ดู: 552|ตอบกลับ: 15

{ เมืองซานตง } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-5 23:03:02 |โหมดอ่าน


ย่านการค้าหรงจิง

{ เมืองซานตง }






【ย่านการค้าหรงจิง】
สถานที่ๆ มีผู้คนมากมายมาเดินช้อปปิ้งตามร้านค้าสองข้างทาง 

หรือ ตามถนนจะมีแผงพ่อค้าแม่ค้าแออัด เป็นตลาดย่านการค้าของเมืองซานตง
ในช่วงเวลากลางวันนั้นก็จะเป็นตลาดตามปกติ 
แต่พอพระอาทิตย์ตกดินแล้วจะกลายเป็นย่านการค้าที่เตํมไปด้วยร้านอาหารมากมายเลยทีเดียว


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463678
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483460

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-6 03:10:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-18 00:00

PART CVIII


     ขบวนคาราวานรถม้าเทียมเกวียนของค่ายลี้ภัยชาวเมืองว่านเฉิงสำหรับขนย้ายเสบียงสินค้าหยุดวิ่งลงทำให้ชายหนุ่มสองคนที่อาศัยมากับเกวียนเปล่าสะดุ้งตื่นขึ้นมา พวกเขางัวเงียมองซ้ายมองขวาอย่างสงสัยว่าถึงที่หมายคือเมืองฉางอันแล้วหรือ
     "ถึงฉางอันแล้วรึ?" คาบูโตะยกมือหยาบกร้านขึ้นปิดปากหาวหวอดหลังตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับในท่านั่งสมาธิ ทั้งๆ ที่เขากำลังเดินลมปราณหยินแต่กลับม่อยหลับไปเสียก่อน ในตอนนี้สีผมของเขายังคงเป็นสีขาวราวกับหิมะอยู่ ดูเผินๆ ถ้าไม่ได้สนใจอะไรคงคิดว่าเขาคือชายวัยกลางคนที่เทียวตะลอนไปไหนมาไหนกับเด็กหนุ่มเอ๊าะๆ เพราะเลี่ยงเหลียงก็ดูจะไม่โตสมชายชาตรีเสียที
     "นั่นสินะขอรับ แต่ข้าว่า... ไม่ค่อยเหมือนฉางอันที่เคยมาเท่าไร" นักพรตเลี่ยงเหลียงชะเง้อใบหน้ามองไปรอบๆ ก็พบว่าคาราวานรถม้าได้จอดอยู่ที่จุดพักม้าของเมืองๆ หนึ่ง แม้ตะวันยังไม่ขึ้นเหนือฟ้าแต่จากที่เห็นไม่ใช่เมืองหลวงใหญ่อย่างฉางอัน แล้วทหารกองเสบียงขับรถม้ามาที่ใดกันและเหตุไฉนพวกเขาจึงเปลี่ยนจุดมุ่งหมาย
    "ขอโทษนะพี่ชาย ที่นี่คือฉางอันหรือขอรับ?" เลี่ยงเหลียงกระโดดลงจากเกวียนแล้วเดินไปถามทหารคุมขบวนด้วยความสงสัย
     "อ้อ ข้าลืมบอกไป ต้องแวะขนเสบียงจากซานตงก่อนน่ะถึงจะไปฉางอัน" ทหารคุมขบวนตอบออกไป "ใช้เวลาอยู่พอสมควรนะ เอางี้ ถ้าพวกเจ้าอยากลงไปชมเมืองซานตงก่อนก็ไปได้ ขบวนเกวียนจะออกเดินทางตอนช่วงสาย ถึงเวลาแล้วพวกเจ้าค่อยกลับมาขึ้นเกวียนก็ได้"
     "ขอบคุณขอรับ... ซานตงอย่างนั้นหรือ..." เลี่ยงเหลียงค้อมศีรษะลงอย่างมีมารยาทแล้วเดินไปหาคาบูโตะที่นั่งรออยู่บนเกวียน
     "เป็นไงบ้าง?" คาบูโตะเอ่ยถามในตอนนี้ดูเหมือนสีหน้าของชายหนุ่มจะแจ่มใสหายเมาขี้ตาขึ้นมากแล้ว
     "ที่นี่คือซานตงขอรับ ทหารบอกว่าต้องแวะขนเสบียงจากที่นี่ด้วย กว่าจะเสร็จก็ช่วงสายให้ไปเดินเล่นก่อนได้น่ะขอรับ" นักพรตกลับมารายงานพลางมองที่หีบสินค้าที่ยกมาขายด้วย
    "งั้นรึ เอาไงล่ะ ไปยืดเส้นยืดสายกันหน่อยไหม?" ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กระโดดลงมาจากเกวียนพร้อมยกแขนขึ้นบิดไปมายืดเส้นยืดสายที่ต้องนั่งนิ่งๆ อยู่บนเกวียนอยู่นานสองนาน
    "ลองเอารองเท้าสานไปขายดูไหมขอรับ? ไม่แน่ว่าถ้าขายออกเร็วล่ะก็อาจจะไม่ต้องไปฉางอันก็ได้นะขอรับ" เลี่ยงเลียงเสนอความคิดออกมาซึ่งชายหนุ่มนอกด่านก็เห็นดีเห็นงามด้วย
    "ฉลาดมากเลี่ยงเหลียง ดีเหมือนกันงั้นก็ตกลงตามนั้น" ชายหนุ่มยิ้มกว้าง เขายกนิ้วโป้งให้กับอีกฝ่ายอย่างชื่นชมจากนั้นก็ยกหีบรองเท้าสานลงมาจากเกวียนและเดินหาทำเลขายของที่ย่านการค้าเมืองซานตง

     เพราะตะวันยังไม่ขึ้นทำให้ยังมีผู้คนมาเดินตลาดไม่มากมายนัก ชายหนุ่มทั้งสองที่เพิ่งหาทำเลค้าขายได้เอารองเท้าสานมาวางไว้ด้านหน้าเพื่อแสดงสินค้า แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มขายอย่างไรกันดีจึงเริ่มลองตะโกนขายดู
     "เร่เข้ามา! เร่เข้ามา! รองเท้าสานคุณภาพดีจากเมืองว่านเฉิง ใส่แล้วนุ่มเบาสบายเท้า บัณฑิตก็ใส่ได้ ชาวนาก็ใส่ดี แค่คู่ละยี่สิบตำลึง รายได้ส่วนหนึ่งร่วมพัฒนาเมืองว่านเฉิงจากภัยพิบัติด้วยนะเอ้อ! ไม่ซื้อไม่ว่าลองเข้ามาดูก่อนได้!!" คาบูโตะป้องปากตะโกนขายรองเท้าสานที่มุมหนึ่งของย่านการค้า
     "ท่านเคยขายของมาก่อนสินะขอรับ" นักพรตเลี่ยงเหลียงแอบตกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มที่เดินทางมาด้วยดูเหมือนว่ามีดีแต่กำลังแต่กลับมีทักษะโฆษณาเร่ขายของดีอย่างน่าเหลือเชื่อ
     "อืม ก็นิดหน่อย วันไหนจับปลามาได้น้อยก็เอาไปขายเอง" คาบูโตะตอบออกไปตามตรงอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่โดยส่วนมากปลาที่เขาเคยขายก็เป็นอะไรที่ชาวบ้านต้องซื้อไปทำอาหารอยู่แล้วจึงไม่ต้องตะโกนขายให้มากความ ดังนั้นการเร่ขายของในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ต้องโฆษณาหนักหน่วง
     @YutaIzumi
    "โฮ่ พี่ชายสนใจรองเท้านี่รึ?" คาบูโตะเอ่ยถามลูกค้ารายแรกที่เข้ามาทักทาย
     @YutaIzumi
     "แน่นอนรองเท้าจากว่านเฉิงใส่นุ่มสบายเท้าเหมาะกับนักเดินทางด้วยนะ" คาบูโตะหยิบรองเท้าสานคู่หนึ่งออกมาแต่เขารู้สึกว่าภายในรองเท้าสานเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่จึงลองจับดูให้แน่ใจว่าลูกค้าใส่แล้วจะไม่ได้รับอันตราย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะจับมันแรงไปหน่อยรองเท้าเลยขาดดังแคว่ก...
     ชายหนุ่มหยุดชะงักไปสามวินาทีก่อนที่จะอุทานออกมาเสียงดังว่า "เฮ้ย!!" เขาไม่คิดเลยว่ารองเท้าที่ได้รับมาให้ทดสอบขายจะห่วยแตกขนาดนี้ อย่าว่าแต่เดินเลยแค่จับก็ขาดแล้ว แล้วแบบนี้เขาจะขายรองเท้าทั้งหีบนี่หมดหรือ... นั่นทำเอาชายหนุ่มร่างกำยำเข่าแทบทรุด แต่ก่อนที่ตัวเขาจะทรุดลงไปกับพื้นมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าสานร่วงลงมาตรงหน้าเสียก่อน...
     @YutaIzumi
     มันคือก้อนทองคำมูลค่าสิบชั่ง... เห็นไม่ผิดมันคือทองคำมูลค่าสิบชั่งจริงๆ ไม่ว่าจะขยี้ตาหรือตีลังกาตะแคงมองกี่ครั้งต่อกี่ครั้งสิ่งที่ร่วงลงมาจากรองเท้าสานคือทองคำแท้แน่นอนไม่มีผิด
     คาบูโตะลองหยิบรองเท้าคู่อื่นๆ ในหีบมาเขย่าดูเบาๆ ก็พบว่าทุกคู่ที่ทำการทดสอบมีเสียงบางอย่างราวกับว่ามีของล้ำค่าซ่อนอยู่ในรองเท้าจริงๆ "นะ... นี่มันรองเท้าเสี่ยงโชค!!!"
     @YutaIzumi
    "ฮื่ม..." ชายหนุ่มร่างใหญ่สองจิตสองใจเหลือเกิน ใจหนึ่งก็อยากเก็บรองเท้าเอาไว้สุ่มหาของล้ำค่าเอง แต่อีกใจหนึ่งเขาก็อยากจะซื่อตรงต่อแบบทดสอบการเป็นพ่อค้า
     @YutaIzumi
     ในที่สุดธรรมะก็ชนะอธรรม มารในหัวของเขาพ่ายแพ้ความซื่อตรงในใจของตัวเองจนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะขายรองเท้าสานนำโชค "แน่นอนว่าข้าขาย..." คาบูโตะตอบเสียงอ่อยไว้อาลัยให้กับลาภก้อนใหญ่ที่กำลังจะหลุดลอยไปจากความซื่อสัตย์ของตัวเอง
     @YutaIzumi
    "หนึ่งร้อยคู่!!!" คาบูโตะและเลี่ยงเหลียงอุทานออกมาพร้อมกันเพราะไม่คิดว่าลูกค้ารายแรกจะใจปล้ำซื้อรองเท้าเสี่ยงโชคทีเดียวถึงหนึ่งร้อยคู่ มันช่วยเขาได้มากทีเดียวเพราะทำให้พวกเขากลับไปยังว่านเฉิงได้เร็วขึ้นเยอะ แต่ก็ไม่แปลกในเมื่อเห็นทองคำร่วงหล่นมาตรงหน้าการเสียเงินเพียงยี่สิบชั่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเหลือเกิน
    "รู้แบบนี้น่าจะตั้งขายคู่ละร้อยตำลึงไปเลยนะขอรับ" เลี่ยงเหลียงกระซิบบอกส่วนคาบูโตะได้แต่กระซิบตอบกลับไปว่า...
     "เอาน่า ขายเพื่อการกุศล..." ถึงจะช้ำใจเพียงใดแต่ท่องไว้ว่าต้องไม่โลภ 'ตามที่คำภีร์เขียนไว้ไง... ใจนิ่ง ดังน้ำแข็ง แม้ฟ้าถล่ม ก็ไม่หวั่น ดวงจิต ไร้พัวพัน สุขกายสบายใจ ฮ่า... ฮ่า... ฮ่า...' จากนั้นเขาก็รีบห่อรองเท้าสานหนึ่งร้อยคู่แก่ลูกค้าที่เตรียมควักกระเป๋าออกมาจ่ายเงิน
     "ทั้งหมดยี่สิบชั่งขอรับ" เลี่ยงเหลียงช่วยคำนวนเงินให้คาบูโตะเพราะหากให้เขาคำนวนเองก็ไม่รู้ว่าจะคิดถูกคิดผิดหรือเปล่า ไม่ใช่การดูถูกหัวสมองของอีกฝ่ายแต่เป็นเพราะว่าปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีกว่า...
     @YutaIzumi
    "อืม... หนานิ?" คาบูโตะขมวดคิ้วคิดขณะมองนักพรตเลี่ยงเหลียงช่วยรับเงินและส่งมอบสินค้า เขาไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินคำนี้มาจากไหนแต่ว่าเขารู้ความหมายของมันว่าแปลว่า 'อะไรนะ!!!'
     @YutaIzumi
     "อ่า... ข้าก็พอเข้าใจคำนั้น ดูเหมือนว่าข้าจะมาจากนอกด่านน่ะ" คาบูโตะยกมือขึ้นเกาศีรษะแกรกๆ เขาไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเองเพราะความจำเสื่อม ที่พอรู้ว่าตนไม่ใช่ชาวฮั่นเพราะในตอนแรกนั้นตนไม่รู้ภาษาฮั่นเลยสักนิด
     @YutaIzumi
     "ยามาไท?" ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายบอกถิ่นกำเนิดของตัวเองออกมา "หากว่าข้าเข้าใจภาษาเดียวกันกับพี่ชายแล้วล่ะก็.. บางทีข้าเองก็อาจจะเป็นชาวยามาไทเหมือนกันก็ได้มั้ง..."
     @YutaIzumi
     "ทิศตะวันออกของอีกด้านหนึ่งของทะเลงั้นรึ..." คาบูโตะขมวดคิ้วคิดมีหลายครั้งเช่นกันที่เขารู้สึกแปลกๆ กับทะเลตะวันออก ทั้งโหยหาและคิดถึง แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าคิดถึงใครหรืออะไรที่นั่น แต่เขาก็เลือกตัดจบความสงสัยนั้นเพราะในตอนนี้ตนเองมีเป้าหมายในการตามหาซูปี้และหาเงินซื้อเรือประมงใหม่ให้บิดาบุญธรรม ส่วนเรื่องอื่นช่างมัน อดีตก็ช่างมัน ในเมื่อเขามีครอบครัวใหม่ที่ต้องดูแลก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว และการที่เขาหายไปถึงสองปีกว่าอาจทำให้คนที่เขาเคยจากมาคิดว่าตัวเขานั้นได้ตายไปแล้วในท้องทะเล
     @YutaIzumi
    "หืม... ข้าคาบูโตะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกัน" คาบูโตะหันความสนใจมาที่ลูกค้าที่แนะนำตัวเองก่อนจะลากคอนักพรตหนุ่มมาแนะนำตัวด้วย
    "ข้าศิษย์สำนักฉวนเจิน ฉายาธรรมเลี่ยงเหลียงขอรับ" นักพรตเลี่ยงเหลียงเองก็แนะนำตัวกับอีกฝ่ายด้วย
     @YutaIzumi
     "งั้นเอาไว้พบกันใหม่ ขอให้ได้ของดีๆ ล่ะพี่ชาย" คาบูโตะอวยพรลูกค้าคนแรกที่แบกรองเท้าสานพะรุงพะรัง
    "ขอบคุณที่มาอุดหนุนขอรับ" เลี่ยงเหลียงโค้งให้อีกฝ่ายเป็นการขอบคุณและบอกลาไปในตัว
    @YutaIzumi

     ชายหนุ่มทั้งสองนั่งเปิดแผงขายของกันไปอีกสักพักก็พอจะขายรองเท้าสานได้เพิ่มอีกสิบคู่ แต่ในคราวนี้ทั้งสองปิดปากเงียบสนิทไม่บอกอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของรองเท้าวิเศษ ถือว่าใครโชคดีได้อะไรก็ได้ไปไม่ต้องมาย้ำซ้ำเติมให้ตัวเองเจ็บใจเล่นเปล่าๆ อีก
     และเมื่อตะวันเริ่มขึ้นสูงแล้วชายหนุ่มทั้งสองก็เก็บแผงแล้วเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังฉางอันกับขบวนเกวียนสินค้าของทหารกองเสบียงเมืองว่านเฉิงต่อไป...


@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -9 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -9 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
759
เงินตำลึง
1456
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
87
ความชั่ว
0
ความโหด
40
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-6 12:55:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-6 12:59

- เควสส่งอาหาร -
เดินทางไกล 2.5

     หลังจากที่ชายหนุ่มผู้ที่ถนัดชกคนเมาได้เก็บสัมสัมภาระเข้าห้องตัวเอง ตามที่เสียวเอ้อนำทางมาเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันไปถามกับเสียวเอ้อคนนั้น
     "แถวนี่มีที่ไหนให้เดินเล่นได้บ้างมั้ย" ชายหนุ่มถามขึ้นเพราะว่าเขาก็คงไม่คิดจะนั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องทั้งวันจนวันรุ่งขึ้นเป็นแน่แท้
     "ถ้าแถวนี่ละก็ ก็คงจะแนะนำเป็นย่านการค้านะครับ ตอนกลางวันก็จะมีการเปิดร้านยาของธรรมดา แต่ถ้าเดินยาวไปถึงตอนกลางคืนละก็จะมีร้านอาหารมากมายรอเปิดให้ได้ลิ้มลอง" เสียวเอ้อคนนั้น แนะนำขึ้นอย่างชำนาญ
     "อ้อ อย่างสินะ ขอบใจมาก" ชายหนุ่มกล่าวขอบใจ ก่อนที่หันไปจัดข้าวของของตนเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะ เดินออกจากโรงเตี๊ยมไปเทียวเล่นที่ตลาดตามคำแนะนำที่ได้รับมา ระหว่างที่เขาเดินลงมาข้างล่างเขาก็เห็นว่า ข้าวของที่กระจัดกระจายจากความวุ่นวายของชายเมาคนนั้นได้เก็บกวาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
     (ทำงานเร็วกันดีนะ) ชายหนุ่มคิดในใจอย่างงั้น หรือว่านี่จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้วอย่างงั้นหรอ? เขาแต่ขบคิดอยู่ในใจระหว่างเดินไปย่านการค้า

     เมื่อเดินมาถึงตลาดยูตะก็ไม่รีรอที่จะเดินดูสิ่งของต่างๆอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่เขากำลังเดินดูของต่างๆ อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงบ้างอย่างขึ้น
      "เร่เข้ามา! เร่เข้ามา! รองเท้าสานคุณภาพดีจากเมืองว่านเฉิง ใส่แล้วนุ่มเบาสบายเท้า บัณฑิตก็ใส่ได้ ชาวนาก็ใส่ดี แค่คู่ละยี่สิบตำลึง รายได้ส่วนหนึ่งร่วมพัฒนาเมืองว่านเฉิงจากภัยพิบัติด้วยนะเอ้อ! ไม่ซื้อไม่ว่าลองเข้ามาดูก่อนได้!!"
      เมื่อหันไปตามต้นเสียงก็พบว่า มีชายหนุ่มคนนึงกำลังป้องปากตะโกนขายของอยู่ ยูตะจึงเกิดความรู้สึกสนใจ เพราะว่ามันทำให้เขานึกถึงตอนที่ตัวเองโฆษณางานเทศกาลเมื่อคิดได้ดังนั้นก็เดินเข้าไปหา
      "สวัสดีครับ" ยููตะเดินเข้าไปทักทายพ่อค้าคนนั้น
      "โฮ่ พี่ชายสนใจรองเท้านี่รึ?" แล้วพ่อค้าคนนั้นก็ตอบรับกลับมาอย่างดี
      "ก็.....นิดหน่อยละนะ ผมเป็นนักเดินทางการรองเท้าดีๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ" และแล้วยูตะก็ตอบความต้องการกลับไป
      "แน่นอนรองเท้าจากว่านเฉิงใส่นุ่มสบายเท้าเหมาะกับนักเดินทางด้วยนะ" แล้วพ้อค้าคนนั้นก็ก้มลงไปหยิบรองเท้าขึ้นมาคู่นึง แต่ว่ามันก็ดันขาดดัง แคว่ก!
     ชายหนุ่มหยุดชะงักไปสามวินาทีก่อนที่จะอุทานออกมาเสียงดังว่า "เฮ้ย!!"
     "............................." ยูตะยืนมองนิ่งเงียบด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนที่เขาจะสังเกตุบางสิ่งบางอย่างที่ร่วงออกมาจากรองเท้าที่ขาดนั้น
     มันคือก้อนทองคำมูลค่าสิบชั่ง... เห็นไม่ผิดมันคือทองคำมูลค่าสิบชั่งจริงๆ ไม่ว่าจะขยี้ตาหรือตีลังกาตะแคงมองกี่ครั้งต่อกี่ครั้งสิ่งที่ร่วงลงมาจากรองเท้าสานคือทองคำแท้แน่นอนไม่มีผิด
     พ่อค้าคนนั้นก็รีบลองหยิบรองเท้าคู่อื่นๆ ในหีบมาเขย่าดูเบาๆ ก่อนที่จะร้องออกมา "นะ... นี่มันรองเท้าเสี่ยงโชค!!!"
     "น้านี่!!!" ยูตะก็ตกใจตามพ่อค้านั้นไปด้วย
     "ฮื่ม..." แล้วพ่อค้าคนนั้นก็ยืนทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่
     "เอ....เออ......ตกลงจะขายมั้ยครับ......" ยูตะถามกลับไปด้วยความลังเลเมื่อหน้าของพ่อค้า
     "แน่นอนว่าข้าขาย..." พ่อค้าคนนั้นตอบเสียงอ่อยเหมือนไว้อาลัยให้กับอะไรสักอย่าง
     แน่นอนเมื่อได้ยินดังนั้นยูตะ ก็เริ่มประมวลผลการคำนวนต่างๆ ในหัวอย่างรวดเร็วว่าเขาควรจะทำอย่างกับโอกาศอันดีงานตรงหน้าเขาดี ก่อนที่เขาจะยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัยและตอบกลับไป
     "จัดมา! หนึ่งร้อยคู่!" ยูตะพูดออกมาด้วยเสียงที่หนักแน่
    "หนึ่งร้อยคู่!!!" พ่อค้าและเพื่อนของเขาอุทานออกมาพร้อมกัน
     แล้วทั้งสองก็หันไปกระซิบกระซาบกันเล็กน้อย เหมือนพูดคุยอะไรบ้างอย่าง แต่ยูตะก็ไม่ได้สนใจมากนัก จากนั้นพ่อค้าคนนั้นก็รีบห่อรองเท้าสานหนึ่งร้อยคู่แก่ลูกค้าที่เตรียมควักกระเป๋าออกมาจ่ายเงิน
     "ทั้งหมดยี่สิบชั่งขอรับ" เพื่อนของพ่อค้าคนนั้นพูดขึ้น
     "นี่ครับ" ว่าแล้วยูตะก็ยื่นเงินทั้งหมดจำนวนยี่สิบชั่งกลับไปให้
    "อืม... หนานิ?" อยู่ๆ พ่อค้าคนนั้นขมวดคิ้วคิดขณะมองเพื่อนของเขาช่วยรับเงินและส่งมอบสินค้า
     "หืม....นายเข้าใจความหมายของมันอย่างงั้นรึ" ยูตะพูดกลับไปเมือเห็นที่ท่าของพ้อค้าคนนั้น
     "อ่า... ข้าก็พอเข้าใจคำนั้น ดูเหมือนว่าข้าจะมาจากนอกด่านน่ะ" ว่าแล้วพ่อค้าคนนั้นยกมือขึ้นเกาศีรษะแกรกๆ
     "นี่เป็นภาษาของ ชาวยามาโตะนะ นายเข้าใจมันด้วยอย่างงั้นหรอ" ยูตะกล่าวอธิบาย และถามกลับไป
    "ยามาไท?" พ่อค้านั้นเริ่มขมวดคิ้วเมื่ออีกครั้งเมือได้ยูตะบอกถิ่นกำเนิดของตัวเองออกมา
     "หากว่าข้าเข้าใจภาษาเดียวกันกับพี่ชายแล้วล่ะก็.. บางทีข้าเองก็อาจจะเป็นชาวยามาไทเหมือนกันก็ได้มั้ง..."
     "ก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะว่าชาวยามาโตะนั้นอยู่ทางด้านตะวันออกอีกฝากฝั่งนึงของทะเล และยังไม่มีการติดต่อกับแผ่นดินฮั่นเลย การที่จะหาคนรู้ภาษานี่และไม่ใช้ชาวยามาโตะนั้นจึงเป็นเรื่องยากมาก" ยูตะเริ่มอธิบายกลับจากประสบการณ์ที่เข้าพบเจอมาตลอดการเดินทางของเขา แล้วเริ่มหลี่ตามองพ่อค้าคนนั้น
     "ทิศตะวันออกของอีกด้านหนึ่งของทะเลงั้นรึ..." แล้วพ่อค้าคนนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันครั้งที่แล้วเท่าไรแล้วก็ไม่รู้
     "ในฐานะที่เราน่าจะเป็นเพื่อนร่วมแผ่นดินเดียวกัน เรามารู้จักกันไว้ดีกว่าฉัน อิซุมิ ยูตะ ยินดีที่ได้พบกัน" แล้วยูตะก็กล่าวแนะนำตัวเองออกไป กับคน(ที่น่าจะ)เป็นเพื่อร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกับเขา
     "หืม... ข้าคาบูโตะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกัน" พ่อค้าคนนั้นก็หันความสนใจมาที่ยูตะที่แนะนำตัวเองก่อนจะลากคอเพื่อนของเขามาแนะนำตัวด้วย
     "ข้าศิษย์สำนักฉวนเจิน ฉายาธรรมเลี่ยงเหลียงขอรับ" เพื่อนของพ่อค้าเองก็แนะนำตัวด้วย
     "ยินดีที่ได้รู้จักทั้ง 2 คนนะครับ" ยูตะพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
     "งั้นเอาไว้พบกันใหม่ ขอให้ได้ของดีๆ ล่ะพี่ชาย" คาบูโตะอวยพรลูกค้าคนแรกที่แบกรองเท้าสานพะรุงพะรัง
     "ขอบคุณที่มาอุดหนุนขอรับ" เลี่ยงเหลียงโค้งให้อีกฝ่ายเป็นการขอบคุณและบอกลาไปในตัว
    "แล้วหวังว่าโชคชะตาจะนำพาเรามาให้พบกันอีกนะ" แล้วยูตะก็กล่าวบอกลาทั้ง 2 ก่อนที่จะเดินออกมาเทียวชมตลาดต่อไป


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
759
เงินตำลึง
1456
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
87
ความชั่ว
0
ความโหด
40
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-6 17:03:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- เควสส่งอาหาร -
เดินทางไกล 2.75

      หลังจากที่เขาแยกตัวมา จากคาบูโตะแล้วชายหนุ่มผู้ที่เดินหอบรองเท้าสานจำนวนหนึ่งร้อยคู่นั้น ก็เดินเทียวชมตลาดไปเรื่อยๆ ระหว่างเดินดูนั้นเขาก็ไม่ได้เดินดูเฉยๆ เขายังทำสิ่งที่เขาถนัดไปด้วยนั้นก็คือการสำรวจตลาดและ เฝ้าสังเกตุสินค้าต่างๆ ว่ามีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร สินค้คากำลังเป็นที่ต้องการของเมืองซานตง
     รู้ตัวอีกที่ชายหนุ่มคนนั้นก็พบว่าเขาเดินดูจนตะวันลับของฟ้าไปเสียแล้ว ร้านทั้งหลายที่ขายของธรรมดากันอยู่กัน ก็ต่างเปลียนรูปแบบร้านตัวเองให้กลายเป็นร้านขายอาหารต่างๆ ไม่เป็นจะเป็นร้านที่ยกโต๊ะออกมาตั่ง หรือว่าจะแผงลอยสำหรับยืนกินก็ดี ภาพการเปลียนแปลงตรงหน้านั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากจนยูตะต้องทึ่งในความสามารถของคนเมืองนี่จริงๆ และแน่นอนมีหรือที่ชายหนุ่มผู้ซึ้งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นผู้นี่จะผลาดโอกาศที่จะลิ้มลองความอร่อยของค่ำคืนนี่อย่างแน่นอน

     ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับอาหารนานาชนิดอยู่นั้นก็เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น
     "เจอมันแล้วครับลูกพี่!" เมื่ออยู่ตะหันไปยังที่มาของเสียงเขาก็พบกับกลุ่มคนหน้าตาเหี้ยมเกรียม  6 คน และ พวกเขาเปิดทางให้หัวหน้า ซึ่งคือชายขี้เมาที่โดนยูตะปล่อยหมัดตรงสุดแรงจนสลบไปนั้นเอง
     "บังอาจนักนะเจ้า !!" ชาย(ที่เคย)เมาคนนั้นกล่าวขึ้นอย่างเกรียวกราด
    "หะ........." ยูตะที่กำลังลิ้มลองอาหารก็ทำหน้างงๆ ก่อนที่จะกลื้นอาหารลงไป ราวกับทองไม่รู้ร้อน
     "เจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายข้าคนนี !!! "ชายคนนั้นยังคงกล่าวขึ้นอย่างเกรียวกราดต่อไป
    "แหม่ๆ ชมกันแบบนี่ผมก็เขินสิครับ" ยูตะตอบกลับไปแบบหน้าชื่นตาบาน แล้วลูบท้ายทอยตัวเองเล็กน้อย
     "ไม่ได้ชมโวยยย!! เจ้านี่มันยียวนกวนประสาทจริงๆ เจ้ารู้ไหมข้าเป็นใคร !! หากเจ้ารู้แล้วจะต้องเสียใจ !!" ชายคนนั้นก็ถึงกับเลือกขึ้นหน้า กำหมัดแล้วชี้หน้ายูตะ
     "โทษที่นะ พอดีไม่ได้มีงานอดิเรกจำคนเมาซะด้วยสิ" ยูตะตอบกลับไปพร้อมกับยักไหล่เล็กน้อย
     "ปากดีนัก!! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ข้าจะบอกให้สมองน้อยๆ ของเจ้าได้รู้ไว้ ข้าคุณชายตระกูลเล่อ "เล่อ หยูเฟย" มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองนี้ ข้าจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า ข้ามีเงินจ่าย เข้าใจไหม!!" แล้วชายคนนั้นก็ประกาศกร่าวขึ้นเสียงดังจนทำให้คนแถวนั้นหันมามองกันเป็นแถบๆ จนมีเสีนงซุบซิบตามมาด้วย
     "โถ่~ นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ไอ้ขี้เมาที่ดีใช้เงินแก้ปัญหาอย่างงั้นหรอเนี้ย" และแล้วยูตะก็กล่าวพร้อมกับถอนหายและสายหน้าไปมา
     "หน๊อย.........แก!!!!! เถียงเรอะ !!" ชายคนนั้นเลือดขึ้นหน้าอีกรอบเพราะโดนคำถูกที่แทงใจดำเข้าไปเต็มๆ
     "อะไรกันพูดความจริงเข้านิดเดียว ถึงกับรับไม่ได้เลยอย่างงั้นหรอ" ยูตะยังคงกล่าวต่อพร้อมสายหน้าไปมาอีกรอบ
     "ดูสิว่าเจอแบบนี่เข้าไปแล้วยังจะปากดีอยู่ได้มั้ย!!!  เด็กๆ จัดการมัน!!" เมือชายคนนั้นพูดจบ เหล่าลิ้วล้อทั้ง 4 ก็เข้ามาล้อมยูตะไว้
      (นี่กะจะไม่ให้หนีเลยสินะ.....) ยูตะคิดในแล้วเริ่มสอดส่องสายตามมองไปรอบเพื่อหาทางหนีที่ไล่ เพราะเขาเองก็ใช้ว่าจะมั่นใจว่าจะการทั้งคน 4 คนได้รึเปล่า
      "รออะไรอยูละ!! เล่นงานมันสิ!!" เสียงของหัวหน้าสั่งให้เหล่าลูกน้องของเขาเข้าโจมตี
      "ย้ากกกกกกกกกกกกก" ชายคนนึงพุ่งเข้ามาปล่อยหมัดยูตะ อย่างดุดัน
      แต่แน่นอนยูตะเห็นดังนั้นก็ตั้งท่าป้องกันรับหมัดนั้นเอาไว้ได้ ก่อนที่จะปล่อยหมัดสวนกลับไป ทำให้ชายที่เข้ามาคนแรกกระเด็นเซออกไป
      "หน่อยแก!!!" ลิ้วล้ออีกคนที่เห็นเพื่อนตัวเองโดนซัดกระเด็นออกไปก็พุ่งเข้ามาจะซัดยูตะต่อ
     "ชิ!" ยูตะที่อยู่ในสภาพที่พึงปล่อยหมัดไปก็ไม่พร้อมที่จะป้องกันได้ อย่างเต็มที่นักก็ยกมือป้องกันแทบไม่ทัน จนทำให้โดนการโจมตีนั้นแล้วถอยไปเล็กน้อย
     "ดีมาก! แบบนั้นและ เอาให้มันให้ร่วงให้ได้!!" เสียงของตัวหัวหน้าดังขึ้น พร้อมกับลูกน้องอีก 2 คนที่ยืนคุ้มกันอยู่
     การต่อสู้ดำเนินไปแบบ 4 ต่อ 1 แต่ว่ายูตะที่เป็นฝ่ายถูกรุมกลับไม่มีที่ท่าที่จะเสียเปรียบเลย ถึงเขาจะได้บาดเจ็บเล็กน้อยก็ตามแต่ว่า เหล่าลิ้วล้อทั้ง 4 คนนั้นดูเหมือนว่าจะได้รับบากเจ็บมากกว่าเสียงอีก
    "แฮก..แฮก..แฮก..แฮก.." ยูตะที่เริ่มมีอาการหอบออกมาหลังจากผ่านการต่อสู้มาสักพักแต่ ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามก็มีอาการไม่ต่างกัน จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างยืนมองคุมเชิงกันไป
     เล่อหยูเฟย ที่ยืนดูอยู่นั้นก็ยกมือขึ้นให้สัญญานบางอย่าง แล้วคนทางด้านซ้ายมือของเขาก็ก้าวเดินมาร่วมวงการต่อสู้ พร้อมกับกล่าวออกมา
      "ดูเหมือนนับแต่ข้าถูกไล่ออกจากสำนักฉวนเจินมา ไม่ได้ออกแรงเสียนาน เจ้าหนูเจ้าโชคดีมากนะที่ได้เป็นคนแรกชิมวรยุทธ์ข้า" ชายที่ก้าวออกมาใหม่นั้น เมื่อยูตะมองดูดีๆ แล้ว เขาคนนั้นดูท่าทางร้ายกาจมิใช้น้อย แตกต่างจากจากพวกลิ้วล้อพวกนั้นอย่างชัดเจน แถมพวกลิ้วล้อ 4 คนก่อนหน้านั้นก็ถอยฉากหลบไปอย่างรู้งาน
      (ไอ้หมอนี่.......ไม่ธรรมดา.......) ความคิดนั้นเด้งขึ้นในหัวชายหนุ่มที่กำลังยืนหอบอยู่ ในทันที
      (แต่ว่านี่ไม่ใข้เวลามาลังเลแล้ว!) เมื่อยูตะคิดได้ดังนั้นเขาก็ทำตามคติประจำใจของเขาทันที
      แล้วยูตะก็พุ่งเข้าไป จู่โจมจากจุดบอดจากทางด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว!! แต่ว่านั้นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับความเร็วของชายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย การโจมตีของยูตะนั้นถูกหยุดไว้ด้วยมือเพียงมือเดียว และชายนั้นก็แถบไม่ขยับไปจากจุดเดิมเลย
     "น้านี่!!" ยูตะร้องคนด้วยความตกใจที่การโจมตีสุดแรงของเขานั้นถูกหยุดได้อย่างง่ายดาย
     ก่อนชายคนนั้นก็ตอบโต้กลับมาด้วยการโจมตีอย่างหนักหน่วง จนทำให้ยูตะนั้นกระเด็นถอยหลังไป
     "อุก!!" ถึงยูตะจะป้องกันไว้ได้ แต่โจมตีนั้นก็สร้างความเจ็บปวดให้เขาได้มากที่เดียว
    "ดูเหมือนจะยาไบ้จริงๆ แล้วน่า.........." ยูตะรับรู้ได้อย่างดีเลยว่านี่คือของจริง จนทำให้ร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว
     "นายก็ดูไม่ใช้คนไม่ดีนิ เหตุใดถึงไปรับใช้คนแบบนั้" ยูตะพยายามพูดขึ้น แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ชายคนนั้นเมื่อได้ยินแล้วก็พุ่งเข้าจู่โจมยูตะในทันทีราวกับว่า จะพยายามทำให้เขาเงียบลง
     การโจมตีนั้น ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และรุนแรง ทุกๆ ฝ่ามือที่ปล่อยออกมานั้นหวังผลทำลายล้างทั้งสิ้น ยูตะจึงทำได้แต่ปัดป้องการโจมตีไปเรื่อยโดยที่ไม่อาจจะโต้ตอบเลยได้เลยแม้แต่เพียงนิดเดียว
     ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ยูตะยังคงก็ยังคงปัดป้องการฝ่ามือนั้นได้เรื่อยแต่ทุกๆ ครั้งดูเหมือนว่าเขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆ เขาจะจะอยู่สภาพนี่ได้อีกนานแค่ไหนกัน
     จนกระผ่านไป 13 กระบวนท่า และมาถึงกระบวนท่าที่ 14 ยูตะที่เหนื่อยหอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็โดนการโจมตีเข้าไปจนทำให้มือทั้ง 2 ของเขากระเด็นขึ้นแล้วในจังหวะนั้นเอง คู่ต่อสู้ของเขาก็ปล่อยฝ่ามือกระแทกที่อกของยูตะ อย่างเต็มแรงจนกระเด็นปลิ้วไปกระแทกกับแผงขายของ และกระอักเลือกออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะล้มลงหน้าคว่ำลงไปกับพื้น
     "อุก!!!" ยูตะร้องออกมา ก่อนที่ล้มฟุบลงไป
     ความเจ็บปวดมากมายมหาศาล เข้าถาโถมมาใส่ชายที่นอนอยู่ ราวกับร่างนั้นแตกเป็นเสียงๆ กระดูกภายในป่นปี้ เครื่องในบิดเบียวไปหมด หรือนี่ว่าเขาจะพบกับสิ่งที่เรียกว่าความตายแล้วอย่างนั้นกันนะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขารู้สึกเช่น ความรู้สึกเฉดเช่นเดียวกับตอนที่เรืออัปปางลง
     (ไม่!! ) ยูตะคิดในใจอย่างหนักแน่น ก่อนที่จะกัดฟันลุกขึ้นมา ตั้งท่าสู้อีกครั้งนึง
     และแน่นอน ถ้าให้ยูตะลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง นั้นก็ไม่ช่วยเปลียนแปลงผลการต่อสู้ครั้งนี่ไปได้
     ตึง!....ตึง!....ตึง!.... เสียงของชายหนุ่มที่โดนฝ่ามืออัดลงไปนอนกองกับพื้นครั้งแล้วครั้งเลา แต่ว่าชายหนุ่มคนนั้นก็ยังลุกขึ้นมาสู้ต่อไปอย่างไม่ลดละ
    "ฉันทำแบบนี่ได้ทั้งวันละ" นั้นคือคำพูดของคนที่ยืนขึ้นโซเซ ตาพร่ามัว เลือดกบปาก ตามลำตัวเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำอย่างหนักหน่วง
     "เจ้าทำไมถึงไม่สลบกันเล่า" ชายคนนั้นผู้ขึ้นก่อนที่ลดจะมือลง เชงบอกว่านี่เป็นการต่อสู้ต่อไปก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี
     "เจ้ากล้าหาญจริงๆ เอาเป็นว่าข้าจะช่วยพูดให้" นั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ยูตะได้ยินก่อนที่ทรุดตัวลง.......


( ส่วนที่ 1 A0014 )

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463678
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483460

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-26 06:27:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-26 20:50

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CLXXI


     เวลาผ่านไปหลายชั่วยามในที่สุดรถม้าจากสวี่ซางก็มาถึงซานตง เป็นครั้งที่สองแล้วที่เทียนเหมินได้มาเหยียบที่นี่ ในครั้งแรกนั้นเพราะขบวนรับเสบียงว่านเฉิงมาจอดรับของที่นี่เลยมีโอกาสที่ชายหนุ่มได้โอกาสเปิดตลาดขายของเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเขามากับนักพรตหน้าหวานนามว่าเลี่ยงเหลียง น่าใจหายที่เขาจับพลัดจับผลูต้องแยกทางกับผู้ที่เคยใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขในถ้ำหน้าผาหงส์ฟ้า ไม่รู้ป่านนี้สหายคนนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง ออกติดตามกองคาราวานสินค้าไปหรือว่าแยกตัวออกมาตามหาเขากันแน่
     เมื่อขบวนรถม้าจอดสนิทเทียนเหมินก็ลงจากหล้งม้าแล้วอุ้มฉูจู๋ร์ลงมายืนบนพื้นมันยืดตัวบิดขี้เกียจไปมา ชายหนุ่มตรงไปยังขบวนรถม้าคันที่สองที่ถิงเอ๋อห์และอาเค่อโดยสารมา เมื่อเปิดประตูรถม้าออกก็ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเคร่งกับภาพที่เห็น อาเค่อหลับสบายอยู่ในรถม้าแถมยังเผลอกลิ้งไปนอนกอดถิงเอ๋อห์ที่นอนไม่ได้สติอีกด้วย...
     "หนอย... เจ้าบ้านี่" ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางคำรามในลำคอเบาๆ เขาคิดว่าเด็กดีอย่างอาเค่อไม่น่าเป็นผู้ชายหื่นกาม แต่เมื่อมีเรื่องแบบเกิดขึ้นในฐานะพี่ชาย (?) ก็จำเป็นต้องสั่งสอนว่าไม่ให้ลักหลับหญิงสาว แม้ว่านางจะไม่สามารถตื่นมาตบหน้าเด็กหนุ่มได้สักฉาดก็ตาม เทียนเหมินยกมือขึ้นฝากมะเหง็กลงกลางกระหม่อมของอาเค่อทันทีหนึ่งโป๊ก
     "โอ๊ย!! อะไรๆ !?!!" อาเค่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมทำหน้าเหวอๆ ปล่อยถิงเอ๋อห์นอนลงท่าเดิมทันที โดยไม่รู้ตัวว่าตอนหลับเขาเผลอทำอะไรลงไป เมื่อมองเลิกลั่กก็เห็นว่าเทียนเหมินทำหน้าถมึงทึงมองอยู่ "ปลุกดีๆ ก็ได้นี่นา" เด็กหนุ่มโหรวหรานบุ้ยปาก
     "หึ!" เทียนเหมินทำเสียงฟึดฟัดออกมาก่อนจะอุ้มร่างของเด็กสาวไว้แล้วให้อาเค่อเก็บข้าวของที่อยู่ในนั้นออกมาไปวางพาดไว้บนหลังม้าเสียก่อน
     @Soup_Dumplings
     "พี่ชายเว่ย ข้ากะจะพาถิงเอ๋อห์ไปฝากที่ร้านหมอไว้ก่อนน่ะแล้วค่อยหาเบาะแสต่อ" ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับผู้ร่วมทางร่างยักษ์ที่ลงจากรถม้ามา
     @Soup_Dumplings
     "งั้นหรอ จะแยกกันสินะ งั้นโชคดีล่ะ ข้าว่าจะไปเปิดห้องโรงเตี๊ยมพักด้วยถ้ามีปัญหาอะไรล่ะก็ไปเจอกันที่นั่นได้นะ"
     @Soup_Dumplings
     และเมื่อแยกทางกับเว่ยเส้าเทียนแล้วเทียนเหมินก็วางถิงเอ๋อห์ลงในผ้านวมที่ใช้แทนเปล ก่อนจะช่วยกันกับอาเค่อแบกนางไปหาร้านหมอ โดยมีฉูจู๋ร์คาบบังเหียนม้าเดินจูงตามไปอย่างรู้งาน แม้จะเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับชาวเมืองซานตงแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเคลื่อนย้ายเด็กสาวแบบนี้ วนหารอบเมืองสักพักจึงพบกับร้านหมอแล้วพาเธอไปฝากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูอาการ

     เมื่อฝากถิงเอ๋อห์เสร็จเรียบร้อยเทียนเหมินกับอาเค่อก็ออกไปตามหาเบาะแสตามที่ชายหนุ่มร่างสูงนั้นฝันเอาไว้
     "แล้วเราต้องหาอะไรกันล่ะพี่ชายซู?" อาเค่อเอ่ยถามออกมาเพราะไม่รู้ว่าเทียนเหมินกับเว่ยเส้าเทียนฝันตรงกันอย่างไรบ้าง
     "ดาบกับม้า... ไม่ดิ เหมือนว่าม้ามันจะตายไปแล้วแฮะ" เขายกมือขึ้นเกาศีรษะตนเองไปมาก่อนจะเริ่มเรียบเรียงความฝันนั้นให้อาเค่อได้ฟังขณะที่เดินไปตามถนนของย่านการค้า
     "ข้าฝันว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งปกครองเมืองซานตงนางอยู่กับคนที่หน้าตาเหมือนพี่ชายเว่ย ในสมัยของ..." ชายหนุ่มขมวดคิ้วคิดชื่อ "ฉิน...อะไรสักอย่างจำไม่ได้" เขายอมแพ้ที่จะนึกชื่อของผู้ปกครองที่ตนนั้นจำไม่ได้แล้วจึงเล่าต่อ "นางกับคนหน้าเหมือนพี่ชายเว่ยช่วยกันปกครองที่นี่จนกระทั่งมีการก่อกบฏ สองคนนั้นคุยกันเรื่องดาบที่ฮ่องเต้ให้มา ก่อนที่นักรบหน้าเหมือนพี่ชายเว่ยจะหักกระบี่นั้นแต่ก็หมดแรงไป เจ้าเมืองผู้หญิงเลยเอากระบี่อีกเล่มไปโยนลงในทะเลสาป แล้วก็ไปฆ่าม้า แล้วนางก็กลับมาถูกฆ่าตาย พอนางตายแล้วเมืองก็ถูกเผา จบ..."
     "หา?" อาเค่อเกาหัวแกรกๆ อย่างไม่เข้าใจ "แล้วเกี่ยวกับซินแสตงฟางยังไง?"
     "...." สำหรับคำถามนี้เทียนเหมินไม่มีคำตอบให้ เพราะว่าเขาก็ไม่รู้จริงๆ อันที่จริงเรื่องดาบอะไรนั่นมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับอาการของถิงเอ๋อห์เลยสักนิด "เอาน่า ข้ามีลางสังหรณ์ว่าต้องใช่! ก่อนอื่นน่าจะต้องไปหาทะเลสาบที่ซานตงก่อนล่ะ"
     "หลักลอยกว่าที่ข้าพูดเรื่องคนเล่นของอีก..." อาเค่อบุ้ยปากพลางแอบบ่นเบาๆ
     ทั้งสองเดินมาเรื่อยๆ จนมาหยุดที่หน้าร้านขายอาวุธเข้า เทียนเหมินจ้องมองไปยังร้านนั้นไม่วางตาพลางคิดว่านั้นใช่ขบวนคาราวานพ่อค้าใหญ่หรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาอยู่พักหนึ่งแล้วก็พบกว่าไม่ใช่
     "พี่ชายซูอยากซื้ออาวุธรึ?" อาเค่อเอ่ยถาม พลางนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้คืนกริชเล่ออี้ให้อีกฝ่ายเลย
     "เปล่า ข้าแค่คิดว่าจะใช่ร้านอาวุธของพ่อค้าใหญ่ไหม แต่ก็ไม่ใช่ ช่างเถอะ" ชายหนุ่มทำท่าจะเดินจากไปตามหาทะเลสาบของเขาต่อแต่กลับถูกอาเค่อดึงแขนเอาไว้ก่อน
     "ไหนๆ มองขนาดนั้นแล้วไม่แวะดูหน่อยหรอ ข้าก็อยากดูนะพี่ชายซู" เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาทำตาปิ๊งๆ ใส่เป็นการออดอ้อน
     "ไม่ต้องมาทำหน้า" เทียนเหมินเบ้หน้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาก็อยากจะได้กระบี่สองเล่มสำหรับถือสองมืออยู่เช่นกัน "ก็ได้" เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งคู่ก็หยุดดูแผงขายอาวุธนั้นสักหน่อย
     ชายหนุ่มหยุดเลือกกระบี่น้ำงามกันสักพักก่อนที่เทียนเหมินจะถูกชะตากับกระบี่เล่มหนึ่งที่มีด้ามจับทำจากไม้เนื้อดีลายเรียบๆ และน้ำหนักเหมาะมือจึงตัดสินใจที่จะซื้อกระบี่เล่มนี้เอาไว้ใช้งาน "เถ้าแก่กระบี่เล่มนี้ราคาเท่าไร?"
     "หนึ่งร้อยชั่งขอรับ" เถ้าแก่หันมาบอกราคากับลูกค้าหนุ่ม
    "โหยแพง ลดให้หน่อยซี่" เทียนเหมินใช้ทักษะพ่อค้าตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงานจริง "แปดสิบชั่ง นะๆ ข้าชอบมันมากเลย เนี่ยเดี๋ยวข้าต้องทำงานรับอาวุธไปขายด้วย พอข้าตั้งตัวได้จะมาเหมาซื้ออาวุธร้านท่านนะ"
     "ก็ได้.. แปดสิบก็แปดสิบ" เถ้าแก่คิดคำนวนถึงผลประโยชน์ระยะยาวแล้วจึงตอบตกลง
    "ตกลงข้าเอาเล่มนี่แหล่ะ" ชายหนุ่มยิ้มกว้างพร้อมทำท่าจะส่งกระบี่ให้เถ้าแก่บรรจุใส่หีบห่อ
     "เถ้าแก่ข้าต้องการกระบี่เล่มนี้ ข้าจะจ่ายให้สิบเท่า" อยู่ๆ ก็มีเสียงๆ หนึ่งดังสอดเข้ามาทำให้เทียนเหมิน อาเค่อ และฉูจู๋ร์ถึงกับหันไปมอง
     "เฮ้ยๆๆๆ ได้ไงข้าจะซื้อก่อนนะเว้ย!" เทียนเหมินอารมณ์ขึ้นทันทีเมื่ออยู่ดีๆ มีคนจะมาซื้อกระบี่ตัดหน้าทั้งที่เขากำลังจะซื้ออยู่แล้วเชียว
     "ขะ.. ขออภัยด้วยท่านลูกค้า กระบี่เล่มนี้ข้าขายให้ไม่ได้จริงๆ" เถ้าแก่หันมาบอกกับเทียนเหมินแล้วรีบหยิบกระบี่ออกมาจากมือของชายหนุ่มทันที
     "อ้าว ได้ไง ข้ามากก่อนนะเถ้าแก่แล้วเราก็ตกลงราคากันแล้ว อยากได้เงินมากขนาดนั้นเลยหรอ?!" เทียนเหมินโวยออกมาอย่างไม่พอใจ
     "มะ... ไม่ได้หรอกท่านลูกค้า ท่านนี้เป็นถึงท่านเจ้าสัวเล่อ เล่อหยูเฟย ท่านเป็นผู้มีอิทธิพลในซานตงนี้ ข้ายังไม่อยากมีเรื่องให้เข้าคุก คุณชายเล่อมีอิทธิพลรวมไปถึงแม้แต่ขุนนางในซานตง" เถ้าแก่พูดน้ำเสียงเบาราวกับเกรงกลัวอิทธิพล จากนั้นก็รีบนำกระบี่เล่มนั้นบรรจุใส่ซองผ้าไหมแล้วส่งมอบให้กับเล่อหยูเฟยทันที
     "หึหึ" ลูกค้านิสัยไม่ดียิ้มเยาะเทียนเหมินที่ถูกตัดหน้าก่อนจะโยนถุงเงินชั่งถุงใหญ่ไปตรงหน้าเถ้าแก่อย่างวางก้าม
     "...." เทียนเหมินได้แต่เก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจเพราะไม่อยากให้เถ้าแก่ร้านและตัวเองต้องเดือดร้อนหากมีเรื่องกับอันธพาลเส้นสายมาก
     เล่อหยูเฟยนำกระบี่ที่เพิ่งซื้อมาออกจากถุงผ้าแล้วหักมันตรงหน้าแล้วโยนทั้งหมดมาตรงเท้าของเทียนเหมิน

เปรี๊ยะ!! เคร้ง!!!!

     "ข้าจะมอบมันให้ขอทานข้างถนน" เล่อหยูเฟยพูดจาเสียดสีพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินจากไปทันที
     "...." กล้ามเนื้อปนใบหน้าของเทียนเหมินกระตุกกึกทันที ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกหน้ามืดจากอาการเลือดขึ้นหน้าที่ถูกหยามศักดิ์ศรีจนเผลอแผ่ไอเย็นออกมา เขาก้าวขาออกจะเดินตามเจ้าสัวชั่วนั่นเพื่อไปตั๊นหน้าสักหมด แต่ก็ถูกอาเค่อที่รู้ทันรีบเอาตัวมาขวางไว้เสียก่อน
     "ใจเย็นๆ พี่ชายซู เลือกกระบี่เล่มใหม่เถอะ อย่าเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับคนอย่างมันเลย" เสียงของอาเค่อช่วยเรียกสติพอจะทำให้ใจของเทียนเหมินเย็นลงเล็กน้อย
     "อา..." ชายหนุ่มขานรับออกมาสั้นๆ ก่อนที่จะยกฝ่ามือหนาขึ้นมานวดขมับตัวเองเพื่อปรับให้อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่คลายลงไป
     


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463678
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483460

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-26 21:47:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CLXXII


     "เจ้าพูดอะไรนะ ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม?” เสียงยั่วยวนชวนหัวดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เทียนเหมินเริ่มจะคลายความหน้ามืดได้แล้ว แต่เพียงได้ยินเท่านั้นเขาก็ต้องกลับมาขมวดคิ้วเคร่งอีกครั้ง
     "ดันหูดีอีกนะ เป็นหมาหรือไง..." อาเค่อขยับริมฝีปากบ่นขมุบขมิบ ร่างที่ยังไม่โตเต็มวัยของเด็กหนุ่มถูกลิ่วล้ออันธพาลกระชากคอเสื้อหิ้วขึ้นมาตัวเกือบจะลอย "เหวอ!!"
     "ดูท่าวันนี้ถ้าข้าไม่สั่งสอนพวกเจ้า คงไม่รู้จักข้าเล่อหยูเฟยคนนี้ชะแล้ว หึๆ" เล่อหยูเฟยวางมาดรังแกชาวบ้านไปทั่วกอดอกยิ้มเยาะแล้วบุ้ยปากสั่งให้ลูกน้องจัดการ "ซุนเหอเหอจัดการ..."
     ทุกสิ่งอย่างเงียบไปหนึ่งวินาทีก่อนที่ลูกน้องร่างใหญ่แต่ดูจะสมองน้อยของเล่อหยูเฟยจะเอ่ยบางอย่างบอกกับนายตน "นายท่านขอรับ ซุนเหอเหอคุกเข่าขอขมาอยู่หน้าจวน ท่านยังไม่ให้อภัยเขาเลยนะขอรับ"
     "เออ ข้าลืมไป งั้นพวกเจ้าจัดการมัน!!" หัวหน้าอันธพาลสั่งลิ่วล้อเสียงดัง คนที่กระชากคอเสื้ออาเค่อเงื้อหมัดเตรียมชก แต่ก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเฉียบที่ข้อมือรั้งแขนเขาเอาไว้
    "ช้าก่อน..." ชายหนุ่มผิวเข้มเอ่ยเสียงเข้ม ในน้ำเสียงปนไปด้วยความเยือกเย็นเสียจนเรียกว่าเย็นชาบาดลึก ดวงตาสีครามแข็งกร้าวและดุดัน "คนที่เจ้าหาเรื่องคือข้า จะจัดการก็จัดการข้าซะ ส่วนน้องข้า... ข้าจะสั่งสอนเขาด้วยตัวเอง ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้องเขาเด็ดขาด!"
     "เดี๋ยว พี่ชายซู!" อาเค่อหน้าเสียที่อยู่ดีๆ เทียนเหมินก็ออกรับหน้าแทนเสียอย่างนั้น และยิ่งประหลาดใจยิ่งกว่าที่ชายหนุ่มเลือดร้อนกลับแสดงท่าทีสุขุมแต่ไม่ดูนุ่มลึกออกมา บางทีเขาอาจจะเอาน้ำแข็งกลบความโกรธจนจิตใจด้านชา
     "ก็ดีเหมือนกัน งั้นสั่งสอนน้องเจ้าเลยสิ!" เล่อหยูเฟยยิ้มย่องอย่างยินดีเมื่อจะได้เห็นพวกเดียวตีกันเอง แต่ยังไงคนชั่วช้าก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะจัดการชายร่างสูงคนนั้นอยู่ดี ลูกน้องคนนั้นปล่อยคอเสื้อของอาเค่อลงมา
    "อืม..." เทียนเหมินเองก็ปล่อยมือจากชายคนนั้นเช่นกันก่อนจะหันไปสั่งสอนชายหนุ่มที่มาด้วย "อาเค่อ ไม่ว่าในอนาคตเจ้าจะอยู่ดีกินดีแค่ไหนอย่าเที่ยวระรานชาวบ้านและวางกล้ามอวดเบ่งใครเชียวล่ะ แม้เจ้าจะซื้อคนอื่นด้วยเงินได้ แต่เจ้าไม่มีทางที่จะซื้อหัวใจของคนพวกนั้น และสุดท้ายความเมตตา สละได้เพื่อทุกคนบนโลกคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยเราผ่านพ้นอุปสรรคทั้งปวง..."
     "ครับพี่ชายซู" เมื่ออาเค่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าหงึกๆ พลางรู้สึกขำกับการด่ากระทบกระเทียบแดกดันคนตรงหน้า
    "เอาล่ะ ข้าสั่งสอนน้องชายแล้ว หวังว่าเจ้าจะละเว้นเขาตามสัญญา ถ้าไม่ทำตามนั้นก็ใจตุ๊ด!" เทียนเหมินหันกลับมาทางกลุ่มนักเลงพร้อมยักคิ้วขึ้นกวนๆ แล้วยกยิ้มที่มุมปาก
     "หนอย!!! ไอ้บ้านี่ จัดการมันซะ!!!" เล่อหยูเฟยโกรธจัดเขาชี้หน้าไปทางชายร่างสูงแล้วสั่งลูกน้องให้กระทืบเขาจมดิน
     "ขอรับนายท่าน!" เหล่าลิ่วล้อทั้งแปดประสานเสียงขึ้นพร้อมกันแล้วซัดหมัดเข้าไปเต็มๆ ใบหน้าของชายหนุ่ม ตัวของเขาโซเซเล็กน้อยแต่ก็ยังตั้งหลักยืนไว้แม้ว่าจะถูกทั้งหมัด เข่า ศอก ฝ่าเท้าและอื่นๆ อีกมากมายจากลูกน้องทั้งแปดของเล่อหยูเฟยโดยไม่มีการตอบโต้
     "อุก!!" ชายคนหนึ่งตีเข่าเข้าไปเต็มๆ ท้องของเทียนเหมินจนเขาทรุดลงกับพื้นด้วยความจุก
     "พี่ชายซู!" อาเค่อทนดูภาพตรงหน้าไม่ได้เขาเตรียมจะวิ่งเข้าไปช่วยทันทีแต่ก็ถูกเทียนเหมินสั่งห้ามไว้ก่อน ฉูจู๋ร์เมื่อเห็นนายถูกทำร้ายก็เห่าหอนออกมาด้วยความเศร้า
    "ไม่! อย่า... เข้า... มา... ยุ่ง!!!" ร่างสูงกัดฟันพูดยกมือขึ้นห้ามอาเค่อให้หยุดอยู่ตรงนั้น จากนั้นเขาก็ถูกเท้าของใครสักคนเตะสวนขึ้นมาที่ใบหน้าจนล้มไปนอนหงายเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูก ก่อนที่จะถูกคนร้ายรุมกระทืบต่อจนกว่าที่นายจะบอกให้หยุด "อั่ก!!!" แม้จะถูกรุมสกรัมโดยไม่โต้ตอบแต่ว่าเขาก็ยังทนได้หากใจบอกให้ทนต่อไป
     


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -43 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -43 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463678
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483460

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-28 13:19:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CLXXVII


     เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด ทั้งสามและสุนัขป่าหนึ่งตัวที่ออกหาเบาะแสกันมาทั้งวันแต่ก็ไม่ได้เบาะแสสำคัญอะไรกลับมา ที่ได้กลับมามีแต่ของที่อยากได้ที่ขายที่ตลาดมากกว่า และในที่สุดเทียนเหมินก็ได้พบกับดาบประหลาดเล่มหนึ่งเป็นดาบฟันม้าใบมีดยาวหน้าตาแตกต่างจากดาบทั่วไป เจ้าของร้านบอกว่านำเข้ามาจากแดนใต้เป็นฝีมือช่างตีเหล็กที่คิดค้นดาบชนิดใหม่ขึ้นมา ถึงจะบอกว่าเป็นดาบชนิดใหม่แต่เทียนเหมินกลับรู้สึกคุ้นเคยกับดาบรูปทรงแบบนี้อย่างน่าประหลาดใจ และด้วยบางสิ่งบางอย่างดลใจทำให้เขาซื้อมาอย่างไม่ลังเลแม้ว่ามันจะมีราคาแพงมากก็ตาม
     ทุกคนตั้งใจจะกลับไปยังโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อนแต่แล้วเจ้าหมาบ้าฉูจู๋ร์ก็ออกอาการรนหาเรื่องอีกครั้ง...
    "โฮ่งๆๆ" ฉูจู๋ร์เห่าเสียงดังจนเจ้าจองของเทียนเหมินต้องส่งเสียงเอ็ดไปหลายครั้งก็ยังไม่หยุด
    "เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้จะเจ้าจู๋ร์!" เทียนเหมินดุมันและลดชื่อสุนัขลงเหลือสั้นๆ แต่มันก็ยังคงเห่าต่อเนื่องจากนั้นก็พาทั้งสามวิ่งอีกครั้ง...
     "อีกแล้วหรอ..." อาเค่อบ่นออกมาหน้าถอดสี เพราะเขาเริ่มจะมีประสบการณ์แล้วว่าเวลาเจ้าหมานี่มีอาการต้องพาพวกเขาไปพบกับเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ
     @Soup_Dumplings
     "ถ้างั้นก็ตามไปเถอะค่ะ" ถิงเอ๋อห์ที่เพิ่งหายไข้ตอบออกมาแล้วรีบวิ่งตามเจ้าขาวไปคนแรกราวกับว่านางไม่เคยถูกพิษมาก่อน ทำให้บุรุษที่เหลือต้องตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
     ฉูจู๋ร์วิ่งนำไปทางตรอกซอยหนึ่งข้างหลังคฤหาสน์ ที่ด้านหน้ามีเงาๆ หนึ่งท่าทางเหมือนนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางความมืดมิดไม่แน่ใจว่าคนหรือผี แต่พวกเขาไม่มีเวลามากนักที่จะไปดูเพราะต้องตามหาเจ้าสุนัขป่าสีขาวนั่นไป เจ้าขาวหยุดที่ด้านหลังคฤหาสน์มันทำจมูกฟุ้ดฟิ้ดๆ เหมือนดมหาอะไรบางอย่าง แล้วค่อยๆ เอาเท้าคุ้ยเขี่ยดินข้างๆ ราวกับว่าอยากขุดรอดเข้าไปในคฤหาสน์หลังนั้น
     "หยุดเดี๋ยวนี้นะฉูจู๋ร์!" เทียนเหมินไม่ดุเปล่า เขาเข้าไปลากคอมันออกมาแต่เจ้าขาวก็ไม่ยอมจะไปทางอีกฝั่งให้ได้ "เจ้าบ้าเดี๋ยวก็ถูกจับกันพอดี" แน่นอนว่าหากเข้าไปในบ้านของผู้อื่นจะถือว่าเป็นการบุกรุกยามวิกาลและอาจหาเรื่องให้ติดคุกติดตารางอีกรอบ ซึ่งเขาไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด
     ถ้าหากจำไม่ผิดตอนที่ฉูจู๋ร์มีอาการแบบนี้มักจะเป็นเวลาที่มันเจอกับศพ ครั้งแรกก็ขุดดินไปเจอโครงกระดูกที่ข้างทาง ครั้งที่สองก็พาป่วนเข้าจวนร้างจนไปเจอกับศพและถิงเอ๋อห์ ครั้งที่สามมันก็พาไปพบกับศพนับสิบที่ศาลเจ้าเทพเลี้ยงหมา และครั้งที่สี่คือครั้งนี้มันต้องพาพวกเขาไปพบกับศพมนุษย์อีกอย่างไม่ต้องสงสัย...
    "ง่อว์" มันร้องออกมาแล้วพยายามดิ้นจากการยื้อยุดฉุดกระชากของเจ้านายจนดินที่ขุดออกไปเผยให้เห็นแผ่นไม้คล้ายประตูทางลับ มันจ้องมองตาแป๋วอย่างไร้เดียงสาหันหน้ามาหาเชิงบอกให้เข้าไป
     "ไม่!" เทียนเหมินยืนยันและยื่นคำขาดชัดเจน
     "แต่ว่ามันมีอะไรในนั้นกันนะ" อาเค่อเอียงใบหน้ามองแผ่นไม้ใต้พื้นอย่างสงสัย ใจนึงก็อยากรู้แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากพบกับเรื่องราวพาซวย
     "นั่นสิคะ ข้าเองก็อยากรู้ แต่ถ้าบุกรุกเข้าไปในบ้านคนอื่นคงไม่ดี" เด็กสาวเงยหน้ามองกำแพงสูงของคฤหาสน์คนมีสตางค์ตรงหน้าก่อนหันไปถามชายหนุมร่างยักษ์ที่มาด้วย "พี่ชายเว่ยคิดว่าไงดีคะ?"
     @Soup_Dumplings  (ตัดสินใจเลือก)
     


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
759
เงินตำลึง
1456
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
87
ความชั่ว
0
ความโหด
40
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-11-14 00:48:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-11-14 20:29

- เควสเรื่องราว 3 - บุญคุณ-ความแค้น
หยกเสวียนอู่ 5

     หลังจากที่ทั้งสอง ยูตะและหลันเอ๋อห์ออกเดินทางมาจากเมืองจี้โจวได้อย่างปลอดภัย(?) เขาก็เลือกที่จะเดินทางไปยังเมืองซานตง เพราะว่าเขาเลือกเส้นทางที่ขรุขระเข้าภาคกลาง ยูตะไม่อยากไปตามเมืองท่าเพื่อข้ามแม่น้ำฮวงโห เขาคิดว่าน่าจะมีพวกมันดักรออยู่ก็เป็นได้ จนในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงเมืองซานตงจนได้
     "เราคงจะซื้ออะไรนิดหน่อยละนะ เพื่อเป็นเสบียงในการเดินทางต่อไป หลันเอ๋อห์มีอะไรที่ต้องการเป็นพอเศษมั้ย" ยูตะกล่าวขึ้บกับหลันเอ๋อห์
    "ไม่ค่ะ ข้าไม่ยังไม่อะไรที่ต้องการพิเศษเลย" หลันเอ๋อห์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับมาตอบกลับมา
     และพวกเขาก็มาเดินซื้อของต่างที่ตลาด ในระหว่างยูตะกำลังเดินอยู่นั้น ก็มีคนทักทั้งสอง ตอนแรกทั้งสองคิดว่าจะเป็นคนร้าย แต่เมื่อหันไปยูตะจำได้ดี เขาคือคุณชายน้อยตระกูลเล่อ
     "โถ ตกใจหมดนึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ ลูกแหง่ตระกูลเล่อนี่เอง....." ยูตะหันกลับมองพร้อมกับถอนหายออกมา
     "คนรู้จักหรอค่ะ" หลันเอ๋อห์หันมาถาม
    "ก็ไม่เชิงอะนะ.....จะอธิบายยังไงดี....." ยูตะตอบพร้อมกับเกาหน้า
     “ตอนนี้ข้าเป็นเจ้าสัวแล้วเฟ้ย!” เล่อหยูเฟยตะโกนขึ้นมามาเหมือนเรียกร้องความสนใจ ก่อนที่เล่อหยูเฟยเดินมองทั้งสองรอบๆ แล้วยกมือขึ้นจับคางหลันเอ๋อห์
     "เฮ้ยๆ" ยูตะร้องขึ้นแต่ดูเหมือนเล่อหยูเฟยจะไม่สนใจเขาแต่อย่างใด
     “สาวน้อยเจ้าอย่าสนใจหมอนี่เลย คนสวยๆ เช่นเจ้ามากับข้าดีกว่าแล้วข้าจะให้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ” เล่อหยูเฟยพูดต่ออย่างไม่สนใจยูตะเลย
     "ถ้างั้นช่วยกรุณาไปให้พ้นจากข้าได้มั้ยค่ะ" หลันเอ๋อห์ตอบกลับไปพร้อมกับปัดมือของเล่อหยูเฟยออก
     “โอ๊ะ ดูเหมือนยกเว้นสิ่งนั้น ถ้าหากให้ข้าไปพ้นแล้ว ข้าจะให้เจ้าได้ยังไงล่ะ” เล่อหยูเฟยยังคงตอบออกมาได้หน้าเฉย
    "พอๆ พอเลย แกทำเกินไปและ" ยูตะพูดขึ้นพร้มกับดึงตัวหลันเอ๋อห์ไปไว้ด้านหลังด้านหลัง
     "นี้แกอีกแล้วหรอ นี่คิดจะขัดขว้างข้าคนนี่ไปถึงไหนเนี้ยเหอะ!" เล่อหยูเฟยตอบออกมาอย่างไม่พอใจ
     "เออ ฉันนคนนี่และรอบที่ทำไว้เจ็บแสบมาเลยนะไอ้คุณหนู" ยูตะตอบกลับไป
     "หลบไปข้าไม่ธุรจะคุยกับคนอย่างแก ข้าจะคุยกับนาง"
    "เสียใจด้วยนะ นางมากับข้า"
     "แล้วยังไงคิดว่าข้าสนอย่างงั้นหรอ"
     "ถ้าอย่างงั้นก็คงจะต้องผ่านฉันคนนี่ไปก่อนละนะ"
     "ได้เสียสิแบบนี่ เด็กๆจัดการมัน!" เล่อหยูเฟยถอยออกไปก่อนที่จะชี้นิ้วสั่งให้ ลูกน้อยนับสิบคนของเขามาเล่นงานยูตะ
     "หลันเอ๋อห์ หลบไปก่อนนะ!" ยูตะร้องขึ้นก่อนที่จะเข้าตะลุมบอนกับชายนับสิบคนที่พุ่งเข้ามาจู้โจมเขา
     ................
     .......................
     ...........................
     หลังจากการต่อสู้ผ่านไปได้สักพัก ชายนับสิบคนที่เคยยืนอยู่ก็ล้มลงจนเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยืนอยู่ แต่แล้วระหว่างที่ยูตะกำลังต่อสู่กับลูกน้องที่เหลือนั้นเล่อหยูเฟยก็สบโอกาสจังหวะนั้นปามีดบินใส่ยูตะในทันที
     "เสร็จข้าละ"  เล่อหยูเฟยตะโกนขึ้นก่อนที่จะซัดมีดบินใส่
     "ยูตะ!!!!!" หลันเอ๋อห์หลังจากที่ท่าทางของเล่อหยูเฟย
     ยูตะที่สังเกตุเห็นเสียงของหลันเอ๋อห์นั้นเขาก็พยายามที่จะหลบแต่ก็โดนลูกน้องที่เหลืออยู่ของเล่อหยูเฟยดึงเอาไว้ จึงทำให้ต้องเลือกที่จะยกฝ่ามือขึ้นตั่งรับแทน ส่งผลให้มีดนั้นแทงทะลุมือของเขา และสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
    "อุก!....." ยูตะร้องด้วยความเจ็บปวด
     และในจังหวะนั้นเองลูกน้องของเล่อหยูเฟยคนที่จับยูตะไว้ก็ถีบยูตะให้ล้มลง ก่อนที่ลูกน้องที่เหลืออยู่อีกจำนวนนึงจะกรูกันเข้ามาจับยูตะกดลงไว้กับพื้น ในสภาพนอนคว่ำ
     "หึ! สุดท้ายก็เหมือนเดิม" เล่อหยูเฟยกล่าวขึ้นอย่างพอใจก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วดึงมีดออกอย่างแรงและเหยียบมือข้างนั้นขยี้ช้ำ อย่างสะใจ
     "ฮะ ฮะ ฮะ รอบนี่ไม่มีใครมาช่วยแกแล้ว!" เล่อหยูเฟยหัวเราะแล้วกล่าวขึ้น
     "หยุดเดียวนี่!" แต่แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงของชายหนุ่มลึกลับดังขึ้น แล้ววิ่งมาพร้อมกับทหารติดตาม

     “ใครอีกวะ! ........ไม่คุ้นหน้าเลย” เล่อหยูเฟยหันไปมองพร้อมกับกล่าวขึ้น
     "ปล่อยชายหนุ่มคนนั้นเดียวนี่" ชายลึกลับคนนั้นกล่าวขึ้น
     "อะไรวะ! เจ้าเกียวอะไรด้วย" เล่อหยูเฟยตอบกลับไป
     "หรือจะให้ข้าสั่งทหารเข้าไป" ชายลึกลับคนนั้นกล่าวต่อ
     "ชิ! โชคดีไปนะแก พวกเราถอย!" เล่อหยูเฟยกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ ก่อนทีสั่งให้คนของเขาถอยออกไป
     แล้วเหล่าลูกน้องของเล่อหยูเฟย ก็ปล่อยตัวยูตะออกมาก่อนที่จะเดินหายไปพร้อมกับเล่อหยูเฟยในที่สุด
     "ยูตะ เป็นอะไรมากมั้ยคะ" หลันเอ๋อห์รีบวิ่งเข้าหายูตะ
     "ไม่อะไรมากหรอก ต้องขอบใจชายคนนั้นที่มาช่วยเอาไว้นะ" ยูตะกล่าวตอบกับออกไปพร้อมกับมองที่มือตัวเอง
    "ขอบคุณพวกท่านมากนะ" ยูตะหันไปกล่าวกับชายลึกลัลคนนั้นที่เดินเข้ามา
     "ขอบคุณท่านมากนะคะ" หลันเอ๋อห์กล่าวเสริม
     "ไม่เป็นไรหรอก" ชายคนนั้นตอบกลับมา

     "ถ้าเป็นไปได้จะขอทราบนามของท่านได้หรือไม่"
     "ข้าเปาอวิ๋นเฟย ขุนนางถิงเว่ย ข้ามาเพื่อตรวจสอบเรื่องขุนนางซานตงนะ ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากจะคุยกับพวกเจ้าสักหน่อยจะได้มั้ย" เปาอวิ๋นเฟยกล่าวขึ้น
    "ได้เลย ท่านขุนนาง เพื่อเป็นการตอบแทนท่านฉันยินดีช่วย"



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -28 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -28 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80

ใบรับรองภาษาฮั่น

เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-12-4 21:57:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเส้นทางอาชีพเถ้าแก่ }

การพบเจอ



        หลังจากฝึกวิชาตัวเบาจากป่าใกล้ๆกับเมืองผิงหยวนเสร็จก็เดินทางมาต่อจนถึงเมืองซานตง ระหว่างทางก็แทบจะไม่ได้แวะเข้าเมืองซักเท่าไร พอมาถึงแถวนี้ก็ตะวันลับฟ้าแล้วจึงเข้ามายังย่านการค้าเพื่อหาโรงเตี๊ยมพักแรมกับหาอาหารมากัน ในระหว่างที่เขปล่อยให้เจียวจือ พุทรา พะโล้ แล้วกหมั่นโถวที่พึ่งตื่นออกไปเดินเล่นกันภายในเมืองได้ก็มีเสียงของชายวัยกลางคนคนนึงทักเข้ามา "เจ้าคือเหวินซ่างใช่ไหม? คนที่ส่งใบสมัครให้สมาคมน่ะ"


        "อ่า.. ใช่ครับ" ในระหว่างทางเข้าส่งใบสมัครไปจริงๆ ยังไงเขาก้ต้องดูแลคู่หูอีกห้าตัว ไหนจะเดินทางไกลอีกรายได้มันก็ลดน้อยลงเลยลองส่งไปเผื่อจะได้งานมาเพิ่มบ้าง "ข้าคือเถ้าแก่ใหญ่จากสมาคมพาณิชย์ มาเดินไปคุยไปก็ได้ฮ่าๆๆ" เขาหัวเรอะออกมาก่อนจะเดินมาข้างๆกับเหวินซ่าง ชายคนนี้มีร่างกายสมส่วนไม่สูงใหญ่แต่ก็ไม่ตัวเล็กมาก จะว่าสูงกว่าตัวเขานิดหน่อยก็คงได้แต่ริ้วรอยก็แสดงออกถึงอายุอยู่เหมือนกัน


        "การค้าน่ะนะเจ้าจะต้องซื้อจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำ ก่อนจะขายในส่วนราคาของเจ้าเอง ส่วนเรื่องซื้อในราคาที่ต่ำ..ก็ไปเหมามาน่ะสิ สมมุติว่าเจ้ากำลังซื้อหมูปิ้งตรงนั้น" เขาอธิบายพลางชี้ไปยังร้านขายหมูปิ้งใกล้ๆ "เจ้าต้องไปซื้อจากแหล่งเช่งโรงเนื้อสัตว์ โรงสุกรในปริมาณห้าโล เมื่อปริมาณมากขึ้นก็ต่อรองราคาให้ลดลง สมมุติว่าปกติเจ้าซื้อไม้เดียวก็ประมาณห้าตำลึง แต่ต้นทุนที่เจ้าซื้อมาแค่สองตำลึง ประมาณนี้เจ้าพอเข้าใจไหม?"


        "ขอรับ.." เหวินซ่างพยักหน้าเข้าใจ มันก็เหมือนร้านอาหารที่บ้านที่ซื้อปริมาณมากจะผู้ผลิตโดยตรงราคาจะไม่สูง พอเราเอาไปทำอาหารหรือแปรรูปให้มีค่ามาขึ้น จากราคาแรกเริ่มก็พุ้งให้สูงมากว่าราคาเดิมเป็นเท่าตัวได้นั้นเอง "ถ้าเข้าใจแล้ว.. เจ้าอยากจะไปทำร้านค้าหรือโรงเตี๊ยมล่ะ?" เขาหันมามอง ตัวเขาเองก็มองกลับหากเปิดร้านละก็..เขาเกิดนึกถึงเตี่ยขึ้นมา "โรงเตี๊ยมครับ" "โรงเตี๊ยมอะไรล่ะ?  ร้านน้ำชา ร้านบะหมี่ ร้านเต้าหู้ ร้านพุทซาเชื่อม หรือ ร้านขนมหวาน?"


        "อืม.. ร้านน้ำชาครับ" "...ข้าขอถามเหตุผลได้ไหม?" เถ้าแก่ใหญ่เงียบไปซักพักก่อนจะถามต่อ เหวินซ่างหยุดนิ่งลง ก่อนจะตอบออกมา "มนุษย์ขาดน้ำและอาหารไม่ได้ขอรับ ทุกๆวันคนต้องกินสองสิ่งนี้ไม่งั้นจะตาย น้ำชาเองหากรู้แหล่งผลิดใบชาหรือดอกไม้ได้ก็พอแล้วครับ ถงภายหลังจะต้องหาทางทำให้มันแห้งพอจะทำได้ก็เถอะ หลังจากนั้น..ก็มาอาหารครับ อาหารที่เข้าคู่กับชาเข้มๆก็มีไม่น้อย ระหว่างวันก็เป็นขนมคู่กับชาหอมก็เลิศรส" เขาหยุดพักหายใจไปครู่นึงก่อนจะพูดต่อ


       "หากเลือกบะหมี่ก็ต้องมีโรงสี หากเลือกเต้าหู้ก็หาแหล่งถั่ว หากเป็นขนมก็ต้องหาแหล่งให้ความหวาน มีแค่ของจากโรงสีและใบชาที่จัดเก็บได้นาน.. ก็เผื่อเกิดมีของล้นตลาดนะครับ แต่ก็กันไว้ก่อน น้ำชาเองจะดื่มคู่กับอะไรก็ได้ แต่ร้านบะหมี่จะคู่กันไม่กี่อย่าง..หรือไม่ก็ไม่มากเท่าชา เพราะแบบนี้ข้าเลยอยากทำร้านน้ำชาครับ อีกอย่าง... ถ้าเปิดร้านน้ำชาข้าก็จะทำอาหารแบบไหนออกก็ได้ด้วยน่ะ ฮะๆๆ"

แสดงความคิดเห็น

ชำระค่ารายการชาที่เถ้าแก่ใหญ่มอบให้นำไปทดสอบขาย  โพสต์ 2017-12-4 22:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง -200 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 -200 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80

ใบรับรองภาษาฮั่น

เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-12-4 23:22:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เควสเส้นทางอาชีพเถ้าแก่
สินค้าราคาต้นทุน

      
  "ถ้าอย่างนั้น.. เอานี้ไปสิ" เถ้าแก่ใหญ่หันไปหยิบกระเป๋าด้านหลังก่อนจะส่งถุงชามาให้มาถุงใหญ่ถึงสามถุง เหวินซางรับมันมา ด้วยน้ำหนักที่เบามาเลยถึอได้โดยไม่ทรุดลงไปตามที่คิดไว้ มันคือถุงชา แล้วเถ้าแก่ใหญ่ก็ส่งแผ่นไม้ไผ่มาให้ เมื่อเขารับมาอ่านดูก็เป็นราคารวมของชาที่ตนถืออยู่นั้นเอง

       "นี่เป็นราคาต้นทุนไม่ได้บวกเพิ่ม 50% แต่พ่อค้าบางเจ้าอาจจะขายถูกหรือแพงกว่านี้นะ ดูดีๆล่ะ" เถ้าแก่ยิ้มให้ก่อนจะตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ "อ่า.. เข้าใจแล้วขอรับ" เหวินซ่างพยักหน้ารับพลางอ่านข้อตวามในแผ่นไม่ไผ่ไปด้วย

        'หนึ่งชุดตกอยู่ที่ห้าถึงแปดตำลึง ตามราคาปดติจะอยู่ที่ร้อยถึงร้อยห้าสิบตำลึง นี้มัน..มากกว่าสิบเท่าตัวเลยนิ!' เขาหยิบเงินตำลึงของตัวเองก่อนจะจ่ายให้เถ้าแก่ตามแผ่นไม้ เมื่อเขารับมาเสร็จแล้วก็พูดต่อ "นำชาเหล่านี้ไปขายผู้คนแล้วกลับมารายงานถึงความสำเร็จในการขายของครั้งแรก ข้าให้เวลา 10 วันกลับมารายงานแล้วกัน จะรอเขาอยู่ที่โรงเตี๊ยมในฉางอันนะเหวินซ่าง"


        เมื่อเถ้าแก่ใหญ่พูดจบก็เดินหายไปกับฝูงชนในย่านการค้า "......" เหวินซ่างนิ่งเงียบอยู่ซักพักใหญ่ๆ นี้เขากลายมาเป็นเถ้าแก่ไปแล้วหรือ 'อย่งแรกก็ต้องขายให้ถูกกว่าราคาปกติสินะ ครั้งแรกไม่อยากขายในราคาใกล้กับราคาตลาดด้วยสิ' เขาถอนหายใจออกมาแล้วออกเดินต่อ "ขายซัก สองร้อยตำลึงจะถูกไปไหมนะ?"


        เหวินซ่างพูดกับตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา ที่แรกก็คงเป็นจวนของเมือง คนในนั้นชอบดื่มชากันอยู่แล้วยิ่งมีคนมาขายในราคาถูกกว่าปกติถึงหน้าบ้านมีหรือจะปฎิเสธ? ไม่หรอก ไม่มีทางแน่ๆถึงจะขายไม่หมดก็ไม่เป็นไร ไปขายต่อที่เมืองอื่นก็ได้ ค่อยๆไล่ไปจนถึงฉางอัน ถึงตอนนั้นก้ขายหมดพอดีแล้ว






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-1-21 18:15

ขึ้นไปด้านบน