เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองเฉิงตู } จวนผู้ว่าการเมืองเฉิงตู | เซียวไต้อ๋อง

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-10-5 11:32:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-10-5 11:36

โรลอิสระ

                   หลังจากที่ลู่เอินวาดรูปเหมือนของแม่ค้าเสร็จ สตรีทั้งสามก็เดินทางมาที่จวนผู้ว่าการเมืองเฉิงตู โดยที่เก้าจิ่นเหิงเป็นคนนำทางไปร้องทุกข์ คนเฝ้าหน้าจวนเห็นเป็นสตรีมาร้องทุกข์ จึงเชิญให้เข้าไปนั่งรอด้านใน แต่ผู้ว่ากลับไม่อยู่ที่จวน คนจดบันทึกจึงมาจดเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อน
                   "ผู้ร้องทุกข์คือแม่นางเก้าจิ่นเหิงผู้นี้ใช่ไหมขอรับ" คนจดบันทึกหันไปมองเก้าจิ่นเหิง
                   "เจ้าค่ะ"
                   "วันนี้มาร้องทุกข์เรื่องอะไรรึขอรับ"
                   เก้าจิ่งเหิงหยิบผ้าคลุมสีขาวผื่นหนึ่งยื่นให้อีกฝ่าย "ไม่นานมานี้ข้าไปเดินที่ตลาดเมืองเยว่สุย เห็นผ้าคลุมนี้งดงามซ้ำยังราคาถูกจึงซื้อติดมือมา แต่วันนี้สหายของข้าที่มาจากฉางอันเห็นผ้าคลุมเข้า" อีกฝ่ายผายมือมาทางลู่เอินที่นั่งอยู่ข้างกาย "นางจึงขอลองสวม แต่ไม่นึกว่าจะจับสังเกตได้ว่ามีบางอย่างอยู่ใต้ผ้า พอข้าลองกรีดออกดูจึงพบว่ามันเป็นตราของรัฐเตี้ยน"
                   เมื่อได้ยินคำว่ารัฐเตี้ยน คนจดบันทึกจึงรีบพลิกผ้าคลุมไปมา เห็นว่ามีรอยกรีดผ้า ซ้ำยังมีตราสัญลักษณ์อยู่จริง "หรือก็คือ แม่นางคิดว่าของสิ่งนี้.."
                   "ย่อมต้องเป็นของโจร"
                   คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดเข้ากลางจวนผู้ว่า ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบไม่เว้นแม้แต่สายใช้ที่เดินมารินน้ำชาพอดี คนจดบันทึกพับผ้าวางไว้ข้างตัว ก่อนจะเขียนรายละเอียดลงในม้วนไผ่ให้เรียบร้อย เก้าจิ่งเหิงยื่นกระดาษม้วนหนึ่งให้กับเขา
                   "นี่คือภาพเหมือนของแม่ค้าคนนั้น" พอคนจดบันทึกรับไป เก้าจิ่งเหิงจึงเอ่ยต่อ "วันนี้ท่านผู้ว่าไม่อยู่ หากมีความคืบหน้าหรือต้องการให้ข้าบอกอะไรเพิ่ม มาหาข้าได้แถวโรงหมอหมื่นฝัน บ้านข้าอยู่ที่นั้น"
                   "หากได้เรื่องอย่างไร ทางจวนผู้ว่าจะติดต่อไปขอรับ"
                   เมื่อได้ยินคำนั้น สตรีทั้งสามจึงมองหน้ากันแล้วขอตัวเดินออกไป ยังไม่ทันได้เดินพ้นประตูเมืองติงโหยวก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่นึกว่าต้องมาพยายามทำตัวสงบเสงี่ยม ทั้งยังยืนฟังได้อย่างเดียว แต่ที่ทำให้ผิดคาดคือเก้าจิ่งเหิงไม่เบาเลย หลังจากประลงฝีมือกันแล้ว ติงโหยวจึงพบว่าตัวเองด้อยกว่าเก้าจิ่งเหิงค่อนข้างมาก จึงเกิดความรู้สึกดั่งมิตรสหายขึ้นมา
                   "เช่นนั้นเราไปหาอะไรกินกันเถอะ ข้าจะเลี้ยงเอง"
                   ลู่เอินมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม "พี่โหยวจะเลี้ยงจริงรึเจ้าคะ"
                   "นั้นสินะ บอกว่าแม่นางลู่เอินเลี้ยง ข้ายังจะเชื่อกว่า"
                   "ข้าก็ไม่ใช่คนขี้เหนียวอะไรเสียหน่อย แต่ต้องให้เจ้าแนะนำร้านดีๆแล้ว"
                   "ย่อมได้"
                   เก้าจิ่งเหิงพูดขึ้นพร้อมกับนำทางสตรีทั้งสองออกไปจากจวนผู้ว่าเมืองเฉิงตู

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +77 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2018-10-5 21:53:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-5 22:26


เหมือนรู้จักกันมาก่อน … สัตว์น่ะมีสัญชาติญาณอันแรงกล้านะ

        เป่าหลิงนั้นควบขี่ม้ามาในช่วงเช้าตรู่ก็ถึงยังเขตเมืองเฉิงตู ดวงตาของหญิงสาวนั้นเหลืองมองเมืองแห่งนี้ มันช่างดูเป็นเมืองที่สงบดีนะ? หญิงสาวคลียิ้ม แล้วกระชุดชุดคลุมของตนเอง เพื่อที่จะให้ตนเองนั้นเดินทางได้อย่างง่ายๆ … การเดินทางที่ผ่านมาเธอไม่ได้หยุดพัก เมื่อถึงเมืองจึงเดินไปฝากม้าไว้ที่จุดพักม้า ส่วนตนเองก็เดินออกมาเพื่อหาอะไรทานในช่วงเช้าเพราะมันเผาที่กินไปยังไม่พอยาไส้

        หญิงสาวเลือกที่จะไปแถวๆป่ากลางเมือง ดูเหมือนว่ามันเป็นพื้นที่ออกนอกจวนด้านหลังของจวนขนาดใหญ่ของใครก็ไม่รู้ ดวงตาของเธอเหลืองมองธรรมชาติโดยรอบ.. ข้างๆต้นไม้ที่หญิงสาวกำลังปิ้งปลาย่างกินนั้นมีอะไรบางอย่างที่เธอไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด..

        ใช่..จะได้รู้ใกล้ๆนี้ล่ะ..

        ‘หืม...รอบนี้กินปลาย่างหรอ?..ให้หานลู่กินด้วยสินะ..’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยในขณะที่หญิงสาวก็พยักหน้าเล็กน้อย เธอคลียิ้มแล้วหันไปทางหานลู่ที่กำลังนั่งนอนแหมะอยู่ข้างๆกายของตนเอง.. หมาป่าสีดำดวงตาสีนำ้เงินสว่าง ลวดลายที่แปลกตาตรงนั้นทำให้ใครกลายๆคนอาจมองเป็นสัตว์พิเศษก็เป็นได้

        “หานลู่ไม่ค่อยทานอะไรเลย..ปกติเจ้าทานอะไรเล่า?” เป่าหลิงเอ่ยถามหมาป่านามหานลู่ เมื่อหมาป่าหนุ่มได้รับคำถามแบบนั้น ก็เงียบไปสักพัก … นั้นสิ.. เขากินอะไรเป็นปกตินะ? สำหรับกายเนื้อแบบนี้? ‘ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าไม่ค่อยได้ออกมาในฐานะกายเนื้อแบบนี้เท่าไรขอรับท่านเป่าหลิง มันก็เลยยังไม่ค่อยเสียละกระมัง?’ หานลู่ตอบ หญิงสาวจึงพยักหน้า ในขณะที่กำลังพลิกปลาปิ้งหอมๆไปด้วย

        เมื่อได้ที่ เธอก็วางลงบนใบตองเพื่อนำมันออกจากไม้ให้หานลู่ส่วนฝ้าเฉี่ยนั้นก็เกาะข้างๆกายของเธอ.. ‘....เอ่อ..นี้ข้าต้องมองเป็นฝ่ายมองพวกเจ้ากินไปเรื่อยๆแล้วสินะ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ย เป่าหลิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ.. เธอนั้นคลียิ้ม ก่อนที่จะเป่าปลาปิ้งเบาๆ เพื่อไล่ความร้อน ก่อนที่นางจะกัดลงไปที่เนื้อปลาหอมกลิ่นเกลือไหม้เล็กน้อย กับเนื้อปลาหวานๆ ไร้ก้าง มันนุ่มเอาเสียเธอนั้นรู้สึกดีกับรสสัมผัสเลยล่ะ

        โดยที่ข้างๆเธอนั้นมีหานลู่ที่กำลังกัดกินปลาอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ด้วยเช่นกัน..

        งิ๊ดๆ..งิ๊ดดด…

        เสียงของสัตว์สปีชี่เดียวกันกับหานลู่นั้นดังขึ้นที่กำแพงไม้ด้านข้างของเป่าหลิง หญิงสาวผละจากซากปลาที่โดนแทะเล็มโดยฝีมือตนเอง ก่อนที่จะขมวดคิ้วด้วยความงง .. เฮ้ย!! เสียงอะไรวะ!! แต่สำหรับหานลู่ที่ได้ยินเสียงนั้นก็กระโดดตนเอง ลุกตัวมาเพื่อที่จะข่มขู่กลิ่นที่ไม่คุ้นเคย.. จนเป่าหลิงจำต้องเอามือมาทาบไว้ข้างๆ..

        “ใจเย็นๆหานลู่..นั้น..เสียงหมาป่านี้?..ไม่เป็นอะไรหรอก..คงเป็นสัตว์เลี้ยงของจวนนี้น่ะ” เป่าหลิงอธิบาย ก่อนที่จะนั่งลง..เธอเหลือบไปมองปลาที่ยังเหลือ หญิงสาวเดินไปหยิบมันวางบนใบตอง เพื่อที่จะแจกหมาป่าตัวนั้น คงจะหิวหรือปล่าว? เห็นมาร้องงิ๊ดๆ อยู่ตรงข้างกำแพงเนี้ย.. ดูเหมือนว่ามันจะมีรูพอที่หญิงสาวจะเข้าไปได้ แต่ทว่าสำหรับเจ้าหมาป่านั้นกลับไม่อาจข้ามมาตรงนี้ …

        เป่าหลิงที่เห็นว่าเป็นจวนของคนอื่นก็ยังไม่ได้คิดอยากจะบุกรุกเข้าจวนของคนอื่นหรอก เธอจึงไม่เลือกที่จะเข้าไป ได้เพียงแค่วางปลาไว้ตรงช่องนั้นด้านในเพื่อให้หมาป่าตัวนั้นกินได้.. น่าแปลก ที่แม้ว่าปลาที่น่าอร่อยจะอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่หมาป่าตัวนั้นกลับไม่แตะเลยสักนิด..

        …..
        ……….

        “หานลู่ เจ้าบอกให้เขากินสิ..ฝ้าเฉี่ยก็ได้” เป่าหลิงหันไปมองเพื่อนของตนเองทั้งสองตัว ..แต่ทว่าหานลู่และฝ้าเฉี่ยกลับสายหัว..เหมือนกับบอกว่ามันไม่ใช่ “อ้าว..เอาแต่สายหัวแล้วข้าจะรู้อะไรไหม? นี้บอกข้ามาสิ..มางิ๊ดๆแบบนี้ข้าก็ไม่ใช่คนใจร้ายไส้ระกำกับสัตว์นะ?” เป่าหลิงเอ่ยต่อ

        ‘แต่ใจร้ายกับมนุษย์??’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยขึ้นอย่างกวนตีนเธอ.. "นั้นไม่นับสิ..มันขวางทางก็ต้องฆ่าปะ?" หญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้นก็ใช้นิ้วดีดฝ้าเฉี่ยอย่างหมั่นเขี้ยว และได้ยินเสียงงิ๊ดๆ ของหมาป่าฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ขาดสาย.. แต่แล้วหานลู่ก็จ้องมอง เขามองเธอด้วยสายตาที่เป็นห่วงไม่ได้ต่างกับฝ้าเฉี่ย ความจริงแล้ว หมาป่านั้นมักจะจำกลิ่นของเจ้าของตนเองได้..

        จวนแห่งนี้คือจวนผู้ว่าเมืองฉางอัน หรือจะบอกก็คือ จวนเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่(ในสมัยก่อน) พระสวามี...ของหญิงตรงหน้า แต่ทว่าตอนนี้นางไม่อาจจำสิ่งใดได้เพราะการปิดผนึกความทรงจำ … พวกเขาไม่อาจเอื่อนเอ่ยบอกสิ่งใดกับนางได้ ใช่แล้ว.. ไม่อาจบอกอะไรออกไปได้..

        เพราะความเงียบผิดปกติของทั้งสองตัว ทำให้เป่าหลิงงงอย่างมาก เธอเริ่มงงมากขึ้น เมื่อเสียงงิ๊ดๆนั้นเหมือนจะร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่กึ่งเศร้า เธอไม่อาจฟังภาษาสัตว์ออกได้ หากไม่ได้เชื่อมจิตกัน คนบ้าอะไรจะฟังสัตว์ออกไปเสียหมดว่ะ.. เป่าหลิงด้วยความที่เป็นคนอยากรู้อยากเห็นอยากใส่ใจ..หรือเขียนง่ายๆก็คืออยากเสือกนั้นเอง ก็ค่อยๆมุดตัวเองเข้าไปด้านใน

        ฝ้าเฉี่ยนั้นไม่อาจห้ามเป่าหลิงได้ทัน เพราะรู้อยู่แล้วว่าหากห้ามนางคงสงสัยมากกว่าเดิมเป็นแน่เลย เขาจึงทำได้แค่เพียงบินตามมาเท่านั้น.. แต่หานลู่กลับต้องรออยู่ด้านนอกเพราะตัวใหญ่เกินกว่าที่จะลอดข้ามช่องทางตรงนั้นเข้าไป..

        เมื่อเป่าหลิงข้ามเข้ามา สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกก็คือใบหน้าของหมาป่าตัวนั้นที่กระโจนมาเลียร่างกายของนางอย่างจั๊กจี้เหมือนกับคิดถึงมานานนับตราบนาน ดวงตาของนางจ้องมองด้วยความประหลาดใจพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักๆ .. “ฮ่ะๆ..อะไรเนี้ย เจ้า..ใจเย็นๆสิ โอ่ยๆ..พอแล้ว ข้าจะเลอะไปด้วยน้ำลายของเจ้าอยู่แล้ว ไม่อ้าว ว ว...ฮ่ะๆ” เป่าหลิงนั้นยิ้มหัวเราะกับการกระทำของสัตว์ตรงหน้า..

        เมื่อหญิงสาวสบดวงตาของมันก็เห็นถึงดวงตาแห่งความห่วงหาอาทร พร้อมกับหางที่สายไปมาเหมือนดีใจที่ได้เจอนาง.. ใช่แล้ว กลิ่นนี้คือกลิ่นของเจ้านายเพียงหนึ่งเดียวของมัน ใครเล่าจะไม่ดีใจที่ได้เจอเจ้านายบ้าง..

        แม้นางจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างก็ตามที

        “ว่าไง เด็กดี..เจ้าไม่ได้อยากกินปลาแต่อยากเล่นกับข้าอย่างงั้นหรอ?” เป่าหลิงเอ่ย ในระหว่างที่ลูบหัวของหมาป่าตัวนั้นไปด้วย และแล้ว เธอก็ใช้เวลาในการอยู่ใกล้กับเจ้าหมาป่าที่ไม่ยอมให้เธอออกห่างจากมันเลย…

        .
        .

       “ใครน่ะ!”

        เสียงเข้มของชายหนุ่มนั้นดังขึ้นมา.. เธอลืมไปเลยว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในพื้นที่ของบ้านคนอื่น หญิงสาวเมื่อได้ยินเธอก็ละสายตาจากหมาป่าตัวนั้นที่กำลังออดอ้อนเธอ ไปตามเสียง ร่างของชายคนหนึ่งที่ค่อนข้างดูสมส่วน มีกล้ามเนื้อเป็นช่วงในช่วงท้อง ใบหน้าหยวกหยกผิวขาวเนียนละเอียด ทั้งสองสบสายตาซึ่งกันและกัน.. ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามของเป่าหลิงนั้นสบสายตากับดวงตาสีดำสนิทของชายคนนั้น..

        ทั้งสองค้างเงียบกันไปสักครู่.. ก่อนที่เป่าหลิงจะละสายตาต่อสิ่งที่ทำให้นายหายใจติดขัด .. เสียงของหัวใจเต้นดังระงม แต่แล้วมันก็ค่อยๆสงบลงไปภายในเสี้ยววินาที..

        แปลก….

        “เจ้า..เจ้าเข้ามาได้อย่างไร..เจ้าบุกรุกจวนของข้าหรือ!” ชายคนนั้นพูดขึ้น
        “ไม่ๆๆ...ไม่ได้บุกรุกนะ..ข้ามาหาเขา!!” เด็กสาวอายุสิบห้าพูดแล้วชี้ไปทางหมาป่าที่กำลังนอนคลอเคลียกับตนเองอยู่ ชายหนุ่มเมื่อเหลือบมองดีๆ หญิงผู้นี้มีใบหน้างดงาม..กลิ่นกายที่คุ้นเคย แต่กลับไม่อาจจำได้ว่าเป็นใคร.. ใบหน้าแม้ไม่อาจคุ้นชิน แต่ก็รู้สึกแปลกๆ..  

        “เจ้าจะบอกว่าเจ้ามาหาข้าวอบซอสมะเขือเทศอย่างงั้นหรือ?” เขาถามอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินลงมาจากจวนด้านหลังตรงนั้น ตรงมาทางหญิงสาว

        “ฮ่ะ!! อะไรนะ!! นี้ชื่อข้าวอบซอสมะเขือเทศหรอ!!” เป่าหลิงเอ่ยอย่างตกใจ

         เห้!! ชื่อเหี้ยอะไรวะเนี้ย ชาตินี้จะมีคนตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงแบบเธออีกหรอ?! โอโห้ รสนิยมพี่เด็ดมาก!! ใบหน้าของชายคนนั้นเขินอายเล็กน้อย ก่อนที่จะถอนหายใจ ก่อนที่จะพูดอธิบายให้อีกคนเลิกเข้าใจผิด “ใช่...ข้าวอบซอสมะเขือเทศเป็นสัตว์เลี้ยงของฮูหยินข้าเอง..เจ้าเถอะ...น่าแปลก..ปกติมันจะไม่เข้าหาใครก่อนยกเว้นคนสนิทอย่างฮูหยินของข้า...เจ้าเป็นคนที่สองหลังจากนางเลย” เขากล่าวอธิบาย ก่อนที่จะเหลือบมองข้าวอบซอสมะเขือเทศ ที่หากเป็นคนอื่น จะไม่ค่อยเล่นด้วย

        แต่กลับมาเล่นกับคนแปลกหน้า…



        เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ!.. ดวงตาของชายคนนั้นจ้องมองไปที่อาภรย์ของหญิงตรงหน้า ชุดสีม่วง ลวดลายเช่นนี้ เนื้อผ้าเช่นนี้!! “เจ้าไปได้ชุดนี้มาจากที่ไหน!!!” เขากล่าวก่อนที่จะเร่งรุดเข้ามาหาหญิงสาว เมื่อนางเห็นว่ามีชายร่างสูงใกล้เข้ามา นางก็ถึงกับถอยกรู!!

       “เฮ้ย!! ไม่ๆๆ..อย่าเข้ามานะ ออกไปๆ เจ้าจะเข้ามาใกล้ๆข้าทำไมเล่า!!..ใจเย็นคุณพี่!!!” เป่าหลิงเอ่ยเพื่อห้ามชายตรงหน้า แต่ทว่าเขาก็ไม่อาจฟังเธอ จับไปที่ไหล่เปลื้อยของหญิงสาว จ้องมองชุดที่เหมือนกับชุดของฮูหยินที่หายไปของเขาอย่างกับแกะ..

        “เจ้าไปได้มันมาจากไหน!!” เขาถามย้ำอย่างใจร้อน
        “โอ้ยย..เจ็บนะ..ข้าตัดเองงง ปล่อยข้าไปเถอะะะ ถ้าอยากได้เดี๋ยวตัดให้ก็ได้!!” เป่าหลิงเอ่ย เมื่อได้ยินคำว่าตัดเองชายหนุ่มก็ผงะไปเล็กน้อย.. หญิงตรงหน้า.. มีชุดที่เหมือนกับฮูหยินของเขาอย่างไม่มีผิด ใบหน้าของเขาจ้องมองไปที่หญิงสาวที่พึ่งปรากฏตรงหน้าด้วยความสงสัยใคร่รู้.. แต่สำหรับเป่าหลิงนั้น เมื่อได้เห็นการกระทำที่หยุดนิ่งไปเธอก็สงสัยนิดหน่่อย

        อ้าว...ตกลงว่าพี่แกอยากจะใส่ชุดนี้อย่างงี้เราะ!! รสนิยมไม่น่าเชื่อ!!!!

       “เอ่อ..ข้าว่า..ท่านปล่อยแขนข้าก่อนนะ..คือ..ท่าน..ท่านี้มันล่อแหลมไปหน่อยนะ..ยิ่งกับคนที่มีภรรยาแล้วด้วย..” เป่าหลิงเอ่ยพูด หญิงสาวเหลือบมองไปที่ท่าทางตรงนี้..มันคือสภาพของชายตรงหน้าที่คร่อมไหล่และจับแขนของเธออยู่ ส่วนหญิงสาวที่ตอนแรกถอยมา ก็กลายเป็นว่าอยู่ในท่าคาเบะด้งกับชายตรงหน้าไปเสียแล้ว.. โอ้วว ว ออกปาย!!!

        กว่าที่ชายตรงหน้าของนางจะได้สติ.. เขาก็ผละออกมา..

        “เอ่อ..ข้า..ข้าขออภัย ข้าลืมตัว..ข้า..นางแค่หายตัวไป ข้าเป็นห่วงนางเหลือเกิน” ชายหนุ่มคนนั้นอธิบาย หญิงสาวก็ถึงบางอ้อ แค่เห็นชุดเหมือนกันก็ตกใจขนาดนี้ คงจะกำลังตามหาหญิงคนนั้นอยู่เลยสินะ? รักกันมากก็งี้ล่ะ “เอ่อ...อา..ไม่เป็นไร หากคนรักข้าหายไป ข้าคงคิดถึงเขาจนเป็นบ้าเลยล่ะ” เป่าหลิงเอ่ยขึ้น… เอ่อ.. ทำตัวไม่ถูกแฮะ..

        “งั้น..ข้าจะไม่เอาเรื่องท่านที่เข้ามาที่สวนของข้า เพราะเห็นแก่สัตว์เลี้ยงภรรยาของข้าเสียละกัน..ข้าเป็นผู้ว่าแห่งเฉิงตู หลิวฉุน เขากล่าวแนะนำตนเอง ส่วนหญิงสาวเมื่อรู้ว่าคนคนนี้ดันเป็นคนใหญ่คนโต ก็เบิกตากว้างเล็กน้อย WTF ผู้ว่าาาาาาาาาา

        “เอ่อ..ไม่อยากเชื่อเลยแฮะ..ฮ่ะๆ..ข้าเป่าหลิง เป็นนักเดินทาง” เป่าหลิงเอ่ยแนะนำตัว.. ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำใบหน้าเศร้าเล็กน้อย รอยยิ้มของเด็กสาวตรงหน้า ทำให้เขานึกถึงใบหน้าของภรรยาอันเป็นที่รัก.. “ท่านเป็นอะไรหรือปล่าว?”

        “ปล่าว..ข้า..ก็แค่คิดถึงนางเท่านั้น ไม่เป็นอะไรหรอกแม่นาง จะว่าไป..ปกติข้าไม่ค่อยเห็นคนที่สนิทกับข้าวอบซอสมะเขือเทศเท่าไร..ไม่นึกว่าเจ้าจะสนิทกับเขาได้นะ?...แต่เสียงเจ้าก็เหมือนนางด้วย” หลิวฉุนกล่าว หญิงสาวก็พยักหน้าเล็กน้อยเหมือนกับว่าเข้าใจ “เอ่อ..คงเป็นเพราะข้าเองก็มีหมาป่าเหมือนกัน คงจะอยากเล่นด้วยกันละมั้ง?..แต่ว่าหมาป่าของข้าข้ามทางมาตรงนี้ไม่ได้น่ะ” เป่าหลิงเอ่ยบอก

        ความจริงแล้วมันแตกต่างกับสิ่งที่หญิงสาวคิดยิ่งนัก...อะ..แต่นางไม่รู้นี้นะ?..

       “เช่นนั้นหรือ… เวลาข้าเห็นสัตว์เลี้ยงของฮูหยินตนเองมีความสุข ข้าเองก็มีความสุข.. จริงสิ ไม่พาเขาเข้ามาล่ะ มาดื่มน้ำชาที่จวนข้าก่อน ข้าเห็นว่าข้าวอบซอสมะเขือเทศรบกวนปลาเจ้าอยู่ใช่ไหมล่ะ?.. ตอนแรกที่ข้าเดินมาเพราะได้ยินเสียงนี้ล่ะ..ยิ่งได้กลิ่นปลาย่างด้วย ให้ข้าได้ขอโทษเจ้านะ?” หลิวฉุนเอยขึ้นมาอย่างมีมารยาท

        “ฮ่ะๆ..ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นหรอก.. ข้าเองก็เห็นว่าข้าวอบ..เอ่อข้าวอบนั้นล่ะอยากเล่นก็เล่นเข้ามาเล่น ข้าต้องขอโทษด้วยแล้วกัน ที่เข้ามาในจวนของท่าน..ถือว่าเราหายกันก็ได้” เป่าหลิงเอ่ย นางคลียิ้มสดใส(ถึงด้านในจะขุ่นก็เถอะ) ..

        “หากเช่นนั้นท่านก็ยิ่งควรไปดื่มน้ำชาสักหน่อยเถอะนะ?” หลิวฉุนเอ่ยกล่าว สิ่งใดที่เป็นของฮูหยินของเขานั้นหากมีความสุข เขาก็มีความสุข

       “เช่นนั้นไม่เกรงใจละนะ!”







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -96 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -96 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-5 23:33:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-5 23:35


หรอ?...เดินทางลำบากไหม? เจ้าเคยเห็นหญิงผู้นี้หรือปล่าว?

        หลังจากนั้นเป่าหลิงก็เดินตามชายที่ชื่อว่าหลิวฉุนมา ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าทำไมป่ามันถึงใหญ่ แต่ผลปรากฏคือ มันคือสวนบ้านทั้งหลังของจวนอันนี้นี่เอง เป่าหลิงเหลืองมองรอบๆ ก่อนที่จะจ้องมองไปนิดๆ.. แปลกจังเลย?...

        เอ๊ะ?..

        เธอเดินไปด้วยความรู้สึกที่ดูงงๆไปสักหน่อย ก่อนที่เขาจะพาเธอไปยังโต๊ะด้านนอกจวนที่หากมองออกไปจะเห็นบ่อน้ำที่มีสระปทุมไว้อยู่ และมองเห็นต้นไม้ธรรมชาติที่งดงาม เป่าหลิงมองมัน ด้วยความชมชอบอย่างมาก.. จริงสิ ถ้ามีจวนก็จะเป็นแบบนี้ แต่ว่าเธออาศัยอยู่กับท่านพ่อนี่หว่า? “ท่านชอบธรรมชาติเช่นนี้หรือไม่?” ท่านหลิวฉุนกล่าว ก่อนที่จะให้สาวใช้ในจวนนั้นเสริฟชาเหมยกุ้ยหอมๆ ให้กับหญิงสาว

        “อ้อ ชอบสิ..ข้าชอบอยู่แล้ว มันงดงามดี มากกว่าที่ข้าคิดเสียอีก ตอนแรกนึกไม่ถึงเลย ว่าจะได้เจออะไรแบบนี้” เป่าหลิงเอ่ย

       “ไม่มีปัญหา ข้าเห็นสัตว์เลี้ยงของฮูหยินดูดีออกขนาดนี้ มันคงจะดีหากนางกลับมาเห็นภาพนี้ นางเป็นคนมีเมตตาชอบช่วยเหลือเด็กๆและเหล่าสัตว์..” เขาอธิบายในขณะที่จิบชา ดวงตาเปี้ยมเต็มไปด้วยความรัก เป่าหลิงเมื่อเห็นแล้วก็ถึงขั้นรู้สึกว่าชาหอมขนาดนี้ แต่่ไอ้กลิ่นหวานๆนั้นดันหอมยิ่งกว่า.. มนุษย์ก็มีรักแบบนี้ด้วยเหมือนกัน..

        เหมือนปลูกดอกไม้กันกลางสถานที่เลยสินะ..

        “จะว่าไป..ข้าไม่เคยเห็นคนใส่ชุดนี้นอกจากฮูหยินของข้า ต้องขออภัยจริงๆที่ข้าล้วงเกินเจ้าไปนะเอ่อ..แม่นางเป่าหลิง” เขาพูดต่อ หญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแห้งแก้เก่อ “เอ่อ..ไม่หรอก หากใส่ชุดเหมือนกัน อะไรงี้ก็มีคิดถึงกันบ้าง เป็นเรื่องปกติของคนรักไม่ใช่หรือ? แต่ชุดนี้ข้าพึ่งตัดมันได้ไม่กี่สัปดาห์นี้เอง..” เป่าหลิงอธิบาย..

        “เช่นนั้นหรือ...”

        หลังจากนั้นทั้งสองคนก็คุยกันอีกสักพัก ให้เวลาของสัตว์เลี้ยงได้พูดคุยกัน เล่นล้อกัน ระหว่างนั้นหลิวฉุน จึงถามข่าวคราวว่าเคยเห็นหญิงนาม หลิน เจียวหย่า บ้างหรือไม่?.. เป่าหลิงที่ไม่ค่อยจะได้จำอะไรอยู่แล้วก็ตอบปัดไปอย่างทันทีว่า..

        “ไม่ล่ะ..ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนั้นสักเสียที ปกติข้าเป็นนักเดินทางก็จริง แต่ก็ชินกับการเดินทางในช่วงกลางคืนมากกว่า..คิดว่าคงไม่เจอนาง..แล้วนางหายไปแถวไหนเล่า?” เป่าหลิงถามต่อ.. แต่จะให้นางไปตามหา อันนั้นคงไม่ไหว ใครมันจะเอาปัญหาเข้าตัวเองว่่ะ ก็แค่สัญญาจ้างนั้นก็เหนื่อยตายห่าพออยู่แล้ว ถ้าต้องตามหาคนสองคน เธอคงไม่ต้องกระจายผีเสื้อแล้วจดจ้องดูทุกพื้นที่ไปเลยเล่า!!

        “อา...นางหายไปตอนที่เดินทางไปฉางซากลับบ้านเกิดของนาง...มีคนเห็นเพียงม้าของนางเท่านั้นแต่ก็ไม่รับรู้ถึงอะไรเลย...ข้าพยายามคว้านหาตัวข่าวคราวของนางอยู่ เห็นว่าท่านเป็นนักเดินทางอาจจะพบเจอ” ท่านผู้ว่าเมืองเฉิงตูกล่าวออกมา เขามีใบหน้าที่หนักใจ แต่กลับต้องคลียิ้มอย่างเจ็บปวด.. พึ่งได้เจอกันแท้ๆ..

     
   “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าควรบอกเช่นไร แต่ว่า..ข้าก็ขอให้เจอกันไว้ๆแล้วกันนะ...เอาล่ะ ถึงเวลาไปได้แล้วเหยย...หานลู่ ฝ้าเฉี่ย เรากลับกันเถอะ” เป่าหลิงเอ่ย ก่อนที่จะก้มหันไปทางคนที่เลี้ยงน้ำชากับนาง เขาเองก็ก้มรับคำนับของนางเช่นเดียวกัน.. “ว่างๆท่านก็มาเล่นกับข้าวอบซอสมะเขือเทศที่นี้ก็ได้..ท่านยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่กลับออกเดินทางไปมา..ข้าให้คิดถึงลูกชายข้าเหลือเกิน” หลิวฉุนกล่าวอีก

       “โอ้..เช่นนั้นหรือ ไว้หากได้พบเจอกันอีกคงเป็นวาสนานำพา(หรือมารนำพาก็ไม่รู้นะ) หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น..” เป่าหลิงเอ่ย ก่อนที่จะหันตัวออกไป แต่ทว่าก็โดนข้าวอบซอสมะเขือเทศกัดตรงบริเวณชายกระโปรงของนางไว้.. แต่ละคนนั้นงงกับการกระทำของมัน รวมถึงไต้อ๋องด้วย.. เสียงร้องเหมือนกับว่าอย่าทิ้งกันไปอีก ดังขึ้นมาหา.. หญิงสาวที่โดนสายตาของหมาป่าคิดถึงเจ้าของดังขึ้นแบบนั้นก็ให้รู้สึกสงสาร…

        สงสารสัตว์มากกว่าคนอีกอะนะ..

       “ไม่เอาเด็กดี...ข้าไม่ใช่เจ้านายของเจ้านะ.. ข้ามีนามว่าเป่าหลิง จำได้ใช่ไหม?.. เจ้าต้องอยู่ที่นี้เพื่อรอรับเจ้านายของเจ้า ตกลงป่าว?..” เป่าหลิงกล่าวแบบนั้น ก่อนที่จะลุกขึ้น ใบหน้าของหมาป่าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับเจียวหย่าจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังเดินออกไป..

        ความรู้สึกของหมาป่าที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย.. เมื่อหันไปสบตากับหมาป่าสีดำนั้น ก็ได้แต่เพียงรู้ในโชคชะตาที่นำพา..

        ใช่ ข้าวอบซอสมะเขือเทศรู้.. รู้แล้ว ว่าหญิงตรงหน้าคือใคร แต่เขาก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกไป ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แผ่นกลังของเจ้านาย ที่เคยปกป้อง แผ่นหลังของหญิงสาว ที่โดนคุมขังและทรมาร แผ่นหลังเดียวกัน แต่ก็กำลังจะจากเขาไปเป็นครั้งที่สอง..

        ปรู๊ว ว ว วว ว……..ง

        เสียงหอนของข้าวอบซอสมะเขือเทศ นั้นทำให้หานลู่และฝ้าเฉี่ยรับรู้ดี ว่าเขารู้สึกเช่นไร.. ความทรมารที่โดนทิ้งห่าง ความทรมารแบบนั้นมันเจ็บเหลือเกิน ไม่อาจบ่งบอกได้แม้สักครา ว่ามันจะเป็นเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไร…

        ‘ขอโทษนะ….แต่หลินเจียวหย่า...ตายไปแล้วล่ะ ตอนนี้ไม่เหลือหญิงคนนั้นบนโลกนี้อีกแล้ว ถ้าจะเหลือ ก็เหลือเพียงแต่ธิดาแห่งมาร เป่าหลิง เท่านั้นล่ะ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยกับข้าวอบซอสมะเขือเทศ ก่อนที่จะบินกลับไปเกาะที่หัวของหญิงสาวที่กำลังเดินออกจากประตูรั้วใหญ่ของจวนเซียวไต้อ๋อง.. เพราะว่าเป็นสัตว์เลี้ยง เพราะว่าเป็นเพื่อน …

        รับรู้สึกใดที่จะทำให้หญิงสาวปลอดภัย ก็ต้องยอมรับชะตากรรม.. ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น.. และวันนั้น ก็เป็นวัน ที่ทำให้ฝ้าเฉี่ยและหานลู่ได้รู้ ว่าหญิงสาวหากรู้ความจริง นางคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ ให้นางเป็นเป่าหลิงที่แสนสดใสจิตใจมีเพียงนายท่าน เท่านั้นล่ะ.. จะดีที่สุด… ดีที่สุดแล้ว เกินกว่าที่นางจะทำได้ นางไม่ควรรู้อะไรเลย….

หลิน เจียวหย่า ได้ตายไปแล้ว..

และเจ้าจะกำเนิดใหม่ ในฐานะ เป่าหลิง ธิดาของข้า






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-6 19:03:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ กิจกรรม ]

      เส้าเทียนคิดว่าเขาจะมาสมัครวาดรูปเทศกาลฉงหยาง ร่างสูงควบฮั่นเสียทองมาที่จวนเซียวไต้อ๋อง เมืองเฉิงตู

      “ข้ามาสมัครวาดภาพเทศกาลฉงหยางขอรับ” เขาเอ่ยบอกกับคนรับใช้ที่นั่น

      “หืมม มีคนมาสมัครวาดภาพเทศกาลฉงหยางงั้นรึ” ร่างสูงของบุรุษร่างกายสมส่วนเดินออกมาเมื่อได้ยิน “เจ้าเป็นคนแรกเลยที่มาสมัครที่จวนของข้า”

      เส้าเทียนขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความรู้สึกที่ อ่า...ข้าต้องรู้หรอ เป็นคนแรกที่มาสมัครที่จวนเซียวไต้อ๋อง แต่เป็นคนที่เท่าไหร่มันสำคัญด้วยเหรอ เปิดสมัครทั่วแผ่นดินฮั่น

      “เป็นเช่นนั้น... เอง” เขาทำทีเป็นพยักหน้าฟังด้วยสีหน้าตกใจนิดๆ

      “แขนเจ้าบาดเจ็บอยู่มิใช่รึ จะวาดภาพได้หรอข้าว่าเจ้าค่อยมาวาดภาพหลังจากที่แผลเจ้าหายดีก่อน” เซียวไต้อ๋องเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ เมื่อสังเกตุเห็นบุรุษที่จะมาวาดภาพเทศกาลฉงหยางมีผ้าพันที่แขน

      “แผลแค่นี้ ข้าวาดได้สบายๆขอรับ” เขาตอบด้วยเสียงราบเรียบ จะได้วาดภาพตอนไหน…. เขามาเพื่อวาดภาพไม่ใช่มาพูดคุยกับเซียวไต้อ๋อง

      “อืม” เซียวไต้อ๋องครุ่นคิดสักพักก่อนจะเดินกลับเข้าไปในจวน ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับรูปองค์หญิงเว่ยจางกงจู่


      “นี่เป็นรูปขององค์หญิงเว่ยจางกงจู่ ที่ข้าได้รับมา… เจ้าเมืองทุกคนต่างได้รับ ดูภาพแค่ครั้งเดียวเท่านั้น” เซียวไต้อ๋องยื่นแผ่นภาพเหมือนมาให้บุรุษที่นั่งรออยู่

      เขารับแผ่นภาพมาพินิจดูเป็นองค์หญิงที่งดงามเสียจริง แต่เส้าเทียนต้องจดจำรายละเอียดทั้งโครงหน้า ใบหน้าขององค์หญิงผู้นี้ เมื่อเขาจดจำได้อย่างคราวๆก็ส่งยื่นแผ่นภาพคืนเซียวไต้อ๋อง “หากวาดภาพเสร็จจะนำมาส่งที่จวนท่านขอรับ” เขาลุกขึ้นเตรียมจะออกไปจากที่นี่

      “จะวาดที่นี่ก็ได้ข้าไม่ถือสา” เซียวไต้อ๋องเอ่ยบอกด้วยเสียงสุภาพ

      “ไม่เป็นไรหรอกขอรับ เกรงใจท่านเปล่าๆ ขอตัวลา” พูดจบประโยคเส้าเทียนก็เดินออกมาจากจวนก่อนจะขึ้นฮั่นเสียทองควบออกไป

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +75 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 75 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
ปลอกหุ้มเล็บไห่ล่าง
หน้ากากอาร์มอร์
วิชาจันทร์เสี้ยวปลิดวิญญาณ
มนต์เหมันต์คีโอ
ถังอาบน้ำแห่งซัลลิส
ม้าจื่อเมี่ยว
กำไลเทพีไอซิส
ตัวเบาร่มนภา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
x1
x123
x1200
x2
x243
x101
x5
x50
x50
x10
x4
x1106
x2
x273
x5
x61
x1
x1
x1
x10
x9999
x351
x4
x2
x5
x9
x7
x5
x7
x5
x2
x8
x6
x4
x7
x4
x4
x10
x4
x2
x4
x2
x9
x4
x8
x6
x2
x9
x13
x128
x74
x36
x1254
x265
x372
x349
x601
x625
x272
x211
x100
x1000
x100
x9999
x10
x185
x6
x32
x68
x493
x49
x130
x187
x9999
x13
x346
x133
x1154
x293
x81
x141
x471
x3747
x40
x20
x35
x10
x35
x34
x70
x8
x6
x556
x24
x13
x13
x16
x61
x27
x10
x76
x48
x18
x12
x69
x14
x199
x18
x130
x180
x88
x45
x16
x96
x3
x9
x127
x3612
x172
x26
x21
x14
x118
x88
x54
x4242
x72
x78
x18
x29
x95
x120
x33
x5
x500
x578
x39
x4580
x96
x2
x10
x471
x9
x3181
x240
x32
x1
x1
x64
x4
x23
x1
x43
x9999
x9
x8
x10
x8
x2
x7
x19
x34
x1004
x6
x3
x9
x2
x2
x14
x1
x2
x60
x67
x77
x46
x16
x28
x14
x3
x17
x3
x27
x20
x16
x24