเข้าไปนั่งตักพี่ซือเหมือนที่เธอนั่งเป็นประจำทุกวันที่พี่ชายมา
         “ได้สิเหยาเอ๋อห์ นี่เหยาเอ๋อห์จำไว้นะ โตขึ้นจะต้องเป็นเด็กดี อย่าเหมือนพี่ผิงนะ” ซืออี้โหวกระซิบอีกฝ่าย ข้าไม่ใช่เด็กดีตรงไหนกันพี่ซือ
         “ค่ะ” ซูเหยาขานรับก่อนพยักหน้า รับม้วนคัมภีร์จากพี่ซือก่อนคลี่เปิดอ่าน
         “ว่าไงผิงๆ เจ้าจะอ่านด้วยไหม” ซืออี้โหวหันไปมองอีกฝ่ายที่พูดตะกุกตะกัก

          “ข้าอ่านไม่ออก” ผิงผิงตอบด้วยเสียงแข็งๆ จริงๆ เธออ่านตัวหนังสือออกแล้วเพราะพี่หลิวสอนมาแต่จะให้เธอมานั่งอ่านพวกนี้เนี่ยนะ? บ้าหรือเปล่า ขนาดตอนเรียนในค่ายเธอยังโดดเลยเรื่องอะไรจะอ่าน! ก่อนจะมองหาตัวช่วย… หนีไปตักน้ำอีกรอบทันมั้ยนะ? เด็กสาวคิดในใจ

         “ผิงมานี่หน่อยสิ” ซืออี้โหวเรียกฝ่าย ด้วยตัวเองลุกขึ้นไม่ได้ มีเหยาเอ๋อห์นั่งอ่านคัมภีร์อยู่บนตัก

          “พี่ซือจะเอาอะไรรึ?” ผิงผิงเข้าใจว่าพี่เขาจะให้เธอหยิบของอะไรไปให้เพราะดูแล้วยังไงก็ลุกไม่ได้แน่ๆ แต่เด็กน้อยคนนี้น่ารักจัง หอมแก้มจะนุ่มมั้ยนะ?

         ซืออี้โหวคว้าข้อมืออีกฝ่ายก่อนจะฉุดให้นั่งลงข้างๆ และสกัดจุดไม่ให้เธอไปไหน เว้นเอาไว้แค่มือที่ขยับได้ “อ่านนี่ให้ข้าฟังจนจบก่อน”

         “พี่ซือ! พี่เล่นแบบนี้ได้ไง!” ผิงผิงโวยวายมองหน้าเด็กหนุ่มฉุนกึก! เธอเกลียดพวกนี้จะตายชัก! “ข้าอ่านไม่ออก”

         “จริงเหรอ” ซืออี้โหวพูดพลางยิ้มมุมปาก “งั้นพี่จะช่วยสอนเธอเอง ต่อไปจะได้ไม่โดนใครหลอก ควรรู้หนังสือไว้”

         “ไม่โดนหลอกหรอก” ผิงผิงเริ่มระแวงท่าทีของพี่ซือไม่รู้ว่าพี่เขาจะมาไม้ไหนอีก คราวนี้จะแกล้งอะไรเธอ

         “ไม่ได้ ต้องเรียนหนังสือ ผิงรู้ไหมคนเราต่างกับสัตว์แค่นิดเดียวเองนะ ต่างกันตรงไหน” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนตั้งคำถามให้อีกฝ่ายตอบ

         “เพราะคนเราเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ คิด อ่าน พูดเขียน ฟัง… มั่งนะ ส่วนสัตว์พวก.. อืม ไม่รู้สิเจ้าค่ะ” ผิงผิงไม่ค่อยได้เรียนมาจริงๆ นั้นแหละ พลางมองพี่ซือ

         “ใช่แล้ว ดังนั้นผิงต้องเรียนหนังสือนะ ถ้าไม่อยากเป็นสัตว์” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนมองอีกฝ่ายที่ดูท่าขี้เกียจอย่างรุนแรง

         “แต่… ที่พี่ซือนำมา ดูท่าจะเข้าใจยาก” ผิงผิงขมวดคิ้ว มองคัมภีร์เหมือนเป็นยาขม ถ้าเป็นคัมภีร์เกี่ยวกับการทหารยังน่าอ่านกว่ากันเยอะ

         “ไม่มีอะไรยากเกินเข้าใจ เอาเปิดตำราดูสิ เดี๋ยวพี่สอนให้” ซืออี้โหวพูดพลางยิ้มอีกฝ่ายก่อนลูบหัวเหยาเอ๋อห์ “หรือเจ้าจะแพ้เด็กหกขวบล่ะ ดูเหยาเอ๋อห์สิยังอ่านได้เลย”
         “พี่ผิงสู้ๆ นะคะ” เด็กสาวหันมาให้กำลังใจก่อนหันกลับไปสนใจตำราต่อ ตอนแรกผิงผิงอยากจะโวยแต่พอเจอการให้กำลังใจของเด็กน้อยเข้าไปทำให้ผิงผิงใจอ่อนยวบ... เธอแพ้ทางเด็กน่ารักๆ ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงแล้วด้วย
         ผิงผิงมุ่ยปากแต่ก็ดูผ่านๆ ตา เพราะสมาธิของเธอไปอยู่ที่เด็กหญิงบนตักพี่ซือ.. อยากหอมแก้มจัง อยากกอดจัง เด็กอะไรน่ารักจังเลยน้า… ผิงผิงเหม่อแต่มือก็ยังถือหนังสือไว้


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -17 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -17 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1