ดู: 37|ตอบกลับ: 1

[บทละคร] { คัมภีร์ของ ไป๋ฟางหรง } ลำนำสองฤดู

[คัดลอกลิงก์]
ลำนำสองฤดู



ประพันธ์โดย : ไป๋ฟางหรง (หู้กว๋อฟูเหริน)
ประเภทการแสดง : ละครเวที

ตัวละคร : เมิร์ก โนกีอัส ซีซ่า (เหลียนซีฟ่าน) - พ่อค้าคาราวานชาวฮั่น-โรมัน

องค์หญิงม่อเซียง - องค์หญิงชงหนู

ตันตัน - สาวใช้คนสนิทขององค์หญิงม่อเซียง

ชาฟิก - พ่อบ้านประจำกระโจมองค์หญิง

หยุนเสียนอ๋อง - พี่ชายขององค์หญิงม่อเซียง

หย่งห่าว - วีรบุรุษนักรบชงหนูที่หมายตาองค์หญิงม่อเซียง (ตัวละครสมมุติ)

ทหารชงหนู

นักโทษ



คำโปรย :


ชนชาติ ชนชั้น ศักดิ์ และฐานะ สิ่งใดที่จะกันดวงใจสองดวงมิให้รักกัน?  


เหลียน ซีฟ่าน พ่อค้าคาราวานผู้มีเชื้อสายสองแผ่นดินทั้งฮั่นและโรมันอยู่ในกาย ใต้หล้านี้เขาคือผู้เดินทางท่องไปอย่างอิสระเสรีไม่ถูกผูกติดอยู่กับที่ใด จะเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อวันหนึ่งพ่อค้าคาราวานหนุ่มถูกตีตรวนจำกัดอิสรภาพกลายเป็นเพียงทาส  ชายหนุ่มจะทำทุกวิถีทางเพื่อหลบหนีและสาปส่งเผ่าพันธุ์ที่กดขี่เสรีภาพของเขา หรือบางทีชีวิตอาจเตรียมเรื่องเหนือความคาดหมายอื่นไว้อีก?


เรื่องเหนือความคาดหมายเช่นองค์หญิงม่อเซียงผู้แสนบริสุทธิ์แห่งเผ่าชงหนู


เหลียนซีฟ่านสมควรเตรียมหัวใจของเขาดีๆ



หมายเหตุ : บทละครเรื่องนี้แต่งโดยอิงจากเรื่องจริงและเสริมบางส่วนเข้าไปเพื่อความบันเทิงในการรับชม






........
โพสต์ 2019-2-11 14:19:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ACT I บทนำ - แรกพบ

SCENE I อาณาเขตหยุนเสียนอ๋อง เหมืองหิน


ก้มหน้าลงไป อย่าได้แหงนมอง

ท้องนภาหาใช่ที่ที่เจ้าจะเฝ้าฝันถึง

เมื่อเจ้าเป็นทาส ชีวิตเจ้าเป็นได้อย่างเดียวคือเถ้าธุลี


ก้มหน้าลงไป อย่าได้แหงนมอง

เจ้าเป็นทาสแล้ว และจะเป็นทาสตลอดไป

จะภาวนาต่อสวรรค์ไปไย เมื่อสวรรค์มิเคยฟัง


ในอาณาเขตของหยุนเสียนอ๋องผู้คนในชุดเก่าขาดรุ่งริ่ง เนื้อตัวสกปรกผอมแห้ง ตามเนื้อตัวมีร่องรอยการถูกทำร้าย  เดินเรียงแถวมุ่งหน้าตรงเข้าไปในทางเข้าเหมืองหิน ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำจากการพักผ่อนน้อยและความกดดัน ต่างก้มหน้าก้มตาหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับทหารชงหนูเพราะมิเช่นนั้นคงไม่อาจซ่อนสายตาเกลียดชังไว้ได้  ต่างส่งเสียงสบถคร่ำครวญแผ่วเบาภายใต้ลมหายใจ


“อย่าอู้!!” เสียงตวาดดังกัมปนาทราวอสุนีดังขึ้นพร้อมเสียงฟาดของแส้กระทบเนื้อ   


เก็บเสียงคร่ำครวญของเจ้าไป

รักษาลมหายใจของเจ้าไว้

เมื่อสิ้นสุดวัน ข่าวดีเดียวที่เจ้าจะได้รับ

คือใกล้ความตายไปอีกวัน


สายตาของเหล่านักโทษมองผู้โชคร้ายในวันนี้แล้วได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป  ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวันอยู่แล้ว หากจะมีใครตายไปอีกคนจะเป็นอะไรไป?


“หยุดนะ!” เสียงหวานหนึ่งดังขึ้นราวน้ำทิพย์ท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งเหือด


“องค์หญิงม่อเซียง” ทหารชงหนูที่ดุร้ายชะงักมือ


“คนเหล่านี้คือคนที่ช่วยทำงานเพื่อหล่อเลี้ยงชงหนูของเรา  เจ้าคือทหารของพี่ชาย สิ่งที่เจ้าทำจะทำให้พี่ชายเสียชื่อเสียงรู้หรือไม่?” องค์หญิงน้อยเดินเข้ามาขวางกลางระหว่างนักโทษที่กำลังถูกลงแส้และทหารชงหนู


“ยังไม่รีบไปอีก” ตันตัน สาวใช้คนสนิทขององค์หญิงเข้ามายืนขวางปกป้ององค์หญิงอีกแรง


“ขอรับ” ทหารชงหนูรีบโค้งก่อนหันหลังกลับไปประจำการคุมเหล่านักโทษต่อ   ปล่อยให้เด็กสาวสองคนแลกเปลี่ยนสายตากัน และองค์หญิงม่อเซียงได้เพียงมองนักโทษด้วยสายตาขอโทษและเศร้าสร้อย



SCENE II ท้องทุ่งหญ้าตอนกลาง


หลังดวงตะวันละขอบฟ้า ท้องทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ก็มีแต่ความมืดมิดของยามราตรี  ทว่าเสียงย่ำเท้าของฝูงม้าดังก้องราวจะสลักลงในใจคนและแสงไฟจากคบเพลิงแดงที่ไหวเร็วๆ พร้อมเสียงตะโกนสั่งการของทหารม้า เป็นสัญญาณที่แม่นเหมาะว่าคืนนี้ หาใช่ค่ำคืนที่สงบสุข


“ล้อมมันไว้!”


เงาร่างสีดำเคลื่อนที่เป็นระเบียบแบบได้รับการฝึกฝน  เพื่อไล่ล่าและล้อมจับเหยื่อ พวกเขาคือผู้ล่าที่เชี่ยวชาญแห่งท้องทุ่งหญ้า


“หยุดก่อน! พวกท่านเข้าใจะไรผิดแล้ว ข้าเหลียนซีฟ่านเป็นเพียงพ่อค้าคาราวาน หาใช่นักโทษที่กระทำความผิด!” ท่ามกลางเสียงเคลื่อนไหวที่พร้อมเพรียง มีเสียงร้องของบุรุษหนุ่มผู้สับสน  เขาพยายามควบม้าหนี มองเงาดำของทหารม้าที่เคลื่อนที่ล้อมปิดทางรอดของเขาด้วยความรู้สึกถูกกดดัน สุดท้ายเขาได้แต่มองตัวเองถูกลงตรวนทั้งแขนและขาประหนึ่งนักโทษอาญาที่รอการตัดสิน


เขาทำอะไรผิด?


อนิจจาพ่อค้าคาราวานหนุ่มไม่รู้เลยว่าความผิดเดียวของเขาคือผ่านมาที่ท้องทุ่งหญ้าในค่ำคืนนี้  



SCENE III กระโจมนักโทษ


เสียงโอดครวญของผู้ที่ต้องพิษไข้จากบาดแผลที่โดนลงโทษ  และสภาพแวดล้อมที่สกปรกทรุดโทรมไม่เหมาะจะเป็นที่อยู่ของมนุษย์  ทำให้พ่อค้าเจ้าของคาราวานเหลียนซีฟ่านต้องกัดฟัน ชายหนุ่มลูกครึ่งโรมันร่างสูงใหญ่พยายามหดตัวให้เล็กที่สุด พลางมองไปรอบกายอย่างหวาดระแวง


‘ไม่มีทาง ข้าไม่มีทางจมอยู่ในที่แบบนี้’


เจ้าเป็นทาสแล้ว และจะเป็นทาสตลอดไป

จะภาวนาต่อสวรรค์ไปไย เมื่อสวรรค์มิเคยฟัง


นักโทษที่เส้นผมมันรุงรังปรกไปหน้าพึมพำ ดวงตาลึกโหล่จ้องมองผู้มาใหม่ที่ยังอยู่ในสภาพดีกว่าเพื่อนร่วมกระโจมอื่นนัก  เขาพึมพำในลำคอ ก่อนจะฉีกยิ้มแสดงฟันเหลืองอ๋อยสึกหรอ


เมื่อสิ้นสุดวัน ข่าวดีเดียวที่เจ้าจะได้รับ

คือใกล้ความตายไปอีกวัน


เหลียนซีฟ่านขนลุก ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย มือใหญ่กำหมัดแน่น ‘ข้าต้องหาทางหนี’



SCENE IV เหมืองหิน


“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”


เหลียนซีฟ่านหันไปมองทางต้นเสียง  หลายวันที่เขาอาศัยอยู่ในเผ่าชงหนูในฐานะ ‘นักโทษ’ อดีตพ่อค้าคาราวานหนุ่มก็คุ้นชินกับการกดขี่ลงโทษโดยไร้สาเหตุของทหารชงหนูแล้ว  ใช่ว่าเขาจะกล่าวสิ่งใดเพื่อปกป้องผู้อื่นได้ ดวงใจและร่างกายที่อ่อนล้าของเขาเคลื่อนที่ไปตามคำสั่งของผู้อื่นไม่ต่างจากทาส และเวลานั้นเขาก็ได้เห็นเด็กสาวผู้หนึ่งผู้มีใบหน้าผุดผ่องบริสุทธิ์ราวนางเซียน ดูอย่างไรก็ไม่เข้ากับนรกบนดินแห่งนี้


“เจ้าคือทหารของหยุนเสียนอ๋อง พี่ชายข้า  เจ้ากล้าปฏิบัติกับคนที่ทำงานช่วยเหลือเผ่าของเราได้อย่างไร?”


คำพูดของนางฟังดูตลกนัก  ในที่นี้มีผู้ใดอยากช่วยเหลือเผ่าของนางบ้าง หากไม่มีแส้และตรวนเหล่านี้?


เสแสร้ง


นัยน์ตากลมโตสุกใสราวบรรจุดวงดารานับพันของสตรีผู้นั้นเลื่อนมาสบตาเขาเพราะรู้สึกได้ว่ามีคนมอง  เหลียนซีฟ่านเลื่อนสายตาออกก้มหน้าขุดเหมืองต่อไป


และนี่คือการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่




@Admin
........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-4-21 10:10

ขึ้นไปด้านบน