{ เมืองซีชาง } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-1-19 12:21:03 |โหมดอ่าน

ย่านการค้า
  { เ มื อ ง ซี ช า ง }



ย่านการค้าประจำเมืองซีชาง
เมืองเล็กที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งและห่างไกลความเจริญ
ทว่ากลับเป็นตัวเมืองคึกคักรุ่งเรืองกว่าที่นักเดินทางหลายคนคาดคิด
จุดเด่นคือร้านค้าแบกะดินของนักเดินทาง

การซื้อขาย-ตั้งราคาที่นี่อิสระ ผู้ซื้อโปรดใช้วิจารณญาณและความระมัดระวัง
คนเดินถนน โปรดระวังมิจฉาชีพและคนล้วงกระเป๋า
ระวังการให้เงินขอทาน เพราะท่านจะโดนกลุ่มขอทานอีกกลุ่มใหญ่เดินตามกดดัน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-1-19 15:54:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไป๋ฟางหรง
บทที่ 124 : ตามหาปราชญ์ลึกลับ(6)

       พุทธาเชื่อมที่ซื้อมาก็ได้ใช้ประโยชน์ตอนที่คนจรทยอยเข้ามาหาที่หลับนอนในศาลา  พวกนางใช้พุทธาเชื่อมไมตรีโดยให้พวกเขานั่งทานกันได้ตามสบาย แล้วนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เดินทาง

       พวกเขาให้คำเตือนนางเกี่ยวกับเรื่องควรรู้ก่อนไปเมืองซีซางหลายอย่าง  ยิ่งหน้าตาผิวพรรณของพวกนางแต่งต่างจากชนพื้นเมืองอย่างเห็นได้ชัดยิ่งต้องระวัง แต่การที่พวกนางสามารถควบคุมหมาป่าท่าทางดุร้ายน่ากลัวได้ ก็น่าจะช่วยป้องกันอันตรายได้ส่วนหนึ่ง  ที่สำคัญคือต้องเรียนรู้ศัพท์พื้นบ้านเอาไว้บ้างมิเช่นนั้นอาจคุยกับชาวเมืองที่นั่นไม่รู้เรื่อง  ไม่ใช่ทุกคนที่จะพูดภาษาภาคกลางได้ดี  ส่วนที่พวกนางไม่มีปัญหากับคนในหมู่บ้านนี้เพราะมีชาวภาคกลางมาสอนหนังสือ

        ไป๋ฟางหรงและคณะรั้งอยู่ที่หมู่บ้านนี้เพื่อเตรียมตัวและพักผ่อนอยู่สามวันเต็มก็ออกเดินทางต่อ  ในสามวันนั้นนางส่งจดหมายผ่านพิราบสื่อสารกลับฉางอัน แจ้งข่าวว่าเวลานี้นางอยู่ที่ไหนและยังต้องเดินทางไปไหนต่อเพื่อให้คนทางนั้นรู้ว่าพวกนางยังอยู่ดี

         เมืองซีซางก็เหมือนกับที่นักเดินทางที่หมู่บ้านลั่วหม่าเจินได้บอกเอาไว้  เป็นเมืองที่มีความคึกคักกว่าที่คาดคิด  สถาปัตยกรรม ตัวอาคารนั้นดูแปลกตากว่าที่ไป๋ฟางหรงเคยเห็น  ชาวบ้านอยู่ในชุดขนสัตว์ดูแล้วแปลกตา ผิวคล้ำดูกระด้าง  ไม่เหมือนคนภาคกลางที่ผิวขาวละเอียดดุจหยก  กลิ่นอายที่แตกต่างจากต้าฮั่นทำให้ทั้งสองนางอดมองตรงนู้นทีตรงนี้ทีด้วยความสนใจไม่ได้  แต่การเดินย่านการค้าคงจะเพลิดเพลินกว่านี้มาก  ถ้าไม่ใช่ว่าพวกนางสัมผัสได้ถึงหลายสายตาจับจ้องมาอย่างพิจารณาดูท่าที

พวกนางทำตัวตามที่นักเดินทางเตือนมาทุกอย่างคือ มุ่งไปข้างหน้า อย่าสบตาผู้ใด  ให้สุนัขป่าขนาบเอาไว้ ส่งเสียงขู่จัดการ  นับเป็นการเดินย่านการค้าที่อึดอัดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

“เสื้อขนสัตว์ราคาเท่าทองแท่ง!” ฮว่าเจียวซินแค่นเสียงหลังเดินเข้าไปถามราคาพ่อค้าร้านหนึ่ง “ปล้นกันกลางวันแสกๆ”

ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ  อันที่จริงก็ได้รับคำเตือนมาแล้วว่าซื้อหาข้าวของที่นี่ต้องทำใจ  ต้องรู้จักต่อราคาให้หนัก  สำหรับคนชอบต่อรองก็อาจจะสนุกท้าทายดีอยู่  หากนางหาใช่คนที่ชอบต่อราคาสินค้ามากมายด้วย    ดีที่เตรียมซื้อของจำเป็นมาจากหมู่บ้านลั่วหม่าเจินมาแล้ว



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x64
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x1
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2019-2-20 18:45:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XingZi เมื่อ 2019-3-20 19:11

ท่วงทำนองที่ 4 การชี้นำของกระเรียนขาว
- บทบรรเลงที่ 1 เส้นทางสายบุญ  -

[นกเหลืองน้อยขี่ม้า?]

              หลังจากซิงจื่อที่ใช้ชื่อถงเอ๋อห์น้อยอยู่พักใหญ่ออกเดินทางกลับสู่ซูเล่อเพื่อไปรับรางวัลกิจกรรม จริงๆต้องเรียกว่าไปแสดงตัวมากกว่า เขาได้ทำการเดินทางไปทางตะวันตกที่เชื่อกับเส้นทางสายไหมแทน ในเส้นทางนี้นั้นมีเมืองซีซางที่ดูเหมือนเมืองที่แทบจะเป็นตรอกทางเดินอยู่ด้านหน้า เขารู้สึกดีเล็กน้อยที่ใส่ชุดปกติทั่วไป เพราะเหมือนคนรวยที่เข้ามาในเขตนี้จะดูเด่นสะดุดตากันพอสมควร ชุดโทรมๆที่สวมใส่อยู่ก็น่าจะแนบเนียนไปกับเหล่าผู้คนที่สัญจรกันไปมาได้ในระดันหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาพอก็คือมีขอทานและคนไร้บ้านมากมายที่อยู่ตามท้องถนนจนรู้สึกแปลกตา แต่นั่นก็อาจจะเป็นเพียงปัญหาเฉพาะกลุ่ม หากฉุดคิดสักนิดก็ไม่น่าจะแปลกใจเท่าใดจากความแร้งแค้นของที่นี่ แต่คนกลุ่มนี้เองก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ด้วยแรงทานจากทางของผู้คนที่ร่ำรวยกว่า หากให้พูดแล้วคงจะเป็นงานรูปแบบหนึ่งสำหรับซิงจื่อ คิดไปคิดมาก็รู้สึกหิว เด็กหนุ่มรวบผมเงินให้เข้าที่ก่อนที่จะค่อยๆถอดหมวกผ้าคลุมออกแล้วเดินเข้าไปในร้านที่ขายอาหารข้างทาง เขาสะดุดตากับรั้วไม้ที่มีเหล็กหนามแหลมกั้นไว้ แม้ว่าจะเข้าใจแต่ก็ต้องรู้สึกแปลกตาแปลกใจเป็นธรรมดา ไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงจะน่าแปลกถึงขนาดนี้

                "รับอะไรดีเจ้าคะพ่อหนุ่ม?" เถ้าแก่เนี้ยกล่าวด้วยเสียงหวานๆหน้าตายิ้มแย้มเป็นมิตรผิดกับรั้วด้านหน้านัก

                "อ่า.. รับเป็น.." ซิงจื่อใช้การใช้นิ้วโป้งแตะลงบนแผ่นไม้เพื่อใช้ในการสั่งของแทน เพราะเขาเจอวัฒนธรรมมาหลายแบบทั้งควรใช้นิ้วชี้นิ้วกลางหรือไม่ควรใช้พวกนั้นเลยก็ตาม จึงใช้อะไรที่ดูเป็นกลางแทน

                 "รับทราบแล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะจัดเตรียมให้นะเจ้าคะ" ว่าจบเถ้าแก่เนี้ยก็เดินเข้าไปสั่งงานในร้านทันที ส่วนซิงจื่อก็หยิบเหรียญสำหรับแลกเปลี่ยนขึ้นมานับแล้วจ่ายไปตามจำนวนที่ได้สั่งไว้

                 "ขอบคุณนะเจ้าคะ" เถ้าแก่หญิงกล่าวเมื่อรับและนับเงินเรียบร้อยก็มอบของตามจำนวนที่ตกลงกันให้แก่เด็กหนุ่มผมเงินทันที

                 ซิงจื่อเดินออกมาอีกครั้งก่อนที่จะแจกวางของตามที่ตนได้คิดคำนวณไว้ให้แก่คนขอทานข้างทางแม้ตอนแรกจะแย่งกันบ้างแต่เขาก็แจกจ่ายทุกคนอย่างเท่าเทียมจนหมด

ปลาเก๋าผัดเต้าซี่ 10

หมูย่าง 10

เต้าหู้ผัดพริก 10

เป็ดย่าง 10

ปลานึ่งบ๊วย 10

เสี่ยวหลงเปา 50

หมั่นโถว 50


               หลังจากนั้นเองก่อนที่จะออกเมืองไป เขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

               "จื่อจื่อออออ หง๊ากกกกกกกกก" เจ้านกเหลืองน้อยบนหลังม้าสีทองวิ่งมาหาเขาและหยุดลงที่ด้านหน้า

         
     "พวกเจ้ามากันได้ยังไงเนี่ย!? โอ้ย!" เด็กหนุ่มผมเงินกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่เพื่อนสัตว์ตัวน้อยของเขานั้นจะพุ่งเข้าใส่ แต่เขาก็ไม่ว่าอะไรลูบหัวและเล่นกับพวกมันไป

               "มีเรื่องจะเล่าให้จื่อๆฟังเยอะไปหมดเลยล่ะ แต่ว่าพวกข้าหิวแล้วอ่า หง๊ากกก" ออดี้กล่าวพลางสายพัดจนนกกระเรียนนั้นไปมา

              "ฮ่ะๆๆ ได้ๆ ตอนนี้พวกเราควรที่จะไปหาที่พักกันสินะ งั้นไปยังเมืองต่อไปกันก่อนแล้วกันนะ" ว่าแล้วซิงจื่อก็ขึ้นขี้ม้าสี่ทองและพาเพื่อนๆของเขาออกเดินทางไป


(พัดหวงไจ้และหยกขาว)

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +18 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-2-20 19:44

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +333 ความหิว -68 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 333 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
ขวานเหยาเจี่ย
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
ลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x8
x6
x100
x2
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x28
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4
โพสต์ 2021-4-28 03:27:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MeiBaiyu เมื่อ 2021-5-2 03:52

{ บุปผาล้อมวสันต์ }
309
บุปผาตามสายลม
[ เส้นทางสายอาชีพแม่ค้าคาราวาน 47 ]

                ช่วงเวลาผ่านไปเนิ่นนาน คล้ายกับเป็นเพียงสายลมหนึ่งวูบที่ผ่านร่างกาย และมลายหายสิ้นโดยที่ยังไม่ทันได้รู้ตัว วันวานที่เคยจดจำนั้นผ่านไปทีละวันจนเกือบจะเลอะเลือน หมู่บ้านฉางเต๋อที่ครึกครื้นค่อยๆ กลายเป็นอดีต และก้าวเข้าสู่พื้นที่ใหม่อย่างเมืองซีซาง เมืองเล็กๆ ที่อยู่กลางความแห้งแล้ง อีกทั้งยังห่างไกลความเจริญ ทว่าใครกันจะรู้.. ว่าเมืองเล็กๆ นี้แหละ คือสุดยอดความครึกครื้นของตลาดค้าขาย เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ผ่านมาผ่านไป ล้วนเป็นนักเดินทาง ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองมีไม่มาก แต่ก็นับว่าเป็นพวกฉลาดคิด ฉลาดเลือก ถึงได้เปิดให้จับจองพื้นที่ค้าขาย เช่าเอาเป็นรายวัน

                โชคดีที่ขบวนวายุล้วนแต่มีเส้นสายมากมาย เดินทางบ่อยครั้ง ไม่ต้องพึ่งพาเช่าพื้นที่ผู้ใดก็มีจุดให้จอดเทียบตั้งกระโจมคาราวานสำหรับค้าขายในจุดที่คนสัญจรไปมาได้ดีที่สุด เสียงทำมาค้าขายจากด้านนอกกระโจมสำหรับหลายคนอาจจะชวนให้ประหม่า แต่สำหรับสตรีบุปผาหยกที่ยังคงแต้มน้ำมันหอมไอจี๋ลงตามจุดชีพจรแล้ว.. เรื่องนี้นับว่าเป็นสิ่งที่เริ่มคุ้นชินขึ้นทุกวันๆ อาภรณ์สีกลีบเหมยกุ้ยที่ถูกสวมไว้บนร่างครานี้ปลิวไสวไปพร้อมกับสายลมกระแสอุ่น ผิวกระจ่างขาวของดรุณีบุปผาหยกไม่เคยแปรเปลี่ยน มีแต่พักหลังมานี้จะยิ่งทนแดดทนลมมากขึ้น

                ผิดก็แต่ความรู้สึกที่เหมือนจะอารมณ์อ่อนไหวมากกว่าเก่า คนที่ไม่ได้รู้จักนางมานาน นับตั้งแต่ต้นคงไม่ได้สังเกต ทว่าหากลองเอาตัวนางในตอนนี้ไปยืนอยู่หน้าครอบครัว เชื่อว่าพวกเขาคงสังเกตเห็นความ ‘ผิดปกติ’ ที่ว่านี่ได้อย่างชัดเจน อารมณ์อ่อนไหวขึ้น ดูจะเหม่อบ่อยครั้งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน การทำสิ่งที่ชอบไม่ได้ทำให้สมาธิกลับมา และที่สำคัญ  ชีวิตคล้ายจะยุ่งวุ่นวายมากกว่าเก่า วันๆ อยู่วนเวียนกับการนั่งเขียนบัญชีและตรวจสอบขบวนรถในการดูแล เรียกได้ว่าไม่มีช่วงเวลาจังหวะใดเลยที่ได้นั่งพักโดยไม่มีเรื่องให้กังวลใจ พักได้แค่สองจังหวะหายใจ สตรีบุปผาหยกก็คล้ายจะลงแดงอยู่รอมร่อ

                “เลิกวิ่งไปวิ่งมาเหมือนมดชนชั้นใช้แรงงานทีได้ไหม..” จอมยุทธ์หน้ามนคนดีคนเดิมอย่างหลวนเฉินได้แต่กอดอกมองหญิงสาวที่ไม่เคยลดละความพยายามจะเดินไปช่วยตรงนั้นตรงนี้จนสุดท้ายก็โดนดีดกลับมานั่งที่เดิม ก็พอจะรู้สึกว่าช่วงนี้มีบางสิ่งที่แปลกไปสำหรับบุปผาชาดประจำคาราวาน แต่ก็ยากที่จะตอบได้ว่าสิ่งที่ ‘แปลก’ นั้นคือสิ่งใด ทุกอย่างยังคงอยู่บนพื้นฐานเดิม เพียงแต่ดูจะให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมก็เท่านั้น นัยน์ตาเมล็ดซิ่งหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ฉาฮวาตอนนี้เองก็ถือว่าเริ่มรู้เรื่องจนสามารถปรึกษาหลายๆ เรื่องได้ ด้วยความอัธยาศัยดี ใจกล้า และมีความสามารถ ทำให้โดนหลายคนลากไปลากมาไม่ต่างจากหงฮวาช่วงแรกๆ

                “พออยู่นิ่งๆ แล้วรู้สึกไม่ชิน.. เฮ้อ” ดวงตาดอกท้อประกายพราวหวานเปิดให้เห็นนัยน์ตาเพียงเล็กน้อย อาจจะเพราะอยู่กลางแสงจัด หลวนเฉินถึงพึ่งได้สังเกตเห็นบางสิ่ง .. บางสิ่งที่ว่านัยน์ตาของสตรีบุปผาชาดผู้นี้ไม่ใช่สีรัตติกาลอย่างที่หลายคนเข้าใจมาเสมอ ประกายสีอ่อนๆ อีกสีที่ปรากฏเมื่อต้องแสงจัด ชวนให้รู้สึกน่าค้นหาทั้งยังน่าเอ็นดู ก็พอจะรู้อยู่ว่าสีอ่อนนั้นเหมาะกับอีกฝ่ายมากกว่า แต่ก็ไม่คิดว่าจะเล่นปัดทุกอย่างบนตัวให้ดูกลายเป็นสีเข้มเสียขนาดนี้ ตอนเด็กๆ มีเหตุอะไรให้ขยาดพวกของสีอ่อนรึเปล่านะ ?

                “เราพึ่งเดินทางจากหมู่บ้านฉางเต๋อมาถึงซีซาง ปกติมีแต่คนอยากพัก มีอย่างที่ไหนที่วิ่งเต้นจะไปช่วยงานเขาทุกจุด ก็ดูโหมงานซะขนาดนี้ ใครเขาจะไม่บอกให้เจ้าไปพัก ?” กล่องเก็บจดหมายของสตรีร่างบางก็ไม่ทราบได้ว่ามาอยู่ในมือจอมยุทธ์หน้ามนคนนี้ได้ยังไง ไล่เปิดหาตรวจสอบดูว่ามีฉบับใดที่ยังไม่ได้ส่งและถูกซ่อนอยู่หรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของที่กำลังโอดครวญถึงความทรมานของการอยู่เฉยๆ ไม่ได้สังเกตเห็นถึงการกระทำในจุดนี้เลยแม้แต่น้อย สำหรับนี่อาจจะถือเป็นการล่วงเกินความส่วนตัวไปบ้าง

                แต่ก็เพราะสนิทกันมาก ถึงได้ดูออกว่ามันมีฉบับสำคัญที่ยังไม่ได้ส่งไป เพราะถ้าส่งไปแล้ว เชื่อว่ายังไงหงฮวาก็ไม่น่าจะมีอาการใช้ชีวิตตามเดิมแบบนี้ น่าจะกลายเป็นการเหม่อเฝ้ารอจดหมายตอบกลับทุกวันซะมากกว่า..  แน่นอนว่านั่นคงเป็นฉบับที่เขา ไม่สิ ทุกคนในคาราวานค่อนข้างคาดหวังให้มันถูกส่งไป แต่เหมือนจะไม่ได้ส่งไปซะเนี่ยสิ เจ้าจดหมายสีกระดาษสะอาดตาที่ถูกเขียนคำว่า ‘เซิ่ง’ ไว้ด้านหน้า จอมยุทธ์หนุ่มไม่คิดจะก้าวล้ำความส่วนตัวของเนื้อความจดหมาย แต่เขาก็จะไม่ปล่อยให้มันนอนจมอยู่ในกล่องจดหมายนี่ด้วยเหมือนกัน “ให้ข้าส่งให้ไหม ?”

                เสียงพูดแบบที่ไม่มีที่มาที่ไปของเพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งคนคอยดูแลทำให้นางเหลือบสายตากลับไปมองทางทิศทางของคู่สนทนา จดหมายคุ้นตาที่มีอักษร ‘เซิ่ง’ บอกไว้ว่าเป็นจดหมายถึงผู้ใด ไม่นึกแปลกใจที่หลวนเฉินจะกล้าหยิบกล่องจดหมายนางมาเปิด และไล่หาสิ่งที่เขาต้องการ ไม่นึกโกรธการก้าวล้ำในครั้งนี้ เพราะรู้ดีว่ามันมีสาเหตุ หลวนเฉินไม่ใช่คนขวัญกล้า ใจเทียมฟ้า แต่เป็นเพราะเขาอ่านนางได้อย่างกระจ่างชัดในหลายสิ่ง แม้ว่าจะไม่ได้สื่อตอบกลับมาเป็นเส้นตรงว่าดูออกก็ตามที

                ทั้งที่เก็บจดหมายไว้ลึกที่สุดแล้ว ปิดตามองข้ามหลายปัญหา และทำเหมือนว่าบางคนที่มีน้ำหนักในใจนาง เป็นเพียงความฝัน แต่สุดท้ายก็ถูกขุดคุ้ยเอาความจริงขึ้นมาจ่อหน้า พร้อมกับคำถามที่เปรียบดั่งการโยนหินถามทาง นัยน์ตาหวานกระจ่างแทรกประกายลึกลับ เพียงแค่เบนสายตากลับไปทอดมองบรรยากาศเมืองเล็ฏๆ ที่ผู้คนผ่านไปมา สัญจรไม่เคยจบสิ้น ระหว่างนางและผู้ที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้ ปล่อยให้ความเงียบเข้าเกาะกุมความรู้สึก ก่อนที่เสียงนุ่มหวานจะเอ่ยเปรยเพียงแผ่วเบา “เผามันทิ้งไปเถอะ”

                ปากบอกให้เผา ทว่าเหตุใดถึงมีสีหน้าเศร้าเหงาถึงเพียงนั้น ? ที่ผ่านมาหลวนเฉินล้วนรู้สึกว่าหงฮวาเป็นคนซับซ้อนทางด้านการแสดงออก แต่ความคิดกลับซื่อตรงและมีจุดมุ่งหมาย ทว่าหากไม่ใช่หงฮวา แต่เป็น ‘ไป๋อวี้’ มิกลายเป็นว่าทุกสิ่งล้วนสลับจากหน้ามือเป็นหลังมือหรอกหรือ ? การกระทำดาษเดื่อนไม่ผิดแปลก ทว่าความคิดวกวนซับซ้อนคล้ายจะหาจุดที่ลงตัวไม่ได้ ด้านตัวตนในการทำงานนางนับว่าทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ ทว่าเนื้อแท้ตัวตนจริง ไฉนคล้ายคลึงกับคำว่า ‘ผู้หลงทาง’ ? “ข้าว่าเจ้าหาสิ่งที่มีเงาสะท้อนแล้วลองดูสีหน้าตัวเองในตอนนี้สักหน่อยนะ.. ”

                สิ้นคำพูดของบุรุษสูงโปร่งก็ปรากฏเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาตอบกลับเท่านั้น ไม่มีคำตอบอื่นใด นอกจากจะขยับให้อีกฝ่ายได้สังเกตเห็นดาบรูปทรงแปลกตาที่ถูกขัดเงามาอย่างดี สะท้อนภาพใบหน้าของนางอย่างชัดเจน เป็นการบอกกล่าวโดยไม่ต้องอาศัยคำพูดใดอีก นางรู้ดีกับคำตอบที่พูดออกไป และรู้ดีว่าตัวเองก็ไม่ได้อยากจะตอบแบบนี้สักเท่าไหร่นัก สิ่งนั้นทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจผู้ที่ได้รับรู้ จนก่อเกิดเป็นคำถามสั้นๆ ทำไมนางถึงเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ทั้งที่การจะขยับตอบรับสักความรู้สึก มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ขนาดนั้น ? “ทำไมล่ะ ?”

                “นั่นสิ ทำไมกันนะ ?” เจ้ามาอยากรู้อะไรในสิ่งที่แม้แต่ตัวข้าเองยังตอบไม่ได้ จนถึงตอนนี้ไม่ว่าจะ ‘หงฮวา’ หรือ ‘ไป๋อวี้’ ไม่ว่าจะคิดด้วยฐานะใด หรือมุมมองใด ตัวหญิงสาวก็ยังไม่อาจจะเข้าใจได้ว่า ทำไม ทำไมนางถึงเลือกทำตามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ ทำไม ถึงยังยึดอยู่กับคำพูดเก่าก่อนที่ใกล้จะสลายหายไปทุกทีๆ ทั้งๆ ที่ให้ใจเขาคนนั้นไปซะหมดแล้ว ‘ทำไม’ ถึงยังชัดเจนต่อทางเลือกไม่ได้ ?

                บรรยากาศมีแต่ความเงียบ ต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิด สรุปลงด้วยการที่ดาบรูปร่างประหลาดที่หญิงสาวมีไว่ในครอบครองนามว่า ‘ดาบโคลด์มูน’ ถูกโยนไปให้จอมยุทธ์หน้ามนรับไปโดยง่าย ดาบใหญ่ของต่างชาติที่ผลัดหลงมาขายในหมู่บ้านฉางเต๋อ ถูกนางเหมาซื้อมาทั้งคันรถ ตั้งใจจะโยนอาวุธใส่หลวนเฉินให้กลายเป็นคลังเก็บของมีคมเคลื่อนที่ เวลาไปเจออันธพาลแค่เอ่ยปากจะได้มีของให้ใช้ฟาดได้ไม่ขาดมือ “นี่คือดาบโคลด์มูน ข้าเห็นมันแล้วก็รู้สึกว่าคงจะเหมาะกับเจ้าเลยเอามาให้..  ”

                เจ้าของอาภรณ์สีแดงปลิวพริ้วขยับลุกขึ้น ปล่อยให้ผู้ที่พึ่งจะได้รับดาบไปได้แต่อยู่กับความงุนงง ริมฝีปากบางหยักรอยยิ้ม ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใช้เวลาคิดว่าจะทำยังไง กับดาบนั้น และ.. กับจดหมาย คนอย่างหลวนเฉินคงไม่ใจซื่อหน้าใสขนาดเผาจดหมายทิ้งตามคำที่นางบอก แต่เขาจะเลือกทำยังไงกับมัน นางยกให้เป็นการตัดสินใจของหนุ่มผู้ดูแลคนนี้ไปเลยก็แล้วกัน

                โยนงาน โยนปัญหา โยนการตัดสินใจไว้ในมือของคนสนิท ส่วนตัวเองก็กลับมาเดินทอดน่องรอบคาราวาน บ้างก็เพื่อตรวจสอบ บ้างก็เพื่อทบทวน เอาซะจนเวลาผ่านมาจนถึงยามที่ดวงตะวันคล้อยตกลาลับรอเวลากลับคืน ครั้งนี้ยังดีไม่ได้วิ่งเข้าไปของานใครเขาทำเหมือนช่วงเช้าที่ผ่านมา กลับกันกลายเป็นว่าครั้งนี้มีคนวิ่งตามหานางซะมากกว่า เจ้าของเส้นผมสีน้ำตาล กับนัยน์ตาอำพันกระจ่างภายใต้ชุดสีแดงสดร้อนแรงเสียจนเทียบเคียงกับดวงตะวันได้กำลังวิ่งไปรอบๆ เพื่อตามหาเป้าหมายเป็นหนึ่งหญิงสาวที่ราบเรียบปลอดโปร่ง

                “หงฮวาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา” กระต่ายแดงของขบวนกระโดดเข้ารวบตัวเจ้าของเกศาสีดำขลับจากด้านหลัง ทำเอาซะสองสาวเซเสียหลักแต่ก็ยังประคับประคองพากันกลับมายืนปกติได้อีกครั้ง อัศวินสาวผู้เคยชินต่อการแตะเนื้อต้องตัวทั้งหลายขยับจมูกดมกลิ่นน้ำมันหอมที่ลอยออกมาจากตัวบุปผาแดงของคาราวานแล้วก็ต้องตัวไหลเอาหัวมาซบไหล่หงฮวาอย่างช่วยไม่ได้ เป็นสาวสูงโปร่งร่างบางที่อยู่ใกล้กี่ครั้งก็ยังสบายใจ !

                “วิ่งหน้าตั้งมาเลยนะ.. มีอะไรล่ะเสี่ยวฉา” อ้อมกอดจากด้านหลังคล้ายจะทำให้แปลกใจ ช่วงแรกที่เริ่มสนิทกันก็เหมือนว่านางจะยังไม่ค่อยคุ้นกับการถูกเนื้อต้องตัว.. แต่พักนี้เริ่มจะทำใจให้เคยชินกับการถึงเนื้อถึงตัวของสาวอัศวินจากต่างแดนคนนี้ได้บ้างแล้ว อย่างน้อยก็ยังดีที่เสี่ยวฉาไม่ได้วิ่งไปกอดผู้ชายคนไหนสักเท่าไหร่ อาจจะยกเว้นหลวนเฉินไว้คนนึงเพราะสองคนนั้นสนิทจนเรียกกันเป็นพี่เป็นน้องตั้งแต่ตอนไหนนางก็ยังไม่ทราบ..

                “นายท่านเรียกเจ้าไปพบน่ะ” นักธนูไฟร่างเล็กหมุนให้สตรีบุปผาอยู่หันไปในทิศที่สมควรจะเดินไป ก่อนที่จะผละกอดและดันๆ หลังให้ไปในทิศทางกระโจมของนายท่านวายุที่รอคอยนางอยู่ ท่าทีดูของคนผลักดันดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ สาเหตุเพราะครั้งนี้โจวอี้ป๋อเอ่ยปากบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องบอกให้หงฮวาทราบ สาวน้อยกระต่ายแดงถึงได้วิ่งเต้นเร่งหาเจ้าตัวถึงขนาดนี้

                แน่นอนว่าทางด้านคนที่เรียกย่อมมีเรื่องตระเตรียมไว้อยู่แล้ว หลังจากหมู่บ้านฉางเต๋อเขาค่อนข้างมั่นใจพอสมควรว่าคงจะถึงเวลาเปิดประตูให้บุปผาน้อยและกลุ่มสหายได้ล่องลอยตามสายลมไปสู่การเริ่มต้นด้วยตัวเอง หากรั้งไว้นานกว่านี้เกรงว่าจะถอดใจไม่คิดตั้งขบวนแล้วมาทำงานในคาราวานวายุเอาซะก่อน.. เสียงฝีเท้าที่แทรกมาพร้อมกับเสียงขลุ่ยทุ้มชะโลมจิตทำให้ผู้ถืออำนาจสูงสุดของขบวนวายุหลุดหัวเราะอยู่ครู่นึง “วันนี้กลับมาเป่าขลุ่ยแล้วหรือ ?”

                ไร้ซึ่งเสียงตอบรับแต่เป็นร่างบางที่ขยับเข้ามาอยู่ในรัศมีสายตา ขลุ่ยขาวปลอดโปร่ง น้ำเสียงทุ้มสลับสูงได้ตามใจนึก ทุกท่วงทำนองล้วนแต่ผสมความอ่อนหวานลงไปชวนให้ผู้ฟังได้ผ่อนคลาย ดวงตาดอกท้อพราวประกายหว่านเสน่ห์อย่างขี้เล่นชวนให้เอ็นดู นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าเขตกระโจมนางท่าน ครั้งนี้นางมีลางสังหรณ์ที่บอกว่าการพูดคุยครั้งนี้คงจะมีบางสิ่งที่พิเศษออกไป ดังนั้นเพื่อกลบความประหม่าของตัวเอง และช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเบามากกว่าเมื่อครู่ ขลุ่ยขาวสะอาดตาจึงได้ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้งานอย่างช่วยไม่ได้

                “ดูเหนื่อยๆ นะเจ้าคะ.. ได้พักบ้างรึยัง ?” เมื่อขลุ่ยผิวถูกลดจากตำแหน่งการเป่า สิ่งที่เข้าครอบงำก็คือสายลม ความสงบ และคำถามเจือความห่วงใย ผู้อาวุโสในบริเวณนี่หยักรอยยิ้มเบาบาง เอนหลังไปกับที่นั่งชั้นดี เปลือกตาเปิดปรืออยู่เพียงครึ่งนึง ยากจะบอกว่ามันคือความเหนื่อยล้า หรือเพียงแค่พิจารณาบางสิ่ง ? ท่าทีแบบนี้ไม่อาจดูได้เพียงแค่ภายนอก ยังไงเสียโจวอี้ป๋อก็เป็นผู้อ่อนนอกแข็งใน บางสิ่งที่นางคิดไว้ อาจจะเป็นจริง

                “ทำให้เจ้ากังวลแล้ว.. ตั้งใจว่าจะแจ้งบางเรื่องกับเจ้า และมอบบางสิ่งให้ นั่งก่อนสิ” คนเป็นนายเชื้อเชิญ แน่นอนว่าหญิงสาวย่อมว่าง่ายทำตามไม่ขัดข้อง นั่งอย่างสงบ พร้อมกับเก็บสายตาเมื่อพบว่านัยน์ตาสีเปลือกไม้อ่อนนั้นกำลังสำรวจพิจารณานางด้วยสายตาที่แทรกประกายความคิดบางสิ่งไว้

                “ที่ผ่านมา.. นับว่าเจ้าขยันขันแข็งไม่น้อย” น้ำเสียงทุ้มละมุนเรียบคล้ายสายลมที่ไหวผ่าน แต่กลับฝากความรู้สึกได้ในทุกถ้อยคำ ใบหน้ายิ้มแย้มแกมผสานความยินดี กับนัยน์ตาสีอ่อนที่ปรากฏประกายเอ็นดู ชั่วขณะนึงลดความเกรงของหญิงสาวลงไปมาก แต่เมื่อคิดทวนถึงคำพูด อยู่ๆ ใจก็กลับนึกขึ้นได้ว่าบางทีมันอาจจะถึงเวลาแล้ว.. เวลาที่นางต้องแยกไปเดินเส้นทางของตัวเองโดยที่ไม่มีปีกของขบวนวายุคอยช่วยพยุง “หากเจ้าคิดว่า.. พร้อมที่จะเติบโตด้วยตนเอง จงนำหนังสือเล่มนี้ไปยื่นให้กับเค่อหลี่.. พ่อค้าใหญ่ที่เป็นผู้ดูสมาคมการค้าสวี่ซาง”

               “เพื่อที่จะดำเนินเรื่องขึ้นทะเบียนเป็นแม่ค้าคาราวานได้เสียที” โจวอี้ป๋อก็คิดว่าเขาค่อนข้างพูดอย่างถนอมใจนาง.. แต่ทำไมบุปผาน้อยของคาราวานกลับบอบช้ำมีน้ำตาขึ้นมาซะได้ !!

                จากหนึ่งหยดกลายเป็นสองหยด จากสองหยดกลายเป็นห้าหยด และจากห้า ก็กลายเป็นไหลรินไม่มีหยุด โดยที่ไร้เสียงสะอื้น ไร้เสียงคร่ำครวญ ยากจะบอกว่าเป็นน้ำตาจากความดีใจหรือเสียใจ ? ใจหาย หรือปลาบปลื้ม ? การจะตัดสินหยาดน้ำตาที่ไหลล้นนี่ นับว่ายากเกินไปในสายตาคนนอก หรือแม้แต่ตัวผู้ร้องก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยาก หนังสือรับรองถูกปล่อยเคว้งที่กลางโต๊ะ โจวอี้ป๋อรับบทคุณพ่อแสนดีลุกขึ้นมาเกลี่ยปาดน้ำตาให้บุตรสาวที่น่าเอ็นดู หยดแล้วหยดเล่าท่ามกลางความเงียบ ไม่มีใครพูด ไม่มีใครถาม รอจนเสี่ยวหงอาการดีขึ้น โจวอี้ป๋อก็ถอยกลับมาวาดรอยยิ้มและเริ่มถามถึงสาเหตุได้เสียที “ไม่ดีใจหรือ ?”

                “.. ความรู้สึกมัน เหมือนกับว่าในที่สุดก็ทำสำเร็จแล้ว ดีใจมากๆ แต่อีกใจก็ใจหายมากๆ เช่นกัน ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทุกคนให้หลายสิ่งกับข้ามามากมาย จะให้จากกันไปก็ค่อนข้างที่จะ.. ”

                “เด็กโง่.. จากกันตรงนี้ ใช่ว่าจากเสมอไป ตราบใดที่ยังอยู่ในสายอาชีพเดียวกัน แม้ไม่ได้พบ แต่ย่อมต้องได้ยินข่าว มีหนทางติดต่อ ยังไงสักวันก็คงได้วนกลับมาพบกันอีก” เสี่ยวหงนับตั้งแต่ต้นจนถึงจบก็ยังเป็นเด็กน่าเอ็นดูที่อาจจะเข้าใจยากไปสักหน่อยสำหรับเขา.. โจวอี้ป๋อไม่ถนัดรับมือกับสตรี แต่เขาถนัดรับมือกับเด็ก แต่อย่างหงฮวาคือการรวมเด็กและสตรีเข้าด้วยกัน บางครั้งเลยพอถูไถ บางครั้งเลยไม่ค่อยแน่ใจ ต้องให้ซิ่นฮวาคอยช่วยอีกทาง ทว่าครั้งนี้รู้สึกเหมือนจะทำได้ดี ? บางทีคงต้องไปบอกซิ่นเอ๋อร์หน่อยซะแล้ว

                “ข้าส่งจดหมายถึงพวกท่านได้ใช่ไหม” นัยน์ตาประกายหวานช้อนมองผู้สอนงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พอเห็นว่าคนที่ถามอนุญาตก็ยกรอยยิ้มร่า คล้ายว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ผ่านการร้องไห้มาก่อน..

                สตรีหนอสตรี.. เข้าใจยากเข้าใจเย็น

                “ได้ยินแบบนี้แล้วคิดจะไปเมื่อใดเล่า” ให้อิสระในการจะอยู่รึจะไป นายท่านขบวนวายุเท้าคางกับโต๊ะไม้มองบุปผาน้อยของคาราวานที่กำลังจะก้าวไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง บางทีนางอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยในการตั้งตัว คงจะอีก.. สองสามวัน ?

                “พรุ่งนี้เลย !”

                ถ้าจะเร่งรีบขนาดนั้น แล้วเมื่อกี้ร้องไห้ไปทำไมเล่า !!!!!!
                              

++ ค่าความสัมพันธ์ - NPC อิสระ | โจวอี้ป๋อ++
หน้ากากอาร์มอร์
{ อัพเกรดถึงระดับ80+: เขียนโรลอิสระ 20K สนทนาส่งสายตาหว่านกับ NPC ทุกประเภทที่เป็นเพศตรงข้ามกับผู้สวมหน้ากาก ได้รับความสัมพันธ์+35  }
ไฉ่จินฮวา
{ เอฟ2: เขียนโรลอิสระสนทนา 20K กับ  NPC อิสระ ได้รับความสัมพันธ์+20 | วันละครั้ง }
อู้ม่านเทียนหนี่ว์
{ เขียนโรลอิสระสนทนามองคนที่ด้านในไม่มองเพียงเปลือกนอก 20K พร้อมทำตัวหนาและขีดเส้นใต้ กับ NPC ทุกประเภท ได้รับความสัมพันธ์+25 - ค่าคุณธรรม+50 - ความโหด+20 }
ขลุ่ยเฉินฉิง
{ เอฟ1: เขียนโรลอิสระสนทนา 15K กับ NPC ยุทธภพ/Comrade ได้รับความสัมพันธ์+20 }
คัมภีร์สังคีต
{ อัพเกรดถึงระดับ50+ (สวมใส่เครื่องดนตรีกรอบส้มขึ้นไป): เขียนโรลอิสระบรรเลงดนตรี 15K ได้รับความสัมพันธ์+40 - EXP Both+25 - วันละครั้ง }
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
{ อัพเกรดถึงระดับ 80+: เขียนโรลอิสระ 20K สนทนากับ NPC อิสระ ได้รับความสัมพันธ์+35  }
กวางมนตราเวลลีอุส
{ เอฟ1: เขียนโรลอิสระสนทนา 20K กับ NPC หลัก/อิสระ ได้รับความสัมพันธ์+25 | วันละครั้ง }
กำไลเทพีไอซิส
{ เขียนโรลอิสระสนทนาด้วยความห่วงใย NPC ทุกประเภท 20K ได้รับความสัมพันธ์+40 | วันละครั้ง }
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
{ เขียนโรลเพลย์อิสระเปิดใช้น้ำหอมพร้อมเน้นตัวหนาและขีดเส้นใต้ สนทนากับ NPC ต่างเพศกับตัวละคร 20,000 ไบต์ ได้รับความสัมพันธ์+25 ได้รับค่าคุณธรรม+5 - ค่าความโหด+25 }แส้อิงจื่อม่าน
{  อัพเกรดถึงระดับ80+: เขียนโรลอิสระสนทนา 20K กับ NPC ทุกประเภท+25 - EXP Both+15 - วันละครั้ง }
Brynhildr Norns
{  อัพเกรดถึงระดับ75+: เขียนโรลอิสระสนทนา 20K  NPC ทุกประเภท ได้รับความสัมพันธ์+30 - NPC EXP+35 - วันละครั้ง }

++ สเตตัสความสามารถหลวนเฉิน ++
ดาบโคลด์มูน 1 เล่ม

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ 40 EXP โพสต์ 2021-4-28 08:55
( โจวอี้ป๋อ ได้รับ EXP 25+15+35 มอบ EXp ให้คุณ 15+25 )  โพสต์ 2021-4-28 08:55
( หลวนเฉิน ได้รับ STR 480 จาก ดาบโคลด์มูน คูลดาวน์มอบดาบโคลด์มูนครั้งต่อไป 28/5/2021 )  โพสต์ 2021-4-28 08:52
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ โจว อี้ป๋อ เพิ่มขึ้น 320 โพสต์ 2021-4-28 08:50
โพสต์ 45006 ไบต์และได้รับ 65 EXP! [VIP]  โพสต์ 2021-4-28 03:27
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Brynhildr Norns
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
แส้อิงจื่อม่าน
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
กำไลเทพีไอซิส
ไฉ่จินฮวา
ขลุ่ยเฉินฉิง
อู้ม่านเทียนหนี่ว์
ตำราลิ่วเทา
เกราะอามุนราห์
กวางมนตราเวลลีอุส
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x200
x1
x1
x2
x3
x15
x14
x212
x375
x75
x45
x110
x460
x30
x330
x80
x615
x439
x659
x400
x329
x320
x40
x10
x15
x65
x5
x4
x2
x4
x2
x4
x4
x2
x2
x4
x2
x5
x8
x4
x3
x3
x56
x3
x1
x2
x1
x2
x2
x1
x2
x4
x5
x7
x14
x6
x4
x5
x6
x2
x1
x1
x10
x10
x10
x10
x10
x8
x1
x2490
x3
x10
x1
x1
x2
x30
x40
x1
x5
x3
x1
x1
x33
x2
x3
x19
x2
x2
x2
x8
x11
x57
x112
x9
x8
x309
x30
x1
x5
x2
x50
x1
x25
x40
x25
x6
x200
x1
x100
x3
x550
x5
x2
x4
x2
x3
x200
x2
x80
x202
x4
x200
x200
x200
x50
x450
x6
x2
x20
x6
x2
x40
x90
x50
x300
x10
x1
x15
x803
x150
x25
x1380
x400
x11
x482
x600
x160
x200
x3
x1
x4
x25
x400
x1
x30
x21
x12
x8
x4
x500
x100
x800
x298
x50
x21
x650
x250
x1100
x31
x4
x2
x150
x850
x20
x50
x4
x4
x300
x100
x3
x300
x200
x150
x6
x3
x100
x150
x22
x2
x18
x200
x46
x710
x12
x13
x68
x30
x525
x914
x14
x13
x13
x6
x23
x500
x40
x12
x32
x8
x2
x6
x195
x600
x48
x600
x400
x600
x350
x6
x3
x960
x496
x6
x865
x780
x3
x20
x1700
x2
x35
x40
x142