{ วังใน } ตำหนักเจียวฝาง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-2 13:52:22 |โหมดอ่าน



ตำหนักเจียวฝาง

{ วังหลัง }







【ตำหนักเจียวฝาง】
『 สุขเมื่อยามจน สุขเมื่อยามรวย ใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็น 
ตำหนักเจียวฝาง เป็นตำหนักที่ประทับของหวังโฮ่วราชวงศ์ฮั่นมาตั้งแต่ฮั่นเกาจู่ ภายหลังหวังโฮ่วเฉินอาเจียวถูกปลด ทำให้เว่ยจื่อฟูจึงได้รับแต่งตั้ง
 ฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้ได้ทรงบูรณะตำหนักใหม่ด้วยทองคำ เป็นที่เลื่องลือ
 ตำหนักส่องแสงประกายเป็นทอง สามารถมองเห็นได้จากห่างไกล
เรียกอีกชื่อว่า "ห้องทองคำ" รายรอบด้วยบรรยากาศอันงดงาม

 

เจ้าของตำหนักคนปัจจุบัน
 เว่ยหวังโฮ่ว { เว่ยจื่อฟู } ประวัติเพิ่มเติม


นางกำนัลคนสนิท

ซุ่ยหมิง {ตระกูลจาง}




ไม่ลำพอง ไม่โดดเด่น ไม่เห่อเหิม ♪ หวังโฮ่วแห่งต้าฮั่น



โพสต์ 2017-10-2 16:18:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    จื่อฟูภายหลังเมื่อคืนที่ได้ทรงลิ้มรสขนมฮว่าเกาแล้ว เธอก็หวนนึกถึงสมัยก่อนที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพี่น้อง ถึงแม้ตอนนี้จะยังคงเหลือเพียงชิงเอ๋อห์น้องชายคนเล็ก จื่อฟูได้ตื่นยามสางเข้าห้องเครื่องเริ่มลงมือทำขนมฮว่าเกาจำนวนมาก เธอคิดว่าจะนำไปให้เซิ่นเจีย ชิงเอ๋อห์ พี่ต้วน ฝ่าบาท และคนอื่นๆ ในวังหลังได้ปันกัน หญิงสาวปาดเหงื่อในขณะนวดแป้ง ใบหน้าเต็มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา


    เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ จื่อฟูยกกล่องใส่ขนมที่บรรจุไว้ก่อนจะมอบให้นางกำนัลช่วยถือที่เหลือตามกลับไปตำหนัก หญิงสาวเดินตรวจดูของรางวัลพระราชทานต่อผผู้ทำขนมเทศกาลได้ออกมารสชาติที่ดีงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่อบอุ่น
    "ขอบใจมากนะคะทหาร จื่อฟูไม่มีอะไรรบกวนแล้ว พี่ชายออกไปทำหน้าที่ต่อได้" ฮองเฮายิ้มสรวล
    "ขอรับ" ทหารรับคำก่อนเดินออกไป


     @LinJieoya  เขียนโรลเพลย์ผู้ว่าจี๋อั้นพาเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าฮองเฮา


     "ฝากรบกวนแม่นางไปทูลฮองเฮาว่า ข้าผู้ว่าเมืองฉางอานจี๋อั้นพาผู้ชนะทำขนมในเทศกาลฉงหยางมาเข้าเฝ้าแล้ว"
     "รอสักครู่เพคะ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปรายงานก่อน" หลี่ปู้ องค์รักษ์ส่วนพระองค์ของฮองเฮาได้รับเรื่องแล้วเดินเข้าตำหนัก
     @LinJieoya  เขียนโรลเพลย์


    ผ่านไปไม่นาน ก็มีเสียงคนสนิทจื่อฟู หลี่ปู้เข้ามา เธอมองใบหน้าหญิงสาวน้อยด้วยความอาทร
    "ถวายพระพรฮองเฮา ทรงพระเจริญพันๆ ปี" หลี่ปู้เดินเข้ามาถึงคุกเข่าคำนับกล่าวถวายพระพร
    "น้องสาวปู้เอ๋อห์มีอันใดหรือคะ(?)" จื่อฟูยิ้มสรวลก่อนเดินไปผคองอีกฝ่ายให้ยืนขึ้น "ตามสบายค่ะ"
    "ฮองเฮาเพคะ ผู้ว่าฉางอันจี๋อั้นมาแล้ว" หลี่ปู้กล่าวรายงาน
    "เด็กๆ เชิญผู้ว่าฉางอันเข้ามาได้" จื่อฟูยิ้มก่อนหันไปพูดกับขันที ก่อนเสด็จไปนั่งบนบัลลังก์ฮองเฮา
   
    "ผู้ว่าฉางอันจี๋อั้นเข้าเฝ้าได้ !!!!" เสียงขันทีน้อยตะโกนเสียงดัง

     @LinJieoya  เขียนโรลเพลย์เดินเข้ามาพร้อมผู้ว่าฉางอันและทำตามระเบียบขั้นตอน
     "ตามสบาย ลุกขึ้นได้" ฮองเฮาโบกมือขึ้นเชิญทั้งสองลุกขึ้น
     "กระหม่อมขอตัวก่อนขอรับ" ผู้ว่าฉางอันจี๋อั้นพูดขึ้นก่อนโค้งตัว
     "ส่งผู้ว่าฉางอัน" ฮองเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน ก่อนหันมายิ้มทางผู้มาใหม่ที่ผู้ว่าฉางอันพามา
     "เจ้ามีนามว่ากะไรงั้นหรือ" ฮองเฮายิ้ม
     "....." @หลิน เจียวหย่า
     "ขนมของเจ้าคงทำร่วมกับคนหนึ่งในครอบครัวสินะ เราสัมผัสได้ถึงไออุ่นครอบครัว"
     "....." @LinJieoya
     "แม่ของเจ้าตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว" ฮองเฮาตรัสถามขึ้น
     "....." @LinJieoya
     "อายุก็เยอะพอสมควร หน้าที่ของบุตรย่อมต้องดูแลบุพการี ตอบแทนบุญคุณท่าน และให้กำเนิดบุตรเพื่อทำหน้าที่แม่ต่อไป" ฮองเฮาตรัส "ในตอนนี้แม่นางหลินนับมีวาสนาที่มีมารดาอยู่เคียงข้าง ใช้ชีวิตกับมารดาให้คุ้ม ช่วยแบ่งเบางานของท่าน"
     "....." @LinJieoya
     "เด็กๆ นำของรางวัลประทานต่อหลินเจียวหย่า"
     "....." @LinJieoya
     สักครู่มีของรางวัลถูกจัดเรียงบนถาดอย่างดีมาประทานต่อเจียวหย่า มีสาวใช้อีกคนถือขวานทองคำก่อนจะส่งมอบขวานทองคำให้กับเจียวหย่า

     "....." @LinJieoya
     "นี่เป็นขนมดอกกุ้ยฮัวที่พี่สาวเพิ่งทำเมื่อเช้านี้ พี่สาวขอมอบให้น้องสาวไปด้วยอีกกล่องแล้วกันนะคะ ไม่รู้จะถูกปากน้องสาวหรือไม่" ฮองเฮาตรัสก่อนเผยรอยยิ้มอีกครั้ง


     "....." @LinJieoya
     นางกำนัลถือกล่องขนมไปยื่นให้หลินเจียวหย่าก่อนถอยกลับมายืนที่เดิม
     "....." @LinJieoya
     "น้องสาวหลี่ปู้ พี่ฝากน้องส่งเจียวหย่าออกจากวังด้วยนะคะ"
     "เพคะ" หลี่ปู้กล่าวรับคำก่อนเชิญแม่นางหลิน "แม่นางหลินทางนี้"
     "....." @LinJieoya


     "....." @LinJieoya เขียนโรลเพลย์ออกจากวังและจบ




←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x282
x5
x6
x9
x1
x1
โพสต์ 2017-10-2 20:42:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด

"ประกวดทำขนมฉงหยางเกา"
[ภาค : น้ำพระทัยอันล้นพ้น]



          เด็กสาวเส้นผมสีน้ำตาลเข้มอมดำ เดินตามท่านผู้ว่าจี๋อันเข้ามาภายในวัง เธอถึงกับต้องตกตะลึงในความงดงามอลังการของสถานที่ ที่เธอเคยอยู่ ...ประหนึ่งแดนทองคำ ที่ส่อประกาย แสดงถึงบารมีอันล้นพ้นของผู้ที่ประทับอยู่ ณ ที่นี้เป็นอย่างดี

          ก่อนที่ผู้ว่าจี๋อั้นจะหยุดแล้วหันมาหาเธอ

          “ข้าจะพาเจ้าไปเข้าเฝ้าฮองเฮา จงอย่าเกร็งไปเลย” สิ้นเสียงเข้มของท่านผู้ว่าจี๋อัน ไรขนทั่วร่างกายของเธอก็ลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ อะไรนะ? เข้าเฝ้าฮองเฮาอย่างงั้นหรือ? ชาตินี้ทั้งชาติ ไม่อย่างจะเชื่อว่าจะมีวันได้สบพระพักตร์ของพระนาง

          “รับทราบแล้วเจ้าค่ะท่านผู้ว่าจี๋อั้น” เธอตอบรับด้วยการย่อตัวคำนับ แล้วเดินตามชายวัยกลางคนอย่างสงบ … ถึงแม้ว่าภายนอกจะสงบ แต่ภายในนั้นตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะระเบิดออกมาจากทรวงอกด้านซ้ายกันเลยทีเดียว

          "ฝากรบกวนแม่นางไปทูลฮองเฮาว่า ข้าผู้ว่าเมืองฉางอานจี๋อั้นพาผู้ชนะทำขนมในเทศกาลฉงหยางมาเข้าเฝ้าแล้ว" ท่านจี๋อั้นเดินไปพูดคุยกับหญิงสาวนางหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่มีชื่อแต่เธอก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่านี้คือใคร? นางกำนันเสียละมั้ง?
          "รอสักครู่เพคะ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปรายงานก่อน" หญิงนางนั้นรับเรื่องก่อนที่จะเดินเข้าตำหนักไป

          ความหนักอึ่งเริ่มเข้ามาแทนที เมื่อยิ่งได้พบว่าตอนนี้เธออยู่ด้านหน้าของห้องโถงใหญ่แห่งวังใน ดวงตาสีม่วงดอกพวกครามเริ่มที่จะแสดงลักษณะอาการที่ค่อนข้างขยับไปมา แต่เพื่อเป็นการสงบจิต สงบใจของตัวเธอ หญิงสาวยืนเก็บมืออย่างเรียบร้อยพอที่จะเรียบร้อยได้

          เธอสอบถามการเข้าเฝ้าฮองเฮากับท่านผู้ว่าจี๋อั้น เพราะว่าเธอนั้นไม่เคยแม้แต่พบพระพักตร์ของราชวงค์ผู้ใดเลย มาพบองค์แรก ก็เป็นฮองเฮาเลยเชียวรือ นั้นทำให้เธอกังวนใจยิ่งนัก
          แต่ดูเหมือนว่าท่านจี๋อั้นจะช่วยเธอได้เยอะจากการแนะนำเรื่องมารยาททางสังคมที่ควรทำอย่างสั่นๆ ได้ใจความและกระทัดรัด
   
          "ผู้ว่าฉางอันจี๋อั้นเข้าเฝ้าได้ !!!!" เสียงขันทีน้อยตะโกนเสียงดังขึ้นมาจากในห้องโถงใหญ่

          สิ้นเสียงการตะโกน เธอพยายามทำใจเย็นๆ และตั้งสติด้วยวิธีการกำหนดลมหายใจเข้า ออก เข้าออก อยู่สามครั้ง ก่อนที่จะเดินตามท่านผู้ว่าจี๋อั้นเข้าไปในห้องโถงแล้วค่อยๆ คุกเข่านั่งคำนับด้วยความนอบน้อม
          “ถวายพระพรฮองเฮา ทรงพระเจริญพันๆ ปี"”
          เจียวหย่าพูด ด้วยน้ำเสียงเล็กของตนเอง เธอยิ้มบางๆ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ของพระนาง เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอก็ยังคงอยู่ในท่านั่งชันเขาและเก็บมือทั้งสองกุมกันไว้ใต้อก
          "ตามสบาย ลุกขึ้นได้" ฮองเฮาโบกมือขึ้นเชิญทั้งสองลุกขึ้น
          "กระหม่อมขอตัวก่อนขอรับ" ผู้ว่าฉางอันจี๋อั้นพูดขึ้นก่อนโค้งตัว
          "ส่งผู้ว่าฉางอัน" ฮองเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน ก่อนหันมายิ้มทางตัวของเธอที่ผู้ว่าฉางอันพามาเข้าพบ
          "เจ้ามีนามว่ากะไรงั้นหรือ" ฮองเฮายิ้มแล้วถามไถด้วยความเมตตา
          "ข้าน้อยมีนามว่า หลิน เจียวหย่า ถวายบังคมองค์ฮองเฮาเพคะ(?)" เด็กสาวพูดขึ้น เธอพยายามกำหนดเสียงให้ฟังชัด ไม่สั่นเครือหรือดังเกินไป
          "ขนมของเจ้าคงทำร่วมกับคนหนึ่งในครอบครัวสินะ เราสัมผัสได้ถึงไออุ่นครอบครัว"
          "อะ..เจ้าค่ะองค์ฮองเฮา หม่อมฉันทำกับท่านแม่ของหม่อมฉันเพคะ" เธอพูด ในน้ำเสียงดูจะดีใจขึ้นมาน้อยๆ … พระนางรับรู้ถึงความอบอุ่นจากขนมชิ้นนี้ของเธอ ทำให้เธอนั้นรู้สึกดียิ่งนัก ที่พระนางทรงรับรู้ความรู้สึกอันมากล้นของเธอได้
          "แม่ของเจ้าตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว" ฮองเฮาตรัสถามเรื่องของแม่เธอขึ้น ก่อนที่เธอก็จะตอบตามคำถามที่ได้ถามมา
          "ท่านแม่ของข้า เวลานี้มีอายุ 49 ปีแล้วเจ้าค่ะองค์ฮองเฮา"
          "อายุก็เยอะพอสมควร หน้าที่ของบุตรย่อมต้องดูแลบุพการี ตอบแทนบุญคุณท่าน และให้กำเนิดบุตรเพื่อทำหน้าที่แม่ต่อไป" ฮองเฮาตรัสขึ้นมาอีกครั้ง "ในตอนนี้แม่นางหลินนับมีวาสนาที่มีมารดาอยู่เคียงข้าง ใช้ชีวิตกับมารดาให้คุ้ม ช่วยแบ่งเบางานของท่าน"
          "ขอบน้ำพระทัยองค์ฮองเฮา คำสอนนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลยเพคะ" รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เด็กสาวยิ้มอย่างจริงใจมันปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่เสแสร้ง
          "เด็กๆ นำของรางวัลประทานต่อหลินเจียวหย่า"
          "ขอบน้ำพระทัยองค์ฮองเฮา" เจียวหย่าพูด เธอยกมือขึ้นคำนับองค์ฮองเฮาเมื่อพระนางประทานรางวัลแก่เธอ

          สักครู่มีของรางวัลถูกจัดเรียงบนถาดอย่างดีมาประทานต่อเด็กสาวอย่างมี โดยมีสาวใช้อีกคนถือขวานทองคำก่อนจะส่งมอบขวานทองคำให้กับมือเล็กของเธอ มันช่างสวยงามและหนักพอดูเหมือนกัน

          “....โอโห...นี้มันช่างงดงามเหลือเกิน” เสียงที่ออกมาจากลำคอของตน ก่อนที่เธอจะก้มคำนับอีกครั้งกับองค์ฮองเฮา

          "นี่เป็นขนมดอกกุ้ยฮัวที่พี่สาวเพิ่งทำเมื่อเช้านี้ พี่สาวขอมอบให้น้องสาวไปด้วยอีกกล่องแล้วกันนะคะ ไม่รู้จะถูกปากน้องสาวหรือไม่" ฮองเฮาตรัสก่อนเผยรอยยิ้มอีกครั้ง

          “ขนมดอกกุ้ยฮัวหรือเพคะ? ขอบพระทัยอันล้นพ้นขององค์ฮองเฮาเพคะ” เด็กสาวยิ้มแล้วก้มคำนับ อีกครั้งวนไป เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้ำพระทัยของพระนางจะมีมากล้นขนาดนี้ ทั้งงามกาย และงามใจเสียเหลือเกิน

          เมื่อกล่าวจบนางกำนัลอีกคนก็ถือกล่องขนมไปยื่นให้เธอก่อนถอยกลับมายืนที่เดิม
          “ข้าหามีคำอันใดจะพูด คงพูดได้เพียงคำเดียว ว่าขอบพระทัยขององค์ฮองเฮา ซึ่งมีต่อข้านั้น มันช่างมากล้นจริงๆเจ้าค่ะ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญเป็นพันๆ ปี”
          "น้องสาวหลี่ปู้ พี่ฝากน้องส่งเจียวหย่าออกจากวังด้วยนะคะ" องค์ฮองเฮาพูดขึ้นกับหญิงสาวที่เธอพบพร้อมกับท่านจี๋อั้น ก่อนที่เธอจะถึงบางอ้อ ว่าหญิงสาวผู้ที่เธอพบนี้ มีนามว่า หลี่ปู้
          "เพคะ" หลี่ปู้กล่าวรับคำก่อนเชิญเธอ "แม่นางหลินทางนี้"
          “เจ้าค่ะ ท่านหลี่ปู้” เธอยิ้มบางๆ แล้วคำนับผู้นำทาง เดินออกจากห้องโถงอันงดงามตามท่านหลี่ปู้ไป เด็กสาวไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ได้แต่เพียงนำของต่างๆมากมายเดินตามไปด้วยอย่างอาการสงบ
          จนถึงหน้าขอบประตูของวังใน เธอจึงคำนับผู้มีพระคุณนำมาส่งถึงตรงนี้

          “ขอบคุณนะเจ้าคะ ข้าน้อยขอตัวลาเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานใส ซึ่งตอนนี้ไม่มีความเกร็งมากมายเหมือนดั่งเช่นแต่ก่อนเมื่อใกล้ออกนอกวังเอ่ยขึ้น เธอยิ้มแล้วขอตัวเดินออกมา เพื่อมุ่งหน้าไปทำสิ่งที่เธอตั้งใจไว้อีกครั้ง

          ประสบการณ์ในครั้งนี้เธอจะไม่มีวันลืมไปเด็ดขาด ทั้งเรื่องที่เธอนั้นพบองค์ฮองเฮา ทั้งเรื่องที่เธอพบใครหลายๆ คน มันช่างเป็นเหมือนฝัน ..น้ำพระทัยขององค์ฮองเฮา หรือน้ำใจของผู้คนในฉางอัน ทำให้เธอรู้สึกว่า
          หากมนุษย์มีความเมตตาแล้วไซร้ อย่างไรเสียโลกนี้ก็น่าอยู่………..



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1 +100 ความหิว -4 แต้มวาสนา +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 -4 + 15

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-11-6 22:19:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด


    ในเช้าวันนี้หญิงสาวตื่นขึ้นมาไปห้องเครื่องเพื่อจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆ รวมไปถึงการออกไปเก็บดอกไม้ในอุทยานเพื่อมาปรุงในจานอาหารบางอย่าง เธออำเพลงไปด้วยทำงานไปด้วยใบหน้าเบิกบาน รอยยิ้มที่ไม่บ่งบอกถึงความเหน็ดเหนื่อย จนผ่านไปหลายเพลา ใกล้มืดค่ำ หญิงสาวจึงเข้าห้องเครื่องปรุงอาหารทันที วันนี้เธอเข้าครัวด้วยเนื่องในโอกาสพิเศษ เป็นวันครบรอบวันตายของมารดาที่พี่น้องจะมาพร้อมหน้ากัน แม้ปัจจุบันจะเหลือเธอกับเว่ยชิงที่ยังมีชีวิตอยู่
    หญิงสาวเรียกนางกำนัลมาช่วยถือจานอาหารที่จัดเตรียมเสร็จแล้วไปตั้งบนโต๊ะทั้งสามโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ พร้อมสุรา



ยามไฮ่ ( 21.00 - 22.50 )
    เว่ยชิงกับเซิ่นเจียก็มาถึงหน้าตำหนัก ก่อนจะพบกับฮั่วชวี่ปิ้งหลานชายและสหายพวกเขา ซึ่งเว่ยชิงได้แนะนำเลี่ยงเหลียงให้กับเซิ่นเจีย
    "ไงชวี่ปิ้งว่าแต่เจ้าพาใครมาด้วยเหรอ นั่นใช่จิ้นกว่างหรือเปล่า!?" เว่ยชิงทักหลานชายก่อนมองด้านหลัง
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "เจียเอ๋อห์ นี่ลูกบุญธรรมข้าที่อุปถัมภ์ตอนกลับจากชายแดน ข้าพบเห็นเด็กคนนี้กำพร้าเลยรับเลี้ยง ระหว่างกลับพาไปฝากเป็นศิษย์สำนักฉวนเจิน เกือบลืมสนิทเลยว่ามีเขาอยู่ ฮ่าๆ" เว่ยชิงพูดก่อนแนะนำทั้งสอง "อ้าวจิ้นกว่างเจ้ายังไม่เคารพแม่บุญธรรมอีกเหรอ"
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "ตามสบายเถอะค่ะลูกจิ้นกว่าง ว่างๆ เจ้าก็ไปเล่นกับน้องชายบ้างสิ" เซิ่นเจียยิ้มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนผคองอีกฝ่ายขึ้นมา
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "ท่านอา งั้นพวกเรารีบเดินดีกว่า ข้ารออดใจไม่ไหวแล้วที่จะทานขนมกุ้ยฮัวของเสด็จป้า" ชวี่ปิ้งพูดพลางยกมือลูบปาก
    "เจ้านี่นะ จริงๆ เลย โตขนาดนี้แล้วยังติดป้าอยู่เลย ต่อไปจะมีสตรีที่ไหนชอบเจ้าล่ะเนี่ย" เว่ยชิงพูดเหน็บอีกฝ่าย
    "เรื่องนั้นอย่าสนใจเลย ข้ายังไม่คิดหรอก รอข้าขจัดศัตรูให้แผ่นดินจนสิ้นก่อนค่อยสร้างบ้าน" ชวี่ปิ้งพูดด้วยปณิธานแรงกล้า
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "แน่ะ" ชวี่ปิ้งพูดก่อนกระทุ้งศอกใส่เทียนเหมินสหายเขา
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย


     ภายในตำหนักโอ่อ่า ขันทีได้เข้ามารายงานว่าฉางผิงโหวขอเข้าพบ เมื่อฮองเฮาทรงอนุญาต ขันทีก็วิ่งออกไปหน้าประตูก่อนประกาศ
     "ฉางผิงโหว, ขุนชนะชัยและคนอื่นๆ เข้าพบได้!!!!"
    ".........." @KABUTO ( ควบคุม NPC ด้วยนะคะ ยกเว้นชวี่ปิ้ง )


    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย { เขียนโรลเพลย์ถวายบังคม )
    "ถวายบังคมฮองเฮา จงพระเจริญพันปี พันๆ ปี"
    "ตามสบายเถอะค่ะ พี่เตรียมที่ไว้ให้ชิงเอ๋อห์และหลานตัวแสบแล้ว"
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "เหะ...แขกใหม่สินะ งั้นนั่งกับชวี่ปิ้งนะ" จื่อฟูตรัสขึ้น แต่เว่ยชิงเรียกจิ้นกว่างไปนั่งโต๊ะเดียวกับพวกเขา
    "เชิญ" จื่อฟูพูดก่อนยกจอกสุราขึ้น "จอกนี้จื่อฟูขอดื่มให้พี่ชายพี่สาวและท่านแม่ของเราที่จากโลกนี้ไปแล้ว"
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "ชวี่ปิ้ง ขนมกุ้ยฮัว ป้าทำเผื่อเจ้าเยอะเลยนะ ถ้าเจ้าทานไม่พอเดี๋ยวป้าให้เด็กๆ ยกมาเพิ่มให้อีก" จื่อฟูยิ้มก่อนมองหลานชายตัวเอง "จริงสิแขกใหม่ทั้งสองเป็นใครเหรอคะ?"
    "ขอบพระทัยขอรับเสด็จป้า หลานรอขนมกุ้ยฮัวของเสด็จป้ามาตลอด" ชวี่ปิ้งผสานมือขอบคุณก่อนหยิบขนมกุ้ยฮัวทาน
    "ดูเจ้าสิปากหวานตลอดเลยนะ" จื่อฟูยิ้มมองหลานชายตนเอง
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "ซูเทียนเหมิน...สาวน้อยลู่เพ่ย ตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจให้คิดว่าที่นี่เป็นครอบครัว" จื่อฟูยิ้ม
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "ใบหน้าอ่อนหวานเช่นนั้นและรอยยิ้มของเธอแสดงออกชัดเจนเลยนะคะ" จื่อฟูยิ้มก่อนมองอีกฝ่าย
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "อ่ออย่างนี้นี่เองสินะซูเม่ย เพื่อความสะดวกในการเดินทางจึงต้องปลอมเป็นชาย" จื่อฟูยิ้มให้อีกฝ่าย
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย

    ในระหว่างกำลังสนทนานั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาถวายบังคม
    "ต้วนหงส์ถวายบังคมฮองเฮา ข้าขออภัยทุกคนที่มาล่าช้า" ต้วนหงส์คุกเข่าถวายบังคมก่อนกล่าวขออภัยในงาน
    "พี่ต้วน ปี้เอ๋อห์ถึงจวนท่านแล้วสินะคะ"
    "ปี้เอ๋อห์นอนหลับไปแล้วขอรับทันทีที่ถึงจวน กระหม่อมเลยรีบมากลัวพลาดงานครบรอบตระกูลเว่ย" ต้วนหงส์ยิ้ม
    "ทุกคนนี่ท่านพี่ต้วน ต้วนหงส์ ราชองค์รักษ์คู่กายฝ่าบาทนะคะ" จื่อฟูกล่าวแนะนำพี่ต้วนให้ทั้งสองที่มาใหม่รู้จัก
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "ท่านลุงต้วน มานั่งนี่สิ..." ชวี่ปิ้งโบกมือเรียกก่อนขยับไปชิดเทียนเหมินเพื่อให้ท่านลุงต้วนนั่งได้
    "จื่อฟูไม่แน่ใจว่าอาหารวันนี้จะถูกปากหรือเปล่า ไม่ได้ทำมาเสียนาน"
    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย
    "งั้นเดี๋ยวจื่อฟูจะร่ายรำระฆังชุดให้ทุกคนได้สนุกกันเองนะคะ จะได้ไม่เบื่อกัน" จื่อฟูพูดขึ้นก่อนเดินไปที่มีผ้าปิดอยู่


    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย

    ".........." @KABUTO @ซูเม่ย ( เขียนโรลเพลย์อื่นๆ ตามใจชอบนะคะ รอต่อ )
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x282
x5
x6
x9
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748k

เครดิต

เงินตำลึง
2147465089
ดีนาเรียส
162
ความหิว
2147483236
แต้มวาสนา
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2017-11-6 23:33:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCVI


     ยามไฮ่ ( 21.00 - 22.50 )
     เว่ยชิงกับเซิ่นเจียก็มาถึงหน้าตำหนัก ก่อนจะพบกับฮั่วชวี่ปิ้งหลานชายและสหายพวกเขา ซึ่งเว่ยชิงได้แนะนำเลี่ยงเหลียงให้กับเซิ่นเจีย
     "ไงชวี่ปิ้งว่าแต่เจ้าพาใครมาด้วยเหรอ นั่นใช่จิ้นกว่างหรือเปล่า!?" เว่ยชิงทักหลานชายก่อนมองด้านหลัง
     "คารวะท่านพ่อบุญธรรม ใช่ท่านพ่อจริงๆ ด้วยขอรับ" เลี่ยงเหลียงยิ้มหน้าบานอย่างที่ไม่เคยเห็นนักพรตหนุ่มคนนี้ยิ้มแบบนี้มาก่อน ยกเว้นตอนที่เผลอไปทานเห็ดหัวเราะในถ้ำหน้าผาทำให้เขาหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง เทียนเหมินไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่แค่ทำตัวลีบๆ ตามอีกฝ่ายมาเท่านั้น
     ".........." @ซูเม่ย
     "เจียเอ๋อห์ นี่ลูกบุญธรรมข้าที่อุปถัมภ์ตอนกลับจากชายแดน ข้าพบเห็นเด็กคนนี้กำพร้าเลยรับเลี้ยง ระหว่างกลับพาไปฝากเป็นศิษย์สำนักฉวนเจิน เกือบลืมสนิทเลยว่ามีเขาอยู่ ฮ่าๆ" เว่ยชิงพูดก่อนแนะนำทั้งสอง "อ้าวจิ้นกว่างเจ้ายังไม่เคารพแม่บุญธรรมอีกเหรอ"
     "คารวะท่านแม่บุญธรรมขอรับ" เลี่ยงเหลียงหันไปผสานมือที่กลางอกกับท่านแม่บุญธรรมเซิ่นเจียที่ท่านพ่อพามาด้วย
     ".........." @ซูเม่ย
     "ตามสบายเถอะค่ะลูกจิ้นกว่าง ว่างๆ เจ้าก็ไปเล่นกับน้องชายบ้างสิ" เซิ่นเจียยิ้มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนผคองอีกฝ่ายขึ้นมา
     "ขอรับท่านแม่บุญธรรม... นี่สหายข้าขอรับ ซูเทียนเหมิน เป็นผู้ช่วยพ่อค้าอาวุธขอรับ" นักพรตหนุ่มแนะนะเทียนเหมินให้อีกฝ่ายได้รู้จัก
     "สวัสดีพวกท่าน ข้าซูเทียนเหมินครับ" เทียนเหมินยกมือขึ้นคารวะทั้งสองอย่างมีมารยาทตามที่เคยได้เรียนรู้มา แม้ว่าท่าทำความเคารพของเขาจะไม่ได้สวยงามเหมือนผู้ดีมีสกุลก็ตาม และตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกเกร็งๆ แปลกๆ ที่ทั้งได้เข้ามาในพระราชวังอีกครั้ง และดันเป็นบ้านญาติของเพื่อนอีกด้วย...
     "ส่วนอีกท่านชื่อว่าลู่เพ่ย เพิ่งได้พบกัน เห็นว่าเขามีเรื่องจะมาแจ้งท่านพ่อบุญธรรมน่ะขอรับ" เลี่ยงเหลียงแนะนำลู่เพ่ยให้ครอบครัวรู้จักด้วย อีกฝ่ายจะได้ไม่เก้อเขินเกินไป
     ".........." @ซูเม่ย
     "ท่านอา งั้นพวกเรารีบเดินดีกว่า ข้ารออดใจไม่ไหวแล้วที่จะทานขนมกุ้ยฮัวของเสด็จป้า" ชวี่ปิ้งพูดพลางยกมือลูบปาก
     "เจ้านี่นะ จริงๆ เลย โตขนาดนี้แล้วยังติดป้าอยู่เลย ต่อไปจะมีสตรีที่ไหนชอบเจ้าล่ะเนี่ย" เว่ยชิงพูดเหน็บอีกฝ่าย
     "เรื่องนั้นอย่าสนใจเลย ข้ายังไม่คิดหรอก รอข้าขจัดศัตรูให้แผ่นดินจนสิ้นก่อนค่อยสร้างบ้าน" ชวี่ปิ้งพูดด้วยปณิธานแรงกล้า
     ".........." @ซูเม่ย
     "เป็นความคิดที่ดีนะ ข้าก็เหมือนกัน หากไม่มีเรือไม่ขอสร้างบ้าน!" เทียนเหมินเองก็คิดเช่นนั้น หากว่ายังซื้อเรือมาค้ำจุนครอบครัวไม่ได้ก็ไม่คิดมีบ้านมีภรรยา ซึ่งในที่นี้ไม่นับรวมหญิงนางโลมที่ไปเที่ยวบ้างตามประสาชายหนุ่ม
     "แน่ะ" ชวี่ปิ้งพูดก่อนกระทุ้งศอกใส่เทียนเหมินสหายเขา
    "อะไรเล่า คิดว่าข้าเป็นหนุ่มเนื้อหอมนักรึไง" เทียนเหมินกระทุ้งศอกกลับเบาๆ เป็นการหยอกล้อเด็กหนุ่มเลือดนักรบกลับคืนไป
     ".........." @ซูเม่ย
     หลังจากที่สนทนาหน้างานกันเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนก็เข้าไปในงานเลี้ยงในตำหนักทอง

     ภายในตำหนักโอ่อ่า ขันทีได้เข้ามารายงานว่าฉางผิงโหวขอเข้าพบ เมื่อฮองเฮาทรงอนุญาต ขันทีก็วิ่งออกไปหน้าประตูก่อนประกาศ
     "ฉางผิงโหว, ขุนชนะชัยและคนอื่นๆ เข้าพบได้!!!!"
     "ขอบคุณ" เว่ยชิงเอ่ยขอบคุณขันทีที่อุตส่าห์เป็นธุระตามพิธีการในรั้วในวังทั้งที่จริงเขาก็เข้าออกเป็นประจำอยู่แล้ว "พวกเจ้าก็ตามข้ามาเงียบๆ แล้วกันนะ" เขาเอ่ยบอกก่อนที่จะเดินนำหน้าเข้าไปในโถงตำหนัก
     ที่ด้านหน้าฮองเฮาทรงประทับอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแยม สุราอาหารเต็มไปหมดตรงหน้านาง
     "ถวายบังคมฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี" เว่ยชิงยกมือผสานขึ้นที่อกแล้วคุกเข่าลงคำนับสตรีผู้นั่งรออยู่บนบัลลังก์ ทั้งเซิ่นเจียเองก็ทำความเคารพอย่างสตรีอย่างงดงาม
    "ถวายบังคมฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี" เทียนเหมินดูตัวอย่างจากเว่ยชิงแล้วพูดตาม เลี่ยงเหลียงก็เช่นกัน
     "ถวายบังคมฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี"
     ".........." @ซูเม่ย { เขียนโรลเพลย์ถวายบังคม )
     "ถวายบังคมฮองเฮา จงพระเจริญพันปี พันๆ ปี"
     "ตามสบายเถอะค่ะ พี่เตรียมที่ไว้ให้ชิงเอ๋อห์และหลานตัวแสบแล้ว"
     "กราบทูลฮองเฮา ข้าได้พาบุตรบุญธรรม เว่ยจิ้นกว่าง มาเข้าพบด้วยครับ" เว่ยชิงเอ่ยกับพี่สาวของเขา
    "ข้าเว่ยจิ้นกว่างขอรับ" เลี่ยงเหลียงที่ตื่นเต้นยิ้มออกมาพร้อมกับคำนับท่านป้าบุญธรรมของเขาที่เป็นถึงฮองเฮา
     เทียนเหมินยืนมองเงียบๆ ชายหนุ่มพยายามไม่มองใบหน้าฮองเฮา แต่ก็ห้ามไม่ให้แอบมองไม่ได้อยู่ดี พระพักตรนางคล้ายคลึงกันกับพี่สาวที่บ่อน้ำเหลือเกินแม้ยามนี้จะไม่มีโคลนแปะที่หน้าก็ตาม
     ".........." @ซูเม่ย
     "เหะ...แขกใหม่สินะ งั้นนั่งกับชวี่ปิ้งนะ" จื่อฟูตรัสขึ้น แต่เว่ยชิงเรียกจิ้นกว่างไปนั่งโต๊ะเดียวกับพวกเขา
     "เชิญ" จื่อฟูพูดก่อนยกจอกสุราขึ้น "จอกนี้จื่อฟูขอดื่มให้พี่ชายพี่สาวและท่านแม่ของเราที่จากโลกนี้ไปแล้ว"
     "เว่ยชิงขอดื่มให้พี่ชาย พี่สาว และท่านแม่" เว่ยชิงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับยกสุราขึ้นดื่มตาม ทุกๆ คนก็ทำตามเช่นเดียวกัน
     เทียนเหมินไม่ได้พูดอะไรได้แต่ร่วมดื่มไปกับครอบครัวเว่ย ตอนนี้รู้สึกว่าตนอยู่ผิดที่ผิดทางแปลกๆ แต่สุราชั้นดีจากในวังก็ทำให้ชายหนุ่มคลายความกังวลใจได้ได้เล็กน้อย ในตอนนี้เขาดื่มสุราดับความเครียดก็น่าจะดี
     ".........." @ซูเม่ย
     "ชวี่ปิ้ง ขนมกุ้ยฮัว ป้าทำเผื่อเจ้าเยอะเลยนะ ถ้าเจ้าทานไม่พอเดี๋ยวป้าให้เด็กๆ ยกมาเพิ่มให้อีก" จื่อฟูยิ้มก่อนมองหลานชายตัวเอง "จริงสิแขกใหม่ทั้งสองเป็นใครเหรอคะ?"
     "ขอบพระทัยขอรับเสด็จป้า หลานรอขนมกุ้ยฮัวของเสด็จป้ามาตลอด" ชวี่ปิ้งผสานมือขอบคุณก่อนหยิบขนมกุ้ยฮัวทาน
     "ดูเจ้าสิปากหวานตลอดเลยนะ" จื่อฟูยิ้มมองหลานชายตนเอง
    "ข้าซูเทียนเหมินครับ เป็นสหายเดินทางของเลี่ยง... ข้าหมายถึงเว่ยจิ้นกว่าง" เทียนเหมินแนะนำตัวออกมา พร้อมกับชี้ไปทางเลี่ยงเหลียงเป็นการกำกับว่ามากับคนนี้
     "ข้ากับคาบู... เอ่อ... สหายซูเทียนเหมิน ผ่านเรื่องราวอะไรกันมาเยอะแยะเลยขอรับ ฮะๆ" นักพรตเลี่ยงเหลียงอยากจะเล่าเรื่องการเดินทางให้เสด็จป้าได้ฟังเหลือเกิน เพียงแต่มันอาจเป็นเรื่องเครียดเกินไปที่จะมากล่าวทูลในงานเลี้ยง
     ".........." @ซูเม่ย
     "ซูเทียนเหมิน...สาวน้อยลู่เพ่ย ตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจให้คิดว่าที่นี่เป็นครอบครัว" จื่อฟูยิ้ม
    "สาวน้อย!?!!!" เทียนเหมินแทบจะสำลักเหล่าขึ้นจมูกที่ฮองเฮาทรงตรัสเช่นนั้น เพราะในสายตาของเขามองลู่เพ่ยว่าเป็นผู้ชายตัวเล็กท่าทางดูก๊องแก๊งขี้โรคเสียมากกว่า อาจเป็นเพราะว่าเขามักจะมีสหายหน้าหวานเหมือนสตรีเป็นทุนเดิมจึงทำให้คิดไม่ถึงว่าคนที่พามาด้วยเป็นสตรี
     ".........." @ซูเม่ย
     "ใบหน้าอ่อนหวานเช่นนั้นและรอยยิ้มของเธอแสดงออกชัดเจนเลยนะคะ" จื่อฟูยิ้มก่อนมองอีกฝ่าย
     เทียนเหมินจ้องมองหญิงสาวที่ปลอมเป็นชายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พยายามมองว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีจริงหรือ
     ".........." @ซูเม่ย
     "อ่ออย่างนี้นี่เองสินะซูเม่ย เพื่อความสะดวกในการเดินทางจึงต้องปลอมเป็นชาย" จื่อฟูยิ้มให้อีกฝ่าย
     "โทษทีแล้วกันนะที่มองว่าเจ้าเป็นชายมาตลอด" เทียนเหมินเอ่ยบอกแล้วยกจอกสุราขึ้นดื่มอีกครั้งหนึ่งเพื่อกลบเกลื่อนความหน้าแตกและตาถั่วของเขาเอง
     ".........." @ซูเม่ย

     ในระหว่างกำลังสนทนานั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาถวายบังคม
     "ต้วนหงส์ถวายบังคมฮองเฮา ข้าขออภัยทุกคนที่มาล่าช้า" ต้วนหงส์คุกเข่าถวายบังคมก่อนกล่าวขออภัยในงาน
     "พี่ต้วน ปี้เอ๋อห์ถึงจวนท่านแล้วสินะคะ"
     "ปี้เอ๋อห์นอนหลับไปแล้วขอรับทันทีที่ถึงจวน กระหม่อมเลยรีบมากลัวพลาดงานครบรอบตระกูลเว่ย" ต้วนหงส์ยิ้ม
     "ทุกคนนี่ท่านพี่ต้วน ต้วนหงส์ ราชองค์รักษ์คู่กายฝ่าบาทนะคะ" จื่อฟูกล่าวแนะนำพี่ต้วนให้ทั้งสองที่มาใหม่รู้จัก
     "คารวะท่านองครักษ์ต้วนหงส์" เทียนเหมินและเลี่ยงเหลียงยกมือขึ้นคราวะองครักษ์ดังกล่าวพลางคิด 'คนนี้หรือเปล่าที่ฝ่าบาทให้ไปพบที่หวยหนานก่อนกลับบ้าน?' แต่เมื่อครู่เหมือนได้ยินฮองเฮาตรัสถึงเด็กน้อยที่ชื่อว่า 'ปี้เอ๋อห์' ทำให้ชายหนุ่มนึกติดใจขึ้นมาว่าเด็กคนนั้นจะใช่ซูปี้หรือเปล่า เพราะว่าซินแสที่เทียนซุยเคยทำนายไว้ว่าซูปี้จะได้รับการช่วยเหลือจากสตรีผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเสียด้วย
      ".........." @ซูเม่ย
     "ท่านลุงต้วน มานั่งนี่สิ..." ชวี่ปิ้งโบกมือเรียกก่อนขยับไปชิดเทียนเหมินเพื่อให้ท่านลุงต้วนนั่งได้
     "จื่อฟูไม่แน่ใจว่าอาหารวันนี้จะถูกปากหรือเปล่า ไม่ได้ทำมาเสียนาน"
    "อาหารที่เสด็จป้าทำอร่อยมากเลยขอรับ" เลี่ยงเหลียงเอ่ยออกมา เขาพยายามทานเพียงแต่พืชผัก หลังจากที่ลงมาจากผาแล้วก็พยายามจะไม่ทานเนื้อสัตว์อีกตามกฎของสำนักฉวนเจิน เขาสะกิดเทียนเหมินให้ช่วยชมฮองเฮาด้วย
     "ครับ เหล้านี่ก็อร่อยมากด้วย" เทียนเหมินเอ่ยออกมาพลางนึกขึ้นได้ว่าฮองเฮาคงไม่ได้ต้มสุราเอง "เอ่อ... ทานคู่กับอาหารยิ่งอร่อยไปใหญ่"
     ".........." @ซูเม่ย
     "งั้นเดี๋ยวจื่อฟูจะร่ายรำระฆังชุดให้ทุกคนได้สนุกกันเองนะคะ จะได้ไม่เบื่อกัน" จื่อฟูพูดขึ้นก่อนเดินไปที่มีผ้าปิดอยู่


     เทียนเหมินชมการแสดงของฮองเฮาพลางจิบสุราไปหลายจอกจนใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มจะแดงขึ้นมานิดๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าตนนั้นรับความร้อนมากไปจึงวางจอกสุราลงอย่างเสียดาย เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ฮองเฮาเว่ยเคยเป็นใครมาก่อน แต่ก็ชื่นชมว่าการแสดงของนางงดงามเหมือนกับนางระบำมาเอง แต่เมื่อคิดอีกมุมในวังคงมีการร้องรำทำเพลงบ่อย พระองค์คงฝึกซ้อมเอาตอนนั้น....
     ".........." @ซูเม่ย

     ระหว่างงานเลี้ยงเทียนเหมินได้สะกิดเลี่ยงเหลียงถึงเรื่องสงครามที่เขาได้รับรู้มา จึงให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องขององค์หญิงโหรวหรานให้กับบิดาบุญธรรม
    "ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ คือว่าข้ามีเรื่องสำคัญมากที่อยากจะเล่าให้ฟัง" เลี่ยงเหลียงเอ่ยคุยกับเว่ยชิง
     "ว่าไงลูกจิ้นกว่าง?" เว่ยชิงเอ่ยถามบุตรชายบุญธรรมซึ่งจะว่าเป็นคนโตก็ได้
    "เรื่องนี้ข้าไม่ได้รู้มาโดยตรงหรอกขอรับ ให้ท่านคาบูโตะเล่าจะดีกว่า" อยู่ๆ นักพรตก็โยนเรื่องมาให้เทียนเหมินเป็นคนเล่าเสียอย่างนั้น
     "เอ้า! เจ้าไม่ช่วยข้าเลยเลี่ยงเหลียง" เทียนเหมินหันไปขมวดคิ้วใส่สหายแล้วทำเสียงฮึมฮัมในลำคอ
    "ก็ท่านเจอมานี่ขอรับ น่าจะเล่าเรื่องได้ง่ายกว่า" เลี่ยงเหลียงเอ่ยบอกตามตรง เพราะถึงให้เขาเล่ารายละเอียดคงไม่ครบอยู่ดี
     "ว่าไงซูเทียนเหมิน?" เว่ยชิงหันมาถามสหายของบุตรบุญธรรมทันทีเมื่อเรื่องถูกส่งต่อมาให้
    "คือว่า.. ก็ไม่ใช่เรื่องของข้าโดยตรงหรอกครับ เป็นเรื่องของสหายข้าอีกที เขาชื่อว่าเว่ยเส้าเทียน คือว่า.. เขาได้ช่วยเหลือตัวองค์หญิงโหรวหรานเอาไว้ เอ่อ... นางชื่อว่า" ชายหนุ่มพยายามนึกชื่อขององค์หญิงชื่อยากคนนั้นพลางกลอกตาไปมา แล้วเอ่ยนามของนางอย่างไม่แน่ใจ "ยือหลินกุ้ย...."
     "เจ้าหมายถึงองค์หญิงหยือหลินกุ้ย?" เว่ยชิงถามกลับเพราะนามที่แท้จริงของนางน่าจะเป็น 'หยือหลินกุ้ยมากกว่า'
     "อา ใช่ครับ ตอนนี้พี่ชายเว่ยคนนั้นหายไปไหนไม่รู้ แต่พรุ่งนี้ข้านัดแนะกันกับขุนนางถิงเว่ยจะไปหาท่านที่จวนพร้อมกับพวกนางน่ะครับ เห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสงคราม เป็นการเข้าใจผิดว่าโหรวหรานจะไปเข้ากับเม่อเป่ยนี่แหล่ะ... ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจ" เทียนเหมินเล่าสิ่งที่เขาทราบทั้งหมดให้ผู้มีบารมีฟัง น่าเสียดายที่ไม่ได้พาตัวจริงมาด้วย
     "จริงรึ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ?" เว่ยชิงเอ่ยถามสีหน้าเครียด
     "ข้าไม่พูดเล่นหรอกครับ แล้วก็ผู้หญิงคนนั้นก็มีเรื่องอยากจะบอกเรื่องนี้เหมือนกัน" เทียนเหมินพยักหน้าไปทางซูเม่ยให้นางเล่าเรื่องของนางออกมา
     ".........." @ซูเม่ย



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +35 ความหิว -8 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-7 20:10:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  ยามไฮ่ ( 21.00 - 22.50 )
     เว่ยชิงกับเซิ่นเจียก็มาถึงหน้าตำหนัก ก่อนจะพบกับฮั่วชวี่ปิ้งหลานชายและสหายพวกเขา ซึ่งเว่ยชิงได้แนะนำเลี่ยงเหลียงให้กับเซิ่นเจีย
     "ไงชวี่ปิ้งว่าแต่เจ้าพาใครมาด้วยเหรอ นั่นใช่จิ้นกว่างหรือเปล่า!?" เว่ยชิงทักหลานชายก่อนมองด้านหลัง
     "คารวะท่านพ่อบุญธรรม ใช่ท่านพ่อจริงๆ ด้วยขอรับ" เลี่ยงเหลียงยิ้มหน้าบานอย่างที่ไม่เคยเห็นนักพรตหนุ่มคนนี้ยิ้มแบบนี้มาก่อน ยกเว้นตอนที่เผลอไปทานเห็ดหัวเราะในถ้ำหน้าผาทำให้เขาหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง เทียนเหมินไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่แค่ทำตัวลีบๆ ตามอีกฝ่ายมาเท่านั้น
     ซูเม่ยที่ไม่รู้ว่าตนต้องทำอะไรบ้างจึงได้แต่ทำท่าคารวะตามชายหนุ่มไปอย่างตามน้ำ และพยายามที่จะไม่ทำตัวให้เป็นจุดสังเกต เรียกได้ว่าหากไม่มีผู้ดสังเกตสังเกตดีๆ ก็จะไม่เห็นนางอย่างแน่นอน
     "เจียเอ๋อห์ นี่ลูกบุญธรรมข้าที่อุปถัมภ์ตอนกลับจากชายแดน ข้าพบเห็นเด็กคนนี้กำพร้าเลยรับเลี้ยง ระหว่างกลับพาไปฝากเป็นศิษย์สำนักฉวนเจิน เกือบลืมสนิทเลยว่ามีเขาอยู่ ฮ่าๆ" เว่ยชิงพูดก่อนแนะนำทั้งสอง "อ้าวจิ้นกว่างเจ้ายังไม่เคารพแม่บุญธรรมอีกเหรอ"
     "คารวะท่านแม่บุญธรรมขอรับ" เลี่ยงเหลียงหันไปผสานมือที่กลางอกกับท่านแม่บุญธรรมเซิ่นเจียที่ท่านพ่อพามาด้วย
     ดวงตากลมโตมองไปยังเลี่ยงเหลียง ที่แท้เขาก็เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกับนางสินะ แต่เขาช่างโชคดีนักที่ได้เจอท่านพ่อบุญธรรมที่ดูใจแบบนี้ และยังมีโอกาสได้ร่ำเรียน ซึ่งแตกต่างจากนางนัก
    "เฮ้ออ ข้าอยากมีท่านพ่อท่านแม่บุญญธรรมที่น่ารักเยี่ยงนี้บ้างจัง แต่มันคงเป็นไปมิได้ " ซูเม่ยได้แต่คิดในใจ ถึงแม้นางอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นเพียงใด มันก็เป็นได้เพียงภาพฝันเท่านั้น
     "ตามสบายเถอะค่ะลูกจิ้นกว่าง ว่างๆ เจ้าก็ไปเล่นกับน้องชายบ้างสิ" เซิ่นเจียยิ้มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนผคองอีกฝ่ายขึ้นมา
    "ขอรับท่านแม่บุญธรรม... นี่สหายข้าขอรับ ซูเทียนเหมิน เป็นผู้ช่วยพ่อค้าอาวุธขอรับ" นักพรตหนุ่มแนะนะเทียนเหมินให้อีกฝ่ายได้รู้จัก
    "สวัสดีพวกท่าน ข้าซูเทียนเหมินครับ" เทียนเหมินยกมือขึ้นคารวะทั้งสองอย่างมีมารยาทตามที่เคยได้เรียนรู้มา แม้ว่าท่าทำความเคารพของเขาจะไม่ได้สวยงามเหมือนผู้ดีมีสกุลก็ตาม และตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกเกร็งๆ แปลกๆ ที่ทั้งได้เข้ามาในพระราชวังอีกครั้ง และดันเป็นบ้านญาติของเพื่อนอีกด้วย...
    "ส่วนอีกท่านชื่อว่าลู่เพ่ย เพิ่งได้พบกัน เห็นว่าเขามีเรื่องจะมาแจ้งท่านพ่อบุญธรรมน่ะขอรับ" เลี่ยงเหลียงแนะนำลู่เพ่ยให้ครอบครัวรู้จักด้วย อีกฝ่ายจะได้ไม่เก้อเขินเกินไป
     " เอ่อ สวัสดีขอรับท่านทั้งสอง ข้าชื่อ ลู่เพ่ย ขอรับ ข้ามีเรื่องที่สำคัญจะมาแจ้งจึงร่วมติดตามมาด้วยขอรับ ” ซูเม่ยยกมือขึ้นประสานกันแล้วโค้งตัวทำความเคารพอย่างเงอะๆงะ นางรู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อต้องมาเจอคนแปลงหน้าที่ดูมีฐานะที่ไม่ธรรมดา จนทำให้การวางตัวนั้นเป็นไปอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก
     "ท่านอา งั้นพวกเรารีบเดินดีกว่า ข้ารออดใจไม่ไหวแล้วที่จะทานขนมกุ้ยฮัวของเสด็จป้า" ชวี่ปิ้งพูดพลางยกมือลูบปาก
     "เจ้านี่นะ จริงๆ เลย โตขนาดนี้แล้วยังติดป้าอยู่เลย ต่อไปจะมีสตรีที่ไหนชอบเจ้าล่ะเนี่ย" เว่ยชิงพูดเหน็บอีกฝ่าย
     "เรื่องนั้นอย่าสนใจเลย ข้ายังไม่คิดหรอก รอข้าขจัดศัตรูให้แผ่นดินจนสิ้นก่อนค่อยสร้างบ้าน" ชวี่ปิ้งพูดด้วยปณิธานแรงกล้า
     "เป็นความคิดที่ดียิ่งขอรับ หากยังมีศัตรูที่คิดร้ายต่อแผ่นดินอยู่ เราจะอยู่กับครอบครัวอย่างสงบได้อย่างไร” ซูเม่ยรู้สึกนับถือในปณิธานอันแรงกล้าของอีกฝ่ายยิ่งนัก จะมีบุรุษสักกี่คนกันที่คิดเยี่ยงนี้
    "เป็นความคิดที่ดีนะ ข้าก็เหมือนกัน หากไม่มีเรือไม่ขอสร้างบ้าน!" เทียนเหมินเองก็คิดเช่นนั้น หากว่ายังซื้อเรือมาค้ำจุนครอบครัวไม่ได้ก็ไม่คิดมีบ้านมีภรรยา ซึ่งในที่นี้ไม่นับรวมหญิงนางโลมที่ไปเที่ยวบ้างตามประสาชายหนุ่ม
     "แน่ะ" ชวี่ปิ้งพูดก่อนกระทุ้งศอกใส่เทียนเหมินสหายเขา
    "อะไรเล่า คิดว่าข้าเป็นหนุ่มเนื้อหอมนักรึไง" เทียนเหมินกระทุ้งศอกกลับเบาๆ เป็นการหยอกล้อเด็กหนุ่มเลือดนักรบกลับคืนไป
     ซูเม่ยยิ้มขำออกมาเมื่อเห็นการหยอกล้อที่ราวกับเด็กของทั้งสอง การมีสหายนี่ดีเช่นนี้เอง นางมิเคยได้สัมผัสความรู้สึกนี้เลยสักครั้ง ชีวิตนี้นางจะได้เจอสหายดีๆ แบบนี้บ้างหรือไม่นะ รอยยิ้มฝืนเฝื่อนถูกระบายออกมาอย่างรู้สึกขมขื่นในโชคชะตาของตนยิ่งนัก
     “เดี๋ยวสิ ข้าจะมาคิดเรื่องแบบนี้ทำไมตอนนี้กัน มีเรื่องสำคัญรออยู่นะ เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วซูเม่ย” ศีรษะเล็กของนางสะบัดไปมาเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดที่ไร้สาระออกไป
     หลังจากที่สนทนาหน้างานกันเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนก็เข้าไปในงานเลี้ยงในตำหนักทอง


     ภายในตำหนักโอ่อ่า ขันทีได้เข้ามารายงานว่าฉางผิงโหวขอเข้าพบ เมื่อฮองเฮาทรงอนุญาต ขันทีก็วิ่งออกไปหน้าประตูก่อนประกาศ
     "ฉางผิงโหว, ขุนชนะชัยและคนอื่นๆ เข้าพบได้!!!!"
     "ขอบคุณ" เว่ยชิงเอ่ยขอบคุณขันทีที่อุตส่าห์เป็นธุระตามพิธีการในรั้วในวังทั้งที่จริงเขาก็เข้าออกเป็นประจำอยู่แล้ว "พวกเจ้าก็ตามข้ามาเงียบๆ แล้วกันนะ" เขาเอ่ยบอกก่อนที่จะเดินนำหน้าเข้าไปในโถงตำหนัก
     ที่ด้านหน้าฮองเฮาทรงประทับอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแยม สุราอาหารเต็มไปหมดตรงหน้านาง
     "ถวายบังคมฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี" เว่ยชิงยกมือผสานขึ้นที่อกแล้วคุกเข่าลงคำนับสตรีผู้นั่งรออยู่บนบัลลังก์ ทั้งเซิ่นเจียเองก็ทำความเคารพอย่างสตรีอย่างงดงาม
     "ถวายบังคมฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี" เทียนเหมินดูตัวอย่างจากเว่ยชิงแล้วพูดตาม เลี่ยงเหลียงก็เช่นกัน
     "ถวายบังคมฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี"
     "ถวายบังคมฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี" ซูเม่ยยกมือผสานขึ้นที่อกแล้วคุกเข่าที่พยายามบังคับมิให้สั่นลงคำนับฮองเฮาที่ประทับรออยู่บนบัลลังก์อย่างเกร็งๆ เพราะนางมิเคยได้ทำเช่นนี่มาก่อน และยังเป็นต่อหน้าสตรีที่สูงศักดิ์เช่นนี่ ใครจะกล้าคิดฝัน ก่อนที่ซูเม่ยเข้าเดินผ่านประตูเข้ามานางเพิ่งรู้ว่าบุคคลที่นางจะได้พบนั้นเป็นถึงฮองเฮา พระมารดาของแผ่น ขาทั้งสองข้างของนางแทบทรุดลงกับพื้น สติที่มีแทบจะหลุดลอยหายไป โชคดีที่มิมีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกตินี่ นางจึงหายใจเข้า หายใจออกลึกๆ เพื่อเรียกสติกลับมา ส่วนขาทั้งสองข้างพยายามที่จะยืนอย่างมั่นคง มิให้ล้มพับลงไปให้เสียหน้าเป็นอันขาด
     "ถวายบังคมฮองเฮา จงพระเจริญพันปี พันๆ ปี"
     "ตามสบายเถอะค่ะ พี่เตรียมที่ไว้ให้ชิงเอ๋อห์และหลานตัวแสบแล้ว"
     "กราบทูลฮองเฮา ข้าได้พาบุตรบุญธรรม เว่ยจิ้นกว่าง มาเข้าพบด้วยครับ" เว่ยชิงเอ่ยกับพี่สาวของเขา
    "ข้าเว่ยจิ้นกว่างขอรับ" เลี่ยงเหลียงที่ตื่นเต้นยิ้มออกมาพร้อมกับคำนับท่านป้าบุญธรรมของเขาที่เป็นถึงฮองเฮา
     เทียนเหมินยืนมองเงียบๆ ชายหนุ่มพยายามไม่มองใบหน้าฮองเฮา แต่ก็ห้ามไม่ให้แอบมองไม่ได้อยู่ดี พระพักตรนางคล้ายคลึงกันกับพี่สาวที่บ่อน้ำเหลือเกินแม้ยามนี้จะไม่มีโคลนแปะที่หน้าก็ตาม
     เมื่อซูเม่ยทำความเคารพฮองเฮาเรียบร้อยนางจึงกลับมายืนก้มหน้านิ่ง ข้างๆ ซูเทียนเหมิน มิกล้าเงยหน้าขึ้นมองสิ่งใด เพราะกลัวว่าจะทำอะไรที่ผิดกฎวังโดยไม่รู้ตัว สู้นางทำตัวนิ่งๆ อยู่เฉยๆ ดีกว่า
     "เหะ...แขกใหม่สินะ งั้นนั่งกับชวี่ปิ้งนะ" จื่อฟูตรัสขึ้น แต่เว่ยชิงเรียกจิ้นกว่างไปนั่งโต๊ะเดียวกับพวกเขา
     "เชิญ" จื่อฟูพูดก่อนยกจอกสุราขึ้น "จอกนี้จื่อฟูขอดื่มให้พี่ชายพี่สาวและท่านแม่ของเราที่จากโลกนี้ไปแล้ว"
     "เว่ยชิงขอดื่มให้พี่ชาย พี่สาว และท่านแม่" เว่ยชิงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับยกสุราขึ้นดื่มตาม ทุกๆ คนก็ทำตามเช่นเดียวกัน
     เทียนเหมินไม่ได้พูดอะไรได้แต่ร่วมดื่มไปกับครอบครัวเว่ย ตอนนี้รู้สึกว่าตนอยู่ผิดที่ผิดทางแปลกๆ แต่สุราชั้นดีจากในวังก็ทำให้ชายหนุ่มคลายความกังวลใจได้ได้เล็กน้อย ในตอนนี้เขาดื่มสุราดับความเครียดก็น่าจะดี
     ซูเม่ยที่เห็นทุกคนยกสุราขึ้นดื่มนางจึงต้องทำตาม ถึงแม้ว่านางจะมิเคยดื่มมาก่อน แต่ก็ต้องลองดูสักครั้ง นางเหมือนเด็กที่คอยมองดูคนนู้นที คนนี้ทีแล้วคอยทำตาม รู้สึกว่าลำบากมิใช่น้อย เมื่อสุราได้ไหลลงคอนางความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้คือ..นางแสบคอยิ่ง รสชาติมันแปลก สุราเป็นเช่นนี้เองหรือ มิเห็นจะอร่อยตรงไหน ทำไมผู้คนถึงชอบดื่มกันนะ ดวงตากลมโตมองสุราที่ยังเหลืออยู่ก่อนจะกลั้นใจแล้วยกดื่มจนหมด ตอนนี้ภายในช่องท้องนางเริ่มรู้สึดร้อนขึ้นมาอย่างแปลกๆ แค่คงไม่เมาหรอก เพียงแค่จอกเดียวเอง
     "ชวี่ปิ้ง ขนมกุ้ยฮัว ป้าทำเผื่อเจ้าเยอะเลยนะ ถ้าเจ้าทานไม่พอเดี๋ยวป้าให้เด็กๆ ยกมาเพิ่มให้อีก" จื่อฟูยิ้มก่อนมองหลานชายตัวเอง "จริงสิแขกใหม่ทั้งสองเป็นใครเหรอคะ?"
     "ขอบพระทัยขอรับเสด็จป้า หลานรอขนมกุ้ยฮัวของเสด็จป้ามาตลอด" ชวี่ปิ้งผสานมือขอบคุณก่อนหยิบขนมกุ้ยฮัวทาน
     "ดูเจ้าสิปากหวานตลอดเลยนะ" จื่อฟูยิ้มมองหลานชายตนเอง
    "ข้าซูเทียนเหมินครับ เป็นสหายเดินทางของเลี่ยง... ข้าหมายถึงเว่ยจิ้นกว่าง" เทียนเหมินแนะนำตัวออกมา พร้อมกับชี้ไปทางเลี่ยงเหลียงเป็นการกำกับว่ามากับคนนี้
     "ข้ากับคาบู... เอ่อ... สหายซูเทียนเหมิน ผ่านเรื่องราวอะไรกันมาเยอะแยะเลยขอรับ ฮะๆ" นักพรตเลี่ยงเหลียงอยากจะเล่าเรื่องการเดินทางให้เสด็จป้าได้ฟังเหลือเกิน เพียงแต่มันอาจเป็นเรื่องเครียดเกินไปที่จะมากล่าวทูลในงานเลี้ยง
    "ข้า ข้ามีนามว่า ลู่เพ่ย พะยะค่ะ" ใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อของซูเม่ยยกยิ้มบางเมื่อต้องแนะนำตัว อาจเป็นเพราะฤทธิ์สุราที่ทำให้นางมีควากล้าที่จะแสดงสีหน้ามากขึ้น
     "ซูเทียนเหมิน...สาวน้อยลู่เพ่ย ตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจให้คิดว่าที่นี่เป็นครอบครัว" จื่อฟูยิ้ม
     "สาวน้อย!?!!!" เทียนเหมินแทบจะสำลักเหล่าขึ้นจมูกที่ฮองเฮาทรงตรัสเช่นนั้น เพราะในสายตาของเขามองลู่เพ่ยว่าเป็นผู้ชายตัวเล็กท่าทางดูก๊องแก๊งขี้โรคเสียมากกว่า อาจเป็นเพราะว่าเขามักจะมีสหายหน้าหวานเหมือนสตรีเป็นทุนเดิมจึงทำให้คิดไม่ถึงว่าคนที่พามาด้วยเป็นสตรี
     "เอะ เอ๋! ทะ..ทำไมพระองค์ เอ่อ ทำไมพระองค์ทรงทราบพะยะค่ะ?" ซูเม่ยที่สติไม่เต็มร้อยเมื่อได้ยินที่ฮองเฮาทรงตรัสนางก็เผลอเอ่ยถามออกไปอย่างตกใจ และที่แย่กว่านั้นคือนางลืมดัดเสียง! พูด
พะยะค่ะ แต่ดันพูดเป็นเสียงสตรี
     "ใบหน้าอ่อนหวานเช่นนั้นและรอยยิ้มของเธอแสดงออกชัดเจนเลยนะคะ" จื่อฟูยิ้มก่อนมองอีกฝ่าย
     เทียนเหมินจ้องมองหญิงสาวที่ปลอมเป็นชายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พยายามมองว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีจริงหรือ
    "อ่าา พระ..พระอาญามิพ้นเกล้า ข้ามิได้ตั้งใจจะหลอกลวงผู้ใด แต่ที่ข้าต้อง เอ่อ ต้องปลอมตัวเป็นบุรุษก็เพื่อความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทาง ข้านั้นเป็นสตรีที่ต้องเดินทางเพียงลำพัง จึงต้องระวังตัว เดิมข้ามีชื่อว่า ซูเม่ย มีแต่ชื่อมิมีแซ่ แต่เมื่อปลอมเป็นบุรุษจึงใช้ชื่อ ลู่เพ่ย เพื่อไม่ให้ใครสงสัยเพคะ" เสียวหวานใสที่ไม่ได้ดัดเหมือนในตอนแรกเอ่ยบอกความจริงออกไปอย่างมิกล้าปิดบัง เพราะหากนางโป้ปดออกไปแล้วโดนจับได้ คงไม่แคล้วโดนจับไปลงโทษเป็นแน่
     "อ่ออย่างนี้นี่เองสินะซูเม่ย เพื่อความสะดวกในการเดินทางจึงต้องปลอมเป็นชาย" จื่อฟูยิ้มให้อีกฝ่าย
    "โทษทีแล้วกันนะที่มองว่าเจ้าเป็นชายมาตลอด" เทียนเหมินเอ่ยบอกแล้วยกจอกสุราขึ้นดื่มอีกครั้งหนึ่งเพื่อกลบเกลื่อนความหน้าแตกและตาถั่วของเขาเอง
    "เอ่อ มิเป็นอันใด ข้าก็ตั้งใจจะให้ทุกคนมองเป็นชายอยู่แล้ว จึงได้ปลอมตัว ขออภัยท่านด้วยที่มิได้บอกความจริงตั้งแต่แรก " ซูเม่ยก้มหัวขอโทษซูเทียนเหมินอย่างรู้สึกผิด


     ในระหว่างกำลังสนทนานั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาถวายบังคม
     "ต้วนหงส์ถวายบังคมฮองเฮา ข้าขออภัยทุกคนที่มาล่าช้า" ต้วนหงส์คุกเข่าถวายบังคมก่อนกล่าวขออภัยในงาน
     "พี่ต้วน ปี้เอ๋อห์ถึงจวนท่านแล้วสินะคะ"
     "ปี้เอ๋อห์นอนหลับไปแล้วขอรับทันทีที่ถึงจวน กระหม่อมเลยรีบมากลัวพลาดงานครบรอบตระกูลเว่ย" ต้วนหงส์ยิ้ม
     "ทุกคนนี่ท่านพี่ต้วน ต้วนหงส์ ราชองค์รักษ์คู่กายฝ่าบาทนะคะ" จื่อฟูกล่าวแนะนำพี่ต้วนให้ทั้งสองที่มาใหม่รู้จัก
     "คารวะท่านองครักษ์ต้วนหงส์" เทียนเหมินและเลี่ยงเหลียงยกมือขึ้นคราวะองครักษ์ดังกล่าวพลางคิด 'คนนี้หรือเปล่าที่ฝ่าบาทให้ไปพบที่หวยหนานก่อนกลับบ้าน?' แต่เมื่อครู่เหมือนได้ยินฮองเฮาตรัสถึงเด็กน้อยที่ชื่อว่า 'ปี้เอ๋อห์' ทำให้ชายหนุ่มนึกติดใจขึ้นมาว่าเด็กคนนั้นจะใช่ซูปี้หรือเปล่า เพราะว่าซินแสที่เทียนซุยเคยทำนายไว้ว่าซูปี้จะได้รับการช่วยเหลือจากสตรีผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเสียด้วย
     ซูเม่ยที่เห็นทั้งสองคนคารวะท่านราชองครักษ์นางจึงทำตามด้วยเพื่อมิให้เสียมารยาท ก่อนจะกลับไปนั่งเงียบๆ ตามเดิม
     "ท่านลุงต้วน มานั่งนี่สิ..." ชวี่ปิ้งโบกมือเรียกก่อนขยับไปชิดเทียนเหมินเพื่อให้ท่านลุงต้วนนั่งได้
    "จื่อฟูไม่แน่ใจว่าอาหารวันนี้จะถูกปากหรือเปล่า ไม่ได้ทำมาเสียนาน"
    "อาหารที่เสด็จป้าทำอร่อยมากเลยขอรับ" เลี่ยงเหลียงเอ่ยออกมา เขาพยายามทานเพียงแต่พืชผัก หลังจากที่ลงมาจากผาแล้วก็พยายามจะไม่ทานเนื้อสัตว์อีกตามกฎของสำนักฉวนเจิน เขาสะกิดเทียนเหมินให้ช่วยชมฮองเฮาด้วย
     "ครับ เหล้านี่ก็อร่อยมากด้วย" เทียนเหมินเอ่ยออกมาพลางนึกขึ้นได้ว่าฮองเฮาคงไม่ได้ต้มสุราเอง "เอ่อ... ทานคู่กับอาหารยิ่งอร่อยไปใหญ่"
     ซูเม่ยที่นั่งทานอาหารอยู่เงียบๆ ได้แต่ฟังผู้คนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน นางมันก็แค่คนนอก หากพูดอะไรมากก็คงมิดี สู้เป็นผู้ฟังที่ดีจะดีกว่า
     "งั้นเดี๋ยวจื่อฟูจะร่ายรำระฆังชุดให้ทุกคนได้สนุกกันเองนะคะ จะได้ไม่เบื่อกัน" จื่อฟูพูดขึ้นก่อนเดินไปที่มีผ้าปิดอยู่



     เทียนเหมินชมการแสดงของฮองเฮาพลางจิบสุราไปหลายจอกจนใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มจะแดงขึ้นมานิดๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าตนนั้นรับความร้อนมากไปจึงวางจอกสุราลงอย่างเสียดาย เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ฮองเฮาเว่ยเคยเป็นใครมาก่อน แต่ก็ชื่นชมว่าการแสดงของนางงดงามเหมือนกับนางระบำมาเอง แต่เมื่อคิดอีกมุมในวังคงมีการร้องรำทำเพลงบ่อย พระองค์คงฝึกซ้อมเอาตอนนั้น....
     ซูเม่ยนั่งชมการแสดงของฮองเฮาอย่างเพลิดเพลิน พระองค์ทรงเป็นสตรีที่เก่งกาจและงดงานในสายตาของนางยิ่งนัก การร่ายรำช่างสวยงามอ่อนช้อน นางรำที่คณะครเร่ที่นางเคยอยู่เทียบมิติดฝุ่นของพระนางเลยด้วยซ้ำ


     ระหว่างงานเลี้ยงเทียนเหมินได้สะกิดเลี่ยงเหลียงถึงเรื่องสงครามที่เขาได้รับรู้มา จึงให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องขององค์หญิงโหรวหรานให้กับบิดาบุญธรรม
    "ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ คือว่าข้ามีเรื่องสำคัญมากที่อยากจะเล่าให้ฟัง" เลี่ยงเหลียงเอ่ยคุยกับเว่ยชิง
     "ว่าไงลูกจิ้นกว่าง?" เว่ยชิงเอ่ยถามบุตรชายบุญธรรมซึ่งจะว่าเป็นคนโตก็ได้
    "เรื่องนี้ข้าไม่ได้รู้มาโดยตรงหรอกขอรับ ให้ท่านคาบูโตะเล่าจะดีกว่า" อยู่ๆ นักพรตก็โยนเรื่องมาให้เทียนเหมินเป็นคนเล่าเสียอย่างนั้น
    "เอ้า! เจ้าไม่ช่วยข้าเลยเลี่ยงเหลียง" เทียนเหมินหันไปขมวดคิ้วใส่สหายแล้วทำเสียงฮึมฮัมในลำคอ
    "ก็ท่านเจอมานี่ขอรับ น่าจะเล่าเรื่องได้ง่ายกว่า" เลี่ยงเหลียงเอ่ยบอกตามตรง เพราะถึงให้เขาเล่ารายละเอียดคงไม่ครบอยู่ดี
     "ว่าไงซูเทียนเหมิน?" เว่ยชิงหันมาถามสหายของบุตรบุญธรรมทันทีเมื่อเรื่องถูกส่งต่อมาให้
    "คือว่า.. ก็ไม่ใช่เรื่องของข้าโดยตรงหรอกครับ เป็นเรื่องของสหายข้าอีกที เขาชื่อว่าเว่ยเส้าเทียน คือว่า.. เขาได้ช่วยเหลือตัวองค์หญิงโหรวหรานเอาไว้ เอ่อ... นางชื่อว่า" ชายหนุ่มพยายามนึกชื่อขององค์หญิงชื่อยากคนนั้นพลางกลอกตาไปมา แล้วเอ่ยนามของนางอย่างไม่แน่ใจ "ยือหลินกุ้ย...."
     "เจ้าหมายถึงองค์หญิงหยือหลินกุ้ย?" เว่ยชิงถามกลับเพราะนามที่แท้จริงของนางน่าจะเป็น 'หยือหลินกุ้ยมากกว่า'
     "อา ใช่ครับ ตอนนี้พี่ชายเว่ยคนนั้นหายไปไหนไม่รู้ แต่พรุ่งนี้ข้านัดแนะกันกับขุนนางถิงเว่ยจะไปหาท่านที่จวนพร้อมกับพวกนางน่ะครับ เห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสงคราม เป็นการเข้าใจผิดว่าโหรวหรานจะไปเข้ากับเม่อเป่ยนี่แหล่ะ... ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจ" เทียนเหมินเล่าสิ่งที่เขาทราบทั้งหมดให้ผู้มีบารมีฟัง น่าเสียดายที่ไม่ได้พาตัวจริงมาด้วย
     "จริงรึ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ?" เว่ยชิงเอ่ยถามสีหน้าเครียด
     "ข้าไม่พูดเล่นหรอกครับ แล้วก็ผู้หญิงคนนั้นก็มีเรื่องอยากจะบอกเรื่องนี้เหมือนกัน" เทียนเหมินพยักหน้าไปทางซูเม่ยให้นางเล่าเรื่องของนางออกมา
     "คือ ข้าได้ช่วยนายทหารท่านหนึ่งไว้ที่เมืองเทียนซุย เขาล่มป่วยระหว่างทางที่จะมาที่ฉางอัน จึงฝากข้าให้นำสาส์นมามอบให้แก่ท่านฉางผิงโหวอย่างเร่งด่วน โดยทหารนายนั้นบอกข้าว่า เขาได้ยินตอนเดินทางผ่านอู๋เว่ย ว่าม่อเป่ยจะให้ต้าฮั่นยกทัพไปตีโหรวหราน พวกเขากำลังไล่ล่าองค์หญิงโหรวหรานกับพระมารดาที่กำลังมาส่งบรรณาการ หากฮ่องเต้ไม่รู้เรื่องนี้ เกรงจะเกิดสงคราม ข้าจึงรีบเดินทางมาที่นี่เพื่อส่งสาส์นให้" ซูเม่ยเอ่ยปากเล่าออกทุกประโยคที่ได้ฟังมาจากทหารนายนั้นแล้วหยิบม้วนสาส์นออกมาให้ดูเป็นหลังฐานว่านางพูดจริง มิได้สร้างเรื่องขึ้น


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +25 ความหิว -8 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9
x16
x100
x1
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748k

เครดิต

เงินตำลึง
2147465089
ดีนาเรียส
162
ความหิว
2147483236
แต้มวาสนา
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2017-11-7 20:54:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCVII


     ในคืนนั้นเทียนเหมินเมามายเสียจนต้องนอนค้างที่ห้องโถงตำหนักเจียวฝาง เขาไม่ได้ทำอะไรไม่เหมาะสมเพียงแค่ดื่มมากไปและหลับคาโต๊ะก็เท่านั้น ทั้งที่คิดว่าจะพอแล้วแต่สุราชั้นเลิศนั้นเกินจะหักห้ามใจ ที่ว่าสุราในงานเลี้ยงเทศกาลฉงหยางเป็นเหล้าทั้งดีแล้วแต่ก็ยังเทียบเท่าไม่ได้กับที่ฮองเฮาทรงเลี้ยงเมื่อคืน
     "น้ำแกงสร่างเมาเจ้าค่ะ" นางกำนัลคนหนึ่งนำน้ำแกง และอาหารเช้ามาให้ชายหนุ่มที่นอนหลับข้ามวัน
     "ขอบคุณ" เทียนเหมินตื่นมาด้วยความงุนงงและมึนศีรษะ เมื่อได้ดื่มน้ำแกงเข้าไปอาการมึนหัวของเขาก็หายไปราวกับว่ามันเป็นยาวิเศษ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นว่าฮองเฮาและนางกำนัลกำลังทำความสะอาดหลังจากงานเลี้ยงเมื่อคืนอยู่ "อา.. เมื่อคืนข้าไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ ไปนะ..."
     "ไม่หรอกขอรับ ท่านคาบูโตะแค่ดื่มมากไปแล้วหลับเท่านั้น" เลี่ยงเหลียงอยู่ข้างๆ คอยดูแลเขาเหมือนกับตอนที่อยู่ในถ้ำใต้หน้าผาไม่มีผิด คงไม่มีแล้วสหายคนใดที่จะดีเท่ากับนักพรตหนุ่มคนนี้
     @ซูเม่ย
     "ตอนนี้ท่านพ่อบุญธรรมรออยู่ขอรับ รีบไปกันเถอะ" นักพรตหนุ่มเอ่ยบอกกับสหายและซูเม่ย เมื่อได้ยินดังนั้นเทียนเหมินก็รีบยัดขนมฮว่าเกาที่เป็นอาหารมื้อแรกเข้าปากกรอกน้ำชาตามไปแล้วลุกขึ้นยืน
     @ซูเม่ย
    "เสด็จป้าบุญธรรม ข้าทูลลาขอรับ" เมื่อเห็นทุกคนเตรียมพร้อมแล้วนักพรตจึงเอ่ยลากับฮองเฮาเว่ยจื่อฟู เขาเองก็ยังไม่ค่อยชินกับคำราชาศัพท์เช่นเดียวกับสามัญชนที่พามาในงาน
     "เอ่อ ข้าก็ทูลลาครับ" เทียนเหมินโค้งทำความเคารพให้กับฮองเฮานางทรงแย้มสรวลมาให้แล้วพยักหน้าลงเชิงว่าตามสบาย
     @ซูเม่ย
     เมื่อกล่าวลาเสร็จเรียบร้อยแล้วเลี่ยงเหลียงก็เดินนำออกไป พบกับ เว่ยชิง ต้วนหงส์ และฮั่วชวี่ปิ้ง ที่รออยู่ด้านนอกตำหนัก เพื่อไปหาลือเรื่องการเมืองกันต่อที่จวนฉางผิงโหว

     ระหว่างการเดินทางอยู่ๆ นักพรตหนุ่มเลี่ยงเหลียง หรือชื่อจริงคือเว่ยจิ้นกว่างเอ่ยออกมา
     "คือข้ามีเรื่องจะบอกท่านพ่อบุญธรรมกับท่านคาบูโตะน่ะขอรับ"
     "ว่าไง ลูกจิ้นกว่าง" เว่ยชิงเอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนกับบุตรบุญธรรม
    "คือว่าข้าเพิ่งนึกได้ว่านี่ก็ใกล้เวลาที่ต้องกลับสำนักไปฝึกฝน และรายงานการหาประสบการณ์ลงเขาแล้ว เลยว่าจะขอตัวไปเก็บของและออกเดินทางน่ะขอรับ"
    "อะ...อะไรนะ?... เจ้าจะไปแล้ว?" คำพูดของเลี่ยงเหลียงเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของเทียนเหมิน เขาเพิ่งคิดว่าเลี่ยงเหลียงเป็นสหายที่ดีที่สุดได้ไม่ถึงสามสิบนาทีแต่อีกฝ่ายก็บอกว่าจะขอไปฝึกวิชาต่อ
     "ใช่แล้วขอรับ ข้าได้ลงมาจากเขาเพื่อหาประสบการณ์และช่วยเหลือผู้คน ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปฝึกต่อแล้ว" นักพรตหนุ่มเอ่ยออกมา และเมื่อเห็นสีหน้าอกหักของเทียนเหมินก็รีบปลอบ "อา... ข้าไปฝึกที่เขาเชียง (เชียงซาน) ที่เป่ยผิง ถ้าอยากเจอกันท่านคาบูโตะก็ไปหาได้เสมอเลยนะขอรับ"
    "สำนักฉวนเจินไม่ห้ามเพื่อนไปเยี่ยมสินะ... ได้เอาไว้เจอกันใหม่ ข้าไม่ยอมให้ครั้งนี้เป็นการเจอหน้าเจ้าครั้งสุดท้ายอยู่แล้ว" เทียนเหมินตบบ่าเลี่ยงเหลียงพร้อมกับบีบเบาๆ
     "ดีแล้วจิ้นกว่าง พรรคฉวนเจินเป็นกำลังสำคัญค้ำจุนราชวงศ์มานาน เจ้าจงใช้ความรู้ที่ศึกษาทำประโยชน์ให้แผ่นดิน" เว่ยชิงเอ่ยกับบุตรชายอย่างหนักแน่น
    "ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวลาที่ตรงนี้ แล้วพบกันใหม่ขอรับท่านคาบูโตะ ท่านพ่อ ดูแลสุขภาพด้วย" เลี่ยงเหลียงยกมือขึ้นคารวะบิดาบุญธรรมและขอแยกตัวออกไปเก็บของตั้งแต่ตอนนั้น
    "เจ้าก็ด้วย ฝึกให้เก่งๆ แล้วกลับมาสอนข้าบ้าง!" เทียนเหมินพูดตามหลังไป
     สำหรับเขา เลี่ยงเหลียงถือเป็นทั้งสหายและผู้มีพระคุณ หากว่าเขาร่วงลงมาจากหน้าผาคนเดียวคงเป็นบ้าตายไปแล้ว หากเลี่ยงเหลียงไม่สอนให้เขาอ่านเขาก็ยังคงอ่านหนังสือไม่ออกและเป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่ง หากไม่สอนทฤษฏีของกำลังภายในเขาคงไม่อาจสำเร็จเคล็ดวิชาใจน้ำแข็ง หากไม่สอนการเขียนและวิชาการบัญชีเขาคงไม่ได้ทำงาน เป็นเพียงแค่คนเร่ร่อนตามหาตัวน้องสาวอย่างไร้จุดมุ่งหมาย...
     ภาพความทรงจำต่างๆ นานา ย้อนกลับมาในหัวจนรู้สึกตื้นตันและจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก หูทั้งสองข้างอื้ออึงไปหมด เขาทำได้เพียงแค่สูดหายใจเข้าลึกๆ กลืนความตื้นตันนั้นกลับลงคอไม่ให้มันเล็ดออกมาจากตา เขาไม่ได้ยินเสียงเรียกอะไรจากใครอีกเลยจนกระทั่งตามฉางผิงโหวมาถึงจวนของเขา...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +25 ความหิว -7 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-7 21:16:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2017-11-7 21:19

    ในคืนนั้นเทียนเหมินเมามายเสียจนต้องนอนค้างที่ห้องโถงตำหนักเจียวฝาง เขาไม่ได้ทำอะไรไม่เหมาะสมเพียงแค่ดื่มมากไปและหลับคาโต๊ะก็เท่านั้น ทั้งที่คิดว่าจะพอแล้วแต่สุราชั้นเลิศนั้นเกินจะหักห้ามใจ ที่ว่าสุราในงานเลี้ยงเทศกาลฉงหยางเป็นเหล้าทั้งดีแล้วแต่ก็ยังเทียบเท่าไม่ได้กับที่ฮองเฮาทรงเลี้ยงเมื่อคืน

     "น้ำแกงสร่างเมาเจ้าค่ะ" นางกำนัลคนหนึ่งนำน้ำแกง และอาหารเช้ามาให้ชายหนุ่มที่นอนหลับข้ามวัน
     "ขอบคุณ" เทียนเหมินตื่นมาด้วยความงุนงงและมึนศีรษะ เมื่อได้ดื่มน้ำแกงเข้าไปอาการมึนหัวของเขาก็หายไปราวกับว่ามันเป็นยาวิเศษ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นว่าฮองเฮาและนางกำนัลกำลังทำความสะอาดหลังจากงานเลี้ยงเมื่อคืนอยู่ "อา.. เมื่อคืนข้าไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ ไปนะ..."
     "ไม่หรอกขอรับ ท่านคาบูโตะแค่ดื่มมากไปแล้วหลับเท่านั้น" เลี่ยงเหลียงอยู่ข้างๆ คอยดูแลเขาเหมือนกับตอนที่อยู่ในถ้ำใต้หน้าผาไม่มีผิด คงไม่มีแล้วสหายคนใดที่จะดีเท่ากับนักพรตหนุ่มคนนี้
     ซูเม่ยที่ถึงแม้เมื่อคืนจะมิได้ดื่มหนักมาก แต่ด้วยความที่เป็นครั้งแรกที่นางดื่มจึงทำให้ยังรู้สึกมึนๆ อยู่เล็กน้อย จึงได้แต่นึงจิบน้ำชาจนอาการเริ่มดีขึ้น
     "ตอนนี้ท่านพ่อบุญธรรมรออยู่ขอรับ รีบไปกันเถอะ" นักพรตหนุ่มเอ่ยบอกกับสหายและซูเม่ย เมื่อได้ยินดังนั้นเทียนเหมินก็รีบยัดขนมฮว่าเกาที่เป็นอาหารมื้อแรกเข้าปากกรอกน้ำชาตามไปแล้วลุกขึ้นยืน

     เมื่อนางได้ยินที่อีกฝ่ายพูดก็พยักหน้าตอบรับ แล้วลุกขึ้นยืนเดินตามทั้งสองคนไปอย่างว่าง่าย นี่ถือว่าภารกิจของนางใกล้จะเสร็จสิ้นแล้วสินะ หวังว่าคงจะมิเกิดสงครามขึ้น
     "เสด็จป้าบุญธรรม ข้าทูลลาขอรับ" เมื่อเห็นทุกคนเตรียมพร้อมแล้วนักพรตจึงเอ่ยลากับฮองเฮาเว่ยจื่อฟู เขาเองก็ยังไม่ค่อยชินกับคำราชาศัพท์เช่นเดียวกับสามัญชนที่พามาในงาน
     "เอ่อ ข้าก็ทูลลาครับ" เทียนเหมินโค้งทำความเคารพให้กับฮองเฮานางทรงแย้มสรวลมาให้แล้วพยักหน้าลงเชิงว่าตามสบาย
     "หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ" ซูเม่ยย่อกายทำความเคารพแบบสตรีอย่างเกร็งๆ ด้วยความที่ยังไม่ชินนัก เมื่อทำความเคารพฮองเฮาเสร็จนางก็เดินตามออกไป

     เมื่อกล่าวลาเสร็จเรียบร้อยแล้วเลี่ยงเหลียงก็เดินนำออกไป พบกับ เว่ยชิง ต้วนหงส์ และฮั่วชวี่ปิ้ง ที่รออยู่ด้านนอกตำหนัก เพื่อไปหาลือเรื่องการเมืองกันต่อที่จวนฉางผิงโหว

     ระหว่างการเดินทางอยู่ๆ นักพรตหนุ่มเลี่ยงเหลียง หรือชื่อจริงคือเว่ยจิ้นกว่างเอ่ยออกมา
     "คือข้ามีเรื่องจะบอกท่านพ่อบุญธรรมกับท่านคาบูโตะน่ะขอรับ"
     "ว่าไง ลูกจิ้นกว่าง" เว่ยชิงเอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนกับบุตรบุญธรรม
    "คือว่าข้าเพิ่งนึกได้ว่านี่ก็ใกล้เวลาที่ต้องกลับสำนักไปฝึกฝน และรายงานการหาประสบการณ์ลงเขาแล้ว เลยว่าจะขอตัวไปเก็บของและออกเดินทางน่ะขอรับ"
    "อะ...อะไรนะ?... เจ้าจะไปแล้ว?" คำพูดของเลี่ยงเหลียงเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของเทียนเหมิน เขาเพิ่งคิดว่าเลี่ยงเหลียงเป็นสหายที่ดีที่สุดได้ไม่ถึงสามสิบนาทีแต่อีกฝ่ายก็บอกว่าจะขอไปฝึกวิชาต่อ
     "ใช่แล้วขอรับ ข้าได้ลงมาจากเขาเพื่อหาประสบการณ์และช่วยเหลือผู้คน ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปฝึกต่อแล้ว"นักพรตหนุ่มเอ่ยออกมา และเมื่อเห็นสีหน้าอกหักของเทียนเหมินก็รีบปลอบ "อา... ข้าไปฝึกที่เขาเชียง (เชียงซาน) ที่เป่ยผิง ถ้าอยากเจอกันท่านคาบูโตะก็ไปหาได้เสมอเลยนะขอรับ"
    "สำนักฉวนเจินไม่ห้ามเพื่อนไปเยี่ยมสินะ... ได้เอาไว้เจอกันใหม่ ข้าไม่ยอมให้ครั้งนี้เป็นการเจอหน้าเจ้าครั้งสุดท้ายอยู่แล้ว" เทียนเหมินตบบ่าเลี่ยงเหลียงพร้อมกับบีบเบาๆ
     "ดีแล้วจิ้นกว่าง พรรคฉวนเจินเป็นกำลังสำคัญค้ำจุนราชวงศ์มานาน เจ้าจงใช้ความรู้ที่ศึกษาทำประโยชน์ให้แผ่นดิน" เว่ยชิงเอ่ยกับบุตรชายอย่างหนักแน่น
    "ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวลาที่ตรงนี้ แล้วพบกันใหม่ขอรับท่านคาบูโตะ ท่านพ่อ ดูแลสุขภาพด้วย" เลี่ยงเหลียงยกมือขึ้นคารวะบิดาบุญธรรมและขอแยกตัวออกไปเก็บของตั้งแต่ตอนนั้น
    "เจ้าก็ด้วย ฝึกให้เก่งๆ แล้วกลับมาสอนข้าบ้าง!" เทียนเหมินพูดตามหลังไป

     สำหรับเขา เลี่ยงเหลียงถือเป็นทั้งสหายและผู้มีพระคุณ หากว่าเขาร่วงลงมาจากหน้าผาคนเดียวคงเป็นบ้าตายไปแล้ว หากเลี่ยงเหลียงไม่สอนให้เขาอ่านเขาก็ยังคงอ่านหนังสือไม่ออกและเป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่ง หากไม่สอนทฤษฏีของกำลังภายในเขาคงไม่อาจสำเร็จเคล็ดวิชาใจน้ำแข็ง หากไม่สอนการเขียนและวิชาการบัญชีเขาคงไม่ได้ทำงาน เป็นเพียงแค่คนเร่ร่อนตามหาตัวน้องสาวอย่างไร้จุดมุ่งหมาย...
     ภาพความทรงจำต่างๆ นานา ย้อนกลับมาในหัวจนรู้สึกตื้นตันและจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก หูทั้งสองข้างอื้ออึงไปหมด เขาทำได้เพียงแค่สูดหายใจเข้าลึกๆ กลืนความตื้นตันนั้นกลับลงคอไม่ให้มันเล็ดออกมาจากตา เขาไม่ได้ยินเสียงเรียกอะไรจากใครอีกเลยจนกระทั่งตามฉางผิงโหวมาถึงจวนของเขา...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -8 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9
x16
x100
x1
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2017-11-17 00:48:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด


      ซูเม่ยถือโถใส่ขนมอี๋เดินตามนางกำนัลผู้นั้นมาอย่างสงบเสงี่ยมจนถึงตำหนักเจียวฝางของฮองเฮา ตลอดทางที่นางเดินมาก็มีบางที่จะเหลียวมองรอบๆ อย่างตื่นเต้น ถึงแม้จะเคยเข้ามาที่นี่แล้วหนึ่งครั้ง แต่ตอนนี้นางเกร็งจนไม่กล้ามองที่ใดนอกจากปลายเท้าของตน จึงทำให้มิได้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้สวยงามมากเพียง สมแล้วที่เป็นสถานที่ของสตรีผู้สูงศักดิ์ดั่งเช่นพระองค์
      " แม่นางมาที่นี่มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเจ้าคะ? " นางกำนัลหน้าตำหนักเอ่ยถามขึ้นเมื่อซูเม่ยเดินมาถึง
      " ข้ามีธุระจะขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเจ้าค่ะ ข้า ซูเม่ย มาจากจวนขุนชนะชัย " นางเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม และไม่ถือตน
      " ถ้าเช่นนั้นแม่นางโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปทูลฮองเฮา " นางพูดจบก็เดินเข้าไปในตำหนัก
      @Admin

แสดงความคิดเห็น

หญิงสาวนั่งถักถุงผ้าเครื่องหอมแจกจ่ายให้สนมใหม่ทุกคน เธอต้องเลือกเฟ้นลายและกลิ่นดอกไม้แต่ละชนิดแตก  รายละเอียด ตอบกลับ โพสต์ 2017-11-17 13:15

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -9 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9
x16
x100
x1
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2017-11-17 13:15:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ซูเม่ย ตอบกลับเมื่อ 2017-11-17 00:48
ซูเม่ยถือโถใส่ขนมอี๋เดินตามนางกำนัลผู้นั้นมาอย ...

    หญิงสาวนั่งถักถุงผ้าเครื่องหอมแจกจ่ายให้สนมใหม่ทุกคน เธอต้องเลือกเฟ้นลายและกลิ่นดอกไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันไป เพื่อเป็นเอกลักษณ์แต่ละตำหนัก ฝ่าบาทยามเสด็จจะได้ไม่เบื่อหน่าย ในระหว่างหญิงสาวนั่งทำงานอยู่นั้น ก็มีทหารเข้ามารายงานแจ้งว่าซูเม่ยมาขอเข้าพบ หากเธอจำไม่ผิดเด็กสาวที่ปลอมเป็นบุรุษเมื่อคราวก่อนนี่เอง แต่ที่เธอแปลกใจทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงมาจากจวนหลานชวี่ปิ้งได้นะ หรือว่าจะเป็นสตรีที่ชวี่ปิ้งสนใจ(?)
    "ให้เข้ามาได้" ฮองเฮาตรัสแจ้งทหาร
    "ขอรับ" ทหารรับคำสั่งก่อนเดินกลับไปหน้าตำหนัก


    "......" เขียนโรลเพลย์ทหารเดินไปแจ้ง @ซูเม่ย


    "......" @ซูเม่ย
    "ตามสบายเถอะจ๊ะเม่ยเอ๋อห์" จื่อฟูยิ้มสรวลเมื่อเห็นเด็กน้อยที่แต่งกายดูดีกว่าวันก่อน "ปู้เอ๋อห์จัดที่ให้น้องสาวเม่ยหน่อยนะจ๊ะ"
    "เพคะ" องค์รักษ์สาวที่ที่นั่งข้างๆ หญิงสาวรับคำก่อนเดินไปหยิบเบาะมาตั้งให้แขกที่โต๊ะด้านข้าง ก่อนเดินกลับไปนั่งข้างๆ
    "เจ้าน่าจะไปพักผ่อนเสียบ้างนะ ดูแลเราทั้งคืนคงเพลียๆ" จื่อฟูหันไปถามองค์รักษ์สาวก่อนยิ้มให้อีกฝ่าย
    "มิเป็นไรเพคะ แค่นี้ถือว่าน้อยนิดเมื่อเทียบกับน้ำพระทัยฮองเฮา" องค์รักษ์กล่าวทูล
    ฮองเฮาหันไปหาซูเม่ยก่อนตรัสกล่าวขึ้น "ดูเจ้าสิ แต่งกายเป็นหญิงงดงามเช่นนี้ ใยต้องปลอมตัวเป็นบุรุษบดบังรัศมีของตนได้"
    "......" @ซูเม่ย
    "พี่สาวคงแก่มากแล้วสินะถึงต้องให้น้องสาวเม่ยกล่าวชมเช่นนั้น" จื่อพูตรัสกับซูเม่ย "ดูเจ้าสิปากหวาน งดงามแบบนี้ บุรุษใดได้เป็นฮูหยินคงมีวาสนาไม่น้อย"
    "......" @ซูเม่ย
    "ว่าแต่เม่ยเอ๋อห์ไปอยู่จวนหลานชวี่ปิ้งได้ไงกันคะ" จื่อฟูตรัสถามแย้มสรวล
    "......" @ซูเม่ย
    "อย่างนี้นี่เอง ชวี่ปิ้งช่วยเหลือเธอสองครั้งสินะ เม่ยเอ๋อห์รู้หรือไม่หลายชายคนนี้ที่เราเป็นห่วงที่สุดก็เรื่องแต่งงานนี่แหละ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมองสตรีใดมาก่อนนอกจากเรา พี่สาวกับชิงเอ๋อห์ล่ะกลัวเขาจะครองโสดจนแก่น่ะสิ"
    "......" @ซูเม่ย
    "แต่ดูเหมือนตอนนี้ไม่น่าเป็นห่วงแล้วนะ" จื่อฟูยิ้ม
    "......" @ซูเม่ย
    "ว่าแต่เม่ยเอ๋อห์นำสิ่งใดมาด้วยหรือ" จื่อฟูตรัสถามขึ้นเมื่อมองไปที่กล่องไม้ใบนั้น
    "......" @ซูเม่ย


    "ขนมอี๋" จื่อฟูยิ้มก่อนลุกขึ้นเดินไปหาน้องสาวเม่ยเธอนั่งลงตักขนมอี๋ขึ้นชิม รสชาติกลมกล่อม นุ่มละมวยในปาก แป้งกับน้ำที่เข้าที่
    "......" @ซูเม่ย
    "หากชวี่ปิ้งได้ชิมขนมนี้ คงชอบไม่น้อย" จื่อฟูยิ้มมองอีกฝ่ายเลืองๆ
    "......" @ซูเม่ย
    "เรียกเราเสด็จป้าก็ได้นะคะ" จื่อฟูตรัสเมื่ออีกฝ่ายเรียกฮองเฮาอีกครั้ง
    "......" @ซูเม่ย
    "เสด็จป้าเฉยๆ ได้ค่ะ ไม่ต้องมีฮองเฮาพ่วงท้ายหรอกนะ"
    "......" @ซูเม่ย
    "จริงสิ เม่ยเอ๋อห์ยังมีแรงไหวไหม เดี๋ยวเสด็จป้าจะสอนทำขนมปอเปี๊ยะให้ เป็นสิ่งที่ชวี่ปิ้งชอบทานมาก" จื่อฟูยิ้มมองอีกฝ่าย
    "......" @ซูเม่ย

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x282
x5
x6
x9
x1
x1
ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้