ดู: 71|ตอบกลับ: 6

{ เมืองหรูหนาน } จวนเจ้าเมืองหรูหนาน | ตระกูลฮุ่ย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-1-10 20:40:11 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2019-1-10 21:07






จวนเจ้าเมืองหรูหนาน

{ เ มื อ ง ห รู ห น า น }











【จวนเจ้าเมืองหรูหนาน】
' ยิ้มแย้มรับอรุณ ชีวิตไม่มีหนสอง '
จวนเจ้าเมืองหรูหนานที่ได้รับการยกย่องว่าร่ำรวยรสนิยมที่สุดใสเมือง
ภายในภายนอกตกแต่งแอบอิงธรรมชาติ ทั้งสวนป่าแดนใต้
ส่วนไผ่แดนเหนือ ไหนจะลานหินไว้สำหรับเดินเล่นสงบใจ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของจวนเจ้าสำเริงสำราญขนาดไหน

เจ้าของจวน
ขุนนางว่าการเมืองหรูหนาน
ฮุ่ย ม่อเยวี่ยน (2?)

อุปนิสัย :: ยิ้มแย้มตีฝีปากเก่งไม่ยอมคนเท่าไร อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ปฎิบัติต่อสตรีอย่างเท่าเทียม
ความชื่นชอบ :: ป่าเขาลำเนาไพรหากไม่ใช่ขุนนางคงไปเป็นนักพรตแล้ว





 



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-1-10 21:09:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-1-10 21:13

แนะนำให้รู้จัก
{สัญญาจ้าง ลั่วหยาง 9 : อีเว้นท์พิเศษ }

          และแล้วการเดินทางนั้นก็มาถึงที่หมายสักที เป่าหลิงนั้นเดินทางเพื่อที่จะเข้ามาสู้เมืองหรูหนานสักที เด็กสาวนั้นถอนหายใจ ในที่สุดก็เดินทางถึงเมืองหรูหนานสักเสียที ต่อจากนี้ก็คือนำทั้งสองโยนเข้าจวนเธอรับเงินแล้วก็ชิ่งหนี นั้นล่ะแผน แผนง่ายๆที่เป่าหลิงนั้นวางไว้… เหมือนกับใช้นิ้วหัวแม่เท้าคิดอย่างไรก็ไม่รู้…

          ทันทีที่เป่าหลิงนั้นเลี่ยวรถม้าเข้าสู่จวนเจ้าเมืองหรูหนาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เธอโดนมือปริศนา..ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามือใครลากเข้าไปด้านในรถม้าด้วยความรวจเร็วจนเป่าหลิงแทบจะไม่ทันตั้งตัว “เหวอ!!” เด็กสาวนั้นล้มลงเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าตั้งไข่ตนเองมาได้ดีทีเดียว

          ร่างของสตรีชุดแดงนั้นจับจ้องมาที่เธอ แล้วคลียิ้ม.. นางส่งม้วนหนังสัตว์อะไรสักอย่างยัดใส่มือของเธอ แล้วพูดขึ้น “นี้จดหมายความผิดของเขา..เจ้าจงนำตัวชายผู้นี้ไปส่งให้กับเจ้าเมือง แล้วเจ้าจะได้ค่าจ้างจากเจ้าเมืองเอง”

          “ฮ่ะ!!!! ..อะไรนะ..แล้วทำไมต้องเป็นข้า สิ่งที่ข้าควรทำคือยืนอยู่นิ่งๆด้านนอก เพื่อที่จะรอเงินที่เจ้าได้มาจากการนำเจ้านี้ไปขึ้นเงินไม่ใช่หรือไง?!” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น เด็กสาวทำหน้าตาเหมือนยังกะซังกะตายราวกับเหนื่อยหนายใจยิ่งนักที่จะต้องเจออะไรแบบนี้

          “จะเอาไหมเงิน?”
          “เอา”
          “งั้นก็เลิกบ่นสักที..ภารกิจของข้าเสร็จสิ้นแล้ว ต่อไปเป็นตาเจ้า” นางกล่าวบอกแบบนั้นก่อนที่จะสวมกลับไปใส่ชุดสีดำปกปิดมิดชิด เป่าหลิงนั้นถอนหายใจราวกับเอ่อ เป็นอย่างไรก็เป็นกัน ระหว่างการเปลี่ยนเสื้อ เป่าหลิงก็นำเหลือบมองเธอไปด้วย…

          “...เจ้ามีคุณสมบัติที่ดี...” นางกล่าวเช่นนั้น เด็กสาวที่กำลังตะเดินออกไปก็ได้แต่งง ว่ามันหมายความว่าอย่างไร? “เอาตัวรอดเก่ง มีความสามาถ ตัดสินไว ไม่ละทิ้งภารกิจ หูตากว้างไกล ทัศนวิสัยใช้ได้ และที่สำคัญ….ข้าชอบเจ้า..”

         ‘โอ้ว...บอกว่าคนที่ตอแหลราวกับลมหายใจกับเหยียดหยามมนุษย์ต้อยต่ำว่าทัศนวิสัยใช้ได้...นางต้องไปปรับทัศนคติแล้วล่ะ’ เสียงของฝ้าเฉี่ยกล่าวในระหว่างที่นางพูดพล่ามอยู่นั้น

       “ขอบใจแต่ข้าไม่ชอบเล่นดนตรี..” เป่าหลิงกล่าวหน้าตาย “ไม่ได้หมายถึงชอบแบบนั้น เจ้านี้น่ะ!” นางดูอารมณ์เสียขึ้นมาเสียเล็กน้อย ก่อนที่จะสูดลมหายใจของตนเอง ว่าตอนนี้นางกำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่ และนางคิดว่านางรู้ดีว่าเด็กสาวตรงหน้ามีความสามารถที่มีค่าและเป็นทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพแห่งต้าฮั่นอยู่..

          “ถ้าสักวันหนึ่งเจ้าจะสนใจงานที่ทำด้วยใจรัก ...เงินทองเป็นของนอกกาย และภักดีต่อฮ่องเต้ แทนคุณต่อแผ่นดิน..ก็นำสาสน์นี้..สิ่งไว้บนเขาหมางซาน เมืองฉางอัน...อีกไม่นาน..องค์กรที่ข้าทำงานอยู่จะคัดเลือก… คนที่ 十 ” นางกล่าวยิ้มๆ..

          “อี๊..แค่ได้ยินคุณสมบัติก็ขยะแขยงแล้ว”

          “ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องมา..อีกห้าปี..ข้าจะรอเจ้า และมาดูกันว่าเจ้าจะเก่งได้กว่านี้หรือปล่าว” เอ้อกล่าวบอกกับเป่าหลิงเช่นนั้น และเธอก็มั่นใจเต็มร้อยว่านางจะต้องมาแน่ๆ “เจ้าปฎิเสธข้าไม่ได้หรอก และเจ้าก็ไม่มีทางหนี..จากจิ่วเทียนหวงสิ้นเสียงที่เธอพูด กระพริบตาอีกครั้งนางก็หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงคำให้เป่าหลิงนั้นสงสัย ว่ามันหมายถึงอะไร..

          ชิบหายล่ะ...หรือว่าแม่งจะเป็นบริวารท่านลุงกัน..แต่อย่างงั้นนางก็ต้องรู้สิว่าเป่าหลิงเป็นมาร
          ‘ไม่ใช่หรอก….ข้าคิดว่าคนอย่างนางคงไม่มีทางเกี่ยวข้องกับมารจี้กง’ ฝ้าเฉี่ยกล่าว เป่าหลิงนั้นพยักหน้าก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วแบกเจ้าสิ่งมีชีวิตที่นอนสลบอยู่อย่างงั้นในถุงกระสอบออกจากรถม้า เธอหันมาทางนายมือปราบที่เฝ้าอยู่หน้าจวน.. และกำลังจะยืนมองป้ายนั้น...เสียงของสตรีชุดแดงก็กระซิบที่ข้างหูเธอ..

          “ไปสิ...แล้วพบกันใหม่...”

          ……………… “มนุษย์นี้มัน..เกินเยี่ยวยาจริงๆ” เป่าหลิงพูดเบาๆ เธอนั้นเดินตรงไปยังด้านหน้า แล้วพูดคุยกับทหาร พวกเขานั้นแทบจะไม่ให้เธอเขาจวน แต่โชคดีที่ท่านเจ้าเมืองนั้นอยู่ใกล้ๆนั้นพอดี เขาเดินมาหาเธอ ก่อนที่จะสอบถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ด้านในนั้นคืออะไร เป่าหลิงก็โยนมันลงมาจนได้ยินเสียงโอ้ย อยู่..

          เมื่อเปิดออกมาก็คือคุณจอมยุทธตัวดีที่โดนมัดมือมัดเท้ามัดขาผูกมัดเงื่อนกระดองเต๋าสุดเซ็กซี่ใบหน้าแสดงถึงความทรมารและความกลัวต่อเป่าหลิงอย่างถึงที่สุด อู๊วว ว ว ว........ เด็กสาวนั้นส่งจดหมายที่สตรีชุดแดงคนนั้นให้กับเธอ ….

          และเธอก็ได้รับรางวัลที่เธอควรจะได้รับ..เยส..







แสดงความคิดเห็น

ได้รับหีบพันชั่ง 2 ใบ  โพสต์ 2019-1-10 21:55
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ สายลับจิ่วเทียนหวง: เอ้อ เพิ่มขึ้น 75 โพสต์ 2019-1-10 21:55
คุณได้รับ +15 คุณธรรม +5 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2019-1-10 21:55

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +222 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 222 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกวียนขนส่ง
ตะกร้าสาน
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x100
x100
x15
x20
x121
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x50
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x20
x33
x7
x409
x100
x30
x4
x30
x105
x2
x100
x243
x25
x9999
x1546
x3763
x50
x100
x9999
x4730
x2216
x5778
x4682
x3339
x94
x40
x1500
x858
x158
x9999
x2700
x100
x20
x465
x1
x1
x15
x1
x4
x6099
x10
x1
x9999
x205
x2
x68
x9083
x197
x85
x1
x1
x562
x1
x232
x1
x2
x4
x1
x48
x989
x12
x5
x2
x2
x20
x3
x5014
x6
x182
x142
x50
x2
x9
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x101
x212
x1708
x50
x5
x3
x438
x1494
x7200
x5092
x1656
x3938
x835
x15
x1457
x181
x2464
x140
x2217
x299
x7459
x9198
x6423
x1
โพสต์ 2019-1-14 22:21:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
รายงานตัว


     รถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมืองทิศเหนือเพื่อเข้าสู่เมืองหรูหนาน บรรยากาศเมืองที่ค่อนข้างร่มเย็นเป็นธรรมชาติ ทำให้โจวอู๋และจิ้นจงรู้สึกสดชื่นแม้จะเป็นเวลาดึกก็ตาม พวกเขาถามทางจากชาวบ้านที่เดินสัญจรไปมาเพื่อหาทางไปยังจวนเจ้าเมือง จนทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงจวนเจ้าเมืองเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาจอดเทียบรถม้าไว้ที่ด้านข้างของจวน และพูดคุยกับพ่อบ้านที่ยืนอยู่ด้านหน้าบ้านว่าจะเข้ามารายงานตัวรับราชการกับท่านเจ้าเมืองเพื่อเริ่มปฏิบัติงาน พ่อบ้านก็นำทั้งคู่ไปยังห้องทำงานของเจ้าเมือง บรรยากาศจวนที่ร่มรื่น มีของตกแต่งสวยงาม ร่มรื่น ทำให้โจวอู๋คาดการณ์ได้ว่าเจ้าเมืองคงเป็นพวกคนใจเย็น สบายๆ คุยไม่ยากนัก

  

     ห้องทำงานเจ้าเมืองหรูหนาน

     เมื่อก้าวเข้ามาทั้งสองคนก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาอ่อนวัย อายุราวๆยี่สิบปลายๆไม่น่าถึงสามสิบกำลังนั่งอ่านหนังสือผ่อนคลายอารมณ์อยู่ที่โต๊ะทำงานกลางห้อง ของทุกอย่างถูกจัดเป็นระเบียบ ห้องถูกตกแต่งด้วยสีเขียวฟ้าออกแนวคล้ายสวนค่อนข้างทำให้ผ่อนคลาย ทั้งสองคนเดินเข้ามาทำให้เจ้าเมืองวางหนังสือลงและหันมาให้ความสนใจผู้มาเยือนทั้งสอง

     "ขอคารวะท่านเจ้าเมือง ฮุ่ย ม่อเยวี่ยน ข้า หมิง โจวอู๋ เป็นบัณฑิตที่พึ่งผ่านการสอบรับราชการเป็นต้าเซียงหลิงประจำหมู่บ้านเฟยตามราชโองการขององค์ฮ่องเต้ ข้ามารายงานตัวต่อเจ้าเมืองหรูหนานตามคำสั่งขอรับ" โจวอู๋โค้งอย่างสวยงามเป็นมารยาทที่ทำให้เจ้าเมืองถึงกับสนใจในมารยาทและกิริยาที่งดงามองชายหนุ่มตรงหน้า

     "ตามสบายเถอะ อยู่กับข้าไม่ต้องมีพิธีรีตองมากมายนัก ว่าแต่ชายหนุ่มด้านหลังเป็นใครกัน" เจ้าเมืองฮุ่ยกล่าวถามถึงจิ้นจงที่ยืนอยู่ด้านหลังของโจวอู๋

     "นั้นคือสหายคนสนิทและเพื่อนร่วมเดินทางของข้า จิ้น จงขอรับ" โจวอู๋ตอบ จิ้นจงที่ได้ยินดังนั้นจึงโค้งทำความเคารพอีกรอบหนึ่ง

     "ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องโค้งบ่อยขนาดนั้นก็ได้ เจ้ากับข้าก็อายุไล่เรี่ยไม่ห่างกันมาก หลังจากนี้คงต้องทำงานกันอีกนาน มาสนิทกันไว้เถิด" เจ้าเมืองฮุ่ยหัวเราะให้กับความมีมารยาทที่ล้นของทั้งคู่

     "ขอรับ ข้าก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับท่านด้วยนะขอรับ" โจวอู๋ยิ้มให้กับเจ้าเมือง

     "อ่ะๆ ไหนนำราชโองการมาให้ข้าตรวจสอบสิ" เจ้าเมืองฮุ่ยออกคำสั่ง โจวอู๋จึงนำราชโองการไปมอบแก่เจ้าเมือง เจ้าเมืองฮุ่ยใช้เวลาตรวจสอบโดยการเทียบกับราชโองการที่ถูกส่งมาก่อนล่วงหน้าสักพักหนึ่ง เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นจึงนำตรานายอำเภอออกมาจากใต้โต๊ะ

     "อืม ยินดีต้อนรับนะท่านต้าเซียงหลิง นับตั้งแต่มีโศกนาฎกรรม หมู่บ้านเฟยก็ไม่มีต้าเซียงหลิงดูแลมาอีกเลย ข้ายินดีจริงๆที่เจ้าเข้ามาช่วยดูแลตรงนี้ได้ นี่คือตราของเจ้ามารับไปสิ" เจ้าเมืองยื่นตราให้โจวอู๋เดินขึ้นไปรับตราจากเจ้าเมืองและมองด้วยความภาคภูมิใจ

     "ขอบคุณขอรับ"

     "จะว่าไปทำไมถึงมาช้านักล่ะ ราชโองการอีกฉบับมาถึงนานแล้วนะ" เจ้าเมืองฮุ่ยเริ่มชวนทั้งสองคนคุย

     "มีอะไรเกิดขึ้นมากเลยขอรับ ข้าเจอทั้งการประลองยุทธ ไปทำคลอดให้หญิงท้องแก่ แจกอาหารให้ชาวบ้านที่ขาดแคลน" โจวอู๋นึกย้อนถึงเหตุการณ์ระหว่างเดินทางมา

     "ยังงี้แหละแถวนี้ มีอะไรให้ตื่นเต้นทุกวัน อ่ะจริงสิ เวลาอยู่ที่หมู่บ้านเฟยถ้าไม่มีอะไรเร่งด่วนก็กลับมารายงานข้าแค่เดือนละครั้งก็พอ หรือถ้ามีอะไรเร่งด่วนก็รีบส่งจดหมายมานะ" เจ้าเมืองกล่าวกับโจวอู๋

     "รับทราบขอรับ งั้นข้าขอตัวก่อนแล้วกันขอรับจะได้รีบเดินทางไปยังหมู่บ้าน" โจวอู๋จะโค้งลาแต่ก็ถูกพูดขัดไว้ก่อน

     "อย่าพึ่งไปเลย เจ้านอนพักที่เรือนพักของข้าก่อนก็ได้ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ที่หมู่บ้านเฟยก็คงเริ่มหลับกันแล้ว เจ้าไปก็ยังไม่ด้ทำอะไร เดินทางดึกๆมันก็อันตราย เจ้านอนที่นี้สักคืนเถิด ตอนเช้าข้าจะให้คนเตรียมอาหารไว้ให้ แล้วก็จะให้คนนำทางไปหมู่บ้านเฟยด้วย" เจ้าเมืองเชื้อเชิญดังนั้น โจวอู๋ก็ไม่อยากขัดอะไร ทุกอย่างที่เจ้าเมืองตรงหน้าพูดดูมีเหตุผลไปเสียทุกอย่าง

     "เป็นพระคุณอย่างมากขอรับ" เมื่อได้ยินดังนั้นเจ้าเมืองฮุ่ยก็ส่งสัญญาณให้พ่อบ้านำทั้งสองคนไปที่เรือนพักและให้เวลาทั้งสองคนอย่างเป็นส่วนตัวเพื่อให้พักผ่อนเต็มที่ก่อนจะรับหน้าที่อย่างเต็มตัวในวันพรุ่งนี้

     โจวอู๋ผลัดกับจิ้นจงในการชำระล้างร่างกาย ทั้งสองคนใช้เวลาสักครู่ในการจัดการตัวเองกันเสร็จสิ้นก็เริ่มนอนลงบนเตียงคู่ขนาดไม่ใหญ่มากจนร่างทั้งสองแนบชิดติดกัน ทั้งสองคุยกันเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายให้เต็มที่พร้อมสำหรับพรุ่งนี้..





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +7 คุณธรรม โพสต์ 2019-1-14 22:21

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2019-1-20 21:10:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พบเจ้าเมือง


     ผ่านไปได้เกือบสัปดาห์หนึ่งแล้วหลังจากที่หมิงโจวอู๋เข้ารับราชการในฐานะต้าเซียงหลิงประจำหมู่บ้านเฟย ปัญหาที่เขาจัดให้อยู่ในความสำคัญระดับต้นๆก็คือการแก้ปัญหาชาวบ้านใช้ชีวิตแบบไม่มีสติ เขาพยายามที่จะแก้ไขปัญหาโดยการส่งเรื่องไป ทางการเพื่อจัดการแล้วแม้จะเขียนจดหมายฝากเจ้าจิ้นอู๋ส่งไปที่จวนให้พ่อแล้วแต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆวันนี้โจวอู๋จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินทางมคุยกับเจ้าเมืองฮุ่ยผู้มียศเป็นหัวหน้าของตน โจวอู๋ใช้เวลาช่วงเช้าในการรวบรวมปากคำจากคนในหมู่บ้านและเอกสารต่างๆและเข้าพบเจ้าเมืองฮุ่ยในตอนค่ำเพื่อให้รบกวนเวลาราชการน้อยที่สุด โจวอู๋พร้อมจิ้นจงเดินทางออกมาจากหมู่บ้านเฟยตอนพลบค่ำ พวกเขาใช้เวลาเล็กน้อยก็ถึงเมืองหรูหนานทั้งคู่มุ่งหน้าเข้าใจกลางเมืองเพื่อเข้าพบเจ้าเมืองทันที

     เมื่อมาถึงหน้าจวนเจ้าเมืองจิ้นจงก็นำรถม้าไปจอดเทียบไว้ด้านข้างและทั้งคู่ก็เดินไปแจ้งความประสงค์ขอเข้าพบท่านเจ้าเมืองกับพ่อบ้านที่ยืนต้อนรับอยู่ด้านหน้า ผ่านไปสักครู่พ่อบ้านก็นำทั้งสองคนเข้ามายังที่ทำการโดยมีเจ้าเมืองหนุ่มนั่งเขียนจดหมายอยู่

     "ว่ายังไงกัน ยังไม่ถึงสัปดาห์เลยเจ้ามาหาข้าแล้วรึ" เจ้าเมืองฮุ่ยละสายตาจากจดหมายที่เขียนอยู่ตรงหน้าแล้วหันมาทักทายผู้มาเยือนทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

     "ข้าอยากมาปรึกษาท่านเรื่องพรรคภูติทมิฬลมดำน่ะขอรับ" เมื่อได้ยินชื่อพรรคดังกล่าวทำให้เจ้าเมืองถึงกับชะงักและหันมามองโจวอู๋ทันที ใบหน้าของเขาแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด

     "เจ้าอย่าเข้าไปยุ่ง!!" เจ้าเมืองฮุ่ยตวาดใส่โจวอู๋ทำเอาทั้งสองคนตกใจมาก

     "เห็นทีจะไม่ได้เสียแล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้านข้าใช้ชีวิตกันอย่างไร้จุดหมาย เหมือนเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก เพราะเรื่องบ้าๆนี่ พวกเขาทั้งเศร้า ทั้งแค้น ทั้งโกรธ บาดแผลเหล่านี้ฝังอยู่ในใจของชาวบ้านในหมู่บ้านข้ามาก หากข้าจะเป็นนายอำเภอที่ดีข้าควรจะจัดการเรื่องนี้มิฉะนั้นข้าก็มิใช่ขุนนางดีที่ประชาชนต้องการหรอก" โจวอู๋พูดถึงความรู้สึกของคนในหมู่บ้านให้เจ้าเมืองฮุ่ยฟัง

     "ก็ใช่ว่าข้าจะไม่รู้เรื่องนั้น ก่อนที่เจ้าจะเข้ามาประจำการข้าลงไปทำราชการที่หมู่บ้านเฟยบ่อยครั้ง ข้ารู้ว่าชาวบ้านรู้สึกยังไง ข้าเคยลงไปสัมผัสมาแล้วล่ะ" เจ้าเมืองฮุ่ยตอบอย่างใจเย็น

     "ถึงท่านจะรู้แล้วแต่ท่านยังไม่ทำอะไรอีกรึ" โจวอู๋เริ่มมีอาการโมโหเพราะการกระทำของชายผู้อาวุโสกว่าตนตรงหน้า

     "เจ้าน่ะใจเย็นก่อน"

     "ท่านยังจะให้ข้าใจเย็นอีกหรอ"

     "เจ้าคงคิดว่าข้าไม่ทำอะไรสินะ ความจริงข้าน่ะช่วยพวกเขาไว้หลายครั้งมาก ครั้งแรกที่ข้าลงไปชาวบ้านในนั้นบางคนทั้งเศร้าและอยากฆ่าตัวตายข้าใช้เงินส่วนตัวมากมายในการสร้างอาชีพให้พวกเขา ทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจ ตั้งผู้ใหญ่บ้านให้เป็นเสาหลักของหมู่บ้าน แม้แต่การร้องและส่งเรื่องไปที่เมืองหลวงข้าก็ทำมาแล้ว" เจ้าเมืองฮุ่ยค่อยๆอธิบาย

     "แล้วทำไมความช่วยเหลือใดๆยังมาไม่ถึงอีกล่ะ" โจวอู๋เริ่มใจเย็นลงและถกถึงปัญหาต่างๆ

     "ข้าค่อนข้างมั่นใจว่าคงมีหนอนบ่อนไส้ในเมืองหลวงแน่นอน ทหารของข้าที่เป็นม้าเร็วส่งจดหมายถูกฆ่าและส่งเสื้อผ้าที่เปื้อนเลืดพร้อมจดหมายขู่เกี่ยวกับเรื่องนี้ประมาณว่าอย่าไปยุ่งกับพรรคภูติทมิฬลมดำมิฉะนั้นศพต่อไปจะไม่ใช่ทหารแต่จะเป็นข้าเอง" เจ้าเมืองฮุ่ยพูดเรื่องนั้นด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว เหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าจนสังเกตได้

     "แสดงว่าส่งเรื่องไปทางการคงจะไม่ปลอดภัยสินะ จิ้นจงเจ้าไปเขียนจดหมายเตือนพ่อข้าด้วยนะ" โจวอู๋สั่งจิ้นจงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง จิ้นจงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกไป

     "ทำไมต้องเตือนพ่อเจ้าด้วยล่ะ" เจ้าเมืองฮุ่ยถามด้วยความสงสัย

     "พ่อข้าเป็นขุนพลเกษียณอายุน่ะ ข้าให้พิราบข้าส่งจดหมายไปให้ท่านพ่อช่วยสืบเรื่องนี้ให้"

     "อ่อ ดีแล้วล่ะ"

     "แล้วท่านมีแผนจะช่วยเรื่องนี้หรือไม่" โจวอู๋กลับมาที่ประเด็นที่ตนมาหา

     "เจ้ายังไม่เห็นจดหมายขู่นั้นอีกรึ ข้าจะไปทำอะไรได้" เจ้าเมืองฮุ่ยบ่นเล็กน้อย

     "ถ้าพึ่งทางการไม่ได้ก็ต้องพึ่งตนเองแล้วแหละท่าน ท่านว่าด้วยกำลังของท่าน ทหารในปกครองรวมทั้งพวกข้าจะจัดการเรื่องนี้ได้หรือไม่" โจวอู๋แสดงความเห็นแม้เป็นทางที่เสี่ยงมากนัก

     "คงเป็นไปได้ยากน่ะสิ ทั้งเจ้า ข้าและเจ้าหนุ่มเพื่อนเจ้าก็ล้วนแล้วแต่เป็นบัณฑิตทั้งนั้นไม่มีใครเชี่ยวชาญการสู้รบเลย ทหารในปกครองของข้าก็มีไม่มากคงจะยากที่จะนำไปทำสงคราม ถึงจะมีมากแต่เราก็ไม่รู้ว่าศัตรูมีกำลังมากแค่ไหนเชียว จะให้ชาวบ้านจับอาวุธสู้ก็คงเป็นการทำร้ายเปล่าๆ ข้าว่ามันยากมากนะถ้าไม่พึ่งกำลังจากทางการ" เจ้าเมืองฮุ่ยวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบ ซึ่งโจวอู๋ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วย

     "การประกาศหาขุนพลคงโจ่งแจ้งเกินไปด้วย" โจวอู๋ออกความเห็นบ้าง

     "นั้นสิ ถ้าหากกำลังที่ได้มามีไม่มากพอและไม่มีความสามารถพอก็คงพลาดพลั้งอยู่ดี"

     "งั้นถ้าข้าใช้ขุนพลคนสนิทที่ข้าพอรู้จักบวกกับพวกชายยุทธที่ข้าพอมีปฏิสัมพันธ์อยู่ด้วยในการมาเป็นกำลังหลัก จากนั้นก็ค่อยรวบรวมชาวบ้านมาฝึกใช้เวลาสักสามสี่ปีคงจะมีความสามารถพอสมควร แล้วข้าอาจจะของกะเกณฑ์ทหารนอกราชการที่เป็นลูกน้องเก่าของพ่อข้ามาช่วยได้บ้าง ส่วนการวางแผนรบคงเป็นไปไม่ยากนักจิ้นจงศึกษาตำรากลศึกตั้งแต่เด็กๆตอนนี้เขาค่อนข้างเชี่ยวชาญหากได้กุนซือมาเพิ่มอีกเล็กน้อยคงเพิ่มความรักกุมให้แผนได้ไม่น้อย" โจวอู๋เริ่มวางแผนต่างๆซึ่งค่อนข้างที่จะต้องใช้เวลาเป็นปัจจัยหลัก

     "ขุนนางมาใหม่ช่างเลือดร้อนเสียจริง แต่ข้าก็ยอมรับนะว่าแผนของเจ้าเป็นแผนการที่ดี ข้าขอเวลาวิเคราะห์ความเป็นไปได้เล็กน้อยและจะมาแจ้งเจ้าแล้วกัน ระหว่างนี้เจ้าใช้ที่พักแขกของข้าไปก่อนก็ได้ จะได้ไม่ต้องเดินทางไปกลับบ่อยๆ" เจ้าเมืองฮุ่ยชื่นชมโจวอู๋แล้วจึงรวบรวมหนังสือต่างๆเพื่อไปวิเคราะห์แผนการ

     "ช่วยรีบหน่อยนะท่าน ถ้าคิดว่าดีจะได้เริ่มแผนเลย แผนข้าใช้เวลานานมากเลยน่ะ" โจวอู๋กล่าว เจ้าเมืองฮุ่ยพยักหน้ารับรู้เล็กน้อยแล้วจึงเดินออกไปจากที่ทำการ โจวอู๋และจิ้นจงเลยมุ่งหน้าไปยังเรือนพักแขกเพื่อพักผ่อนรอคำตอบของเจ้าเมืองฮุ่ยในเรื่องแผนการ





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-1-20 22:39

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +50 เงินตำลึง +3000 ชื่อเสียง +50 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 3000 + 50 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2019-1-20 23:25:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เตรียมแผนการ


     ระหว่างที่โจวอู๋กำลังเตรียมตัวเข้านอนจู่ๆพ่อบ้านของเจ้าเมืองฮุ่ยก็มาเคาะห้องเรียกโจวอู๋เข้าไปพบโดยด่วน โจวอู๋รีบล้างหน้าล้างตาเล็กน้อยแล้วจึงตามพ่อบ้านออกไปเพื่อพบกับเจ้าเมืองฮุ่ยที่ยังคงนั่งวิเคราะห์แผนการต่างๆสลับกับอ่านตำรากลศึกต่างๆเพื่อวางแผนอย่างรอบคอบ

     "ว่าไงขอรับท่านเจ้าเมือง เรียกข้าเสียดึกเชียว" โจวอู๋ทักทายเล็กน้อยทำให้ชายตรงหน้าละสายตาจากตำราตรงหน้าได้

     "อืมม จากการที่ข้าวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆอย่างถี่ถ้วนแล้ว ข้าคิดว่าแผนการเจ้าคงจะพอเป็นไปได้อยู่บ้าง" เจ้าเมืองฮุ่ยเริ่มพูดเกี่ยวกับแผนการของโจวอู๋

     "งั้นดีเลยข้าจะรีบรวบรวมขุนพลมือดีเพื่อการนี้" โจวอู๋มีสีหน้าที่ดีใจอย่างเห็นได้ชัด

     "ว่าแต่เจ้าจะหาขุนพลจากไหนล่ะ" เจ้าเมืองฮุ่ยถามทำให้โจวอู๋ฉุกคิดได้ เขาไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับชาวยุทธมากพอที่จะรวบรวมเป็นขุนพลได้

     "ข้าว่าข้าจะตระเวนหาไปเรื่อยๆ ทำตัวเหมือนนักเดินทางที่คอยหาคนคุ้มกันน่าจะพอหาได้บ้าง" โจวอู๋ลองนึกวิธีต่างๆ

     "นั้นมันหว่านแหมากเลยนะ เจ้าอาจไม่เจอใครที่ยอมรับได้ในเรื่องนี้เลยนะ พรรคภูติทมิฬลมดำก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านความโหดร้าย คงไม่มีชาวยุทธคนใดอยากยุ่งมากนักหรอก" เจ้าเมืองฮุ่ยกล่าว นั้นก็เป็นอีกปัจจัยที่น่ากลัว โจวอู๋ใช้เวลานึกเล็กน้อยก่อนที่จะนึกอะไรดีๆออก

     "ระหว่างที่ข้าเดินทางมาที่นี่ ข้าเจอชาวยุทธคนนึงนามว่าเฟย จิวฮง เป็นผู้ที่ใช้แส้ต่อสู้ได้อย่างแข็งแกร่ง ข้าว่าจะลองไปถามดูน่ะ แถมจิวฮงยังเป็นชาวยุทธที่ชอบท้าตีท้าต่อยคนไปทั่วคงพอรู้จักคนมีฝีมืออยู่บ้าง" โจวอู๋นึกถึงบุรุษหนุ่มหน้าสวยที่เคยพบ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานนี้เลยก็ว่าได้

     "อืม ถ้าเจ้าคิดว่าดีข้าก็เห็นด้วย แล้วเจ้าจะไปตามหาที่ไหนล่ะ พวกชาวยุทธรุ่นใหม่คงไม่ปักหลักที่เดิมๆแน่"

     "ครั้งล่าสุดที่ข้าพบจิวฮง เขาบอกข้าว่าจะไปซินเอี๋ยน่ะ ไปลองตามหาดูคงจะเจอ"

     "ได้เลย ถ้าให้ดีเริ่มออกเดินทางให้เร็วที่สุดเลยก็ได้นะ ระหว่างที่เจ้าเดินทางข้าจะให้คนไปประกาศหาทหารชาวบ้านที่หมู่บ้านเฟยเพื่อนำมาฝึกแล้วกัน" เจ้าเมืองฮุ่ยยินยอมให้ทำตามแผนของโจวอู๋แล้ว

     "ขอบคุณท่านมากที่เห็นด้วยกับแผนการข้า ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อชาวบ้านในปกครองของข้า ยังไงระหว่างที่ข้าเดินทางท่านช่วยส่งคนไปดูแลหมู่บ้านแทนข้าด้วยนะขอรับ" โจวอู๋ให้คำมั่นสัญญากับเจ้าเมือง เขาเดินออกมาเพื่อกลับสู่ห้องพัก การเดินทางตามหาขุนพลเพื่อมาปราบพรรคภูติทมิฬลมดำใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว เพลงดาบบทใหม่ใกล้จะระอุขึ้น การวางแผนที่ยาวนานของโจวอู๋จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นกับการเดินทางตามหาขุนพลในครั้งนี้ โจวอู๋รีบนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อจะเดินทางไปซินเอี๋ยอย่างเร็วที่สุด





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2019-1-24 21:19:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขุนพลคนแรก


     หลังจากพาเฟย จิวฮงกลับมาจากเมืองซินเอี๋ย เมื่อกลับมาถึงก็พบว่าเจ้าเมืองฮุ่ยและทหารจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปยังหมู่บ้านเฟยเพื่อคัดเลือกทหารชาวบ้านมาเข้าร่วมกองกำลังโดยมีกำหนดกลับในอีก 2 วัน โจวอู๋จึงพาจิวฮงไปเดินเล่นรอบๆเมืองและเปิดห้องในโรงเตี๊ยมให้ส่วนโจวอู๋และจิ้นจงยังคงใช้ห้องพักแขกของจวนเจ้าเมืองในการอยู่อาศัยไปก่อน

     ขบวนของเจ้าเมืองฮุ่ยกลับมายังเมืองในช่วงพลบค่ำ โจวอู๋ติดต่อขอเข้าพบผ่านทางพ่อบ้านประจำจวนซึ่งเจ้าเมืองขอให้เป็นเวลาดึกเพราะตนต้องการเวลาส่วนตัวหลังจากปฏิบัติราชการเล็กน้อย โจวอู๋ จิ้นจงและจิวฮง นั่งสนทนาสัพเพเหระรออยู่ที่ห้องรับรองด้านหน้าจวน สักพักก็มีพ่อบ้านมาเรียกเพื่อให้ทั้งสามคนไปเข้าพบเจ้าเมืองได้

     "ขอโทษที่ทำให้รอนะ ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะมาเร็วขนาดนี้" เจ้าเมืองฮุ่ยที่นั่งอยู่กล่าวทักทายทั้งสามคน

     "ข้าสิต้องขอโทษท่าน ข้าไม่ควรมารบกวนเวลาท่านเลย ท่านไปราชการที่หมู่บ้านมาก็เหนื่อยมากแล้ว" โจวอู๋ตอบอย่างถ่อมตัว ทั้งสามคนยืนอยู่เบื้องหน้าของเจ้าเมือง

     "ไม่เป็นไรหรอกหากเป็นเรื่องแผนการแล้ว ข้ายินดีเสมอยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี" เจ้าเมืองตอบแล้วยิ้มให้ทั้งสามคน

     "เป็นอย่างไรบ้างล่ะท่านไปคัดเลือกทหารชาวบ้านที่หมู่บ้านน่ะ" โจวอู๋เริ่มเข้าประเด็นสนทนาก่อน

     "ก็อย่างที่เจ้ารู้ ชาวบ้านยังไม่กระตือรือร้นเท่าไหร่นัก ข้าให้ทหารอยู่เฝ้าที่นั่น 2-3 คนน่ะเผื่อมีใครมาสมัคร ล่าสุดก่อนข้าออกมาก็มีประมาณเกือบ 100 คนแล้วล่ะ"

     "ยังไม่มากเลย คงต้องระดมพลจากหมู่บ้านหรือเมืองใกล้เคียงด้วยแล้วล่ะ" โจวอู๋คิดคำนวณในหัวอย่างรวดเร็วถึงโอกาสการแพ้ชนะต่อกำลังพลปริมาณน้อยแบบนี้

     "ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ไว้ข้าจะเขียนประกาศรับแล้วกัน ว่าแต่บุรุษรูปงามด้านหลังเจ้าคือใครกัน" เจ้าเมืองฮุ่ยเริ่มถามถึงสมาชิกใหม่ในห้องทำงานแห่งนี้

     "นี่คือเฟย จิวฮง เป็นชาวยุทธผู้ใช้แส้ จากการที่ข้าคุยจิวฮงมีวรยุทธ์และกำลังภายในรวมทั้งวิชาตัวเบาด้วย เขาเป็นถึงศิษย์สำนักฉวนเจินเชียวแหละท่าน ข้าว่าจิวฮงนี่แหละเหมาะกับการเป็นขุนพลคนแรกของกองกำลังชาวบ้าน" โจวอู๋กล่าวแนะนำจิวฮงให้เจ้าเมืองฮุ่ยรู้จัก

     "อืมม ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถมากเลย ข้าหวังว่าท่านจะช่วยเกี่ยวกับการฝึกกำลังพลได้บ้างนะท่านจิวฮง" เจ้าเมืองฮุ่ยทักทายอย่างเป็นมิตรพร้อมยื่นหน้าที่ให้ทันที

     "ไม่ต้องแทนข้าว่าท่านหรอก ข้าเป็นเพียงบุรุษหนุ่มในยุทธจักรที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักท่านเจ้าเมืองมีชื่อเสียงกว้างขวางกว่าข้าอีก ส่วนเรื่องการฝึกสอน แม้ข้าจะไม่ได้เก่งมากนะแต่ด้วยวิชาต่างๆที่ข้ามีคงพอที่จะฝึกในเบื้องต้นได้นะท่าน ต้องขอบคุณท่านที่วางใจให้ข้าจัดการเรื่องนี้" จิวฮงโค้งตัวขอบคุณอย่างถ่อมตัว

     "งั้นพวกเจ้ารีบไปทำภารกิจต่างๆต่อเถอะ เราไม่ควรเสียเวลานาน โจวอู๋จิ้นจงพวกเจ้าไปเดินทางตามหาขุนพลยอดฝีมือมาอีก ส่วนจิวฮงเจ้าไปที่หมู่บ้านเฟยพร้อมทหารจำนวนหนึ่ง จงไปสร้างค่ายชั่วคราวสำหรับการฝึกกองกำลังทหารเสีย ข้าจะได้นำทหารไปฝึกรวกันที่นั่น" เจ้าเมืองฮุ่ยมอบหมายงานต่างๆให้เรียบร้อย

     "รับทราบขอรับ" ทั้งสามเสียงตอบพร้อมกัน ทั้งสามเดินออกจากที่ทำการเพื่อเตรียมขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเดินทางต่อ จิวฮงแยกออกไปอีกทางเพื่อเก็บสัมภาระบางส่วนและเตรียมไปยังหมู่บ้านเฟย



     "ท่านนายอำเภอๆ" เสียงทหารคนหนึ่งวิ่งหอบมาจากด้านหลังของจวนซึ่งเป็นโรงม้าของจวน เสียงนั้นทำให้โจวอู๋ชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปหาต้นเสียงนั้น

     "มีอะไรรึ รีบวิ่งมาเชียว"

     "ผู้ใหญ่บ้านฝากจดหมายมาให้ท่านน่ะ สีหน้าของเขาดูเป็นเรื่องด่วนมากนะขอรับ" นายทหารยื่นม้วนจดหมายให้โจวอู๋ โจวอู๋ที่ได้ฟังดังนั้นจึงรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน..



ท่านนายอำเภอหมิง ขอให้ท่านรีบกลับมายังหมู่บ้านเฟยโดยด่วน
ขณะนี้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากแล้ว เกิดศึกขนาดย่อมระหว่างตระกูลกู้และตระกูลเสิ่น
เนื่องด้วยเกิดศึกแย่งชิงต้นมะม่วงกันเพราะความเห็นไม่ตรงกันเรื่องพื้นที่และสิทธิ์ในมะม่วง
ตอนนี้เป็นศึกขนาดย่อมแล้ว หากปล่อยไว้นานกว่านี้อาจเป็นศึกใหญ่ได้
ข้าได้ยินมาว่าตระกูลกู้มีการส่งจดหมายเรียกพรรคพวกจากเมืองเฉียวมาเพิ่มอีก
ข้ากังวลว่าจะมีการรบราฆ่าฟันกันเสียก่อน ท่านรีบกลับมาเถอะ

เฉินปิง
ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเฟย



     เมื่อได้อ่านจดหมายดังกล่าวทั้งโจวอู๋และจิ้นจงก็รีบขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับหมู่บ้านเฟยพอดีโดยมีการแวะรับจิวฮงระหว่างทางเล็กน้อยเพื่อประหยัดเวลาและเงินในการเดินทางของจิวฮง รถม้าเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมุ่งสู่หมู่บ้านเฟย โจวอู๋ได้แต่ภาวนาว่าขอให้พรรคพวกของพวกตระกูลกู้ไม่มาถึงเสียก่อน เขาไม่อยากเสียจำนวนชาวบ้านในหมู่บ้านตนไปอีกแล้ว..





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2019-1-30 21:46:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
5 ปีที่รอคอย


     เวลาของภารกิจการตามหาขุนพลมาเพื่อทำศึกของกองกำลังชาวบ้านล่วงเลยมาห้าปีแล้ว โจวอู๋รวบรวมขุนพลมากฝีมือกว่าห้าสิบชีวิตทั้งผู้ใช้แส้ ผู้ใช้ดาบ ผู้ใช้หอก รวมถึงทหารชาวบ้านอาสาอีกจำนวนมากที่จะเข้าร่วมกับกองกำลังนี้ การฝึกต่างๆดำเนินไปอย่างราบรื่น ทหารจากส่วนกลางบางส่วนก็เดินทางมาร่วมฝึกหลายครั้ง กุนซือมากหน้าหลายตาเข้ามาร่วมมือกับเจ้าเมืองฮุ่ย โจวอู๋และจิ้นจงในการวางแผนการรบ บัดนี้เวลาเคลื่อนพลใกล้เข้ามาแล้ว โจวอู๋รีบเดินทางเข้าเมืองหรูหนานเพื่อคุยเรื่องแผนการกับเจ้าเมืองฮุ่ยต่อไป

     เมื่อมาถึงยังเมืองหรูหรานจิ้นจงก็นำม้าเข้าไปจอดที่โรงม้าทันทีเพราะความสนิทชิดเชื้อ เข้าออกจวนแห่งนี้หลายครั้งทำให้พ่อบ้านหรือทหารไม่จำเป็นต้องหวาดระแวงหรือตรวจสอบทั้งคู่ใดๆ โจวอู๋ยังคงเลือกที่จะมาติดต่อในช่วงค่ำเพื่อให้กระทบเวลาน้อยที่สุด วันนี้มีบุรุษอีกคนหนึ่งมาร่วมกับคณะเดินทางของเขาด้วย

     "เป็นอย่างไรบ้างล่ะ" เจ้าเมืองฮุ่ยกล่าวทักทายเมื่อทั้งสามคนเดินเข้ามา ตอนนี้ห้องทำงานของเจ้าเมืองฮุ่ยเต็มไปด้วยแผนการ ตำรากลศึก และแผนที่ต้าฮั่น ที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์บัญชาการขนาดย่อมๆเลยก็ว่าได้

     "การฝึกกำลังพลทุกอย่างเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยขอรับ ข้าว่ากองทหารชาวบ้านของเรามีศักยภาพพร้อมดำเนินการขั้นถัดไปแล้วขอรับ" โจวอู๋รายงานข้อมูลต่างๆให้เจ้าเมืองทราบเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย

     "อืมๆ ดีมาก กำลังพลมีประมาณสองถึงสามพันคน คงพอสำหรับงานนี้ งั้นเจ้าจงไปแบ่งกำลังพลทั้งหมดออกเป็นเหล่าๆ ทั้งเหล่าราบ เหล่าม้า เหล่าธนู รวมทั้งหน่วยอารักขาเสบียง ให้ขุนพลมากฝีมือเป็นผู้นำแต่ละเหล่าแต่ละหมวด และจงหาขุนพลที่มีฝีมือมากที่สุดเป็นแม่ทัพใหญ่ในการศึกนี้ ส่วนด้านการรบข้าจะให้กุนซือจำนวนไม่มากลงสนามรบไปด้วยโดยมีข้าเป็นกุนซือใหญ่ ส่วนเจ้ากับจิ้นจงให้แบ่งกันคุมฝ่ายซ้ายและขวาโดยมีกุนซือคนอื่นๆช่วย เราต้องดำเนินการสอดประสานกันอย่างไร้ช่องโหว่ เตรียมม้าเร็วสำหรับการสื่อสารแต่ละฝ่ายด้วย" เจ้าเมืองฮุ่ยมอบหมายหน้าที่เพิ่มเติมแก่โจวอู๋

     "ถ้าหากพูดถึงแม่ทัพใหญ่แล้ว ข้าขอให้ท่านพิจารณาสหายข้าคนนี้เป็นอันดับแรกเลย เฟย จิวฮง เป็นขุนพลคนแรกสุดของกองกำลังแถมยังเป็นพูดควบคุมการฝึกซ้อมแต่แรก หากไม่ใช่จิวฮงคงยากจะหาใครมาแทนแล้ว" โจวอู๋ผายมือไปยังบุรุษหน้าสวยที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังสุด

     "ข้าเห็นด้วย เจ้าว่าไงล่ะจิวฮง เจ้าคิดว่ารับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงครั้งนี้ได้หรือไม่" เจ้าเมืองฮุ่ยถาม

     "ข้าน้อยมิรู้ว่าความสามารถข้าจะถึงขั้นแม่ทัพใหญ่หรือไม่ แต่ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ ข้าจะรับตำแหน่งนี้ไว้และจะนำชัยชนะมาให้จงได้ ขอบคุณท่านทั้งสามที่เห็นความสามารถของข้า" จิวฮงโค้งให้กับทั้งสามคนอย่างอ่อนน้อม

     "เอาล่ะพวกเจ้ารีบไปดำเนินการตามแผนการเถอะ เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว" เจ้าเมืองฮุ่ยมองปฏิทินเวลาต่างๆบัดนี้เวลากับลังเหมาะสมแล้ว

     "ข้าถามได้หรือไม่ว่าเราจะบุกกันเมื่อไร" จิวฮงเอ่ยปากถามเนื่อจากตนต้องเตรียมการหลายๆอย่างเกรงว่าจะไม่ทัน

     "เร็วๆนี้แหละ เจ้ารีบไปเตรียมการเถอะ" เมื่อเจ้าเมืองฮุ่ยกล่าวดังนั้นทั้งสามคนจึงออกจากจวนและมุ่งหน้ากลับสู่หมู่บ้านเฟยเพื่อเตรียมการศึกและจัดการกำลังพลต่อไป การศึกใกล้ถึงเวลาเข้ามาแล้ว หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2019-1-30 22:35

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +75 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 75 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-3-21 13:30

ขึ้นไปด้านบน