เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองเฉิงตู } จวนผู้ว่าการเมืองเฉิงตู | เซียวไต้อ๋อง

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2018-7-30 06:28:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-30 06:30


ชีวิตที่เรียบง่าย

        พระชายาหลินเฟยนั้นตื่นเช้าขึ้นมาท่ามกลางเสียงของเจ้าตัวน้อยที่กำลังร้องไห้งอแงเนื่องจากว่าคิดถึงนาง พระชายาหลินเฟยใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการทานอาหารและดูแลเหล่าเด็กน้อยทั้งหลาย ผู้ซึ่งเป็นธิดาของนางเอง เหล่าพี่เลี้ยงมักชอบบอกว่า ธิดาทั้งสี่นั้นงดงามเหมือนนาง แต่ก็กลับมีผิวละเอียดเช่นท่านอ๋อง

        “เช่นนั้นหรือ...แบบนี้อีกไม่กี่ปีกระไดจวนคงไม่แห้งเป็นแน่เลย..ฮ่ะๆ...” พระชายาหลินเฟยกล่าวอย่างนึกสนุก วันนี้นางคิดว่าจะมีงานต้องทำ เพราะฉะนั้นจะฝากลูกทั้งสี่นั้นให้พี่เลี้ยงเป็นคนเลี้ยงไว้ก่อน เพราะว่าจำเป็นที่จะต้องไปยังหอจินหลงซูเซียง
        
        วันนี้พระชายาหลินเฟยเลือกที่จะไปใส่ชุดธรรมดา เพื่อที่จะได้เหมือนกับเป็นคนที่จะไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เธออยากที่จะร่ายรำ และดูเสียหน่อย ว่าหลังโรงละคร เหล่าสาวผู้เป็นที่เลื่องลือนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง พวกนางจะจำใบหน้าของนางได้หรือไม่?

        ชุดของพระชายาวันนี้เหมือนกับชุดสาวใช้ในจวนธรรมดา เสื้อผ้าสีพื้นๆทอหยาบๆ แต่ดันมาติดตรงที่ว่าพระชายาหลินเฟยนั้นชอบแต่งตัวแบบนี้ เลยมักจะมีเรื่องมาหาได้ไม่เว้นแต่ละวัน “ชาติ..ชาติเจ้าอยู้ไหน?...” เธอนั้นเดินออกมาในสภาพชุดธรรมดาไม่ได้ฟู่ฟ่า ส่วนคนที่โดนเรียกนั้นก็โผล่หัวมาจากต้นไม้ ใกล้ๆนั้นก็มีเจ้าหมาป่ามะเขือเทศคุง--- และม้าฮั่นเสียรวมถึงม้าตี้หลู่ของเธออีก..

        “ขอรับพระชายา...เดี๋ยวนะ...ท่านคงไม่คิดจะออกไป...เอ่อ..นอกจวนอีกนะขอรับ?” ชาติสอบถาม นั้นเป็นเพราะว่าเมื่อวาน นางก็เดินทางไปยังอีกเมืองกันไปเลย แถมหายเข้าไปนาน จนทหารนั้นต้องขี่ม้ามาตามอีกต่างหาก …

        “เราจะไปดูงานที่หอจินหลงซูเซียง เราจะไปเตรียมซ้อมสำหรับการแสดงน่ะ จะว่าไป ท่านอ๋องหายไปไหนตั้งแต่เช้าหรือ?” พระชายาหลินเฟยกล่าวถามทหารที่อยู่ด้านหน้า พวกเขาบอกว่าท่านอ๋องนั้น ช่วงเช้ามักจะอยู่ที่สวน แต่วันนี้เห็นว่ามีงานแต่งงานที่เชิญท่านอ๋องไปเป็นประธานในพิธีจึงมีงานยุ่งๆกันหน่อยในช่วงนี้

        “....ไม่ง่ายเลยเน่อ...”

        “งั้นหากท่านกลับมาแล้วถามถึงข้า ก็บอกว่าข้าอยู่ที่หอจินหลงซูเซียงนะ ฝากดูแลจวนด้วยล่ะ ชาติเจ้าไปกับข้า” พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าวขึ้น แต่ทว่ากลับโดนทหารห้าคนวิ่งเข้ามาเพื่อตามอารักษ์ขา และหนึ่งในนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเข้ม

        “ท่านอ๋องสั่งว่าหากท่านจะออกไปข้างนอก ให้พวกข้าคอยตามดูแลประกบไม่ให้ห่างขอรับ ขอให้พระชายาทรงอภัยด้วย แต่ทว่าท่านอ๋องไม่อยากให้ผู้ใดกร่างกรายเข้ามาทำร้ายพระชายาได้ขอรับ” เมื่อได้ยินเสียงของกลุ่มทหารนั้นแล้ว พระชายาหลินเฟยถึงขั้นอยากเบ้ปากมองบน นางเข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนี้..แต่นี่คือ ชุดสาวชาวบ้าน ..สาวชาวบ้านบ้านไหนมีทหารติดตามตัวไปเป็น 5 คน 10 คน…

        ก่อนที่นางนั้นจะเดินกลับไปข้างในจวนเงียบๆ “งั้นรอข้าตรงนี้ล่ะ เตรียมเกี้ยวอะไรให้พร้อมด้วยล่ะ” นางพูดขึ้น ส่วนชาติที่เห็นว่า ความจริงก็ไปกันได้แล้ว?? แล้วทำไมไม่ไปกันเลยเล่า? “ท่านจะไปไหนหรือพระชายา?..ไม่ไปเลยล่ะขอรับ?”

        สิ้นเสียงของชาติ พระชายาหลินเฟยก็หันมาชี้ชุดที่ตนเองใส่.. “ให้ข้าใส่ชุดสาวชาวบ้านที่มีทหารตามเป็นห้าเป็นสิบนาย….เจริญล่ะชาติ..เจ้าด้วย ไปเปลี่ยนชุดดีๆมาเลย เป็นผู้ติดตามข้าจะแต่งตัวม่อซ่อไม่ได้!”

@STAFF_Pixiu



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -10 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -10 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-7-31 19:23:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-31 19:27


มันน่าแปลกเกินไป

       พระชายาหลินเฟยนั้นตื่นขึ้นมาในช่วงเช้า เนื่องจากว่านางนั้นจำเป็นต้องมาดูบุตรสาวทั้งสี่ และในช่วงที่นางกำลังให้น้ำนมเด็กหญิงไต้อ๋องก็เดินเจ้ามายิ้มๆ “เจ้าตื่นมาดูแลลูกเร็วจริงนะเจียวหย่า” ไต้อ๋องกล่าวแล้วเข้ามานั่งข้างๆโอบกอดฮูหยินของตนเองอย่างสุขใจ

       “ก็ช่วยไม่ได้หนิเจ้าคะ ช่วงบ่ายข้าจะไปทำงาน ณ หอจินหลงซูเซียงเสียหน่อย ข้าได้รู้จักคนเพิ่มขึ้นตั้งเยอะเลยนะเจ้าคะท่านหลิวฉุน” เจียวหย่าอธิบาย

       จะว่าไปแล้ว เมื่อวานเธอก็เห็นว่าท่านหลิวฉุนนั้นมาดูการแสดง ณ หอจินหลงซูเซียงด้วย ส่วนเธอก็แอบกลับโดยที่ไม่ให้ใครสังเกตุ ใครที่ว่านั้นคือเหล่าผู้คน ณ หอจินหลงซูเซียงนั้นเอง รวมถึงกำชับเด็กสาวทั้งสอง ซึ่งนั้นก็คือชูเซียงและฉางเฉียง ว่าห้ามบอกเรื่องเธอกับใครเด็ดขาด

       “ข้ารู้ เจ้าไม่ได้เปิดเผยสถานะของตนเองภายในหอหรือ? ชาติบอกข้ามาน่ะ” ไต้อ๋องถามขึ้น
       “เจ้าค่ะ ไม่ได้เปิด รู้เพียงบางคนเท่านั้น แต่ก็คงไม่นานหรอกเจ้าค่ะ หากท่านพ่อบ้านใหญ่หลี่มา ข้าก็คงบอกว่าข้าคือพระชายา ตอนนี้ข้ากำลังสนุกเลย จะได้รู้ว่าเหล่าผู้คนที่มาทำงานที่หอนั้น รู้สึกเช่นไรกันบ้างไงเจ้าคะ” เจียวหย่าตอบอีก เมื่อไต้อ๋องได้ยินเหตุผล เขาก็พยักหน้าเหมือนกับรับรู้ และเห็นด้วยที่พระชายาของตนเองอยากจะทำอย่างงั้น

       “แต่ข้าก็อดห่วงไม่ได้นะ ชาติก็อยู่ด้วยใช่ไหม? ข้าจะได้ไม่ต้องห่วงเจ้ามาก ยิ่งเจ้าชอบหาเรื่องใส่ตัวเองอยู่ด้วยแล้ว ข้าล่ะเป็นห่วงเจ้าจริงๆฮูหยินข้า”
        “ท่านเป็นห่วงข้าเสมอมาอยู่แล้วหนิเจ้าคะ”

        ร่างสองร่างนั้นนั่งกอดกันกลม โดยที่ในอ้อมแขนของพระชายาหลินเฟยนั้นมีเด็กทารกที่กำลังนอน(?)อยู่ในอ้อมกอด จะบอกว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นก็คงบอกได้ แม้ว่านางจะอยากรู้เต็มทน ว่าลูกชายคนโตของตนเองนั้นอยู่ที่ใด นางคิดถึงเหลือเกิน… หวังว่าในเร็ววันจะพบกับลูกอี้โหวนะ..

        .
        .
        .

        ใกล้เวลาที่จะได้ออกไปยังหอจินหลงซูเซียง แต่ทว่าพระชายากลับมีท่าทีที่ไม่ออกไปไหน หากนายทหารทั่งห้านั้นจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ “ข้าไม่อยากให้ทหารไปกันเยอะ เอาง่ายๆ เลือกทหารมาสักห้านาย เปลี่ยนชุดเป็นชุดธรรมดา แล้วเข้าไปทำงานในหอกับข้าเพียงไม่กี่วันแค่นั้นพอ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?”

        “เอ่อ..เข้าใจขอรับ แต่จะดีหรือขอรับพระชายาหลินเฟย” นายทหารที่เป็นหัวหน้านั้นพูดขึ้น หากเป็นแบบนั้น เขาก็จะอารักษ์ขาพระชายาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ทว่่านางกลับยืนยันหัวชนฝาว่าต้องเป็นเช่นนั้น ไม่งั้นก็ไม่อาจให้ตามไปด้วยได้

        “หรือเจ้าจะให้สาวชาวบ้านมีทหารติดตาม 4-5 คน แบบนั้นเขาไม่คิดว่าข้าเป็นนักโทษอุชกรรณรุนแรงไปเลยเล่า? เอาเถิด ไปเปลี่ยนชุด เพียงไม่กี่วัน จนกว่าพ่อบ้านใหญ่หลี่และพี่ชายของข้าจะมา ชาติก็มาด้วย พวกเจ้าไม่เห็นต้องกลัวอะไรกัน ดีเสียอีก ถือว่าเป็นการพักไปในตัวไง”

        “มะ..มิได้หรอกขอรับ มันเป็นงานนะขอรับพระชายา” ทหารหนึ่งในนั้นทำท่าเลิกลักก่อนที่ จะปรึกษากันแล้วได้ผลสรุปซึ่งน่าพึงพอใจสำหรับพระชายาหลินเฟย ที่จะได้ออกไปแบบไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าที่มากความ มากมาย….

        เพราะเธอคิดว่าคนที่มาดู คงจะจำใบหน้าของเธอได้ ไม่มากก็น้อย เพราะใบหน้าของเธอก็เป็นเอกลักษณ์อยู่เหมือนกัน ดวงตาที่ไม่ค่อยเหมือนใครนี้ จำได้กันไม่ยาก ว่าเป็นพระชายาหลินเฟย แต่สำหรับคนในหอจินหลงซูเซียง โดยเฉพาะแม่นางที่มีนามว่า มี่โย คงจะไม่ค่อยได้สังเกตุ เหมือนนางจะไม่ค่อยสนใจใครเท่าไรนัก…

        เอาเถอะ…

        เดินทางเพื่อไปทำงานกันดีกว่า

@STAFF_Pixiu



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -10 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -10 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-5 09:13:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-5 10:15


กลับมาพอดี

        พระชายาหลินเฟยนั้นลืมตาขึ้นมาในช่วงเช้า วันนี้เธอไม่อยากออกไปไหนเลย จึงอยู่ที่จวนทั้งวันเพื่อดูแลธิดาทั้งสี่ ไม่นานนักในช่วงเช้า เสียงรถม้านั้นก็ดังขึ้น และบ่าวในจวนก็เดินเข้ามาคำนับเธอ และกล่าวข่าวที่น่ายินดี

       “ท่านจิ้นอันและท่านพ่อบ้านใหญ่หลี่เดินทางกลับมาถึงแล้วค่ะพระชายาหลินเฟย” แม่สาวน้อยบ่าวในจวนนั้นเป็นคนบอก ส่วนเธอเมื่อได้ยินดังนั้นจึงยิ้มหวาน แล้วฝากธิดาทั้งสี่ให้กับพี่เลี้ยงเพื่อที่นางจะไปรับพี่ชายของตนเองกลับจวน

       พระชายาหลินเฟยเดินออกมาด้านนอกห้อง และตรงไปยังห้องโถงใหญ่ ก็ปรากฏร่างของพ่อบ้านจวนและท่านพี่ของเธอ

       “คำนับท่านพี่ ท่านพ่อบ้านหลี่” เจียวหย่าพูดเสียงใส

        “คำนับพระชายาขอรับ” พ่อบ้านหลี่เป็นคนพูดก่อน ก่อนที่จิ้นอันจะเดินเข้ามายิ้มให้กับเธอ “จงเอ๋อห์กับมี่อี้เหรินเป็นเช่นใดบ้างเจ้าคะ? ลูกจะเข้ากับที่นั้นได้ดีไหม?” พระชายาหลินเฟยกล่าวถาม ก่อนที่ท่านจิ้นอันจะเล่าเสียอีก

       “พวกเขาพยายามอย่างมาก ไม่เป็นไรนะเจ้าเกิด เป็นไงบ้าง พี่หายไปตั้งหลายสิบวันอยู่เหมือนกัน เจ้าคงไม่ได้ทำตัวดื้อซนให้ท่านอ๋องใช่ไหม?พระชายาน้องพี่?” จิ้นอันถาม

        “ไม่เจ้าค่ะ..อ่ะ..ท่านพ่อบ้านจวนหลี่ เดี๋ยวข้ามีเรื่องจะถามเกี่ยวกับหอจินหลงซูเซียงหน่อยนะ ท่านคอยช่วยเราด้วยก็ดีนะ ตกลงไหม ตอนนี้พวกท่านสองคนพึ่งเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนกันก่อนเถิด” พระชายาหลินเฟยกล่าว ก่อนที่จะให้เหล่าบ่าวใช้นั้นเดินทางเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้อาศัย

       แต่ทว่ากลับมีม้าเร็วของทางด้านหน้าจวนนั้นเข้ามา มองสัญญาลักษณ์ตรงนั้นคือ..??...องค์ฮ่องเต้?! หลังจากขุนนางฝ่ายราชสำนักนั้นมาแล้ว ไต้อ๋องก็ออกมา พระชายาและนายทหารหรือบ่าวบริเวณนั้นก็พร้อมกันคุกเข่าประสานมือน้อมรับราชโองการขององค์ฮ่องเต้

       ดูเหมือนว่าจะเป็นข่าวดีสำหรับพระชายาหลินเฟยและไต้อ๋องหลิวฉุนเนื่องจากว่าเทศกาลซีซีนี้ฮ่องเต้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่นั้นออกนอกปาสู่ในช่วงเทศกาลซีซีได้ เพื่อเดินทางไปยังฉางอัน และให้เข้าเมืองไปเข้าประตูตะวันตก ฮ่องเต้จะส่งคนมาคอยอารักษ์ขาไต้อ๋องแห่งปาสู่และพระชายาหลินเฟย

         หลังจากที่จบราชองค์การ และไต้อ๋องรวมถึงพระชายาก็รู้แล้วว่าก่อนเทศกาลพวกเขาต้องเตรียมตัว แต่นั้นก็อีกถึง 10 กว่าวัน เพราะฉะนั้นเธอก็ควรที่จะไปดูแลลูกๆ และพูดคุยกับพ่อบ้านใหญ่ของจวนเกี่ยวกับหอจินหลงซูเซียง....และในช่วงบ่าย นางก็หลับลงไปพร้อมกับธิดาที่อยู่ในอ้อมแขนทั้งสี่

@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -16 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-5 11:21:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-5 11:23


ลางสังหรณ์

        พระชายาหลินเฟยนั้นลุกขึ้นตื่นจากการนอนในครั้งนี้ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่เนื่องจากว่าเธอนั้นฝันอย่างประหลาด… หมายความว่าอย่างไรกัน? ดวงตาของนางนั้นเลิกลัก แต่รอบตัวนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลซกออกมาจากตัวเอง..

        การเรียนรู้เช่นนั้นหรือ?

        “เป็นอะไรหรือปล่าวเจ้าคะ พระชายา” บ่าวคนหนึ่งถามเธอ หญิงสาวคนนั้นจ้องมองเธออย่างเป็นห่วงก่อนที่นางนั้นจะเข้ามาดูนาง..

       “เดี๋ยวเตรียมเกี้ยวให้เรา แล้วก็เดี๋ยวเราจะออกไปศาลเจ้าร้างตรงข้างตลาดซังเฉินบ๊วยก่อนไปทำงานวันนี้ พวกเจ้าเตรียมอาหารและเครื่องนุ่งห่มสำหรับเด็กๆให้ข้าด้วย” พระชายาหลินเฟยกล่าว ก่อนที่จะลุกขึ้น นางนั้นให้พี่เลี้ยงดูแลธิดา ก่อนที่ท่านอ๋องจะเดินเข้ามาในจังหวะที่พระชายาหลินเฟยกำลังที่จะแต่งกาย

       “อ้าว..เจียวหย่า เจ้าจะไปไหน?หรือ?” เขากล่าวถามก่อนที่จะมองอย่างตกใจเนื่องจากว่าฮูหยินของเขานั้นมีใบหน้าที่ดูซีดหน่อยๆ และเหงื่อออกอย่างมากทีเดียว เหมือนไปฝึกวิชามาหนักหนา.. “ข้าจะไปศาลเจ้าร้างน่ะเจ้าค่ะท่านอ๋อง แล้วก็จะไปที่หอจินหลงซูเซียงด้วย”

       เมื่อได้ยินดังนั้นท่านอ๋องก็ถึงกับเหวอไปเลย เขารู้ว่านางน่าจะไปหาเหล่าเด็กๆที่นั้น..แต่มันจะไม่อันตรายเกินไปหน่อยหรือ?

        “เจ้าจะเดินทางไปคนเดียวเช่นนั้นหรือ?... เกิดอะไรขึ้น เจ้าใจเย็นๆ แล้วมานั่งให้ข้าฟังก่อนฮูหยินข้า..” ไต้อ๋องนั้นกล่าวก่อนที่จะพาพระชายาหลินเฟยนั้น มานั่งในห้องอีกห้องหนึ่ง เพื่อปรึกษาว่านางนั้นเป็นอะไรกันแน่?

        “ข้าฝันเจ้าค่ะท่านอ๋อง...”
       “ฝัน?”
       “เจ้าค่ะ..ฝันแปลกมากเลย..ข้าฝันว่า..ข้าเจอหญิงสองนาง นางแรกข้ามอบแผนที่ให้นาง ส่วนคนที่สอง..ข้า..เหมือนข้าต้องไปหานางเพื่อทำอะไรบางอย่าง...ข้าไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน แต่ข้าคิดว่า ข้าต้องออกเดินทาง” เมื่อได้ยินคำว่าออกเดินทางไต้อ๋องก็ถึงขั้นจับมือของฮูหยินของตนเองอย่างเป็นห่วง เขาเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้า อย่างมาก..

       “เจ้าจะออกไปที่ใด? เจ้ารู้หรือว่าหญิงคนนั้นอยู่ไหน เจียวหย่า เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นห่วงเจ้าขนาดไหน เจ้าจะไปคนเดียวอย่างงั้นหรือ ไม่มีทางเป็นแบบนั้น ….ข้าจะทำใจได้อย่างไร หากเจ้าต้องเป็นอะไรไปอีก” ไต้อ๋องพูดเขาเป็นห่วงหญิงตรงหน้าจริงๆ แล้วค่อยๆโอบกอดฮูหยินของตนเองอย่างหวงแหน..

       “ข้าเห็น..หญิงผู้นั้นอยู่ที่ผาน้ำตกเป็นเอกลักษณ์เพราะลักษณะคล้ายกับเผิงหลังคา ยืนออกมาจากตัวผา อีกทั้งบริเวณยังค่อนข้างที่จะเงียบสงบ แผ่นน้ำนั้นสีเขียวใสประกายมรกต มันช่างงดงามเหลือเกิน” พระชายาหลินเฟยกล่าว ก่อนที่ไต้อ๋องจะหรี่ตา เมื่อได้ยินเรื่องของน้ำตกคล้ายเผิงหลังคา เขาจำได้ว่าท่านจิ้นอันเคยเล่าเรื่องอะไรบางอย่างให้ได้ยินอยู่ เรื่องการเดินทางของเขา..

       “.....เหมือนท่านจิ้นอันจะเคยไปนะ...แต่ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าไปอยู่ดี….เจ้าต้องกลับมาก่อนเทศกาลซีซีเข้าใจไหมเจียวหย่า?” ไต้อ๋องนั้นพูดขึ้น ส่วนพระชายาหลินเฟยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ นางกอดไต้อ๋องที่เป็นพระสวามีไว้แน่น เขารู้ว่านางดื้อแน่นอน เพราะเช่นนั้นถึงเป็นอย่างงี้

        “......เจ้าเป็นแก้วตาดวงใจของข้าเหมือนกับลูกๆนะ..เจ้าอย่าลืม...แต่ข้าไม่ให้ไปวันนี้ เจ้าต้องเตรียมตัว เตรียมของให้เรียบร้อย...วันนี้ต้องพัก...ไม่ต้องไปทำงาน เข้าใจไหม?” ไต้อ๋องพูดอีก..

       “ท่านช่างเป็นพระสวามีที่ดีที่สุดเจ้าค่ะท่านหลิวฉุน” เจียวหย่ากล่าว ทั้งสองนั้นกอดก่ายกันอยู่สักครู่ ก่อนที่ไต้อ๋องนั้นจะหรี่ตา .. “เจ้าจะไปศาลเจ้าร้าง?..” เซียวไต้อ๋องถามทวน ก่อนที่พระชายาจะรับด้วยการพยักหน้ารับว่านางจะไป…

       “งั้นข้าไปด้วย..” ไต้อ๋องพูดยิ้มๆ คิดหรอ ว่าเขาจะยอมให้คนตรงหน้านั้นไปคนเดียวไม่มีทาง ...หลังจากนั้น ก็มีการเตรียมเกี้ยวให้ไต้อ๋องและพระชายารวมถึงชาติและนายทหารและบ่าวอีก 2 คน ที่ติดตามไปด้วย




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -12 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -12 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-5 21:34:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-5 21:36


เตรียมตัวเดินทาง


        ยามเช้าเข้ามาเยือนอีกครั้ง เมื่อครั้งตะวันนั้นกำลังจะขึ้นไปนั้นเลยช่างน่าตกใจเสียเหลือเกิน...สำหรับไต้อ๋องนะ ไม่ใช่สำหรับพระชายาหลินเฟยที่ตื่นขึ้นมาในช่วงเช้า เพราะว่าเธอต้องเตรียมตัว ตอนนี้หญิงสาวนั้นเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดา ไม่ใช่ชุดที่ดูหรูหราอะไรมากมาย รวมถึงสเบียงที่เธอจะเตรียมในการเดินทางครั้งนี้

        ม้าจำนวนสองตัว เนื่องจากว่าเธอคิดจะออกเดินทางกับท่านพี่จิ้นอันซึ่งเป็นคนที่รู้ทางไปยังสถานที่เธอนั้นฝันถึง..

        “ตื่นเช้าจังเลยนะ?” เสียงเซียวไต้อ๋องดังขึ้น เมื่อพระชายานั้นกำลังเตรียมหอบผ้า รวมถึงกำลังจะไปร่ำลาเหล่าธิดาน้อยของตนเอง “ท่านหลิวฉุน..ฮ่ะๆ..ข้าไปไม่นานหรอกนะเจ้าคะ” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้น

        “ข้ารู้ เจ้าไปกับท่านจิ้นอัน ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ แต่ต้องกลับมาก่อนเทศกาลซีซี เจ้าตกลงไหม?” ไต้อ๋องนั้นพูดย้ำซึ่งแน่นอนว่าพระชายาหลินเฟยก็พยักหน้า นางนั้นรับคำของพระสวามีของตนเอง รวมถึงสัญญาที่จะดูแลตัวเองด้วย หลังจากนั้นพระชายาหลินเฟยก็ไปร่ำลาเหล่าธิดาน้อย พร้อมกับเซียวไต้อ๋อง

        ในขณะที่จิ้นอันนั้นกำลังเตรียมม้ากับชาติและพ่อบ้านใหญ่อยู่ “สถานที่แห่งนั้นอยู่ห่างออกไปมากหรือไม่ท่านจิ้นอัน?” ชาตินั้นถามในขณะที่กำลังให้หญ้ากับฮั่นเสียหม่าของพระชายาหลินเฟยอยู่

        “อืม..ไกลหลายลี้เลยทีเดียว ต้องผ่านจิงโจว แล้วไปเจียงหนาน เรียกว่าเดินทางจากตะวันตกสู่ตะวันออกเลยก็ว่าได้” จิ้นอันบอก เขานั้นเป็นห่วงน้องสาว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะนางก็ดื้อพอตัวเหมือนกัน แต่เมื่อรับรู้ว่า นางนั้นมีเหตุผลและลางค์สังหรณ์เช่นนั้น เขาก็จะไม่ขัด รวมถึงจะตามไปด้วยเพื่อเป็นเครื่องนำทาง

        เอาตามความจริง เขาเองก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างเหมือนกัน มันน่าแปลกน่าดูที่เขารู้สึกเหมือนกับว่า...ควรไปเหมือนกับนาง

        “แล้วท่านจะแวะกลับบ้านเกินที่ฉางซาหรือไม่?” ชาติถามต่อ
        “อันนี้ต้องดูเจียวหย่าก่อน ข้าไม่แน่ใจ หากเป็นไปได้ข้ากับเจียวหย่าก็คงจะไปกัน เพราะว่านางคงคิดถึงท่านพ่อท่านแม่เช่นกัน” จิ้นอันตอบ หลังจากการสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่นานพระชายาหลินเฟยและไต้อ๋องก็เดินทางมายังด้านหน้าของจวนพร้อมกับข้าวของที่ใส่อานม้าไปเล็กน้อย ก็คือพวกอาหารและสำหรับการพัก

        “ข้าจะรีบกลับมานะเจ้าคะท่านหลิวฉุน ฝากดูแลลูกๆแทนข้าด้วย แล้วก็พวกท่านข้าฝากดูแลที่นี้ด้วยนะเจ้าคะ” เจียวหย่ากล่าว ก่อนที่จะก้มคำนับพระสวามีแล้วกระโดดขึ้นควบม้าฮั่นเสี่ยหม่าของตนเอง.. นางพราวยิ้มก่อนที่จะจับไปที่แผงคอของมัน..

        “ต่อไปนี้เจ้าจะมีนาม..เซียงกู่โย่วเพี้ยนฟ่าน(เห็ดหอมผัดหมูเส้นราดข้าว)”

       “...............ข้าบอกแล้วว่าอย่าให้นางตั้งชื่อม้า..” ชาติพูดขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น ส่วนไต้อ๋องและจิ้นอันก็ได้แต่ทำหน้าเจือนๆของตนเอง “ท่านนำเนื้อปูใส่เครื่องในผัดบวบไปด้วยสินะ” ชาติถามเพราะว่าเห็นกรงของเจ้านกนั้นอยู่ด้านหลังม้าของท่านจิ้นอัน แต่มีผ้าคลุมอยู่ไว้เพราะว่านกฮูกนั้นไวต่อแสงจำเป็นที่จะต้องปิดไว้..

       “แล้วพบกันใหม่..”

@STAFF_Pixiu



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -8 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -8 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-15 18:30:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-15 19:52


กลับมาแล้ว

        ม้าเร็วของทหารยามด้านหน้าเมืองนั้นเร่งเข้าทำการส่งข่าวบอกผู้คนในจวนเซียวไต้อ๋อง เกี่ยวกับการกลับมาของพระชายาหลินเฟยและท่านหลินจิ้นอัน ที่ออกเดินทางไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้คนที่จวนเซียวไต้อ๋องเหล่าผู้คนบ่าวไพร่ต่างต้องทำงานกันอย่างหัวหมุน เนื่องจากว่าพวกเขาไม่คิดว่านางจะกลับมาเร็วขนาดนี้

        ส่วนเซียวไต้อ๋องนั้นเมื่อได้ยินว่าพระชายาหลินเฟยฮูหยินของตนเองกำลังจะมาถึงหน้าประตูจวนก็ถึงขั้นแสดงสีหน้าดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อาจออกไปต้อนรับพระชายาของตนเองได้ เพราะว่าตอนนี้เขากำลังทำงานของตนเองอยู่ …

       ‘.....ถ้าไม่มีท่านพ่อบ้านใหญ่น่าาา’ นั้นคือเสียงในใจของเซียวไต้อ๋องที่กำลังโดนพ่อบ้านหลี่นั้นจ้องเขม่งเพื่อที่เขาจะต้องอ่านเรื่องรายรับรายจ่ายของหอจินหลงซูเซียง

        .
        .
        .

        “คำนับพระชายา” เสียงของชาตินั้นดังขึ้น ตอนนี้พระชายาหลินเฟยรวมถึงท่านจินอันนั้นอยู่หน้าจวนของเซียวไต้อ๋อง ส่วนข้าวของนั้นก็มีคนมายกไปให้ รวมถึงพาม้าไปพักให้เธอด้วย หญิงสาวยิ้มให้กับชาติ ก่อนที่จะรีบเดินตัวปลิวตรงไปยังสถานที่ของเธอ..แต่รอบข้างก็มีบ่าวสาวนั้นเดินตามเข้ามาเหมือนกัน

       “ธิดาทั้งสี่คนของเราอยู่ที่ไหนหรือ? ท่านอ๋องเล่า?ทำอะไรอยู่” พระชายาหลินเฟยนั้นถามทั้งๆที่ตนเองก็สาวเท้าก้าวเดินไปด้วย “ตอนนี้ธิดาทั้งสี่ของท่านกำลังนอนกับแม่นมเจ้าค่ะพระชายา ส่วนท่านอ๋องอยู่ที่ห้องโถงทำงานน่ะเจ้าค่ะ” เธอตอบ ก่อนที่พระชายาจะรีบเดินเลี้ยวเข้าไปด้านในห้องที่นางได้บอกไป

       “ไต้อ๋อง!!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ เมื่อได้เห็นใบหน้าของผู้เป็นพระสวามี และเมื่อไต้อ๋องเห็นเธอก็ถึงกับลุกขึ้นมาเพื่อมาหาเธออย่างทันทีเช่นเดียวกัน

        “ฮูหยินของข้า เจ้ามาถึงแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง? ...ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน” เซียวไต้อ๋องกล่าว ก่อนที่เธอนั้นจะพรายยิ้มมเพราะว่าพระสวามีของตนเองนั้นพูดออกมาอย่างไม่อายบ่าวที่กำลังอยู่เลย แต่แล้วก็ต้องรู้ตัว ก่อนที่จะผละออกจากพระชายาของตนเอง

       “...ไต้อ๋อง..ฮ่ะๆ...นี้เจ้าค่ะ ข้าเห็นว่ามันลายงดงามดี ข้าจึงอยากซื้อมาให้ท่าน..ท่านจะรับมันไว้ได้ใช่ไหมเจ้าคะ?” เจียวหย่านั้นพูด นางพราวยิ้ม อย่างบางๆ เนื่องจากว่าเขินอาย สิ่งที่เธอส่งให้เซียวไต้อ๋องนั้นคือ สายรัดเอวของบุรุษ ที่ทอจากผ้าไหมเนื้อดีที่เย็บและปักลายอย่างสวยงาม เหมาะแก่ไต้อ๋องอย่างถึงที่สุด..ทั้งยังเข้าได้กับเสื้อผ้าหลายชุด

        ….
        ……

        แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ทว่าความรักของเจียวหย่าและไต้อ๋องนั้นยังคงหวานชื่นเหมือนเดิม เมื่อเขารับไป ทั่งสองก็ได้พักผ่อน โดยพระชายาหลินเฟยนั้นอยากจะไปหาธิดาทั่งสี่ของตนเอง เนื่องจากว่าคิดถึงลูก รวมถึงถามข่าวคราวของมี่อี้เหริน และจงเอ๋อห์ที่ไปร่ำเรียนด้วย แต่ทว่ากลับต้องเสียใจไปหน่อย เนื่องจากว่าพ่อบ้านหลี่นั้นบอกว่า ที่สำนักหัวซานห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปเลี้ยงด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่อาจติดต่อกันได้ แต่อาจจะมีจดหมายมาสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากต้องการเขียนจดหมายถึงคุณหนูมี่อี้เหริน และนายน้อยจงเอ๋อห์ก็ให้ติดต่อเขาได้





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -15 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -15 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-15 20:29:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-15 20:33



เตรียมสู่เทศกาลชีซี

        พระชายาหลินเฟยนั้นเปลี่ยนชุดจากชุดที่ปกปิดยามเมื่อเดินทางเป็นสาวชุดม่วงเหมือนเดิม ตอนนี้เธออยู่ในลักษณะที่จะสามารถเตรียมงานต่างๆได้ วันที่ 16 นั้นเธอต้องเดินทางเพื่อไปยังฉางอันกับท่านอ๋อง เพราะฉะนั้นแล้วเธอจำเป็นที่จะต้องเตรียมงานเทศกาลซีซีในวันนี้ ถึงจะบอกอย่างงั้นก็ตามที ความจริงแล้วเทศกาลซีซี หรือเทศกาลแห่งความรัก นี้เธอจะชอบมากเป็นพิเศษ เพราะเธอมักจะอธิฐานขอให้ได้พบเจอพ่อของลูก

        แต่ตอนนี้เธอไม่ต้องขออีกแล้ว เพราะเธอได้มาอยู่เคียงข้างเขาใต้แสงจันทร์แล้ว

        “พวกเจ้าเตรียมผลไม้และของเซ่นไหว้เสร็จหรือยัง? เดี๋ยวเราจะไปกันแล้ว ข้าหวังว่ามันคงไม่มีอะไรตกหล่นใช่ไหม? ….อย่าลืมเตรียมดอกไม้ไปนะจ๊ะ” เธอกล่าวกับเหล่าบ่าวภายในจวนซึ่งส่วนมากก็เป็นหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน พวกนางดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษกันเทศกาลนี้

        เมื่อถึงยามใกล้ค่ำจนพระจันทร์นั้นส่องถึง พระชายาและเซียวไต้อ๋องรวมถึงชาตินั้นก็นำผลไม้ตามฤดูกาลมาเซ่นไหว้เทวดาบนสรวงสวรรค์ เหล่าหญิงสาวนั้นแหงนหน้ามองดูดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า อธิษฐานให้นางฟ้ามอบสติปัญญาอันชาญฉลาดและมือทั้งสองข้างที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถเชิงเย็บปักถักร้อยให้กับพวกเธอ ทำให้วันเทศกาลซีซี จะมีอีกชื่อคือ  “วันฉีเฉี่ยว” (ขอความเฉลียวฉลาด) หรือ “วันหญิงสาว” และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเหล่าหญิงสาวและผู้คนนั้นจะอธิษฐานให้ตนเองมีชีวิตคู่ที่มีแต่ความสุขสมหวัง

        โดยที่พระชายาหลินเฟยนั้นเองก็ขออธิษฐานขอให้นางกับท่านอ๋องนั้นมีแต่ความสุขต่อกันและกัน และให้ท่านอ๋องนั้นได้สุขสมไปกับเธอด้วย ส่วนชาติก็อธิฐานให้กับชิงเถาเนื่องจากว่าเขารู้ดีว่าไม่อาจเจอเธอได้อีก แต่ทว่าหากมีชาติหน้าฉันใดอย่างที่บอก เขาก็อยากที่จะพบกับนาง และครองคู่รักกับนางจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต

        “.......ข้ารักเจ้า...ไม่ขอพลัดพลากจากใจเจ้าไปอีกได้หรือไม่..” ไต้อ๋องนั้นกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวาล และอ่อนนุ่ม ส่วนพระชายาหลินเฟยก็พราวยิ้ม นางไม่เคย..ไม่เคยพลักพลากใจไปหาใครอื่นอยู่แล้ว..
        “ข้าไม่เคยพลัดใจไปให้ชายอื่น แม้ตัวจะห่างไกล ข้าก็จะรักท่านเพียงคนเดียวท่านหลิวฉุน” เธอกล่าวคำสาบานรักขึ้นมาเหมือนกับวันวานที่ไต้อ๋องเคยพูด เธอยังคงจำได้ไม่มีวันลืม…

        .
        .


‘ฟ้าดินท่านเป็นพยาน ข้า หลิว ฉุน ไต้อ๋องแห่งปาสู่ ข้าขอสาบานและให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักมั่น เพียง หลิน เจียวหย่า ข้าจะขอร่วมทุกข์ร่วมสุข จะขอจับมือกันไปจนแก่เฒ่า หากข้าไม่ทำตามคำสัญญาข้าแล้วไซร้ ขอให้ข้ามีอันเป็นไปอย่าได้ช้าใน 1 วัน ทันใน 1 เดือน ไม่เคลื่อนไป 1 ปี’

       .
       .

       หลังจากการเซ่นไหว้นั้นจบลง พระชายาหลินเฟย รวมถึงเซียวไต้อ๋อง รวมถึงธิดาที่ยังคงเป็นทารกน้อย ที่น่ารักทั้งสี่นั้นก็ได้ทำพิธีฉลองชีวิตวัว กล่าวกันว่า หนุ่มเลี้ยงวัวต้องใช้หนังวัวแก่มาทำเป็นรองเท้าจึงจะขึ้นไปพบสาวทอผ้าบนสวรรค์ได้ เด็กๆก็จะเด็ดดอกไม้ป่ามาทัดไว้บนเขาวัวในวันชีซีนี้ เรียกกันว่า “ฉลองชีวิตวัว” ซึ่งตอนนี้พระชายาหลินเฟยและไต้อ๋องนั้นก็นำดอกไม้มาทัดบนเขาวัว ที่เหล่าทหารเตรียมไว้ หญิงสาว ที่เป็นบ่าวในจวนก็ต่างมาทัดดอกไม้ แต่ที่พิเศษกว่านั้น คนที่เป็นคนจับเหล่าวัวพวกนี้ คือเด็กจากศาลเจ้าร้าง ก็จะเห็นพวกเขาอยู่เนื่องๆ

       เห็นว่าไต้อ๋องกำลังผลักดันการเรียนรู้ของประชาชนยากไร้และอาชีพที่ยั่งยืนแก่เหล่าผู้คนในป่าสุ่อยู่เหมือนกัน หลังจากนั้นก็ถึงเวลาแสดงฝีมือของการทำอาหารของเหล่าหญิงสาวแล้ว โดยมีแกนนำคือพระชายาหลินเฟย นั้นคือ การทำขนมฉลาด ที่เป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดของอาหารประจำเทศกาลชีซี ขนมฉลาดเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ขนมขอให้ฉลาด” ซึ่งมีมากมายหลายแบบ หญิงสาวที่มีฝีมือจะปั้นขนมฉลาดออกมาหลากหลายรูปทรงที่เกี่ยวกับตำนานเทศกาลชีซีนี้

       พระชายาหลินเฟยนั้นให้สาวใช้ปั้นแบบที่ตนเองต้องการได้อย่างตามใจชอบ ซึ่งเธอเองก็ปั้นขนมฉลาดที่ทำจากแป้งและเครื่องงาธัญพืชหลากหลายชนิดเช่นเดียวกัน .. ซึ่งเธอนั้นทำเป็นแบบแท่ง ทานง่าย รวมถึงทำเป็นรูปพระจันทร์ และดอกไม้กลีบคู่แปดกลีบ แสดงถึงเลขมงคลแห่งนิรันด์ เหมือนกับรักของตำนานซีซี..

       และเธอก็ได้แจกจ่ายให้กับเหล่าเด็กๆที่ศาลเจ้าร้างด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการตอบแทน ต่างๆ แก่พวกเขาโดยที่มีคนคอยดูอยู่ด้วย คือเซียวไต้อ๋องผู้เป็นพระสวามี

@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +130 ดีนาเรียส +1300 +200 ความหิว -18 แต้มวาสนา +12 ย่อ เหตุผล
zifu + 100 + 500 + 150 + 7
Admin + 30 + 800 + 50 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-16 19:01:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YuTing เมื่อ 2018-8-17 16:15

ผิดต่อบรรพชน (2)



จวนเซียวไต้อ๋องนับว่ามีการตกแต่งสวนได้งดงามยิ่ง ด้านหลังจวนมีบ่อน้ำขนาดใหญ่กับพรรณไม้หลากชนิดที่ให้ร่มเงา ดูแล้วชวนให้เกิดอารมณ์ผ่อนคลายรื่นรมย์นัก ต่างจากจวนแม่ทัพซึ่งมีทั้งลานฝึกยุทธ มีอาวุธนานาเก็บสะสม


บรรยากาศช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ในใจหยางอวี้ถิงจินตนาการไปต่างๆ นานา สตรีที่นางช่วยเหลือเอาไว้กลับกลายเป็นพระชายากำมะลอไปเสียนี่ กลายเป็นว่าพระชายาตัวจริงหน้าตาเป็นอย่างไรนางยังไม่เคยเห็นเลย


พ่อบ้านจวนอ๋องนำแม่ทัพและฮูหยินมารอในเรือนรับรองที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย กระนั้นข้าวของเครื่องใช้ยังพอดูออกว่ามีราคา ทั้งยังดูสบายตาและเป็นระเบียบนัก ความงดงามในจวนอ๋องดูๆ ไปแล้วเหมือนจะเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติเสียมากกว่า


มองสำรวจไปได้เพียงครู่เดียว พ่อบ้านก็แจ้งว่าพระชายาเสด็จแล้ว…


ได้ยินเสียงเครื่องประดับกระทบกันดังกรุ๋งกริ๋งและเสียงฝีเท้าเนิบช้าทว่ามั่นคง ทั้งสองก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือหลินเฟยที่เสด็จมาก่อนไต้อ๋อง เมื่อเห็นเงาร่างสตรีนางนั้นจึงต้องถวายความเคารพ


“หยางอวี้ถิงคารวะพระชายาเพคะ” ขณะที่ยอบกายคารวะพระชายาในอาภรณ์งดงามเบื้องหน้า สายตาก็ลอบสังเกตอีกฝ่ายไปด้วย เป็นสตรีวัยเยาว์พักตร์งดงามราวเทพธิดาจำแลง เนตรวับวาวดังรวมเอาดาวเดือนบนท้องฟ้าไว้ ผิวพรรณผุดผ่องเฉิดฉาย ทว่าท่าทางมิได้ดูสดใสร่าเริงมีชีวิตชีวาจนอดสงสัยมิได้


นี่น่ะหรือพระชายาหลินเฟย ศิริโฉมยิ่งแล้ว


@LinJieoya


“ขอบพระทัยเพคะ/พะย่ะค่ะ”


@LinJieoya


“ทูลพระชายา ที่กระหม่อมมาเข้าเฝ้าในวันนี้ เพราะมีเรื่องอยากทูลต่อท่านอ๋องพะย่ะค่ะ” วูเหรินกุ้ยเอ่ย มิได้มองสำรวจหลินเฟยผู้งดงามมากนัก แต่หากเป็นเมื่อก่อน… ไม่แน่เขาคงบังอาจเกี้ยวพระนางไปเสียหลายประโยคอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ไปเรียบร้อยแล้ว


@LinJieoya


ยังไม่ทันสิ้นประโยคดี เซียวไต้อ๋องก็เสด็จ…


สองสามีภรรยาคารวะไต้อ๋อง อ๋องผู้นี้ยังอยู่ในวัยหนุ่ม รูปร่างหน้าตาหล่อเหล่า สง่างามและดูอ่อนโยนยิ่ง เหมาะสมกับหลินเฟยราวกิ่งทองใบหยก


บุรุษมีเรื่องพบปะ สตรีอย่างนางจึงไม่อาจอยู่ฟังได้ จึงขอตัวออกไปอย่างเงียบๆ


ครั้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง วูเหรินกุ้ยก็สูดหายใจลึก เขาจ้องพักตร์ท่านอ๋อง สบสายพระเนตรอย่างมิเกรงกลัวก่อนจะเริ่มกล่าวทูล


“ที่กระหม่อมมาวันนี้ ก็เพื่อกล่าวขออภัยท่านอ๋องที่คิดละโมบในอำนาจราชทรัพย์เสมอมา” ชายหนุ่มยอมรับออกมาตรงๆ “อำนาจในปาสู่ควรหวนคืนสู่ผู้ถือครองที่แท้จริงเสียที ขอให้ท่านอ๋องปกครองดินแดนให้สงบสุขร่มเย็น ส่วนตัวกระหม่อมเองจะยื่นฎีกาถวายฮ่องเต้เพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมด ...ขุนนางใจคดมากมายคงถูกกวาดล้าง รวมถึงตัวกระหม่อมเองด้วย”


สายตาวูเหรินกุ้ยเบือนไปทางอื่น “แต่อย่าทรงกังวล ความผิดในอดีตของกระหม่อมอย่างไรก็ถือเป็นความผิด มิอาจปล่อยผ่านไป และมิอาจเลี่ยงได้ อีกไม่ช้ากระหม่อมและภรรยาจะเนรเทศตัวเองออกไปอยู่นอกด่านเอง มิกล้าอยู่ต่อด้วยเพราะผิดต่อบรรพชนสกุลวูเหลือเกิน…”


“....เช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มเห็นเซียวไต้อ๋องกล่าวพลางทำท่าคิด “หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ขอขอบคุณท่านแม่ทัพวูอย่างมาก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ พระชายาของเราเคยเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านปฎิเสธข้อเสนอของกษัตริย์เตี๋ยนเมื่อ 3 ปีก่อน ….ข้าจะขอรับน้ำใจของท่านในครั้งนี้ หากไม่มีท่านว่าเช่นนี้ ข้าคงไม่รู้จะทำอย่างไรกับปาสู่”


“ข้าขอถามท่านสักหน่อยว่าเหตุใด ท่านจึงกลับตัวกลับใจเช่นนี้? ข้าอยากรู้ยิ่งนัก”


รอยยิ้มบางแฝงความอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าที่ปกติมักจะมีความหยิ่งทะนงเสมอ “...เป็นเพราะภรรยาของกระหม่อม”


“เช่นนั้นก็ดีแล้ว มีคนกล่าวว่ามีภรรรยาดีเป็นศรีแก่ตัว ข้ากับท่านคงอาจคล้ายกันตรงนี้ก็เป็นได้” เซียวไต้อ๋องกล่าว


“เวลาของกระหม่อมในดินแดนปาสู่นี้คงเหลือไม่มากแล้ว ถึงวันนั้น กระหม่อมจะพาภรรยากลับมาทูลลาอีกครั้งพะย่ะค่ะ” วูเหรินกุ้ยค้อมศีรษะลงคำนับอีกคราพร้อมกับทูลลา


เดินออกมาหาภรรยาที่ยังรออยู่แล้วส่งยิ้มอบอุ่นให้เพื่อมิให้นางต้องกังวลใจ ไม่มีเหตุผลอันใดที่สองสามีภรรยาจะรั้งอยู่ต่อในจวนอ๋อง จึงทูลลาพระชายาและเดินทางกลับ...









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +97 ดีนาเรียส +500 +150 แต้มวาสนา +7 ย่อ เหตุผล
zifu + 100 + 500 + 150 + 7
Admin -3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x5
x5
x200
x10
x2
x7
x25
x34
x4
x15
x20
x5
x199
x200
x100
x220
x25
x20
x20
x12
x20
x3
โพสต์ 2018-8-16 19:20:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-18 02:06


สกุลวู

        หลินเจียวหย่านั้นตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าของวัน วันนี้เธอมีภารกิจที่ต้องไปทำอย่างมากมายเลยทีเดียว จำได้ว่าเมื่อวาน เกิดเรื่องราวครั้งใหญ่อยู่ เพราะเห็นว่า แม่ทัพวูและวูฮูหยินนั้นจะเดินทางมาพบกับเซียวไต้อ๋อง จึงต้องต้อนรับขับสู้กันเสียหน่อย แต่ก็ต้องเตรียมตัวกันอยู่เหมือนกัน แม้ว่าเหล่าบ่าวนั้นจะทำได้ดีก็ตามที

        “.....สกุลวูเช่นนั้นหรือ”

        หลังจากนั้น ช่วงเช้า ก็ได้มีขบวนรถม้าคันงาม ของแม่ทัพวูพร้อมด้วยวูฮูหยินนั้นมากันแล้ว เธอจึงให้พ่อบ้านใหญ่หลี่นั้นไปรับทั้งสองมาที่เรือนรับรอง และให้ต้อนรับขับสู้อย่างดี อย่าให้เสียเกียรติพระสวามีที่เป็นถึงท่านอ๋องเลย และนางก็เดินไป เพื่อไปต้อนรับแขกผู้มาเยือน.. ในฐานะของพระชายาหลินเฟยในเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่

        ภายในห้องนั้นมีแม่ทัพหนุ่ม(?) และฮูหยินในชุดแดงงาม มองปรายเดียวก็รับรู้ได้เลยว่า ทั้งสองคงเป็นสามีภรรยากัน..ก็แน่ล่ะจะมีใครอีก แม่ทัพวูนั้นใบหน้าคับคล้ายคับคลาเคยเจอที่ใดมาก่อน แต่นางก็จำมิได้ แต่ทว่ากับหญิงสาวผู้ที่น่าจะเป็นวูฮูหยินนั้นกลับไม่เคยแม้แต่จะพบเจอ.. เหมือนหญิงงามในนวนิยาย ที่เธอเคยฝันถึง..แต่ก็……

        อืม….สวยแฮ่ะ...สวยกว่านางในโรงหอจินหลงซูเซียงเสียอีก

       “หยางอวี้ถิงคารวะพระชายาเพคะ” วูฮูหยินพูดและคำนับเธอ… ว๊อท อะไรนะ เพคะงั้นหรือ เกร็งจังเลยแฮะ
       “ไม่ต้องมาพิธีหรอก เชิญเถิด ตามสบายพวกท่านเลย” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้น ก่อนที่จะผ่ายมือไปทางโต๊ะที่พำนักอยู่ ส่วนตนเองก็เดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะมีเหล่าบ่าวสาวใช้ในจวนนั้น รินชาให้กับทั้งสามคน

       “ขอบพระทัยเพคะ/พะย่ะค่ะ”

        “แล้วพวกท่านมีเหตุอันใดให้มาถึงจวนเซียวไต้อ๋องเล่า? มีเรื่องอะไรให้เราและท่านอ๋องช่วยเหลือรือไม่?” เจียวหย่าเอ่ยถามขึ้น

       “ทูลพระชายา ที่กระหม่อมมาเข้าเฝ้าในวันนี้ เพราะมีเรื่องอยากทูลต่อท่านอ๋องพะย่ะค่ะ” วูเหรินกุ้ยเอ่ย แต่ยังไม่ทันสิ้นประโยคดี เซียวไต้อ๋องก็เสด็จ…

        แม่ทัพวูนั้นมีเรื่องพูดคุยกับไต้อ๋องเป็นการส่วนตัว เธอในฐานะพระชายา จึงเสนอว่าจะพาวูฮูหยินนั้นดูสวนที่อยู่ด้านหลังจวน ซึ่งเธอคิดว่าจะไปจิบน้ำชารอตรงนั้นสักหน่อยก็คงจะไม่เป็นอะไร เพราะเกรงว่าจะเป็นเรื่องของบ้านเมือง

       .
       .

       ไต้อ๋องที่เห็นพระชายาและวูฮูหยินออกจากห้องไปแล้ว เขาจึงสูดลมหายใจเหมือนกับว่าตอนนี้กำลังอยู่ในสถานะการณ์ที่อึดอัด … ก็อึดอัดจริงๆนี้หว่า?.. ใครจะเป็นคนเปิดประเด็นคำพูดหรือบทสนธนาก็ยังไม่รู้เลย

       “ที่กระหม่อมมาวันนี้ ก็เพื่อกล่าวขออภัยท่านอ๋องที่คิดละโมบในอำนาจราชทรัพย์เสมอมา” ชายหนุ่มยอมรับออกมาตรงๆ “อำนาจในปาสู่ควรหวนคืนสู่ผู้ถือครองที่แท้จริงเสียที ขอให้ท่านอ๋องปกครองดินแดนให้สงบสุขร่มเย็น ส่วนตัวกระหม่อมเองจะยื่นฎีกาถวายฮ่องเต้เพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมด ...ขุนนางใจคดมากมายคงถูกกวาดล้าง รวมถึงตัวกระหม่อมเองด้วย”


       สายตาวูเหรินกุ้ยเบือนไปทางอื่น “แต่อย่าทรงกังวล ความผิดในอดีตของกระหม่อมอย่างไรก็ถือเป็นความผิด มิอาจปล่อยผ่านไป และมิอาจเลี่ยงได้ อีกไม่ช้ากระหม่อมและภรรยาจะเนรเทศตัวเองออกไปอยู่นอกด่านเอง มิกล้าอยู่ต่อด้วยเพราะผิดต่อบรรพชนสกุลวูเหลือเกิน…”


       “....เช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มเห็นเซียวไต้อ๋องกล่าวพลางทำท่าคิด เรื่องที่ชายตรงหน้าพูดมานั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มากหากจะทำ…. แต่ต้องคิดดีๆ.. หากเขาเข้ามาบอกเช่นนี้ด้วยตนเอง แปลว่าก็ต้องมีความจริงใจที่ไม่น้อยเลย… ใบหน้าท่าทางนั้นก็จริงจัง ยิ่งน้ำเสียงนัยต์ตาที่จ้องลึกนั้น ก็ยิ่งทำให้เซียวไต้อ๋องรับรู้ได้ถึงความหนักแน่นของชายคนนี้

       “หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ขอขอบคุณท่านแม่ทัพวูอย่างมาก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ พระชายาของเราเคยเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านปฎิเสธข้อเสนอของกษัตริย์เตี๋ยนเมื่อ 3 ปีก่อน ….ข้าจะขอรับน้ำใจของท่านในครั้งนี้ หากไม่มีท่านว่าเช่นนี้ ข้าคงไม่รู้จะทำอย่างไรกับปาสู่”

       “ข้าขอถามท่านสักหน่อยว่าเหตุใด ท่านจึงกลับตัวกลับใจเช่นนี้? ข้าอยากรู้ยิ่งนัก” หลังจากถาม เซียวไต้อ๋องก็ต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ รอยยิ้มบางแฝงความอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าที่ปกติมักจะมีความหยิ่งทะนงเสมอที่เขาเคยพบ ก่อนที่จะพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา

       “...เป็นเพราะภรรยาของกระหม่อม”
       “เช่นนั้นก็ดีแล้ว มีคนกล่าวว่ามีภรรรยาดีเป็นศรีแก่ตัว ข้ากับท่านคงอาจคล้ายกันตรงนี้ก็เป็นได้” เซียวไต้อ๋องกล่าว
       “เวลาของกระหม่อมในดินแดนปาสู่นี้คงเหลือไม่มากแล้ว ถึงวันนั้น กระหม่อมจะพาภรรยากลับมาทูลลาอีกครั้งพะย่ะค่ะ” วูเหรินกุ้ยค้อมศีรษะลงคำนับอีกคราพร้อมกับทูลลา

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -16 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-16 21:39:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-17 00:53


เดินทางไปฉางอัน

        พระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางกลับมายังจวนเซียวไต้อ๋องเธอกลับไปหาธิดาทั้งสี่คนของเธอก่อน จากนั้นก็พราวยิ้ม เห็นว่าเมื่อให้นมลูกเสร็จเธอก็ควรจะเดินทางไปเสียได้แล้ว โดยระหว่างนั้นก็มีบ่าวค่อยเตรียมของสำหรับการเดินทางให้ ทั้งเธอและไต้อ๋องเองก็เช่นเดียวกัน

        ครั้งนี้เห็นว่าพี่ชายของเธอท่านจิ้นอันนั้นไม่ประสงค์จะไปด้วย เนื่องจากว่าพี่ชายของเธอไม่ได้ชอบงานอะไรแบบนี้อยู่แล้วจึงขอตัวอยู่ที่จวนคอยดูแลจวนกับพ่อบ้านใหญ่หลี่แทน โดยที่เขาบอกกับน้องสาวซึ่งก็คือเธอว่า อยากให้เที่ยวกับไต้อ๋องให้สนุกสนาน สมกับที่ไม่ได้พบเจอกันมานานหลายปี
         "ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะอยู่ที่นี้กับพ่อบ้านใหญ่หลี่? ข้านึกว่าท่านพี่อยากไปกับข้าเสียอีก?" เจียวหย่านั้นเอ่ยถามท่านจิ้นอัน          "ไม่หรอก...เจ้าไปกับไต้อ๋องเถอะ ชาติไปด้วย ให้เขาได้ไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้างก็ดี ข้าเห็นเขาเริ่มจะเหมือนทหารของจวนเข้าไปทุกทีเสียแล้ว ฮ่ะๆ " จิ้นอันเอ่ย พร้อมกับตบบ่าของชาติ ที่กำลังทำหน้าเหมือนประมาณว่า ท่านคงไม่รู้ว่าข้าก็ไม่อยากไปเหมือนกัน.. ภาพของความรักมันปาดตาปาดใจ..ฮึยๆๆ
        .
        .
        .

        เมื่อรถม้าคันหรูนั้นเตรียมเสร็จแล้วก็ถึงเวลาเดินทาง โดยที่มีข้าวของนั้นอยู่ด้านหลัง และมีชาติรวสวมถึงทหารรวม 10 กว่านาย นั้นติดตามไปด้วยเพื่อไปส่งไต้อ๋องและพระชายาหลินเฟย ณ ชายแดน แต่ที่สำคัญคือมีผู้ติดตามไต้อ๋องไปด้วย ซึ่งนั้นจะเป็นคนที่คอยดูแลไต้อ๋องเรื่องความปลอดภัย

        เมื่อพระชายาหลินเฟยและไต้อ๋องนั้นขึ้นรถม้าแล้ว เจ้าม้าลากสองตัวก็ได้เคลื่อนไป โดยที่มีชาติเป็นคนที่คุมบังเหียนของม้า และรอบๆ ก็มีนายทหารที่อยู่ด้วย จากนั้นไม่นานขบวนของเซียวไต้อ๋องและพระชายานั้น ก็ออกตัวจากจวนไปยังประตูเมือง ภายในนั้นก็มีไต้อ๋องและพระชายาหลินเฟยนั้นอยู่ด้านใน โดยหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นการเดินทางที่สงบเงียบ … โดยที่พวกเขานั้นได้เตรียมชุดธรรมดา สำหรับการไปเที่ยวก่อนจะถึงเวลางานเทศกาลซีซีด้วย..

@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -8 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -8 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้